จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างโครงการจัดทำระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ Utility Management Monitoring Center :UMMC)

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 68129083054
฿6,438,800 ปีงบ 2569 ประกาศ 20 ม.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดทำและพัฒนาระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ หรือ SEPZ Utility Management Monitoring Center (UMMC) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกการติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการทรัพยากรในเขต SEPZ อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ระบบ UMMC จะเป็นเว็บแอปพลิเคชันที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับบันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูล ติดตามสถานะความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค และที่สำคัญคือสามารถเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดทางสิ่งแวดล้อม (IoT/Sensor/SCADA System) ได้แบบเรียลไทม์

ขอบเขตของงานครอบคลุมการพัฒนาระบบที่สามารถบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง (Data Integration) เพื่อแสดงผลในรูปแบบแดชบอร์ด (Dashboard) และแผนที่เชิงโต้ตอบ (Interactive Map) พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Alert/Alarm) เมื่อค่าตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสถานะสาธารณูปโภคผิดปกติ โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและลดปัญหามลพิษ แต่ยังมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

English summary

This project aims to develop a Utility Management Monitoring Center (UMMC) system for monitoring and reporting on utility management in Special Economic Promotion Zones (SEPZ) under the Eastern Economic Corridor (EEC) policy. The primary objective is to create an efficient and transparent mechanism for tracking infrastructure readiness and resource management within SEPZs. The UMMC will be a web-based application serving as a central platform for data recording, retrieval, management, and monitoring of utility system status. A key feature is its ability to connect and process data from environmental monitoring devices (IoT/Sensors/SCADA Systems) in real-time.

The scope of work involves developing a system capable of integrating data from multiple sources (Data Integration) and presenting it via interactive dashboards and interactive maps. It will include an automatic alert/alarm system for notifying stakeholders of anomalies in environmental quality measurements or utility status. Beyond improving management efficiency and reducing pollution issues, this project seeks to build investor and public confidence and foster collaboration among relevant agencies, aligning with the EEC’s sustainable development framework.

สถานที่ดำเนินการ
  • (ไม่ระบุสถานที่ตั้งโครงการที่เจาะจง ในขอบเขตงานที่ให้มา)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดทําระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ Utility Management Monitoring Centre: UMMC)
  • เพื่อบันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูล ติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภค
  • เพื่อแจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้แบบ Real-time
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากร และลดปัญหามลพิษ
  • เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่
  • เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน

ขอบเขตของงาน

  • การพัฒนาระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภค (UMMC) เป็นรูปแบบ Web-based Application
  • การออกแบบและพัฒนาระบบให้สามารถเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆ เช่น อุปกรณ์ IoT, Sensor, SCADA System
  • การพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง (Data Integration)
  • การพัฒนาระบบแสดงผลข้อมูลแบบ Real-time ในรูปแบบ Dashboard และแผนที่เชิงโต้ตอบ (Interactive Map)
  • การพัฒนาระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Alert/Alarm System) สำหรับค่าตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสถานะสาธารณูปโภค
  • การจัดทำเอกสารประกอบระบบ เช่น คู่มือการใช้งาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ UMMC) ที่เป็น Web-based Application
  • ระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตรวจวัด (IoT/Sensor/SCADA) และประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์
  • ระบบบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง
  • แดชบอร์ด (Dashboard) และแผนที่เชิงโต้ตอบ (Interactive Map) สำหรับแสดงผลข้อมูล
  • ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Alert/Alarm System)
  • เอกสารประกอบการส่งมอบงาน (เช่น คู่มือการใช้งาน)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • (ไม่มีข้อมูลระบุระยะเวลาโครงการที่ชัดเจนในขอบเขตงานที่ให้มา)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance: ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และ/หรือการจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล อย่างน้อยหนึ่งมาตรฐานต่อไปนี้: ISO/IEC 29110 (Basic Level ขึ้นไป), ISO/IEC 27001, หรือ CMMI Level 3 ขึ้นไป
  • Experience: ต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีลักษณะตรงหรือใกล้เคียงกับงานประกวดราคา กล่าวคือ เป็นระบบติดตามและรายงานผลแบบ Web-based Application ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตรวจวัด (IoT/Sensor/SCADA) และมีการบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อแสดงผลแบบเรียลไทม์ในรูปแบบ Dashboard หรือ Interactive Map พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ
  • Previous Project Cost: ผลงานที่ยื่นต้องมีวงเงินค่าไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) เป็นผลงานในสัญญาเดียว
  • Technical Capabilities: ความสามารถในการพัฒนาระบบ Web-based Application, การเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT/Sensor/SCADA, การบูรณาการข้อมูล (Data Integration), การพัฒนาระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Alert/Alarm)
  • Personnel: ต้องจัดเตรียมบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญตามที่กำหนดในเอกสารแนบ 1 โดยคุณสมบัติของบุคลากรจะต้องเป็นไปตามรูปแบบที่กำหนดและมีระยะเวลาครอบคลุมตลอดโครงการ

เกณฑ์การพิจารณา

  • (ไม่มีข้อมูลระบุเกณฑ์การประเมินข้อเสนอในขอบเขตงานที่ให้มา)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบที่ต้องพัฒนาต้องเป็น Web-based Application สำหรับการติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภค โดยต้องมีคุณสมบัติหลักได้แก่ 1) ความสามารถในการเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดทางกายภาพ เช่น IoT, Sensor, และ SCADA System ได้แบบเรียลไทม์ 2) มีระบบบูรณาการข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลายแห่ง (Data Integration) 3) มีส่วนแสดงผลข้อมูลในรูปแบบ Dashboard และแผนที่เชิงโต้ตอบ (Interactive Map) 4) มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Alert/Alarm) สำหรับการแจ้งเหตุเมื่อค่าตรวจวัดหรือสถานะต่างๆ ผิดปกติ ระบบต้องรองรับการบันทึก จัดการ สืบค้น และติดตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคในเขต SEPZ

เงื่อนไขสัญญา

  • (ไม่มีข้อมูลระบุเงื่อนไขสัญญา เช่น ตารางการจ่ายเงิน หรือค่าปรับ ในขอบเขตงานที่ให้มา)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ระบบ UMMC นี้จะเชื่อมต่อกับข้อมูลจากแหล่งใดได้บ้าง?
    ระบบออกแบบมาเพื่อบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง ซึ่งรวมถึงข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม (IoT/Sensor) ข้อมูลจากระบบ SCADA ที่ควบคุมสาธารณูปโภค และข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ เกี่ยวกับเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ)

  • ระบบแสดงผลข้อมูลในรูปแบบใดบ้าง?
    ระบบจะแสดงผลข้อมูลหลักผ่านแดชบอร์ด (Dashboard) ที่รวบรวมข้อมูลสำคัญและตัวชี้วัดต่างๆ และผ่านแผนที่เชิงโต้ตอบ (Interactive Map) เพื่อให้เห็นตำแหน่งและสถานะของสาธารณูปโภคในพื้นที่ SEPZ อย่างชัดเจน

  • ระบบแจ้งเตือนทำงานอย่างไร?
    ระบบมีฟังก์ชันแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Alert/Alarm) ซึ่งจะทำงานเมื่อค่าตรวจวัดที่ได้จากอุปกรณ์ เช่น ค่ามลพิษทางอากาศหรือน้ำ เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือเมื่อระบบสาธารณูปโภคมีสถานะผิดปกติ

  • ระบบนี้ช่วยสนับสนุนนโยบาย EEC อย่างไร?
    ระบบช่วยสร้างความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการจัดการสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EEC อย่างยั่งยืน

  • ผู้ใช้งานหลักของระบบนี้คือใคร?
    ผู้ใช้งานหลักคาดว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ผู้บริหารและผู้ดูแลเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ) นักลงทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม

  • ระบบรองรับการทำงานบนมือถือหรือไม่?
    เนื่องจากระบบเป็น Web-based Application จึงควรสามารถเข้าถึงและใช้งานผ่านเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ได้ โดยอาจมีการออกแบบที่ตอบสนองต่อหน้าจอ (Responsive Design)

  • ข้อมูลในระบบจะมีการอัปเดตบ่อยแค่ไหน?
    สำหรับข้อมูลจากเซนเซอร์หรืออุปกรณ์ตรวจวัด ระบบได้รับการออกแบบให้แสดงผลแบบเรียลไทม์ (Real-time) หรือใกล้เคียงเรียลไทม์

  • ระบบมีการสำรองข้อมูลและมีความปลอดภัยอย่างไร?
    ผู้พัฒนาระบบต้องมีใบรับรองมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล เช่น ISO/IEC 27001 หรือ CMMI ซึ่งครอบคลุมการออกแบบกระบวนการพัฒนาที่คำนึงถึงการรักษาความปลอดภัยและการสำรองข้อมูล

  • หลังจากส่งมอบระบบแล้ว จะมีขั้นตอนการถ่ายโอนความรู้หรือไม่?
    TOR กำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญตลอดโครงการ ซึ่งน่าจะรวมถึงการฝึกอบรมและการส่งมอบความรู้ให้กับผู้ใช้งาน

  • ระบบสามารถขยายความสามารถ (Scalability) ในอนาคตได้หรือไม่?
    ระบบควรถูกออกแบบให้สามารถขยายการเชื่อมต่อกับเซนเซอร์หรือแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงเพิ่มโมดูลการทำงานใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

EEC
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจัดทําระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
(SEPZ Utility Management Monitoring Center: UMMC)
โดยสํานักพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สายงานเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
สํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

  1. ความเป็นมา
    หนึ่งในวัตถุประสงค์สําคัญตามพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 คือ การพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ การพัฒนาดังกล่าวถูกผลักดันผ่านการจัดตั้ง “เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่
    ได้รับการประกาศกําหนดโดยคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีเป้าหมายในการรองรับ
    และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบาย การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามมาตรา 39 มาตรา 40 และมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เจ้าของที่ดิน ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกสามารถยื่นขอจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้ โดยต้องปฏิบัติตาม
    หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดตั้ง เปลี่ยนแปลง และยุบเลิกเขตส่งเสริมเศรษฐกิจ
    พิเศษ พ.ศ. 2568
    พื้นที่ที่ได้รับการกําหนดเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เจ้าของที่ดินต้องดําเนินการพัฒนาและดูแล
    รักษาระบบสาธารณูปโภคให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขต
    พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง มาตรฐานระบบสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2568
    ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลไกสําคัญในการผลักดันให้พื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษต้องมี
    ความพร้อมที่จะรองรับการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อ
    สิ่งแวดล้อมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
    ดังนั้นเพื่อให้การติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการทรัพยากรในเขตส่งเสริม เศรษฐกิจพิเศษเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของทั้ง นักลงทุนและสังคมที่ให้ความสําคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงมีความจําเป็นในการจัดทําระบบติดตามและ รายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ Utility Management Monitoring Centre, UMMC) โดยโครงการนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน แต่ยังส่งเสริมภาพลักษณ์ของ ประเทศไทยในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและที่ยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย
    EEC
  2. วัตถุประสงค์
    เพื่อจัดทําระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สําหรับ
    บันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูล ติดตาม ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภคและ แจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้แบบ Real-time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากร และลดปัญหามลพิษ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ และสร้าง ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้อง
    ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
    ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร
    พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ะ ม
    ครงน
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    3.10.1 การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    -2-
    EEC
    wowweden
    3.10.2 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ
    ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า
    ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    3.10.3 การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
  1. กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
    จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
  2. การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ 1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    3.12.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่น ข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
    3.12.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 2 ล้านบาท
    3.12.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอใน
    -3-
    EEC
    goinwoducen doulon Winw
    แต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชี
    เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    3.12.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ํา ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน
    90 วัน
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง
    บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
    ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
    อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    3.12.5 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 3.12.2 ข้อ 3.12.3 และข้อ 3.12.4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่
    กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการ
    รับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
    ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
    3.12.6 กรณีตามข้อ 3.12.1 - ข้อ 3.12.5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
    -4-
    EEC
    (1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    จัดซื้อจัดจ้างฯ
    (4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
    (5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีลักษณะตรง หรือใกล้เคียงกับงาน ที่ประกวดราคาจ้างนี้ กล่าวคือ เป็นระบบติดตามและรายงานผลแบบ Web-based Application ที่สามารถเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัด (loT/Sensor/SCADA System) และมีการ บูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง (Data Integration) เพื่อแสดงผลแบบ Real-time ในรูปแบบ Dashboard หรือแผนที่เชิงโต้ตอบ (Interactive Map) พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Alert/Alarm) ในวงเงินไม่น้อยกว่า 3,000,000.00 บาท (สามล้านบาทถ้วน) เป็นผลงานในสัญญาเดียวและเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาซึ่ง ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้วภายในระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ พร้อมทั้งแนบสําเนา หนังสือรับรองผลงาน และสําเนาสัญญาหรือหลักฐานแห่งข้อตกลง ดังกล่าว
    3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมบุคลากรที่มีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อดําเนินการตามโครงการนี้ โดยต้องจัดทําเอกสารแสดงรายละเอียดคุณสมบัติของบุคลากรตามรูปแบบ ที่กําหนด หรือเอกสารประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและจําเป็นในการพิจารณาคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ในวันที่ยื่นข้อเสนอ คุณสมบัติของบุคลากรและรูปแบบการจัดทําเอกสารตามที่กําหนดไว้ในเอกสารแนบ 1 โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดหาบุคลากรตามที่เสนอมาในการดําเนินงานในโครงการอย่างครบถ้วนด้วย ทั้งนี้ เอกสารต่าง ๆ จะต้องเป็นเอกสารที่ยังไม่หมดอายุในวันที่ยื่นข้อเสนอ และมีระยะเวลาครอบคลุมตลอด
    ระยะเวลาดําเนินโครงการ
    3.15 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานเพื่อรับรองกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และ/หรือ การจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล อย่างน้อยหนึ่งมาตรฐานต่อไปนี้ ได้แก่ ISO/IEC 29110 (Basic Level หรือสูงกว่า) หรือ ISO/IEC 27001 หรือ มาตรฐาน Capability Maturity Model Integration (CMMI) Level 3 เป็นอย่างน้อย โดยให้แนบสําเนาใบรับรองที่ยังไม่หมดอายุในวันยื่นข้อเสนอ
    -5-