ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลกฎหมาย และนโยบายระหว่างสำนักงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง (Smart Document Review)
โครงการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลกฎหมายและนโยบายระหว่างสำนักงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง (Smart Document Review) เป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และบริษัทไมโครซอฟท์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยยกระดับกระบวนการทำงานของภาครัฐ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government Transformation) และเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่กระบวนการเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)
โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบอัตโนมัติสำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติและความสมบูรณ์ของเอกสารที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 ระบบที่พัฒนาขึ้นจะต้องเป็นแพลตฟอร์มแบบเว็บแอปพลิเคชันที่ทันสมัย สามารถตีความหลักเกณฑ์ทางกฎหมายผ่าน AI Rule-Based Engine และเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ทางกฎหมายได้อย่างถูกต้องและตรวจสอบย้อนกลับได้ นอกจากนี้ ระบบจะต้องมีระบบควบคุมการเข้าถึงที่ปลอดภัย และติดตั้งใช้งานบนสภาพแวดล้อมคลาวด์ Azure ของสำนักงานฯ โดยตรง
การดำเนินงานครอบคลุมการออกแบบ พัฒนา ทดสอบ ติดตั้งใช้งาน ถ่ายทอดองค์ความรู้ และบูรณาการเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลที่มีอยู่เดิม โครงการนี้คาดว่าจะช่วยลดภาระงานและระยะเวลาในการพิจารณาเอกสารของเจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม และสนับสนุนการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและการกลั่นกรองร่างกฎหมายให้มีความโปร่งใสและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น
English summary
The project for the Development of a Legal and Policy Data Analysis System between the Office and Other Related Agencies (Smart Document Review) is a collaborative initiative between the Office of the Council of State, the Office of the Secretariat of the Cabinet, and Microsoft. Its objective is to develop an information technology system utilizing artificial intelligence (AI) to enhance government operational processes, aligning with the Digital Government Transformation policy and preparing for Thailand’s accession process to the Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD).
The project focuses on developing an automated system to review the qualifications and completeness of documents submitted to the Cabinet, in accordance with the Royal Decree on Submitting Matters and Holding Cabinet Meetings, B.E. 2548 (2005). The system to be developed must be a modern web-based application platform capable of interpreting legal criteria through an AI Rule-Based Engine and connecting to the legal database of the Office of the Council of State to verify legal relationships accurately and allow for traceability. Furthermore, the system must have secure access controls and be deployed directly on the office’s own Azure cloud environment.
The scope of work includes design, development, testing, deployment, knowledge transfer, and integration with existing database systems. This project is expected to reduce the workload and processing time for officials in document review, increase overall operational efficiency, and better support the formulation of policy proposals and legal draft vetting with greater transparency and alignment with international standards.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาและติดตั้งระบบ Smart Document Review เพื่อการพิจารณาคุณสมบัติการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี
- เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและประเมินคุณสมบัติของเอกสารการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส
- เพื่อให้ระบบสามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานฯ และตรวจสอบความสัมพันธ์ทางกฎหมาย (Legal Relationship) ได้อย่างถูกต้องและตรวจสอบย้อนกลับได้
- เพื่อลดภาระงานและระยะเวลาในการพิจารณาเอกสารของเจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม
ขอบเขตของงาน
- การออกแบบ พัฒนา ทดสอบ ติดตั้งใช้งาน ถ่ายทอดองค์ความรู้ และบูรณาการเชื่อมต่อ ของระบบวิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะ Web-based
- การพัฒนาองค์ประกอบระบบหลัก ได้แก่:
- AI Rule-Based Engine: ที่สามารถตีความหลักเกณฑ์ 13 ประการ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548
- Web Application: แพลตฟอร์มเว็บที่ทันสมัย รองรับ Multi-role Access พร้อมระบบยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและ UI ที่เข้าใจง่าย
- Legal Reference Integration: เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ AI ตรวจสอบและเชื่อมโยงกับบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้
- Logging & Auditability: บันทึกกิจกรรมผู้ใช้และผลการประเมินของระบบอย่างครบถ้วนเพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
- API Access: จัดให้มี API สำหรับเชื่อมต่อกับระบบอื่น ทั้งการรับเอกสารเข้า (Ingestion) และดึงผลลัพธ์ (Result Retrieval)
- Hosting & Deployment: พัฒนาและติดตั้งระบบทั้งหมดภายใน Azure Environment ที่สำนักงานฯ เป็นผู้ครอบครองและดำเนินการเอง
- การดำเนินงานวิเคราะห์และพัฒนา ประกอบด้วย:
- วิเคราะห์แนวปฏิบัติการตีความกฎหมายของเจ้าหน้าที่ปัจจุบันและแปลงเป็น Business Logic ที่เครื่องประมวลผลได้
- พัฒนาและทดสอบ Software Components บน Cloud Environment ที่สำนักงานฯ จัดเตรียมให้
- เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานฯ
- จัดทำระบบควบคุมสิทธิการเข้าถึงตามบทบาท (RBAC) โดยเชื่อมต่อกับ Active Directory (AD) และระบบ Single Sign-On (SSO) ของสำนักงานฯ
- รองรับการส่งออกผลลัพธ์และ Logs ในรูปแบบมาตรฐานต่างๆ เช่น Word, PDF, Excel, CSV, JSON
- จัดทำเอกสารประกอบครบถ้วน และฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบ Smart Document Review ที่สมบูรณ์และพร้อมใช้งาน (Web-based Application)
- AI Rule-Based Engine สำหรับตรวจสอบคุณสมบัติเอกสารตามหลักเกณฑ์กฎหมาย
- ระบบที่บูรณาการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ระบบ Logging & Auditability ที่บันทึกกิจกรรมครบถ้วน
- API สำหรับการเชื่อมต่อกับระบบภายนอก
- ระบบที่ติดตั้งและทำงานบน Azure Environment ของสำนักงานฯ
- เอกสารประกอบระบบ (System Documentation) ที่ครบถ้วน
- การฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ (Knowledge Transfer)
ระยะเวลาดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลางแล้ว
- Standards Compliance: -
- Experience: ต้องเป็นนิติบุคคลที่เคยมีผลงานในลักษณะเดียวกันกับงานที่เสนอ ในระดับนานาชาติ ที่ดำเนินงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
- Previous Project Cost: วงเงินจ้างไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ภายใต้สัญญาฉบับเดียว
- Technical Capabilities: ต้องเสนออุปกรณ์ทั้งหมดในโครงการเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน พร้อมใช้งานได้ทันที และมีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามที่กำหนด
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบต้องเป็น Web-based Application ที่พัฒนาบน Cloud Environment (Azure) ของสำนักงานฯ โดยมีองค์ประกอบหลักดังนี้
- AI Engine: ต้องมี AI Rule-Based Engine ที่สามารถตีความและตรวจสอบหลักเกณฑ์ 13 ประการ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 ได้โดยอัตโนมัติ โดยใช้ Deterministic Logic
- การเชื่อมต่อข้อมูล: ต้องสามารถเชื่อมโยงและบูรณาการกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ทางกฎหมายและอ้างอิงย้อนกลับได้
- ความปลอดภัยและการเข้าถึง: ต้องรองรับการใช้งานแบบ Multi-role Access มีระบบยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย และมีระบบควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงตามบทบาท (RBAC) ที่เชื่อมต่อกับ Active Directory (AD) และระบบ Single Sign-On (SSO) ของสำนักงานฯ
- การตรวจสอบย้อนกลับ: ต้องมีระบบบันทึกกิจกรรมผู้ใช้ (Logging) และผลการประเมินของระบบอย่างครบถ้วนเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ (Auditability)
- การเชื่อมต่อกับระบบอื่น: ต้องจัดให้มี API เพื่อรองรับการรับส่งข้อมูลกับระบบอื่น
- การส่งออกข้อมูล: ต้องรองรับการส่งออกผลลัพธ์ในรูปแบบไฟล์มาตรฐานต่างๆ เช่น .doc, .pdf, .xlsx, .csv, .json
เงื่อนไขสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ระบบนี้จะช่วยลดเวลาการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้อย่างไร?
ระบบจะใช้ AI Rule-Based Engine ตรวจสอบคุณสมบัติและความสอดคล้องของเอกสารอัตโนมัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แทนการตรวจสอบด้วยมือทั้งหมด ทำให้กระบวนการเร็วขึ้นและมีมาตรฐานเดียวกัน -
ระบบสามารถตรวจสอบความสอดคล้องกับกฎหมายใดบ้าง?
ระบบออกแบบมาเพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ 13 ประการ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 เป็นหลัก -
การเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานฯ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?
เพื่อให้ระบบ AI สามารถดึงข้อมูลกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการวิเคราะห์และตรวจสอบได้อย่างถูกต้อง และทำให้ผลการวิเคราะห์สามารถ “เชื่อมโยง” หรือ “อ้างอิงย้อนกลับ” ไปยังบทกฎหมายต้นฉบับได้ ซึ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือและความสามารถในการตรวจสอบ -
ระบบนี้รองรับการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นนอกเหนือจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือไม่?
ใช่ ระบบมีเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างสำนักงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และมีการออกแบบให้รองรับการใช้งานแบบหลายบทบาท (Multi-role Access) ซึ่งอาจกำหนดสิทธิ์ให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้ -
ระบบบันทึกข้อมูลการใช้งานไว้อย่างไร และใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง?
ระบบมีฟังก์ชัน Logging & Auditability ที่บันทึกกิจกรรมผู้ใช้ทุกครั้งที่ใช้งานเอกสารและผลการประเมินของระบบ ข้อมูลนี้ใช้สำหรับตรวจสอบย้อนหลัง (Audit Trail) เพื่อความโปร่งใสและแก้ไขปัญหา -
API ของระบบรองรับการทำงานอะไรบ้าง?
API จะรองรับการเชื่อมต่อกับระบบอื่นในสองส่วนหลักคือ การรับเอกสารเข้า系統 (Document Ingestion) และการดึงผลลัพธ์การวิเคราะห์ (Result Retrieval) ออกไปใช้งานต่อ -
ระบบต้องติดตั้งบนสภาพแวดล้อมใด?
ระบบทั้งหมดต้องถูกพัฒนาและติดตั้งใช้งานภายใน Azure Environment ที่เป็นของสำนักงานฯ และสำนักงานฯ เป็นผู้ครอบครองและดำเนินการเอง -
ระบบมีการจัดการความปลอดภัยและสิทธิ์การเข้าถึงอย่างไร?
ระบบจะใช้ Role-Based Access Control (RBAC) และเชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตนกลางของสำนักงานฯ เช่น Active Directory (AD) และ Single Sign-On (SSO) เพื่อควบคุมการเข้าถึงตามบทบาทหน้าที่ -
หลังจากส่งมอบระบบแล้ว มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้ใช้งานหรือไม่?
ใช่ เป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตงานที่ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารประกอบระบบที่ครบถ้วน และดำเนินการฝึกอบรม (Knowledge Transfer) ให้กับผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบของสำนักงานฯ -
ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ของระบบสามารถนำออกมาในรูปแบบใดได้บ้าง?
ระบบสามารถส่งออกผลลัพธ์และบันทึกการทำงานในรูปแบบไฟล์มาตรฐานต่างๆ ได้แก่ ไฟล์ Word (.doc), PDF, Excel (.xlsx), CSV หรือ JSON ตามความต้องการของผู้ใช้งาน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
1
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลกฎหมายและนโยบายระหว่างสํานักงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
(Smart Document Review)
- ความเป็นมา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และบริษัทไมโครซอฟท์ ได้ร่วมมือกัน ในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อส่งเสริมการยกระดับการดําเนินงานของภาครัฐ ผ่านกระบวนการเปลี่ยนผ่าน สู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government Transformation) ตามนโยบายของรัฐบาล โดยสํานักงานฯ ซึ่งทําหน้าที่ เป็นหน่วยงานนําร่องในการดําเนินโครงการดังกล่าว ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลกฎหมายและระบบ TH2OECD โดยนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการแปลภาษาทางการระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึง
การวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างกฎหมาย นโยบายและแนวปฏิบัติของประเทศไทยกับตราสารทางกฎหมายของ องค์การระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวยังมีบทบาทสําคัญในการสนับสนุนการติดต่อประสานงานและ
การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงานและการให้บริการประชาชน
สํานักงานฯ เห็นว่าการนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อกระบวนการจัดทํา
นโยบายและการเสนอร่างกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยมีวัตถุประสงค์จะเร่งรัด
การดําเนินโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงและพัฒนาระบบราชการ ตามแนวทางการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการเป็นสมาชิกองค์การ เพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ซึ่งประเทศไทยได้เริ่มดําเนินการแล้วในปัจจุบัน ทั้งนี้ สํานักงานฯ คาดว่าจะสามารถดําเนินการโครงการดังกล่าวควบคู่กับโครงการ TH2OECD ให้แล้วเสร็จภายใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
เพื่อให้การดําเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสํานักงานฯ
กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระบบ สํานักงานฯ จึงมีความจําเป็นต้องพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลกฎหมาย และนโยบายร่วมกัน (Smart Document Review) ซึ่งจะเป็นกลไกสําคัญในการสนับสนุนการจัดทําข้อเสนอ เชิงนโยบาย การกลั่นกรองร่างกฎหมาย และการประเมินความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม - วัตถุประสงค์
- เพื่อพัฒนาและติดตั้งระบบ Smart Document Review เพื่อการพิจารณาคุณสมบัติการเสนอเรื่อง ต่อคณะรัฐมนตรี
- เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและประเมินคุณสมบัติของเอกสารการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส
- เพื่อให้ระบบสามารถเชื่อมโยงกับ ฐานข้อมูลกฎหมายของ สํานักงานฯ และตรวจสอบความสัมพันธ์ ทางกฎหมาย (Legal Relationship) ได้อย่างถูกต้องและตรวจสอบย้อนกลับได้
- เพื่อลดภาระงานและระยะเวลาในการพิจารณาเอกสารของเจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพ การทํางานโดยรวม
(นายณรัณ โพธิ์พัฒนชัย)
(นายอภิวัฒน์ มาตราช)
ช
(นายพิวัฒน์ สามวัง)
2
(นางสาวสิริลักษณ์ ภูมิ)
(นายสมาวิษฐ์ กิตติเกษมศิลป์)
2 - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ
ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงานฯ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมใน การยื่นข้อเสนอครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิหรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิและความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นเสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญากรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบ
ในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย (2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ
ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอสําหรับข้อตกลงฯ
ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามเงื่อนไข
ที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจสําหรับข้อตกลงฯ
ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือ
มอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Eletronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
Dr
(นายณรัณ โพธิ์พัฒนชัย)
(นายอภิวัฒณ์ มาตราช)
(นายพิวัฒน์ สามวัง)
ก
(นางสาวสิริลักษณ์ ภูมิ)
(นายสมาวิษฐ์ กิตติเกษมศิลป์)
3
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายของต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปี สุดท้ายก่อน วันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนหลัง ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้ง ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ มูลค่าไม่ต่ํากว่า
1,000,000 บาท
(3) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้อง มีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ
ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(4.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม
ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน (4.2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ
บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ
ธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง
เวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ
เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ
บริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่
(นายณรัณ โพธิ์พัฒนชัย)
(นายอภิวัฒณ์ มาตราช)
(นายพิวัฒน์ สามวัง)
eser
(นางสาวสิริลักษณ์ ภูมิ)
(นายสมาวิษฐ์ กิตติเกษมศิลป์)
4
สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(5) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (2) ข้อ (3) และข้อ (4) (4.2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง ยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าว จะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไข เพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าว
มาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ใน
เอกสารประกวดราคา
(6) กรณีตาม ข้อ (1) - ข้อ (5) ไม่ใช้บังคับกรณี ดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว
ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
มีผลใช้บังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนออุปกรณ์ทั้งหมดในโครงการเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ทันที และมีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามที่กําหนดไว้ในเอกสาร ประกวดราคา ณ วันยื่นข้อเสนอ
3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่เคยมีผลงานในลักษณะเดียวกันกับงานที่เสนอในระดับนานาชาติ ที่ดําเนินงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในวงเงินจ้างไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ภายใต้สัญญา ฉบับเดียว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานรัฐบาลต่างประเทศ องค์กรระหว่าง
ประเทศ โดยให้แสดงสําเนาหนังสือรับรองผลงานพร้อมกับการยื่นข้อเสนอด้วย - ขอบเขตงานตามโครงการ
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องรับผิดชอบในการ ออกแบบ (Design) พัฒนา (Development) ทดสอบ (Testing) ติดตั้งใช้งาน (Deployment) ถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer) และบูรณาการ เชื่อมต่อ (Integration) ของระบบวิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะ Web-based เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของ
เอกสารที่หน่วยงานเสนอเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุม
คณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548
ร
(นายณรัณ โพธิ์พัฒนชัย)
(นายอภิวัฒน์ มาตราช
(นายพิวัฒน์ สามวัง)
(นายสมาวิษฐ์ กิตติเกษมศิลป์)
(นางสาวสิริลักษณ์ ภูมิ)
5
โดยอย่างน้อยระบบจะต้องสามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ฐานข้อมูลกฎหมายของ
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
4.1 องค์ประกอบของงาน
เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
โครงการประกอบด้วยองค์ประกอบหลักดังต่อไปนี้
Al Rule-Based Engine ที่สามารถตีความหลักเกณฑ์ ทั้ง 13 ประการ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548
Web Application: ระบบ Web-based ที่มีความทันสมัย รองรับการใช้งานแบบหลายบทบาท (Multi- role Access) พร้อมระบบยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย และมีส่วนติดต่อผู้ใช้งานที่เข้าใจง่าย
Legal Reference Integration: ระบบเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลกฎหมายทางการของสํานักงานฯ เพื่อให้ การวิเคราะห์ของ AI สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังกฎหมายหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้
Logging & Auditability: ระบบต้องมีการบันทึกกิจกรรมผู้ใช้งาน (Logs) อย่างครบถ้วน ครอบคลุม การใช้งานเอกสารทุกประเภทและผลการประเมินของระบบ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนหลัง API Access: จัดให้มี API เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งการรับเข้าเอกสาร (Ingestion) และการดึงผลลัพธ์ (Result Retrieval)
Hosting & Deployment: ระบบทั้งหมดต้องพัฒนาและติดตั้งใช้งานภายใน Azure Environment ที่สํานักงานฯ เป็นผู้ครอบครองและดําเนินการเองโดยเฉพาะ
4.2 การดําเนินงาน
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการ ดังนี้
วิเคราะห์แนวปฏิบัติด้านการตีความทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่ในปัจจุบัน และถ่ายทอดเป็นตรรกะ ทางธุรกิจ (Business Logic) ที่เครื่องสามารถประมวลผลได้
ดําเนินการพัฒนาและทดสอบส่วนประกอบซอฟต์แวร์ทั้งหมด (Software Components) บนสภาพแวดล้อมระบบคลาวด์ (Cloud Environment) ที่ สํานักงานฯ จัดเตรียมให้
ดําเนินการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลกฎหมายของสํานักงานฯ และทําให้ผลการวิเคราะห์ของ AI สามารถ เชื่อมโยงกับบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อการตรวจสอบ
ดําเนินการจัดทําและตรวจสอบระบบการควบคุมสิทธิ การเข้าถึงตามบทบาท (Role-Based Access Control: RBAC) โดยเชื่อมต่อกับระบบแอคทีฟไดเรกทอรี (Active Directory: AD) และระบบลงชื่อเข้าใช้ แบบครั้งเดียว (Single Sign-On: SSO) ของสํานักงานฯ
สามารถรองรับการส่งออกผลลัพธ์และบันทึกการทํางาน (Logs) ในรูปแบบมาตรฐาน (Standard Formats) เช่น ไฟล์ word ไฟล์.pdf, ไฟล์ Excel ไฟล์ .csv หรือ เจสันไฟล์ (JSON) เป็นต้น จัดทําเอกสารประกอบครบถ้วน และฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ
4.3 รายละเอียดและขั้นตอนการวิเคราะห์ความสอดคล้อง ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย การเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 เพื่อถ่ายทอดเป็นตรรกะทางธุรกิจ (Business Logic) ที่เครื่องสามารถประมวลผลได้
ระบบต้องดําเนินการจัดทํากฎตามแนวทาง Deterministic Logic ที่ครอบคลุมหลักเกณฑ์ทั้งหมดตาม มาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 โดยแต่ละกฎต้อง
(นายณรัณ โพธิ์พัฒนชัย)
(นายอภิวัฒน์ มาตราช
ค
(นายพิวัฒน์ สามวัง)
(นายสมาวิษฐ์ กิตติเกษมศิลป์)
(นางสาวสิริลักษณ์ ภูมิ)