ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เปิดเผยประกวดราคาเพื่อจ้างพัฒนาและจัดหาเครื่องมือสำหรับ “ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban)” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลตาม พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2565 โครงการนี้มุ่งสร้างระบบกลางสำหรับบริหารจัดการเอกสารราชการอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจรที่เชื่อมโยงหน่วยงานทุกระดับในสังกัด ตั้งแต่ส่วนกลางไปจนถึงโรงเรียนเอกชนในพื้นที่
ขอบเขตงานครอบคลุมกระบวนการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เต็มรูปแบบ เริ่มตั้งแต่การสำรวจขั้นตอนการทำงานเดิมและความต้องการของกลุ่มผู้ใช้หลากหลายประเภท, การวิเคราะห์และออกแบบระบบ (รวมถึง Process, Database, และ User Interface), การพัฒนาและทดสอบระบบ Web Base Application ที่รองรับการทำงานบน Windows Server/Linux และเบราว์เซอร์มาตรฐาน, การติดตั้งระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง, จนถึงการเชื่อมโยงกับระบบสารบรรณกลางของกระทรวงศึกษาธิการ
นอกจากระบบซอฟต์แวร์หลักแล้ว งานยังรวมถึงการจัดหาและติดตั้งครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (เซิร์ฟเวอร์) พร้อมอุปกรณ์, การจัดหาซอฟต์แวร์ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) สำหรับการลงนามดิจิทัลไม่น้อยกว่า 100 ใบ, และซอฟต์แวร์สำหรับทำงานกับเอกสาร Word แบบออนไลน์สำหรับผู้ใช้งานพร้อมกันไม่น้อยกว่า 50 คน โดยผู้รับจ้างต้องมีแผนดำเนินงานและส่งมอบงานทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 240 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
English summary
The Office of the Private Education Commission (OPEC) is soliciting bids for the development and procurement of an “Electronic Document System (e-Saraban)”. The primary objective is to support the digital government transformation in accordance with the Electronic Government Operations Act B.E. 2565. This project aims to establish a comprehensive central system for managing electronic official documents, seamlessly connecting all affiliated agencies from the central office down to private schools nationwide.
The scope of work encompasses the full software development lifecycle, including a survey of existing workflows and requirements from diverse user groups, system analysis and design (covering processes, database, and user interface), development and testing of a Web-Based Application compatible with Windows Server/Linux and standard browsers, installation of related hardware and software, and integration with the Ministry of Education’s central document system.
In addition to the core software system, the project includes the supply and installation of computer server equipment (hardware), the provision of Digital Certificate software for no less than 100 digital signatures, and online Word document processing software supporting at least 50 concurrent users. The contractor must complete and deliver all components within 240 days from the contract signing date.
ไม่ระบุสถานที่ติดตั้งระบบโดยชัดเจนในเอกสาร TOR ที่ให้มา คาดว่าส่วนใหญ่จะติดตั้งที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ให้สามารถบริหารงานสารบรรณผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
- เพื่อพัฒนาระบบให้รองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์และรองรับการเชื่อมโยงกับระบบสารบรรณกลางของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- เพื่อจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์สำหรับรองรับการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ขอบเขตของงาน
- การสำรวจความต้องการ: สำรวจขั้นตอนการทำงานเดิม (Existing Process) และความต้องการที่คาดหวัง (Expected Process) จากกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ ได้แก่ กลุ่มงานภายใน สช. (เลขานุการกรม, กองทุนและสวัสดิการ, โรงเรียนสามัญศึกษา ฯลฯ), สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด, สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด, สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ, โรงเรียนในระบบ และโรงเรียนนอกระบบ
- การวิเคราะห์และออกแบบระบบ: ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สช. ในการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบระบบ ซึ่งรวมถึง
- กำหนดเครื่องมือ Software/Hardware
- ออกแบบกระบวนการทำงาน (Activity Diagrams, Context Diagrams, Data Flow Diagrams)
- ออกแบบการใช้งาน (Use Case Diagrams, Use Case Description)
- ออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (ER Diagram, Table Description, Data Dictionary)
- ออกแบบหน้าจอ (Screen Prototype)
- การพัฒนาและทดสอบระบบ: พัฒนาระบบ e-Saraban ตามแบบที่ออกแบบ และทำการทดสอบระบบพร้อมแก้ไขข้อผิดพลาด
- การติดตั้งระบบ: ติดตั้งระบบฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์, ระบบ e-Saraban และระบบฐานข้อมูล ณ สถานที่ที่ สช. กำหนด พร้อมจัดทำเอกสารการติดตั้ง
- การจัดหาและส่งมอบซอฟต์แวร์เสริม:
- จัดหาซอฟต์แวร์ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) อายุไม่น้อยกว่า 1 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 100 ใบ (ให้ฟรีตลอดสัญญา)
- จัดหาซอฟต์แวร์การทำงานกับเอกสาร Word แบบออนไลน์ พร้อมใบอนุญาต อายุไม่น้อยกว่า 1 ปี รองรับผู้ใช้งานพร้อมกันไม่น้อยกว่า 50 คน (ให้ฟรีตลอดสัญญา)
- การจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์: จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (เซิร์ฟเวอร์) และอุปกรณ์ใหม่ที่ได้มาตรฐาน พร้อมค่าติดตั้งและเชื่อมต่อเครือข่าย
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงาน (เสนอภายใน 15 วันทำการหลังสัญญา)
- เอกสารผลการสำรวจความต้องการ
- เอกสารแบบการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (Activity Diagrams, Context Diagrams, DFD, Use Case, ER Diagram, Data Dictionary, Screen Prototype)
- ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) ที่พัฒนาและทดสอบแล้ว พร้อมซอร์สโค้ด
- ระบบฐานข้อมูลที่พัฒนาขึ้น
- ระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน
- เอกสารการติดตั้งระบบ
- ซอฟต์แวร์ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) จำนวนไม่น้อยกว่า 100 ใบ
- ซอฟต์แวร์ทำงานกับเอกสาร Word แบบออนไลน์ พร้อมลิขสิทธิ์
- คอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ตามข้อกำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จต้องไม่เกิน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เป็นผู้พัฒนา/ติดตั้ง/ผลิต/จำหน่าย/ตัวแทนจำหน่าย Software หรือ Hardware หรือให้บริการระบบคอมพิวเตอร์
- ต้องลงทะเบียนและมีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้เสนอราคาอื่น
- กรณีเป็นกิจการร่วมค้า ต้องมีข้อกำหนดสัดส่วนและเงื่อนไขตามที่ระบุใน TOR ข้อ 2.11
- Standards Compliance: ต้องมีใบรับรองมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ตามกระบวนการมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น CMMI, ISO 29110 หรือเทียบเท่า
- Experience: ต้องมีผลงานการพัฒนาระบบสารสนเทศหรือซอฟต์แวร์ ที่มีวงเงินไม่น้อยกว่า 3,500,000 บาท อย่างน้อย 1 สัญญา ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับจากวันสิ้นสุดสัญญาจนถึงวันยื่นข้อเสนอ และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือเอกชนที่น่าเชื่อถือ
- Previous Project Cost: ต้องมีผลงานในวงเงินไม่น้อยกว่า 3,500,000 บาท
- Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการพัฒนาระบบตามข้อกำหนดทางเทคนิคที่ระบุใน TOR (เช่น Web Base Application, ระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์, ความปลอดภัยระบบ)
- Personnel: ไม่ได้ระบุคุณวุฒิหรือการรับรองเฉพาะบุคคล แต่ต้องมีทีมงานที่มีความสามารถในการพัฒนาระบบตามขอบเขตงาน
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยให้คะแนนตามปัจจัยและน้ำหนักดังนี้
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (30%): คำนวณจากสูตร 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
- มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ (20%):
- การจัดหา Digital Certificate (10%): จำนวนใบรับรอง (≥300 ได้ 10 คะแนน, ≥200 ได้ 5, ≥100 ได้ 0)
- การจัดหาซอฟต์แวร์ Word ออนไลน์ (10%): รองรับผู้ใช้พร้อมกัน (≥200 ได้ 10 คะแนน, ≥100 ได้ 5, ≥50 ได้ 0)
- การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ (30%):
- ผลงานที่สอดคล้อง (พัฒนาระบบ e-Saraban, ระบบการลา, ระบบลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) (15%)
- ผลงานด้านการพัฒนา API Web Service ที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐ/เอกชน (5%)
- ผลงานด้านรูปแบบการออกรายงาน (Web HTML, PDF, Excel/CSV) (5%)
- ผลงานด้านบริหารจัดการ Log (5%)
- ข้อเสนอด้านเทคนิค (20%):
- คุณสมบัติเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย แบบที่ 1 (หน่วยความจำหลัก RAM, หน่วยจัดเก็บข้อมูล) (10%)
- คุณสมบัติเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย แบบที่ 2 (หน่วยความจำหลัก RAM, หน่วยจัดเก็บข้อมูล) (10%)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบงาน: ต้องเป็น Web Base Application แบบออนไลน์ แสดงผลผ่าน Web Browser (Microsoft Edge, Mozilla Firefox, Google Chrome, Safari) บนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่
- ระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์: ต้องทำงานบน Windows Server หรือ Linux หรือ UNIX และต้องใช้งานได้บน Windows Server 2022 ขึ้นไป
- ระบบจัดการฐานข้อมูล: เป็น Relational Database Management System (RDBMS) ใช้ได้กับ Microsoft SQL Server 2022 ขึ้นไป
- เว็บเซิร์ฟเวอร์: ใช้งานได้กับ Apache หรือ Internet Information Service (IIS)
- การควบคุมความปลอดภัย: ต้องมี Integrity Control, System Security Control (กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้), และป้องกันช่องโหว่เช่น SQL Injection, Cross Site Scripting (XSS)
- บันทึก Log: ระบบต้องบันทึก Log การเข้าสู่ระบบ, การเปลี่ยนแปลงค่า Configuration, และการเพิ่ม/แก้ไข/ลบข้อมูล
- การเชื่อมโยง: ระบบต้องเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศของ สช. และเชื่อมโยงกับระบบสารบรรณกลางของกระทรวงศึกษาธิการได้
เงื่อนไขสัญญา
- งบประมาณกลาง: 7,040,500.00 บาท
- หลักประกันการเสนอราคา: 352,020.00 บาท (5% ของวงเงินประมาณการ)
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
- การจ่ายเงิน (แบ่ง 4 งวด):
- งวดที่ 1 (15%): เมื่อส่งมอบงานและตรวจรับได้ภายใน 70 วัน
- งวดที่ 2 (20%): เมื่อส่งมอบงานและตรวจรับได้ภายใน 120 วัน
- งวดที่ 3 (40%): เมื่อส่งมอบงานและตรวจรับได้ภายใน 210 วัน
- งวดสุดท้าย (25%): เมื่อส่งมอบและตรวจรับงานทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่น: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ได้รับมอบงาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ระบบ e-Saraban นี้จะเชื่อมโยงกับระบบเดิมของ สช. อย่างไร? ระบบที่พัฒนาขึ้นจะต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบสารสนเทศที่มีอยู่ของ สช. (เช่น PESO, ORSS, PFS) โดยอาจต้องปรับปรุงชุด Library และ Source Code ล่าสุดที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
- ระบบรองรับการลงนามดิจิทัลด้วยวิธีใดบ้าง? ระบบต้องรองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ยืนยันตัวตนได้เทียบเท่าเอกสารฉบับจริง โดยผู้รับจ้างต้องจัดหา Digital Certificate จำนวนไม่น้อยกว่า 100 ใบให้ฟรี
- กลุ่มผู้ใช้งานหลักมีใครบ้าง? ครอบคลุมข้าราชการและบุคลากรของ สช., สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด, สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด, สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ, โรงเรียนเอกชนในระบบ และโรงเรียนเอกชนนอกระบบ
- ระบบสามารถใช้งานบนมือถือได้หรือไม่? ใช่ ระบบเป็น Web Base Application ที่ออกแบบมาให้แสดงผลและใช้งานได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Device)
- มีข้อกำหนดความปลอดภัยอะไรบ้างที่ระบบต้องมี? ระบบต้องมีการควบคุมความปลอดภัย เช่น ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล, บันทึก Log การใช้งาน, และป้องกันช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเช่น SQL Injection และ Cross Site Scripting (XSS)
- ซอฟต์แวร์ Word ออนไลน์ที่จัดหามีหน้าที่อะไร? ใช้สำหรับจัดทำเนื้อหากระจายแบบไทยส่วนกั้นหน้าและกั้นหลัง (Front Page และ Back Page Content) ของเอกสารสารบรรณในรูปแบบออนไลน์
- ผู้รับจ้างต้องจัดหา Hardware อะไรบ้าง? ต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (เซิร์ฟเวอร์) พร้อมอุปกรณ์ใหม่ตามคุณสมบัติที่กำหนดใน TOR และต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน เช่น ISO 9000 Series, FCC/CE, UL/TUV
- ระบบต้องรองรับการพิมพ์เอกสารออกเป็นกระดาษหรือไม่? จากขอบเขตงานที่เน้นการลดการใช้กระดาษ ระบบควรออกแบบให้ทำงานแบบดิจิทัลเป็นหลัก แต่อาจต้องรองรับการแปลงเป็นรูปแบบ PDF สำหรับการเก็บรักษาหรือการพิมพ์เมื่อจำเป็น
- หากต้องการแก้ไขหรือเพิ่มฟังก์ชันการทำงานหลังจากส่งมอบแล้ว สามารถทำได้หรือไม่? โดยทั่วไปการรับประกัน 1 ปีครอบคลุมการแก้ไขความชำรุดบกพร่อง ส่วนการเพิ่มฟังก์ชันใหม่อาจต้องทำเป็นสัญญาเพิ่มเติมหรือข้อตกลงใหม่ ซึ่งไม่ได้ระบุใน TOR นี้
- การเชื่อมต่อกับระบบสารบรรณกลางของ สป.ศธ. เป็นแบบใด? ระบบที่พัฒนาต้องรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบสารบรรณกลางของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ซึ่งอาจทำผ่าน API Web Service
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดขอบเขตของงาน
โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
- หลักการและเหตุผล
ตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2565 ได้กําหนดให้หน่วยงานภาครัฐ ปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติราชการ โดยนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็ว
คล่องตัว ช่วยอํานวยความสะดวกในการทํางานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ของระบบราชการที่มีหลากหลายขั้นตอนและใช้ระยะเวลานานในการดําเนินงาน
ปัจจุบัน สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อบริการ
ประชาชนในการบริการยื่นเรื่องออนไลน์และอํานวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่สํานักงานฯ ครูและบุคลากรโรงเรียน เอกชน อาทิ ศูนย์บริการการศึกษาเอกชนออนไลน์ (PESO) ระบบยื่นเรื่องออนไลน์ (ORSS) และ ระบบจัดการ ข้อมูลชาวต่างประเทศในโรงเรียนเอกชน (PFS) โดยระบบดังกล่าวมีงานบริการที่อยู่ภายใต้จํานวน 60 งานบริการ อาทิ การขอจัดตั้งโรงเรียนเอกชน การเปลี่ยนแปลงรายการในตราสาร รายละเอียดกิจการของโรงเรียนเอกชน การขอใช้ชื่อหรือเปลี่ยนแปลงชื่อโรงเรียนการยื่นรายงานการแต่งตั้งถอดถอนผู้อํานวยการ รองผู้อํานวยการ ผู้จัดการ นายทะเบียนโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงมีการออกหนังสือราชการแจ้งผู้รับบริการ ผ่านระบบสารสนเทศ แต่ยังไม่มีระบบสารสนเทศที่ใช้ในการบริหารจัดการงานสารบรรณ อีกทั้ง ระบบสารบรรณกลาง ของสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ไม่รองรับการใช้งานถึงสํานักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด สํานักงาน การศึกษาเอกชนอําเภอและโรงเรียนเอกชน
ในการนี้ สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้เห็นถึงความสําคัญในการพัฒนาองค์กร สู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการดําเนินงาน มีระบบสารสนเทศที่อํานวย
ความสะดวกในการปฏิบัติงานให้กับข้าราชการ บุคลากรสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนสํานักงานศึกษาธิการจังหวัด สํานักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด สํานักงานการศึกษา เอกชนอําเภอและโรงเรียนเอกชน จึงมีความจําเป็นที่ต้องพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) ของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านเป็นรัฐบาลดิจิทัล ให้สามารถ ใช้งานระบบสารบรรณในการจัดส่งเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชน สํานักงานศึกษาธิการจังหวัด สํานักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด สํานักงานการศึกษาเอกชน อําเภอและโรงเรียนเอกชนได้ รวมถึงรองรับการลงนามและสั่งการด้วยระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้อย่างสะดวก มีความน่าเชื่อถือ สามารถยืนยันตัวตนได้เทียบเท่ากับเอกสารฉบับจริง พร้อมทั้งสามารถเชื่อมโยง ข้อมูลกับระบบสารบรรณกลางของกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว มีความคล่องตัว ช่วยอํานวย ความสะดวกในการทํางานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรและงบประมาณ เช่น กระดาษ หมึกพิมพ์ การถ่ายสําเนาหนังสือ ซึ่งสอดคล้องกับการบริหารราชการแนวใหม่ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ความคุ้มค่า
และลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน ความคุ้มค่า
สํานักง
การศึกษาน
2.วัตถุประสงค
10
สุ่มส
-2- - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) ของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ให้สามารถบริหารงานสารบรรณผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
2.2 เพื่อพัฒนาระบบให้รองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์และรองรับการเชื่อมโยงกับระบบสารบรรณกลาง
ของสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
2.3 เพื่อจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์สําหรับรองรับการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban)
ของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคล จดทะเบียนที่มีวัตถุประสงค์เป็นผู้พัฒนา ผู้ติดตั้ง ผู้ผลิต ผู้จําหน่าย
หรือเป็นผู้แทนจําหน่าย Software หรือ Hardware หรือทําหน้าที่ให้บริการระบบคอมพิวเตอร์
3.8 ผู้เสนอราคาไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล
ของผู้รับจ้างได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.9 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้าเสนอราคาให้แก่สํานักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็น ผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาครั้งนี้
3.10 ผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้ที่มีผลงานการพัฒนาระบบสารสนเทศหรือระบบซอฟท์แวร์ ที่มีวงเงินไม่น้อยกว่า 3,500,000 บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน) อย่างน้อย 1 สัญญา ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับจากวันสิ้นสุดสัญญาจนถึงวันยื่นข้อเสนอนี้ และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือเอกชนที่น่าเชื่อถือ โดยต้องนําสําเนาหนังสือรับรองผลงานที่ส่งมอบ เรียบร้อยแล้วและสําเนาสัญญาการจ้าง/ใบสั่งจ้าง และเอกสารรายละเอียด TOR ที่เป็นโครงการ เดียวกัน พร้อมหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องยื่นพร้อมวันเสนอราคา ทั้งนี้ สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชนขอสงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยตรงจากผู้รับรองเอกสารที่เสนอนั้น 3.11 ผู้เสนอราคาต้องมีมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ โดยมี ใบรับรองมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ ตามกระบวนการมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น CMMhtevet 2 หรือ ISO 29110 หรือ เทียบเท่า เป็นต้น โดยยื่นพร้อมเอกสารเสนอราคา ทั้งนี้ สํานักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการศึกษาเอกชนขอสงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยตรงจากผู้รับรองเอกสารที่เสนอนั้น
รศึกษ,
4.ข้อกาหนด…
2ํานักงานปลัดกร
บ
- 3-
- ข้อกําหนดคุณลักษณะเฉพาะทั่วไป
4.1 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) และจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์สําหรับ รองรับการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) ของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม
การศึกษาเอกชน
4.2 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานในการพัฒนาระบบให้อยู่ในกรอบระยะเวลาของโครงการ
และนําเสนอต่อสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ภายใน 15 วันทําการ
4.3 ผู้รับจ้างต้องสํารวจความต้องการตามขอบเขตของโครงการ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามความต้องการ
ของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน อย่างน้อยดังต่อไปนี้ 4.3.1 สํารวจขั้นตอนการทํางานที่มีอยู่เดิม (Existing Process Requirement)
4.3.1.1 สํารวจและศึกษาขั้นตอนการดําเนินงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงรวบรวมข้อมูล
และความต้องการเกี่ยวกับโครงการ (ถ้ามี)
4.3.1.2 สํารวจเครื่องมือที่ใช้ในการดําเนินงานอยู่ในปัจจุบัน (ถ้ามี)
4.3.2 สํารวจความต้องการตามขอบเขตของโครงการ (Expected Process Requirement)
4.3.2.1 สํารวจความต้องการตามเอกสารขอบเขตของโครงการ
4.3.2.2 สํารวจขอบเขตความต้องการ การทํางานแต่ละกลุ่มผู้ใช้งาน ได้แก่ กลุ่มงานเลขานุการกรม กลุ่มงานกองทุนและสวัสดิการ กลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา กลุ่มงานโรงเรียนนโยบายพิเศษ กลุ่มงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ กลุ่มงานนโยบายและแผน และกลุ่มงานทะเบียน สํานักงานศึกษาธิการจังหวัด สํานักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด สํานักงานการศึกษา เอกชนอําเภอ โรงเรียนในระบบ และโรงเรียนนอกระบบ
4.4 ผู้รับจ้างและเจ้าหน้าที่สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนร่วมกันศึกษาและวิเคราะห์ พร้อมออกแบบระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) ซึ่งจะต้องเป็นไปตามความต้องการของ สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โดยดําเนินงาน ดังต่อไปนี้
4.4.1 กําหนดเครื่องมือและอุปกรณ์ Software และ Hardware ที่ใช้ในการพัฒนาระบบ โดยสํานักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจะต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในด้าน Run time หรือ
ลิขสิทธิ์อื่น ๆ
4.4.2 วิเคราะห์ ออกแบบกระบวนการทํางานของระบบทั้งหมด ดังต่อไปนี้
4.4.2.1 จัดทําแผนภาพกิจกรรม (Activity Diagrams) 4.4.2.2 จัดทําแผนภาพบริบท (Context Diagrams)
4.4.2.3 จัดทําแผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagrams : DFD)
4.4.2.4 จัดทําแผนภาพแสดงการทํางานของผู้ใช้ระบบ (Use Case Diagrams) 4.4.2.5 จัดทําคําอธิบายการทํางานของผู้ใช้ระบบ (Use Case Description)
4.4.3 ออกแบบระบบฐานข้อมูลในรูปแบบการจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database
Management System) ดังต่อไปนี้
4.4.3.1 จัดทําโครงสร้างของฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Entity-Relationship Diagrams)
4.4.3.2 จัดทํารายการตารางข้อมูล (Table Description)
4.4.3.3 จัดทําพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)
กรรมการส่ง
4.4.4 ออกแบบการแสดงผลหน้าจอของแต่ละงานทั้งหมด โดยจัดทําเป็น Screen Prototype ในการนําเสนอ
4.5 ผู้รับจ้าง …
- สํานักงานปลัดกระ
22
“กระทรวงสา - 4-
4.5 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาและทดสอบระบบ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามความต้องการของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม
การศึกษาเอกชน โดยมีสถานะการดําเนินงานต่อไปนี้
4.5.1 พัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ตามที่ได้ออกแบบระบบไว้
4.5.2 ทดสอบระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ที่ได้พัฒนา พร้อมทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
4.6 ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ และระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซึ่งจะต้องเป็นไปตามความต้องการของสํานักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โดยมีสถานะการดําเนินงานต่อไปนี้
4.6.1 กําหนดช่วงเวลาในการติดตั้งระบบตามสถานที่ที่สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนกําหนด 4.6.2 ติดตั้งระบบฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ และระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) สํานักงาน
คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนที่ได้พัฒนาขึ้น
4.6.3 ติดตั้งระบบฐานข้อมูลที่ได้พัฒนาขึ้น
4.6.4 จัดทําเอกสารการติดตั้งระบบ
4.7 ระบบงานที่พัฒนาต้องสามารถประมวลผลได้บนระบบปฏิบัติการ Windows Server หรือ Linux หรือ UNIX และต้องทํางานในลักษณะ Web Base Application แบบออนไลน์ (On-Line) ซึ่งสามารถแสดงผล บนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ผ่านโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) Microsoft Edge, Mozilla Firefox, Google Chrome และ Safari ได้เป็นอย่างน้อย
4.8 ระบบต้องสามารถใช้งานกับระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลผ่านระบบเครือข่าย ดังต่อไปนี้
4.8.1 ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล เป็นระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database
Management System) โดยใช้ได้กับ Microsoft SQL Server 2022 ขึ้นไป
4.8.2 สามารถใช้งานผ่านเครือข่าย และต้องใช้งานได้บนระบบปฏิบัติการ Windows Server 2022 ขึ้นไป
โดยใช้งานได้กับโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์ Apache หรือ Internet Information Service (IS)
4.9 ผู้รับจ้างต้องมีการควบคุมการทํางานของระบบ ดังต่อไปนี้
4.9.1 มีการควบคุมความถูกต้องตรงกันของข้อมูล (Integrity Control) มีระบบที่สามารถควบคุม ความสอดคล้องกัน (Consistency) ของตารางข้อมูล (Table) ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน (Relationship) ได้ทั้งระบบ
4.9.2 การควบคุมความปลอดภัยของระบบงาน (System Security Control) มีระบบควบคุม ความปลอดภัยของระบบงานในการเข้าสู่ระบบงานและการเข้าถึงตารางข้อมูลในระบบงาน โดยกําหนดสิทธิ์ (Grant) การใช้งานเป็นรายบุคคลหรือเป็นรายกลุ่ม
4.9.3 มีระบบรักษาความปลอดภัยของการเข้าถึงฐานข้อมูล และระบบจะต้องครอบคลุมถึงความมั่นคง ปลอดภัย เพื่อไม่ให้เป็นช่องทางในการเจาะระบบโดยใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น SQL Injection, Cross Site Scripting (XSS), Improper Error Handling เป็นอย่างน้อย
4.10 ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงระบบโดยใช้รหัสมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
4.10.1 รหัสและตารางมาตรฐานจะต้องใช้รหัสมาตรฐานหรือตารางข้อมูลมาตรฐานตามที่สํานัก
คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนกําหนด เช่น รหัสโรงเรียนเอกชน จังหวัด อําเภอ ตําบล
สัญชาติ ฯลฯ
654
4.10.2
รหัส
สํานักงานปลัดก
ดูโมล์ - 5-
4.10.2 รหัสและตารางเพิ่มเติมในกรณีผู้รับจ้างจําเป็นต้องออกรหัสหรือตารางมาตรฐานเพิ่มเติม
เพื่อใช้ในระบบจะต้องแจ้งให้สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนทราบ
4.11 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบให้หน่วยงานในสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนสามารถ
บริหารจัดการข้อมูลในระบบตามสิทธิ์ที่กําหนดได้
4.12 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบให้มีการบันทึก Log เพื่อเก็บความเคลื่อนไหวในระบบ โดยจัดเก็บ Log ของการเข้าสู่ระบบ การเปลี่ยนแปลงค่า Configuration หรือ การเพิ่ม การแก้ไข การลบ ข้อมูลหรือ เอกสารหรือตามที่สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนกําหนด
4.13 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม
การศึกษาเอกชนให้เชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในกรณีต้องปรับปรุงระบบสารสนเทศของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนให้ใช้ชุด Library และ Source Code ล่าสุดที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันได้
4.14 ผู้รับจ้างต้องจัดหาซอฟต์แวร์สําหรับการให้บริการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 1 ปีสําหรับผู้บริหารระดับสูง จํานวนไม่น้อยกว่า 100 ใบรับรอง เพื่อใช้สําหรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้แก่ผู้ว่าจ้าง โดยไม่คิดค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
ตลอดระยะเวลาสัญญา
ๆ
4.15 ผู้รับจ้างต้องจัดหาซอฟต์แวร์สําหรับการทํางานกับเอกสาร Word ในรูปแบบออนไลน์ สําหรับใช้ในการ จัดทําเนื้อหากระจายแบบไทยส่วนกั้นหน้าและกั้นหลัง (Front Page และ Back Page Content) พร้อมใบอนุญาตการใช้งาน (License) ให้แก่ผู้ว่าจ้าง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 1 ปี และรองรับ การเข้าใช้งานพร้อมกัน จํานวนไม่น้อยกว่า 50 ผู้ใช้งาน โดยไม่คิดค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
- ขอบเขตของงาน
5.1 คุณลักษณะทั่วไปของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์
5.1.1 เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ที่เสนอต้องเป็นรุ่นที่ยังอยู่ในสายการผลิต ในประเทศหรือต่างประเทศ และระบบคอมพิวเตอร์ที่จะนํามาติดตั้งให้ผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น
เครื่องใหม่ที่ไม่ถูกใช้งานมาก่อนหรือไม่เป็นเครื่องที่ใช้งานแล้วและนํามาปรับปรุงใหม่
(Reconditioned)
5.1.2 เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ที่เสนอต้องไม่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทผู้ผลิต
ที่อยู่ในระหว่างการคุ้มครองเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลผู้ล้มละลายตามคําสั่งของศาลที่ได้สั่งการ
ตามกฎหมายของประเทศที่บริษัทของผู้ผลิตนั้นตั้งอยู่
5.1.3 เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน โดยมีเอกสารรับรอง
อย่างน้อย ดังนี้
5.1.3.1 ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9000 Series
5.1.3.2 ได้รับมาตรฐานการแผ่กระจายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า FCC หรือ EN หรือ VCCI หรือ CE หรือ มอก. 5.1.3.3 ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย UL หรือ EN หรือ TUV หรือ CSA หรือ มอก. 5.1.4 ราคาของระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ที่เสนอ ให้รวมค่าติดตั้ง และ ค่าอุปกรณ์เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
รักษาเอก
5.1.5 ระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่เสนอทั้งหมด ต้องสามารถใช้กับระบบไฟฟ้า 220 VAC 50Hz ได้
ในสภาพแวดล้อมปกติของประเทศไทย
5541
สบู่ 50 ดําเนินการ
การผัดพระทรง สามลราง
ประกาศสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) สํานักงานคณะ
กรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้าง โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ใน การประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๗,๐๔๐,๕๐๐.๐๐ บาท (เจ็ดล้านสี่หมื่นสี่ร้อยบาทถ้วน) จํานวน ๑
รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
Q.
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด
๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่
ลงวันที่ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.opec.go.th หรือ www.gprocurement.go.th หรือ www.
gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
(นายมณฑล ภาคสุวรรณ์)
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ปฏิบัติราชการแทน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
สําเนาถูกต้อง
ชยกร ชนกิจโกศล
(นายชยกร ชนกิจโกศล)
นักวิชาการเงินและบัญชีชํานาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘
โดย นายชยกร ชนกิจโกศล นักวิชาการเงินและ
บัญชีชํานาญการพิเศษร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างโครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการ ศึกษาเอกชนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
ตามประกาศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ลงวันที่ ธันวาคม ๒๕๖๘
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความ ประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) สำนักงานคณะ กรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างเหมางานพัฒนาระบบข้อมูล
สารสนเทศ
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทั่วไป
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๓,๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วย งานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สำนักงาน เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ ผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้ที่มีผลงานการพัฒนาระบบสารสนเทศหรือ ระบบซอฟท์แวร์ ตาม TOR ข้อ ๓.๑๐
๒.๑๕ ผู้เสนอราคาต้องมีมาตรฐานการพัฒนาซอฟท์แวร์ ตามกระบวนการมาตรฐาน อุตสาหกรรม ตาม TOR ข้อ ๓.๑๑
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น
ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ
มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. ๒๐) พร้อมรับรองสำเนาถูก ต้อง (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี) (๗) สำเนาเอกสารแบบการลงทะเบียนคู่ค้าภาครัฐ (e-GP ๐๓-๐๑๐๒) พร้อม รับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)
(๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้
ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๔๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี)
รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๓๕๒,๐๒๐.๐๐ บาท (สามแสนห้าหมื่นสองพันยี่สิบบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก งานตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก
งาน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่ง หลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคา เท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จ้างเหมางานพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) จัดหาซอฟต์แวร์สำหรับการให้บริการใบรับรอง อิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) ที่ มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า ๑ ปี ตาม TOR ตารางเกณฑ์การประเมิน ข้อ ๔ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๔.๑.๑ จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ใบรับรอง = ๑๐ คะแนน๔.๑.๒ จำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ใบรับรอง = ๕ คะแนน๔.๑.๓ จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ใบรับรอง = ๐ คะแนน
(๒.๒) จัดหาซอฟต์แวร์สำหรับการทำงานกับเอกสาร Word ใน รูปแบบออนไลน์ ตาม TOR ตารางเกณฑ์การประเมิน ข้อ ๕ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๔.๒.๑ รองรับการเข้าใช้งานพร้อมกัน จำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ผู้ใช้งาน = ๑๐ คะแนน ๔.๒.๒ รองรับการเข้าใช้งานพร้อมกัน จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ผู้ใช้งาน = ๕ คะแนน๔.๒.๓ รองรับการเข้าใช้ งานพร้อมกัน จำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ ผู้ใช้งาน = ๐ คะแนน
(๓) การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๓.๑) ผลงานที่สอดคล้องกับโครงการ ด้านการพัฒนา ๑)ระบบ สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ๒) ระบบการลา และ ๓) ระบบการลงลายมือชืออิเล็กทรอนิกส (๑๕ คะแนน) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๒.๑.๑ มีผลงานทั้ง ๓ ระบบ = ๑๕ คะแนน ๒.๑.๒ มีผลงานทั้ง ๒ ระบบ = ๑๐ คะแนน๒.๑.๓ มีผลงานทั้ง ๑ ระบบ = ๕ คะแนน (๓.๒) ด้านการพัฒนา API Web Service ที่เชื่อมโยงกับหน่วย งานภาครัฐหรือภาคเอกชน (๕ คะแนน) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๒.๒.๑ เชื่อมโยง ๓ หน่วยงาน = ๕ คะแนน๒.๒.๒ เชื่อมโยง ๒ หน่วยงาน = ๓ คะแนน๒.๒.๓ เชื่อมโยง ๑ หน่วยงาน = ๑ คะแนน
(๓.๓) ด้านรูปแบบการออกรายงาน (๕ คะแนน) กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๒.๓.๑ Web HTML = ๒ คะแนน๒.๓.๒ PDF = ๒ คะแนน ๒.๓.๓ Excel file หรือ CSV file = ๑ คะแนน
(๓.๔) ด้านบริหารจัดการ Log (๕ คะแนน) กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๒.๔.๑ มีหน้าบริหารจัดการผ่าน Web HTML = ๒ คะแนน ๒.๔.๒ มีการจัดเก็บข้อมูลใน Database = ๒ คะแนน๒.๔.๓ มีการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบอื่น เช่น log file = ๑ คะแนน
(๔) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๔.๑) เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย แบบที่ ๑ (๑๐ คะแนน) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๓.๑.๑ หน่วยความจำหลัก (RAM) (๕ คะแนน)๓.๑.๑.๑ มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิด ECC DDR๔ หรือดีกว่า มีขนาดไม่น้อยกว่า ๖๔ GB = ๕ คะแนน๓.๑.๑.๒ มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิด ECC DDR๔ หรือดีกว่า มีขนาดไม่น้อยกว่า ๑๖ GB = ๐ คะแนน๓.๑.๒ หน่วยจัดเก็บข้อมูล (๕ คะแนน)๓.๑.๒.๑ มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด Solid State Drive หรือดี กว่าขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๔๘๐ GB จำนวนไม่น้อยกว่า ๔ หน่วย = ๕ คะแนน๓.๑.๒.๒ มีหน่วยจัดเก็บ ข้อมูล ชนิด Solid State Drive หรือดีกว่าขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๔๘๐ GB จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ หน่วย = ๐ คะแนน
(๔.๒) เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย แบบที่ ๒ (๑๐ คะแนน) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๓.๒.๑ หน่วยความจำหลัก (RAM) (๕ คะแนน)๓.๒.๒ หน่วยจัดเก็บข้อมูล (๕ คะแนน)
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ
จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานผู้ รับจ้างจะต้องส่งมอบงานภายใน ๗๐ วัน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานถูกต้องและครบถ้วน แล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๗๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานผู้ รับจ้างจะต้องส่งมอบงานภายใน ๑๒๐ วัน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานถูกต้องและครบถ้วน แล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานผู้ รับจ้างจะต้องส่งมอบงานภายใน ๒๑๐ วัน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานถูกต้องและครบถ้วน แล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน
ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ธันวาคม ๒๕๖๘
สำเนาถูกต้อง
ชยกร ชนกิจโกศล
(นายชยกร ชนกิจโกศล)
นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘
โดย นายชยกร ชนกิจโกศล นักวิชาการเงินและ
บัญชีชำนาญการพิเศษ