จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในโรงพยาบาล ขนาด 60 เตียง (มาตรฐาน) เป็นอาคาร คสล.2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 2,508 ตารางเมตร (โครงสร้างต้านแผ่นดินไหว) โรงพยาบาลศรีสัชนาลัย ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 1 หลัง

สุโขทัย 68129162545
฿46,636,400 ปีงบ 2569 ประกาศ 2 มิ.ย. 2569 สุโขทัย
รายละเอียดการจ้าง

เอกสารฉบับนี้เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง รวมถึงสูตรและวิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ (Escalation Clause) สำหรับงานก่อสร้างทุกประเภท ซึ่งรวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม สัญญาแบบปรับราคาได้นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการปรับเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญา เมื่อดัชนีราคาวัสดุที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากราคา ณ วันเปิดซองประกวดราคา ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่แจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้างทราบถึงการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ รวมถึงระบุประเภทงานก่อสร้าง สูตร และวิธีการคำนวณที่ชัดเจนในสัญญาจ้าง

เอกสารได้แบ่งประเภทงานก่อสร้างออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ พร้อมสูตรการคำนวณค่า K (Escalation Factor) ที่แตกต่างกันไปตามลักษณะงาน เช่น

  • หมวดที่ 1: งานอาคาร (อาคารสำนักงาน, โรงเรียน, โรงพยาบาล ฯลฯ)
  • หมวดที่ 2: งานดิน (การขุดดิน, การถมดิน, งานหินเรียง, งานเจาะระเบิดหิน)
  • หมวดที่ 3: งานทาง (งานผิวทางประเภทต่างๆ, งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก, งานท่อระบายน้ํา, งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก, งานโครงสร้างเหล็ก)
  • หมวดที่ 4: งานชลประทาน (งานอาคารชลประทาน, งานบานระบาย, งานเหล็กเสริมคอนกรีต, งานคอนกรีต, งานเจาะ, งานอัดฉีดน้ำปูน)
  • หมวดที่ 5: งานระบบสาธารณูปโภค (งานวางท่อ AC, PVC, ท่อเหล็กเหนียว, งานปรับปรุงระบบอุโมงค์, งานหล่อและตอกเสาเข็ม)

นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณ ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์ และวิธีการคำนวณค่า K โดยให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน และกำหนดเงื่อนไขการพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 40% ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณ การเบิกจ่ายเงินแต่ละงวดจะจ่ายค่าจ้างงานตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือลดจะคำนวณเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุที่แน่นอนแล้ว และการพิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลดต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ

English summary

This document outlines the terms, criteria, construction types, and calculation formulas for adjustable price contracts (Escalation Clause) applicable to all types of construction projects, including renovations and repairs. Its purpose is to adjust contract prices based on changes in price indices published by the Ministry of Commerce. The document details the calculation of the Escalation Factor (K) for various construction categories such as buildings, roads, irrigation, and utility systems, along with calculation methods and payment conditions. It specifies the conditions under which price adjustments are made, the formulas for calculating the escalation factor based on specific work categories, and the indices used for calculation. The process involves obtaining approval from the Bureau of the Budget for any price adjustments.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อกำหนดเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ (Escalation Clause) สำหรับงานก่อสร้างทุกประเภท
  • เพื่อให้สามารถปรับเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญาได้ เมื่อดัชนีราคาวัสดุมีการเปลี่ยนแปลง
  • เพื่อให้การคำนวณและการเบิกจ่ายค่างานเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
  • เพื่อให้การบริหารสัญญาเป็นไปตามระเบียบของทางราชการและสำนักงบประมาณ

ขอบเขตของงาน

  • การกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การใช้สัญญาแบบปรับราคาได้
  • การระบุประเภทงานก่อสร้างต่างๆ ที่สามารถใช้สัญญาแบบปรับราคาได้
  • การกำหนดสูตรและวิธีการคำนวณค่า K (Escalation Factor) สำหรับแต่ละประเภทงานก่อสร้าง
  • การอธิบายดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณค่า K
  • การกำหนดวิธีการคำนวณเงินเพิ่มหรือลดค่างาน
  • การกำหนดเงื่อนไขการเบิกจ่ายเงินและการขอความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การใช้สัญญาแบบปรับราคาได้
  • การจำแนกประเภทงานก่อสร้างและสูตรคำนวณค่า K ที่เกี่ยวข้อง
  • สูตรคำนวณค่า K สำหรับงานอาคาร
  • สูตรคำนวณค่า K สำหรับงานดิน
  • สูตรคำนวณค่า K สำหรับงานทาง
  • สูตรคำนวณค่า K สำหรับงานชลประทาน
  • สูตรคำนวณค่า K สำหรับงานระบบสาธารณูปโภค
  • คำอธิบายดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณ
  • วิธีการคำนวณเงินเพิ่ม/ลดค่างาน
  • ข้อกำหนดเกี่ยวกับการขอความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ

ระยะเวลาดำเนินการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ผู้รับจ้างต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย
  • Standards Compliance: -
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: -
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • สูตรคำนวณค่า K (Escalation Factor) สำหรับงานก่อสร้างประเภทต่างๆ โดยพิจารณาจากดัชนีราคาวัสดุที่เกี่ยวข้อง เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป, ดัชนีราคาซีเมนต์, ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์), ดัชนีราคาเหล็ก, ดัชนีราคาแอสฟัลท์, ดัชนีราคาเครื่องจักรกล, ดัชนีราคาน้ำมันดีเซล, ดัชนีราคาท่อ PVC, ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี, ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน, ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE, ดัชนีราคาสายไฟฟ้า
  • การคำนวณค่า K โดยใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน
  • การพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 40% ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณ

เงื่อนไขสัญญา

  • การปรับเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญาแบบปรับราคาได้
  • การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างต้องเรียกร้องภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  • การพิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืน ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ
  • การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทำได้ตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือลดจะคำนวณเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุที่แน่นอนแล้ว
  • ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญาอันเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ที่ใช้ในการคำนวณค่างาน จะใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • สัญญาแบบปรับราคาได้ใช้กับงานประเภทใดบ้าง?
    • ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม
  • ใครเป็นผู้จัดทำดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณสัญญาแบบปรับราคาได้?
    • กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้จัดทำ
  • ผู้รับจ้างมีสิทธิเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างได้นานเท่าใด?
    • ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  • การคำนวณค่า K ต้องใช้ทศนิยมกี่ตำแหน่ง?
    • ใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน โดยไม่ปัดเศษ
  • การปรับเพิ่มหรือลดค่างานจะเกิดขึ้นเมื่อใด?
    • เมื่อค่า K ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้นๆ ในเดือนที่ส่งมอบงาน มีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 40% ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณ
  • หากผู้รับจ้างก่อสร้างล่าช้า จะใช้ค่า K เดือนใดในการคำนวณ?
    • ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  • การจ่ายเงินเพิ่มหรือลดค่างานต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานใด?
    • ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ
  • หากมีงานก่อสร้างหลายประเภทในสัญญาเดียว จะคำนวณค่า K อย่างไร?
    • ต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงาน และให้สอดคล้องกับสูตรที่กำหนดไว้
  • หากผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ AC และ/หรืออุปกรณ์เอง จะใช้สูตรคำนวณค่า K อย่างไรสำหรับงานวางท่อ AC?
    • ใช้สูตร K = 0.50 +0.25 It/lo + 0.25 Mt/Mo
  • เอกสารนี้ครอบคลุมงานก่อสร้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือไม่?
    • ครอบคลุม โดยมีสูตรเฉพาะสำหรับงานก่อสร้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในหมวดที่ 5.7 ถึง 5.8

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
ก. เงื่อนไขและหลักเกณฑ์

  1. สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุง และซ่อมแซมซึ่งเบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงิน อุดหนุนและหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขและ
    หลักเกณฑ์ตามที่ได้กําหนดนี้
  2. สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตาม สัญญา เมื่อดัชนีราคาซึ่งจัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลง จากเดิม ขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา สําหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซอง
    ราคาแทน
  3. การนําสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้นั้น ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้าง ทราบ เช่น ในประกาศประกวดราคาฯ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้น ๆ จะ ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมทั้งกําหนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ ให้มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไว้ให้ชัดเจน
    ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน จะต้องแยกประเภท งานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้น ๆ และให้สอดคล้องกับ
    สูตรที่กําหนดไว้
  4. การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ที่จะต้องเรียกร้องภายในกําหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หาก พ้นกําหนดนี้ไปแล้ว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างได้อีกต่อไป
    และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะต้องเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืน จากผู้รับจ้างโดยเร็ว หรือให้หักค่างานของงวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญา แล้วแต่กรณี
  5. การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจาก ผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจาก
    สํานักงบประมาณและให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสํานักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
    -2-
    ข. ประเภทงานก่อสร้างและสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คํานวณตามสูตรดังนี้
    ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่าย
    P
    (Po) x (K)
    กําหนดให้
    P
    ให้ผู้รับจ้าง
    Po
    K
    ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างาน
    เป็นงวดซึ่งระบุไว้ในสัญญาแล้วแต่กรณี
    ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
    ESCALATION FACTOR K หาได้จากสูตร ซึ่งแบ่งตามประเภทและลักษณะงานดังนี้
    หมวดที่ 1
    งานอาคาร
    งานอาคาร หมายถึง ตัวอาคาร เช่น ที่ทําการ โรงเรียน โรงพยาบาล หอพัก ที่พักอาศัย หอประชุม อัฒจันทร์ ยิมเนเซียม สระว่ายน้ํา โรงอาหาร คลังพัสดุ โรงงาน รั้ว
    เป็นต้น และให้หมายความรวมถึง
    1.1 ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงหม้อแปลงและ
    ระบบไฟฟ้าภายในบริเวณ
    ภายในบริเวณ
    1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงระบบประปา
    1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่าง ๆ ที่ติดหรือฝังอยู่ในส่วนของอาคาร เช่น ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสําหรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
    1.4 ทางระบายนํ้าของอาคารจนถึงทางระบายนํ้าภายนอก
    1.5 ส่วนประกอบที่จําเป็นสําหรับอาคาร เฉพาะส่วนที่ติดกับอาคาร โดยต้อง สร้างหรือประกอบพร้อมกับการก่อสร้างอาคาร แต่ไม่รวมถึงเครื่องจักรหรือเครื่องมือกลที่นํามา ประกอบหรือติดตั้ง เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสูบน้ํา เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
    1.6 ทางเท้ารอบอาคาร ดินถม คืนตัก ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร
    ใช้สูตร K
    RE
    0.25 +0.15 Tt/o + 0.10 CvCo + 0.40 MUMo + 0.10 SuSo
  • 3 -
    หมวดที่ 2
    2 งาน น
    2.1 งานคืน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิดหน้าดิน การเกลี่ยบดอัดดิน การขุด ถมบดอัดแน่นเขื่อน คลอง คันคลอง คันกั้นน้ํา คันทาง ซึ่งต้องใช้ เครื่องจักรเครื่องมือกลปฏิบัติงาน
    สําหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่นที่มีการ
    ควบคุมคุณสมบัติของวัสดุนั้น และมีข้อกําหนดวิธีการถม รวมทั้งมีการบดอัดแน่นโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กําหนดไว้ เช่นเดียวกับงานก่อสร้างถนนหรือเขื่อน
    ชลประทาน
    ทั้งนี้ ให้รวมถึงงานประเภท EMBANKMENT, EXCAVATION, SUBBASE,
    SELECTED MATERIAL, UNTREATED BASE as SHOULDER
    ใช้สูตร K
    0.30 + 0.10 It/To+ 0.40 EU/Eo + 0.20 Ft/Fo
    2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นํามาเรียงกันเป็นชั้นให้เป็น ระเบียบจนได้ความหนาที่ต้องการ โดยในช่องว่างระหว่างหินใหญ่จะแซมด้วยหินย่อยหรือกรวด ขนาดต่าง ๆ และทรายให้เต็มช่องว่าง มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุและมีข้อกําหนดวิธีปฏิบัติ โดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียง ยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อการป้องกันการกัดเซาะพังทลายของ ลาดตลิ่งและท้องล่าน้า
    ใช้สูตร K
    0.40 + 0.20 It/lo+0.20 Mt/Mo+ 0.20 Ft/Fo

    2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทั่ว ๆ ไป ระยะทางขนย้าย ไป-กลับ ประมาณไม่เกิน 2 กิโลเมตร ยกเว้นงานเจาะระเบิดอุโมงค์ซึ่งต้องใช้เทคนิคชั้นสูง
    ใช้สูตร K
    -L
    0.45 + 0.15 IVIo + 0.10 MuMo + 0.20 Et/Eo + 0.10 FUFO
    หมวดที่ 3
    งานทาง
    ใช้สูตร K
    3.1 งานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT
    0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 EtEo + 0.10 Ft/Fo
  • 4-
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    3.2 งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
    0.30 + 0.10 MUMo +0.30 AUAo + 0.20 EVEo+ 0.10 Ft/Fo
    3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM
    0.30 + 0.10 MɗMo + 0.40 AVAO + 0.10 EvEo + 0.10 Ft/Fo
    3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม
    ซึ่งประกอบด้วยตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด
    ชื่อมติด (WELDED
    STEEL
    WIRE FARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อ ต่าง ๆ (JOINT) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C. BRIDGE APPROACH) ด้วย
    ใช้สูตร K
    0.30 + 0.10 It/To+0.35 CU/Co+0.10 Mt/Mo+ 0.15 St/So
    3.5 งานท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก หมายถึง ท่อคอนกรีต เสริมเหล็กสําหรับงานระบายน้ํา (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็ก งานดาดคอนกรีตเสริมเหล็กรางระบายน้ําและบริเวณลาด
    คอสะพาน
    รวมทั้งงานบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่นที่มีรูปแบบและ
    ลักษณะงานคล้ายคลึงกัน เช่น งานบ่อพัก (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ ท่อร้อยสายไฟฟ้า
    เป็นต้น
    ใช้สูตร K
    0.35 -0.20 It/lo + 0.15 CVCo + 0.15 Mt/Mo +0.15 SV/So
    3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเชื่อมกันตลิ่ง หมายถึง สะพาน คอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C. BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C. BOX CULVERT) หอถังน้ําโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือคอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลักษณะ
    คล้ายคลึงกัน
    ใช้สูตร K
    0.30 +0.10 Iv/ll+0.15 Cu/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
    -5-
    3.7 งานโครงสร้างเหล็ก หมายถึง สะพานเหล็กสําหรับคนเดิมข้ามถนน โครงเหล็กสําหรับติดตั้งป้ายจราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์ หรือ
    งานโครงเหล็กอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    ใช้สูตร K
    หมวดที่ 4
    แต่ไม่รวมถึงงานติดตั้งเสาโครงเหล็กสายส่งของ
    0.25 ÷ 0.10 IUƯTo ÷ 0,05 CVCo + 0.20 Mť/Mo + 0.40 SU/So
    งานชลประทาน
    4.1 งานอาคารชลประทานไม่รวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริม เหล็กชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและหรือ ปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อระบายน้ํา น้ําตกรางเท สะพานน้ํา ท่อลอด ไซฟอน และอาคารชลประทาน ชนิดอื่น ๆ ที่ไม่มีบานระบายเหล็ก แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
    ใช้สูตร K


    0.40 + 0.20 It/lo+0.10 Ct/Co +0.10 Mt/Mo+ 0.20 SUSO

    1
    4.2 งานอาคารชลประทานรวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและหรือปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อส่งน้ําเข้านา ท่อระบายน้ํา ประตูระบายน้ํา อาคารอัดน้ํา ท่อลอดและอาคารชลประทาน ชนิดต่าง ๆ ที่มีบานระบายน้ํา แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝ่าย ทางระบายน้าล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
    ใช้สูตร K
    0.35 0.20 It/lo + 0.10 CV/Co+0.10 MU/Mo + 0.25 St/So
    4.3 งานบานระบาย TRASHRACK และ STEEL LINER หมายถึง บานระบาย เหล็กเครื่องกว้านและโครงยก รวมทั้ง BULK HEAD GATE และงานท่อเหล็ก
    ใช้สูตร K
    0.35 - 0.20 โบโo + 0.45 GtGa
    }
    }
  • 6 -
    4.4 งานเหล็กเสริมคอนกรีต และ ANCHOR BAR หมายถึง เหล็กเส้นที่ใช้เสริม ในงานคอนกรีตและเหล็ก ANCHOR BAR ของงานฝ่าย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทาน ประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานเหล็กดังกล่าวเท่านั้น
    ใช้สูตร K
    0.25 + 0.15 Ito - 0.60 StSo
    4.5 งานคอนกรีต ไม่รวมเหล็กและคอนกรีตดาดคลอง หมายถึง งานคอนกรีต เสริมเหล็กที่หักส่วนของเหล็กออกมาแยกคํานวณต่างหากของงานฝ่าย ทางระบายน้ําล้นหรือ
    อาคารชลประทานประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานคอนกรีตดังกล่าวเท่านั้น
    ใช้สูตร K
    0.40 -0.15 IVIo + 0.25 CU/Co + 0.20 MưMo
    4.6 งานเจาะ หมายถึง การเจาะพร้อมทั้งฝังท่อกรุขนาดรูในไม่น้อยกว่า
    48 มิลลิเมตร ในชั้นดิน หินผุหรือหินที่แตกหัก เพื่ออัดฉีดน้ําปูน และให้รวมถึงงานซ่อมแซม ฐานรากอาคารชลประทาน ถนนและอาคารต่าง ๆ โดยการอัดฉีดน้ําปูน
    ใช้สูตร K
    0.40 + 0.20 It/lo + 0.10 Mt/Mo + 0.20 EtEo + 0.10 Ft/Fo
    4.7 งานอัดฉีดน้ําปูน ค่าอัดฉีดน้ําปูนจะเพิ่มหรือลด ให้เฉพาะราคาซีเมนต์ที่ เปลี่ยนแปลงตามดัชนีราคาของซีเมนต์ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทําขึ้น ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    กับเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    หมวดที่ 5
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    งานระบบสาธารณูปโภค
    5.1 งานวางท่อ AC และ PVC
    5.1.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
    0.50 +0.25 It/lo + 0.25 Mt/Mo
    5.1.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ AC และหรืออุปกรณ์
    0.40 + 0.10 IU/Io + 0.10 MU/Mo + 0,40 ACVACO
    5.1.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ PVD และหรืออุปกรณ์
    0.40 + 0.10 !tflo + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCUPVCo
    -7-
    ใช้สูตร K
    5.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE 5.2.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
    0.40+ 0.10 It/lo + 0.15 Mt/Mo + 0.20 EvEo + 0.15 FuFo
    5.2.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และ
    ให้รวมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT
    ใช้สูตร K
    และหรืออุปกรณ์
    0.40 + 0.10 IU/lo + 0.10 MU/Mo + 0.10 Et/Eo +0.30 GIPU/GIPO
    5.2.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
    ใช้สูตร K
    +-
    ใช้สูตร K
    0.50 +0.10 IUIO +0.10 MU/Mo+ 0.30 PEU/PEO
    5.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ําและงาน SECONDARY LINING
    0.40 +0.10 ItЛo + 0.15 EvEo ÷ 0.35 GIPťGIPO
    5.4 งานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต
    ใช้สูตร K
    0.30+0.101t/lo+0.20Ct/Co+0.05Mt/Mo+0.05St/So+0.30PVCtPVCo
    5.5 งานวางท่อ PVC กลบทราย
    ใช้สูตร K
    0.25 + 0.05 Iv/lo + 0.05 Mt/Mo÷ 0.65 PVCUPVCo
    5.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
    ใช้สูตร K
    0.25 +0.25 It/lo + 0.50 GIPU/GIPO
    ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเท่า
    นน
    5.7 งานก่อสร้างระบบสายส่งแรงสูงและสถานีไฟฟ้าย่อย
    5.7.1 งานติดตั้งเสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ รวมทั้งงานติดตั้งอุปกรณ์
    ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย
    -8-
    สําหรับงานติดตั้ง เสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ ประกอบด้วย ลักษณะงาน ดังนี้คือ PRELIMINARY WORK (ยกเว้น BOUNDARY POST), TOWERS, INSULATOR
    STRING AND OVERHEAD GROUND WIRE ASSEMBLIES, CONDUCTOR AND
    OVERHEAD GROUND WIRE STRINGING, LINE ACCESSORIES, GROUNDING
    MATERIALS
    สําหรับงานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย หมายถึง เฉพาะการติดตั้ง
    อุปกรณ์ไฟฟ้าเท่านั้น
    ใช้สูตร K
    0.60 - 0.25 Itfo + 0.15 FtFo
    5.7.2 งานก่อสร้างฐานรากเสาไฟฟ้า (TOWER FOUNDATION) และงาน
    ติดตั้ง BOUNDARY POST
    0.35 + 0.20 Ivlo + 0.20 Ct/Co +0.10 SUSO + 0.15 Ft/Fo
    5.7.3 งานก่อสร้างฐานรากอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย
    0.50 +0.20 TuTo + 0.15 CT/Co+0.15 St/So
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    5.3 งานหล่อและตอกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
    5.8.1 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
    ใช้สูตร K
    0.35 + 0.15 It/lo+ 0.20 CU/Co+0.30 SUSO
    5.8.2 งานเสาเข็มแบบ CAST IN PLACE
    ใช้สูตร K
    0.30 + 0.10 It/lo + 0.25 CUCo + 0.35 St/So
    ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเท่านั้น
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    5.9 งานก่อสร้างสายส่งแรงสูงระบบแรงดัน 69 - 115 KV. 5.9.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุและหรืออุปกรณ์ให้
    0.80 + 0.05 IU/lo + 0.10 Mt/Mo+ 0.05 Ft/Fo
    5.9.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุหรืออุปกรณ์
    0.45 + 0.05 Itlo + 0.20 Mt/Mo + 0.05 Ft/Fo+0.25 WtWo

ดัชนีราคาที่ใช้คํานวณตามสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทําขึ้นโดย
กระทรวงพาณิชย์
K
It
Io
CI
Co
Mt
Mo
St
So
Gt
Go
}}
11
11

ESCALATION FACTOR
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ
ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงาน
แต่ละงวด
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่เปิดซอง
ประกวดราคา
ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวด
ราคา
ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
At
Ao
Et
Eo
Ft
Fo
ACt
ACO
PVCI
PVCo
ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
GIPt
GIPO
ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

  • 10 -
    PET
    PEO
    Wt
    Wo
    ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POL YETHYLENE ในเดือนที่ส่งงาน
    แต่ละงวด
    ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY PLOYETHYLENE ในเดือนที่เปิดซอง
    ประกวดราคา
    ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ค. วิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
  1. การคํานวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้น ๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุ ก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคํานวณ
  2. การค้านวณค่า K าหรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญา เดียวกัน จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภท ให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้น และให้
    สอดคล้องกับสูตรที่ได้กําหนดไว้
  3. การคํานวณหาค่า K กําหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตําแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่ มีการปัดเศษ และกําหนดให้ทําเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสําเร็จก่อน แล้วจึงนํา ผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลของ หน้าเลขสัมพันธ์นั้น
  4. ให้พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทําสัญญาตกลงกัน ผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสําหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไป จากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 40% ขึ้นไป โดยนําเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคํานวณ ปรับเพิ่มหรือลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้)
  5. ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทําการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาใน สัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนํามาใช้ในการคํานวณค่างาน ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่า ค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  6. การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทําได้แต่ละงวดตามสัญญา ไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือค่างานลดลงซึ่งจะคํานวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งน้ามาคํานวณค่า K ของเตือนทีส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็น แน่นอนแล้ว เมื่อคํานวณเงินเพิ่ม ได้ให้ขอทําความตกลงเรื่องการเงินกับสํานักงบประมาณ