จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจัดกิจกรรมส่งเสริมและให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ด้านข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล หรือปัญญาประดิษฐ์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) 68129538292
฿7,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 12 ก.พ. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ สขญ. มีนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ภายใต้โครงการ “The UP 2026: Unlock Potential with Data & AI – Scaling up Business Program” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาทักษะและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการดำเนินธุรกิจได้จริง ส่งผลให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นและเติบโตอย่างยั่งยืน

ขอบเขตงานหลักของผู้รับจ้างประกอบด้วย 4 ระยะใหญ่ ได้แก่ 1) การจัดทำกรอบแนวคิดและแผนดำเนินโครงการทั้งหมด รวมถึงแผนประชาสัมพันธ์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) 2) การประชาสัมพันธ์โครงการ รับสมัคร และคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการหลักไม่น้อยกว่า 50 ราย และสำรอง 5 ราย 3) การจัดกิจกรรมส่งเสริมและให้คำปรึกษา โดยเริ่มจากกิจกรรมปฐมนิเทศและเวิร์กช็อปเตรียมความพร้อม 2 ครั้ง (แบบ Hybrid) จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบรายกิจการ โดยต้องจัดหาที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ท่าน และให้คำปรึกษารวมไม่น้อยกว่า 400 ชั่วโมง โดยผู้ประกอบการแต่ละรายจะได้แผนแก้ไขปัญหา (Practical Data Utilization) และแผนกลยุทธ์การใช้ข้อมูล (Data Roadmap) 4) การจัดกิจกรรมปิดโครงการ (แบบ Hybrid) เพื่อสรุปผลและมอบประกาศนียบัตร นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยังต้องจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) และผลิตวิดีโอคลิปสรุปโครงการพร้อมกรณีศึกษาผู้ประกอบการอีกไม่น้อยกว่า 4 ตัวอย่าง

โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 270 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา และมีวงเงินงบประมาณ 7,000,000 บาท (รวม VAT แล้ว)

English summary

The Big Data Institute (Public Organization) or BDI is launching the project “The UP 2026: Unlock Potential with Data & AI – Scaling up Business Program” for the third year. The primary objective is to enhance the skills and capabilities of Small and Medium Enterprises (SMEs) by enabling them to practically apply Big Data, Data Analytics, and Artificial Intelligence (AI) technologies in their business operations, thereby increasing their competitiveness and fostering sustainable growth.

The contractor’s key responsibilities encompass four major phases: 1) Developing the project’s conceptual framework, detailed execution plan, communication strategy, and Personal Data Protection Act (PDPA) compliance measures. 2) Conducting project promotion, registration, and selection of at least 50 qualified SMEs for the main program, plus 5 reserve candidates. 3) Organizing promotion and consultation activities, starting with an orientation and 2 preparatory workshops (Hybrid format), followed by in-depth, one-on-one business consulting. This requires assembling a team of at least 10 mentors/experts with a minimum of 5 years of relevant experience, providing a total of at least 400 consultation hours. Each participating SME will receive a practical problem-solving plan (Practical Data Utilization) and a strategic Data Roadmap. 4) Organizing a project closing ceremony (Hybrid format) for summary and certificate presentation. Additionally, the contractor must produce a comprehensive Final Report and create summary video clips along with at least 4 SME case study videos.

The total project duration is 270 days from the contract signing date, with a total budget of 7,000,000 THB (inclusive of VAT).

สถานที่ดำเนินการ

โครงการส่วนใหญ่ดำเนินการในรูปแบบออนไลน์ (Online) และไฮบริด (Hybrid) สำหรับกิจกรรมที่ต้องจัดออฟไลน์ สถานที่ต้องได้รับการเห็นชอบจาก สขญ. (อาจจัดในกรุงเทพมหานครหรือพื้นที่อื่น)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อพัฒนาทักษะให้กับผู้ประกอบการ เกิดความรู้ความเข้าใจ และสามารถนำเทคโนโลยีด้านข้อมูลขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินกิจการได้จริง
  • เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล หรือปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการในการดำเนินกิจการ

ขอบเขตของงาน

การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 8 ส่วนหลัก ดังนี้

  1. การจัดทำกรอบแนวทางการดำเนินงานและแผนการดำเนินโครงการ (ข้อ 4.1)

    • จัดทำกรอบแนวคิดโครงการ (Concept Framework) ที่ครอบคลุม แนวคิดหลัก เหตุผลความจำเป็น กลุ่มเป้าหมาย ผลกระทบทางธุรกิจที่คาดหวัง ข้อความสื่อสารหลัก และแนวคิดการประเมินผลแบบอิงผลลัพธ์ (Outcome-based)
    • จัดทำแผนดำเนินงานโดยละเอียดในรูปแบบ Gantt Chart ครอบคลุมทุกกิจกรรม
    • ออกแบบรูปแบบกิจกรรมหลักทั้งหมด (รับสมัคร/คัดเลือก, ปฐมนิเทศ, ส่งเสริม/ให้คำปรึกษา, ปิดโครงการ)
    • จัดทำแผนประชาสัมพันธ์โครงการ
    • เสนอแผนการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA และมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล
  2. การประชาสัมพันธ์ การรับสมัคร และการคัดเลือกผู้ประกอบการ (ข้อ 4.2)

    • ออกแบบเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้ประกอบการที่โปร่งใส
    • จัดประชุมคณะกรรมการคัดเลือก (จำนวนไม่น้อยกว่า 5 ท่าน) เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์
    • จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ (Artwork) ไม่น้อยกว่า 10 ชิ้น
    • ดำเนินการประชาสัมพันธ์และรับสมัครตามแผน
    • บันทึกและจัดการข้อมูลผู้สมัครในรูปแบบ Machine-Readable
    • ตรวจสอบใบสมัคร จัดประชุมพิจารณาคัดเลือก และแจ้งผล
    • จัดทำรายงานสรุปผลการคัดเลือก
    • ผลลัพธ์: คัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการหลักไม่น้อยกว่า 50 ราย (บริษัท) และสำรองไม่น้อยกว่า 5 ราย
  3. การจัดกิจกรรมส่งเสริมและให้คำปรึกษาผู้ประกอบการ (ข้อ 4.3)

    • ส่งแบบยืนยันเข้าร่วมและต้องมีผู้ยืนยันไม่น้อยกว่า 50 ราย
    • จัดหาที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ (Mentor/Expert) ที่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ท่าน (ต้องได้รับความเห็นชอบจาก สขญ.)
    • จัดหาทีมงานสนับสนุนให้เพียงพอ
    • จัดกิจกรรมปฐมนิเทศ (Orientation Day) ออนไลน์ ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง
    • ประเมินความพร้อมและสัมภาษณ์วิเคราะห์ Pain Point ของผู้ประกอบการแต่ละราย
    • จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป (Workshop) เตรียมความพร้อมแบบ Hybrid เต็มวัน จำนวน 2 ครั้ง แบ่งเป็น:
      • ครั้งที่ 1: อบรมพื้นฐานและประเมินระดับทักษะ
      • ครั้งที่ 2: อบรมแบ่งกลุ่มตามระดับทักษะ (อย่างน้อย 2 กลุ่ม)
    • (รวมถึงจัดหาอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึก วิทยากร สถานที่ อุปกรณ์ และบันทึกภาพกิจกรรม)
    • จัดประชุมนำเสนอแผนการจัดที่ปรึกษาให้ผู้ประกอบการแต่ละกิจการ
    • จัดประชุมเตรียมความพร้อมให้ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง
    • ดำเนินการให้คำปรึกษารายกิจการ:
      • จัดทำร่างแผนให้คำปรึกษาสำหรับแต่ละราย
      • ให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก รวมไม่น้อยกว่า 400 ชั่วโมง (รูปแบบออนไลน์หรือออฟไลน์)
      • บันทึกผลและจัดทำรายงานสรุปการให้คำปรึกษาแต่ละครั้ง
      • จัดทำระบบติดตามความคืบหน้าในรูปแบบ Excel (Machine Readable)
      • จัดทำรายงานสรุปผลการให้คำปรึกษาเป็นรายกิจการ พร้อมส่งมอบให้ผู้ประกอบการ
      • สนับสนุนผู้ประกอบการจัดทำแผนกลยุทธ์การใช้ข้อมูล (Data Roadmap)
      • ประเมินความพึงพอใจและจัดทำรายงาน
  4. การจัดกิจกรรมปิดโครงการ (ข้อ 4.4)

    • จัดกิจกรรมปิดโครงการแบบ Hybrid (ครึ่งวัน) จำนวน 1 ครั้ง
    • (รวมถึงจัดหาอาหาร เครื่องดื่ม วิทยากร สถานที่ อุปกรณ์ บันทึกภาพ)
    • จัดเตรียมและมอบใบประกาศนียบัตรให้ผู้ประกอบการที่ครบเกณฑ์
    • ประเมินความพึงพอใจและจัดทำรายงาน
  5. การประเมินผลโครงการ (ข้อ 4.5)

    • ดำเนินการประเมินผลโครงการตามแนวคิดที่เสนอในขั้นตอนการออกแบบ
  6. การจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) (ข้อ 4.6)

    • จัดทำรายงานสมบูรณ์ครอบคลุมบทสรุปผู้บริหารและรายละเอียดการดำเนินงานทั้งหมดตามขอบเขตงาน
  7. การจัดทำคลิปวีดีโอ (ข้อ 4.7)

    • จัดทำคลิปวีดีโอกรณีศึกษาผู้ประกอบการ จำนวนไม่น้อยกว่า 4 ตัวอย่าง (ความยาวไม่น้อยกว่า 1.30 นาที/คลิป, ทั้งแนวตั้งและแนวนอน)
    • จัดทำคลิปวีดีโอสรุปโครงการความยาว 2-3 นาที (ระดับ Full HD)
    • (ต้องปฏิบัติตาม PDPA และส่งสคริปต์ให้ สขญ. พิจารณาก่อนผลิต)
  8. การดำเนินงานอื่นๆ (ข้อ 4.8)

    • จัดเก็บรวบรวมเอกสาร/สื่อการสอนตลอดโครงการในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
    • ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการดำเนินโครงการ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • กรอบแนวคิดและแผนการดำเนินงานโครงการ (ตามข้อ 4.1) - ส่งในงานงวดที่ 1
  • สื่อประชาสัมพันธ์ (Artwork) ไม่น้อยกว่า 10 ชิ้น
  • รายงานสรุปผลการคัดเลือกผู้ประกอบการ (ตามข้อ 4.2) - ส่งในงานงวดที่ 2
  • รายงานสรุปผลการประเมินความพึงพอใจจากเวิร์กช็อปและกิจกรรมปิดโครงการ
  • ระบบติดตามความคืบหน้าโครงการ (ไฟล์ Excel แบบ Machine Readable)
  • รายงานสรุปผลการให้คำปรึกษาเป็นรายกิจการ (ส่งมอบให้ผู้ประกอบการแต่ละราย)
  • แผนกลยุทธ์การใช้ข้อมูล (Data Roadmap) สำหรับผู้ประกอบการแต่ละราย
  • ใบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ประกอบการที่ครบเกณฑ์
  • คลิปวีดีโอกรณีศึกษาผู้ประกอบการ ไม่น้อยกว่า 4 ตัวอย่าง (รูปแบบ 9:16 และ 16:9)
  • คลิปวีดีโอสรุปโครงการความยาว 2-3 นาที (Full HD)
  • ไฟล์เอกสาร/สื่อการสอนตลอดโครงการ (ตามข้อ 4.8.1) - ส่งในงานงวดที่ 3
  • รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) (ตามข้อ 4.6) - ส่งในงานงวดที่ 3

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาส่งมอบงานทั้งหมด: 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • งวดงานที่ 1: ภายใน 30 วัน หลังลงนาม (ส่งมอบกรอบแนวคิดและแผนดำเนินโครงการ)
  • งวดงานที่ 2: ภายใน 180 วัน หลังลงนาม (ส่งมอบผลงานด้านการประชาสัมพันธ์ รับสมัคร และคัดเลือก)
  • งวดงานที่ 3 (สุดท้าย): ภายใน 270 วัน หลังลงนาม (ส่งมอบ Final Report, คลิปวีดีโอ, และเอกสารประกอบโครงการ)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ประสบการณ์: ต้องมีประสบการณ์การทำงานที่สัมพันธ์กับหัวข้อที่ประกาศจ้าง มีมูลค่าของผลงานไม่น้อยกว่า 3,500,000 บาท ต่อสัญญา โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาเดียวและทำสัญญาโดยตรงกับส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้ และเป็นผลงานที่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ผลงาน/สัญญา
  • มูลค่าสุทธิของกิจการ/ทุน: มีเงื่อนไขตามประเภทนิติบุคคล/บุคคลธรรมดา โดยสรุปคือต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก (สำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี) หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท (สำหรับนิติบุคคลใหม่หรือต่างประเทศที่ยังไม่มีงบ) หรือมีเงินฝาก/วงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
  • ข้อกำหนดอื่นๆ: ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง และมีคุณสมบัติตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยมีน้ำหนักคะแนนดังนี้

  1. ราคาที่ยื่นเสนอ: น้ำหนัก 20%
  2. ข้อเสนอทางด้านเทคนิค: น้ำหนัก 80% (แบ่งย่อยดังนี้) ผู้ยื่นต้องได้คะแนนทางเทคนิครวมไม่น้อยกว่า 60% จึงจะได้รับการพิจารณาด้านราคา
    • กรอบแนวคิดโครงการ (15%): ประเมินจากความครบถ้วน ชัดเจน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ความเป็นระบบ ความโดดเด่น และการนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
    • แผนการดำเนินงาน ขั้นตอน และรูปแบบการจัดกิจกรรม (35%): ประเมินจากความครบถ้วนของแผนตาม TOR ข้อ 4.1.2-4.1.5 ความสอดคล้องกับโครงการ และความเหมาะสม/ความเป็นไปได้ในการบรรลุวัตถุประสงค์
    • ความเหมาะสมของที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ (20%): ประเมินจาก จำนวนและประสบการณ์ ของที่ปรึกษาที่เสนอมา (ดูเกณฑ์ในเอกสาร TOR อย่างละเอียด) โดยต้องเสนอตัวอย่างรายชื่อที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถจัดหาได้ อย่างน้อย 10 ราย ซึ่งมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • ผลงานและประสบการณ์ (10%): ประเมินจากจำนวนผลงานที่ตรงตามเงื่อนไข (มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3.5 ล้านบาท, เสร็จภายใน 5 ปี)
      • 3 ผลงานขึ้นไป: 100 คะแนน
      • 2 ผลงาน: 80 คะแนน
      • 1 ผลงาน: 60 คะแนน
        หมายเหตุ: ผู้ยื่นข้อเสนอต้อง นำเสนอข้อเสนอทางเทคนิคด้วยวาจา ต่อคณะกรรมการ ใช้เวลาไม่เกิน 35 นาที และตอบคำถาม 15 นาที

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการนี้เป็นโครงการให้บริการที่ปรึกษาและฝึกอบรม (Consultancy & Training Service) มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้และให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติด้านเทคโนโลยีข้อมูล (Data & AI) แก่ผู้ประกอบการ SME โดยมีข้อกำหนดทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการและผลลัพธ์ดังนี้

  • กรอบการทำงาน: ต้องออกแบบกรอบแนวคิดโครงการ (Concept Framework) ที่ชัดเจนและอิงผลลัพธ์ (Outcome-based)
  • กระบวนการคัดเลือก: ต้องมีระบบคัดเลือกผู้ประกอบการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และได้กลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ
  • การให้คำปรึกษา: ต้องใช้ทีมที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เฉพาะทางไม่น้อยกว่า 5 ปี ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ Data & AI และการพัฒนาธุรกิจ จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ท่าน
  • รูปแบบกิจกรรม: ต้องสามารถจัดกิจกรรมได้ทั้งแบบออนไลน์ ออฟไลน์ และ Hybrid โดยเฉพาะเวิร์กช็อปแบบเต็มวันและการให้คำปรึกษารายกิจการ
  • ผลลัพธ์ต่อผู้ประกอบการ: ต้องทำให้ผู้ประกอบการได้ 1) แผนการแก้ไขปัญหาเชิงปฏิบัติด้วยข้อมูล (Practical Data Utilization) และ 2) แผนกลยุทธ์การใช้ข้อมูล (Data Roadmap) ที่เป็นระบบและนำไปปฏิบัติได้จริง
  • การจัดการข้อมูล: ต้องมีแผนและมาตรการในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประกอบการและข้อมูลโครงการตามกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด
  • การประเมินผล: ต้องมีแนวคิดและวิธีการประเมินผลโครงการที่สามารถวัดผลลัพธ์และผลกระทบเชิงธุรกิจได้
  • การรายงานและสื่อ: ต้องจัดทำรายงานสรุปในรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่อง (Machine-Readable) เช่น Excel และผลิตวิดีโอคลิปคุณภาพ Full HD

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 7,000,000 บาท (เจ็ดล้านบาทถ้วน) ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด ตามการส่งมอบงานและตรวจรับ
    • งวดที่ 1 (10%): จ่ายเมื่อส่งมอบงานงวดที่ 1 (กรอบแนวคิดและแผน) ภายใน 30 วัน และผ่านการตรวจรับ
    • งวดที่ 2 (40%): จ่ายเมื่อส่งมอบงานงวดที่ 2 (ผลการรับสมัครและคัดเลือก) ภายใน 180 วัน และผ่านการตรวจรับ
    • งวดที่ 3 (50%): จ่ายเมื่อส่งมอบงานงวดสุดท้าย (Final Report, คลิปวีดีโอ, เอกสาร) ภายใน 270 วัน และผ่านการตรวจรับ
  • ค่าปรับ: หากส่งมอบงานล่าช้า คิดค่าปรับร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญาต่อวัน แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
  • กรรมสิทธิ์: ข้อมูล เอกสาร ผลการศึกษาวิเคราะห์ รายงาน ระบบ และสื่อทั้งหมดที่เกิดจากการปฏิบัติงานตาม TOR ฉบับนี้ ตกเป็นกรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ของ สขญ. โดยสิ้นเชิง
  • ความรับผิดชอบค่าใช้จ่าย: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการดำเนินโครงการ (ค่าที่ปรึกษา ค่าสถานที่ ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ ฯลฯ) ยกเว้นค่าจ้างตามสัญญา
  • จรรยาบรรณ: ห้ามเปิดเผยข้อมูลทางเทคนิค การค้า และข้อมูลส่วนบุคคลของ สขญ. และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ โดยไม่ได้รับอนุญาต

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้เหมาะกับผู้ประกอบการ SME ประเภทใด?
    A: กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ใน ภาคการผลิต การค้า และการบริการ ตามนิยามของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่มีศักยภาพและต้องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีข้อมูลเพื่อพัฒนาธุรกิจ

  • Q: ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์อะไรจากการเข้าร่วมโครงการบ้าง?
    A: ผู้ประกอบการจะได้รับ (1) การแก้ไขปัญหาธุรกิจด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูล ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง (Practical Data Utilization) และ (2) แผนกลยุทธ์การใช้ข้อมูล (Data Roadmap) ที่เป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อกำหนดทิศทางการใช้ข้อมูลในองค์กร รวมถึงได้รับคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญและโอกาสในการสร้างเครือข่าย

  • Q: กิจกรรมการให้คำปรึกษารายกิจการเป็นอย่างไร?
    A: เป็นกระบวนการให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัวหรือแบบกลุ่มย่อยสำหรับธุรกิจแต่ละแห่ง โดยมีที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางช่วยวิเคราะห์ปัญหา (Pain Point) ออกแบบแนวทางแก้ไขด้วยข้อมูล/AI และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เป็นเวลารวมไม่น้อยกว่า 400 ชั่วโมง สำหรับผู้ประกอบการทั้งหมดที่ผ่านการคัดเลือก

  • Q: โครงการมีการจัดอบรม (Training) ด้วยหรือไม่?
    A: ใช่ มีการจัด กิจกรรมเวิร์กช็อป (Workshop) เต็มวันแบบ Hybrid จำนวน 2 ครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการก่อนเข้าสู่กระบวนการให้คำปรึกษารายกิจการ โดยมุ่งเน้นการสร้างพื้นฐานความรู้และทักษะด้านการประยุกต์ใช้ Data & AI

  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาที่ปรึกษา (Mentor) แบบใด?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดหาที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 10 ท่าน โดยทุกท่านต้องมีประสบการณ์ทำงานลักษณะที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงาน ไม่น้อยกว่า 5 ปี และต้องได้รับความเห็นชอบจาก สขญ. ก่อนเริ่มงาน

  • Q: มีการบันทึกหรือติดตามผลการให้คำปรึกษาอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องบันทึกผลการให้คำปรึกษาทุกครั้งและจัดทำเป็นรายงานสรุป พร้อมสื่อประกอบเช่นวิดีโอบันทึกการให้คำปรึกษา (สำหรับรูปแบบออนไลน์) นอกจากนี้ต้องจัดทำ ระบบติดตามความคืบหน้าโครงการในรูปแบบไฟล์ Excel ที่อ่านได้ด้วยเครื่อง (Machine Readable) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและรายงานผล

  • Q: โครงการมีกิจกรรมปิดโครงการอย่างไร?
    A: จะมีการจัดกิจกรรมปิดโครงการแบบ Hybrid (ทั้งออนไลน์และออฟไลน์) จำนวน 1 ครั้ง (ครึ่งวัน) เพื่อสรุปผลการดำเนินงานทั้งหมด และมีพิธีมอบ ใบประกาศนียบัตร ให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมการให้คำปรึกษาครบตามเกณฑ์

  • Q: โครงการนี้คำนึงถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างไร?
    A: อย่างเคร่งครัด ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนหรือแนวทางการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลของผู้ประกอบการและข้อมูลโครงการทั้งหมด โดยต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและเป็นไปตาม PDPA การผลิตคลิปวิดีโอก็ต้องได้รับความยินยอมและปฏิบัติตาม PDPA เช่นกัน

  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอะไรบ้างสำหรับการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปและปิดโครงการ?
    A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบทั้งหมด ได้แก่ ค่าสถานที่ (ต้องได้รับความเห็นชอบจาก สขญ.) อุปกรณ์ สื่อ เวที Backdrop ป้าย PDPA อาหารว่าง เครื่องดื่ม อาหารกลางวัน (สำหรับผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 80 คน/ครั้ง) ของที่ระลึก วิทยากร พิธีกร ช่างภาพ และบุคลากรสนับสนุน

  • Q: นอกจากรายงานแล้ว มีการสรุปโครงการในรูปแบบอื่นไหม?
    A: มี ผู้รับจ้างต้องจัดทำ คลิปวีดีโอสรุปโครงการ ความยาว 2-3 นาที (ระดับ Full HD) และคลิปวีดีโอ กรณีศึกษาผู้ประกอบการตัวอย่าง อีกไม่น้อยกว่า 4 ตัวอย่าง (ความยาวไม่น้อยกว่า 1.30 นาทีต่อคลิป) ในทั้งรูปแบบแนวนอนและแนวตั้ง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างเหมาจัดกิจกรรมส่งเสริมและให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ด้านข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล หรือปัญญาประดิษฐ์ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

  1. ความเป็นมา
    ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เป็นภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของไทย ซึ่งมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (GDP SME) ประมาณ 1 ใน 3 ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) (อ้างอิง: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), รายงานสถานการณ์ SME ปี 2568) SME จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งด้านการ สร้างรายได้ เป็นแหล่งการจ้างงาน และเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ มีบทบาท สำคัญต่อการกระตุ้นให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต และความเข้มแข็งของผู้ประกอบการ SME จะช่วยเสริมศักยภาพใน การแข่งขันของประเทศบนเวทีการค้าโลก
    แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566–2580) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ประเด็นที่ 08 “ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่” กำหนดเป้าหมายในการยกระดับผู้ประกอบการในทุกระดับให้เป็น ผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มมากขึ้น และได้กำหนดค่าเป้าหมายด้าน เศรษฐกิจที่สำคัญ คือ การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (GDP SME) ต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ให้มีระดับไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในช่วงปี พ.ศ. 2576–2580 ซึ่งเป็น ตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการเร่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME รวมถึงการพัฒนาโครงสร้าง และกลไกสนับสนุนที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยในปี 2567 ประเทศไทยมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมใน ประเทศ (GDP) อยู่ที่ 18,578,916 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 624,248 ล้านบาท ขณะที่ GDP ของวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มีมูลค่า 6,480,184 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 34.9 ของ GDP รวม ซึ่ง ลดลงจากปีก่อนที่มีสัดส่วนร้อยละ 35.2 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 3.1 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 2.9 ในปี 2566 อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า SME จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่สัดส่วนต่อ GDP ยังลดลงจากปีก่อนหน้า (อ้างอิง: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), รายงานสถานการณ์ SME ปี 2568) ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องให้ความสำคัญกับการผลักดันให้ผู้ประกอบการยุคใหม่สามารถเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น มีการลงทุนเพิ่มขึ้น และมีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในประเทศและในระดับสากลที่สูงขึ้น รวมถึงได้รับการส่งเสริม
    1
    และพัฒนาทักษะความสามารถและความรู้เพื่อเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่จะรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี
    การพัฒนาความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศให้มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคงยั่งยืนนั้น ต้องการ การผลักดันให้ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Nation) เพราะข้อมูลจะช่วยกำกับการเปลี่ยนแปลง ให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมกับบริบท ซึ่งการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในประเทศได้มีทักษะและ มีเข้าใจการใช้ประโยชน์จากข้อมูลรวมถึงมีการนำเทคโนโลยีด้านข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล หรือ ปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินกิจการจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการ แข่งขัน
    สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ สขญ. เป็นหน่วยงานหลักของประเทศไทย ที่รับผิดชอบ ในการส่งเสริม สนับสนุน ด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ ในการแก้ไขปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการให้บริการ หรือการตัดสินใจในการกำหนดนโยบาย เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ตามวัตถุประสงค์มาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การ มหาชน) พ.ศ. 2566 สขญ. จึงได้เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม ได้รับการพัฒนาทักษะ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการนำเทคโนโลยีด้านข้อมูลขนาดใหญ่รวมถึง การวิเคราะห์ข้อมูล หรือปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินกิจการ จึงจัดให้มี “กิจกรรมส่งเสริมและให้ คำปรึกษากับผู้ประกอบการในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ภายใต้ชื่อ The UP 2026: Unlock Potential with Data & AI – Scaling up Business Program ซึ่งได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม ในภาคการผลิต การค้า และการบริการ ตามนิยามของ สสว. โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับ ศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ให้ก้าวสู่ ผู้ประกอบการยุคใหม่ ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ข้อมูล และ ปัญญาประดิษฐ์ (Data & AI) อย่างเป็นระบบ พร้อมการแก้ไขปัญหาและสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
    ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการแต่ละรายจะได้รับ (1) การแก้ไขปัญหาด้วยการใช้ ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อการดำเนินธุรกิจที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง (Practical Data Utilization) และ (2) ได้จัดทำแผนกลยุทธ์การใช้ข้อมูล (Data Roadmap) ที่เป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อรองรับการยกระดับ ศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ ให้ก้าวสู่ผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบ เศรษฐกิจของประเทศ และสามารถปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
    2

  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อพัฒนาทักษะให้กับผู้ประกอบการ เกิดความรู้ความเข้าใจ และสามารถนำเทคโนโลยีด้านข้อมูล ขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินกิจการได้จริง 2.2 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้สามารถประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีด้านข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ การวิเคราะห์ข้อมูล หรือปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการในการดำเนินกิจการ

  3. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพตามที่ประกาศ
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน ราคาอย่างเป็นธรรม
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคา ได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้

  4. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ
    3
    การเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม
    กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้

  5. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่ง ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

  6. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา

  7. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำ ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น
    4
    ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออก ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน

  8. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่ กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา

  9. กรณีตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
    (6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค)
    แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น
    จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์การทำงานที่สัมพันธ์กับหัวข้อที่ประกาศจ้างดังกล่าว มีมูลค่าของ ผลงานไม่น้อยกว่า 3,500,000.-บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาเดียว และทําสัญญาโดยตรงกับส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้และเป็นผลงานที่ดำเนินการ แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ผลงาน/ สัญญา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่ง เอกสารหนังสือรับรองผลงานหรือสําเนาสัญญามาประกอบการพิจารณาในวันยื่นข้อเสนอราคา
    5

  10. ขอบเขตของงาน
    การดำเนินงาน “จ้างเหมาจัดกิจกรรมส่งเสริมและให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการในการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีด้านข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล หรือปัญญาประดิษฐ์ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” โดยมี รายละเอียดดังนี้
    4.1 การจัดทำกรอบแนวทางการดำเนินงานและแผนการดำเนินโครงการ
    ผู้รับจ้างต้องจัดทำ “กรอบแนวคิดและแผนการดำเนินงานโครงการ” เพื่อใช้เป็นทิศทางในการ ออกแบบกิจกรรมทั้งหมดของโครงการ โดยต้องครอบคลุมหัวข้อ ดังต่อไปนี้
    4.1.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทำกรอบแนวคิดของโครงการ (Concept Framework / Project Theme) ที่มีความชัดเจน ครอบคลุม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ โดยต้อง แสดงให้เห็นถึงทิศทางของการดำเนินงานตลอดโครงการ โดยให้ระบุสาระสำคัญอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
    4.1.1.1 การกำหนดแนวคิดหลักโครงการ (Project Theme): ผู้รับจ้างต้องเสนอแนวคิดหลัก ที่สะท้อนเป้าหมายของโครงการในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ผ่านการ
    ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์
    4.1.1.2 เหตุผลและความจำเป็นของโครงการ: ผู้รับจ้างต้องวิเคราะห์บริบท ความจำเป็น และโอกาสของ SME ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลขนาดใหญ่ การ
    วิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์โดยอ้างอิงแนวโน้มเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และ
    นโยบายภาครัฐ รวมถึงสรุปปัญหาและความท้าทายที่โครงการมีเป้าหมายเข้ามา
    แก้ไข เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าของการดำเนินโครงการ
    4.1.1.3 การกำหนดกลุ่มเป้าหมายและผลลัพธ์/ผลกระทบเชิงธุรกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Business Impacts): ผู้รับจ้างต้องระบุกลุ่มเป้าหมายของผู้ประกอบการ SME ที่เหมาะสมกับโครงการนี้พร้อมอธิบายผลลัพธ์/ผลกระทบเชิงธุรกิจที่คาดว่าจะ
    เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการ
    4.1.1.4 ข้อความสื่อสารหลักของโครงการ (Key Message): ผู้รับจ้างต้องจัดทำข้อความ สื่อสารหลักของโครงการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหลัก โดยข้อความต้องมีความ
    ชัดเจน สะท้อนวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ
    4.1.1.5 แนวคิดการประเมินผลโครงการ (Outcome-based Concept): ผู้รับจ้างต้อง เสนอแนวคิดการประเมินผลโครงการ ที่สามารถสะท้อนระดับความสำเร็จของ
    โครงการและผลลัพธ์ต่อผู้ประกอบการได้อย่างชัดเจน
    6
    4.1.2 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการดำเนินงานโครงการที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมตลอดระยะเวลา โครงการ โดยจัดทำเป็นตาราง Gantt Chart ระบุระยะเวลาในการดำเนินงานแต่ละกิจกรรม และระบุรูปแบบการจัดกิจกรรม เช่น ออนไลน์ออฟไลน์ และ Hybrid เป็นต้น
    4.1.3 ผู้รับจ้างต้องออกแบบรูปแบบการจัดกิจกรรมตลอดโครงการให้สอดคล้องกับความเป็นมา วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และขอบเขตการดำเนินงานของโครงการ การออกแบบต้องมี องค์ประกอบที่ครอบคลุม แนวคิด วิธีการ/รูปแบบ เนื้อหา ระยะเวลา สถานที่ และผลลัพธ์ที่ คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยรวมถึงกิจกรรมหลักดังต่อไปนี้:
    4.1.3.1 การรับสมัครและคัดเลือกผู้ประกอบการ
    4.1.3.2 กิจกรรมปฐมนิเทศ
    4.1.3.3 กิจกรรมส่งเสริมและให้คำปรึกษา
    4.1.3.4 กิจกรรมปิดโครงการ
    4.1.4 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนประชาสัมพันธ์เพื่อประกาศรับสมัครและเชิญชวนเข้าร่วมโครงการให้ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุมกลยุทธ์ ช่องทางการสื่อสาร Concept/ Theme/ Key Visual และเนื้อหาที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ
    4.1.5 ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนหรือแนวทางการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลของผู้ประกอบการ และข้อมูลโครงการทั้งหมด รวมถึงมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและความลับของ ข้อมูล โดยต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสมต่อการดำเนินโครงการ
    ทั้งนี้ ในการดำเนินการตามข้อ 4.1 ต้องได้รับความเห็นชอบจาก สขญ. (ผู้รับผิดชอบโครงการ)
    4.2 การประชาสัมพันธ์ การรับสมัคร และการคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ ผู้รับจ้างต้องประชาสัมพันธ์โครงการ ดำเนินการรับสมัคร และดำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มี ศักยภาพเพื่อเข้าสู่กิจกรรมให้คำปรึกษาจำนวนไม่น้อยกว่า 50 ราย (บริษัท) และผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก สำรอง จำนวนไม่น้อยกว่า 5 ราย (บริษัท) โดยมีรายละเอียดดังนี้
    4.2.1 ผู้รับจ้างต้องออกแบบวิธีการคัดเลือกผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการ เกณฑ์และวิธีการ ประเมินศักยภาพ รวมถึงขั้นตอนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อให้สามารถคัดเลือกผู้ประกอบการที่มี ศักยภาพเข้าร่วมโครงการ โดยวิธีการและกระบวนการคัดเลือกนั้นต้องเป็นวิธีการที่เหมาะสม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
    7
    4.2.2 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการในรูปแบบออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ หรือ Hybrid เพื่อให้คณะกรรมการฯ สามารถกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัคร/ กลุ่มเป้าหมาย หลักเกณฑ์ และวิธีการคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ ตามที่ออกแบบ ในข้อ 4.2.1 ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างเป็น ผู้แต่งตั้งคณะกรรมการฯ จำนวนไม่น้อยกว่า 5 ท่าน ซึ่ง ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนจาก สขญ. และผู้รับจ้างเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดประชุมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
    4.2.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทำสื่อและเครื่องมือประชาสัมพันธ์ตาม Concept/ Theme/ Key Visual และ เนื้อหาที่ออกแบบไว้ในข้อ 4.1.1 และตามที่คณะกรรมการกำหนดในข้อ 4.2.2 โดยต้องออกแบบ อาร์ตเวิร์ก (Artwork) และจัดทำสื่อ/เครื่องมือประชาสัมพันธ์โครงการและการรับสมัคร เช่น ภาพกราฟิก แบนเนอร์ อินโฟกราฟิก อัลบั้มภาพ Cover Photo แบ็กกราวนด์ หรือเนื้อหาอื่นๆ จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ชิ้น พร้อมจัดทำคำบรรยาย (Caption) (ถ้ามี)
    4.2.4 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการประชาสัมพันธ์และรับสมัครผู้ประกอบการตามแผนที่กำหนดในข้อ 4.1.4และระบุช่องทางการรับสมัครตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด โดยผู้รับจ้างต้องดำเนินการรับสมัคร ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการฯ กำหนดไว้ ในข้อ 4.2.2 เพื่อให้คณะกรรมการฯ สามารถคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ จำนวน ไม่น้อยกว่า 50 ราย (บริษัท) และผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกสำรอง จำนวนไม่น้อยกว่า 5 ราย (บริษัท)
    4.2.5 ผู้รับจ้างต้องบันทึกข้อมูลผู้ประกอบการจากแบบฟอร์มสมัครให้อยู่ในรูปแบบตาราง (Tabular Format) ที่สามารถอ่านและประมวลผลด้วยเครื่อง (Machine-Readable)
    4.2.6 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของใบสมัครเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และจัดทำสรุปผลการรับสมัครตั้งแต่วันเปิดจนถึงวันปิดรับสมัคร
    4.2.7 ผู้รับจ้างต้องจัดประชุมคณะกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการในรูปแบบออนไลน์ หรือออฟไลน์ หรือHybrid เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการตามหลักเกณฑ์ในข้อ 4.2.2 โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการประชุม
    4.2.8 ผู้รับจ้างต้องแจ้งผลการคัดเลือกให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 4.2.9 ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานสรุปผลการคัดเลือกผู้ประกอบการ ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัคร การพิจารณา จนถึงการได้รายชื่อผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ
    8
    4.3 จัดกิจกรรมส่งเสริมและให้คำปรึกษาผู้ประกอบการ
    4.3.1 ผู้รับจ้างต้องส่งแบบฟอร์มยืนยันเข้าร่วมโครงการให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก โดย ต้องมีผู้ประกอบการยืนยันเข้าร่วมโครงการ จำนวนไม่น้อยกว่า 50 ราย (บริษัท)
    4.3.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาที่ปรึกษา (Mentor)/ ผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและ มีประสบการณ์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง พร้อมแนบประวัติย่อที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญ จำนวนไม่ น้อยกว่า 10 ท่าน โดยต้องมีประสบการณ์ทำงานลักษณะที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของงานไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในการดำเนินการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ ที่ปรึกษา/ ผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวจะต้อง ได้รับความเห็นชอบจากผู้รับผิดชอบของ สขญ. ก่อนเริ่มดำเนินการตามข้อ 4.3.8 และในกรณีที่ มีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงที่ปรึกษา/ ผู้เชี่ยวชาญ ในระหว่างการดำเนินการตามขอบเขต ของงานตามข้อ 4 นี้ ให้ผู้รับจ้างเสนอ สขญ. (ผู้รับผิดชอบโครงการ) เห็นชอบก่อนดำเนินการ
    เป็นรายกรณีไป
    4.3.3 ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่และทีมงานสำหรับกิจกรรมให้คำปรึกษารายกิจการให้เพียงพอเพื่อ สนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
    4.3.4 ผู้รับจ้างต้องจัดกิจกรรมปฐมนิเทศ (Orientation Day) ให้ผู้ประกอบการที่ยืนยันเข้าร่วมโครงการ ในรูปแบบออนไลน์ ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงรายละเอียด โครงการ และเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมหรือโปรแกรมต่อไป
    4.3.5 ผู้รับจ้างต้องประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการแต่ละรายในรูปแบบสัมภาษณ์เพื่อวิเคราะห์ สภาพปัญหา (Pain Point) และสถานการณ์ของกิจการ ก่อนเริ่มกระบวนการให้คำปรึกษาราย กิจการ ข้อมูลดังกล่าวจะใช้ประกอบการวางแผนและกำหนดแนวทางให้คำปรึกษาที่เหมาะสม กับระดับความพร้อมและความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย
    4.3.6 ผู้รับจ้างต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการในรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) แบบเต็มวัน ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ (Hybrid) จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง เพื่อตรียมความพร้อม ให้ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกก่อนเข้าสู่กระบวนการให้คำปรึกษารายกิจการ โดยมุ่งเน้น การสร้างความรู้และทักษะด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์และทักษะที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียดดังนี้
    4.3.6.1 ครั้งที่ 1: จัดอบรมเพื่อปูพื้นฐานความรู้ ภาพรวมของการใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูล การ วิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ในธุรกิจ พร้อมชี้แจงขั้นตอนการเข้าร่วมกิจกรรม ของโครงการ ผู้รับจ้างต้องออกแบบและดำเนินการประเมินความรู้ ทักษะพื้นฐาน
    9
    และความต้องการพัฒนาของผู้ประกอบการ เพื่อนำผลการประเมินมาจัดกลุ่มสำหรับ กิจกรรมครั้งที่ 2
    4.3.6.2 ครั้งที่ 2: จัดอบรมแบบแบ่งกลุ่มตามระดับทักษะ ความรู้พื้นฐาน และความต้องการ ของผู้ประกอบการที่ได้จากการประเมินครั้งที่ 1 เพื่อให้เนื้อหาและกิจกรรมเหมาะสม กับศักยภาพของแต่ละกลุ่ม โดยแบ่งเป็นอย่างน้อย 2 กลุ่ม พร้อมจัดทำเนื้อหา วิทยากร และห้องอบรมแยกตามกลุ่ม
    4.3.6.3 ผู้รับจ้างต้องจัดหาอาหารว่าง เครื่องดื่ม และอาหารกลางวัน สำหรับผู้เข้าร่วมไม่น้อย กว่า 80 คนต่อครั้ง
    4.3.6.4 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วม โดยมีตราสัญลักษณ์ของ สขญ. จำนวนไม่น้อยกว่า 80 ชิ้น ทั้งนี้ ของที่ระลึกดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจาก สขญ. (ผู้รับผิดชอบโครงการ)
    4.3.6.5 ผู้รับจ้างต้องจัดหาวิทยากร พิธีกร ทีมงานเจ้าหน้าที่ ช่างภาพ และบุคลากรสนับสนุน อื่นๆ ให้เพียงพอและเหมาะสม
    4.3.6.6 ผู้รับจ้างต้องจัดหาสถานที่จัดงานให้เหมาะสมกับรูปแบบของกิจกรรม สามารถรองรับ ผู้เข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดีโดยสถานที่ ต้องได้รับความเห็นชอบ จาก สขญ. (ผู้รับผิดชอบโครงการ)
    4.3.6.7 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ สื่อ และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการดำเนิน กิจกรรมอย่างเพียงพอและเหมาะสม รวมถึงเวที Backdrop และป้ายประชาสัมพันธ์ PDPA
    4.3.6.8 ผู้รับจ้างต้องบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวบรรยากาศของกิจกรรม และวีดีโอจาก กิจกรรมผ่านออนไลน์
    4.3.6.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินความพึงพอใจผู้เข้าร่วมกิจกรรม และจัดทำรายงาน สรุปผลการประเมิน
    4.3.7 ผู้รับจ้างต้องจัดประชุมเพื่อนำเสนอสรุปผลการวิเคราะห์สภาพปัญหา (Pain Point) และ สถานการณ์ของกิจการ ที่ได้จากข้อ 4.3.5 และ4.3.6 และนำเสนอเแผนการจัดที่ปรึกษา/ ผู้เชี่ยวชาญสำหรับผู้ประกอบการที่แต่ละกิจการ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ในรูปแบบออนไลน์ หรือออฟไลน์หรือHybrid ทั้งนี้ในการจัดที่ปรึกษา/ ผู้เชี่ยวชาญให้พิจารณาจากความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ที่สอดคล้องและมีความเข้าใจในกิจการประเภทนั้น เพื่อให้การให้คำปรึกษา เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
    10
    4.3.8 ผู้รับจ้างต้องจัดประชุมเตรียมความพร้อมระหว่างที่ปรึกษา/ ผู้เชี่ยวชาญ กับเจ้าหน้าที่ทีมงาน ผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ในรูปแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน แผนการทำงาน ขอบเขตงาน บทบาทหน้าที่ของ แต่ละฝ่าย และสรุปผล โดยผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบการประชุม จัดทำรายงาน สรุปผลการประชุม และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในการจัดประชุม
    4.3.9 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดกิจกรรมให้คำปรึกษาผู้ประกอบการรายกิจการ โดยมีรายละเอียดการ ดำเนินการที่ครอบคลุมอย่างน้อย ดังนี้
    4.3.9.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทำ (ร่าง) แผนการให้คำปรึกษารายกิจการ สำหรับผู้ประกอบการแต่ละ ราย โดยแผนต้องระบุอย่างน้อยดังนี้ประเด็นหรือปัญหาหลักของกิจการ (Pain Point) เป้าหมายการให้คำปรึกษา แนวทางหรือหัวข้อสำคัญที่จะให้คำปรึกษา รวมถึงระบุที่ ปรึกษาและทีมงานผู้รับผิดชอบ
    4.3.9.2 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกกับผู้ประกอบการ จำนวนชั่วโมงรวม ไม่น้อยกว่า400 ชั่วโมง
    4.3.9.3 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกกับผู้ประกอบการรายกิจการในรูปแบบ ออนไลน์ หรือออฟไลน์ โดยพิจารณาตามความเหมาะสม
    4.3.9.4 ผู้รับจ้างต้องบันทึกผลการให้คำปรึกษาผู้ประกอบการทุกครั้ง จัดทำเป็นรายงานสรุป พร้อมสื่อประกอบ เช่น วิดีโอบันทึกการให้คำปรึกษาออนไลน์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานการ ให้คำปรึกษา
    4.3.9.5 ผู้รับจ้างต้องจัดทำระบบติดตามความคืบหน้าโครงการในรูปแบบไฟล์ Excel ที่อ่านได้ ด้วยเครื่อง (Machine Readable) เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล
    4.3.9.6 ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานสรุปผลการให้คำปรึกษาของผู้ประกอบการเป็นรายกิจการใน รูปแบบรายงาน และส่งมอบให้ผู้ประกอบการในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมแสดง หลักฐานการส่งมอบ โดยรายงานต้องครอบคลุมเนื้อหาอย่างน้อย ได้แก่ ข้อมูล ผู้ประกอบการ ปัญหาหลัก (Pain point) ของกิจการก่อนเข้าร่วมโครงการ การ สนับสนุนและคำปรึกษาที่ได้รับ (แนวทางการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากข้อมูล) กิจกรรม ที่ดำเนินการ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการ ทั้งในด้าน ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบเชิงธุรกิจ (Business Impact)
    4.3.9.7 ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ประกอบการจัดทำแผนกลยุทธ์การใช้ข้อมูล (Data Roadmap) ร่วมกับที่ปรึกษา/ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางการใช้ประโยชน์จาก ข้อมูลอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
    11
    4.3.9.8 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินความพึงพอใจของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมให้ คำปรึกษารายกิจการ และจัดทำรายงานสรุปผลการประเมิน
    4.4 การจัดกิจกรรมปิดโครงการ
    ผู้รับจ้างต้องจัดกิจกรรมปิดโครงการ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง (ครึ่งวัน เช้าหรือบ่าย) ทั้งในรูปแบบ ออฟไลน์และออนไลน์ (Hybrid) เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและการให้คำปรึกษา โดยมีรายละเอียด ครอบคลุมดังนี้
    4.4.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาอาหารว่าง เครื่องดื่ม และอาหารกลางวัน สำหรับผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 80 คน
    4.4.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาวิทยากร พิธีกร ทีมงานเจ้าหน้าที่ ช่างภาพ และบุคลากรสนับสนุนอื่นๆ ให้เพียงพอและเหมาะสม
    4.4.3 ผู้รับจ้างต้องจัดหาสถานที่จัดงานให้เหมาะสมกับรูปแบบของกิจกรรม สามารถรองรับ ผู้เข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดีโดยสถานที่ ต้องได้รับความเห็นชอบ จาก สขญ. (ผู้รับผิดชอบ โครงการ)
    4.4.4 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ สื่อ และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการดำเนินกิจกรรม อย่างเพียงพอและเหมาะสม รวมถึงเวที Backdrop และป้ายประชาสัมพันธ์ PDPA 4.4.5 ผู้รับจ้างต้องบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวบรรยากาศของกิจกรรม และวีดีโอจากกิจกรรม ผ่านออนไลน์
    4.4.6 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมใบประกาศนียบัตรเพื่อมอบให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมการให้ คำปรึกษาครบตามเกณฑ์ที่ สขญ.กำหนด
    4.4.7 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินความพึงพอใจผู้เข้าร่วมกิจกรรม และจัดทำรายงานสรุปผล การประเมิน
    4.5 การประเมินผลโครงการ
    ผู้รับจ้างต้องดำเนินการประเมินผลโครงการตามแนวคิดที่เสนอในข้อ 4.1.1.5
    4.6 การจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์(Final Report)
    ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์(Final Report) ประกอบด้วยเนื้อหาอย่างน้อยดังนี้ 4.6.1 บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
    4.6.2 รายงานผลการดำเนินงานโครงการ ตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดโครงการ โดยครอบคลุมเนื้อหาตาม ขอบเขตของงานในข้อ 4 ทั้งนี้ ต้องมีรายงานสรุปกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ผลการ
    12
    ดำเนินงาน (ระยะเวลา จำนวนชั่วโมงที่ใช้ทั้งหมด ประเด็นปัญหาหลักของผู้ประกอบการและ หัวข้อที่สำคัญที่ให้คำปรึกษา) ผลผลิต ผลลัพธ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม มูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ.(คาดการณ์).ปัญหาและอุปสรรคข้อเสนอแนะเพื่อใช้เป็น แนวทางแก้ไขปรับปรุงสำหรับการดำเนินงานในอนาคต พร้อมสรุปข้อมูลธุรกิจและข้อมูล ติดต่อของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการไว้เป็นส่วนประกอบของรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ด้วย
    4.7 การจัดทำคลิปวีดีโอ
    4.7.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการสัมภาษณ์และจัดทำคลิปวีดีโอกรณีตัวอย่างของผู้ประกอบการที่เข้าร่วม โครงการ จำนวนไม่น้อยกว่า 4 ตัวอย่าง ทั้งนี้จะต้องมีการนำส่งสคริปต์ หรือหัวข้อการสัมภาษณ์ ให้ทาง สขญ.พิจารณาก่อนดำเนินการ โดยมีความยาวไม่น้อยกว่า 1.30 นาทีต่อคลิป และจัดทำ ทั้งในรูปแบบแนวตั้ง (9:16) และแนวนอน (16:9) เนื้อหา ภาพ และเสียงต้องเป็นลิขสิทธิ์ถูกต้อง ตามกฎหมาย และการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประกอบการต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด
    4.7.2 ผู้รับจ้างต้องจัดทำคลิปวีดีโอ ระดับ Full HD เพื่อสรุปและประมวลผลภาพรวมโครงการ ความ ยาวไม่น้อยกว่า 2 นาทีแต่ไม่เกิน 3 นาทีเนื้อหา ภาพ และเสียงต้องเป็นลิขสิทธิ์ถูกต้องตาม กฎหมาย และการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประกอบการต้องปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้จะต้องมีการ นำส่งสคริปต์หรือ Story Board ให้ทาง สขญ.พิจารณาก่อนดำเนินการ
    4.8 การดำเนินงานอื่นๆ
    4.8.1 ผู้รับจ้างต้องจัดเก็บรวบรวมเอกสารที่ใช้ตลอดโครงการ เช่น เอกสารที่เป็นสื่อการสอน/ ให้ คำปรึกษาแนะนำ เป็นต้น ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
    4.8.2 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการดำเนินโครงการทั้งหมด

  11. กำหนดระยะเวลาส่งมอบงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานทั้งหมดภายในระยะเวลา 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    13

  12. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    6.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น 6.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมานำเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคด้วยวาจาต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ตามวันและเวลาที่สถาบันฯกำหนด ในเอกสารประกาศเชิญชวน รายละ ไม่เกิน 35 นาที และตอบข้อซักถาม 15 นาที
    6.3ผู้ว่าจ้างโดยคณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอ แนวคิดและการดำเนินงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และคาดว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ ว่าจ้าง โดย คณะกรรมการฯ สามารถต่อรองราคาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ผลการ ตัดสินของคณะกรรมการฯ เป็นที่สิ้นสุด
    6.4การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สขญ. จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่ กำหนด ดังนี้

  1. ราคาที่ยื่นเสนอ กำหนดค่าน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20
  2. ข้อเสนอทางด้านเทคนิค กำหนดค่าน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 80
    เกณฑ์ข้อเสนอทางด้านเทคนิค (น้ำหนักร้อยละ 80) ประกอบด้วย
    (1) กรอบแนวคิดโครงการ ร้อยละ 15
    (2) แผนการดำเนินงาน ขั้นตอน และรูปแบบการจัดกิจกรรม ร้อยละ 35
    (3) ความเหมาะสมของที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ ร้อยละ 20
    (4) ผลงานและประสบการณ์ ร้อยละ 10
    การกำหนดเกณฑ์คะแนนเพื่อใช้ในการประเมินการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอต้อง ผ่านเกณฑ์ข้อเสนอทางด้านเทคนิค ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนทางด้านเทคนิค และผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ดังกล่าวจะไม่ได้รับการพิจารณาราคา มีรายละเอียดการให้คะแนน ดังนี้
  1. กรอบแนวคิดโครงการ น้ำหนักร้อยละ 15 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
    เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
    คะแนน
    วิธีประเมิน
    กรอบแนวคิดของโครงการ ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน ที่มีความชัดเจน ครอบคลุม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ของโครงการ มีรายละเอียดที่เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ มีความโดดเด่น และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
    100
    ตรวจจากเอกสาร
    ข้อเสนอและการ
    นำเสนอของผู้ยื่น
    ข้อเสนอ โดยประเมิน

14
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
กรอบแนวคิดของโครงการ ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน มีความ ชัดเจน ครอบคลุม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของ โครงการ
80
จากความครบถ้วน
และคุณภาพของ
เนื้อหา ตาม TOR ข้อ 4.1.1
กรอบแนวคิดของโครงการ ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน
60
กรอบแนวคิดของโครงการ ไม่ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน
0

  1. แผนการดำเนินงาน ขั้นตอน และรูปแบบการจัดกิจกรรม น้ำหนักร้อยละ 35 มีรายละเอียดการให้ คะแนนดังนี้
    เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
    คะแนน
    วิธีประเมิน
    มีแผนและขั้นตอนการดำเนินงาน ครบถ้วนตามขอบเขตงานข้อที่ 4.1.2- 4.1.5 มีความสอดคล้องกับความเป็นมา วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และ ขอบเขตการดำเนินงานของโครงการ มีการออกแบบครอบคลุม แนวคิด วิธีการ/รูปแบบ เนื้อหา ระยะเวลา สถานที่ และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะ เกิดขึ้น และมีความเหมาะสม ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการ ดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่โดดเด่น และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็น รูปธรรม
    100
    ตรวจจากเอกสาร
    ข้อเสนอและการ
    นำเสนอของผู้ยื่น
    ข้อเสนอที่แสดงให้เห็น ว่าผู้ยื่นข้อเสนอ
    สามารถดำเนินงานที่มี คุณภาพไม่น้อยกว่าที่ เสนอมาในเอกสาร
    ข้อเสนอ โดยประเมิน จากความครบถ้วนและ คุณภาพของเนื้อหา
    ตาม TOR 4.1.2-
    4.1.5 ทั้งนี้ การ
    เห็นชอบรายละเอียดใน การดำเนินการให้
    เป็นไปตามเงื่อนไขที่ กำหนดไว้ในขอบเขต งานจ้าง (TOR) ข้อ 4
    มีแผนและขั้นตอนการดำเนินงาน ครบถ้วนตามขอบเขตงานข้อที่ 4.1.2- 4.1.5 มีความสอดคล้องกับความเป็นมา วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และ ขอบเขตการดำเนินงานของโครงการ มีการออกแบบครอบคลุม แนวคิด วิธีการ/รูปแบบ เนื้อหา ระยะเวลา สถานที่ และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะ เกิดขึ้น
    80
    มีแผนและขั้นตอนการดำเนินงานครบถ้วนตามขอบเขตงานข้อที่ 4.1.2- 4.1.5
    60
    ไม่มีแผนและขั้นตอนการดำเนินงานที่ครบถ้วนตามขอบเขตงานข้อที่ 4.1.2-4.1.5
    0

15
3. ความเหมาะสมของที่ปรึกษา/ ผู้เชี่ยวชาญ น้ำหนักร้อยละ 20 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
เสนอจำนวนที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ ในโครงการ ที่มีประสบการณ์ไม่น้อย กว่า5 ปี จำนวน 12 ท่าน ขึ้นไป โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • มีปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ อย่างน้อย 8 ท่าน มีประสบการณ์ 8 ปี ขึ้นไป - มีปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ อย่างน้อย6 ท่าน มีประสบการณ์ 8 ปี ขึ้นไป
    100
    90
    ตรวจจากเอกสาร
    ข้อเสนอและการ
    นำเสนอของผู้ยื่น
    ข้อเสนอโดยให้นำเสนอ ตัวอย่างรายชื่อที่
    ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ ที่สามารถจัดหาได้ซึ่งมี ประสบการณ์ใน
    ลักษณะที่เกี่ยวข้องและ สอดคล้องกับ
    วัตถุประสงค์ของงาน จ้างตามขอบเขตงาน (TOR) อย่างน้อย 10 ราย เพื่อให้ สขญ.
    มั่นใจได้ว่าผู้ยื่น
    ข้อเสนอสามารถจัดหา ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์และ
    จำนวนไม่น้อยกว่าที่ เสนอมาในเอกสาร
    ข้อเสนอ
    ซึ่งคณะกรรมการจะ พิจารณาให้คะแนนจาก จำนวนที่ปรึกษา /
    ผู้เชี่ยวชาญ และ
    จำนวนปีของ
    เสนอจำนวนที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ ในโครงการดังนี้
  • ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ อย่างน้อย12 ท่าน มีประสบการณ์ 5 –8 ปี - ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ อย่างน้อย 11 ท่าน มีประสบการณ์ 5–8 ปี
    80
    70
    เสนอจำนวนที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ ในโครงการ จำนวน 10 ท่าน และ ทุกท่านมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    60
    เสนอจำนวนที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ ในโครงการจำนวนน้อยกว่า 10 ท่าน หรือเสนอจำนวนที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 10 ท่าน แต่มีผู้ที่มี ประสบการณ์ไม่ครบ 5 ปี
    0

16
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน

ประสบการณ์ตามที่ 

ผู้ยื่นข้อเสนอได้
เสนอมา ทั้งนี้ การ
เห็นชอบรายชื่อที่
ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ ให้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่ กำหนดไว้ในขอบเขต งานจ้าง (TOR) ข้อ 4

  1. ผลงานและประสบการณ์ น้ำหนักร้อยละ 10 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
    เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
    คะแนน
    วิธีประเมิน
    จำนวนตั้งแต่3 ผลงาน ขึ้นไป
    100
    พิจารณาจากเอกสาร หนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาหรือ สำเนาใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง ที่มีมูลค่าของผลงานไม่ น้อยกว่า 3,500,000 บาท (สามล้านห้าแสน บาทถ้วน) และเป็น
    ผลงานที่แล้วเสร็จ
    ภายในระยะเวลาไม่ เกิน 5 ปี
    จำนวนตั้งแต่ 2 ผลงาน
    80
    จำนวนตั้งแต่ 1 ผลงาน
    60

  2. วงเงินงบประมาณ
    งบประมาณประจำปี 2569เป็นเงินจำนวน 7,000,000.00 บาท (เจ็ดล้านบาทถ้วน)ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ไว้แล้ว
    17

  3. งวดงานและการจ่ายเงิน
    8.1 งวดงาน/การส่งมอบ แบ่งออกเป็น 3 งวด ดังนี้
    งานงวดที่ 1: ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานงวดที่ 1 ในรูปแบบรูปเล่มรายงานจำนวน 1ชุดและบันทึกเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในสื่อบันทึกข้อมูลหรือรูปแบบอื่นตามที่ ผู้ว่าจ้างกำหนด ประกอบด้วย การจัดทำกรอบแนวทางการดำเนินงานและแผนการดำเนินโครงการ (ตาม ขอบเขตของงานข้อ 4.1)
    งานงวดที่ 2: ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานงวดที่2 ในรูปแบบรูปเล่มรายงานจำนวน 1ชุดและบันทึกเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในสื่อบันทึกข้อมูลหรือรูปแบบอื่นตามที่ ผู้ว่าจ้างกำหนด ประกอบด้วยการประชาสัมพันธ์ การรับสมัคร และคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ (ตามขอบเขตงานข้อ 4.2)
    งานงวดที่ 3: ภายใน 270 วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานงวดที่ 3 (ครั้งสุดท้าย) ในรูปแบบรูปเล่มรายงานจำนวน 1 ชุด เฉพาะข้อ (1) และบันทึกเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในสื่อ บันทึกข้อมูลหรือรูปแบบอื่นตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ประกอบด้วย ดังนี้
    (1) การจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) (ตามขอบเขตงานข้อ 4.6)
    (2) การจัดทำคลิปวีดีโอ (ตามขอบเขตงานข้อ 4.7)
    (3) เอกสารประกอบตลอดโครงการ เช่น สื่อการสอนหรือสื่อให้คำปรึกษา ในรูปแบบไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์(ตามขอบเขตงานข้อ 4.8.1)
    8.2 การจ่ายเงิน
    ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินซึ่งเป็นเงินบาทโดยตรงให้แก่ผู้รับจ้าง โดยผู้ว่าจ้างฯ จะจ่ายค่าจ้างให้ภายหลังจาก ผู้รับจ้างได้ส่งมอบผลงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับผลงานดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดการจ่ายเงินค่าจ้าง จำนวน 3 (สาม) งวด ดังนี้
    งวดที่ 1กำหนดจ่ายค่าจ้างร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 1 ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบรายงานดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว งวดที่ 2กำหนดจ่ายค่าจ้างร้อยละ 40 ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 2 ภายใน 180วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบรายงานดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว งวดที่ 3(งวดสุดท้าย) กำหนดจ่ายค่าจ้างร้อยละ 50 ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 3 (ครั้งสุดท้าย) ภายใน 270 นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบรายงานดังกล่าว เรียบร้อยแล้ว
    18

  4. อัตราค่าปรับ
    หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับ ให้แก่สขญ. เป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์)ของมูลค่าสัญญาจ้าง แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท

  5. กรรมสิทธิ์ในข้อมูล เอกสาร และรายงาน
    ข้อมูล เอกสาร ผลการศึกษาวิเคราะห์ และรายงาน ตลอดจนระบบทั้งหมดที่ผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ให้กับ สขญ. ตามขอบเขตการจ้างงาน (TOR) จะตกเป็นกรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ของ สขญ. โดยผู้รับจ้างจะต้องไม่ ส่งมอบข้อมูล เอกสาร ผลการศึกษาวิเคราะห์ และรายงาน ตลอดจนระบบทั้งหมดที่ได้จากการปฏิบัติงานนี้ ให้แก่ผู้ใดหรือนำไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับความยินยอมจาก สขญ.
    สิ่งต่าง ๆ ที่ผู้รับจ้างนำมาใช้ในการทำงานและส่งมอบให้แก่ สขญ. ตามขอบเขตการจ้างงาน (TOR) ฉบับนี้ จะต้องมีความเหมาะสมตามหลักวิชาการ รวมทั้งไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดี และไม่ละเมิด ลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลใด ถ้าหากสิ่งใดที่ผู้รับจ้างนำมาใช้ในการทำงานเป็นงานอันมี ทรัพย์สินทางปัญญา ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้ สขญ. มีสิทธิใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่มีข้อจำกัดตามเงื่อนไขที่ตาม ขอบเขตการจ้างงาน (TOR) ฉบับนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม และในกรณีที่มีบุคคลใดกล่าวอ้างว่า สขญ. ละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลนั้น ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเสียหาย ในเรื่องดังกล่าวทั้งสิ้น

  6. จรรยาบรรณของผู้รับจ้าง
    11.1 ห้ามมิให้ผู้รับจ้าง รวมถึง ลูกจ้าง บุคคลกร ที่ปรึกษา หรือบุคคลที่อยู่ในความดูแลของผู้รับจ้าง เปิดเผยข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลการค้าของผู้ว่าจ้าง บริษัทที่เข้าร่วมโครงการฯ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่ผู้รับจ้าง เข้าไปทำการสำรวจข้อมูล หรือข้อมูลอย่างใดๆ ที่ได้รับภายใต้ขอบเขตการจ้างงาน (TOR) ฉบับนี้ เว้นแต่จะ ได้รับการยินยอมจาก ผู้ว่าจ้าง หรือผู้เป็นเจ้าของข้อมูล
    11.2 กรณีที่ต้องแสดงข้อคิดเห็นแก่สาธารณชน ผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น ตามหลักวิชาการที่ไม่อ้างอิงหรือระบุถึงบริษัทที่เข้าร่วมโครงการฯ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่ผู้รับจ้างเข้าไปทำการ สำรวจข้อมูล (เว้นแต่ได้รับการยินยอมจากผู้เป็นเจ้าของข้อมูล) ตามที่ตนทราบอย่างถ่องแท้แก่สาธารณชนด้วย ความสัตย์จริง
    19

  7. สถานที่ติดต่อขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม
    สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)
    เลขที่ 234/432 ซอยลาดพร้าว 12
    ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
    ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]
    คณะกรรมการจัดทำรายละเอียดขอบเขตของาน
    ลงชื่อ…………………………………………. ประธานกรรมการ
    (นางสาวบุษรินทร์ ตานะ)

ลงชื่อ…………………………………….กรรมการ ลงชื่อ……………………………………กรรมการและเลขานุการ (นางสาวสิริรัตน์ จันทศรี) (นางสาวพฤกษมณ พิมพา)
20