ประกวดราคาจ้างโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) ด้วยปัญญาประดิษฐ์
กรมประมงมีโครงการประกวดราคาจ้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) สำหรับเรือประมงด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ผ่านการปรับปรุง API Web Services นำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning มาประเมินความเสี่ยงของเรือประมงให้แม่นยำขึ้น ปรับค่าการสั่งตรวจให้ยืดหยุ่นตามบริบทการทำประมง และปรับปรุงส่วนต่อประสานผู้ใช้ (UX/UI) รวมถึงระบบรายงานผลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ตรวจเรือ
ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมการพัฒนาและปรับปรุงระบบหลัก 2 ส่วน ได้แก่ 1) โมดูลการสั่งตรวจเรือประมงหน้าท่าเทียบเรือแบบ Rule-Based โดยใช้เงื่อนไขตรรกะที่กำหนดล่วงหน้า และ 2) โมดูลการประเมินความเสี่ยงแบบ Risk-Based โดยใช้ตัวชี้วัดความเสี่ยงและแบบจำลอง Machine Learning ระบบจะต้องเชื่อมโยงและดึงข้อมูลผ่าน API กับระบบสารสนเทศของกรมประมง เช่น ระบบ Fishing Info, Fisheries Next, e-license, Seabook เป็นต้น รวมทั้งต้องมี API สำหรับให้บริการข้อมูลแก่หน่วยงานอื่นๆ
ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานตามงวดการจ่ายเงิน 4 งวด ประกอบด้วยเอกสารการวิเคราะห์และออกแบบระบบ, รายงานและแบบจำลอง Machine Learning, Web Application ที่พัฒนาสำเร็จพร้อมรายงานการพัฒนา และงานทั้งหมดที่แล้วเสร็จ พร้อมการรับประกันระบบไม่น้อยกว่า 1 ปี หลังการส่งมอบ
English summary
The Department of Fisheries is inviting bids for the “Project to Enhance the Common Risk Assessment System with Artificial Intelligence.” The central budget is 5,459,000 THB. The core objective is to develop and upgrade an integrated risk assessment system for fishing vessels using AI technology. Key tasks include improving API Web Services to consolidate data from various sources, developing a Rule-Based vessel inspection module and a Risk-Based assessment module powered by Machine Learning, enhancing the system’s User Experience/User Interface (UX/UI), and developing a comprehensive Web Application with reporting features for inspectors. The project duration must not exceed 240 days from the contract signing date.
ไม่ระบุสถานที่ดำเนินโครงการชัดเจนในเอกสารที่ให้มา (น่าจะเป็นที่กรมประมง)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงาน โดยปรับปรุง API Web Services สำหรับใช้เป็นตัวชี้วัดการสั่งตรวจเรือประมงหน้าท่าเทียบเรือ (Rule Based) และหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง (Risk Based) ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
- เพื่อนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการประเมินความเสี่ยงร่วม เพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพ สามารถประเมินความเสี่ยงของเรือได้แม่นยำยิ่งขึ้น ใช้ประโยชน์จากข้อมูลตัวชี้วัดความเสี่ยงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อป้องกันการทำการประมงและการใช้แรงงานที่ผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อปรับค่าการสั่งตรวจให้มีความยืดหยุ่นตามบริบทการทำประมง เช่น ความถี่การเข้า-ออกท่าเทียบเรือตามประเภทเครื่องมือ
- เพื่อปรับปรุง UX/UI และระบบรายงานผลการประเมินความเสี่ยง ให้ใช้งานง่ายและเป็นประโยชน์ต่อผู้ตรวจสอบเรือ
ขอบเขตของงาน
ขอบเขตการดำเนินงานหลักประกอบด้วย:
- การปรับปรุงและพัฒนา API Web Services: สำหรับดึงข้อมูลจากระบบต่างๆ ของกรมประมง (เช่น Fishing Info, Fisheries Next, e-license, Seabook, TFCC) มาใช้เป็นข้อมูลนำเข้า (Input) และตัวชี้วัดความเสี่ยง (Risk Indicators) โดยไม่ใช้การเชื่อมต่อฐานข้อมูลแบบส่ง SQL Statement โดยตรง
- การพัฒนาโมดูลการสั่งตรวจเรือ (Rule-Based): พัฒนาระบบที่ใช้หลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเชิงตรรกะที่กำหนดล่วงหน้า เพื่อคัดเลือกเรือประมงที่ต้องได้รับการตรวจสอบหน้าท่าเทียบเรือ
- การพัฒนาโมดูลการประเมินความเสี่ยง (Risk-Based) ด้วย AI/Machine Learning: พัฒนาแบบจำลอง Machine Learning สำหรับประเมินระดับความเสี่ยงของเรือประมง โดยใช้ชุดตัวแปรชี้วัดความเสี่ยงและสูตรคำนวณ เพื่อสร้างผลลัพธ์ (Output) เช่น ระดับคะแนนความเสี่ยง (Risk Score) และกลุ่มความเสี่ยง
- การปรับปรุงการตั้งค่าการสั่งตรวจ: ให้มีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับบริบทการทำประมง
- การพัฒนาและปรับปรุง Web Application: สำหรับระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) พร้อมการออกแบบและพัฒนา UX/UI ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้
- การพัฒนาระบบรายงานผล: สร้างแบบรายงานผลการประเมินความเสี่ยงของเรือแต่ละลำ เพื่อใช้เป็นข้อมูลตรวจเรือ
- การจัดทำ API Web Services สำหรับให้บริการ: เพื่อให้หน่วยงานภายในและภายนอกสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ตามที่กรมประมงกำหนด พร้อมระบบจัดการการเชื่อมต่อ
- การฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้กับผู้ใช้งาน
- การบริการบำรุงรักษาและรับประกันระบบ หลังการส่งมอบ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เอกสารการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (ส่งมอบในงวดที่ 1)
- รายงานการพัฒนาการประเมินความเสี่ยงด้วย Machine Learning และผลการทดสอบระบบโดยผู้พัฒนา (ส่งมอบในงวดที่ 2)
- แบบจำลอง Machine Learning สำหรับการประเมินความเสี่ยง (ส่งมอบในงวดที่ 2)
- รายงานการพัฒนาการสั่งตรวจเรือ (Rule Based) (ส่งมอบในงวดที่ 3)
- รายงานการพัฒนา Web Application (ส่งมอบในงวดที่ 3)
- Web Application สำหรับระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) ที่พัฒนาสำเร็จ (ส่งมอบในงวดที่ 3)
- ระบบทั้งหมดที่ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ พร้อมใช้งาน (ส่งมอบในงวดสุดท้าย)
- เอกสารแผนการดำเนินงาน (Action Plan/Gantt Chart)
- ผังการทำงาน (Work Flow) และตัวอย่างหน้าจอการใช้งาน (Mockup)
- การสาธิตการทำงานของระบบ (Demonstration)
- ข้อเสนอเกี่ยวกับการฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี
- ข้อเสนอเกี่ยวกับการรับประกันและการบริการบำรุงรักษา
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมดต้องแล้วเสร็จไม่เกิน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง โดยแบ่งเป็นงวดส่งมอบตามเงื่อนไขการจ่ายเงิน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Standards Compliance: ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพในระดับสากล ISO/IEC 29110 หรือสูงกว่า ที่ยังไม่หมดอายุ ณ วันที่ยื่นข้อเสนอราคา
- Experience: ต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือผลงานประเภทเดียวกันกับงานนี้ จำนวนอย่างน้อย 2 สัญญา เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมประมงเชื่อถือ โดยมีวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาทต่อสัญญา และมีสัดส่วนการพัฒนา software ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของวงเงินสัญญา ผลงานต้องแล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปี และยังใช้งานอยู่ โดยต้องประกอบด้วย:
- การพัฒนาระบบดิจิทัลด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Machine Learning หรือ Artificial Intelligence) 1 ผลงาน
- การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน (Web Application) หรือ การเชื่อมโยงข้อมูลด้วย API หรือ Web Service 1 ผลงาน
- Previous Project Cost: แต่ละผลงานต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท
- Technical Capabilities: ต้องจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการรับประกันและการบริการบำรุงรักษา
- Personnel: ต้องมีบุคลากรประจำโครงการตามจำนวนและคุณสมบัติที่กำหนดในผนวก ก (ระบุไว้ใน TOR ฉบับเต็ม) ประกอบด้วยตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้จัดการโครงการ (ปริญญาโท), นักวิเคราะห์ระบบอาวุโส/ทั่วไป, นักพัฒนาระบบ, ผู้ดูแลฐานข้อมูล, ผู้ดูแลเครือข่าย, นักทดสอบระบบ, เลขานุการโครงการ โดยมีประสบการณ์ขั้นต่ำ 5-16 ปี ตามตำแหน่ง
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยมีน้ำหนักคะแนนดังนี้:
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (น้ำหนัก 30%): คำนวณจากสูตร 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
- มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ (น้ำหนัก 20%):
- ผลงานและประสบการณ์ (10%): ให้คะแนนตามจำนวนผลงานที่ตรงตามคุณสมบัติ (1 โครงการ: 3 คะแนน, 2 โครงการ: 8 คะแนน, ตั้งแต่ 3 โครงการขึ้นไป: 10 คะแนน)
- การรับประกันผลงานและบริการบำรุงรักษา (10%): ให้คะแนนตามระยะเวลารับประกัน (1 ปี: 3 คะแนน, 2 ปี: 8 คะแนน, 3 ปี: 10 คะแนน)
- ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ (น้ำหนัก 50%):
- แผนการดำเนินการของโครงการ (Gantt Chart) ตามขอบเขตงาน (10%)
- การนำเสนอแนวคิด วิธีการ พร้อม Work Flow และ Mockup สำหรับโมดูลการสั่งตรวจเรือ (20%)
- การสาธิต (Demonstration) การทำงานของโมดูลประเมินความเสี่ยงด้วย AI โดยใช้ข้อมูลตัวอย่าง (20%)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบต้องเป็น Web Application ที่มีการประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI/Machine Learning) ต้องเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน API Web Services กับระบบสารสนเทศต่างๆ ของกรมประมง (เช่น Fishing Info, Fisheries Next, e-Monitoring/e-Reporting, e-license, TFCC, Seabook, ฐานข้อมูลคดี) โดยไม่เชื่อมต่อฐานข้อมูลโดยตรง ระบบต้องประกอบด้วย 2 กลไกหลักคือ 1) ระบบสั่งตรวจเรือแบบ Rule-Based ตามเงื่อนไขที่กำหนด และ 2) ระบบประเมินความเสี่ยงแบบ Risk-Based ที่ใช้ตัวชี้วัดความเสี่ยงและแบบจำลอง Machine Learning เพื่อคำนวณคะแนนและกลุ่มความเสี่ยง (ต่ำ, กลาง, สูง) ระบบต้องมีส่วนจัดการผู้ใช้ (Assessment Admin) มีการออกแบบ UX/UI ที่ดี และมีระบบรายงานผลการประเมินความเสี่ยงสำหรับผู้ตรวจเรือ รวมถึงต้องมี API สำหรับให้บริการข้อมูลแก่หน่วยงานอื่นๆ
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินโครงการ: ราคากลาง 5,459,000 บาท
- หลักประกันการเสนอราคา: จำนวน 273,000 บาท
- ระยะเวลาสัญญา: ดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกิน 240 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 4 งวด
- งวดที่ 1 (20%): เมื่อส่งมอบเอกสารการวิเคราะห์และออกแบบระบบแล้วเสร็จภายใน 60 วัน
- งวดที่ 2 (30%): เมื่อส่งมอบแบบจำลอง Machine Learning และรายงานผลการทดสอบแล้วเสร็จภายใน 150 วัน
- งวดที่ 3 (30%): เมื่อพัฒนา Web Application เสร็จและส่งมอบรายงานต่างๆ แล้วเสร็จภายใน 210 วัน
- งวดสุดท้าย (20%): เมื่อกรมตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
- ค่าปรับ: กรณีฝ่าฝืนสัญญา นอกเหนือจากการจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต จะปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกัน: ต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ระบบนี้ต้องเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศใดของกรมประมงบ้าง?
A: ระบบต้องเชื่อมต่อผ่าน API กับระบบต่างๆ เช่น ระบบ Fishing Info, Fisheries Next, ระบบ e-Monitoring/e-Reporting, ระบบออกใบอนุญาต e-license, ระบบ TFCC, ระบบ Seabook และระบบฐานข้อมูลคดีประมงผิดกฎหมาย - Q: ต้องส่งมอบแบบจำลอง Machine Learning ในลักษณะใด?
A: ต้องส่งมอบแบบจำลองที่พัฒนาขึ้น พร้อมรายงานการพัฒนาที่อธิบายรายละเอียดตามข้อกำหนดในการประเมินความเสี่ยง (Risk Based) และรายงานผลการทดสอบระบบโดยผู้พัฒนาระบบ (ทดสอบครั้งที่ 1) - Q: ข้อกำหนดเกี่ยวกับ API Web Services มีรายละเอียดอย่างไร?
A: ระบบต้องร้องขอและรับข้อมูลผ่าน API Web Services โดยห้ามใช้การเชื่อมต่อฐานข้อมูลแบบส่ง SQL Statement โดยตรง และต้องมีระบบ API Web Services สำหรับให้บริการข้อมูลแก่หน่วยงานภายในและภายนอกตามที่กรมประมงกำหนด พร้อมระบบจัดการการเชื่อมต่อ - Q: การปรับค่าการสั่งตรวจให้ยืดหยุ่นหมายถึงอะไร?
A: หมายถึงการที่ระบบสามารถปรับการตั้งค่าหลักเกณฑ์การสั่งตรวจเรือให้สอดคล้องกับบริบท เช่น ความถี่ของการแจ้งเข้า-ออกท่าเทียบเรือของเรือประมงที่แตกต่างกันตามประเภทเครื่องมือประมงที่ใช้ - Q: ระบบรายงานผลการประเมินความเสี่ยงต้องมีคุณสมบัติอะไร?
A: ต้องสามารถสร้างแบบรายงานผลการประเมินความเสี่ยงของเรือแต่ละลำได้ โดยรายงานดังกล่าวจะถูกใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ตรวจสอบเรือหน้าท่าเทียบเรือ - Q: ต้องมีการสาธิต (Demonstration) ระบบในขั้นตอนการยื่นข้อเสนอหรือไม่?
A: ใช่ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องสาธิตการทำงานของโมดูลการประเมินความเสี่ยงของเรือประมง โดยใช้ไฟล์ข้อมูลตัวอย่างที่กรมประมงจัดเตรียมไว้สำหรับทดสอบแบบจำลอง - Q: ข้อเสนอต้องมีแผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างไร?
A: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีแยกเป็นส่วนหนึ่งของการยื่นข้อเสนอ โดยระบุรายละเอียดแผนและวิธีการ - Q: ระยะเวลารับประกันระบบที่กำหนดในเกณฑ์การให้คะแนนส่งผลต่อการพิจารณาอย่างไร?
A: การรับประกันผลงานเป็นหนึ่งในเกณฑ์ย่อยภายใต้ “มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ” (น้ำหนัก 10%) โดยเสนอรับประกัน 1 ปี ได้ 3 คะแนน, 2 ปี ได้ 8 คะแนน, และ 3 ปี ได้ 10 คะแนน - Q: การพัฒนาต้องคำนึงถึงการลดอคติ (Bias) ในกระบวนการตัดสินใจหรือไม่?
A: ตามคำนิยามใน TOR ได้ระบุคำว่า “Bias” หมายถึงความเอนเอียงของกระบวนการตัดสินใจ ดังนั้นการออกแบบและพัฒนาโมเดล Machine Learning ควรคำนึงถึงประเด็นนี้เพื่อให้ผลลัพธ์มีความเป็นกลาง - Q: ระบบต้องรองรับการทำงานของผู้ใช้งานในบทบาท (Role) อะไรบ้าง?
A: ระบบต้องรองรับบทบาท “ผู้ดูแลระบบประเมิน (Assessment Admin)” ซึ่งมีสิทธิ์กำหนด บริหารจัดการ และควบคุมการใช้งานระบบ เช่น การจัดการบัญชีผู้ใช้ การตั้งค่าระบบ และการกำหนดสิทธิ์ตามบทบาทอื่นๆ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment)
- ความเป็นมา
ด้วยปัญญาประดิษฐ์
ตามคําสั่งศูนย์อํานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (เฉพาะ) ที่ 801/2565 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะทํางานสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (Port In Port Out Control Center: PIPO) สนับสนุนการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย เพื่อให้ การปฏิบัติงานของศูนย์อํานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา การทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และ เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้มีการแต่งตั้งคณะทํางานปรับปรุงหลักเกณฑ์การสั่งตรวจเรือประมงหน้าท่าเทียบเรือ (Rule Based) และหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง (Risk Based) เพื่อพิจารณากลั่นกรองการปรับปรุงหรือ แก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนความจําเป็น เหมาะสมในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ เงื่อนไขในการสั่งตรวจเรือประมง หน้าท่าเทียบเรือ และหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง เพื่อให้ระบบประมวลผลในการสั่งตรวจเรือประมง
หน้าท่าเทียบเรือ ให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
โดยคณะทํางานฯ ได้มีการประชุมหารือแนวทาง และเห็นชอบในหลักการในการปรับปรุงหลักเกณฑ์การสั่ง ตรวจเรือประมง และหลักเกณฑ์และวิธีการการประเมินความเสี่ยงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 โดยมีข้อเสนอในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: Al) ประกอบด้วยการปรับปรุง API Web Services เพื่อดึงข้อมูล จากแหล่งต่างๆ มาเป็นหลักเกณฑ์การสั่งตรวจเรือประมงหน้าท่าเทียบเรือ (Rule Based) และตัวชี้วัดความเสี่ยง สําหรับการประเมินความเสี่ยง (Risk Based) โดยมีการเพิ่มเติมตัวชี้วัดจากการนําข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง กับการทําประมง และด้านแรงงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและใช้งานอยู่ในปัจจุบันมาใช้เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยง
เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลสารสนเทศให้ประโยชน์สูงสุด การปรับการตั้งค่าการสั่งตรวจให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับบริบทการทําประมง เช่น พฤติกรรมการเข้าออกท่าเทียบเรือของเรือประมงที่มีความถี่แตกต่างกัน ตามประเภทเครื่องมือ การปรับปรุงการแสดงผลของระบบโดยใช้การออกแบบและพัฒนา (User Experience/User Interface: UX/UI) เพื่อให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน การสร้างแบบรายงานผลการประเมินความเสี่ยงของเรือแต่ละลํา
เพื่อใช้เป็นข้อมูลตรวจเรือและเป็นการอํานวยความสะดวกแก่ผู้ตรวจสอบเรือหน้าท่าเทียบเรือ และการประเมิน ความเสี่ยงโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งช่วยให้การประเมินความเสี่ยงมีความแม่นยํามากยิ่งขึ้น สร้างความน่าเชื่อมั่น ให้กับอุตสาหกรรมประมง การนําเข้าส่งออกสินค้าสัตว์น้ําของไทย เพื่อป้องกันการได้มาของสินค้าที่ไม่ถูกกฎหมาย การทําการประมงที่ไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรสิ่งมีชีวิตที่สําคัญสัตว์น้ําที่ได้จากการทําการประมงของไทย สร้างความเชื่อมั่นว่าสัตว์น้ํา และสินค้าสัตว์น้ําที่ทําประมงในประเทศ ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ด้านแรงงาน การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายการใช้แรงงานบังคับ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการกีดกัน ทางการค้า ตามมาตรการทางการค้า เพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ําที่ใช้อย่างยั่งยืน และแรงงานประมงมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง
…
4.0./8th.
&
loe
1 - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงาน โดยปรับปรุง API Web Services สําหรับใช้เป็นตัวชี้วัดการสั่ง ตรวจเรือประมงหน้าท่าเทียบเรือ (Rule Based) และหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง (Risk Based) ให้ทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
2.2 เพื่อนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) เพิ่มความแม่นยําและประสิทธิภาพสามารถประเมินความเสี่ยงของเรือได้แม่นยํามากยิ่งขึ้น
ใช้ประโยชน์จากข้อมูลตัวชี้วัดความเสี่ยงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้สามารถป้องกันการทําการประมง และการใช้แรงงานที่ผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.3 เพื่อปรับค่าการสั่งตรวจให้มีความยืดหยุ่นตามบริบทการทําประมง เช่น ความถี่การเข้า-ออกท่าเทียบเรือ ตามประเภทเครื่องมือ
2.4 เพื่อปรับปรุง UX/UI และระบบรายงานผลการประเมินความเสี่ยง ให้ใช้งานง่ายและเป็นประโยชน์ ต่อผู้ตรวจสอบเรือ - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมายไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.2 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.3 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.5 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.6 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่จัดจ้างดังกล่าว
3.7 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่เจ้าหน้าที่กรมประมง ณ วันยื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
3.8 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.9 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.10 สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
DOG. 4.0. 10th. 4.0.10th.
&
Bor
พจ
क
2
3.11 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่า สุทธิของกิจการ
จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจ
รับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
3.12 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ให้พิจารณาการกําาหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจด
ทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ํากว่า 3 ล้านบาท
3.13 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
3.14 ข้อยกเว้นกรณีตามข้อ 3.11 – 3.13 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
- ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
- นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
3.15 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพในระดับสากล คือ ISO/IEC 29110 หรือสูงกว่า ที่ยัง ไม่หมดอายุ ณ วันที่ยื่นข้อเสนอราคา โดยต้องแนบสําเนาดังกล่าวมาพร้อมในวันยื่นเสนอราคา
3.16 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวด ราคาจ้างในครั้งนี้ ซึ่งมีวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยมีสัดส่วนการพัฒนา ซอฟต์แวร์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของวงเงิน โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมประมงเชื่อถือ และมีหนังสือรับรองผลงาน สําเนาสัญญาจ้างพร้อมรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของงานที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานไว้ใช้ประโยชน์ครบถ้วนตามสัญญาจ้าง แล้วไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นซองประกวดราคาจํานวน 2 สัญญาเป็นอย่างน้อย และยังใช้งานอยู่ในปัจจุบัน แนบมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอ ประเภทผลงานประกอบด้วยการพัฒนาระบบดิจิทัลด้านเทคโนโลยี
ปัญญาประดิษฐ์ (Machine Learning หรือ Artificial Intelligence) 1 ผลงาน และ การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน (Web Application) หรือ เชื่อมโยงข้อมูลด้วย API หรือ Web Service 1 ผลงาน
3.17 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําข้อเสนอเกี่ยวกับการฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี 3.18 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําข้อเสนอเกี่ยวกับการรับประกันและการบริการบํารุงรักษา
10.76.The.
e
তিল
นพ ve
3
95, 4.0.
- บุคลากรในโครงการ
ผู้เสนอราคาต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ความชํานาญและประสบการณ์ ในการพัฒนาระบบงาน โดยต้องแนบ เอกสารหลักฐานประวัติบุคคล (CV) และเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาของบุคลากร เช่น ปริญญาบัตร หรือ Transcript หรือหนังสือรับรองวุฒิการศึกษา และสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน และหลักฐานแสดงการเป็น พนักงานประจําเต็มเวลา หรือหลักฐานแสดงการเป็นพนักงานประจําเต็มเวลาขององค์กรที่ยืมตัวมา ของบุคลากร
ทั้งหมด ตามผนวก ก ในวันที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้
ลําดับ ตําแหน่งบุคลากร
วุฒิการศึกษา (ขั้นต่ํา)
1 ผู้จัดการโครงการ | ปริญญาโท ด้านคอมพิวเตอร์ หรือในสาขา
ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
นักวิเคราะห์ระบบ | ปริญญาโท ด้านคอมพิวเตอร์ หรือในสาขา
ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
2
อาวุโส
4
เก
นักวิเคราะห์ระบบ | ปริญญาตรี ด้านคอมพิวเตอร์ หรือในสาขา
ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
5
นักพัฒนาระบบ
อาวุโส
6
นักพัฒนาระบบ
7
นักพัฒนาระบบ
8 ผู้ดูแลฐานข้อมูล
8 ผู้ดูแลฐานข้อมูล
9
ผู้ดูแลเครือข่าย
11 ผู้ดูแลเครือข่าย
12 นักทดสอบระบบ
ปริญญาโท ด้านคอมพิวเตอร์ หรือในสาขา ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
ปริญญาตรี ด้านคอมพิวเตอร์ หรือในสาขา ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
ปริญญาตรี ด้านคอมพิวเตอร์ หรือในสาขา ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ปริญญาตรี ด้านคอมพิวเตอร์ หรือในสาขา ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ปริญญาตรี ด้านคอมพิวเตอร์ หรือในสาขา ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
ปริญญาตรี ด้านคอมพิวเตอร์ หรือในสาขา ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ปริญญาตรี ด้านคอมพิวเตอร์ หรือในสาขา ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
ปริญญาตรี ด้านคอมพิวเตอร์ หรือในสาขา ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
13 เลขานุการโครงการ | ปริญญาตรี - ขอบเขตการดําเนินงาน
ประสบการณ์
จํานวน
ไม่น้อยกว่า (ปี)
(คน)
16
1
11
1
5
2
11
1
11
1
เก
5
8
11
1
เก
5
1
11
1
เก
5
1
5
4
เก
5
2
ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงประสิทธิภาพระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) โดยมี
รายละเอียดของการดําเนินการ ดังนี้
Doko. 46.0. /tth.
ไวต
क्लील
4 - คํานิยาม
1.1 ผู้ดูแลระบบประเมิน (Assessment Admin) หมายถึง ผู้มีสิทธิ์กําหนด บริหารจัดการ และควบคุม การใช้งานระบบ Common Risk Assessment เช่น การสร้าง แก้ไข หรือลบบัญชีผู้ใช้ การตั้งค่าระบบ และการ กําหนดสิทธิ์ของผู้ใช้งานตามระดับบทบาท (Role)
1.2 คณะทํางานฯ หมายถึง คณะทํางานปรับปรุงหลักเกณฑ์การสั่งตรวจเรือประมงหน้าท่าเทียบเรือ (Rule based) และหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง (Risk Based) ตามคําสั่งศูนย์อํานวยการรักษาผลประโยชน์ ของชาติทางทะเล (เฉพาะ) ที่ 801/2565 ได้มีการประชุมคณะทํางานฯ ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567
1.3 หลักเกณฑ์การสั่งตรวจเรือประมงหน้าท่าเทียบเรือ (Rule Based) หมายถึง ลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเชิง ตรรกะที่กําหนดล่วงหน้า เพื่อใช้พิจารณาคัดเลือกเรือประมงที่ต้องได้รับการตรวจสอบหน้าท่าเทียบเรือ เช่น ตาม ประเภทเรือ รูปแบบการทําประมง พฤติกรรม หรือประวัติการกระทําผิด ตามที่คณะทํางานฯ กําหนด
1.4 หลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง (Risk based) หมายถึง วิธีการประเมินระดับความเสี่ยงของ เรือประมง โดยใช้ชุดตัวแปรชี้วัดความเสี่ยง และสูตรคํานวณที่ออกแบบเพื่อสะท้อนโอกาส หรือความน่าจะเป็น ของการกระทําผิดกฎหมายประมง เพื่อใช้ในการตัดสินใจสั่งตรวจเรือ ตามที่คณะทํางานฯ กําหนด
1.5 ตัวแปร (Variables) หมายถึงตัวชี้วัดความเสี่ยง (Risk Indicators) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ที่บ่งบอก คุณลักษณะหรือข้อมูลของเรือประมงที่สะท้อนพฤติกรรม ประวัติการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเงื่อนไขที่มีผลต่อ ความเสี่ยง เช่น ประเภทเรือ กิจกรรมการทําประมง ประวัติการตรวจพบการกระทําผิด รายงานการจับสัตว์น้ํา เป็นต้น ทั้งนี้ตามที่กําหนดในข้อ 1.4
1.6 ข้อมูลนําเข้า (Input) หมายถึง ข้อมูลตัวชี้วัดความเสี่ยง จากระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการแจ้ง เข้าออกเรือประมง และการเฝ้าระวังการทําการประมงผิดกฎหมายหรือละเมิดแรงงาน หรือแหล่งข้อมูลอื่นที่นําเข้า สู่การประมวลผล เช่น ข้อมูลเรือ ข้อมูลแรงงาน บันทึกการแจ้งเข้า-ออก รายงานจับสัตว์น้ํา หรือข้อมูลทางประวัติ ของการตรวจเรือ เป็นต้น
1.7 ผลลัพธ์ (Output) หมายถึง ผลการคํานวณที่ได้จากแบบจําลอง Machine Learning หรือระบบ ประเมินความเสี่ยง เช่น ระดับคะแนนความเสี่ยง (Risk Score) กลุ่มความเสี่ยง (Low, Medium, High)
1.8 จํานวนครั้งที่แจ้งเข้าออกไปทําประมง หมายถึง จํานวนครั้งการแจ้งออก (PO) ไปทําการประมง บวกด้วยจํานวนครั้งการแจ้งเข้า (PI)
1.9 Bias หมายถึง ความเอนเอียงของกระบวนการตัดสินใจที่ทําให้ค่าความน่าจะเป็นของผลลัพธ์ เบี่ยงไปจากความเป็นกลางไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง - การเชื่อมโยงกับระบบอื่น เพื่อรับส่งข้อมูล
2.1 ให้ระบบประเมินความเสี่ยงร้องขอและรับข้อมูลผ่านระบบ API Web Services โดยไม่ใช้ การ เชื่อมต่อในรูปแบบที่มีการส่ง SQL Statement ไปยัง database โดยตรง จากระบบต่าง ๆ ของกรมประมง ได้แก่
ระบบสารสนเทศการทําการประมง (Fishing Info) ระบบ Fisheries Next ระบบการติดตามและการรายงาน อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring / Electronic Reporting System) ระบบการออกใบอนุญาตการทํา ประมง (e-license) ระบบ Thai-Flagged Catch Certification System (TFCC) ระบบออกหนังสือคนประจํา เรือสําหรับแรงงานต่างด้าว (Seabook) ระบบฐานข้อมูลคดีประมงผิดกฎหมาย หรือระบบอื่น ๆ ตามที่กรมประมง
กําหนด
ๆ
2.2 มีระบบ API Web Services สําหรับให้บริการข้อมูลหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอกได้ ตามที่กรมประมงกําหนด เพื่อรองรับการบูรณาการการเชื่อมโยงข้อมูลตามภารกิจของกรมประมง หรือตามภารกิจ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีระบบจัดการ ในรูปแบบที่สามารถระบุระบบที่เชื่อมต่อใช้บริการได้โดยมีการเก็บ
Bor
เพ
win
5ร่าง
ประกาศกรมประมง
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) ด้วยปัญญาประดิษฐ์
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมประมง มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบประเมิน ความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) ด้วยปัญญาประดิษฐ์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๕,๔๕๙,๐๐๐.๐๐ บาท (ห้าล้านสี่ แสนห้าหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ http://www.gprocurement.go.th หรือ www.gprocurement. go.th ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง กรมประมง ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตามที่กรมบัญชี กลางกำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยกรมประมง จะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ http://www.gprocurement.go.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่
ประกาศ ณ วันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายซุลกีฟลี ลติฟีปุตรา)
ผู้อำนวยการกองตรวจสอบเรือประมง สินค้าสัตว์น้ำ และปัจจัยการผลิต
ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมประมง
สำเนาถูกต้อง
ศศิพร สุขพญา
(นางสาวศศิพร สุขพญา)
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นางสาวศศิพร สุขพญา เจ้าพนักงานธุรการ
ปฏิบัติงานร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) ด้วย ปัญญาประดิษฐ์
ตามประกาศ กรมประมง
ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
กรมประมง ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment) ด้วยปัญญาประดิษฐ์ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ
ประเมินความเสี่ยงร่วม (Common
Risk Assessment)ด้วยปัญญา
ประดิษฐ์
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ รายการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๒,๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วย งานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กรม เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเส
๒.๑๕ ข้อยกเว้นกรณีตามข้อ ๓.๑๑ – ๓.๑๓ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้ ๑) ผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นหน่วยงานของรั
๒.๑๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพในระดับสากล คือ ISO IEC ๒๙๑๑๐ หรือสูงกว่า ที่ยังไม่หมด
๒.๑๗ ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือผลงานประเภท เดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในครั้ง
๒.๑๘ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ๒.๑๙ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการรับประกันและการบริการบำรุงรักษา ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย
ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ
ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) ตาม TOR
(๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๔๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเอกสารในส่วนที่เป็นสาระสำคัญที่มีปริมาณมากและเป็น อุปสรรคในการนำเข้าระบบได้แก่ ตาม TOR พร้อมสรุปจำนวนเอกสารดังกล่าวมาส่ง ณ กรมประมง ภายใน ๕ วันนับถัดจากวันเสนอราคา โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงลายมือชื่อ พร้อมประทับตราสำคัญของนิติบุคคล (ถ้ามี) กำกับในเอกสารนั้นด้วย และ upload ไฟล์แบบสรุปจำนวนเอกสารในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๘ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ
เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๑ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๒๗๓,๐๐๐.๐๐ บาท (สองแสนเจ็ดหมื่นสามพันบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ
ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment)ด้วยปัญญาประดิษฐ์
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ
๒๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอมีผลงานและประสบการณ์ตาม คุณสมบัติของ ผู้ยื่นข้อเสนอ ข้อ ๔ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้- มีผลงานและประสบการณ์ ๑ โครงการ ๓ คะแนน- มีผล
งานและประสบการณ์ ๒ โครงการ ๘ คะแนน- มีผลงานและประสบการณ์ตั้งแต่ ๓ โครงการ ขึ้นไป ๑๐ คะแนน
(๒.๒) การรับประกันผลงานและการบริการบำรุงรักษา กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ - รับประกันความชำรุดบกพร่อง เนื่องจากการใช้ งานตามปกติ เป็นเวลา ๑ ปี ๓ คะแนน- รับประกันความชำรุดบกพร่อง เนื่องจากการใช้งานตามปกติ เป็น เวลา ๒ ปี ๘ คะแนน- รับประกันความชำรุดบกพร่อง เนื่องจากการใช้งานตามปกติ เป็นเวลา ๓ ปี ๑๐ คะแนน (๓) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๓.๑) ข้อเสนอแผนการดำเนินการของโครงการ โดยกำหนด เกณฑ์ ตามข้อ ๕. ขอบเขตการดำเนินงาน โดยมีการนำเสนอแผนการดำเนินงานด้านระบบสารสนเทศ ที่ สอดคล้องและถูกต้องครบถ้วนตามขอบเขตการดำเนินงาน ในรูปแบบของ Gantt Chart โดยแสดง ดังนี้ ๑) ขั้นตอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ - ไม่มีการนำเสนอแผน ๐ คะแนน มีการนำเสนอแผนการดำเนินงานด้านระบบสารสนเทศ ตามข้อ ๑) - ๔) ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ๘ คะแนน- มีการนำเสนอแผนการดำเนินงานด้านระบบสารสนเทศ ตามข้อ ๑) - ๔) ถูกต้องและครบถ้วน ๑๐ คะแนน
(๓.๒) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนำเสนอแนวคิดและวิธีการในการ พัฒนาโมดูลการสั่งตรวจเรือให้ชัดเจนและสอดคล้องกับขอบเขตงาน โดยต้องจัดทำผังการทำงาน (Work Flow) และตัวอย่างหน้าจอการใช้งานของระบบ (Mockup) ตามหัวข้อ ๕ ในข้อ ๔ ย่อย เพื่อประกอบ กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ - ไม่มีการนำเสนอวิธีการสั่งตรวจ ๐ คะแนน- มี การนำเสนอวิธีการสั่งตรวจตามข้อ ๔.๑ - ๔.๒ ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ๑๖ คะแนน- มีการนำเสนอวิธีการสั่ง ตรวจตามข้อ ๔.๑ - ๔.๒ ถูกต้องและครบถ้วน ๒๐ คะแนน
(๓.๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องพัฒนาโมดูลการประเมินความเสี่ยง ของเรือประมงอย่างชัดเจนและสอดคล้องกับขอบเขตงาน โดยสาธิตการทำงานของระบบ (Demonstration) โดยใช้ไฟล์ข้อมูลตัวอย่างที่กรมประมงจัดเตรียมไว้สำหรับทดสอบแบบจำลอง การนำเสนอจะต้อง กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ - ไม่มีการนำเสนอวิธีการประเมินความเสี่ยงของ เรือประมง ๐ คะแนน- มีการนำเสนอวิธีการสั่งตรวจตามข้อ ๑) - ๕) ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ๑๖ คะแนน- มี การนำเสนอวิธีการสั่งตรวจตามข้อ ๑) - ๕) ถูกต้องและครบถ้วน ๒๐ คะแนน
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น
ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานผู้ รับจ้างต้องดำเนินการจัดทำและส่งมอบเอกสารการวิเคราะห์และออกแบบระบบให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยต้องส่งมอบเอกสารรูปเล่มจำนวน ๒ ฉบับ (รูปแบบ PDF หรือ Word) และฉบับอิเล็กทรอนิกส์จำนวน ๑ ชุด (บันทึกในสื่อบันทึกข้อมูล เช่น Flash Drive) ประกอบด้วยเอกสารดังต่อ ไปนี้ (๑) แผนงานโดยละเอียด (Action Plan) โดยแสดงกรอบเวลา ขั้นตอนการดำเนินงาน ทรัพยากร และผู้ รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม ( ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานผู้ รับจ้างต้องดำเนินการพัฒนาแบบจำลอง Machine Learning สำหรับการประเมินความเสี่ยง และส่งมอบ ผล การดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕๐ วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยต้องส่งมอบเอกสารและผล การดำเนินงานดังต่อไปนี้ (๑) รายงานการพัฒนาการประเมินความเสี่ยงด้วย Machine Learning รายละเอียด ตาม ข้อ ๓ ข้อกำหนด ในประเมินความเสี่ยง (๒) รายงานผลการทดสอบระบบโดยผู้พัฒนา (ทดสอบระบบ
ครั้งที่ ๑) ครอบคลุมการพัฒนาแบบจำลอง ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างดำเนินการพัฒนา Web Application สำหรับระบบประเมินความเสี่ยงแบบรวม (Common Risk Assessment) แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๒๑๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างต้องส่งมอบผลงาน ดังต่อไปนี้ (๑) รายงานการพัฒนาการสั่งตรวจเรือ รายละเอียดตาม ข้อ ๔ ข้อกำหนดในการสั่งตรวจเรือ (Rule Based) (๒) รายงานการพัฒนา Web Application รายละเอียดตาม ข้อ ๕ Web Application (๓) รายงาน ผลการดำเนินการ รายละเอี ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรม ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณแทนกัน การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณแทนกัน แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า
ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมประมง
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ศศิพร สุขพญา
(นางสาวศศิพร สุขพญา)
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นางสาวศศิพร สุขพญา เจ้าพนักงานธุรการ
ปฏิบัติงาน