ประกวดราคาจ้างโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนด้านคดีและภัยออนไลน์
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนด้านคดีและภัยออนไลน์ จัดทำโดยกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ปท.) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและประสิทธิภาพในการจัดการกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนโดยตรงและการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงาน
ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมกิจกรรมหลักสี่ด้าน ได้แก่ (1) การให้บริการคำปรึกษาด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ประชาชนผ่านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 คน พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์การทำงาน (2) การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ และผู้ปฏิบัติงานด้านสืบสวนสอบสวน ในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล (3) การจัดเสวนาและสัมมนาแบบผสมผสาน (On-site และ Online) เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐ/เอกชน และนักศึกษา และ (4) การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ (อินโฟกราฟิกอย่างน้อย 20 ภาพ) การบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลเตือนภัยออนไลน์และฐานข้อมูลแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการออกแบบและจัดทำสิ่งของสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ
ผลงานที่ต้องส่งมอบประกอบด้วยรายงานแผนการดำเนินงาน, รายงานผลการให้คำปรึกษารายเดือน, รายงานสรุปผลการอบรมและสัมมนา, สื่ออินโฟกราฟิก, สิ่งของแจกผู้เข้าร่วมงาน, รายงานการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลทั้งสองระบบ และรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 210 วัน และมีวงเงินงบประมาณ 1,159,400 บาท
English summary
This project, initiated by the Technology Crime Suppression Division under the Ministry of Digital Economy and Society, aims to enhance capabilities in assisting the public with online crime and threat cases. The core objectives are to provide legal and IT consulting services to citizens, disseminate knowledge and skills to investigative officers and related personnel, raise public awareness through seminars, and produce/publicize preventive media.
The scope of work encompasses four main activities: (1) Providing advisory services to the public via at least two specialized consultants. (2) Organizing intensive training workshops for officials under the Computer Crime Act and investigators in Bangkok or its vicinity. (3) Conducting hybrid (on-site and online) seminars and discussions for the public, government/private officers, and students. (4) Producing publicity materials (at least 20 infographics), managing existing online threat warning and official appointment database systems, and designing/producing promotional items for participants.
Key deliverables include a project implementation plan, monthly consultation reports, training/seminar summary reports, infographics, participant giveaways, database management reports, and a final comprehensive report. The project duration is 210 days with a budget of 1,159,400 THB.
สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ สถานที่ที่ผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯกำหนด
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้บริการให้คำปรึกษาประชาชนจากภัยออนไลน์ โดยมีบุคลากรให้ความรู้ทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านกฎหมาย/ข้อระเบียบ แนวทางและทักษะการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ
- เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้แนวทางการป้องกันระวังคดีภัยออนไลน์สำหรับประชาชน ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เครือข่ายเฝ้าระวังภัยออนไลน์ภาครัฐและเอกชน โดยการจัดงานสัมมนาสร้างการตระหนักรู้
- เพื่อให้มีสื่อประชาสัมพันธ์ความรู้ การระวังภัยออนไลน์สำหรับเยาวชนและประชาชน และมีการเผยแพร่สื่อตามช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้และป้องกันการหลอกลวง
ขอบเขตของงาน
- การจัดทำแผน: จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการฯ โดยให้มีรายละเอียดในทุกกิจกรรม ภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
- กิจกรรมที่ 1: บริการให้คำปรึกษา
- จัดหาบุคลากรให้คำปรึกษา (Consultant) อย่างน้อย 2 คน ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนด (ปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์/เทคโนโลยีสารสนเทศ/วิทยาการคอมพิวเตอร์ และมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 2 ปี) เพื่อปฏิบัติงานในเวลาราชการ ณ สถานที่ที่กำหนด
- บริการให้คำปรึกษาผ่านช่องทางต่างๆ เช่น โทรศัพท์, อีเมล
- บันทึกข้อมูลการปฏิบัติงาน และจัดทำ FAQ
- จัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานรายเดือน
- จัดหาและส่งมอบอุปกรณ์สนับสนุนการทำงาน ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ด (ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่จำกัด) และเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กใหม่ (มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง) อย่างละไม่น้อยกว่า 2 ชุด
- กิจกรรมที่ 2: การจัดอบรม
- จัดอบรมสำหรับบุคลากรภาครัฐ (พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ, ผู้สืบสวนสอบสวน, นิติกร) ในเขตกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง
- ระยะเวลาอบรม: ครั้งละไม่น้อยกว่า 3 วัน วันละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
- จำนวนผู้เข้าอบรมในสถานที่จริง: ไม่น้อยกว่า 50 คน
- รับผิดชอบการดำเนินงานทั้งหมด ได้แก่ จัดหาวิทยากร (ภาครัฐไม่น้อยกว่า 4 คน, ภาคเอกชนไม่น้อยกว่า 1 คน), ประสานงานเชิญผู้เข้าร่วม, จัดสถานที่ภาคเอกชน, จัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม, จัดเตรียมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้เข้าอบรม, จัดเตรียมเอกสารและวัสดุอุปกรณ์, บันทึกภาพและวิดีโอ, จัดทำแบบประเมินความรู้ก่อน-หลัง, ออกแบบและจัดทำใบประกาศนียบัตร, จัดทำแบบประเมินความพึงพอใจและรายงานสรุปผล
- กิจกรรมที่ 3: การจัดเสวนา/สัมมนา
- จัดเสวนาให้ความรู้ในการรับมือภัยคดีออนไลน์ สำหรับภาครัฐ, เอกชน, นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
- รูปแบบ: ผสมผสาน (Hybrid) ทั้งในสถานที่จริงและออนไลน์ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
- จำนวนผู้เข้าร่วม: ในสถานที่จริงไม่น้อยกว่าครั้งละ 100 คน, ออนไลน์ไม่น้อยกว่าครั้งละ 100 คน
- รับผิดชอบการดำเนินงานสำหรับทั้งสองรูปแบบ รวมถึงการจัดหาวิทยากร, ประสานงาน, จัดสถานที่, อาหาร, อุปกรณ์, บันทึกวิดีโอ, จัดทำระบบห้องเสวนาออนไลน์, จัดทำแบบประเมินความพึงพอใจ, รายงานสรุปผล และจัดทำภาพข่าว (Press Release)
- กิจกรรมที่ 4: การผลิตสื่อและบริหารจัดการระบบ
- บริหารจัดการระบบฐานข้อมูล: บริหารจัดการระบบฐานข้อมูลเตือนภัยออนไลน์และระบบฐานข้อมูลแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ที่มีอยู่แล้วให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและข้อมูลทันสมัย
- ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์: จัดทำสื่ออินโฟกราฟิกด้านระวังภัยออนไลน์ จำนวนไม่น้อยกว่า 20 ภาพ เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของโครงการ และนำเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล
- จัดทำสิ่งของแจกผู้เข้าร่วมงาน: ออกแบบและจัดทำถุงผ้าใส่เอกสาร (ไม่น้อยกว่า 150 ใบ) และแก้วเก็บความเย็น (ไม่น้อยกว่า 150 ชิ้น) พร้อมสกรีนตราสัญลักษณ์ตามที่กำหนด
- การรายงาน: จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) สรุปผลการดำเนินงานตลอดโครงการ ปัญหา วิธีแก้ไข และข้อเสนอแนะ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงานโครงการ (ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา)
- รายชื่อบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโครงการ (พร้อมหลักฐาน)
- รายงานผลการจัดการให้บริการให้คำปรึกษาประชาชนจากภัยและคดีออนไลน์ (รายเดือนและรวม)
- อุปกรณ์สนับสนุนการทำงาน (โทรศัพท์เคลื่อนที่และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก อย่างละ 2 ชุด)
- รายงานผลการจัดอบรมบุคลากรภาครัฐ (พร้อมสื่อบันทึกการอบรม)
- ใบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ผ่านการอบรม (รูปแบบเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์)
- รายงานผลการจัดสัมมนา/เสวนา (ทั้งรูปแบบ On-site และ Online)
- สื่อบันทึกวิดีโอการอบรมและการเสวนา (ในรูปแบบแฟลชไดรฟ์)
- ภาพข่าว/บทความ (Press Release) สำหรับเผยแพร่การเสวนา
- สื่ออินโฟกราฟิกด้านระวังภัยออนไลน์ (จำนวนไม่น้อยกว่า 20 ภาพ)
- สิ่งของสำหรับผู้เข้าร่วมงานโครงการ (ถุงผ้า 150 ใบ และแก้วเก็บความเย็น 150 ชิ้น)
- รายงานผลการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลเตือนภัยออนไลน์
- รายงานผลการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ
- รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ของโครงการ
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการ 210 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยแบ่งการส่งมอบงานและเบิกจ่ายเป็น 3 งวด:
- งวดที่ 1 (30 วัน): ส่งมอบแผนการดำเนินงานและรายชื่อบุคลากร
- งวดที่ 2 (90 วัน): ส่งมอบรายงานผลการให้คำปรึกษาเบื้องต้น, รายงานการอบรม, สิ่งของแจกผู้เข้าร่วมงาน, และอินโฟกราฟิก 10 ภาพแรก
- งวดที่ 3 (210 วัน): ส่งมอบรายงานผลการให้คำปรึกษารายเดือน, รายงานการสัมมนา, อินโฟกราฟิก 10 ภาพที่เหลือ, รายงานการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลทั้งสองระบบ และรายงานฉบับสมบูรณ์
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องมีประสบการณ์ในงานด้านการจัดอบรมและงานจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ หรือที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ให้บริการกับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ อย่างน้อย 1 สัญญา ที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ที่ดำเนินการสิ้นสุดแล้วไม่เกิน 5 ปี
- ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: -
- Experience: ประสบการณ์ในงานจัดอบรมและจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์หรืองานที่เกี่ยวข้องสำหรับหน่วยงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ อย่างน้อย 1 สัญญา (มูลค่า >= 500,000 บาท, สิ้นสุดไม่เกิน 5 ปี)
- Previous Project Cost: มูลค่าสัญญาประสบการณ์งานที่เกี่ยวข้องต้องไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
- Technical Capabilities: ต้องสามารถจัดหาอุปกรณ์ (โทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก), จัดเตรียมสถานที่, จัดระบบการอบรม/เสวนาออนไลน์, จัดทำสื่ออินโฟกราฟิก และบริหารจัดการระบบฐานข้อมูล
- Personnel: ต้องสามารถจัดหาบุคลากรผู้ให้คำปรึกษา (Consultant) อย่างน้อย 2 คน ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะดังนี้:
- วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ: ปริญญาตรี ด้านนิติศาสตร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ประสบการณ์ทำงาน: ไม่น้อยกว่า 2 ปี ในการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายหรืองานที่เกี่ยวข้อง หรือมีทักษะและประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาด้านอาชญากรรมออนไลน์
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด (Lowest Price) จากผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติและยื่นหลักฐานเอกสารครบถ้วนถูกต้อง
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- บุคลากรผู้ให้คำปรึกษา: ต้องมีความรู้ด้านพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง สามารถให้คำปรึกษาผ่านช่องทางต่างๆ และจัดทำรายงานได้
- ระบบการอบรม/เสวนา: ระบบห้องเสวนาออนไลน์ต้องสามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ตามจำนวนที่ลงทะเบียน (ไม่น้อยกว่า 100 คนต่อครั้ง) สำหรับการจัดอบรมต้องจัดเตรียมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้เข้าอบรม
- อุปกรณ์ที่จัดหา: โทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ดที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดปริมาณ และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กใหม่ที่มีระบบปฏิบัติการและโปรแกรมจัดการสำนักงานที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง
- ระบบฐานข้อมูล: บริหารจัดการระบบฐานข้อมูลเตือนภัยออนไลน์และฐานข้อมูลแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ที่มีอยู่แล้วให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีข้อมูลทันสมัย
- สื่อประชาสัมพันธ์: สื่ออินโฟกราฟิกด้านระวังภัยออนไลน์ ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อนเผยแพร่
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด ได้แก่ งวดที่ 1 (30%), งวดที่ 2 (35%), และงวดที่ 3 (35%) ตามการส่งมอบงานที่กำหนด
- ค่าปรับ:
- ค่าปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้า: ร้อยละ 0.10 ของวงเงินสัญญาต่อวัน
- การลดวงเงินกรณีไม่สามารถจัดส่งบุคลากรมาปฏิบัติงานได้: คำนวณตามสัดส่วนจำนวนวันที่ขาดงานต่อวงเงินงวด
- การลดวงเงินกรณีขัดข้องการให้บริการ: คำนวณตามสัดส่วนจำนวนวันที่ไม่สามารถให้บริการได้ต่อวงเงินงวด (การหยุดให้บริการเกิน 12 ชั่วโมงนับเป็น 1 วัน)
- การรับประกันงาน: ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดสัญญา และต้องแก้ไขให้เรียบร้อยภายใน 3 วัน หลังจากได้รับการแจ้ง
- สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา: สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และกรรมสิทธิ์ในผลงานทั้งหมดที่จัดทำขึ้นภายใต้สัญญานี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ถาม: บุคลากรผู้ให้คำปรึกษาต้องปฏิบัติงานที่ไหน และเวลาใด?
ตอบ: บุคลากรต้องปฏิบัติงานในวันและเวลาราชการ ณ สถานที่ที่ผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ กำหนด ซึ่งระบุไว้ใน TOR ว่าเป็น “สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ สถานที่ที่ผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯกำหนด” -
ถาม: หากบุคลากรผู้ให้คำปรึกษาไม่สามารถมาทำงานได้ จะต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ และจัดหาบุคลากรมาปฏิบัติงานแทนในวันดังกล่าวทันที ในกรณีเปลี่ยนแปลงบุคลากรด้วยเหตุสุดวิสัยต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน -
ถาม: การจัดอบรมสำหรับบุคลากรภาครัฐต้องจัดในพื้นที่ใด และมีข้อกำหนดเกี่ยวกับวิทยากรอย่างไร?
ตอบ: ต้องจัดในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล โดยต้องจัดหาวิทยากรภาครัฐไม่น้อยกว่า 4 คน และวิทยากรภาคเอกชนไม่น้อยกว่า 1 คน ที่มีประสบการณ์และความรู้ความสามารถเหมาะสมกับหลักสูตร -
ถาม: การจัดเสวนาแบบ Hybrid ต้องรองรับผู้เข้าร่วมได้กี่คน และมีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้างสำหรับส่วนออนไลน์?
ตอบ: ต้องรองรับผู้เข้าร่วมในสถานที่จริงไม่น้อยกว่าครั้งละ 100 คน และผู้เข้าร่วมออนไลน์ไม่น้อยกว่าครั้งละ 100 คน สำหรับส่วนออนไลน์ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมระบบห้องเสวนาอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับได้ตามจำนวนลงทะเบียน, รับลงทะเบียนออนไลน์, บันทึกวิดีโอ, จัดเตรียมสื่อประกอบ และจัดทำแบบประเมินความพึงพอใจ -
ถาม: สื่ออินโฟกราฟิกที่จัดทำขึ้น ต้องผ่านกระบวนการใดก่อนเผยแพร่?
ตอบ: ต้องนำเสนอต่อผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ เพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อนจึงจะสามารถเผยแพร่ได้ -
ถาม: อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ที่ต้องจัดหาต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
ตอบ: คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กต้องเป็นเครื่องใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน มีระบบปฏิบัติการและโปรแกรมจัดการสำนักงานที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง โทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องพร้อมซิมการ์ดที่ใช้งานรับสาย/โทรออกและใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดปริมาณ จำนวนแต่ละประเภทไม่น้อยกว่า 2 ชุด -
ถาม: ระบบฐานข้อมูลที่ต้องบริหารจัดการคือระบบที่มีอยู่แล้วหรือต้องสร้างใหม่?
ตอบ: ต้องบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลเตือนภัยออนไลน์และระบบฐานข้อมูลแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่มีอยู่แล้ว ให้มีข้อมูลทันสมัยและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การพัฒนาระบบใหม่ -
ถาม: ในกรณีที่การให้บริการขัดข้องเนื่องจากเหตุสุดวิสัย จะมีการลดวงเงินหรือไม่?
ตอบ: หากเหตุสุดวิสัยนั้นรวมถึง “เหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศที่คาดว่าจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานเป็นภยันตรายต่อชีวิตและร่างกาย” และได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน จะไม่มีการลดวงเงินตามข้อ 12.3 -
ถาม: ผู้รับจ้างสามารถนำผลงานที่ทำในโครงการนี้ไปใช้ในกิจการอื่นได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก่อน เนื่องจากหน่วยงานเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และกรรมสิทธิ์ในผลงานทั้งหมด -
ถาม: หากต้องการเปลี่ยนตัวบุคลากรผู้ให้คำปรึกษาในระหว่างสัญญา สามารถทำได้หรือไม่ และมีเงื่อนไขอย่างไร?
ตอบ: สามารถทำได้ในกรณีมีเหตุสุดวิสัย โดยต้องแจ้งหน่วยงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน และหน่วยงานขอสงวนสิทธิ์ในการขอเปลี่ยนแปลงบุคลากร หากบุคลากรใหม่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามกำหนด หรือไม่สามารถปฏิบัติงานได้ หรือมีประพฤติไม่เหมาะสม
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตการดำเนินงาน (Terms of Reference: TOR)
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนด้านคดีและภัยออนไลน์
โดย
กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(นางสาวธนิสสรา ลิ้นสุวรรณ) (นายนนท์ อุยยานานนท์) (นางทัศนีย์ บัวงิ้วใหญ่) (นางสาวประภัสสร มากแสง) (นายจุฑาสิทธ์ โรหิตรัตนะ) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
๑
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนด้านคดีและภัยออนไลน์
๑. ความเป็นมา
ด้วย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม อาทิ ความผิดที่ว่าด้วยการทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ หรือความผิดการกระทำความผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบกับในสภาวะ ปัจจุบันมีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นและทวีความรุนแรง มากขึ้น อีกทั้งมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบแฝงตัวผ่านการใช้เทคโนโลยีด้วยวิธีการนำเสนอข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ จึงทำ ให้มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงด้านสังคม ด้านวัฒนธรรม และด้าน เศรษฐกิจ ประกอบกับระบบคอมพิวเตอร์ได้เป็นส่วนสำคัญของการประกอบกิจการและการดำรงชีวิตของ ประชาชน หากมีผู้กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไว้หรือ ทำให้การทำงานผิดพลาดไปจากคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือใช้วิธีการใด ๆ เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายข้อมูล ของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็น เท็จหรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคม และ ความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน อีกทั้งในปัจจุบัน รูปแบบของการ กระทำความผิดได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งยากต่อการป้องกัน ป้องปราม การติดตามและการจับกุมผู้กระทำ ความผิด ประกอบกับข้อกฎหมายที่มีอยู่และเกี่ยวข้องได้มีการปรับปรุงบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับผู้รักษาการ ตามกฎหมาย กำหนดฐานความผิดขึ้นใหม่ และแก้ไขเพิ่มเติมฐานความผิดเดิม รวมทั้งบทกำหนดโทษของ ความผิดดังกล่าว การปรับปรุงกระบวนการและหลักเกณฑ์ในการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตลอดจนกำหนดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบ ซึ่งมีอำนาจเปรียบเทียบความผิด และ แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ยังมีช่องว่างให้สามารถกระทำ ความผิดได้ ซึ่งข้อกฎหมายที่มีอาจจะไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับงานป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ จะเป็นการป้องกันและปราบปรามการนำเสนอเนื้อหาข่าวสารที่ผิดกฎหมายและไม่ เหมาะสม และทำการปิดกั้นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดความรุนแรงหรือโอกาสที่ อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงและสังคมโดยรวมของประเทศ รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้ทุกคนมี ความตระหนักรู้ถึงการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ปท.) สำนักงาปลัดกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีบทบาทอำนาจหน้าที่ตามกฎกระทรวงและดำเนินงานภายใต้ พ.ร.บ. ว่าด้วย การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ รวมถึงการ ดำเนินงานและบริหารจัดการสอดคล้องตามภารกิจในด้านต่างๆ ซึ่งมีลักษณะงานและกิจกรรมสอดประสานใน เรื่องต่างๆ อาทิ ภารกิจตามนโยบายปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ภารกิจตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล
ภารกิจด้านการส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยี ภารกิจด้านกฎหมายที่รับผิดชอบ ภารกิจในการเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง และการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์บนโลกออนไลน์ของ ประเทศ และภารกิจที่ต้องดำเนินการในเชิงพื้นที่ เช่น สนับสนุนงานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ออนไลน์ งานส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทางสร้างสรรค์
ที่ผ่านมากระทรวงฯ มีการส่งเสริมและป้องกันด้วยการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสามารถรองรับการ บริการให้คำปรึกษาประชาชนจากภัยออนไลน์สร้างความตระหนักรู้ผ่านโครงการดังกล่าวนี้มาตั้งแต่
(นางสาวธนิสสรา ลิ้นสุวรรณ) (นายนนท์ อุยยานานนท์) (นางทัศนีย์ บัวงิ้วใหญ่) (นางสาวประภัสสร มากแสง) (นายจุฑาสิทธ์ โรหิตรัตนะ) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
๒
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ต่อเนื่องจนปี ๒๕๖๘ โดยให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ การอบรมเตรียมความ พร้อมของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฯ ประชาชนทั่ว ภูมิภาค แต่ก็ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ที่ให้ความสนใจเข้ารับการอบรมและสัมมนาฯ
จากที่กล่าวมานั้น จะเห็นได้ว่าโครงการดังกล่าวให้ความสำคัญต่อการสร้างภูมิคุ้มกัน จึงได้ออกแบบ กิจกรรมที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายทุกภาคส่วน ได้แก่
กิจกรรมที่ ๑ การให้คำปรึกษาบริการประชาชนด้านคดีภัยออนไลน์
กิจกรรมที่ ๒ การจัดอบรมผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน รวมถึงเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ เพื่อสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานให้มี ความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับงานป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และเป็นการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการบังคับใช้ กฎหมายหรือข้อระเบียบ แนวทางการปฏิบัติงานเกี่ยวกับคดีภัยออนไลน์ได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีประสิทธิภาพ
กิจกรรมที่ ๓ การจัดสัมมนาสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างความตระหนัก รู้เท่าทัน ป้องกันตนเองและสังคมรอบข้างไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพด้านภัยออนไลน์
กิจกรรมที่ 4 การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ความรู้ การระวังภัยออนไลน์สำหรับประชาชนตาม รูปแบบอาชญากรรมออนไลน์ที่มีเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย และมีการต่อยอดการบริหารจัดการเว็บไซต์(ที่มีอยู่) เพื่อเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ของโครงการฯ
จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนด้านคดีและภัย ออนไลน์ เยาวชน และประชาชนทุกภาคส่วนจะได้รับองค์ความรู้ด้านการระวังคดีภัยออนไลน์ไม่ตกเป็นเหยื่อ พร้อมสร้างเครือข่ายและบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านอาชญากรรมออนไลน์ อันจะช่วยลด จำนวนคดีภัยออนไลน์ต่อไปได้
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้บริการให้คำปรึกษาประชาชนจากภัยออนไลน์ โดยมีบุคลากรให้ความรู้ทางด้านกฎหมาย ที่เกี่ยวกับคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ
๒.๒ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านกฎหมาย/ข้อระเบียบ แนวทางและทักษะการปฏิบัติงานสำหรับ เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ โดยจัดบรรยายองค์ความรู้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานได้อย่าง ถูกต้อง สอดคล้องกับเทคโนโลยีอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ภัยออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ การรวบรวม วิเคราะห์ พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในแต่ละรูปแบบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ อันสามารถนำไปปรับใช้ กับการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และองค์ความรู้ ทักษะการปฏิบัติงานในการตรวจสอบข้อมูลจราจร
ทางคอมพิวเตอร์ สำหรับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
๒.๓ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้แนวทางการป้องกันระวังคดีภัยออนไลน์สำหรับประชาชน ผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ต เครือข่ายเฝ้าระวังภัยออนไลน์ภาครัฐและเอกชน โดยการจัดงานสัมมนาสร้างการตระหนักรู้ การป้องกันคดีภัยออนไลน์
(นางสาวธนิสสรา ลิ้นสุวรรณ) (นายนนท์ อุยยานานนท์) (นางทัศนีย์ บัวงิ้วใหญ่) (นางสาวประภัสสร มากแสง) (นายจุฑาสิทธ์ โรหิตรัตนะ) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
๓
๒.๔ เพื่อให้มีสื่อประชาสัมพันธ์ความรู้ การระวังภัยออนไลน์สำหรับเยาวชนและประชาชน และมีการ เผยแพร่สื่อตามช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้ตระหนัก ป้องกันการหลอกลวง และมีการ รักษาความปลอดภัยของข้อมูลตนเองไม่ให้เกิดความเสียหายได้
๓. ขอบเขตการดำเนินงาน
๓.๑ จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการฯ โดยให้มีรายละเอียดในทุกกิจกรรม
๓.๒ จัดให้มีบุคลากรให้คำแนะนำและปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับภัยและคดีออนไลน์แก่ประชาชน จำนวน ไม่น้อยกว่า ๒ คน ซึ่งมีความรู้ทางด้านกฎหมายและการดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการ กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง มีวุฒิการศึกษาไม่น้อยกว่า ระดับปริญญาตรี ด้านนิติศาสตร์ หรือ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือ ด้านอื่น ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย หรือ งานที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า ๒ ปี โดยปฏิบัติงานในวันและเวลาราชการ ณ สถานที่ที่ผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ กำหนด ปฏิบัติหน้าที่อย่างน้อย ดังนี้
๑) บริการให้คำปรึกษาทางด้าน พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ เทคโนโลยีสารสนเทศ และที่เกี่ยวข้อง ผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่ผู้ว่าจ้างหรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบ เช่น โทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น ๒) บันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานการบริการให้คำปรึกษาฯ
๓) จัดทำข้อมูลคำถาม-คำตอบ ที่มีการสอบถามเข้ามาบ่อย (FAQ)
๔) จัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานรายเดือน
๕) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาอุปกรณ์/เครื่องมือสำหรับสนับสนุนการ ปฏิบัติงานของบุคลากรข้างต้น ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมเลขหมาย (ซิมการ์ด) ที่ใช้งานรับสาย-โทรออก และใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดปริมาณ และเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ที่มีระบบปฏิบัติการและโปรแกรม จัดการสำนักงานที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่น้อยกว่า ๒ ชุด โดยจะต้องเป็นเครื่องใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้ งานมาก่อน
ในกรณีที่บุคลากรข้างต้นไม่สามารถมาปฏิบัติงานตามวันเวลาที่กำหนดได้ ให้แจ้งผู้ว่าจ้างหรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ และผู้รับจ้างจะต้องจัดหาบุคลากรมาปฏิบัติงานแทนในวันดังกล่าว หากมีการ เปลี่ยนแปลงบุคลากรโดยมีเหตุสุดวิสัย โดยจะต้องแจ้งไม่น้อยกว่า ๕ วัน ผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุฯ ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะสั่งให้แก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตามเห็นสมควร
๓.๓ จัดอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการ กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน นิติกร หรือผู้ปฏิบัติงานด้าน กฎหมายในหน่วยงานของรัฐ รวมถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้อง จัดในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า ๓ วัน วันละไม่น้อยกว่า ๖ ชั่วโมง โดยมีผู้เข้าอบรมในสถานที่จริง จำนวนไม่น้อยกว่า 5๐ คน และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบการดำเนินงานต่าง ๆ อย่างน้อยดังนี้
๑) จัดหาวิทยากรภาครัฐ ไม่น้อยกว่า ๔ คน และวิทยากรภาคเอกชน ไม่น้อยกว่า ๑ คน ที่มี ประสบการณ์และความรู้ความสามารถเหมาะสมกับหลักสูตร
๒) ประสานงานเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมการอบรม
๓) ดำเนินการรับลงทะเบียนเข้าอบรมผ่านระบบออนไลน์และลงลายมือชื่อก่อนเข้าร่วมอบรม ๔) จัดเตรียมสถานที่ภาคเอกชนที่ใช้สำหรับการจัดอบรม
(นางสาวธนิสสรา ลิ้นสุวรรณ) (นายนนท์ อุยยานานนท์) (นางทัศนีย์ บัวงิ้วใหญ่) (นางสาวประภัสสร มากแสง) (นายจุฑาสิทธ์ โรหิตรัตนะ) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
๔
๕) จัดเตรียมพิธีเปิดการฝึกอบรม รวมถึงจัดให้มีผู้ดำเนินรายการตลอดการจัดอบรม
๖) จัดเตรียมอาหารว่างและเครื่องดื่ม และอาหารกลางวัน สำหรับวิทยากร ผู้เข้าอบรม และ เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาเห็นชอบ จำนวนไม่น้อยกว่า ๘ คน
๗) จัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คสำหรับผู้เข้าอบรม
๘) จัดเตรียมบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้เข้าอบรม
๙) จัดเตรียมวัสดุ เครื่องเขียน อุปกรณ์ เอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ประกอบการอบรมสำหรับ ผู้เข้าอบรม
๑๐) บันทึกภาพถ่ายและบันทึกภาพวิดีโอระหว่างการอบรม และส่งมอบโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในรูปแบบแฟลชไดรฟ์
๑๑) จัดทำการประเมินผลความรู้ก่อนและหลังการอบรม ในรูปแบบเอกสารหรือรูปแบบออนไลน์ ๑๒) ออกแบบและจัดทำใบประกาศนียบัตรในรูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ผ่าน การอบรม
๑๓) จัดทำแบบประเมินความพึงพอใจการจัดอบรม
๑๔) จัดทำรายงานสรุปผลการจัดอบรม
๓.๔ จัดเสวนาให้ความรู้ในการรับมือและการจัดการกับภัยและคดีออนไลน์ สำหรับเจ้าหน้าที่ภาครัฐและ ภาคเอกชน นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า ๖ ชั่วโมง โดยมี ผู้เข้าร่วมการเสวนาในสถานที่จริง จำนวนไม่น้อยกว่าครั้งละ 10๐ คน และเข้าร่วมการเสวนาแบบออนไลน์ จำนวนไม่น้อยกว่าครั้งละ ๑๐๐ คน และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบการดำเนินงานต่าง ๆ อย่างน้อยดังนี้ ๓.๔.๑ การจัดเสวนาในสถานที่จริง
๑) จัดในรูปแบบการเสวนาโดยวิทยากรภาครัฐ ไม่น้อยกว่า ๑ คน และภาคเอกชนไม่น้อย กว่า ๑ คน ที่มีประสบการณ์และความรู้ความสามารถเหมาะสมกับเนื้อหาการจัดเสวนา ๒) ประสานงานเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมการเสวนา
๓) ดำเนินการรับลงทะเบียนเข้าร่วมการเสวนาผ่านทางเอกสารหรือระบบออนไลน์
๔) จัดเตรียมสถานที่ภาคเอกชนที่ใช้สำหรับการจัดเสวนา
๕) จัดเตรียมพิธีเปิดการเสวนา รวมถึงจัดให้มีผู้ดำเนินรายการตลอดการจัดเสวนา
๖) จัดเตรียมอาหารว่างและเครื่องดื่ม และอาหารกลางวัน สำหรับวิทยากร ผู้เข้าร่วมเสวนา และเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาเห็นชอบ จำนวน ไม่น้อยกว่า ๘ คน
๗) จัดเตรียมวัสดุ เครื่องเขียน และอุปกรณ์ ประกอบการเสวนาสำหรับผู้เข้าร่วมเสวนา ๘) บันทึกภาพถ่ายและบันทึกภาพวีดีโอระหว่างการเสวนา และส่งมอบโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในรูปแบบแฟลชไดรฟ์
๙) จัดทำแบบประเมินความพึงพอใจการจัดเสวนา
๑๐) จัดทำรายงานสรุปผลการเสวนาในแต่ละครั้ง
๑๑) จัดทำภาพข่าว/บทความ (Press Release) เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเสวนา
(นางสาวธนิสสรา ลิ้นสุวรรณ) (นายนนท์ อุยยานานนท์) (นางทัศนีย์ บัวงิ้วใหญ่) (นางสาวประภัสสร มากแสง) (นายจุฑาสิทธ์ โรหิตรัตนะ) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
๕
๓.๔.๒ การจัดเสวนาในรูปแบบออนไลน์
๑) จัดเตรียมระบบห้องเสวนาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับผู้เข้าร่วมการเสวนาใน รูปแบบออนไลน์ โดยระบบจะต้องสามารถรองรับจำนวนผู้เข้าร่วมเสวนาในรูปแบบ ออนไลน์ได้ตามจำนวนที่มีการลงทะเบียนเข้าร่วมการเสวนา
๒) ประสานงานเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมการเสวนา
๓) ดำเนินการรับลงทะเบียนเข้าร่วมการเสวนาผ่านระบบออนไลน์
๔) บันทึกภาพวีดีโอระหว่างการเสวนาและส่งมอบโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบแฟลชไดรฟ์ ๕) จัดเตรียมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประกอบการเสวนา
๖) จัดทำแบบประเมินความพึงพอใจการจัดเสวนา
๗) จัดทำรายงานสรุปผลการเสวนาในแต่ละครั้ง
๓.5 บริหารจัดการระบบฐานข้อมูลเตือนภัยออนไลน์(ที่มีอยู่) ให้มีข้อมูลทันสมัยที่ประชาชนสามารถใช้ สืบค้นข้อมูลความรู้เตือนภัยออนไลน์ได้ และเป็นการสร้างความตระหนักรู้ ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ป้องกัน ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากภัยออนไลน์
3.6 บริหารจัดการรระบบฐานข้อมูลแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ (ที่มีอยู่) ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓.7 จัดทำสื่ออินโฟกราฟิกด้านระวังภัยออนไลน์ ลงเผยแพร่ช่องทางโซเชียลของโครงการฯ และ ดำเนินการประชาสัมพันธ์เพิ่มยอดการมองเห็น และนำเข้าระบบฐานข้อมูลตามข้อ ๓.๕ จำนวนไม่น้อยกว่า 20 ภาพ ทั้งนี้ ให้นำเสนอต่อผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาเห็นชอบก่อนเผยแพร่
3.8 ออกแบบและจัดทำสิ่งของสำหรับผู้เข้าร่วมงานโครงการ มีการสกรีนตราสัญลักษณ์หรือภาพหรือ ลวดลายโลโก้ตามที่ผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาเห็นชอบก่อน ประกอบด้วย ๓.๘.๑ ออกแบบและจัดทำถุงผ้าสำหรับใส่เอกสาร จำนวนไม่น้อยกว่า 1๕๐ ใบ
๓.๘.๒ แก้วเก็บความเย็น จำนวนไม่น้อยกว่า 1๕๐ ชิ้น
๓.9 จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โดยสรุปผลการดำเนินงานตลอดโครงการฯ สรุปปัญหา วิธีแก้ปัญหา และข้อเสนอแนะการดำเนินโครงการฯ ต่อไป
๓.๑๐ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งแผนการทำงาน ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยแผน การทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๔. การเสนอราคา
ผู้เสนอราคาจะต้องจัดส่งแคตตาล็อก และ/หรือ รูปแบบรายการรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ อุปกรณ์/โปรแกรม และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่จะนำมาให้บริการ เพื่อประกอบการพิจารณา โดยผู้เสนอราคาต้องทำ เครื่องหมายของอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ในแคตตาล็อก พร้อมระบุข้อที่สอดคล้องเหมาะสมกับคุณลักษณะเฉพาะของ อุปกรณ์/โปรแกรม และข้อกำหนดต่างๆ โดยผู้เสนอราคาจะต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบ โดยใช้ตัวอย่าง แบบฟอร์มตารางการเปรียบเทียบ ดังนี้
หัวข้อ
ข้อกำหนดเฉพาะที่
กระทรวงฯ ต้องการ
ข้อเสนอของ
ผู้เสนอราคา
เอกสารอ้างอิง/
เลขที่หน้า
เป็นไปตาม
ข้อกำหนด/
สูงกว่า
ข้อกำหนด
ผ่าน/
ไม่ผ่าน
(สำหรับ
กระทรวงฯ)
หมายเหตุ
ระบุหัวข้อให้ตรงกับ ที่กระทรวงฯกำหนด
ให้คัดลอกคุณลักษณะ เฉพาะที่กระทรวงฯ
กำหนด
ให้ระบุรายละเอียด
ข้อเสนอและข้อเสนอ พิเศษ (ถ้ามี)
ให้ระบุหรืออ้างอิง เอกสารในข้อเสนอ ที่เกี่ยวข้อง
(นางสาวธนิสสรา ลิ้นสุวรรณ) (นายนนท์ อุยยานานนท์) (นางทัศนีย์ บัวงิ้วใหญ่) (นางสาวประภัสสร มากแสง) (นายจุฑาสิทธ์ โรหิตรัตนะ) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
๖
ทั้งนี้ ในส่วนของบุคลากรที่จะปฏิบัติงานในโครงการ ผู้เสนอราคาจะต้องจัดส่งรายชื่อบุคลากร พร้อม แนบหลักฐานการศึกษาและประวัติการทำงาน มาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
๕. ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ ๒1๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๖. วงเงินงบประมาณ
จำนวนเงิน 1,159,4๐๐ บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นเก้าพันสี่ร้อยบาทถ้วน)
๗. สถานที่ดำเนินโครงการ
สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ สถานที่ที่ผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุฯกำหนด
๘. คุณสมบัติของผู้ประสงค์จะเสนอราคา
๘.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๘.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๘.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๘.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๘.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๘.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๘.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานในการจ้างครั้งนี้
๘.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงาน ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ วันที่ประกาศ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการ แข่งขันอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาครั้งนี้
๘.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๘.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๘.๑๑ ผู้เสนอราคาต้องมีประสบการณ์ในงานด้านการจัดอบรมและงานจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ หรือที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ให้บริการกับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ อย่างน้อย ๑ สัญญา ที่มีมูลค่า ไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ที่ดำเนินการสิ้นสุดแล้วไม่เกิน ๕ ปี นับวันที่เสนอ โดยแสดงสำเนาสัญญา หรือหนังสือรับรองผลงาน นับถึงวันยื่นเอกสารเสนอราคามาพร้อมกับการยื่นซองเอกสาร
(นางสาวธนิสสรา ลิ้นสุวรรณ) (นายนนท์ อุยยานานนท์) (นางทัศนีย์ บัวงิ้วใหญ่) (นางสาวประภัสสร มากแสง) (นายจุฑาสิทธ์ โรหิตรัตนะ) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
๗
๘.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้จด ทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ จะต้องแสดงค่าเป็นบวก
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้
ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารกลางของ ประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจาก สำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) ทั้งนี้ สำหรับธนาคาร ภายในประเทศหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่กำหนด
(๕) กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตาม ข้อ ๓.๑๒ (๒) (๓) และ (๔) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยกำหนดในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์(e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
(๖) กรณีตาม (๑) - (๕) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ จัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(นางสาวธนิสสรา ลิ้นสุวรรณ) (นายนนท์ อุยยานานนท์) (นางทัศนีย์ บัวงิ้วใหญ่) (นางสาวประภัสสร มากแสง) (นายจุฑาสิทธ์ โรหิตรัตนะ) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
๘
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรือจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน ขับรถ ครู ชาวต่างชาติพนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๙. บุคลากรที่ต้องการ
บุคลากรของทีมงานผู้รับจ้างจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เพื่อดำเนินงานโครงการ ดังนี้
ลำดับ
รายการ
จำนวน
ประสบการณ์ใน ด้านที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า (ปี)
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ
๑.
ผู้ให้คำปรึกษาด้าน พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
และเทคโนโลยีสารสนเทศ
๒
๒
วุฒิการศึกษาปริญญาตรี ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาการคอมพิวเตอร์ ด้านกฎหมาย หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องมีทักษะ และประสบการณ์ในการให้ คำปรึกษาด้านอาชญากรรม ออนไลน์หรือที่เกี่ยวข้อง
โดยส่งมอบพร้อมประวัติโดยย่อ และสำเนาวุฒิการศึกษา และลงนามรับรองเอกสารถูกต้องทุกฉบับ
๑๐. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
พิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติและยื่นหลักฐานเอกสารครบถ้วนถูกต้องโดยใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด
๑๑. การส่งมอบงานและการเบิกจ่ายเงิน
การดำเนินโครงการฯ มีระยะเวลา ๒1๐ วัน โดยผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานและให้บริการตามสัญญา พร้อมส่งมอบงานในแต่ละงวดเป็นเอกสาร และสื่อบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน ๒ ชุด (ต้นฉบับ ๑ ชุด และสำเนา ๑ ชุด) รวมถึงใบแจ้งค่าใช้จ่าย พร้อมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องครบถ้วน ดังรายละเอียด ต่อไปนี้
งวด
ระยะเวลาดำเนินงาน
การชำระเงิน (ร้อยละ)
งานที่ส่งมอบ
๑
๓๐ วัน
นับถัดจากวันที่
ลงนามในสัญญา
3๐
๑. แผนการดำเนินงานโครงการ (ตามข้อ ๓.๑)
๒. รายชื่อบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโครงการ (ตามข้อ ๓.๒)
๒
9๐ วัน
นับถัดจากวันที่
ลงนามในสัญญา
๓๕
๑. รายงานผลการจัดการให้บริการให้คำปรึกษาประชาชน จากภัยและคดีออนไลน์ (ตามข้อ ๓.๒)
รายงานผลการจัดอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการ ปฏิบัติหน้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่า ด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ (ตามข้อ ๓.๓)
(นางสาวธนิสสรา ลิ้นสุวรรณ) (นายนนท์ อุยยานานนท์) (นางทัศนีย์ บัวงิ้วใหญ่) (นางสาวประภัสสร มากแสง) (นายจุฑาสิทธ์ โรหิตรัตนะ) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
๙
งวด
ระยะเวลาดำเนินงาน
การชำระเงิน (ร้อยละ)
งานที่ส่งมอบ
๒. จัดทำสื่ออินโฟกราฟิกด้านระวังภัยออนไลน์ และลง เผยแพร่ช่องทางโซเชียลของโครงการฯ จำนวนไม่น้อย กว่า 10 ภาพ (ตามข้อ ๓.๗) และนำเข้าระบบฐานข้อมูล ตามข้อ ๓.๕
๓. สิ่งของสำหรับผู้เข้าร่วมงานโครงการฯ (ตามข้อ ๓.8)
๓
๒๑๐ วัน
นับถัดจากวันที่
ลงนามในสัญญา
3๕
๑. รายงานผลการจัดการให้บริการให้คำปรึกษาประชาชน จากภัยและคดีออนไลน์รายเดือน (ตามข้อ ๓.๒) ๒.รายงานผลการจัดสัมมนาให้ความรู้ในการรับมือและการ จัดการกับภัยและคดีออนไลน์ในส่วนภูมิภาค
(ตามข้อ ๓.๔)
3. จัดทำสื่ออินโฟกราฟิกด้านระวังภัยออนไลน์ และ ลงเผยแพร่ช่องทางโซเชียลของโครงการฯ จำนวนไม่น้อย กว่า 10 ภาพ (ตามข้อ ๓.๗) และนำเข้าระบบฐานข้อมูล ตามข้อ ๓.๕
4. รายงานผลการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลเตือน ภัยออนไลน์ (ตามข้อ 3.5)
5. รายงานผลการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลแต่งตั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ (ตามข้อ 3.6 )
6. รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) (ตามข้อ 3.9)
๑๒. เงื่อนไขค่าปรับ
๑๒.๑ กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานตามเวลาที่กำหนดตามระยะเวลาดำเนินการ สำนักงานปลัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะคิดค่าปรับเป็นอัตรารายวัน ร้อยละ ๐.๑๐ ของวงเงินตามสัญญา ๑๒.๒ กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถจัดส่งบุคลากรมาปฏิบัติงานได้ตามที่กำหนด ไม่ว่าด้วยเหตุใด ผู้รับจ้างต้อง ลดวงเงินตามสัญญาในแต่ละงวดลงตามจำนวนวันที่ไม่สามารถจัดส่งบุคลากรมาปฏิบัติงานได้ในอัตราวันละ เท่ากับวงเงินตามสัญญาในแต่ละงวดหารด้วยจำนวนวันที่ปฏิบัติงานในแต่ละงวด
๑๒.๓ กรณีที่เกิดการขัดข้องในการให้บริการ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ผู้รับจ้างต้องลดวงเงินตามสัญญาในแต่ละงวด ลงตามจำนวนวันที่ไม่สามารถให้บริการได้ในอัตราวันละเท่ากับวงเงินตามสัญญาในแต่ละงวดหารด้วยจำนวนวัน ที่ปฏิบัติงานในแต่ละงวด การไม่สามารถให้บริการในวันใดวันหนึ่งได้เกินกว่า ๑๒ (สิบสอง) ชั่วโมงให้คิดลดวงเงิน ตามสัญญาในแต่ละงวดลงในอัตรา ๑ (หนึ่ง) วัน เว้นแต่เหตุสุดวิสัย รวมถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศ ที่คาดว่าจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานเป็นภยันตรายต่อชีวิตและร่างกาย ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน
(นางสาวธนิสสรา ลิ้นสุวรรณ) (นายนนท์ อุยยานานนท์) (นางทัศนีย์ บัวงิ้วใหญ่) (นางสาวประภัสสร มากแสง) (นายจุฑาสิทธ์ โรหิตรัตนะ) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
๑๐
๑๓. การรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สิ้นสุดของสัญญาจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๔. ข้อสงวนสิทธิ
๑๔.๑ ในกรณีที่สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความจำเป็นไม่อาจทำสัญญา จัดซื้อจัดจ้างได้ หรือมีเหตุผลจำเป็นอื่น ๆ ที่เป็นอุปสรรค สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคม ขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างได้ทุกขั้นตอนโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุใด ๆ ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ราคาทราบ และผู้ยื่นข้อเสนอราคาไม่มีสิทธิแย้งและเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น
๑๔.๒ ผู้รับจ้างจะเป็นผู้ดำเนินงานตามสัญญานี้เองทั้งหมด และหากมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากร ผู้รับจ้าง จะต้องจัดส่งรายชื่อบุคลากร พร้อมแนบหลักฐานการศึกษาและประวัติการทำงาน มาให้สำนักงาน ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทราบทุกครั้ง ภายใน ๕ วันทำการ ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอสงวนสิทธิ์ในการขอเปลี่ยนแปลงบุคลากร หากบุคลากรดังกล่าวมีคุณสมบัติ
ไม่ตรงตามที่กำหนด หรือ ไม่สามารถปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ หรือ มีความประพฤติ ไม่เหมาะสม
๑๔.๓ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และกรรมสิทธิ์ ในผลงานที่ผู้รับจ้างได้จัดทำตามสัญญานี้ ส่วนผู้รับจ้างจะนำผลงานและรายละเอียดตามสัญญานี้ไปใช้หรือ เผยแพร่ในกิจการอื่น นอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้ในสัญญานี้ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จาก สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก่อน
๑๕. หน่วยงานรับผิดชอบโครงการ
กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(นางสาวธนิสสรา ลิ้นสุวรรณ) (นายนนท์ อุยยานานนท์) (นางทัศนีย์ บัวงิ้วใหญ่) (นางสาวประภัสสร มากแสง) (นายจุฑาสิทธ์ โรหิตรัตนะ) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ