ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 4 ดินแดง
รายการมาตรฐานงานอาคารของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546 เป็นเอกสารสำคัญที่กรุงเทพมหานครใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานก่อสร้างอาคารต่างๆ เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีมาตรฐานเดียวกันและถูกต้องตามหลักวิชาการที่ดี เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อทดแทน “รายการมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2519” และรายการเลขที่ ฝอ. 1/1/2523 โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาวิชา ทั้งสถาปนิก มัณฑนากร และวิศวกรทุกสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นต่างๆ จนได้มาตรฐานที่สมบูรณ์และเหมาะสมกับสภาพการก่อสร้างในปัจจุบัน เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่รายการทั่วไป การตรวจสอบสถานที่ การชี้แจงแบบ การจัดการความคลาดเคลื่อน วัสดุ การประสานงาน ไปจนถึงข้อกำหนดทั่วไปต่างๆ นอกจากนี้ยังลงรายละเอียดในหมวดหมู่งานก่อสร้างที่สำคัญ ได้แก่ งานด้านวิศวกรรมโยธา (การเจาะสำรวจดิน งานดิน งานรื้อถอน นั่งร้าน แบบหล่อ คอนกรีต เหล็กเสริม โครงสร้างเหล็ก เสาเข็มตอก เสาเข็มเจาะ) งานด้านสถาปัตยกรรม งานด้านวิศวกรรมสุขาภิบาล งานด้านวิศวกรรมไฟฟ้า งานด้านวิศวกรรมเครื่องกล งานด้านมัณฑนศิลป์ งานด้านภูมิสถาปัตยกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ และการรักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานสูงสุด
English summary
The “Building Works Standard Specifications of Bangkok Metropolitan Administration B.E. 2546 (2003)” is a crucial document used by the Bangkok Metropolitan Administration (BMA) as a guideline for constructing various buildings to ensure uniform standards and adherence to good engineering practices. This edition replaces the previous “Building Construction Standard Specifications B.E. 2519 (1976)” and Document No. For. 1/1/2523. A committee of experts from various fields, including architects, interior designers, and engineers from all relevant disciplines, was appointed to gather information and feedback to create comprehensive and up-to-date standards suitable for current construction conditions. The content covers general provisions, site inspection, design clarification, handling discrepancies, materials, coordination, and general requirements. Furthermore, it details specific construction categories: Civil Engineering Works (soil investigation, earthworks, demolition, scaffolding, formwork, concrete, reinforcement, steel structures, driven piles, bored piles - dry and wet processes), Architectural Works, Sanitary Engineering Works, Electrical Engineering Works, Mechanical Engineering Works, Interior Design Works, Landscape Architecture Works, Facilities for the Disabled and Elderly, and Environmental and Safety Management. The primary objective is to ensure construction is conducted with high quality, efficiency, and the highest standards.
กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการก่อสร้างอาคารต่างๆ ให้ทุกหน่วยงานของกรุงเทพมหานครมีมาตรฐานเดียวกันและถูกต้องตามหลักวิชาที่ดี
- เพื่อปรับปรุงแก้ไขรายการมาตรฐานให้ดีและเหมาะสมกับสภาพการก่อสร้างของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน
- เพื่อทดแทน “รายการมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2519” และรายการเลขที่ ฝอ. 1/1/2523
ขอบเขตของงาน
- กำหนดมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติสำหรับการก่อสร้างอาคารในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมงานด้านต่างๆ ดังนี้:
- หมวดที่ 1: รายการทั่วไป (การวิเคราะห์ศัพท์, การตรวจสอบสถานที่, การชี้แจงแบบ, ความคลาดเคลื่อน, วัสดุ, การประสานงาน, ข้อกำหนดทั่วไป, สิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราว, การจัดส่งตัวอย่าง, การเทียบเท่าวัสดุ, การนำเข้าวัสดุ, มาตรฐานที่นำมาใช้)
- หมวดที่ 2: งานด้านวิศวกรรมโยธา (การเจาะสำรวจดิน, งานดิน, งานรื้อถอน, งานนั่งร้านและแบบหล่อ, งานคอนกรีต, งานเหล็กเสริม, งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ, งานเสาเข็มตอก, งานเสาเข็มเจาะระบบแห้ง, งานเสาเข็มเจาะระบบเปียก, งานพื้นคอนกรีตอัดแรง, งานพื้นสำเร็จรูป, งานผนังสำเร็จรูป, การทดสอบกำลังรับน้ำหนักโครงสร้าง)
- หมวดที่ 3: งานด้านสถาปัตยกรรม (การเตรียมสถานที่, งานถมที่, งานก่ออิฐ, ฉาบปูน, งานผนังสำเร็จรูป, งานปูผิวพื้นและผนัง, งานติดตั้งพื้นพิเศษ, งานผิวซีเมนต์ขัดมัน, งานหินล้าง ทรายล้าง, งานไม้, งานกระจก, งานฝ้าเพดาน, งานหลังคา, งานประตูหน้าต่าง, งานอลูมิเนียม, งานสุขภัณฑ์, งานสี, งานกันซึม, งานอะคูสติก)
- หมวดที่ 4: งานด้านวิศวกรรมสุขาภิบาล (ระบบท่อน้ำประปา, ระบบโสโครก, ระบบดับเพลิง, ระบบบำบัดน้ำเสีย)
- หมวดที่ 5: งานด้านวิศวกรรมไฟฟ้า (ระบบไฟฟ้า, ระบบแจ้งสัญญาณเพลิงไหม้, ระบบสายล่อฟ้า, ระบบโทรศัพท์)
- หมวดที่ 6: งานด้านวิศวกรรมเครื่องกล (ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ, ระบบลิฟท์โดยสาร)
- หมวดที่ 7: งานด้านมัณฑนศิลป์ (งานตกแต่งทั่วไป, งานตกแต่งผิว, งานครุภัณฑ์สำเร็จรูป)
- หมวดที่ 8: งานด้านภูมิสถาปัตยกรรม (รายการทั่วไป, วัสดุ, การปลูกต้นไม้, การดูแลรักษา)
- หมวดที่ 9: สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ (รายการทั่วไป, ป้าย, ทางลาด, ที่จอดรถ, ทางเข้าอาคาร, ทางเชื่อม, ระเบียง, ประตู, ลิฟท์, ห้องส้วม, ห้องอาบน้ำ, พื้นผิวต่างสัมผัส)
- หมวดที่ 10: การรักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (สถานที่ก่อสร้าง, นั่งร้าน, กว้าน, พื้นชั่วคราว, การทำงานที่สูง, การจัดเก็บวัสดุ, การเชื่อม, อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายการมาตรฐานงานอาคารของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546 ฉบับสมบูรณ์
- แนวทางปฏิบัติและข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับการก่อสร้างอาคารในกรุงเทพมหานคร
ระยะเวลาดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ไม่ได้ระบุโดยตรงในเอกสารนี้ เนื่องจากเป็นเอกสารมาตรฐาน ไม่ใช่เอกสารประกวดราคา
- Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่อ้างอิงในเอกสาร เช่น ASTM, มอก., ANSI, ASHRAE, NFPA, BS, TIS, NEC, IEC, API, AWS, ASPE, ASSE, BOCA, MEA, TISI, FIT, NECS, NEMA, UL, กฎข้อบังคับของกองดับเพลิง กรมตำรวจ, มาตรฐานน้ำดื่มของการประปานครหลวง, เทศบัญญัติกรุงเทพมหานคร, มาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
- Experience: ไม่ได้ระบุโดยตรงในเอกสารนี้
- Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุโดยตรงในเอกสารนี้
- Technical Capabilities: ผู้รับจ้างต้องมีความสามารถในการดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนดในแต่ละหมวดงาน เช่น การเจาะสำรวจดิน, การเทคอนกรีต, การติดตั้งเหล็กเสริม, การเชื่อมโครงสร้างเหล็ก, การตอกและเจาะเสาเข็ม, การติดตั้งระบบต่างๆ (ไฟฟ้า, สุขาภิบาล, ปรับอากาศ)
- Personnel: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีฝีมือและประสบการณ์ที่เหมาะสม เช่น ช่างฝีมือในการตัด งอ ดัด วางเหล็กเสริม, ช่างเชื่อม, ช่างทาสี, วิศวกรผู้รับผิดชอบการออกแบบและคำนวณโครงสร้างนั่งร้านและแบบหล่อ, วิศวกรผู้รับผิดชอบการออกแบบและคำนวณโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ, วิศวกรผู้รับผิดชอบการออกแบบและคำนวณเสาเข็ม
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากเอกสารนี้เป็นเพียงรายการมาตรฐานงานอาคาร ไม่ใช่เอกสารประกวดราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- คอนกรีต: ต้องเป็นปูนปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ตาม มอก. 15 ประเภท 1, น้ำสะอาด, มวลรวมต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด, สารเคมีผสมเพิ่มต้องได้รับอนุมัติ, กำลังอัดประลัยตามตาราง (เช่น 250 กก./ตร.ซม. สำหรับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก)
- เหล็กเสริม: เหล็กเส้นกลม SR-24, เหล็กข้ออ้อย SD-30, SD-40, SD-50 ตาม มอก. 20-2543 และ 24-2536, ลวดผูกเหล็กตาม มอก. 138, การตัด-ดัด-งอ-ต่อเหล็กต้องเป็นไปตามมาตรฐานและระยะที่กำหนด, ระยะหุ้มคอนกรีตตามตาราง
- โครงสร้างเหล็กรูปพรรณ: ต้องได้มาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้อง (107-2533, 1303-2538, 1227-2537, 1228-2537), ลวดเชื่อมตาม มอก. 49, สลักเกลียวตาม มอก. 291, การเชื่อมต้องตามมาตรฐาน AWS, การทาสีรองพื้น 1 ชั้น และทับหน้า 2 ชั้น
- เสาเข็มตอก: คอนกรีตกำลังอัดประลัยไม่น้อยกว่า 350 กก./ตร.ซม., เหล็กเสริมตามมาตรฐาน, การตอกต้องได้ระยะจมหรือ Blow Counts ตามกำหนด, ค่าผิดพลาดในแนวดิ่งและแนวราบตามที่กำหนด
- เสาเข็มเจาะ (Dry/Wet Process): คอนกรีตกำลังอัดประลัยตามกำหนด, เหล็กเสริมตามข้อกำหนด, การเจาะและการเทคอนกรีตต้องเป็นไปตามวิธีที่กำหนด, ค่าผิดพลาดในแนวดิ่งและแนวราบตามที่กำหนด, ต้องมีการทดสอบ Seismic Test และ/หรือ Static Load Test/Dynamic Load Test
- ระบบต่างๆ: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่อ้างอิงในเอกสาร (เช่น ระบบไฟฟ้าตาม MEA, NEC, UL; ระบบสุขาภิบาลตาม ASPE, ASSE; ระบบดับเพลิงตาม NFPA)
- สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ADA Accessibility Guidelines
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: มีการกล่าวถึงการจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี) 10% ของสัญญา โดยต้องมีหนังสือค้ำประกัน, การหักเงินประกันผลงาน 10% ของค่างาน, การจ่ายคืนเงินประกันผลงานหลังออกหนังสือรับรองงานแล้ว 90 วัน
- หนังสือค้ำประกัน: หนังสือค้ำประกันซองประกวดราคา, หนังสือค้ำประกันสัญญา 5% ของยอดเงินในสัญญา มีผลจนสิ้นสุดระยะเวลาบำรุงรักษา
- การบอกเลิกสัญญา: กรุงเทพมหานครสงวนสิทธิ์ยกเลิกการบอกรับสัญญาได้ก่อนลงนาม, การไม่ลงนามสัญญาภายใน 15 วัน หรือไม่นำหนังสือค้ำประกันมาให้ ถือเป็นเหตุยกเลิกและริบซองประกัน
- การจ้างช่วง: ห้ามจ้างช่วงงานทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
- การรับประกันผลงาน: ระยะเวลาบำรุงรักษาตามที่กำหนดในสัญญา
- การปรับ/ค่าเสียหาย: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้รับจ้าง, การชำรุดเสียหายต่อสาธารณูปโภค, การไม่ปฏิบัติตามสัญญา
- การต่ออายุสัญญา: ต้องยื่นคำร้องก่อนสิ้นสุดสัญญา หรืออย่างช้าไม่เกิน 15 วันหลังสิ้นสุดสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q1: เอกสาร “รายการมาตรฐานงานอาคารของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546” มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
A1: เพื่อใช้เป็นแนวทางในการก่อสร้างอาคารของกรุงเทพมหานครให้มีมาตรฐานเดียวกันและถูกต้องตามหลักวิชาการที่ดี - Q2: เอกสารฉบับนี้ใช้แทนเอกสารฉบับใดบ้าง?
A2: ใช้แทน “รายการมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2519” และรายการเลขที่ ฝอ. 1/1/2523 - Q3: หมวดที่ 2 ของเอกสารนี้ครอบคลุมงานด้านใดบ้าง?
A3: ครอบคลุมงานด้านวิศวกรรมโยธา เช่น การเจาะสำรวจดิน, งานดิน, งานรื้อถอน, งานนั่งร้านและแบบหล่อ, งานคอนกรีต, งานเหล็กเสริม, งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ, งานเสาเข็มตอก, งานเสาเข็มเจาะ (ระบบแห้งและเปียก) - Q4: มาตรฐานคอนกรีตที่กำหนดในเอกสารนี้มีข้อกำหนดที่สำคัญอย่างไรบ้าง?
A4: กำหนดชนิดปูนซีเมนต์ (ปอร์ตแลนด์ มอก. 15 ประเภท 1), น้ำที่ใช้ (สะอาด ดื่มได้), มวลรวม (แข็งแกร่ง ไม่ทำปฏิกิริยา), และกำลังอัดประลัยขั้นต่ำ (เช่น 250 กก./ตร.ซม. สำหรับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก) - Q5: ในการทำงานเกี่ยวกับเสาเข็มเจาะ (Dry Process) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง?
A5: ต้องเสนอรายละเอียดวิธีการทำงาน, เครื่องมือ, แผนผัง, แบบ Shop Drawing, และต้องมีการทดสอบ Seismic Test และ/หรือ Static Load Test/Dynamic Load Test - Q6: หากพบความคลาดเคลื่อนหรือบกพร่องในรูปแบบและรายการ ผู้รับจ้างควรปฏิบัติอย่างไร?
A6: ต้องเสนอให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้วินิจฉัย โดยยึดหลักความถูกต้องทางวิชาช่างและความเหมาะสม หากมีการแก้ไข ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามคำแนะนำโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม (หากไม่ผิดไปจากรายการสำคัญ) - Q7: การจัดส่งตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์เพื่อขออนุมัติต้องดำเนินการอย่างไร?
A7: ผู้รับจ้างต้องจัดส่งตัวอย่างตามขนาดและจำนวนที่กำหนดในหัวข้อ 1.12.1 ให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนการสั่งซื้อหรือนำเข้าใช้งาน โดยตัวอย่างต้องมีคุณภาพมาตรฐานและติดแผ่นป้ายข้อมูลที่เกี่ยวข้อง - Q8: มาตรฐานที่อ้างอิงในเอกสารนี้มาจากหน่วยงานใดบ้าง?
A8: มาจากหลากหลายหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เช่น ASTM, มอก., ANSI, ASHRAE, NFPA, BS, TIS, NEC, IEC, กรมตำรวจ, การประปานครหลวง, วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย - Q9: ข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในสถานที่ก่อสร้างมีอะไรบ้าง?
A9: ครอบคลุมเรื่องการป้องกันมลภาวะทางเสียง, การทำงานในที่สูง, การจัดเก็บวัสดุ, การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล, และการจัดการสถานที่ก่อสร้างให้ปลอดภัย - Q10: ผู้รับจ้างสามารถขอเทียบเท่าวัสดุที่ระบุในแบบได้หรือไม่ อย่างไร?
A10: สามารถขอเทียบเท่าได้ในกรณีที่ระบุ “คุณภาพเทียบเท่า” หรือ “เทียบเท่า” ในรายละเอียด, วัสดุขาดตลาด, หรือผู้ผลิตเลิกผลิต โดยต้องยื่นตัวอย่าง, Catalogue, และหลักฐานคุณภาพ พร้อมได้รับอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
;
รายการมาตรฐานงานอาคาร
ของ
:
กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. 2546
ค่าน่า
การจัดทํารายการมาตรฐานงานอาคารของกรุงเทพมหานครนี้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการ
ดําเนินการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ให้ทุกหน่วยงานของกรุงเทพมหานครมีมาตรฐานเดียวกันและถูกต้อง ตามหลักวิชาที่ดี โดยใช้แทน “รายการมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2519 " และ รายการเลขที่ ฝอ. 1/1/2523 "
สํานักการโยธา ได้แต่งตั้งคณะทํางานขึ้นเพื่อจัดทํารายการมาตรฐานงานอาคาร ซึ่งประกอบ ด้วยข้าราชการจากกองต่าง ๆ ของสํานักการโยธา โดยใช้ต้นร่างซึ่งจัดทําโดยกองออกแบบ แต่เนื่องจาก ได้มีการโอนย้ายข้าราชการในคณะทํางานหลายท่านก่อนที่การดําเนินการจะแล้วเสร็จ ดังนั้นสํานักการโยธา จึงมอบหมายให้กองออกแบบจัดตั้งคณะทํางานขึ้นใหม่ ซึ่งประกอบด้วย สถาปนิก มัณฑนคร และ วิศวกรทุกสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับงานด้านออกแบบอาคาร เป็นคณะทํางาน เพื่อดําเนินการจัดทํารายการ
มาตรฐานนี้ให้เสร็จสมบูรณ์
รายการมาตรฐานงานอาคารของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546 ฉบับนี้ ได้จัดทําแล้วเสร็จ สมบูรณ์ได้ด้วยความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องมากมาย ซึ่งมีทั้งบุคลากรของสํานักการโยธาเอง และบุคคล ภายนอกที่ได้สละเวลา เพื่อรวมรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นต่าง ๆ จนการดําเนินแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ ซึ่งสํานักการโยธาต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
(นายไชยยุทธ ณ นคร) ผู้อํานวยการสํานักการโยธา
บันทึกข้อความ ☆☆
ส่วนราชการ กองออกแบบ (ฝ่ายสถาปัตยกรรม โทร: 0-2548 9292 หรือโทร 2108)
1655
ที่ กท 4002/ 2. (465
+
วันที่ 24 พฤศจิกายน 2546
เรื่อง รายการมาตรฐานงานอาคารของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546
เรียน ผู้อํานวยการสํานักการโยธา วันที่
698
2540 5…….
เรื่องเดิม
กองออกแบบ การอ
3415
302546
.บ.
15:00
- กรุงเทพมหานคร ได้ใช้ " รายการมาตรฐานการก่อสร้างอาคารของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2519 " ซึ่งจัดทําโดยกองออกแบบ สํานักการโยธา มาเป็นเวลานานแล้ว ควรมีการปรับปรุงแก้ไข ให้ดีและเหมาะสมกับสภาพการก่อสร้างของกรุงเทพมหานคร ในปัจจุบัน
- สํานักการโยธา ได้แต่งตั้งคณะทํางานขึ้นเพื่อจัดทํามาตรฐานงานอาคาร ซึ่งประกอบ ด้วยข้าราชการจากกองต่าง ๆ ของสํานักการโยธา โดยใช้ต้นร่างซึ่งจัดทําโดยกองออกแบบ แต่เนื่องจาก ได้มีการโอนย้ายข้าราชการในคณะทํางานหลายท่านก่อนที่การดําเนินจะแล้วเสร็จ ดังนั้น กองออกแบบ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงการจัดทํารายการมาตรฐาน จึงได้มีคําสั่งกองออกแบบ ที่ 7/2545 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2545 แต่งตั้งคณะทํางานจัดทํารายการมาตรฐานงานอาคารของกรุงเทพมหานคร เพื่อดําเนิน
การจัดทํารายการมาตรฐานงานอาคารให้แล้วเสร็จสมบูรณ์
ข้อพิจารณาและเสนอแนะ กองออกแบบได้พิจารณาแล้ว รายการมาตรฐานอาคารของ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546 ที่คณะทํางานได้จัดทําขึ้นเหมาะสมและสมควรนํามาใช้ประกอบรายการ ก่อสร้างอาคารของกรุงเทพมหานครต่อไป ดังนั้น จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาอนุมัติ ดังนี้ - ยกเลิกรายการมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2519 และรายการเลขที่ ฝอ.1/1/2523 โดยใช้รายการมาตรฐานงานอาคารของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546 แทน สําหรับงานในปีงบประมาณ
พ.ศ 2548 เป็นต้นไป
ให้กองออกแบบจัดพิมพ์รายการมาตรฐานงานอาคารของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546
เพื่อเผยแพร่ให้สํานักต่าง ๆ และสํานักงานเขตทุกแห่ง นําไปใช้ประกอบรายการก่อสร้างอาคารต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ
กรมก
(นายจิม พันธุมโกมล) ผู้อํานวยการ นักการโยธา
(นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์)
ผู้อํานวยการกองออกแบบ
ถ้านักการโยธา
กองออกแบบ สํานักการโยธา
9343
ผอ.สนย.
28 0.8. 1546 14.37 5.588
รับที่
วันที
But
กรุงเทพมหานคร
ก Aza
วันที่..5 11. ศ. 2546 om 15.309
MNINO Vol, 112
!
V V14
11: Www.eminitivvic
HAT
MSVOINTIA w umLar wW.1546
ormsvern
INFOLINO
Wangs in www was
in www was into Nta
Povínovsiems Nowsis aims
MOW.
(นายชาตินัย เนาวภูต) รองผู้อํานวยการสํานักการโยธา
อนุมัติ ในข้อ 1 และ 2
(นาย) (@
Press
(นายจิม พันธุมโกมล) ผู้อํานวยการสํานักการโยธา
ฝ่ายสถาปัตยกรรม
เพื่อทราบและพิจารณาดําเนินการต่อไป
28 Wed 40
(นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์)
ผู้อํานวยการกองออกแบบ สํานักการโขกา
Bestemmigr
mee
(นายสรกฤช ลัทธวุฒิ)
สถาปนิก 7 วช. หัวหน้าฝ่ายสถาปัตยก
กองออกแบบ สํานักการโยธา
……
ค่าเนินการต่อไป
coa
350446
(นางบุหงา วรรณทิม) หัวหน้างานธุรการ กองออกแบบ
ถ้านักการโยธา
คําสั่งกองออกแบบ
ที่ /2545
เรื่อง แต่งตั้งคณะทํางานจัดทํารายการมาตรฐานงานอาคาร
ของกรุงเทพมหานคร
เนื่องจากกรุงเทพมหานคร ได้ใช้ “รายการมาตรฐานการก่อสร้างอาคารของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2519” เป็นมาตรฐานในการดําเนินการมาเป็นเวลานานแล้ว ควรมีการปรับปรุงแก้ไขให้ดีและเหมาะสม กับสภาพการก่อสร้างของกรุงเทพมหานคร ในปัจจุบัน
ดังนั้น จึงขอแต่งตั้งคณะทํางานเพื่อดําเนินการจัดทํารายการมาตรฐานงานอาคารของ
กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้ทดแทนรายการฉบับเต็ม ให้คณะทํางานประกอบด้วย
- นายภัทรุตม์
ทรรทรานนท์ ผู้อํานวยการกองออกแบบ
หัวหน้าคณะทํางาน - นายสรกฤช
ลัทธวุฒิ
สถาปนิก 7 วช.
คณะทํางาน
รักษาราชการการแทนหัวหน้าฝ่ายสถาปัตยกรรม - นายสุทธิชาติ 4. นายธีระยุทธ
เพิ่มสิทธิ์
หัวหน้าฝ่ายมัณฑนศิลป์
คณะทํางาน
คงสรรค์เสถียร วิศวกรโยธา 7 วช.
คณะทํางาน
รักษาราชการแทนหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม - นายสุรพล
หุตะเศรณี
สถาปนิก 7 วช. -
คณะทํางาน - นายสุริยา 7. นายวิศิษฎ์ 8. นายสุรศักดิ์
เสงี่ยม
สถาปนิก 7 วช.
คณะทํางาน
ภาณุสิทธิกร
สถาปนิก 7 วช.
คณะทํางาน
จันทรธาดา
สถาปนิก 7 วช.
คณะทํางาน - นายอิสระ
นามถกล
สถาปนิก 7 วช.
คณะทํางาน - นายวิชัย
เรืองรุ่ง
วิศวกรโยธา 7 วช.
คณะทํางาน - นายวีรยุทธิ์
สมิทธิผล
วิศวกรโยธา 7 วช.
คณะทํางาน - นางวราภรณ์
บัวแสง
วิศวกรโยธา 7 วช.
คณะทํางาน - นายภัสสร
ธาราพันธ์
วิศวกรเครื่องกล 7 วช.
คณะทํางาน
/-2-
-2- - นางวิมลา
งกวัฒนา
มัณฑนคร 6 2.
คณะทํางาน - นายจรูญ 16. นายวสันต์
มาสุขใจ
วิศวกรไฟฟ้า 6 ว.
คณะทํางาน
มีกลิ่นหอม
วิศวกรเครื่องกล 6 2.
คณะทํางาน - นายกิตติพงษ์
จิระเดชากร
วิศวกรไฟฟ้า 5
คณะทํางาน - นายสินธุ์ชัย
บุญปักษ์
สถาปนิก 7 วช.
คณะทํางาน
และเลขานุการ - นายเทเวศร์
อุตวิชัย
สถาปนิก 7 วช.
คณะทํางาน
และผู้ช่วยเลขานุการ
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2545
Al
(นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์)
ผู้อํานวยการกองออกแบบ สํานักการโยธา
สารบัญ
หมวดที่ 1 รายการทั่วไป
1.1 การวิเคราะห์ศัพท์
1.2 การตรวจสอบสถานที่ก่อสร้าง
1.3 การชี้แจงเกี่ยวกับรูปแบบ รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
และการขอเอกสารเพิ่มเติม
1.4 ความคลาดเคลื่อนหรือบกพร่องในรูปแบบและรายการ
1.5 วัสดุสิ่งของหรือของมีค่าอื่น ๆ ในบริเวณงานก่อสร้าง
1.6 การประสานงาน
1.7 ข้อกาหนดทั่วไป
1.8 สิ่งอํานวยความสะดวกชั่วคราว
1.9 การจัดส่งตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ในการอนุมัติ
1.10 การเทียบเท่าวัสดุและอุปกรณ์
1.11 การนําเข้าวัสดุอุปกรณ์จากต่างประเทศ
1.12 มาตรฐานที่นํามาใช้
หน้า
1
1
2
2
3
4
4
LO
5
15
16
17
18
หมวดที่ 2 งานด้านวิศวกรรมโยธา
2.1 การเจาะสํารวจวิเคราะห์ชั้นดิน
2.2 งานดิน
2.3
งานรื้อถอน
2.4 งานนั่งร้าน
งานนั่งร้าน และงานแบบหล่อ
2.5 งานคอนกรีต
2.6 งานเหล็กเสริม
2.7 งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ
2.8 งานเสาเข็มตอก
2.9
งานเสาเข็มเจาะระบบแห้ง (Dry Process)
2.10 งานเสาเข็มเจาะระบบเปียก (Wet Process)
2.11 งานพื้นคอนกรีตอัดแรง (Post - Tensioned Slab)
2.12 งานพื้นสําเร็จรูป
2.13 งานผนังสําเร็จรูป
2.14 การทดสอบกําลังรับน้ําหนักของโครงสร้าง
21
21
23
24
24
24
26
31
36
40
44
49
57
60
62
64
หมวดที่ 3 งานด้านสถาปัตยกรรม
66
66
3.5 งานผนังสําเร็จรูป
3.6 งานปูผิวพื้น และผนัง
3.7 งานติดตั้งพื้นพิเศษ
3.8 งานผิวซีเมนต์ขัดมัน
3.9 งานหินล้าง ทรายล้าง กรวดล้าง หินขัด
3.10 งานไม้
3.11 งานกระจก
3.12 งานฝ้าเพดาน
3.13 งานหลังคา
3.14 งานประตูหน้าต่างไม้และอุปกรณ์
3.15 งานประตูหน้าต่างโลหะและอุปกรณ์
3.16 งานประตูเหล็กม้วนและอุปกรณ์
3.1 การเตรียมสถานที่และการวางผังอาคาร
66
3.2 งานถมที่
67
3.3 งานก่ออิฐ
70
3.4 ฉาบปูน
72
74
79
86
888
86
87
888
91
93
95
97
98
101
3.17 งานอลูมิเนียมและอุปกรณ์
102
3.18 งานสุขภัณฑ์
104
3.19 งานสี
105
3.20 งานทําระบบกันซึมและป้องกันความชื้น
109
3.21 งานอะคูสติค
110
หมวดที่ 4 งานด้านวิศวกรรมสุขาภิบาล
4.1 งานระบบท่อน้ําประปา
4.2 งานระบบโสโครก ท่อน้ําเสีย และท่อระบายอากาศ
4.3 งานระบบดับเพลิง
4.4 งานระบบบําบัดน้ําเสีย
111
111
126
131
132
หมวดที่ 5 งานด้านวิศวกรรมไฟฟ้า
145
5.1 ระบบไฟฟ้า
145
5.2 ระบบแจ้งสัญญาณเพลิงไหม้
149
5.3 ระบบสายล่อฟ้า
150
151
5.4 ระบบโทรศัพท์
หมวดที่ 6 งานด้านวิศวกรรมเครื่องกล
6.1 ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
6.2 ระบบลิฟท์โดยสาร
หมวดที่ 7 งานด้านมัณฑนศิลป์
7.1 งานตกแต่งทั่วไป
7.2 งานตกแต่งผิว
7.3 งานครุภัณฑ์สําเร็จรูป
7.4 งานอุปกรณ์ที่ใช้กับครุภัณฑ์
หมวดที่ 8 งานด้านภูมิสถาปัตยกรรม
8.1. รายการทั่วไป
8.2 รายการวัสดุพื้นพันธุ์ และอุปกรณ์
8.3 การปลูกต้นไม้
น
8.4 การดูแลรักษาต้นไม้และภูมิทัศน์
153
153
155
164
164
166
168
170
172
172
172
175
179
หมวดที่ 9 สิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับคนพิการและผู้สูงอายุ
9.1 รายการทั่วไป
9.2 ป้าย (PICTOGRAM)
9.3 ทางลาด (RAMP)
9.4 ที่จอดรถยนต์สําหรับคนพิการ
9.5 ทางเข้าสู่อาคาร
9.6 ทางเชื่อมระหว่างอาคาร
9.7 ระเบียง
9.8 ประตู
9.9 ลิฟท์
9.10 ห้องส้วม
9.11 ห้องอาบน้ํา
ย
9.12 พื้นผิวต่างสัมผัส
9.13 เบ็ดเตล็ด
หมวดที่ 10 การรักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
10.1 สถานที่ก่อสร้าง
10.2 นั่งร้านและบันไดไต่
10.3 กว้านและลิฟท์
10.4 พื้นชั่วคราว ราวกั้น ชอบกันของตก และบันได ช่องเปิด
10.5 การทํางานในที่สูง การป้องกันการตกหล่น หรือพังทลาย
10.6 การจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้าง
10.7 การเชื่อมการดัด
10.8 อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
180
180
180
180
181
182
182
182
182
182
183
184
184
185
199
199
201
207
215
217
218
221
226
1
- รายการทั่วไป
หมวดที่ 1
รายการฉบับนี้ให้เรียกว่า “รายการมาตรฐานงานอาคารของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546
1.1 การวิเคราะห์ศัพท์
1.1.1 “ผู้ว่าจ้าง” หมายถึง กรุงเทพมหานคร หน่วยงานหรือส่วนราชการของกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงาน บริษัทที่ปรึกษา ผู้แทนผู้ว่าจ้าง หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่ได้รับแต่งตั้ง ได้รับมอบหมาย หรือได้รับการว่าจ้างจาก กรุงเทพมหานคร หน่วยงาน หรือส่วนราชการของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทําหน้าที่หรือ รับผิดชอบในการปฏิบัติ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตามสัญญาจ้าง
1.1.2 “ผู้รับจ้าง” หมายถึง บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ซึ่งเป็นคู่สัญญากับผู้ว่าจ้างตาม สัญญาจ้าง และหมายความรวมถึง ผู้แทน ลูกจ้าง บริวาร หรือบุคคลอื่นที่ได้รับ มอบหมายจ้างผู้ว่าจ้าง เพื่อให้ปฏิบัติตามสัญญาจ้างตลอดจนผู้รับจ้างช่วงที่ผู้ว่าจ้างได้ให้
ความยินยอมแล้วด้วย
1.1.3 “งานก่อสร้าง” หมายความถึง งานที่ผู้รับจ้างมีพันธะ กรณีที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม
สัญญาจ้าง
1.1.4 “ผู้ออกแบบ” หมายความถึง วิศวกร สถาปนิก มัณฑนกร นายช่างหรือช่างของฝ่าย ผู้ว่าจ้าง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณา ออกแบบ คํานวณโครงสร้างกําหนดรายการ ของงานก่อสร้าง รวมตลอดถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ เพื่อให้ทําหน้าที่ดังกล่าว และหมายความรวมถึงผู้รับจ้างออกแบบด้วย
1.1.5 “ผู้ควบคุมงาน” หมายความถึง ผู้ควบคุมงานซึ่งได้รับมอบหมายตามระเบียบแบบแผน
ของทางราชการให้เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจ และควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตาม
รูปแบบรายการก่อสร้าง
รวม
ข้อตกลงในสัญญาจ้างและระเบียบราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ตลอดถึงผู้บังคับบัญชาตามสายงานของผู้ควบคุมงาน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการนั้น และ ให้หมายความรวมถึง ผู้รับจ้างควบคุมงานด้วย
1.1.6 “รูปแบบ” หมายความถึง แบบแปลนรายละเอียดซึ่งระบุถึงแผนผัง รูปร่าง ขนาด ลักษณะ
จํานวนและรายการของงานต่าง ๆ สําหรับงานก่อสร้างที่ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติให้เป็นไป
ๆ ตามที่กําหนดไว้รวมทั้งการแก้ไขใด ๆ ในแบบแปลนดังกล่าวนั้น โดยได้รับความเห็นชอบ
2
หรือได้รับอนุมัติจากผู้ว่าจ้าง และรวมตลอดถึงแบบแปลนเพิ่มเติมที่ได้กระทําขึ้นก่อนหรือ ในระหว่างการก่อสร้าง โดยได้รับความเห็นชอบ หรืออนุมัติจากผู้ว่าจ้าง เพื่อดัดแปลง แก้ไขหรือเพิ่มเติมรายละเอียดเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของงานก่อสร้างตามสัญญางานนั้น ๆ
1.1.7 “สถานที่ก่อสร้าง” หมายความถึง บริเวณที่กําหนดให้ก่อสร้างตามสัญญา
1.1.8 “คณะกรรมการตรวจการจ้าง” หมายความถึง คณะกรรมการที่เจ้าของงานแต่งตั้งขึ้นใน
คราวเดียวหรือเป็นครั้งคราว
ให้เป็นผู้แทนควบคุมดูแลในขณะระหว่างการก่อสร้างให้
การก่อสร้างดําเนินไปตามเงื่อนไขแห่งสัญญาแทนผู้ว่าจ้าง
1.1.9 “ผู้แทนผู้ว่าจ้าง” หมายความถึง ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของงานให้ควบคุมดูแลงาน
ก่อสร้างงานนี้
1.1.10 “งาน” หมายถึง งานก่อสร้างตามขอบเขตของงานตามสัญญาจ้าง ซึ่งรวมถึงแรงงานหรือ
วัสดุหรือทั้งสองอย่างอุปกรณ์เครื่องมือการขนส่ง
และสิ่งอํานวยความสะดวก อื่น ๆ ที่
จําเป็นสําหรับการดําเนินการ ให้เสร็จเรียบร้อยตามสัญญาด้วย
1.1.11 “อนุมัติ” หมายความถึง การอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร
1.1.12 “คําสั่ง” หมายความถึง การสั่งการให้ปฏิบัติตามจุดประสงค์ที่ต้องการของผู้ว่าจ้างที่เป็น ลายลักษณ์อักษร และให้รวมความถึง คําบอกกล่าวที่เป็นวาจา ซึ่งมีผลบังคับใช้แทนคําสั่ง ที่จะเป็นลายลักษณ์อักษรตามมาในภายหลังด้วย
1.1.13 “คุณภาพเทียบเท่า หรือเทียบเท่า” มายถึง วัสดุ หรืออุปกรณ์ในงานก่อสร้างที่มีชื่อ อย่างอื่น นอกเหนือจากรายชื่อวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ได้กําหนดไว้ในรายละเอียดในแบบรูปแบบ การเทียบเท่า ให้ยึดถือคุณภาพเท่ากัน หรือดีกว่าราคาเท่ากัน หรือสูงกว่าแต่ทั้งจะต้อง ได้รับอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อน
1.2 การตรวจสอบสถานที่ก่อสร้าง
ผู้ว่าจ้างถือว่าผู้รับจ้างได้ไปตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างด้วยตนเอง ยกเว้นผู้ว่าจ้างได้กําหนด ไว้เป็นอย่างอื่น ก่อนการเสนอราคางานจ้างรายนี้ และยอมรับสภาพบริเวณสถานที่ก่อสร้างแล้ว โดยจะนํามาเป็นเหตุอ้างไม่ว่ากรณีใด ๆ เกี่ยวกับสถานที่ก่อสร้างไม่ได้
1.3 การชี้แจงเกี่ยวกับรูปแบบรายละเอียดประกอบแบบก่อสร้างและการขอเอกสารเพิ่มเติม
ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กําหนดเวลา สถานที่ที่จะชี้แจงเกี่ยวกับรูปแบบและรายละเอียด ประกอบแบบก่อสร้างตลอดจนตอบคําถามข้อสงสัยต่าง ๆ ที่ผู้เข้าร่วมประกวดราคาเสนอคําถาม
มา คําชี้แจงเกี่ยวกับงานก่อสร้างเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบสัญญา
3
การขอเอกสารเพิ่มเติม
ผู้ว่าจ้างจะมอบแบบรูปและรายละเอียดประกอบแบบก่อสร้างสําหรับใช้ในการก่อสร้างให้
ๆ
แก่ผู้รับจ้างเป็น จํานวน 2 ชุด นอกเหนือจากสัญญา โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษารูปแบบ และรายละเอียดประกอบแบบ จํานวน 1 ชุด โดยเข้ารูปเล่ม ให้เรียบร้อยไว้ ณ สถานที่ก่อสร้าง และพร้อมที่จะนํามาใช้ได้ตลอดเวลา ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษา สําเนาเอกสารอื่น ๆ ที่ประกอบเป็นสัญญาไว้ ณ สถานที่ก่อสร้าง และพร้อมที่จะนํามาใช้ได้ ตลอดเวลา หากผู้รับจ้างมีความประสงค์จะขอเอกสารสัญญาส่วนใดส่วนหนึ่งเพิ่มเติม จะต้อง
ๆ
พร้อมทั้งให้ระยะเวลาอันสมควรต่อผู้ว่าจ้าง
ร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างโดยตรง ค่าใช้จ่ายในการขอเพิ่มเติมเอกสารทั้งหมดเป็นของผู้รับจ้าง
1.4 ความคลาดเคลื่อนหรือบกพร่องในรูปแบบและรายการ
1.4.1 สิ่งใดที่ปรากฏในรูปแบบต่อรูปแบบหรือรายการต่อรายการขัดแย้งกัน ให้ถือตามเงื่อนไขที่
กําหนดไว้เฉพาะงานหรือสิ่งที่ดีกว่าเป็นหลักในการปฏิบัติ
1.4.2 สิ่งใดที่ปรากฏในรูปแบบ ขัดแย้งกับรายการ ให้ถือตามรายการเป็นหลักในการปฏิบัติ ทั้งนี้
ยกเว้นกรณีที่คลาดเคลื่อน
1.4.3 สิ่งใดที่ปรากฏในรูปแบบรายการขัดแย้งกับหนังสือสัญญาจ้างเหมา
สัญญาจ้างเหมาเป็นหลักในการปฏิบัติ
ให้ถือตามหนังสือ
1.4.4 สิ่งใดที่สงสัยว่าจะมีการคลาดเคลื่อน ผู้รับจ้างจะต้องเสนอให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้วินิจฉัย โดย ผู้ว่าจ้างจะถือเอาความถูกต้องในวิชาช่างและความเหมาะสมเป็นหลักในการปฏิบัติ หาก
ปรากฏว่ารูปแบบหรือรายการส่วนใดส่วนหนึ่งคลาดเคลื่อน ผู้รับจ้างจะต้องทําการแก้ไข และดําเนินการก่อสร้างตามคําแนะนําของผู้ว่าจ้างทันที ในเมื่อการแก้ไขนั้นไม่ผิดไปจาก รายการสําคัญในรูปแบบและรายการ ผู้รับจ้างจะต้องยอมทํางานนั้น ๆ ให้เสร็จเรียบร้อย โดยไม่คิดเงินเพิ่มจากที่กําหนดไว้ในสัญญา
1.4.5 สิ่งใดที่มิได้กล่าวไว้ในรูปแบบหรือรายการ แต่เป็นส่วนที่จําเป็นจะต้องกระทํา เพื่อให้งาน สําเร็จบริบูรณ์ไปโดยรวดเร็วด้วยดีและถูกต้องตามหลักวิชาช่าง ให้ถือเป็นส่วนที่ผู้รับจ้าง จะต้องดําเนินการด้วย โดยผู้รับจ้างจะต้องยอมทํางานนั้น ๆ ให้โดยไม่คิดเอาเงินเพิ่มอีก เพิ่มอีกแต่อย่างใด
4
1.5 ลําดับสําคัญของเอกสารสัญญาว่าจ้าง
เว้นแต่มีการระบุเป็นอย่างอื่น ลําดับความสําคัญของเอกสารสัญญา ให้ถือตามรายการที่กําหนด ดังต่อไปนี้
1.5.1 สัญญาว่าจ้างซึ่งได้ลงนามระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง โดยมีพยานรับรู้ ทั้งนี้ รวมถึง
เอกสารแนบท้ายสัญญาทุกฉบับ
1.5.2 รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้างที่ได้ยอมรับในขั้นเป็นสัญญา
และเอกสารรายการ
เปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งได้รับ
ความเห็นขอบจากคู่สัญญาเป็นคราว ๆ ไป
1
1.5.3 รูปแบบและรายการเปลี่ยนแปลงตลอดโครงการ
1.5.4 ราคาค่าก่อสร้าง และรายละเอียดเกี่ยวกับราคาที่เป็นที่ยอมรับของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง 1.5.5 ข้อตกลงระหว่างผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างอื่น ๆ ในภายหลัง (ถ้ามี) 1.5.6 คําสั่งของสถาปนิก วิศวกร ที่ออกโดยผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตาม
1.6 วัสดุสิ่งของหรือของมีค่าอื่น ๆ ในบริเวณงานก่อสร้าง
1.6.1 ทรัพย์สินต่าง ๆ บนผิวดิน ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กําหนดให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตาม เช่น การ อนุรักษ์ หรือการเคลื่อนย้ายเพื่ออนุรักษ์บรรดาทรัพย์สินเหล่านั้นไปยังจุดหนึ่ง หรอ เคลื่อนย้ายออกนอกบริเวณ โดยถือว่าทรัพย์สินเหล่านั้นเป็นของผู้ว่าจ้าง
1.6.2 ทรัพย์สินต่าง ๆ ใต้ผิวดินบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เป็นต้นว่า วัตถุโบราณ หรือของมีค่าอื่น ๆ ที่ผู้รับจ้างขุดพบในขณะก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงาน และผู้ว่าจ้างทราบ ตามลําดับ โดยไม่ทําการขุดต่อจนกว่าจะได้รับอนุญาตก่อน และให้ถือว่าทรัพย์สินเหล่านั้น เป็นของผู้ว่าจ้าง
1.7 การประสานงาน
เพื่อให้การดําเนินการก่อสร้างเป็นไปด้วยดี จะต้องมีการประสานงานระหว่างผู้ว่าจ้างกับ ผู้รับจ้างโดยตรง หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
1.8 ข้อกําหนดทั่วไป
ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อกําหนดทั่วไปในแต่ละหมวด
ที่ระบุไว้ในเอกสารรายละเอียด
ประกอบแบบก่อสร้าง หากมีความขัดแย้งกันให้ถือเอาส่วนที่มีเนื้อหาครอบคลุมการปฏิบัติงาน ที่ดีกว่า โดยถือเอาคําตัดสินของผู้ออกแบบ เป็นอันสิ้นสุด
15
1.9
สํานักงานชั่วครา
ผู้รับจ้างจะต้องหาสํานักงานชั่วคราว ในบริเวณที่สร้างสาร เป็นที่ทํางาน ขาย ตัวแรง และควรลงงาน โดยจัดแยกส่วนและจะต้องมี พื้นที่ที่เหมาะสมในการทํางาน มีห้องน้ํา เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์สํานักงาน พร้อมสิ่ง จํานวยความสะดวก จําเป็น อมติดตั้งโทรศัพท์
49.2 ที่พักอาศัย
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวสําหรับคนงาน หรือลูกจ้างของผู้รับจ้างเอง
ความ
หรือในบริเวณที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้ โดยผู้รับจ้างจะต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย สะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง ห้ามผู้ใดพักอาศัยใน อาคารที่ก่อสร้างและผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเพิ่มเติมด้วยตนเองด้วย
45216
1.3.3 น ได้ ระวางการก่อสร้าง
1.9.4
bak
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการขออนุญาตติดตั้งมิเตอร์น้ําใช้ชั่วคราว ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มดําเนินการก่อสร้างจนงานแล้วเสร็จเป็นของผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการขออนุญาตติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราว
- ie
เหมขนาด
เพียงพอกับการใช้งาน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มดําเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จเป็นของผู้
รับจ้างทั้งวัน
ห้องน้ํา-ส้วมชั่วคราว
ผู้รับจ้างจะต้องจัดสร้างห้องน้ํา-ส้วมชั่วคราวสําหรับคนงานหรือลูกจ้างของผู้รับจ้าง
ให้เพียงพอ และถูกสุขลักษณะอนามัย ตําแหน่งที่ตั้ง จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ผู้ควบคุมงานเสียก่อน จึงจะทําการก่อสร้างได้ ห้องน้ํา - ส้วมสําหรับสํานักงานชั่วคราว
ผู้รับจ้างจะต้องดูแลรักษาให้สะอาดอยู่เสมอ
1.9.5 ป้ายบอกชื่อโครงการ
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและติดตั้งป้ายบอกชื่อโครงการหน้าสถานที่ก่อสร้าง ผู้ว่าจ้าง หรือผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้กําหนดขนาดป้ายและตําแหน่งในการติดตั้ง การติดตั้งป้ายจะ ต้องมั่นคงแข็งแรง และผู้รับจ้างจะต้องดูแลซ่อมแซะ แผ่นป้ายให้เรียบร้อยตลอดระยะเวลา
การก่อสร้าง
ห้ามติดตั้งเครื่องหมายการค้าหรือแผ่นป้ายโฆษณาทุกชนิดในบริเวณงาน
“สร้างเป็นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้ว่าจ้าง
6
1.9.7 เครื่องหมายแสดงเพื่อความปลอดภัย
ผู้รับจ้างจะต้องแสดงเครื่องหมายเตือนภัยในบริเวณที่อาจจะเกิดอันตราย หรือ
อุปัทวเหตุทุกแห่ง และจะต้องก่อสร้างรั้วกั้นหรือสิ่งป้องกันชั่วคราวบริเวณอันตรายดังกล่าว
ด้วย
1.10 ขอบข่ายของสัญญาจ้าง
1.10.1 งานก่อสร้างตามสัญญาจ้างต้องเป็นไปตามรูปแบบและรายการก่อสร้าง ซึ่งผู้ว่าจ้างและ
ผู้รับจ้างได้ลงลายมือชื่อในฐานะคู่สัญญา และยอมรับเป็นส่วนหนึ่งแห่งสัญญา
1.10.2 ผู้รับจ้างรับว่าได้ตรวจดูสถานที่ก่อสร้าง
รวมทั้งรูปแบบและรายการก่อสร้างทุกฉบับโดยตลอด
รายละเอียดสัญญาข้อกําหนดพิเศษต่าง ๆ
และเข้าใจความหมายโดยแจ้ง
ให้ถือปฏิบัติตาม
ชัดแล้วโดยจะนํามาเป็นเหตุอ้างไม่ว่ากรณีใด ๆ เพื่อจะไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้ไม่ได้
ๆ
1.10.3 ในกรณีที่รูปแบบและรายการก่อสร้างเฉพาะงานมีส่วนขัดแย้งกัน
รายการก่อสร้างเฉพาะงาน ถ้ารูปแบบและรายการมาตรฐานขัดแย้งกัน ให้ถือปฏิบัติตาม รูปแบบ หากมีข้อขัดแย้งนอกเหนือจากที่กล่าวแล้ว ให้ถือปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ ผู้ออกแบบ
1.10.4 การที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้งผู้ควบคุมงาน และ/หรือกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อกํากับตรวจสอบ การปฏิบัติงาน ตามสัญญาจ้างของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะยกขึ้นเป็นเหตุอ้างเพื่อปฏิเสธ หรือขอผ่อนภาระความรับผิดชอบที่ผู้รับจ้างจึงมีตามสัญญาจ้างหาได้ไม่
1.10.5 กิจการร่วมค้า (JOINT VENTURES) กิจการตั้งแต่สองกิจการขึ้นไปอาจรวมสินทรัพย์
เครื่องมือ เครื่องจักร และพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าด้วยกัน
และยื่นประกวดราคาเพื่อ
ทํางาน ในฐานะที่เป็นกิจการเดียวกันตามกฎหมาย และได้จดทะเบียนไว้เช่นนั้นตาม กฎหมายของประเทศที่เกี่ยวข้อง หรืออาจจะในฐานะเฉพาะตัวของแต่ละกิจการตามที่ ได้จดทะเบียนไว้แยกกัน ผู้เข้าประกวดราคาที่ร่วมกันระหว่างกิจการที่แยกจดทะเบียน
ตามกรณีหลังนี้ให้ยื่นแสดงประสบการณ์การทํางาน และฐานะการเงินของตนเองแยกกัน แต่จะต้องรับผิดชอบในการดําเนินงานตามสัญญาร่วมกัน และเรียงตัวกันไปในกรณี
ที่มีการตกลงทําสัญญากับกิจการร่วมค้าที่มิได้จดทะเบียนเอาไว้เป็นกิจการเดียวกัน กิจ การร่วมค้านั้นจะต้องแต่งตั้งตัวแทนหนึ่งคนในนามของผู้รับจ้าง ให้มีอํานาจในการติดต่อ กับกรุงเทพมหานครในปัญหาและเรื่องใด ๆ ที่เกิดขึ้นในการทําสัญญา
7
1.10.6 การยกเลิกการบอกรับสัญญา ผู้บอกรับสัญญาสงวนสิทธิ์ในอันที่จะยกเลิกการบอกรับ สัญญาใด ๆ ในเวลาหนึ่งเวลาใด ก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาโดยไม่ถือว่า
กรุงเทพมหานครต้องรับผิดชอบแต่อย่างใด
1.10.7 การคืนหนังสือค้ําประกันซองประกวดราคา หนังสือค้ําประกันซองทุกฉบับ ยกเว้นหนังสือ ค้ําประกันของผู้เสนอราคาต่ําสุด 3 รายการ จะคืนให้โดยทันทีภายหลังการเปิดซอง ตรวจสอบหนังสือเสนอราคาแล้ว หลังจากผู้เสนอราคาที่ได้รับการบอกสัญญาจาก กรุงเทพมหานคร ได้ดําเนินการทําสัญญาจะจัดส่งหนังสือค้ําประกันสัญญา จนเป็นที่ น่าพอใจแก่กรุงเทพมหานครแล้ว ผู้บอกรับสัญญาก็จะคืนหนังสือค้ําประกัน 3 ฉบับ
ที่เหลืออยู่ให้แก่เจ้าของ
1.10.3 การทําสัญญาและการอนุมัติ ภายในเวลา 15 วัน หลังจากได้รับแจ้งการบอกรับสัญญา จากกรุงเทพมหานคร ผู้เสนอราคาประมูลที่ได้รับการบอกสัญญา จะต้องมาทําสัญญากับ กรุงเทพมหานคร ตามสถานที่ ซึ่งได้แจ้งให้ทราบ ถ้ากรุงเทพมหานครไม่สามารถ ดําเนินการบอกรับสัญญาได้ ภายในระยะเวลา 90 วัน หลังจากการเปิดซองประกวด ราคาแล้วผู้เสนอราคามีสิทธิ์ที่จะถอนการประกวดราคาได้ โดยไม่ถูกปรับ สัญญาใด ๆ จะไม่ถือว่ามีผลบังคับใช้จนกว่าจะได้ลงนามและรับรองโดยคู่สัญญา
1.10.9 การแสดงรายการวัสดุก่อนมีการบอกรับสัญญาใด
ๆ ผู้ยื่นซองประมูลอาจได้รับการ ส่วนผสมและผลของวัสดุ
เรียกร้องให้แจ้งให้ทราบถึงแหล่งที่มาของวัสดุโดยละเอียด บางอย่างหรือทั้งหมดที่จะใช้ในงานก่อสร้าง
บ
1.10.10 ความล้มเหลวในการลงนามสัญญาภายในเวลา 15 วัน หลังจากได้รับการแจ้งบอกรับ สัญญาแล้ว หากผู้เสนอราคาไม่สามารถนําหนังสือค้ําประกันสัญญา ซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ มาให้กรุงเทพมหานคร และเข้าทําสัญญากับกรุงเทพมหานครได้ ให้ถือว่าเป็นเหตุที่ สมควรในการยกเลิกการบอกรับสัญญาและในการรับหนังสือค้ําประกันซอง ซึ่งจะตกเป็น สมบัติของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ โดยไม่ถือเป็นการปรับแต่เป็นการชําระความเสียหาย ที่เกิดขึ้น
และกรุงเทพมหานครอาจบอกรับสัญญากับผู้ประมูลราคาต่ําสุดลําดับถัดไป
หรือประกาศประกวดราคาใหม่ หรือดําเนินการอื่นใดก็ได้ตามแต่กรุงเทพมหานครจะ
พิจารณาเห็นสมควร
1.10.11 หนังสือค้ําประกันต่าง ๆ ตามสัญญาหนังสือค้ําประกันต่าง ๆ ตามสัญญาทําขึ้น เพื่อ
วัตถุประสงค์ในการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรุงเทพมหานคร อันเกิดจากความบกพร่องของ ผู้รับจ้าง หรือจากหนี้สินที่ผู้รับจ้างอาจก่อไว้กับคู่กรณีใด ๆ ที่เกี่ยวข้องในงานไม่ว่าความ
8
บกพร่องเสียหาย หรือหนี้สินเหล่านั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงประมาณการ หรือ
คาดหมายก็ตาม
1.10.11.1 การทําหนังสือค้ําประกันสัญญา ภายในเวลา 15 วัน หลังจากได้รับแจ้ง เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ตนได้รับการตัดสินให้เข้าทําสัญญาแล้ว ผู้รับจ้าง จะต้องจัดทําหนังสือประกันสัญญามาให้กรุงเทพมหานคร ตามแบบซึ่งได้
กําหนดไว้แล้ว และออกให้โดยธนาคารในประเทศไทยที่กรุงเทพมหานคร ยอมรับ จํานวนเงินในหนังสือค้ําประกันสัญญาจะเป็น 5% ของยอดเงิน ในสัญญา ซึ่งได้แก้ไขความคลาดเคลื่อนเรียบร้อยแล้ว หนังสือค้ําประกัน สัญญานี้ จะมีผลบังคับไปจนกระทั่งสิ้นสุดระยะเวลาบํารุงรักษา
และ
กรุงเทพมหานครได้ออกหนังสือรับรองการบํารุงรักษาไว้แล้ว ทั้งนี้ โดยมีข้อ แม้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วหากผู้รับจ้างยังคงมีงานใด ๆ ที่ได้รับคําสั่งใน ระหว่างระยะเวลาบํารุงรักษาให้ต้องทําเหลือค้างอยู่อีก กรุงเทพมหานคร มีสิทธิ์ที่จะไม่ปลดภาระผูกพันตามหนังสือค้ําประกันสัญญาให้
จนกว่า
ที่ค้างอยู่เหล่านั้นจะแล้วเสร็จ นอกจากนี้แล้วยังมีเงื่อนไขต่อไปด้วยว่า ในกรณีที่ระยะเวลาบํารุงรักษา สําหรับงานแต่ละส่วนแตกต่างกัน " การสิ้นสุดระยะเวลาบํารุงรักษา " ในที่นี้หมายถึง การสิ้นสุดของระยะ เวลาบํารุงรักษาครั้งหลังสุด
1.10.11.2 เงินประกันผลงาน
"
กรุงเทพมหานครจะทําการหักเงินจํานวน 10 % ผลงานที่ทําได้ออกจากยอดประมาณที่จะจ่ายให้ในแต่ละงวด รวมทั้ง งวดสุดท้ายเพื่อคิดไว้เป็นหลักประกันเงินจํานวนนี้จะครบกําหนด และจ่าย คืนให้ผู้รับจ้าง ได้เมื่อเลยเวลา 90 วัน นับแต่ได้มีการออกหนังสือรับรอง งานแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้โดยไม่คํานึงว่าในขณะดังกล่าว ผู้รับจ้าง จะยังคงมีข้อเรียกร้องอื่นใดต่อกรุงเทพมหานครอยู่อีก หรือไม่เงินประกัน ผลงานนี้ผู้รับจ้างมีสิทธิ์ที่จะเรียกโดยการขอรับคืนได้ทุก ๆ ระยะ 6 เดือน หรือมากกว่าโดยจะต้องทําหนังสือค้ําประกัน ตามแบบฟอร์มที่กรุงเทพ-
มหานครทําหนด ซึ่งออกให้โดยธนาคารแห่งประเทศไทย และ
กรุงเทพมหานครยอมรับมาวางไว้เป็นประกันแทน หากผู้รับจ้างเลือกที
จะใช้สิทธิ์เช่นว่านี้ กรุงเทพมหานครจะคืนหนังสือค้ําประกันดังกล่าวให้
เมื่อถึงกําหนดเวลาเช่นเดียวกับกําหนดเวลาการจ่ายคืนเงินประกันผลงาน
ดังทีได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น
9
1.10.12 การจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี) หลังจากได้ทําสัญญาแล้ว
เมือผู้รับจ้างร้องขอ กรุงเทพมหานครจะจ่ายเงินล่วงหน้า จํานวน 10% (หรืออาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ นี้ก็ได้แล้วแต่กรณี) ของจํานวนเงินในสัญญาให้ เพื่อให้ผู้รับจ้างนําไปใช้ในการจัดหา เครื่องมือเครื่องจักรที่จําเป็นต่อความก้าวหน้าของงาน โดยผู้รับจ้างจะต้องนําหนังสือ ค้ําประกันของธนาคารในประเทศไทยที่กรุงเทพมหานครยอมรับมาวางไว้ เป็นประกัน
แทนเงินล่วงหน้าดังกล่าวข้างต้น
หลังจากวันทําสัญญาเป็นต้นไป
กรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว
กรุงเทพมหานครจะจ่ายให้ภายในเวลา 1 เดือน และหนังสือค้ําประกันได้รับการยอมรับจาก
1.10.12.1 หากปรากฏแก่กรุงเทพมหานครว่า เงินส่วนหนึ่งส่วนใดของเงินล่วงหน้า ผู้รับจ้างมิได้นําไปใช้ในการดําเนินงานตามสัญญานี้ กรุงเทพมหานคร
สามารถจะเรียกคืนเงินล่วงหน้าทั้งหมดได้ทันทีจากหนังสือค้ําประกันที่วาง
ไว้ เงินล่วงหน้าที่ได้จ่ายให้กับผู้รับจ้างไปนั้น กรุงเทพมหานครจะได้หัก
คืนจากยอดเงินค่างานประจําแต่ละงวดโดยจะหักคืนไว้ในอัตราร้อยละ 10
ของยอดเงินค่างานในงวดนั้น ๆ เมื่อได้ทําการหักคืนเงินล่วงหน้า จนถึง การจ่ายเงินประจํางวดสุดท้ายแล้ว หากยังคงมีเงินล่วงหน้าที่จะต้องจ่าย คืนค้างอยู่อีกเท่าใด ให้หักเอาจากยอดเงินค่างานงวดสุดท้ายจนหมดสิ้น
หรือให้เรียกคืนเอาจากจํานวนเงินในหนังสือค้ําประกันการจ่ายเงินล่วงหน้า
1.10.12.2 หนังสือค้ําประกันการจ่ายเงินล่วงหน้า อาจลดจํานวนเงินลงตามการจ่าย
คืนเงินล่วงหน้าแต่ละงวด แต่ไม่ว่าเวลาใด ๆ หนังสือค้ําประกันดังกล่าว จะต้องสมบูรณ์ และมีผลบังคับใช้สําหรับจํานวนเงินไม่น้อยกว่าจํานวน เงินล่วงหน้าที่คงค้างอยู่
1.10.12.3 การจ่ายเงินล่วงหน้า ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้ต่อเมื่อ
ผู้รับจ้างได้ดําเนินการดังต่อไปนี้เรียบร้อยแล้ว
1.10.12.3.1ก่อสร้างอาคารสํานักงานชั่วคราว มีเครื่องอํานวยความสะดวกพร้อมที่
จะเข้าทํางานได้
1.10.12.3.2จัดเตรียมสิ่งป้องกันมลภาวะที่เหมาะสมในจํานวนที่เพียงพอจัดทําและ
ติดตั้งป้ายประกาศ และป้ายแนะนําในการดําเนินการก่อสร้าง
1.10.12.3.3 ผู้รับผิดชอบในการก่อสร้าง ป้ายเตือน เครื่องหมายและสัญญาต่าง ๆ ต้องมีเพียงพอและมีสํารองอีก 1 ชุด เพื่อใช้ในการป้องกันอันตราย ทั้งกลางวันและกลางคืน
10
1.11 หน้าที่และความรับผิดชอบของคู่สัญญา
1.11.1 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างในเรื่องแนวและระดับ เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างจะเป็น ผู้กําหนดหมุดแนวและหมุดระดับมาตรฐานส่วนที่จําเป็นให้ ผู้รับจ้างจะต้องดูแลรักษา ไม่ให้เกิดความเสียหายเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง
1.11.2 ผู้รับจ้างจะต้องปักหมุดหลัก หรือดําเนินการด้วยวิธีอื่นใดเพื่อแสดงตําแหน่งของงาน ทุกช่วง ระยะห่างกันไม่เกิน 50 เมตร นับจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงสิ้นสุดความยาว ที่จะทําการก่อสร้าง และจะต้องรักษาไว้จนผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานตามสัญญาที่ได้ แล้วเสร็จหมุดแนว หมุดระดับและหมุดหลักอื่น ๆ นอกเหนือจากหมุดมาตรฐานที่ กล่าวใน ข้อ (ก) ซึ่งจะต้องทําเพิ่มเติมประโยชน์ในการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้จัดทําและรับผิดชอบเองทั้งสิ้น ในการตรวจรับมอบงานของคณะกรรมการตรวจการ จ้าง ซึ่งผู้ว่าจ้างได้แต่งตั้งขึ้น จะใช้หมุดมาตรฐานที่เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างกําหนดให้เป็น หลักฐานในการตรวจสอบเท่านั้น
1.11.3 ค่าใช้จ่ายใด ๆ อันจะพึงมีจากการที่จะต้องจ้างเจ้าหน้าที่ตํารวจเพื่อพิทักษ์ทรัพย์สิน หรือเพื่ออ้านวยความปลอดภัยใด ๆ
หรือสิ่งของใด ๆ
ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดจ้างและจ่ายเงินค่าจ้างเองทั้งสิ้น
อันเนื่องจากการก่อสร้าง
1.11.4 ให้ผู้รับจ้างจัดทําป้ายประกาศต่าง ๆ มีข้อความประกาศ และมีจํานวนตามที่ผู้ควบคุม งานกําหนดติดตั้งไว้ ณ บริเวณสถานที่ก่อสร้าง และจะต้องดูและรักษาไม่ให้เกิดการ เสียหายหรือเกิดการลบเลือนของข้อความที่ประกาศตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง
1.11.5 ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีสถานที่ทําการตั้งอยู่ภายใน หรือใกล้เคียงกับบริเวณก่อสร้าง
สําหรับผู้ควบคุมานกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ตรวจงาน พร้อมจัดหาสิ่งของที่จําเป็น เช่น โต๊ะทํางาน เก้าอี้ เครื่องใช้สํานักงาน ฯลฯ รวมทั้งการจัดให้มี ห้องน้ํา-ห้องส้วม ที่ถูกสุขลักษณะ ภายในสถานที่ทําการดังกล่าวด้วย
1.11.6 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแต่ฝ่ายเดียวต่ออุบัติภัย และความเสียหายใด ๆ อันเกิดแก่ ทรัพย์สินหรือบุคคลซึ่งเป็นผลจากการกระทําของผู้รับจ้าง ทั้งนี้ ไม่ว่าอุบัติภัยหรือ ความเสียหายนั้น จะเกิดขึ้นแก่ฝ่ายผู้รับจ้าง ฝ่ายผู้ว่าจ้าง หรือบุคคลภายนอกก็ตาม การละเลย หรืองดเว้นสิ่งที่ผู้รับจ้างถึงกระทําเพื่อป้องกันอุบัติภัย และความเสียหาย ในการก่อสร้าง ให้ถือว่าเป็นการกระทําของผู้รับจ้างด้วย
1.11.7 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแต่ฝ่ายเดียวต่อการชํารุดเสียหายที่เกิดขึ้น
เกี่ยวกับสิ่ง
สาธารณูปโภคทั้งปวงรวมทั้งทรัพย์สินอื่น ทั้งที่เป็นของทางราชการ และของเอกชนอัน เกิดจากการกระทําของผู้รับจ้าง ไม่ว่าจะโดยจงใจหรือโดยประมาทเลินเล่อก็ตาม
11
ในกรณีที่เกิดการชํารุดเสียหายแก่สิ่งดังกล่าวในวรรคก่อน
ผู้รับจ้างจะต้อง ชดใช้เงิน หรือต้องทําการบูรณะซ่อมแซม หรือทําขึ้นใหม่ให้กลับคืนสภาพดี ตามเดิมโดยเร็ว หากผู้รับจ้างเพิกเฉยหรือบิดพลิ้วไม่ดําเนินการ หรือผู้ว่า
จ้างเห็นว่าผู้รับจ้างกระทําการล่าช้า ผู้ว่าจ้างจะเข้าดําเนินการดังกล่าวแทน โดยผู้รับจ้างจะต้องออกเงินค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งหมด หรือผู้ว่าจ้างอาจบอก เลิกสัญญาจ้างเสียก็ได้ พร้อมทั้งมีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายอื่น ๆ ด้วย
1.11.8 กรณีที่มิได้มีการปิดการจราจรในระหว่างการก่อสร้าง เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่ จะต้องตัดกิ่งก้านของต้นไม้ที่ยื่นออกมาเป็นอุปสรรคแก่การจราจร (ถ้ามี) ให้สูง จากแนวที่เป็นอุปสรรค ไม่น้อยกว่า 5,00 เมตร
ทั้งนี้ ให้อยู่ภายใต้เงื่อนไข
ข้อกําหนด ข้อบังคับ และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของกรุงเทพมหานครที่ได้
กําหนดไว้แล้ว
1.11.9 สิ่งสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่กีดขวางการก่อสร้าง และมีความจําเป็นต้องเคลื่อนย้าย ให้พ้นออกไป ให้ผู้รับจ้างรีบแจ้งผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อผู้ว่าจ้างจะ ได้พิจารณาช่วยเหลือติดต่อขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการย้ายให้
1.11.10 ผู้รับจ้างจะต้องอํานวยความสะดวกในการจราจรระหว่างการก่อสร้างตลอดเวลา และ จะต้องติดตั้งเครื่องหมายการจราจร สัญญาณป้องกันอันตรายต่าง ๆ ให้ถูกต้องตาม กฎหมายและระเบียบข้อบังคับของทางราชการ ตลอดจนคําสั่งของเจ้าพนักงานจราจร
ทุกประการ
รายละเอียดการติดตั้งเครื่องหมายและสัญญาณให้เป็นไปตามที่คณะกรมการ
ป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติได้กําหนดไว้ใน “ระเบียบว่าด้วยการติดตั้งเครื่องหมาย
และสัญญาณ สําหรับการจัดสร้างซ่อมถนนและงานสาธารณูปโภคของ หน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งได้ระบุไว้ในภาคผนวกท้ายรายการ มาตรฐานนี้
1.11.11 ผู้รับจ้างให้สัญญาว่า โรงงานชั่วคราวหรือวัสดุก่อสร้าง หรือการจอดรถยนต์ผู้รับจ้าง จะไม่ทําให้กีดขวางการสัญจรของประชาชน และยานพาหนะที่ผ่านไปมา และเมื่อ เลิกงานแล้วผู้รับจ้างจะต้องเก็บเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องทุ่นแรง ยานพาหนะ อุปกรณ์การก่อสร้างไว้ ภายในบริเวณที่กําหนดเท่านั้น
1.11.12 ถ้าในระหว่างการก่อสร้างนั้น ยังมิได้ปิด ถนน ตรอก ซอย ให้เป็นหน้าที่ของ
ผู้รับจ้างต้องทําการบํารุงรักษาซ่อมแซม ถนน ตรอก ซอย ในบริเวณที่ก่อสร้างให้อยู่ ในสภาพดี หากการก่อสร้างตามสัญญาจําเป็นจะต้องรื้อถอนท่อระบายน้ําเดิมที่ใช้
12
i
|
เป็นทางระบายน้ําเป็นประจํา ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดประ ความสามารถไม่น้อยกว่าระบบระบายน้ําเดิม เพื่อแก้ไขปัญหาการระบายน้ํา เป็นการ ชั่วคราวตลอดเวลาจนกว่าจะก่อสร้างท่อระบายน้ําใหม่เสร็จ และงานปกติ
และจะต้องได้รับความเห็นรอบๆควบคุมงานก่อนดําเนินการ
ץ
1.11.13 ผู้รับจ้างต้องหาทางป้องกันมิให้ดิน ทราย หิน หรือวัดสุก่อสร้างอื่น ๆ เพลงนา
หรือหอระบายน้ําเป็นอันขาด และถ้ามีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นไม่ว่าด้วยเหตุใด " รับจ้าง ต้องรีบจัดการวัดดังกล่าวขึ้นจากบ่อพัก หรือท่อระบายน้ําให้หมดสิ้นโดยไม่ชักช้า 1.11.14 การขุดดินเพื่อวางท่อระบายน้ํา ซึ่งอาจทําให้ถนนหรือทางเด็กชํารุดนั้น ผู้รับจ้างต้อง
ดําเนินการจัดทํากําแพงดินชั่วคราว เพื่อป้องกันการทรุดและดินที่ขุดขึ้นมาต้องไม่ กองรุกล้ําผิวจราจร ในกรณีที่ไม่มีสถานที่กอง ให้ผู้รับจ้างรับจัดการขนย้ายทันที การขุดเองคืนเพื่อวางท่อระบายน้ํา ผู้รับจ้างต้องเป็นระยะทางยาวพอสมควร สัมพันธ์กับการดําเนินการขั้นต่อไป ห้ามมิให้ผู้รับจ้างขุดร่องดินยาวเกินความจําเป็น และการขุดผ่านทางแยกหรือทางเข้าบ้าน ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาแผ่นเหล็ก หรือส อื่นใดปูร่องที่ขุดให้ยวดยานสามารถผ่านได้ หากผู้รับจ้างไม่อาจจัดหาแผ่นเหล็กหรือ วัสดุ ดปูได้ภายใน 6 ชั่วโมง นับแต่เริ่มขุดและไม่มีการปฏิบัติงานต่อเนื่องกันต้องรับ จัดการกลบหลุมร่องดินเสียก่อน สําหรับท่อที่นํามาใช้ ผู้รับจ้างวางเรียงให้แรง
ไม่กีดขวางการสัญจรของประชาชนและยานพาหนะ
1.11.15 ในกรณีที่ต้องต่อกระบายน้ําจากอาการของประชาชน เชื่อมกับท่อระบายน้ําที่สร้าง
ใหม่ รับจ้างต้องจัดทําให้เรียบร้อย และต้องไม่ให้เป็นทีเดือดร้อนแก่เจ้าของราคาร ในการระบายน้ํา ประจําวันด้วย
1.11.16 การซ่อมแซมบูรณะทางเช้าที่ชํารุด เศษวัสดุที่รื้อถอนออก ห้ามมิให้ผู้รับจ้างกองไว้
เป็นการกีดขวางทางสัญจร หากมีความจําเป็นต้องใช้ ผู้รับจ้างต้องการขน ย้ายไปให้พ้นบริเวณก่อสร้างทันที สําหรับวัสดุการสร้างบางอย่างที่จําเป็นต้องใช้ เช่น หิน ทราย ผู้ว่าจ้างอนุญาตให้กองบนทางเท้าได้ แต่ผู้รับจ้างต้องจัดตัวสอบให้
โดยไม่กีดขวางการสัญจรไปมา
1.11.17 โรงงานชั่วคราวและวัสดุก่อสร้างทั้งหมด เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องรื้อถอน นาย ให้หมดสิ้น ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง ตรวจรับงาน หรือตรวจรับสภาพงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากผู้รับจ้าง ไม่อาจดําเนินการให้เสร็จสิ้น ภายในกําหนดระยะเวลาดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ที่จะเข้ารื้อถอนขนซ้ายเอง โดย ค่าใช้จ่ายและค่าเสียหาย ในการดําเนินการจากผู้รับจ้างได้ทั้งสิ้น
2
13
111.18 งานก่อสร้าง กองสร้างคอนกรีต เช่น งานก่อสร้าง ราง บ่อพัก ระบายน้ํา
หอวนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ว มีการบ่มคอนกรีตครบ 7 วัน นับตั้งแต่
เป็นต้น
อันงามเสร็จเรียบร้อย
1.11.19 ในกรณีที่ผู้รับจ้างมีความประสงค์จะขอด อายุสัญญา หรือขออุทธรณ์การต่ออายุ สัญญา ให้ยื่นคําร้องเป็นลายลักษณ์อักษรแสดงเหตุผลการนั้น พร้อมทั้งหลักฐาน ต่าง ๆ (ถ้ามี) โดยยื่นที่กองกลาง สํานักปลัดกรุงเทพมหานคร ภายในระยะเวลา ดังต่อไปนี้
ๆ
1.11.19.1 การต่ออายุสัญญา ให้ยื่นคําร้องต่อผู้ว่าจ้างก่อนสิ้นสุดอายุสัญญา หรืออย่างช้าไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันสิ้นสุดอายุสัญญา
1.11.19.2 การขออุทธรณ์ การต่ออายุสัญญา ให้ยื่นคําร้องต่อผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ภายในเวลาไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบ การพิจารณาต่ออายุสัญญา
1.11.19.3 การร้องขอต่ออายุสัญญาหรือขออุทธรณ์การต่ออายุสัญญาที่ยื่น
เกินก้าหนดระยะเวลาดังกล่าว
อายุสัญญา
ให้ถือว่าผู้รับจ้างสละสิทธิ์ในการต่อ
1.11.20 ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมด หรือบางส่วนแห่งสัญญาไปจ้างช่วงอีกต่อหนึ่ง โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างก่อน ทั้งนี้ นอกจากในกรณี ที่สัญญานี้จะได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ความยินยอมดังกล่าวนั้นไม่เป็นเหตุให้ ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดชอบ หรือพันธะหน้าที่ตามสัญญานี้
และ
ผู้รับจ้างจะยังคงต้องรับผิดในความผิดและความประมาทเป็นเล่อของผู้รับจ้างช่วง หรือของตัวแทน หรือลูกจ้างของผู้รับจ้างช่วงนั้นทุกประการ
1.11.2.1 การสร้างจะต้องไม่ทําให้เกิดเสียงดัง ในระดับเสียงชุมชนของกรมควบคุมมลพิ
กรณีที่จะมีกิจกรรมส่งเสียงดังเป็นพิเศษต้องประกาศให้ประชาชนทราบล่วงหน้า
น้อยกว่า 7 วัน
2/
1.11.23
ง
ลดมลพิษต่าง
กรุงเทพมาน
ผู้รับจ้างจะต้องเสนอมาตรการต่าง ๆ ต่อ ในวันที่จะลดมลพิษต่าง ๆ ที่เกิดจากการก่อสร้างที่จะมี
问
ผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่อาศัยทั่วไป ด้านเสียงรบกวน อุณหภูมิอากาศ น
และความสั่นสะเทือนที่จะเกิดขึ้น
14
1.11.23 งานบกพร่องใด 7 ไม่ว่าเกิดจากฝีมือไม่ดี ใช้วัสดุที่ด้อยคุณภาพความเสีย หายจากความไม่ระมัดระวังหรือเหตุอื่นใด ที่พบว่ามีอยู่ก่อนสิ้นสุดการค้ําประกัน ตามระยะเวลาในสัญญา ให้รื้อถอนในทันทีและให้ทําใหม่ โดยการทําและวัสดุ ที่ใช้ให้เป็นไปตามข้อกําหนด และรายการก่อสร้างหรืออาจแก้ไขโดยวิธีอื่นใดใน ลักษณะที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ และอนุญาตให้ทําได้ ข้อกําหนดดังกล่าวนี้ให้มี ผลบังคับอย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องคํานึงถึงว่างานบกพร่องดังกล่าวข้างต้นนั้นได้ ทําโดยที่ผู้ควบคุมงานได้รู้แล้ว และข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ควบคุมงานที่รับผิดชอบ อาจ มองข้ามความบกพร่องดังกล่าวไปก่อนหน้านั้น หากเป็นการยอมรับส่วนหนึ่งส่วน
ใดของงานนั้นไม่
1.11.24 กรุงเทพมหานครอาจกําหนดการจํากัดน้ําหนักบนถนนหรือสิ่งก่อสร้างใดๆ
ภายในเขตรอบโครงการ ถ้าวิศวกรเห็นว่าการขนส่งวัสดุของผู้รับจ้างก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ถนนสาธารณะ หรือในกรณีที่น้ําท่วมทางหลวงนอกเขตโครงการ
กรุงเทพมหานครอาจออกข้อกําหนดบังคับการขนส่งของผู้รับจ้างบนถนน หรือ
สิ่งก่อสร้างดังกล่าวได้ และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิหรือสิทธิ์เรียกร้องสําหรับค่าชดเชย
ได
ๆ
อันเกิดจากคําสั่งของกรุงเทพมหานครนั้น เมื่อผู้รับจ้างขนส่งวัสดุบน
ถนนสาธารณะ ผู้รับจ้างต้องกําหนดน้ําหนักไม่เกินความสามารถการรับน้ําหนัก บรรทุกของถนน และสิ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นต้องได้รับการซ่อมหรือทําให้อยู่ใน สภาพที่ดีเหมือน หรือเท่ากับที่เป็นอยู่เดิม ก่อนที่จะเกิดความเสียหายงานซ่อม ดังกล่าวทั้งหมดให้ทําโดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
15
1.12 การจัดส่งตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ในการอนุมัติ
1.12.1
วัสดุ
หินขัด หรือกรวดล้าง หรือทรายล้าง
กระเบื้องปูพื้นทุกชนิด ขนาดแผ่นมาตรฐาน กระเบื้องบุผนังทุกชนิด ขนาดแผ่นมาตรฐาน
กระจกทุกชนิด
ประตู - หน้าต่างไม้
ประตู - หน้าต่าง อลูมินัม
อุปกรณ์ประตู - หน้าต่าง ทุกชนิด
ฝ้าเพดานและแผ่นกันความร้อน
โครงเคร่า/ผนังโลหะ
เครื่องสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ทุกชนิด
หินอ่อนขนาดแผ่นมาตรฐาน
จมูกบันได, เส้นทองเหลือง หรือ PVC
ขนาดของตัวอย่าง
12” x 12” จํานวน 2 ชุด
2 ชุด
2 ชุด
12” x 12” จํานวน 2 ชุด ตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน ตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
อย่างละ 2 ซิน
12” x 12" จํานวน 2 ชุด ตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
อย่างละ 2 ชุด
จํานวน 2 ชุด
แท่งหินขัด
วัสดุกันซึมทุกชนิด
เหล็กเสริมคอนกรีตทุกชนิด
เหล็กรูปพรรณอื่นๆ
อุปกรณ์ระบบไฟฟ้าและสื่อสารทุกชนิด
อุปกรณ์ระบบสุขาภิบาล
อุปกรณ์ระบบป้องกันเพลิงไหม้
และอื่น ๆ ที่จะกําหนดภายหลัง
1.12.2 การจัดส่งตัวอย่าง
อย่างละ 2 ชุด
ตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
ตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
ตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
อย่างละ 2 ชุด
อย่างละ 2 ชุด
อย่างละ 2 ชุด
1.12.2.1 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งวัสดุและอุปกรณ์ที่ระบุในรูปแบบและรายการประกอบ
แบบ
ให้ผู้ควบคุมงานเสนออนุมัติก่อนจึงจะทําการสั่งซื้อนําเข้าไปใน
บริเวณงานก่อสร้างได้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างเหล่านั้นขออนุมัติ
ก่อนการใช้งานวัสดุ
1.12.2.2 วัสดุอุปกรณ์ตัวอย่างที่จัดส่งขออนุมัติ
จะต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อยได้
คุณภาพมาตรฐาน ตรงตามที่ระบุไว้ในรูปแบบและรายการละเอียด
ประกอบแบบ
16
1.12.2.3 ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่าง พี่ออนุมัติในเวลาอันสมควร จะอ้างเหตุผลใน
การอนุมัติห้วยยาง
- 2.2.4 ในการต่อสัญญาก่อสร้างไม่ได้
1.12.2.5 ตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิด ต้องติดแผ่นป้ายบอกชื่อวัสดุ อุปกรณ์ วัน
เดือน ปี ที่ส่ง และข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
1.12.2.6 ในกรณีที่รายการละเอียดระบุวิธีใช้ และกรรมวิธีในการปฏิบัติตลอดจน คุณสมบัติของวัสดุจากบริษัทผู้ผลิต ผู้รับจ้างจะต้องแนบรายละเอียดของ ของวัสดุอุปกรณ์ และบริษัทผู้ผลิตไปด้วยทุกครั้ง
1.12.2.7 ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจัดส่งตัวอย่างเพื่อขออนุมัติ 1.12.2.8 วัสดุและอุปกรณ์ที่ไม่ได้กําหนดไว้ในตารางข้างต้น แต่ระบุไว้ในรูปแบบหรือ
B’
ในรายการละเอียดประกอบแบบ
ให้ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างเพื่อ
ด้วย หรือเมื่อสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานร้องขอผู้รับจ้างจะต้อง
จัดส่งตัวอย่างให้พิจารณาอนุมัติทุกรายการ
1.12.2.9 วัสดุอุปกรณ์ตัวอย่างที่ได้รับการอนุมัติ ผู้ควบคุมงานควรจะเก็บไว้เพื่อเป็น
หลักฐานเปรียบเทียบกับวัสดุอุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้งานจริง
1.12.2.10 การตรวจสอบวัสดุที่ขออนุมัตินั้น สถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานจะ ตรวจสอบเฉพาะเท่าที่จําเป็น ส่วนที่เหลือที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ให้ถือว่า ให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบว่าเสนอสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม หากปรากฏภายหลังว่า
รายละเอียดดังกล่าวมีปัญหาในการใช้งานผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
1.13 การขอเทียบเท่าวัสดุ
1.13.1 ผู้รับจ้างมีสิทธิขอเทียบเท่าวัสดุ เพื่ออนุมัติเลือกใช้วัสดุที่มีชื่อแตกต่างจากที่ระบุ ไว้ในแบบรูป หรือรายละเอียดประกอบแบบได้ในหลักคุณภาพเท่ากัน หรือดีกว่า ราคาเท่ากันหรือแพงกว่า ผู้รับจ้างจะขอเทียบเท่าได้ในกรณี
มีระบุในรายละเอียดประกอบแบบ “ หรือคุณภาพเทียบเท่า” หรือเทียบเท่า วัสดุที่ระบุในท้องตลาดมีไม่พอ หรือขาดตลาด หรือบริษัทผู้ผลิตเลิกผลิต หรือผลิตไม่ทัน ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิในการอนุมัติรายการเทียบเท่า 1.13.2 การจัดส่งตัวอย่างขอเทียบเท่า
1.13.2.1 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบการจัดส่งวัสดุ อุปกรณ์ เพื่อขออนุมัติ
ตามหัวข้อ 13.2
17
1.13.2.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่ง CATALOGUE พร้อมทั้งรายการละเอียดรับรอง
คุณภาพหลักฐานจากหน่วยงานตรวจสอบที่ได้รับอนุมัติ
1.13.3.3 หากจําเป็นผู้รับจ้างจะต้องอํานวยความสะดวกต่อผู้ว่าจ้างหรือตัวแทน ผู้ว่าจ้าง หรือสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงาน ในการตรวจสอบ โรงงานวัด อุปกรณ์ขอเทียบเท่า โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้าง
1.13.3 หน่วยงานตรวจสอบที่เป็นที่ยอมรับ
มอก. กระทรวงอุตสาหกรรม
1.13.3.1 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์
1.13.3.2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
1.13.3.3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
1.13.3.4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้า
1.13.3.5 กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม
1.13.3.6 หน่วยงานที่รับรองโดยผู้ว่าจ้าง
1.13.3.7 หน่วยงานเอกชนที่รัฐบาลรับรอง
1.14 การนําเข้าวัสดุอุปกรณ์จากต่างประเทศ
ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ดําเนินการเกี่ยวกับการนําเข้าวัสดุจากต่างประเทศ ในกรณีที่
จําเป็นต้องสั่งวัดสุอุปกรณ์ โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการนําเข้า วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยไม่มีการยกเว้น ถ้าวัสดุ อุปกรณ์หรือสิ่งของใด ๆ ที่ผู้รับจ้างนํามาเพื่อ ประกอบหรือผลิต หรือเป็นของสําหรับใช้สอยหรืออ้านวยความสะดวกแก่การทํางานจะต้อง สั่งหรือนําเข้ามาจากต่างประเทศ และสิ่งของต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นนั้น ต้องนําเข้ามาโดย ทางเรือ ในเส้นทางที่มีเรือไทย หรือเรือที่มีเช่นเดียวกับเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการ ผู้รับจ้างต้องจัดการให้
หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเบื่อไทยจาก
รับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกําหนด สิ่งของต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นบรรทุกโดยเรือไทย ต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม การพาณิชย์นาวีก่อนบรรทุกสิ่งของต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นได้รับการยกเว้นโดยประกาศของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าการสั่งสิ่งของดังกล่าว ข้างต้นจากต่างประเทศจะเป็นแบบ เอฟ.โอ.บี ซี แอนด์ เอฟ หรือ ซี.ไอ. เอฟ ในการส่งมอบ
งานให้แก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบใบตราส่ง (BILL OF LANDING)
ซี
หรือ เนาใบ
18
ตราส่งสําหรับสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งแสดงว่าได้บรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย ให้กับผู้ว่าจ้าง พร้อมกับการส่งมอบงานด้วย ในกรณีที่สิ่งของดังกล่าวข้างต้นไม่ได้ หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทย
บรรทุกจากต่างประเทศมายังประเทศไทยโดยเรือไทย
ผู้รับจ้างต้องส่งมอบหลักฐานแสดงว่า ได้รับอนุญาตจากสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม การพาณิชย์นาวีให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้ หรือหลักฐานซึ่งแสดงว่า ได้ชําระค่าธรรมเนียมพิเศษ เนื่องจากการไม่บรรทุกสิ่งของดังกล่าวโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทย ตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชย์นาวีแล้วอย่างใดอย่างหนึ่งให้แก่ผู้ว่าจ้างด้วย ในกรณี ที่ผู้รับจ้างมอบหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวในสองวรรคข้างต้นให้แก่ผู้ว่าจ้าง แต่อาจ ส่งมอบงานแก่ผู้ว่าจ้างก่อน โดยยังไม่รับชําระค่าจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิรับมอบงานดังกล่าวไว้ ก่อนและจะชําระเงินค่างานให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนดังกล่าวแล้ว หลักฐานต่าง ๆ ที่ผู้รับจ้างต้องการจากผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการเสียแต่เนิ่น
ๆ
ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะอ้างเหตุผลใด ๆ ในการต่อสัญญาการก่อสร้างออกไป หากการนําเข้า วัสดุอุปกรณ์เหล่านั้นล่าช้าไม่ทันกําหนดระยะเวลาในการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบ ต่อผลเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผู้ว่าจ้างจะถือว่า วัสดุ อุปกรณ์ที่ส่งมายังหน่วยงานจะต้อง อยู่ในสภาพดี สามารถติดตั้งและใช้สอยได้ทันที
1.15 มาตรฐานที่นํามาใช้
1.15.1
สถาปัตยกรรม
ADA
1.15.2 วิศวกรรมโครงสร้างและโยธา
American With Disabilities Act
1.15.2.1 ASTM
American Society for Testing Material
1.15.2.2
มอก.
มาตรฐานสินค้าค่าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของ
สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ประเทศไทย
1.15.3 มาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
งานระบบปรับอากาศ
1.15.4
1.15.3.1 ARI
Air-Conditioning and Refrigeration Institute
1.15.3.2 ASA
American Standard Association
1.15.3.3 ASHRAE
19
American Society of Heating, Refrigeration
and Air-Conditioning Engineers
1.15.3.4 SMACNS
Sheet Metal and Air-Conditioning
Contractors National Association Inc.
1.15.3.5 NEMA
National Electrical Manufacturer Association
1.15.3.6 UL
1.15.3.7 ASTM
1.15.3.8 MEA
1.15.3.9 TIS
1.15.3.10 NEC
1.15.3.11 IEC
Underwriters Laboratories Inc.
American Society of Testing Material
Metropolitan Electricity Authority
Thai Industrial Standard
National Electrical Code
International Electrotechnical Commission
1.15.3.12 API
American Petroleum Industry
1.15.3.13 AWS
American Welding Society
1.15.3.14 BS
British Standard
1.15.3.15 ANS
American National Standards Institute
1.15.4 ระบบป้องกันเพลิงไหม้
1.15.4.1 กฎข้อบังคับของกองดับเพลิง กรมตํารวจ
1.15.4.2 NFPA
National Fire Protection Association
1.15.5 งานระบบปรับปรุงคุณภาพน้ํา, ประปา, และสุขาภิบาล
1.15.5.1 มาตรฐานน้ําดื่ม ของการประปานครหลวง
1.15.5.2 เทศบัญญัติกรุงเทพมหานคร
1.15.5.3 ASPE
1.15.5.4 ASSE
1.15.5.5 BOCA
1.15.5.6 International Inc.
1.15.6 งานระบบพลังแสงอาทิตย์
The American Society of Plumbing Engineers
American Society of Sanitary Engineers
Building Officials & Code Administrators
Plumbing Code
—
ASHKAR
American Society of Heating, Refrigerating
and Air-conditioning engineer
20
1.15.7 งานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร
1.15.7.1 MEA
1.15.7.2 FIT
1.15.7.3 TISI
1.15.7.4 NEC
1.15.7.5 NECS
1.15.7.6 UL
1.15.7.7 NEMA
Metropolitan Electricity Authority
The Engineering Institule of Thailand
Thai Industrial Standard Insitule
National Electrical Code
National Electical Safety Code
Underwriters Laboratories Inc.
National Electrical Manufacturers
Association
หลายเหตุ
1.15.7.8 NFPA
National Fire Protection Association
ๆ
มาตรฐานและข้อบังคับต่าง ๆ ที่อ้างถึงฉบับล่าสุดที่ปรากฏ ที่มีผลบังคับใช้จน วันที่ทําการติดตั้งด้วย โดยผู้ว่าจ้างจะต้องจัดหาเอกสารนั้น ๆ ประกอบ
เพื่อเสนอเรื่องให้พิจารณาต่อผู้ควบคุมงานหรือผู้ว่าจ้าง
ยู
กรณีทีแบบก่อสร้างหรือรายการประกอบแบบก่อสร้างเสดงรายละเอียด รับ
คนพิการ (Handicapped or Disabilities Persons) ขัดแย้งกัน หรือไม่เด่ ระบุให้แน่นอน หรือไม่ได้ระบุแบบก่อสร้าง ให้ถือมาตรฐานการออกแบบ หรือ
หรือมาตรฐานที่รับการอนุมัติจาก
Accessibility Guidelines ของ AA
สถาปนิก
21
หมวดที่ 2
งานด้านวิศวกรรมโยธา
2.1 การเจาะสํารวจวิเคราะห์ชั้นดิน
หากรายการกําหนดให้ดําเนินการเจาะสํารวจวิเคราะห์ชั้นดิน หรือเมื่อวิศวกรผู้ออกแบบพิจารณาแล้ว เห็นว่าควรจะมีการเจาะสํารวจวิเคราะห์ชั้นดินเพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อมูลสําหรับการก่อสร้าง
2.1.1 รายการทั่วไป
2.1.1.1 มาตรฐานการเจาะสํารวจดิน
ให้ทําการเจาะสํารวจเก็บตัวอย่างดินและทดสอบคุณสมบัติของชั้นดินทั้งในสนาม และใน
ห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ASTM
2.1.1.2 วิธีเจาะสํารวจดิน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องเจาะดินที่มี Hydraulic Jack สําหรับเก็บตัวอย่างดินแบบ
คงสภาพ (Undisturbed Samples) ได้ ในชั้นดินอ่อนหรืออ่อนมาก (Soft or very soft clay) จะต้องตอก ปลอกเหล็ก (Casing) เพื่อป้องกันหลุมเจาะทั้ง
2.1.2 วิธีการเก็บตัวอย่าง
หากมิได้กําหนดเป็นอย่างอื่น ให้เก็บตัวอย่างดินทุก ๆ ระยะความลึก 1.50 เมตร และทุกระยะ
ชั้นดินที่ติดต่อกัน หรือตามที่วิศวกรของผู้ว่าจ้างกําหนด
2.1.2.1 ในชั้นดินอ่อนถึงแข็งปานกลาง ให้เก็บตัวอย่างดินแบบคงสภาพ
ให้เก็บตัวอย่างดินแบบคงสภาพ (Undisturbed
Samples) ด้วยกระบอกเปลือกบาง (Thin Walled Shelby Tube)
ตามแบบมาตรฐาน ASTM D1587 2.1.2.2 ในชั้นดินแข็งและดินปนทราย ให้เก็บตัวอย่างด้วยกระบอกผ่า (Split Spoon) ตาม
มาตรฐาน ASTM D1586
ตัวอย่างที่เก็บได้ทั้งหมดต้องบรรจุไว้ในภาชนะที่สามารถปิดให้มิดชิด มิให้อากาศเข้าออกได้และ
ต้องเก็บไว้ในที่ร่มแสงแดดส่องไม่ถึง ตัวอย่างที่เก็บได้ต้องรีบนําส่งห้องปฏิบัติการทดลองโดยเร็วเพื่อทําการ
ทดสอบต่อไป
2.1.3 การทดสอบ
2.1.3.1 การทดสอบในสนาม
(1) สําหรับพวก Cohesive Soil ให้หาค่ากําลังรับแรงเฉือนของดินเหนียว โดยใช้ Pocket Penetrometer ทันทีที่เก็บตัวอย่างดินขึ้นมา
22
(2) ให้หาค่า Blow Count จากการเก็บตัวอย่างด้วย Split Spoon Samples ตามแบบ
มาตรฐาน ASTM D 1586
(3) ให้หาค่า Field Log จดบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ ของชั้นดิน เช่น ลักษณะดิน ความลึก
Blow Court ฯลฯ
(4) ให้ทําการวัดระดับน้ําใต้ดินในหลุมเจาะหลังจากเจาะเสร็จแล้วประมาณ 24 ชั่วโมง
2.1.3.2 การทดสอบในห้องปฏิบัติการทดลอง
ให้ทําการทดสอบตัวอย่างดินที่เก็บมาได้ทางกลศาสตร์ของดินดังต่อไปนี้
(1) Atterberg Limit (LL, PL. PI)
(2) Unconfined Compressive Strength สําหรับตัวอย่างดินเหนียว
(3) Unit Weight
(4) Natural water Content
(5) Sieve Analysis
2.1.4 การรายงานผล เอกสารการรายงานจะต้องประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้
2.1.4.1 โครงการและสถานที่ตั้งโครงการ
2.1.4.2 แผนผังแสดงตําแหน่งหลุมเจาะและที่ตั้งโครงการ
2.1.4.3 ค่ามาตรฐานต่าง ๆ และทฤษฎีเกี่ยวกับการวิเคราะห์วิจัยชั้นดิน
2.1.4.4 รายงานการเจาะสํารวจและเก็บตัวอย่าง
2.1.4.5 รายการวิเคราะห์วิจัยในสนาม
2.1.4.6 รายงานการวิเคราะห์วิจัยในห้องปฏิบัติการทดลอง
2.1.4.7 Boring Log และแผนภูมิแสดงค่าต่าง ๆ
2.1.4.8 จําแนกชนิดของดินตามระบบ Unified Soil Classification System 2.1.4.9 กราฟหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่จําเป็น
2.1.4. 10 คําแนะนําเกี่ยวกับการออกแบบฐานราก เสาเข็ม และระดับปลายเสาเข็ม 2.1.4.11 รายละเอียดการวิเคราะห์ค่า Bearing Capacity ของเสาเข็ม
2.1.4.12 บทสรุป
2.1.4.13 รายชื่อคณะทํางาน
2.1.4.14
ลายเซ็นวิศวกรระดับวุฒิวิศวกรผู้ให้ความเห็นทางวิศวกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในรายการที่ 2.1.4.10, 2.1.4.11 และ 2.1.4.12
23
ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งรายการเป็นรูปเล่ม จํานวนไม่น้อยกว่า 5 ชุด เพื่อให้วิศวกรออกแบบทราบ และให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการก่อสร้างอื่นที่เกี่ยวข้อง
2.2 งานดิน
2.2.1 รายการทั่วไป
2.2.1.1 การขุดหรือถม จะต้องดําเนินการด้วยความระมัดระวัง มิให้เกิดการเคลื่อนตัวของดินเป็น
เหตุให้เกิดอันตรายต่อโครงสร้างภายในบริเวณก่อสร้างหรือบริเวณข้างเคียง
2.2.1.2 ก่อนดําเนินการขุดหรือถมดิน ผู้รับจ้างจะต้องสํารวจแนวสิ่งก่อสร้างใต้ดิน พร้อมจัดทํา แผนผังแสดงตําแหน่งสิ่งก่อสร้าง (เช่น ฐานรากอาคารเดิม แนวท่อระบายน้ํา แนวสาธารณูปโภค ถังเก็บ น้ําใต้ดินเดิม เป็นต้น) ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนดําเนินการขุด
2.2.1.3 สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ทั้งที่อยู่บนดินหรือใต้ดิน หากเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง มีความ จําเป็นต้องเคลื่อนย้ายหรือทุบทําลายแล้วสร้างใหม่ทดแทน ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ดําเนินการโดยค่าใช้จ่าย
ทั้งหมดเป็นของผู้รับจ้าง
2.2.1.4 หากจําเป็นต้องก่อสร้างโครงสร้างชั่วคราว เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน ผู้รับจ้าง จะต้องส่งรายการคํานวณ และ Shop Drawing ให้วิศวกรควบคุมงานของผู้ว่าจ้างพิจารณาก่อน และระหว่าง ดําเนินการ ผู้รับจ้างจะต้องมีวิศวกรกํากับดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
2.2.1.5 ในกรณีที่ขุดพบโบราณวัตถุ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบทันที วัตถุโบราณที่ขุดได้ นั้นต้องตกเป็นสมบัติของผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น
น
2.2.1.6 ก่อนทําการถม ผู้รับจ้างจะต้องกําจัดสิ่งก่อสร้างที่กีดขวางและอุปสรรคต่อการดําเนินการ ทั้งที่อยู่เหนือพื้นดินหรือใต้พื้นดิน รวมถึงกําจัดต้นไม้ (ในกรณีไม่เคลื่อนย้าย) ตอไม้ รากไม้ สิ่งปฏิกูล วัชพืช สิ่งปลูกสร้างเดิม และลอกดินเลนออกก่อนแล้วให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบก่อนจึงจะดําเนินการต่อไปได้ 2.2.1.7 การถมดิน จะต้องได้ระดับที่เหมาะสมเพื่อการทรุดและทรงตัวของมวลดิน ผู้รับจ้างต้อง จัดการให้ได้ระดับสุดท้ายตรงตามรูปแบบ
2.2.2 การเคลื่อนย้ายดิน
2.2.2.1 การเคลื่อนย้ายดินเข้าหรือออกจากสถานที่ก่อสร้าง
ผู้ควบคุมงานก่อน
จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก
2.2.2.2 การเคลื่อนย้ายดินจะต้องไม่ทําให้เกิดความสกปรกต่อถนนและทางสาธารณะ และไม่
เกิดความเดือดร้อนรําคาญแก่ประชาชน
24
2.3 งานรื้อถอน
2.3.1 รายการทั่วไป
2.3.1.1 หากมีสิ่งก่อสร้างเดิมเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง จําเป็นต้องรื้อถอนหรือรื้อย้ายและมิได้ กําหนดไว้ในรายการ ผู้รับจ้างจะต้องขออนุมัติก่อนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม
2.3.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้สํารวจสิ่งก่อสร้างที่จะต้องทําการรื้อเองและจัดทําแผนงาน ตลอดจน พิจารณาขั้นตอนการทํางานต่าง ๆ เพื่อให้การดําเนินงานมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
2.3.2 การดําเนินการ
2.3.2.1 การรื้อถอนจะต้องดําเนินมาตรการป้องกันมลภาวะตามประกาศกรุงเทพมหานคร
2.3.2.2 หากไม่ได้กําหนดเป็นอย่างอื่นและไม่เป็นปัญหาอุปสรรคต่ออาคาร หรือสิ่งก่อสร้างที่จะ สร้างใหม่ ให้ทุบรื้อโครงสร้างใต้ดินให้มีระยะทางราบห่างจากสิ่งก่อสร้างใหม่ไม่น้อยกว่า 0.50 เมตร และมี ระยะทางวิ่งไม่น้อยกว่า 1.00 เมตรจากระดับดินหรือระดับพื้นบริเวณนั้น
2.3.2.3 หลุมหรือช่องว่างที่เกิดจากการรื้อถอน และโครงสร้างที่เป็นลักษณะกล่องหรือกลวงอยู่ ใต้ดิน เช่น ถังน้ํา, ท่อระบายน้ํา เป็นต้น (อาจจะต้องทุบรื้อส่วนบนโครงสร้าง เช่น พื้นบนของถังเก็บน้ํา บางส่วนหรือทั้งหมดก่อนดําเนินการถมทราย)
2.3.2.4 วัสดุที่ได้จากการรื้อถอน ซึ่งหากผู้ควบคุมงานเห็นว่าสามารถจะนํามาใช้งานได้ หรือ เห็นสมควรนํามาเพื่อดําเนินการต่ออย่างใดอย่างหนึ่ง วัสดุนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างจะ ต้องดําเนินการรื้อด้วยความระมัดระวัง
2.3.2.5 เศษวัสดุจากการรื้อถอน เป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างในการขนย้ายและหาสถานที่ นําไปทิ้งนอกพื้นที่ก่อสร้าง ทั้งนี้ ต้องไม่ทําให้เกิดความสกปรกต่อถนนและทางสาธารณะและไม่เกิดความ เดือดร้อนรําคาญแก่ประชาชน
2.4 งานนั่งร้าน และงานแบบหล่อ
2.4.1 รายการทั่วไป
2.4.1.1 เป็นความรับผิดชอบของวิศวกรของผู้รับจ้างที่จะต้องเป็นผู้ออกแบบ และคํานวณการรับ น้ําหนักของโครงสร้างนั่งร้าน ค้ํายัน และไม้แบบ ให้สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์และปลอดภัย
2.4.1.2 การคํานวณชิ้นส่วนต่าง ๆ จะต้องคํานึงถึงแรงกระทําจริงต่อโครงสร้างส่วนนั้น ๆ ให้ สามารถต้านทานการโก่ง และหน่วยแรงที่เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับองค์อาคาร
2.4.1.3 จะต้องออกแบบให้นั่งร้าน มีความกว้าง ความยาว ความสูง ที่เหมาะสมกับการทํางาน
พร้อมต้องออกแบบให้ราวกันตกด้วย
25
2.4.1.4 การออกแบบติดตั้งค้ํายันและไม้แบบ จะต้องคํานึงถึงระยะโก่งและการทรุดตัวที่อาจจะ เกิดขึ้นด้วย เพื่อไม่ให้งานคอนกรีตผิดรูปทรงจากแบบที่กําหนด
2.4.1.5 ผู้ควบคุมงานจะต้องตรวจสอบระดับแนว
อนุมัติให้เทคอนกรีต
2.4.2 วัสดุ
และความมั่นคงแข็งแรงของแบบหล่อก่อน
วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างนั่งร้านและแบบหล่อ จะต้องเหมาะสมกับส่วนของงานที่ใช้และมีความ
คงทนเหมาะสมกับสภาพการใช้งาน โดยความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
2.4.3 การติดตั้ง และการปฏิบัติงาน
2.4.3.1 การก่อสร้างนั่งร้าน จะต้องจัดให้มีทางขึ้น-
ผู้ปฏิบัติงาน
ที่เหมาะสมและปลอดภัยสําหรับ
2.4.3.2 แบบหล่อจะต้องได้รับการตรวจและอนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อน จึงจะดําเนินการวาง
เหล็กเสริมได้
ออกมา
2.4.3.3 การประกอบแบบหล่อ จะต้องแน่นเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้มอร์ต้าร์จากคอนกรีตไหล
2.4.3.4 ก่อนการเทคอนกรีต จะต้องให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบการวางเหล็ก และความสะอาด ของแบบหล่อก่อน โดยแบบหล่อจะต้องปราศจากฝุ่น มอร์ต้าร์และสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ทั้งนี้ อาจทําช่อง
เปิดชั่วคราวที่แบบหล่อไว้สําหรับการทําความสะอาด
2.4.3.5 การถอดแบบหล่อ
แบบหล่อและค้ํายันจะต้องติดตั้งคงไว้กับที่เป็นเวลาไม่น้อยกว่าที่
ระบุข้างล่างนี้ โดยนับเวลาที่เทคอนกรีตแล้วเสร็จ
ตารางที่ 2.1 ระยะเวลาถอดแบบหล่อคอนกรีต
ชนิดโครงสร้าง
ระยะเวลาถอดแบบหล่อคอนกรีต
แบบข้างเสา, ข้างคาน, ผนัง
2 วัน
แบบล่างรองรับพื้น
7 วัน แล้วค้ํากลางพื้นไว้อีก 21 วัน
แบบล่างรองรับคาน
14 วัน แล้วค้ํายันกลางคานไว้อีก 14 วัน
ในกรณีที่มีการใช้คอนกรีตที่ให้กําลังสูงเร็ว (High Early Strength Concrete) หรือการบ่ม
พิเศษอื่น หากผู้รับจ้างต้องการจะถอดแบบหรือค้ํายันเร็วกว่าที่กําหนดข้างต้น จะต้องเสนอขอความ
เห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
26
แต่ผู้ควบคุมงานอาจสั่งให้ยืดระยะเวลาการถอดแบบและค้ํายันออกไปอีก
ตามที่เห็นสมควร
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าครบกําหนดเวลาการถอดแบบและค้ํายันตามที่ระบุหรือได้รับอนุมัติแล้วก็ตาม หากเกิด ความชํารุดใด ๆ ขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการแก้ไขและซ่อมแซม
2.4.3.5 ผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษาแบบหล่อที่นํามาใช้ซ้ําให้คงรูปร่างกําลัง ความดันน้ํา และ
คุณภาพของผิวให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมกับการใช้งานอยู่เสมอ
2.5 งานคอนกรีต
2.5.1 รายการทั่วไป
งานคอนกรีตในที่นี้หมายถึง การทํางานคอนกรีตสําหรับโครงสร้างตามแบบและรายการก่อสร้าง อย่างเคร่งครัด รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับงานคอนกรีตที่มิได้ระบุในแบบ หรือรายการก่อสร้างให้ถือปฏิบัติ ตาม “มาตรฐานสําหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ๆ
ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายการคํานวณส่วนผสมคอนกรีตที่จะใช้ในการก่อสร้างทุกรายการ ให้วิศวกร
ผู้ออกแบบพิจารณาเห็นชอบก่อนจึงจะนําไปใช้ในการก่อสร้างได้ ทั้งนี้ ต้องมีวิศวกรไม่ต่ํากว่าระดับสามัญ
วิศวกรของผู้รับจ้าง หรือขอบริษัทผู้ผลิตคอนกรีตลงลายมือชื่อเป็นผู้ออกแบบด้วย
2.5.2 วัสดุ
2.5.2.1 ปูนซีเมนต์
ปูนซีเมนต์จะต้องเป็นปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.15
ชนิดที่เหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปหากไม่กําหนดเป็นอย่างอื่น ให้ใช้ปูนซีเมนต์ประเภท 1
ะ
2.5.2.2 นา
น้ําที่ใช้ในการผสมและบ่มคอนกรีต ต้องเป็นน้ําสะอาดสามารถดื่มได้ ปราศจากเกลือ
กรด, สารอินทรีย์, ตะกอน หรือสารอย่างอื่นที่จะเป็นอันตรายต่อคอนกรีต ไม่อนุญาตให้นําน้ําจากแม่น้ํา
ล่าคลองมาใช้
2.5.2.3 มวลรวม
(1) มวลรวมที่ใช้สําหรับคอนกรีตจะต้องแข็งแกร่ง มีความคงตัว ไม่ทําปฏิกิริยากับปูนซีเมนต์
(2) มวลรวมหยาบและมวลรวมละเอียด จะต้องแยกเก็บไม่ให้ปนคละกัน หินย่อยหรือกรวด ต้องมีลักษณะเม็ดไปทางจตุรัส จะต้องมีก้อนที่มีลักษณะขนาดด้านหนึ่งเกิน 3 เท่าของอีกด้านหนึ่ง ปะปนได้ ไม่เกินร้อยละ 20 โดยน้ําหนัก และจะต้องเป็นก้อนแกร่งไม่ผุ ไม่มีฝุ่นดินหรือสิ่งสกปรกเจือปน ก่อนนําไปใช้ ต้องนําไปล้างน้ําให้สะอาดและปล่อยให้สะเด็ดน้ําก่อน
27
ปริมาณสารเจือปนต้องไม่เกินดังนี้
ดินเหนียว
วัตถุที่มีขนาดเม็ดเล็กกว่าตะแกรงเบอร์ 200
ความแกร่งต้องมีค่าความแกร่งที่ทดลองตามวิธีมาตรฐานตามที่กําหนดดังนี้
อินทรียวัตถุ
Crushing Value
Impact Value
ร้อยละ 0.25
ร้อยละ 1
ร้อยละ 0
ไม่เกินร้อยละ 35
ไม่เกินร้อยละ 35
Abbraive Value
ไม่เกินร้อยละ 50
Loss in Soundness Test
ไม่เกินร้อยละ 12
1
ส่วนคละของหินย่อยหรือกรวด
ขนาดตะแกรงร่อน
ร้อยละ โดยน้าหนักของหินหรือกรวดที่ผ่านตะแกรง
1% นิ้ว
1 นิ้ว
4
% นิ้ว
90-100
90-100
% นิ้ว
%
3 นิค
เบอร์ 4
2.5.2.4 สารเคมีผสมเพิ่ม
ๆ
26-60
0-10
สารเคมีผสมเพิ่ม ได้แก่ สารผสมอื่น ๆ ที่ใช้ผสมเพื่อปรับปรุงคุณภาพคอนกรีตให้ดีขึ้น โดยผู้รับจ้างจะต้องเสนอขอความเห็นชอบจากผู้ออกแบบก่อนนําไปใช้
2.5.3 การปฏิบัติงาน
2.5.3.1 การจัดเก็บวัสดุ
(1) ปูนซีเมนต์ จะต้องเก็บในสถานที่แห้งมีหลังคาและผนังปกคลุมมิดชิด พื้นยกสูงไม่ต่ํากว่า 30 ซม. มีความแข็งแรงสามารถรับน้ําหนักของปูนซีเมนต์ได้
(2) การกองมวลหยาบและละเอียด จะต้องกองในลักษณะที่ป้องกันมิให้ปะปนกัน พื้นที่ที่ กองมวลรวมแต่ละชนิด ให้ปูไม้กระดานหรือเทคอนกรีตหยาบรองรับ ต้องมีการป้องกันใบไม้ ลูกไม้ ตกลง
มาปะปนในมวลรวมด้วย
28
(3) การเก็บสารเคมีผสมเพิ่ม ต้องระวังอย่าให้เกิดการเปื้อน การระเหยหรือเสื่อมสภาพ ถ้าเป็น สารเคมีชนิดเหลวจะต้องป้องกันมิให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมากเกินไป เพราะจะทําให้คุณสมบัติของ
สารเปลี่ยนไปได้
2.5.3.2 การผสมเทคอนกรีต
(1) คอนกรีตที่ใช้ในการก่อสร้างงานโครงสร้างต่าง ๆ ให้ใช้คอนกรีตผสมเสร็จ (Ready- Mixed Concrete) เท่านั้น ที่ได้รับมาตรฐานตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก. 213)
(2) สําหรับการผสมและการขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จให้ปฏิบัติตามข้อกําหนดสําหรับคอนกรีต
ผสมเสร็จ ASTM C-94
(3) หากคอนกรีตที่ใช้ปริมาณไม่มาก ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะใช้คอนกรีตผสมเสร็จ หรือในกรณีที่ ต้องการเทต่อเนื่องเร่งด่วน ก็อาจจะผสมคอนกรีตเอง ณ ที่ก่อสร้างได้ แต่ต้องใช้เครื่องผสมคอนกรีตโดยได้ รับการอนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อน และดําเนินการตามส่วนผสมที่ได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น
2.5.3.3 การเตรียมงานก่อนเทคอนกรีต
(1) ผู้รับจ้างจะเทคอนกรีตส่วนหนึ่งส่วนใดของโครงสร้างได้ ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุม งานเสียก่อน โดยจะต้องขออนุมัติเทคอนกรีตล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งแสดงจํานวนคอนกรีต ที่จะต้องเทบริเวณที่ต้องการเท และรอยต่อการหยุดเทคอนกรีตต่อผู้ควบคุมงาน
(3) ก่อนการเทคอนกรีต ผู้รับจ้างต้องเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ แรงงานที่จําเป็น และ เพียงพอสําหรับงานคอนกรีตที่จะทํา เพื่อให้งานคอนกรีตเสร็จสมบูรณ์และมีคุณภาพดี รวมทั้งจัดการ ตรวจสอบความเรียบร้อย ความมั่นคงแข็งแรงของแบบหล่อโครงรับค้ํายัน และจัดให้มีการทําความสะอาดผิว
และสภาพภายในแบบหล่อให้เรียบร้อย
(3) คอนกรีตที่ขนส่งจากเครื่องผสมไปยังจุดที่จะเทนั้น จะต้องขนส่งด้วยวิธีซึ่งจะป้องกันมิให้ คอนกรีตแยกตัวหรือหกรั่ว ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องเสนอวิธีการขนส่ง ให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติก่อน
ดาเนินการ
(4) แบบหล่อจะต้องเสร็จเรียบร้อย สะอาด จะต้องขจัดน้ําส่วนเกินที่ฉีดแบบหล่อและวัสดุ แปลกปลอมใด ๆ ออกให้หมด เหล็กเสริมจะต้องผูกให้เข้าที่ถูกต้องและเรียบร้อย วัสดุต่าง ๆ ที่จะฝังใน คอนกรีต จะต้องติดตั้งเข้าที่อย่างมั่นคงเรียบร้อยแล้ว และการเตรียมการต่าง ๆ ทั้งหมดต้องได้รับความ
เห็นชอบแล้ว จึงจะดําเนินการเทคอนกรีตได้
29
และน่าปูน
2.5.3.4 การล้าเสียงและการเทคอนกรีต
(1) วิธีการลําเลียงคอนกรีตและวิธีการเทคอนกรีตจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อน (2) การลําเลียงคอนกรีตต้องระวังมิให้เกิดการแยกตัว หรือมีการสูญเสียวัสดุทั้งส่วนมวลรวม
(3) ต้องกําจัดวัสดุแปลกปลอมออกจากอุปกรณ์การลําเลียง
(4) ควรหลีกเลี่ยงการเทคอนกรีต ในขณะที่สภาวะอากาศไม่เหมาะสม เช่น มีแสงแดดแรงจัด อากาศร้อน มีลมแรง และมีฝน เป็นต้น นอกจากจะมีการป้องกันที่เหมาะสม
(5) หากไม่มีการกําหนดค่าการยุบตัวหรือมีการอนุมัติส่วนผสมคอนกรีต (Mixed Design) ซึ่งมี
ตามส่วนผสมคอนกรีตนั้นให้ใช้ค่าการยุบตัวตามตารางข้างล่างนี้
การกําหนดค่ายุบตัว
ตารางที่ 2.2 แสดงค่ายุบตัว
ฐานราก
ตาแหน่งโครงสร้าง
แผ่นพื้น, คาน, ผนัง
เสาเข็มเจาะ, เสา
ผนังบาง (หนาน้อยกว่า 12 ชม.)
ค่าการยุบตัว, เซนติเมตร
2.5-7.5
5-10
10-15
7.5-12.5
(6) จะต้องเทคอนกรีตให้ใกล้ตําแหน่งที่จะเทให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการ
แยกตัว ในกรณีที่ต้องเทคอนกรีตที่มีระยะสูง ให้เทคอนกรีตโดยผ่านท่อเทคอนกรีต
(7) ในระหว่างการเทและภายหลังการเท ต้องทําให้คอนกรีตให้แน่นตัวสม่ําเสมอด้วยเครื่องสั่น สะเทือนคอนกรีต (Concrete Vibrator)
(8) หากไม่กําหนดเป็นอย่างอื่น ให้เทคอนกรีตเป็นชั้นตามแนวราบ หนาชั้นละไม่เกิน 30 เซนติเมตร โดยต้องเทและสั่นคอนกรีตชั้นบนให้เสร็จและแน่นก่อนที่คอนกรีตชั้นล่างจะเริ่มแข็งตัว ทั้งนี้ หาก โครงสร้างที่มีความหนามาก ให้ผู้รับจ้างเสนอแผนการเทแสดงขั้นตอนการทํางาน แรงงาน เครื่องจักรและ เวลาที่จะใช้ให้ผู้ควบคุมงานเห็นชอบก่อน
(9) การเทคอนกรีตฐานรากและเสาแต่ละชั้น ให้ทําอย่างต่อเนื่องจนการเทแล้วเสร็จ
(10) ในกรณีที่มิได้ระบุตําแหน่งและรายละเอียดหารอยต่อขณะก่อสร้างไว้ ให้ผู้รับจ้างเสนอ รอยต่อจะต้องวางในตําแหน่งซึ่งจะ
การหยุดรอยต่อหาคอนกรีตให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติล่วงหน้า
ทําให้โครงสร้างเสียความแข็งแรงให้น้อยที่สุด ตําแหน่งที่อนุญาตให้มีรอยต่อในขณะก่อสร้างอาคารได้มีดังนี้
- สําหรับเสาให้เทระดับ 2.5 เซนติเมตร ต่ําจากท้องคาน หัวเสา รอยต่อต้องเป็นแนวระดับ
สําหรับคานหรือพื้น ให้เทถึงกึ่งกลางคานหรือพื้นเป็นแนวดิ่ง
30
เมื่อเทคอนกรีตต่อจากที่หยุดไว้ ให้กะเทาะหน้าคอนกรีตเก่าและแปรงด้วยแปรงลวด
แล้วพรมน้ําให้เปียกทั่ว ราดด้วยน้ําปูนซีเมนต์ข้น ๆ ก่อนเทคอนกรีตทับรอยต่อนั้น
(11) ห้ามเทคอนกรีตงานโครงสร้างที่สัมผัสกับดินโดยตรง โดยไม่มีคอนกรีตหยาบรองไว้ก่อน แต่ทั้งนี้อาจใช้ไม้แบบหรือวัสดุอื่นปูคลุมดินก่อนได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
2.5.3.5 การบ่มคอนกรีต
ต้องคงสภาพผิวคอนกรีตให้เปียกชื้นอย่างทั่วถึงเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยหลังวันเท
คอนกรีต เช่น คลุมผิวคอนกรีตด้วยผ้ากระสอบชุ่มน้ํา ดูแลรักษาผ้ากระสอบให้อยู่ในสภาพดีและเปียกชื้นอยู่ เสมอ นอกจากนี้ยังต้องป้องกันอันตรายต่อคอนกรีตจากแสงแดดและลมด้วย การบ่มโดยใช้น้ํายาเคมีหรือใช้ วัสดุอื่นห่อหุ้มคอนกรีต จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อน
2.5.4 การทดสอบ
2.5.4.1 หากไม่ได้มีการกําหนดค่ากําลังอัดประลัยของคอนกรีต ให้ใช้ค่าตามตารางข้างล่างนี้เป็น
เกณฑ์ โดยการทดสอบด้วยแท่งทรงกระบอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 เซนติเมตร สูง 30 เซนติเมตร ที่อายุ 28 วัน สําหรับคอนกรีตประเภทที่ 1 และ 7 วัน สําหรับคอนกรีตประเภทที่ 3
ตารางที่ 2.3 แสดงค่ากําลังอัดประลัยของคอนกรีต
ตําาแหน่งโครงสร้าง
โครงสร้างคอนกรีตอัดแรง
ค่ากําลังอัดประลัย กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร
350
โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
250
2.5.4.2 เก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบ อาจนํามาจากทุก ๆ รถ หรือตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด โดย ทุกวันที่มีการเทคอนกรีต จะต้องมีการเก็บตัวอย่างไม่น้อยกว่า 6 ตัวอย่าง สําหรับทดสอบที่ 7 วัน 3 ตัวอย่าง และที่ 28 วัน อีก 3 ตัวอย่าง
2.5.4.3 คอนกรีตหยาบอาจใช้ไม่ผสมคอนกรีต ณ สถานที่ก่อสร้าง
ซีเมนต์ : ทราย : หิน 1 : 3:5 โดยปริมาตร
โดยใช้อัตราส่วน
31
2.6 งานเหล็กเสริม
2.6.1 รายการทั่วไป
คอนกรีต
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างฝีมือที่มีความชํานาญในการดําเนินการตัด งอ ดัด วางเหล็กเส้นเสริม เพื่อให้การดําเนินการเป็นไปตามรูปแบบ รายการ และตามคําแนะนําของผู้ควบคุมงานอย่าง เคร่งครัด รายละเอียดเกี่ยวกับเหล็กเสริมคอนกรีตซึ่งมิได้ระบุในแบบและรายการก่อสร้าง ให้ถือปฏิบัติตาม
“มาตรฐานสําหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
2.6.2 วัสดุ
2.6.2.1 เหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย
มอก. 20-2543
เหล็กเส้นกลมที่ใช้เป็นเหล็กเส้นกลมผิวเรียบ ชนิด SR-24 มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน ห้ามใช้เหล็กรีดซ้ําในการก่อสร้างโดยเด็ดขาด
เหล็กเส้นข้ออ้อยที่ใช้มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 24-2536 หากไม่กําหนดเป็น
อย่างอื่นให้ใช้ชนิดตามที่ระบุต่อไปนี้
ตารางที่ 2.4 แสดงขนาด
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
6 มม. ถึง 9 มม.
10 มม.ถึง 25 มม.
ใหญ่กว่า 25 มม.
ชนิด
SR-24
SD-30
SD-40, SD-50
ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียดของเหล็กเสริมที่จะใช้ให้วิศวกรผู้ออกแบบเห็นชอบก่อน
2.6.2.2 ลวดผูกเหล็ก
ลวดผูกเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.25 มิลลิเมตร มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน
มอก.138
2.6.3 การปฏิบัติงาน
2.6.3.1 ผู้รับจ้างจะต้องส่งสําเนาใบสั่งซื้อเหล็กเส้นให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบ
ตัวอย่าง เพื่อการทดสอบทุกครั้งที่มีการนําเหล็กเส้นเข้าบริเวณก่อสร้าง
พร้อมตัดเหล็ก
2.6.3.2 เหล็กเสริมที่ผ่านการทดสอบคุณภาพแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถนํามาใช้ในงานก่อสร้างได้ ส่วนเหล็กเสริมที่รอผลการทดสอบห้ามนํามาใช้และเหล็กเสริมที่มีคุณภาพต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างต้องนํา
ออกไปให้พ้นบริเวณก่อสร้างโดยทันที
32
2.6.3.3 ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาเหล็กเสริมคอนกรีตไว้เหนือพื้นดินและต้องมีหลังคาคลุม เมื่อจัด เรียงเหล็กเส้นเข้าที่พร้อมจะเทคอนกรีตแล้ว เหล็กนั้นจะต้องสะอาดปราศจากโคลน น้ํามัน สี สนิมขุม หรือ สิ่งแปลกปลอดอื่น ๆ
2.6.3.4 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดทําแบบรายละเอียด (Shop Drawing) ที่จําเป็นประกอบการ ก่อสร้าง โดยต้องขออนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อนนําแบบนั้นไปดําเนินการ
2.6.3.5 การตัดและดัดงอเหล็กเสริมต้องใช้วิธีดัดเย็นเท่านั้น ผู้ควบคุมงานตรวจสอบอนุมัติก่อน โดยดําเนินการตามรายละเอียดดังนี้
2.6.3.6 การงอเหล็กเสริม ให้ปฏิบัติตามรายละเอียดดังนี้
รูปที่ 2.1 การงอเหล็กเสริม
ซึ่งวิธีการและเครื่องมือต้องให้
4d60
R
การงอครึ่งวงกลม
UF
R
12d
การงอเป็นมุมฉาก
d
d
33
2.6.3.7 การงอเหล็กปลอก ให้ปฏิบัติตามรายละเอียดดังนี้
รูปที่ 2.2 การงอเหล็กปลอก
ขนาดเหล็ก d
9-15
16 มม.ขึ้นไป
RT
R
i
การงอเหล็กปลอก 90
d
R R
จ
6d 60 mm.
6i » 60 nun
การงอเหล็กปลอก 135
การงอเหล็กปลอก
รัศมีการงอเล็กที่สุด (R) (วัดด้านในของเหล็กที่งอ
2.5 d
3 d
34
2.6.3.8 การเรียงเหล็กเสริมที่วางขนานกัน ให้ปฏิบัติตามรายละเอียดนี้
รูปที่ 2.3 การเรียงเหล็กเสริม
d
25 mm.
d
4 |
Ө
เหล็กเสริม
d
d
d
|
≥ d≥ 25 mm.
35
เหล็กเสริม
2.6.3.9 ความหนาขนาดคอนกรีตที่หุ้มเหล็กเสริม โดยวัดจากผิวนอกของคอนกรีตถึงผิวนอกของ
ตารางที่ 2.5 แสดงความหนาขนาดคอนกรีตที่หุ้มเหล็กเสริม
(1) คอนกรีตหล่อในที่
โครงสร้าง
- คอนกรีตที่หล่อติดกับดินและผิวคอนกรีตสัมผัสกับดิน
ตลอดเวลา - คอนกรีตที่สัมผัสดินหรือถูกแดดฝน
สําหรับเหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ใหญ่กว่า
16 มม.
สําหรับเหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. และ
เล็กกว่า - คอนกรีตที่ไม่สัมผัสกับดินหรือไม่ถูกแดดฝน
แผ่นพื้น ผนัง
คาน
เสา
ระยะหุ้มเหล็ก, เซนติเมตร
7.5
5.0
4.0
2.0
3.0
3.5
(2) คอนกรีตหล่อสําเร็จ (ควบคุมคุณภาพและหล่อคอนกรีตจากโรงงาน)
โครงสร้าง
- คอนกรีตที่สัมผัสดินหรือถูกแดดฝน
ระยะหุ้มเหล็ก, เซนติเมตร
ในแผ่นผนัง
ในองค์อาคารชนิดอื่น
สําหรับเหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 16 มม.
สําหรับเหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. และ - คอนกรีตที่ไม่สัมผัสกับดินหรือไม่ถูกแดดฝน
เล็กกว่า
แผ่นพื้น ผนัง
คาน
เล่า
2.0
4.0
3.0
1.5
2.5
3.0
36
(3) เหล็กเสริมมัดรวมกันเป็นกํา
·
ALL
ระยะหุ้มต่ําสุดของคอนกรีตเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางของทั้งกํารวมกัน
มากกว่า 5 ซม.
แต่ไม่จําเป็น
ในกรณีคอนกรีตที่หล่อติดกับดินและผิวคอนกรีตสัมผัสกับดินตลอดเวลา ระยะหุ้มต่ํา
สุดต้องไม่น้อยกว่า 7.5 ซม.
(4) ในสภาวะแวดล้อมที่มีการกัดกร่อน หรือถูกสัมผัสกับสภาวะรุนแรงอื่น ๆ ต้องเพิ่มระยะ โดยการเพิ่มความแน่นและลดความพรุนของ
หุ้มให้เหมาะสมและให้พิจารณาถึงการป้องกันคอนกรีต คอนกรีตหรือหาวิธีป้องกันอื่น ๆ
(6) การเตรียมการเพื่อการต่อเติมในอนาคต เหล็กเสริมส่วนที่เปลือยหัวยึดที่ผังในคอนกรีต และแผ่นเหล็กที่เตรียมไว้สําหรับยึดต่อกับส่วนที่จะต่อเติมในอนาคต ต้องป้องกันการผุกร่อน
2.6.3.10 การต่อเหล็กเสริม
(1) การต่อเหล็กโดยวิธีทาบ โดยให้มีระยะทาบไม่น้อยกว่า 50 เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลาง ของเหล็กเส้นกลมธรรมดา และ 40 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กข้ออ้อย
(2) การต่อเหล็กโดยวิธีเชื่อม ให้ใช้สําหรับการต่อเหล็กเสริมที่มีขนาดโตกว่า 25 มม. โดย การเชื่อมมี 2 วิธี คือ
การเชื่อมแบบต่อชน ให้เหลาปลายเหล็กชนปลายและต่อเชื่อมด้วยไฟฟ้า (Electric
Arc Welding)
การเชื่อมแบบต่อทาบ ให้ทาบเหล็กที่จะต่อเป็นระยะ 36 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลาง แล้วเชื่อมที่ช่วงปลาย 2 ข้าง และตรงกลางของระยะ โดยรอยเชื่อมแต่ละตําแหน่ง
ยาวไม่น้อยกว่า 100 มม.
การต่อเหล็กเสริมโดยวิธีเชื่อม จะต้องให้กําลังของระยะเชื่อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของกําลังของเหล็กเสริมนั้น ก่อนเริ่มงานเหล็กเสริม ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบ ส่งตัวอย่างรอยเชื่อมจากสถาบันที่เชื่อถือได้อย่างน้อย 3 ชุด ให้ผู้ควบคุมงานไว้เป็น หลักฐานอ้างอิง เปรียบเทียบ และตรวจงาน โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้าง - ตําแหน่งรอยต่อของเหล็กเสริม ให้ปฏิบัติดังนี้
37
ตารางที่ 2.6 แสดงการปฏิบัติในตําแหน่งรอยต่อของเหล็กเสริม
ชนิดขององค์อาคาร
คานและแผ่นพื้น
เสา, ผนัง
ฐานราก
ชนิดของรอยต่อ
ต่อทาบ ต่อเชื่อม (สําหรับเหล็ก
เส้นผ่าศูนย์กลางโตกว่า 25 มม.)
ต่อทาบหรือต่อเชือม
ห้ามต่อเด็ดขาด นอกจากมีความ
ตาแหน่งของรอยต่อ
เหล็กบนต่อบริเวณกลางพื้น หรือ
คาน เหล็กล่างต่อทีหน้าเสา หรือ
ระยะ L จากศูนย์กลางเสา เหนือระดับพื้น 1 เมตร จนถึง
ระดับ 1 เมตร ใต้พื้นชั้นบน
อื่น ๆ
หมายเหตุ :
Į
จําเป็นและอยู่ในดุลยพินิจของผู้
ควบคุมงาน
ตามแบบก่อสร้าง และข้อกําหนด
การต่อเหล็กเสริม
2.6.4 การทดสอบ
ในกรณีที่มีการต่อเหล็กเสริมที่มิได้กําหนดในแบบหรือที่กําหนดในตารางนี้ ทั้งตําแหน่งและวิธีการต่อจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
ณ หน้าตัดใด ๆ ของคาน จะมีรอยต่อของเหล็กเสริมเกินร้อยละ 25 ของ
ๆ
จํานวนเหล็กเสริมทั้งหมดไม่ได้
รอยต่อทุกแห่งจะต้องได้รับการตรวจและอนุมัติ โดยผู้ควบคุมงานก่อนเท
คอนกรีตรอยต่อนั้น
เป็นภาระของผู้รับจ้างที่จะต้องส่งตัวอย่างเหล็กเส้นทุกขนาดตามข้อ 2.6.3.1 ขนาดละ 3 ท่อน เพื่อนําไปทดสอบโดยปริมาณและความถี่ ในการทดสอบอยู่ในดุลยพินิจของ
ความยาวท่อนละ 1.00 ม.
ผู้ควบคุมงาน
38
2.7 งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ
2.7.1 รายการทั่วไป
จํานวณการรับ
2.7.1.1 เป็นความรับผิดชอบของวิศวกรของผู้รับจ้างที่จะต้องเป็นผู้ออกแบบ น้ําหนักของชิ้นส่วนประกอบและรอยต่อให้สมบูรณ์ กําหนดวิธีการติดตั้ง คํานวณระยะโก่งตัวเพื่อให้ระดับ และแนวเป็นไปตามรูปแบบหลังการติดตั้ง รวมถึงการจัดทําแบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing) ต่าง ๆ เพื่อการติดตั้ง โดยต้องส่งรายละเอียดให้วิศวกร กองออกแบบ พิจารณาอนุมัติก่อน
2.7.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่วงฝีมือที่มีความชํานาญในการดําเนินการตัด เชื่อมต่อ และติดตั้ง โครงสร้างเหล็ก เพื่อให้การดําเนินการไปตามรูปแบบและรายการ ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับเหล็กรูปพรรณซึ่ง มิได้ระบุในแบบและรายการก่อสร้าง ให้ถือปฏิบัติตาม มาตรฐานสําหรับอาคารเหล็กรูปพรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
2.7.2 วัสดุ
1
ยุ
ของ
2.7.2.1 เหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวง (Hollow Structural Steel Sections) ต้องได้มาตรฐาน
มอก. 107-2533
2.7.2.2 เหล็กโครงสร้างรูปพรรณเชื่อมประกอบ (Welded Structural Steel Sections) ต้องได้
มาตรฐาน มอก. 1303-2538
2.7.2.3 เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (Hot Rolled Structural Steel Sections) ต้องได้
มาตรฐาน มอก. 1227-2537
2.7.2.4 เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น (Cold Formed Structural Steel Section) ต้องได้
มาตรฐาน มอก. 1228-2537
2.7.2.5 ลวดเชื่อมเหล็ก ต้องได้มาตรฐาน มอก. 49
2.7.2.6 สลักเกลียว (Bolts) ต้องได้มาตรฐาน มอก. 291
2.7.2.7 เหล็กรูปพรรณทั้งที่ประกอบแล้ว และยังไม่ได้ประกอบ พื้นดิน จะต้องรักษาเหล็กให้ปราศจากฝุ่น ไขมัน หรือสิ่งแปลกปลอมอื่น
เหล็กเป็นสนิม
2.7.3 การปฏิบัติงาน
จะต้องเก็บไว้บนพื้นยกเหนือ
และต้องระวังรักษาอย่าให้
2.7.3.1 เมื่อวัสดุมาถึงสถานที่ก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบเพื่อตรวจสอบ โดยวัสดุที่นํามาใช้ต้องไม่มีรอยสนิมขุม ต้องมีพื้นที่หน้าตัดขวางคงที่ตลอด ไม่มีการโก่งงอ
39
2.7.3.2 การต่อเหล็กในสถานที่ก่อสร้าง
การต่อประกอบโครงสร้างเหล็กให้ใช้วิธีเชื่อมด้วยประกายไฟฟ้า
ตามรูปแบบหรือแบบขยายรายละเอียดที่ได้รับอนุมัติแล้ว
2.7.3.3 การเชื่อม
หรือด้วยสลักเกลียว
การเชื่อมเพื่อต่อชิ้นส่วนโครงสร้าง ให้เชื่อมด้วยไฟฟ้าตามที่กําหนดโดย American
Welding Society (AWS) โดยช่างเชื่อมต้องผ่านการทดสอบและมีประกาศนียบัตรรับรองจากสถาบันพัฒนา ฝีมือแรงงาน
2.7.3.4 ก่อนที่จะทําการประกอบโครงสร้างเหล็ก ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา Shop Drawing แสดง แสดงรายละเอียดที่เกี่ยวกับการตัดต่อ การประกอบ การติดตั้ง และวิธีการยกติดตั้ง ตลอดจนการยึดโยง
ชั่วคราว เสนอต่อผู้ควบคุมงานเพื่อพิจารณาเห็นชอบ
2.7.3.5 การทาสี
(1) การทาสีจะต้องกระทําบนผิวที่แห้ง สะอาด ปราศจากสนิม และวัสดุอื่น ๆ (2) โครงสร้างเหล็กควรจะต้องทาสีรองพื้นก่อนการติดตั้ง ยกเว้นขอบหรือบริเวณที่ต้อง เชื่อมในสถานที่ก่อสร้าง
(3) สีทั้งหมดที่ใช้ต้องมาจากผู้ผลิตรายเดียวเท่านั้น
(4) การเก็บรักษาสีให้เก็บในภาชนะที่ปิดแน่น
หรือเกิน 18 เดือน นับจากวันที่ผลิต
ห้ามใช้สีที่หมดอายุตามระบุบนภาชนะ
(5) ห้ามทาสีในขณะที่ผิวเหล็กกําลังร้อน ซึ่งอาจจะทําให้สีบวมหรือเกิดฟองที่ผิว (6) การทาสีต้องใช้ช่างทาสีที่มีฝีมือ จะทาด้วยแปรงทาสี หรือเครื่องพ่นสีก็ได้ (7) ในการทาสีแต่ละชั้น จะต้องเปลี่ยนเฉดสีให้ชัดเจนจากการทาชั้นก่อน
(8) ถ้าการทาสีไม่เรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้องขูดออกแล้วทาใหม่ให้เรียบร้อย (9) ก่อนทาสีขั้นสุดท้าย จะต้องให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบการเชื่อมต่อและสีรองพื้นให้ เรียบร้อยก่อน ถ้ามีบริเวณที่ต้องทาสีรองพื้นใหม่ให้ผู้รับจ้างดําเนินการทาสีซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน
(10) หากมิได้ระบุเป็นอย่างอื่น งานโครงสร้างเหล็กทั้งหมดให้ทาสีรองพื้นด้วยสีกันสนิม
1 ชั้น แล้วทาสีกันทับหน้าอีก 2 ชั้น
2.7.4 การทดสอบ
ในกรณีที่เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงของชิ้นส่วน หรือรอยต่อต่าง ๆ ของโครงสร้าง ผู้ควบคุมงานอาจให้มีการทดสอบการรับน้ําหนักบรรทุก หรือการทดสอบด้วยวิธีพิเศษ เช่น ใช้เครื่องหมาย X-Ray, Gamma Ray เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้าง โดยดําเนินการตามข้อ 2.14
40
2.8 เสาเข็มตอก
2.8.1 รายการทั่วไป
2.8.1.1 เสาเข็มที่นํามาใช้ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยผู้รับจ้างจะต้อง แสดงหลักฐานได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมที่มีของผลิตภัณฑ์ที่ใช้นั้น เว้นแต่ชนิดของเสาเข็มนั้น ๆ มาตรฐาน
อุตสาหกรรมยังไม่ได้กําหนดไว้
2.8.1.2 ให้ผู้รับจ้างส่งแบบรายละเอียด (Shop Drawing)รายการคํานวณ ให้สํานักงานออกแบบ พิจารณาเห็นชอบก่อน าไปใช้งาน
2.3.1.3 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหาวัสดุ เครื่องจักร และอุปกรณ์ ตลอดจนแรงงานและสิ่งอื่นใด ที่จําเป็นสําหรับการตอกเสาเข็มในตําแหน่งที่กําหนดในแบบ รวมทั้งการทดสอบเสาเข็มด้วย
2.3.1.4 ผู้รับจ้างต้องตอกเสาเข็ม ซึ่งสามารถรับน้ําหนักปลอดภัยตามที่กําหนดในแบบรายการ ความยาวของเสาเข็มขึ้นอยู่กับสภาพดิน ณ สถานที่ก่อสร้างจริง
2.8.1.5 หากไม่ระบุเป็นอย่างอื่น
เสาเข็มที่นํามาใช้งานทั้งหมดเป็นเสาเข็มท่อนเดียวเท่านั้น กรณีมีปัญหาไม่สามารถตอกเสาเข้าท่อนเดียวได้ ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนแปลงโดยต้องได้รับความเห็นชอบ
จากผู้ออกแบบก่อน
2.8.1.6 สภาพของสถานที่ก่อสร้าง สิ่งกีดขวางต่าง ๆ ที่อยู่ใต้ดิน อันเป็นเหตุให้ตอกเสาเข็มไม่ได้ ไม่ได้หรือเป็นอุปสรรคในการทํางาน
ค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
ผู้รับจ้างจะต้องทําการรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายโดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออก
2.8.1.7 หลักเกณฑ์ในการกําหนดรายละเอียดของเสาเข็ม ในกรณีที่ไม่ได้กําาหนดรายละเอียด เกี่ยวกับขนาดและรูปแบบของเสาเข็มไว้ และไม่ได้ดําเนินการเจาะสํารวจชั้นดิน ให้ผู้รับจ้างทําการคํานวณ และออกแบบเสาเข็ม โดยใช้ค่าแรงฝืดหรือแรงเสียดทานของดินตามข้อ 6.7 หมวด 6 กําลังวัสดุและน้ําหนัก บรรทุก ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการก่อสร้าง พ.ศ. 2522 หรือฉบับที่ใช้ในปัจจุบันเป็นเกณฑ์ และให้ผู้รับจ้างเสนอรายการคํานวณรูปแบบรายละเอียด (Shop Drawing) ให้ผู้ออกแบบพิจารณาเห็นชอบ
ก่อนน่าไปใช้งาน
2.8.1.8 รูปร่าง มิติ และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
(1) จะต้องมีระยะคอนกรีตหุ้มเหล็กไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตร
(2) ส่วนที่บางที่สุดของภาคตัดขวางเสา เสาเข็มไม่น้อยกว่า 50 มิลลิเมตร หรือ 2 เท่าของ คอนกรีตหุ้มเหล็กบวกด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางหรือความหนาของเหล็กเสริม โดยใช้ค่าที่มากกว่าเป็นเกณฑ์
(3) ความยาวจะคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน + 50 มิลลิเมตร (จากความยาวที่ระบุ)
(4) เสาเข็มต้องมีลําต้นตรง ระยะความงอที่ส่วนใด ๆ ของเสาเข็มนี้ ถ้าวัดระหว่างเส้นตรงที่
ต่อปลายทั้งสองของส่วนงอกับผิวด้านใด ๆ ก็ตาม ต้องไม่เกิน L/360
ๆ
41
2.8.2 วัสดุและอุปกรณ์
2.8.2.1 คอนกรีตสําหรับการหล่อเสาเข็มนั้น จะต้องเป็นไปตามบทกําหนดเกี่ยวกับคอนกรีตและ
จะต้องมีกําลังอัดประลัยไม่น้อยกว่า 350 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
กระบอกมาตรฐานขนาด 150x300 มม. ที่อายุ 28 วัน
เมื่อทดสอบด้วยแท่งคอนกรีตทรง
2.8.2.2 เหล็กเสริมสําหรับงานคอนกรีตอัดแรง ให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ลวดเหล็กให้ใช้ตามมาตรฐาน มอก. 95 ส่วนลวดเหล็กตีเกลียวให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ลวดเหล็กเกลียวสําหรับงานคอนกรีตอัดแรง (ในกรณีที่ยังมิได้มีการประกาศกําหนดมาตรฐานดังกล่าวให้เป็น ไปตาม JIS G 3536 หรือ ASTM A416)
2.8.2.3 เหล็กปลอกและเหล็กเสริมพิเศษ
(1) เหล็กเส้นกลม
เหล็กกลมเลขที่ มอก. 20-2543
(2) เหล็กข้ออ้อย
เหล็กข้ออ้อย เลขที่ มอก.24-2536
ๆ
ให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
ให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
(3) ลวดผูกเหล็ก ให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสวดเหล็ก เลขที่ มอก. 138 2.8.2.4 การหล่อเสาเข็ม
(1) เสาเข็มแต่ละต้นจะต้องหล่อครั้งเดียวต่อเนื่องกัน จะมีรอยต่อไม่ได้
(2) จะต้องหล่อเสาเข็มบนพื้นราบในแบบหล่อ โดยแบบหล่อจะต้องมีความแข็งแรงเพียงพอ
2.8.2.5 การจับยึดและยกย้าย
(1) สําหรับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังจากที่เสาเข็มมีกําลัง 2/3 ของกําลังแท่งกระบอก คอนกรีตที่อายุ 28 วันแล้ว ก็อาจยกย้ายและนําไปกองได้ และหลังจากที่เสาเข็มมีกําลังเท่ากับกําลังแท่ง กระบอกคอนกรีตที่อายุ 28 วันแล้วสามารถนําไปตอกได้ ผู้รับเหมาจะต้องระมัดระวังอย่างมากในการยกย้าย เสาเข็ม โดยจะต้องใช้ลวดสลิงจับที่รู ซึ่งจัดไว้สําหรับยกโดยเฉพาะ
และต้องจัด
(2) เสาเข็มแต่ละต้นจะต้องทําเครื่องหมายแสดงวันที่ที่หล่อคอนกรีตให้ชัดเจน กองเสาเข็มให้สามารถยกเอาเสาเข็มที่ได้อายุ เพื่อนําไปตอกโดยไล่เรียงกันอย่างสะดวก การกองเสาเข็มจะ ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
2.8.2.6 การเพิ่มความยาวของหัวเสาเข็ม
ในกรณีที่จําเป็นต้องเพิ่มความยาวของเสาเข็ม ให้ผู้รับจ้างส่งแบบรายละเอียด (Shop
Drawing) วิธีการเพิ่มความยาวตัวเสาเข็ม ให้ผู้ออกแบบพิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการ
42
2.8.2.7 การตัดและสกัดหัวเสาเข็ม
การตัดหัวเสาเข็ม ผู้รับจ้างต้องตัดให้ได้ระดับตามที่กําหนด หน้าตัดของหัวเสาเข็มต้อง เรียบและได้ระนาบ คอนกรีตต้องมีสภาพไม่เสียหาย วิธีการตัดหัวเสาเข็ม ผู้รับจ้างต้องเสนอผู้ควบคุมงาน พิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
2.8.2.8 อุปกรณ์การตอกเสาเข็มให้ใช้ตุ้มปล่อยธรรมดา หากจะใช้ตุ้มไอน้ํา หรือลม หรืออื่น ๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
2.8.2.9 การตอกเสาเข็มจะต้องป้องกันหัวเสาเข็มชํารุด โดยใช้กระสอบป่านหมวกครอบ หรือวัสดุ อื่นรองรับที่หัวเสาเข็ม โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
หรือ
2.3.2.10 น้ําหนักตุ้มตอก ต้องใช้ตุ้มตอกหนักไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของน้ําหนักเสาเข็ม น้ําหนักตุ้มไม่น้อยกว่า 3.5 ตัน สําหรับเสาเข็มที่มีพื้นที่หน้าตัดขวางไม่น้อยกว่า 625 ตารางเซนติเมตร หรือ ใช้ขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4.5 ตัน สําหรับเสาเข็มที่มีพื้นที่หน้าตัดขวางมากกว่า 625 ตารางเซนติเมตร
2.8.3 การตอกเสาเข็ม
2.8.3.1 การใช้น้ําหนักตุ้มตอกและระยะยกในการตอก
ให้เป็นไปตามมาตรฐานของ ว.ส.ท.
ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องเสนอรายการคํานวณระยะยกตุ้มตอกและระยะจมเฉลี่ย 10 ครั้งสุดท้าย โดยมีวิศวกรระดับ สามัญวิศวกรลงนามรับรอง ให้ผู้ควบคุมงาน / ผู้ออกแบบพิจารณาเห็นชอบก่อน
2.8.3.2 จะนําเสาเข็มคอนกรีตที่ยังมีกําลังไม่ถึงตามที่กําหนดมาตอกก่อนไม่ได้ ผู้ควบคุมงานจะ ต้องได้รับแจ้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเริ่มตอก จะต้องตอกเสาเข็มให้ถึงความลึกตามที่กําหนดหรือมีระยะจม 10 ครั้งสุดท้ายตามที่กําหนด และจะต้องตอกลําดับที่ผู้ควบคุมงานหรือผู้ออกแบบเห็นชอบแล้ว การตอก เสาเข็มแต่ละต้นจะต้องกระทําต่อเนื่องกัน โดยไม่มีการหยุดชะงักจนกว่าเสาเข็นจะจมถึงความลึกหรือได้จํานวน Blow Counts ตามที่ต้องการ
2.3.3.3 ค่าผิดพลาดในแนวดิ่งต้องไม่เกิน 1 ต่อ 100 ของความยาวของเสาเข็ม หากเกินกว่านี้ ผู้รับจ้างต้องทําการแก้ไขตามที่ผู้ออกแบบกําหนด โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
2.8.3.4 ระยะมากที่สุดที่ยอมให้เสาเข็มผิดจากตําแหน่งในแนวราบจากตําแหน่งที่กําหนดไว้ ต้อง ไม่เกิน 5 เซนติเมตร โดยวัดขนานกับแกนโคออร์ดิเนททั้งสองแกน ณ ระดับหัวเข็มใช้งาน
ทั้งนี้ ให้หมาย รวมถึง การคลาดเคลื่อนจากตําแหน่งที่กําหนดไว้ทั้งขณะดําเนินการตอกเสาเข็มและภายหลังจากการตอก
เสาเข็มแล้ว
ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบและต้องทําการแก้ไขตามที่ผู้ออกแบบกําหนด โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออก
ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขเองทั้งหมด
2.8.3.5 ในระหว่างตอกเสาเข็ม ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเก็บระเบียนการตอกและการจัดตําแหน่ง เสาเข็มทุกต้น และต้องส่งระเบียนผลงานประจําวันให้ผู้ควบคุมงานภายใน 24 ชั่วโมง โดยระเบียนต้อง
43
ประกอบด้วยรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
(1) วันที่ตอก
(2) ชนิด ขนาดเสาเข็ม
(3) จํานวนเสาเข็ม
(4) ลําดับการตอกในแต่ละกลุ่มหรือแต่ละต้น (5) ชนิดและน้ําหนักของตุ้มที่ใช้ตอก (6) ชนิดและสภาพของวัสดุที่ใช้รองหัวเสาเข็ม
(7) ระยะยกตุ้มหรือพลังงานที่ตอกของตุ้ม
(8) ความลึกที่ตอก
(9) จํานวน Blow Counts เริ่มนับตั้งแต่ 10 ฟุตสุดท้าย
(10) จํานวนครั้งที่ตอก ระยะจมของเสาเข็ม เมื่อตอก 10 ครั้งสามชุดสุดท้าย
(11) ระดับหัวเสาเข็มเมือตอกเสร็จแล้ว
(12) ปัญหาและอุปสรรค
2.8.3.6 เมื่อทําการตอกเสาเข็มทั้งหมดเสร็จ ผู้รับจ้างต้องส่งระเบียนการตอกเสาเข็มทุกต้น พร้อม แผนผังตําแหน่งลําดับการตอกและระยะหนีศูนย์ต่อผู้ควบคุมงาน และผู้ออกแบบก่อนที่ผู้รับจ้างจะดําเนินการ
ขั้นตอนต่อไป
2.8.3.7 เสาเข็มเสีย
(1) การตอกเสาเข็มจะต้องไม่ทําให้คอนกรีตเสาเข็มแตกร้าวหรือบิน จนทําให้กระทบกระเทือน ต่อความสามารถในการรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม และหรือการตอกเสาเข็มผิดตําแหน่ง ให้ถือว่าเสาเข็ม นั้นเสีย ผู้รับจ้างต้องทําการแก้ไขตามที่ผู้ออกแบบหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กําหนด โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออก
ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขทั้งหมด
(3) หากปรากฏว่าเสาเข็มมีรอยแตกร้าวซึ่งมองเห็นด้วยตาเปล่า หรือชํารุดใด ๆ ซึ่งผู้ควบคุม งานลงความเห็นว่าจะกระทบกระเทือนต่อกําลังหรืออายุของเสาเข็มแล้ว ให้ถือว่าเสาเข็มต้นนั้นเสีย
(3) ผู้ควบคุมงานหรือผู้ออกแบบเห็นว่าจําเป็นต้องแก้ไขเสาเข็ม ฐานราก หรือคาน อันเป็นเหตุ จากเสาเข็มเสียหรือการก่อสร้างไม่ถูกต้อง ผู้รับจ้างต้องทําการแก้ไขตามที่ผู้ออกแบบหรือผู้ควบคุมงานกําหนด
ทุกประการ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด
2.8.3.8 การตัดเสาเข็ม
(1) ให้ตัดเสาเข็มคอนกรีตที่ระดับที่ทําให้หัวเสาเข็มโผล่เข้าไปในฐานราก ตามที่กําหนดใน
แบบ เมื่อตัดหัวเสาเข็มแล้ว หน้าตัดหัวเสาเข็มต้องเรียบและได้ระนาบ คอนกรีตต้องมีสภาพดีไม่เสียหาย หากคอนกรีตชํารุดเสียหาย ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมแก้ไขตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
44
(2) ในกรณีที่ตอกเสาหรือตัดเสาเข็มแล้ว ระดับหัวเสาเข็มต่ํากว่าฐานราก หรือตามที่กําหนด ในแบบต้องต่อเสาเข็มขึ้นมา ให้ผู้รับจ้างส่งรายละเอียด (Shop Drawing) ให้ผู้ออกแบบพิจารณาเห็นชอบก่อน 2.8.3.9 ผู้รับจ้างจะต้องไม่เคลื่อนย้ายปั้นจั่นและอุปกรณ์อื่น ๆ ออกจากสถานที่ก่อสร้าง จนกว่า จะได้รับการรับรองผลการตรวจสอบตําแหน่งเสาเข็มจากผู้ควบคุมงานร่วมกับวิศวกรของผู้รับจ้าง ผู้ควบคุม งานและวิศวกรของผู้รับจ้างจะต้องร่วมพิจารณาตรวจสอบตําแหน่งของเสาเข็มให้เสร็จภายใน 3 วัน นับตั้งแต่
การตอกเสาเข็มต้นสุดท้ายเสร็จสิ้นลง
2.8.4 การทดสอบเสาเข็มตอก
2.8.4.1 ผู้ควบคุมงานร่วมกับผู้แทนของผู้ว่าจ้าง หากเห็นว่าเข็มที่ตอกไปแล้วนั้นอาจไม่สมบูรณ์ เช่น อาจจะหักหรือแตกร้าว ผู้ควบคุมงานมีสิทธิที่จะขอให้ผู้รับจ้างทําการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ด้วยวิธี Seismic Test ได้ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะเรียกร้องเงินค่าใช้จ่ายในการทดสอบมิได้
2.8.4.2 ในกรณีตอกเข็มแล้ว ระยะทรุดตัวรวมของเข็มในการตอก 10 ครั้งสุดท้ายมากกว่าที่กําหนด ผู้ออกแบบมีสิทธิ์ที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างดําเนินการทดสอบความสามารถในการรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม โดย วิธีการบรรทุกน้ําหนัก Static Load Test (ดูหมวดที่ 2.10.4) หรือวิธีการ Dynamic Load Test ผู้รับจ้างจะ
เรียกร้องเงินค่าใช้จ่ายในการทดสอบมิได้
2.9 เสาเข็มเจาะระบบแห้ง (Dry Process)
2.9.1 รายการทั่วไป
2.9.1.1 เสาเข็มเจาะระบบแห้ง (Dry Process) คือเสาเข็มเจาะ คสล. ที่กําหนดในแบบที่ที่ทําการ เจาะเสาเข็ม โดยไม่ใช้ Benton Ite Slurry ในการป้องกันผนังดินข้างหลุมเจาะพังทลาย
โดยผู้รับจ้างต้องเสนอ
2.9.1.2 หากไม่ได้กําหนดความยาวเสาเข็มไว้ในแบบรายการ ให้ผู้รับจ้างทําการเจาะสํารวจชั้นดิน ตามรายละเอียดวิธีดําเนินการเจาะสํารวจชั้นดินข้อ 2.1 และข้อกําหนดเฉพาะงาน บริษัทที่จะดําเนินการให้ผู้ออกแบบพิจารณาเห็นชอบก่อน ค่าใช้จ่ายในการสํารวจชั้นดินเป็นภาระของผู้รับจ้าง 2.9.1.3 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรายละเอียดวิธีการทําเสาเข็มเจาะ ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จงาน เพื่อให้ วิศวกรผู้ออกแบบและควบคุมงานพิจารณาอนุมัติก่อนทําเสาเข็มต้นแรก วิศวกรผู้ออกแบบ หรือวิศวกรผู้ ควบคุมงานมีสิทธิสั่งให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมรายละเอียดวิธีทําเสาเข็ม เพื่อให้ได้งานเสาเข็มเจาะที่สมบูรณ์และ ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ
ๆ
ข้อเสนอรายละเอียดวิธีทําเสาเข็ม ให้แสดงรายละเอียดดังนี้
(1) รายละเอียดวิธีการทํางานเสาเข็มเจาะตั้งแต่เริ่มต้นจนแล้วเสร็จ
(2) แผนผังหมายเลขตําแหน่งและลําดับเสาเข็มที่จะทําการเจาะ
45
(3) แบบรายละเอียด (Shop Drawing) ของเสาเข็ม และคุณสมบัติของวัสดุที่จะนํามาใช้งาน (4) เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการทํางาน
(5) ระยะเวลาในการทํางานเจาะดินและระยะเวลาในการเทคอนกรีต
(6) วิธีการตรวจสอบความลึก วิธีการตรวจสอบตะกอนก้นหลุม และวิธีกําจัดตะกอนก้นหลุม (7) อื่นๆ
2.9.1.4 ค่าผิดพลาดที่ยอมให้ของเสาเข็มเจาะ
(1) ค่าผิดพลาดในแนวดิ่งจะต้องไม่เกิน 1 ต่อ 100 ของความยาวของเสาเข็ม
(2) ระยะมากที่สุดที่ยอมให้เสาเข็มลงผิดตําแหน่งในแนวราบจากที่กําหนดไว้ต้องไม่เกิน 70 มม. โดยวัดขนานกับแกน Coordinate ทั้งสองแกนที่ระดับตัดหัวเสาเข็ม
(3) ถ้าหากมีระยะผิดพลาดเกินที่กําหนดนี้ ให้ผู้รับจ้างทําการแก้ไข ซ่อมแซม หรือทําใหม่ตาม คําวินิจฉัยของผู้ออกแบบ และค่าใช้จ่ายทั้งหมดในงานนี้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียว
2.9.1.5 เสาเข็มชํารุด เสาเข็มเจาะจะถือว่าชํารุดเมื่อ
(1) กําลังอัดของแท่งกระบอกมาตรฐานคอนกรีตที่เก็บไว้ก่อนเท มีกําลังอัดต่ํากว่าที่กําหนด (2) ค่าผิดพลาดเกินกว่าค่าที่ยอมให้ในข้อ 2.9.1.4
(3) เมื่อกําลังอัดของแท่งคอนกรีตที่จะเอาขึ้นมาจากเสาเข็มต่ํากว่าที่กําหนด
ออกแบบเห็นว่าเป็นอันตราต่อโครงสร้าง
และวิศวกรผู้
(4) ความยาวของเสาเข็มเจาะไม่ได้ตามที่ระบุในแบบ หรือตามที่วิศวกรผู้ออกแบบกําหนด (5) จากการทดสอบหรือสังเกตให้เห็นว่า เสาเข็มเจาะอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถจะรับน้ําหนักได้ ตามที่กําหนด หรือผู้ควบคุมงานลงความเห็นว่าเป็นเสาเข็มชํารุดเนื่องจากการเจาะ การเทคอนกรีต ไม่ถูกต้อง หรือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่าที่ระบุในแบบหรือมีสิ่งสกปรก เช่น ดินพังเข้ามาแทรกอยู่ในเนื้อคอนกรีต จนเสาเข็มในช่วงต่าง ๆ ของความลึกมีค่าไม่แน่นอน หรือคอนกรีตมีการแยกตัว
ๆ
(6) เสาเข็มไม่มีความยาวสมบูรณ์ หรือไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ตามที่กําหนดในแบบ จากการทดสอบความสามารถในการรับน้ําหนักบรรทุก
2.9.1.6 ในทุกกรณีตามข้างต้น ผู้รับจ้างต้องแก้ไขซ่อมแซมหรือทําใหม่ เพื่อให้ได้เสาเข็มที่สมบูรณ์ ต้องเพิ่ม Tied Beams หรือเสาเข็มชนิดอื่น ๆ รวมทั้งการขยายขนาดของฐานราก หรือการแก้ไขด้วยวิธีอื่น ๆ ตามที่ผู้ออกแบบกําหนดค่าใช้จ่ายในการแก้ไข ค่าทดสอบ ค่าเจาะ ค่าอุดรูเจาะ และค่าซ่อมแซมต่าง ๆ ตกเป็นภาระรับผิดชอบของผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
46
2.9.2 วัสดุอุปกรณ์
2.9.2.1 ปลอกเหล็กเพื่อกันดินอ่อนข้างหลุมเจาะพังทลายดูในข้อ 2.10.2 (Wet Process)
2.9.2.2 เหล็กเสริมรับแรง
(1) ในขณะหล่อคอนกรีต ผู้รับจ้างต้องระวังอย่าให้เหล็กเสริมเคลื่อนตัวผิดตําแหน่ง
(2) ระยะหุ้มของผิวนอกสุดของเหล็ก (Concrete Cover) จะต้องไม่น้อยกว่า 50 มม.
(3) เหล็กเสริมยืนจะต้องมีปริมาณไม่น้อยกว่า 0.5% ตลอดความยาวเข็ม
(4) เหล็กปลอกจะต้องเสริมหากไม่กําหนดในแบบสําหรับเสาเข็ม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็ก กว่า 0.50 ม. ให้ใช้ปลอกเกลียวขนาด 6 มม. ระยะห่างไม่มากกว่า 150 มม.
(5) การเสริมเหล็กยืน จะต้องให้ปลายเหล็กเสริมอยู่ที่ระดับสูงกว่า Pile Cut-Off 40 เท่าของ เส้นผ่าศูนย์กลางเหล็กเสริม
2.9.3 วิธีการเจาะเสาเข็ม
2.9.3.1 ข้อเสนอวิธีการทําเสาเข็มเจาะของผู้รับจ้าง ผู้ออกแบบ หรือผู้ควบคุมงานมีสิทธิ์สั่งให้แก้ไข หรือเพิ่มเติมเพื่อให้งานที่สมบูรณ์เรียบร้อยและถูกต้อง โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจาก
การแก้ไขนี้
2.9.3.2 ในกรณีที่มิได้กําหนดเป็นอย่างอื่น ให้ถือปฏิบัติดังนี้
ะ
และ
(1) การลงปลอกเหล็ก ผู้รับจ้างจะต้องลงปลอกเหล็กตามตําแหน่งที่กําหนดไว้ในแบบ ระหว่างลงปลอกเหล็กจะต้องตรวจสอบความดัง โดยใช้กล้อง Theodolite หรือระดับน้ํา โดยให้ถือค่าผิดพลาด ที่ยอมให้ในข้อ 2.9.1.4
(2) หลังจากกดปลอกเหล็กอยู่ในตําแหน่งเรียบร้อยแล้ว ให้ทําการเจาะดินภายในปลอกเหล็ก ออกโดยใช้เครื่องเจาะ ซึ่งหัวเจาะอาจใช้ Flight Auger หรือ Bucket Type ตามสภาพความเหมาะสมใน ระหว่างการเจาะนําดินขึ้นให้หมั่นตรวจสอบว่าผนังดินพังหรือยุบเข้าในหลุมหรือไม่ เช่น ดูจากชนิดของดิน ที่เก็บขึ้นมา ควรจะสอดคล้องกับความลึกและคล้ายคลึงกับเข็มต้นแรก ๆ ถ้าหากพบว่าดินเกิดการเคลื่อนพัง ผู้รับจ้างจะต้องรีบแก้ไขทันที โดยการตอกเหล็กชั่วคราวให้ลึกลงไปอีกให้พ้นระดับที่ดินเคลื่อนตัวหรือพัง
(3) เมื่อทําการเจาะนําดินออกมาจากหลุมเจาะจนถึงระดับก้นหลุมที่กําหนดแล้ว ให้ตรวจสอบ ก้นหลุมด้วยไฟสปอร์ตไลท์ส่องดูก้นหลุม เพื่อตรวจสอบดินข้างหลุมและความสะอาดของก้นหลุม พร้อมกับ
วัดความลึกของหลุม
โดยปริมาตรลงไปที่
(4) ทําความสะอาดก้นหลุมโดยผสมคอนกรีตแห้ง ในอัตราส่วน 1:2:4 ก้นหลุมให้มีความหนาประมาณ 50 เซนติเมตร แล้วกระทั่งด้วยลูกตุ้มจนแน่น ซึ่งจะทําให้ก้นหลุมสะอาดและ
อัดแน่น
47
(5) ใส่เหล็กเสริมที่ผูกสําเร็จเป็นโครงไว้แล้วลงไปในรูเจาะ ระยะต่อระหว่างท่อนผูกทาบให้แน่น พร้อมกับผูกลูกปูนหนุนเหล็กเสาเข็มเจาะ เพื่อป้องกันเหล็กไม่ให้วางชิดผนังในรูเจาะ มี Covering ไม่น้อยกว่า
ที่กําหนดไว้
(6) เทคอนกรีตในรูเจาะให้เทผ่านกรวย (Hopper) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6-8 นิ้ว และการเท คอนกรีตเสาเข็มแต่ละต้นจะต้องเทต่อเนื่องกันจนเสร็จจะหยุดไม่ได้
(7) เมื่อเทคอนกรีตจนได้ระดับที่ต้องการแล้ว จึงทําการถอนปลอกเหล็กขึ้น เสาเข็มที่เจาะใหม่ จะต้องห่างจากต้นที่เพิ่งทําเสร็จแล้วอย่างน้อย 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็มที่ใหญ่กว่า หากเว้นระยะ น้อยกว่านั้น จะต้องทิ้งระยะเวลาให้ห่างกันไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง
(8) ในระหว่างทํางาน หากผู้รับจ้างเห็นว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมวิธีการใด ๆ เพื่อให้งานมีคุณภาพดีขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องเสนอวิศวกรผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้ควบคุมงานเพื่อเห็นชอบก่อน ทุกครั้ง
(3) ผู้รับจ้างเจาะเสาเข็มจนถึงระดับที่ต้องการแล้ว จะต้องเทคอนกรีตเสาเข็มต้นนั้น ๆ ให้ เสร็จสิ้นภายในวันนั้น ๆ จะทิ้งข้ามวันไม่ได้เป็นอันขาด ผู้รับจ้างทิ้งรูเจาะไว้ข้ามวันได้ในกรณีเดียวกัน คือ เจาะยังไม่ถึงระดับและรูเจาะที่ค้างไว้มีเหล็กปลอกกันไว้ และสามารถพิสูจน์ได้ว่ารูเจาะที่ค้างไว้ไม่เกิดการ
พังทลาย
(10) เมื่อคอนกรีตเสาเข็มแข็งตัวแล้ว ให้สกัดคอนกรีตหัวเข็มที่สกปรกและไม่สมบูรณ์ออก จนถึงคอนกรีตที่ดี ระยะสกัดนั้นต้องไม่น้อยกว่า 1 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็ม
ต่อไปนี้
2.9.3.3 รายงานการปฏิบัติงานสําหรับเสาเข็มเจาะ จะต้องระบุรายละเอียดอย่างน้อยตามหัวข้อ
(1) วันทีทําการเจาะหล่อคอนกรีต
(2) หมายเลขกํากับของเสาเข็ม
(3) ระดับดินเดิม
(4) ระดับหัวเสาเข็มและระดับตัดเสาเข็ม
(5) ระดับปลายเสาเข็ม
(6) ระดับชั้นดินทรายแน่น
(7) เส้นผ่าศูนย์กลางของรูเจาะ
(8) ความเอียงจากแนวดิ่งของเสาเข็มเจาะโดยประมาณ
(9) ตําแหน่งและความคลาดเคลื่อนจากตําแหน่งที่กําหนด
(10) ความยาวของปลอกเหล็ก
(11) รายละเอียดของชั้นดินที่เจาะลงไป
48
(12) ปริมาณคอนกรีตที่ใช้เทเป็นระยะ ๆ จากล่างสุดจนถึงบนสุด
(13) เวลาเริ่มและเวลาแล้วเสร็จของการเจาะ การใส่โครงเหล็กและเทคอนกรีต (14) รายละเอียดของความล่าช้าที่เกิดในงาน
ๆ
(15) รายละเอียดของปรากฏการณ์ใด ๆ ที่ผิดปกติในระหว่างงานเสาเข็ม (16) ข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งวิศวกรผู้ควบคุมงาน หรือวิศวกรผู้ออกแบบต้องการ
(17) รายการนี้ต้องมีตัวแทนผู้รับจ้างและผู้ควบคุมงานลงนามรับรองทั้งสองฝ่าย และให้เป็น
เอกสารประกอบการเบิกเงินงวดงานเสาเข็มด้วย
2.9.4 การทดสอบเสาเข็ม
ทําการทดสอบ
2.9.4.1 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการจัดหาสถาบันหรือบริษัทจ้างทดสอบที่เชื่อถือได้ ความสมบูรณ์ของเสาเข็มเจาะที่เทเสร็จแล้ว โดยการทํา Seismic Test เสาเข็มทุกต้น เพื่อตรวจสอบ
ความสมบูรณ์ของเสาเข็มเจาะ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง
ในกรณีที่วิศวกรผู้ควบคุมงานสงสัยว่าเสาเข็มเจาะ อาจอยู่ในสภาพที่ไม่เรียบร้อย ไม่สามารถรับ
น้ําหนักได้ตามต้องการ หรือจากรายงานพบหรือแสดงข้อบกพร่องเนื่องจากการเจาะหรือการเทคอนกรีต หรือการผิดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในการทํางาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลของ Seismic Test ไม่ปรากฏเป็น ที่น่าพอใจ วิศวกรผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้ควบคุมงานมีสิทธิ์สั่งให้ทําการทดสอบการรับน้ําหนักบรรทุกของ เสาเข็ม ตามคําวินิจฉัยของผู้ออกแบบใหม่เพิ่มเติม โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด
2.9.4.2 การทดสอบความสามารถในการรับน้ําหนักของเสาเข็ม
จะต้องสามารถรับน้ําหนัก
ปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2.5 เท่าของน้ําหนักที่กําหนด (Load Factor ไม่น้อยกว่า 2.5) สามารถในการรับน้ําหนักของเสาเข็มเจาะนั้นดําเนินการได้ 2 วิธี ดังนี้
การทดสอบความ
(1) การทดสอบกําลังรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม โดยวิธี Static Load Test ตามมาตรฐาน
ASTM D 1143-81
(2) การทดสอบกําลังรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม โดยวิธี Dynamic Load Test มาตรฐาน ASTM D 4945
ตาม
2.9.4.3 ในกรณีที่ไม่ได้กําหนดไว้ในรายการประกอบแบบให้ผู้รับจ้างทําการทดสอบความสามารถ ในการรับน้ําหนักของเสาเข็มด้วยวิธีใดก็ตาม (2.9.4.2) โดยทดสอบกับเสาเข็มเจาะอย่างน้อย 1 ต้น โดย วิศวกรผู้ออกแบบจะเป็นผู้กําหนด และหากผลการทดสอบได้ผลว่าสามารถรับน้ําหนักปลอดภัยได้น้อยกว่า
ทีทําหนด
ผู้ควบคุมงานหรือวิศวกรผู้ออกแบบมีสิทธิ์ที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างทําการทดสอบกับต้นอื่น ๆ หรือ
เสาเข็มขนาดอื่น ๆ ได้จนกว่าจะแน่ใจ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง
49
2.5.4.4 Load Factor ของเข็มแต่ละต้น หมายถึง น้ําหนักบรรทุกสูงสุดตามที่หาได้ด้วยวิธีทดสอบ หารด้วยน้ําหนักบรรทุกใช้งาน และจะต้องไม่น้อยกว่า 2.5 หากปรากฏจากผลการทดสอบว่า Load Factor มีค่าไม่ถึง 2.5 ผู้รับจ้างจะคิดน้ําหนักบรรทุกใช้งานได้เพียง 1/2.5 ของน้ําหนักบรรทุกสูงสุดเท่านั้น และจะ ต้องจัดหาและทําการเจาะเสาเข็มเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามที่กําหนดนี้ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
เองทั้งสิน
2.9.4.5 เสาเข็มทดสอบกําลังรับน้ําหนักบรรทุกข้อ 2.9.4.3 ตามวิธีข้อ 2.9.4.2 ห้ามนําไปใช้เป็น เสาเข็มของฐานรากอาคาร
2.10 เสาเข็มเจาะหล่อแบบเปียก (Wet Process)
2.10.1 รายการทั่วไป
2.10.1.1 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (Wet Process) คือ เสาเข็มที่กําหนดในแบบรายการที่ต้องใช้ สารละลาย Bentonite Slurry ในการป้องกันผนังดินข้างหลุมเจาะฟัง
2.10.1.2 หากไม่ได้กําหนดความยาวเสาเข็มไว้ในรายการ ให้ผู้รับจ้างทําการเจาะสํารวจชั้นดินตาม รายละเอียดวิธีการดําเนินการเจาะสํารวจชั้นดิน ข้อ 2.1 โดยผู้รับจ้างต้องขอความเห็นชอบบริษัทที่จะดําเนิน การจากวิศวกรผู้ออกแบบก่อน ค่าใช้จ่ายในการสํารวจชั้นดินเป็นภาระของผู้รับจ้าง
2.10.1.3 ข้อเสนอวิธีการทําเสาเข็มเจาะ ให้แสดงรายละเอียด
(1) รายละเอียดวิธีการทํางานเจาะเสาเข็มตั้งแต่เริ่มจนเสร็จ
(2) แผนผังหมายเลขตําแหน่งและลําดับเสาเข็มที่จะทําการเจาะเสาเข็ม
(3) แบบรายละเอียด (Shop Drawing) ของเสาเข็ม (4) เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการทํางาน
(5) ระยะเวลาในการเจาะขุดดินและระยะเวลาในการเทคอนกรีต (6) วิธีการตรวจสอบตะกอนก้นหลุม และวิธีกําจัดตะกอนก้นหลุม (7) อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2.10.1.4 ค่าผิดพลาดที่ยอมให้ของเสาเข็มเจาะ
(1) ค่าผิดพลาดในแนวดิ่งจะต้องไม่เกิน 1 ต่อ 200 ของความยาวของเสาเข็ม
(2) ระยะมากที่สุดที่ยอมให้เสาเข็มลงผิดตําแหน่งในแนวราบจากที่กําหนดไว้ต้องไม่เกิน 70 มม.
โดยวัดขนาดกับแกน Coordinate ทั้งสองแกนที่ระดับตัดหัวเสาเข็ม (Pile Cut-off)
ถ้าเสาเข็มเจาะมีระยะผิดพลาดเกินค่าที่กําหนดนี้ ผู้รับจ้างต้องทําการแก้ไข ซ่อมแซม หรือ
ทําใหม่ตามคําวินิจฉัยของผู้ออกแบบ และค่าใช้จ่ายทั้งหมดในงานนี้ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียว