ประกวดราคาจ้างโครงการระบบการสำแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System)
โครงการระบบการสำแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System) เป็นโครงการของกรมศุลกากรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาข้อจำกัดในระบบ e-Import ปัจจุบันเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลราคาศุลกากร ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ โดยระบบเดิมมีช่องข้อมูลไม่ครบถ้วน ทำให้ตรวจสอบยาก ข้อมูลกระจัดกระจาย และขาดกลไกสนับสนุนการควบคุมด้านราคาศุลกากรอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการนี้จึงมุ่งพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ขึ้นเพื่อบูรณาการข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานศุลกากร ครอบคลุมการพัฒนาระบบงานสำหรับ 3 กระบวนงานหลัก ได้แก่ 1) กระบวนงานสำแดงข้อมูลราคาศุลกากร (Value Declaration Process: VDP) 2) กระบวนงานตรวจสอบราคาศุลกากร (Value Verification Process: VVP) และ 3) กระบวนงานติดตามกรณีที่อาจยังชำระอากรไม่ครบถ้วน (Value Monitoring Process: VMP) ระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่จะต้องสอดคล้องกับพันธกรณีความตกลง GATT 1994, กฎกระทรวงกำหนดและการใช้ราคาศุลกากร พ.ศ. 2560 และแนวทางขององค์การศุลกากรโลก
ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดหาและติดตั้งระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ การพัฒนาระบบประมวลผล (Application) การออกแบบและพัฒนาระบบให้เชื่อมโยงกับระบบเดิมของกรมศุลกากรได้อย่างราบรื่น การทดสอบระบบ การจัดทำเอกสารและคู่มือ การฝึกอบรมผู้ใช้งาน และการให้บริการบำรุงรักษาระบบตลอดอายุการรับประกันตามสัญญาและหลังสิ้นสุดสัญญา
English summary
The Electronic Customs Value Declaration System project, initiated by the Customs Department, aims to address limitations in the current e-Import system regarding customs value data management, which directly impacts state revenue collection. The existing system has incomplete data fields, making verification difficult, data is scattered, and lacks efficient mechanisms for valuation control.
This project focuses on developing a new computer system to integrate data and enhance the operational efficiency of customs officers. It covers the development of systems for three main processes: 1) Value Declaration Process (VDP), 2) Value Verification Process (VVP), and 3) Value Monitoring Process (VMP) for cases where duties cannot be fully calculated at the time of import. The newly developed system must comply with the GATT 1994 Agreement, the Ministerial Regulation on Customs Valuation B.E. 2560 (2017), and World Customs Organization guidelines.
The scope of work includes the procurement and installation of hardware and software, application system development, system design and integration with the existing Customs Department systems, system testing, documentation and manual preparation, user training, and maintenance services throughout the warranty period and post-warranty.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อแก้ไขปัญหาข้อจำกัดในระบบ e-Import เกี่ยวกับข้อมูลราคาศุลกากร
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บอากรและการควบคุมในด้านราคาศุลกากร (Valuation Control)
- เพื่อพัฒนาระบบงานใหม่ที่มีช่องข้อมูล (Field) ด้านราคาศุลกากรที่ถูกต้องและครบถ้วน สอดคล้องกับหลักการของพันธกรณีความตกลง GATT 1994, กฎกระทรวงกำหนดและการใช้ราคาศุลกากร พ.ศ. 2560 และแนวทางปฏิบัติขององค์การศุลกากรโลก
- เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานศุลกากรในกระบวนงานต่างๆ เกี่ยวกับราคาศุลกากร
ขอบเขตของงาน
- การพัฒนาระบบงานประมวลผล (Application Development): พัฒนาระบบงานสำหรับ 3 กระบวนงานหลัก:
- กระบวนงานสำแดงข้อมูลราคาศุลกากร (Value Declaration Process: VDP)
- กระบวนงานตรวจสอบราคาศุลกากร (Value Verification Process: VVP)
- กระบวนงานติดตามกรณีที่อาจยังชำระอากรขาเข้าไม่ครบถ้วน (Value Monitoring Process: VMP)
- การจัดหาและติดตั้งฮาร์ดแวร์ (Hardware): ตามข้อกำหนดคุณลักษณะเฉพาะด้านฮาร์ดแวร์
- การจัดหาและติดตั้งซอฟต์แวร์ (Software): ตามข้อกำหนดคุณลักษณะเฉพาะด้านซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ
- การออกแบบและพัฒนาระบบ: ให้สามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานปัจจุบันของกรมศุลกากรได้อย่างราบรื่น
- การทดสอบระบบ: ดำเนินการทดสอบระบบคอมพิวเตอร์ตามขั้นตอนที่กำหนด
- การตรวจรับระบบ: ดำเนินการตรวจรับระบบคอมพิวเตอร์หลังการทดสอบเสร็จสิ้น
- การฝึกอบรม (Training): จัดฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ
- การจัดทำเอกสารและคู่มือ (Documentation): จัดทำเอกสารแบบฟอร์ม, คู่มือการใช้งานสำหรับผู้ใช้และผู้ดูแลระบบ, เอกสารการออกแบบระบบ
- การบริการบำรุงรักษา (Maintenance & Support): ให้บริการบำรุงรักษาระบบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ตลอดอายุการรับประกันตามสัญญา (1 ปี) และเสนออัตราค่าบริการบำรุงรักษาภายหลังสิ้นสุดสัญญา
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบคอมพิวเตอร์ (ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์) ที่ติดตั้งและพร้อมใช้งาน
- ระบบงานประมวลผล (Application) ที่พัฒนาตามขอบเขต 3 กระบวนงาน
- เอกสารแบบฟอร์มต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
- คู่มือการใช้งานระบบสำหรับผู้ใช้ (User Manual)
- คู่มือการดูแลระบบสำหรับผู้ดูแลระบบ (System Administration Manual)
- เอกสารการออกแบบระบบ (System Design Document)
- เอกสารรายงานผลการทดสอบระบบ
- หลักฐานการฝึกอบรมผู้ใช้งาน
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด: ไม่เกิน 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- กำหนดส่งมอบงวดงาน:
- งวดที่ 1 (10% ของค่าจ้าง): ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
- งวดที่ 2 (30% ของค่าจ้าง): ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
- งวดที่ 3 (50% ของค่าจ้าง): ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
- งวดสุดท้าย (10% ของค่าจ้าง): หลังตรวจรับมอบงานทั้งหมดเรียบร้อย
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาดังกล่าว
- Standards Compliance: ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 หรือดีกว่า ครอบคลุมการบำรุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Maintenance) หรือระบบบริหารงานคุณภาพ (QMS) หรือ Software Development and Maintenance และต้องมีหนังสือรับรองด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ CMMI Level 3 หรือหนังสือรับรองมาตรฐานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ISO/IEC 29110 หรือดีกว่า
- Experience: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 4,937,000.00 บาท (สี่ล้านเก้าแสนสามหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมศุลกากรเชื่อถือ
- Previous Project Cost: ต้องมีผลงานในวงเงินไม่น้อยกว่า 4,937,000 บาท
- Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการพัฒนาระบบงาน (Application) และการบำรุงรักษาระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ตามข้อกำหนด
- Personnel: ไม่ได้ระบุคุณสมบัติพนักงานเฉพาะเจาะจงนอกเหนือจากความสามารถของบริษัทโดยรวม แต่ต้องมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอเพื่อพัฒนาระบบตามข้อกำหนดทางเทคนิค
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้ หลักเกณฑ์ราคา ในการพิจารณา
- ผู้ชนะการเสนอราคาจะพิจารณาจาก ราคารวม ที่เสนอต่ำสุด
- มีการให้สิทธิ์ SME และผู้ประกอบการไทยตามเงื่อนไข (SME เสนอราคาสูงกว่าไม่เกิน 10% ได้สิทธิ์, ผู้ประกอบการไทยเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการต่างชาติไม่เกิน 3% ได้สิทธิ์)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบที่พัฒนาต้องรองรับกระบวนงานหลัก 3 ด้าน: Value Declaration Process (VDP), Value Verification Process (VVP), และ Value Monitoring Process (VMP)
- ต้องสามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานปัจจุบันของกรมศุลกากรได้ ซึ่งประกอบด้วยระบบ Front Office (e-Import), ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ebXML Gateway), และระบบ Back Office
- ต้องทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายของกรมศุลกากรได้ (LAN, Gigabit Backbone, WAN)
- ต้องออกแบบช่องข้อมูล (Field) ด้านราคาศุลกากรให้ครบถ้วน ถูกต้องตามกฎกระทรวงกำหนดและการใช้ราคาศุลกากร พ.ศ. 2560
- ต้องสนับสนุนการควบคุมด้านราคาศุลกากร (Valuation Control) ตามแนวทางขององค์การศุลกากรโลก
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินประมาณการ: ราคากลาง 9,874,000.00 บาท
- การชำระเงิน: แบ่งเป็น 4 งวด
- งวดที่ 1: 10% ของค่าจ้าง (ส่งมอบภายใน 60 วัน)
- งวดที่ 2: 30% ของค่าจ้าง (ส่งมอบภายใน 150 วัน)
- งวดที่ 3: 50% ของค่าจ้าง (ส่งมอบภายใน 240 วัน)
- งวดสุดท้าย: 10% ของค่าจ้าง (หลังตรวจรับมอบงานทั้งหมด)
- ค่าปรับ: กรณีฝ่าฝืนจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต คิดค่าปรับ 10% ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น, กรณีผิดสัญญาอื่นๆ คิดค่าปรับรายวันอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ระบบที่พัฒนาต้องเชื่อมต่อกับระบบใดของกรมศุลกากรบ้าง?
A: ระบบต้องเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานปัจจุบันของกรมฯ ได้แก่ ระบบงาน Front Office (เช่น e-Import), ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ebXML Gateway), และระบบงาน Back Office ภายใน -
Q: กระบวนงาน Value Monitoring Process (VMP) ดูแลเรื่องใด?
A: VMP จะติดตามกรณีการนำเข้าที่อาจยังชำระอากรไม่ครบถ้วน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายซึ่งยังไม่สามารถคำนวณมูลค่าได้ ณ ขณะนำเข้า เช่น ค่าสิทธิ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต -
Q: ผู้ชนะการประมูลต้องให้บริการบำรุงรักษานานแค่ไหน?
A: ต้องให้บริการบำรุงรักษาระบบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ตลอดอายุการรับประกันตามสัญญา ซึ่งกำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน และต้องเสนออัตราค่าบำรุงรักษาสำหรับภายหลังสิ้นสุดสัญญาด้วย -
Q: เอกสารสำคัญใดที่ต้องจัดส่งพร้อมกับการเสนอราคา?
A: ต้องมีเอกสารหลักฐานเช่น สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล, หลักฐานผลงาน, หนังสือรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015, หนังสือรับรอง CMMI Level 3 หรือ ISO/IEC 29110, และหลักฐานแสดงมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุน/สินเชื่อ -
Q: หากเป็นกิจการร่วมค้า (JV) มีเงื่อนไขพิเศษอย่างไร?
A: กิจการร่วมค้าต้องกำหนดสัดส่วนและความรับผิดชอบชัดเจน โดยเฉพาะผู้เข้าร่วมค้าหลักต้องมีส่วนงานมากกว่า และต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักเป็นผลงานของ JV นอกจากนี้ หากเป็น SME ทุกผู้เข้าร่วมต้องเป็น SME จึงจะได้สิทธิ์แต้มต่อราคา -
Q: ระบบใหม่จะช่วยแก้ปัญหาอะไรในระบบ e-Import ปัจจุบัน?
A: แก้ปัญหาช่องข้อมูลราคาศุลกากรไม่ครบถ้วน, การตรวจสอบข้อมูลทำได้ยาก, ข้อมูลกระจัดกระจาย, ขาดระบบสนับสนุน Valuation Control, และขาดระบบติดตามค่าใช้จ่ายที่ยังคำนวณไม่ได้ขณะนำเข้า -
Q: การฝึกอบรมผู้ใช้งานเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหรือไม่?
A: ใช่ การฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตงานและสัญญา -
Q: หลักประกันการเสนอราคาคิดเป็นเท่าใดและคืนเมื่อไร?
A: จำนวน 493,700 บาท คืนภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่กรมพิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะเรียบร้อยแล้ว (ยกเว้นผู้เสนอราคาต่ำสุด 3 อันดับแรกจะคืนหลังทำสัญญาหรือพ้นข้อผูกพัน) -
Q: ราคาที่เสนอต้องรวมค่าอะไรบ้าง?
A: ราคารวมที่เสนอต้องรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว -
Q: กรณีส่งมอบงานล่าช้ามีบทลงโทษอย่างไร?
A: มีค่าปรับกรณีผิดสัญญาในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง ต่อวัน นอกเหนือจากค่าปรับกรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตของงาน
โครงการระบบการสําแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System)
ขอบเขตของงาน
โครงการระบบการสําแดงและติดตาม
ข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Customs Value
Declaration System)
กรมศุลกากร
ลงนาม..
(นางสาวนวรัตน์ วัชโรทยางกูร)
ประธานกรรมการ
ลงนาม..
Con
(นางสาวชนัตยา น้อยเสวก)
กรรมการ
ลงนาม…
ลงนาม..
(นางชัญญ์ลียา เลิศเลาห์กุล)
กรรมการ
(นายสิทธิพงษ์ พยุหะ)
กรรมการ
ลงนาม…
อนาค
(นายพัฒนากร อุไรวงษ์)
กรรมการ
กมพ. ๑ จาก ๓๔
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตของงาน
โครงการระบบการสําแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Customs Value Declaration System)
บทที่ ๑ ความเป็นมาของโครงการ
๑.๑
ความเป็นมา
สารบัญ
๑.๒ ระบบงานคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรในปัจจุบัน
บทที่ ๒ วัตถุประสงค์ของโครงการ
บทที่ ๓ ขอบเขตของความต้องการ
๓.๑
นิยาม
๓.๒ เงื่อนไขข้อกําหนดทั่วไป
๓.๓ ภาพรวมของระบบคอมพิวเตอร์ที่จัดจ้างครั้งนี้
๓.๔ ภาพแสดงกระบวนการรับส่งข้อมูลระบบการสําแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากร ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System)
ของกรมศุลกากร
๓.๕ หลักเกณฑ์ในการพิจารณา
๓.๖ กรรมสิทธิ์ของข้อมูลสารสนเทศและเอกสาร
บทที่ ๔ คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๔.๑ คุณสมบัติทั่วไป
๔.๒ คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๔.๓ คุณสมบัติเฉพาะเมื่อได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการเสนอราคา
บทที่ ๕ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของระบบคอมพิวเตอร์ด้าน Hardware
บทที่ ๖ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของระบบคอมพิวเตอร์ด้าน Software
๖.๑ ข้อกําหนดทั่วไป
๖.๒ ขอบเขตของโครงการระบบการสําแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบ
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System)
บทที่ ๗ การติดตั้ง ส่งมอบ การทดสอบ และการตรวจรับ
๗.๑ การเตรียมการก่อนการติดตั้ง (ถ้ามี)
๗.๒ การติดตั้ง ส่งมอบ และการจ่ายเงิน
๗.๓ การทดสอบระบบคอมพิวเตอร์
๗.๔ การตรวจรับระบบคอมพิวเตอร์
(นางชัญญ์ลียา เลิศเลาห์กุล)
ลงนาม..
ลงนาม…….
ลงนาม…..
(นางสาวนวรัตน์ วัชโรทยางกูร)
(นางสาวขนัตยา น้อยเสวก)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
ลงนาม..
ลงนาม….
(นายสิทธิพงษ์ พยุหะ)
พัฒนากร (นายพัฒนากร อุไรวงษ์)
กมพ. ๒ จาก ๓๔
กรรมการ
กรรมการ
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตของงาน
โครงการระบบการสําแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Customs Value Declaration System)
บทที่ 4 การฝึกอบรมและเอกสารต่าง ๆ
๘
๔.๑ การฝึกอบรม
๔.๒ เอกสารและคู่มือต่าง ๆ
บทที่ ๙ การบริการบํารุงรักษาตลอดอายุการรับประกันตามสัญญา
๔.๑ การบริการและการสนับสนุน
๔.๒ การพัฒนาและการบํารุงรักษา Application ๔.๓ การบริการตลอดอายุสัญญา
๙.๔ System & Environmental Software Maintenance
๔.๕ อัตราค่าบริการบํารุงรักษาภายหลังสิ้นสุดการรับประกันตามสัญญา
๔.๖ การทําสัญญาจ้างบริการบํารุงรักษาคอมพิวเตอร์
บทที่ ๑๐ ระยะเวลาดําเนินการและงวดการชําระเงิน
๑๐.๑ ระยะเวลาดําเนินการ
๑๐.๒ งวดการชําระเงิน
บทที่ ๑๑ วงเงินจัดหาตามโครงการ
ภาคผนวก ก
แบบฟอร์มบันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement)
ภาคผนวก ข แบบแสดงรายละเอียดราคาศุลกากร (กศก.๑๗๐)
ลงนาม..
-base
(นางสาวนวรัตน์ วัชโรทยางกูร)
ประธานกรรมการ
พัฒนาฯ (นายพัฒนากร อุไรวงษ์)
ลงนาม….
ลงนาม….
(นางสาวขนัตยา น้อยเสวก)
លោក៖ (นางชัญญ์ลียา เลิศเลาห์กุล)
ลงนาม….
ลงนาม…
(นายสิทธิพงษ์ พยุหะ)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กมพ. ๓ จาก ๓๔
๑.๑ ความเป็นมา
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตของงาน
โครงการระบบการสําแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Customs Value Declaration System)
บทที่ ๑
ความเป็นมาของโครงการ
ราคาศุลกากรมีความสําคัญต่อระบบการค้าระหว่างประเทศ และเป็นข้อมูลสําคัญที่มีผลต่อการจัดเก็บ
รายได้ของรัฐเนื่องจากเป็นข้อมูลที่ใช้เป็นฐานในการคํานวณค่าภาษีอากรร่วมกับอัตราอากรและการพิจารณา
สภาพแห่งของนั้น แต่ยังคงพบปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน กล่าวคือ
ๆ
๑.๑.๑ ระบบ e-Import ของกรมศุลกากรยังมีช่องข้อมูล (Field) ด้านราคาศุลกากรตามโครงสร้าง ใบขนสินค้าไม่ครบถ้วน และไม่ชัดเจน ตามรายการต่าง ๆ ที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงการกําหนดและ การใช้ราคาศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ อีกทั้งอาจทําให้ผู้นําของเข้าไม่ได้สําแดงรายการค่าใช้จ่ายที่ต้อง นํามารวมไว้ในราคาศุลกากร ให้ครบถ้วน ซึ่งเสี่ยงต่อการหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากรได้
๑.๑.๒ พนักงานศุลกากรผู้ตรวจสอบข้อมูลราคาศุลกากร เพื่อพิจารณากําหนดราคาศุลกากรไม่เห็น รายละเอียดข้อมูลด้านราคาศุลกากรบางส่วน ในหน้าจอใบขนสินค้าขาเข้าในระบบ e-Import ส่งผลให้มีข้อจํากัดในการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล
๑.๑.๓
ข้อมูลที่ผู้นําของเข้าสําแดงในช่องข้อมูล (Field) ตามโครงสร้างใบขนสินค้าขาเข้ายังกระจัดกระจาย หลากหลาย ไม่สามารถนํามาจัดทํารายงานสถิติ ประมวลผล และวิเคราะห์ในเชิงลึกเพื่อการบริหาร ความเสี่ยงและควบคุมด้านราคาศุลกากรได้
๑.๑.๔ พนักงานศุลกากร หน่วยทบทวนหลังการตรวจปล่อย หน่วยตรวจสอบภายหลังการตรวจปล่อย ไม่มีกลไกหรือระบบงานที่สนับสนุนการควบคุมด้านราคาศุลกากร (Valuation Control) กรณีมีเหตุ อันควรสงสัยในข้อเท็จจริงหรือความถูกต้องของราคาที่สําแดง
๑.๑.๕ พนักงานศุลกากร หน่วยทบทวนหลังการตรวจปล่อย หน่วยตรวจสอบภายหลังการตรวจปล่อย ไม่มีเอกสารหลักฐานที่เพียงพอประกอบการตรวจสอบ เช่น หลักฐานการชําระเงิน หลักฐานการโอนเงิน สัญญาธุรกรรม สัญญาค่าสิทธิ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต เป็นต้น ทําให้เกิดอุปสรรคในการตรวจสอบ ด้านราคาศุลกากร
๑.๑.๖ ปัจจุบันยังไม่มีระบบงานที่เป็นศูนย์กลางในระบบ e-Import เกี่ยวกับค่าสิทธิและค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นที่ยังไม่สามารถคํานวณมูลค่าได้ ณ ขณะนําเข้า ทําให้พนักงาน ศุลกากรต้องใช้เวลามากในการดําเนินการคํานวณค่าภาษีอากร อีกทั้งไม่มีระบบงานแจ้งเตือน ติดตาม และบูรณาการข้อมูลไว้จุดเดียวเบ็ดเสร็จ
จากปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานดังกล่าว ทําให้การสืบค้นข้อมูลรายการที่เกี่ยวข้องกับ ราคาศุลกากรในระบบ e-Import กระทําได้ยากและซับซ้อน ไม่สนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานศุลกากร กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร จึงได้มีแนวคิดในการพัฒนาระบบการสําแดงและติดตามข้อมูล ราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดเก็บอากรและการควบคุมในด้านราคาศุลกากร (Valuation Control) โดยระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้จะมี ช่องข้อมูล (Field) ที่เกี่ยวข้องกับราคาศุลกากรสําหรับของที่นําเข้าอย่างถูกต้องและครบถ้วน สอดคล้องตาม หลักการของพันธกรณีความตกลงว่าด้วยการนํามาตรา ๗ ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า ๑๙๙๔ มาถือปฏิบัติ (Agreement on Implementation of Article Vll of the General Agreement on Tariffs and Trade ๑๙๙๔) กฎกระทรวงการกําหนดและการใช้ราคาศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ และแนวทางปฏิบัติ ด้านการควบคุมราคาศุลกากร (Customs Valuation Control) ขององค์การศุลกากรโลก ประกอบด้วย กระบวนงาน ดังนี้
ลงนาม..
(นางสาวนวรัตน์ วัชโรทยางกูร)
ประธานกรรมการ
(นางชัญญ์ลียา เลิศเกาห์กุล)
ลงนาม…..
ลงนาม…..
(นางสาวขนัตยา น้อยเสวก)
กรรมการ
กรรมการ
ลงนาม…
(นายสิทธิพงษ์ พยุหะ)
กรรมการ
ลงนาม…
หาค (นายพัฒนากร อุไรวงษ์)
กรรมการ
กมพ. ๔ จาก ๓๔
ลงนาม..
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตของงาน
โครงการระบบการสําแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Customs Value Declaration System)
๑. กระบวนงานสําแดงข้อมูลราคาศุลกากร (Value Declaration Process: VDP) ๒. กระบวนงานตรวจสอบราคาศุลกากร (Value Verification Process: WP)
๓. กระบวนงานติดตามกรณีที่อาจยังชําระอากรขาเข้าไม่ครบถ้วน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายซึ่งยังไม่สามารถ คํานวณมูลค่าได้ ณ ขณะนําเข้า (Value Monitoring Process: VMP)
๑.๒ ระบบงานคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรในปัจจุบัน
๑.๒.๑
ระบบงานปัจจุบันของกรมศุลกากรสามารถแบ่งออกเป็น ๓ ส่วนหลัก ได้แก่
๑.๒.๑.๑ งานด้านการให้บริการเกี่ยวกับการนําเข้าและการส่งออก (Front Office) แบบ Online (Web Service) ทั่วประเทศ โดยกรมศุลกากรได้ติดตั้ง Host Computer ที่ส่วนกลาง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรในแบบ Online ทั้งนี้ เพื่ออํานวยความสะดวกสําหรับการผ่านพิธีการศุลกากร การชําระภาษีอากร การตรวจปล่อยสินค้า และการคืนภาษีอากร ตลอดจนการรวบรวมสถิติการนําสินค้า เข้าและส่งสินค้าออก
๑.๒.๑.๒ งานด้านการให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลการนําเข้าและการส่งออกทางอิเล็กทรอนิกส์ กรมศุลกากรให้บริการระบบศุลกากรไร้เอกสาร โดยใช้มาตรฐาน ebXML และการลงลายมือชื่อ ดิจิทัล โดยการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ผู้นําเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนออกของ ตัวแทนผู้รับขนส่งสินค้า บริษัทเรือ บริษัทสายการบิน และธนาคาร เป็นต้น ปัจจุบัน มีจํานวนข้อมูลที่รับส่งผ่านระบบ ebXML Gateway ของกรมศุลกากรโดยเฉลี่ยประมาณ เดือนละ ๔ ล้านเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมรายการข้อมูลที่จะเพิ่มขึ้น จํานวนมากเกี่ยวกับใบอนุญาตและใบรับรองสําหรับการนําเข้าและส่งออกสินค้า ปัจจุบัน กรมศุลกากรได้เปิดให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตและใบรับรองผ่านระบบ NSW
เรียบร้อยแล้ว
๑.๒.๑.๓ งานด้านการสนับสนุนระบบงานภายในของกรมศุลกากร (Back Office) เป็นระบบงาน สนับสนุนการปฏิบัติงานภายในกรมศุลกากร เช่น ระบบฝึกอบรม ระบบบริหาร ทรัพยากรบุคคล ระบบคดี ระบบวิเคราะห์สินค้า ระบบของกลาง ของตกค้าง เป็นต้น ๑.๒.๒ ปัจจุบันกรมศุลกากรใช้ Fiber Optic เป็นระบบเครือข่ายหลัก (Gigabit Backbone) เชื่อมโยง เครื่องคอมพิวเตอร์ Host Computer, Server ต่าง ๆ เพื่อให้ Workstation และเครื่องคอมพิวเตอร์ ลูกข่ายของกรมศุลกากร และเอกชนที่ติดตั้งทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศสามารถ
เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันระบบเครือข่ายของ กรมศุลกากรแบ่งเป็น ๓ ส่วนดังนี้
๑.๒.๒.๑ LAN ต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
๑.๒.๒.๒ Gigabit Backbone Network ซึ่งเชื่อมโยง Host Computer, Database Server และ LAN
ภายในกรมศุลกากร โดยมีศูนย์คอมพิวเตอร์กรมศุลกากรเป็นศูนย์กลาง
๑.๒.๒.๓ WAN ซึ่งเชื่อมโยงทั่วราชอาณาจักรเข้า Gigabit Backbone ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์กรมศุลกากร
(นางสาวนวรัตน์ วัชโรทยางกูร)
ประธานกรรมการ
ลงนาม…..
ลงนาม…
(นางสาวขนัตยา น้อยเสวก)
টমই
(นางชัญญ์ลียา เลิศเลาห์กุล)
ลงนาม…
กรรมการ
กรรมการ
อิทธพง (นายสิทธิพงษ์ พยุหะ)
กรรมการ
ลงนาม…
พัฒนากา (นายพัฒนวกร อุไรวงษ์)
กรรมการ
กมพ. ๕ จาก ๓๔ร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างโครงการระบบการสำแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System)
ตามประกาศ กรมศุลกากร
ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
กรมศุลกากร ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการระบบการ สำแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
โครงการระบบการสำแดงและติดตาม
ข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบ
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic
Customs Value Declaration
System)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๑.๙ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา ๑.๑๐ ช่องทางวิจารณ์
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรม
ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๔,๙๓๗,๐๐๐.๐๐ บาท (สี่ล้านเก้าแสนสามหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กรม เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของ
ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็น
ผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงาน
งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่
ยื่นข้อเสนอในแต่
ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงิน ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕ หรือดีกว่า ครอบคลุมในเรื่องของการบำรุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Maintenance) หรือ ระบบบริหารงานคุณภาพ (Quality Management System) หรือ Software Development and Maintenance ๒.๑๕ ผู้ยื่นเสนอราคาต้องมีหนังสือรับรองด้านวิศวกรรมซอฟท์แวร์ CCMI Level ๓ หรือหนังสือรับรองมาตรฐานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ISO/IEC ๒๙๑๑๐ หรือดีกว่า ๒.๑๖ มีคุณสมบัติอื่น ๆ ตามข้อกำหนดในขอบเขตของงานของโครงการฯ ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง
ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท
เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๖) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๔) หนังสือรับรองมาตรฐาน ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕ หรือดีกว่า (๕) หนังสือรับรองด้านวิศวกรรมซอฟท์แวร์ CMMI Level ๓ หรือหนังสือ รับรองมาตรฐานด้านวิศวกรรมซอฟแวร์ ISO IBE ๒๙๑๑๐ หรือดีกว่า
(๖) เอกสารอื่น ๆ ตามข้อกำหนดในขอบเขตของงานของโครงงานฯ (๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด
ซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ใน ข้อ
๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๗๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ
ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ
๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการเป็นผู้ ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ
มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๔๙๓,๗๐๐.๐๐
บาท (สี่แสนเก้าหมื่นสามพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะพิจารณา
จาก ราคารวม
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้
ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล
ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคาร (สาขาในกรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้น) สั่งจ่ายให้แก่ กรม โดยเป็นเช็คหรือดราฟท์ ลงวันที่ที่ยื่นการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ก่อนหน้านั้นไม่เกิน ๓ วันทำการของทางราชการ ทั้งนี้ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม จะต้องระบุ สั่งจ่าย “กรมบัญชีกลางเพื่อรับเงินของหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง” เท่านั้น
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง
หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน โครงการระบบการสำแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System) ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ในงวดที่ ๑ (ตาม ข้อ ๗.๒)
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน โครงการระบบการสำแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System) งวดงานที่ ๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ใน งวดที่ ๒
(ตามข้อ ๗.๒)
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน โครงการระบบการสำแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System) งวดงานที่ ๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ใน งวดที่ ๓
(ตามข้อ ๗.๒)
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรม ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง และอัตราค่าปรับอื่น ๆ จะเป็นไปตามข้อกำหนดในรายละเอียด
ร่างขอบเขตของงานของโครงการ
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง และจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่อง อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตามที่กำหนดในรายละเอียดร่างขอบเขตของงานของโครงการฯ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมให้ ใช้การได้ดีดังเดิมตามที่กำหนดในรายละเอียดร่างขอบเขตของงานของโครงการ
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บรายได้ของ กรมศุลกากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงินค่าใช้ จ่าย
ในการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ แล้วเท่านั้น สำหรับกรณีที่ไม่ได้รับ การจัดสรรเงินกรมสามารถยกเลิกการประกวดราคาครั้งนี้ได้ หรือในกรณีที่กรมปรับลดวงเงินในการจ้าง กรม สามารถดำเนินการต่อรองราคากับผู้ชนะการประกวดราคาฯ ต่อไป หรือกรณีที่กรมได้รับการจัดสรรเงินไม่ เพียงพอ หรือดำเนินการอนุมัติจ้างไม่ทัน หรืออื่นๆ กรมสามารถปรับลดระยะเวลาการจ้างได้ และอัตราค่าจ้าง จะลดลงตามส่ว
๑๑.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน
๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
สำเนาถูกต้อง
อนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง
(นางสาวอนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง) 1
กรมศุลกากร
มกราคม ๒๕๖๙
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๙ โดย นางสาวอนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง 1ราง
ประกาศกรมศุลกากร
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการระบบการสําแดงและติดตามข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Customs Value Declaration System) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมศุลกากร มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการระบบการสําแดงและติดตาม ข้อมูลราคาศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Customs Value Declaration System) ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๙,๘๗๔,๐๐๐.๐๐ บาท (เก้าล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นสี่พันบาทถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
ลงวันที่
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
- ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.customs.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่
มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายฐาปกรณ์ กันเกตุ) ผู้อํานวยการส่วนบริหารการพัสดุ ปฏิบัติราชการแทน
อธิบดีกรมศุลกากร
สําเนาถูกต้อง
อนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง (นางสาวอนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง)
1
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๙ โดย นางสาวอนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง 1
1