จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการบริหารข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านการลงทะเบียนผู้เข้าชมงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ปี ๒๕๖๙ (ครั้งที่ ๑)

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 68129283311
฿4,950,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 6 ม.ค. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มีความประสงค์จะจ้างผู้ประกอบการเพื่อบริหารจัดการงานลงทะเบียนและระบบข้อมูลสำหรับงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับนานาชาติ ครั้งที่ 73 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่ 1) บริหารจัดการงานลงทะเบียนผู้เข้าชมงาน (Visitor) และผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยของงาน 2) รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับผ่านการลงทะเบียน และ 3) นำข้อมูลการเข้า-ออกและความสนใจในสินค้าไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาการจัดงานในอนาคต

ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมการบริหารจัดการทั้งก่อนและระหว่างการจัดงาน ซึ่งรวมถึงการวางแผนงานลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-registration) และหน้างาน (Walk-in) การออกแบบและผลิตบัตรเข้างานพร้อมสายคล้องคอทุกประเภท การบริหารระบบลงทะเบียนและระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง (รวมถึงระบบ DITP Mobile Application, ระบบสแกนบัตร, และระบบคลาวด์เซิร์ฟเวอร์) การจัดเตรียมและติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ณ สถานที่จัดงาน ตลอดจนการบริหารจัดการบุคลากรเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในจุดต่างๆ

ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบการบริการที่สมบูรณ์ภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยมีงบประมาณกลาง 4,985,666.66 บาท

English summary

The Department of International Trade Promotion (DITP) intends to hire a contractor to manage the registration and information systems for the “73rd Gems and Jewelry Fair,” scheduled for February 22-26, 2029, at the Queen Sirikit National Convention Center. This project has three main objectives: 1) To systematically and efficiently manage registration for visitors and exhibitors, supporting the event’s security measures. 2) To collect and store data on buyers/importers in the gems and jewelry industry through the registration process. 3) To analyze entry/exit data and product interest for future event improvement.

The scope of work encompasses comprehensive management before and during the event. This includes planning for pre-registration and on-site (walk-in) registration, designing and producing all types of access badges with lanyards, managing the registration and related IT systems (including the DITP Mobile App, badge scanning systems, and cloud servers), preparing and installing computer equipment and internet networks at the venue, and managing personnel for various service points.

The contractor must complete all services by April 30, 2029. The approved budget for this project is 4,985,666.66 Baht.

สถานที่ดำเนินการ

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อบริหารจัดการงานลงทะเบียนผู้เข้าชมงาน (Visitor) และผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และสามารถสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยของการจัดงานฯ ได้อย่างราบรื่น
  • เพื่อรวบรวม จัดเก็บข้อมูลผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ผ่านการลงทะเบียนเข้าชมงานแสดงสินค้าฯ
  • เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการลงทะเบียน อาทิ การเข้า-ออกบริเวณจัดแสดงสินค้าฯ การเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ สินค้าที่ได้รับความสนใจ ไปวิเคราะห์ วางแผน/พัฒนาปรับปรุงการจัดงานแสดงสินค้าของกรมฯ ในครั้งต่อไปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ขอบเขตของงาน

การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก คือ ก่อนการจัดงานและระหว่างการจัดงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้

4.1 การบริหารจัดการงานลงทะเบียนก่อนการจัดงาน

  • 4.1.1 นำเสนอแผนงาน (Work Plan) รวมถึงแผนบริหารจัดการการลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-registration) การลงทะเบียนหน้างาน (Walk-in Registration) และแผนรองรับกรณีระบบขัดข้อง
  • 4.1.2 บริหารจัดการงานลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-registration) ผ่านระบบ Trade Registration ของกรมฯ รวมถึงให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้ลงทะเบียนและเจ้าหน้าที่
  • 4.1.3 การบริหารจัดการบัตรเข้างาน (Badge)
    • นำเสนอรูปแบบบัตรแต่ละประเภท (Visitor, Exhibitor, VIP, ฯลฯ) ที่มีรูปถ่ายและ Barcode/QR Code
    • จัดทำบัตรพร้อมสายคล้องคอตามจำนวนที่กำหนด
    • ประสานงานรับรายชื่อและข้อมูลเพื่อจัดพิมพ์บัตรล่วงหน้า
    • บริหารจัดการการแจกจ่ายและจัดสรรบัตรทุกประเภท
  • 4.1.4 การบริหารจัดการระบบลงทะเบียนและระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง
    • ศึกษาและทำความเข้าใจระบบ Trade Registration, DITP Mobile Application และระบบอื่นๆ ของกรมฯ
    • เชื่อมต่อระบบลงทะเบียนกับระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบติดตามพฤติกรรมผู้เข้าชมงานแบบ Real-time และระบบสแกนบัตร
    • จัดเตรียมและติดตั้งอุปกรณ์ ณ สถานที่จัดงาน (เครื่องคอมพิวเตอร์, เครื่องพิมพ์, เครื่องสแกนบัตร, อุปกรณ์ถ่ายรูป)
    • จัดหาระบบคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ (Cloud Server) และระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วไม่น้อยกว่า 10 Mbps
    • จัดเตรียมระบบลงทะเบียนสำรอง
  • 4.1.5 การบริหารจัดการบุคลากร
    • จัดเตรียมผู้จัดการโครงการที่มีประสบการณ์บริหารงานลงทะเบียนงานแสดงสินค้าที่มีผู้เข้าชมงานต่างประเทศไม่น้อยกว่า 5,000 ราย อย่างน้อย 1 งาน
    • จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ออกและจัดสรรบัตร ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี
    • จัดเตรียมเจ้าหน้าที่เทคนิค (Technicians/Programmer) ที่มีประสบการณ์พัฒน Web Application ด้วยภาษา NextJS, JavaScript ไม่น้อยกว่า 1 ปี

4.2 การบริหารจัดการงานลงทะเบียนช่วงการจัดงาน (ระหว่างวันที่ 22 – 26 กุมภาพันธ์ 2569)

  • ดำเนินการลงทะเบียนหน้างาน ณ จุดลงทะเบียนทุกจุด
  • บริหารจัดการการสแกนบัตรเข้า-ออกพื้นที่จัดงานทุกจุดประตู
  • ให้บริการและแก้ไขปัญหาทางเทคนิคตลอดช่วงการจัดงาน
  • รวบรวมและส่งมอบข้อมูลที่ได้จากการลงทะเบียนให้กรมฯ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนงาน (Work Plan) และแผนบริหารจัดการการลงทะเบียนทุกประเภท (Pre-registration, Walk-in, VIP, ฉุกเฉิน)
  • ระบบการลงทะเบียนล่วงหน้าที่ใช้งานได้และมีการสนับสนุนทางเทคนิค
  • บัตรเข้างานพร้อมสายคล้องคอทุกประเภทตามจำนวนที่กำหนด (Visitor Badge, Exhibitor Badge, VIP Badge, บัตรเจ้าหน้าที่ ฯลฯ)
  • ระบบลงทะเบียนหน้างานและระบบสารสนเทศที่เชื่อมต่อกันสมบูรณ์ ณ สถานที่จัดงาน
  • อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครือข่าย และระบบคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งและทดสอบเรียบร้อยแล้ว
  • บุคลากรที่ผ่านการอบรมและพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดระยะเวลาจัดงาน
  • ข้อมูลผู้ลงทะเบียนและรายงานการเข้า-ออกพื้นที่จัดงานที่รวบรวมได้หลังงานเสร็จสิ้น
  • รายงานสรุปผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • วันที่จัดงานแสดงสินค้า: 22 – 26 กุมภาพันธ์ 2569
  • กำหนดเวลาเสนอราคา: ต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2569
  • กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 120 วัน นับตั้งแต่วันเสนอราคา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการบริหารงานลงทะเบียนงานแสดงสินค้า
  • Standards Compliance: -
  • Experience:
    • มีประสบการณ์บริหารงานลงทะเบียนงานแสดงสินค้าที่มีผู้เข้าชมงานเป็นชาวต่างประเทศ (Overseas Visitors) อย่างน้อย 1 งาน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ)
    • ผู้จัดการโครงการต้องมีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการงานลงทะเบียนในงานแสดงสินค้าที่มีผู้เข้าชมงานต่างประเทศไม่น้อยกว่า 5,000 ราย อย่างน้อย 1 งาน
    • เจ้าหน้าที่เทคนิค (Technicians/Programmer) ต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี ด้านการพัฒนา Web Application ด้วยภาษา NextJS, JavaScript และมีความรู้ในการใช้งาน CSS, jQuery
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities:
    • มีความสามารถในการบริหารระบบลงทะเบียนงานแสดงสินค้าและระบบสารสนเทศที่ซับซ้อน
    • สามารถจัดหาระบบคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ (Cloud Server) ที่มีสเปคตามที่กำหนด (CPU: 8 Core / RAM: 16 GB / DISK: 400 GB หรือเทียบเท่า)
    • สามารถจัดหาระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วไม่น้อยกว่า 10 Mbps/10 Mbps ที่ขยายได้ถึง 50 Mbps/50 Mbps
    • สามารถจัดเตรียมระบบลงทะเบียนสำรองที่พร้อมใช้งานทันที
  • Personnel:
    • จัดเตรียมผู้จัดการโครงการที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด
    • จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ออกและจัดสรรบัตร ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี
    • จัดเตรียมเจ้าหน้าที่เทคนิค (Technicians/Programmer) ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยให้คะแนนตามน้ำหนักดังนี้

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 30% คำนวณคะแนนจากสูตร 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
  • ข้อเสนอด้านเทคนิค: น้ำหนัก 70% คณะกรรมการจะพิจารณาให้คะแนนจากเอกสารข้อเสนอด้านเทคนิคที่ยื่นผ่านระบบ e-GP ประกอบกับการนำเสนองาน ในวันที่กำหนด (นำเสนองาน 30 นาที, ตอบข้อซักถาม 15 นาที)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบลงทะเบียน: ต้องบริหารงานผ่านระบบลงทะเบียนงานแสดงสินค้านานาชาติ (Trade Registration) ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงระบบ DITP Mobile Application
  • ระบบติดตามและรักษาความปลอดภัย: ระบบต้องสามารถบันทึกและติดตามการเข้า-ออกบริเวณจัดแสดงสินค้าของผู้เข้าร่วมงานและผู้เข้าชมงานได้ผ่านการสแกนบัตร (Barcode/QR Code) แบบ Real-time เพื่อสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัย
  • บัตรเข้างาน (Badge): บัตรทุกประเภทต้องมีข้อมูลเช่น ชื่อ-นามสกุล/ชื่อบริษัท, รูปถ่ายผู้ถือบัตร, Barcode/QR Code และต้องมีรูปแบบที่สากล สวยงาม ได้รับการอนุมัติจากกรมฯ
  • ระบบเซิร์ฟเวอร์และเครือข่าย:
    • Cloud Server: รองรับการปรับขนาดได้ (Scalable/Elastic) เช่นในรูปแบบ Load balancer หรือ Container สำหรับทำ Database server และ Web server โดยมีทรัพยากรไม่น้อยกว่า CPU: 8 Core / RAM: 16 GB / DISK: 400 GB / จำนวน 1 node หรือ CPU: 2 Core / RAM: 4 GB / DISK: 100 GB / จำนวน 4 node
    • อินเทอร์เน็ต: ความเร็วไม่น้อยกว่า 10 Mbps/10 Mbps ที่สามารถปรับความเร็วขึ้นได้ถึง 50 Mbps/50 Mbps
  • ระบบสำรอง: ต้องมีระบบลงทะเบียนสำรองที่พร้อมใช้งานทันทีเมื่อระบบหลักขัดข้อง

เงื่อนไขสัญญา

  • ราคากลาง: 4,985,666.66 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว)
  • การจ่ายเงิน: กรมจะจ่ายค่าจ้างเมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา และกรมได้ตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
  • หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
  • ค่าปรับ:
    • กรณีฝ่าฝืนนำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
  • การรับประกันงาน: ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน 1 เดือนนับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน และต้องแก้ไขให้เรียบร้อยภายใน 3 วันหลังจากได้รับการแจ้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. ถาม: โครงการนี้ต้องการจัดการลงทะเบียนสำหรับกลุ่มผู้เข้าร่วมกี่ประเภท?
    ตอบ: ครอบคลุมหลายประเภท ได้แก่ ผู้เข้าชมงานทั่วไป (Visitor), ผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor), คณะผู้แทนการค้า (Trade Mission), แขกพิเศษ (VIP), เจ้าหน้าที่กรมฯ, ผู้รักษาความปลอดภัย และ Contractor

  2. ถาม: มีแผนรองรับความหนาแน่นของผู้เข้าชมในช่วง Peak Time อย่างไร?
    ตอบ: ต้องมีแผนจัดการเพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้รับบริการลงทะเบียนหน้างานภายใน 30 นาทีเป็นอย่างมาก (รวมเวลารอคิว) โดยการจัดสรรเคาน์เตอร์และบุคลากรให้เหมาะสม

  3. ถาม: ระบบที่พัฒนาต้องเชื่อมต่อกับระบบใดของกรมบ้าง?
    ตอบ: ต้องเชื่อมต่อกับระบบหลักของกรม ได้แก่ ระบบลงทะเบียนงานแสดงสินค้านานาชาติ (Trade Registration) และระบบ DITP Mobile Application เพื่อแสดงข้อมูลและติดตามพฤติกรรมผู้เข้าชมงานแบบ Real Time

  4. ถาม: บัตรเข้างานต้องมีคุณสมบัติพิเศษด้านความปลอดภัยอะไรบ้าง?
    ตอบ: บัตรต้องมีรูปถ่ายผู้ถือบัตร, Barcode/QR Code สำหรับบันทึกการเข้า-ออก, และมีรูปแบบที่ยากต่อการปลอมแปลง เพื่อสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในงาน

  5. ถาม: ต้องเตรียมระบบเครือข่ายและเซิร์ฟเวอร์อย่างไรเพื่อรองรับงาน?
    ตอบ: ต้องจัดหาระบบคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ที่ปรับขนาดได้ตามที่กำหนด และระบบอินเทอร์เน็ตความเร็ว起点ไม่น้อยกว่า 10 Mbps ที่สามารถปรับขึ้นได้ถึง 50 Mbps เพื่อรองรับการใช้งานหน้างาน

  6. ถาม: มีการกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับบุคลากรด้าน IT หรือไม่?
    ตอบ: ใช่ เจ้าหน้าที่เทคนิค (Technicians/Programmer) ต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี ในการพัฒนา Web Application ด้วยภาษา NextJS และ JavaScript

  7. ถาม: ข้อมูลที่รวบรวมได้จากงานจะถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร?
    ตอบ: ข้อมูลผู้เข้าชมงานและการเข้า-ออกจะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อวางแผนและพัฒนาการจัดงานในครั้งต่อไปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงใช้สำหรับการเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมในอนาคต

  8. ถาม: หากระบบลงทะเบียนหลักขัดข้องระหว่างงาน มีแผนสำรองอย่างไร?
    ตอบ: ต้องมีแผนสํารองและระบบลงทะเบียนสำรองที่พร้อมใช้งานได้ทันที โดยมีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่าระบบหลัก เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความราบรื่น

  9. ถาม: การนำเสนองาน (Presentation) มีผลต่อการตัดสินอย่างไร?
    ตอบ: การนำเสนองานด้านเทคนิคในวันที่กำหนด (30 นาทีนำเสนอ + 15 นาทีตอบคำถาม) เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินข้อเสนอด้านเทคนิคซึ่งมีน้ำหนักถึง 70% หากไม่มานำเสนอ กรมฯ จะไม่พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิค

  10. ถาม: โครงการนี้ต้องใช้บุคลากรที่มีทักษะภาษาใดเป็นพิเศษ?
    ตอบ: เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ออกและจัดสรรบัตร ณ จุดลงทะเบียน ต้องมีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of References : TOR)
โครงการบริหารข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านการลงทะเบียนผู้เข้าชมงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ปี ๒๕๐๙ (ครั้งที่ ๑)
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
๑. หลักการและเหตุผล
ตามที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีภารกิจในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการของไทย สู่ตลาดโลก โดยการทํากิจกรรมการตลาดต่างๆ ให้สินค้าและธุรกิจบริการของไทยสามารถแข่งขันกับบริการของ ประเทศอื่นๆ รวมถึงการดําเนินการให้ผู้ส่งออกไทยและผู้นําเข้าจากต่างประเทศได้พบปะเจรจาการค้าในรูปแบบ ต่างๆ เช่น งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ (International Trade Fair) และการจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) เป็นต้น นอกจากนั้น กรมฯ ยังจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมสินค้าและบริการของไทย เช่น การพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นที่ต้องการของตลาดเป้าหมายและตลาดโลก รวมถึงจัดกิจกรรมเตรียม ความพร้อมผู้ประกอบการให้มีความพร้อมในการดําเนินกระบวนการส่งออก และให้มีความรู้เรื่องการตลาดสินค้า บริการ แนวโน้มตลาด การส่งเสริมสินค้าและบริการ รวมถึงกฎระเบียบการส่งออก/นําเข้า เพื่อเพิ่มมูลค่าและ
ปริมาณการส่งออกของประเทศไทย
กรมฯ ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีกําหนดจัด งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ ๗๓ ระหว่างวันที่ ๒๒ – ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ณ ศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อใช้เป็นเวทีการเจรจาการค้าให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและ เครื่องประดับ รวมทั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ได้มีโอกาสพบปะเจรจาการค้ากับผู้ซื้อ/ผู้นําเข้าต่างประเทศ ทั้งที่อยู่ในต่างประเทศและที่มีสํานักงานสาขาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งการบริหารจัดการด้านการลงทะเบียนผู้เข้าชม
งานแสดงสินค้าฯ ยังเป็นการสนับสนุนให้การจัดงานแสดงสินค้าดําเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีการเข้าเยี่ยมชมงาน แสดงสินค้าอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับมีการนําสินค้า ที่มีมูลค่าสูงมาจัดแสดง ดังนั้น การรักษาความปลอดภัยต่อสินค้าที่นํามาจัดแสดงภายในงาน จึงเป็นสิ่งสําคัญ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) และผู้เข้าชมงาน (Visitor) อย่างมาก ทั้งนี้ การลงทะเบียน เข้าชมงานแสดงสินค้าฯ จะมีการบันทึกการเข้า-ออกบริเวณส่วนจัดแสดงสินค้าของผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) และผู้เข้าชมงาน (Visitor) ผ่านบัตรเข้างาน (Badge) ซึ่งเป็นการสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สําคัญ ของการจัดงาน และเป็นด่านแรกในการช่วยคัดกรองผู้เข้าชมงาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่มีเหตุการณ์ ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นภายในงาน โดยระบบจะสามารถติดตามพฤติกรรมการเข้า-ออกของผู้เข้าร่วมงานและผู้เข้าชม งานได้ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการจัดเก็บ ปรับปรุง รวบรวมข้อมูลผู้ซื้อ/ผู้นําเข้าต่างประเทศ ผ่านการ ลงทะเบียนเข้าชมงานแสดงสินค้าฯ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นหัวใจสําคัญที่ใช้ในการสนับสนุนการดําเนินกิจกรรม ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของกรมฯ กล่าวคือ กรมฯ ใช้ข้อมูลดังกล่าวจัดส่งข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมฯ เพื่อ เชิญชวนเข้าร่วมเจรจาธุรกิจการค้ากับผู้ประกอบการไทยในอนาคตต่อไป ดังนั้น โครงการบริหารข้อมูลด้านการค้า ระหว่างประเทศ ผ่านการลงทะเบียนผู้เข้าชมงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับฯ จึงมีความจําเป็นที่ต้อง จัดจ้างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการข้อมูลงานลงทะเบียนเข้าชมงานแสดงสินค้ามาดําเนินกิจกรรมฯ
เพื่อให้การบริหารจัดการงานลงทะเบียนดําเนินไปด้วยความเรียบร้อย สามารถสนับสนุนมาตรการรักษาความ
ปลอดภัยของการจัดงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับงานแสดงสินค้าของกรมฯ อีกด้วย
๑).
ANGSAS
Kuisson
ประธานกรรมการ ๒………..
.กรรมการ ๓)…
.กรรมการ
-๒-
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อบริหารจัดการงานลงทะเบียนผู้เข้าชมงาน (Visitor) และผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) อย่างเป็น ระบบ มีประสิทธิภาพ และสามารถสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยของการจัดงานฯ ได้อย่างราบรื่น
๒.๒ เพื่อรวบรวม จัดเก็บข้อมูลผู้ซื้อ/ผู้นําเข้าสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ผ่านการลงทะเบียนเข้าชมงานแสดงสินค้าฯ
๒.๓ เพื่อนําข้อมูลที่ได้จากการลงทะเบียน อาทิ การเข้า-ออกบริเวณจัดแสดงสินค้าฯ การเข้าร่วมกิจกรรม จับคู่ทางธุรกิจ สินค้าที่ได้รับความสนใจเพื่อนําข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์ วางแผน/พัฒนาปรับปรุงการจัดงาน แสดงสินค้าของกรมฯ ในครั้งต่อไปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กลุ่มเป้าหมาย
ผู้เข้าชมงาน (Visitor) ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ จํานวน ๒๐,๐๐๐ ราย
๔. ขอบเขตการดําเนินงาน
๔.๑ การบริหารจัดการงานลงทะเบียนก่อนการจัดงาน
๔.๑.๑ นําเสนอแผน/ขั้นตอน และกรอบระยะเวลาการปฏิบัติงาน (Work Plan) และวิธีการ บริหารงานลงทะเบียนล่วงหน้า และการลงทะเบียนหน้างานช่วงการจัดงาน (Walk-in Registration) ที่สนับสนุน
ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณจัดแสดงสินค้าฯ ได้แก่
(๑) แผนการบริหารจัดการงานลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-registration) ผ่านระบบลงทะเบียน ชมงานแสดงสินค้านานาชาติ (Trade Registration) ทั้งในส่วนของผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) และผู้เข้าชมงาน (Visitor) ซึ่งแบ่งเป็นลงทะเบียนผู้แทนการค้า (Trade Mission) กับบุคคลทั่วไป ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในงานแสดง สินค้าฯ โดยมุ่งเน้นการนําเสนอแผนการผลักดันให้ผู้สนใจเข้าชมงานลงทะเบียนล่วงหน้าให้มากที่สุด เพื่อลดความ
หนาแน่นในการลงทะเบียนเข้าชมงานช่วงการจัดงาน
(๒) แผนการบริหารจัดการงานลงทะเบียนช่วงการจัดงานแสดงสินค้าฯ โดยการนํา เครื่องมือ/เทคโนโลยีมาช่วยอํานวยความสะดวก และลดขั้นตอนในการลงทะเบียนเพื่อให้เกิดความรวดเร็วแต่ยัง
คงไว้ซึ่งการสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยของการจัดแสดงสินค้าฯ และการบริหารจัดการ งานลงทะเบียนหน้างานจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงาน
(๓) แผนการบริหารจัดการลงทะเบียนแขกพิเศษ (VIP) ช่วงงานแสดงสินค้าฯ หากมีการ
แยกพื้นที่การลงทะเบียนแขกพิเศษออกมาจากการลงทะเบียนผู้เข้าชมงานทั่วไป จะต้องนําเสนอวิธีการบริหาร จัดการตั้งแต่การลงทะเบียน การยืนยันตัวตนเพื่อรับบัตรเข้าชมงาน
(๔) แผนการจัดรูปแบบและจัดสรรเคาน์เตอร์ลงทะเบียน และอุปกรณ์เครื่องมือสําหรับ การลงทะเบียนในช่วงการจัดงานแสดงสินค้าสําหรับการลงทะเบียนของผู้เข้างานทุกประเภท อาทิ ผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) ผู้เข้าชมงานทั่วไป (Visitor) คณะผู้แทนการค้า (Trade Mission) แขกพิเศษ (VIP) โดยควรมีจํานวน ที่เหมาะสมกับจํานวนผู้เข้าชมงาน เป้าหมาย และผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทะเบียน ในช่วง Peak Time ที่ผู้เข้าชมงานควรได้รับบริการลงทะเบียนหน้างานภายใน ๓๐ นาทีเป็นอย่างมาก (รวมการรอ
เข้าคิวแล้ว)
(๕) นําเสนอ Flow ขั้นตอนการบริหารจัดการลงทะเบียนหน้างาน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า การบริหารงานลงทะเบียนจะสามารถดําเนินการไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ราบรื่น และมีประสิทธิภาพ
(๖) แผนการทดสอบระบบ อุปกรณ์/เครื่องมือการติดตามพฤติกรรมการเข้า-ออกบริเวณ การจัดแสดงสินค้าที่สนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยของงาน
KOMSAS
๑)..
ประธานกรรมการ…………..
กรรมการ ๓)…….
.กรรมการ
-6-
ของกรมฯ
(๒) การติดตามการเข้า-ออกพื้นที่งานแสดงสินค้าของผู้เข้าชมงานผ่าน Mobile Application
(๘) แผนสํารองในกรณีระบบลงทะเบียนหน้างานเกิดความขัดข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่า
การบริหารงานลงทะเบียนจะสามารถดําเนินการไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
(๙) แผนการบริหารจัดการบัตรต่างๆ ตั้งแต่การจัดพิมพ์ และการแจกจ่ายบัตรประเภทต่างๆ (๑๐) แผนการบริหารจัดการการสแกนบัตรเพื่อยืนยันตัวตนผู้เข้า-ออกพื้นที่จัดงานแสดง สินค้าพร้อมแนวทางป้องกันการหลบหลีกการสแกนบัตร พร้อมรูปแบบอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่นํามาใช้
(๑๑) แผนการแจ้งหรือระบุจุดลงทะเบียนตามประเภทของผู้เข้าชมงาน ณ สถานที่จัดงาน ในช่วงการจัดงาน เพื่อให้ผู้เข้าชมงานไม่เกิดความสับสนเนื่องจากสถานที่จัดงานมี ๓ ชั้น และจุดลงทะเบียน ตั้งอยู่หลายตําาแหน่ง

(๑๒) แนวทางจัดการ การตรวจสอบและการปรับปรุงข้อมูลผู้เข้าชมงาน (Visitors) เพื่อให้ได้ ฐานข้อมูลผู้เข้าชมงานที่เป็นปัจจุบัน ครบถ้วน มีประสิทธิภาพ และสามารถนําไปใช้งานได้ทันที

  • ๔.๑.๒ บริหารจัดการงานลงทะเบียนผู้เข้าชมงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ได้มีการ ลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-registration) ผ่านระบบการลงทะเบียนผู้เข้าชมงานแสดงสินค้าฯ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (๑) บริหารจัดการงานลงทะเบียนผู้เข้าชมงานล่วงหน้า (Pre-registration) ผ่านระบบ ลงทะเบียนงานแสดงสินค้าให้ดําเนินไปด้วยความเรียบร้อย โดยมุ่งเน้นการนําเทคโนโลยีมาช่วยอํานวยความ
    สะดวกเพื่อให้ผู้สนใจเข้าชมงานทําการลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าก่อนการจัดงาน ทดแทนการมาลงทะเบียน
    หน้างานช่วงการจัดงาน
    (๒) ให้คําปรึกษา/ช่วยเหลือการลงทะเบียนแก่เจ้าหน้าที่สํานักงานส่งเสริมการค้า ในต่างประเทศ (สคต.)/ส่วนกลาง และผู้ลงทะเบียนทั่วไป ในกรณีที่ระบบฯ เกิดความขัดข้องให้ประสานกับบริษัท ผู้พัฒนาระบบลงทะเบียนฯ เพื่อให้การลงทะเบียนดําเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ๔.๑.๓ การบริหารจัดการบัตรเข้างาน (Badge) สําหรับผู้เข้าชมงาน (Visitor) ผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้สามารถสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณการจัดงานฯ
    (๑) นําเสนอรูปแบบบัตรแต่ละประเภท พร้อมสายคล้องคอ หรืออื่นๆ สําหรับผู้เข้าชมงาน (Visitor) ผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยของงาน โดยบัตรจะต้องมีข้อมูลตามประเภทของบัตร อาทิ บัตรผู้เข้าชมงาน (Visitor)/ผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) มีข้อมูล ประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล/ชื่อบริษัท/ชื่องานแสดงสินค้า พร้อมโลโก้/ช่วงเวลาการจัดงาน รูปถ่ายผู้ถือบัตร และ Barcode/QR Code เพื่อใช้บันทึกการเข้า-ออกพื้นที่การจัดงาน โดยรูปแบบบัตรจะต้องมีความเป็นสากล สวยงาม ทั้งนี้ รูปแบบบัตรทุกประเภทจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักสารสนเทศและการบริการการค้า ระหว่างประเทศก่อนดําเนินการสั่งผลิต
    (๒) จัดทําบัตรพร้อมสายคล้องคอของผู้เข้างานทุกประเภท โดยแบ่งตามประเภทผู้ถือบัตร (รายละเอียดจํานวนตามภาคผนวก)
    (๓) ประสานผู้เกี่ยวข้องกับการจัดงาน อาทิ กรมฯ ผู้รับจ้างรักษาความปลอดภัยของงาน ผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งรายชื่อและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง มาจัดพิมพ์บัตรล่วงหน้า พร้อมสายคล้องคอหรือตัวหนีบตามประเภทผู้ถือบัตร ทั้งนี้ จะต้องตรวจสอบข้อมูล บนบัตรให้ถูกต้องและครบถ้วน
    ๑).
    hem ad
    ประธานกรรมการ ๒)……………… กรรมการ ๓)…….
    ..กรรมการ
    -G-
    (๔) บริหารจัดการแจกจ่าย/จัดสรรบัตรผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) บัตรเจ้าหน้าที่กรมฯ บัตรผู้รักษาความปลอดภัย บัตร Contractor บัตร VIP บัตรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บัตรผู้เข้าชมงาน (Visitor) และ บัตรอื่นๆ ให้ทันตามช่วงเวลาความจําเป็นของการใช้งาน ทั้งนี้ จะต้องนําเสนอวิธีการจัดสรรให้เจ้าหน้าที่
    ผู้รับผิดชอบโครงการเห็นชอบก่อนการดําเนินงาน
    ๔.๑.๔ การบริหารจัดการระบบลงทะเบียนและระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง
    (๑) ศึกษาการทํางานของระบบลงทะเบียนงานแสดงสินค้านานาชาติ (Trade Registration) ของกรมฯ ระบบการติดตามพฤติกรรมผู้เข้าชมงาน (DITP Mobile Application) และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (หากมี) ให้มีความชํานาญสามารถใช้งานได้อย่างเชี่ยวชาญ และอบรมถ่ายทอดแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ ลงทะเบียนหน้างานแสดงสินค้าฯ ให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ตลอดจน เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคสามารถปรับแก้ไขหรือพัฒนาต่อยอดระบบลงทะเบียนฯ ให้สามารถทํางานที่สนับสนุน
    การดําเนินกิจกรรมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
    (๒) ศึกษาระบบรับสมัครเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและระบบบริหารกิจกรรมกรมฯ เพื่อดึง รายละเอียดข้อมูลผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) ของงานแสดงสินค้าฯ มาจัดทําบัตรเข้างานพร้อมสายคล้องคอให้กับ ผู้เข้าร่วมงานของแต่ละบริษัท ซึ่งข้อมูลบนบัตรจะต้องประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล ชื่อบริษัท รูปถ่ายและอื่นๆ (หากมี) โดยจัดให้มีการลงทะเบียนทําบัตรคล้องคอของผู้เข้าร่วมงานผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการให้ คําปรึกษา/ช่วยเหลือในกรณีที่การลงทะเบียนมีความขัดข้องหรือผู้เข้าร่วมงานประสบปัญหา ตลอดจนการจัดสรร/ แจกจ่ายบัตรคล้องคอให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor)
    (๓) เชื่อมต่อระบบลงทะเบียนงานแสดงสินค้านานาชาติของกรมฯ กับระบบเทคโนโลยี สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการลงทะเบียนงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ รวมทั้งระบบ สนับสนุนการดําเนินงานตามมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในงาน (หากมี) โดยระบบที่สําคัญ ได้แก่
    (๓.๑) ระบบการติดตามพฤติกรรมผู้เข้าชมงาน (DITP Mobile Application) ให้ สามารถแสดงข้อมูลผู้เข้าชมงาน (Visitor) พร้อมด้วยพฤติกรรมการเข้า-ออกบริเวณการจัดงาน และการเข้าร่วม กิจกรรมต่างๆ ของผู้เข้าชมงาน (Visitor) ภายในงานได้แบบ Real Time
    (๓.๒) ระบบสแกน Barcode/QR Code หรืออื่นๆ ที่ใช้สําหรับติดตามการเข้า-ออก และตรวจปริมาณความหนาแน่นของผู้เข้าชมงาน และผู้เข้าร่วมงานของทุกจุดประตูการเข้า-ออกบนพื้นที่การจัดงาน (๓.๓) ระบบแม่ข่ายสํารอง (Local Server) พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถ ดําเนินงานลงทะเบียนหน้างานได้ในกรณีที่ระบบลงทะเบียนหลัก เกิดความขัดข้อง (รายละเอียดตามภาคผนวก)
    (๔) จัดเตรียมและติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง เครื่องพิมพ์ (Printer) เครื่องสแกน Barcode/QR Code อุปกรณ์ถ่ายรูป และอุปกรณ์/ระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ใช้สําหรับงานลงทะเบียน และการติดตาม การเข้า-ออกบริเวณการจัดงานของผู้เข้าร่วมงานและผู้เข้าชมงานของทุกจุดประตูเข้า-ออกพื้นที่ การจัดงาน (Exhibition Hall) และกิจกรรมสําคัญภายในงาน อาทิ Business Matching รวมทั้งมาตรการ สนับสนุนรักษาความปลอดภัยภายในงาน ณ สถานที่จัดงาน (Onsite) และทดสอบระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนวันจัดงาน เพื่อให้บริการงานลงทะเบียนและออกบัตรเข้าชมงาน ณ ทุกจุดการลงทะเบียนดําเนินไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ (รายการคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องมือฯ ตามจํานวนที่กําหนดในภาคผนวก)
    ๑)..
    ประธานกรรมการ ๒)………….
    กรรมการ ๓)……….
    มรon
    ..กรรมการ
    -๕-
    (๕) บริหารจัดการโอนถ่ายข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการงานลงทะเบียนงาน แสดงสินค้าฯ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในงานและอื่นๆ (หากมี) ลงในระบบ ลงทะเบียนหรือระบบอื่น เพื่อให้มีความพร้อมต่อการให้บริการงานลงทะเบียนหน้างานในช่วงการจัดงานสามารถ
    สนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การนําเข้ารายชื่อผู้น่าสงสัย (Watchlist) หรือผู้ต้องสงสัย (Blacklist) การเชื่อมต่อระบบลงทะเบียนฯ กับระบบ DITP Mobile Application เป็นต้น (๖) จัดเตรียม/ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมอินเทอร์เน็ต เครื่องพิมพ์ (พรินเตอร์) พร้อม กระดาษ A4 ในห้องปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมฯ (รายการคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครื่องมือฯ ตามจํานวน ที่กําหนดในภาคผนวก) เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่กรมฯ สามารถปฏิบัติงาน ณ สถานที่จัด
    ที่จัดงานแสดง
    สินค้าได้
    (๗) จัดหาระบบแม่ข่ายแบบคลาวด์ (Cloud Server) ที่รองรับการปรับขนาด (Scalable or Elastic) ได้ในรูปแบบ Load balancer หรือ Container สําหรับจัดทํา Database server และ Web server โดยแต่ละ Server จะต้องมีทรัพยากร ไม่น้อยกว่าข้อกําหนด ดังนี้
    ประสิทธิภาพ
    CPU : 8 Core / RAM : 16 GB / DISK : 400 GB / จํานวน 1 node หรือ
    CPU : 2 Core / RAM : 4 GB / DISK : 100 GB / จํานวน 4 node
    เพื่อรองรับการใช้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฯ ณ สถานที่จัดงาน ตลอดช่วงการจัดงานฯ อย่างมี
    (๘) จัดหาระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วไม่น้อยกว่า 10 Mbps/10 Mbps เพื่อใช้สําหรับ การบริหารจัดการงานลงทะเบียนหน้างานฯ ที่สามารถปรับความเร็วขึ้นได้ถึง 50 Mbps/50 Mbps
    (๙) จัดหาหรือจัดเตรียมระบบลงทะเบียนสํารองที่พร้อมใช้งานได้ทันที เมื่อเกิดกรณี ระบบลงทะเบียนหลักขัดข้อง หรือองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งของระบบลงทะเบียนหลัก อาทิ ระบบแม่ข่าย ระบบอินเทอร์เน็ตขัดข้อง โดยจะต้องมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการลงทะเบียนไม่น้อยกว่า ระบบลงทะเบียนหลัก
    ๔.๑.๕ การบริหารจัดการบุคลากร (รายละเอียดจํานวนบุคลากรตามภาคผนวก)
    (๑) ช่วงก่อนการจัดงาน
    (๑.๑) จัดเตรียมผู้จัดการโครงการ ที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหาร จัดการงานลงทะเบียนในงานแสดงสินค้าที่มีผู้เข้าชมงานต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ราย อย่างน้อย ๑ งาน เจ้าหน้าที่ควบคุมงาน เจ้าหน้าที่งานติดตั้ง พร้อมข้อมูลการติดต่อเพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมฯ ที่เกี่ยวข้องสามารถ ประสานงานติดต่อ และเพื่อให้การบริหารจัดการงานลงทะเบียนหน้างานดําเนินไปอย่างเรียบร้อยและ มีประสิทธิภาพ
    (๑.๒) จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ออกและจัดสรรบัตรเข้าร่วมงาน (Exhibitor Badge) และผู้เข้าชมงาน (Visitor Badge) และบัตรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ สถานที่จัดงานแสดงสินค้า และที่อื่นๆ เพื่อเป็นการอํานวยความสะดวกแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง (หากมี) โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวต้องมีความสามารถในการสื่อสาร
    ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี
    (๑.๓) จัดเตรียมเจ้าหน้าที่เทคนิค (Technicians/Programmer) ที่มีประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า ๑ ปี ด้านการพัฒนา Web Application ด้วยภาษา NextJS, JavaScript และมีความรู้ในการใช้งาน CSS, jQuery สําหรับให้การช่วยเหลือและแก้ปัญหาทางเทคนิคในกรณีระบบลงทะเบียนและระบบที่เกี่ยวข้อง
    เกิดการขัดข้องระหว่างการออกบัตรเข้าชมงานและบัตรเข้าร่วมงาน (รายละเอียดจํานวนบุคลากรตามภาคผนวก) ทั้งนี้ ในบางกรณีอาจต้องประสานกับบริษัทผู้พัฒนาระบบลงทะเบียนของกรมฯ ในการแก้ไขความขัดข้อง
    ๑). 3 c
    ประธานกรรมการ ๒)……
    ..กรรมการ
    m)……..
    бахт
    ..กรรมการร่าง
    ประกาศกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการบริหารข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านการลงทะเบียนผู้เข้าชมงาน แสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ปี ๒๕๖๙ (ครั้งที่ ๑)
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการบริหาร ข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านการลงทะเบียนผู้เข้าชมงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ปี ๒๕๖๙ (ครั้งที่ ๑) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการ ประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๙๘๕,๖๖๖.๖๖ บาท (สี่ล้านเก้าแสนแปดหมื่นห้าพันหกร้อยหกสิบหก บาทหกสิบหกสตางค์) จำนวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
    ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาจะต้องนำเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคและขั้นตอนการดำเนินโครงการ ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) ในวันที่……………………………………ตั้งแต่เวลา……………………….น. เป็นต้นไป รายละ ๓๐ นาที และตอบข้อซักถามจากคณะกรรมการฯ รายละไม่เกิน ๑๕ นาที ณ สำนัก สารสนเทศและการบริการการค้าระหว่างประเทศ ชั้น 3 (ตึกริมถนน) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ ๕๖๓ ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ โดยกรมฯ จะไม่พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาที่ไม่มานำเสนองานตามวันและเวลาที่กรมฯ กำหนดข้างต้น
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
    ประกาศ ณ วันที่ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
    (นางสุภาพร สุขมาก)
    รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน
    อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    สำเนาถูกต้อง
    รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
    (นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์)
    นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ พาณิชย์ชำนาญการร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างโครงการบริหารข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านการลงทะเบียนผู้เข้าชมงานแสดงสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับ ปี ๒๕๖๙ (ครั้งที่ ๑)
    ตามประกาศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    ลงวันที่ ธันวาคม ๒๕๖๘
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคา จ้างโครงการบริหารข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านการลงทะเบียนผู้เข้าชมงานแสดงสินค้าอัญมณีและ เครื่องประดับ ปี ๒๕๖๙ (ครั้งที่ ๑) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    จ้างโครงการบริหารข้อมูลด้านการค้า
    ระหว่างประเทศ ผ่านการลงทะเบียน
    ผู้เข้าชมงานแสดงสินค้าอัญมณีและ
    เครื่องประดับ ปี ๒๕๖๙ (ครั้งที่ ๑)
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ โครงการ
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน
    นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง
    ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง
    พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการบริหารงานลงทะเบียนงาน แสดงสินค้าและมีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวอย่างน้อย ๑ งานในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา (นับจนถึงวันที่ยื่นข้อ เสนอ) โดยเป็นการบริหารงานลงทะเบียนงานแสดงสินค้าที่มีผู้เข้าชมงานเป็นชาวต่างประเทศ (Overseas Visitors) ทั้งนี้ ต้องยื่นหลักฐานผลงานดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอด้านเทคนิค ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ
    กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง
    กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
    (๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
    (๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) เอกสารข้อเสนอด้านเทคนิค
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
    ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๙
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม
    จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
    ๕.๒.๑ จ้างโครงการบริหารข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านการลง ทะเบียนผู้เข้าชมงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ปี ๒๕๖๙ (ครั้งที่ ๑)
    (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นผ่าน ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับการนำเสนองานในวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอมานำเสนอข้อ เสนอทางเทคนิค โดยการให้คะแนนคิดตาม “เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน”
    โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
    ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย
    อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง
    กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฎิบัติงานถูกต้องและ ครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง และกรมได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
    ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง
    ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
    ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
    (๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    ธันวาคม ๒๕๖๘
    สำเนาถูกต้อง
    รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
    (นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์)
    นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
    โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ
    พาณิชย์ชำนาญการ