จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างเหมาแปลงข้อมูลเอกสารเป็นดิจิทัลของกรมธนารักษ์

กรมธนารักษ์ 68129299426
฿30,900,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 20 มี.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กรมธนารักษ์เปิดประกวดราคาจ้างเหมาแปลงข้อมูลเอกสารเป็นดิจิทัล เพื่อยกระดับการจัดการข้อมูลให้ทันสมัย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแปลงเอกสารกระดาษจำนวนมหาศาล ซึ่งประกอบด้วยเอกสารประเมินราคาห้องชุดและเอกสารที่ราชพัสดุ ให้กลายเป็นข้อมูลดิจิทัลที่สามารถประมวลผลและนำเข้าฐานข้อมูลกลางของกรมได้โดยตรง

ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการสแกนเอกสารต้นฉบับทั่วประเทศรวมกว่า 10 ล้านหน้า การพัฒนาและติดตั้งระบบ AI-OCR จำนวน 4 โมเดล สำหรับถอดข้อมูลจากเอกสารประเภทต่างๆ อย่างแม่นยำ การพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลแบบเว็บเบสที่รองรับการอัปโหลด ตรวจสอบ และอนุมัติข้อมูลก่อนนำเข้า รวมถึงการสร้าง Dashboard สำหรับติดตามสถานะ การพัฒนาระบบรายงาน และการสร้างไฟล์ Searchable PDF เพื่อการค้นหาที่สะดวก

สิ่งส่งมอบสำคัญ ได้แก่ ข้อมูลดิจิทัลจากเอกสารที่สแกนแล้ว ผลลัพธ์การถอดข้อความด้วย AI-OCR ในรูปแบบที่พร้อมใช้งาน ระบบซอฟต์แวร์และโมเดล AI ที่พัฒนาขึ้น พร้อมฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ตามสเปกที่กำหนด คู่มือการใช้งาน และการฝึกอบรมผู้ใช้และผู้ดูแลระบบ โครงการมีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 300 วัน ภายใต้วงเงินงบประมาณ 30.9 ล้านบาท

English summary

The Treasury Department is opening a bidding process for a contractor to digitize documents for the department. The project aims to modernize data management, making it faster and more efficient in line with the government’s digital policy. The primary objective is to convert a vast number of paper documents, including condominium appraisal reports and other core mission documents, into digital data that can be processed and directly imported into the department’s central database.

The main scope of work includes scanning over 10 million pages of original documents nationwide, developing and installing 4 AI-OCR models to accurately extract data from various document types, developing a web-based data management system to support uploading, verification, and approval before data import, as well as creating a Dashboard for status tracking, developing reporting systems, and generating searchable PDF files for convenient retrieval.

Key deliverables include digitized data from scanned documents, AI-OCR text extraction results in a ready-to-use format, the developed software system and AI models, specified server hardware, user manuals, and training for both end-users and system administrators. The project has a total duration of 300 days under a budget of 30.9 million baht.

สถานที่ดำเนินการ

กรมธนารักษ์ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 51 แห่งทั่วประเทศ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อแปลงข้อมูลเอกสารประเมินราคาห้องชุด และเอกสารอื่นๆ ตามภารกิจหลักที่อยู่ในรูปแบบไฟล์ภาพหรือเอกสารสแกน ให้เป็นข้อมูลดิจิทัลที่สามารถประมวลผลได้
  • เพื่อยกระดับกระบวนการจัดการข้อมูลของกรมธนารักษ์ให้ทันสมัย มีความถูกต้อง และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพื่อลดภาระงานในการบันทึกข้อมูลด้วยมือ เพิ่มความรวดเร็วในการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูล
  • เพื่อสนับสนุนการนำข้อมูลไปวิเคราะห์ในเชิงพื้นที่/เชิงนโยบาย โดยอาศัยฐานข้อมูลที่ได้จากการแปลงเอกสาร

ขอบเขตของงาน

  • การสแกนเอกสารต้นฉบับ:

    • สแกนเอกสารที่ราชพัสดุ จำนวน 1,600,000 หน้า (4 ครั้ง ครั้งละ 400,000 หน้า) ณ กรุงเทพมหานคร
    • สแกนเอกสารรายงานการประเมินราคาห้องชุด จำนวน 131,000 หน้า ณ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ (51 พื้นที่)
    • ดำเนินการสแกนด้วยความละเอียดไม่น้อยกว่า 300 dpi ในโหมด Grayscale หรือ Color จัดเก็บเป็นไฟล์ JPG และ PDF ตามมาตรฐานของกรม
    • รับผิดชอบการจัดเตรียมอุปกรณ์ การเดินทาง และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการสแกนนอกสถานที่
  • การพัฒนาและติดตั้งระบบ AI-OCR:

    • พัฒนาโมเดล AI-OCR จำนวน 4 โมเดล สำหรับประมวลผลเอกสาร 2 ประเภทหลัก:
      • เอกสารรายงานการประเมินราคาห้องชุด (5 หมวดข้อมูลสำคัญ)
      • เอกสารรายงานประเมินที่ดิน (2 หมวดข้อมูลสำคัญ)
    • โมเดลต้องสามารถคัดแยกหน้า ถอดข้อความ และแปลงข้อมูลให้มีโครงสร้างตามฐานข้อมูลของกรมได้
    • ติดตั้งระบบ AI-OCR บนเซิร์ฟเวอร์ของกรม ให้รองรับการนำเข้าไฟล์ PDF, JPG, PNG และส่งออกผลลัพธ์เป็น CSV/JSON
  • การพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูล (Web-based System):

    • ระบบสำหรับรองรับกระบวนการนำเข้า ตรวจสอบ แปลง และส่งข้อมูลเข้าฐานข้อมูลกลาง
    • ฟังก์ชันหลักได้แก่ การอัปโหลดไฟล์, การส่งไฟล์ไปประมวลผลด้วย AI-OCR, เครื่องมือตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล (Label & Manual Review Tool), การบริหารจัดการผู้ใช้งาน (Web Admin) 4 ระดับ, การเชื่อมต่อ API กับระบบฐานข้อมูลและ SFTP
    • พัฒนา Dashboard สำหรับติดตามสถานะการทำงานของระบบแบบเรียลไทม์
  • การจัดหาและติดตั้งฮาร์ดแวร์:

    • จัดหาและติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) หลายชนิดตามสเปกที่กำหนดในเอกสารหมายเลข 1 (รวมไม่น้อยกว่า 9 เครื่อง) พร้อมระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์พื้นฐาน
    • รับผิดชอบการติดตั้ง การตั้งค่า การเดินสาย และการทดสอบเชื่อมต่อให้พร้อมใช้งาน
  • การจัดหาที่ปรึกษาด้านความมั่นคงปลอดภัย:

    • จัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยที่มีคุณวุฒิ CISSP เพื่อตรวจสอบระบบงานในโครงการ
    • ดำเนินการทดสอบด้านความปลอดภัย เช่น Threat Modelling, Code Analysis, Penetration Testing (เช่น SQL Injection, Cross-site Scripting) ตามเอกสารหมายเลข 2
  • การฝึกอบรม:

    • ฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานและผู้ดูแลระบบ รวมทั้งจัดทำสื่อการสอนวิดีโอและคู่มือ
    • จัดหาหลักสูตรฝึกอบรมด้าน Generative AI, Agentic AI, AI-OCR ให้กับบุคลากรกรม ในรูปแบบ Voucher
  • การจัดทำเอกสารโครงการ:

    • จัดทำเอกสารโครงการครบถ้วนตามเอกสารหมายเลข 3 ครอบคลุมทุกเฟสของโครงการ ตั้งแต่การเปิดโครงการ ติดตามความคืบหน้า เตรียมความพร้อม Go-Live จนถึงการปิดโครงการ
    • ส่งมอบเอกสารการออกแบบระบบ คู่มือผู้ใช้ คู่มือดูแลระบบ และ Source Code เมื่อสิ้นสุดโครงการ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ข้อมูลดิจิทัลจากเอกสารที่สแกน:

    • ไฟล์ดิจิทัล (JPG/PDF) ของเอกสารที่ราชพัสดุ 1,600,000 หน้า
    • ไฟล์ดิจิทัล (JPG/PDF) ของเอกสารรายงานการประเมินราคาห้องชุด 131,000 หน้า
    • ผลลัพธ์แบบ Searchable PDF/Full text ของเอกสารทั้งหมด
  • ผลลัพธ์การประมวลผลด้วย AI-OCR:

    • ผลลัพธ์การถอดข้อมูลด้วย AI-OCR จากรายงานการประเมินราคาห้องชุด จำนวน 331,000 หน้า (200,000 + 131,000)
    • ผลลัพธ์การถอดข้อมูลด้วย AI-OCR จากบัญชีราคาประเมินรอบเก่า จำนวน 9,700,000 หน้า (700,000 + 9,000,000)
    • ข้อมูลที่ถูกถอดและจัดโครงสร้างตามฐานข้อมูลกรมธนารักษ์
  • ระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์:

    • ระบบบริหารจัดการข้อมูลแบบเว็บเบส พร้อม Dashboard
    • โมเดล AI-OCR จำนวน 4 โมเดล ที่ติดตั้งและพร้อมใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์ของกรม
    • เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ตามสเปกที่กำหนดทุกเครื่อง พร้อมซอฟต์แวร์พื้นฐาน
    • คู่มือการใช้งานระบบสำหรับผู้ใช้และผู้ดูแลระบบ
  • เอกสารโครงการ:

    • แผนการดำเนินงานและบริหารโครงการ
    • รายงานการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัย
    • เอกสารการออกแบบระบบ (SRS, Design, Data Dictionary, ER-Diagram ฯลฯ)
    • Source Code ของระบบที่พัฒนาขึ้นทั้งหมด
    • คู่มือการติดตั้ง ดูแล และสำรองข้อมูล
    • เอกสารสรุปโครงการ (Post-Implementation Report)
  • การฝึกอบรม:

    • การฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบครบตามหลักสูตรที่กำหนด
    • สื่อการสอนวิดีโอพร้อมแบบทดสอบ
    • Voucher ฝึกอบรมหลักสูตร AI

ระยะเวลาดำเนินการ

ดำเนินการให้แล้วเสร็จและส่งมอบภายใน 300 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยแบ่งการส่งมอบเป็น 5 งวดหลัก ดังนี้

  • งวดที่ 1: ภายใน 15 วัน หลังลงนาม - ส่งมอบแผนงานและเอกสารเบื้องต้น
  • งวดที่ 2: ภายใน 90 วัน หลังลงนาม - ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์และระบบต้นแบบ, สแกนเอกสารครั้งที่ 1
  • งวดที่ 3: ภายใน 150 วัน หลังลงนาม - ส่งมอบเอกสารออกแบบระบบ, สแกนเอกสารครั้งที่ 2
  • งวดที่ 4: ภายใน 240 วัน หลังลงนาม - ทดสอบระบบ, สแกนเอกสารครั้งที่ 3
  • งวดที่ 5: ภายใน 300 วัน หลังลงนาม - ส่งมอบระบบสมบูรณ์, ผลลัพธ์ OCR, ฝึกอบรม, สแกนเอกสารครั้งที่ 4 และครั้งที่ 5
  • ระยะรับประกัน: 1 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้าย
  • งานเพิ่มในระยะรับประกัน: การถอดข้อมูลด้วย AI-OCR อีก 9,131,000 หน้า ต้องส่งมอบภายใน 180 วันทำการหลังตรวจรับงานงวดสุดท้าย

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:

    • ต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับบริการให้คำปรึกษา แนะนำ วิเคราะห์ พัฒนา ออกแบบ ติดตั้ง ควบคุมดูแล วางระบบ บำรุงรักษาและซ่อมแซมเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก (จากงบการเงิน 1 ปีสุดท้าย) หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท หรือมีวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (ประมาณ 7.725 ล้านบาท)
    • ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันหรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
  • Standards Compliance:

    • ต้องได้รับมาตรฐาน ISO 29110 หรือ ISO 27001 หรือ ISO 9001:2015 โดยต้องมีผลครอบคลุมวันที่ยื่นเอกสารจนถึงวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้ายแล้วเสร็จ
  • Experience:

    • ต้องมีผลงานการพัฒนาด้านการจัดหาการแปลงเอกสารเป็นดิจิทัลและติดตั้งซอฟต์แวร์การแปลงข้อมูลด้วยเทคโนโลยี AI-OCR หรือ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ การพัฒนาระบบสารสนเทศเกี่ยวกับการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน หรือ การพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีการจัดทำแบบจำลอง (โมเดล) สำเร็จมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 สัญญา
    • วงเงินสัญญาดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่า 15.45 ล้านบาท
    • ผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/เอกชนที่กรมเชื่อถือ และได้ส่งมอบและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    • ต้องมีผลงานการพัฒนาโมเดล AI ที่ผ่านการฝึก จำนวนอย่างน้อย 1 ผลงาน
  • Previous Project Cost:

    • ผลงานอ้างอิง 1 สัญญา ต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 15.45 ล้านบาท
  • Technical Capabilities:

    • ต้องสามารถพัฒนาและติดตั้งระบบ AI-OCR, ระบบบริหารจัดการข้อมูลเว็บเบส และระบบ Dashboard ตามข้อกำหนด
    • ต้องสามารถจัดหาและติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ตามสเปกที่กำหนดได้
    • ต้องสามารถดำเนินการสแกนเอกสารจำนวนมากได้
  • Personnel:

    • ต้องเสนอทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด (บุคลากรต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน) ประกอบด้วย:
      1. ผู้จัดการโครงการ: ปริญญาโทขึ้นไป สาขา IT/บริหาร ฯลฯ, ประสบการณ์บริหารโครงการ IT ไม่น้อยกว่า 10 ปี (จำนวน 1 คน)
      2. ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัย (ICT security specialist): ปริญญาโทสาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย IT ไม่น้อยกว่า 10 ปี (จำนวน 1 คน)
      3. ผู้เชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูล (Database Specialist): ปริญญาโทสาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์บริหารจัดการฐานข้อมูลไม่น้อยกว่า 6 ปี (จำนวน 1 คน)
      4. นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst): ปริญญาโทขึ้นไปสาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์วิเคราะห์และออกแบบระบบธุรกิจไม่น้อยกว่า 5 ปี (จำนวน 1 คน)
      5. นักพัฒนาด้าน OCR: ปริญญาตรีขึ้นไปสาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์เกี่ยวกับ OCR ไม่น้อยกว่า 15 ปี (จำนวน 1 คน)
      6. นักออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (UX/UI Designer): ปริญญาตรีขึ้นไปสาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์ออกแบบไม่น้อยกว่า 5 ปี (จำนวน 1 คน)
      7. นักพัฒนาระบบ (Programmer): ปริญญาตรีสาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 4 ปี (จำนวน 1 คน)
      8. นักทดสอบระบบ (System Tester): ปริญญาตรีสาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี (จำนวน 1 คน)
      9. ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator): ปริญญาตรีสาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 2 ปี (จำนวน 1 คน)

เกณฑ์การพิจารณา

กรมธนารักษ์จะพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา (ราคาต่ำสุด) จาก ราคารวม ที่เสนอ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการนี้เน้นการแปลงเอกสารกระดาษเป็นข้อมูลดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง สเปกทางเทคนิคหลักมีดังนี้:

  1. ระบบ AI-OCR: ต้องพัฒนาโมเดล AI-OCR จำนวน 4 โมเดล สำหรับประมวลผลเอกสาร 2 กลุ่มหลัก (รายงานประเมินห้องชุด 5 หมวด และรายงานประเมินที่ดิน 2 หมวด) โดยโมเดลต้องมีความยืดหยุ่นในการวิเคราะห์เค้าโครงหน้า (Page Layout) และสามารถจับคู่ Mapping ข้อมูลเข้ากับโครงสร้างฐานข้อมูลของกรมได้
  2. ระบบบริหารจัดการข้อมูล: ต้องเป็นระบบเว็บเบสที่มีฟังก์ชันครบวงจร ตั้งแต่การอัปโหลด, ส่งประมวลผล OCR, มีเครื่องมือตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล (Label & Manual Review Tool) ที่พัฒนาขึ้นเอง, ระบบบริหารสิทธิ์ผู้ใช้ 4 ระดับ, Dashboard แสดงสถานะแบบเรียลไทม์ และเชื่อมต่อ API กับระบบฐานข้อมูลกลางและ SFTP ได้
  3. ฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์: ต้องจัดหาและติดตั้งเซิร์ฟเวอร์หลายรุ่นตามสเปกที่ระบุในเอกสารหมายเลข 1 เช่น เซิร์ฟเวอร์ชนิดที่ 1 (2 เครื่อง) ด้วย Processor 32-core, RAM 64 GB DDR5, Storage SSD 1.92TB, Network 10G; เซิร์ฟเวอร์สำหรับพัฒนาจำนวน 3 เครื่อง; และเซิร์ฟเวอร์สำหรับตรวจสอบคุณภาพระบบ เป็นต้น
  4. มาตรฐานความปลอดภัย: ระบบที่พัฒนาต้องผ่านการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ CISSP ครอบคลุมการทดสอบ Threat Modelling, Code Analysis, Penetration Testing (เช่น SQL Injection, XSS) และต้องไม่มีช่องโหว่ระดับ High ก่อนเริ่มใช้งานจริง
  5. คุณภาพข้อมูลดิจิทัล: การสแกนต้องใช้ความละเอียดไม่น้อยกว่า 300 dpi (Grayscale/Color) ไฟล์ผลลัพธ์ต้องคมชัด ครบถ้วน และเป็น Searchable PDF/Full text

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 30,900,000 บาท
  • หลักประกันการเสนอราคา: 1,545,000 บาท
  • การชำระเงิน: แบ่งเป็น 5 งวด ตามการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    • งวด 1: 10% (หลังส่งมอบแผนงานภายใน 15 วัน)
    • งวด 2: 25% (หลังส่งมอบและติดตั้งระบบต้นแบบ, สแกนรอบที่1 ภายใน 90 วัน)
    • งวด 3: 25% (หลังส่งมอบเอกสารออกแบบระบบ, สแกนรอบที่2 ภายใน 150 วัน)
    • งวด 4: 20% (หลังทดสอบระบบ, สแกนรอบที่3 ภายใน 240 วัน)
    • งวด 5: 20% (หลังส่งมอบระบบสมบูรณ์, ฝึกอบรม, สแกนรอบที่4,5 ภายใน 300 วัน)
  • อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ของราคาจ้างทั้งหมด ต่อวัน ในกรณีส่งมอบงานล่าช้าหรือปฏิบัติผิดสัญญา
  • ระยะรับประกัน: 1 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้าย โดยต้องให้บริการสนับสนุนแก้ไขปัญหาตาม SLA ที่กำหนด (ตอบสนองภายใน 1-4 ชั่วโมง แก้ไขสำเร็จภายใน 4-48 ชั่วโมง ตามระดับความรุนแรง)
  • ลิขสิทธิ์: ลิขสิทธิ์ในข้อมูลดิจิทัลที่แปลง ซอฟต์แวร์ ซอร์สโค้ด โมเดล AI และเอกสารประกอบโครงการทั้งหมด ให้ตกเป็นของกรมธนารักษ์
  • ค่าบำรุงรักษาต่อเนื่อง: ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนและราคาค่าบำรุงรักษาระบบสำหรับปีที่ 2 ถึงปีที่ 6 แยกต่างหาก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้ต้องสแกนเอกสารนอกสถานที่ที่ใดบ้าง?

    • A: ต้องดำเนินการสแกนใน 2 พื้นที่หลัก ได้แก่ 1) ณ กรมธนารักษ์ แขวงพญาไท กรุงเทพมหานคร (เอกสารที่ราชพัสดุ) และ 2) ณ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 51 แห่งทั่วประเทศ (เฉพาะเอกสารรายงานประเมินราคาห้องชุด)
  • Q: ระบบ AI-OCR ที่พัฒนาต้องรองรับรูปแบบไฟล์นำเข้าอะไรบ้าง?

    • A: ระบบต้องรองรับการนำเข้าเอกสารในรูปแบบไฟล์ PDF, JPG และ PNG
  • Q: ผลลัพธ์จากการประมวลผลด้วย AI-OCR จะถูกส่งออกในรูปแบบใด?

    • A: ผลลัพธ์จะถูกส่งออกในรูปแบบมาตรฐาน ได้แก่ ไฟล์ CSV หรือไฟล์ JSON เพื่อความสะดวกในการนำไปใช้งานหรือประมวลผลต่อ
  • Q: ระบบบริหารจัดการข้อมูลที่พัฒนาขึ้น ต้องรองรับบทบาทผู้ใช้งานกี่ระดับ อะไรบ้าง?

    • A: ต้องรองรับอย่างน้อย 4 ระดับ ได้แก่ ระดับผู้ควบคุมงาน (Supervisor), ระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน (Operator), ระดับผู้ตรวจสอบ (Read-only), และระดับผู้ใช้ทั่วไป (Guest)
  • Q: มีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องจัดหาหรือไม่?

    • A: มีข้อกำหนดสเปกที่ละเอียดในเอกสารหมายเลข 1 ครอบคลุมหลายชนิด เช่น เซิร์ฟเวอร์สำหรับใช้งานจริง, สำหรับพัฒนา, และสำหรับตรวจสอบคุณภาพระบบ ซึ่งมีข้อกำหนดเรื่อง Processor, RAM, Storage, Network และมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน
  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาการฝึกอบรมด้าน AI เพิ่มเติมให้กับกรมหรือไม่?

    • A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องจัดหาหลักสูตรการฝึกอบรมด้าน Generative AI, Agentic AI, AI-OCR ในรูปแบบ Voucher หรืออบรมกับบริษัทผู้ผลิต/ตัวแทนที่เชี่ยวชาญ จำนวน 2 หลักสูตร หลักสูตรละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ให้กับบุคลากรกรม ภายในระยะเวลา 1 ปี หลังตรวจรับงาน
  • Q: ในระยะรับประกัน 1 ปี มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการตอบสนองและแก้ไขปัญหาอย่างไร?

    • A: มี Service Level Agreement (SLA) ที่ชัดเจน กำหนดระดับความรุนแรงของปัญหา 4 ระดับ (ฉุกเฉิน, สูง, ปานกลาง, ต่ำ) พร้อมระยะเวลาตอบสนอง (1-4 ชั่วโมง) และระยะเวลาแก้ไขให้สำเร็จ (4-48 ชั่วโมง) โดยต้องมีช่องทางติดต่อตลอด 24 ชั่วโมง
  • Q: เอกสารโครงการที่ต้องจัดทำตามเอกสารหมายเลข 3 ครอบคลุมหัวข้อใดบ้าง?

    • A: ครอบคลุมเอกสารทั้งหมดของวงจรโครงการ เช่น เอกสารเปิดโครงการ, เอกสารติดตามความคืบหน้า, เอกสารเตรียมความพร้อมก่อน Go-Live (ทั้งด้านเทคนิค, แอปพลิเคชัน, ข้อมูล, ความปลอดภัย, ผู้ใช้) และเอกสารปิดโครงการ
  • Q: มีงานส่วนใดที่ต้องดำเนินการใน “ระยะรับประกัน” หลังส่งมอบโครงการแล้วหรือไม่?

    • A: ใช่ มีงานสำคัญคือ การประมวลผลถอดข้อมูลด้วย AI-OCR ให้กับเอกสารบัญชีราคาประเมินรอบเก่าอีก 9,000,000 หน้า และรายงานประเมินราคาห้องชุดอีก 131,000 หน้า ซึ่งต้องส่งมอบภายใน 180 วันทำการ หลังตรวจรับงานงวดสุดท้าย
  • Q: ผู้รับจ้างมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้งและการติด Label อุปกรณ์อย่างไร?

    • A: ผู้รับจ้างต้องติดตั้งอุปกรณ์ ณ สถานที่ที่กรมกำหนด และต้องติด Label Sticker ตามรูปแบบที่กรมระบุบนอุปกรณ์ทุกชิ้น โดยสติกเกอร์ต้องมีข้อมูลเช่น สัญลักษณ์กรม, รหัสโครงการ, หมายเลขครุภัณฑ์, ชื่อบริษัทรับผิดชอบ และวันสิ้นสุดการรับประกัน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑. ความเป็นมา
ขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจ้างเหมาแปลงข้อมูลเอกสารเป็นดิจิทัลของกรมธนารักษ์
กรมธนารักษ์มีภารกิจในการจัดทําและจัดเก็บข้อมูลด้านราคาประเมินที่ดินสิ่งปลูกสร้างและอสังหาริมทรัพย์
ประเภทต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลราคาประเมินห้องชุดทั่วประเทศซึ่งข้อมูลดังกล่าว มีความสําคัญอย่างยิ่ง ในการใช้เป็นข้อมูล อ้างอิงสําหรับหน่วยงานของรัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป ตลอดจนในการดําเนินงานด้านนโยบายภาครัฐและ การบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันกรมธนารักษ์ยังมีเอกสารราคาประเมินห้องชุดจํานวนมากที่อยู่ในรูปแบบเอกสาร กระดาษและยังไม่ได้แปลงเข้าสู่ระบบสารสนเทศหรือฐานข้อมูลดิจิทัลอย่างครบถ้วนส่งผลให้เกิดข้อจํากัดใน
การเข้าถึงค้นหาและนําข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงอาจมีความเสี่ยงต่อการชํารุด
สูญหายหรือการจัดเก็บที่ไม่เป็นระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและสนับสนุนแนวนโยบายรัฐบาลด้านการพัฒนา รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) จึงมีความจําเป็นต้องดําเนินโครงการจ้างเหมาแปลงข้อมูลเอกสาร เป็นดิจิทัลของกรมธนารักษ์ ประกอบด้วยเอกสารประเมินราคาห้องชุด และเอกสารอื่นๆ ตามภารกิจหลักที่อยู่ใน รูปแบบกระดาษ ให้เป็นข้อมูลดิจิทัลที่สามารถนําเข้าสู่ฐานข้อมูลของกรมธนารักษ์ได้โดยตรง โดยใช้เทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้สามารถถอดข้อมูลที่สําคัญ
ในเอกสารได้อย่างแม่นยําและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ยังรวมถึงการพัฒนา ระบบสนับสนุนต่าง ๆ ได้แก่ ระบบตรวจสอบข้อมูล ระบบ Dashboard สําหรับแสดงผลข้อมูล รวมถึงการสร้างไฟล์ในรูปแบบ searchable PDF เพื่อให้สามารถค้นหาและเรียกดูข้อมูล ย้อนหลังได้อย่างสะดวก และสามารถรองรับการใช้งานของเจ้าหน้าที่ ได้ในระยะยาว
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อแปลงข้อมูลเอกสารประเมินราคาห้องชุด และเอกสารอื่นๆ ตามภารกิจหลักที่อยู่ในรูปแบบไฟล์ ภาพหรือเอกสารสแกน ให้เป็นข้อมูลดิจิทัลที่สามารถประมวลผลได้
๒.๒ เพื่อยกระดับกระบวนการจัดการข้อมูลของกรมธนารักษ์ให้ทันสมัย มีความถูกต้อง และสามารถ
ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๒.๓ เพื่อลดภาระงานในการบันทึกข้อมูลด้วยมือ เพิ่มความรวดเร็วในการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูล ๒.๔ เพื่อสนับสนุนการนําข้อมูลไปวิเคราะห์ในเชิงพื้นที่/เชิงนโยบาย โดยอาศัยฐานข้อมูลที่ได้จาก
การแปลงเอกสาร
๓. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
๓.๑ คุณสมบัติผู้เสนอราคา
๓.๑.๑
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับบริการให้คําปรึกษา แนะนํา วิเคราะห์
พัฒนา ออกแบบ ติดตั้ง ควบคุมดูแล วางระบบ บํารุงรักษาและซ่อมแซมเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือ ดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๑.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลผู้เคยมีผลงานการพัฒนาด้านการจัดหาการแปลงเอกสารเป็น ดิจิทัลและติดตั้งซอฟต์แวร์การแปลงข้อมูลด้วยเทคโนโลยี AI – OCR หรือ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ การพัฒนาระบบสารสนเทศเกี่ยวกับการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน หรือ การพัฒนาระบบสารสนเทศ
7mm.
ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศ
ที่มีการจัดทําแบบจําลอง (โมเดล) หรือการพัฒนาระบบสารสนเทศ สําเร็จมาแล้วจํานวนไม่น้อยกว่า ๑ สัญญา ในวงเงินสัญญาละไม่น้อยกว่า ๑๕.๕๕ ล้านบาท และจะต้องเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมธนารักษ์เชื่อถือ ซึ่งได้ส่งมอบและตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยโดยมีสัญญา รายละเอียดขอบเขตงาน (TOR) และหนังสือรับรองผลงานที่ออกโดยหัวหน้าหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือ ผู้มีอํานาจปฏิบัติราชการแทนหรือผู้มีอํานาจลงนามของหน่วยงานเอกชนโดยถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ กรมธนารักษ์ สงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบวินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยตรงจากผู้รับรองเอกสารที่เสนอมานั้น
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานการพัฒนาโมเดล AI ที่ผ่านการฝึก จํานวนอย่างน้อย ๑ ผลงาน
โดยต้องนํามายื่นในวันยื่นข้อเสนอ
๓.๒ ข้อกําหนดด้านบุคลากร
๓.๒.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรายชื่อบุคลากรหรือทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความสามารถ และ ประสบการณ์ในการทํางานที่จะดําเนินการในโครงการนี้ โดยแนบประวัติโดยย่อ เอกสารตัวอย่างผลงาน และ ประสบการณ์ พร้อมวุฒิการศึกษา และเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ติดต่อได้ มาพร้อมกับเอกสารยื่นข้อเสนอให้กับกรมธนารักษ์
ดังนี้
ลําดับ
ตําาแหน่ง
ผู้จัดการโครงการ
วุฒิการศึกษา ปริญญาโทหรือสูงกว่า
ประสบการณ์
ด้านการบริหาร
จํานวน


ในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ โครงการไม่น้อยกว่า
การบริหารเทคโนโลยี
สารสนเทศคอมพิวเตอร์
เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
๑๐
ปี
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ปริญญาโทในสาขาวิทยาการ ด้านความมั่นคง ปลอดภัย (ICT security | คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี
specialist)
สารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่ เกี่ยวข้อง
ผู้เชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูล ปริญญาโทในสาขาวิทยาการ
ปลอดภัยด้าน
เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี

ด้านการบริหารจัดการ
(Database Specialist)
คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี
ฐานข้อมูลไม่น้อยกว่า
สารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่
๖ ปี
เกี่ยวข้อง

นักวิเคราะห์และออกแบบ ปริญญาโทหรือสูงกว่า
ระบบ (System Analysis) | ในสาขาวิทยาการ
คอมพิวเตอร์ วิศวกรรม
คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี
สารสนเทศ MIS คอมพิวเตอร์
ธุรกิจ หรือสาขาอื่นที่
เกี่ยวข้อง
การวิเคราะห์ระบบ และมีความเชี่ยวชาญ ในการออกแบบระบบ
ธุรกิจไม่น้อยกว่า 5 ปี
Timm

G
G
M
ศูนย์ อโนได สารสนเทศ
และทาง มือสาร
ล่าดับ
ตําาแหน่ง
นักพัฒนาด้าน OCR

วุฒิการศึกษา
ปริญญาตรีหรือสูงกว่า
ประสบการณ์
เกี่ยวกับ OCR
ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ | ไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี
วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ
สาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
นักออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน ปริญญาตรีหรือสูงกว่า
(User Interface designer, ในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ
UX/UI Designer)
และการสื่อสารมัลติมีเดีย การ
ออกแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
มนุษย์กับคอมพิวเตอร์
ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
(Human Computer

นักพัฒนาระบบ (Programmer)
Interaction Design) การ
ออกแบบเชิงอุตสาหกรรม
(Industrial Design) หรือ สาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
สารสนเทศ
ปริญญาตรีด้านวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ วิทยาการ
คอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่
เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
สารสนเทศ
นักทดสอบระบบ (System ปริญญาตรีด้านวิศวกรรม

Tester)
ไม่น้อยกว่า ๔ ปี
ไม่น้อยกว่า ๓ ปี
คอมพิวเตอร์ วิทยาการ
คอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่
เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
สารสนเทศ
ผู้ประสานงานโครงการ ปริญญาตรีด้านวิศวกรรม
(Project Coordinator)
คอมพิวเตอร์ วิทยาการ
คอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่ เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
สารสนเทศ
จํานวน
ไม่น้อยกว่า ๒ ปี

G
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และ อลา
๓.๒.๒ บุคลากรที่ระบุ ต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน

  • C -
    ๓.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับมาตรฐาน ISO ๒๙๑๑๐ หรือ ISO ๒๗๐๐๑ หรือ ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕ โดยต้องมีผลครอบคลุมวันที่ยื่นเอกสารจนถึงวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้ายแล้วเสร็จ พร้อมแนบ
    เอกสารการรับรองดังกล่าวมาในวันยื่นข้อเสนอ
    ๓.๔ การเสนอราคาค่าใช้จ่ายในการประกวดราคาครั้งนี้ต้องเป็นราคาที่รวมค่า Software ค่าพัฒนา ระบบงาน ค่าติดตั้ง ค่าฝึกอบรม ค่าอุปกรณ์ และค่าดําเนินการต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายสําหรับเชื่อมต่อเข้ากับระบบ เครือข่ายของกรมธนารักษ์ที่มีอยู่เดิม รวมภาษีอื่น ๆ (ถ้ามี) ตลอดจนค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่จะเกิดขึ้น กับโครงการนี้ โดยกรมธนารักษ์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจากที่ปรากฏในใบเสนอราคาแล้วซึ่งเป็นราคาที่รวมค่ากําไรและ ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ด้วยแล้ว

    ๓.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีการปลอมแปลงแก้ไขเอกสารส่วนหนึ่งส่วนใด ให้ถือเป็นผู้ทุจริตการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐ และจะขึ้นบัญชีเป็นผู้ทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐต่อกรมบัญชีกลาง
    ๔. การยื่นเอกสารทางด้านเทคนิค
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําเอกสารตารางเปรียบเทียบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์ที่กําหนด ข้างต้นทั้งหมด พร้อมระบุเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโดยตรง พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อโดยระบุเอกสารอ้างอิง เอกสาร
    ตามตัวอย่าง
    ตัวอย่างตารางเปรียบเทียบ
    รายละเอียด
    ที่กรมธนารักษ์กําาหนด
    ข้อเสนอ
    ของผู้ยื่นข้อเสนอ
    เปรียบเทียบขอบเขต
    เอกสารอ้างอิง
    ที่กรมธนารักษ์กําาหนด
    ให้คัดลอกรายละเอียด ให้ระบุรายละเอียดงาน ให้ระบุจุดที่ดีกว่าหรือ งานจ้างที่กําหนดไว้ จ้างที่ผู้ยื่นข้อเสนอ เทียบเท่าข้อเสนอทาง ทั้งหมดมากรอกในช่องนี้ เสนอมาตามข้อเสนอ เทคนิค โดยเปรียบเทียบ ให้ถูกต้อง ครบถ้วน ทางเทคนิค
    ชื่อผู้ติดต่อ
    ตัวอย่าง
    กับรายละเอียดงานจ้าง
    แต่ละข้อ
    โทรศัพท์มือถือ
    (ระบุเลขที่หน้า) ระบุเอกสารอ้างอิงที่ เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) โดยมี ลําดับเอกสารกํากับอยู่ใน
    ข้อเสนอทางเทคนิคด้วย
    ๔.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําแนวคิด ขั้นตอน แนวทาง วิธีการทําโครงการดังกล่าวโดยละเอียด พร้อมแสดง
    ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทํารายละเอียดการบํารุงรักษาระบบ มาพร้อมข้อเสนอด้านเทคนิค
    ๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําแผนบริหารจัดการโครงการ มาพร้อมข้อเสนอด้านเทคนิคด้วย
    ศูนย์เทคโน่ สารสนเทศ และ เสื่อสาร
    -&-
    ๕. เงื่อนไขและข้อกําหนดด้านการดําเนินงาน
    ๕.๑ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อให้
    การดําเนินงานตามขอบเขตงานจ้างประสบผลสําเร็จ และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ
    ๕.๒ เมื่อมีการประชุมระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้ชนะการประกวดราคา ผู้ชนะการประกวดราคาต้องจัดทํา รายงานการประชุม ๑๕ วันทําการนับจากวันประชุม
    หรือบันทึกช่วยจําเสนอต่อกรมธนารักษ์หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุทุกครั้งภายใน
    ๕.๓ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในรายงานการประชุม หรือบันทึกช่วยจําร่วมกับ ผู้ว่าจ้างอย่างเคร่งครัดและถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างตามงวดงานที่กําหนด ทั้งนี้ กรมธนารักษ์จะร่วมพิจารณา กับผู้ชนะการประกวดราคาว่าเงื่อนไขต่าง ๆ ตามรายงานการประชุมหรือบันทึกช่วยจําไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่เพิ่มเติม นอกเหนือจากขอบเขตการจ้าง
    ๕.๔ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องจัดเก็บความต้องการของผู้ใช้งานที่กรมธนารักษ์มอบหมาย และสรุปผล การจัดเก็บความต้องการพร้อมรายงานเป็นทางการให้กับกรมธนารักษ์ทราบภายใน ๑๕ วันทําการ หลังจาก
    เก็บความต้องการเสร็จเรียบร้อยแล้ว
    และผู้ชนะการประกวดราคาต้องปฏิบัติตามผลสรุปความต้องการของผู้ใช้งาน อย่างเคร่งครัด และถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างตามงวดงานที่กําหนด ทั้งนี้ กรมธนารักษ์จะร่วมพิจารณากับผู้ชนะ
    การประกวดราคาว่าเงื่อนไขตามความต้องการของผู้ใช้งานไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากขอบเขตงานจ้าง ๕.๕ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องจัดประชุมเพื่อรายงานสถานะความก้าวหน้าของโครงการเดือนละ ไม่ต่ํากว่า ๑ ครั้ง และดําเนินการตาม เอกสารหมายเลข ๓
    ๕.๖ ข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ทั้งหมด ที่ได้รับจากกรมธนารักษ์เพื่อดําเนินการตามโครงการนี้และข้อมูล ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงานในแต่ละขั้นตอนจะต้องถือเป็นความลับ ไม่อนุญาตให้นําไปเผยแพร่ให้กับ

    ผู้หนึ่งผู้ใด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ว่าจ้างและผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องรับผิดชอบ ในความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อกรมธนารักษ์ และต้องนําส่งข้อมูลตลอดจนเอกสารต่าง ๆ ที่กรมธนารักษ์ มอบให้คืนภายใน ๓๐ วันทําการ หลังจากส่งมอบงานและกรมธนารักษ์ตรวจรับงานงวดสุดท้ายแล้ว
    ๕.๗ ลิขสิทธิ์ในโครงการ มีรายละเอียดดังนี้
    ๕.๒.๑ ลิขสิทธิ์ในข้อมูลดิจิทัลที่แปลงจากเอกสาร : ข้อมูลดิจิทัลที่แปลงจากเอกสารราชการ
    ๕.๒.๒ ลิขสิทธิ์ในซอฟต์แวร์และซอร์สโค้ด : โค้ด / เทมเพลต / โมเดล AI ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะกิจ ๕.๗.๓ ลิขสิทธิ์ในคู่มือและเอกสารประกอบโครงการ (Documentation) : เอกสารคู่มือ, รายงาน, ขั้นตอน ตลอดจนกรรมสิทธิ์ คู่มือ และเอกสารต่าง ๆ ของโครงการทั้งหมดให้ตกเป็นของกรมธนารักษ์ทันทีที่ส่งมอบ
    ๕.๘ รายชื่อบุคลากรหรือทีมงานในโครงการ จะต้องเป็นรายชื่อบุคลากรหรือทีมงานเดียวกันกับวันที่

    ผู้รับจ้างเสนอในวันที่ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคกับกรมธนารักษ์และต้องอยู่ปฏิบัติงานจนจบโครงการ ทั้งนี้ กรมธนารักษ์ อาจจะขอทําการสัมภาษณ์บุคลากรหรือทีมงานในโครงการ เพื่อพิจารณาศักยภาพเป็นรายบุคคล และกรมธนารักษ์
    สามารถขอเปลี่ยนตัวบุคลากรได้ ในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าไม่เหมาะสม และเป็นปัญหาในการปฏิบัติงานโดยกรมธนารักษ์ จะแจ้งให้ผู้รับจ้างรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร และเมื่อผู้รับจ้างรับทราบแล้วต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติ เทียบเท่าหรือดีกว่ามาทดแทน หลังจากได้รับแจ้งภายใน ๗ วันทําการ ทั้งนี้ หากผู้รับจ้างมีความจําเป็น ต้องเปลี่ยนบุคลากรต้องชี้แจงเหตุผลและได้รับหนังสือเห็นชอบจากกรมธนารักษ์ก่อน
    ๕.๙ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องส่งงานตามงวดงาน และเวลาที่กําหนดไว้ในขอบเขตการจ้างโดยมิให้ รวบงวดงานในแต่ละงวดมาส่งในคราวเดียวในงวดงานใดงวดงานหนึ่ง มิฉะนั้น กรมธนารักษ์ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับการส่งงาน
    หรืออาจบอกเลิกสัญญาได้
    ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และ ก คือสาร
    b
    ๕.๑๐ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องจัดหาหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบความมั่นคง ปลอดภัย การเชื่อมโยงและประสิทธิภาพการทํางานของระบบด้านพัฒนาระบบงานให้มีความมั่นคงปลอดภัย
    ซึ่งต้องมีประสบการณ์ในการตรวจสอบโดยตรง
    และต้องได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์อย่างมืออาชีพ CISSP (Certified Information Systems Security Professional) และมีผลงานการตรวจสอบ รวมถึงจัดทํารายงานการตรวจสอบความปลอดภัยตั้งแต่งวดงานที่ ๒ โดยมีรายละเอียด
    ตามเอกสารหมายเลข ๒
  1. รูปแบบหรือคุณลักษณะเฉพาะของระบบ ๖.๑ คุณลักษณะเฉพาะทั่วไป
    รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตามเอกสารหมายเลข ๑ - ๓ และจะต้องศึกษาข้อมูลต่างๆ
    ที่เกี่ยวข้องที่กรมธนารักษ์จัดเตรียมให้
    ๖.๒ การทดสอบระบบ
    ต้องครอบคลุมการทดสอบความปลอดภัยของระบบ การทดสอบการเชื่อมโยงระหว่างระบบ
    (Integration Test) การทดสอบ Unit Test/Function Test/Data Test การทดสอบการจัดการสิทธิ์ การทดสอบ ประสิทธิภาพของระบบ (Performance Test) และการทดสอบการ Validation เป็นอย่างน้อย
    ๖.๒.๑. SIT (System Integration Testing) ทดสอบระบบในภาพรวมของการเชื่อมโยงภายในระบบ และกับระบบภายนอก กับเจ้าหน้าที่ไอที
    ๖.๒.๒. UAT (User Acceptance Testing) : ทดสอบระบบในภาพกระบวนการใช้งานจริง กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
    ๖.๓ การฝึกอบรม
    ๒.๓.๑ ต้องจัดให้มีการฝึกอบรม/ทดสอบการใช้งาน สําหรับผู้ปฏิบัติงาน และผู้ดูแลระบบ
    สําหรับผู้ปฏิบัติ
  • ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการฝึกอบรมการใช้งานระบบบริหารจัดการข้อมูลและโมดูลนําเข้า การใช้งานระบบ AI-OCR และการประเมินผลการใช้งาน Dashboard และระบบรายงานผล จํานวน ๔ รุ่น (ครั้ง) รุ่นละอย่างน้อย 5 ชั่วโมง รุ่นละ ๒๕ คน ในรูปแบบ Onsite ๒ ครั้ง และรูปแบบ Online ๒ ครั้ง
    ๑๒ ชั่วโมง
    สําหรับผู้ดูแลระบบ
  • หลักสูตรการสร้างแบบจําลอง Algorithm AI จํานวนอย่างน้อย ๕ คน ระยะเวลาอย่างน้อย
  • หลักสูตรการบริหารจัดการ AI-OCR, API OCR การ Backup การจัดการผู้ใช้งาน การติดตามตรวจสอบผู้ใช้งาน การจัดทํา Dashboard จํานวนอย่างน้อย ๕ คน ระยะเวลาอย่างน้อย 5 ชั่วโมง
    ๑.๓.๒ จัดทําวิดีโอ สื่อการสอนในทุกหลักสูตรให้พร้อมสําหรับนําเข้าแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ออนไลน์ ของกรมธนารักษ์ ประกอบด้วยวิดีโอสื่อการสอนแยกตามบทเรียนคําถาม/คําตอบท้ายบท แบบทดสอบก่อน/หลังเรียน เป็นอย่างน้อย
    ๒.๓.๓ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องจัดทํารายละเอียดหลักสูตร แผนการฝึกอบรม และมีหนังสือแจ้งให้ กรมธนารักษ์ทราบล่วงหน้าอย่างเป็นทางการก่อนการฝึกอบรมแต่ละหลักสูตร อย่างน้อย ๑๕ วันทําการ
    คู่มือการอบรมต้องประกอบด้วยตัวอย่างพร้อมทั้งแบบฝึกหัดในการปฏิบัติงานประกอบกัน
    ๒.๓.๔ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องมีคู่มือการอบรมสําหรับเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับการอบรม
    Tmm
    ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ
    และการสาร
  • mi -
    ๒.๓.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดหาหลักสูตรการฝึกอบรม ได้แก่ หลักสูตรด้าน Generative Al, Agentic Al, Al- OCR เป็น Voucher หรืออบรมกับ บริษัทผู้ผลิต หรือบริษัทตัวแทนที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะต้องสามารถเปิดให้ เลือกระยะเวลาอบรมได้ภายในระยะเวลา ๑ ปีนับถัดจากวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย จํานวน ๒ หลักสูตร หลักสูตรละอย่างน้อย ๑๒ ชั่วโมง จํานวนหลักสูตรละอย่างน้อย ๓ คน ในรูปแบบ Onsite และหรือรูปแบบ Online ๒.๓.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมการอบรมแบบ Onsite และหรือรูปแบบ Online และเป็นผู้จัดหาสถานที่ วิทยากร สื่อการสอน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สําหรับการอบรม เอกสารประกอบการฝึกอบรมให้กับ ผู้รับการอบรม ทุกคน รวมถึงค่าอาหารกลางวัน อาหารว่าง สิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ ในการฝึกอบรม และพาหนะรับ-ส่ง ระหว่างสถานที่อบรมกับกรมธนารักษ์ สําหรับทุกหลักสูตร
    ส่วนวิทยากร สื่อการสอน เอกสารประกอบการฝึกอบรม ตลอดจนสิ่งอํานวยความสะดวกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทางผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาทั้งหมด
    ๗. ระยะเวลาดําเนินการ
    ดําเนินการให้แล้วเสร็จและส่งมอบภายใน ๓๐๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  1. งวดงานระยะเวลาการส่งมอบงานและการชําระเงิน
    งวดงาน
    ระยะเวลา
    การส่งมอบงาน
    งวดที่ ๑ ภายใน ๑๕ วัน
    นับถัดจากวัน
    ลงนามในสัญญา
    งวดที่ ๒
    ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวัน
    ลงนามในสัญญา
    รายละเอียดการส่งมอบงาน
    การชําระเงิน
    ๑. ส่งมอบแผนการดําเนินงานและรายชื่อทีมงาน
    ร้อยละ ๑๐
    เมื่อส่งมอบ
    แผนสํารองฉุกเฉิน
    งานงวดที่
    ๒. แผนการบํารุงรักษาในช่วงระยะเวลารับประกัน
    ๔. แผนการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยตามเอกสาร และผ่านการ
    หมายเลข ๒
    ๕. แผนการดําเนินงานในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องตามเอกสาร
    หมายเลข ๓
    เป็นเอกสารจํานวน ๗ ชุด พร้อมสําเนาใน Thumb Drive
    จํานวน ๒ ชุด
    ๑. จัดส่งและติดตั้งเครื่องแม่ข่ายหรืออุปกรณ์ ระบบ
    ปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์พื้นฐาน และคู่มือการใช้งาน ที่เกี่ยวข้องพร้อมรายงานผลการดําเนินการ
    ๒. ติดตั้งระบบต้นแบบการนําเข้าเอกสาร (Prototype) ๓. ดําเนินการสแกนเอกสารด้านที่ราชพัสดุ จํานวน
    ๔๐๐,๐๐๐ หน้า (กรุงเทพมหานคร) ครั้งที่ ๑ และ
    รายงานผลการสแกน
    ๔. รายงานการประชุมติดตามความก้าวหน้า ๕. รายงานผลการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัย
    ตรวจรับจาก
    คณะกรรมการ
    ตรวจรับพัสดุ
    ร้อยละ ๒๕
    เมื่อส่งมอบ
    งานงวดที่ ๒
    และผ่านการ
    ตรวจรับจาก
    คณะกรรมการ
    ตรวจรับพัสดุ
    ศูนยเทคโนโลยสารสนเทศ
    และ / อลาร
    งวดงาน
    ระยะเวลา

รายละเอียดการส่งมอบงาน
การชาระเงิน
การส่งมอบงาน
งวดที่ ๓
ภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวัน ลงนามในสัญญา
ตามเอกสารหมายเลข ๒
5. ผลการดําเนินงานในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องตามเอกสาร
หมายเลข ๓
เป็นเอกสารจํานวน ๗ ชุด พร้อมสําเนาใน Thumb Drive จํานวน ๒ ชุด
๑. ดําเนินการสแกนเอกสารด้านที่ราชพัสดุ จํานวน
๔๐๐,๐๐๐ หน้า (กรุงเทพมหานคร) ครั้งที่ ๒ และ
รายงานผลการสแกน
๒. ผลลัพธ์แบบ Searchable PDF/Full text เอกสารด้าน
ที่ราชพัสดุของครั้งที่ ๑
๓. เอกสารออกแบบและการพัฒนาระบบโดยละเอียด ๔. แผนการเชื่อมโยง (Integration Design)
๕. รายงานการออกแบบฐานข้อมูลและโครงสร้างข้อมูล
๖. แผนการทดสอบระบบ
๗. รายงานการประชุมติดตามความก้าวหน้า ๔. รายงานผลการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัย
ตามเอกสารหมายเลข ๒
๙. ผลการดําเนินงานในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องตามเอกสาร
หมายเลข ๓
ร้อยละ ๒๕
เมื่อส่งมอบ
งานงวดที่
และผ่านการ
ตรวจรับจาก
คณะกรรมการ
ตรวจรับพัสดุ
งวดที่ ๔
ภายใน ๒๔๐ วัน นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญญา
เป็นเอกสารจํานวน ๗ ชุด พร้อมสําเนาใน Thumb Drive จํานวน ๒ ชุด
๑. ดําเนินการสแกนเอกสารด้านที่ราชพัสดุ จํานวน
๔๐๐,๐๐๐ หน้า (กรุงเทพมหานคร) ครั้งที่ ๓ และ
รายงานผลการสแกน
๒. ผลลัพธ์แบบ Searchable PDF/Full text
เอกสารด้านที่ราชพัสดุของครั้งที่ ๒-๓
๓. ทดสอบระบบ และรายงานผลการทดสอบระบบ
๔. รายงานการประชุมติดตามความก้าวหน้า ๕. รายงานผลการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัย
ตามเอกสารหมายเลข ๒
5. ผลการดําเนินงานในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องตามเอกสาร
หมายเลข ๓
ร้อยละ ๒๐
เมื่อส่งมอบ
งานงวดที่ ๔
และผ่านการ
ตรวจรับจาก
คณะกรรมการ
ตรวจรับพัสดุ
และกอสาร
งวดงาน
ระยะเวลา
การส่งมอบงาน
จํานวน ๒ ชุด
งวดที่ ๕
ระยะเวลา
รับประกัน
รายละเอียดการส่งมอบงาน
เป็นเอกสารจํานวน ๗ ชุด พร้อมสําเนาใน Thumb Drive
ภายใน ๓๐๐ วัน ๑. ดําเนินการสแกนเอกสารด้านที่ราชพัสดุ จํานวน นับถัดจากวัน ๔๐๐,๐๐๐ หน้า (กรุงเทพมหานคร) ครั้งที่ ๔ และ
ลงนามในสัญญา
รายงานผลการสแกน
การชาระเงิน
ร้อยละ ๒๐
เมื่อส่งมอบ
งานงวดที่ ๕
๒. ดําเนินการสแกนเอกสารรายงานการประเมินอาคารชุด และผ่านการ
จํานวน ๑๓๑,๐๐๐ หน้า (สํานักงานธนารักษ์พื้นที่
ครั้งท ๑
ama,000
๓. ผลลัพธ์แบบ Searchable PDF/Full text เอกสาร
ด้านที่ราชพัสดุของครั้งที่
๔. ผลลัพธ์การถอดข้อมูลด้วยระบบ AI-OCR รายงาน การ ประเมินราคาห้องชุด ๒๐๐,๐๐๐ หน้า
๕. ผลลัพธ์การถอดข้อมูลด้วยระบบ AI-OCR บัญชีราคา
ประเมินรอบเก่า จํานวน ๗๐๐,๐๐๐ หน้า 5. ระบบงานและคู่มือการใช้งาน คู่มือดูแลระบบ
๗. ทดสอบระบบ และรายงานผลการทดสอบระบบ
4. ฝึกอบรมผู้ใช้งานพร้อมรายงานผลการฝึกอบรม ๔. รายงานการประชุมติดตามความก้าวหน้า ๑๐. รายงานผลการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัย
ตามเอกสารหมายเลข ๒
๑๑. ผลการดําเนินงานในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องตามเอกสาร
หมายเลข ๓
เป็นเอกสารจํานวน ๗ ชุด พร้อมสําเนาใน Thumb Drive จํานวน ๒ ชุด

  • ภายใน ๑๘๐ วันทําการนับถัดจากวันตรวจรับงาน งวดสุดท้าย
    ๑. ผลลัพธ์การถอดข้อมูลด้วยระบบ AI-OCR บัญชีราคา
    ประเมินรอบเก่า จํานวน 9,000,000 หน้า
    ๒. ผลลัพธ์การถอดข้อมูลด้วยระบบ AI – OCR รายงาน การประเมินราคาห้องชุด ๑๓๑,๐๐๐ หน้า
    ๓. การอบรมตามข้อ ๖.๓.๕
    ตรวจรับจาก
    คณะกรรมการ
    ตรวจรับพัสดุ
    ศูนย์เทคโนโด สารสนเทศ
    และกะ ล่อสาร
    ๑๐ -
    งวดงาน
    ระยะเวลา
    การส่งมอบงาน
    รายละเอียดการส่งมอบงาน
  • ก่อนสิ้นสุดระยะเวลารับประกัน ๖๐ วัน (เป็นเอกสาร จํานวน ๑ ชุด พร้อมสําเนาใน Thumb Drive จํานวน ๒ ชุด)
    ๑. เอกสารการออกแบบและการพัฒนาระบบประกอบด้วย
    รายการดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย
  • System Description
  • Use case Specification

System Requirement Specification

  • Business Logic/Business Flow/Work Flow
  • Data Flow Diagram
  • Screen Layout a Report layout
  • Data Dictionary
  • ER-Diagram
  • Screen Layout a Report Layout
  • คู่มือการติดตั้งระบบสําหรับเจ้าหน้าที่ดูแลระบบ

(Administrator)
Setup/Configuration setup Manual

  • คู่มือสําหรับ Programmer ที่อธิบายการทํางานและ
    Algorithm
  • คู่มือการสํารองข้อมูล (Backup & Recovery) - คู่มือสําหรับผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบ
  • เครื่องมือและซอฟต์แวร์ที่ใช้พัฒนาในโครงการ (ถ้ามี)
    Source Code ทั้งหมด (เฉพาะสําเนาใน Thumb
    Drive)
  • รายงานการจัดทํา User Matrix เพื่อแจกแจงกลุ่มผู้ใช้ ในระบบและสิทธิที่สามารถเข้าถึงและดําเนินการได้ตาม หลักการรู้เท่าที่จําเป็น (Need to know) และให้สิทธิ น้อยที่สุด (Least Privilege)
    ๒. ผลการดําเนินงานในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องตามเอกสาร
    หมายเลข ๓
    ๔. การติดตั้งส่งมอบและการตรวจรับที่สมบูรณ์
    การชําระเงิน
    การติดตั้งและส่งมอบจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการตรวจรับและได้ทดสอบการใช้งานถูกต้องตาม
    รายละเอียดในเอกสารการจ้างและสัญญา และมีรายงานการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ตามกําหนด ส่งมอบงาน เอกสารการจ้างและข้อกําหนดขอบเขตงานของกรมธนารักษ์ โดยผู้รับจ้างจะต้องดําเนิน
    mmm
    ศูนยเทคโนโน สารสนเทศ
    และการกลา
    ให้แล้วเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ทั้งหมด และหากมีเหตุให้ต้องเลิกสัญญาอันเนื่องจากความผิดของ ผู้รับจ้างเอง ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น ระหว่างส่งมอบและการตรวจรับยังไม่สมบูรณ์
    จากกรมธนารักษ์
    ๑๐. การรับประกันผลงานและการบํารุงรักษา

    ๑๐.๑ ผู้รับจ้างต้องรับประกันผลงานและบํารุงรักษาเป็นระยะเวลา ๑ ปี นับถัดจากวันที่ได้ส่งมอบงานและ
    คณะกรรมการตรวจรับงานงวดสุดท้ายแล้ว
    ๑๐.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมช่องทางสําหรับรับแจ้งปัญหาได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงทุกวัน รวมทั้งวันหยุดนักขัตฤกษ์ สําหรับเจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์ โดยแจ้งปัญหาผ่านช่องทางติดต่อสื่อสารอย่างน้อย ๓ ช่องทาง ได้แก่โทรศัพท์เคลื่อนที่ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail) และทาง IT Service ของกรมธนารักษ์ โดยจะต้องรับทราบการแจ้งปัญหาภายใน
    ชั่วโมง
    ๑๐.๓
    ผู้รับจ้างต้องจัดช่องทางรับแจ้งปัญหาจากเจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์อย่างน้อย ๓ ช่องทาง ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล และระบบ IT Service ของกรมธนารักษ์ โดยต้องรับทราบการแจ้งปัญหาภายใน ๑๕ นาที ให้บริการสนับสนุนตามวันเวลาทําการวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๗.๓๐ น.

    ๑๐.๔ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามที่กรมธนารักษ์กําหนด พร้อมทั้ง รายงานปัญหาและวิธีการที่ดําเนินการแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมเอกสารแนบ (ถ้ามี) และจัดส่งให้ กรมธนารักษ์ภายใน ๑ วันทําการนับถัดจากการดําเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ โดยมีกรอบระยะเวลาดําเนินการ นับจากเวลาที่ได้รับแจ้งให้กรมธนารักษ์ทราบ ดังนี้
    ระยะเวลาในการตอบสนอง/ เวลาในการแก้ไขสําเร็จ
    การแก้ไขชั่วคราว/
    ช่องทางการให้บริการ
    ตอบสนองภายใน ๑ ชั่วโมง
    ระดับ
    ความรุนแรง ของปัญหา
    ความรุนแรง
    ระดับความฉุกเฉิน
    แก้ปัญหาแล้วเสร็จ
    (Emergency Level)
    แก้ไขชั่วคราวภายใน ๒ ชั่วโมง
    ภายใน ๔ ชั่วโมง
    (Remote, Onsite)
    ரு
    ระดับสูง (High handling)
    ตอบสนองภายใน ๒ ชั่วโมง แก้ไขชั่วคราวภายใน ๓ ชั่วโมง

    ระดับปานกลาง
    (Medium handling)

    (Remote, Onsite) ตอบสนองภายใน ๓ ชั่วโมง
    แก้ไขชั่วคราวภายใน 4 ชั่วโมง
    (Remote, Onsite)
    ระดับต่ํา (Low handling) ตอบสนองภายใน ๔ ชั่วโมง
    แก้ไขชั่วคราวภายใน ๑๒ ชั่วโมง
    (Remote, On site)
    แก้ปัญหาแล้วเสร็จ
    ภายใน ๑๘ ชั่วโมง
    แก้ปัญหาแล้วเสร็จ ภายใน ๒๔ ชั่วโมง
    แก้ปัญหาแล้วเสร็จ ภายใน ๔๘ ชั่วโมง
    ศูนย์เทค ค ลมเทศ และการจัดการ
    -๑๒ -
    คํานิยามความรุนแรงของปัญหาในแต่ละระดับ
    ๑) ความรุนแรงระดับ ๑ หรือระดับฉุกเฉิน (Emergency) ได้แก่ การที่ระบบไม่สามารถทํางาน ได้โดยสิ้นเชิง หรือทําให้ประสิทธิภาพของระบบงานทํางานลดต่ําลงมากกว่า ๓๐% หรือทําให้กรมธนารักษ์ ไม่สามารถใช้งานระบบนั้นได้โดยสิ้นเชิง มีผลต่อการใช้งานของผู้รับบริการ เช่น Traffic ล่ม, software ของระบบ เกิดขัดข้อง ทําให้บริการไม่ได้ เป็นต้น จําเป็นต้องทําการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
    ๒) ความรุนแรงระดับ ๒ หรือระดับสูง (High) ได้แก่ การที่ระบบไม่สามารถใช้งานได้บางส่วน แต่การทํางานโดยรวมยังสามารถทํางานได้โดยส่วนที่ใช้งานนั้นไม่มีผลกระทบต่อการดําเนินงานของกรมธนารักษ์ มีผลกระทบต่อผู้รับบริการ แต่ร้ายแรงน้อยกว่าปัญหาที่มีความรุนแรงระดับที่ ๑ แต่อาจเป็นสาเหตุทําให้ เกิดปัญหาความรุนแรงระดับ ๑ ได้ เช่น Loss Redundance on businesso critical system, System large
    restarts with reload, Frequent system crashes йu
    ๓) ความรุนแรงระดับ ๓ หรือระดับปานกลาง (Medium) ได้แก่ การที่ระบบยังสามารถใช้งานได้แต่ มีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อฟังก์ชันของระบบโดยไม่มีผลกระทบต่อสถานการณ์การดําเนินงานของ กรมธนารักษ์ เช่น System small restarts, Alarm failures
    ๔) ความรุนแรงระดับ ๔ หรือระดับต่ํา (Low) ได้แก่ การที่ระบบยังสามารถใช้การได้ แต่มีผลกระทบเพียง เล็กน้อยต่อฟังก์ชันของระบบ โดยไม่มีผลต่อสถานการณ์ของกรมธนารักษ์
    ๑๐.๕ ในระหว่างดําเนินการแก้ไขปัญหา หากปัญหานั้นเกิดจากโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ระบบเครือข่าย (Network) ระบบปฏิบัติการ (OS) หรือส่วนอื่น ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าอยู่ในส่วนที่กรมธนารักษ์ เป็นผู้ดําเนินการ หรือเป็นผลจากความเสียหายอันไม่สามารถแก้ไขได้ ส่งผลให้ระยะเวลานั้นเกินกว่าที่กําหนดไว้
    ให้ถือว่าการแก้ไขปัญหานั้นไม่เกินไปกว่าระยะเวลาดําเนินการ โดยให้กรมธนารักษ์พิจารณาเป็นรายกรณี
    ๑๐.๖ การ update Software ในระยะเวลารับประกัน หากมีการปรับเปลี่ยนรุ่นของโปรแกรม ผู้รับจ้างต้อง แจ้งให้กรมธนารักษ์ทราบและต้องบริการ update ให้ในกรณีที่มีการร้องขอจากกรมธนารักษ์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
    ๑๐.๗ ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาติดตามผลงาน ดูแลความเรียบร้อยของระบบและปรับระบบ และ ฐานข้อมูล (Tunning) เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการเพิ่มศักยภาพ (Scalable) ของ เครื่องแม่ข่าย ตรวจสอบและติดตามการทํางานของระบบ (Monitoring) ปรับปรุงและปิดช่องโหว่ ด้านความปลอดภัย (Vulnerable Assessment) ปรับปรุงการตั้งค่า (Configuration) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (Optimization) ให้คําปรึกษา ระบบงาน และ/หรือปรับปรุงให้แล้วเสร็จตามระยะเวลา ที่กรมธนารักษ์และ ผู้รับจ้างตกลงกัน พร้อมจัดทํารายงานผลการดําเนินการ
    ๑๐.๘ ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารรายงานการปฏิบัติงาน ปัญหาข้อผิดพลาดและแนวทางการแก้ไข ที่เกี่ยวข้องกับระบบตลอดระยะเวลารับประกันผลงาน โดยส่งเป็นเอกสารรายงานให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
    เป็นรายเดือนตลอดระยะเวลารับประกันผลงาน
    ๑๐.๙ ผู้รับจ้างต้องทําการปรับปรุงเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เป็นปัจจุบัน (ถ้ามี) ทั้งนี้ ก่อนสิ้นสุดระยะเวลา การรับประกัน ๖๐ วัน และต้องส่งมอบเอกสารระบบงาน (ฉบับปรับปรุงล่าสุด) ทั้งหมดให้กรมธนารักษ์
    ๑๐.๑๐ ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนการบํารุงรักษาในระหว่างระยะเวลารับประกัน ๑ ปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และ หลังจากระยะเวลารับประกัน ๑ ปี ให้เสนอราคาค่าบํารุงรักษา ๕ ปี ดังนี้ (ราคาค่าบํารุงรักษาที่เสนอไม่รวม ราคาที่เสนอในครั้งนี้) ดังนี้
    ศูนยเทคโน ลานเทศ
    และกรดสาร
    รายการที่
    ค่าบํารุงรักษาระบบงานคอมพิวเตอร์ ปีที่ ๒ - ๖ (๕ ปี)
    รายการ
    จํานวน ปีที่ ๒ ปีที่
    ราคา

    ปีที่ ๔ ปีที่ ๕ ปีที่ 5
    ๑๑.
    G

    :
    รายการ.
    รายการ………….
    รายการ
    รวมค่าบํารุงรักษาทั้งสิ้น
    หมายเหตุ ราคาที่เสนอเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
    ลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา
    “ผู้รับจ้าง” จะต้องทํางานโดยสร้างสรรค์งานตามวัตถุประสงค์ของการจ้างด้วยความคิดและความสามารถ
    ของผู้รับจ้างเองและต้องไม่ทําการคัดลอกหรือละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่น
    สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของข้อมูลเอกสารและงานที่ “ผู้รับจ้าง” ได้จัดทําขึ้นให้ตกเป็นของ “ผู้ว่าจ้าง” และบรรดาข้อมูลเอกสารตลอดจนงานที่ “ผู้รับจ้าง” ได้จัดทําขึ้นนี้ถือเป็นความลับและตกเป็นกรรมสิทธิ์ และสิทธิของ “ผู้ว่าจ้าง” แต่เพียงผู้เดียวโดยห้ามมิให้ “ผู้รับจ้าง” นําไปเผยแพร่หรือพัฒนาต่อกับบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ว่า จ้างโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด
    กรณีที่ “ผู้รับจ้าง” มีความจําเป็นต้องการนําข้อมูลเอกสารและงานทั้งหมด (ผลงานที่เกิดจากการจ้าง) ที่ “ผู้รับจ้าง” ได้จัดทําขึ้นไปดําเนินการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อทําการขายสินค้านั้น “ผู้รับจ้าง” จะต้องทํา ความตกลงกับ “ผู้ว่าจ้าง” เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดําเนินการโดยการทําเป็นหนังสือเห็นชอบทั้งสองฝ่าย
    “ผู้รับจ้าง” จะต้องส่งมอบข้อมูลเอกสารและงานทั้งหมดที่ “ผู้รับจ้าง” ได้จัดทําขึ้นให้แก่ “ผู้ว่าจ้าง” เมื่อสิ้นสุดสัญญานี้ โดย “ผู้รับจ้าง” อาจเก็บสําเนาข้อมูล เอกสารและงานที่ “ผู้รับจ้าง” ได้จัดทําขึ้นตามสัญญานี้ ไว้กับตนได้ แต่ต้องไม่นําข้อความในเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการอื่นที่ไม่เกี่ยวกับงาน โดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้า จาก “ผู้ว่าจ้าง” ก่อน
    ข้อมูลเอกสาร รูปภาพ วีดีโอ หรือสิ่งอื่นใดๆ ที่ได้จาก “ผู้ว่าจ้าง” หรือ ที่ผู้รับจ้างนํามาใช้ประกอบ การดําเนินงาน “ผู้รับจ้าง” ต้องเก็บรักษาไว้เป็นความลับ ห้ามมิให้เผยแพร่โดยมิได้อนุญาตจาก “ผู้ว่าจ้าง” เป็นลายลักษณ์อักษร และต้องส่งคืน “ผู้ว่าจ้าง” เมื่อดําเนินการแล้วเสร็จ

    “ผู้รับจ้าง” จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายจากการละเมิดบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือสิทธิ ในทรัพย์สินทางปัญญา หรือสิทธิอื่นใดของบุคคลอื่น อันเกิดจากการที่ผู้รับจ้าง ตัวแทน หรือ ลูกจ้างของ “ผู้รับจ้าง” นํามาใช้ในการปฏิบัติงานตามสัญญานี้ ตลอดจนรับผิดชอบในค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการนี้ ทั้งนี้ หากบุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิ์เรียกร้องใดว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ หรือ สิทธิอื่นใด “ผู้รับจ้าง” ต้องดําเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไป โดยเร็ว หาก “ผู้รับจ้าง” มิอาจกระทําได้ และ “ผู้ว่าจ้าง” ต้องรับผิดชอบใช้ค่าเสียหายต่อบุคคลภายนอก อันเนื่องจากผลแห่งการละเมิดสิทธิดังกล่าว “ผู้รับจ้าง” ต้องเป็นผู้ชําระค่าเสียหาย ค่าปรับและค่าใช้จ่ายรวมทั้ง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทน “ผู้ว่าจ้าง” ทั้งนี้ “ผู้ว่าจ้าง” จะแจ้งให้ “ผู้รับจ้าง” ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร เมื่อ “ผู้ว่าจ้าง” ได้รับกล่าวอ้างหรือการใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
    4

    นท ในสารสนเทศ
    และไฟอลาร
  • GC -
    ๑๒. การเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดการเก็บรักษาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดําเนินงานตามสัญญานี้ที่ผู้รับจ้าง ได้รับจาก ผู้ว่าจ้างซึ่งรวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้ว่าจ้างได้จัดทําขึ้นเนื่องจากการดําเนินงานนี้อย่างเป็นความลับ และ/หรือความลับ ทางการค้าของผู้ว่าจ้างต้องหามาตรการจัดเก็บข้อมูลเป็นความลับให้มิดชิด ทั้งนี้ ข้อมูล เอกสาร หรือวัสดุใด ๆ ไม่ว่า จะอยู่ในแบบใด จะไม่กระทําเองหรือร่วมกับบุคคลใดในการนําข้อมูลลับไปใช้ ไม่ว่าเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ หรือ เปิดเผย หรือเผยแพร่ข้อมูลลับไม่ว่าโดยวิธีการใด ๆ ผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบในการกระทําดังกล่าว และผู้รับจ้าง จะต้องลงนามใน “สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ” พร้อมสัญญาจ้าง
    ข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ทั้งหมด ที่ได้รับจากกรมธนารักษ์เพื่อดําเนินการตามโครงการนี้ และข้อมูลทั้งหมด ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงานในแต่ละขั้นตอนจะต้องถือเป็นความลับ ไม่อนุญาตให้นําไปเผยแพร่ให้กับ ผู้หนึ่งผู้ใด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบ ในความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อกรมธนารักษ์ และต้องนําส่งข้อมูลตลอดจนเอกสารต่าง ๆ ที่กรมธนารักษ์มอบให้ คืนภายใน ๓๐ วันทํา การหลังจากส่งมอบงานและกรมธนารักษ์ตรวจรับงาน งวดสุดท้ายแล้ว
    ๑๓. รายละเอียดอื่น ๆ
    ๑๓.๑ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องทํา Label Sticker รูปแบบและสี ตามที่กรมธนารักษ์กําหนด สําหรับติด ที่อุปกรณ์ที่จะส่งมอบ โดยติดที่ Case ภายนอกที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น Computer, Printer, Scanner ฯลฯ ซึ่ง ต้องจัดทําทะเบียนครุภัณฑ์ของทางราชการ ประกอบด้วยข้อมูล ดังนี้
    ๑๓.๑.๑ สัญลักษณ์กรมธนารักษ์
    ๑๓.๑.๒ ข้อความ “อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขัดข้องแจ้ง https://tdhw.treasury.go.th/td-it-service/,
    Hotline ๑๕๑-๒๐๒๓-๒๔ หรือ ๐๒-๐๓๒๒๖๕๒ สายใน ๖๓๐๒, ๖๓๑๐-๖๓๑๒
    ๑๓.๑.๓ รหัสโครงการ ๔ หลักแรก (กรมธนารักษ์กําหนด)
    ๑๓.๑.๔ Running No. ๔ หลักหลัง (รวมกันทุกอุปกรณ์) ๑๓.๑.๕ รับผิดชอบโดยบริษัท XXX
    ๑๓.๑.๖ สิ้นสุดการรับประกัน XX/XX/XX
    ๑๓.๑.๗ หมายเลขครุภัณฑ์ของอุปกรณ์
    12
    ตัวอย่างรูปแบบ Label Sticker (หรือรูปแบบอื่นตามที่กรมธนารักษ์กําหนด)
    อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขัดข้องแจ้ง https://tchw.treasury.go.th/td-it-service HOTLINE 151-2023-41110 0-2032-2652 anulu 6302,6310-6312
    XXXX-XXXX
  • รับผิดชอบโดยบริษัท XXXXXX
    นสุตการรับประกัน XXXXXX
    หมายเลขครุภัณฑ์ XXXXXXXXX
    หมายเหตุ กรมธนารักษ์สามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดตามข้อกําหนดข้างต้นได้ตามความเหมาะสม
    ศูน เทคโนโลย ในเทศ และการสื่อสาร
  • ๑๕ -
    ๑๓.๒ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องส่งข้อมูลการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดในโครงการ ประกอบด้วย ข้อมูลอย่างน้อย ดังนี้ Sticker Number, หน่วยงาน สถานที่ติดตั้ง, ประเภทของอุปกรณ์, ยี่ห้อ/รุ่น, Serial Number, IP Address และตําแหน่งที่ติดตั้งของอุปกรณ์ แบบละติจูด (Latitude), ลองจิจูด (Longitude), Software License ของทุกอุปกรณ์ที่ส่งมอบให้กรมธนารักษ์ เพื่อนําไปใช้งานกับระบบครุภัณฑ์ (Inventory) ที่ทางกรมธนารักษ์ใช้งานอยู่ โดยแยกประเภทตามอุปกรณ์ในรูปของเอกสาร (Hard Copy) และ Excel File ให้กรมธนารักษ์ โดยจัดทํา ๒ รูปแบบ จํานวนอย่างน้อยรูปแบบละ ๒ ชุดโดยมีตัวอย่าง ดังนี้
    แบบที่ ๑ ลําดับที่ 1 สถานที่ติดตั้ง
    ประเภท วันที่ หมายเหตุ
    No. ต่อหน่วย (รายการ) ส่งมอบ
    ยี่ห้อ รุ่น Serial
    ราคา
    กรมธนารักษ์
    XXXXX | XX……… XX…
    เครื่องแม่ข่าย
    แบบที่ ๒
    ลําาดับที
    หน่วยงาน
    รายการอุปกรณ์ (เช่น เครื่องพิมพ์เลเซอร์)
    รายการ
    รายการ
    รายการ
    รายการ
    อุปกรณ์
    อุปกรณ์ | อุปกรณ์ | อุปกรณ์
    XX…
    XX…
    XX…
    XX…
    จํานวน
    จํานวน
    จํานวน
    จํานวน
    จํานวน
    กรมธนารักษ์
    XX
    XX
    XX
    XX
    XX
    ๑๓.๓ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องระบุราคาของคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ทั้งหมด ที่เสนอแยกตามรายการต่อกรมธนารักษ์
    ๑๓.๔ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องนําข้อมูลรายละเอียดของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เสนอนําเข้า
    ระบบฐานข้อมูลทะเบียนครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ของกรมธนารักษ์
    ๑๓.๕ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องไม่เปิดเผยข้อมูลในโครงการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ โดยกรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กําหนด โดยผู้ปฏิบัติงานต้องลงนามในสัญญาการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non Disclosure Contract)
    ๑๓.๖ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของกรมธนารักษ์ และนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของกรมธนารักษ์
    ๑๓.๗ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องปฏิบัติตามแนวทางการบริหารจัดการโครงการด้านเทคโนโลยี ดิจิทัลของ กรมธนารักษ์ และจัดทําเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการตามเอกสารหมายเลข ๓ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ
    หมายเหตุ กรมธนารักษ์สามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดตามข้อกําหนดข้างต้นได้ตามความเหมาะสม
    ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศ และสักการ
    -๑๖
    ๑๔. อัตราค่าปรับ
    ร้อยละ ๐.๑๐ ของราคางานจ้างทั้งหมดตามสัญญา
    ๑๕. วงเงินงบประมาณ / วงเงินที่ได้ที่ได้รับจัดสรร
    วงเงิน ๓๐,๙๐๐,๐๐๐.- บาท
    ๑๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    กรมธนารักษ์จะพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ราคาและพิจารณาจากราคารวม
    ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศ
    และเหลือสา
    เอกสารหมายเลข
    ผู้รับจ้างจะต้องพัฒนาระบบอย่างน้อย ดังนี้
    ระบบเพื่อรองรับการจัดเก็บ ตรวจสอบ และนําเข้าข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลของกรมธนารักษ์
    ๑.๑ ผู้รับจ้างจะต้องพัฒนาระบบเพื่อรองรับกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลของกรมธนารักษ์ ตั้งแต่ การนําเข้า ตรวจสอบ แปลง และส่งข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางของกรมธนารักษ์ โดยระบบจะต้องสามารถ ทํางาน ร่วมกับระบบ AI-OCR ที่ระบุไว้ในโครงการนี้ได้อย่างสมบูรณ์อย่างน้อย ดังนี้
    ๑.๑.๑ การนําเข้าไฟล์เอกสาร
    ๑.๑.๒ การส่งไฟล์เข้าสู่ระบบ AI-OCR
    ๑.๑.๓ การตรวจสอบข้อมูลที่ได้จาก AI-OCR โดยพนักงาน และพักข้อมูลรอการนําเข้า
    ๑.๑.๔ การสนับสนุนการเลือกข้อมูลเพื่อนําเข้าฐานข้อมูลของกรมธนารักษ์
    ๑.๑.๕ การนําส่งข้อมูลเพื่อขออนุมัตินําเข้า
    ๑.๑.๖ การนําข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลของกรมธนารักษ์
    ๑.๑.๗ การบริหารจัดการผู้ใช้งาน (Web Admin) สําหรับการจัดการสิทธิ์และบทบาทของผู้ใช้งาน ในแต่ละระดับ อย่างน้อย ดังนี้

ระดับผู้ควบคุมงาน (Supervisor) ที่ตรวจสอบและอนุมัติผล OCR,
ระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน (Operator) ที่สามารถอัปโหลดและแก้ไขข้อมูล OCR,

  • ระดับผู้ตรวจสอบ (Read-only) ที่เข้าดูข้อมูลได้แต่ไม่สามารถแก้ไข และ
  • ระดับผู้ใช้ทั่วไป (Guest) สําหรับการสาธิตหรืออบรมที่จํากัดสิทธิ์การใช้งาน)
    ๑.๑.๘ การ Upload/Download ข้อมูล AI-OCR สําหรับรองรับการรับและส่งข้อมูลระหว่าง ระบบ OCR และระบบหลัก
    ๑.๑.๙ การ Label & Manual Review Tool สําหรับให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและแก้ไขผลลัพธ์ จาก OCR ก่อนการนําเข้า โดยระบบดังกล่าวต้องพัฒนาโดยทีมผู้รับจ้างเอง ไม่ใช่เครื่องมือ Open source ทั่วไป เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบ OCR และฐานข้อมูลของกรมธนารักษ์
    ๑.๑.๑๐
    การเชื่อมต่อ API ระหว่างระบบ AI-OCR กับ ระบบฐานข้อมูลกรมธนารักษ์และโฟลเดอร์จัดเก็บ เอกสาร SFTP เพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังระบบดังกล่าว โดยทางผู้รับจ้างจะต้องมี Web Service สําหรับ ใช้ในการจัดทํา API เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลบนระบบ
    การดึงข้อมูลออกจากระบบ (Data Export) เพื่อรองรับการใช้งานข้อมูลภายนอกหรือการจัดทํารายงาน ๑.๑.๑๒ Dashboard สําหรับการติดตามสถานะการทํางานของระบบ โดยระบบต้องแสดงข้อมูลโดย ประกอบด้วย อย่างน้อยดังนี้
  • จํานวนเอกสารที่อัปโหลดแล้วทั้งหมด (รวมสะสม/รายวัน/รายเดือน)
  • จํานวนเอกสารที่กําลังอยู่ระหว่างประมวลผล OCR
  • จํานวนเอกสารที่ประมวลผลเสร็จแล้ว
  • จํานวนเอกสารที่รอการตรวจสอบ / รออนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
  • จํานวนเอกสารที่ OCR ผิดพลาด / ต้องแก้ไข
    ศูนยเทคโนล การลมเทศ
    และกลอการ
  • กราฟสรุปปริมาณการประมวลผลแบบรายวัน / รายสัปดาห์ / รายเดือน การสํารองข้อมูล (Backup) เพื่อป้องกันความเสียหายหรือสูญหายของข้อมูล
    ๑.๑.๑๔ การติดตามและตรวจสอบการใช้งาน (Log, Audit) เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลัง และ การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย
    ๑.๑.๑๕ ระบบทั้งหมดต้องสามารถใช้งานผ่าน Web-based Interface
    ๑.๑.๑๖ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการพัฒนา ทดสอบ ติดตั้ง และปรับแต่งระบบดังกล่าวให้สามารถ ใช้งานได้จริง พร้อมคู่มือการใช้งาน และการอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ว่าจ้างให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    หมายเหตุ : หากหน่วยงานมีความประสงค์เพิ่มเติมระบบหรือคุณลักษณะอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น จะต้อง พิจารณาเป็นงานเพิ่มเติมหรือว่าจ้างใหม่ แยกต่างหากจากสัญญานี้
    ๒. โมเดล AI-OCR และระบบการประมวลผลข้อมูลสําคัญ
    ๒.๑ พัฒนาโมเดล AI-OCR (Artificial Intelligence - Optical Character Recognition) ทั้งหมด 4 โมเดล สําหรับใช้ ในการประมวลผล และถอดข้อมูลจากเอกสารตามที่กําหนดโดยกรมธนารักษ์ มีความยืดหยุ่น ในการวิเคราะห์ เค้าโครงหน้า (Page Layout) โดยไม่ได้จํากัดตําแหน่งของข้อมูลบนหน้ากระดาษ ประกอบด้วย กระบวนการ ทํางานหลัก ดังต่อไปนี้
    ๒.๑.๑ แปลงข้อมูลในแต่ละกลุ่มเอกสาร 5 หมวด ของเอกสารรายงานการประเมินราคาห้องชุด
    ๑. อช.๕ รายการทรัพย์สินส่วนบุคคล
    ๒. สภาพที่ตั้งของอาคารชุด

การใช้ประโยชน์ของอาคารชุด
๔. รายละเอียดภายในห้องชุด
๕. รายการทรัพย์สินส่วนกลาง
5. บริการและสิ่งอํานวยความสะดวก
๒.๑.๒ แปลงข้อมูลในแต่ละกลุ่มเอกสาร ๒ หมวด ของเอกสารรายงานประเมินที่ดิน
๑. รอบบัญชีเก่า แบบรายบล็อก
๒. รอบบัญชีเก่า แบบรายแปลน
๒.๒ สามารถคัดแยกหน้าของเอกสารที่มีข้อมูลสําคัญ โดยต้องสามารถวิเคราะห์และคัดแยกหน้าของเอกสารที่มี ข้อมูลสําคัญจากเอกสารที่ระบุ และข้อมูลสําคัญต้องสามารถระบุตามมาตรฐานที่กําหนดไว้
สามารถถอดข้อมูลจากหน้าที่ระบุ โดยโมเดลต้องสามารถถอดข้อความและข้อมูลเชิงโครงสร้างจาก หน้าที่มีข้อมูลสําคัญที่ผ่านการคัดแยก
๒.๔. สามารถแปลงข้อมูลให้มีโครงสร้างตรงตามฐานข้อมูลของกรมธนารักษ์
๒.๕ สามารถจัดเรียงลําดับหน้าและแปลงชื่อไฟล์ โดยต้องสามารถจัดเรียงลําดับหน้าของเอกสาร ให้เหมาะสม สามารถเปลี่ยนชื่อไฟล์ที่ได้จากการประมวลผลให้เป็นไปตามมาตรฐานของโมดูลจัดเก็บเอกสาร ของกรมธนารักษ์
เพื่ออํานวยความสะดวกในการค้นหาและเรียกใช้งานในอนาคต
ศูนย คนโลยีสารสนเทศ และเหลือสาร

  • en -
    ๒.๖ สามารถทํางานร่วมกับระบบที่เกี่ยวข้องในโครงการเดียวกัน และสามารถใช้งานผ่าน Web Interface
    หรือ API ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ๒.๗ สามารถจับคู่ Mapping ข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถนําเข้าฐานข้อมูลของกรมธนารักษ์ได้ โดยสามารถ ปรับแต่งโครงสร้างข้อมูล Output ให้ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการ
    ๒.๔ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการทดสอบของระบบ AI-OCR ในแต่ละกลุ่มเอกสาร และปรับปรุง ประสิทธิภาพ ของระบบเพื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง
    ๓.
    การจัดเตรียมข้อมูลเพื่อสร้างแบบจําลองอัลกอริธึม (Algorithm) ของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
    ๓.๑ ต้องดําเนินการจัดเตรียมข้อมูลต้นแบบที่ใช้สําหรับการพัฒนาและฝึกฝนแบบจําลองอัลกอริธึม ของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้สามารถประมวลผลเอกสารของกรมธนารักษ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้อง ดําเนินการในรายละเอียดดังต่อไปนี้
    ๓.๑.๑ จัดเตรียมข้อมูลต้นแบบ : คัดเลือกและรวบรวมเอกสารตัวอย่างจากเอกสารที่อยู่ใน กลุ่มประเภทหลัก และเอกสารที่รวบรวมต้องมีความหลากหลาย ครอบคลุมหลายรูปแบบ เพื่อให้สามารถ ฝึกโมเดลให้รองรับ การประมวลผลได้อย่างครอบคลุม พร้อมกําหนดหมวดหมู่ข้อมูลสําคัญ 5 หมวด และจัดเตรียมเอกสารต้นฉบับ ให้ตรงตามหมวดหมู่ที่กําหนด
    ๓.๑.๒ ตรวจสอบข้อมูลสําหรับการฝึกฝนโมเดล : ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน และความสอดคล้อง ของข้อมูลในชุดข้อมูลฝึกฝน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้ฝึกแบบจําลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ จัดทํา Annotation หรือ Label ข้อมูลในเอกสารอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการฝึกแบบจําลองด้วยเทคนิค AI
    สร้างชุดข้อมูลสําหรับการทดสอบ (Test Set) : แยกข้อมูลบางส่วนออกจากชุดฝึก เพื่อใช้เป็น ชุดทดสอบในการประเมินประสิทธิภาพของโมเดล และชุดข้อมูลทดสอบต้องมีความหลากหลายและ ครอบคลุม รูปแบบเอกสารใกล้เคียงกับที่ใช้จริง
    ๔. การติดตั้งระบบ AI-OCR
    ๔.๑ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการติดตั้งระบบ AI-OCR (Artificial Intelligence - Optical Character Recognition) ให้สามารถใช้งานได้บนเครื่องแม่ข่าย (Server) ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างให้พร้อมใช้งาน
    ๔.๒ ระบบที่ติดตั้งต้องมีความสามารถในการเชื่อมต่อและเรียกใช้งานจากระบบที่อยู่ภายใต้โครงการ เดียวกันได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
    ๔.๓ ระบบต้องรองรับการนําเข้าเอกสารรูปแบบ ดังต่อไปนี้ ได้แก่ PDF, JPG และ PNG
    ๔.๔ ระบบต้องรองรับการนําเข้าเอกสารได้ ๒ รูปแบบ การนําเข้าแบบ Manual Upload โดยผู้ใช้งาน และ API เพื่อให้ระบบอื่นเรียกใช้งานในการรับส่งข้อมูล
    ๔.๕ ระบบจะต้องส่งออกผลลัพธ์ที่ประมวลผลจากเอกสารในรูปแบบมาตรฐาน ได้แก่ ไฟล์ CSV หรือ ไฟล์
    JSON และผลลัพธ์จากการประมวลผลต้องสามารถดาวน์โหลดโดยตรงจากระบบด้วยตนเอง และ มี API ให้ระบบ
    อื่นเรียกใช้งานในการดาวน์โหลด
    ๔.๖ ดําเนินการจัดหา ติดตั้ง และตั้งค่าระบบเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) และจัดหาซอฟต์แวร์ ที่เกี่ยวข้อง ที่มี คุณสมบัติเหมาะสมและเพียงพอสําหรับรองรับการดําเนินงานของระบบในโครงการ ทั้งในขั้นตอน

    การพัฒนา การทดสอบ และการใช้งานจริง ประกอบด้วย
    ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศ
    และการลง
    ๔.๖.๑ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server)
  • C -
    ๔.๖.๑.๑ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ชนิดที่ ๑ จํานวน ๒ เครื่อง โดยแต่ละเครื่อง ต้องมีคุณสมบัติขั้นต่ําา ดังนี้
    ๑. มีหน่วยประมวลผลกลาง (Processor) แบบ ๓๒ แกนหลัก หรือดีกว่า และมี ความเร็วสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๒.๑ GHz จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ หน่วย
    กว่า RAID 0,๑ และ ๕
    จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ หน่วย
    จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ช่อง
    ขนตา ดงน
    ๒. หน่วยความจําหลัก (RAM) ชนิด ECC DDR๕ หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า ๖๔ GB ๓. มีหน่วยควบคุม Hard Disk Controller ที่สนับสนุนการทํางาน RAID ไม่น้อย
    ๔. มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด SSD หรือดีกว่า ขนาดความจุ ไม่น้อยกว่า ๑.๙๒ TB
    ๕. มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ ๑oG Base-T
  1. มี Power Supply แบบ Redundant Hot-Swappable จํานวน ๒ หน่วย ๗. มีมาตรฐานความปลอดภัย CE, UL, FCC และ VCCI เป็นอย่างน้อย ๔. มีมาตรฐาน Energy Star ที่แสดงถึงการประหยัดพลังงานของตัวอุปกรณ์ได้ ๔.๖.๑.๒ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ชนิดที่ ๒ จํานวน ๑ เครื่อง โดยมีคุณสมบัติ
    ๑. มีหน่วยประมวลผลกลาง (Processor) แบบ ๓๒ แกนหลัก หรือดีกว่า และมี ความเร็วสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๒.๑ GHz จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ หน่วย
    กว่า RAID 0,๑ และ ๕
    จํานวนไม่น้อยกว่า ๔ หน่วย
    จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ช่อง
    ๒. หน่วยความจําหลัก (RAM) ชนิด ECC DDR๕ หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า ๖๔ G8 มีหน่วยควบคุม Hard Disk Controller ที่สนับสนุนการทํางาน RAID ไม่น้อย
    ๓.
    ๔. มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด SAS หรือดีกว่า ขนาดความจุ ไม่น้อยกว่า ๔ TB
    ๕. มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ 90G Base-T
  2. มี Power Supply แบบ Redundant Hot-Swappable จํานวน ๒ หน่วย ๗. มีมาตรฐานความปลอดภัย CE, UL, FCC และ VCCI เป็นอย่างน้อย ๔. มีมาตรฐาน Energy Star ที่แสดงถึงการประหยัดพลังงานของตัวอุปกรณ์ได้ ๔.๖.๒ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) สําหรับพัฒนา จํานวน ๓ เครื่อง โดยแต่ละเครื่องต้องมี คุณสมบัติขั้นต่ํา ดังนี้
    ๔.๖.๒.๑ มีหน่วยประมวลผลกลาง (Processor) แบบ ๓๒ แกนหลัก หรือดีกว่า และมี ความเร็วสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๒.๑ GHz จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ หน่วย
    ๔.๖.๒.๒ หน่วยความจําหลัก (RAM) ชนิด ECC DDR๕ หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า ๒๕ GB
    ศูนยเทคโนโลยสารสนเทศ และh/ล้อลา
    RAID 0,๑ และ ๕
  • C -
    ๔.๖.๒.๓ มีหน่วยควบคุม Hard Disk Controller ที่สนับสนุนการทํางาน RAID ไม่น้อยกว่า
    ๔.๖.๒.๔ มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด SSD หรือดีกว่า ขนาดความจุ ไม่น้อยกว่า ๑.๙๒ TB จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ หน่วย
    ไม่น้อยกว่า ๒ ช่อง
    ๔.๖.๒.๕ มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ ๑๐G Base-T จํานวน
    ๔.๖.๒.๖ มี Power Supply แบบ Redundant Hot-Swappable จํานวน ๒ หน่วย ๔.๖.๒.๗ มีมาตรฐานความปลอดภัย CE, UL, FCC และ VCCI เป็นอย่างน้อย ๔.๖.๒.๘ มีมาตรฐาน Energy Star ที่แสดงถึงการประหยัดพลังงานของตัวอุปกรณ์ได้ ๔.๖.๓ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) สําหรับตรวจสอบคุณภาพระบบ
    ๔.๖.๓.๑ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) สําหรับตรวจสอบคุณภาพระบบ ชนิดที่ ๑ จํานวน ๒ เครื่อง โดยแต่ละเครื่องต้องมีคุณสมบัติขั้นต่ํา ดังนี้
    ๑. มีหน่วยประมวลผลกลาง (Processor) แบบ ๓๒ แกนหลัก หรือดีกว่า และมี ความเร็วสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๒.๑ GHz จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ หน่วย
    ไม่น้อยกว่า RAID 0,๑ และ ๕
    จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ หน่วย
    จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ช่อง
    ๒. หน่วยความจําหลัก (RAM) ชนิด ECC DDR๕ หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า ๖๔ GB มีหน่วยควบคุม Hard Disk Controller ที่สนับสนุนการทํางาน RAID

๔. มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด SSD หรือดีกว่า ขนาดความจุ ไม่น้อยกว่า ๑.๙๒ TB
๕. มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ ๑๐G Base-T
5. มี Power Supply แบบ Redundant Hot-Swappable จํานวน ๒ หน่วย ๗. มีมาตรฐานความปลอดภัย CE, UL, FCC และ VCCI เป็นอย่างน้อย ๔. มีมาตรฐาน Energy Star ที่แสดงถึงการประหยัดพลังงานของตัวอุปกรณ์ได้ ๔.๖.๓.๒ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) สําหรับตรวจสอบคุณภาพระบบ จํานวน ๑ เครื่อง โดยแต่ละเครื่องต้องมีคุณสมบัติขั้นต่ํา ดังนี้
ชนิดที่
9). มีหน่วยประมวลผลกลาง (Processor) แบบ ๓๒ แกนหลัก หรือดีกว่า และมี ความเร็วสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๒.๑ GHz จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ หน่วย
ไม่น้อยกว่า RAID 0,9 และ ๕
จํานวนไม่น้อยกว่า ๔ หน่วย
๒. หน่วยความจําหลัก (RAM) ชนิด ECC DDR๕ หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า ๖๔ GB ๓. มีหน่วยควบคุม Hard Disk Controller ที่สนับสนุนการทํางาน RAID
๔. มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด SAS หรือดีกว่า ขนาดความจุ ไม่น้อยกว่า 4 TB
เนยเทคโนโลยีสารสนเทศ และกาวสาร
จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ช่อง
-b-
๕. มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ ๑oG Base-T
5. มี Power Supply แบบ Redundant Hot-Swappable จํานวน ๒ หน่วย ๗. มีมาตรฐานความปลอดภัย CE, UL, FCC และ VCCI เป็นอย่างน้อย
4. มีมาตรฐาน Energy Star ที่แสดงถึงการประหยัดพลังงานของตัวอุปกรณ์ได้ ๔.๖.๔ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการติดตั้ง การตั้งค่า และการทดสอบระบบ Server ให้สามารถ เชื่อมต่อกับ ระบบงานหลักได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมทั้งจัดทําคู่มือการใช้งาน การบํารุงรักษา และการแก้ไขปัญหา เบื้องต้น
๑) เครื่อง Server ต้องไม่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในระหว่าง การคุ้มครอง เป็นบุคคลหรือนิติบุคคล บุคคลผู้ล้มละลายตามคําสั่งของศาลที่ได้สั่งการตามกฎหมายของประเทศที่ บริษัทเจ้าของ ผลิตภัณฑ์นั้นตั้งอยู่
๒) เครื่อง Server ที่เสนอทั้งหมดต้องเป็นรุ่นที่ยังอยู่ในสายการผลิตในวันยื่นข้อเสนอ การประกวดราคาฯ โดยมีหนังสือรับรองจากผู้ผลิตหรือผู้ผลิตสาขาประเทศไทยโดยตรงมาแสดงในวันยื่นข้อเสนอ
ทางเทคนิค
๓) เครื่อง Server ที่เสนอทั้งหมดที่จะนํามาติดตั้งให้กรมธนารักษ์จะต้องเป็นเครื่องใหม่ (Brand New) ไม่ใช่เครื่องเก่าใช้แล้ว (Used) หรือเครื่องล้าสมัย (Obsolete) หรือเครื่องที่ใช้งานแล้วและนํามา ปรับปรุง ใหม่ (Reconditioned) โดยมีหนังสือรับรองจากผู้ผลิตหรือผู้ผลิตสาขาประเทศไทย หรือตัวแทนจําหน่าย ที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ผลิตหรือผู้ผลิตสาขาประเทศไทยสําหรับโครงการนี้โดยตรงมาแสดงในวันยื่นข้อเสนอทางเทคนิค
๔) ราคาของเครื่อง Server ที่เสนอทั้งหมด ให้รวมค่าฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ค่าติดตั้ง ค่าวัสดุ อุปกรณ์ ค่าฝึกอบรมหรือแนะนําการใช้งาน ค่าใช้จ่ายสําหรับเชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายของกรมธนารักษ์ที่ ใช้งานอยู่ปัจจุบัน ค่าดําเนินการอื่นๆ ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) ตลอดจนค่าใช้จ่ายทั้งปวดที่จะเกิดขึ้น กับโครงการนี้ โดยกรมธนารักษ์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดใด เพิ่มเติมจากที่ปรากฏในใบเสนอราคาแล้ว
ประเทศไทยได้
๕) สามารถใช้งานกับระบบไฟฟ้า และสามารถทํางานได้ดีในสภาพแวดล้อมปกติของ
๖) ส่งมอบเครื่อง Server พร้อมอุปกรณ์ประกอบทั้งหมด ณ สถานที่ที่กรมธนารักษ์กําหนด ๗) ผู้ชนะการประกวดราคาต้องติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ตามรายการที่ เสนอทั้งหมด ณ สถานที่ที่กรมธนารักษ์กําหนด โดยผู้ชนะการประกวดราคา ต้องจัดหาเจ้าหน้าที่มา ให้คําแนะนําและตรวจสอบควบคุมความถูกต้องในการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอ
๔) ในกรณีที่การติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ ต้องจัดหาอุปกรณ์อื่นใดที่จําเป็นเพิ่มเติม เพื่อให้ ระบบ คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ ให้ถือเป็นความ รับผิดชอบของผู้ชนะการประกวดราคา ๔) กรณีที่ต้องมีการติดตั้งสายสัญญาณสื่อสารข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ ผู้ชนะการประกวด ราคาต้อง ทําการติดตั้งให้เพียงพอต่อการใช้งาน และต้องเดินสายหรือร้อยสายในราง PVC ท่อเหล็ก ท่ออ่อน หรือ ในราง Wire Way ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ต้องติดตั้งให้ถูกหลักการเดินสาย การวางสาย (Handing) และ การติดตั้ง (Bending) ตามมาตรฐานสากล โดยต้องเดินสายให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ดูสวยงาม ไม่มีการต่อสาย
ศูนยเทคโนโอกาสนเทศ และการสงสาร

  • ๗ -
    ระหว่างทางก่อนถึงอุปกรณ์ ทุกกรณี และต้องไม่เดินสายสัญญาณสื่อสารข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ รวมกับ สายไฟฟ้าในรางหรือท่อเดียวกัน ในกรณีที่ อาคารมีฝ้าเพดาน ชนิด T-Bar หรือผ้าทึบ ต้องเดินสาย ร้อยในท่อเหล็ก
    ชนิด Flexible และต้องผูกไว้ให้อยู่เหนือฝ้า เพดาน โดยห้ามพาด หรือวางไว้บนฝ้าเพดาน รวมถึงสายสัญญาณ จะต้องมี Wire Marker ตรงกันทั้งสองด้าน โดยต้อง จัดทํา Label ติดชัดเจน
    ๕. การสแกนเอกสารต้นฉบับ
    ๕.๑ รายละเอียดการสแกน
    ๕.๑.๑ สแกนเอกสารที่ราชพัสดุครั้งที่ ๑ (๔๐๐,๐๐๐ หน้า – กรุงเทพฯ) ๕.๑.๒ สแกนเอกสารที่ราชพัสดุครั้งที่ ๒ (๔๐๐,๐๐๐ หน้า – กรุงเทพฯ) ๕.๑.๓ สแกนเอกสารที่ราชพัสดุ ครั้งที่ ๓ (๔๐๐,๐๐๐ หน้า - กรุงเทพฯ) ๕.๑.๔ สแกนเอกสารที่ราชพัสดุ ครั้งที่ ๔ (๔๐๐,๐๐๐ หน้า – กรุงเทพฯ)
    ๕.๑.๕ สแกนเอกสารรายงานการประเมินราคาห้องชุด ครั้งที่ ๒ ๑ (๑๓๑,๐๐๐ หน้า -สํานักงานธนารักษ์พื้นที่) ๕.๒ ดําเนินการสแกนเอกสารตามที่กรมธนารักษ์กําหนด และจากเอกสารต้นฉบับที่จัดเตรียมไว้ให้ โดยผู้รับจ้าง ต้องนําอุปกรณ์ที่จําเป็นมาใช้ในการสแกนเอกสาร และดําเนินการสแกนเอกสาร
    ๕.๒.๑ รายละเอียดงานสแกนเอกสารที่กรุงเทพมหานคร จํานวน 9,500,000 แผ่น เฉพาะงานที่ราชพัสดุ ณ กรมธนารักษ์ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
    ๕.๒.๒ รายละเอียดงานสแกนเอกสารที่สํานักงานธนารักษ์พื้นที่ (๕๑ พื้นที่) จํานวน ๑๓๑,๐๐๐ แผ่น เฉพาะรายงานการประเมินราคาห้องชุด (โปรดระบุจังหวัด ที่อยู่ เบอร์โทร)
    ๕.๒.๓ จัดทําแผนการดําเนินงาน วิธีการบริหารจัด การบันทึก การควบคุม คุณภาพการสแกนและ การตรวจสอบความถูกต้องของผลการสแกน
    ๕.๒.๔ ผู้รับจ้างต้องนําอุปกรณ์ที่จําเป็นมาใช้ในการสแกนเอกสารและดําเนินการสแกนเอกสาร ดังนี้
    ๑. ระยะเวลาการดําเนินงานสแกนเอกสาร เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. (พักกลางวัน ๑ ชั่วโมง) ๒. ดําเนินการสแกนเอกสารให้ครบถ้วนสมบูรณ์ทุกหน้า โดยเมื่อจัดเก็บเข้าสู่ระบบแล้ว ต้อง สามารถเปิดดูภาพต่อเนื่องและอ่านข้อความได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกับต้นฉบับ
    ๓. ในกรณีที่มีการตัดสินหรือแยกตัวเล่มเอกสารต้นฉบับ ผู้รับจ้างต้องจัดเย็บเล่มคืนให้สมบูรณ์ ตามสภาพเดิม โดยผู้ชนะการประกวดราคาเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    ๔. สําหรับเอกสารต้นฉบับที่ชํารุด ฉีกขาด หรือขาดหายบางส่วน ซึ่งเป็นเอกสารที่มีสาระสําคัญ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องดําเนินการซ่อมแซมหรือจัดเรียงให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ก่อนดําเนินการสแกน เพื่อให้
    เอกสารมีความต่อเนื่องและไม่หลุดออกจากกัน
    ๕. ในกรณีที่เอกสารถูกฉีกขาดเป็นบางส่วนหรือทั้งแผ่น แต่ยังสามารถระบุได้ว่าเป็นเอกสาร ต่อเนื่องกัน ผู้ชนะการประกวดราคาต้องจัดการสแกนและรวมภาพเอกสารให้เป็นชิ้นเดียวกัน
  1. ผู้ชนะการประกวดราคาต้องจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ และสิ่งจําเป็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การสแกนเอกสาร รวมถึงสื่อจัดเก็บข้อมูลภายนอก (External Hard Disk) ทั้งหมด
    ๗. สแกนเอกสารทุกหน้าตามลําดับที่เรียงในต้นฉบับ โดยใช้ความละเอียดไม่น้อยกว่า ๓๐๐xmoo dpi
    ในโหมด Grayscale หรือ Color
    ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และกา / สาร
    ๔. จัดเก็บไฟล์ข้อมูลในรูปแบบ JPG และ PDF file โดยตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ตามที่กรมธนารักษ์ กําหนด ๔. จัดทําสมุดทะเบียนเอกสารที่สแกนแล้วพร้อมรายละเอียด เช่น ชื่อไฟล์ ชื่อเอกสาร วันที่อนุมัติ เอกสาร เป็นต้น ตามแบบที่กรมธนารักษ์กําหนด
    ๑๐. มีระบบตรวจนับจํานวนเอกสารที่สแกนแล้ว และจัดทําสัญลักษณ์แสดงว่าเอกสารดังกล่าวผ่าน
    การสแกนแล้วไว้อย่างชัดเจนบนเอกสารหรือเล่มเอกสาร
    ๑๑. สแกนภาพและเอกสารให้มีความคมชัด และความสว่างพอดีซึ่งสามารถอ่านข้อความบนภาพ จากหน้าจอ หรือจากเอกสารที่พิมพ์ออกมาได้อย่างชัดเจน
    ๑๒. ภาพที่สแกนและเอกสารที่จัดเก็บต้องมีความครบถ้วน สมบูรณ์ตามต้นฉบับและเมื่อจัดเก็บเข้า ระบบแล้วต้องสามารถดูภาพและเอกสารรวมทั้งอ่านข้อความที่ปรากฏได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกับต้นฉบับ
    ภาพที่สแกนและเอกสารที่จัดเก็บต้องไม่มีพื้นสีดํา หรือเส้นสีดํา หรือสีอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีใ
    ฉบับ

    ๑๔. สแกนเอกสารให้ผลลัพธ์มีลักษณะแนวตั้ง หรือแนวนอนเหมือนต้นฉบับทุกประการ
    หากผลลัพธ์มีลักษณะเอียงจะต้องเกิดจากความเอียงของเอกสารต้นฉบับ ไม่ใช่เกิดจากกระบวนการสแกนเอกสาร
    ๑๕. มีมาตรการควบคุมความปลอดภัยของเอกสาร การรักษาความลับ และการป้องกันการคัดลอก หากมีการนําเอกสารไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต กรมธนารักษ์ขอสงวนสิทธิในการดําเนินการทางแพ่งและ
    อาญาตามกฎหมาย
    ๑๖. หากกรมธนารักษ์ตรวจสอบพบว่าไฟล์ดิจิทัลที่ส่งมอบมีคุณภาพไม่เป็นไปตามข้อกําหนด
    ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
    ๑๗. ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการสแกนทั้งหมด และ รวมค่าติดตั้ง ค่าใช้ไฟฟ้าใน การสแกน ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ในการเดินทางไปสแกนเอกสาร ณ สํานักงานธนารักษ์พื้นที่
    ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศ และ การ
    เอกสารหมายเลข ๒
    การจัดหาที่ปรึกษาด้านการตรวจสอบความปลอดภัย การเชื่อมโยงและประสิทธิภาพการทํางานของระบบ โดย จัดทํารายงานการตรวจสอบมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
    ๑. มีโมเดลการวิเคราะห์ความเสี่ยงของ Application(Threat Modelling) และระบุแนวทางเพื่อลดความเสี่ยง ๒. มีการจัดทํา User Matrix เพื่อแจกแจงกลุ่มผู้ใช้ในระบบและสิทธิที่สามารถเข้าถึงและดําเนินการได้ตาม หลักการรู้เท่าที่จําเป็น (Need to know) และให้สิทธิน้อยที่สุด (Least Privilege
    ๓. ตรวจสอบการตั้งค่าระบบให้มั่นคงปลอดภัย (Secure Configuration)
    ๔. ตรวจสอบ Source Code เพื่อวิเคราะห์หาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของ Application (Code Analyzer) ๕. วิเคราะห์และตรวจสอบการออกแบบฐานข้อมูล และประสิทธิภาพการทํางานของฐานข้อมูล
  2. วิเคราะห์และตรวจสอบการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture)
    ๗. ตรวจสอบความเพียงพอของค่าพารามิเตอร์ด้านความปลอดภัยที่กําหนดในระบบ
    ๔. ตรวจสอบรูปแบบการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานอื่น และหน่วยงานภายนอก (ถ้ามี) ๔. สอบทานให้คําแนะนํา เมื่อมีข้อขัดแย้งทางเทคนิค หรือ logic ที่เกิดขึ้นระหว่างการพัฒนา
    ๑๐. ตรวจสอบความเสี่ยงของระบบงานในภาพรวม เช่น ความเสี่ยงจากความผิดพลาดของโปรแกรม การเข้าถึงโปรแกรมและฐานข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น
    ๑๑. วิเคราะห์และตรวจสอบช่องโหว่พื้นฐานก่อนเผยแพร่เว็บไซต์ สําหรับป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์ การรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล การยืนยันตัวตน และการป้องกันการถูกเจาะการเข้ารหัสของข้อมูล รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ป้อนเข้ามา (OWASP)
    ๑๒. การทดสอบ Penetration Testing โดยระบบจะต้องได้รับการทดสอบ Cross-site Scripting SQL Injection และ Buffer Overflow เป็นอย่างน้อย
    ๑๓. ตรวจสอบการนําเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบ (Input Validation) เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยเทคนิค SQL
    Injection, Cross-site Scripting a Buffer Overflow
    ๑๔. ปรับแต่งค่าบนเครื่องแม่ข่ายเพื่อป้องกันการโจมตีด้วยเทคนิค Directory Traversal และปิด การแสดงผลข้อผิดพลาดของระบบด้วย Error Handling
    ๑๕. ต้องลงนามรับรองในเอกสารรายงานผลการตรวจสอบทุกหน้า
    ๑๖. ระบบที่พัฒนาในโครงการต้องผ่านการตรวจสอบทั้งหมด และต้องไม่มีระดับ High ก่อนเริ่มใช้งานจริง
    ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และ ads
    ๑. เอกสารการประชุมเปิดโครงการ
    ๑.G
    รายชื่อกรรมการตรวจรับ
    เอกสารหมายเลข ๓
    ๑.๒ รายชื่อเจ้าหน้าที่บริษัท พร้อม Contact Point + เบอร์ติดต่อ
    ๑.๓ รายละเอียดสัญญา TOR งวดเบิกจ่าย ระยะเวลาต่องวด
    ๑.๔ แผนการดําเนินงาน
    ๑.๕ การบริหารความเสี่ยง โอกาส ผลกระทบ แผนรองรับความเสี่ยง ผู้รับผิดชอบ
    ๒. เอกสารการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการ
    ๒.๑ แผนการดําเนินงานตามกิจกรรมย่อย %การดําเนินงาน
    ๒.๒ กิจกรรมที่ล่าช้ากว่าแผน %การดําเนินงาน %ล่าช้า รายละเอียดงาน %ล่าช้า สาเหตุ และแนวทาง แก้ไข กําหนดแล้วเสร็จตามแผน กําหนดแล้วเสร็จ (ใหม่)
    ๒.๓ กําหนดการที่สําคัญ (ตามแผน) กําหนดการที่สําคัญ (ใหม่) (ถ้ามี)
    ๒.๔ สรุปจํานวน Issue & Change สถานะการดําเนินการ รายละเอียด Issue & Change ตามรายการ ๒.๕ รายการ Defect & Incident ระบุนัยสําคัญของข้อบกพร่อง พิจารณาจากระดับความรุนแรง / ผลกระทบ X ความสําคัญ / ความเร่งด่วนในการแก้ไข กําหนดเป็นระดับ
    ๒.๖ สรุปจํานวน Defect & Incident จํานวน Issue ทั้งหมด พบ Defect & Incident จํานวนเท่าไหร่ แยกตามระดับ กําหนดสถานะ New, Analyst (Investigate), Fixing (In Progress), Fixed (Resolved/Ready for Test), SIT/UAT, Re-test, Re - Open, Open, Closed, Cancel กรณีสถานะ Open ระบุระดับ สาเหตุ การแก้ไขปัญหา ตามแต่ละรายการ
    ๒.๗ การติดตามงานแต่ละเรื่อง ผลการดําเนินการ ผู้รับผิดชอบ กําหนดแล้วเสร็จ
    ๒.๘ การบริหารความเสี่ยง สาเหตุ การควบคุมในปัจจุบัน โอกาส ผลกระทบ ระดับ แผนรองรับ ความเสี่ยง/Owner ผู้รับผิดชอบกําหนดแล้วเสร็จ แยกเป็น
    ๒.๘.๑ Technical Risk
    ๒.๘.๒ Human Resource Risk
    ๒.๔.๓ Project Management Risk
    ๒.๘.๔ Vender Risk
    ๒.๘.๕ Regulation Risk
    ๓. เอกสารการเตรียมความพร้อม Go-Live
    ๓.๑ System Readiness
    ๓.๑.๑ รวบรวมความต้องการด้านเทคนิค
    ๓.๑.๒ ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ
    ๓.๑.๓ Site Preparation
    ๓.๑.๔ HW Preparation
    ๓.๑.๕ Network Preparation
    ๓.๑.๖ PROD (DC/DR) Installation & Configuration
    ๓.๑.๗ DEV Installation & Configure
    ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ
    และการละเล
    mm
    m.o. Technical Testing (Negative/HA)
    m.o. Security Baseline & Security Hardening
    m…
    Maintenance (Backup/Housekeeping)
    m…oo System Operation Preparation Batch Report 199
    m…ob System Monitoring
    m..om Client & Branch Preparation
    m. Application Readiness
    ๓.๒.๑ รวบรวมความต้องการผู้ใช้งาน
    m..
    Uus (Application Architecture)
    m.. DRS Sign Off
    m.b. wwissuu (Application Development & Customization) ๓.๒.๕ การพัฒนาของระบบงานที่เกี่ยวข้อง (Sub System Development)
    m.l.b Scan Source Code
    m.lo.ml Test Plan/Test Case/Test Script
    m.b. SIT (System Integration Test)
    m.b. UAT & Incident Wrap Up
    m.b.oo Change Request & Control
    m.. UAT Sign Off
    m.b.ab Smoke Test/ Round Test
    m.b.om Version Control
  3. Data Readiness
    ๓.๓.๑ ออกแบบสถาปัตยกรรมข้อมูล (Data Architecture)
    m.m. ñun Data Stakeholders (Owner/User/etc.)
    ..m PDPA: Consent, Cookie, DRM
    ๓.๓.๔ เตรียมข้อมูลตั้งต้น
    m.m.& Data Masking / Data Encryption
    ๓.๓.๖ กําหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล (Data Retention)
    ๓.๓.๗ จัดเตรียม Cleansing Data
    ๓.๓.๘ จัดเตรียม Data Migration
    m. Interface Readiness
    m.. Interface Diagram Checklist
    m.. Host/DNS Configuration
    m..m Certificate Configuration
    m.. SFTP Server Configuration
    m..& Firewall & Interface Online
    …b Firewall & Interface Sub System
    m.. Firewall & Interface Client
    ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ
    และคนสื่อสา
    ๓.๔.๘ Firewall & Interface Batch
    ๓.๔.๙ Firewall & Interface Connectivity Test
    ๓.๕ Non Function Test Readiness
    ๓.๕.๑ Vulnerability Assessment Testing (VA)
    ๓.๕.๒ Penetration Test
    ๓.๕.๓ Performance Test (Online/Batch)
    ๓.๕.๔ DRP Test
    ๓.๔.๕ BCP Plan
    ๓.๖ User Readiness
    ๓.๖.๑ จัดทําหนังสือซักซ้อม/วิธีปฏิบัติผู้ใช้งาน
    ๓.๖.๒ อบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการติดตั้งและการดูแลระบบงาน (Admin/Support) ๓.๖.๓ อบรมการใช้งานโปรแกรมสําหรับผู้ใช้ (User)
    ๓.๖.๔ นําส่ง FAQ ให้กับหน่วยงานสนับสนุน เช่น Support Desk / Call Center
    ๓.๖.๕ นําส่งคู่มือปฏิบัติงาน (Admin, Support Manual)
    ๓.๖.๖ นําส่งคู่มือปฏิบัติงานผู้ใช้งาน (User Manual)
    ๓.๖.๗ นําส่งเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Production Readiness, etc.
    ๓.๗ Policy & Compliance Readiness
    ๓.๗.๑ ดําเนินการตามข้อกําหนดของนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (IT Security Policy) ๓.๗.๒ ประเมินความเสี่ยงด้าน IT
    ๓.๗.๓ เอกสารประเมินผลกระทบ และเอกสารแนบ
  • แบบฟอร์มประเมินความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • เอกสารรายละเอียดของโครงการ/บริการ
  • System Architecture Design
  • Security Baseline
  • ผลดําเนินการ Vulnerability Assessment (VA Scan)
  • ผลดําเนินการ Penetration Test
  • ผลการทดสอบ SIT
  • ผลการทดสอบ UAT และ UAT Sign-off
  • ผลการ Scan Source Code
  • แผนกู้ระบบงานกรณีฉุกเฉิน (DRP)
  • แผน Migration การติดตั้งระบบงาน และแผนการ Roll Back
  • ผลการทดสอบ Performance Test
    Backup policy
    คู่มือ Backup และ Restore
  • ข้อกําหนด Service Level Agreement (SLA)
  • แบบฟอร์มขอเปลี่ยนแปลง Configuration อุปกรณ์ Firewall -หนังสือแจ้งปิดระบบฯ
    ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และ เลือสาร
  • C -
  • สื่อประชาสัมพันธ์ - อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    ๓.๗.๔ ทบทวนระเบียบคําสั่งที่เกี่ยวข้อง ๓.๗.๕ ดําเนินการตามข้อกําหนด
    ๓.๗.๖ ขออนุมัติการ Go Live
    ๓.๘ Communication Checklist
    ๓.๘.๑ ขออนุมัติ

ขออนุมัติปิดระบบที่ดําเนินการ และระบบที่เกี่ยวข้อง

  • แจ้งปิดระบบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
    ๓.๔.๒ หน่วยงานภายนอก
  • Vendor ระบบงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
  • Vendor บริษัทคู่สัญญา & เจ้าของ Product - Customer สื่อประชาสัมพันธ์
    ๓.๔.๓ หน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องที่สนับสนุนกิจกรรม
  • หน่วยงานเจ้าของระบบหลัก
  • หน่วยงานระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • IT Risk, ฝ่ายกํากับ
  • หน่วยงาน/ คณะ อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    ๓.๙ Pre Go-Live Readiness
    ๓.๙.๑ จัดทําแผน Go live & Fallback
    ๓.๔.๒ แจ้ง/ขออนุมัติดําเนินการ
    ๓.๔.๓ นําส่งชุดติดตั้ง Production และ Source Code
    ๓.๙.๔ นําส่ง User Matrix, License
    ๓.๔.๕ การติดตั้งระบบงาน (System Deployment)
    ๓.๔.๖ การติดตั้งระบบงานอื่นที่เกี่ยวข้อง (Sub System Deployment)
    ๓.๔.๗ Recheck ความพร้อมด้าน Interface และ Firewall
    ๓.๔.๘ Recheck แผนการสื่อสารและผู้ที่เกี่ยวข้อง (Contact Point & Communication Plan)) ๓.๙.๙ ซักซ้อมความพร้อมแผนกิจกรรม (Dry Run & Command Center)
    ๓.๑๐ Go-Live
    ๓.๑๐.๑ ดําเนินการตามแผน Go live ตัวอย่างเช่น
    ตรวจสอบความถูกต้องด้านเทคนิค (Technical Verify & Validate)
    ตรวจสอบความถูกต้องด้านข้อมูล (Data Validate)
  • ทดสอบรายการ (Financial & Non Financial
    พิจารณาผล Go Live (Go/No Go)
    ๓.๑๐.๒ เปิดใช้งานระบบ
    Transaction Validate)
    นยเทคโนโลยีสารสนเทศ
    และกอลลาร
  • & -
    ๓.๑๑ Post Go-Live
    ๓.๑๑.๑ รวบรวม Issue หลัง Go Live
    ๓.๑๑.๒ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาต่างๆ
    ๓.๑๑.๓ การสนับสนุนด้าน Monitoring & Support (Online/Batch)
    ๓.๑๑.๔ การสนับสนุนด้าน Service Desk
    ๓.๑๑.๕ การส่งมอบระบบให้ผู้ดูแลระบบ (System Handover)
    ๓.๑๑.๖ การบริหารจัดการทรัพย์สินด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Asset Management)
    ๓.๑๑.๗ การจัดการสนับสนุน/ยกเลิกระบบงานเดิม
    ๔. เอกสารการประชุมปิดโครงการ
    ๔.๑ ภาพรวมโครงการ
    ๔.๑.๑ กําหนดการสําคัญของโครงการ
    ๔.๑.๒ ผลการดําเนินงานภาพรวมโครงการ
    ๔.๑.๓ สรุปผลการ Go-Live
    ๔.๑.๔ ภาพรวมการทํางานของระบบ
    ๔.๒ การประเมินผลิตผลและผลลัพธ์เชิงประโยชน์
    ๔.๒.๑ ภาพรวมและขอบเขตการประเมิน
    ๔.๒.๒ สรุปสิ่งส่งมอบที่สําคัญในโครงการ
    ๔.๒.๓ ประเมินผลการฝึกอบรม
    ๔.๒.๔ ประเมินผลภาพรวมการใช้งาน
    ๔.๒.๕ ผลลัพธ์ตามแผน วัตถุประสงค์ของแผน งบประมาณ/โครงการ
    ๔.๓ การประเมินผลการบริหารโครงการ
    ๔.๓.๑ ภาพรวมและขอบเขตการประเมินการบริหารโครงการ
    ๔.๓.๒ ประเมินความสําเร็จในการดําเนินงานโครงการ
    ๔.๔ การเตรียมความพร้อมสําหรับปิดโครงการ
    ๔.๔.๑ กิจกรรมที่ต้องดําเนินการหลังปิดโครงการ (ระยะสั้น) ๔.๔.๒ กิจกรรมที่ต้องดําเนินการหลังปิดโครงการ (ระยะยาว) ๔.๔.๓ งานโครงการที่โอนเข้าสู่งานประจํา (Handover)
    ๔.๔.๔ กระบวนการขอใช้งาน / บริการระบบ (กรณีระบบใหม่) ๔.๔.๕ การรับแจ้ง Incident และ Flow การแจ้งปัญหา ๔.๔.๖ การรับประกันและการบํารุงรักษา
    ๔.๔.๗ แนวทางการติดตามผลความสําเร็จของโครงการ (PIR)
    ๔.๔.๘ แนวทางในการทบทวนการดําเนินโครงการ (PIR) ๔.๕ ขออนุมัติปิดโครงการ
    ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสารร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างเหมาแปลงข้อมูลเอกสารเป็นดิจิทัลของกรมธนารักษ์
    ตามประกาศ กรมธนารักษ์
    ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
    กรมธนารักษ์ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างเหมาแปลงข้อมูล เอกสารเป็นดิจิทัลของกรมธนารักษ์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) โดยมีข้อแนะนำและข้อ กำหนดดังต่อไปนี้
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันการเสนอราคา
    (๒) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา ๑.๙ การเสนอแนะและวิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน
    ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับบริการให้คำปรึกษา แนะนำ วิเคราะห์ พัฒนา ออกแบบ ติดตั้ง ควบคุมดูแล วางระบบ บำรุงรักษาและซ่อมแซมเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้า ร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้า
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e–GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๒.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย
    ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
    ๒.๑๒.๓ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ผู้ยื่นข้อเสนอ สามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคาร
    แห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอด เงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจาก สำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๒.๑๒.๔ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ตาม ข้อ ๒.๑๒.๒ และข้อ ๒.๑๒.๓ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่ง
    ประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่า สุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๒.๑๒.๕ กรณีตามข้อ ๒.๑๒.๑ – ข้อ ๒.๑๒.๔ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้ (๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู กิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลผู้เคยมีผลงานการพัฒนาด้านการจัดหาการแปลง เอกสารเป็นดิจิทัลและติดตั้งซอฟต์แวร์การแปลงข้อมูลด้วยเทคโนโลยี AI – OCR หรือการพัฒนาระบบฐาน ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการพัฒนาระบบสารสนเทศเกี่ยวกับการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน หรือการ พัฒนาระบบสารสนเทศที่มีการจัดทำแบบจำลอง (โมเดล) หรือการพัฒนาระบบสารสนเทศ สำเร็จมาแล้ว จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ สัญญา ในวงเงินสัญญาละไม่น้อยกว่า ๑๕.๔๕ ล้านบาท และจะต้องเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมธนารักษ์เชื่อถือ ซึ่งได้ส่งมอบ และตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยโดยมีสัญญารายละเอียดขอบเขตงาน (TOR) และหนังสือรับรองผลงานที่ออกโดย หัวหน้าหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือผู้มีอำนาจปฏิบัติราชการแทนหรือผู้มีอำนาจลง นาม ของหน่วยงานเอกชนโดยถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ กรมธนารักษ์สงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบวินิจฉัย ข้อเท็จจริงโดยตรงจากผู้รับรองเอกสารที่เสนอมานั้น
    ๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานการพัฒนาโมเดล AI ที่ผ่านการฝึก จำนวนอย่างน้อย ๑ ผลงาน โดยต้องนำมายื่นในวันยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรายชื่อบุคลากรหรือทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความ สามารถ และประสบการณ์ในการทำงานที่จะดำเนินการในโครงการนี้ โดยแนบประวัติโดยย่อ เอกสารตัวอย่าง ผลงาน และประสบการณ์ พร้อมวุฒิการศึกษา และเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ติดต่อได้ มาพร้อมกับเอกสารยื่นข้อ เสนอให้กับกรมธนารักษ์ตามที่กำหนดในขอบเขตงานฯ ข้อ ๓.๒.๑ และข้อ ๓.๒.๒
    ๒.๑๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับมาตรฐาน ISO ๒๙๑๑๐ หรือ ISO ๒๗๐๐๑ หรือ ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕ โดยต้องมีผลครอบคลุมวันที่ยื่นเอกสารจนถึงวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้ายแล้วเสร็จ พร้อมแนบเอกสารการรับรองดังกล่าวมาในวันยื่นข้อเสนอ
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) ของผู้ร่วมค้า
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (๓.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนองบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ (๓.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยัง ไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้ง ขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
    (๓.๓) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๓.๓.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๓.๓.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย
    ต่างประเทศ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้
    ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ บริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนัก งานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อ เสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๓.๔) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ตามข้อ (๓.๒) และข้อ (๓.๓.๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสาร
    ประกวดราคา
    (๔) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ หรือสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
    (๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
    (๓) สำเนาหนังสือรับรองผลงาน และสำเนาสัญญาพร้อมขอบเขตงาน (TOR) ของผลงานที่ยื่นเสนอตามที่กำหนดในข้อ ๒.๑๓ พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
    (๔) สำเนาหนังสือรับรองผลงานการพัฒนาโมเดล AI ที่ผ่านการฝึก ตามที่ กำหนด
    ในข้อ ๒.๑๔
    (๕) เอกสารหลักฐานด้านบุคลากรตามที่กำหนดในข้อ ๒.๑๕ (๖) สำเนาหนังสือรับรองมาตรฐาน ISO ๒๙๑๑๐ หรือ ISO ๒๗๐๐๑ หรือ ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕ ตามที่กำหนดในข้อ ๒.๑๖
    (๗) เอกสารตามที่กำหนดในขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) โครงการจ้างเหมาแปลงข้อมูลเอกสารเป็นดิจิทัลของกรมธนารักษ์ ตามข้อ ๔
    (๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาท และเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ ภายใน ๓๐๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา โดยจัดทำแผนการทำงานตามแบบในข้อ ๑.๗ ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่ง
    ของสัญญา
    ๕. หลักประกันการเสนอราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๑,๕๔๕,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนสี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน)
    ๕.๑ เงินสด
    ๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
    ๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    ๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
    ณ กรมธนารักษ์ กองบริหารการคลัง ชั้น ๒ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
    ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
    และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมา พร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวัน และเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
    การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
    ๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะพิจารณา จาก ราคารวม
    ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ
    เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้กรมจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
    ๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่าง ประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้จัดจ้างกับนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
    ๗. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๗.๑ เงินสด
    ๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำ การ (สั่งจ่ายกระทรวงการคลัง)
    ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    ๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๕ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตาม ขอบเขตงาน (TOR) ข้อ ๘ งวดที่ ๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงาน ตามขอบเขตงาน (TOR) ข้อ ๘ งวดที่ ๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงาน ตามขอบเขตงาน (TOR) ข้อ ๘ งวดที่ ๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงาน ตามขอบเขตงาน (TOR) ข้อ ๘ งวดที่ ๔ ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๕ (งวดสุดท้าย) เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้าง ได้ส่งมอบงานตามขอบเขตงาน (TOR) ข้อ ๘ งวดที่ ๕ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐๐ วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ การจ่ายเงินให้เป็นไปตามระเบียบและแนวทางปฏิบัติของทางราชการ
    ๙. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง
    นั้น
    ๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาจ้างทั้งหมด
    ๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้หนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจาได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตงาน (TOR) ข้อ ๑๐ ๑๑. การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย
    ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุ ให้เกิดค่าค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ผู้ว่าจ้างโดยสิ้นเชิงภากำหนด ๓ (สาม) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้
    ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะหักเอาจากจำนวนเงินค่าจ้างที่หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
    หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องชำระหรือหลักประกันการปฏิบัติตามแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชำระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วนตามจำนวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น กำหนด ๗ (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
    หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเหลืออยู่อีกเท่าใด จะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั้งหมด
    ๑๒. การงดหรือลดค่าปรับ หรือการขยายเวลาปฏิบัติงานตามสัญญา
    ในกรณีที่มีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจ้าง หรือเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากพฤติกหนึ่งอันใดที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย หรือเหตุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ทำให้ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาแห่งสัญญานี้ได้ ผู้ต้องแจ้งเหตุหรือพฤติการณ์ดังกล่าวพร้อมหลักฐานเป็นหนังสือให้ผู้ว่าจ้างทราบ เพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขยายเวลาทำง
    ภายใน ๑๕ (สิบห้า) วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง หรือตามที่กำหนดในกฎกระทรวงดังกล่าว แล้วแต่กรณี ถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามความในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับจ้างได้สละสิทธิเรียกร้องในการที่จะขอลดค่าปรับ หรือขยายเวลาทำงานออกไปโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของฝ่ว่าจ้าง ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือผู้ว่าจ้างทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น
    การงดหรือลดค่าปรับ หรือขยายกำหนดเวลาทำงานตามวรรคหนึ่ง อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าจ้างที่จะพิจารเห็นสมควร
    ๑๓. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๓.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินค่าใช้จ่ายในการบริหารงานที่ราช พัสดุ (เงิน ๑๐%) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘
    การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงินค่าใช้ จ่ายในการบริหารงานที่ราชพัสดุ (เงิน ๑๐%) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ แล้ว เท่านั้น และในกรณีที่ไม่ได้รับอนุมัติกรมสามารถยกเลิกการจัดหาได้
    ๑๓.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๓.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
    ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๓.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๓.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๓.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
    (๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น
    ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๓.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๔. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๕. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
    กรมธนารักษ์
    มกราคม ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    ยุพิน จงจัดกลาง
    (นางยุพิน จงจัดกลาง)
    ผู้อำนวยการกองบริหารการคลัง
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๙
    โดย นางยุพิน จงจัดกลาง ผู้อำนวยการกอง
    บริหารการคลังราง
    ประกาศกรมธนารักษ์
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างเหมาแปลงข้อมูลเอกสารเป็นดิจิทัลของกรมธนารักษ์
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    กรมธนารักษ์ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างเหมาแปลงข้อมูลเอกสารเป็นดิจิทัลของ กรมธนารักษ์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคา ครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๓๐,๙๐๐,๐๐๐.- บาท (สามสิบล้านเก้าแสนบาทถ้วน)
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
    วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ระหว่างเวลา
    ราคา
    ลงวันที่
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
    น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
    น. ถึง
    ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่
    มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.treasury.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
    สําเนาถูกต้อง
    ประกาศ ณ วันที่
    มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
    (นายฤชา วราทร)
    รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน
    อธิบดีกรมธนารักษ์
    ยุพิน จงจัดกลาง
    (นางยุพิน จงจัดกลาง) ผู้อํานวยการกองบริหารการคลัง ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๙
    โดย นางยุพิน จงจัดกลาง ผู้อํานวยการกอง
    บริหารการคลัง