ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้องานซื้อพร้อมติดตั้ง High Speed Diverter (HSD) จำนวน 4 ชุด ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 68129168890
฿5,779,284 ปีงบ 2569 ประกาศ 8 มิ.ย. 2569 ภูเก็ต
รายละเอียดการจ้าง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะดำเนินการจัดซื้อพร้อมติดตั้งเครื่อง High Speed Diverter (HSD) จำนวน 4 ชุด เพื่อทดแทนอุปกรณ์เดิมที่ใช้งานอยู่ในระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต โครงการนี้ครอบคลุมถึงการรื้อถอนอุปกรณ์ HSD ชุดเดิม การจัดหาและติดตั้ง HSD ชุดใหม่ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดทางเทคนิค เช่น ความสามารถในการลำเลียงกระเป๋าไม่น้อยกว่า 30 ใบต่อนาที, เป็นชนิด Angle 45 องศา, ลำเลียงไปด้านขวา, รองรับขนาดและน้ำหนักกระเป๋าตามที่กำหนด, ระบบไฟฟ้า AC 400/230V และ DC 24V, มอเตอร์ประสิทธิภาพ IE3 และการเชื่อมต่อกับระบบ Programmable Logic Controller (PLC) ปัจจุบัน ผู้ขายต้องรับผิดชอบการปรับปรุงพื้นที่หากจำเป็น การทดสอบระบบให้ทำงานได้สมบูรณ์ การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และการส่งมอบเอกสารคู่มือต่างๆ รวมถึงแบบติดตั้งจริง (As Built Drawing) และ Source Code ของระบบ SCADA และ PLC นอกจากนี้ ผู้ขายต้องรับประกันคุณภาพการใช้งานอุปกรณ์เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 730 วัน และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการติดตั้ง การทดสอบ การฝึกอบรม และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

English summary

Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) intends to procure and install 4 sets of High Speed Diverters (HSD) to replace existing equipment in the baggage handling system at the International Passenger Terminal, Phuket International Airport. The scope includes dismantling the old HSD units, supplying and installing new HSD units with specified technical capabilities such as a throughput capacity of at least 30 bags per minute, 45-degree angle, right-hand diversion, compatibility with specified baggage dimensions and weights, AC 400/230V and DC 24V electrical systems, IE3 efficiency motors, and seamless integration with the existing Programmable Logic Controller (PLC) system. The supplier is responsible for any necessary site modifications, comprehensive system testing, staff training, and delivery of all required documentation, including As-Built Drawings and SCADA/PLC source code. A warranty period of at least 730 days is required. The supplier must strictly adhere to installation, testing, training, and safety requirements.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานภูเก็ต

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • จัดซื้อพร้อมติดตั้ง High Speed Diverter (HSD) จำนวน 4 ชุด เพื่อทดแทนของเดิม
  • เพื่อใช้ในระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต

ขอบเขตของงาน

  • รื้อถอนอุปกรณ์ High Speed Diverter (HSD) เดิมที่ใช้งานอยู่
  • จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ HSD ชุดใหม่ จำนวน 4 ชุด
  • อุปกรณ์ HSD ชุดใหม่ต้องสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบ Programmable Logic Controller (PLC) ของระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระของท่าอากาศยานภูเก็ตที่ใช้งานอยู่ปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์
  • อุปกรณ์ HSD ชุดใหม่ต้องสามารถติดตั้งร่วมกับสายพานชุดเดิมได้อย่างสมบูรณ์ หากต้องมีการเปลี่ยนแปลงกายภาพของพื้นที่เดิม ผู้ขายจะต้องดำเนินการโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น
  • งานใดที่ไม่ได้กำหนดในข้อกำหนดรายละเอียด แต่จะต้องดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของการทำงาน ผู้ขายจะต้องดำเนินการโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น
  • ชิ้นส่วนอุปกรณ์สายพานรวมถึงจุดเชื่อมต่อระหว่างสายพาน HSD ที่ติดตั้งใหม่และสายพานชุดเดิม ต้องถูกออกแบบและติดตั้งให้ไม่กระทบต่อการลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ และไม่เป็นต้นเหตุให้เกิดการชำรุดและการติดขัดของกระเป๋าสัมภาระ หากมีเหตุลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น ผู้ขายจะต้องดำเนินการแก้ไขโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น
  • อุปกรณ์ที่ติดตั้งใหม่ต้องทำสีตามของเดิมที่ทำการรื้อถอน
  • ดำเนินการปรับปรุงและทดสอบฟังก์ชันการทำงานให้เป็นไปตามข้อกำหนด
  • ส่งมอบอุปกรณ์ที่รื้อถอนแล้วคืนคลังพัสดุ ทภก.
  • จัดการฝึกอบรมวิธีการใช้งานและการซ่อมบำรุงให้กับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายบำรุงรักษา ท่าอากาศยานภูเก็ต

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • High Speed Diverter (HSD) จำนวน 4 ชุด พร้อมติดตั้ง
  • อุปกรณ์ที่รื้อถอนแล้ว (ส่งคืนคลังพัสดุ ทภก.)
  • เอกสาร Shop Drawing และรายการพัสดุประกอบการติดตั้ง
  • เอกสารแสดงวิธีและขั้นตอนการทดสอบ
  • รายงานการตรวจสอบการติดตั้ง (Mechanical, Electrical, Control devices)
  • รายงานผลการทดสอบการรับ-ส่งสัญญาณ (I/O Tests)
  • รายงานผลการทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ (Component Functional Test)
  • รายงานผลการทดสอบการทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ (System Integration Test)
  • เอกสารหลักฐานการฝึกอบรม
  • หนังสือคู่มือการใช้งาน (Operation Manual) (รูปเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
  • หนังสือคู่มือการซ่อมบำรุง (Service Manual) (รูปเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
  • หนังสือแสดงรายการอะไหล่ (Spare parts) (รูปเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
  • แบบติดตั้งจริง (As Built Drawing) (พร้อมลงนามวิศวกร)
  • Source code ต้นฉบับของระบบ SCADA และอุปกรณ์ PLC
  • ข้อมูลสำหรับเข้าถึงระบบ SCADA และอุปกรณ์ PLC (User/Password)
  • บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการ: 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
    • เป็นนิติบุคคลที่ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001
    • ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในการจำหน่าย High Speed Diverter (HSD) ยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิจำหน่ายจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศ
  • Standards Compliance:
    • บริษัทผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ High Speed Diverter (HSD) ต้องได้รับมาตรฐาน ISO 9001
    • การติดตั้งระบบไฟฟ้าตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฉบับล่าสุด
    • มอเตอร์ (Motor) ต้องผลิตและทดสอบตามมาตรฐาน IEC 60034-30-1
    • ประสิทธิภาพของมอเตอร์ต้องไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ IE3
  • Experience:
    • (ไม่ระบุ)
  • Previous Project Cost:
    • (ไม่ระบุ)
  • Technical Capabilities:
    • (โดยนัยจากคุณสมบัติทางเทคนิคของ HSD และระบบไฟฟ้า)
  • Personnel:
    • ต้องมีวิศวกรสาขาไฟฟ้ากำลังหรือวิศวกรสาขาเครื่องกลควบคุมงานติดตั้งตลอดเวลา พร้อมทั้งเป็นผู้ควบคุมการดำเนินการและเสนอสำเนาใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามพระราชบัญญัติวิศวกร

เกณฑ์การพิจารณา

  • ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • High Speed Diverter (Equipment):
    • ความสามารถในการลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ (Throughput capacity): ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 ใบต่อนาที (bags/min)
    • ชนิดการลำเลียง: 45 องศา (Angle 45 degree)
    • ทิศทางการลำเลียง: ไปสู่ด้านขวา (Right hand side diverter)
    • ขนาดกระเป๋าสัมภาระที่รองรับ:
      • กว้าง: ขั้นต่ำ 30 ซม., สูงสุด 55 ซม.
      • ยาว: ขั้นต่ำ 30 ซม., สูงสุด 90 ซม.
      • สูง: ขั้นต่ำ 10 ซม., สูงสุด 70 ซม.
    • น้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ: ขั้นต่ำ 2 กก., สูงสุด 32 กก.
  • ระบบไฟฟ้า (Electrical Specification):
    • Power Supply: AC 400/230V 3Phase 50Hz Wire
    • แรงดันไฟฟ้าสำหรับวงจรควบคุม: 24 VDC
    • มีไฟแสดงสถานะของแหล่งจ่ายไฟฟ้า AC ทั้ง 3 เฟส
    • อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน: Thermal Overload Relay (ปรับค่าได้), Over-Under Voltage Protection, Phase Protection Relay, Surge Arrester
    • Circuit Disconnects & Circuit Breakers: ชนิด Molded Case พร้อม Pistol Handle
    • มีไฟแสดงสถานะ (Pilot lamp) พร้อมสัญญาณเสียงเตือน (Buzzer) เพื่อแสดงสถานะการทำงานของสายพาน
    • ประสิทธิภาพของมอเตอร์: ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ IE3
    • ชุดควบคุมมอเตอร์: Inverter หรือชุดควบคุมสำเร็จรูปจากโรงงานผู้ผลิต
  • ขีดความสามารถของระบบ (System Capabilities):
    • ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ (System Throughput): ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 ใบต่อนาที (bags/min)
    • Security & Inspection Decision Times (HBS Level 2): ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 วินาที
    • ความถูกต้องในการคัดแยกกระเป๋าสัมภาระ: ไม่ต่ำกว่า 99.99%
  • ความสามารถในการทำงานของระบบ (System Functionality):
    • ฟังก์ชันตรวจสอบระยะระหว่างกระเป๋าสัมภาระ (Gap Condition)
    • ฟังก์ชันตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระผิดทิศทาง (Wrong Direction Condition)
    • ฟังก์ชันตรวจกระเป๋าสัมภาระติดขัด (Blockage Condition)
    • ฟังก์ชันหยุดรอเมื่อสายพานลำดับถัดไปไม่ทำงาน (Dieback)
    • ฟังก์ชันหยุดการทำงานฉุกเฉิน (Emergency Stop)
    • ฟังก์ชันแสดงข้อมูลหมายเลขกระเป๋าสัมภาระ (Bag ID) และผลลัพธ์การตัดสินใจจาก OSR
    • โหมดการทำงาน: Auto, Manual, Non-diverted position, Diverted position, Service mode
  • ระบบไฟฟ้า (Electrical) - ตู้ไฟฟ้า (Electrical Panel):
    • โครงสร้างตู้: แผ่นเหล็กหรือเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel) เกรด 304 หนาไม่น้อยกว่า 1.5 มม.
    • การป้องกันสนิม: ชุบฟอสเฟต หรือชุบสังกะสี
    • การพ่นสี: Epoxy Powder สีเดียวกับ HSD หรือตามมาตรฐานผู้ผลิต
    • ระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำ: ไม่น้อยกว่า IP54
    • มีพัดลมระบายความร้อนภายในตู้
    • การเชื่อมต่อสายไฟฟ้า: Flexible Conduit ชนิดกันน้ำ สำหรับอุปกรณ์ที่มีการสั่นสะเทือนหรือปรับตัวได้
    • การ Wiring: Mark สายไฟฟ้าทั้งหมดด้วยปลอกสีขาวพิมพ์ตัวอักษรสีดำ
    • อุปกรณ์ไฟฟ้า: ติดป้ายชื่อทุกตำแหน่ง สอดคล้องกับ Shop drawing
  • SCADA:
    • การแสดงผล (Display): Real Time, แบ่งเป็น 2 ระดับ (Level 1: ภาพรวมระบบ, Level 2: เฉพาะ HSD)
    • การสั่งการ (Command): ผ่านหน้าต่างแสดงผลระดับที่ 2 (Level 2) สามารถสั่งการ Auto/Manual mode, Non-diverted/Diverted position, Reset Fault/Jam/Isolate/E-Stop

เงื่อนไขสัญญา

  • การส่งมอบ: ครบถ้วนตามสัญญา ภายใน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การจ่ายเงิน: หลังจากผู้ขายได้ส่งมอบพัสดุให้ ทอท. ครบถ้วนตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
  • อัตราค่าปรับ: กรณีส่งมอบล่าช้า: ร้อยละ 0.2 ของราคาพัสดุตามสัญญา ต่อวัน
  • การรับประกัน:
    • รับประกันคุณภาพการใช้งานอุปกรณ์: ไม่น้อยกว่า 730 วัน (เนื่องจากการใช้งานปกติ)
    • การแก้ไขอุปกรณ์ขัดข้องระหว่างรับประกัน: ต้องดำเนินการแก้ไขให้เสร็จภายใน 2 วัน (48 ชั่วโมง) นับจากวันได้รับแจ้ง
    • การตรวจสอบการซ่อมบำรุงตามคู่มือ: เป็นระยะเวลา 730 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงาน
  • เงื่อนไขอื่นๆ:
    • ผู้ขายต้องส่งแผนการดำเนินงานให้คณะกรรมการฯ เห็นชอบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • ผู้ขายต้องส่ง Shop Drawings ให้คณะกรรมการฯ เห็นชอบภายใน 30 วันทำการ นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • พนักงานของผู้ขายต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรม
    • ต้องมีวิศวกรสาขาไฟฟ้ากำลังหรือเครื่องกลควบคุมงานติดตั้งตลอดเวลา
    • การขอตัดระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม หรือระบบอื่นๆ ต้องแจ้ง ทอท. ล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q1: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A1: เพื่อจัดซื้อและติดตั้งเครื่อง High Speed Diverter (HSD) จำนวน 4 ชุด เพื่อทดแทนอุปกรณ์เดิมในระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต
  • Q2: ขอบเขตงานของผู้ขายครอบคลุมถึงอะไรบ้าง?
    A2: ครอบคลุมการรื้อถอนอุปกรณ์เดิม, การจัดหาและติดตั้ง HSD ใหม่, การปรับปรุงและทดสอบระบบ, การเชื่อมต่อกับระบบ PLC เดิม, การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และการส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • Q3: คุณสมบัติทางเทคนิคที่สำคัญของ HSD ที่ต้องการคืออะไร?
    A3: ต้องมีความสามารถลำเลียงกระเป๋าไม่น้อยกว่า 30 ใบ/นาที, เป็นชนิด Angle 45 องศา, ลำเลียงไปด้านขวา, รองรับขนาดและน้ำหนักกระเป๋าตามที่กำหนด, มอเตอร์ประสิทธิภาพ IE3 และระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานที่ระบุ
  • Q4: ระบบไฟฟ้าที่ต้องการสำหรับ HSD มีข้อกำหนดอย่างไร?
    A4: ใช้แรงดันไฟฟ้า AC 400/230V 3Phase 50Hz และ DC 24V สำหรับวงจรควบคุม พร้อมอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ และมอเตอร์ประสิทธิภาพ IE3
  • Q5: ระบบ HSD ใหม่ต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบใดได้บ้าง?
    A5: ต้องสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบ Programmable Logic Controller (PLC) ของระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระของท่าอากาศยานภูเก็ตที่ใช้งานอยู่ปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์
  • Q6: ระยะเวลาการรับประกันคุณภาพการใช้งานอุปกรณ์นานเท่าใด?
    A6: ไม่น้อยกว่า 730 วัน นับจากวันที่ส่งมอบงาน
  • Q7: หากอุปกรณ์ขัดข้องระหว่างการรับประกัน ผู้ขายต้องดำเนินการแก้ไขภายในกี่วัน?
    A7: ต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน (48 ชั่วโมง) นับจากวันและเวลาที่ได้รับแจ้งจาก ทอท.
  • Q8: ผู้ขายต้องส่งมอบเอกสารใดบ้างเมื่อสิ้นสุดโครงการ?
    A8: รวมถึงคู่มือการใช้งาน, คู่มือซ่อมบำรุง, รายการอะไหล่, แบบติดตั้งจริง (As Built Drawing), Source Code ของระบบ SCADA และ PLC, และหลักฐานการฝึกอบรม
  • Q9: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานอย่างไรบ้าง?
    A9: ผู้ขายต้องปฏิบัติตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง” ของ ทอท. อย่างเคร่งครัด ซึ่งครอบคลุมถึงการขออนุญาตทำงาน, การใช้อุปกรณ์ PPE, การจัดการความเสี่ยง และข้อกำหนดเฉพาะสำหรับงานประเภทต่างๆ
  • Q10: เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาคืออะไร?
    A10: ทอท. จะพิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดรายละเอียด TOR
ข้อกําหนดรายละเอียดในการจัดหาของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) งานซื้อพร้อมติดตั้ง High Speed Diverter (HSD) จํานวน 4 ชุด ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต

  1. วัตถุประสงค์
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะซื้อพร้อมติดตั้ง High Speed Diverter (HSD) จํานวน 4 ชุด เพื่อทดแทนของเดิม สําหรับใช้ในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.)
  2. มาตรฐานที่กําหนด
    2.1 บริษัทผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ High Speed Diverter (HSD) ต้องได้รับมาตรฐาน ISO 9001 2.2 การติดตั้งระบบไฟฟ้าตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฉบับล่าสุด
  3. ลักษณะทั่วไป
    2.3 วัสดุและอุปกรณ์ต้องเป็นของใหม่ 100 % อยู่ในสภาพดี ไม่เคยใช้งานมาก่อน
    2.4 มอเตอร์ (Motor) ต้องผลิตและทดสอบตามมาตรฐาน IEC 60034-30-1
    ทอท. ต้องการรื้อถอนพร้อมติดตั้งสายพาน High Speed Diverter (HSD) จํานวน 4 ชุด เพื่อทดแทน ของเดิม (รายละเอียดสายพานชุดเดิมตามแบบเลขที่ HKT-BHS-HSD-001 และ HKT-BHS-HSD-002) พร้อมนําอุปกรณ์ที่รื้อถอนแล้วส่งคืนคลังพัสดุ ทภก. หลังจากดําเนินการติดตั้งอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย ผู้ขายจะต้อง
    ดําเนินการปรับปรุงและทดสอบฟังก์ชันการทํางานให้เป็นไปตามข้อกําหนด
  4. คุณสมบัติทางเทคนิค
    4.1 คุณสมบัติของเครื่องจักร (Equipment Specification)
    4.1.1 High Speed Diverter (Equipment) ต้องมีความสามารถในการลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
    (Throughput capacity) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 ใบต่อนาที (bags/min)
    4.1.2 High Speed Diverter ต้องเป็นชนิดการลําเลียง 45 องศา (Angle 45 degree)
    4.1.3 High Speed Diverter ต้องเป็นชนิดการลําเลียงไปสู่ด้านขวา (Right hand side diverter) 4.1.4 High Speed Diverter ต้องสามารถลําเลียงกระเป๋าสัมภาระลักษณะมาตรฐาน
    รายละเอียดดังนี้
    ขนาดต
    กว้าง (ซม.)
    ยาว (ซม.)
    สูง (ซม.)
    ขั้นต่ําา
    30
    30
    10
    (Minimum)
    สูงสุด
    55
    90
    70
    (Maximum)
    น้ําหนัก …
    น้ําหนัก ขั้นต่ํา
    (Minimum)
    สูงสุด
    (Maximum)
    4.2 ระบบไฟฟ้า (Electrical Specification)
    4.2.1 Power Supply
    2 กิโลกรัม
    32 กิโลกรัม
    4.2.1.1 แรงดันไฟฟ้า AC 400/230V 3Phase 50Hz Wire
    4.2.1.2 แรงดันไฟฟ้า 24 VDC สําหรับวงจรควบคุม
    4.2.1.3 มีไฟแสดงสถานะของแหล่งจ่ายไฟฟ้า AC ทั้ง 3 เฟส
    4.2.2 ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน Thermal Overload Relay ชนิดปรับค่าได้
    Over-Under Voltage Protection, Phase Protection Relay Law Surge Arrester
    4.2.3 Circuit Disconnects йй Circuit Breakers In Main Circuit Breakers
    ต้องเป็นชนิด Molded Case และต้องประกอบด้วยอุปกรณ์ Pistol Handle
    ทํางานของสายพาน
    4.2.4 มีไฟแสดงสถานะ (Pilot lamp) พร้อมสัญญาณเสียงเตือน (Buzzer) เพื่อแสดงสถานะการ
    4.2.5 ประสิทธิภาพของมอเตอร์ต้องไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ IE3
    4.2.6 ชุดควบคุมมอเตอร์ (Control Unit) ต้องเป็น Inverter หรือชุดควบคุมสําเร็จรูปที่ติดตั้งมา พร้อมกับสายพาน HSD จากโรงงานผู้ผลิต
  5. ความต้องการ
    ทอท. ต้องการซื้อพร้อมติดตั้งสายพาน High Speed Diverter (HSD) จํานวน 4 ชุด และสายพาน HSD ชุดใหม่ที่ติดตั้งต้องสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบ Programmable Logic Controller (PLC) ของระบบลําเลียง กระเป๋าสัมภาระของท่าอากาศยานภูเก็ตที่ใช้งานอยู่ปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์
    5.1 ทั่วไป (General)
    5.1.1 HSD ชุดใหม่ต้องสามารถติดตั้งร่วมกับสายพานชุดเดิมได้อย่างสมบูรณ์ ถ้าต้องมีการ
    เปลี่ยนแปลงกายภาพของพื้นที่เดิม ผู้ขายจะต้องดําเนินการโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น
    5.1.2 งานใดที่ไม่ได้กําหนดในข้อกําหนดรายละเอียด แต่จะต้องดําเนินงานเพิ่มเติมเพื่อให้เกิด
    ความสมบูรณ์ของการทํางาน ผู้ขายจะต้องดําเนินการโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น
    5.1.3 ชิ้น …
    5.1.3 ชิ้นส่วนอุปกรณ์สายพานรวมถึงจุดเชื่อมต่อระหว่างสายพาน HSD ที่ติดตั้งใหม่และสายพาน ชุดเดิม ต้องถูกออกแบบและติดตั้งให้ไม่กระทบต่อการลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ และไม่เป็นต้นเหตุให้เกิดการชํารุด และการติดขัดของกระเป๋าสัมภาระ ถ้ามีเหตุลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น ผู้ขายจะต้องดําเนินการแก้ไขโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ
    ทั้งสิ้น
    5.1.4 อุปกรณ์ที่ติดตั้งใหม่ต้องทําสีตามของเดิมที่ทําการรื้อถอน
    5.2 ขีดความสามารถของระบบ (System Capabilities)
    5.2.1 ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระต้องมีความสามารถในการลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
    (System Throughput) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 ใบต่อนาที (bags/min)
    5.2.2 Security & Inspection Decision Times (HBS Level 2 bag ออกจากเครื่อง X-ray
    จนถึง Decision point) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 วินาที
    5.2.3 ความถูกต้องในการคัดแยกกระเป๋าสัมภาระต้องไม่ต่ํากว่า 99.99%
    5.3 ความสามารถในการทํางานของระบบ (System Functionality)
    5.3.1 มีฟังก์ชันตรวจสอบระยะระหว่างกระเป๋าสัมภาระ (Gap Condition) ก่อนสัมภาระเข้าสู่ High Speed Diverter เมื่อไหร่ที่ระยะระหว่างกระเป๋าไม่เป็นไปตามที่ได้กําหนดไว้ ระบบสามารถทําการจัดระยะห่าง ระหว่างกระเป๋าสัมภาระใหม่ให้มีระยะห่างเพียงพอเพื่อป้องกัน High Speed Diverter หนีบกระเป๋าสัมภาระ
    5.3.2 มีฟังก์ชันตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระผิดทิศทาง (Wrong Direction Condition) ในกรณีที่ กระเป๋าสัมภาระต้องสงสัย (Rejected Bags) สัมภาระเกินเวลาตัดสินใจ (Time out Bags) สัมภาระไม่มี Bag ID (Stray Bags) และสัมภาระขาดการติดตาม (Lost tracking Bag) หลุดเข้าไปสู่ Clear Line ระบบจะต้องสามารถ ตรวจสอบได้ และสามารถสั่งหยุดการทํางานในทันที และต้องแสดง Alarm message ไปยัง SCADA
    5.3.3 มีฟังก์ชันตรวจกระเป๋าสัมภาระติดขัด (Blockage Condition) ระบบต้องสามารถ ตรวจสอบได้ว่าไม่มีกระเป๋าสัมภาระติดขัดอยู่ที่ High Speed Diverter โดยต้องตรวจสอบได้ว่ากระเป๋าสัมภาระที่เข้า ไปสู่ High Speed Diverter ได้ออกไปสู่ Clear Line หรือ Alarm Line แล้วหรือไม่ ถ้ากระเป๋าสัมภาระยังไม่ออกไปสู่ Clear Line หรือ Alarm Line ระบบต้องหยุดการทํางานในทันทีและแสดง Alarm message ไปยัง SCADA
    5.2.4 มีฟังก์ชันหยุดรอเมื่อสายพานลําดับถัดไปไม่ทํางาน (Dieback) เมื่อ High Speed Diverter
    หยุดทํางาน และมีกระเป๋าสัมภาระเข้ามาในสายพานท่อนก่อนหน้า (Upstream Conveyor) สายพานท่อนก่อนหน้า นั้นจะหยุดรอ และถ้ามีกระเป๋าสัมภาระเข้ามาในสายพานท่อนก่อนหน้านั้นอีกก็ให้สายพานนั้นหยุดไปเป็นลําดับ
    5.3.5 มีฟังก์ชันหยุดการทํางานฉุกเฉิน (Emergency Stop) ในกรณีที่มีการหยุดการทํางานของ สายพานฉุกเฉิน (E-stop Activated) สายพาน High Speed Diverter และสายพานที่ติดกัน ทั้งลําดับก่อนหน้า (Upstream) และลําดับถัดไป (Downstream) จะต้องหยุดการทํางานทันที และต้องมีการแสดงสถานะของระบบ ผ่านสัญญาณแสงสีแดงและสัญญาณเสียงที่บริเวณตู้ไฟฟ้า (Electrical Panel)
    5.3.6 มี…
    5.3.6 มีฟังก์ชันแสดงข้อมูลหมายเลขกระเป๋าสัมภาระ (Bag ID) และผลลัพธ์การตัดสินใจจากห้อง On-Screen Resolution (OSR) ของกระเป๋าสัมภาระที่กําลังเข้าสู่สายพาน High Speed Diverter ผ่านจอแสดงผล ติดตั้งบริเวณตู้ควบคุม (Control Cabinet) รายละเอียดการแสดงผลดังนี้
    คําอธิบาย
    การแสดงสถานะผ่านจอแสดงผล
    กระเป๋าสัมภาระไม่ต้องสงสัย
    กระเป๋าสัมภาระต้องสงสัย
    O.K.
    REJECTED
    กระเป๋าสัมภาระเกินเวลาตัดสินใจ TIME OUT
    กระเป๋าสัมภาระไม่มี Bag ID
    STRAY BAG
    5.3.7 โหมดการทํางาน (Operating modes)
    โหมดการทํางาน
    รายละเอียด
    การทํางานอัตโนมัติตามที่โปรแกรมกําหนดไว้
    Auto mode
    Manual mode
    Non-diverted position
    Service mode
    5.4 ระบบไฟฟ้า (Electrical)
    5.4.1 ตู้ไฟฟ้า (Electrical Panel)
    Diverted position
    สามารถควบคุมการทํางานของตําแหน่งแขนปัดได้อย่างอิสระ สามารถควบคุมการทํางานของสายพานได้อย่างอิสระ
    5.4.1.1 โครงสร้างตู้ทําจากแผ่นเหล็ก หรือเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel) เกรด 304 หนาไม่น้อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร โครงสร้างตู้ในส่วนที่เป็นเหล็ก ต้องผ่านกรรมวิธีป้องกันสนิม เช่น ชุบฟอสเฟต หรือชุบสังกะสี เป็นต้น สําหรับการพ่นสีให้ใช้ Epoxy Power สีเดียวกับสายพาน High Speed Diverter (HSD) หรือตามมาตรฐานผู้ผลิต
    5.4.1.2 ระดับการป้องกันฝุ่นและน้ําไม่น้อยกว่า IP54
    5.4.1.3 มีพัดลมระบายความร้อนภายในตู้ขนาดที่เหมาะสม
    5.4.1 การเชื่อมต่อสายไฟฟ้าเข้าอุปกรณ์ เช่น มอเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่มีการสั่นสะเทือนหรือมีการ ปรับตัวได้ให้ใช้ท่อร้อยสายไฟฟ้าแบบ Flexible Conduit ชนิดกันน้ํา
    5.4.2 การตัดต่อสายไฟฟ้า ต้องต่อผ่านแผงต่อสายไฟฟ้า (Terminal Block) เท่านั้น
    5.4.3 การ Wiring สายไฟฟ้าต้องมีการ Mark สายไฟฟ้าทั้งหมดโดยเป็นปลอกสีขาวพิมพ์ด้วย ตัวหนังสือสีดํามองเห็นได้ชัดเจน
    5.4.4 อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดต้องติดป้ายชื่อให้ครบทุกตําแหน่ง และสอดคล้องกับ Shop drawing
    @
    5.5 SCADA …
    VIL
    5.5 SCADA
    5.5.1 การแสดงผล (Display) สามารถแสดงสถานะการทํางานของอุปกรณ์ได้อย่างทันที (Reat Time) โดยการแสดงผลจะแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้
    5.5.1.1 ระดับที่ 1 (Level 1) แสดงผลการทํางานของสายพาน High Speed Diverter
    ร่วมกับสายพานอื่นๆ ผ่านกราฟฟิกและสี โดยที่สามารถบอกสถานการณ์ทํางานได้ ดังนี้
    สถานะสายพานทํางานปกติ
  • สถานะสายพาน Isolate
  • สถานะสายพาน Fault
  • สถานะสายพาน Jam
  • สถานะสายพาน E-Stop
  • สถานะสายพาน Non-diverted position
  • สถานะสายพาน Diverted position
  • สถานะสายพาน Die back
    5.5.1.2 ระดับที่ 2 (Level 2) แสดงผลการทํางานของสายพาน High Speed Diverter ผ่านหน้าต่างแสดงผลเฉพาะสายพาน High Speed Diverter โดยสามารถบอกสถานการณ์ทํางานได้ ดังนี้
    สถานะสายพานทํางานปกติ Ready
  • สถานะสายพาน Isolate
  • สถานะสายพาน Fault
  • สถานะสายพาน Jam
  • สถานะสายพาน E-Stop
  • สถานะสายพาน Non-diverted position
  • สถานะสายพาน Diverted position
  • สถานะสายพาน Die back
  • สถานะโหมดการทํางานของสายพาน Diverter
    5.5.2 การสั่งการ (Command) หน้าต่างสําหรับสั่งการจะอยู่ร่วมกับหน้าต่างแสดงผลระดับที่ 2
    (Level 2) โดยต้องสามารถสั่งการ ได้ดังนี้
  • สามารถสั่งการทํางานของสายพานให้อยู่ในโหมดอัตโนมัติ (Auto mode) - สามารถสั่งการทํางานของสายพานให้อยู่ในโหมดสั่งการด้วยตนเอง (Manual) - สามารถสั่งการให้สายพานอยู่ในตําแหน่ง Non-diverted position
  • สามารถสั่งการให้สายพานอยู่ในตําแหน่ง Diverted position
  • สามารถสั่งการ Reset Fault, Reset Jam, Reset Isolate และ Reset E-Stop ได้
  1. การ …
  2. การติดตั้ง
    ผู้ขายต้องดําเนินงานรื้อถอนอุปกรณ์ High Speed Diverter (HSD) เดิมที่ใช้งานอยู่ ณ ปัจจุบัน และติดตั้งอุปกรณ์ HSD ชุดใหม่เข้าทดแทนให้สามารถใช้งานร่วมกับระบบเดิมได้อย่างสมบูรณ์จํานวน 4 ชุด โดยมีรายละเอียดการดําเนินงานเบื้องต้นดังนี้
    6.1 ผู้ขายต้องสํารวจพื้นที่หน้างานจริง และจัดทําแผนการรื้อถอน ติดตั้ง เสนอคณะกรรมการ
    ตรวจรับพัสดุ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนการเข้าดําเนินงาน
    6.2 อุปกรณ์ทั้งหมดที่ทําการรื้อถอน ทางผู้ขายจะต้องจัดทําบัญชีรายการของทุกอุปกรณ์ เช่น ชื่ออุปกรณ์, Model, Serial Number และจํานวน เป็นต้น ว่าได้ทําการถอดมาจากตําแหน่งใด และทําการส่งคืน ให้กับ ทภก. โดยผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
    6.3 ผู้ขายต้องจัดทําแบบ Shop Drawing และรายการพัสดุ ประกอบการติดตั้งเสนอคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ก่อนการดําเนินงานติดตั้ง
    6.4 การรื้อถอน-ติดตั้ง ต้องไม่กระทบการให้บริการระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ และต้องติดตั้ง HSD ให้สามารถใช้งานได้และผ่านกระบวนการทดสอบการติดตั้ง ก่อนที่จะทําการรื้อถอน-ติดตั้ง อุปกรณ์ลําดับถัดไปซึ่งมี
    ลําดับการรื้อถอนและติดตั้งดังต่อไปนี้
    6.4.1 HSD01
    6.4.2 HSD02
    6.4.3 HSD03
    6.4.4 HSD04
  3. การทดสอบ
    7.1 กระเป๋าสัมภาระใช้สําหรับการทดสอบ (Test baggage)
    ผู้ขายต้องจัดเตรียมกระเป๋าสัมภาระที่ใช้สําหรับการทดสอบจํานวน 50 ใบ ซึ่งต้องมีคลอบคลุมทุก
    ประเภทของกระเป๋าสัมภาระ และมีป้ายแสดงตัวเลขติดทั้งสองด้านเพื่อให้ง่ายต่อการสังเกตุ สําหรับใช้ทดสอบการ ทํางานของ Diverter ที่ติดตั้งใหม่
    7.2 ผู้ขายต้องจัดทําเอกสารแสดงวิธี และขั้นตอนการทดสอบ เสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดย ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนการเข้าดําเนินการทดสอบ
    7.3 การตรวจสอบการติดตั้ง (Inspection of installation) ผู้ขายต้องติดตั้งอุปกรณ์เครื่องกล (Mechanical devices) อุปกรณ์ไฟฟ้า (Electrical devices) และอุปกรณ์ควบคุม (Control device) ตามคู่มือการ ติดตั้งของผู้ผลิต (Installation Manual) และจัดทํารายงานการตรวจสอบงานติดตั้งเมื่อดําเนินการติดตั้งชุดอุปกรณ์ แล้วเสร็จ เสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุรับทราบก่อนดําเนินงานในขั้นถัดไป
    7.4 การทดสอบการรับ-ส่งสัญญาณ (I/O Tests) หลังจากที่ผู้ชายทําการติดตั้งอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย เพื่อให้แน่ใจว่าติดตั้งจุดรับส่งสัญญาณ (I/O points) กับ PLC ได้ถูกต้องให้ทําการทดสอบการรับส่งสัญญาณ (VO Tests) เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นต่ออุปกรณ์
    ร.ร การ …
    7.5 การทดสอบการทํางานของอุปกรณ์ (Component Functional Test) ผู้ขายต้องทําการทดสอบ ความสามารถของอุปกรณ์ที่ได้ติดตั้งใหม่ให้เป็นไปตามความต้องการของ ทอท. ตามข้อกําหนดหัวข้อที่ 4 และจัดทํารายงานผลการทดสอบเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุรับทราบ
    7.6 การทดสอบการทํางานร่วมกับระบบอื่นๆ (System Integration Test) ผู้ขายต้องทําการทดสอบ อุปกรณ์ที่ได้ติดตั้งใหม่ทํางานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามความต้องการของ ทอท. และ
    มาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบการด้านการบิน
  4. การฝึกอบรม
    8.1 ภายหลังการติดตั้งและทดสอบระบบ ผู้ขายจะต้องจัดการฝึกอบรมวิธีการใช้งาน และการซ่อมบํารุง ให้กับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายบํารุงรักษา ท่าอากาศยานภูเก็ต โดยบุคลากรที่มีความรู้ความชํานาญการในอุปกรณ์ดังกล่าว โดยมีจํานวนผู้เข้าอบรมไม่น้อยกว่า 10 คน และมีระยะเวลาอบรมอย่างน้อย 2 วัน โดยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผู้ขายต้องเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
    8.2 หัวข้อในการฝึกอบรม ต้องมีรายละเอียดดังนี้
    8.2.1 ทฤษฎีและวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวกับขั้นตอนการใช้งาน (Operation) 8.2.2 ทฤษฎีและวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวกับการซ่อมบํารุง (Maintenance)
    8.2.3 ทฤษฎีและวิธีปฏิบัติการแก้ไขปัญหา (Trouble Shooting)
  5. หนังสือคู่มือหรือเอกสารที่ผู้ขายต้องส่งมอบให้ในวันที่ส่งมอบงาน
    9.1 หนังสือคู่มือการใช้งาน (Operation Manual) ชนิดรูปเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จํานวนชนิดละ
    1 ชุด ซึ่งแ
    ซึ่งแสดงรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ คําอธิบายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Product description) ข้อมูลด้านเทคนิค พื้นฐานของผลิตภัณฑ์ (Basic technical data) ขั้นตอนการใช้งาน (Operation Procedures) และคู่มือความ
    ปลอดภัย (Safety Instruction)
    9.2 หนังสือคู่มือการซ่อมบํารุง (Service Manual) ชนิดรูปเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จํานวนชนิดละ ซึ่งแสดงรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ คู่มือการซ่อมบํารุงอุปกรณ์ (Maintenance Manual) วิธีปฏิบัติการ แก้ไขปัญหา (Trouble Shooting) และรายการตรวจสอบซ่อมบํารุงรักษา (Inspection Check List)
    1ชุด
    9.3 หนังสือแสดงรายการอะไหล่ (Spare parts) ซึ่งประกอบด้วย ชนิดรูปเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จํานวนชนิดละ 1 ชุด ซึ่งแสดงรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ แบบภาพประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ (Part Assembly Drawing) อายุการใช้งาน (Life Span) และระยะเวลาส่งสินค้า (Delivery time)
    9.4 แบบติดตั้งจริง (As Built Drawing) โดยต้องมีวิศวกรสาขาที่เกี่ยวข้องลงนามรับรอง ซึ่งแสดง รายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ แบบวงจรไฟฟ้า (Electrical Drawings) และแบบวงจรควบคุม (Control Drawings)
    9.5 หนังสือแสดงวิธีทดสอบ และผลการทดสอบระบบ ตามข้อกําหนด (TOR) หัวข้อที่ 7
    9.6 หลักฐานการฝึกอบรมตามข้อกําหนด (TOR) หัวข้อที่ 8
    9.7 บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์
    9.8 Source …
    9.8 Source code ต้นฉบับของระบบ SCADA และอุปกรณ์ PLC
    9.9 ข้อมูลสําหรับเข้าถึงระบบ SCADA และอุปกรณ์ PLC รวมถึง User/Password ของระบบ SCADA และอุปกรณ์ PLC
  6. การส่งมอบ
  7. การจ่ายเงิน
    ผู้ขายต้องส่งมอบพัสดุให้ ทอท. ครบถ้วนตามสัญญา ภายใน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    ทอท. จะจ่ายเงินให้ผู้ขายหลังจากผู้ขายได้ส่งมอบพัสดุให้ ทอท. ครบถ้วนตามสัญญา
    และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
  8. อัตราค่าปรับ
    ในกรณีที่ผู้ขายส่งมอบพัสดุให้ ทอท. ไม่ครบถ้วนตามสัญญา ทอท. จะปรับผู้ขายเป็นรายวันในอัตรา ร้อยละ 0.2 (ศูนย์จุดสอง) ของราคาพัสดุตามสัญญา
  9. การรับประกัน
    13.1 ผู้ขายต้องประกันคุณภาพการใช้งานอุปกรณ์ หากเกิดการชํารุดเนื่องจากการใช้งานตามปกติวิสัย เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 730 วัน
    13.2 หากอุปกรณ์ขัดข้องขึ้นในระหว่างการรับประกันฯ ผู้ขายต้องส่งเจ้าหน้าที่หรือช่างที่มีความ ชํานาญเข้ามาดําเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน (48 ชั่วโมง) นับจากวันและเวลาที่ได้รับแจ้งจาก ทอท. พร้อมทั้งจัดทํารายงานผลการซ่อมบํารุงรักษาหรือแก้ไขทุกครั้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และหากผู้ขาย ไม่เข้าดําเนินการตามระยะเวลาที่กําหนด ทอท. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเข้าดําเนินการเองหรือมอบหมายให้ผู้หนึ่งผู้ใด ดําเนินการแทน โดยผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้แก่ ทอท. ตามจํานวนเงินที่ ทอท. เรียกเก็บตามที่เกิดขึ้นจริง
    13.3 ผู้ขายต้องทําการตรวจสอบการซ่อมบํารุงตามคู่มือการซ่อมบํารุงของผู้ผลิต เป็นระยะเวลา 730 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงาน โดยบริษัทผู้รับจ้างต้องเสนอแผนซ่อมบํารุงถึงคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนการเข้าดําเนินการ และหลังจากเข้าดําเนินการ ตามแผนการซ่อมบํารุง ผู้ขายต้องจัดทํารายงานการซ่อมบํารุงเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ทุกครั้งที่มาตรวจเช็ค โดยไม่คิดค่าบริการ รวมทั้งค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ตลอดระยะเวลาการให้บริการตรวจเช็ค
  10. เงื่อนไขที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
    14.1 ผู้ขายต้องส่งแผนการดําเนินงานให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    14.2 ผู้ขายจะต้องส่ง Shop Drawings แสดงการติดตั้งอย่างละเอียด ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เห็นชอบ ภายในระยะเวลา 30 วันทําการนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    14.3 การเข้าดําเนินงานของผู้ขายต้องให้เป็นไปตามระเบียบและข้อปฏิบัติของ ทอท. โดยเคร่งครัด
    14.4 พนักงาน
    14.4 พนักงานของผู้ขายต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรม จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สํานักงานตํารวจแห่งชาติก่อนเข้าปฏิบัติงาน โดยผู้ขายเป็นผู้ส่งให้ตรวจสอบ พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการ ตรวจประวัติ และต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง จึงจะให้เข้าทํางานได้
    14.5 ต้องมีหนังสือขอทําบัตรรักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคลให้แก่พนักงานของผู้ชายใช้ เข้า-ออก หรือ อยู่ในพื้นที่หวงห้าม โดยผ่านประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ พร้อมทั้งจัดพนักงานของผู้ขายบันทึกประวัติลงใน แบบฟอร์มที่ผู้ซื้อกําหนด และนําผลการตรวจประวัติตามข้อ 14.4 ส่งให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน ภูเก็ต ก่อนพนักงานของผู้ขายเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยผู้ขายต้องเสียค่าใช้จ่ายตามข้อบังคับที่กําหนด กรณีพนักงาน ของผู้ขายลาออก หรือถูกไล่ออก หรือเปลี่ยนตัวพนักงาน ผู้ขายต้องส่งคืนบัตรรักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคลให้ผู้ ซื้อ โดยมีหนังสือผ่านประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ หากผู้ขายไม่ปฏิบัติตามนี้ผู้ขายต้องถูกปรับตามข้อบังคับที่ผู้ซื้อ
    14.6 ต้องอบรมชี้แจง ควบคุมดูแลและกวดขันให้พนักงานของผู้ขายปฏิบัติตาม คําสั่ง กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ของผู้ซื้อ ตลอดจนวิธีการปฏิบัติต่างๆจนเข้าใจ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี
    กําหนด
    14.7 หากผู้ชายพบอุปสรรคใดๆ ในการดําเนินงานผู้ขายจะต้องทําการแจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมงานให้ รับทราบ โดยทันที
    14.8 ถ้ามีอุปกรณ์ที่จะต้องรื้อถอน ยกเลิกไม่ใช้งาน ผู้ขายต้องจัดทําบัญชีรายการของทุกอุปกรณ์ที่รื้อ ถอน และส่งมอบให้กับ ทอท.ทําการส่งคืนคลังพัสดุ ทภก. ต่อไป
    14.9 ในการปฏิบัติงานของผู้ขายหากก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ ต่อวัสดุอุปกรณ์ หรือ โปรแกรมควบคุมการทํางาน หรือสิ่งก่อสร้าง หรืออุปกรณ์ระบบต่อพ่วงที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน ผู้ขายต้องรับผิดชอบให้วัสดุ อุปกรณ์ หรือ โปรแกรมควบคุมการทํางาน หรือสิ่งก่อสร้าง หรืออุปกรณ์ระบบต่อพ่วงที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน ดังกล่าวกลับ สู่สภาพเดิม พร้อมทํางาน โดยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจาก ทอท.
    14.10 ในการปฏิบัติงานของผู้ขายหากก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารหรือ ทําให้กระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารพลาดเที่ยวบิน หากแสดงว่าเกิดจากความผิดพลาดหรือบกพร่องของผู้ขาย ผู้ขาย ต้องรับผิดชอบต่อ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามที่สายการบินแจ้งค่าเสียหายมายัง ทอท. โดยผู้ขายไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าใช้จ่าย ใดๆ ทั้งสิ้นจาก ทอท.
    14.11 ผู้ขายต้องเสนอแผนบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ให้ผู้ซื้อพิจารณาและเห็นชอบ ก่อนเข้าทําการ ตรวจเช็คตามข้อกําหนด (TOR) หัวข้อที่ 13.3
    14.12 ผู้ขายต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัยส่วนบุคคลขั้นพื้นฐานให้กับผู้ปฏิบัติงานตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
    14.13 ถ้าเจ้าหน้าที่ควบคุมงานเห็นว่าผู้ขายเร่งรัดการทํางานจนอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ ทางเจ้าหน้าที่ควบคุมงานมีสิทธิที่จะยับยั้ง และให้ผู้ขายปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามข้อกําหนด หรือตามดุลยพินิจของ เจ้าหน้าที่ ควบคุมงาน ทั้งนี้ผู้ขายจะถือเป็นข้ออ้างในการปฏิบัติงานไม่ทัน เพื่อขอต่ออายุสัญญา หรือเรียกร้อง ค่าเสียหายจาก ทอท. ไม่ได้
    14.14 เวลา
    14.14 เวลาทํางานของเจ้าหน้าที่ ทอท. คือในระหว่างเวลา 08.00 น.- 17.00 น. ของวันทําการในกรณี ที่ผู้ขายมีความประสงค์จะขอเข้าทํางานในช่วงเวลานอกเวลาทําการ ผู้ขายต้องทําหนังสือขออนุญาตเสนอต่อประธาน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และจะต้องรับผิดชอบค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ ทอท. ที่ปฏิบัติงานใน ช่วงเวลาดังกล่าว ผ่าน ทอท. ในอัตราตามข้อบังคับของ ทอท. ว่าด้วยวันทําการ เวลาทํางาน วันหยุดงานและค่า ล่วงเวลา ยกเว้นในกรณีที่การทํางานของผู้ขายในช่วงเวลานอกทําการมีเหตุเกิดจาก ทอท. เช่น ไม่สามารถให้ผู้ขาย/ ผู้รับจ้าง เข้าพื้นที่ปฏิบัติงานในเวลาทําการได้ หรือมีเหตุสุดวิสัยให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องหยุดการดาเนินงานในบาง ช่วงเวลา ทอท. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ ทอท. เอง
    14.15 ผู้ขายต้องมีวิศวกรสาขาไฟฟ้ากําลังหรือวิศวกรสาขาเครื่องกลควบคุมงานติดตั้งตลอดเวลา พร้อมทั้งเป็นผู้ควบคุมการดําเนินการและให้เสนอสําเนาใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามพระราชบัญญัติ วิศวกรของ วิศวกรผู้ควบคุมงานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อพิจารณาก่อนเข้าดําเนินการ
    14.16 การขอตัดระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม หรือระบบอื่นๆ เพื่อติดตั้ง Diverter ให้ผู้ขายทําหนังสือ
    แจ้ง ทอท. ผ่านเจ้าหน้าที่ควบคุมงานก่อนอย่างน้อย 5 วันทําการ
    14.17 ผู้ขายต้องศึกษารายละเอียดและทําความเข้าใจข้อกําหนด ตลอดจนปัญหาข้อขัดแย้งหรือไม่ ชัดเจนต่างๆ ให้ถูกต้องเสียก่อน เมื่อผู้ขายเริ่มดําเนินการแล้วเกิดมีปัญหาจากข้อขัดแย้งหรือคลาดเคลื่อนไม่ชัดเจนก็ ตาม แต่เป็นสิ่งจําเป็นต้องมีตามหลักเทคนิค ผู้ขายจะต้องทําทุกอย่างให้ถูกต้องเต็มที่ และจะไม่เรียกร้องเวลา ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น
    14.18 งานใดที่ไม่ได้กําหนดในแบบและรายละเอียด แต่จะต้องเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของ
    ระบบงาน ผู้ขายจะต้องดําเนินการโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น
    14.19 ผู้ขายจะต้องมีผู้ควบคุมงานตามข้อกําหนด และช่างที่มีความชํานาญและสามารถปฏิบัติงานอยู่ ตลอดเวลาระหว่างการดําเนินการนี้ และผู้ควบคุมงานของผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามคําแนะนําหรือคําสั่งที่ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือตัวแทนที่คณะกรรมการมอบหมายให้ดูแลแทน ทอท. แนะนํา โดยให้ถือว่าได้คําสั่ง จาก ทอท. โดยตรงซึ่งผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามคําแนะนํา
    14.20 ผู้ขายต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับเหมา ในส่วนที่ผู้ขายเกี่ยวข้องตามเอกสารแนบท้ายข้อกําหนด
    “}
    14.21 ผู้รับจ้างต้องศึกษารายละเอียดและทําความเข้าใจในข้อกําหนด ภาคผนวก มีความเข้าใจในการ ใช้งาน การเข้าถึง และการแก้ไข Source Code ต่างๆ และมีความเข้าใจกลไกการทํางานส่วนควบคุมระบบลําเลียง กระเป๋าสัมภาระตามขอบเขตงานเป็นอย่างดี และผู้รับจ้างจะต้องศึกษาปัญหาให้ครบถ้วนถูกต้องเสียก่อนเมื่อผู้รับจ้าง
    เริ่มดําเนินการแล้วเกิดพบปัญหาจากข้อขัดแย้งหรือความคลาดเคลื่อนไม่ชัดเจนแต่เป็นสิ่งจําเป็นที่จะต้องมีหรือต้อง ดําเนินการ ผู้รับจ้างจะต้องทําทุกอย่างให้ถูกต้องและจะไม่เรียกร้องขอต่อสัญญาตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น
    15.การ …
  11. การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
    คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อ ส่งเสริมให้คู่ค้าของทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และคํานึงถึง ความปลอดภัยของ ลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผ่านการกํากับดูแลกิจการทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ภาคผนวก ก.)
  12. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
    16.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
    16.2 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001
    16.3 ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการในการจําหน่าย High Speed Diverter (HSD) ยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจําหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิ
    จําหน่ายจากตัวแทนจําหน่ายในประเทศ
  13. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในการยื่นซองเสนอราคา
    17.1 ผู้เสนอราคาต้องสําเนาเอกสารที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการ ในการจําหน่ายHigh Speed Diverter (HSD) ยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจําหน่ายที่ได้รับ แต่งตั้งให้มีสิทธิจําหน่ายจากตัวแทนจําหน่ายในประเทศ
    17.2 ผู้เสนอราคาต้องส่งสําเนาเอกสารใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
    17.3 ผู้เสนอราคาต้องส่งสําเนาใบรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001
    17.4 ผู้เสนอราคาต้องแนบแคตตาล็อกหรือเอกสารแสดงรายละเอียด (Data Sheet) ซึ่งจะต้องแสดง คุณสมบัติทางเทคนิคตามข้อ 4 โดยทําเครื่องหมายกํากับพร้อมระบุข้อให้ถูกต้องชัดเจนมาให้พิจารณาด้วย ทอท. จะพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะ (Specification) ที่ปรากฏอยู่ในแคตตาล็อกหรือเอกสารแสดงรายละเอียด (Data Sheet) เท่านั้น กรณีคุณสมบัติเฉพาะที่ ทอท. ต้องการ ไม่ปรากฏในแคตตาล็อก หรือเอกสารแสดงรายละเอียด (Data Sheet) ผู้เสนอราคาต้องแนบเอกสารใบรับรองจากบริษัทผู้ผลิต (Manufacture’s Certificate) ยืนยัน คุณสมบัติเฉพาะที่ขาดไปในแต่ละข้อเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมลายเซ็นของผู้มีอํานาจว่าผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดตรง ในกรณีการรับรองคุณสมบัติมีข้อมูลขัดแย้งกับคุณสมบัติที่กําหนดไว้ในแคตตาล็อกหรือ หนังสือคู่มือ และไม่มีข้อชี้แจง ที่มีเหตุผลเพียงพอถึงเหตุแห่งความขัดแย้งนั้น ทอท. จะถือตามแคตตาล็อก
  14. นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของ ทอท.
    18.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท.
    ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมและต้องปฏิบัติตามนโยบาย
    ต่อต้านคอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
    18.2 ห้าม …
    18.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงาน
    และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของบริษัทให้แก่บุคลากรของ ทอท.
  15. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
    ผู้ขายต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่อง นโยบายการคุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสําหรับ การดําเนินการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.ที่กําหนดไว้ตลอดจนคําสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป อย่างเคร่งครัด
    ทั้งนี้ ผู้ขายสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวปฏิบัติฯดังกล่าวได้ที่ https://www.airportthai.co.th > เกี่ยวกับ ทอท. > กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท. > ประกาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy)
  16. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
    ทอท.พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
    (นายอังคาร ซูหวาน)
    วิศวกร 4 สรส.ฝร.ทาก
    ช่วยปฏิบัติงาน รภก. (ปร.)
    52.468
    ผู้ร่างข้อกําหนดรายละเอียด
    HORMONTAL DIVERTERAHS
    HKT-BMS-HSD-001


e
*

*

O
*
*
A
*
*
A



*
**
D
500
400
300
200
100
A
1
2
3
a

CABLE GLAND DETAIL|13-06-14
REMARKS
ار کر کے کیا اس کی آنیوں میں کیا کہ
12
16
*BR
-E1
2
10120)
21 11122
0100
MAGNANAMKANNA
100
200
300
400 500
600
700
800
900
1000
1100 1200 1300
1400
1500
1600
Dat DIMARZOTS
PTED
Project
NOT
2
SIZE :
A3
Descr
: PLOUGH DIVERTER CONTROL CABINET PART LIST (LEGEND)
Sales Ref.:
Item No. :
Org. No.:
Sheet 1
HKT-BHS-HSD-002
Details :
Cont. 2
7
A
E
D
E
• 600
500
400
575
-VI
2
3
4
3
6
23
WIRE DUCT
45
FTOT
201
25
M
-01
-KIDI
8102
-X303
K104.1
-K104
SOLX
-K106
-K107
WIRE DUCT
(26)
-02
-03
-K110
SOLY-
-Kill
-K112
300
3DY 31X32)
-KI
-K2
-K3
24
33134135
28129
200
46
100
[CABLE GLANO DETAIL) 13-08-14
REMARKS
Cate
WRE DUCT
TERMINAL STRIPS
-6100
(38 39 40 41 42 43 44)
47
WIRE DUCT
100
200
300
400
500
600
Date | DIMAR2013
Cart (
Prep
Old
Project
in
2
50
1:2
40
495
30
45.
45
4xø 13,5
50
6xø 20
SIZE :
A3
700
800
5
1844
45
210
13 14
14
14X13
52
58
7
O’YL
6xø 12
4x0
25
CABLE GLAND DETAILS
Descr
Details:
: PLOUGH DIVERTER CONTROL CABINET PART LIST LEGEND
Sales Ref.:
Item No. :
jorg. No.:
HKT-BHS-HSD-002
7

Sheet 2
Cont 3
F
W
*
1
OBH PARTS
2
3
5
TIEM
QIT
PART NO.
CATALOG
DESCRIPTION
I
1
AX 1360.500
BEITAL
IPGS ENCLOSURE, AR SERIES 600mm X 600mm X 350mm
A
EK 3322.107
RITTAL
1
SK 3322.207
RITTAL
BNCLOBLUE FAN-FILTER UKIT, IP54 10–230VIC, 50/6012 ENCLOSURE FILTER GRID UNIT, IP54
4
I
3L02013-01:51
BIEMRIS
DESCONNECT SWRICH, HOTARY, SP, FRONT MOUNT, 25AMP, BLACK HANDLI
5
SIEMENS
DISCONNECT STITCH, INO + INC AUX CONTACT, FRONT MOXOUNT, EARLY BREAK
3939244-6AABO
STEMKES
INDICATOR, CLEAN, INTEGRATED IND, ROUND, PLASTE LENS, #22mm, 24VDC, SCREW TERULIKAL
1
SIESOOOO-4D03)
SONMENS
EFY-OPERATED STITCH WITH 2 KETS, 3 POSITIONS LATCHING, SWITCHING SKQ 1-0-11, KEY REM POS 140
8
18400
0
SIEMENS
INU + ING CONTACT MOCK. SCHET TERMINAL.
*
3913000-PLAI
SIEMENS
SELECTOR SWITOR, E POS MOMENTARY, SLOTCHING SEQ ID, BLACK
10
1
85B3247-0AASKI
SELERS
ILLUMINATED FLAT BUTION, YELLOW INTEGRATED LEF, 24VDC, INO INC, SCREW TERMINAL
B
3
3539201-0AAII
SIEMIKES
PLAT BUTTON, BLACK, 1N0 + INC, DCREW TERMINAL
12
1
GESS400-4BDII-0AAD SEBLEENS
BRAKING RESISTOR
13
14

15
6
18
17
18
3
3

$2
125 (00–Kuzm), PAG CABLE GLAND WITH LOCKNUT, IP54 120 (66–12mm), PAB CABLE GLAND WITH LOCKHUT, IP64 112 (82-6.6mm), PAB CABLE GLAND WITH LOCKNUT, IP54 PHENOLIC NAMEFLATE WHT/ BIX 90x40mm “DRIVE READY” PHENOLIC NAMEPLATE, WHT/ BIX 30x40mm “AUTO MAK PHENOLIC NAMEPLATE WHT/ BLK 30x40mm *SERVICE MODE CU
PHENOLIC NAMEPLATE WHT/ BLE 90x40mm “PADDLE CYCLE” PHENOLIC MAMEPLATE WIT/ BLE 30x40mm *FAULT RESET” PHENOLIC NAMEPLATE WHT/ ELK 8x40mm “BEIT INCHING” PHENOLIC WAMEPLATE WHT/ ELK 30x40mm “ARM INCHING” WEB, 1-POIX CURVE C, U AMP HATED, 10kA SITOP PSA 1008, DE24V PSU, 6 AMP
6574108-7
SIRVERS
24
1
BEP1239-141OD
1
SRV2011-ISAID
SIEMENS
UPCR, 227, 46–6.9AMP
223
2
SKV2011-OKAID
SEJLIS
MPCB, 0.37KM, 0.9–1.25AIP
27
38/2001-18
2
SHAIPEI-IBAOD
SLSMENS
28
3
ART2016–18041
SEEMAKE
1
$2
1
$
ES153224-0BEI-500 5313244-08812–1PA1
6886400-2FAHI-BALO BIEMENS $196400-30000-6ADS SUBMERS XEMEN
SIEMENS 6RST754-BL201-0440 SIELKAS 6313255-0AADO-4CAL TERES
MPCE AUX CONTACT, FRONT MOUNTED, IND + IND
CONTACTOR, 9-POLI WIH 1 ND, 24VUC COLL
LINE FISTER CLASE A
LINK REACTOR
PORER MODULE PI240, RATED 4.1AMP
CONTROL UNIT CUZ405-2 DP
MEMORY MODULE, CI240, S
DERATOR INTERFACE, HOP20
LINK MODULE, MPCB TO CONTACTOR
13
125 RT4A4124
SIEMENS
E
1
SOSIONO
PHOENIX CONTACT
PHOENIX CONTACT
ST 4-PT 0.06–41199
40
BOSOTEL
PHOENIX CONTACT
41
1
TOETR
PHOENIX CONTACT
42
1
3090141
PHOENIX CONTACT
I
1004119
44
1209540
PHOENIX CONTACT
PERENIX CONTACT
45
48
47
} Data! OIMAR2013
Cent
B
TEXT CORRECTION
A
23-03-16 KRISHNA] PRID
CABLE GLAND DETAILÍ 13-06-14
CONTROL RELAY, 24VDC COIL, A6-15 STITCHING CONTACT FIRE-THROUGH TERMINAL BLOCK – ST-4, 0.08–83MSQ
AT4-ST4, PARTITION PLATE, LENGTH
FID-THROUGH TERMINAL BLOCK
ST-2.5, 0.00-430MS2
FBS 2-5
2-TAY PLUG-IN BRIDGE DIN RAIL 35/ 7.5MM (N935) DIN RAIL END PIECE 1935/ 7.5 SLOTTED WIRE DUCT, 20:500 SLOTTED WIRE DIET, Wx5OMMI SLOTTED WINE DUGT, 50×50IDI
SIZE :
A3
Project
REMARKS
NEKZ00
2
3
S
ITALS REQUIRED FOR MOTOR TERMINATION (SUPPLY AS LOOSE HIM)
ITE
QTT
PART NO.
PART NO.
ANY
25 sqmm lag
2 mtr
ANY
PVC FLEXIBLE CONDIT
POR 5 MM OD GABLE

2 mir
ANT
PVC FLEXIBA CONDUIT
FOR 21 30M OD CABLE
+
4 zatr❘ ANY
PRC FLEXIBLE CONDUIT
J
*
1 Lot
ANY
FOR 15 MM 0D CABLE
Cable numbers (M1-19)Tag each
2pos (as per elect, din)
+
1 Lot
ANT
Cable Tier each
20 por: 76,150,200mm
Descr
Detals:
: PLOUGH DIVERTER CONTROL CABINET PART UST (DEM)
$
Sales Ref. :
Item No. :
org. No.:
HKT-BHS-HSD-002
B

Sheet
Cont. 4
B

E

E
ALTERNATIVE PARTS.
2
NORD
MEG
7
QTY
PART NO.
CATALOG
1
1
AB 1380.800
IPSA ENCLOSURK, AZ SERTS 600mm X 600mm X 350mm
IRMS EDQUEIED FOR MOTOR TERMINATION: (SUPPLY AS LOOSE ITEM()
2
1
JK $322.107
NITIAL
ENCLOSURE FAN-FILTER UNIT, IP54, 18–230VAC, 50/00112
&
1
61. 3323.207
NITTAL
INCLOSURE FILTER GRIP UNIT, IPS4
ITEM
QTY
PART NO
PART NO.
4
SCHEMES
DISCONNECT SWITCH, HOTARY, SP, FRONT MOUNT, 25AMP, BLACK HANDLE
1
6 pcs
ANY
25 sqmm lug
5
1
Y7
SCHINER
DISCONNECT SMICII, 180 + 1NE AUX CONTACT, FRONT MOOUNT, EARLY BREAK

  • mir
    ANT
    PVC FLEXIBLE CONDUIT
    1
    XSBAVEL
    SCHREBER

    I
    ISBAGOS
    SCHNEIDER

$
SCHNEIDER
INDICATOR, CLIMAR, INTEGRÁLSO LED BOUND, PLASTIC LE85, 622mm, 24VDC, SCREW TERMINAL KEY-OPERATED SWICH WIH 2 KUS, 8 POSITIONS LATCHING, SWINEING SEQ 1-0-11, KEY REM POS 140 INO 4 INC CONTACT BLOCK, SCREW TERRMINAL
POR 5 MM OD CABLE
3
2 mir! ABY
PIC FLEXIBLE CONDUTI
POR 21 MM OD CABLE
}
10
XBSAISSES
XESA341
SCHNEDER
SELECTOR SEICH, Z POS MOMENTARY, SWITCHING SEQ 1+0, BLACK
4 mir ANY
SCHKENDER
ILUMINATED FLAT BUTTON, YELLOW INTEGRATED LEF, 24VDC, ING + ING, SCHLT TERMINAL
FW FLEXIBLE CONDUIT FOR 15 MM OD CABLE
D

12
XESAAZI + ZBBI02-0AA11) SCHNEIDER SK BRA-220/200 NORD
FLAT BUTTON, BLACE, INO + 1NC, SCREW TERMINAL
5
1 lot
AKY
13
4
B
1 lot
ANY
Cable numbers (W-VI)Tag nach 2pcs (as per elect dia)
Cable Tien auch
20 per 75,150,210mm
15
10
17
1
13
I
1
2
22
BRAKING NESTITUR
1225 (85-18xua), PAR CABLE GLAND WITH LOCKNUT, IP54 120 (86–12mm), PAS CABLE GLAND WITH LOCKNOT, (P54 192 (82-6.5mm), PAS CAHIZ GLAND WITH LOCKNUT, IP54 PHENOLIC NAMEPLATE WHT/ ELK 50x40mm “DRIVE READY“ PHENOLIC NAMEPLATE WHT/ BLE 30x40min “AUTO MAY PHENOLIC NAMEPLATZ WHIT/ BLK 30x40mm “SERVICE MODE PHENOLIC NAMEFLATE WIT/ ELK 30x40min. “PADDLE CYCLE” PHENOLIC HAMEFLATE THT/ BIX 30x40mm “FAULT RESET PHENOLIC NALEPLATE WHT/ HIK 20x40mm “BELT INCHING” PHENDIIC NAMEPLATS WHT/ BLK 30x40man “ARM ECHING” MCB, 1-POIR CURVE C, & AMP RATED, 10KA
POWER SUPPLY, DC247 PSU, & AMP
SVC*
MPGK 22KW, 4.6-8.3AMP
37, 09-125AMP
MPCB AUX CONTACT, FRONT MOUNTER, 190 4 INC LINK MODULE MPCB TO CONTACTOR
23
3
5SY4105-
SCHNEDER
24
1
ABIAREL:4050
SCHNEDAR
25
1
GVZPIO
SCHNEIDER
£
GY2F06
SCHNEIDER
MFCB,
27
1
GVARI
SCHNEIDER
28
2
GAZARS
SCHNEIDER
29
3
ICIDOSED
SCHNEIDER
39


SK 5002-151-340A
NORD
SK TUS PAR
12
IES: RT4A4124
33
1
SIEMEES
PHOENIX CONTACT
1
PHOENIX CONTACT
40
3093721
PROENIX CONTACT
41
3031212
PHOENIX CONTACT
42
1
5030161
PHOENIX CONTACT
43
1204119
44
1
1208540
PHOENIX CONTACT
PHOENIX CONTACT
45
}
8
48
Date] DIMAR2013
Chart
TEXT CORRECTION:
23-03-15 ĮKRISHNA) PREP CABLE GLAND DETAIL] 13-06-14 REMARKS
Project
Gkd.
Tota
7
2
CONTACTOR 3-POLE WITH 1 ND, 24VDC COLL
WORD Frequency Inverter (Part na 75420150) 1.5 km, 3 phase 4007
PARAMETER BOX
CONTROL, HELAY, 24VDE COIL, AC-15 SWITCHING CONTACT
FERI-THROUGH TERMINAL BLOCK
t
ST 4-PB, 0.00-6103Q AT4-9T, PARTITION PLATE, LENGTH FRED-TERDUGH TERMINAL BLOCK 2-WAY PLUG-IN BADGE FS 2-5 DIN RAIL 35/ 7.5MM (N935) DIN RAIL END PIECE 1935/ 7.5 SIOITED WIRE DUCT, 2015OMM SOTTO BE DUCT, 30x50MM SLOTTED MIRE DIET, BUX50MM
ST-4, 0.08-6MUSQ
ST-2.5, 0.08-41189
3
4
SIZE :
AJ
Descr
: PLOUGH DIVERTER
CONTROL CABINET
Detolls :
5
Sales Ref.:
Item No.:
HKT-BHS-HSD-002
V
PART LIST (ALTERNATIVE)|Org. No.:
7
B
w
+
Sheet 4
Cont.
D
5

DESCRIPTION
TEXT CORRECTION
CABLE CLAND DETAIL ADDED
TEXT CORRECTION; REVESION PAGE ADDED; RELAY ADDED
REMARKS
L1-7,9
3,4,5; L1-6,7
1
3
4
REVSION NO
DATE
DRAWN BY
6.1
19.05.2014
KRISHNA
A
A
13.06.2014
KRISHNA
B
23.03.2015
KRISHNA
(1)
U
D
E
PAGE ADDED 23-03-201)
B.
K
1
REMARKS
23-03-2015:
Nor
2
Project
4
5
8

ELI
Descr
REVISION INDEX
Sales Ref.:
Item No.:
Org. No.:
DIVERTER CONTROL CABINET
+
Shant

Details:
HKT-BHS-HSD-002
Cont. =11-+CB/1
7
41
42
43
44
Å
5.40/01L+
8
F
5.40/01M
10.74
M_ESZ
11
-K112
17.54 14 12
L_NSVC/10.76
45
j11
-K113
-K107
.44 114
$7.55
11
(13
-547–\
10.77
M PBRUN
14
10.78
M_FAN
10.77
13
113
M PS
-56 –
19.70
114
-K108
.45
12
14
11
XxX1
x1
12 V
-V3 VZ
-V6
-V8
V7
-$38.
18.53
-V9
12
XZ
x2
x2.
x2. x1
11
-K105\ -K106
7.51 114
11
17.52 14
-011+ /7.49
AL
AL
A1
-K2
-K102
-K107
A2
A2
A2
[AZ
AI
A1
-K109
-K108
A2
01M / 7.49
214.26
3-4 ¡4.26 5-6/4.26
1244.29 14/4.29 5614.29
11
21
**~
**~14/3.21
*****24/3.21
11-
****-14.45
21 – 24/8.55
11
21 -

24/8.60 
11 →→→→ 12 .45 
PADDLE BELT PADDLE BELT (DRIVE) RUN 
(TRANSITION) 
RUN 
B 
RELAY ADDED 
A 
Date | 13-MAR-14 23-03-2015 | KAZBINIS Prep ¡CABLE GLAND DETAIL (13-06-2014 
Client: 
Project: 
REMARKS 
be 
Nome Norm 
41 
42 
PADDLE 
DRIVE 
ON RELAY 
43 
44 
PADDLE 
DRIVE 
ON RELAY 
SIZE : 
A3 
PADDLE 
INCHING RELAY 
PADDLE 
DRIVE 
OFF RELAY 
MOTOR CONTROL CIRCUITRY 
Sales Ref.: 
Item No. : 
DIVERTER CONTROL CABINET 
Org. No.: 
Detalis: CB-BP 
HKT-BHS-HSD-002 
46 
47 
t1 
* 
Sheet 
6 
Cont. 
48 
ឌ 
E 
B 
* 
1. 
2 
3 
4 
S 
6 
-XO =TERMINAL STRIP FOR 30 INCOMING, 400VAC -X1 = TERMINAL STRIP FOR 10 INCOMING, 230VAC 
-X2 = TERMINAL STRIP FOR MOTOR 
-X4 = TERMINAL STRIP FOR P24 
-X5 = TERMINAL STRIP FOR N24 
-X10 = TERMINAL STRIP FOR CONTROL 
13-MAR-14 Client: 
B 
RELAY ADDED 
23-03-2015 | xRISHNA) POST 
A 
CABLE GLAND DETAIL 
13-06-2014 
Project! 
REMARKS 
Harpe Norm 
2 
3 
SIZE : 
A3 
Desar 
TERMINAL DEFINITION 
Sales Ref.: 
Them No. I 
Dra. No.: 
DIVERTER CONTROL CABINET 
HKT-BHS-HSD-002 
Details: 
5 
6 
CB 
1 
Cont. 
8 
E 
323 
D 
0) 
F 
B 
-Q1005~ 
79.66 
15 
-XOLI 
13 
4MMSQ 
4MMSQ 
11 
2.5MMSQ 
12 
13 
14 
15 
-F101 
CBA 
-F102 
C6A 
1 
3 
-E1 
-U1 
13 
紅 
PE 
L1 
/9.65/10.73 
30-400VAC, 50/60HZ 
Date 13-MAR-14 
Chant! 
B 
RELAY ADDED 
A 
(23-03-2015 | KESHNA FRE CABLE GLAND DETAIL. 113-06-2014 
Project: 
REMARKS 
10 
21 
PE 
10-230VAC, 50/60HZ 
} 
11 
12 
SIZE: 
A3 
-G100 
SA 
24VDC 
-F111 
C6A 
M 
1 
-PE 
OIL+ 01M 
5.33 
ENCLOSURE 
VENTILATION 
FAN 
Descr 
400 AC INFEED 
Details: 
13 
CB-BP 
14 
24V DC 
PANEL 
CIRCUITRY 
1.0MMSQ 
1L1/3.17 
112 /3.17 
113/317 
PE/317 
Sales Ref.: 
Item No.: 
Erg. No.: 
Li 
DIVERTER CONTROL CABINET 
嘹 
Sheet 
2 
HKT-BHS-HSD-002 
Cont. 
3 
15 
16 
16 
m 
D 
B 
C 
* 
17 
អ 
19 
20 
21 
22 
23 
2.16/ 1L1 
2.15/ 1L2 
216/ 1L3 
2.16/ PE- 
-01 
15.34 
L 
-L1 
Wi 
-VI 
3 
272 
C 
/8.57/5.34 
UIJLL VI/12 W1/L3 PE 
DCP/R1 R2 
UZ 
V2 
W2 PE 
-BR. 
15.35 
DYNAMIC 
BRAKING 
RESISTOR 
-X21 
3 
4 
WI 
ㄓㄨ 
7x2.5mmsq 
Ca 13-MAR-14. 
B 
RELAY ADDED 
23-03-2015 KRUSYNĄ PAD 
A 
CABLE GLAND DETAIL (13-06-2014 
ONLY 
17 
REPARKS 
Date 
Harr 
Nota 
13 
-M100 
.20 
0.75KW 
+ } 
M100PTC1 
8.63 
M100PTC2 
6.63 
PADDLE MOTOR 
Project: 
113 
14 
2.5MMSQ 
1L1/4.25 
1L2/4.25 
1L3/4.25 
PE / 4.25 
24 
B 
11. 21 
-K1 
/8.61 
-K102 
/6.43 14 24 
D 
8 
QGND 
-M100 
GND 
.19 
19 
20 
PADDLE MOTOR 
BRAKE COIL 
MOTOR FORCED-FAN 
(PROVISION) 
SIZE : 
A3 
Sales Ref.: 
Descr 
NOAGIANCO 
Details: 
21 
POWER CIRCUIT DIAGRAM 
CB-BP 
22 
Dem to. : 
Drg, No.: 
DIVERTER CONTROL CABINET 
HKT-BHS-HSD-002 
23 
→ 
LI 
CB 
3 
Cont. 
24 
233 
E 
A 
25 
3.24/ 1L1 
3.24/1L2 
3.24/ 1L3 
3.24/ PE 
-QZ 
15.34 
113 
-Q3 
/5.34 
-K2 
16.42 
X2, 9 
10 
11 
12 
-W3 
9x1.5mnisq 
-M200 
0.37kW 
/ 13/ 
2.5MMSQ 
5.35 
M200PTC1 5.35 
M200PTC2 
-K3 
(6.43 12 
-W4 
9x1.5mmsq. 
29 
30 
31 
13 14 15 
-M300 
0.37kW 
3r 
PADDLE BELT 
DRUM MOTOR 
(DRIVE) 
PADDLE BELT 
DRUM MOTOR 
(TRANSITION) 
RELAY ADDED 
23-03-2015 | KRISHNA PROP 
CABLE GLAND DETAIL [13-06-2014 WMARKS 
Nora 
25 
器 
13-MAR-14 
Fidject: 
SIZE : 
|A3 
27 
28 
2.5MMSQ 
5.35 
M300PTC1 5.35 
M300PTC2 
13 
32 
B 
U 
F 
Sales Ref.: 
LI 
Descr 
CONVEYOR 
POWER CIRCUIT DIAGRAM 
Item No.: 
Drg. No.: 
DIVERTER CONTROL CABINET 
* 
Sheet 
4 
Details: 
29 
CB-6P 
30 
HKT-BHS-HSD-002 
Cont. 
5 
31 
32 
36 
34 
36 
37 
39 
40 
A 
2.14/ 01L+ 
B 
E 
215/01M - 
x1 
-H10 
x2 
-G1 
/3.18 
18 
-Q1\ 
13.19 14 
-K101 
.35 
-BR 
13.18 
72 
M ES1 
10.73 
-X10, 1 
4.27 / M200PTC1 
33 
-Q2 
427/ M200PTC2· 
14.26 
14 
10.78 
M S2LT 
11 
-X10¿ 3 
4.29 / M300PTC1 
-Q3 
x1 
4.30/ M300PTCZ - 
14.29 
14 
-V4 V 
-V5 $7 
-X1014 
x2 
PADDLE DRIVE 
READY 
Dake 13-MAR-14 Chant: 
23-03-2015 KRISTINA PROD 
Projack 
B 
RELAY ADDED 
A 
CABLE GLAND DEFAIL [13-06-2014 
1que 
33 
DEMARKS 
Kawas [MORE] 
Al 
-K101 
AZ 
14 
12-11 .35 
21 -- 24/9.67 
$2 
(8.59 1x2 
EQUIPMENT 
READY RELAY 
FAULT RESET 
PB LIGHT 
35 
36 
[SIZE : 
A3 
01L+/6.41 
A 
-01M / 6.41 
D 
F 
L1 
Destr: 
FAULT STATUS CIRCUITRY 
Sales Ref.: 
Item No.: 
Drg. No.: 
DIVERTER CONTROL CABINET 
Sheet 
d8-30 
HKT-BHS-HSD-002 
Cont 
6 
38 
40 
Details: 
37 
A 
648/ 01L+- 
2 
-W6 
.50 
W7 
.50 
8 
3x0.34mmsq 
3x0.34mmsq 
U 
F 
B 
G.E 
-81 
-B2 
3 
3 
BM- 
51 
3x0.34mms4 
52 
3x0.34mmsq. 
-B3 
-B4 
-W6 
.50 
WW7 
.50 
.51 
6M- 
.52 
52 
$3 
-X10 23 
24 
25 
26 
13 
-S1 FVAL 
AUTO 
14 
12 
MODE 
N.O. 
SERVICE 
MODE 
N.C. 
54 
33 
34 
55 
56 
A 
A1 
AL 
A 
A1 
A1 
A 
-K103 
-K104.1 
FK105 
Al 
-K106 
-K110 
-K112 
-K113 
AZ 
JAZ 
LAZ 
AZ 
AK 
-K104 
(SPARE) JAZ 
6.487 01M 
-Q1M 
11 ---- 14 No9.67 
21 
24/9.68 
11 - 
*14/5.45 
11 
--- 14 (6.47 
11- 
14/19.68 
11- 14/9.69 
14- 
14++ 
21 
12 - 11/6/42 * 24/8,58 
12 - 11/6.45 
PADDLE AT 
DIVERT 
POSITION 
RELAY 
RELAY ADDED 
23-03-2015 KRISTENDË DIS 13-MAR-14 
CABLE GLAND DETAIL 113-06-2014 | KRISHING TIMO EXTEND TO NON DIVERT 19-05-2014 
REMARKS 
Nor 
49 
F 
PADDLE AT 
NON DIVERT 
POSITION 
RELAY 
PADDLE 
DIVERT 
STOPPING 
RELAY 
PADDLE 
NON DIVERT 
STOPPING 
RELAY 
Project 
51 
52 
EQUIPMENT AUTO MODE 
EQUIPMENT 
EQUIPMENT 
MANUAL MODE SERVICE MODE 
EQUIPMENT SERVICE MODE 
Sales Ref.: 
LI 
SIZE : 
A3 
Descri 
MOTOR CONTROL CIRCUITRY 
Item No.: 
Drg. No: 
DIVERTER CONTROL CABINET 
Sheet 
7 
Details: CB-EP 
54 
HKT-RHS-HSD-002 
Cont 
55 
D 
B 
C 
-61 
70.10 
0.5mmsq. 
58 
60 
21 
21 
13 
-K112 
-$2 /7.54 28.70/5.37 [14 
-K109 
(21 
15.40 124 
11 
-K109 -K107 
16.45 14 16.44 24 
(13 
-538- 
16.45 
14 
10.75 
M_PRST 
16 
-09 
17 
21 
£1 
-KI 
3.20 AI 
0.5mmsq. 
-ON 
62 
GIL+/1075 
-OF 
34 
ZB 
OR 
80 
63 
3.19 
M100PTC1 
*WS 
3x1.0mmsq. 
-X10, 5 
3.19 
M100PTC2 
0.5mms4 
+24V 
DRIVE 
ON/OFF1 
PADDLE 
DRIVE 
REF 
REF 
REV 
ACK 
PADDLE 
JOGGING FN 
NO 
22 
NO 
FN 
COM 
COM 
DO1+ 
DO1- 
GND 
6,8,17 
5,7,16 
E 
ARM DRIVE CONTROLLER UNIT 
A 
RELAY ADDED 
23-03-2015 | KAIKINO Prep ICABLE GLAND DETAI. ¡13-06-2014 REMARKO 
Babe 
57 
Naran 
53 
13-MAR-14 
Project: 
59 
60 
SIZE: 
A3 
14 
15 
-04 
MOTOR 
THERMISTOR 
Sales Ref.: 
Descr 
ARM DRIVE CU WIRING 
Details: 
51 
62 
Item No.: DIVERTER CONTROL CABINET Drg. No: 
HKT-BHS-HSD-002 
63 
+ 
Sheet 
Cont. 
64 
9 
17 
B 
C 
A 
E 
F 
D 
E 
65 
66 
67 
08 
69 
70 
71 
-X101, 7 
& 
13 
21 
-Q100 
/2.9 14 
-K101 
/5.35 34 
-K103 
$7.50 14 
[21 
-K104.1 
(7.51 24 
11 
-K110 
77.53 (14 
111 
17.54 14 
113 
-S21 
18.59/5.37 
-56- 
14 
76.45 
1.Gramsq 
-X10, * 
10 
11 
12 
19 
14 
-U1 
/2.9/10.73 
F 
$ 
RELAY ADDED 
13 
28 
29 
MCP 
COMMON 
DISCONNECT 
ON/OFF 
EQUIPMENT PADDLE AT 
FAULT 
PADDLE AT 
NON DIVERT DIVERT 
POSITION 
(DRIVE) 
POSITION 
EQUIPMENT 
AUTO 
MODE 
EQUIPMENT 
MANUAL 
MODE 
FAULT 
RESET 
PADDLE 
CYCLE 
(TRANSITION) 
23-03-2015 | KORISNI 
CABLE GLAND DETAIL. 113-06-2014 | KRISHNA Prep EXTEND TO NON EXVERT 
19-03-2014 
糕 
6. 
Imtin 
REMARKO 
65 
56 
13-MAR-14 
**Berk 
Project: 
67 
SIZE : 
A3 
€9 
В 
E 
F 
Descr 
RELAY 
INTERFACE DIAGRAM 
Sales Raf.: 
Item No. : 
Org, No.: 
11 
DIVERTER CONTROL CABINET 
+ 
Sheet 9 
Details: 
CB-BP 
HKT-BHS-HSD-002 
Cont 
10 
70 
71 
72 
-01 
12.9/9.65 
A 
RELAY ADDED 
(23-03-2015 | KRISHNĘ Přej CABLE GLAND DETAIL †13-06-2014 
73 
RAMARKS 
1.0mmpq 
*M_ES1536 
-X10, 15 
16 
73 
►M_ES2/6.41 
0.Emmsq 
74 
75 
76 
77 
*GIL+ 862 
-X10, 17 
18 
*M_PRST / 8.59 
1.0mm9q 
*L_NSVC 6.42 
*M_PS/64† 
-* M_PBRUN/6.43 
►M_FAN / 6,44 
-X101 19 
20 
21 
22 
27 
PADDLE 
E-STOP 
PADDLE 
DRIVE 
PADDLE 
DRIVE 
PADDLE BOX 
COMMON 
PADDLE 
SWITCHING 
PADDLE 
BELT 
COMMON 
RESET 
(P24) 
RUN 
RUN 
Da 13-MAR-14 
Client: 
Poject: 
Norm 
K 
75 
76 
SIZE : 
A3 
PADDLE 
ARM 
FORCED-FAN 
(PROVISION) 
FAULT RESET 
PB LIGHT 
*M_52LT/5.36 
! 
I 
78 
79 
80 
Descr 
3 
RELAY 
INTERFACE DIAGRAM 
Sales Ref.: 
Ibern No. : 
Dig. No.: 
ww 
11 
DIVERTER CONTROL CABINET 
+ 
Sheat 10 
Details: 
CB-8P 
HKT-BHS-HSD-002 
Cont. 
77 
78 
79 
E 
D 
B 
A 
ภาคผนวก. ก 
แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. 
ข้าพเจ้า 
สัญญาเลขที่....... 
แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
มีสํานักงาน/ภูมิลําเนาตั้งอยู่ ณ 
(AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) 
โดย 
ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้ 
บทน่า 
H 
ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คํานึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้ 
มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี 
1. การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย 
2. การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ ของ ทอท. และไม่นําข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า 
3. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร หากพบการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท. และคู่ค้า 
4. การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใดซึ่งจะ 
ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า 
@litar 
: 
มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน 
1. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ 
ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล 
2. อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ 
ประเทศ 
3. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างจึงได้รับ 
อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกําหนดเวลา 
4. การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกําหนด และ 
ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ทํางานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ 
เป็นอันตราย 
5. ระยะเวลาในการทํางาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทํางานนานเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด 
ทั้งนี้จะรวมถึงการทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด 
6. การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ 
จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ 
7. การเลิกจ้าง, คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดําเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกําหนด และ 
ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม 
8. การเคารพสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง 
เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทําอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง 
9. แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน 
ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจําตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้ 
10. ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ 
ต่อสังคม 
@ion 
มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ 
- 
1. การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และ 
แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง 
2. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดําเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล 
ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม 
ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท. 
ร้องขอ 
(avto)......... 
(.............. 
(ประทับตราบริษัท) 
(คู่ค้าของ ทอท.) 
...) 
ภาคผนวก. ข 
AOT 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
Airports of Thailand Public Company Limited 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง 
ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย 
ความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง 
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66) 
Rev.02 
AOT 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 
ปีงบประมาณ 2566 
จัดทําโดย 
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ปอ.) 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
รับรองโดย 
Lome 
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ 
กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ 
10 มกราคม 2566 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 
คํานํา 
རྗེས་ 
ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 หมวดที่ 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ข้อ 40(3) ที่กําหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยจัดทําคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบการ เพื่อใช้กํากับดูแลการดําเนินงาน ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย 
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) ได้จัดทําข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพื่อกํากับควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกําหนด 
บริ ษั ท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย 
ม.ค.66 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) 
สารบัญ 
เรื่อง 1. วัตถุประสงค์ 
2. ขอบเขต 
3. นิยาม 
-- 
หน้า 
1 
1 
2 
2 
4. อ้างอิง 
5. การควบคุมการปฏิบัติ 
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ 
5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน 
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2) 
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3) 
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4) 
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน 
ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง (เอกสารแนบ 5) 
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 7) 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร 
(เอกสารแนบ 8) 
+ 
5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสีเอกซเรย์ (เอกสารแนบ 9) 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้างอื่น ๆ ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎกระทรวง กําหนด 
มาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2554 และกฎหมายความปลอดภัย อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย 
ลา 
3 
3 
8 
9 
11 
13 
15 
17 
22 
2 
26 
27 
28 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง 
1. วัตถุประสงค์ (Purpose) 
-1- 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทําขึ้นสําหรับให้ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกําหนด โดยมีรายละเอียดที่สําคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทํางานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนําในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ 
2. ขอบเขต (Scope) 
2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทําความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกําหนดต่าง ๆ ในเอกสารชุดนี้อย่างเคร่งครัด 
2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ 
2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่ 
(1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource) 
(2) งานทําความสะอาดที่ไม่เป็นการทํางานบนที่สูง 
(3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2 
2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่ 
(1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ํา โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง 
(2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า 
(3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ 
(4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ 
(5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป 
(6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า 
(7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง 
และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุงเครื่องจักร 
(8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ 
(9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย 
(10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร) 
(11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 
(12) งานที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ ทอท. กําหนดในภายหลัง (ถ้ามี) 
-2- 
ซึ่งผู้รับจ้างที่มีงานเกี่ยวข้องกับลําดับที่ (1) - (12) ตามข้อ 2.2.2 นี้ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมตามเอกสารแนบที่เกี่ยวข้องกับงาน ท้ายข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ ทอท. ได้กําหนดเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่ 
2.2.3 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้แก่ ผู้รับจ้างที่เข้ามาก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่เช่าของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งผู้รับจ้างประเภทนี้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ในข้อ 5.1.19 และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยฯ ที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ กรณีที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดไว้ ให้ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ถือปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ 
2.2.4 ผู้รับจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ ปอ., ผมอ. หรือ สมอ. ในแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนดเพิ่มเติม 
3. นิยาม (Definition) 
3.1 ทอท. หมายถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
3.2 ปอ. หมายถึง ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 3.3 สมอ. หมายถึง ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.4 สมอ. หมายถึง ส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.5 จป. ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน หมายถึง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด 
3.6 ผู้รับจ้าง หมายถึง ผู้รับจ้าง (Contractor), ผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor), งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource), ผู้รับเหมา, ผู้ขาย, ผู้ให้บริการจากภายนอก, หน่วยงานหรือบุคคลอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ตามสัญญาจ้าง หรือเข้ามาทํากิจกรรมใดๆ หรือเข้ามาใช้ประโยชน์ใดๆ ในพื้นที่ของ ทอท. ยกเว้นผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งไม่เข้าข่ายตามนิยาม ข้อ 3.6 นี้ 
3.7 ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง กลุ่มลูกค้าของ ทอท., ผู้ประกอบการสายการบินที่มีการเช่าพื้นที่ของ ทอท. 3.8 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง ผู้รับจ้างที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ว่าจ้างมาเพื่อดําเนินการต่าง ๆ ให้ เช่น การปรับปรุงพื้นที่ภายในบริเวณพื้นที่เช่า เป็นต้น 
3.9 PPE ย่อมาจาก Personal Protective Equipment หมายถึง อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ซึ่งใช้สําหรับสวมใส่ขณะปฏิบัติงานตามกฎหมายและตามการประเมินความเสี่ยงของงานซึ่งได้กําหนดไว้ 
3.10 JSA ย่อมาจาก Job Safety Analysis หมายถึง การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย 
4. อ้างอิง (Reference) 
4.1 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 
4.2 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554 4.3 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยฯ 4.4 กฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน 4.5 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เช่น ISO 45001, NIOSH, OSHA, ACGIH ฯลฯ 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ศ.66) 
5. การควบคุมการปฏิบัติ 
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ 
3 
5.1.1 ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกําหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกําหนดใดถูกกําหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกําหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกําหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป 
5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทํางานตามที่ได้กําหนดไว้ใน กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2555 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย 
(1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน 
(2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน (3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานและการนําไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย 
(5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย 
5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ 
(1) ควบคุมดูแลการดําเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน 
(2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดําเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทําเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทําหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทําในรูปแบบ 
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้ 
ในการทํางานใต้ 
(4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย 
หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BS) มาตรฐานของสํานักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 
-4- 
มาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute : ANSI) มาตรฐานของประเทศ ออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards: AS/NZS) มาตรฐานของ สมาพันธ์การกําหนดมาตรฐานของประเทศแคนาดา (Canadian Standards Association: CSA) หรือมาตรฐานอื่นที่ เทียบเท่าตามที่กฎหมายกําหนด ให้ถือว่าได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามข้อกําหนด 5.4.2 นี้แล้ว 
5.1.4 ลูกจ้างของผู้รับจ้างต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยฯ จากหน่วยงานด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. หรือผู้ที่ ทอท. ได้มอบหมายให้ดําเนินการด้านความปลอดภัยฯ แทน ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน 
สําหรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือเป็นพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการ บริหารจัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง การจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยฯ ผู้รับจ้างสามารถดําเนินการอบรม ด้านความปลอดภัยในการทํางานให้กับพนักงานของตนเองได้ แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจาก ทอท. ที่ทําหน้าที่กํากับดูแล งานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานก่อน (ผบ่อ, สมอ. หรือ สมอ.) จึงจะสามารถดําเนินการ ฝึกอบรมได้ และให้ส่งผลการอบรมให้กับ ทอท. ได้รับทราบ 
ๆ 
5.1.5 กรณีผู้รับจ้าง (Contractor) ได้ว่าจ้างผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ให้ดําเนินการใด ๆ แทน ไม่ว่าจะดําเนินการบางส่วนหรือดําเนินการแทนทั้งหมดนั้น ผู้รับจ้าง (Contractor) ต้องกํากับควบคุมการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ทั้งหมดให้เป็นไปตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ เสมือนว่าผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ที่ได้ว่าจ้างมาเป็นพนักงานของผู้รับจ้างเอง 
5.1.6 ก่อนการปฏิบัติงานในแต่ละงาน ผู้รับจ้างจะต้องมีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยง ที่อาจได้รับในการปฏิบัติงาน โดยใช้ JSA หรือแบบประเมินอันตรายอื่น ๆ ที่ ทอท. ให้การยอมรับและส่ง JSA หรือแบบ ประเมินอันตรายนั้น ๆ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของ ทอท. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดําเนินการแทนด้านความปลอดภัย เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มงานหรือโครงการ และให้นํามาตรการที่กําหนดใน JSA หรือแบบประเมินอันตรายนั้น ๆ มาเป็น มาตรการขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยทุกครั้ง และผู้รับจ้างต้องนํามาตรการที่ระบุไว้มาสื่อสารให้กับ 
ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับทราบ 
5.1.7 การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน กรณีงานของผู้รับจ้างเป็นงานความเสี่ยงสูง เช่น การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ การปฏิบัติงานบนที่สูง งานขุดเจาะ งานที่ก่อให้เกิดความร้อนและประกายไฟ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า งานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือ งานอื่น ๆ ที่กําหนดให้ต้องขออนุญาตก่อนเริ่มงาน ต้องจัดให้มีการทําใบอนุญาตก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง ดังนี้ 
(1) กรณีเป็นงานที่ ทอท. เป็นผู้กํากับควบคุมการปฏิบัติงานความเสี่ยงสูงของผู้รับจ้างเอง ให้ สปอ. ผมอ หรือ สมอ. เป็นผู้กําหนดหรือเป็นผู้กํากับควบคุมการออกใบอนุญาตร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 
(2) กรณีเป็นงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการบริหาร จัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง ทอท. จะพิจารณาให้ผู้รับจ้างได้กํากับควบคุมระบบการขออนุญาตการทํางานที่มีความเสี่ยงสูง ให้อยู่ภายในโครงการเองได้ โดยไม่ต้องแจ้งการขออนุญาตเข้าทํางานที่มีความเสี่ยงสูงแก่ ทอท. แต่ให้เก็บหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตงานความเสี่ยงสูงต่าง ๆ ไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา 
5.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานตลอดเวลาในช่วงที่มีการปฏิบัติงานด้วยความเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติการณ์ (Incident) ในการทํางาน 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
Bom 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) 
-5- 
5.1.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่ 
กฎหมายด้านความปลอดภัยกําหนด ดังนี้ 
ประเภทกิจการ 
กิจการตามบัญชี 2 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้ 
มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ 
ความปลอดภัย 
หน่วยงาน 
ปลอดภัยฯ (คปอ.) 
คณะกรรมการความ 
จป.บริหาร 
จป.เทคนิค 
จป.เทคนิคขั้นสูง 
จป.วิชาชีพ 
จํานวนลูกจ้าง 
จป.หัวหน้างาน 
2-19 คน 
✓ 
ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ 
20-49 คน 
กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่ 
36. การก่อสร้าง ดัดแปลง การซ่อมแซม 
50-99 คน 
หรือการรื้อถอนอาคารตามกฎหมายว่าด้วย 
การควบคุมอาคาร 
37. อุตสาหกรรมการขนส่ง 
100-199 คน ช่ 
น 
ปู 
41. การติดตั้ง การซ่อม หรือการซ่อม 
บํารุงเครื่องจักร 
48. การขายและการบํารุงรักษายานยนต์ 
หรือการซ่อมยานยนต์ 
200 คนขึ้นไป 
น 
กิจการตามบัญชี 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้ 20 คนขึ้นไป 
มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน 
บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ 
ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ 
กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่ 
10. สํานักงานบริหารของสถานประกอบกิจการ 
ตามบัญชี 1 และบัญชี 2 
หมายเหตุ 
1. / หมายถึง กําหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรและทําหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด 
ๆ 
ฟ 
2. งานอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายตามประเภทกิจการตามบัญชี 2 และ 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย 1 คนทําหน้าที่เป็น 
ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัย 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 
-6- 
5.1.10 ทอท. สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อม การทํางาน, สํารวจพื้นที่ปฏิบัติงานหรือสํารวจพฤติกรรมการทํางานของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึง สภาพแวดล้อมในการทํางานที่ไม่ปลอดภัยเพื่อหยุดงานชั่วคราวได้ เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานหรือสภาพแวดล้อมในการทํางาน ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อที่จะให้งานกลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน 
5.1.11 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดหา PPE ให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสมตามกฎหมายและ ตามความเสี่ยงของประเภทงานที่ได้กําหนดไว้ และ PPE ต้องได้มาตรฐานไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายหรือมาตรฐานสากลกําหนด รวมทั้งต้องกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ PPE ตลอดระยะเวลาทํางาน 
5.1.12 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความปลอดภัยฯ ของพื้นที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นประจํา 5.1.13 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบการทํางานของพนักงานในความรับผิดชอบของตนเป็นประจํา สม่ําเสมอ หากเกิดอุบัติเหตุจากการทํางาน ให้แจ้งรายงานการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ควบคุมงานของ ทอท. และหน่วยงานด้านความ ปลอดภัยของ ทอท. (ฝปอ., ผมอ, หรือ สมอ.) ทราบทันทีหลังจากเกิดเหตุ เช่น ทางโทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ หรือเอกสาร และร่วมกันสอบสวนอุบัติเหตุโดยด่วน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายหรือการบาดเจ็บ และวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ําด้วย 
7 
5.1.14 ห้ามพนักงานของผู้รับจ้างกระทําผิดกฎระเบียบหรือผิดกฎหมาย เช่น นําอุปกรณ์สําหรับการพนันเข้ามา ในพื้นที่ ทอท. หรือเล่นการพนัน, ลักทรัพย์, ทะเลาะวิวาท, ทําร้ายร่างกาย, ทําลายทรัพย์สินของ ทอท. ผู้มาติดต่อ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือของผู้รับจ้างรายอื่น ซึ่งเป็นการกระทําที่ผิดกฎระเบียบและผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ของ ทอท. 
5.1.15 การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน (ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์) ทอท. กําหนดประเภท ใบรับรองแพทย์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ใบรับรองแพทย์ทั่วไป เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุการรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ ตามปัจจัยเสี่ยง เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน 
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งมีอายุ การรับรองไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ 
สําหรับการปฏิบัติงานทั่วไป ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการส่งผลการตรวจสุขภาพ ยกเว้นการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานและให้ดําเนินการส่งผลการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานในวันแรก ที่ผู้รับจ้างเข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท 
(1) การทํางานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ดกระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้บนที่สูง งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงานบนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift), งานประดาน้ําซึ่งปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร และการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน 
ๆ อย่างน้อยต้องเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถนําผลการ ตรวจสุขภาพจากที่ทํางานเดิมที่มีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองผลการตรวจสุขภาพมาใช้ยืนยันผล การตรวจสุขภาพครั้งนี้ได้ 
(2) การทํางานกับกัมมันตภาพรังสี, การทํางานกับสารเคมีอันตรายตามบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกระทรวง แรงงานกําหนด, การทํางานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น ๆ และการทํางาน 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ๆ 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) 
-7- 
ในสภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกจ้าง ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน 
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) 
(3) เฉพาะการทํางานในที่อับอากาศ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดย 
พทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ 
ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) และ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งเพิ่มเติม (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) เพื่อเป็นการ ตรวจเช็คร่างกายก่อนการเข้าไปทํางานในที่อับอากาศทุกครั้ง 
5.1.16 ห้ามผู้รับจ้างสูบบุหรี่ในพื้นที่ซึ่ง ทอท. กําหนดให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ เช่น พื้นที่หวงห้าม พื้นที่เขตการบิน พื้นที่ที่กําหนดว่าห้ามทําให้เกิดความร้อนและประกายไฟ สถานที่เก็บเชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ยกเว้นในบริเวณที่ ทอท. 
ได้กําหนดให้เป็นเขตสูบบุหรี่ 
5.1.17 การเข้า-ออกพื้นที่ของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) 
(1) การเข้า - ออกเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องใช้ประตูและเส้นทางที่ ทอท. กําหนดให้ (2) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย 
อย่างเคร่งครัด 
(3) ต้องติดบัตรอนุญาตบุคคลของ ทอท. ไว้ที่เสื้อบริเวณจุดที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนตลอดเวลา พร้อมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. 
5.1.18 การแลกบัตร/การจัดทําบัตรอนุญาตบุคคลและการผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ให้ผู้รับจ้างร่วมกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ประสานงานกับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยของแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ต่อไป 
5.1.19 หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสําหรับผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ที่เข้ามาสร้าง ติดตั้ง ต่อเติม รื้อถอนสิ่งต่าง 
าง ๆ ภายในพื้นที่ของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ให้ดําเนินการตามที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. กําหนด ซึ่งข้อกําหนดดังกล่าวต้อง สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ในกรณีผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดแนวทางการปฏิบัติ ให้ผู้รับจ้างของ ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ยกเว้น การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ที่ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ ทอท. ได้กําหนด ประกอบด้วย 
(1) การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (work permit) ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด (2) การเข้า-ออกพื้นที่ในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) ให้เป็นไปตาม หลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด 
(3) การผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
@xam 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -8- 
5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน 
ซึ่งเป็นข้อกําหนดที่ผู้รับจ้างต่าง ๆ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม หากงานที่ผู้รับจ้างเข้ามาดําเนินกิจกรรมในพื้นที่ ทอท. เกี่ยวข้อง 
กับกิจกรรมตามหัวข้อด้านล่างนี้ 
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ 
โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกหัวข้อเพื่อดําเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่ 
(เอกสารแนบ !} 
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ 
(เอกสารแนบ 2 
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป 
(เอกสารแนบ 3) 
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า 
(เอกสารแนบ 4) 
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย... 
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน 
ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง 
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ 
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร) (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี 
(เอกสารแนบ 9) 
5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2.1 – 5.2.9 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องควบคู่ กับกฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 
ๆ 
(เอกสารแนบ 5 
(เอกสารแนบ 6 
เ 
(เอกสารแนบ 7) 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) 9. เอกสารแนบ 1 
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ 
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและ 
ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ.2555 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ 
1. ดําเนินการขอ “ใบอนุญาตการทํางานที่มีความร้อนและประกายไฟ (Hot work)” ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7 
2. พื้นที่ที่มีก๊าซ ไอ หรือฝุ่นละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัด % LEL (ปริมาณ เปอร์เซ็นต์ของสารไวไฟ) และผลการตรวจวัดต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมีแต่ละชนิด ในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LFL : lower flammable limit และ LEL : lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใด มีการกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า 
3. ก่อนใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ 
3.1 ต้องจัดเตรียมถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับประเภทของไฟ และมี Fire Rating ไม่น้อยกว่า 6A-20B ในจํานวนที่เพียงพอกับความเสี่ยงที่ทําการประเมิน แต่ต้องจัดให้มีอย่างน้อย 2 ถังต่อจุดปฏิบัติงานหนึ่งจุด 
3.2 จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ลูกจ้างสวมใส่อย่างเพียงพอและเหมาะสมตามที่ กฎหมายและการประเมินความเสี่ยงได้กําหนด 
และแสงจ้า 
3.3 จัดพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ให้มีวัสดุที่ติดไฟง่ายวางอยู่ใกล้บริเวณที่มีการทํางานความร้อนและประกายไฟ 3.4 จัดให้มีฉากกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายจากประกายไฟ 
4. ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษา PPE ให้มีสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และจัดให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้และบํารุงรักษา PPE 
5. ต้องจัดให้มีแสงส่องสว่างที่เพียงพอในพื้นที่ปฏิบัติงาน 
6. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ลูกจ้างหรือผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่มีการทํางานด้วยเครื่องเชื่อมไฟฟ้า หรือเครื่องเชื่อมก๊าซ 
7. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด 
เมื่อใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าหรือเครื่องเชื่อมก๊าซในบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายจากการระเบิด เพลิงไหม้ หรือ ไฟลุกลามจากก๊าซ น้ํามัน หรือวัตถุไวไฟอื่น ๆ 
8. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ 
8.1 จัดให้มีการต่อสายดินกับโครงโลหะของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ต่อจากอุปกรณ์การเชื่อม ทั้งนี้ ขนาดของ สายดิน ต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐานของการไฟฟ้าในท้องถิ่นนั้น กรณีที่ไม่มีมาตรฐานดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานของ 
สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 
8.2 จัดสถานที่ปฏิบัติงานให้มีแสงสว่างและมีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม 
8.3 จัดให้มีการใช้สายดิน สายเชื่อม หัวจับสายดิน และหัวจับลวดเชื่อม ตามขนาดและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกําหนด 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 
-10- 
8.4 จัดสายไฟฟ้าและสายดินให้ห่างจากการบดทับของยานพาหนะ น้ํา หรือที่ชื้นแฉะ หากไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได้ ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายข้างต้น 
9. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ 
9.1 ติดตั้งและตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมความดันและมาตรวัดความดันที่เหมาะสมและถูกต้องกับชนิดของก๊าซ 9.2 ตรวจสอบการรั่วไหล การหลุดหลวม การสึกหรอของอุปกรณ์ หรือสภาพที่ไม่ปลอดภัยทุกครั้ง 
หากพบว่าไม่ปลอดภัยต้องทําการแก้ไข 
9.3 จัดทําเครื่องหมาย สี หรือสัญลักษณ์ที่ท่อส่งก๊าซ หัวเชื่อม หรือหัวตัด ให้เป็นแบบและชนิดเดียวกัน 9.4 ต้องวางถังในแนวตั้ง ห้ามวางถังก๊าซในแนวนอนเด็ดขาด เพราะจะทําให้วาล์วควบคุมแรงดันภายในถัง ไม่ทํางาน ทําให้ก๊าซที่ออกมามีแรงดันสูงกว่าปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงได้ 
10. ในการต่อถังบรรจุก๊าซไวไฟหลายถังเข้าด้วยกัน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันเปลวไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) ติดไว้ระหว่างหัวต่อกับอุปกรณ์ควบคุมการลดกําลังต้น รายละเอียดการติดตั้งเป็นไปดังภาพ 
ภาพการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) 4 ชิ้นในเครื่องเชื่อมก๊าซแบบต่อพ่วง 2 ถัง อ้างอิง : กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย 
และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 (กระทรวงแรงงาน) และ มาตรฐานความปลอดภัยการเชื่อม สํานักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กระทรวง 
อุตสาหกรรม) 
11. ผู้รับจ้างต้องดูแลถังบรรจุก๊าซทุกชนิดให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรณีที่ไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. 
12. อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้ดําเนินการดังนี้ 
ป้องกันความร้อน 
12.1 การทํางานที่มีความร้อนเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ชุดแต่งกาย รองเท้า และถุงมือสําหรับ 
12.2 งานที่มีแสงตรงหรือแสงสะท้อนจากแหล่งกําเนิดหรือดวงอาทิตย์ที่มีแสงจ้าเข้านัยน์ตาโดยตรง ให้สวมใส่แว่นลดแสงหรือกระบังหน้าลดแสง 
12.3 งานที่ทําในสถานที่มืด ทึบ และคับแคบ ให้สวมใส่หมวกนิรภัยที่มีอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง 12.4 งานที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ปลั๊กลดเสียงหรือที่ครอบหูลดเสียง 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -11- เอกสารแนบ 2 
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ 
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ 
1. ผู้รับจ้างหรือผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ในการทํางานในที่อับอากาศ เช่น หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ, หลักสูตรผู้ช่วยเหลือในการทํางานในที่อับอากาศ จากสถาบันที่ได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งพื้นที่อับอากาศ มีความหมายดังนี้ 
พื้นที่อับอากาศของ ทอท. หมายถึง ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจํากัดและไม่ได้ออกแบบไว้สําหรับเป็นสถานที่ทํางาน อย่างต่อเนื่องเป็นประจํา และมีสภาพอันตรายหรือมีบรรยากาศอันตราย เช่น อุโมงค์ ถ้ํา บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ํามัน ถังหมัก ถัง ไซโล ท่อ เตา ภาชนะ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน 
ดังต่อไปนี้ 
สภาพอันตราย หมายถึง สภาพหรือสภาวะที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทํางานอย่างใดอย่างหนึ่ง 
(1) มีวัตถุหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดการจมลงของลูกจ้างหรือถมทับลูกจ้างที่เข้าไปทํางาน (2) สภาพที่อาจทําให้ลูกจ้างตก ถูกกัก หรือติดอยู่ภายใน 
(3) มีสภาวะที่ลูกจ้างมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากบรรยากาศอันตราย 
(4) สภาพอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด บรรยากาศอันตราย หมายถึง สภาพอากาศที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากสภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ 
(1) มีออกซิเจนต่ํากว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร 
(2) มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมี แต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (lower flammable limit หรือ lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใดมี การกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า 
(3) มีฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ซึ่งมีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ําสุดของฝุ่น ที่ติดไฟหรือระเบิดได้แต่ละชนิด (minimum explosible concentration) 
(4) มีค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานที่กําหนดตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน ในการบริหารจัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมี 
พ.ศ.2556 
(5) สภาวะอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด 
2. ผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีใบรับรองแพทย์จํานวน 2 ใบ ดังนี้ 
2.1 ใบรับรองแพทย์ทั่วไป ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุใบรับรองต้องไม่เกิน 1 เดือนนับ จากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และ 
2.2 ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ตรวจโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุ การรับรองของใบรับรองแพทย์ต้องไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
@ 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -12- 
3. ก่อนเข้าไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับอนุญาต จากผู้มีอํานาจในการอนุญาต ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7 
4. ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศต้องจัดให้มีการตรวจสอบ 
พื้นที่และตรวจวัดสภาพอากาศเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศตามรายละเอียดในใบอนุญาต 
5. ผู้รับจ้างจะสามารถปฏิบัติงานได้ก็ต่อเมื่อได้มีการตรวจสอบสภาพหน้างานแล้วเท่านั้น โดยผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในการทํางานให้ปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งต้องไม่พบสภาพแวดล้อม การทํางานตามความหมายในข้อ 1 ในพื้นที่ปฏิบัติงานนั้น 
กรณีพบสภาพแวดล้อมการทํางานข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามความหมายของพื้นที่อับอากาศที่ระบุไว้ในข้อ 1 
ให้ผู้รับจ้างดําเนินการดังต่อไปนี้ 
- ห้ามบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ 
- กรณีมีผู้ปฏิบัติงานอยู่ระหว่างการทํางานในที่อับอากาศ ให้ผู้รับจ้างนําลูกจ้างออกจากบริเวณดังกล่าว - ประเมินและค้นหาสาเหตุของการเกิดสภาพอันตรายหรือบรรยากาศอันตราย 
- ดําเนินการเพื่อทําให้สภาพอากาศในที่อับอากาศนั้นไม่มีบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ 
หรือการปฏิบัติตามมาตรการอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานแก่ลูกจ้าง 
- กรณีจําเป็นต้องลงไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศโดยมีสภาพแวดล้อมเป็นไปตามความหมายที่ระบุไว้ใน 
ข้อ 1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสม และเป็น อุปกรณ์ที่เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานในที่อับอากาศได้กําหนดไว้ 
6. การปฏิบัติงานในที่อับอากาศแต่ละงาน ต้องจัดให้มีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการ ทํางานในที่อับอากาศ ซึ่งอาจใช้ ISA หรือวิธีการอื่น ๆ มาใช้ในการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงได้ และ ต้องนําผลการประเมินดังกล่าวมาสื่อสารและปฏิบัติด้วย ซึ่งมาตรฐานการปฏิบัติต้องไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายกําหนด 
7. ระยะเวลาในการปฏิบัติงานในที่อับอากาศให้เป็นไปตามวิธีปฏิบัติงานของแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนด 8. ทีมผู้ช่วยเหลือของผู้รับจ้างเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศจะต้องสามารถสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานภายในได้ ตลอดเวลา หากพื้นที่ปฏิบัติงานนั้นไม่สามารถสื่อสารได้โดยตรง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิทยุหรือเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานในที่อับอากาศ 
9. อุปกรณ์ช่วยเหลือหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตทุกชนิดต้องมีสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งก่อนนํามาใช้งานแต่ละครั้ง 
อุปกรณ์ดังกล่าวต้องผ่านการตรวจสอบสภาพก่อนทุกครั้ง 
10. ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์สําหรับระบายอากาศให้เพียงพอสําหรับกิจการที่ผู้รับจ้างดําเนินการภายใน ที่อับอากาศ 
11. ผู้รับจ้างต้องมีใบรายชื่อของผู้ที่จะเข้าทํางานในที่อับอากาศที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้องแสดงไว้ที่ทางเข้า 
ที่อับอากาศพร้อมกับแขวนบัตรประจําตัวที่ทางเข้าที่อับอากาศให้สามารถตรวจสอบได้ 
12. ห้ามบุคคลใดที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในพื้นที่ 
13. ผู้รับจ้างต้องเตรียมไฟแสงสว่างที่ใช้ในที่อับอากาศที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 24 โวลต์ (AC/DC) 14. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่นําเข้าไปใช้งานในพื้นที่อับอากาศต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด (Explosion Proof) 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -13- เอกสารแนบ 3 
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป 
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ํายัน พ.ศ. 2564 และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดําเนินการดังนี้ 
1. การทํางานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทํางานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7 
2. การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกําหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 
2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ 
2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คําอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สําหรับการทํางานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสํานักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทํางานจะเข้ามาทํางานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทํางานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทํางานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนํามาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กําหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2, 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก็ ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกําหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กําหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคําอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์ 
ฝ่ายการแพทย์ ทอท.) 
3. การทํางานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ศ.56) -14- 
ให้กับผู้ปฏิบัติงานในการทํางานนั้น ๆ หรือจัดให้มีเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ในการทํางานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย 
4. ในกรณีผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายจากการพลัดตกหรือถูก วัสดุพังทับ เช่น การทํางานบนหรือในเสา ตอม่อ เสาไฟฟ้า ปล่อง หรือคานที่มีความสูง ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือทํางาน บนหรือในถัง บ่อ กรวยสําหรับเทวัสดุหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่าย สิ่งปิดกั้น หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งของ และจัดให้มี การใช้สายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Futt Body Harness 
ชนิด 2 tanyards) พร้อมอุปกรณ์ หรือเครื่องป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ในการทํางาน 
5. กรณีด้านล่างเป็นทางสัญจรต้องจัดทําตาข่ายนิรภัยป้องกันวัสดุเครื่องมือต่างๆ ที่อาจตกหล่นไปโดน ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานหรือผู้สัญจรด้านล่าง 
6. ต้องจัดทําป้ายเตือนที่เห็นชัดเจนและบริเขตพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในงานเข้าไปในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงต่อการถูกวัสดุสิ่งของหล่นทับ 
7. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในชั้นของอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เปิดโล่งและอาจพลัดตกลงมาได้ ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 
หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน 
8. ขณะที่มีฝนตก ลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ควรพิจารณาการหยุดปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -15- เอกสารแนบ 4 
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า 
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ 
1. ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock Out - Tag Out) 
ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7 
2. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสําเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จําเป็นในการทํางานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกําหนด 
3. ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนําสิ่งที่เป็นตัวนําไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ 
แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดําเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนําฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน 
แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า 
4. ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด 
5. ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กําลังปฏิบัติงานอยู่ 
6. ในกรณีผู้รับจ้างทํางานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย 
ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสําหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย 
7. ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชํารุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดําเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น 
8. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทํางานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก 
9. กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม 
มาตรฐานของ วสท. 
10. ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจําเมื่อมีการปฏิบัติงาน 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -16- 
11. อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีการติดตั้งสายดิน (Equipment Ground Conductor) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดไฟฟ้าดูดในขณะที่สัมผัสตัวอุปกรณ์ 
12. ต้องจัดให้มีการปิดล้อมหรือการบริเขตพื้นที่ทํางาน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจ เกิดอันตรายได้ และควรพิจารณาติดตั้งแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นในเวลากลางคืน 
13. ต้องมีการจัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงานให้เรียบร้อยตลอดเวลา 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง 
15. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น โดยสวมใส่ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานและจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนําไฟฟ้า (Conductive suit) 
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้สายหรือ เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 tanyards) พร้อมอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ กําหนดสําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน เว้นแต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะทําให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อ 
ๆ 
อันตรายมากขึ้น ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นที่สามารถใช้คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพแทน โดยอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม 
มาตรฐานที่กําหนดไว้และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ 
15.1 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับ 
แรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 
15.2 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้า ต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว 
15.3 ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทนต่อการฉีกขาดได้ดี การใช้ถุงมือยางต้องใช้ร่วมกับถุงมือหนังทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน 
15.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้น้ําหรือเหนือน้ําซึ่งอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายจาก 
การจมน้ําได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชูชีพกันจมน้ํา เว้นแต่การสวมใส่ชูชีพอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับ อันตรายมากกว่าเดิม ให้ผู้รับจ้างใช้วิธีการอื่นที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแทน 
15.5 ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายจากไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -17- เอกสารแนบ 5 
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง 
ๆ 
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ 
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 
ดําเนินการด้านความปลอดภัย 
กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ 
ส่วนที่ 1 เครื่องจักร 
1. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องสวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่ อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีผมยาว ให้รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้อยู่ ในลักษณะที่ปลอดภัย 
2. ในบริเวณที่มีการติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องมีการติดป้ายแสดงการดําเนินงานดังกล่าวโดยใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรนั้นทํางาน (Lock Out - Tag Out) และให้แขวนป้าย หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ของเครื่องจักรด้วย 
3. ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บํารุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและคู่มือการใช้งาน ที่ผู้ผลิตกําหนด หากไม่มีรายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทํารายละเอียดหรือคู่มือเป็นหนังสือ และให้มีสําเนาไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อให้ ทอท. สามารถดําเนินการตรวจสอบได้ 
รายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าวต้องจัดทําเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติ 
เพื่อความปลอดภัยในการทํางานได้ 
4. การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ําหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนป้องกัน อันตรายจากการเคลื่อนย้ายดังกล่าวและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 
5. ผู้รับจ้างต้องดูแลเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรประจําปี ตามประเภทและชนิดเครื่องจักรที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 หมวดที่ 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 1 บททั่วไป ข้อ 9 
6. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทํางานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กําหนดไว้ใน 
รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนด 
7. เครื่องมือเครื่องจักรขนาดเล็กที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทํางานกับ 
เครื่องมือเครื่องจักรนั้นติดไว้ในบริเวณที่ลูกจ้างทํางาน 
8. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย การชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง 
9. การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทํางาน ที่ปลอดภัย จนมีความรู้ความชํานาญ และประสบการณ์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -18- 
10. เครื่องจักรที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าตัวผู้ปฏิบัติงานและต้องมี การติดตั้งสายดิน 
11. ต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทํางานที่อาจ เป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง 
12. ผู้รับจ้างต้องไม่ติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ในบริเวณพื้นที่ที่มี กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนําจนอาจมีผลทําให้การทํางานของเครื่องจักรผิดปกติและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ 
13. ผู้รับจ้างต้องควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติ ที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 
ส่วนที่ 2 รถยก 
1. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้พนักงานทํางานเกี่ยวกับรถยก ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ 
1.1 จัดให้มีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถป้องกันอันตรายจากวัสดุตกหล่นได้ 
1.2 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักยกให้ตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของได้โดยปลอดภัยติดไว้ที่รถยก เพื่อให้ลูกจ้างเห็นได้ชัดเจน 
1.3 ตรวจสอบรถยกให้มีสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไว้ให้ พนักงานตรวจแรงงานหรือ ทอท. ตรวจสอบได้ 
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทํางาน 
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นตามสภาพในที่ทํางาน เช่น กระจกมองข้าง 
1.6 ให้ผู้ทําหน้าที่ขับรถยกชนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทํางานบนรถตลอดเวลา 
ๆ 
2. ห้ามผู้รับจ้างทําการดัดแปลงหรือกระทําการใด ๆ ที่มีผลทําให้ความปลอดภัยในการทํางานของรถยกลดลง 3. ผู้รับจ้างต้องกําหนดเส้นทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณที่มีการใช้รถยกเป็นประจํา 
4. ผู้รับจ้างต้องติดตั้งกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายกันไว้ที่บริเวณทางแยกหรือทางโค้งที่มอง 
ไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า 
5. ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นเส้นทางเดินรถยกมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับน้ําหนักรถรวมทั้งน้ําหนัก บรรทุกของรถยกได้อย่างปลอดภัย 
6. ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานขับรถยกได้ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับการใช้รถยก แต่ละประเภท 
7. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลการนํารถยกไปใช้ปฏิบัติงานใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า 
โดยต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด หรืออย่างน้อยควรห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 
8. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับรถยกโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้ การตรวจสอบ และการบํารุงรักษารถยกให้ผู้ปฏิบัติงานได้ศึกษาและปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -19- 
ส่วนที่ 3 ลิฟต์ 
1. กรณีงานของผู้รับจ้างมีการนําลิฟต์มาใช้เพื่อโดยสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน (งานก่อสร้าง) ให้ปฏิบัติดังนี้ 
1.1 ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย 
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้ 
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่ทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบํารุงรักษาลิฟต์ 
1.4 จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุก น้ําหนักเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด 
1.5 จัดให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด 
1.6 จัดทําคําแนะนําและวิธีการใช้ลิฟต์ และการขอความช่วยเหลือติดไว้ในห้องลิฟต์ 1.7 จัดให้มีระบบติดต่อกับภายนอกห้องลิฟต์และสัญญาณแจ้งเหตุขัดข้อง 
1.8 จัดทําคําแนะนําและวิธีการให้ความช่วยเหลือติดไว้ในห้องเครื่องต้นกําลัง และห้องผู้ดูแลลิฟต์ 1.9 จัดทําข้อห้ามการใช้ลิฟต์ ติดไว้ที่ข้างประตูลิฟต์ด้านนอกทุกชั้น 
1.10 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนโดยสารได้อย่างปลอดภัยติดตั้งไว้ในห้องลิฟต์ 
1.11 จัดให้มีระบบไฟส่องสว่างและระบบระบายอากาศที่เพียงพอภายในห้องลิฟต์ ทั้งในขณะใช้งานปกติ และกรณีฉุกเฉิน 
2. ในกรณีที่มีลิฟต์ขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, และ 1.5 และจัดทําป้ายบอกพิกัด น้ําหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกําหนด และติดป้ายห้ามโดยสารไว้ในจุดที่เห็นชัดเจนนอก 
ประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการ ป้องกันการติดขัดของลิฟต์ 
3. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังการติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ําหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ําหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิต กําหนด และให้ติดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบไปด้วย วัน เดือน ปี ที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปี ที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในลิฟต์ให้เห็นชัดเจน และมีสําเนาเอกสารการทดสอบให้ ทอท. 
สามารถตรวจสอบได้ 
4. ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทํางานของลิฟต์เป็นประจําทุกเดือน และมีสําเนา เอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 
5. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่า ความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์โดยสารต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 
6. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับลิฟต์ทุกชนิด 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -20- 
ส่วนที่ 4 เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง 
1. การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ 
1.1 จัดให้มีการป้องกันการตกจากที่สูงตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจาก ที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ 
1.2 จัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนที่สามารถยกได้อย่างปลอดภัย 
1.3 ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีสภาพใช้งาน ได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงเตือนภัยขณะทํางานตามความเหมาะสมของการใช้งาน 
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานเมื่อมีการใช้งานเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด และต้องตรวจสอบให้ 
อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สามารถทํางานได้ตลอดเวลา 
2. ผู้รับจ้างต้องไม่ดัดแปลงหรือกระทําการใดกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีผลทําให้ ความปลอดภัยในการทํางานลดลง 
3. การทํางานบนเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรนั้นไปตาม แนวราบ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นที่ที่เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายมีความแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ และปรับระดับของ เครื่องจักรดังกล่าวให้อยู่ในตําแหน่งที่ผู้ผลิตกําหนดหรือในตําแหน่งที่ปลอดภัย 
4. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการอบรมลูกจ้างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน 
5. การใช้เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงแบบแขวน ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้ 
5.1 จัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายหลังการติดตั้ง และต้องสําเนาเอกสารการทดสอบ ไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 
5.2 ต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 และต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของ กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 กับเครื่องจักรที่ใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง 
ส่วนที่ 5 รอก 
1. ในการใช้รอกโยก รอกมือสาว รอกหางปลา รอกไฟฟ้าหรือรอกที่ใช้พลังงานอื่น หรือรอกชนิดอื่นที่มีการใช้ งานลักษณะเดียวกัน นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ 
1.1 ติดตั้งรอกไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย 
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน 
ใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายและติดป้ายห้ามใช้รอกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบรอก 
1.4 จัดให้มีป้ายบอกขนาดพิกัดน้ําหนักยกอย่างปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียด คุณลักษณะและ คู่มือการใช้งานพร้อมทั้งติดป้ายเตือนให้ระวัง 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) 21- 
1.5 ต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและ การดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับรอก 
1.6 อุปกรณ์สําหรับการผูกมัดหรือยึดโยงวัสดุสิ่งของต้องมีค่าความปลอดภัยที่กฎหมายกําหนด 
1.7 ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทําการยก 
หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทําการยกหรือบริเวณที่ใช้รอกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 
章 
1 
1.8 รอกที่มีขนาดพิกัดน้ําหนักยกตั้งแต่ 1 ต้นขึ้นไป 
นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ 
ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
Dian 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -22 
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ 
เอกสารแนบ 6 
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2554 
ดําเนินการด้านความปลอดภัย 
กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ 
ส่วนที่ 1 ปั้นจั่น 
1. ในการประกอบ การทดสอบ การใช้ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นที่นํามาใช้กับ ปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ หากไม่มีรายละเอียด 
คุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานดังกล่าว ได้กําหนดขึ้นเป็นหนังสือ 
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่วิศวกร 
2. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและการทดสอบการติดตั้งปั้นจั่น ตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานของผู้ผลิตโดยวิศวกรก่อนการใช้งาน และจัดทํารายงานการตรวจสอบและการทดสอบ ซึ่งมีลายมือชื่อวิศวกร รับรองเก็บไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ และกรณีที่มีการหยุดใช้งานปั้นจั่นตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนนํามาใช้งานใหม่ ผู้รับจ้าง 
6 ต้องดําเนินการตรวจสอบและทดสอบตามคู่มืออีกครั้ง 
3. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกําหนด 4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้ 
4.1 ควบคุมให้มีลวดสลิงเหลืออยู่ในม้วนลวดสลิงไม่น้อยกว่า 2 รอบ ตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทํางาน 4.2 จัดให้มีชุดล็อกป้องกันลวดสลิงหลุดจากตะขอของปั้นจั่น และทําการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ 
อย่างปลอดภัย 
4.3 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือกั้นส่วนที่หมุนรอบตัวเอง ส่วนที่เคลื่อนไหวได้ หรือส่วนที่อาจเป็นอันตรายของปั้นจั่น 
และให้ส่วนที่เคลื่อนที่ของปั้นจั่นหรือส่วนที่หมุนได้ของปั้นจั่นอยู่ห่างจากสิ่งก่อสร้างหรือวัตถุอื่นในระยะที่ปลอดภัย 
4.4 จัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางานบนแขนปั้นจั่นหรือชุดสะพาน 4.5 จัดให้มีพื้นชนิดกันลื่น ราวกันตก และแผงกันตกระดับพื้นสําหรับปั้นจั่นชนิดที่ต้องมีการจัดทําพื้นและทางเดิน 4.6 จัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไว้ที่ห้องบังคับปั้นจั่นหรือตําแหน่งที่สามารถ ใช้งานได้สะดวก 
ได้ตามปกติ 
4.7 ติดตั้งปั้นจั่นบนฐานที่มั่นคงโดยมีวิศวกรเป็นผู้รับรอง 
4.8 จัดให้มีการติดตั้งชุดควบคุมการทํางานเมื่อยกวัสดุขึ้นถึงตําแหน่งสูงสุด (Upper limit switch) ที่ใช้งาน 
4.9 จัดให้มีชุดควบคุมน้ําหนักยก (Overload Limit Switch) ที่ใช้งานได้ตามปกติ 
5. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นที่ใช้เครื่องยนต์ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังต่อไปนี้ 
5.1 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือฉนวนหุ้มท่อไอเสีย 
5.2 จัดให้มีมาตรการในการเก็บและเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงสํารองด้วยความปลอดภัย 
5.3 จัดให้มีถังเก็บเชื้อเพลิงและท่อส่งเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในลักษณะที่จะไม่เกิดอันตราย เมื่อเชื้อเพลิงหกล้น หรือรั่วออกมา 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ศ.66) 23 
6. ผู้รับจ้างต้องเคลื่อนย้ายวัตถุไวไฟออกจากบริเวณที่ใช้ปั้นจั่น กรณีไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ผู้รับจ้างต้อง จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เหมาะสมก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงาน 
7. ห้ามผู้รับจ้างให้ลูกจ้างใช้ปั้นจั่นที่ชํารุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย 
8. ห้ามผู้รับจ้างดัดแปลงหรือแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้อื่นกระทําการ เช่นว่านั้น อันอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถ้าจําเป็นต้องดัดแปลงส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างที่มีผลต่อการรับน้ําหนัก ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการคํานวณทางวิศวกรรมพร้อมกับการทดสอบ 
9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญญาณเสียงและแสงไฟเตือนภัยตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทํางานโดยติดตั้งไว้ให้เห็นได้ชัดเจน 10. ในกรณีที่มีการซ่อมบํารุงปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องติดป้ายแสดงการซ่อมบํารุงปั้นจั่น โดยใช้เครื่องหมายหรือ ข้อความที่เข้าใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการหรืออุปกรณ์ป้องกัน (Lock out) ไม่ให้ปั้นจั่นนั้นทํางาน และให้แขวนป้าย (Tag out) แสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ไว้ที่สวิตช์ของปั้นจั่นด้วย 
11. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักยกไว้ที่ปั้นจั่นเพื่อเตือนให้ระวังอันตราย และติดตั้งสัญญาณเตือน อันตรายให้ผู้บังคับปั้นจั่นทราบ 
12. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่การใช้สัญญาณเป็นการใช้ สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือตามที่กฎหมายประกาศกําหนด ติดไว้ที่จุดหรือตําแหน่งที่ ผู้ปฏิบัติงานเห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการใช้วิธีการสื่อสารแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้สัญญาณมือ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสาร เป็นต้น ผู้รับจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามข้อนี้ 
13. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ปั้นจั่นใกล้สายไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ 
13.1 ในกรณีที่ใช้ปั้นจั่นยกวัสดุ ให้ระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของวัสดุที่ปั้นจั่นกําลังยก เป็นดังต่อไปนี้ 
(ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.1 เมตร 
(๒) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 11.5 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 115 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 250 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร (ง) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 13.2 ในกรณีที่เคลื่อนย้ายปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ โดยไม่ยกวัสดุและไม่ลดแขนปั้นจั่นลง ให้ระยะห่างระหว่าง ส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นกับสายไฟฟ้า เป็นดังต่อไปนี้ 
(ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร 
(ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 13.1 – 13.2 ได้ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการที่ปลอดภัยเพียงพอ และได้รับการ อนุญาตจากการไฟฟ้าประจําท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้น ก่อนดําเนินการ 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
Oran 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -24 
14. ในกรณีที่มีการติดตั้งปั้นจั่นหรือใช้ปั้นจั่นใกล้เสาส่งคลื่นโทรคมนาคม ก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานทํางาน ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสอบการเกิดประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ถ้าพบว่ามีประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ให้ผู้รับจ้างต่อสายตัวนํากับ ปั้นจั่นหรือวัสดุที่จะยกเพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลลงดิน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย 
ในพระบรมราชูปถัมภ์ 
15. ผู้รับจ้างต้องติดประกาศวิธีการทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นของผู้ปฏิบัติงานไว้บริเวณที่ผู้ปฏิบัติงานทํางาน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน การซ่อมบํารุง และการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล 16. ในกรณีที่ผู้บังคับปั้นจั่นไม่สามารถมองเห็นจุดที่ทําการยกสิ่งของหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี 
ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่นตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งาน 
17. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือ ผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่นได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว และต้องจัดให้มีการอบรมหรือทบทวนการ ทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด ทั้งนี้ ให้การอบรมและทบทวนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ 
ที่กฎหมายประกาศกําหนด 
ส่วนที่ 2 ปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง 
18. กรณีเป็นปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม 
18.1 
ปั้นจั่นเหนือศีรษะหรือปั้นจั่นขาสูงที่เคลื่อนที่บนราง ต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้ 
โดยอัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง 
18.2 นายจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีสิ่งกีดขวางการเคลื่อนของล้อปั้นจั่น 
18.3 กรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานขึ้นไปทํางานบนปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นของปั้นจั่นที่มีความสูงเกิน 2 เมตร ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบันไดพร้อมราวจับและโครงโลหะกันตกหรือจัดให้มีอุปกรณ์อื่นใดที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจาก การตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564 
ส่วนที่ 3 ปั้นจั่นหอสูง 
19. กรณีเป็นปั้นจั่นหอสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม 
19.1 กรณีที่ต้องปฏิบัติงานบนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงาน และให้สวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางาน 
19.2 ปั้นจั่นที่มีรางล้อเลื่อนที่อยู่บนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้โดย อัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง 
19.3 ปั้นจั่นที่มีแขนเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์ควบคุมมุมองศาการทํางานของแขนปั้นจั่น ให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน 
19.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีตารางการยกสิ่งของตามที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับน้ําหนักสิ่งของ มุมองศา และระยะของแขนที่ทําการยก ติดไว้ในบริเวณที่ผู้บังคับ 
ปั้นจั่นเห็นได้ชัดเจน 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
@to 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 25- 
19.5 ในการประกอบ การติดตั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การเพิ่มความสูง หรือการรื้อถอนปั้นจั่นหอสูง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมตลอดระยะเวลาดําเนินการ จนกว่าจะแล้วเสร็จ 
19.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือไปกับวัสดุที่ทําการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุที่ทําการยกหรือบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 
ส่วนที่ 4 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น 
20. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้ 
20.1 ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกศึกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด 
20.2 ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียว หรือชํารุดที่ทําให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง 20.3 ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระบุ 20.4 ลวดสลิงถูกความร้อนทําลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน 
20.5 ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชํารุดมากจนเห็นได้ชัดเจน 
20.6 ลวดสลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน 
หรือขาดรวมกันตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลายเส้นเกลียว 
21. ผู้รับจ้างต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้ 
21.1 ลวดสลิงเคลื่อนที่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 
21.2 ลวดสลิงยึดโยง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 
22. ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์สําหรับการผูกมัด หรือยึดโยงวัสดุที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้ 
22.1 ลวดสลิง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 
22.2 โซ่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 
22.3 เชือก ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 
22.4 ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 
22.5 อุปกรณ์สําหรับผูก มัด หรือยึดโยงอื่น ๆ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 
23. ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองรับบริเวณจุดที่มีการสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ ในการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่ทําการยกเคลื่อนย้าย 
24. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ 
24.1 มีการบิดตัวของตะขอ 
24.2 มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 24.3 มีการลิกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 24.4 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ 24.5 มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -26- เอกสารแบบ 7 
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย 
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 กฎหมายอื่น ๆ และ ข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ 
1. ให้ผู้รับจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองตาม “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องบัญชี รายชื่อสารเคมีอันตราย” 
ต้องจัดทําบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด (สอ.1) พร้อมทั้งแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 7 วันนับแต่ วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง 
2. ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทราบและอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายที่อยู่ในครอบครองของผู้รับจ้าง ข้อความและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏในเอกสาร คู่มือ ฉลาก ป้าย หรือ ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ได้กําหนดไว้ในกฎหมาย 
3. ให้ผู้รับจ้างจัดให้ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทราบและเข้าใจวิธีการในการทํางานที่ถูกต้อง และปลอดภัย รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมผู้ปฏิบัติงานของตนให้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว ในการนี้ ให้ผู้รับจ้าง จัดทําคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คําแนะนําผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน 
อันตราย ความหมายของข้อมูลที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย 
4. ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการทํางานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามคู่มือการปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้าง จัดทําขึ้นตามข้อ 3 และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ผู้ปฏิบัติงานต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้ผู้รับจ้าง 
ทราบทันที 
5. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ เหมาะสมตาม 
กฎหมายและตามความเสี่ยงที่ได้ประเมิน และกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดระยะเวลาที่มีการทํางานกับ สารเคมีและวัตถุอันตราย 
6. การปฏิบัติอื่น ๆ ที่ไม่ได้กําหนดไว้ในคู่มือฉบับนี้ ให้นํากฎหมายด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีและ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องมาเป็นข้อกําหนดในการทํางานกับสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อไป 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 27- 
เอกสารแนบ 8 
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร) 
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา พ.ศ. 2563 กฎหมายอื่น ๆ 
ดําเนินการด้านความปลอดภัย 
และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ 
1. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานประดาน้ําได้รับการตรวจสุขภาพตามกําหนดระยะเวลาและจัดทําบัตรตรวจ 
สุขภาพผู้ปฏิบัติงานไว้ตามที่กฎหมายกําหนด 
2. ผู้ปฏิบัติงานซึ่งผู้รับจ้างทํางานประดาน้ําต้องดําเนินการดังนี้ 
2.1 มีอายุไม่ต่ํากว่า 18 ปีบริบูรณ์ 
2.2 สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคตามที่กฎหมายกําหนด 
2.3 มีความรู้และมีประสบการณ์ในงานประดาน้ําและต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงาน รัฐรับรอง หรือหลักสูตรตามที่กฎหมายกําหนด 
3. ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําปฏิบัติตามตารางมาตรฐานของการดําน้ําและการลด ความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงในทํางานใต้น้ําในครั้งถัดไป ทั้งที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด 
4. ผู้รับจ้างและหัวหน้านักประดาน้ําต้องสั่งให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําหยุดหรือเลิกการดําน้ําในกรณี 
ต่อไปนี้ 
4.1 เมื่อพี่เลี้ยงนักประดาน้ําและนักประดาน้ําไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ 
4.2 เมื่อนักประดาน้ําต้องใช้อากาศสํารองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสํารอง 4.3 เมื่อมีการดําน้ําในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย 
5. สําหรับการทํางานในน้ํา (การปฏิบัติงานที่มีความลึกไม่ถึง 3 เมตร) และการทํางานบนผิวน้ํา (ปฏิบัติงานบน เรือหรือแพ) ขอให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานสําหรับการทํางาน ในน้ําและการทํางานบนผิวน้ํา ทอท. ยังไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 28- เอกสารแนบ 9 
5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี 
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2556 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 
ดําเนินการดังนี้ 
ทอท. 
1. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีหรือเจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิครั้งสีเกี่ยวกับวัสดุ 
นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ 
หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน 
อย่างน้อยหนึ่งคนทําหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางรังสีของสถานที่ทํางานที่มีการใช้รังสี และปฏิบัติหน้าตาม 
กฎกระทรวง (แรงงาน) กําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 ข้อ 15 
2. ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับการตรวจสุขภาพ โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกําหนด โดยระยะเวลาตรวจสุขภาพลูกจ้างให้เป็นไปตามข้อ 5.1.15 
3. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติหรือมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตาม กฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจได้ พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีทราบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนด 
4. ห้ามผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี 
5. จัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายและวิธีการป้องกันอันตราย จากรังสี ก่อนเข้ารับหน้าที่และมีการทบทวนความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง 
6. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจําตัวบุคคลและต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน 
เกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน 
7. ผู้รับจ้างต้องจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมของพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีที่ได้รับเป็น 
ประจําทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกําเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้ 
ผู้ปฏิบัติงานรับทราบทุกครั้ง 
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนดตามกฎหมายว่า ด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ผู้รับจ้างแจ้งปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวพร้อมหาสาเหตุและการป้องกันแก้ไขต่อ 
อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูลปริมาณรังสีสะสม 
8. ผู้รับจ้างต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม และจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะอย่างน้อยเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถเข้าใจได้ แสดงให้เห็น ชัดเจนในบริเวณนั้น 
9. ไม่ให้บุคคลใดซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเข้าไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงาน ได้รับทราบ 
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)