ประกวดราคาจ้างพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบรับชำระเงินค่าภาคหลวงแร่และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ (DPIM FIN)
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดโครงการจ้างพัฒนาปรับปรุงระบบรับชำระเงินค่าภาคหลวงแร่และค่าธรรมเนียมอื่นตามกฎหมายว่าด้วยแร่ (DPIM FIN) ซึ่งเปิดใช้งานมาแล้วกว่า 6 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น และนำข้อมูลที่ได้มาใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์ได้อย่างเต็มที่
ขอบเขตงานหลักประกอบด้วย: (1) ศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการทำงานปัจจุบัน (As Is Model) และออกแบบกระบวนการในอนาคต (To Be Model) (2) ออกแบบและพัฒนาการนำข้อมูลจากระบบ DPIM FIN มาแสดงผลในรูปแบบแดชบอร์ด (Dashboard) และ Data Visualization เพื่อใช้สนับสนุนการวางแผนสำรวจวิจัยแร่และการบริหารจัดการอุตสาหกรรมแร่ (3) ปรับปรุงและพัฒนาระบบเพิ่มเติม (System Enhancements) ครอบคลุมการพัฒนาส่วนเชื่อมโยงกับระบบต่างๆ ของ กพร. (เช่น แพลตฟอร์มยื่นคำขอใบอนุญาตดิจิทัล, ระบบ NSW) การปรับปรุงฟังก์ชันการชำระเงิน การพัฒนารายงานและฟังก์ชันการใช้งานใหม่ๆ ตามที่ระบุใน TOR อย่างละเอียด และ (4) ดำเนินการดูแลและบำรุงรักษาระบบเดิม (MA) ให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ
โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 360 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา ใช้งบประมาณ 4,700,000 บาท (รวม VAT แล้ว) และมีการชำระเงินเป็น 5 งวดตามความก้าวหน้าของงาน
English summary
The Department of Primary Industries and Mines (DPIM) is seeking a contractor to enhance and improve the “DPIM FIN” system, which handles mineral royalty payments and other related fees under the Mining Act. The project aims to optimize system performance and leverage its data for advanced analytics.
The core scope of work includes: (1) Studying and analyzing the current business processes (As Is Model) and designing future state processes (To Be Model). (2) Designing and developing dashboards and data visualizations to utilize DPIM FIN data for multi-dimensional analysis, supporting mineral exploration planning and policy formulation. (3) Implementing system enhancements, which involve developing integrations with other DPIM systems (e.g., the new digital license application platform, NSW system), improving payment functions, and adding new features and reports as specified in the TOR. (4) Providing maintenance and support (MA) for the existing system to ensure its continuous and stable operation.
The project duration is 360 days from the contract signing date, with a total budget of 4,700,000 THB (VAT included). Payment will be made in 5 installments based on project milestones.
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากระบบ DPIM FIN มาใช้วิเคราะห์ในรูปแบบหลากหลายมิติ สะท้อนให้เห็นถึงความมีอยู่ของแร่ในแต่ละพื้นที่ ปริมาณการผลิต ปริมาณสำรอง รวมถึงแนวโน้มการผลิต เพื่อใช้ประโยชน์ในการสำรวจและวิจัยแร่ รวมถึงการบริหารจัดการอุตสาหกรรมแร่
- เพื่อพัฒนาส่วนเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบต่าง ๆ ของ กพร. ให้มีการบูรณาการข้อมูล ลดความซ้ำซ้อน และมีการประมวลผลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบรายงานและสืบค้นข้อมูลทางการเงินให้สามารถนำไปใช้วิเคราะห์และตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อปรับปรุงระบบ DPIM FIN ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อให้ระบบ DPIM FIN มีการดูแลบำรุงรักษาให้การทำงานมีเสถียรภาพและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
ขอบเขตของงาน
ขอบเขตงานสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักดังนี้:
-
การศึกษาและออกแบบกระบวนการ (Study & Design):
- ศึกษา As Is Model สำหรับกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการชำระค่าภาคหลวงแร่ เงินบำรุงพิเศษ เงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐ และค่าธรรมเนียมต่างๆ
- ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำ To Be Model สำหรับกระบวนการทำงานข้างต้น เพื่อรองรับการทำงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และรองรับการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- ศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบการนำข้อมูลจากระบบ DPIM FIN มาใช้ประโยชน์โดยมีการนำเสนอได้หลากหลายมิติ
- นำข้อมูลโครงสร้างการออกแบบมาแสดงผลในรูปแบบแดชบอร์ด (Dashboard) ที่สามารถปรับเปลี่ยนมิติการแสดงผลแบบอัตโนมัติ (Data Visualization)
-
การปรับปรุงและพัฒนาระบบเพิ่มเติม (System Enhancements): ประกอบด้วยงานย่อยมากมาย เช่น
- พัฒนาส่วนเชื่อมโยงกับระบบของ กพร. (เช่น แพลตฟอร์มยื่นคำขอใบอนุญาตดิจิทัล, ระบบ NSW, ระบบยื่นคำขอใบอนุญาตออนไลน์)
- ปรับปรุงฟังก์ชันการชำระค่าภาคหลวงแร่เพิ่มเติมให้สอดคล้องตามกฎหมาย
- พัฒนาฟังก์ชันการตัดยอดปริมาณสำรองแร่
- จัดทำ API ตามที่ กพร. กำหนด
- ปรับปรุงระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (รวม 19 รายการย่อย เช่น การปรับกระบวนงานส่งคำร้อง, การเพิ่มส่วนหมายเหตุ, การแจ้งเตือนการชำระผิดปกติ, การพัฒนาระบบขอคืนเงิน, การปรับปรุงการคำนวณเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐ, การส่งออกข้อมูล Excel, การพัฒนาระบบรองรับการจ่ายเงินสินบน/รางวัล ตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560, การพัฒนารายงานเพิ่มเติม ฯลฯ)
- ปรับปรุงรายงานสรุปการรับชำระให้ตรวจสอบกับ Statement ธนาคารได้สะดวกขึ้น
- พัฒนาระบบย่อยในการกำกับดูแลและการจัดการใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่
- พัฒนาระบบประวัติการใช้งาน (Log)
- พัฒนาระบบสอบถามความพึงพอใจและสถิติการใช้งาน
-
การดูแลและบำรุงรักษาระบบเดิม (Maintenance of Existing System):
- ดำเนินการดูแลและบำรุงรักษาระบบ DPIM FIN ที่ได้พัฒนาเสร็จแล้ว เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ
- แก้ไขข้อผิดพลาด (Bug Fixes) หรือปัญหาทางเทคนิคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน
-
งานสนับสนุนและการส่งมอบ (Support & Delivery):
- การฝึกอบรมการใช้งานระบบให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้อง
- การจัดทำเอกสารประกอบการพัฒนาโครงการและคู่มือการใช้งาน (สำหรับผู้ประกอบการ, เจ้าหน้าที่ประเภทต่างๆ, ผู้ดูแลระบบ)
- การส่งมอบโปรแกรมประยุกต์ที่เสร็จสมบูรณ์ พร้อม Source Code
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงานตลอดโครงการตามขอบเขตของงาน (รูปเล่ม 5 ชุด + USB)
- รายงานความก้าวหน้าฉบับที่ 1 (ภายใน 150 วัน) ประกอบด้วย:
- รายงานสรุป As Is Model
- เอกสารสรุปความต้องการของระบบ (Requirement Specification)
- รายงานสรุป To Be Model
- เอกสารแสดงระบบต้นแบบ (Prototype)
- แผนการดำเนินงานงวดต่อไป
- รายงานความก้าวหน้าฉบับที่ 2 (ภายใน 240 วัน) ประกอบด้วย:
- เอกสารการออกแบบระบบ (System Design)
- เอกสารการออกแบบฐานข้อมูล (Database Design)
- เอกสารการทดสอบระบบจากผู้รับจ้าง
- แผนการดำเนินงานงวดต่อไป
- รายงานความก้าวหน้าฉบับที่ 3 และการติดตั้ง/ทดสอบระบบ (ภายใน 300 วัน) ประกอบด้วย:
- เอกสารการทดสอบระบบทั้งหมด
- เอกสารการออกแบบระบบและฐานข้อมูลฉบับปรับปรุงแก้ไข
- เอกสารสรุปการนำเข้าหรือย้ายข้อมูล (Data Migration)
- คู่มือการใช้งานระบบ (สำหรับผู้ประกอบการ, เจ้าหน้าที่, ผู้ดูแลระบบ)
- คู่มือการติดตั้ง ดูแลรักษา และแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
- รายงานการฝึกอบรม
- งานงวดสุดท้าย (ภายใน 360 วัน):
- โปรแกรมประยุกต์ที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมติดตั้ง
- โปรแกรมต้นฉบับ (Source Code Program)
- เอกสารรายงานฉบับสมบูรณ์ที่ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน พร้อมข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งหมด: 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- กำหนดส่งมอบงานงวด:
- งวดที่ 1 (แผนดำเนินงาน): ภายใน 30 วัน
- งวดที่ 2 (รายงานความก้าวหน้าฉบับที่ 1): ภายใน 150 วัน
- งวดที่ 3 (รายงานความก้าวหน้าฉบับที่ 2): ภายใน 240 วัน
- งวดที่ 4 (ติดตั้ง ทดสอบ ฝึกอบรม): ภายใน 300 วัน
- งวดที่ 5 (ส่งมอบงานสมบูรณ์): ภายใน 360 วัน
- กำหนดวันยื่นข้อเสนอ: 6 มกราคม 2569 เวลา 09.00 - 12.00 น.
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
-
Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่สละสิทธิ์)
-
Standards Compliance: ไม่ได้ระบุ ISO หรือมาตรฐานสากลเฉพาะทางโดยตรง แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ตามที่ กพร. กำหนด
-
Experience:
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมี ผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,350,000 บาท ต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวที่แล้วเสร็จ ส่งมอบ และตรวจรับเรียบร้อยแล้ว เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กพร. เชื่อถือ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี
-
Previous Project Cost: อย่างน้อย 2,350,000 บาท ต่อสัญญาเดียว
-
Technical Capabilities:
- ต้องมีความเข้าใจในกระบวนการทำงานของระบบ DPIM FIN เดิมและพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560
- มีความสามารถในการพัฒนาระบบ Web Application และเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่นๆ
- สามารถออกแบบและพัฒนา Dashboard และ Data Visualization
- สามารถจัดทำ API ตามที่กำหนด
- มีความสามารถด้านการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analysis & Design)
- มีความสามารถในการดูแลบำรุงรักษาระบบและแก้ไขข้อผิดพลาด (Maintenance & Bug Fixing)
-
Personnel: ต้องมีทีมงานที่มีคุณสมบัติดังนี้เป็นอย่างน้อย:
- ผู้จัดการโครงการ (1 คน): จบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์/ไอที มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้จัดการโครงการ ไม่น้อยกว่า 10 ปี
- เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ระบบ (1 คน): จบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์/ไอที มีประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์ระบบงานสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า 4 ปี
- เจ้าหน้าที่พัฒนาระบบ (1 คน): จบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์/ไอที มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบ ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- เจ้าหน้าที่จัดการฐานข้อมูล (1 คน): จบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์/ไอที มีประสบการณ์ด้านจัดการฐานข้อมูล ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมระบบงาน (1 คน): จบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์/ไอที มีประสบการณ์ด้านระบบงานสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม (1 คน): จบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์/ไอที มีประสบการณ์ด้านระบบงานสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ/จัดทำเอกสาร/นำเข้าข้อมูล (2 คน): จบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์/ไอที มีประสบการณ์ด้านระบบงานสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า 3 ปี
- เจ้าหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงาน (2 คน): จบปริญญาตรี มีประสบการณ์ด้านระบบงานสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า 3 ปี
- หมายเหตุ: ต้องแนบ CV, หลักฐานวุฒิการศึกษา, ประสบการณ์ทำงาน และรูปถ่ายของบุคลากรทุกตำแหน่ง
เกณฑ์การพิจารณา
การคัดเลือกใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยมีน้ำหนักคะแนนดังนี้:
-
ราคาที่ยื่นเสนอ (Price): น้ำหนัก 20%
- วิธีคิดคะแนน: 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
-
คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ: น้ำหนัก 80% (แบ่งเป็น 4 ส่วน)
- 2.1 คุณวุฒิและประสบการณ์บุคลากร: 10 คะแนน
- มีบุคลากรตามขอบเขตงานได้ 5 คะแนน
- มีบุคลากรสูงกว่าขอบเขตงานได้ 10 คะแนน
- 2.2 เกณฑ์ความรู้ความเข้าใจในโครงการและระบบที่นำเสนอ: 45 คะแนน
- แบ่งประเมินจากเอกสารข้อเสนอทางเทคนิค ครอบคลุม: แผนดำเนินโครงการ, ความเข้าใจในระบบ DPIM FIN เดิม, ความเข้าใจเกี่ยวกับการชำระค่าภาคหลวงแร่/ค่าภาคหลวงแร่เพิ่มเติม/การคำนวณเงินผลประโยชน์พิเศษ, รายละเอียดผู้รับผิดชอบ, รายละเอียดทางเทคนิควิธีพัฒนาระบบ, รายละเอียดการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน, แนวทางการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา, แนวทางการส่งมอบงานเป็นระยะ, ตัวอย่างหน้าจอ Mock up/Prototype
- 2.3 การนำเสนอแนวทางการติดตั้งและพัฒนาระบบ และการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ: 15 คะแนน
- ประเมินจาก: แนวทางการพัฒนาระบบ, รายละเอียดทางเทคนิควิธีการพัฒนาระบบ, รายละเอียดการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน, แนวคิดกระบวนการทดสอบระบบ
- 2.4 ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ: 10 คะแนน
- ประเมินจากจำนวนผลงานด้านการพัฒนาระบบ Web Application หรือผลงานลักษณะเดียวกันที่แล้วเสร็จในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี
- ยื่นเสนอ 2 ผลงานที่ชัดเจนครบถ้วน ได้ 5 คะแนน
- ยื่นเสนอ 5 ผลงานที่ชัดเจนครบถ้วน ได้ 10 คะแนน
- 2.1 คุณวุฒิและประสบการณ์บุคลากร: 10 คะแนน
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ประเภทระบบ: การพัฒนาและปรับปรุงระบบ Web Application (ระบบรับชำระเงินค่าภาคหลวงแร่และค่าธรรมเนียมอื่น)
- ความต้องการด้านการเชื่อมโยงระบบ (Integration): ระบบที่พัฒนาต้องสามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่นของ กพร. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ:
- แพลตฟอร์มยื่นคำขอใบอนุญาตดิจิทัล (ข้อมูลประกาศราคาแร่, ประทานบัตร, สถานะการทำเหมือง, ปริมาณสำรองแร่ ฯลฯ)
- ระบบออกใบอนุญาตส่งแร่ออกนอกประเทศ/นำเข้า (NSW)
- ระบบยื่นคำขอใบอนุญาตออนไลน์
- ความต้องการด้านการแสดงผลและวิเคราะห์ข้อมูล: ต้องมีการออกแบบและพัฒนาแดชบอร์ด (Dashboard) สำหรับการแสดงผลข้อมูลในรูปแบบ Data Visualization ที่สามารถปรับเปลี่ยนมิติการแสดงผลได้ เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์สำหรับการสำรวจแร่และการกำหนดนโยบาย
- ความต้องการด้านความปลอดภัย (Security Requirements):
- การรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตามที่ กพร. กำหนด (OS Hardening, Vulnerability Assessment, Source Code Scan)
- การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงระบบ (Authentication) ในรูปแบบที่ กพร. กำหนด
- การใช้โปรโตคอลที่ปลอดภัย (HTTPS, SFTP)
- การติดตั้ง SSL/TLS
- การเข้ารหัสข้อมูลสำคัญ (เช่น รหัสผ่าน, ข้อมูลส่วนบุคคล)
- การจัดเก็บ Audit Log
- ความต้องการด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย: ระบบต้องพัฒนาตามและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- ความต้องการด้านการดูแลรักษา: ระบบที่พัฒนาต้องมีเสถียรภาพ และผู้รับจ้างต้องดูแลบำรุงรักษาระบบเดิมให้ทำงานต่อเนื่องได้
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 4,700,000 บาท (สี่ล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- การชำระเงิน: แบ่งเป็น 5 งวด ตามการส่งมอบและตรวจรับงาน
- งวดที่ 1 (แผนดำเนินงาน): 5% ของเงินค่าจ้างทั้งหมด
- งวดที่ 2 (รายงานความก้าวหน้าฉบับที่ 1): 25%
- งวดที่ 3 (รายงานความก้าวหน้าฉบับที่ 2): 25%
- งวดที่ 4 (ติดตั้ง ทดสอบ ฝึกอบรม): 15%
- งวดที่ 5 (ส่งมอบงานสมบูรณ์): 30%
- ค่าปรับ: กรณีส่งมอบงานล่าช้า จะต้องชำระค่าปรับ ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างต่อวัน
- การรับประกันงาน: ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบที่ส่งมอบ เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ กพร. ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว และต้องแก้ไขให้เรียบร้อยภายใน 1 วัน หลังจากได้รับแจ้ง
- หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการเสนอราคาต้องวางหลักประกันสัญญา ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
- เงื่อนไขการเริ่มสัญญา: การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กพร. ได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐ พ.ศ. 2569 แล้วเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ระบบ DPIM FIN ที่มีอยู่เดิม มีปัญหาหรือความต้องการอะไรที่โครงการนี้ต้องแก้ไขโดยเฉพาะ?
A: จาก TOR ระบุว่าระบบถูกใช้งานมา 6 ปี และได้รวบรวมความต้องการเพิ่มเติมจากผู้ใช้ รวมถึงพบปัญหาจากการใช้งานบางส่วน โครงการนี้จึงต้องปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รองรับเงื่อนไขการชำระเงินที่หลากหลายขึ้น เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มใหม่ของ กพร. และพัฒนาแดชบอร์ดเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล -
Q: การเชื่อมโยงกับ “แพลตฟอร์มยื่นคำขอใบอนุญาตดิจิทัล” มีขอบเขตการแลกเปลี่ยนข้อมูลอะไรบ้าง?
A: ครอบคลุมข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลประกาศราคาแร่, ข้อมูลประทานบัตร, สถานะการเปิด/หยุดทำเหมือง, ข้อมูลการอนุญาตรับช่วงทำเหมือง, ปริมาณสำรองแร่, ข้อมูลแร่ผลพลอยได้, ข้อมูลหนังสืออนุญาตให้ครอบครองแร่กรณีพิเศษ, บันทึกข้อตกลง (เงื่อนไขแนบท้ายประทานบัตร) รวมถึงการรับ-ส่งข้อมูลการชำระค่าธรรมเนียมและใบเสร็จ -
Q: “การพัฒนาฟังก์ชันการตัดยอดปริมาณสำรองแร่” หมายถึงอะไร?
A: หมายถึงการพัฒนาระบบให้สามารถคำนวณและติดตามปริมาณแร่สำรองที่คงเหลือได้หลังจากที่มีการผลิตและชำระค่าภาคหลวงแร่ไปแล้ว ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการบริหารจัดการสัมปทานและการวางแผนการผลิต -
Q: โครงการมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) อะไรบ้าง?
A: มีข้อกำหนดหลายประการ เช่น ต้องทำ Vulnerability Assessment Scanning และแก้ไขช่องโหว่ระดับปานกลางขึ้นไป, ต้องใช้โปรโตคอลปลอดภัย (HTTPS, SFTP), ติดตั้ง SSL/TLS, ออกแบบระบบเป็น Multi-Tier, ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะที่จำเป็น, จัดเก็บ Audit Log, และเข้ารหัสข้อมูลสำคัญ -
Q: ข้อกำหนดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ในโครงการนี้เป็นอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างจะทำหน้าที่เป็น “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Processor) ต้องปฏิบัติตาม PDPA อย่างเคร่งครัด อาทิ จัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล (Record of Processing), มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม, แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลภายใน 24 ชั่วโมง, และลบ/ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อสิ้นสุดการจ้างหรือเมื่อหมดความจำเป็น -
Q: การส่งมอบ “Source Code Program” ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขใดบ้าง?
A: TOR ระบุให้ส่งมอบโปรแกรมต้นฉบับ (Source Code Program) พร้อมกับการส่งมอบงานงวดสุดท้าย (ภายใน 360 วัน) โดยเป็นส่วนหนึ่งของงานส่งมอบที่สมบูรณ์ -
Q: หน้าที่ของ “เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมระบบงาน” ตามที่กำหนดในทีมงานคืออะไร?
A: ตำแหน่งนี้คาดว่ามีหน้าที่ดูแลด้าน Quality Assurance (QA), การทดสอบระบบ (Testing), และการควบคุมคุณภาพของงานพัฒนาระบบให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่ตั้งไว้ -
Q: โครงการนี้มีการ “ฝึกอบรมการใช้งานระบบ” ให้กับใครบ้าง?
A: ระบุในขอบเขตงานว่าต้องจัดการฝึกอบรมให้แก่ เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งน่าจะรวมถึงเจ้าหน้าที่ กพร. ผู้ใช้งานระบบจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) และอาจรวมถึงผู้ประกอบการเหมืองแร่ในบางส่วน ตามที่ กพร. กำหนด -
Q: เงื่อนไข “การนำเข้าข้อมูลใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่จากระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS System)” หมายถึงอะไร?
A: หมายถึงการพัฒนาระบบให้สามารถดึงหรือนำเข้าข้อมูลใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่จากระบบ MIS ที่มีอยู่เดิมของ กพร. มาใช้ในระบบ DPIM FIN ที่กำลังพัฒนาปรับปรุงนี้ เพื่อให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน -
Q: การพัฒนาระบบให้รองรับ “การจ่ายเงินสินบน เงินรางวัล และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560” มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?
A: เพื่อให้ระบบสามารถบริหารจัดการและบันทึกการจ่ายเงินต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายแร่กำหนดได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านเหมืองแร่
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
จ้างพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบรับชําระเงินค่าภาคหลวงแร่ และค่าธรรมเนียมอื่น
ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ (DPIM FIN)
๑. ความเป็นมา
ๆ
๑ ตุลาคม ๒๕๖๗
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้นําระบบรับชําระเงินค่าภาคหลวงแร่ ค่าธรรมเนียม อื่น ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ (DPIM FIN) มาให้บริการอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ ส่งผลให้ กพร. มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับการรับชําระค่าภาคหลวงแร่ เงินบํารุงพิเศษ เงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐ และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ถูกต้อง ครบถ้วน มากยิ่งขึ้น ซึ่งข้อมูลค่าภาคหลวงแร่เป็นข้อมูลสําคัญที่สะท้อนให้ เห็นถึงกิจกรรมการทําเหมืองที่มีความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากค่าภาคหลวงแร่เป็นภาษีที่รัฐเรียกเก็บโดยตรง
จากการผลิตจริง ทําให้ข้อมูลค่าภาคหลวงแร่เป็นข้อมูลที่จับต้องได้และตรวจสอบได้ และจัดเป็นชุดข้อมูลพื้นฐาน ที่แข็งแกร่งข้อมูลหนึ่ง ที่แสดงได้ว่าในประเทศมีแร่ชนิดใด และมีการผลิตแร่อยู่พื้นที่ใดบ้าง ซึ่งสามารถนําข้อมูล ดังกล่าวไปวิเคราะห์ต่อยอดเพื่อสนับสนุนการสํารวจและวิจัยแร่ได้อย่างมีนัยสําคัญ การนําฐานข้อมูล ค่าภาคหลวงแร่มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ สามารถช่วยให้เกิดความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับแหล่งแร่ แนวโน้ม การผลิต และปริมาณสํารองแร่คงเหลือ ซึ่งสามารถใช้เป็นฐานข้อมูลสําคัญเพื่อเสริมศักยภาพในการวางแผน การสํารวจแร่ และบริหารจัดการอุตสาหกรรมแร่ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้หลังจากที่ได้เปิดใช้งานระบบ DPIM FIN เพื่ออํานวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่และ ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทั่วประเทศเป็นระยะเวลา 6 ปี ทาง กพร. ได้รวบรวมความต้องการเพิ่มเติม จากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการ ปัญหาที่พบจากการใช้งานในระบบ รวมถึงการเปลี่ยนแปลง
ฟังก์ชันการใช้งานระบบบางส่วนเพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานและเงื่อนไขการชําระเงินที่หลากหลายยิ่งขึ้น ประกอบกับ กพร. กําลังอยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์มยื่นคําขอใบอนุญาตดิจิทัล ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งจะ เสร็จสิ้นโครงการในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวมีขอบเขตการดําเนินงานเกี่ยวกับการขออนุญาต อาชญาบัตรและประทานบัตร การดําเนินการเกี่ยวกับประทานบัตร การประกอบธุรกิจแร่ การคํานวณและ ประกาศราคาแร่ รวมถึงการจัดสรรค่าภาคหลวงแร่ ซึ่งแต่ละกระบวนงานต้องมีการเชื่อมโยงกับระบบ DPIM FIN ทั้งสิ้น
ดังนั้น กพร. จึงจําเป็นต้องมีการพัฒนาปรับปรุงระบบ DPIM FIN เพื่อให้มีการนําฐานข้อมูลจากระบบ DPIM FIN มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ สามารถใช้สนับสนุนในการสํารวจและวิจัยแร่ รวมถึงสามารถใช้ ประกอบในการวางแผนหรือกําหนดนโยบายในการบริหารจัดการอุตสาหกรรมแร่ และยังเป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทํางานของระบบ DPIM FIN ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของเจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการได้มากยิ่งขึ้น สามารถรองรับการทํางานร่วมกับแพลตฟอร์มยื่นคําขอใบอนุญาตดิจิทัล และระบบอื่น ๆ ของ กพร. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้ กพร. มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน สามารถนํามาบูรณาการเพื่อให้มีข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ในด้านอื่น ๆ ได้หลากหลายมิติมากยิ่งขึ้นต่อไปอีกด้วย
ๆ
その
Cr
อง_
gongay
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑. เพื่อนําข้อมูลที่ได้จากระบบ DPIM FIN มาใช้วิเคราะห์ในรูปแบบหลากหลายมิติ สะท้อนให้เห็นถึง ความมีอยู่ของแร่ในแต่ละพื้นที่ ปริมาณการผลิต ปริมาณสํารอง รวมถึงแนวโน้มการผลิต เพื่อใช้ประโยชน์ในการสํารวจและวิจัยแร่ รวมถึงการบริหารจัดการอุตสาหกรรมแร่
๒.๒. เพื่อพัฒนาส่วนเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบต่าง ๆ ของ กพร. ให้มีการบูรณาการข้อมูล ลดความซ้ําซ้อน
และมีการประมวลผลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
๒.๓.
เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบรายงานและสืบค้นข้อมูลทางการเงินให้สามารถนําไปใช้วิเคราะห์
และตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๒.๔. เพื่อปรับปรุงระบบ DPIM FIN ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๒.๕. เพื่อให้ระบบ DPIM FIN มีการดูแลบํารุงรักษาให้การทํางานมีเสถียรภาพและสามารถให้บริการ
ได้อย่างต่อเนื่อง
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
๓.๑. มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ของกรมบัญชีกลาง
๓.๕. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงาน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการ ของนิติบุคคลนั้นด้วย ๓.๖. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗. เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๔. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กพร. ณ วันประกาศ
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น
ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
มาด
เกล
Hom.
Малвий
L
ก
๓.๑๐. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า ๒,๒๕๐,๐๐๐ บาท (สองล้านสามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียว และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กพร. เชื่อถือ ภายใน
๓.๑๒.
ระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี โดยต้องแนบหนังสือรับรองผลงานมาพร้อมกับการเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ
จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่า ตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๓.๑๓. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิ หักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดง ค่าเป็นบวก 5 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็น วันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่น ข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงิน
Lu
เสาร
Маккий
งบทด
from.
กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่น งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น
ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนด
มูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 9 ล้านบาท
(๓)สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง
หรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
ในวันลงนามในสัญญา
(๔)กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า
ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อ
ที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต
ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
ตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อ ที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔.๒ มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
Ly
lows
arin
Jons.
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่น เอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับ
การยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้
ในเอกสารประกวดราคา
(๒) กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๓.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓)
งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(5.5) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน
ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๙. ขอบเขตของงาน
๔.๑. ศึกษา As Is Model (Current Model) สําหรับกระบวนการทํางาน (Business Process) ที่เกี่ยวข้อง กับการชําระค่าภาคหลวงแร่ เงินบํารุงพิเศษ เงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
ของ กพร.
๔.๒. ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทํา To Be Model (Future Model) สําหรับกระบวนการทํางาน (Business Process) การชําระค่าภาคหลวงแร่ เงินบํารุงพิเศษ เงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของ กพร. เพื่อรองรับการทํางานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และรองรับการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล
ที่เกี่ยวข้อง
๔.๓. ศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบการนําข้อมูลจากระบบ DPIM FIN มาใช้ประโยชน์ โดยมีการนําเสนอ ได้หลากหลายมิติ เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนในการวางแผนสํารวจและวิจัยแร่ รวมถึงเป็นข้อมูล ประกอบในการกําหนดนโยบายการบริหารจัดการอุตสาหกรรมแร่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๔.๔. การนําข้อมูลโครงสร้างการออกแบบจากข้อ ๔.๓ มาแสดงผลในรูปแบบแดชบอร์ด (Dashboard)
ที่สามารถปรับเปลี่ยนมิติการแสดงผลแบบอัตโนมัติ (Data Visualization)
๔.๕. ปรับปรุงและพัฒนาระบบเพิ่มเติม (System Enhancements) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการปรับปรุง
และพัฒนาระบบ DPIM FIN ตามหัวข้อดังต่อไปนี้
๔.๕.๑. พัฒนาส่วนเชื่อมโยงกับระบบของ กพร. เช่น
(๑) แพลตฟอร์มยื่นคําขอใบอนุญาตติจิทัล เช่น ข้อมูลประกาศราคาแร่ ข้อมูลประทานบัตร ข้อมูลสถานะการเปิดการทําเหมืองหรือการหยุดการทําเหมือง ข้อมูลการอนุญาตรับช่วง
Ly
tmon
armi
Hom
การทําเหมือง ข้อมูลปริมาณสํารองแร่ ข้อมูลแร่อื่นที่เป็นผลพลอยได้จากการทําเหมือง ข้อมูลหนังสืออนุญาตให้ครอบครองแร่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย ข้อมูลบันทึกข้อตกลง (เงื่อนไขแนบท้ายประทานบัตร) รับและส่งข้อมูลการชําระค่าธรรมเนียม ข้อมูลใบเสร็จ เป็นต้น (๒) ระบบออกใบอนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีป และใบอนุญาต น้ําแร่เข้าในราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีป (NSW) เช่น ส่งข้อมูลใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่ รับและส่งข้อมูลการชําระค่าธรรมเนียม
(๓) ระบบยื่นคําขอใบอนุญาตออนไลน์ รับข้อมูลใบอนุญาตต่าง ๆ รวมทั้งรับและส่ง ข้อมูล
การชําาระค่าธรรมเนียม
(๔) ระบบอื่น ๆ ตามที่ กพร. กําหนด
๔.๕.๒. ปรับปรุงฟังก์ชันการชําระค่าภาคหลวงแร่เพิ่มเติมให้สอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยแร่ ๔.๕.๓. พัฒนาฟังก์ชันการตัดยอดปริมาณสํารองแร่
๔.๕.๔. จัดทํา API ตามที่ กพร. กําหนด เพื่อเตรียมความพร้อมในการเชื่อมโยงกับระบบอื่น ๆ ในอนาคต ๔.๕.๕. ปรับปรุงระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานมาก
ยิ่งขึ้น ดังนี้
๔.๕.๕.๑. การปรับกระบวนงานในการส่งคําร้องให้สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ๔.๕.๕.๒. การเพิ่มส่วนหมายเหตุและเอกสารแนบ
๔.๕.๕.๓. การแจ้งเตือนกรณีชําระค่าภาคหลวงแร่มีปริมาณน้อยหรือมากผิดปกติจากที่เคย
ชําระค่าภาคหลวงแร่
๔.๕.๕.๔. การเพิ่มเงื่อนไขในการกรองข้อมูลเพื่อแสดงข้อมูลใบเสร็จทุกประเภท ๔.๕.๕.๕. การแสดงข้อมูลเพิ่มเติมในใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่ที่ชําระเพิ่มเติม ๔.๕.๕.๖. การดูประวัติการใช้ใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่ในการชําระเพิ่มกรณีต่าง ๆ ๔.๕.๕.๗. การแยกการเรียกพิมพ์ใบเสร็จต้นฉบับและสําเนาใบเสร็จทุกประเภท ๔.๕.๕.๔. การปรับปรุงฟังก์ชันการชําระค่าธรรมเนียมอื่น ๆ และการชําระค่าภาคหลวงแร่เพิ่ม
กรณีผลการรังวัดและให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นคําร้องผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ๔.๕.๕.๔. การปรับกระบวนงานการชําระค่าภาคหลวงแร่ของใบอนุญาตครอบครองแร่ หนังสืออนุญาตให้ครอบครองแร่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายให้สามารถวางหลักประกันได้ ๔.๕.๕.๑๐.การพัฒนาการรับชําระค่าภาคหลวงแร่กรณีแร่อื่นที่เป็นผลพลอยได้จากการทําเหมือง
ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยแร่
๔.๕.๕.๑๑. การพัฒนาฟังก์ชันการขอคืนเงิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการติดตาม
สถานะการขอคืนเงินได้
๔.๕.๕.๑๒. การปรับปรุงการคํานวณเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐ พร้อมเชื่อมโยงไประบบ
ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทําบันทึกข้อตกลง
๔.๕.๕.๑๓. การปรับปรุงการจัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือการบันทึกข้อมูล อปท.
๔.๕.๕.๑๔. การส่งออกข้อมูลในรูปแบบ Microsoft Excel (xlsx) จากการค้นหาในระบบทุกหน้า ๔.๕.๕.๑๕. การปรับปรุงโครงสร้างให้ สอจ. สามารถดูและเรียกข้อมูลใบเสร็จจาก อปท.
ในจังหวัดที่รับผิดชอบมาใช้ชําระเพิ่มเติมได้
๔.๕.๕.๑๖. การปรับวันครบกําหนดชําระของค่าธรรมเนียมอื่น
น ๆ
Ly
เสา
длиг
.
g
๔.๕.๕.๒๗. การพัฒนาระบบให้รองรับการจ่ายเงินสินบน เงินรางวัล และค่าใช้จ่าย
ในการดําเนินงานตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐
๔.๕.๕.๑๘. การนําเข้าข้อมูลใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่จากระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อการจัดการ
(MIS System)
๔.๕.๕.๑๙. การพัฒนาระบบให้สามารถดึงข้อมูลใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่ เพื่อประกอบ
การจัดทําดัชนีอุตสาหกรรมเหมืองแร่
๔.๕.๖. การพัฒนาระบบแบบแจ้งผู้ใช้แร่เพื่อใช้เป็นข้อมูลปลายทางสําหรับประกอบการชําระ
ค่าภาคหลวงแร่
๔.๕๗. การพัฒนารายงานเพิ่มเติม เช่น รายงานการจัดเก็บค่าภาคหลวงแร่ รายงานการจัดเก็บ
และนําส่งเงินรายได้ ประจํางบประมาณ โดยสามารถเลือกช่วงเวลาได้ เป็นต้น
๔.๕.๔. ปรับปรุงรายงานสรุปการรับชําระให้สามารถตรวจสอบกับ Statement ของ Krungthai
Cooperate ได้สะดวกยิ่งขึ้น
๔.๕.๔. การพัฒนาฟังก์ชันสําหรับการออกใบแจ้งชําระเงินค่าธรรมเนียมเพื่อใช้เนื้อที่ในการทําเหมือง
๔.๕.๑๐.การพัฒนาระบบย่อยในการกํากับดูแล และการจัดการใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่ เช่น การจัดการ ข้อมูลใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่กรณีมีผู้ซื้อแร่จากใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่ที่ได้ชําระไว้ การตัดยอด ปริมาณแร่ในกระบวนการที่เกี่ยวกับธุรกิจแร่ เป็นต้น
๔.๕.๑๑.การพัฒนาระบบประวัติการใช้งานระบบ (Log)
๔.๕.๑๒. พัฒนาระบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้งาน สถิติการเข้าใช้งานระบบ และมีการวิเคราะห์
ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
๔๖. ดูแล และบํารุงรักษาระบบเดิม (MA of Existing System) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการดูแลและบํารุงรักษา ระบบ DPIM FIN ที่ได้พัฒนาเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อให้ระบบสามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่องและ มีเสถียรภาพ รวมถึงแก้ไขข้อผิดพลาด (Bug Fixes) หรือปัญหาทางเทคนิคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน
๕. คุณสมบัติของทีมงานของผู้ยื่นข้อเสนอ
๕.๑. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องประกอบไปด้วยทีมงานที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และผลงานในการ พัฒนาระบบสารสนเทศ ซึ่งจะต้องประกอบด้วยบุคลากรตามตําแหน่งที่มีคุณสมบัติในวันยื่นเสนอราคา ดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย
ตําาแหน่ง
๑. ผู้จัดการโครงการ
จํานวน
คุณสมบัติขั้นต่ํา
๒. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ระบบ
lo
๑. จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีในด้านที่เกี่ยวข้องกับ
คอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
๒. มีประสบการณ์ในตําแหน่งผู้จัดการโครงการ ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี
จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีในด้านที่เกี่ยวข้องกับ
คอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
๒. มีประสบการณ์ทํางานในด้านการวิเคราะห์ระบบงานสารสนเทศ
ไม่น้อยกว่า 4 ปี
Lu
алг
ira
.
Muhw.
ส
ตําาแหน่ง
จํานวน
๓. เจ้าหน้าที่พัฒนาระบบ
๔. เจ้าหน้าที่จัดการฐานข้อมูล
๕. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและควบคุม
ระบบงาน
5. เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม
๗. เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ/ เจ้าหน้าที่จัดทําเอกสาร / นําเข้าข้อมูล
งตน
๔. เจ้าหน้าที่สนับสนุนการดําเนินงาน
E
คุณสมบัติขั้นต่ํา
๑. จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีในด้านที่เกี่ยวข้องกับ
คอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
๒. มีประสบการณ์ทํางานในด้านการพัฒนาระบบ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ๑. จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ในด้านที่เกี่ยวข้องกับ
คอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
๒. มีประสบการณ์ทํางานในด้านจัดการฐานข้อมูล ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ๑. จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ในด้านที่เกี่ยวข้องกับ
คอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
๒. มีประสบการณ์ทํางานในด้านระบบงานสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ๑. จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ในด้านที่เกี่ยวข้องกับ
คอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
๒. มีประสบการณ์ทํางานในด้านระบบงานสารสนเทศมา ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
6. จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีในด้านที่เกี่ยวข้องกับ
คอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
๒. มีประสบการณ์ทํางานด้านระบบงานสารสนเทศมาแล้ว ไม่น้อยกว่า ๓ ปี
๑๒. จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี
๒. มีประสบการณ์ทํางานด้านระบบงานสารสนเทศมาแล้ว ไม่น้อยกว่า ๓ ปี
หมายเหตุ : ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแนบประวัติการศึกษา หลักฐานประวัติบุคคล (CV) เอกสารแสดงวุฒิการศึกษา ของบุคลากร และประสบการณ์การทํางานของบุคลากรในทีมงานตามที่ระบุ พร้อมรูปถ่ายขนาด ๑ นิ้ว จํานวน ๑ รูป โดยแนบแผนผังแสดงหน้าที่และความรับผิดชอบ ของบุคลากรที่ทํางานในครั้งนี้มาพร้อมการยื่นข้อเสนอ
หากมีบุคลากรที่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ประจําของผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือยืนยันการร่วมดําเนินการด้วย
๕.๒. บุคลากรที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานในแต่ละกระบวนการของการพัฒนาโครงการต้องมาปฏิบัติงาน
ที่ กพร. ตามช่วงเวลาในแต่ละกระบวนการนั้นตามแผนที่เสนอต่อผู้ว่าจ้าง
5. เงื่อนไขข้อกําหนดในเอกสารข้อเสนอ
๒.๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทําเอกสารข้อเสนอทางเทคนิค ประกอบด้วยหัวข้ออย่างน้อยดังต่อไปนี้
บทที่ ๑ บทนํา
๑.๑ หลักการและเหตุผล
๑.๒ วัตถุประสงค์โครงการ
๑.๓ ขอบเขตการดําเนินงาน
๑.๔ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ สิ่งที่จะส่งมอบ
๑.๕ การส่งมอบงาน
our
s
อแด
บทที่ ๒ วิธีการดําเนินงาน
๒.๑ ความเข้าใจในขอบเขตของโครงการ และระบบงาน ตลอดจนแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนา
ระบบ Web Application
๒.๒ ขั้นตอนการดําเนินงานตามรายละเอียดโครงการ (TOR) โดยจะต้องเสนอ รายละเอียด แนวทางและวิธีการทํางานในแต่ละขั้นตอน และสิ่งที่จะส่งมอบเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
ของโครงการ
๒.๓ แผนการดําเนินโครงการในรูปแบบ Gantt Chart โดยระบุระยะเวลา และผู้รับผิดชอบ
ในแต่ละงานอย่างชัดเจน
๒.๔ รายละเอียดประกอบอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการ (ถ้ามี)
บทที่ ๓ ข้อมูลองค์กร
ประวัติและผลงานที่ผ่านมาของผู้เสนอราคา
๓.๒ โครงสร้างบุคลากรในการดําเนินโครงการ
ประวัติและผลงานที่ผ่านมาของบุคลากรในการดําเนินโครงการ ตามคุณสมบัติข้อ ๕
พร้อมแนบเอกสารหลักฐานดังกล่าว
๓.๔ เอกสารการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์
๓.๕ ข้อมูลประกอบอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของคณะกรรมการ ๒.๒. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทําตารางเปรียบเทียบข้อเสนอทางเทคนิค หรือคุณลักษณะที่นําเสนอกับ ข้อกําหนดขอบเขตการดําเนินงานในรายละเอียดโครงการ (TOR) โดยต้องแสดงการเปรียบเทียบ ทุกรายการ และแสดงหลักฐานอ้างอิงที่เป็นเอกสารซึ่งสามารถแสดงว่าสิ่งที่เสนอนั้นเป็นไป ตาม ข้อก้าหนดขอบเขตการดําเนินงาน
๒.๓. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทําตารางแสดงความครบถ้วนของข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ยื่น
ซื้อเสนอ
๗. ข้อกําหนดและแผนการดําเนินการ
๗.๑. การออกแบบ และพัฒนาระบบฯ หรือซอฟต์แวร์ต้องคํานึงถึงความเข้ากันได้กับทรัพยากรของระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศที่ กพร. มีอยู่
๗.๒. การดําาเนินการโครงการ ปรับปรุงระบบ และพัฒนาระบบฯ ต้องผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการ
ตรวจรับงานของ กพร. เป็นลําดับขั้นตอน ดังนี้
๗.๒.๒. การจัดทําแผนกระบวนการพัฒนาโครงการ (Project Planning)
๒.๒.๒. การจัดทํากระบวนการ Software Requirement Definition
๒.๒.๓. การจัดทํากระบวนการ External Design และการพัฒนาซอฟต์แวร์ต้นแบบ (Software
Prototyping)
๗.๒.๔. การจัดทํากระบวนการ Internal Design
๒.๒.๕. การจัดทํากระบวนการ Programming
๒.๒.๖. การจัดทํากระบวนการ Testing
๒.๒.๗. การฝึกอบรมการใช้งานระบบให้แก่เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง
๗.๒.๔. การจัดทําเอกสารประกอบการพัฒนาโครงการฉบับสมบูรณ์
Мовий
олиг
How.
G
๗.๓. เนื้อหาขอบเขตการดําเนินงานที่ระบุอยู่ในข้อกําหนด (TOR) นี้เป็นเพียงการกําหนดความต้องการ
ขั้นพื้นฐานของระบบที่ต้องการเท่านั้น ไม่ถือเป็นความต้องการของระบบทั้งหมดที่จะต้องดําเนินการจัดทํา หากผู้รับจ้างพิจารณาแล้ว เห็นว่าการดําเนินงานหรือรายการใดคุณสมบัติไม่เพียงพอหรือขาดบางรายการ ที่จําเป็นต้องใช้ในการพัฒนา ผู้รับจ้างต้องเสนอสิ่งที่ดีกว่าหรือเทียบเท่าข้อกําหนด และเสนอรายการ ที่ยังไม่ครบถ้วน เพื่อทําให้การทํางานของทั้งระบบมีประสิทธิภาพ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ กําหนดให้ความต้องการของระบบทั้งหมด อันรวมถึง Functional Requirements และ non -
Functional Requirements
4. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
๔.๑. ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กพร. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบหลักเกณฑ์อื่น ซึ่ง กพร. พิจารณาแล้วเห็นว่าการพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบ DPIM FIN เป็นระบบที่มีกระบวนการและการเชื่อมโยงข้อมูลที่ซับซ้อน ผู้พัฒนา จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการทํางานทั้งหมดของระบบดังกล่าว และเข้าใจการทํางาน
ระบบสารสนเทศที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งถูกออกแบบและพัฒนาให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาเป็นอย่างดี จึงมีความจําเป็นที่จะต้องกําหนดหลักเกณฑ์อื่น ที่เป็นหลักเกณฑ์ข้อเสนอ ด้านเทคนิคประกอบด้วย โดยพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ําหนักที่กําหนด ดังนี้ ๔.๑.๑. ราคาที่ยื่นเสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐
๔.๑.๒. คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐ ๔.๒. กพร. จะพิจารณาด้านคุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ (คะแนนรวม ๘๐ คะแนน) ดังนี้
ลําาดับที่
0.
รายละเอียดหลักเกณฑ์การให้คะแนน
คุณวุฒิและประสบการณ์บุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ
๑.๑ มีจํานวนบุคลากร คุณวุฒิ และประสบการณ์ ตามขอบเขตของงาน
ได้ ๕ คะแนน
๑.๒ มีจํานวนบุคลากร คุณวุฒิ และประสบการณ์สูงกว่า ขอบเขตของงาน
ได้ ๑๐ คะแนน
คะแนน
(๘๐ คะแนน)
กอ คะแนน
วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้จากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา **หากเอกสารไม่มีความชัดเจนและไม่ครบถ้วน ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน เกณฑ์ความรู้ความเข้าใจในโครงการและระบบที่นําเสนอ โดยการพิจารณา ๕ คะแนน การนําเสนอที่ชัดเจน และครบถ้วน ประกอบด้วย
๑) แผนการดําเนินโครงการ (ได้ ๒ คะแนน)
โดยมีเงื่อนไขการคิดคะแนนจากความเข้าใจที่นําเสนอมา ดังนี้
- มีการนําาเสนอแผนดําเนินโครงการ
ได้ ๒.๐ คะแนน - ไม่มีการนําเสนอแผนดําเนินโครงการ
ได้ 。 (ศูนย์) คะแนน
*วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้จากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา
**หากเอกสารไม่มีความชัดเจนและไม่ครบถ้วน ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน
JARO
.
llow
ลําดับที่
รายละเอียดหลักเกณฑ์การให้คะแนน
๒) นําเสนออธิบาย (Concept) ความเข้าใจของทั้งโครงการ
(ได้ ๒๐ คะแนน)
นําเสนอความเข้าใจเกี่ยวกับระบบรับชําระเงินค่าภาคหลวงแร่ และ ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ (DPIM FIN) เดิม ได้อย่าง ถูกต้อง ครบถ้วน
นําเสนอความเข้าใจเกี่ยวกับการชําระค่าภาคหลวงแร่ ได้อย่างถูกต้อง
ครบถ้วน
นําเสนอความเข้าใจเกี่ยวกับการชําระค่าภาคหลวงแร่เพิ่มเติม ได้อย่าง
ถูกต้อง ครบถ้วน
นําเสนอความเข้าใจเกี่ยวกับการคํานวณเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐ
ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน
โดยมีเงื่อนไขการคิดคะแนนจากความเข้าใจที่นําเสนอมา ดังนี้
คะแนน
(๘๐ คะแนน) - มีการนําาเสนอ ๑ หัวข้อ
ได้ ๕,๐ คะแนน
มีการนําเสนอ ๒ หัวข้อ
ได้ ๑๐.๐ คะแนน
ได้ ๑๕.๐ คะแนน
ได้ ๒๐.๐ คะแนน - มีการนําเสนอ ๓ หัวข้อ
- มีการนําเสนอ ๔ หัวข้อ
๓) รายละเอียดผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรมที่สอดคล้องกับบุคลากรที่นําเสนอ
(ได้ ๒ คะแนน)
โดยมีเงื่อนไขการคิดคะแนนจากความเข้าใจที่นําเสนอมา ดังนี้ - มีการนําเสนอรายละเอียดผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรมที่สอดคล้องกับ
บุคลากรที่นําเสนอ
ได้ ๒.๐ คะแนน - ไม่มีการนําเสนอรายละเอียดผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรมที่สอดคล้องกับ
บุคลากรที่นําเสนอ
ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน
*วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้จากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา **หากเอกสารไม่มีความชัดเจนและไม่ครบถ้วน ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน
๔) รายละเอียดทางเทคนิคของวิธีการพัฒนาระบบสารสนเทศ อาทิ Workflow
หรือสถาปัตยกรรมของระบบ (ได้ 4 คะแนน) โดยมีเงื่อนไขการคิดคะแนนจากความเข้าใจที่นําเสนอมา ดังนี้ - มีการนําเสนอรายละเอียดทางเทคนิคของวิธีการพัฒนาระบบสารสนเทศ
ได้ ๔.๐ คะแนน - ไม่มีการนําาเสนอรายละเอียดทางเทคนิคของวิธีการพัฒนาระบบสารสนเทศ
ได้ 。 (ศูนย์) คะแนน
*วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้จากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา **หากเอกสารไม่มีความชัดเจนและไม่ครบถ้วน ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน
How.
Chr
Миний
හ
ลําดับที่
รายละเอียดหลักเกณฑ์การให้คะแนน
๕) รายละเอียดการดําเนินงานทางเทคนิคแต่ละขั้นตอน (ได้ 4 คะแนน) โดยมีเงื่อนไขการคิดคะแนนจากความเข้าใจที่นําเสนอมา ดังนี้ - มีการนําเสนอรายละเอียดการดําเนินงานทางเทคนิคแต่ละขั้นตอน
ได้ ๔.๐ คะแนน - ไม่มีการนําเสนอรายละเอียดการดําเนินงานทางเทคนิคแต่ละขั้นตอน
ได้ 。 (ศูนย์) คะแนน
*วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้จากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา **หากเอกสารไม่มีความชัดเจนและไม่ครบถ้วน ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน
๖) เสนอแนวทางการวิเคราะห์ปัญหา และการแก้ไขปัญหาระหว่างการ
ดําเนินงานที่มีเหตุผลอย่างเหมาะสม สร้างความเชื่อมั่นในความสําเร็จ ของโครงการ (ได้ ๕ คะแนน)
โดยมีเงื่อนไขการคิดคะแนนจากความเข้าใจที่นําเสนอมา ดังนี้ - มีการนําเสนอแนวทางการวิเคราะห์ปัญหา และการแก้ไขปัญหาระหว่าง การดําเนินงานที่มีเหตุผลอย่างเหมาะสม ใต้ ๕.๐ คะแนน
- ไม่มีการนําเสนอแนวทางการวิเคราะห์ปัญหา และการแก้ไขปัญหาระหว่าง การดําเนินงานที่มีเหตุผลอย่างเหมาะสม ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน *วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้จากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา **หากเอกสารไม่มีความชัดเจนและไม่ครบถ้วน ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน ๗) นําเสนอแนวทางที่รวดเร็วมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผลงาน สามารถส่งมอบ
ผลงานได้เป็นระยะโดยไม่ต้องรอให้ผลงานเสร็จสิ้นทั้งหมด และสถาปัตยกรรม ระบบถูกออกแบบให้รองรับการทํางานที่มีประสิทธิภาพและบริหารจัดการ
ได้ง่าย (ได้ ๔ คะแนน)
โดยมีเงื่อนไขการคิดคะแนนจากความเข้าใจที่นําเสนอมา ดังนี้ - มีการนําเสนอแนวทางที่รวดเร็วมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผลงาน สามารถส่ง
มอบผลงานได้เป็นระยะ
ได้ ๔.๐ คะแนน - ไม่มีการนําเสนอแนวทางที่รวดเร็วมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผลงาน สามารถส่ง
ได้ 。 (ศูนย์) คะแนน
มอบผลงานได้เป็นระยะ
*วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้จากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา **หากเอกสารไม่มีความชัดเจนและไม่ครบถ้วน ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน
- ตัวอย่างหน้าจอ Mock up หรือต้นแบบ (Prototype) มาประกอบการนําเสนอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสามารถดําเนินงานได้จริงตามข้อเสนอ (ได้ 4 คะแนน) โดยมีเงื่อนไขการคิดคะแนนจากความเข้าใจที่นําเสนอมา ดังนี้
มีการนําเสนอตัวอย่างหน้าจอ หรือต้นแบบ ได้ ๔.๐ คะแนน
- ไม่มีการนําเสนอตัวอย่างหน้าจอ หรือต้นแบบ ได้ 6 (ศูนย์) คะแนน *วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้จากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา **หากเอกสารไม่มีความชัดเจนและไม่ครบถ้วน ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน
ฟ
ตะแนน
(๘๐ คะแนน)
Lur
punic
Jus
ลําดับที่ รายละเอียดหลักเกณฑ์การให้คะแนน
๔.
การนําเสนอแนวทางการติดตั้งและพัฒนาระบบ และการออกแบบ
สถาปัตยกรรมระบบ ประกอบด้วย
จะพัฒนาระบบ
รายละเอียดทางเทคนิคของวิธีการพัฒนาระบบ รายละเอียดการดําเนินงานแต่ละขั้นตอนได้อย่างชัดเจน
นําเสนอแนวคิดกระบวนการทดสอบระบบแต่ละขั้นตอนได้อย่างชัดเจน
โดยมีเงื่อนไขการคิดคะแนนจากความเข้าใจที่นําเสนอมา ดังนี้
- มีการนําเสนอ ๑ หัวข้อ
- มีการนําเสนอ ๒ หัวข้อ
- มีการนําเสนอ ๓ หัวข้อ
ไ ๕.๐ คะแนน
ได้ ๑๐.๐ ฅะแนน
ได้ ๒๕.๐ คะแนน
การตีความและคําวินิจฉัยใดของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นที่สุด
*วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้จากความเข้าใจตามเอกสาร
ที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา
**หากเอกสารไม่มีความชัดเจนและไม่ครบถ้วน ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน
ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงิน
ไม่น้อยกว่า ๒,๓๕๐,๐๐๐ บาท (สองล้านสามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ต้องเป็น
ผลงานในสัญญาเดียวและเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญา
ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กพร. เชื่อถือ ภายในระยะเวลา
ไม่เกิน ๕ ปี โดยต้องแนบหนังสือรับรองผลงานมาพร้อมกับการเสนอราคา
ผู้
เกณฑ์การให้คะแนน
ประสบการณ์ทํางาน จํานวนผลงานย้อนหลังซึ่งดําเนินการแล้วเสร็จ ในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี นับจากวันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้ายตามสัญญาจ้าง จนถึงวันยื่นเอกสารประกวดราคานี้ ซึ่งเป็นผลงานด้านการพัฒนาระบบ Web
Application หรือผลงานที่มีลักษณะเดียวกัน
เกณฑ์การให้คะแนน - ยื่นเสนอ ๒ ผลงานที่มีเนื้อหาชัดเจน และครบถ้วน ได้ ๕,๐ คะแนน
ยื่นเสนอ ๕ ผลงานที่มีเนื้อหาชัดเจน และครบถ้วน ได้ ๑๐,๐ คะแนน *วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้จากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา **หากเอกสารไม่มีความชัดเจนและไม่ครบถ้วน ได้ 0 (ศูนย์) คะแนน
คะแนน
(๘๐ คะแนน)
โดย คะแนน
๑๐ คะแนน
bur
Home’s
Bu
Мовий
GC
๙. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
๓๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๑๐.งวดงานและการจ่ายเงิน
ระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน ๓๖๐ วัน แบ่งออกเป็น ๕ งวดงาน ดังนี้
๑๐.๑. งานงวดที่ 9 : แผนการดําเนินงานตลอดโครงการตามขอบเขตของงาน ข้อ ๔ แสดงแผนการดําเนินงาน อย่างละเอียดทุกขั้นตอนตามขอบเขตของงาน โดยจัดทํารายงานเป็นรูปเล่ม จํานวน ๕ ชุด พร้อมบันทึกไฟล์รายงานทั้งหมดใน USB Flash Drive จํานวน ๑ ชุด กําหนดส่งภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๑๐.๒. งานงวดที่ ๒ : รายงานความก้าวหน้าฉบับที่ ๑ ซึ่งมีเนื้อหาประกอบด้วย ผลการดําเนินงานตามข้อ ๔ โดยจัดทํารายงานเป็นรูปเล่ม จํานวน ๕ ชุด พร้อมบันทึกไฟล์รายงานทั้งหมดใน USB Flash Drive จํานวน ๑ ชุด กําหนดส่งภายใน ๑๕๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ซึ่งมีเนื้อหาประกอบด้วย (๑) รายงานสรุป As Is Model สําหรับกระบวนการทํางาน (Business Process) ในการพัฒนา
ระบบ รวมถึงกระบวนการทํางานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามขอบเขตของงาน ข้อ ๔
00..
(๒) เอกสารสรุปความต้องการของระบบ (Requirement Specification) ที่ได้มาจากขอบเขต
ของงานข้อ ๙
(๓) รายงานสรุปการวิเคราะห์ และจัดทํา To Be Model (Future Model) สําหรับกระบวนการ ทํางาน (Business Process) ในการพัฒนาระบบ รวมถึงกระบวนการทํางานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามขอบเขตของงาน ข้อ ๔
(๔) เอกสารแสดงระบบต้นแบบ (Prototype) ที่ได้ออกแบบตามขอบเขตของงาน ข้อ ๔ (๕) แผนการดําเนินงานงวดต่อไป
งานงวดที่ ๓ : รายงานความก้าวหน้าฉบับที่ ๒ จัดทําเอกสารรายงานการพัฒนาระบบตามขอบเขต การดําเนินงานข้อ ๔ โดยจัดทํารายงานเป็นรูปเล่ม จํานวน ๕ ชุด
พร้อมบันทึกไฟล์รายงานทั้งหมด ใน USB Flash Drive จํานวน ๑ ชุด กําหนดส่งภายใน ๒๔๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ซึ่งมีเนื้อหาประกอบด้วย
(๑) เอกสารการออกแบบระบบ (System Design)
(๒) เอกสารการออกแบบฐานข้อมูล (Database Design)
(๓) เอกสารการทดสอบระบบจากผู้รับจ้าง
(๔) แผนการดําเนินงานงวดต่อไป
๑๐.๔. งานงวดที่ ๔ ดําเนินการติดตั้งและทดสอบระบบที่พัฒนาแล้วเสร็จ ตามขอบเขตการดําเนินงาน ข้อ ๔ และรายงานความก้าวหน้าฉบับที่ ๓ พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรม โดยจัดทํารายงานเป็นรูปเล่ม จํานวน ๕ ชุด พร้อมบันทึกไฟล์รายงานทั้งหมดใน USB Flash Drive จํานวน ๑ ชุด กําหนดส่ง ภายใน ๓๐๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ซึ่งมีเนื้อหาประกอบด้วย
(๑) เอกสารการทดสอบระบบทั้งหมด
(๒) เอกสารการออกแบบระบบฉบับที่ได้ปรับปรุงแก้ไข
(๓) เอกสารการออกแบบฐานข้อมูลฉบับที่ได้ปรับปรุงแก้ไข
๑
Ler
INDLY
Ho
(๔) เอกสารสรุปการนําเข้าหรือย้ายข้อมูล (Data Migration) (๕) คู่มือการใช้งานระบบ ได้แก่
คู่มือการใช้งาน สําหรับผู้ประกอบการ
คู่มือการใช้งาน สําหรับเจ้าหน้าที่ประเภทต่าง ๆ คู่มือการใช้งาน สําหรับผู้ดูแลระบบ
คู่มือการติดตั้ง ดูแลรักษาและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นของระบบที่พัฒนา
(๖) รายงานการฝึกอบรม
๑๐.๕. งานงวดที่ ๕ : จัดส่งโปรแกรมประยุกต์ที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมติดตั้ง พร้อมส่งโปรแกรมต้นฉบับ (Source Code Program) และเอกสารรายงานฉบับสมบูรณ์ ตามขอบเขตของงาน ทั้งหมด โดยจัดทํารายงานเป็นรูปเล่ม จํานวน ๕ ชุด พร้อมบันทึกไฟล์รายงานทั้งหมดใน USB Flash Drive จํานวน ๑ ชุด กําหนดส่งภายใน ๓๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ซึ่งมีเนื้อหาประกอบด้วย เอกสารตามรายงานความก้าวหน้าฉบับที่ ๑ ถึงฉบับที่ ๓ ที่มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน โดยให้มี
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาและการนําระบบไปใช้งาน
๑๑.วงเงินงบประมาณ
๔,๗๐๐,000.- บาท (สี่ล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
๑๒. ระยะเวลาการดําเนินงาน
๓๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๑๓.การจ่ายเงิน
ระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน ๓๖๐ วัน แบ่งออกเป็น ๕ งวดงานดังนี้
๑๓.๑. งวดที่ ๑ กําหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๕ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการ
ตามข้อ ๑๐.๑ งวดงานที่ ๑ แล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ๑๓.๒. งวดที่ ๒ กําหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๒๕ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการ
ตามข้อ ๑๐.๒ งวดงานที่ ๒ แล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ๑๓.๓. งวดที่ ๓ กําหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๒๕ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการ
ตามข้อ ๑๐.๓ งวดงานที่ ๓ แล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ๑๕.๔. งวดที่ ๔ กําหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๑๕ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการ
ตามข้อ งวดงานที่ ๔ แล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ๑๓.๕. งวดที่ ๕ กําหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๓๐ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการ
ตามข้อ ๑๐.๕ งวดงานที่ ๕ แล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๑๔.อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิก สัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.90 ของราคาค่าจ้าง
Ou
ws
๑๕.การรับประกัน
ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องหรือข้อขัดข้องของระบบที่ส่งมอบตามสัญญา เป็นระยะเวลา ๑ ปี นับถัดจากวันที่ กพร. ได้ตรวจรับงานตามสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากระบบที่ส่งมอบ ตามสัญญาเกิดการเสียหายหรือขัดข้องอันเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติผู้เสนอราคาต้องดําเนินการแก้ไข ให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดังเดิมภายในระยะเวลา 9 วัน นับจากที่ได้รับแจ้งทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือทางโทรศัพท์ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
๑๖.ข้อกําหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
ๆ
๑๖.๑. ผู้รับจ้างจะต้องจัดการเก็บรักษาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดําเนินงานตามข้อกําหนดและขอบเขต
การจ้างนี้ ซึ่งรวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างได้จัดทําขึ้น
๑๖.๒. ผู้รับจ้างรับทราบว่า ข้อมูลที่เป็นความลับ หมายถึง บรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจน รายละเอียดทั้งปวงที่เป็นของผู้ว่าจ้าง รวมถึงที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของผู้ว่าจ้าง และไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณชนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะในรูปแบบที่จับต้องได้หรือไม่ หรือสื่อแบบใด ไม่ว่าจะถูกดัดแปลงแก้ไขโดยผู้รับจ้างหรือไม่ และไม่ว่าจะเปิดเผยเมื่อใดและอย่างไร ให้ถือว่า
เป็นความลับ
๑๖.๓. ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบรักษาข้อมูลที่เป็นความลับและเก็บข้อมูลความลับไว้โดยครบถ้วนและ อย่างเคร่งครัด ผู้รับจ้างจะต้องไม่เปิดเผย ทําสําเนา หรือทําการอื่นใดทํานองเดียวกันแก่บุคคลอื่น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
๑๖.๔. ผู้รับจ้างต้องใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อการอันเกี่ยวกับหรือสัมพันธ์กับการดําเนินงานที่มีอยู่
ระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบโดยทันทีที่พบการใช้
หรือการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อกําหนด ในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับนี้ อีกทั้งผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ว่าจ้างอย่างเต็มที่ ในการเรียกคืนซึ่งการครอบครองข้อมูลที่เป็นความลับ การป้องกันการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับ
โดยไม่ได้รับอนุญาต และการระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นความลับออกสู่สาธารณะ
๑๖.๕. ผู้รับจ้างต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูล ที่เป็นความลับถูกนําไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตหรือถูกเปิดเผยแก่บุคคลอื่น โดยผู้รับจ้างต้องใช้ มาตรการการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับในระดับเดียวกับที่ผู้ว่าจ้างใช้กับข้อมูลที่เป็นความลับ
ของตนเอง ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าการดูแลที่สมควร
๑๖.๖. ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาของผู้รับจ้าง และ/หรือบุคคลภายนอก ที่ต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นทราบถึงความเป็นความลับและข้อจํากัดสิทธิในการใช้
และการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ และผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้บุคคลดังกล่าวต้องผูกพัน
ด้วยสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับโดยมีข้อกําหนดเช่นเดียวกัน
หรือไม่น้อยกว่าข้อกําหนดและเงื่อนไขในข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างนี้
๑๖.๗. ข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างนี้ ไม่รวมไปถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
๑๖.๗.๑. ข้อมูลที่ผู้ว่าจ้าง เปิดเผยแก่สาธารณะ
๑๖.๒.๒. ข้อมูลที่ผู้รับจ้างทราบอยู่ก่อนที่ผู้ว่าจ้าง จะเปิดเผยข้อมูลนั้น ๑๖.๗.๓. ข้อมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผู้รับจ้างเอง
Muhur.
own
Hm.
๑๖.๗.๔. ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยโดยกฎหมายหรือตามคําสั่งศาล ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือแจ้ง ให้ผู้ว่าจ้าง ได้รับทราบถึงข้อกําหนดหรือคําสั่งดังกล่าวพร้อมทั้งหมายศาล และ/หรือ หมายค้นอย่างเป็นทางการยื่นต่อผู้ว่าจ้างก่อนที่จะดําเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว และในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าวไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
๑๖.๗.๕. เป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
ที่ผู้รับจ้างจะเปิดเผยข้อมูลนั้น
๑๖.๔. เมื่อการดําเนินงานตามข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างนี้เสร็จสิ้นลง ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบข้อมูล ที่เป็นความลับและสําเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับจ้างได้รับไว้ คืนให้แก่ผู้ว่าจ้าง ตลอดจน ลบ หรือทําลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้จัดเก็บ ข้อมูล (ถ้ามี) หรือดําเนินการอื่นตามที่ได้รับการแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนยุติการใช้ ข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้จากผู้ว่าจ้างทันที และผู้รับจ้างจะต้องรักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับ จากผู้ว่าจ้าง ตลอดไป แม้ว่าการดําเนินงานเสร็จสิ้นลงแล้วก็ตาม
๑๖.๔. ในกรณีที่ผู้รับจ้าง และ/หรือบุคคลที่ได้รับข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อกําหนดและขอบเขต การจ้างนี้ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของผู้รับจ้าง ฝ่าฝืนข้อกําหนดการเก็บรักษาข้อมูล ที่เป็นความลับนี้ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งหมดให้แก่ผู้ว่าจ้างภายใน ๓๐ วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้งค่าเสียหาย
๑๗. ข้อกําหนดการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้มีอํานาจตัดสินใจ กําหนดรูปแบบและกําหนด วัตถุประสงค์ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ได้จ้างให้ ผู้รับจ้างในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดําเนินการ ตามวัตถุประสงค์ของข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างนี้ และเพื่อให้การดําเนินการเป็นไป ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และกฎหมายอื่น ๆ ที่ออกตามความใน พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งต่อไป รวมเรียกว่า “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล” โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๑๗.๑. ผู้รับจ้างรับทราบว่า ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทําให้สามารถ ระบุ ตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยผู้รับจ้างจะดําเนินการ ตามที่กฎหมาย คุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด เพื่อคุ้มครองให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไป อย่างเหมาะสม และถูกต้องตามกฎหมาย โดยในการดําเนินการตามข้อกําหนดและขอบเขต การจ้างนี้ ผู้รับจ้างจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับคําสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษร จากผู้ว่าจ้าง แล้วเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้ปราศจากข้อสงสัย การดําเนินการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลโดยผู้รับจ้างตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างนี้
ถือเป็นการได้รับคําสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างแล้ว
ๆ
๑๗.๒. ผู้รับจ้างจะกําหนดให้การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ถูกจํากัดเฉพาะ เจ้าหน้าที่ และ/หรือลูกจ้าง ตัวแทนหรือบุคคลใด ๆ ที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่เกี่ยวข้อง หรือมีความจําเป็น ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้เท่านั้น และจะดําเนินการ เพื่อให้พนักงาน และ/หรือลูกจ้าง ตัวแทนหรือบุคคลใด ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับจ้าง ทําการประมวลผลและรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลด้วยมาตรฐานเดียวกัน
Lu
thod.
11281
Миний
១៨
๑๗.๓. ผู้รับจ้างจะควบคุมดูแลให้เจ้าหน้าที่ และ/หรือลูกจ้าง ตัวแทนหรือบุคคลใด ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ และดําเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของการดําเนินการตามข้อกําหนด และขอบเขตการจ้างนี้เท่านั้น โดยจะไม่ทําซ้ํา คัดลอก ทําสําเนา บันทึกภาพข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นอันขาด เว้นแต่เป็นไปตามเงื่อนไขของบันทึกความร่วมมือ
หรือสัญญา หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะระบุหรือบัญญัติไว้เป็นประการอื่น
๑๗.๔. ผู้รับจ้างจะดําเนินการเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้ว่าจ้างในการตอบสนองต่อคําร้องที่เจ้าของ
ข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งต่อผู้ว่าจ้าง อันเป็นการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในขอบเขต ของข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างนี้ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคําร้อง ขอใช้สิทธิดังกล่าวต่อผู้รับจ้างโดยตรง ผู้รับจ้างจะดําเนินการแจ้งและส่งคําร้องดังกล่าวให้แก่
ผู้ว่าจ้างทันที โดยผู้รับจ้างจะไม่เป็นผู้ตอบสนองต่อคําร้องดังกล่าว เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะได้ มอบหมายให้ผู้รับจ้าง ดําเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคําร้องดังกล่าว
๑๗.๕. ผู้รับจ้างจะจัดทําและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing) ทั้งหมดที่ผู้รับจ้างประมวลผลในขอบเขตของข้อตกลงฉบับนี้ และจะดําเนินการส่งมอบบันทึกรายการดังกล่าวให้แก่ ผู้ว่าจ้าง ทุกเดือน และ/หรือทันทีที่ผู้ว่าจ้าง
ร้องขอ
๑๗.๖. ผู้รับจ้างจะจัดให้มีและคงไว้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยสําหรับการประมวลผลข้อมูล ที่มีความเหมาะสมทั้งในเชิงองค์กรและเชิงเทคนิคตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ประกาศกําหนดและ/หรือตามมาตรฐานสากล โดยคํานึงถึงลักษณะ ขอบเขต และวัตถุประสงค์ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น ของการประมวลผลข้อมูล ตามที่กําหนดในข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างนี้เป็นสําคัญ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จากความเสี่ยงอันเกี่ยวเนื่องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ความเสียหายอันเกิดจาก การละเมิด อุบัติเหตุ การลบ ทําลาย สูญหาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข เข้าถึง ใช้ เปิดเผยหรือโอน ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะบัญญัติไว้ เป็นประการอื่นผู้รับจ้างจะทําการลบหรือทําลายข้อมูล ส่วนบุคคลที่ทําการประมวลผลภายใต้ ข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างนี้ภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ ดําเนินการประมวลผลเสร็จสิ้น หรือวันที่ ผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ยกเลิก แล้วแต่กรณีใด จะเกิดขึ้นก่อน นอกจากนี้ ในกรณีปรากฏว่าผู้รับจ้างหมดความจําเป็น จะต้องเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคลตามข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างนี้ก่อนสิ้นระยะเวลา ตามวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้าง จะทําการลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างนี้ทันที
๑๗.๗. กรณีที่ผู้รับจ้างพบพฤติการณ์ใด ๆ ที่มีลักษณะที่กระทบต่อการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ส่วนบุคคลที่ผู้รับจ้างประมวลผลภายใต้ข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างนี้ ซึ่งอาจก่อให้เกิด ความเสียหายจากการละเมิด อุบัติเหตุ การลบ ทําลาย สูญหาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข เข้าถึง ใช้ เปิดเผย หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วผู้รับจ้างจะดําเนินการแจ้ง ให้ผู้ว่าจ้างทราบโดยทันทีภายในเวลาไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง
๑๗.๔. การแจ้งถึงเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นภายใต้ข้อกําหนดและขอบเขต การจ้างนี้ ผู้รับจ้างจะใช้มาตรการตามที่เห็นสมควรในการระบุถึงสาเหตุของการละเมิด
bur
алма
Hm.
Миний
และป้องกันปัญหา ดังกล่าวมิให้เกิดซ้ํา และจะให้ข้อมูลแก่ผู้ว่าจ้างภายใต้ขอบเขตที่กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้กําหนด ดังต่อไปนี้
๑๗.๘.๑. รายละเอียดของลักษณะและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของการละเมิด
๑๗.๔.๒. มาตรการที่ถูกใช้เพื่อลดผลกระทบของการละเมิด
๑๗.๔.๓. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกละเมิด หากมีปรากฏ
(ถ้ามี)
๑๗.๔.๔. ข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวข้องกับการละเมิด
ๆ
๑๗.๔. หน้าที่และความรับผิดของผู้รับจ้างในการปฏิบัติตามข้อกําหนดและขอบเขตการจ้างในส่วนนี้
จะสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ปฏิบัติงานที่ตกลงเสร็จสิ้น หรือวันที่ผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างได้ตกลง เป็นลายลักษณ์อักษรให้ยกเลิก แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน อย่างไรก็ดี การสิ้นผลลง ของข้อตกลงนี้ ไม่กระทบต่อหน้าที่ของผู้รับจ้างในการลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคล
๑๔.ข้อกําหนดการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
๑๔.๑. การรักษาความปลอดภัย เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และระบบปฏิบัติการ
โดยทํางานร่วมกับ กพร. ดังต่อไปนี้
๑๘.๑.๑. ปรับแต่งค่าความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการอ้างอิงตามเอกสารคําแนะนํา
การปรับแต่งค่าความปลอดภัย (OS Hardening baseline) ของผู้ผลิตฉบับล่าสุด อ้างอิงตามวันดําเนินการ
๑๔.๑.๒. สามารถทํางานได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และระบบปฏิบัติการ ที่ กพร. จัดเตรียมให้ ซึ่งได้รับการอัพเดท Patch ตามที่ กพร. เห็นสมควร ๑๔.๒. ผู้รับจ้างต้องรักษาความมั่นคงปลอดภัยของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังต่อไปนี้
๑๘.๒.๑. มีการแบ่งส่วนการทํางานเป็น Multi-Tier ที่เป็นอิสระ เพื่อให้สามารถควบคุมการจัดการ ระบบความมั่นคงปลอดภัยในระดับ Web Zone, Application และ Database ภายในองค์กรได้ในระดับที่สูงขึ้น
๑๔.๒.๒. ดําเนินการตรวจประเมินช่องโหว่ของระบบ (Vulnerability Assessment Scanning) โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และทําการแก้ไขช่องโหว่ที่มีความเสี่ยง ในระดับปานกลางขึ้นไป
๑๘.๒.๓.
ตามที่ได้รับรายงานจาก Source Code Scan (พร้อมแนบรายงานผลการแก้ไขช่องโหว่) การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของชื่อผู้ใช้งานระบบ และรหัสผ่านเข้าใช้งานระบบ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ ดังนี้
๒๔.๒.๓.๑. กําหนดให้การตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานระบบ (Authentication)
ในรูปแบบที่ กพร. กําหนด
๑๘.๒.๓.๒. สามารถ Review ชื่อผู้ใช้งาน (User ID) ในระบบทั้งหมดให้เหลือ เฉพาะที่จําเป็นต่อการทํางานเท่านั้น ส่วน Vendor หรือ Outsource ที่มีความจําเป็นต้องใช้งานในระบบต้องมีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม
ls
N
o
๑๔.๓. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านระบบเครือข่ายสื่อสารและไซเบอร์ทั้งภายในและภายนอก
ของ กพร. โดยทํางานร่วมกับ กพร. ดังต่อไปนี้
06.0.0.
กําหนดให้ Network Protocol ทั้งหมดที่ใช้งานเป็นแบบปลอดภัย เช่น HTTPS SFTP POPS เป็นต้น
๑๘.๓.๒. ติดตั้ง SSL/TLS เพื่อเข้ารหัสข้อมูลที่ส่งบนเครือข่ายสื่อสารและไซเบอร์ เพื่อใช้งาน
HTTPS ให้ถูกต้องปลอดภัยตามมาตรฐานสากลที่ได้รับการรับรองในปัจจุบัน
๑๔.๓.๓. ปรับปรุงระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ Configuration ต่าง ๆ เมื่อติดตั้ง ระบบงาน เช่น ลบ Configuration File ที่ไม่ได้ใช้งานหลังการติดตั้ง และเข้ารหัส ข้อมูลสําคัญภายใน Configuration File ที่ใช้งาน
๑๘.๔. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการควบคุมสิทธิและกระบวนการเข้าถึง โดยทํางานร่วมกับ
กพร. ดังต่อไปนี้
๑๘.๔.๓. กําหนดสิทธิการเข้าถึงและใช้งานระบบของผู้ดูแลระบบ ผู้ใช้งานในลักษณะงานต่าง ๆ ที่มีสิทธิเฉพาะ และผู้ใช้งานทั่วไป โดยกําหนดให้เฉพาะที่จําเป็นต่อการทํางาน เท่านั้น ๑๘.๔.๒. กําหนดให้มีการจัดเก็บ Audit trail tog ของผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานที่มีสิทธิสูง ตามที่ กพร. กําหนด ทั้งในส่วนของระบบปฏิบัติการ (OS) ระบบฐานข้อมูล และระบบสารสนเทศหรือโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น
๑๘.๔.๓. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ต้องเข้ารหัสข้อมูลที่มี ความสําคัญ และมีความเสี่ยงสูงทั้งที่ส่งผ่าน และจัดเก็บในระบบ ตามที่ระบุ ใน Functional Requirement เช่น ข้อมูล Password ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูล
กพร. กําหนด
๑๙.หน่วยงานรับผิดชอบ
ที่
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๔๓๐ ๖๘๔๘ ต่อ ๔๘๐
Severn
L
ws
Had๑.
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล……… - บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล….
O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล… - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไฟล์ข้อมูล……
๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
๓.
O (ก) บุคคลธรรมดา - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
ไฟล์ข้อมูล……
O (ข) คณะบุคคล - สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
- สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล……..
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า - สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
ไฟล์ข้อมูล…..
(ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา - บุคคลสัญชาติไทย
สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
ไฟล์ข้อมูล
บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์……………
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
….. ขนาดไฟล์
….. ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์
…..uunalw………
ขนาดไฟล์
ขนาดไฟล์…….
สําเนาหนังสือเดินทาง
ไฟล์ข้อมูล………..
…..vunalw…….. - ๒
O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล - ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…
บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
- บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล……..
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
…..vunalw……..
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์
……………….
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์…………..
ขนาดไฟล์……
มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์……………..
ขนาดไฟล์………
๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์…..
๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
0 5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล…….
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์…….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ…….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(…………….0
0
0
0
0
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ไฟล์ข้อมูล…..
ขนาดไฟล์…….
๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล…
ขนาดไฟล์……
๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
๓.๑
ไฟล์ข้อมูล
๓.๒ ……
ไฟล์ข้อมูล……
๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
……….
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๒……..
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๓……….
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………………….
ขนาดไฟล์……………….
ขนาดไฟล์…..
ไฟล์ข้อมูล….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ….
น
……………….
ขนาดไฟล์………………บทนิยาม
“ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ(สำเนา)
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ ๑๘ (ฺB)/๒๕๖๙
การจ้างพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบรับชำระเงินค่าภาคหลวงแร่และค่าธรรมเนียม อื่น ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ (DPIM FIN)
ตามประกาศ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบรับชำระเงินค่าภาคหลวงแร่และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ (DPIM FIN) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพระบบรับชำระเงิน
ค่าภาคหลวงแร่และค่าธรรมเนียมอื่น
ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ (DPIM
FIN)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐ
ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วน
ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำ การ
อันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๒,๓๕๐,๐๐๐ บาท (สองล้านสามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียว และเป็น สัญญา
ที่ผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กพร. เชื่อถือ ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี โดย ต้องแนบหนังสือรับรองผลงานมาพร้อมกับการเสนอราคา
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญา
ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้
จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏ
ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วย งานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวัน
ยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรม พัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะ
การเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงาน
งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้
ยื่น
ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่น
ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี แต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณ
ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้ำประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ
บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจ
ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้ง เวียน
ให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ บริษัท
ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงาน ใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ
นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตรา
ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศ
ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อ เสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง
การจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้า มี)
(๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิ
ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงาน
ของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่น ข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรม พัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่น
งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่น
ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ
หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายใน ประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ พาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ ธนาคาร แห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่าง ประเทศนั้น
ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อ
ที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคา
ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศ
ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อ เสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๕) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบใน ข้อ
๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ใน ข้อ
๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะ ต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้
ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๕๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคา
โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๖๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งาน ฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. และเวลาในการเสนอ ราคา
ให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และการเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตาม
ข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอ
รายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการเป็นผู้ ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ
มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ
จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดัง
กล่าว
เป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา
ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการ
ตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมจะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๕.๒.๑ จ้างพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบรับชำระเงินค่าภาคหลวง แร่และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ (DPIM FIN)
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
(๒.๑) คุณวุฒิและประสบการณ์่บุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ ๑๐ คะแนน
(๒.๒) เกณฑ์ความรู้ความเข้าใจในโครงการและระบบที่นำเสนอ โดยการ พิจารณาการนำเสนอที่ชัดเจน และครบถ้วน ๔๕ คะแนน
(๒.๓) การนำเสนอแนวทางการติดตั้งและพัฒนาระบบ และการออกแบบ สถาปัตยกรรมระบบ ๑๕ คะแนน
(๒.๔) ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ ๑๐ คะแนน
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ
ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัด สิทธิ
ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น
การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่
อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้
ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่น
ข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญา
เป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรมยึดถือไว้ในขณะทำ สัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย
ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๕ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ กำหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๕ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ ดำเนินการตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference :TOR) ข้อ ๑๐.๑ งวดงานที่ ๑ แล้วเสร็จ และคณะ กรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๒ กำหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๒๕ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ ดำเนินการตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference :TOR) ข้อ ๑๐.๒ งวดงานที่ ๒ แล้วเสร็จ และคณะ กรรมการ
ตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๓ กำหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๒๕ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ ดำเนินการตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference :TOR) ข้อ ๑๐.๓ งวดงานที่ ๓ แล้วเสร็จ และคณะ กรรมการ
ตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๔ กำหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๑๕ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ ดำเนินการตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference :TOR) ข้อ ๑๐.๔ งวดงานที่ ๔ แล้วเสร็จ และคณะ กรรมการ
ตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๕ กำหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๓๐ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ ดำเนินการตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference :TOR) ข้อ ๑๐.๕ งวดงานที่ ๕ แล้วเสร็จ และคณะ กรรมการ
ตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาต
จากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือ
ทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดี
ดังเดิม
ภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐ พ.ศ. ๒๕๖๙
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงินผล ประโยชน์พิเศษแก่รัฐ พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่
เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
สำเนาถูกต้อง
กมล สถิตย์พงษ์
(นายกมล สถิตย์พงษ์)
นักวิชาการพัสดุชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
โดย นายกมล สถิตย์พงษ์ นักวิชาการพัสดุ
ชำนาญการพิเศษFile not found: 1WLzbncYqBKRD7msqdF7yQ-T_x0dZ2fVQlH0K8_rU5kA.