จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนน อบจ.นฐ.๐๐๒๗ บ้านมาบแค - บ้านเลาเต่า ตำบลตาก้อง, ตำบลมาบแค อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

องค์การบริหารส่วนนครปฐม 68129253186
฿19,689,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 18 ก.พ. 2569 นครปฐม
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING ตามแบบมาตรฐานงานทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมทางหลวงชนบท (แบบเลขที่ กถ-7-603) มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างชั้นทางเดิมให้มีกำลังรับน้ำหนักเพียงพอ และซ่อมสร้างผิวทางให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐาน

ขอบเขตงานเริ่มต้นด้วยการส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน และประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสมภายใน 15 วันนับจากวันลงนามในสัญญา จากนั้นดำเนินการขุดซ่อมแบบ Deep Patch เพื่อแก้ไขจุดโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (Soft Spot) กรณีทางทรุดตัวหรือเป็นแอ่งให้เสริมหินคลุกปรับระดับก่อน แล้วจึงทำการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ด้วยเครื่องจักรขุดตัดรื้อชิ้นทางเดิมให้ร่วนซุย คลุกเคล้ากับปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ และบดทับให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามแบบ โดยหากใช้ปูนซีเมนต์ต้องบดทับให้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีด

งานควบคุมคุณภาพประกอบด้วยการทดสอบกำลังรับแรงอัด (UCS) ทุกช่วงงานไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ต่อ 1 ชุดทดสอบ (3 ตัวอย่าง) บ่มในถุงพลาสติก 7 วัน แช่น้ำ 2 ชั่วโมง ทดสอบตาม มท.(ท) 303-2545 การทดสอบความแน่นบดอัดไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor ทุกพื้นที่ 450 ตร.ม. ต่อ 1 หลุม และการบ่มชั้นทางด้วยการพ่นน้ำอย่างน้อย 7 วัน ปิดท้ายด้วยงาน Prime Coat ตาม มทช.225-2545 ผิวทางและไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีตตาม มทช.230-2545 และการตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร รวมถึงงานเครื่องหมายจราจรและ Guard Rail ตามที่กำหนดในแบบแต่ละสายทาง

English summary

This project involves the repair and reconstruction of asphalt concrete pavement using the Pavement In-Place Recycling method, in accordance with the Department of Rural Roads standard drawing No. ROR-7-603 (กถ-7-603). The scope includes submitting a work plan within 7 days of contract signing, collecting material samples for mix design within 15 days, deep patching of weak pavement structures (soft spots), adding crushed rock base for leveling where required, and in-place recycling of the existing pavement layer by pulverizing the old pavement and mixing it with Portland cement or asphalt additives, then compacting to achieve the specified unconfined compressive strength (UCS) and density. Quality control requires UCS testing on 3 specimens per construction section not exceeding 1,500 sq.m. (cured 7 days, soaked 2 hours, tested per มท.(ท) 303-2545), field density of at least 95% Modified Proctor Density tested every 450 sq.m., and curing by water spraying for at least 7 days. Final works include prime coat per มทช.225-2545, asphalt concrete surfacing per มทช.230-2545, traffic lane markings, plus traffic signs and guard rail restoration as specified in each route drawing.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุตำแหน่งที่ตั้งเฉพาะเจาะจงในเอกสารฉบับนี้ (รายละเอียดช่วงหลักกิโลเมตรและสายทางกำหนดในแบบแต่ละสายทาง)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงฟื้นฟูโครงสร้างชั้นทางเดิมในที่ (In-Place Recycling) ให้มีกำลังรับแรงอัดและความแน่นตามมาตรฐานที่กำหนดในแบบ
  • แก้ไขจุดโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (Soft Spot) ด้วยวิธีขุดซ่อม Deep Patch ตามแบบมาตรฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  • ปรับระดับผิวทางที่ทรุดตัวหรือเป็นแอ่งด้วยการเสริมหินคลุก
  • ซ่อมสร้างผิวทางและไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้กลับมาใช้งานได้ตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท
  • จัดทำเครื่องหมายจราจร เส้นแบ่งทิศทางจราจร และอุปกรณ์ความปลอดภัย (Guard Rail) ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยตามแบบแต่ละสายทาง

ขอบเขตของงาน

  1. จัดทำและส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้างเพื่อตรวจสอบและอนุมัติ ภายใน 7 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  2. ประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ส่งหน่วยงานราชการเพื่อออกแบบส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ พร้อมให้ข้อมูลการสำรวจออกแบบและรายละเอียดตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
  3. ขุดซ่อม (Deep Patch) แก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (Soft Spot) ตามแบบมาตรฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  4. เสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อย กรณีโครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง ตามที่แบบกำหนด ก่อนทำการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
  5. ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี Pavement In-Place Recycling — ใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชิ้นทางเดิมให้ร่วนซุย คลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม (ปูนซีเมนต์ แอสฟัลต์ หรือสารผสมอื่น) แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัด (UCS) ตามแบบ โดยหากใช้ปูนซีเมนต์ต้องบดทับให้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
  6. บ่มชั้นทางที่ผสมปูนซีเมนต์ด้วยการพ่นน้ำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วันนับจากวันก่อสร้างแล้วเสร็จ (เปิดจราจรได้ตามปกติระหว่างบ่ม)
  7. ทำ Prime Coat ฟื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
  8. ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
  9. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรือจัดทำติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตร และ Guard Rail ตามที่กำหนดในแบบแต่ละสายทาง
  10. ปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับเปลี่ยนช่วงหลักกิโลเมตร การเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ/อาคารสาธารณะ หรือทางแยกสาธารณะ ตามดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง/ผู้ควบคุมงาน โดยต้องได้ปริมาณงานตามที่กำหนดไว้ในแบบ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับการอนุมัติจากผู้ว่าจ้าง (ภายใน 7 วันนับจากลงนามสัญญา)
  • ตัวอย่างวัสดุและข้อมูลสำรวจสำหรับออกแบบส่วนผสม (ภายใน 15 วันนับจากลงนามสัญญา)
  • งานขุดซ่อม Deep Patch บริเวณ Soft Spot ที่แล้วเสร็จตามแบบมาตรฐาน
  • งานเสริมหินคลุกปรับระดับ (กรณีที่แบบกำหนด)
  • ชั้นทางปรับปรุงในที่ผสมปูนซีเมนต์/แอสฟัลต์ที่ผ่านการทดสอบ UCS และความแน่นบดอัดตามข้อกำหนด
  • งาน Prime Coat ฟื้นทางและพื้นไหล่ทาง
  • ผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีตตามความหนาที่กำหนดในแบบแต่ละสายทาง
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
  • เครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตร และ Guard Rail ที่ซ่อมแซม/ติดตั้งให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ส่งแผนการปฏิบัติงาน: ภายใน 7 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • เก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสม: ภายใน 15 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • บดทับชั้นทางผสมปูนซีเมนต์ให้แล้วเสร็จ: ภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
  • การบ่มชั้นทางด้วยการพ่นน้ำ: อย่างน้อย 7 วันนับจากวันก่อสร้างแล้วเสร็จ
  • ระยะเวลาก่อสร้างโดยรวมของโครงการ: ไม่ระบุในเอกสารฉบับนี้ (กำหนดในสัญญา/แบบแต่ละสายทาง)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

เอกสารข้อกำหนดงานฉบับนี้เป็นข้อกำหนดการก่อสร้าง (Construction Specification) ไม่ได้ระบุคุณสมบัติผู้เสนอราคาโดยตรง สรุปตามหัวข้อได้ดังนี้:

  • Eligibility Requirements: ไม่ระบุในเอกสารฉบับนี้
  • Standards Compliance: ไม่ระบุข้อกำหนด ISO โดยตรง แต่งานต้องเป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท (มทช., มท., ม., มล., มณ) และ มอก. 15 สำหรับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
  • Experience: ไม่ระบุในเอกสารฉบับนี้
  • Previous Project Cost: ไม่ระบุในเอกสารฉบับนี้
  • Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องจักรขุดตัดรื้อชิ้นทางเดิมให้ร่วนซุยพร้อมคลุกเคล้าวัสดุผสม (Recycling Machine) และเครื่องจักรบดอัดที่สามารถบดทับให้ได้ความแน่นตามข้อกำหนด โดยต้องบดทับเสร็จภายใน 2 ชั่วโมงหากใช้ปูนซีเมนต์
  • Personnel: ไม่ระบุในเอกสารฉบับนี้

เกณฑ์การพิจารณา

ไม่ระบุวิธีการประเมินราคา/คัดเลือกผู้เสนอราคาในเอกสารฉบับนี้ (เป็นข้อกำหนดการก่อสร้าง) อย่างไรก็ตาม คุณภาพงานจะถูกตรวจรับตามเกณฑ์ทางเทคนิค ได้แก่:

  • ค่ากำลังรับแรงอัดเฉลี่ย (UCS) ของแต่ละช่วงงานต้องไม่น้อยกว่าค่าที่กำหนดในแบบ (อนุญาตให้ต่ำกว่าได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ไม่น้อยกว่า 85% ของค่ากำหนด)
  • ความแน่นบดอัดไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
  • ผลงานต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานทางกรมทางหลวงชนบทที่อ้างอิงทุกรายการ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

วิธีการก่อสร้าง (Pavement In-Place Recycling):

  • ใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชิ้นทางเดิมให้ร่วนซุย คลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม (ปูนซีเมนต์/แอสฟัลต์/สารผสมอื่น) แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและ UCS ตามแบบ
  • กรณีใช้ปูนซีเมนต์: ต้องบดทับให้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา

การทดสอบกำลังรับแรงอัด (UCS) — ข้อ 5.1:

  • เก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่างต่อทุกช่วงงานที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. (ถือเป็น 1 ชุดทดสอบ)
  • บดอัดด้วยวิธี Compaction Test แบบสูงกว่ามาตรฐาน ดันตัวอย่างออกจากแบบ บ่มในถุงพลาสติก 7 วัน แช่น้ำ 2 ชั่วโมง แล้วทดสอบตาม มท.(ท) 303-2545 (โดยอนุโลม)
  • ค่า UCS เฉลี่ยต่อช่วงต้องไม่น้อยกว่าค่าที่กำหนดในแบบ อนุญาตให้มีตัวอย่างต่ำกว่าค่ากำหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่า 85% ของค่ากำหนด

การทดสอบช้ำ (Retest) — ข้อ 5.2:

  • หากผลไม่ผ่าน ผู้รับจ้างอาจขอเจาะเก็บ Core 3 ก้อนจากสนาม (อายุไม่เกิน 28 วัน) ค่าเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่า 85% ของค่ากำหนด อนุญาตต่ำกว่า 85% ได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่า 70%
  • หากยังไม่ผ่าน ถือว่างานช่วงนั้นใช้ไม่ได้ ต้องปรับปรุงชั้นทางใหม่ให้ได้มาตรฐาน โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

การทดสอบความแน่นบดอัด — ข้อ 5.3:

  • บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density ทดสอบพื้นที่ 450 ตร.ม. ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กำหนดเป็นอย่างอื่น

การบ่มและการเปิดจราจร — ข้อ 5.5:

  • พ่นน้ำให้ผิวหน้าชั้นทางชุ่มชื้นต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วันนับจากก่อสร้างแล้วเสร็จ เปิดจราจรได้ตามปกติตลอดช่วงบ่ม

ข้อกำหนดวัสดุ:

  • หินคลุก: Crushed Rock Soil Aggregate Type Base ตาม ม.306-2550 | LL ≤ 25 | PI ≤ 6% | ค่าความลึก(ร่อน)ไม่มากกว่า 40% | CBR ≥ 80% | สะอาด ปราศจากเกลือ น้ำมัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ
  • น้ำ: สะอาด ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อคุณภาพวัสดุผสม
  • ปูนซีเมนต์: มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 15 (ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์)
  • Prime Coat: ตามมาตรฐานงานไพร์มโคท มล. 308-2550
  • ผิวทาง/ไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต: ตามมาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มณ 313-2550 (ความหนากำหนดในแบบแต่ละสายทาง)
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจร: ตามแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง

เงื่อนไขการปรับเปลี่ยนงาน:

  • รายละเอียดรูปตัดโครงสร้างทางเปลี่ยนแปลงด้านเรขาคณิต/โครงสร้างได้ตามดุลยพินิจผู้ว่าจ้าง
  • ช่วงหลักกิโลเมตรปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม รวมถึงเพิ่มทางเชื่อมสถานที่ราชการ/อาคารสาธารณะ/ทางแยกสาธารณะในระยะไม่เกินเขตทางหลวง ตามดุลยพินิจผู้ควบคุมงาน แต่ต้องได้ปริมาณงานตามแบบ

เงื่อนไขสัญญา

  • ค่าใช้จ่ายที่ผู้รับจ้างรับผิดชอบ: ค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสม การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ รวมถึงผลความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น (ข้อ 5.4)
  • ค่าใช้จ่ายกรณีงานไม่ผ่านการทดสอบ: ค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ำ และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกำหนด ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ข้อ 5.2)
  • ตารางการจ่ายเงิน / เงื่อนไขการชำระเงิน / ค่าปรับ: ไม่ระบุในเอกสารฉบับนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Pavement In-Place Recycling คือวิธีการก่อสร้างแบบใด? เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชิ้นทางเดิมให้ร่วนซุย คลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามที่กำหนดในแบบ โดยไม่ต้องขนวัสดุเดิมออก
  • หากใช้ปูนซีเมนต์ผสมในส่วนผสม ต้องบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลาเท่าใด? ต้องบดทับให้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
  • ต้องเก็บตัวอย่างทดสอบ UCS ถี่แค่ไหนและจำนวนเท่าใด? เก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่างจากทุกช่วงการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. โดยถือว่า 3 ตัวอย่างเป็น 1 ชุดทดสอบ
  • วิธีบ่มและทดสอบตัวอย่าง UCS เป็นอย่างไร? ดันตัวอย่างออกจากแบบหลังบดอัดแบบ Compaction Test สูงกว่ามาตรฐาน บ่มในถุงพลาสติก 7 วัน แช่น้ำ 2 ชั่วโมง แล้วทดสอบตามวิธี มท.(ท) 303-2545 (โดยอนุโลม)
  • เกณฑ์การยอมรับผลทดสอบ UCS คืออะไร? ค่าเฉลี่ยของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าค่าที่กำหนดในแบบ อนุญาตให้มีตัวอย่างต่ำกว่าค่ากำหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่า 85% ของค่ากำหนด
  • หากผลทดสอบ UCS ไม่ผ่าน มีทางเลือกใดบ้าง? ผู้รับจ้างอาจขอเจาะเก็บ Core จากสนาม 3 ก้อน (อายุไม่เกิน 28 วัน) ค่าเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่า 85% ของค่ากำหนด (ต่ำกว่า 85% ได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ไม่น้อยกว่า 70%) หากยังไม่ผ่านต้องทำงานใหม่ทั้งช่วง โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
  • ความแน่นบดอัดขั้นต่ำและความถี่การทดสอบคือเท่าใด? ต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density โดยทดสอบทุกพื้นที่ 450 ตร.ม. ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กำหนดเป็นอย่างอื่น
  • ข้อกำหนดคุณสมบัติหินคลุกที่ใช้เสริมปรับระดับคืออะไร? ต้องเป็น Crushed Rock Soil Aggregate Type Base ตาม ม.306-2550 มีค่า LL ไม่มากกว่า 25, PI ไม่มากกว่า 6%, ค่าความลึกร่อนไม่มากกว่า 40%, CBR ไม่น้อยกว่า 80% และต้องสะอาดปราศจากเกลือ น้ำมัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ
  • หลังก่อสร้างชั้นทางผสมปูนซีเมนต์ สามารถเปิดจราจรได้หรือไม่? ได้ โดยต้องบ่มชั้นทางด้วยการพ่นน้ำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วันนับจากวันก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดการจราจรได้ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  • สามารถเปลี่ยนแปลงช่วงหลักกิโลเมตรหรือเพิ่มบริเวณทางเชื่อมได้หรือไม่? ได้ ภายใต้ดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง/ผู้ควบคุมงาน รวมถึงการเพิ่มทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ อาคารสาธารณะ หรือทางแยกสาธารณะในระยะไม่เกินเขตทางหลวง ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กำหนดไว้ในแบบ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING

  1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
    ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด
  2. ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  3. กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
    จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
  4. ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชิ้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
    วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา 5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 ” วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
    ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
    5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
    กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงขึ้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
    ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
    5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
    MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
    ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น

    5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
    ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  5. PRIME COAT ฟื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
  6. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
    ลําดับ
    รายการ
    1 หินคลุก
    2 น่า
    3 ปูนซิเมนต์
    on

    4
    PRIME COAT
    ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ขอก้าหนด
    ต้องเป็นหินโม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม ม.306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรอไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
    มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง " มาตรฐานงานไพร์มโคท” มล. 308-2550
    ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง " มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” มณ313-2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง ” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
    หมายเหตุ
    מ
  7. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
    สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  8. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
    เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
    ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
  9. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
    นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  11. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    กรมทางหลวงชนบท
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    โดยวิธี PAVBMENT IN-PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แผ่นที่ 102
    แบบเลขที่ กถ-7-603