จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงดูแลรักษาคอมพิวเตอร์

สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า 68129414975
฿660,700 ปีงบ 2569 ประกาศ 20 ม.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สํานักงาน กขค.) มีความประสงค์จ้างเหมาบริการเพื่อบำรุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ได้มาหลังสิ้นสุดสัญญาเช่า ซึ่งเป็นทรัพย์สินของสำนักงานฯ แล้ว ปัจจุบันมีอุปกรณ์รวมกว่า 400 รายการ ประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์ All-in-One จำนวน 183 เครื่อง, Workstation 2 เครื่อง, โน้ตบุ๊คสำหรับงานประมวลผล 37 เครื่อง, โน้ตบุ๊คสำหรับพกพา 11 เครื่อง, อุปกรณ์ต่อพ่วง 14 เครื่อง และเครื่องสำรองไฟ (UPS) ขนาด 400 VA จำนวน 185 เครื่อง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้อุปกรณ์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา และสามารถให้บริการสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบ

ผู้รับจ้างมีขอบเขตงานหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1) การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เช่น ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ ทำความสะอาด อัปเดตซอฟต์แวร์และโปรแกรมป้องกันไวรัส เดือนละไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง 2) การตรวจสอบและแก้ไขปัญหา (Corrective Maintenance) โดยเข้าดำเนินการภายใน 1 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง และแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง และ 3) การให้คำปรึกษาและบริการสนับสนุนทางเทคนิค (Technical Support) แก่บุคลากร นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดเจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ (IT Support) จำนวน 2 คน ปฏิบัติงานประจำที่สำนักงานฯ ในวันและเวลาราชการ (08.30 - 16.30 น.) โดยมีหน้าที่ดูแลรักษาอุปกรณ์ สนับสนุนการใช้งาน เฝ้าระวังระบบ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลาดำเนินโครงการรวมทั้งสิ้น 12 เดือน

English summary

The Office of Trade Competition Commission (OTCC) intends to hire a contractor for the maintenance and upkeep of its computer equipment and peripherals, totaling over 400 items. This includes 183 All-in-One computers, 2 Workstations, 37 processing laptops, 11 portable laptops, 14 peripheral devices, and 185 Uninterruptible Power Supplies (UPS) of 400 VA.

The project aims to ensure all equipment remains in optimal working condition at all times, thereby continuously and efficiently supporting staff operations and minimizing system downtime risks.

The contractor’s primary responsibilities encompass three key areas: 1) Preventive Maintenance, including equipment inspection, cleaning, and updating of operating systems and antivirus software at least once a month. 2) Corrective Maintenance, requiring on-site response within 1 hour of notification and problem resolution within 24 hours. 3) Technical Support and consultation for staff. Additionally, the contractor must deploy two (2) dedicated IT Support personnel to work on-site at the OTCC office during official working hours (08:30 - 16:30). Their duties include equipment maintenance, user support, system monitoring, and coordination with relevant departments. The total project duration is 12 months.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สํานักงาน กขค.)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อบำรุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา
  • เพื่อให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของสำนักงาน กขค. สามารถให้บริการแก่บุคลากรและสนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง

ขอบเขตของงาน

ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานตามขอบเขตหลัก 3 ด้าน และจัดบุคลากรประจำดังนี้:

  • การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance):
    • ตรวจสอบสภาพการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงตามรอบระยะเวลาไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
    • ทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ จอภาพ และอุปกรณ์ต่อพ่วง
    • ตรวจสอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องสำรองไฟ (UPS) ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
    • ตรวจสอบและอัปเดตระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์ และโปรแกรมป้องกันไวรัสให้เป็นปัจจุบัน
  • การตรวจสอบและแก้ไขปัญหา (Corrective Maintenance):
    • ดำเนินการตรวจสอบ/ซ่อมบำรุง/แก้ไขปัญหาเมื่อพบการชำรุดหรือได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าของสำนักงาน กขค.
    • เข้าดำเนินการภายใน 1 ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้ง
    • แก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง
  • การให้คำปรึกษาและบริการสนับสนุน (Technical Support):
    • ให้คำแนะนำการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เบื้องต้นแก่บุคลากร
    • สนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใหม่หรือโยกย้ายอุปกรณ์ตามคำร้องขอ
    • จัดทำรายงานผลการบำรุงรักษาและการตรวจสอบ/ซ่อมบำรุง/แก้ไขปัญหา เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นรายเดือน
  • การจัดเจ้าหน้าที่ประจำ (On-site IT Support Personnel):
    • จัดเจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ (IT Support) จำนวน 2 คน ปฏิบัติงานประจำ ณ สำนักงาน กขค.
    • เวลาทำงาน: วันและเวลาราชการ ตั้งแต่ 08.30 น. - 16.30 น. (หรือตามที่ผู้ว่าจ้างเห็นสมควร)
    • หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำครอบคลุม:
      • ดูแล บำรุงรักษา ตรวจสอบอุปกรณ์และ UPS
      • สนับสนุนการใช้งานของบุคลากรและให้คำปรึกษา
      • เฝ้าระวัง ตรวจสอบ แจ้งเหตุขัดข้อง และแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
      • ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานอื่น
      • จัดทำแผนปฏิบัติงานและรายงาน
    • ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่ใช้ปฏิบัติงาน เช่น โทรศัพท์มือถือ ชุดเครื่องมือซ่อมบำรุง อุปกรณ์ตรวจสอบไฟฟ้า เป็นต้น
  • การรักษาความลับของข้อมูล: ผู้รับจ้างต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของสำนักงานฯ เป็นระยะเวลา 3 ปี
  • การปฏิบัติตามระเบียบ: เจ้าหน้าที่ประจำต้องปฏิบัติตามระเบียบการควบคุมดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ ณ สำนักงานฯ อย่างเคร่งครัด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานประจำเดือน (ส่งภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป) ประกอบด้วย:
    • รายงานสรุปผลการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
    • รายงานสรุปผลการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา (Corrective Maintenance)
    • ใบลงเวลาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์รายเดือน
  • บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ต่ออุปกรณ์ทั้งหมดตามรอบที่กำหนด
  • บริการแก้ไขปัญหาและสนับสนุนทางเทคนิค แก่บุคลากร
  • การจัดหาและจัดการเจ้าหน้าที่ IT Support จำนวน 2 คน ปฏิบัติงานประจำตลอดระยะเวลาสัญญา
  • แผนการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาคอมพิวเตอร์

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินงานรวมทั้งสิ้น: 12 เดือน (365 วัน)
  • กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา
  • กำหนดเวลาแล้วเสร็จ: ไม่เกิน 365 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มทำงาน
  • การส่งมอบงาน/รายงาน: ส่งรายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือนภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
  • การจ่ายค่าจ้าง: แบ่งเป็น 12 งวดรายเดือน ตามการปฏิบัติงานครบถ้วนในแต่ละงวด

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่ได้สละแล้ว)
    • ต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance: - (ไม่ได้ระบุเจาะจง)
  • Experience: - (ไม่ได้ระบุประสบการณ์ของบริษัทผู้ยื่นข้อเสนอโดยตรง)
  • Previous Project Cost: - (ไม่ได้ระบุ)
  • Technical Capabilities: - (ไม่ได้ระบุความสามารถทางเทคนิคของบริษัท)
  • Personnel:
    • คุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ (ต้องยื่นพร้อมข้อเสนอ):
      • คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง:
        • อายุระหว่าง 21 ถึง 55 ปี
        • วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านคอมพิวเตอร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
        • มีประสบการณ์ด้านการดูแล บำรุงรักษา หรือซ่อมแซมเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ไม่น้อยกว่า 2 ปี
        • มีความรู้พื้นฐานด้านระบบปฏิบัติการ Windows, การจัดการเครือข่ายเบื้องต้น และการสำรองข้อมูล
        • ไม่เคยถูกให้ออกจากงานเนื่องจากความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่
      • คุณสมบัติทั่วไป:
        • มีสัญชาติไทย
        • (เพศชาย) ต้องเคยผ่านการเกณฑ์ทหารหรือหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร (รด.)
        • มีใบรับรองแพทย์รับรองสุขภาพดี
        • ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย ไม่เคยต้องโทษจำคุก (เว้นแต่ความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ)
        • ไม่เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ/รัฐวิสาหกิจเพราะกระทําผิดวินัย
        • ไม่เสพหรือค้ายาเสพติด

เกณฑ์การพิจารณา

  • หลักเกณฑ์การพิจารณา: เกณฑ์ราคาต่ำสุด
  • การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอจะพิจารณาจาก ราคารวม ที่เสนอ
  • ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับสิทธิ์ให้จัดซื้อจัดจ้างกับ (จัดเรียงลำดับไม่เกิน 3 ราย)
  • ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทยที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลต่างชาติหรือนิติบุคคลต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 3 จะได้รับสิทธิ์ให้จัดซื้อจัดจ้างกับ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการนี้เป็นบริการบำรุงรักษาและสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่มีอยู่แล้วของสำนักงานฯ โดยมีข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับการปฏิบัติงานดังนี้:

  • อุปกรณ์เป้าหมาย: คอมพิวเตอร์ All-in-One (183 เครื่อง), Workstation (2 เครื่อง), โน้ตบุ๊คสำหรับงานประมวลผล (37 เครื่อง), โน้ตบุ๊คสำหรับพกพา (11 เครื่อง), อุปกรณ์ต่อพ่วง (14 เครื่อง), เครื่องสำรองไฟ UPS ขนาด 400 VA (185 เครื่อง)
  • ข้อกำหนดการบำรุงรักษา:
    • Preventive Maintenance: ต้องทำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ครอบคลุมการตรวจสอบสภาพ การทำความสะอาด และการอัปเดตระบบปฏิบัติการ/ซอฟต์แวร์/แอนติไวรัส
    • Corrective Maintenance: เวลาในการตอบสนอง (Response Time) ภายใน 1 ชั่วโมง และเวลาแก้ไขปัญหา (Resolution Time) ภายใน 24 ชั่วโมง
  • ข้อกำหนดสำหรับเจ้าหน้าที่ประจำ: ต้องมีความรู้พื้นฐานด้านระบบปฏิบัติการ Windows, การจัดการเครือข่ายเบื้องต้น และการสำรองข้อมูล
  • ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูล: ผู้รับจ้างและเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของสำนักงานฯ รวมถึงการควบคุมการเข้าถึง การป้องกันการติดตั้งซอฟต์แวร์ไม่ได้รับอนุญาต และการรักษาความลับของข้อมูล

เงื่อนไขสัญญา

  • งบประมาณ/วงเงิน: ราคากลาง 733,573.00 บาท (เจ็ดแสนสามหมื่นสามพันห้าร้อยเจ็ดสิบสามบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
  • การชำระเงิน: จ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน แบ่งเป็น 12 งวดเท่าๆ กัน (งวดที่ 1-11 งวดละ 8.33% ของค่าจ้าง, งวดสุดท้าย 8.37%) เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานครบถ้วนในแต่ละงวดและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
  • ค่าปรับ:
    • ค่าปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้า: ชำระเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญาจ้าง
    • ค่าปรับกรณีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไม่ครบถ้วน: หักเงินค่าจ้างตามอัตราต่อคนต่อวัน และปรับเพิ่มเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างในงวดนั้น (ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท) หากขาดงานไม่ครบเวลาในแต่ละวัน ปรับชั่วโมงละ 100 บาท
    • ค่าปรับกรณีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง: ปรับครั้งละในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญาจ้าง ต่อหนึ่งเหตุการณ์
  • หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการเสนอราคาต้องวางหลักประกันสัญญาจำนวนร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
  • การบอกเลิกสัญญา: ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดได้ หากผู้รับจ้างผิดสัญญาและไม่แก้ไขภายใน 15 วัน หรือหากประเมินแล้วเห็นว่าผู้รับจ้างไม่มีความรู้ความสามารถหรือปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพ (โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 50 วัน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์อะไรบ้างให้เจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานประจำ?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดหาโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสาร, ชุดเครื่องมือซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและ UPS, อุปกรณ์ทำความสะอาด, สายสำรองไฟ, อุปกรณ์สำรองข้อมูล, และโปรแกรม/ซอฟต์แวร์ที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ

  • Q: หากต้องการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ IT Support ที่ส่งมาประจำ จะต้องทำอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือสูงกว่าเดิม และส่งเอกสารหลักฐานเพื่อให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเข้า ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 7 วัน (ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน)

  • Q: เจ้าหน้าที่ IT Support มีข้อห้ามหรือระเบียบอะไรบ้างในการปฏิบัติงาน?
    A: มีหลายข้อ เช่น ห้ามดื่มสุราหรือเสพของมึนเมา, ห้ามเล่นเกมหรือดูสื่อออนไลน์ส่วนตัวในช่วงเวลางาน, ห้ามนำบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติงาน, ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย และต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้ว่าจ้าง

  • Q: นอกจากการบำรุงรักษาแล้ว เจ้าหน้าที่ประจำมีหน้าที่ด้านความปลอดภัยข้อมูลอย่างไร?
    A: เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบการใช้งานระบบตามมาตรการความปลอดภัย เช่น ควบคุมสิทธิ์ผู้ใช้งาน (User Access Control), ห้ามติดตั้งซอฟต์แวร์หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต, ตรวจสอบและรายงานพฤติกรรมใช้งานที่เสี่ยงหรือผิดระเบียบ รวมถึงป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์

  • Q: การรายงานผลการปฏิบัติงานต้องส่งให้ใคร และเมื่อไร?
    A: ต้องจัดทำรายงานผลการบำรุงรักษาและการแก้ไขปัญหา เสนอต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ สำนักงาน กขค. เป็นรายเดือน พร้อมส่งมอบงานภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป

  • Q: ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์เปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างได้หรือไม่?
    A: ได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ขอเปลี่ยนตัวบุคลากรเมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน และผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรมาทดแทนภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด

  • Q: ข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับมีระยะเวลาบังคับใช้นานเท่าไร?
    A: ผู้รับจ้างตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของสำนักงานฯ เป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญา

  • Q: ในกรณีฉุกเฉินที่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบขัดข้องนอกเวลาราชการ มีการบริการหรือไม่?
    A: เอกสารระบุเฉพาะการแก้ไขปัญหาในขอบเขตของ “Corrective Maintenance” ซึ่งต้องตอบสนองภายใน 1 ชั่วโมงและแก้ไขให้เสร็จใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับแจ้ง แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการแจ้งเหตุสามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่ ควรสอบถามเพิ่มเติมจากสำนักงานฯ

  • Q: ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องทดสอบระบบอื่นๆ ของสำนักงานฯ ด้วยหรือไม่?
    A: ตามขอบเขตงาน เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือกับผู้ว่าจ้างในการทดสอบการทำงานของระบบที่เกี่ยวข้องกับงานเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ระบบสำรองข้อมูล (Backup System), ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity System) หรือระบบเครือข่าย (Network System) ตามที่ได้รับมอบหมาย

  • Q: หากผู้ชนะการเสนอราคาเป็น SME จะได้สิทธิ์อะไรเพิ่มเติม?
    A: ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs ที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับสิทธิ์ให้จัดซื้อจัดจ้างกับ (โดยจัดเรียงลำดับจากผู้เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดน้อยที่สุด ไม่เกิน 3 ราย) โดยผู้เข้าร่วมค้าทุกรายในกิจการร่วมค้าต้องเป็น SME

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจ้างเหมาบริการบํารุงดูแลรักษาคอมพิวเตอร์
๑. ความเป็นมา
สํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สํานักงาน กขค.) ได้ดําเนินโครงการเช่าคอมพิวเตอร์ พร้อมซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๖๔ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกํากับดูแลการแข่งขัน ทางการค้า และสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาสัญญาเช่าในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ อุปกรณ์ทั้งหมดจะตกเป็นทรัพย์สินของสํานักงาน กขค. ประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ แบบ All-in-One เครื่อง Workstation เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค อุปกรณ์ต่อพ่วง และเครื่องสํารองไฟฟ้า รวมกว่า ๔๐๐ รายการ ซึ่งมีบทบาทสําคัญในการสนับสนุนการดําเนินงานในด้านต่าง ๆ ตามภารกิจงาน ด้านการแข่งขันทางการค้า หากไม่มีการดูแลรักษาอุปกรณ์เหล่านี้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิด ความชํารุดเสียหายจากการใช้งานตามระยะเวลา
และส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบงานโดยรวม
ด้วยเหตุนี้ สํานักงาน กขค. จึงมีความจําเป็นต้องดําเนินโครงการจ้างเหมาบริการบํารุงดูแลรักษา คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และสามารถ ให้บริการแก่บุคลากรสํานักงาน กขค. รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติงานตามภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจ้างเหมาบุคลากรผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจะช่วยให้สามารถดูแล ตรวจสอบ บํารุงรักษา เชิงป้องกัน รวมถึงแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง เพิ่มความมั่นคงต่อเนื่องของการให้บริการ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแท้จริง
๒. วัตถุประสงค์
(๑) เพื่อบํารุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา ประกอบด้วย
เครื่องคอมพิวเตอร์ All-in-One สําหรับงานประมวลผล จํานวน ๑๘๓ เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์ Workstation จํานวน ๒ เครื่อง


·
.

เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสําหรับงานประมวลผล จํานวน ๓๗ เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสําหรับพกพา จํานวน ๑๑ เครื่อง
อุปกรณ์ต่อพ่วงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จํานวน ๑๔ เครื่อง
เครื่องสํารองไฟ (UPS) ขนาด 400 VA จํานวน ๑๘๕ เครื่อง
(๒) เพื่อให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของสํานักงาน กขค. สามารถให้บริการแก่บุคลากรและสนับสนุน การปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
(๑) มีความสามารถตามกฎหมาย (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
(๔) ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา ๑๐๖ วรรคสาม (หมายถึง ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญา กับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ของกรมบัญชีกลาง)
ลงขอ
..ประธานกรรมการ ลงชื่อ
dur
….. กรรมการ ลงชื่อ
กรรมการและเลขานุการ
(๕) ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกแจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๑๐๙ (หมายถึง ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ
ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย)
(๖) คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุ
ภาครัฐประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๗) เป็นบุคคลธรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
(๘) ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน ก.ค. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือวันที่หน่วยงานของรัฐมีหนังสือเชิญชวน และไม่เป็นผู้กระทํา การอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือในการจัดจ้างครั้งนี้ (๙) ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
(๑๐) ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑๐.๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้า รายอื่นทุกราย
(๑๐.๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมี
คุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน
(๑๐.๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือ มอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ ๑๐.๓ ดําเนินการซื้อและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารจ้างทําของจึงจะมีสิทธิในการเข้ายื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้าได้
๓) การยื่นข้อเสนอโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง หากผู้เข้าร่วมค้ารายใดได้รับหนังสือ เชิญชวนจากหน่วยงานของรัฐแล้ว ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจ ตามข้อ (๑๐.๓) สามารถ ดําเนินการยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๑๑) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
(๑๒) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑๒.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือ ต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนองบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่
ลงซ๊อ

ลงชื่อ
ck
กรรมการ ลงชื่อ
น กรรมการและเลขานุการ
หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทินเว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็น ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
(๑๒.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มี
การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่า ของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๑๒.๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๑๒.๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคล ธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงาน ใหญ่รับรองหรือ ที่สํานักงาน สาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึง วันยื่นข้อเสนอ ไม่เกิน ๙๐ วัน
๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้งจะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคาร กลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจาก สํานักงาน ใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
(๑๒.๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศ และเอกสารประกวดราคาในระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคาทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสาร
Trophr.
ลงชื่อ
….ประธานกรรมการ ลงชื่อ
กรรมการ ลงซีอ
M45
กรรมการและเลขานุการ
ที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบ กับเอกสารดังกล่าว
จะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกําหนดโดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มี
การยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๑๒.๖) กรณีตามข้อ (๑๒.๑) - ข้อ (๑๒.๕) ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้ มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้วและ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น
ไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
(๑๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอคุณสมบัติเจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ ตามข้อ ๔.๓.๖
๔. ขอบเขตและข้อกําหนดการจ้าง
๔.๑ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
๔.๑.๑ การบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
ตรวจสอบสภาพการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงตามรอบระยะเวลา
ไม่น้อยกว่าเดือนละ ๑ ครั้ง
ทําความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ จอภาพ และอุปกรณ์ต่อพ่วง ตรวจสอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องสํารองไฟ (UPS) ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ตรวจสอบและอัปเดตระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์ และโปรแกรมป้องกันไวรัสให้เป็นปัจจุบัน ๔.๑.๒ การตรวจสอบและแก้ไขปัญหา (Corrective Maintenance) การทํางานของอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
ดําเนินการตรวจสอบ/ซ่อมบํารุง/แก้ไขปัญหาเมื่อพบการชํารุดหรือได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่
ของสํานักงาน กขค.
๒๔ ชั่วโมง
เข้าดําเนินการภายใน ๑ ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้ง และแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน
๔.๑.๓ การให้คําปรึกษาและบริการสนับสนุน (Technical Support)
สํานักงาน กขค.
สํานักงาน กขค.
• ให้คําแนะนําการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เบื้องต้นแก่บุคลากรของ
• สนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใหม่ หรือโยกย้ายอุปกรณ์ตามคําร้องขอของ
จัดทํารายงานผลการบํารุงรักษาและการตรวจสอบ/ซ่อมบํารุง/แก้ไขปัญหา
เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ สํานักงาน กขค. เป็นรายเดือน
ลง อ
.ประธานกรรมการ ลงชื่อ
ck
กรรมการ ลงชื่อ
รร
…..กรรมการและเลขานุการ
๔.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดเจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ (IT Support) จํานวน ๒ คน ประจํา ปฏิบัติงาน ณ สํานักงาน กขค. ในวันและเวลาราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น. หรือช่วงเวลา อื่นตามที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายเห็นสมควร โดยข้อปฏิบัติงานตามข้อกําหนดและรายละเอียด
ดังต่อไปนี้
๔.๒.๑ การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
(๑) ดูแล บํารุงรักษา และตรวจสอบการทํางานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ต่อพ่วงภายในสํานักงาน กขค. ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลาทําการ
(๒) ดูแลและป้องกันการสูญหายหรือความเสียหายของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ ต่อพ่วง และข้อมูลภายในเครื่อง รวมทั้งดําเนินการสํารองข้อมูลและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ตามมาตรฐานของสํานักงาน ก.ค.
(๓) ติดตาม ตรวจสอบ และดูแลเครื่องสํารองไฟ (UPS) เพื่อป้องกันความเสียหายอันเกิดจาก ไฟตก ไฟดับ หรือแรงดันไฟฟ้าไม่คงที่
๔.๒.๒ การสนับสนุนการใช้งานของบุคลากร
(๑) ควบคุม ดูแล และอํานวยความสะดวกให้บุคลากรของสํานักงาน กขค. ในการใช้งาน เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงให้เป็นไปตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง
ปลอดภัยด้านสารสนเทศของสํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
และอุปกรณ์ต่อพ่วง
(๒) ให้คําปรึกษา แนะนํา และช่วยเหลือบุคลากรในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์
(๓) ให้คําแนะนําเบื้องต้นแก่บุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ของสํานักงาน กฃค.
๔.๒.๓ การแก้ไขปัญหาและเฝ้าระวังระบบ
(๑) เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแจ้งเหตุขัดข้องเกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือเครือข่าย ของสํานักงาน กขค. โดยทันที
(๒) ดําเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น (Troubleshooting) เพื่อให้ระบบกลับมาทํางานได้ โดยเร็วที่สุด พร้อมรายงานผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายทันที
๔.๒.๔ การประสานงานร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
(๑) ให้ความร่วมมือกับผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายในการทดสอบการทํางาน ของระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ระบบสํารองข้อมูล (Backup System) ระบบ รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity System) หรือระบบเครือข่าย (Network System)
๔.๒.๕ การจัดทําแผนและบริหารงานและการประสานงาน
(๑) ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ โดยระบุ ช่วงเวลาปฏิบัติงาน จํานวนบุคลากร และพื้นที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด
๔.๓ ข้อกําหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติม
๔.๓.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาคอมพิวเตอร์จํานวน ๒ คน ประจําการที่สํานักงาน คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สํานักงาน กขค.) ในวันและเวลาราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. หรือช่วงเวลาอื่นที่ผู้ว่าจ้างเห็นสมควร โดยต้องไม่กระทบต่อคุณภาพและความต่อเนื่องของการให้บริการ
๔.๓.๒ อุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างต้องจัดหามาใช้ในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย
ลงชื่อ…… …ประธานกรรมการ ลงชื่อ
w
กรรมการ ลงชื่อ HS
กรรมการและเลขานุการ
e
(๑) โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสาร สําหรับติดต่อประสานงานภายในและนอกสถานที่ จํานวนไม่น้อยกว่าจํานวนเจ้าหน้าที่ประจําการ
(๒) ชุดเครื่องมือซ่อมบํารุงคอมพิวเตอร์ (Toolkit) อย่างน้อย ๒ ชุด
(๓) อุปกรณ์ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและ UPS อย่างน้อย ๑ ชุด
(๔) อุปกรณ์ทําความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง อย่างน้อย ๒ ชุด (๕) สายสํารองไฟ (Power Cord / Extension) อย่างน้อย ๒ ชุด
(๖) อุปกรณ์สํารองข้อมูล (External Hard Disk หรือ Flash Drive) สําหรับใช้ในการ
สํารองและกู้คืนข้อมูล
(๗) โปรแกรมและซอฟต์แวร์ที่จําเป็นในการตรวจสอบ แก้ไข และบํารุงรักษาระบบ (๔) อุปกรณ์อื่น ๆ ที่จําเป็นต่อการปฏิบัติงานตามขอบเขตของสัญญา
๔.๓.๓ ผู้รับจ้างต้องกํากับดูแลเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ให้ปฏิบัติตามข้อกําหนด ในการปฏิบัติงานทั่วไปดังต่อไปนี้
การให้บริการ
ปฏิบัติงาน
ผู้บังคับบัญชา
(๑) ลงลายมือชื่อหรือบันทึกเวลาเข้าและออกจากงาน ณ จุดที่ผู้ว่าจ้างกําหนด (๒) แต่งกายสุภาพเรียบร้อยตามระเบียบของผู้รับจ้าง และมีมารยาทที่เหมาะสมใน
(๓) ห้ามดื่มสุรา หรือเสพของมึนเมาทั้งก่อนและระหว่างปฏิบัติงาน
(๔) ห้ามเล่นเกม ดูสื่อออนไลน์ หรือใช้โทรศัพท์มือถือในกิจกรรมส่วนตัวระหว่างเวลา
(๕) ห้ามนําบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
(๖) ต้องปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย และเชื่อฟังคําสั่งผู้ว่าจ้างหรือ
๔.๓.๔ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ ขอเปลี่ยนตัวบุคลากรของผู้รับจ้าง เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมกับ การปฏิบัติงานตามสัญญา และผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรมาทดแทน ภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
๔.๓.๕ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรประจํา ผู้รับจ้างต้องคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณสมบัติ เทียบเท่าหรือสูงกว่าเดิม และจัดส่งเอกสารหลักฐานเพื่อให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเข้า ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า ๗ วัน เว้นแต่กรณีฉุกเฉินที่ไม่สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ ซึ่งให้เป็นไปตามดุลพินิจ ของผู้ว่าจ้าง
๔.๓.๖ คุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาคอมพิวเตอร์
(๑) คุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง
(ก) มีอายุระหว่าง ๒๑ ถึง ๕๕ ปี

(ข) วุฒิการศึกษาระดับปริญาตรี ด้านคอมพิวเตอร์หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ค) มีประสบการณ์ด้านการดูแล บํารุงรักษา หรือซ่อมแซมเครื่องคอมพิวเตอร์และ
อุปกรณ์ต่อพ่วงไม่น้อยกว่า ๒ ปี
และการสํารองข้อมูล
(ง) มีความรู้พื้นฐานด้านระบบปฏิบัติการ Windows, การจัดการเครือข่ายเบื้องต้น
(จ) ไม่เคยถูกให้ออกจากงานเนื่องจากความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ (๒) คุณสมบัติทั่วไป
(ก) ต้องมีสัญชาติไทย
ลงชื่อ

  • ประธานกรรมการ
    ลงชื่อ
    کیلے
    กรรมการ ลงชื่อ
    กรรมการและเลขานุการ
    3
    (ข) ถ้าเป็นเพศชายต้องเคยผ่านการเกณฑ์ทหารหรือเคยผ่านหลักสูตรนักศึกษา
    วิชาทหาร (หลักสูตร ๓ ปี)
    (ค) มีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันรับรองว่าเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี ร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่เป็นคนที่มีจิตใจฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือมีจิตใจไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติงาน
    (ง) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย
    (จ) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษ สําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
    เพราะกระทําผิดวินัย
    (ฉ) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษ ไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ
    (ช) ไม่เสพหรือค้ายาเสพติด หรือมีประวัติเป็นผู้เสพหรือผู้ค้ายาเสพติด ๔.๓.๘ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนครบระยะเวลาสัญญาในกรณีดังต่อไปนี้
    (๑) ผู้รับจ้างผิดสัญญาและผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายได้มีหนังสือบอกกล่าวให้ ผู้รับจ้างแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว แต่ผู้รับจ้างไม่ดําเนินการตามกําหนดระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งในกรณีนี้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิริบหลักประกันการปฏิบัติ ตามสัญญาและเรียกค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง (ถ้ามี) ได้อีกด้วย
    (๒) ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างแล้วเห็นว่าผู้รับจ้างไม่มีความรู้
    ความสามารถและความชํานาญในงานดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพ
    ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 50 วัน ซึ่งผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ จากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น
    ๔.๔ การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    “ข้อมูลที่เป็นความลับ” หมายความถึง ข้อมูลใด ๆ ซึ่งผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายให้เป็นผู้ให้ ข้อมูลได้เปิดเผยแก่ผู้รับจ้าง และมีความประสงค์ให้ผู้รับจ้างเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ ซึ่งผู้รับจ้างตกลงว่าจะเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับนั้นเป็นระยะเวลา ๓ ปี นับตั้งแต่วันที่ทําสัญญากับ
    ผู้ว่าจ้างภายใต้ข้อกําหนดดังต่อไปนี้
    ๔.๔.๑ รักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับมาอย่างเคร่งครัด และไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลใดทราบ เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่ลูกจ้าง
    หรือพนักงานของผู้รับจ้างที่ต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นเท่านั้นและผู้รับจ้างจะต้องจัดให้ ลูกจ้างหรือพนักงานของตนได้ผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไขในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับด้วย
    นิเท่านัน
    ๔.๔.๒ ใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพียงเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ในขอบเขตข้อกําหนด
    ๔.๔.๓ เก็บรักษาเอกสาร บันทึก หรือวัตถุอื่นใดที่บรรจุข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับมาไว้ในสถานที่ ปลอดภัยที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงโดยง่าย และรักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับมาในลักษณะและ ระดับเดียวกันกับการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของตนเอง แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่าระดับที่วิญญูชน พึงรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของตนเอง
    ๔.๔.๔ ไม่ทําซ้ําซึ่งข้อมูลที่เป็นความลับแม้เพียงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด เว้นแต่การทําซ้ํา เพื่อการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ในขอบเขตข้อกําหนดนี้เท่านั้น
    ๔.๔.๕ ข้อยกเว้นในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    หน้าที่ในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับข้างต้นจะไม่ได้บังคับใช้กับผู้รับจ้างหากผู้รับจ้าง
    สามารถแสดงพยานหลักฐานได้ว่า
    ลงชื่อ
    ………ประธานกรรมการ ลงชื่อ
    c
    ….. กรรมการ ลงชื่อ
    29765
    กรรมการและเลขานุการ
    ที่เป็นความลับ
    (๑) ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ผู้รับจ้างได้รับทราบอยู่ก่อนที่จะได้รับข้อมูลนั้น
    (๒) ผู้รับจ้างได้รับข้อมูลดังกล่าวจากบุคคลที่สามที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อกําหนดในการรักษาข้อมูล
    (๓) ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่รู้กันโดยทั่วไปก่อนหรือขณะเวลาที่ผู้รับจ้างได้รับข้อมูล
    ที่เป็นความลับหรือเป็นข้อมูลที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะหลังจากผู้รับจ้างได้รับข้อมูลที่เป็นความลับนั้น
    (๔) ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่กําหนดให้ต้องเปิดเผยโดยกฎหมายหรือตามคําสั่งศาล ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ว่าจ้างได้รับทราบถึงข้อกําหนดหรือคําสั่งดังกล่าวก่อนที่จะดําเนินการ
    ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
    เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว และในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าวไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
    เปิดเผยข้อมูลนั้น
    (๕) ผู้รับจ้างได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายก่อน
    ๔.๕ ระเบียบการปฏิบัติหน้าที่ของการดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ ณ สํานักงาน ก.ค.
    ๔.๕.๑ การควบคุมและดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์
    (๑) ตรวจสอบและควบคุมการเปิด-ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงให้ถูกต้อง ตามระเบียบ และไม่ปล่อยให้เครื่องเปิดทิ้งไว้เมื่อไม่มีการใช้งาน เช่น ห้องประชุม
    ของข้อมูล
    (๒) ปิดระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้งานทุกวันตามเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
    (๓) ปิดโปรแกรมและล็อกหน้าจอทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งานเครื่องร่วมกัน เพื่อรักษาความปลอดภัย
    (๔) ตรวจสอบให้ไม่มีสิ่งของวางกีดขวางช่องระบายอากาศของเครื่องคอมพิวเตอร์
    (๕) รักษาความสะอาดพื้นที่ทํางาน โต๊ะคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์สํานักงาน ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย
    ๔.๕.๒ ความปลอดภัยของระบบและข้อมูล
    (๑) ควบคุมและตรวจสอบการใช้งานระบบให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัย เช่น การ ตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้งาน (User Access Control) และการบันทึก Log Files
    (๒) ห้ามบุคคลภายนอกติดตั้งซอฟต์แวร์ ถ่ายภาพหน้าจอ สําเนาข้อมูล หรือติดตั้งอุปกรณ์ ใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
    (๓) ห้ามเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนตัว เช่น Flash Drive หรือ External HDD กับเครื่องของ สํานักงาน กขค. โดยไม่ได้รับอนุญาต
    (๔) ตรวจสอบและสังเกตพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้งาน หากพบพฤติกรรมเสี่ยงหรือผิด ระเบียบ ให้รายงานทันที
    (๕) ป้องกันและห้ามติดตั้งโปรแกรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น เกมส์ โปรแกรมแชร์ไฟล์ หรือ โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์
    (๖) ตรวจสอบและรายงานเหตุที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามไซเบอร์หรือการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้
    ๔.๕.๓ การตรวจสอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
    รับอนุญาตทันที
    (๑) ตรวจสอบสภาพเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และตามรอบระยะเวลาที่กําหนด หากพบปัญหาให้รายงานความผิดปกติต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    (๒) จัดทําและดําเนินการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ตามรอบ ระยะเวลาที่กําหนด
    ลงชื่อ
    dor
    .ประธานกรรมการ ลงชื่อ
    O กรรมการ ลงซ๊อ
    กรรมการและเลขานุการ
    2
    (๓) ดูแลและจัดทําหมายเลขซีเรียล ป้ายระบุอุปกรณ์ และป้ายแนะนําการใช้งานให้ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน
    ๔.๕.๔ งานบริการและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้บริการ แนะนํา และอํานวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ ในการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนี้
    (๑) ให้คําปรึกษาการใช้งานคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์ต่อพ่วง
    (๒) ตรวจสอบและกํากับสิทธิ์การใช้งานของผู้ใช้ให้ถูกต้องตามระเบียบ
    (๓) ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานของสํานักงาน กขค. เช่น
  • โครงสร้างระบบเครือข่ายและจุดเชื่อมต่อหลัก
  • วิธีใช้งานเครื่องพิมพ์ส่วนกลาง
  • จุดติดตั้งเครื่องสํารองไฟ (UPS)
  • วิธีสํารองและกู้คืนข้อมูลเบื้องต้น
    (๔) เข้าช่วยปฏิบัติงานแทนเจ้าหน้าที่ประจําเมื่อมีเหตุจําเป็น เพื่อให้การบริการไม่หยุดชะงัก ๔.๕.๕ การรายงานเหตุการณ์และการประสานงาน
    (๑) รายงานผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายทันทีเมื่อพบความผิดปกติ เช่น เครื่อง ระบบล่ม หรืออุปกรณ์เสียหาย
    (๒) บันทึกเหตุการณ์สําคัญหรือเหตุผิดปกติไว้ในรายงานประจําวัน
    (๓) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ดูแลอาคาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือบริษัทคู่สัญญา เมื่อเกิดเหตุด้านระบบไฟฟ้าหรืออุปกรณ์เสียหาย
    (๔) จัดทํารายงานผลการปฏิบัติงานประจําวันหรือรายงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ๔.๕.๖ วินัยและข้อพึงปฏิบัติ
    (๑) ละเว้นการทํากิจกรรมส่วนตัวระหว่างเวลางาน เช่น เล่นโทรศัพท์ อ่านหนังสือ หรือใช้งาน
    โซเชียลมีเดียในเรื่องส่วนตัว
    (๒) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย
    ๕. ระยะเวลาการดําเนินการ
    ระยะเวลาดําเนินงานรวมทั้งสิ้น ๑๒ เดือน
  1. การส่งมอบงานและการจ่ายค่าจ้าง
    ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานพร้อมทั้งรายงานการปฏิบัติงานของแต่ละเดือน ให้แก่ผู้ว่าจ้างภายในวันที่
    ๕ ของเดือนถัดไป ประกอบด้วย
    ๖.๑ รายงานสรุปผลการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
    ๖.๒ รายงานสรุปผลการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา (Corrective Maintenance) การทํางานของอุปกรณ์
    คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
    ๖.๓ ใบลงเวลาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์รายเดือน
    ๗. การชําระเงิน
    สํานักงาน กขค. จะชําระเงินค่าจ้างเป็นรายเดือน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตามข้อ 5 ครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ได้ตรวจรับงานถูกต้องเรียบร้อยแล้ว
    ๘. งบประมาณ
    งบประมาณประจําปี ๒๕๖๙ วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๖๖๐,๗๐๐ บาท (หกแสนหกหมื่นเจ็ดร้อยบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
    ลงชื่อ….
    .ประธานกรรมการ ลงขอ
    กรรมการ ลงชื่อ รมร กรรมการและเลขานุการ
    ๙. อัตราค่าปรับ
    ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับให้แก่สํานักงาน กขค. เป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของมูลค่าสัญญาจ้าง นับถัดจากวันครบกําหนดตามข้อกําหนด จนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ดําเนินการแล้วเสร็จ และส่งมอบงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา
    ๔.๑ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติงานไม่ครบถ้วนตามสัญญา หรือข้อตกลง เป็นหนังสือ สํานักงาน กขค. จะหักเงินค่าจ้างที่จะได้รับตามอัตราค่าจ้างต่อคนต่อวันตามที่กําหนดไว้ใน ข้อเสนอของผู้รับจ้าง และสํานักงาน กขค. จะปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคาค่าจ้างในงวดนั้น จะต้องไม่ต่ํากว่าวันละ ๑๐๐ บาท และหากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไม่ครบเวลา ที่กําหนดในแต่ละวัน (๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น.) สํานักงาน กขค. จะปรับในอัตราชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) จนกว่าผู้รับจ้างจะจัดเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์มาปฏิบัติงานครบถ้วน ตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ
    ๔.๒ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ไม่เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสั่งโดยชอบของสํานักงาน กขค. หรือผู้แทนของสํานักงาน กขค. นั้น สํานักงาน กขค. จะปรับ ผู้รับจ้างครั้งละในอัตราร้อยละ 0.00 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของมูลค่าสัญญาจ้าง ต่อหนึ่งเหตุการณ์ ๑๐. หน่วยงานผู้รับผิดชอบดําเนินการ
    ฝ่ายเทคโนโลยีดิจิทัล สํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
    ๑๑. หลักเกณฑ์การพิจารณา
    เกณฑ์ราคาต่ําสุด

    ลงซ่อ
    ..ประธานกรรมการ ลงซ๊อ
    กรรมการ ลงชื่อ
    รามS
    กรรมการและเลขานุการราง
    ประกาศสํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการคา
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างเหมาบริการบํารุงดูแลรักษาคอมพิวเตอร์
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    สํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการ จ้างเหมาบริการบํารุงดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของ งานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๗๓๓,๕๗๓.๐๐ บาท (เจ็ดแสนสามหมื่นสามพันห้าร้อยเจ็ด สิบสามบาทถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
    วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ระหว่างเวลา
    ราคา
    ลงวันที่
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
    น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
    น. ถึง
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.tcct.or.th หรือ www.gprocurement.go.th
    สําเนาถูกต้อง
    ประกาศ ณ วันที่
    มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
    (นายมนตรี กนวารี)
    รองเลขาธิการ ปฏิบัติการแทน
    เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
    สุณี โกวิทวานิช (นางสุณี โกวิทวานิช) ผู้อํานวยการฝ่าย
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ 4 มกราคม ๒๕๖๙
    โดย นางสุณี โกวิทวานิช ผู้อํานวยการฝ่ายร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงดูแลรักษาคอมพิวเตอร์
    ตามประกาศ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
    ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
    สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์ จะ ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    โครงการจ้างเหมาบริการบำรุงดูแล
    รักษาคอมพิวเตอร์
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ โครงการ
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน
    ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ
    มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอคุณสมบัติเจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ ตาม ขอบเขตของงาน (TOR) ข้อ ๔.๓.๖
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
    จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
    (๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
    (๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่
    ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ขอบเขตและข้อกำหนดการจ้างตามขอบเขตของงาน (TOR) ข้อ ๔ (๑) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๖๕ วัน นับ ถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง จาก สำนักงาน ให้เริ่มทำงาน
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ
    ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน จะ พิจารณาจาก ราคารวม
    ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร
    ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
    ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
    ๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
    ๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
    ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง
    กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๑๒ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดตามขอบเขตของงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
    งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดตามขอบเขตของงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน
    งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดตามขอบเขตของงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน
    งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดตามขอบเขตของงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน
    งวดที่ ๕ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดตามขอบเขตของงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕๐ วัน
    งวดที่ ๖ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดตามขอบเขตของงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน
    งวดที่ ๗ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดตามขอบเขตของงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วัน
    งวดที่ ๘ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดตามขอบเขตของงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน
    งวดที่ ๙ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดตามขอบเขตของงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๗๐ วัน
    งวดที่ ๑๐ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน รายละเอียดตามขอบเขตของงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐๐ วัน
    งวดที่ ๑๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน รายละเอียดตามขอบเขตของงาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๓๐ วัน
    งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๓๗ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
    ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๙.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้
    ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๙.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๙.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
    (๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
    สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า มกราคม ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    สุณี โกวิทวานิช
    (นางสุณี โกวิทวานิช)
    ผู้อำนวยการฝ่าย
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๙ โดย นางสุณี โกวิทวานิช ผู้อำนวยการฝ่าย