ประกวดราคาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติทางพิเศษฉลองรัช (Automatic License Plate Recognition) ปีงบประมาณ 2569 - 2570
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดประกวดราคางานจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (Automatic License Plate Recognition - ALPR) บนทางพิเศษฉลองรัช เป็นระยะเวลา 18 เดือน (มีนาคม 2569 - กันยายน 2570) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ระบบ ALPR ซึ่งใช้ระบุข้อมูลรถยนต์เพื่อการติดตามผู้ฝ่าฝืนด่านเก็บค่าผ่านทางและพัฒนาสู่ระบบ Single Lane Free Flow (SLFF) สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ถูกต้อง มีเสถียรภาพ และสามารถบริหารจัดการฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตงานครอบคลุมการบำรุงรักษาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทั้งหมด 16 จุด ซึ่งรวมถึงด่านเก็บค่าผ่านทาง 16 ด่าน อาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช (CCB3) และอาคารศูนย์บริหาร กทพ. โดยมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หลัก เช่น กล้อง CCTV, Infrared, Media Switch, Server, Storage, Workstation กระจายอยู่กว่า 78 จุดติดตั้งกล้อง งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) จะดำเนินการทุก 3 เดือน ในขณะที่งานบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) จะต้องตอบสนองและแก้ไขปัญหาภายในเวลาที่กำหนด (ภายใน 12-72 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง) ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้รับจ้างยังมีหน้าที่ทดสอบความแม่นยำของระบบทุก 6 เดือน ให้คำปรึกษาด้านฐานข้อมูล (DBA) และจัดทำรายงานสรุปประจำงวดงาน พร้อมจัดเตรียมกล้องสำรองไม่น้อยกว่า 5 ตัวสำหรับใช้ทดแทนกรณีฉุกเฉิน
English summary
The Expressway Authority of Thailand (EXAT) is inviting bids for the repair and maintenance of the Automatic License Plate Recognition (ALPR) system on the Chalerm Ratchamongkhon Expressway for an 18-month period (March 2026 - September 2027). The objective is to ensure the continuous, accurate, stable, and efficient operation of the ALPR system, which is crucial for identifying vehicles that evade toll collection and for developing the Single Lane Free Flow (SLFF) system.
The scope of work covers preventive and corrective maintenance of ALPR hardware and software across 16 toll plaza locations, the Expressway Control Center Building (CCB3), and the EXAT administration building. This includes maintaining key hardware components such as CCTV cameras, infrared sensors, media switches, servers, storage, and workstations at over 78 camera installation points. Preventive maintenance (PM) is required every 3 months, while corrective maintenance (CM) must be performed within strict timeframes (12-72 hours after notification) and be available 24/7. The contractor is also responsible for conducting accuracy tests every 6 months, providing database administration (DBA) consultation, preparing periodic reports, and keeping at least 5 spare CCTV cameras for emergency replacement.
ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษฉลองรัช 16 ด่าน, อาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช (CCB3), และอาคารศูนย์บริหารการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (ALPR) ทางพิเศษฉลองรัช สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ถูกต้อง และมีเสถียรภาพ
- เพื่อให้สามารถบริหารจัดการฐานข้อมูลการตรวจจับป้ายทะเบียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตของงาน
งานหลัก:
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance - PM) และเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance - CM) อุปกรณ์ระบบ ALPR จำนวน 16 จุด (ด่านเก็บค่าผ่านทาง, อาคารศูนย์ควบคุม CCB3, และอาคารศูนย์บริหาร กทพ.)
งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM):
- อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์: ทำความสะอาด ตรวจสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ทุก 3 เดือน ครอบคลุม:
- อุปกรณ์ที่ด่านเก็บค่าผ่านทาง: กล้องตรวจจับป้ายทะเบียน (CCTV), Infrared (IR), Media Switch, SFP, ตู้เก็บอุปกรณ์ภายนอกอาคาร (Cabinet) พร้อมอุปกรณ์ภายใน (MCB, SPD, RCBO, Industrial Manage Switch, Switching Power supply)
- อุปกรณ์ในอาคาร: Server, Storage, Workstation, Terminal Server (NVR Box), Distributed Switch ในห้อง Data Center, อาคารด่านฯ และอาคารศูนย์ควบคุม CCB3
- อุปกรณ์ซอฟต์แวร์: ตรวจสอบการทำงานของโปรแกรมเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ ทุก 3 เดือน ได้แก่ Database Server, Web Server, Application Server, Media Streaming Server, AI Server และบริการย่อยต่างๆ (ALPR Service, RabbitMQ, Authorization Service, BackOffice Service, Incident Service, System Monitor Service, Media Streaming Service, AI Processing ฯลฯ)
- การทดสอบความแม่นยำ (Particular Test): ทดสอบความแม่นยำของการตรวจจับรถทุก 6 เดือน โดยต้องมีความแม่นยำไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 สำหรับทั้งช่องทางเก็บเงินสด (MTC) และช่องทางอัตโนมัติ (ETC)
งานบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM):
- แก้ไขปัญหาการชำรุดของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ขัดข้อง
- แก้ไขปัญหาข้อมูลระบบ ALPR ที่ไม่ถูกส่งไปยังระบบศูนย์บริหาร (ALPR Platform)
- ตอบรับและเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาภายใน 12 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้งจาก กทพ. และแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 48 ชั่วโมง (หรือ 72 ชั่วโมงในกรณีพิเศษ)
หน้าที่เพิ่มเติม:
- ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล (DBA) และถ่ายทอดความรู้ให้เจ้าหน้าที่ กทพ.
- ตรวจสอบและเสนอราคาซ่อมแซมในกรณีที่อุปกรณ์ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ
- ให้คำปรึกษาและร่วมตรวจสอบงานเบื้องต้นเมื่อ กทพ. มีการปรับปรุงระบบหรือเพิ่มช่องทางในอนาคต
- จัดทำและส่งมอบรายงานสรุปประจำงวดงาน
- จัดเตรียมกล้องตรวจจับป้ายทะเบียน (CCTV) สำรองไม่น้อยกว่า 5 ตัว
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการปฏิบัติงานและบำรุงรักษา (Preventive Maintenance Schedule): จัดทำและส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุภายใน 15 วันทำการหลังลงนามสัญญา
- รายงานสรุปประจำงวดงาน (ทุกรอบ 3 เดือน): จัดส่งในรูปแบบเอกสาร 5 ชุด และบันทึกลง Flash Drive 2 ชุด ในแต่ละงวด โดยรายงานต้องประกอบด้วย:
- รายงานสรุปปัญหาการซ่อมแซม (CM Report)
- รายงานการบำรุงรักษา (PM Report)
- ใบรายการงานซ่อม (Services Sheet) สรุปปัญหาแยกตามด่านฯ ช่องทาง และอุปกรณ์
- ใบสรุปการเปลี่ยนอุปกรณ์ (ในกรณีที่มี)
- รายงานการประชุมประจำงวด (ภายใน 1 สัปดาห์หลังการประชุม)
- รายงานสรุปผลการทำงานตลอดสัญญา: เมื่อสิ้นสุดสัญญา ต้องรวบรวมรายงานทั้งหมดลงใน External Hard disk จำนวน 1 ชุด
- ระบบ ALPR ที่ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และแม่นยำ ตามเกณฑ์ที่กำหนด
- การถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) ให้กับเจ้าหน้าที่ กทพ. ด้านการตรวจสอบปัญหาเบื้องต้น
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินงานทั้งหมด: 18 เดือน (มีนาคม 2569 - กันยายน 2570)
แบ่งการส่งมอบงานเป็น 6 งวด:
- ปีงบประมาณ 2569 (2 งวด):
- งวดที่ 1: มีนาคม 2569 - มิถุนายน 2569
- งวดที่ 2: กรกฎาคม 2569 - กันยายน 2569
- ปีงบประมาณ 2570 (4 งวด):
- งวดที่ 3: ตุลาคม 2569 - ธันวาคม 2569
- งวดที่ 4: มกราคม 2570 - มีนาคม 2570
- งวดที่ 5: เมษายน 2570 - มิถุนายน 2570
- งวดที่ 6: กรกฎาคม 2570 - กันยายน 2570
หมายเหตุ: กำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 120 วัน นับจากวันเสนอราคา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- มีผลงานในการติดตั้งหรือบำรุงรักษาระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (ALPR) หรืองานที่เกี่ยวข้อง
- ผลงานต้องเป็นสัญญาเดียว มูลค่าไม่น้อยกว่า 1,200,000 บาท (รวม VAT)
- สัญญาดังกล่าวต้องแล้วเสร็จ ส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
- เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ
- ต้องยื่นหนังสือรับรองผลงานในวันยื่นเสนอราคา
- Standards Compliance:
- ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 (ทางพิเศษฉลองรัช) อย่างเคร่งครัด
- ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนปฏิบัติระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ กทพ. ตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022
- Experience:
- ประสบการณ์ในการติดตั้งหรือบำรุงรักษาระบบ ALPR หรือระบบที่เกี่ยวข้อง (ระบุผ่านผลงานสัญญาที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1,200,000 บาท)
- Previous Project Cost:
- มูลค่าผลงานในสัญญาเดียวไม่น้อยกว่า 1,200,000 บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน) รวม VAT
- Technical Capabilities:
- สามารถให้บริการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) ตลอด 24 ชั่วโมง และเข้าดำเนินการซ่อมแซมได้ภายใน 12 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง
- มีความสามารถในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (กล้อง CCTV, IR, Switch, Server, Storage ฯลฯ) และซอฟต์แวร์ (ระบบ ALPR และบริการต่างๆ)
- สามารถทดสอบและรับประกันความแม่นยำของระบบ ALPR ได้ไม่น้อยกว่า 95%
- จัดเตรียมกล้องตรวจจับป้ายทะเบียน (CCTV) สำรองได้ไม่น้อยกว่า 5 ตัว
- มีความสามารถในการให้คำปรึกษาด้านผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล (DBA)
- Personnel:
- ต้องเสนอรายชื่อบุคลากรไม่น้อยกว่า 3 ท่าน ที่มีประสบการณ์ในการติดตั้งหรือบำรุงรักษาระบบ ALPR
- บุคลากรต้องมีวุฒิการศึกษา ปวช. ขึ้นไป ในสาขาอิเล็กทรอนิกส์, โทรคมนาคม, ไฟฟ้า (ต้องมีประกาศนียบัตรช่างไฟฟ้า) หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
- พร้อมแสดงหลักฐานการเป็นพนักงานของผู้ยื่นข้อเสนอ
- พนักงานต้องผ่านการอบรมการทำงานบนทางพิเศษจาก กทพ. ก่อนขึ้นปฏิบัติงานครั้งแรก
เกณฑ์การพิจารณา
- หลักเกณฑ์การคัดเลือก: ใช้เกณฑ์ราคา (Price-Based)
- การพิจารณาผู้ชนะ: พิจารณาจาก ราคารวม ที่เสนอต่ำสุด
- เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับ SME: หากผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 10 ให้สิทธิ์แก่ SMEs นั้นๆ โดยเรียงลำดับไม่เกิน 3 ราย (ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องเป็น SMEs)
- เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับผู้เสนอราคาชาวไทย: หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาชาวไทยหรือนิติบุคคลไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นชาวต่างชาติหรือนิติบุคคลต่างชาติไม่เกินร้อยละ 3 ให้สิทธิ์แก่ผู้ยื่นข้อเสนอชาวไทย/นิติบุคคลไทยนั้น
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบเป้าหมาย: ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (Automatic License Plate Recognition - ALPR) บนทางพิเศษฉลองรัช
- ความแม่นยำที่ต้องการ: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 สำหรับการตรวจจับรถทั้งในช่องทางเก็บเงินสด (MTC) และช่องทางอัตโนมัติ (ETC)
- อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หลักที่ต้องบำรุงรักษา:
- กล้องตรวจจับป้ายทะเบียน (CCTV), Infrared (IR) Illuminator
- Media Switch, SFP Module
- ตู้เก็บอุปกรณ์ภายนอกอาคาร (Outdoor Cabinet) พร้อมระบบไฟฟ้า: Main Circuit Breaker, Surge Protection Device, Ground system, RCBO, Industrial Manage Switch, Switching Power supply 5A
- เซิร์ฟเวอร์: Server R540, Terminal Server (NVR Box)
- อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล: Storage (External)
- เวิร์กสเตชัน (Workstation)
- อุปกรณ์เครือข่าย: Distributed Switch, กล่องรวมและกระจายใยแก้ว
- ซอฟต์แวร์และบริการที่ต้องตรวจสอบ:
- โปรแกรม ALPR Web, ALPR Report, ALPR Service
- Message Broker: RabbitMQ
- บริการต่างๆ: Authorization Service, BackOffice Service, Incident Service, System Monitor Service, Gantry Device Service, Gantry Control Service, Media Streaming Service, AI Processing Service
- สภาพการทำงาน: ระบบต้องทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง บนทางพิเศษที่มีการจราจรต่อเนื่อง
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 4,101,609.00 บาท (รวม VAT)
- การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็น 6 งวด ตามอัตราส่วนดังนี้
- งวดที่ 1 (มี.ค. - มิ.ย. 69): ร้อยละ 15
- งวดที่ 2 (ก.ค. - ก.ย. 69): ร้อยละ 20
- งวดที่ 3 (ต.ค. - ธ.ค. 69): ร้อยละ 15
- งวดที่ 4 (ม.ค. - มี.ค. 70): ร้อยละ 15
- งวดที่ 5 (เม.ย. - มิ.ย. 70): ร้อยละ 15
- งวดที่ 6 (ก.ค. - ก.ย. 70): ร้อยละ 20
- เงื่อนไขการจ่ายเงิน: จ่ายหลังจากผู้รับจ้างดำเนินงานและส่งมอบรายงานประจำงวดครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
- ค่าปรับ:
- หากแก้ไขปัญหาเหตุขัดข้อง (CM) ไม่ทันตามกำหนดในข้อ 4.3: ค่าปรับ 9,000 บาทต่อวัน
- กรณีอื่นๆ นอกเหนือจาก CM: ค่าปรับร้อยละ 0.01 ของราคาค่าจ้างต่อวัน (จากข้อ 11.1)
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดได้
- ความรับผิดชอบ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดจากการทำงาน รวมถึงกรณีเหตุสุดวิสัย
- ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย: ต้องปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานของกระทรวงแรงงาน และคู่มือความปลอดภัยสำหรับผู้รับจ้างของ กทพ. อย่างเคร่งครัด
- ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงปลอดภัย: ต้องปฏิบัติตาม ISO 14001 และนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ กทพ. (ตาม ISO/IEC 27001:2022) อย่างเคร่งครัด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ผู้รับจ้างต้องมีช่องทางการติดต่อสำหรับแจ้งเหตุขัดข้องกี่ช่องทาง และต้องพร้อมบริการตอนไหน?
A: ต้องมีช่องทางรับแจ้งเหตุขัดข้อง (Corrective Maintenance) ไม่น้อยกว่า 2 ช่องทาง (เช่น โทรศัพท์, อีเมล) และต้องพร้อมบริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด -
Q: หลังจากได้รับแจ้งปัญหา จาก กทพ. ผู้รับจ้างต้องเริ่มดำเนินการซ่อมแซมภายในเวลากี่ชั่วโมง?
A: ต้องเข้าดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขปัญหาภายใน 12 ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ กทพ. -
Q: งานซ่อมแซมบนทางพิเศษสามารถทำได้ในช่วงเวลาใดบ้าง?
A: โดยทั่วไปกำหนดให้ปฏิบัติงานบนทางพิเศษได้เฉพาะช่วงเวลา 10:00 - 15:00 น. และ 22:00 น. - 04:00 น. ของวันรุ่งขึ้นเท่านั้น เวลาอื่นต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยพิจารณาจากสภาพการจราจร -
Q: หากต้องซ่อมแซมสายสื่อสารหรือสายไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ ALPR ที่ขาดหรือชำรุด ผู้รับจ้างมีหน้าที่อย่างไร?
A: ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการซ่อมแซม/เปลี่ยนให้ระบบใช้งานได้ดังเดิมโดยตรง โดยไม่ต้องรอให้ กทพ. จัดซื้อใหม่ -
Q: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมกล้องสำรองไว้จำนวนเท่าไร และเพื่อวัตถุประสงค์ใด?
A: ต้องจัดเตรียมกล้องตรวจจับป้ายทะเบียน (CCTV) สำรองไม่น้อยกว่า 5 ตัว สำหรับใช้ทดแทนในกรณีที่กล้องเดิมชำรุดหรือใช้งานไม่ได้ เพื่อให้ระบบทำงานต่อเนื่อง -
Q: ผู้รับจ้างมีหน้าที่เกี่ยวกับการทดสอบความแม่นยำของระบบอย่างไร?
A: ต้องดำเนินการทดสอบความแม่นยำของการตรวจจับรถ (Particular Test) ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักของระบบ ทุก 6 เดือน โดยความแม่นยำต้องไม่น้อยกว่า 95% ทั้งช่องทาง MTC และ ETC -
Q: กรณีที่ระบบซอฟต์แวร์มีปัญหา และผู้รับจ้างเป็นผู้ตรวจพบเอง ต้องดำเนินการภายในเวลาเท่าใด?
A: ต้องวิเคราะห์ปัญหาและชี้แจงระยะเวลาแก้ไขกลับไปยัง กทพ. ภายใน 1 วัน และแก้ไขให้ระบบกลับมาใช้งานได้ปกติภายใน 3 วัน -
Q: ผู้รับจ้างมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาด้านใดเพิ่มเติมนอกจากการซ่อมบำรุง?
A: มีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล (DBA) และต้องทำการถ่ายทอดความรู้ให้เจ้าหน้าที่ กทพ. เพื่อให้สามารถตรวจสอบปัญหาเบื้องต้นได้ -
Q: หากเกิดอุบัติเหตุทำให้อุปกรณ์เสียหาย ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
A: ต้องรับผิดชอบตรวจสอบและแก้ไขให้แล้วเสร็จ พร้อมถ่ายภาพอุปกรณ์ที่เสียหาย แจ้ง กทพ. ภายในวันทำการถัดไป และทำรายงานเสนอราคาซ่อมแซมอุปกรณ์นั้นให้ กทพ. พิจารณาต่อไป -
Q: ผู้ปฏิบัติงานของบริษัทต้องปฏิบัติตัวอย่างไรขณะทำงานในพื้นที่ กทพ.?
A: ต้องแต่งชุดปฏิบัติงาน (ยูนิฟอร์ม) สวมเสื้อสะท้อนแสง และติดบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่าย ชื่อ-นามสกุล ชัดเจน ตลอดเวลาขณะปฏิบัติงานในสถานที่ของ กทพ.
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
เอกสารแนบ ๒
งานจ้างซ่อมแซมและบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติทางพิเศษฉลองรัช (Automatic License Plate Recognition) ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ - ๒๕๗๐
๑. ที่มา
เนื่องจากอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติทางพิเศษฉลองรัชมีบทบาทสําคัญที่ สามารถระบุข้อมูลต่าง ๆ ที่แสดงถึงตัวตนของรถคันนั้น อาทิ ป้ายทะเบียน ยี่ห้อ สี เวลา เพื่อใช้ในการติดตาม ผู้กระทําความผิดที่ฝ่าฝืนด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ นําไปสู่การพัฒนาระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบ Single Lane Free Flow (SLFF) อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องใช้งานอย่าง ต่อเนื่องตลอด ๒๔ ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดการสึกหรอ เสื่อมสภาพ หรือเกิดความขัดข้องได้ตามอายุการใช้งาน เพื่อให้ระบบสามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง มีความแม่นยําในการตรวจจับข้อมูล จึงมีความ จําเป็นต้องดําเนินการซ่อมแซมและบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบตรวจจับรถปลายทางอย่างสม่ําเสมอ ตาม หลักเกณฑ์และมาตรฐานด้านการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และเชิงแก้ไข
(Corrective Maintenance)
๒. วัตถุประสงค์
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างซ่อมแซมและบํารุงรักษาอุปกรณ์ ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติทางพิเศษฉลองรัช รวมจํานวน ๑๖ จุด เพื่อให้ระบบฯ สามารถใช้ งานได้อย่างต่อเนื่อง ถูกต้องและมีเสถียรภาพ รวมทั้งสามารถบริหารจัดการฐานข้อมูลการตรวจจับป้าย ทะเบียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓.
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในการติดตั้งหรือบํารุงรักษาระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ หรือ
งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบข้างต้น มูลค่างานหรือโครงการไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐,000.- บาท (หนึ่งล้านสองแสน บาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะต้องเป็นผลงานในสัญญาฉบับเดียว และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทํางานแล้ว เสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ โดยต้องยื่นหนังสือรับรองผลงานในวันยื่นเสนอราคา
๔. รายละเอียดทั่วไป
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นรายชื่อบุคลากรและวุฒิการศึกษา จํานวนไม่น้อยกว่า ๓ ท่าน ที่มีประสบการณ์ ในการติดตั้งหรือบํารุงรักษาระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (ALPR) โดยจะต้องมีวุฒิ การศึกษา ปวช. ขึ้นไป สาขาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาโทรคมนาคม สาขาไฟฟ้า (ต้องมีประกาศนียบัตร ช่างไฟฟ้า) หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง พร้อมแสดงหลักฐานการเป็นพนักงานของผู้ยื่นข้อเสนอ ๔.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดทําตารางแสดงแผนการปฏิบัติงานและแผนการบํารุงรักษา (Preventive Maintenance Schedule) ของจุดทางขึ้น บนทางพิเศษฉลองรัชประจําในแต่ละเดือน รายละเอียด ผู้ประสานงาน หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หรืออื่น ๆ ที่สามารถรับ แจ้งเหตุขัดข้อง (Corrective Maintenance) ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ได้อย่างน้อย ๒ ช่องทาง ต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุภายใน ๑๕ วันทําการ นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยแผนการ ทํางานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
thakes
นางสาวทักษิณา กรไกร
ประธานกรรมการ
นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว
กรรมการ
กรรมการ
ม
นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
thakai
๔.๓ ผู้รับจ้างจะต้องมีเบอร์โทรศัพท์หรืออุปกรณ์การติดต่อสื่อสารอื่น ๆ ที่สามารถรับแจ้งเหตุขัดข้อง (Corrective Maintenance) ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และเข้าดําเนินการซ่อมแซมแก้ไขปัญหาภายใน ๑๒ ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ กทพ. โดยจะต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๔๘ ชั่วโมง ยกเว้นกรณีที่ต้องปิดช่องทางเพื่อทําการซ่อมแซมและ กทพ. ไม่สามารถปิดช่องทางให้ได้ให้ ดําเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๗๒ ชั่วโมง พร้อมทั้งจัดทํารายงานประกอบแสดงขั้นตอนการ แก้ไขปัญหา คําอธิบาย และมีการถ่ายทอดให้กับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบของ กทพ. ด้วย
๔.๔ ผู้รับจ้างต้องแต่งชุดปฏิบัติงาน (ยูนิฟอร์ม) โดยต้องสวมเสื้อสะท้อนแสงขณะปฏิบัติงานทุกครั้ง โดยติดบัตรประจําตัวต้องแสดงภาพถ่าย ชื่อ-นามสกุล ให้ชัดเจน ขณะเข้ามาปฏิบัติงานในสถานที่
ของ กทพ. ตลอดเวลา
๔.๕ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานฯ โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการจราจรบนทางพิเศษรวมทั้งต้องมีมาตรการ
ด้านความปลอดภัยระหว่างการทํางานให้กับบุคคลและทรัพย์สินตลอดระยะเวลาของสัญญาฯ
โดยผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม “กฎหมายเรื่องความปลอดภัยในการทํางานของกระทรวงแรงงาน” ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง หากเกิดความสูญเสีย และหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการทํางานฯ ต่อทรัพย์สินและบุคคลไม่ว่าจะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ก็ตาม
๔.๖ ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายละเอียดของงานฯ เวลา สถานที่ที่จะปฏิบัติงาน และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทําการตรวจสอบล่วงหน้าอย่างน้อย ๗ วัน หรือน้อยกว่าในกรณีต้อง มีการซ่อมแซมเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ และหากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะต้องแจ้งคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุก่อนเวลา ๑๒.๐๐ น. ของวันก่อนวันที่จะปฏิบัติงานทุกครั้ง โดยทั่วไปกําหนดให้ ผู้รับจ้างปฏิบัติงานบนทางพิเศษได้เฉพาะช่วงเวลา ๑๐.๐๐ ถึง ๑๕.๐๐ น. และช่วงเวลา ๒๒.๐๐ น. ถึง ๐๔.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้นเท่านั้น โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะเป็นผู้พิจารณาหากอยู่ นอกเหนือเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรในพื้นที่ที่จะปฏิบัติงาน
๔.๗ ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนงานการจัดวาง แผนงานการติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องหมายสัญญาณไฟจราจร วับวาบ และกรวยยาง ที่ผู้รับจ้างต้องจัดหามาให้เป็นไปตามมาตรฐานของ กทพ. และ/หรือ ตามที่ เจ้าพนักงานจราจรแจ้งให้ดําเนินการเพิ่มเติม อุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี มีความ มั่นคงไม่ลื่นไถลเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ทาง อีกทั้งผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมการทํางานบนทาง พิเศษจาก กทพ. ก่อนขึ้นปฏิบัติงานในครั้งแรก
๔.๔ การนํารถยนต์และเครื่องจักรขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษ ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายละเอียดเพื่อขออนุมัติ จากเจ้าพนักงานจราจรของ กทพ. ก่อนการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ค่าผ่านทางพิเศษผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชําระ ๔.๙ หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าการดําเนินการของผู้รับจ้างอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ทางซึ่งผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ ปรับปรุงแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการให้ได้ภายในกําหนดเวลา ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ที่จะ ดําเนินการปรับปรุงแก้ไข โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ๔.๑๐ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO14001 (ทางพิเศษฉลองรัช) อย่างเคร่งครัด ๔.๑๑ กรณีที่ผู้รับจ้างได้เข้าดําเนินการซ่อมแซมและตรวจพบว่า ต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขอุปกรณ์
นางสาวทักษิณา กรไกร
ประธานกรรมการ
เพื่อให้ระบบสามารถทํางานได้ หากวัสดุหรืออุปกรณ์นั้นชํารุดผู้รับจ้างจะต้องแจ้งรายละเอียดกับ กทพ. เพื่อพิจารณาจัดซื้อต่อไป ยกเว้นสายสื่อสารหรือสายไฟฟ้าที่เชื่อมต่อภายในตู้ควบคุม และ ออกจากตู้ควบคุมไปยังอุปกรณ์ระบบ ALPR ขาดหรือชํารุด ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการซ่อมแซม/ เปลี่ยนให้ระบบใช้งานได้ดังเดิม ทั้งนี้ถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตาม กทพ. มีสิทธิจ้างบุคคลภายนอกให้ ดําเนินการแทนโดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ทั้งสิ้น แทน กทพ. ในส่วน
นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
กรรมการ
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
ของค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุ หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดขึ้นอันเกิดมาจากงานเพื่อให้เป็นไปตาม ข้อกําหนด ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
๔.๑๒ ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาความลับข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทํางานกับ กทพ. รวมทั้งข้อมูลทรัพย์สินระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลของ กทพ. ตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างจะต้องถือเป็นสัญญาลับของ กทพ. ทั้งในระหว่างระยะเวลาสัญญาจ้างและสิ้นสุดสัญญา โดยจะต้องไม่มอบหรือเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กทพ. และหากมีการนําไปใช้ หรือเปิดเผย หรือเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหายต่อ กทพ. ผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบต่อการกระทําดังกล่าวและ กทพ. มีสิทธิ์ดําเนินคดีตามกฎหมายแก่ผู้รับจ้าง
๕. ขอบเขตของงาน
งานจ้างซ่อมแซมและบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติทางพิเศษฉลองรัช จํานวน ๑๖ จุด อาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช (CCB3) และ อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กทพ. ผู้รับจ้างจะต้องทําการบํารุงรักษาให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะต้องดําเนินการดังนี้
๕.๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทีมงานเพื่อดําเนินการตรวจสอบ ดูแลและแก้ไข ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับ ระบบ เพื่อให้สามารถทํางานได้อย่างถูกต้อง ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ เข้าทําการตรวจสอบและบํารุงรักษาในเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๕.๑.๑ การบํารุงรักษาด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการบํารุงรักษาอุปกรณ์ที่ติดตั้งที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบนทาง พิเศษฉลองรัช อาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช (CCB3) และอาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กทพ. เป็นประจําทุก ๓ เดือน ดังนี้
๑) รายการสําหรับการบํารุงรักษาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการทําความสะอาดและ ซ่อมแซม บํารุงรักษาอุปกรณ์ที่ติดตั้ง ที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ประกอบด้วย กล้องตรวจจับป้ายทะเบียน (CCTV) Infrared (IR) Media Switch SFP (Small Form-factor Pluggable) และอุปกรณ์ภายในตู้เก็บ อุปกรณ์ภายนอกอาคาร (Cabinet)** ที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ดังนี้ ตารางที่ ๕-๑ รายชื่อด่านฯ จํานวน ๑๖ ด่านฯ ดังนี้
พื้นที่ติดตั้งบนทางพิเศษฉลองรัช
๑.ด่านฯ จตุโชติ
๔. ด่านฯ พระราม ๔-๕
๒.ด่านฯ สุขาภิบาล ๕-๑
๑๐. ด่านฯ พระราม ๙-๒
๓.ด่านฯ สุขาภิบาล ๕-๒
๑๑. ด่านฯ พัฒนาการ ๑
๔.ด่านฯ รามอินทรา
๕.ด่านฯ รามอินทรา
5.ด่านฯ ประชาอุทิศ
๗.ด่านฯ โยธินพัฒนา
๔.ด่านฯ ลาดพร้าว
-thaksi-
นางสาวทักษิณา กรไกร
ประธานกรรมการ
esignd นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
กรรมการ
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว
๑๒. ด่านฯ พัฒนาการ ๒
๑๓. ด่านฯ พระโขนง
๑๔. ด่านฯ อาจณรงค์ ๒ (ท่าเรือ)
๑๕. ด่านฯ อาจณรงค์ ๒ (บางนา)
ทางขึ้น
๑๖. ทางขึ้น CCB3
~
¢è
นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
ซึ่งรายละเอียดในส่วนของตําแหน่งติดตั้งกล้องตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ
ที่ด่านฯ และทางขึ้นบนทางพิเศษฉลองรัช จํานวน ๗๘ จุด ประกอบด้วย ดังนี้
ตารางที่ ๕-๒ กล้องตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ที่ติดตั้งบนทางพิเศษฉลองรัช จํานวน ๗๔ จุด
ลําาดับ
จุดติดตั้งอุปกรณ์
ตําาแหน่ง
ด่านฯ
จุดติดตั้ง
ช่องทาง ด
ด่านฯ รามอินทรา
g
២
จุดติดตั้ง ๒
ช่องทาง ๒
ด่านฯ รามอินทรา
3
จุดติดตั้ง ๓
ช่องทาง ๓
ด่านฯ รามอินทรา
๔
จุดติดตั้ง ๔
ช่องทาง ๔
ด่านฯ รามอินทรา
๕
จุดติดตั้ง ๕
ช่องทาง ๕
ด่านฯ รามอินทรา
จุดติดตั้ง ๖
ช่องทาง ๖
ด่านฯ รามอินทรา
3
๗
จุดติดตั้ง ๗
ช่องทาง ๗
ด่านฯ รามอินทรา
า
៨
จุดติดตั้ง ๘
ช่องทาง ๘
ด่านฯ รามอินทรา
น
จุดติดตั้ง ๙
ช่องทาง ด
ด่านฯ ลาดพร้าว
๑๐
จุดติดตั้ง
๑๐
ช่องทาง ๒
ด่านฯ ลาดพร้าว
๑๑
จุดติดตั้ง
๑๑
ช่องทาง ๓
ด่านฯ ลาดพร้าว
๑๒
จุดติดตั้ง ๑๒
ช่องทาง ๔
ด่านฯ ลาดพร้าว
๑๓
จุดติดตั้ง
୭୩
ช่องทาง ด
ด่านฯ อาจณรงค์ ๒ (ท่าเรือ-บางนา)
๑๔
จุดติดตั้ง ๑๔
ช่องทาง ๒
ด่านฯ อาจณรงค์ ๒ (ท่าเรือ-บางนา)
๑๕
จุดติดตั้ง ๑๕
ช่องทาง ๓
ด่านฯ อาจณรงค์ ๒ (ท่าเรือ-บางนา)
๑๖
จุดติดตั้ง ๑๖
ช่องทาง ๔
ด่านฯ อาจณรงค์ ๒ (ท่าเรือ-บางนา)
๑๗
จุดติดตั้ง ๑๗
ช่องทาง ๕
ด่านฯ อาจณรงค์ ๒ (ท่าเรือ-บางนา)
១៨
จุดติดตั้ง ๑๗
ช่องทาง ๖
ด่านฯ อาจณรงค์ ๒ (ท่าเรือ-บางนา)
๑๙
จุดติดตั้ง ๑๙
ช่องทาง ๗
ด่านฯ อาจณรงค์ ๒ (ท่าเรือ-บางนา)
๒๐
จุดติดตั้ง ๒๐
ช่องทาง ๘
ด่านฯ อาจณรงค์ ๒ (ท่าเรือ-บางนา)
๒๑
จุดติดตั้ง ๒๑
ช่องทาง ด
ด่านฯ พระราม ๙-๑
២២
จุดติดตั้ง ๒๒
ช่องทาง ๒
ด่านฯ พระราม ๙-๑)
๒๓
จุดติดตั้ง ๒๓
ช่องทาง ๓
ด่านฯ พระราม ๙-๑
๒๔
จุดติดตั้ง ๒๔
ช่องทาง ๔
ด่านฯ พระราม ๙-๑
๒๕
จุดติดตั้ง ๒๕
ช่องทาง ๕
ด่านฯ พระราม ๙-๑
๒๖
จุดติดตั้ง ๒๖
ช่องทาง ๖
ด่านฯ พระราม ๙-๑
๒๗
จุดติดตั้ง ๒๗
ช่องทาง ๗
ด่านฯ พระราม ๙-๑
២៨
จุดติดตั้ง ๒๘
ช่องทาง ๘
ด่านฯ พระราม ๙-๑
๒๙
จุดติดตั้ง ๒๙
ช่องทาง ด
ด่านฯ สุขาภิบาล ๕-๒
mo
จุดติดตั้ง
mo
ช่องทาง ๒
ด่านฯ สุขาภิบาล ๕-๒
๓๑
จุดติดตั้ง
๓๑
ช่องทาง ๓
ด่านฯ สุขาภิบาล ๕-๒
៣២
จุดติดตั้ง ๓๒
ช่องทาง ด
ด่านฯ สุขาภิบาล ๕-๑
mm
จุดติดตั้ง
ช่องทาง ๒
ด่านฯ สุขาภิบาล ๕-๑
๓๔
จุดติดตั้ง ๓๔
ช่องทาง ๓
ด่านฯ สุขาภิบาล ๕-๑
๓๕
จุดติดตั้ง ๓๕
ช่องทาง ๔
ด่านฯ สุขาภิบาล ๕-๑
thakan
นางสาวทักษิณา กรไกร
maye นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว
นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
ลําาดับ
จุดติดตั้งอุปกรณ์
ตําแหน่ง
ด่านฯ
៣៦
จุดติดตั้ง ๓๖
ช่องทาง ๕
ด่านฯ สุขาภิบาล ๕-๑
๓๗
จุดติดตั้ง ๓๗
ช่องทาง ๖
ด่านฯ สุขาภิบาล ๕-๑
៣៨
จุดติดตั้ง ๓๘
ช่องทาง ด
ด่านฯ รามอินทรา
๓๙
จุดติดตั้ง ๓๙
ช่องทาง ๒
ด่านฯ รามอินทรา ๑
๔๐
จุดติดตั้ง ๔๐
ช่องทาง ๓
ด่านฯ รามอินทรา ๑
๔๑
จุดติดตั้ง ๔๑
ช่องทาง ๔
ด่านฯ รามอินทรา ด
๔๒
จุดติดตั้ง ๔๒
ช่องทาง ด
ด่านฯ จตุโชติ
๔๓
จุดติดตั้ง ๔๓
ช่องทาง ๒
ด่านฯ จตุโชติ
๔๔
จุดติดตั้ง ๔๔
ช่องทาง ๓
ด่านฯ จตุโชติ
๔๕
จุดติดตั้ง ๔๕
ช่องทาง ๔
ด่านฯ จตุโชติ
๔๖
จุดติดตั้ง ๔๖
ช่องทาง ๕
ด่านฯ จตุโชติ
๔๗
จุดติดตั้ง ๔๗
ช่องทาง ๖
ด่านฯ จตุโชติ
៨
จุดติดตั้ง ๔๘
ช่องทาง ๑
ด่านฯ โยธินพัฒนา
๔๙
จุดติดตั้ง ๔๙
ช่องทาง ๒
ด่านฯ โยธินพัฒนา
๕๐
จุดติดตั้ง ๕๐
ช่องทาง ๓
ด่านฯ โยธินพัฒนา
๕๑
จุดติดตั้ง ๕๑
ช่องทาง ๔
ด่านฯ โยธินพัฒนา
๕๒
จุดติดตั้ง ๕๒
ช่องทาง ๕
ด่านฯ โยธินพัฒนา
๕๓
จุดติดตั้ง ๕๓
ช่องทาง ๖
ด่านฯ โยธินพัฒนา
๕๔
จุดติดตั้ง ๕๔
ช่องทาง ๗
ด่านฯ โยธินพัฒนา
๕๕
จุดติดตั้ง ๕๕
ช่องทาง ด
ด่านฯ ประชาอุทิศ
๕๖
จุดติดตั้ง ๕๖
ช่องทาง ๒
ด่านฯ ประชาอุทิศ
๕๗
จุดติดตั้ง ๕๗
ช่องทาง ๓
ด่านฯ ประชาอุทิศ
๕๘
จุดติดตั้ง ๕๗
ช่องทาง ๔
ด่านฯ ประชาอุทิศ
๕๙
จุดติดตั้ง ๕๙
ช่องทาง ๑
ด่านฯ พระราม ๙-๒
๖๐
จุดติดตั้ง ๖๐
ช่องทาง ๒
ด่านฯ พระราม ๙-๒
๖ด
จุดติดตั้ง ๖๑
ช่องทาง ๓
ด่านฯ พระราม ๙-๒
៦២
จุดติดตั้ง ๖๒
ช่องทาง ๔
ด่านฯ พระราม ๙-๒
๖๓
จุดติดตั้ง ๖๓
ช่องทาง ๕
ด่านฯ พระราม ๙-๒
๖๔
จุดติดตั้ง ๖๔
ช่องทาง ๖
ด่านฯ พระราม ๙-๒
๖๕
จุดติดตั้ง ๒๕
ช่องทาง ด
ด่านฯ พัฒนาการ ๒
๖๖
จุดติดตั้ง ๖๖
ช่องทาง ๒
ด่านฯ พัฒนาการ ๒
๖๗
จุดติดตั้ง ๖๗
ช่องทาง ๓
ด่านฯ พัฒนาการ ๒
៦៨
จุดติดตั้ง ๖๘
ช่องทาง ๔
ด่านฯ พัฒนาการ ๒
๖๙
จุดติดตั้ง ๖๙
ช่องทาง ๑
ด่านฯ พัฒนาการ ๑
๗๐
จุดติดตั้ง ๗๐
ช่องทาง ๒
ด่านฯ พัฒนาการ ๑
๗๑
จุดติดตั้ง ๗๑
ช่องทาง ๓
ด่านฯ พัฒนาการ ๑
๗๒
จุดติดตั้ง ๗๒
ช่องทาง ๔
ด่านฯ พัฒนาการ ๑
๗๓
จุดติดตั้ง ๗๓
ช่องทาง ด
ด่านฯ พระโขนง
๗๔
จุดติดตั้ง ๗๔
ช่องทาง ๒
ด่านฯ พระโขนง
thaksi
นางสาวทักษิณา กรไกร
Ввена б นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
S
办
R
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
กรรมการและเลขานุการ
ลําาดับ
จุดติดตั้งอุปกรณ์
ตาแหน่ง
ด่านฯ
๗๕
จุดติดตั้ง ๗๕
ช่องทาง ๓
ด่านฯ พระโขนง
๗๖
จุดติดตั้ง ๗๖
ช่องทาง ๔
ด่านฯ พระโขนง
๗๗
จุดติดตั้ง ๗๗
ช่องทาง ๕
ด่านฯ พระโขนง
๗๘
จุดติดตั้ง ๗๘
ทางขน
ทางขึ้น CCB3
หมายเหตุ ** cabinet (ตู้เก็บอุปกรณ์ภายนอกอาคาร) ประกอบด้วย
- Main Circuit Breaker
- Surge Protection Device la Ground system
- Residual Current Breaker With Overload Protection (RCBO)
- Industrial Manage Switch
- Switching Power supply5A
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมกล้องตรวจจับป้ายทะเบียน (CCTV) สํารอง จํานวนไม่น้อยกว่า ๕ ตัว สําหรับใช้ทดแทนในกรณีที่กล้องตรวจจับป้ายทะเบียน (CCTV) เกิดการชํารุดหรือไม่สามารถใช้งานได้ เพื่อให้ ระบบสามารถดําเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง
๒) การบํารุงรักษาอุปกรณ์ที่ติดตั้งในอาคารด่านฯ อาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช
(CCB3) และอาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ
ผู้รับจ้างต้องทําการตรวจสอบ ทําความสะอาด บํารุงรักษา และซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ทําการติดตั้ง ทั้งหมดให้สามารถทํางานได้ปกติ ถูกต้อง และมีเสถียรภาพ ซึ่งอุปกรณ์ในโครงการสามารถ แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนหลัก ดังตารางที่ ๕-๓
ตารางที่ ๕-๓ รายการอุปกรณ์ที่ติดตั้งในอาคารด่านฯ อาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช (CCB3) และ
อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ
หมวดอุปกรณ์
รายการอุปกรณ์ / รายละเอียด
จํานวน / สถานที่ติดตั้ง
ะ
๑) อุปกรณ์ในห้อง Data
Center
๒) อุปกรณ์ที่อาคารด่าน เก็บค่าผ่านทางพิเศษ
Server
Storage (External)
Workstation
Server R540
Terminal Server (NVR Box)
Workstation
กล่องรวมและกระจายใยแก้ว
Distributed Switch
๑๕ ชุด (Rack 9, ชั้น 5 ศูนย์บริหารฯ กทพ.)
๑ ชุด (Rack 9, ชั้น 5 ศูนย์บริหารฯ กทพ.)
ะ
๑ ชุด (ชั้น ๒๔ ศูนย์บริหารฯ กทพ.)
ตามด่านฯ ติดตั้ง
ตามด่านฯ ติดตั้ง
ตามด่านฯ ติดตั้ง
๓ ด่านฯ (พระราม ๙-๑, พระราม ๙-๒, อาจณรงค์ ๒)
๓ ด่านฯ (พระราม ๙-๑, พระราม ๙-๒, อาจณรงค์ ๒)
๓) อุปกรณ์บนอาคารศูนย์
ควบคุมฯ (CCB3)
-thakain
Workstation
๑ ชุด
- หมายถึง ๑๓ ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ได้แก่ (จตุโชติ, สุขาภิบาล ๕, รามอินทรา ๑, รามอินทรา, โยธิน พัฒนา, ลาดพร้าว, ประชาอุทิศ, พระราม ๙-๑, พระราม ๙-๒, พัฒนาการ ๑, พัฒนาการ ๒, พระโขนง, อาจณรงค์ ๒)
นางสาวทักษิณา กรไกร นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
ประธานกรรมการ
กรรมการ
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว
นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
๕.๑.๒ การบํารุงรักษาด้านอุปกรณ์ซอฟต์แวร์
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการบํารุงรักษาด้านอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ โดยมีเงื่อนไขการบํารุงรักษาดังนี้ ๑) ในกรณีที่ระบบโปรแกรมซอฟท์แวร์ส่วนใดหรือส่วนหนึ่งมีปัญหา
กรณีบริษัทผู้รับจ้างตรวจพบ : เมื่อทางบริษัทผู้รับจ้างได้ตรวจพบปัญหาเอง บริษัทผู้รับ จ้างจะต้องวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจ้งระยะเวลาการแก้ไขกลับไปยัง กทพ. ภายใน เวลา ๑ วัน และดําเนินการแก้ไขให้ระบบกลับมาใช้งานได้ปกติภายใน ๓ วัน และรายงานผล
การดําเนินการต่อ กทพ. หรือผู้แทนของ กทพ. ทั้งนี้ หากไม่สามารถแก้ไขแล้วเสร็จภายใน ระยะเวลาดังกล่าวผู้รับจ้างต้องจัดทําหนังสือชี้แจงเหตุผลความจําเป็นให้ กทพ. พิจารณา
กรณี กทพ. หรือผู้แทนของ กทพ. ตรวจพบ : เมื่อ กทพ. หรือผู้แทนของ กทพ. ตรวจพบ ปัญหา จะต้องออกใบแจ้งปัญหาหรือใบแจ้งซ่อมถึงบริษัทผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้รับเรื่องจะ ดําเนินการแก้ไขให้ระบบกลับมาใช้งานได้ปกติภายใน ๓ วัน และรายงานผลการดําเนินการต่อ
กทพ. หรือผู้แทนของ กทพ. ทั้งนี้ หากไม่สามารถแก้ไขแล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องจัดทําหนังสือชี้แจงเหตุผลความจําเป็นให้ กทพ. พิจารณา
๒) ผู้รับจ้างจะทําการตรวจเช็คระบบต่าง ๆ การใช้งานและการแสดงผลของระบบโปรแกรม Software ของระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติทางพิเศษฉลองรัช (Automatic License Recognition) ดังแสดงในตารางที่ ๕-๔ เป็นประจําทุก ๓ เดือน ตารางที่ ๕-๔ รายการสําหรับการบํารุงรักษาระบบโปรแกรมซอฟท์แวร์
ประเภทของเซิร์ฟเวอร์
รายการที่ต้องตรวจสอบ / โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
Database Server
Web Server
Application Server
Media Streaming Server
Al Server
ตรวจสอบการทํางานและความบกพร่องของ ฮาร์ดดิสก์, พื้นที่จัดเก็บข้อมูล
โปรแกรม ALPR Web
Web Server
โปรแกรม ALPR Report
โปรแกรม ALPR Service
โปรแกรม RabbitMQ
โปรแกรม Authorization Service
โปรแกรม BackOffice Service
Application Server
โปรแกรม Incident Service
โปรแกรม System Monitor Service
โปรแกรม Gantry Device Service
โปรแกรม Gantry Control Service
Media Streaming Server
Al Server
-thaksin
นางสาวทักษิณา กรไกร
ประธานกรรมการ
โปรแกรม Media Streaming Service
Mer
โปรแกรม Al Processing
ละพร นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว
กรรมการ
กรรมการ
นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
๕.๑.๓ การทดสอบความแม่นยําของอุปกรณ์ตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (Particular Test) ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักของระบบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทุก 6 เดือน
ดงน
๑) การทดสอบความแม่นยําของการตรวจจับรถ สําหรับช่องเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบ
เงินสด (MTC) จะต้องมีความแม่นยําไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๕ และสําหรับช่องเก็บค่าผ่าน
ทางพิเศษแบบอัตโนมัติ (ETC) จะต้องมีความแม่นยําไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๕
๒) ปริมาณข้อมูลและวิธีการทดสอบ ให้ผู้รับจ้างต้องนําเสนอตามความเหมาะสมและ
หลักสถิติ หรือความเห็นชอบของ กทพ.
๕.๒ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการบํารุงรักษาเชิงแก้ไขปัญหา (Corrective Maintenance : CM) ของระบบ ตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ตามที่ได้รับแจ้งปัญหาจาก กทพ. พร้อมทั้งจะต้องมี บุคคลากรหรือทีมงาน ที่สามารถแก้ไขปัญหาของระบบได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ๕.๒.๑ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขปัญหาการชํารุดของอุปกรณ์ (ตามหัวข้อ ๕.๑.๑) รวมทั้ง
โปรแกรมประยุกต์ที่ชํารุดขัดข้อง (ตามหัวข้อ ๕.๑.๒) ให้ทํางานได้สมบูรณ์เช่นเดิม
๕.๒.๒ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขปัญหาข้อมูลระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ รวมทั้งข้อมูลที่ไม่ถูกส่งไปยังระบบศูนย์บริหาร (ALPR Platform) ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจาก โปรแกรมประยุกต์ โดยผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตรวจสอบร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ กทพ. ทั้งนี้ หากไม่สามารถแก้ไขแล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามข้อ ๔.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดทําหนังสือ ชี้แจงเหตุผลความจําเป็นให้ กทพ. พิจารณา
๕.๓ ผู้รับจ้างจะต้องทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล (DBA) และทําการถ่ายทอดให้กับ
เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องของ กทพ. เพื่อให้สามารถตรวจสอบปัญหาในเบื้องต้นได้
๕.๔ ในกรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบในการตรวจสอบและทําการแก้ไขให้แล้วเสร็จ พร้อมทั้งถ่ายภาพอุปกรณ์ที่ได้รับความ เสียหาย แจ้งเจ้าหน้าที่ กทพ. ภายในวันทําการถัดไป โดยจะต้องทํารายงานและเสนอราคาการ ซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เกิดอุบัติเหตุให้แก่ กทพ. ต่อไป
๕.๕ ในกรณีที่ กทพ. มีการปรับปรุงระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ หรือมีการเพิ่มช่องทาง หรือปรับปรุงเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น หรือค่าพารามิเตอร์อื่นที่เกี่ยวข้องกับ
ระบบฯ ในอนาคต ผู้รับจ้างจะต้องสามารถให้คําปรึกษาและดําเนินการตรวจสอบงานเบื้องต้นตามที่ กทพ. ร้องขอ รวมถึงให้คําแนะนําแก่ กทพ. ในด้านอุปกรณ์ที่ใช้ และจัดส่งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ มาร่วมปรับปรุงแก้ไขระบบด้วยทุกครั้ง ภายใต้รูปแบบการทํางาน ของระบบตรวจจับป้ายทะเบียน
รถยนต์อัตโนมัติ ในทางพิเศษฉลองรัช
๕.๖ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําสรุปรายงานประจํางวด จัดส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในแต่ละงวดงาน
โดยจะต้องมีเนื้อหาทั้งหมด ๔ ส่วน ซึ่งประกอบด้วย
๑) รายงานสรุปปัญหาการซ่อมแซม (Corrective Maintenance: CM)
๒) รายงานการบํารุงรักษา (Preventive Maintenance: PM)
๓) ใบรายการงานซ่อม (Services Sheet) สรุปปัญหาการแจ้งซ่อมและบํารุงรักษาเป็นราย
ด่านฯ รายช่องทาง รายอุปกรณ์
๔) ใบสรุปการเปลี่ยนอุปกรณ์ (ในกรณีที่มีการเปลี่ยนอุปกรณ์)
-Chakrin
นางสาวทักษิณา กรไกร
ประธานกรรมการ
ร
Mr
นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว
นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานการประชุมประจําแต่ละงวดภายใน ๑ สัปดาห์หลังการประชุมทุกครั้ง นอกจากนั้น เมื่อสิ้นสุดสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมรายงานตลอดทั้งสัญญาแบบ Digital Files ลง ใน External Hard disk จํานวน ๑ ชุด
- ระยะเวลาส่งมอบงาน
กทพ. กําหนดส่งมอบงานจ้างซ่อมแซมและบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์ อัตโนมัติ ทางพิเศษฉลองรัช ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ - ๒๕๗๐ เป็นงวด ๆ จํานวน 5 งวด (ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ จํานวน ๒ งวด และปีงบประมาณ ๒๕๗๐ จํานวน ๔ งวด) ดังต่อไปนี้
ปีงบประมาณ ๒๕๖๙
งวดที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๙ - มิถุนายน ๒๕๖๙
•ผู้รับจ้างดําเนินการซ่อมแซมและบํารุงรักษาตามข้อ ๕.๑ - ๕.๖ แล้วเสร็จสมบูรณ์
ครบในเดือน มีนาคม ๒๕๖๙ – มิถุนายน ๒๕๖๙
• ส่งรายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ ๑ ในรูปแบบเอกสาร จํานวน 5 ชุด และบันทึกข้อมูล รายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ ๑ ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จํานวน ๒ ชุด
งวดที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ – กันยายน ๒๕๖๙
ผู้รับจ้างดําเนินการซ่อมแซมและบํารุงรักษาตามข้อ ๕.๑- ๕.๖ แล้วเสร็จสมบูรณ์ครบในเดือน
กรกฎาคม ๒๕๖๙ – กันยายน ๒๕๖๙
• ส่งรายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ ๒ ในรูปแบบเอกสาร จํานวน 5 ชุด และบันทึกข้อมูล รายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ ๒ ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จํานวน ๒ ชุด
ปีงบประมาณ ๒๕๗๐
งวดที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ ธันวาคม ๒๕๖๙
• ผู้รับจ้างดําเนินการซ่อมแซมและบํารุงรักษาตามข้อ ๕.๑- ๕.๖ แล้วเสร็จสมบูรณ์ครบในเดือน
ตุลาคม ๒๕๖๙ – ธันวาคม ๒๕๖๙
• ส่งรายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ ๓ ในรูปแบบเอกสาร จํานวน 5 ชุด และบันทึกข้อมูล รายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ ๓ ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จํานวน ๒ ชุด
งวดที่ ๔ มกราคม ๒๕๗๐ - มีนาคม ๒๕๗๐
ผู้รับจ้างดําเนินการซ่อมแซมและบํารุงรักษาตามข้อ ๕.๑- ๕.๖ แล้วเสร็จสมบูรณ์ครบในเดือน
มกราคม ๒๕๗๐ - มีนาคม ๒๕๗๐
• ส่งรายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ ๔ ในรูปแบบเอกสาร จํานวน 5 ชุด และบันทึกข้อมูล รายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ ๔ ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จํานวน ๒ ชุด
งวดที่ ๕ เมษายน ๒๕๗๐ - มิถุนายน ๒๕๗๐
-Chaksi-
นางสาวทักษิณา กรไกร
ประธานกรรมการ
• ผู้รับจ้างดําเนินการซ่อมแซมและบํารุงรักษาตามข้อ ๕.๑ - ๕.๖ แล้วเสร็จสมบูรณ์ครบใน
เดือน เมษายน ๒๕๗๐ - มิถุนายน ๒๕๗๐
•ส่งรายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ ๕ ในรูปแบบเอกสาร จํานวน 5 ชุด และบันทึกข้อมูล
รายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ ๕ ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จํานวน ๒
นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว
กรรมการ
กรรมการ
Ven
ชุด
จะ
นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
งวดที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๗๐ - กันยายน ๒๕๗๐
• ผู้รับจ้างดําเนินการซ่อมแซมและบํารุงรักษาตามข้อ ๕.๑ – ๕.๖ แล้วเสร็จสมบูรณ์ครบใน
เดือน กรกฎาคม ๒๕๗๐ - กันยายน ๒๕๗๐
• ส่งรายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ 5 ในรูปแบบเอกสาร จํานวน 5 ชุด และบันทึกข้อมูล รายงานการบํารุงรักษาประจํางวดที่ 5 ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จํานวน ๒ ชุด
๗. เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ใช้เกณฑ์ราคา
4. วงเงินงบประมาณ
วงเงิน ๔,๑๐๑,๖๐๙.๐๐ บาท (สี่ล้านหนึ่งแสนหนึ่งพันหกร้อยเก้าบาทหกสิบสตางค์) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
๙. การจ่ายเงิน
กทพ. จะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการซ่อมแซมและบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบ ตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทางพิเศษฉลองรัช แล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งส่งมอบงานและรายงานผล การบํารุงรักษาในแต่ละงวด และตรวจรับงานเรียบร้อยแล้วเป็นงวด ๆ จํานวน 5 งวด (ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ จํานวน ๒ งวด และปีงบประมาณ ๒๕๒๐ จํานวน ๔ งวด) ดังต่อไปนี้
ตารางที่ ๙-๑ ตารางการจ่ายเงินตามงวดงาน
ร้อยละที่จ่าย
งวดเงิน
ของวงเงินจ้างทั้งหมด
งวดที่ ๑
ร้อยละ ๑๕.๐๐
งวดที่ ๒
ร้อยละ ๒๐.๐๐
งวดที่ ๓
ร้อยละ ๑๕.๐๐
งวดที่ ๔
ร้อยละ ๑๕.๐๐
งวดที่ ๕
ร้อยละ ๑๕.๐๐
งวดที่ ๖
ร้อยละ ๒๐.๐๐
-Chakai
นางสาวทักษิณา กรไกร
ประธานกรรมการ
เงื่อนไข
เมื่อผู้รับจ้างดําเนินการซ่อมแซมและบํารุงรักษาตามข้อ 5 แล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งส่งรายงานการบํารุงรักษาใน รูปแบบเอกสาร จํานวน 5 ชุด และบันทึกข้อมูลรายงาน การบํารุงรักษา ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จํานวน ๒ ชุด และคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว
กรรมการ
กรรมการ
Ahr
นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
๑๐. เงื่อนไข
๑๐.๑ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบ ชดใช้ค่าเสียหายต่อ กทพ. ในกรณีที่ช่างหรือลูกจ้างของผู้รับจ้าง จงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่มีความรู้ความชํานาญพอ กระทําหรืองดเว้นการกระทําใด ๆ ในการซ่อมแซมและบํารุงรักษาให้ กทพ. เป็นเหตุให้ระบบประมาณการจุดต้นทางและจุดปลาย ทางการเดินทางบนทางพิเศษ ไม่อยู่ในสภาพใช้การได้ดี โดยไม่อาจแก้ไขได้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและความสามารถในการใช้งานไม่ต่ํากว่าของเดิมชดใช้แทนหรือชดใช้ ราคาของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกิดความเสียหายให้แก่ กทพ.
๑๐.๒ กทพ. หรือผู้แทนของ กทพ. อาจแจ้งปัญหาข้อผิดพลาด สภาพของการชํารุดบกพร่องเบื้องต้น ของระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทางพิเศษฉลองรัช ไปยังผู้รับจ้างโดยทางโทรศัพท์ หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail) ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดและตลอด ๒๔ ชั่วโมง และผู้รับจ้างจะต้องตอบรับทราบมายัง กทพ. หรือผู้แทนของ กทพ. ภายใน ๑๒ ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ได้รับแจ้งโดยทางโทรศัพท์ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail)
๑๑. ค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาและผู้ว่าจ้าง ยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.00
๑๑.๒ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหตุขัดข้อง (Corrective Maintenance) ตามระยะเวลา
ที่กําหนดในข้อ ๔.๓ ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ กทพ. คิดค่าปรับ 9,000 บาทต่อวัน การเรียกเงินค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้น หากผู้รับจ้างไม่ส่งเงินค่าปรับหรือชําระค่าใช้จ่าย ใด ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ กทพ. แจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร กทพ. มีสิทธิ หักเงินค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากเงินประกันสัญญาหรือเรียกจากธนาคารผู้ค้ําประกัน
ของวงเงินตามสัญญานับถัดจากวันที่ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญา
๑๑.๓
ได้ทันที
๑๒. ข้อปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ
-thakain
กับ
๑๒.๑ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศของ กทพ. อย่าง เคร่งครัดโดยผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาความลับข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทํางาน กทพ. รวมทั้งข้อมูลทรัพย์สินระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลของ กทพ. ตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างจะต้องถือเป็นความลับของ กทพ. ทั้งในระหว่างระยะเวลาในสัญญาจ้างและ สิ้นสุดสัญญา โดยจะต้องไม่มอบหรือเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกทพ. และหากมี การนําไปใช้หรือเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหายต่อ กทพ. ผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทําดังกล่าว และ กทพ. มีสิทธิดําเนินคดีตามกฎหมายแก่ผู้รับจ้าง ๑๒.๒ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ รวมถึงปฏิบัติตาม
กฎหมายในประเทศไทย
๑๒.๓ ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนปฏิบัติระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ กทพ. ตาม
มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022
&
นางสาวทักษิณา กรไกร
คร นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว
sh
པེ་
นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ กทพ.
๑๓. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานนั้น และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทํางานสําหรับผู้รับเหมาของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ๆ
-Chaksi
นางสาวทักษิณา กรไกร
ประธานกรรมการ
EXAT
คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง
Sn
นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม
นางสาวศุภรดา หีบแก้ว
กรรมการ
กรรมการ
นายณัฐพงษ์ หงษ์กาญจนพงษ์ นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการราง
ประกาศการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
เรื่อง ประกวดราคาจ้างซ่อมแซมและบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทางพิเศษฉลองรัช (Automatic License Plate Recognition) ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ - ๒๕๗๐ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างซ่อมแซมและบํารุงรักษา อุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติทางพิเศษฉลองรัช (Automatic License Plate Recognition) ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ - ๒๕๗๐ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลาง ของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๑๐๑,๑๗๐.๔๐ บาท (สี่ล้านหนึ่งแสนหนึ่งพันหนึ่ง ร้อยเจ็ดสิบบาทเก้าสิบสตางค์) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
Q.
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
ระหว่างเวลา น. ถึง
ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
เลขที่ ลงวันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.exat.co.th หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข) ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
สําเนาถูกต้อง
ชนิลพร ปัญญาขาว (นางสาวชนิลพร ปัญญาขาว) รักษาการในตําแหน่ง หัวหน้าแผนกจัดซื้อจัดจ้า
ง ๑
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นางสาวชนิลพร ปัญญาขาว รักษาการใน ตําแหน่ง หัวหน้าแผนกจัดซื้อจัดจ้าง ๑ร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติทางพิเศษฉลองรัช (Automatic License Plate Recognition) ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ - ๒๕๗๐
ตามประกาศ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กทพ.” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้าง ซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติทางพิเศษฉลองรัช (Automatic License Plate Recognition) ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ - ๒๕๗๐ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์
ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์
อัตโนมัติทางพิเศษฉลองรัช
(Automatic License Plate
Recognition) ปีงบประมาณ ๒๕๖๙
-
๒๕๗๐
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ รายการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กทพ. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในการติดตั้งหรือบำรุงรักษาระบบตรวจจับป้ายทะเบียน รถยนต์อัตโนมัติ หรืองานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบข้างต้น มูลค่างานหรือโครงการไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะต้องเป็นผลงานในสัญญาฉบับเดียว และเป็นสัญญา ที่ผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่
เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ โดยต้องยื่นหนังสือรับรองผลงานใน วันยื่นเสนอราคา
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ
เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง ตามข้อ ๒.๑๐
(๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในการติดตั้งหรือบำรุงรักษาระบบตรวจจับป้าย ทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ หรืองานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบข้างต้น มูลค่างานหรือโครงการไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะต้องเป็นผลงานในสัญญาฉบับ เดียว และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อย แล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ โดยต้องยื่น หนังสือรับรองผลงานในวันยื่นเสนอราคา
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นรายชื่อบุคลากรและวุฒิการศึกษา จำนวนไม่น้อยกว่า ๓ ท่าน ที่มีประสบการณ์ในการติดตั้งหรือบำรุงรักษาระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (ALPR) โดย จะต้องมีวุฒิการศึกษา ปวช. ขึ้นไป สาขาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาโทรคมนาคม สาขาไฟฟ้า (ต้องมีประกาศนียบัตร
ช่างไฟฟ้า) หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง พร้อมแสดงหลักฐานการเป็นพนักงานของผู้ยื่นข้อเสนอ (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่
๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการจำนวน ๖ งวด (ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ จำนวน ๒ งวด และปีงบประมาณ ๒๕๗๐ จำนวน ๔ งวด) เดือนมีนาคม ๒๕๖๙ - ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กทพ.ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกทพ. จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กทพ.จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการก ระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกทพ.
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กทพ.จะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กทพ. จะพิจารณา จาก ราคารวม
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กทพ.กำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้
เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ กทพ.สงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน กรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกทพ. มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กทพ.มีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กทพ.ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกทพ.เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่า ใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกทพ.จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการ ยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล อื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกทพ. จะให้ผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กทพ. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือ ไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกทพ.
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากทพ. อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกทพ. ภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กทพ. ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กทพ. ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกทพ. ได้รับมอบไว้ แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กทพ. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย
ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๖ งวด (ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ จำนวน ๒ งวด และปีงบประมาณ ๒๕๗๐ จำนวน ๔ งวด ดังต่อไปนี้
ปีงบประมาณ ๒๕๖๙
งวดที่ ๑ เดือนมีนาคม ๒๕๖๙ - มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของ ค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษา ตามขอบเขตของงานจ้างฯ ข้อ ๖ แล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งส่งรายงานการบำรุงรักษาในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๖ ชุด และบันทึกข้อมูลรายงานการบำรุงรักษา ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จำนวน ๒ ชุด ส่งมอบงานและคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๒ เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๙ - กันยายน ๒๕๖๙ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของ ค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษา ตามขอบเขตของงานจ้างฯ ข้อ ๖ แล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งส่งรายงานการบำรุงรักษาในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๖ ชุด และบันทึกข้อมูลรายงานการบำรุงรักษา ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จำนวน ๒ ชุด ส่งมอบงานและคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๓ เดือนตุลาคม ๒๕๖๙ - ธันวาคม ๒๕๖๙ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ เมื่อผู้ รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษา ตามขอบเขตของงานจ้างฯ ข้อ ๖ แล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งส่ง รายงานการบำรุงรักษาในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๖ ชุด และบันทึกข้อมูลรายงานการบำรุงรักษา ลงสื่อบันทึก ข้อมูล (Flash Drive) จำนวน ๒ ชุด ส่งมอบงานและคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๔ เดือนมกราคม ๒๕๗๐ มีนาคม ๒๕๗๐ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของ ค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษา ตามขอบเขตของงานจ้างฯ ข้อ ๖ แล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งส่งรายงานการบำรุงรักษาในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๖ ชุด และบันทึกข้อมูลรายงานการบำรุงรักษา ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จำนวน ๒ ชุด ส่งมอบงานและคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๕ เดือนเมษายน ๒๕๗๐ - มิถุนายน ๒๕๗๐ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษา ตามขอบเขตของงานจ้างฯ ข้อ ๖ แล้วเสร็จ สมบูรณ์ พร้อมทั้งส่งรายงานการบำรุงรักษาในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๖ ชุด และบันทึกข้อมูลรายงานการ บำรุงรักษา ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จำนวน ๒ ชุด ส่งมอบงานและคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุ เรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๖ (งวดสุดท้าย) เดือนกรกฎาคม ๒๕๗๐ - กันยายน ๒๕ฅ๗๐ เป็นจำนวนเงินใน อัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษา ตามขอบเขตของงานจ้างฯ ข้อ ๖ แล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งส่งรายงานการบำรุงรักษาในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๖ ชุด และบันทึกข้อมูล รายงานการบำรุงรักษา ลงสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จำนวน ๒ ชุด ส่งมอบงานและคณะกรรมการได้ ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ *ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๑ ค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง
จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกทพ. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้าง ช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ * ของราคาค่าจ้าง
๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณรายได้หน่วยงาน ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ - พ.ศ. ๒๕๗๐
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กทพ.ได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณรายได้หน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ - พ.ศ. ๒๕๗๐ แล้วเท่านั้น ๙.๒ เมื่อกทพ.ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกทพ.ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กทพ.จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๙.๔ กทพ.สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกทพ. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ
เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๙.๖ กทพ. อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกทพ.ไม่ได้
(๑) กทพ.ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กทพ. หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กทพ. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกทพ. ไว้ชั่วคราว
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ชนิลพร ปัญญาขาว
(นางสาวชนิลพร ปัญญาขาว)
รักษาการในตำแหน่ง หัวหน้าแผนกจัดซื้อจัดจ้า ง ๑
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นางสาวชนิลพร ปัญญาขาว รักษาการใน ตำแหน่ง หัวหน้าแผนกจัดซื้อจัดจ้าง ๑