จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบคลังข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลของมหาวิทยาลัย (Data Warehouse and Analytics) สำหรับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวน 1 ระบบ สำนักคอมพิวเตอร์์

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 68129457565
฿6,900,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 25 ก.พ. 2569 มหาสารคาม
รายละเอียดการจ้าง

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลในยุคดิจิทัล จึงเปิดโครงการจ้างพัฒนาระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) และระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ขึ้น 1 ระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาข้อมูลที่กระจัดกระจายในระบบสารสนเทศของแต่ละหน่วยงาน เช่น ข้อมูลการรับเข้าศึกษา ทะเบียนนิสิต ผลการเรียน การเงิน บุคลากร และการวิจัย

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลกลางของมหาวิทยาลัยที่สามารถรวบรวม เชื่อมโยง และบูรณาการข้อมูลจากทุกแหล่ง ส่งผลให้มีธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) ที่ดีขึ้น สามารถสร้างชุดข้อมูลคุณภาพสูงสำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองต่างๆ และพัฒนาระบบรายงานหรือแดชบอร์ด (Dashboard) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานทุกระดับได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพและวัฒนธรรมการใช้ข้อมูล (Data-Driven Culture) ให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย

ขอบเขตการทำงานโดยละเอียดจะระบุอยู่ในภาคผนวกแนบท้ายเอกสาร ซึ่งครอบคลุมงานตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมข้อมูล การพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) กระบวนการรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูล การพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลและแดชบอร์ด รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากร ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบระบบที่ใช้งานได้จริง พร้อมการสนับสนุนและการถ่ายทอดความรู้

English summary

Mahasarakham University is initiating a project to develop a Data Warehouse and Data Analytics system. The project aims to address the issue of dispersed data across various university information systems, such as student admissions, registration, grades, finance, personnel, and research data.

The primary objective is to establish a central data infrastructure that can integrate, manage, and analyze data from all sources. This will improve Data Governance, create high-quality datasets for multi-dimensional analysis, and develop reporting dashboards to support accurate and timely decision-making for administrators and staff at all levels. The project also aims to build data literacy and foster a Data-Driven Culture among university personnel.

The detailed scope of work is outlined in the attached appendices, covering areas like data architecture design, Big Data management system development, data integration processes, analytics and dashboard system development, and personnel training. The contractor will be required to deliver a fully functional system along with knowledge transfer and support.

สถานที่ดำเนินการ

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อออกแบบและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านซอฟต์แวร์และสถาปัตยกรรมข้อมูลของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลของมหาวิทยาลัย สามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในทุกพันธกิจ
  • เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สำหรับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • เพื่อออกแบบและพัฒนากระบวนการรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบสารสนเทศต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย นำไปสู่การสร้างชุดข้อมูลที่มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย
  • เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลที่สนับสนุนการใช้ข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ตามหลักการของวิทยาศาสตร์ข้อมูล ตั้งแต่กระบวนการนำเข้าข้อมูล การเตรียมข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการนำเสนอข้อมูลด้วยระบบอัจฉริยะเพื่อการบริหารงาน (Business Intelligence) และระบบจินตภาพข้อมูล (Data Visualization)
  • เพื่อพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้ข้อมูล (Data-Driven Culture) ให้แก่บุคลากร และผู้บริหารของมหาวิทยาลัยผ่านการฝึกอบรมและการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล

ขอบเขตของงาน

ขอบเขตงานโดยละเอียดระบุอยู่ในภาคผนวกแนบท้ายเอกสาร ซึ่งประกอบด้วย:

  • ภาคผนวก ก: ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการ
  • ภาคผนวก ข: ข้อกำหนดด้านบุคคลากร
  • ภาคผนวก ค: ข้อกำหนดในการพัฒนาระบบงาน
  • ภาคผนวก ง: การจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานภายในโครงการ

จากเนื้อหา TOR ที่ปรากฏ สามารถสรุปขอบเขตงานหลักได้ดังนี้:

  • การออกแบบและพัฒนาสถาปัตยกรรมข้อมูลและซอฟต์แวร์เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูล
  • การพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
  • การออกแบบและพัฒนากระบวนการ ETL (Extract, Transform, Load) เพื่อรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบสารสนเทศต่างๆ ของมหาวิทยาลัย
  • การพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และระบบ Business Intelligence (BI) / Data Visualization
  • การพัฒนาระบบรายงานและแดชบอร์ด (Dashboard) สำหรับผู้บริหาร
  • การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรของมหาวิทยาลัยในการใช้ข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) และระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ที่พัฒนาเสร็จสมบูรณ์ จำนวน 1 ระบบ
  • สถาปัตยกรรมข้อมูลและซอฟต์แวร์กลางของมหาวิทยาลัย
  • ระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
  • กระบวนการและชุดข้อมูลมาตรฐานที่บูรณาการจากแหล่งข้อมูลต่างๆ
  • ระบบ Business Intelligence และ Data Visualization (แดชบอร์ด)
  • เอกสารประกอบระบบ (เช่น เอกสารการออกแบบ คู่มือใช้งาน)
  • ผลการฝึกอบรมบุคลากรของมหาวิทยาลัย
  • ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ตามที่กำหนดในภาคผนวก (ถ้ามี)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • กำหนดเวลาเสนอราคา: ระบุเฉพาะว่าเป็นวันที่ (ตามเอกสารประกวดราคา) ระหว่างเวลา … น. ถึง … น.
  • กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ: ไม่เกิน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
  • กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 180 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา
  • ผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) หรือข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) หรือระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ให้กับหน่วยงานภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการศึกษา อย่างน้อย 1 สัญญา ภายในระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผลงานที่ส่งมอบแล้วเสร็จแล้ว
  • Standards Compliance: ไม่ได้ระบุชัดเจนเกี่ยวกับ ISO หรือมาตรฐานสากลเฉพาะทางในส่วนคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
  • Experience: ต้องมีประสบการณ์ผลงานตามที่ระบุด้านบน (พัฒนาระบบ Data Warehouse, Big Data, หรือ Data Analytics)
  • Previous Project Cost: แต่ละสัญญาผลงานอ้างอิงจะต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)
  • Technical Capabilities: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำข้อเสนอทางด้านเทคนิคให้เป็นไปตามขอบเขตของการดำเนินงานที่กำหนดไว้ โดยอธิบายแนวความคิด วิธีการ และแนวทาง แผนงานการดำเนินการ และแสดงศักยภาพของทีมงาน
  • Personnel: ต้องแสดงให้เห็นถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของทีมงานหรือบุคลากรที่จะเข้าร่วมโครงการ โดยมีรายละเอียดบุคลากรตามขอบเขตงาน (ภาคผนวก ข) ซึ่งจากเกณฑ์การให้คะแนนระบุถึงตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้จัดการโครงการ, นักวิเคราะห์ระบบ, นักออกแบบ UX/UI, นักพัฒนาระบบอาวุโส, นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล, วิศวกรข้อมูล, นักพัฒนาฐานข้อมูล, ผู้เชี่ยวชาญ PDPA, เจ้าหน้าที่ทดสอบระบบ, เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ

เกณฑ์การพิจารณา

มหาวิทยาลัยจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance) โดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักดังนี้:

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (20%): คำนวณคะแนนจากสูตร 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
  • ต้นทุนของพัสดุตลอดอายุการใช้งาน (28%): ประเมินจากทีมงานตามขอบเขตงาน เช่น ผู้จัดการโครงการ (2.4%), นักวิเคราะห์ระบบ (2.4%), นักออกแบบ UX/UI (2.4%), นักพัฒนาระบบอาวุโส (3.2%), นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (3.2%), วิศวกรข้อมูล (3.2%), นักพัฒนาฐานข้อมูล (2.4%), ผู้เชี่ยวชาญ PDPA (3.2%), เจ้าหน้าที่ทดสอบระบบ (2.4%), เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ (3.2%)
  • มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ (32%): ประเมินจากแนวคิดและวิธีการดำเนินงานในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (8%), การพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลและทำรายงาน (12%), การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อติดตามนโยบายสำคัญของมหาวิทยาลัย (12%)
  • การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ (12%)
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ (8%)

หมายเหตุ: นอกจากนี้ยังมีการประเมินข้อเสนอทางเทคนิค (คุณภาพ) ในอีกส่วนหนึ่ง โดยแบ่งเป็น 4 หัวข้อ: 1) ผลงานและประสบการณ์ (15 คะแนน) 2) แนวคิดและวิธีการดำเนินโครงการ (40 คะแนน) 3) บุคลากร (35 คะแนน) 4) ข้อเสนอด้านอื่นๆ (10 คะแนน)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการนี้มุ่งพัฒนาระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) และระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ที่มีคุณสมบัติทางเทคนิคหลักดังนี้:

  • สถาปัตยกรรมข้อมูลกลาง: ออกแบบเพื่อเป็นศูนย์กลาง (Single Source of Truth) สำหรับข้อมูลของมหาวิทยาลัยทั้งหมด
  • ระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data): รองรับการจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาลจากแหล่งต่างๆ
  • กระบวนการ ETL/ELT: สำหรับรวบรวม เชื่อมโยง และแปลงข้อมูลจากระบบสารสนเทศเดิมของมหาวิทยาลัย (เช่น ระบบทะเบียน ระบบการเงิน ระบบบุคลากร) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
  • เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics): ที่ครอบคลุมกระบวนการวิทยาศาสตร์ข้อมูล ตั้งแต่การเตรียมข้อมูล การประมวลผล การวิเคราะห์ จนถึงการนำเสนอ
  • ระบบ Business Intelligence (BI) และ Data Visualization: สำหรับสร้างรายงานและแดชบอร์ด (Dashboard) แบบ Real-time หรือใกล้ Real-time เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
  • การรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย: ต้องคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
  • การบูรณาการกับระบบเดิม: สามารถดึงข้อมูลจากระบบสารสนเทศที่มีอยู่ของมหาวิทยาลัยได้

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินประมาณการ: 7,368,555.36 บาท (เจ็ดล้านสามแสนหกหมื่นแปดพันสี่ร้อยห้าสิบห้าบาทสามสิบหกสตางค์)
  • หลักประกันการเสนอราคา: จำนวน 345,000.00 บาท (สามแสนสี่หมื่นห้าพันบาท) ในรูปแบบเงินสด หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกันจากบริษัทเงินทุนที่กำหนด
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้ ในรูปแบบเงินสด เช็ค/ดราฟท์ หนังสือค้ำประกันธนาคาร/บริษัทเงินทุน หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย
  • ค่าปรับ:
    • กรณีนำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง ต่อวัน
  • ระยะเวลารับประกัน: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่มหาวิทยาลัยได้รับมอบงาน
  • การจ่ายเงิน: รายละเอียดตามแบบสัญญาแนบท้าย (ไม่ได้ระบุชัดเจนในส่วนที่ให้มา)
  • เงื่อนไขพิเศษ: การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อมหาวิทยาลัยได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากงบประมาณเงินรายได้ปี พ.ศ.2568 (เงินกัน) แล้วเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ระบบนี้จะต้องเชื่อมต่อกับระบบเดิมของมหาวิทยาลัยอะไรบ้าง?
    ระบบจะต้องสามารถรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบสารสนเทศหลักของมหาวิทยาลัย เช่น ระบบรับเข้าศึกษา ระบบทะเบียนและวัดผล ระบบการเงินและพัสดุ ระบบบุคลากร และระบบวิจัย ตามที่ระบุใน TOR

  • ผู้ใช้หลักของระบบคือใคร และต้องรองรับการใช้งานแบบใด?
    ผู้ใช้หลักคือผู้บริหารมหาวิทยาลัยในทุกระดับและผู้ปฏิบัติงานจากหน่วยงานต่างๆ ระบบต้องรองรับการสร้างรายงานและแดชบอร์ด (Dashboard) สำหรับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การติดตามนโยบาย การพัฒนาหลักสูตร และการดูแลนิสิตรายบุคคล

  • ระบบต้องรองรับข้อมูลในรูปแบบและปริมาณเท่าใด?
    ระบบต้องได้รับการออกแบบให้เป็นระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อรองรับข้อมูลปริมาณมหาศาลจากทุกหน่วยงานที่อาจมีทั้งข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured) และไม่มีโครงสร้าง (Unstructured)

  • มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลอย่างไร?
    ต้องคำนึงถึงการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย PDPA เป็นส่วนหนึ่งของทีมโครงการ และระบบต้องมีมาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลตามบทบาท (Role-Based Access Control)

  • การฝึกอบรมบุคลากรของมหาวิทยาลัยมีขอบเขตอย่างไร?
    โครงการต้องมีการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้ข้อมูล (Data-Driven Culture) ผ่านการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลให้แก่บุคลากรและผู้บริหารของมหาวิทยาลัย

  • ระบบต้องสามารถส่งออกรายงานในรูปแบบใดได้บ้าง?
    จากวัตถุประสงค์ ระบบต้องมีการนำเสนอข้อมูลด้วย Data Visualization และแดชบอร์ด ซึ่งน่าจะรองรับการส่งออกในรูปแบบต่างๆ เช่น PDF, Excel หรือการแชร์ลิงก์แดชบอร์ดแบบ Interactive

  • มีข้อกำหนดให้ใช้เทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มเฉพาะใดหรือไม่?
    TOR ไม่ได้ระบุเทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มที่กำหนดตายตัว แต่ผู้เสนอราคาต้องนำเสนอแนวคิดและวิธีการที่เหมาะสม และต้องแสดงเปรียบเทียบคุณลักษณะที่เสนอกับที่มหาวิทยาลัยกำหนด

  • การสนับสนุนหลังการส่งมอบระบบเป็นอย่างไร?
    TOR ระบุระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่มหาวิทยาลัยรับมอบงาน โดยผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมแก้ไขภายใน 15 วันหลังจากได้รับการแจ้ง

  • โครงการต้องจัดเตรียมฮาร์ดแวร์/เซิร์ฟเวอร์ด้วยหรือไม่?
    มีภาคผนวก ง เกี่ยวกับ “การจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานภายในโครงการ” ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีการจัดหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์บางส่วนเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ

  • การทดสอบระบบและ User Acceptance Test (UAT) จะดำเนินการอย่างไร?
    TOR ระบุให้มีเจ้าหน้าที่ทดสอบระบบ (Tester) ในทีมงาน ซึ่งบ่งชี้ว่าต้องมีกระบวนการทดสอบ รวมถึงน่าจะมีการทดสอบยอมรับจากผู้ใช้ (UAT) ร่วมกับมหาวิทยาลัยก่อนการส่งมอบจริง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจ้างพัฒนาระบบคลังข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลของมหาวิทยาลัย
(Data Warehouse and Analytics) สําหรับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จํานวน 1 ระบบ

  1. ความเป็นมา/เหตุผลและความจําเป็น
    ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลกลายเป็นสินทรัพย์สําคัญในการขับเคลื่อนองค์กร มหาวิทยาลัยมหาสารคามในฐานะ
    สถาบันอุดมศึกษาชั้นนําของประเทศ
    ตระหนักถึงความสําคัญของการนําเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมาใช้ในการ ยกระดับการบริหารจัดการ การเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันและบรรลุวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย
    ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมีข้อมูลจํานวนมหาศาลที่จัดเก็บอยู่ในระบบสารสนเทศต่างๆ ของแต่ละหน่วยงาน เช่น ข้อมูลการรับเข้าศึกษา ข้อมูลทะเบียนนิสิต ข้อมูลผลการเรียน ข้อมูลการเงิน ข้อมูลบุคลากร และ ข้อมูลการวิจัย ซึ่ง ข้อมูลเหล่านี้ยังคงกระจัดกระจายและขาดการบูรณาการ ทําให้การนําข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ของผู้บริหาร การพัฒนาหลักสูตรให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง หรือการดูแลและส่งเสริมศักยภาพนิสิตเป็นรายบุคคล ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ
    ดังนั้น เพื่อให้มหาวิทยาลัยมหาสารคามสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่างสูงสุดและเป็นระบบ
    มหาวิทยาลัยจึงมีความจําเป็นต้องพัฒนาระบบบริหารจัดการคลังข้อมูล และระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ขึ้น เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางในการรวบรวม เชื่อมโยง บูรณาการ จัดการ และวิเคราะห์ข้อมูลจากทุกหน่วยงาน ทําให้เกิดธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) ที่ดี สามารถสร้างชุดข้อมูลคุณภาพสูงสําหรับนําไปวิเคราะห์ใน มุมมองต่างๆ และสร้างรายงานหรือแดชบอร์ด (Dashboard) สําหรับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับ เพื่อ สนับสนุนการตัดสินใจที่แม่นยําและรวดเร็วบนพื้นฐานของข้อมูลจริง อันจะนําไปสู่การพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน
    และมีประสิทธิภาพสูงสุด
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อออกแบบและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านซอฟต์แวร์และสถาปัตยกรรมข้อมูลของมหาวิทยาลัย มหาสารคาม ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลของมหาวิทยาลัย สามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การดําเนินงานในทุกพันธกิจ
    2.2 เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สําหรับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2.3 เพื่อออกแบบและพัฒนากระบวนการรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบสารสนเทศต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย นําไปสู่การสร้างชุดข้อมูลที่มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการ
    ดําเนินงานของมหาวิทยาลัย
    2.4 เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลที่สนับสนุนการใช้ข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ตามหลักการของวิทยาศาสตร์ข้อมูล ตั้งแต่กระบวนการนําเข้าข้อมูล การเตรียมข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการนําเสนอข้อมูลด้วยระบบอัจฉริยะเพื่อการบริหารงาน (Business Intelligence) และระบบจินตภาพข้อมูล (Data Visualization)
    2.5 เพื่อพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้ข้อมูล (Data-Driven Culture) ให้แก่บุคลากร และผู้บริหารของมหาวิทยาลัยผ่านการฝึกอบรมและการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล
    Socken N
    กรรมการ
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ
    IN
    ………
    ww N
    กรรมการ
    กรรมการและเลขานุการ
    หน้า 2
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการ
    ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่มหาวิทยาลัย ณ วันเสนอ ราคา หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิหรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิและความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น
  1. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
  2. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
  3. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละ
    ครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มี
    มูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  4. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตาม
    ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ) โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
    กรรมการ
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการและเลขานุการ
    หน้า 3
  5. กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
    (5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
    (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
    พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) หรือ ข้อมูลขนาด ใหญ่ (Big Data) หรือระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ให้กับหน่วยงานภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือ สถาบันการศึกษา อย่างน้อย 1 สัญญา โดยแต่ละสัญญาจะต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท (สามล้าน บาทถ้วน) ภายในระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผลงานที่ส่งมอบแล้วเสร็จแล้ว พร้อมแนบสําเนา หนังสือรับรองผลงาน
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําข้อเสนอทางด้านเทคนิคให้เป็นไปตามขอบเขตของการดําเนินงานที่กําหนด ไว้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบเอกสารดังกล่าวมาพร้อมด้วย มีรายละเอียดดังนี้
    3.12.1 แนวความคิด วิธีการ และแนวทาง ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องอธิบายแนวความคิด วิธีการ และแนวทางที่จะใช้ในการดําเนินโครงการให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของ
    โครงการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    3.12.2 แผนงานการดําเนินการ ต้องนําเสนอแผนงาน กําหนดการดําเนินงาน และขั้นตอน ต่าง ๆ โดยแสดงรายละเอียดของชนิดงานและขั้นตอนทั้งหมด พร้อมทั้งกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานในแต่ละ
    รายการอย่างชัดเจน
    3.12.3 ศักยภาพของทีมงานและบุคลากร ต้องแสดงให้เห็นถึงความรู้ ความสามารถ และ ประสบการณ์ของทีมงานหรือบุคลากรที่จะเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้เพื่อตอกย้ําให้เห็นว่าทีมงานมีความพร้อมและ ศักยภาพเพียงพอที่จะทําให้งานสําเร็จได้ตามเป้าหมายและมีประสิทธิภาพสูงสุด
  1. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจ้าง
    การดําเนินโครงการจ้างพัฒนาระบบคลังข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลของมหาวิทยาลัย (Data Warehouse and Analytics) สําหรับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จํานวน 1 ระบบ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและ จัดทําระบบบริหารจัดการข้อมูลกลางที่มีมาตรฐาน สามารถเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่รองรับการนําไปใช้ในการ วางแผน บริหารจัดการ การรายงานผลการดําเนินงาน และการตัดสินใจเชิงนโยบายในทุกมิติของการบริหารงาน มหาวิทยาลัย เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย มหาสารคาม โดยผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานให้เป็นไปตามขอบเขตงานดังนี้
    รายละเอียดตามภาคผนวกแนบท้ายเอกสารนี้
    4.1 ภาคผนวก ก
    4.2 ภาคผนวก ข
    4.2 ภาคผนวก ค
    4.3 ภาคผนวก ง
    ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการ ข้อกําหนดด้านบุคคลากร
    ข้อกําหนดในการพัฒนาระบบงาน
    การจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานภายในโครงการ
    Dobr
    กรรมการ
    ประธานกรรมการ
    IN
    ….. กรรมการ
    กรรมการ
    ………
    กรรมการและเลขานุการ
    หน้า 4
  2. ข้อเสนอทางเทคนิค
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนําเสนอข้อมูลทางด้านเทคนิค (Technical Proposal) ที่เกี่ยวข้องกับ โครงการจ้าง พัฒนาระบบคลังข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลของมหาวิทยาลัย (Data Warehouse and Analytics) สําหรับ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จํานวน 1 ระบบ ที่นําเสนอ เพื่อเปรียบเทียบว่าตรงตามความต้องการของ มหาวิทยาลัย หรือไม่ อย่างไร ข้อมูลที่เสนอจะต้องแสดงให้มหาวิทยาลัยเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอ เข้าใจถึงความ ต้องการของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี และต้องแสดงให้เห็นโดยชัดเจนว่า โครงการจ้างพัฒนาระบบคลังข้อมูล และระบบวิเคราะห์ข้อมูลของมหาวิทยาลัย (Data Warehouse and Analytics) สําหรับมหาวิทยาลัย มหาสารคาม จํานวน 1 ระบบ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอ มีสิ่งใดบ้างที่ตรงกับความต้องการ และสิ่งใดบ้างสูงกว่าความ ต้องการ และประสบการณ์อ้างอิง โดยให้จัดทําในรูปเล่มรายงาน มีสารบัญระบุเลขหน้าชัดเจน โดยให้ยื่นขณะ เข้าเสนอราคา ซึ่งประกอบด้วย
    5.1 นําเสนอรายละเอียดแผนงานตามขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจ้างตามข้อ 4 และจัดทํา
    รายละเอียดการดําเนินงานโดยละเอียดทุกขั้นตอน
    5.2 นําเสนอแนวความคิด วิธีการ แผนงาน กําหนดระยะเวลาการทํางาน และการเสนอรายงาน ในการ ดําเนินการตามขอบเขตการดําเนินงานที่กําหนด เพื่อให้การดําเนินการเป็นไปโดยรอบคอบ รัดกุม มีความ ครบถ้วน สมบูรณ์ เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์ของงานนี้
    5.3 นําเสนอผังโครงสร้างการบริหารงาน พร้อมทั้งทีมงาน หรือเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน และตาราง
    การดําเนินงานโดยละเอียด
    5.4 ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติ และความเป็นมาของบริษัทผู้ยื่นข้อเสนอ รวมถึงลักษณะการดําเนินงานผล ประกอบการที่ผ่านมา รายชื่อลูกค้าสําคัญภายในประเทศ และ/หรือ ภายนอกประเทศที่อ้างอิงได้
    5.5 นําเสนอรายละเอียดประวัติ คุณวุฒิ และประสบการณ์การทํางานที่ผ่านมาของบุคลากร โดยต้อง แสดงเอกสารประกอบตามที่ระบุในเอกสารแนบ
  3. เงื่อนไขการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอรายละเอียดการคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ไม่ด้อยกว่าข้อกําหนดในเอกสาร ฉบับนี้ทุกข้อทุกรายการ โดยข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องแสดงเป็นตารางเปรียบเทียบ “คุณลักษณะที่ มหาวิทยาลัยกําหนด” กับ “คุณลักษณะที่ยื่นเสนอ” โดยใช้มาตราวัดอันเดียวกันทุกประการ และให้ทํา เครื่องหมายกํากับและระบุหมายเลขกํากับทุกข้อความทุกรายการอย่างชัดเจน ในเอกสารรายละเอียดคุณ ลักษณะเฉพาะของพัสดุที่แนบมาด้วยนี้ ตามรูปแบบดังนี้
    ลําดับ รายละเอียด รายละเอียดที่ผู้ยื่น เปรียบเทียบ
    ที่
    ข้อกําหนด
    ข้อเสนอ เสนอ
    ข้อกําหนด
    เอกสารอ้างอิง (หน้า,ข้อ)
    ที่มหาวิทยาลัย
    กําหนด
    ให้คัดลอกข้อกําหนด ให้ระบุรายละเอียด ให้ระบุจุดที่ดีกว่า
    ที่มหาวิทยาลัย คุณลักษณะ
    หรือ เทียบเท่า
    เฉพาะที่เสนอ
    ข้อกําหนด
    กําหนดมากรอกใน ช่องนี้
    NU
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการ
    ให้ระบุเอกสารหรืออ้างอิงถึง
    เอกสารของข้อกําหนด ที่เสนอ (ถ้ามี) และทําสัญลักษณ์แสดง ข้อความในประโยคของเอกสาร
    หรือในแคตตาล็อกนั้นให้ชัดเจน
    INN
    กรรมการ
    กรรมการและเลขานุการ
    หน้า 5
  4. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติตามที่กําหนด และมีเอกสารและหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนตามที่กําหนดใน เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จึงจะได้รับการพิจารณาในข้อนี้
    7.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะพิจารณา ตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยพิจารณาให้คะแนน ตามปัจจัยหลักและน้ําหนักที่กําหนดดังนี้
    7.1.1 ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (ราคา) กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 20
    7.1.2 ข้อเสนอด้านเทคนิค (คุณภาพ) หรือข้อเสนออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ กําหนดน้ําหนักร้อยละ 80 โดยพิจารณาเกณฑ์การให้คะแนน ดังต่อไปนี้
    ทั้งนี้ ข้อเสนอด้านเทคนิค (คุณภาพ) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนําเสนอรายละเอียดโรงการตามกรอบที่ผู้ ว่าจ้างกําหนดอย่างครบถ้วน โดยยื่นเอกสารข้อเสนอด้านเทคนิคในวันยื่นข้อเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาฯ ตามรายละเอียดและข้อกําหนดเกณฑ์การให้คะแนน ข้อเสนอทางด้านเทคนิค (คุณภาพ) รวม 100 คะแนน ประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้
    7.2 เกณฑ์ด้านคุณภาพ แบ่งออกเป็น 4 หัวข้อหลัก โดยมีคะแนนเต็มในการพิจารณาทั้งหมด 100
    คะแนน ดังนี้
  1. ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ
  2. แนวคิดและวิธีการดําเนินโครงการ
  3. บุคลากร (คุณวุฒิ จํานวน ประสบการณ์)
  4. ข้อเสนอด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการ
    โดยมีรายละเอียดในการพิจารณาเกณฑ์ในแต่ละหัวข้อ มีดังนี้
    15 คะแนน
    40 คะแนน
    35 คะแนน
    10 คะแนน
  5. ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (15 คะแนน)
    มหาวิทยาลัยมหาสารคามจะพิจารณาผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอจากงานที่ได้
    ดําเนินการแล้วเสร็จในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564 ถึง ปี พ.ศ. 2568) และให้ความสําคัญกับประสบการณ์ที่ เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานที่ได้มีการกําหนดไว้ในขอบเขตงาน (TOR) ในข้อ 3.11 ซึ่งจะพิจารณาจากรายละเอียด
    9
    ดงน
    ลําดับ
    1
    ผลงานและประสบการณ์
    คะแนน
    จํานวนผลงาน
    3
    2
    1
    ผลงานที่เสนอตามขอบเขตงาน (TOR) ในข้อ 3.11
    15
    15
    10
    5
  6. แนวคิด และวิธีการดําเนินโครงการ (40 คะแนน)
    มหาวิทยาลัยมหาสารคามจะพิจารณาจากความเข้าใจในจุดประสงค์ของงาน คุณภาพของข้อเสนอโดย มีเนื้อหาครอบคลุมตามที่ระบบไว้ในขอบเขตงาน (TOR) รวมถึงวิธีคิด วิธีการจัดการ วิธีการบริหาร การ ดําเนินงานโครงการที่มีความเหมาะสมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
    Imewor
    กรรมการ
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ
    lun
    กรรมการ
    กรรมการและเลขานุการราง
    ประกาศมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบคลังข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลของมหาวิทยาลัย (Data Warehouse and Analytics) สําหรับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จํานวน ๑ ระบบ สํานักคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบคลังข้อมูลและ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลของมหาวิทยาลัย (Data Warehouse and Analytics) สําหรับมหาวิทยาลัย มหาสารคาม จํานวน ๑ ระบบ สํานักคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลาง ของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๗,๓๖๘,๕๕๕,๓๖ บาท (เจ็ดล้านสามแสนหกหมื่นแปด พันสี่ร้อยห้าสิบห้าบาทสามสิบหกสตางค์) จํานวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
    วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ระหว่างเวลา
    ราคา
    ลงวันที่
    Q.
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด
    ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
    น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
    น. ถึง
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.fin.msu.ac.th e-mail: [email protected] หรือ www.gprocurement.go.th
    ประกาศ ณ วันที่
    มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
    (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนายุทธ ไชยธงรัตน์)
    รองอธิการบดีฝ่ายการคลังและพัสดุ
    ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    สําเนาถูกต้อง
    นวลจันทร์ เหลือล้น
    (นางนวลจันทร์ เหลือล้น)
    นักวิชาการพัสดุชํานาญการ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๙
    โดย นางนวลจันทร์ เหลือล้น นักวิชาการพัสดุ ช้านาญการร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างพัฒนาระบบคลังข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลของมหาวิทยาลัย (Data Warehouse and Analytics) สำหรับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวน ๑ ระบบ สำนักคอมพิวเตอร์ ตามประกาศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “มหาวิทยาลัยมหาสารคาม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบคลังข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลของมหาวิทยาลัย (Data Warehouse and Analytics) สำหรับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวน ๑ ระบบ สำนักคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    พัฒนาระบบคลังข้อมูลและระบบ
    วิเคราะห์ข้อมูลของมหาวิทยาลัย
    (Data Warehouse and Analytics)
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ ระบบ
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันการเสนอราคา
    (๒) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการ ขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เชื่อถือ
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
    เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ
    มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง
    พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น
    ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
    (๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
    (๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
    ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๘๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่มหาวิทยาลัยมหาสารคามผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะพิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่มหาวิทยาลัยมหาสารคามจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th
    ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๓๔๕,๐๐๐.๐๐ บาท (สามแสนสี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน)
    ๕.๑ เงินสด
    ๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
    ๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    ๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้ มหาวิทยาลัยมหาสารคามตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
    โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๔๐๖๕๕๒๙๓๒๘ ชื่อ บัญชี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เงินรายได้)
    และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดย การชำระเงินและส่งหลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและ เวลาเสนอราคาเท่านั้น
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคามจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือ ผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนน รวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคามจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
    ๖.๒.๑ พัฒนาระบบคลังข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลของมหาวิทยาลัย (Data Warehouse and Analytics)
    (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ต้นทุนของพัสดุนั้นตลอดอายุการใช้งาน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อย ละ ๒๘.๐๐ ประกอบด้วย
    (๒.๑) ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๒.๔๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน
    (๒.๒) นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๒.๔๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน
    (๒.๓) นักออกแบบ UX/UI กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒.๔๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน
    (๒.๔) นักพัฒนาระบบ อาวุโส (Senior Programmer) กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓.๒๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน (๒.๕) นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๓.๒๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน
    (๒.๖) วิศวกรข้อมูล (Data Engineer) กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๓.๒๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน
    (๒.๗) นักพัฒนาฐานข้อมูล (Database Administrator) กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒.๔๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน (๒.๘) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    (PDPA Specialist) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓.๒๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขต ของงาน
    (๒.๙) เจ้าหน้าที่ทดสอบระบบ (Tester) กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๒.๔๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน
    (๒.๑๐) เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๓.๒๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน
    (๓) มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๒.๐๐ ประกอบด้วย
    (๓.๑) แนวคิดและวิธีการดำเนินงานในการพัฒนาแพลตฟอร์ม และระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน
    (๓.๒) แนวคิดและวิธีการดำเนินงานในการพัฒนาระบบการ วิเคราะห์ข้อมูลและทำรายงานด้านพัฒนาระบบและการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๑๒.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน
    (๓.๓) แนวคิดและวิธีการดำเนินงานในการพัฒนาระบบ สารสนเทศเพื่อติดตามนโยบายสำคัญของมหาวิทยาลัย กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๒.๐๐ โดยมีวิธีการให้ คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน
    (๔) การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๑๒.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน (๕) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน
    โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้น ไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๖.๔ มหาวิทยาลัยมหาสารคามสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่ มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ มหาวิทยาลัยมหาสารคามมีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
    ๖.๖ มหาวิทยาลัยมหาสารคามทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่ง ราคาใด หรือราคา ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการ หนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะ พิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งมหาวิทยาลัยมหาสารคามจะ พิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อ เสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การ เสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือมหาวิทยาลัย มหาสารคาม จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการ ตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มี สิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญามหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจประกาศยกเลิกการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคา หรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการ แข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่า กระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
    ๗. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และ จะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ได้ ให้มหาวิทยาลัยมหาสารคามยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ๗.๑ เงินสด
    ๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นเช็คหรือ ดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ
    ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งมหาวิทยาลัย มหาสารคาม ได้รับมอบไว้แล้ว
    ๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    ๙. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของ วงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
    ๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการ ซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง ๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากงบประมาณเงินรายได้ปี พ.ศ.๒๕๖๘ (เงินกัน)
    การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้รับอนุมัติ เงินค่าจ้างจากงบประมาณเงินรายได้ปี พ.ศ.๒๕๖๘ (เงินกัน) แล้วเท่านั้น
    ๑๑.๒ เมื่อมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดัง
    กล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้ บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ มหาวิทยาลัยมหาสารคามจะริบหลักประกัน การยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัด ซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๑.๔ มหาวิทยาลัยมหาสารคามสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดใน แบบสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็น ที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๑.๖ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคามไม่ได้
    (๑) มหาวิทยาลัยมหาสารคามไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือ ได้รับจัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่มหาวิทยาลัย มหาสารคาม หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อ เสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไว้ชั่วคราว
    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    มกราคม ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    นวลจันทร์ เหลือล้น
    (นางนวลจันทร์ เหลือล้น)
    นักวิชาการพัสดุชำนาญการ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๙
    โดย นางนวลจันทร์ เหลือล้น นักวิชาการพัสดุ
    ชำนาญการ