ประกวดราคาจ้างวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมินการบริหารจัดการบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดโครงการจ้างวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกภายใต้กรอบ Quick Win เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายการกำกับติดตามประเมินผลบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ (evidences informed policy) และการใช้ประโยชน์จาก Big Data โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อวิเคราะห์ลักษณะการใช้บริการ ภาระงบประมาณ และปัจจัยที่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายของบริการสุขภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการและการเบิกจ่ายที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการวิเคราะห์ 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1) การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายบริการผู้ป่วยนอกของประชากรใน สปสช.เขต 13 กรุงเทพมหานคร โดยคำนึงถึงปัจจัยทางประชากร กลุ่มโรค และประเภทหน่วยบริการ เพื่อประมาณการอัตราจ่ายที่เหมาะสมให้กับศูนย์บริการสาธารณสุขหรือคลินิกชุมชนอบอุ่น 2) การวิเคราะห์การใช้บริการ ความเจ็บป่วย และการจ่ายชดเชยที่เกี่ยวข้องกับ adverse medical condition ซึ่งส่งผลกระทบต่องบประมาณบริการผู้ป่วยใน ครอบคลุมภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา ความผิดปกติจากหัตถการ และเหตุการณ์ภายนอก 3) การวิเคราะห์การใช้บริการและค่าใช้จ่ายสูง (high cost) ของบริการผู้ป่วยใน ทั้งในกลุ่มโรคที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากและกลุ่มโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงในปัจจุบัน
ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินกิจกรรมต่างๆ อาทิ การทบทวนวรรณกรรม การประชุมหารือกับผู้เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอผลต่อผู้บริหารเป็นระยะ และทำงานร่วมกับทีม สปสช. แบบ participatory action research ผลงานที่ต้องส่งมอบประกอบด้วยโครงการและแผนปฏิบัติการ ร่างรายงานผลการวิเคราะห์เบื้องต้น และรายงานผลการวิเคราะห์ฉบับสมบูรณ์พร้อมรายงานการถ่ายทอดองค์ความรู้
English summary
The National Health Security Office (NHSO) by the Monitoring and Evaluation Mission Group is hiring for an in-depth data analysis project to assess management based on empirical data for the fiscal year 2026. The project aims to analyze service utilization patterns, budget burdens from service compensation, and factors related to healthcare service costs under the Universal Coverage Scheme. The goal is to generate policy recommendations for improved service management and reimbursement efficiency.
The core scope of work includes three major analyses: 1) Analyzing outpatient service costs for the population in NHSO Zone 13 (Bangkok), considering demographic factors, disease groups, and facility types to estimate appropriate payment rates for public health centers or warm community clinics. 2) Analyzing service use, morbidity, and reimbursements related to adverse medical conditions impacting inpatient service budgets, covering treatment-related complications, procedure-induced disorders, and external causes. 3) Analyzing high-cost inpatient service utilization and expenditures, focusing on disease groups with significant cost increases historically and those currently incurring high costs.
The contractor is required to perform activities such as literature review, consultative meetings with stakeholders, data analysis and synthesis, periodic progress presentations to executives, and collaborative work with NHSO teams using a participatory action research approach. Key deliverables include the project proposal and action plan, a draft analysis report, and a final comprehensive analysis report with a knowledge transfer report.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และพื้นที่วิเคราะห์หลักคือ สปสช.เขต 13 กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อวิเคราะห์ลักษณะการใช้บริการ ภาระงบประมาณจากการจ่ายชดเชยค่าบริการ และปัจจัยที่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายของบริการ และข้อเสนอแนะการบริหารจัดการบริการและการเบิกจ่ายของบริการ
- วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้บริการแบบผู้ป่วยนอกของประชากรใน สปสช.เขต 13 กรุงเทพมหานคร สำหรับประมาณการอัตราจ่ายให้กับศูนย์บริการสาธารณสุขหรือคลินิกชุมชนอบอุ่นอย่างเหมาะสม เมื่อคำนึงถึงปัจจัยทางประชากรของผู้ป่วย กลุ่มโรคตามการวินิจฉัย และประเภทของหน่วยบริการ
- วิเคราะห์การใช้บริการ ความเจ็บป่วย และการจ่ายชดเชยที่เกี่ยวข้องกับ adverse medical condition ซึ่งมีผลกระทบต่องบประมาณของบริการแบบผู้ป่วยใน
- วิเคราะห์การใช้บริการ ความเจ็บป่วย และการจ่ายชดเชยค่าบริการแบบผู้ป่วยในที่มีค่าใช้จ่ายสูง (high cost) ซึ่งมีผลกระทบต่องบประมาณของบริการแบบผู้ป่วยใน
ขอบเขตของงาน
- การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก 3 ด้านหลัก:
- วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายบริการผู้ป่วยนอกใน สปสช.เขต 13 กรุงเทพมหานคร
- วิเคราะห์การใช้บริการและภาระงบประมาณจาก adverse medical conditions
- วิเคราะห์การใช้บริการและค่าใช้จ่ายสูง (high cost) ของบริการผู้ป่วยใน
- กิจกรรมประกอบด้วย:
- ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
- ประชุมหารือ/รับฟังความเห็น/ข้อเสนอ/โจทย์การศึกษาเพิ่มเติมกับผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบนโยบายและแนวทางการบริหารการจ่ายชดเชย
- วิเคราะห์ข้อมูลและสังเคราะห์ข้อเสนอเพื่อการติดตามและประเมินผลเป็นประจำต่อเนื่อง
- นำเสนอผลการวิเคราะห์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อทบทวนสถานการณ์/โจทย์เพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย
- ทีมวิจัยทำงานร่วมกับทีม สปสช.เขต 13 กรุงเทพมหานคร และทีมกลุ่มภารกิจกำกับติดตามประเมินผลของ สปสช. แบบ participatory action research
- การสื่อสารความก้าวหน้า:
- เสนอผลการวิเคราะห์ต่อคณะกรรมการและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยทุก 3 เดือน
- จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- งวดที่ 1 (ภายใน 15 วัน นับจากวันลงนามสัญญา): โครงการและแผนปฏิบัติการดำเนินงานโครงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมินการบริหารจัดการบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ ปีงบประมาณ 2569 (ส่งในรูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ใน Thumb drive จำนวน 5 ชุด)
- งวดที่ 2 (ภายใน 150 วัน นับจากวันลงนามสัญญา):
- “ร่าง” กรอบรายงานการนำเสนอผลการวิเคราะห์เพื่อการติดตามประเมิน ตามรายละเอียดขอบเขตงาน
- นำเสนอความก้าวหน้าหรือผลการวิเคราะห์เบื้องต้นต่อคณะกรรมการ/ผู้บริหาร
(ส่งในรูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ใน Thumb drive จำนวน 5 ชุด)
- งวดที่ 3 (สุดท้าย) (ภายใน 200 วัน นับจากวันลงนามสัญญา):
- รายงานผลการวิเคราะห์บริการผู้ป่วยนอกของ สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร
- รายงานผลการวิเคราะห์การใช้บริการ ความเจ็บป่วย และการจ่ายชดเชยที่เกี่ยวข้องกับ adverse medical condition และผู้ป่วยในที่มีค่าใช้จ่ายสูง (high cost)
- รายงานการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
(ส่งในรูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ใน Thumb drive จำนวน 5 ชุด)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินงานทั้งหมด: 200 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา
- กำหนดส่งมอบงานงวดที่ 1: ภายใน 15 วัน
- กำหนดส่งมอบงานงวดที่ 2: ภายใน 150 วัน
- กำหนดส่งมอบงานงวดที่ 3 (สุดท้าย): ภายใน 200 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ประสบการณ์: ต้องมีผลงานรับจ้างประเภทเดียวกันกับงานที่จ้างครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท ในสัญญาเดียวกัน เป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่ส่งมอบงานแล้วเสร็จจนถึงวันที่ยื่นเอกสารเสนอราคา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐหรือเอกชนที่สำนักงานเชื่อถือ
- ความรู้และความชำนาญ:
- ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่ (ฐานข้อมูลบริการอย่างน้อยปีละ 5 ล้าน record) เพื่อการวิเคราะห์
- ใช้วิธีทางสถิติที่เป็นมาตรฐานในการวิเคราะห์ข้อมูลการบริการสุขภาพรายบุคคล (Individual record)
- มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์เพื่อประเมินผลกระทบของระบบการจ่ายเงินผู้ป่วยในด้วยกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมและน้ำหนักสัมพัทธ์ (Diagnosis Related Groups: DRGs)
- มีความเชี่ยวชาญทางด้านระเบียบวิธีการศึกษา วิธีการทบทวนข้อมูล โครงสร้างฐานข้อมูลผู้ป่วย การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ และแปลผลจากฐานข้อมูลบริการระดับประเทศและพื้นที่เขตสุขภาพ
- ทีมงาน: ต้องมีรายชื่อทีมศึกษา/วิเคราะห์ ที่มีคุณสมบัติ/วุฒิการศึกษา สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ
- ข้อเสนอโครงการ (Proposal): ต้องจัดทำข้อเสนอโครงการตามโครงสร้างที่กำหนด (หลักการเหตุผล, วัตถุประสงค์, ขอบเขต, กรอบแนวคิด, ระยะเวลา, วิธีการศึกษา, แผนดำเนินงาน Gantt Chart, งบประมาณ, ผลผลิต, ผลที่คาดว่าจะได้รับ, รายชื่อทีมศึกษา)
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ (Price Performance) โดยคะแนนรวมน้ำหนักเท่ากับ 100 คะแนน
- ราคา (Price): น้ำหนัก 30%
- คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ (Technical Proposal): น้ำหนัก 70% (100 คะแนน) แบ่งการให้คะแนนดังนี้:
- เสนอความเป็นมาและวัตถุประสงค์โครงการ (10 คะแนน)
- เสนอกรอบแนวคิดการดำเนินงาน (Conceptual framework) และขอบเขตการดำเนินงาน (20 คะแนน)
- เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ (20 คะแนน)
- เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย (20 คะแนน)
- เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง (20 คะแนน)
- เสนอแผนการดำเนินงาน (Gantt chart) (10 คะแนน)
- ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด และมีเอกสารหลักฐานครบถ้วนก่อนจึงจะได้รับการพิจารณาคะแนนข้างต้น
ข้อกำหนดทางเทคนิค
โครงการนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) จากฐานข้อมูลบริการสุขภาพขนาดใหญ่ (Big Data) ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีข้อกำหนดทางเทคนิคหลักคือ:
- ข้อมูลที่วิเคราะห์: ข้อมูลบริการสุขภาพรายบุคคล (Individual record) ขนาดใหญ่ (อย่างน้อย 5 ล้าน record ต่อปี) ทั้งบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
- วิธีการวิเคราะห์: ต้องใช้วิธีการทางสถิติมาตรฐานและต้องมีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ระบบการจ่ายเงินด้วย Diagnosis Related Groups (DRGs)
- ขอบเขตการวิเคราะห์: มุ่งเน้นการวิเคราะห์เพื่อหาแบบแผน (Pattern) ความสัมพันธ์ (Correlation) และปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1) การประมาณการอัตราจ่ายผู้ป่วยนอกที่เหมาะสม 2) การวิเคราะห์ภาระจากภาวะแทรกซ้อนและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (adverse medical condition) 3) การวิเคราะห์โรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (High-Cost Conditions)
- วิธีการศึกษา: ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) ประกอบด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data Analysis) การทบทวนวรรณกรรม และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ปฏิบัติงาน
- รูปแบบการทำงาน: กำหนดให้ทำงานร่วมกับทีมงานของ สปสช. แบบ participatory action research
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)
- การชำระเงิน:
- งวดที่ 1 (15%): เมื่อส่งมอบโครงการและแผนปฏิบัติการ (ภายใน 15 วัน)
- งวดที่ 2 (55%): เมื่อส่งมอบร่างกรอบรายงานและนำเสนอความก้าวหน้า (ภายใน 150 วัน)
- งวดที่ 3 (30%): เมื่อส่งมอบรายงานฉบับสมบูรณ์และรายงานการถ่ายทอดองค์ความรู้ (ภายใน 200 วัน)
- ค่าปรับ: ค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง นับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบงาน สัญญา แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
- การรับประกันงาน: ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานเป็นเวลา 1 ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบงานถูกต้องครบถ้วน
- การใช้สินค้าภายในประเทศ: ต้องใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานทั้งหมดตามสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: โครงการนี้เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลจากพื้นที่ใดเป็นหลัก?
A: โครงการเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลบริการผู้ป่วยนอกเป็นพิเศษในพื้นที่ สปสช.เขต 13 ซึ่งครอบคลุมกรุงเทพมหานคร และวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยในในภาพรวมระดับประเทศ -
Q: ฐานข้อมูลที่ต้องใช้ในการวิเคราะห์มีลักษณะและขนาดอย่างไร?
A: เป็นฐานข้อมูลบริการสุขภาพรายบุคคล (Individual record) ขนาดใหญ่ (Big Data) ของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยกำหนดว่าต้องมีความสามารถจัดการกับฐานข้อมูลอย่างน้อยปีละ 5 ล้าน record -
Q: การวิเคราะห์ adverse medical condition ครอบคลุมเรื่องใดบ้าง?
A: ครอบคลุม 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาพยาบาลที่เคยได้รับ, ความผิดปกติในระบบร่างกายจากหัตถการ, เหตุภายนอกที่ทำให้เข้ารพ. (adverse events as external causes), และภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการทำหัตถการ -
Q: ผู้รับจ้างต้องมีรูปแบบการทำงานร่วมกับ สปสช. อย่างไร?
A: ต้องทำงานร่วมกับทีม สปสช.เขต 13 กรุงเทพฯ และทีมกลุ่มภารกิจกำกับติดตามประเมินผลของ สปสช. แบบ participatory action research ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมและเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้วิจัยและผู้ปฏิบัติงาน -
Q: ข้อเสนอแนะที่ได้จากโครงการคาดว่าจะมีลักษณะอย่างไร?
A: คาดว่าจะได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (policy recommendation) เพื่อปรับปรุงพัฒนาการบริหารจัดการและการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายบริการสุขภาพให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด -
Q: มีความถี่ในการรายงานความก้าวหน้าอย่างไร?
A: ต้องเสนอผลการวิเคราะห์ต่อคณะกรรมการและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยทุก 3 เดือน ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ -
Q: การถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของงานหรือไม่?
A: ใช่ เป็นส่วนหนึ่งของงานส่งมอบในงวดสุดท้าย โดยต้องจัดทำรายงานการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง -
Q: เกณฑ์การให้คะแนนด้านคุณภาพเน้นประเด็นใดบ้าง?
A: เน้นที่ความสมบูรณ์ของข้อเสนอโครงการ โดยเฉพาะกรอบแนวคิดและขอบเขตงาน (20 คะแนน), วิธีการวิเคราะห์และสังเคราะห์นโยบาย (20 คะแนน), และวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (20 คะแนน) -
Q: การประมาณการอัตราจ่ายให้คลินิกชุมชนอบอุ่นจะคำนึงถึงปัจจัยใด?
A: จะคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ลักษณะทางประชากรของผู้ป่วย, กลุ่มโรคตามการวินิจฉัย, และประเภทของหน่วยบริการ -
Q: โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายใหญ่ของ สปสช. อย่างไร?
A: สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการ สปสช. ระยะ 5 ปี และโครงการ Quick Win ปี 2569 ในประเด็น “กลไกอภิบาลและระบบบริหารจัดการองค์กร” ที่มุ่งปรับระบบกำกับติดตามประเมินผลเพื่อตอบสนองการใช้ข้อมูลบริหารนโยบาย (evidences informed policy)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงานจัดซื้อ/จัดจ้าง (Terms of Reference : TOR) การจ้างโครงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมินการบริหารจัดการบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์
ปีงบประมาณ 2569
สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ด้วยสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยกลุ่มภารกิจกํากับติดตามประเมินผล มีความ
ประสงค์จะจ้างดําเนินงานโครงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมินการบริหารจัดการบนฐานข้อมูลเชิง ประจักษ์ ปีงบประมาณ 2569 ซึ่งคณะกรรมการกําหนดร่างขอบเขตของงาน (TOR) ได้ดําเนินการตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ความเป็นมา
สืบเนื่องจากโครงการ Quick Win รองรับการขับเคลื่อนจุดเน้นปี 2569 ภายใต้แผนปฏิบัติราชการ ของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ปี 2566-2570 (ฉบับทบทวนปี 2569) ในประเด็นที่ 5 “กลไกอภิบาลและระบบบริหารจัดการองค์กร” มีจุดเน้น ปรับระบบและกลไกการกํากับติดตามประเมินผล เพื่อตอบสนองการใช้ข้อมูลบริหารนโยบาย (evidences informed policy) รวมถึงการใช้ประโยชน์จาก ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ดังนั้นเพื่อให้การกํากับติดตามประเมินผลการเข้าถึงบริการของผู้มีสิทธิ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามเป้าประสงค์ภายใต้แผนปฏิบัติราชการของสปสช.ระยะ 5 ปี และโครงการ Quick Win ปี 2569 มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และบรรลุตามเป้าประสงค์ที่กําหนด กลุ่มภารกิจกํากับ ติดตามและประเมินผล จึงเห็นควรให้มีการจ้างดําเนินงานโครงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมินการ บริหารจัดการบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ ปีงบประมาณ 2569 - วัตถุประสงค์
เพื่อวิเคราะห์ลักษณะการใช้บริการ ภาระงบประมาณจากการจ่ายชดเชยค่าบริการ และปัจจัยที่
สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายของบริการ และข้อเสนอแนะการบริหารจัดการบริการและการเบิกจ่ายของบริการ
ดังต่อไปนี้
2.1 วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้บริการแบบผู้ป่วยนอกของประชากรใน สปสช.เขต 13 กรุงเทพมหานคร สําหรับประมาณการอัตราจ่ายให้กับศูนย์บริการสาธารณสุขหรือคลินิกชุมชนอบอุ่นอย่าง เหมาะสม เมื่อคํานึงถึงปัจจัยที่ประกอบด้วย
2.1.1 ลักษณะทางประชากรของผู้ป่วย 2.1.2 กลุ่มโรคตามการวินิจฉัย
2.1.3 ประเภทของหน่วยบริการ
(นายวุฒิพันธุ์ วงษ์มงคล)
ผู้ออกข้อกําหนด
FM-7.71 01-019
(นายกมล เกษธรรม)
ผู้ออกข้อกําหนด
Synastry. (นางสาวสุธัญญา กรกมลชัยกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
-2-
2.2 วิเคราะห์การใช้บริการ ความเจ็บป่วย และการจ่ายชดเชยที่เกี่ยวข้องกับ adverse medical condition ซึ่งมีผลกระทบต่องบประมาณของบริการแบบผู้ป่วยใน
2.3
2.2.1 ภาวะแทรกซ้อนที่สัมพันธ์กับการรักษาพยาบาลที่เคยได้รับ
2.2.2 ความผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกายจากการได้รับหัตถการ
2.2.3 เหตุภายนอกจากภาวะไม่พึงประสงค์ซึ่งทําให้เข้านอน รพ. (adverse events as
external causes)
2.2.4 ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการทําหัตถการ
วิเคราะห์การใช้บริการ ความเจ็บป่วย และการจ่ายชดเชยค่าบริการแบบผู้ป่วยในที่มีค่าใช้จ่ายสูง (high cost) ซึ่งมีผลกระทบต่องบประมาณของบริการแบบผู้ป่วยใน
2.3.1 กลุ่มโรคที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากจากในอดีต
2.3.2 กลุ่มโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงในปัจจุบัน - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุ/รับจ้างงานที่จะจัดซื้อ/จัดจ้าง
3.2 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียน ชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงาน ตามระเบียบของทางราชการ 3.3 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ประสงค์จะเสนอราคารายอื่น ณ วันประกาศ นี้ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
3.4 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.5 นิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับสํานักงานซึ่งได้ดําเนินการจัดซื้อ/จัดจ้าง ด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ สํานักงานบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
3.6 ผู้เสนอราคา ต้องมีผลงานรับจ้างประเภทเดียวกันกับงานที่จ้างครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท ในสัญญาเดียวกัน เป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่ส่งมอบงานแล้วเสร็จจนถึง วันที่ยื่นเอกสารเสนอราคา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐหรือเอกชนที่สํานักงานเชื่อถือ ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นผู้ร่วมค้า ผลงานดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกําหนด
60
(นายวุฒิพันธุ์ วงษ์มงคล)
ผู้ออกข้อกําหนด
FM-7.71 01-019
погова
(นายกมล เกษธรรม)
ผู้ออกข้อกําหนด
(นางสาวสุธัญญา กรกมลชัยกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
- 3-
- รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (ระบุรายละเอียดตามความเหมาะสม)
4.1 รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของผู้เสนอราคา (Specification)
4.1.1 ต้องมีความรู้ ความชํานาญ และประสบการณ์ ในการดําเนินการดังต่อไปนี้
(1) ใช้โปรแกรมสําเร็จรูปในการจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่ (ฐานข้อมูล
บริการอย่างน้อยปีละ 5 ล้าน record) เพื่อการวิเคราะห์
(2) ใช้วิธีทางสถิติที่เป็นมาตรฐานในการวิเคราะห์ข้อมูลการบริการสุขภาพรายบุคคล
(Individual record)
(3) มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์เพื่อประเมินผลกระทบของระบบการจ่ายเงินผู้ป่วยใน ด้วยกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมและน้ําหนักสัมพัทธ์ (Diagnosis Relative Groups: DRGs) พร้อมแนบเอกสารที่มีความน่าเชื่อถือด้านการวิเคราะห์ สังเคราะห์
(4) ต้องมีความเชี่ยวชาญทางด้านระเบียบวิธีการศึกษา วิธีการทบทวนข้อมูล โครงสร้าง ฐานข้อมูลผู้ป่วย การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ และแปลผลจากฐานข้อมูล บริการระดับประเทศ และพื้นที่เขตสุขภาพ สามารถนําเสนอข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และตรงประเด็น พร้อมแนบเอกสารประกอบ ดังนี้
โครงการศึกษาฯ (Proposal): โครงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมิน การบริหารจัดการบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ปีงบประมาณ 2569 รายละเอียด อย่างน้อยตามข้อเสนอ ดังนี้ - หลักการเหตุผล
- วัตถุประสงค์ทั่วไปและวัตถุประสงค์เฉพาะ
- ขอบเขตของการดําเนินงาน
- กรอบแนวคิด
- ระยะเวลาการศึกษา
- วิธีการศึกษา
- แผนการดําเนินงาน หรือแผนปฏิบัติงาน (โดยต้องจัดทํา Gantt Chart ระบุวันเดือนปีในแต่ละกิจกรรมที่ดําเนินการ ที่สะท้อนการดําเนินงาน แบบมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน และสามารถประเมินสถานการณ์การ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และการรายงานผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ)
- งบประมาณ (รายละเอียดการคิดงบประมาณทั้งโครงการ)
- ผลผลิตของโครงการ
- ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- รายชื่อทีมศึกษา/วิเคราะห์ทั้งหมด
(นายวุฒิพันธุ์ วงษ์มงคล)
ผู้ออกข้อกําหนด
FM-7.71 01-019
(นายกมล เกษธรรม) ผู้ออกข้อกําหนด
(นางสาวสุธัญญา กรกมลชัยกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
- 4 -
(5) มีรายชื่อทีมศึกษา/วิเคราะห์ ที่มีคุณสมบัติ/วุฒิการศึกษา สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
ของโครงการฯ พร้อมแนบเอกสารประกอบ
4.2 รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Specification)
4.2.1 วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้บริการแบบผู้ป่วยนอกของประชากรใน สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร สําหรับประมาณการอัตราจ่ายให้กับศูนย์บริการ สาธารณสุขหรือคลินิกชุมชนอบอุ่นอย่างเหมาะสม เมื่อคํานึงถึงปัจจัยที่
ประกอบด้วย
(1) ลักษณะทางประชากรของผู้ป่วย
(2) กลุ่มโรคตามการวินิจฉัย
(3) ประเภทของหน่วยบริการ
4.2.2 วิเคราะห์การใช้บริการ ความเจ็บป่วย และการจ่ายชดเชยที่เกี่ยวข้องกับ adverse medical condition ซึ่งมีผลกระทบต่องบประมาณของบริการแบบผู้ป่วยใน
(1) ภาวะแทรกซ้อนที่สัมพันธ์กับการรักษาพยาบาลที่เคยได้รับ
(2) ความผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกายจากการได้รับหัตถการ (3) เหตุภายนอกจากภาวะไม่พึงประสงค์ซึ่งทําให้เข้านอนโรงพยาบาล (adverse
events as external causes)
(4) ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการทําหัตถการ
4.2.3 วิเคราะห์การใช้บริการ ความเจ็บป่วย และการจ่ายชดเชยค่าบริการแบบผู้ป่วยในที่มี ค่าใช้จ่ายสูง (high cost) ซึ่งมีผลกระทบต่องบประมาณของบริการแบบผู้ป่วยใน
(1) กลุ่มโรคที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากจากในอดีต
(2) กลุ่มโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงในปัจจุบัน
ทั้งนี้กิจกรรมประกอบด้วย
(1) ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวกับข้อง
(2) ประชุมหารือ/รับฟังความเห็น/ข้อเสนอ/โจทย์การศึกษาเพิ่มเติมกับผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อรับทราบนโยบาย แนวทางการบริหารการจ่ายชดเชยประกอบการออกแบบกรอบการวิเคราะห์
สังเคราะห์
(3) วิเคราะห์ข้อมูลและสังเคราะห์ข้อเสนอเพื่อการติดตามและประเมินผลเป็นประจําต่อเนื่อง (4) นําเสนอผลการวิเคราะห์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อทบทวนสถานการณ์/โจทย์เพิ่มเติม ให้สามารถนํามาใช้
เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายในการปรับปรุงพัฒนาการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์อย่างมี
ประสิทธิภาพประสิทธิผลสูงสุด
(นายวุฒิพันธุ์ วงษ์มงคล)
ผู้ออกข้อกําหนด
FM-7.71 01-019
(นายกมล เกษธรรม)
ผู้ออกข้อกําหนด
sy ste (นางสาวสุธัญญา กรกมลชัยกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
- 5-
(5) ทีมวิจัยทํางานร่วมกับทีมสปสช.เขต 13 กรุงเทพมหานคร และทีมกลุ่มภารกิจกํากับติดตาม
ประเมินผลของ สปสช. แบบ participatory action research
4.3 การสื่อสารความก้าวหน้าผลการดําเนิน
4.3.1 เสนอผลการวิเคราะห์ต่อคณะกรรมการ และ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยทุก 3 เดือน 4.3.2 จัดทํารายงานฉบับสมบูรณ์
- กําหนดเวลาการส่งมอบพัสดุ
กําหนดส่งมอบของภายใน 200 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา - หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
6.1 ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติตามที่กําหนด และมีเอกสารและหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนตามที่กําหนดใน
เอกสาร จึงจะได้รับการพิจารณาในข้อต่อไปนี้
6.1.1. กรณีที่ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ (Price Performance) โดยคะแนนรวมน้ําหนัก ต้องเท่ากับ 100 คะแนน กําหนดเกณฑ์คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน ของรัฐ โดยกําหนดแต่ละตัวแปรประกอบด้วย
6.1.1.1 ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 30 คะแนน
6.1.1.2 คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐกําหนดน้ําหนักเท่ากับ
ร้อยละ 70 ประกอบด้วยข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ กําหนดน้ําหนักเท่ากับ 100 คะแนน ต้องมีข้อเสนอโครงการ (Proposal) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
รายละเอียดการพิจารณา - เสนอความเป็นมาและวัตถุประสงค์โครงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมิน การบริหารจัดการบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ ปีงบประมาณ 2569
เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอความเป็นมา และ ไม่เสนอวัตถุประสงค์โครงการ = 0 คะแนน (2) เสนอความเป็นมา แต่ ไม่เสนอวัตถุประสงค์โครงการ หรือเสนอวัตถุประสงค์
โครงการแต่ไม่เสนอความเป็นมา = 5 คะแนน
(3) เสนอความเป็นมาและเสนอวัตถุประสงค์โครงการ = 10 คะแนน
คะแนน
10 คะแนน
Q
(นายวุฒิพันธุ์ วงษ์มงคล)
ผู้ออกข้อกําหนด
FM-7.71 01-019
4
(นายกมล เกษธรรม)
ผู้ออกข้อกําหนด
(นางสาวสุธัญญา กรกมลชัยกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
- 6-
รายละเอียดการพิจารณา
- เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และ ขอบเขต
การดําเนินงาน
เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และ
ไม่เสนอขอบเขตการดําเนินงาน = 0 คะแนน
(2) เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) แต่ไม่เสนอ
ขอบเขตการดําเนินงาน หรือ เสนอขอบเขตการดําเนินงาน แต่ ไม่เสนอ
กรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) = 10 คะแนน
(3) เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และ
เสนอขอบเขต การดําเนินงาน = 20 คะแนน - เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ
= 0 คะแนน
(2) เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ
= 20 คะแนน - เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และ ไม่เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอ
เชิงนโยบาย = 0 คะแนน
(2) เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ ไม่เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิง
นโยบาย หรือเสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่ไม่เสนอวิธีการ วิเคราะห์ข้อมูล = 10 คะแนน
(3) เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และ เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย
= 20 คะแนน - เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
= 0 คะแนน
คะแนน
20 คะแนน
20 คะแนน
20 คะแนน
20 คะแนน
(นายวุฒิพันธุ์ วงษ์มงคล)
ผู้ออกข้อกําหนด
FM-7.71 01-019
(นายกมล เกษธรรม)
ผู้ออกข้อกําหนด
(นางสาวสุธัญญา กรกมลชัยกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
-7-
รายละเอียดการพิจารณา
(2) เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
20 คะแนน
6. เสนอแผนการดําเนินงาน (Gantt chart)
เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอแผนการดําเนินงาน (Gantt chart) = 0 คะแนน
(2) เสนอแผนการดําเนินงาน (Gantt chart) = 10 คะแนน
คะแนน
10 คะแนน
6.1.2 สํานักงานฯจะพิจารณาเกณฑ์คุณภาพและคุณสมบัติเบื้องต้นประกอบกับเอกสารด้านเทคนิค ภายหลังที่คณะกรรมการประกวดราคาพิจารณาผลผู้เสนอราคาที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นแล้วเท่านั้น
6.2 กรณีที่มีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียวหรือมีผู้ยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กําหนด
ในประกาศ/เอกสาร เพียงรายเดียว สํานักงานฯ ขอสงวนสิทธิการต่อรองราคา
วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
วงเงินจัดหาในครั้งนี้ จํานวนเงิน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)
8. ระยะเวลาส่งมอบพัสดุและการชําระเงิน งวดงานและการจ่ายเงิน
ผู้รับจ้างต้องเริ่มทํางานที่รับจ้างภายใน 200 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา และผู้รับจ้างต้องส่ง มอบงานที่ดําเนินการแล้วเสร็จเป็นงวดๆ ดังนี้
งวดที่ 1 ชําระเงินร้อยละ 15 ของสัญญา เมื่อส่งมอบงานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในรูปแบบ เอกสารและอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ บรรจุไฟล์ใน Thumb drive จํานวน 5 ชุด ภายใน 15 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา รายละเอียดดังนี้
โครงการและแผนปฏิบัติการดําเนินงานโครงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมินการ บริหารจัดการบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ ปีงบประมาณ 2569
งวดที่ 2 ชําระเงินร้อยละ 55 ของสัญญา เมื่อส่งมอบงานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในรูปแบบ เอกสารและอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์บรรจุไฟล์ใน Thumb drive จํานวน 5 ชุด ภายใน 150 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา รายละเอียดดังนี้
- “ร่าง” กรอบรายงานการนําเสนอผลการวิเคราะห์เพื่อการติดตามประเมิน ตามรายละเอียด ในข้อ 4.2.1 – 4.2.4
- นําเสนอความก้าวหน้าหรือผลการวิเคราะห์เบื้องต้นตามข้อ 1 ต่อคณะกรรมการ/
ผู้บริหาร
(นายวุฒิพันธุ์ วงษ์มงคล)
ผู้ออกข้อกําหนด
FM-7.71 01-019
(นายกมล เกษธรรม)
ผู้ออกข้อกําหนด
Sponsoring (นางสาวสุธัญญา กรกมลชัยกุล) ผู้ออกข้อกําหนด
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
- 8 -
งวดที่ 3 (สุดท้าย) ชําระเงินร้อยละ 30 ของสัญญา เมื่อส่งมอบงานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในรูปแบบเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์บรรจุไฟล์ใน Thumb drive จํานวน 5 ชุด ภายใน
- อัตราค่าปรับ
200 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา เป็นรายงานผลการวิเคราะห์ฉบับสมบูรณ์และรายงานการ นําเสนอ ผลการวิเคราะห์และข้อคิดเห็นในที่ประชุม ตามรายละเอียด ในข้อ 4.3 ประกอบด้วย 1. รายงานผลการวิเคราะห์บริการผู้ป่วยนอกของสปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร 2. รายงานผลการวิเคราะห์การใช้บริการ ความเจ็บป่วย และการจ่ายชดเชยที่เกี่ยวข้อง กับ adverse medical condition และ ผู้ป่วยในที่มีค่าใช้จ่ายสูง (high cost) 3. รายงานการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
กําหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้างนั้น นับถัดจากวันครบ กําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท - การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้เสนอราคาต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของงานที่รับจ้าง เป็นเวลา 1 ปี นับถัดจากวันที่
สํานักงานได้รับมอบงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา - เงื่อนไขการส่งเสริมการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ
พัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างหรือส่งมอบในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ ต้องเป็นสินค้าที่ต้องผลิต
ภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานทั้งหมดตามสัญญา
(ลงชื่อ)..
FM-7.71 01-019
ผู้ออกข้อกําหนด
(นายวุฒิพันธุ์ วงษ์มงคล)
ผู้ออกข้อกําหนด
(นายกมล เกษธรรม)
(นางสาวสุธัญญา กรกมลชัยกุล)
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก
โครงการ : การจ้างโครงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมินการบริหารจัดการบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์
ปีงบประมาณ 2569
รายละเอียดการพิจารณา - เสนอความเป็นมาและวัตถุประสงค์โครงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อ
ประเมินการบริหารจัดการบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ ปีงบประมาณ 2569
เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอความเป็นมา และ ไม่เสนอวัตถุประสงค์โครงการ : 0 คะแนน (2) เสนอความเป็นมา แต่ ไม่เสนอวัตถุประสงค์โครงการ หรือเสนอ วัตถุประสงค์โครงการแต่ไม่เสนอความเป็นมา = 5 คะแนน
(3) เสนอความเป็นมาและเสนอวัตถุประสงค์โครงการ = 10 คะแนน 2. เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และ ขอบเขตการดาเนินงาน
เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และ ไม่เสนอขอบเขตการดําเนินงาน - 0 คะแนน
(2) เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) แต่ไม่เสนอ ขอบเขตการดําเนินงาน หรือ เสนอขอบเขตการดําเนินงาน แต่ ไม่เสนอกรอบ แนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) = 10 คะแนน
(3) เสนอกรอบแนวคิดการดําเนินงาน (Conceptual framework) และ เสนอขอบเขต การดําเนินงาน - 20 คะแนน - เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ
0 คะแนน
(2) เสนอการทบทวนและรวบรวมเอกสารข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการ
20 คะแนน - เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และ ไม่เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอ เชิงนโยบาย = 0 คะแนน
(2) เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ ไม่เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิง นโยบาย หรือเสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่ไม่เสนอวิธีการ
วิเคราะห์ข้อมูล - 10 คะแนน
(3) เสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และ เสนอวิธีการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิง นโยบาย : 20 คะแนน
คะแนน
คะแนนทีได้
10 คะแนน
20 คะแนน
20 คะแนน
20 คะแนน
(นายวุฒิพันธุ์ วงษ์มงคล)
ผู้ออกข้อกําหนด
(นายกมล เกษธรรม
ผู้ออกข้อกําหนด
(นางสาวสุธัญญา กรรมสชัยกุล) ผู้ออกข้อกําาหนด
รายละเอียดการพิจารณา
คะแนน
คะแนนที่ได้ - เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
=
0 คะแนน
(2) เสนอวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
=
20 คะแนน - เสนอแผนการดําเนินงาน (Gantt chart)
เงื่อนไข
(1) ไม่เสนอแผนการดําเนินงาน (Gantt chart) = 0 คะแนน
(2) เสนอแผนการดําเนินงาน (Gantt chart) = 10 คะแนน
20 คะแนน
10 คะแนน
(นายวุฒิพันธุ์ วงษ์มงคล)
ผู้ออกข้อกําหนด
(นายกมล เกษธรรม)
ผู้ออกข้อกําหนด
(นางสาวสุธัญญา กรกมลชัยกุล)
ผู้ออกข้อกําหนด