ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีความประสงค์จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (Enterprise Resource Planning: ERP) อย่างเต็มรูปแบบ ณ ที่ตั้งแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากระบบ SAP ECC6 ซึ่งเป็นระบบ ERP หลักที่ใช้งานอยู่ตั้งแต่ปี 2546 จะสิ้นสุดการสนับสนุนจากผู้ผลิตในปี 2570 และระบบดังกล่าวมีความซับซ้อนสูง มีการเชื่อมต่อกับโปรแกรมย่อยและรายงานจำนวนมาก และเป็นระบบสำคัญที่ใช้โอนเงินงบประมาณให้หน่วยบริการเป็นมูลค่าสูงต่อวัน จึงไม่สามารถหยุดการให้บริการได้
วัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบ ERP ใหม่ที่สามารถรองรับการดำเนินงานด้านบัญชี การเงิน การคลัง การบริหารงบประมาณ และการพัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และรองรับภารกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการทบทวนและปรับปรุงกระบวนการทำงานใน ERP รุ่นใหม่ให้ดีขึ้น สามารถออกรายงานตามมาตรฐานบัญชีที่ถูกต้อง ทันสมัย และโปร่งใส โครงการนี้มีงบประมาณราคากลาง 90,000,000 บาท (เก้าสิบล้านบาท) และใช้วิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผ่านระบบ e-GP
English summary
The National Health Security Office (NHSO) intends to procure the development of a comprehensive Enterprise Resource Planning (ERP) system at its location in Thung Song Hong Subdistrict, Lak Si District, Bangkok. This project arises from the need to replace the existing SAP ECC6 system, which has been in use since 2003 and will reach its end of support from the vendor in 2027. The current system is highly complex, integrated with numerous sub-programs and reports, and is critical for daily financial transactions of substantial value, making its continuity essential.
The primary objectives are to develop a new ERP system capable of efficiently and continuously supporting accounting, finance, treasury, budget management, and procurement operations, while also accommodating new mission requirements. The project also aims to review and improve business processes within the new ERP system to enhance efficiency, ensure accurate and modern accounting-standard reporting, and promote transparency. The project has an estimated budget of 90,000,000 THB and will be conducted via electronic bidding (e-bidding) through the government e-procurement system.
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP) ให้สามารถรองรับการดำเนินงานในด้านบัญชี การเงิน การคลัง การบริหารงบประมาณ และการพัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ตลอดจนสามารถรองรับภารกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเหมาะสม
- เพื่อทบทวนและปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในซอฟต์แวร์ (ERP) รุ่นใหม่ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งสามารถออกรายงานตามมาตรฐานบัญชีที่ถูกต้องและทันสมัย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และโปร่งใส
ขอบเขตของงาน
- พัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP) แบบใหม่เพื่อทดแทนระบบ SAP ECC6 เดิม
- รองรับการทำงานด้านบัญชี การเงิน การคลัง การบริหารงบประมาณ และการพัสดุ
- ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Business Process) ภายใน ERP
- พัฒนาระบบให้รองรับภารกิจใหม่ของ สปสช. ที่เพิ่มขึ้น
- พัฒนาระบบใหม่เพิ่มเติม เช่น การวางแผนยุทธศาสตร์ การวางแผนงบประมาณ
- บูรณาการการใช้เอกสารและลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์
- ทำให้ระบบเป็นไปตามกฎ ระเบียบ และมาตรฐานของภาครัฐ
- ออกแบบให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคตได้
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม
- หมายเหตุ: รายละเอียดขอบเขตงานที่ละเอียดกว่า (เช่น การ Migrate ข้อมูล, การพัฒนาตามโมดูลต่าง ๆ) คาดว่าอยู่ในเอกสารแนบ “ขอบเขตของงาน” (ข้อ 1.1) ซึ่งไม่ได้แนบมาพร้อมกับเอกสารประกาศนี้
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP) ที่พัฒนาขึ้นใหม่พร้อมใช้งาน
- กระบวนการทำงาน (Business Processes) ที่ได้รับการทบทวนและปรับปรุงแล้วภายในระบบ
- ความสามารถในการออกรายงานตามมาตรฐานบัญชีที่ถูกต้องและทันสมัย
- ระบบที่รองรับการวางแผนยุทธศาสตร์และงบประมาณ
- ระบบที่รองรับการใช้เอกสารและลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์
- ระบบที่สอดคล้องกับกฎระเบียบภาครัฐและรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี
- หมายเหตุ: รายการส่งมอบที่ละเอียด (เช่น เอกสารการออกแบบ, Source Code, คู่มือการใช้งาน) คาดว่ากำหนดอยู่ในเอกสารแนบ “ขอบเขตของงาน” ที่ไม่ได้แนบมา
ระยะเวลาดำเนินการ
- กำหนดเวลาเริ่มดำเนินงาน: ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569
- กำหนดเวลาสิ้นสุดดำเนินงาน: ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569
- ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด: ประมาณ 7 เดือน (มี.ค. - ก.ย. 2569)
- คู่สัญญาต้องจัดทำ “แผนการทำงาน” มายื่นภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้สละสิทธิ์)
- Standards Compliance:
- ระบบที่พัฒนาต้องเป็นไปตามกฎ ระเบียบ และมาตรฐานของภาครัฐ (ระบุในขอบเขตงาน)
- Experience:
- ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาท)
- ผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สปสช. เชื่อถือ
- ผลงานต้องเป็นงานย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ส่งมอบงานแล้วเสร็จจนถึงวันที่ยื่นเอกสารเสนอราคา
- Previous Project Cost:
- ต้องมีผลงานในวงเงินไม่น้อยกว่า 20,000,000 บาท ตามที่ระบุด้านบน
- Technical Capabilities:
- ต้องมีความสามารถในการพัฒนาระบบ ERP ขนาดใหญ่และซับซ้อนเพื่อทดแทนระบบ SAP
- ต้องมีความเข้าใจในธุรกรรมด้านการเงิน การคลัง งบประมาณ และพัสดุของภาครัฐ โดยเฉพาะในบริบทของระบบหลักประกันสุขภาพ
- ต้องสามารถพัฒนาระบบที่รองรับการทำงานต่อเนื่องได้ (High Availability) เนื่องจากเป็นระบบที่ไม่อาจหยุดให้บริการได้
- ต้องสามารถพัฒนาระบบให้รองรับการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ (Integration) ได้
- Personnel:
- สำหรับกิจการร่วมค้า: หากข้อตกลงกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้าต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า
- หมายเหตุ: ข้อกำหนดเกี่ยวกับพนักงานเฉพาะทาง (เช่น Programmer, Business Analyst, Project Manager) คาดว่ากำหนดอยู่ในเอกสารแนบ “ขอบเขตของงาน” หรือเอกสารประกอบการพิจารณาตามข้อ 4 ของ TOR
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
- การให้คะแนนแบ่งเป็น 2 ปัจจัยหลัก:
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ น้ำหนัก 20%
- วิธีการให้คะแนน: 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
- ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ น้ำหนัก 80%
- วิธีการให้คะแนน: กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนตามเอกสารแนบในขอบเขตของงานจัดซื้อจัดจ้าง (ซึ่งไม่ได้แนบมา)
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ น้ำหนัก 20%
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้ผลคะแนนข้อเสนอด้านเทคนิค ไม่ต่ำกว่า 80 คะแนนจากเต็ม 100 คะแนน จึงจะได้รับการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป
- มีการนำเสนอระบบและข้อเสนอด้านเทคนิคต่อหน้าคณะกรรมการ โดยมีเวลาในการนำเสนอและตอบข้อซักถามรวมไม่เกิน 120 นาที
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบ ERP ใหม่ต้องพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนระบบ SAP ECC6 โดยสมบูรณ์
- ต้องรองรับโมดูลการทำงานหลัก: บัญชี การเงิน การคลัง การบริหารงบประมาณ และการจัดการพัสดุ
- ต้องรองรับการทำงานร่วมกับโปรแกรมย่อยและรายงานจำนวนมาก (อ้างอิงจากระบบเดิมที่มี Z-Program 342 โปรแกรม และ BO-Report กว่า 88 รายงาน)
- ต้องมีการพัฒนาความสามารถใหม่เพิ่มเติม เช่น การวางแผนยุทธศาสตร์ (Strategic Planning) และการวางแผนงบประมาณ
- ต้องบูรณาการกับระบบเอกสารและลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document & e-Signature)
- ต้องออกแบบให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานการบัญชีของภาครัฐ
- ต้องมีความพร้อมและเสถียรภาพสูง (High Availability & Reliability) สามารถรองรับธุรกรรมการโอนเงินมูลค่าสูงได้อย่างต่อเนื่อง
- ต้องมีสถาปัตยกรรมที่รองรับการเปลี่ยนแปลงและขยายตัวทางเทคโนโลยีในอนาคต (Future-proof)
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินสัญญา: ราคากลาง 90,000,000 บาท
- หลักประกันเสนอราคา: 6,350,000 บาท (ประมาณ 7% ของงบประมาณกลาง)
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
- การจ่ายเงิน: แบ่งออกเป็น 4 งวด (รายละเอียดตามขอบเขตของงานจัดซื้อ/จัดจ้าง ข้อ 8)
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- ระยะเวลารับประกัน: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ส่งมอบงาน โดยต้องแก้ไขข้อบกพร่องภายใน 1 วันหลังจากได้รับแจ้ง
- แหล่งเงินทุน: เงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2569
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: เหตุใด สปสช. ต้องเปลี่ยนระบบ ERP ใหม่?
A: เนื่องจากระบบ SAP ECC6 ที่ใช้อยู่จะสิ้นสุดการสนับสนุนจากบริษัท SAP ในปี 2570 และระบบมีอายุการใช้งานยาวนาน จำเป็นต้องมีระบบใหม่ที่ทันสมัย รองรับเทคโนโลยีและภารกิจที่เพิ่มขึ้น -
Q: ระบบใหม่ต้องรองรับการเชื่อมต่อกับระบบเดิมมากน้อยเพียงใด?
A: ระบบเดิมมีโปรแกรมย่อย (Z-Program) 342 โปรแกรมและรายงาน (BO-Report) กว่า 88 รายงานที่เชื่อมต่อกับ SAP ระบบใหม่จึงต้องมีความสามารถในการรับมือกับการเชื่อมต่อและ Migration ข้อมูลในระดับสูง -
Q: โครงการนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหรือการซื้อ Software License หรือไม่?
A: จาก TOR ระบุเป็น “จ้างพัฒนา” ระบบ ดังนั้นน่าจะเป็นโครงการพัฒนาระบบขึ้นใหม่หรือใช้แพลตฟอร์มอื่นมาพัฒนาแทน ไม่ใช่การซื้อ License SAP รุ่นใหม่ -
Q: ระบบ ERP ใหม่ต้องมีฟังก์ชันการวางแผนยุทธศาสตร์อย่างไร?
A: เป็นหนึ่งในความต้องการใหม่ที่เพิ่มจากระบบเดิม โดยระบบต้องสามารถสนับสนุนกระบวนการวางแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรได้ รายละเอียดเชิงลึกควรอยู่ในเอกสารขอบเขตงานแนบ -
Q: เกณฑ์การให้คะแนนด้านเทคนิค 80% ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
A: เกณฑ์การให้คะแนนรายละเอียดกำหนดอยู่ในเอกสารแนบ “ขอบเขตของงานจัดซื้อจัดจ้าง” ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาให้ละเอียด -
Q: การรับประกันระบบ 1 ปี ครอบคลุมอะไรบ้าง?
A: ครอบคลุมความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้น โดยผู้รับจ้างต้องรีบแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 1 วันหลังจากได้รับแจ้ง -
Q: ผู้ยื่นข้อเสนอจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสุขภาพหรือไม่?
A: TOR ไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้าใจธุรกรรมและกระบวนการทำงานของ สปสช. ซึ่งเป็นองค์กรด้านการเงินการคลังของระบบหลักประกันสุขภาพ การมีประสบการณ์ในภาคสาธารณสุขหรือรัฐจะได้เปรียบ -
Q: มีขั้นตอนการนำเสนอ (Presentation) ต่อคณะกรรมการหรือไม่?
A: มี โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอระบบและข้อเสนอด้านเทคนิคต่อหน้าคณะกรรมการ โดยมีเวลาในการนำเสนอและตอบข้อซักถามรวมไม่เกิน 120 นาที -
Q: หากเสนอราคาต่ำมากๆ อาจมีผลอย่างไร?
A: หากคณะกรรมการคาดหมายได้ว่าไม่สามารถดำเนินงานได้ตามสัญญา จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐาน หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟัง สำนักงานมีสิทธิไม่รับข้อเสนอของรายนั้น -
Q: เอกสารหลักฐานผลงานที่ต้องยื่น ต้องเป็นสัญญากับหน่วยงานรัฐเท่านั้นหรือ?
A: ไม่จำเป็น ต้องเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือ หน่วยงานเอกชนที่ สปสช. เชื่อถือก็ได้
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงานจัดซื้อ/จัดจ้าง (Terms of Reference : TOR)
โครงการจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP)
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
ด้วยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลและนวัตกรรมการเบิกจ่ายกองทุนสุขภาพ ภาครัฐมีความประสงค์จะจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน (TOR) ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ความเป็นมา
ตามที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ดำเนินการนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SAP ECC6 ซึ่งเป็นระบบการวางแผนทรัพยากรขององค์กร (ERP) มาใช้ในการบริหารงานด้านบัญชีการเงิน การบริหาร งบประมาณ และการจัดการพัสดุ เพื่อรองรับระบบงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2546 โดยระบบ SAP ถือเป็นระบบหลักที่ทำหน้าที่ในการจ่ายเงินงบประมาณให้แก่หน่วยบริการและคู่สัญญา พร้อมทั้งมี
ระบบที่เชื่อมต่อกับ SAP จำนวน 342 โปรแกรมย่อย (Z-Program) และรายงาน (BO-Report) กว่า 88 รายงาน
รวมถึงจำนวน License ทั้งสิ้น 207 License โดยมูลค่าเฉลี่ยธุรกรรมที่โอนต่อวันอยู่ที่ 425,787,409 บาท หรือ 12,773,622,280 บาทต่อเดือน และ 114,962,600,525 บาทต่อปี ซึ่งไม่สามารถหยุดให้บริการได้ เนื่องจากเป็น
แหล่งข้อมูลสำคัญในการบริหารจัดการการเงินการคลังที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องและ มีประสิทธิภาพ เนื่องจากระบบ SAP เป็นซอฟต์แวร์ที่มีลักษณะเฉพาะและมีความซับซ้อน ประกอบด้วยโมดูลย่อย จำนวนมาก และบริษัท SAP ได้แจ้งการยุติการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ SAP ECC 6.0 ในปี 2570 ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความรู้ และความชำนาญเฉพาะด้านในการบริหารจัดการ รวมถึงความเข้าใจในธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การ ดำเนินงานยังคงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
เพื่อให้ สปสช. สามารถดำเนินงานด้านการวางแผนทรัพยากรขององค์กรในด้านบัญชี การเงิน การคลัง การบริหารงบประมาณ และการพัสดุ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง รวมทั้งรองรับภารกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้นในการ จัดการธุรกรรมการเบิกจ่ายตามนโยบายของ สปสช. จึงมีความจำเป็นต้องจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและ งบประมาณ (ERP) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เพื่อทดแทนระบบเดิมให้ระบบงานต่างๆ สามารถ
ทำงานได้ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และรองรับภารกิจที่เพิ่มขึ้นของ สปสช.รวมถึงมีการพัฒนาระบบใหม่ เพิ่มเติม เช่น การวางแผนยุทธศาสตร์ การวางแผนงบประมาณ รวมถึงการใช้เอกสารและลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ โดยต้องเป็นไปตามกฎ ระเบียบ และมาตรฐานของภาครัฐ และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ในอนาคตได้ พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP) ให้สามารถรองรับการดำเนินงานในด้านบัญชี การเงิน การคลัง การบริหารงบประมาณ และการพัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ตลอดจน สามารถรองรับภารกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเหมาะสม
2.2 เพื่อทบทวนและปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในซอฟต์แวร์ (ERP) รุ่นใหม่ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งสามารถออกรายงานตามมาตรฐานบัญชีที่ถูกต้องและทันสมัย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไป อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และโปร่งใส
fioantornun1 A, 8 da a
FM-7.71 01-019 ฉบับที่ 08 วันที่ 11 พฤษภาคม 2566ราง
ประกาศสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลัก
สี่ กรุงเทพมหานคร
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบ บริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 90,000,000.00 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
๓. หากกรณีผู้ยื่นข้อเสนอต้องการเสนอแนะวิจารณ์ หรือมีความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร สามารถเสนอแนะได้ โดยเปิดเผยตัวตน พร้อมเบอร์โทรศัพท์ และE-mail ที่ชัดเจน ได้ที่จดหมายลงทะเบียน หรือ E-mail : [email protected] หรือโทรสาร ๐๒-๑๔๓-๙๗๓๐-๑ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ -
๑๖.๓๐ น.
ที่ ลงวันที่
๔. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลข
มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันที่ประกาศ จนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.nhso.go.th หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หากต้องการ ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดสอบถามมายังสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ที่หมายเลขโทรศัพท์
๐๘๑-๒๕๕-๙๐๔๙ หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลางกําหนด
ประกาศ ณ วันที่
มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายจเด็จ ธรรมธัชอารี)
เลขาธิการสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
สําเนาถูกต้อง
ใกล้รุ่ง ทับทิม (นางสาวใกล้รุ่ง ทับทิม)
ผู้อํานวยการกอง ฝ่ายบริหารทั่วไป
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวใกล้รุ่ง ทับทิม ผู้อํานวยการกอง ฝ่ายบริหารทั่วไปร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
ตามประกาศ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการแผน
และงบประมาณ (ERP) แขวง
ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สำนักงาน เชื่อถือ เป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน ๓ ปี นับจากวันที่ส่งมอบงานแล้ว เสร็จจนถึงวันที่
ยื่นเอกสารเสนอราคา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐหรือเอกชนที่สำนักงานเชื่อถือ ในกรณีผู้ เสนอราคาเป็น
ผู้ร่วมค้า ผลงานดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี
การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.๒๐)
(๖) สำเนาหลักฐานการลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง (๗) สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจของบริษัท
(๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) เอกสารประกอบการพิจารณาตามขอบเขตของงานจัดซื้อจัดจ้าง ข้อ ๔.๑ (๔) เอกสารประกอบการพิจารณาตามขอบเขตของงานจัดซื้อจัดจ้าง ข้อ ๔.๒.๑
(๕) เอกสารประกอบการพิจารณาตามขอบเขตของงานจัดซื้อจัดจ้าง ข้อ ๔.๒.๓
(๖) เอกสารประกอบการพิจารณาตามขอบเขตของงานจัดซื้อจัดจ้าง ข้อ ๖ (๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ
มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ
พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา
ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๖,๓๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หกล้านสามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก
งานตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) สาขาศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ (อาคาร บี) เลขที่บัญชี ๙๕๕๐๐๓๔๙๒๕ ชื่อบัญชี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก งาน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่ง หลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคา เท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติ และมีเอกสารหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนตามที่กำหนดใน เอกสารจึงจะได้รับพิจารณาในข้อต่อไป ตามรายละเอียดข้อกำหนดรายละเอียดการจัดซื้อ/จัดจ้าง ข้อ. ๖ หลักเกณฑ์
และสิทธิในการพิจารณา โดยผู้เสนอราคาต้องนำเสนอระบบ ข้อเสนอด้านเทคนิค และข้อเสนออื่นๆ ที่ เกี่ยวข้อง ต่อหน้าคณะกรรมการพิจารณาฯ โดยมีระยะเวลาในการนำเสนอรวมตอบข้อซักถาม เป็นระยะ เวลาไม่เกิน
๑๒๐ นาที เพื่อประเมินความพร้อมและความสามารถของระบบ และจะต้องได้ผลคะแนนข้อเสนอด้าน เทคนิค
หรือข้อเสนออื่นๆ ไม่ต่ำกว่า ๘๐ คะแนนเต็ม จึงจะได้รับการพิจารณา ตามรายละเอียดข้อกำหนดขอบเขต ของงานจัดซื้อ/จัดจ้าง ข้อ. ๖.๑.๑.๒ ภายใน ๑ วันทำการ นับถัดจากวันที่เสนอราคา ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ น.
เป็นต้นไป ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงานจะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการแผนและงบประมาณ (ERP) แขวง ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนตามเอกสารแนบในขอบเขตของงานจัดซื้อ จัดจ้าง
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ
ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
๖.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๕ วันทำการ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้อง วางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ สำนักงานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ
มอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวด โดยมีราย ละเอียดตามขอบเขตของงานจัดซื้อ/จัดจ้าง ข้อ. ๘
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การ ได้ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ
คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
มกราคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ใกล้รุ่ง ทับทิม
(นางสาวใกล้รุ่ง ทับทิม)
ผู้อำนวยการกอง ฝ่ายบริหารทั่วไป
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวใกล้รุ่ง ทับทิม ผู้อำนวยการกอง
ฝ่ายบริหารทั่วไป