จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคำพิพากษา) จำนวน 1 ระบบ

สำนักงานศาลปกครอง 68119171146
฿5,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 15 ม.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานศาลปกครองมีโครงการจ้างพัฒนาระบบภายใต้โครงการพัฒนาระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) ในกิจกรรมการพัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคำพิพากษา) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) มาเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการบริหารจัดการคดีปกครอง ซึ่งมีปริมาณและความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขอบเขตงานประกอบด้วยการจ้างศึกษาและพัฒนาโมเดล LLM เฉพาะทางสำหรับภาษากฎหมายปกครองผ่านการฝึกฝนและเรียนรู้เพิ่มเติม (Fine-tuning) จากข้อมูลเอกสารคดีจริง รวมถึงการออกแบบและพัฒนาระบบต้นแบบ (System Prototype) ที่นำโมเดลนี้มาประยุกต์ใช้ ระบบจะต้องมีฟังก์ชันสำคัญ เช่น การวิเคราะห์และตรวจสอบความครบถ้วนของคำฟ้อง การจัดหมวดหมู่คดีอัตโนมัติ การสืบค้นคำพิพากษา/คำสั่งที่ใกล้เคียงด้วยเทคนิค RAG (Retrieval Augmented Generation) และการแนะนำข้อความสำหรับการร่างคำพิพากษา/คำสั่ง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความลับของข้อมูลคดี นอกจากนี้ยังต้องจัดทำแนวทางการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล (AI Governance) และจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) พร้อมติดตั้งโมเดลสำหรับใช้งานแบบ On-Premise

โครงการมีวงเงินงบประมาณ 5,000,000 บาท และกำหนดระยะเวลาส่งมอบงานทั้งหมดภายใน 330 วันนับจากวันลงนามในสัญญา

English summary

The Administrative Court Office is procuring services for the development of a system under the e-Admincourt project, specifically for the activity of developing a prototype for the Smart Administrative Court (Judgment Drafting). The primary objective is to utilize Artificial Intelligence (AI) and Large Language Models (LLM) to enhance the efficiency and speed of administrative case management, given the increasing volume and complexity of cases.

The scope of work includes contracting for the study and development of a specialized LLM for administrative law language through fine-tuning using actual case document data, as well as the design and development of a System Prototype that applies this model. Key system functions must include analysis and verification of complaint completeness, automatic case categorization, searching for similar judgments/orders using RAG (Retrieval Augmented Generation) techniques, and suggesting text for drafting judgments/orders, while ensuring data security and case confidentiality. Additionally, the project requires the development of an AI Governance framework and the provision and installation of an on-premise server to host the model.

The project has a budget of 5,000,000 THB and a total delivery period of 330 days from the contract signing date.

สถานที่ดำเนินการ

สํานักงานศาลปกครอง, ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจ้างศึกษาและพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) โดยใช้ข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ ในกระบวนพิจารณาคดีปกครอง รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นำมาฝึกฝนและเรียนรู้เพิ่มเติม (Fine-tuning) เพื่อให้โมเดลสามารถประมวลผลและเข้าใจภาษาในกระบวนพิจารณาคดีและทางกฎหมายที่เกี่ยวกับศาลปกครอง
  • เพื่อจ้างออกแบบและพัฒนาระบบต้นแบบ (System Prototype) ที่นำโมเดลภาษาขนาดใหญ่มาประยุกต์ใช้งานในการสนับสนุนกระบวนการบริหารจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น
  • เพื่อจัดทำแนวทางการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีธรรมาภิบาล (AI Governance) สำหรับการพัฒนาระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคำพิพากษา) โดยคำนึงถึงหลักการจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics Principles) ความสอดคล้องตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง (Laws and Regulations) รวมถึงแนวทางในการประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ขอบเขตของงาน

  • การจัดทำแผนการดำเนินงาน: จัดทำแผนงานโดยมีรายละเอียดงาน ผู้รับผิดชอบ และกำหนดระยะเวลาการพัฒนาโมเดล LLM และระบบต้นแบบ ภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
  • การวิเคราะห์ความต้องการและออกแบบระบบ:
    • ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน (ตุลาการ, พนักงานคดีปกครอง, เจ้าหน้าที่)
    • ออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UI)
    • ออกแบบระบบต้นแบบ (System Prototype)
    • วิเคราะห์และประเมินเพื่อคัดเลือกและออกแบบโมเดล LLM ที่เหมาะสม
    • วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) และจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
    • จัดทำเอกสาร AI Governance
  • การพัฒนาระบบต้นแบบ:
    • พัฒนาโมเดล LLM:
      • จัดประชุม Focus Group อย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล
      • ดำเนินการ Fine-tuning โมเดลจากข้อมูลที่ได้
      • โมเดลต้องรองรับการแปลงข้อความจากไฟล์ .docx, .pdf และการใช้ OCR กับไฟล์ภาพ/สแกน
      • โมเดลต้องประมวลผลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงตัวเลขไทยและอารบิก
      • ดำเนินการทำความสะอาดข้อมูล (Data Cleaning) และจัดหมวดหมู่ข้อมูล
      • ติดตั้งโมเดลบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่จัดหาให้ โดยสำนักงานศาลปกครองได้สิทธิใช้งานแบบถาวร (Perpetual License)
    • พัฒนาระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ: พัฒนาระบบที่มีคุณลักษณะอย่างน้อยดังนี้
      • ระบบสนับสนุนการตรวจคำฟ้อง (วิเคราะห์เนื้อหา, สรุปข้อมูลสำคัญ, ตรวจสอบความครบถ้วน, จัดหมวดหมู่คดีอัตโนมัติ, แนะนำการจัดทำรายงาน)
      • ระบบการสืบค้นข้อมูล (Search Engine) ด้วยคำสำคัญหรือภาษาธรรมชาติ รองรับการค้นหาแบบ RAG, กรองผลลัพธ์, จัดเก็บสถิติ
      • ระบบสนับสนุนกระบวนการร่างคำพิพากษา/คำสั่ง (สรุปประเด็นคดี, แนะนำข้อความ, ตรวจสอบความครบถ้วน, ร่างตาม Template, กลไกคัดกรองข้อมูลเฉพาะคดี)
      • ระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน (4 กลุ่ม: ตุลาการ, พนักงานคดีปกครอง, ผู้ใช้งานทั่วไป, ผู้ดูแลระบบ) พร้อมรองรับ Single Sign-On
      • ระบบจัดเก็บประวัติการใช้งาน
      • ระบบแสดงสถิติการใช้งานในรูปแบบ Dashboard
      • ระบบต้องรองรับการแสดงผลแบบ Responsive
    • พัฒนาทั้งส่วน Application และ API เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ e-Admincourt อย่างปลอดภัย
  • การจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย: จัดหาเครื่อง Rack Server 1 เครื่อง พร้อมสเปกขั้นต่ำตามที่กำหนด (CPU 16-core 2 ตัว, RAM 64 GB, GPU 40 GB, Storage 2TB/460GB, 10 Gbps Network)
  • การฝึกอบรม: อบรมผู้ดูแลระบบ (Administrator) และผู้ใช้งาน (User) ตามจำนวนครั้งและชั่วโมงที่กำหนด โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • การส่งมอบซอร์สโค้ดและลิขสิทธิ์: ส่งมอบซอร์สโค้ดทั้งหมด และลิขสิทธิ์ของโมเดล LLM ที่พัฒนาขึ้นให้เป็นของสำนักงานศาลปกครอง
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย: ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และรักษาความลับของข้อมูลสารสนเทศอย่างเคร่งครัด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงาน (ภายใน 30 วัน)
  • รายงานการวิเคราะห์ความต้องการผู้ใช้งาน
  • รายงานการออกแบบ UI
  • รายงานการออกแบบ System Prototype
  • รายงานการวิเคราะห์และออกแบบโมเดล AI ที่เหมาะสม
  • รายงานการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) และเอกสาร AI Governance
  • รายงานความคืบหน้าของโครงการ
  • ชุดข้อมูลสำหรับการสร้างโมเดล
  • โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) สำหรับระบบต้นแบบ
  • เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ติดตั้งและทดสอบเรียบร้อยแล้ว พร้อมติดตั้งโมเดล LLM
  • ระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคำพิพากษา) ที่พัฒนาสมบูรณ์
  • ซอร์สโค้ด (Source code) การพัฒนาระบบทั้งหมด
  • คู่มือการใช้งานระบบและคู่มือการติดตั้งโปรแกรมสำหรับผู้ดูแลระบบ
  • การฝึกอบรมผู้เกี่ยวข้องครบถ้วน
  • สรุปผลการประเมินระบบต้นแบบโดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งหมด: 330 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • กำหนดส่งแผนการดำเนินงาน: ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • กำหนดการจ่ายเงิน:
    • งวดที่ 1 (30%): ภายใน 120 วัน หลังลงนาม
    • งวดที่ 2 (40%): ภายใน 180 วัน หลังลงนาม
    • งวดที่ 3 (30%): ภายใน 330 วัน หลังลงนาม

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ประสบการณ์: ต้องมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์สำหรับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) หรือเทคโนโลยีการประมวลผลและเข้าใจภาษาธรรมชาติ (NLP/NLU) โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ/เอกชนที่น่าเชื่อถือ อย่างน้อย 1 สัญญา แต่ละสัญญามีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท ผลงานต้องส่งมอบแล้วเสร็จและตรวจรับแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
  • บุคลากร: ต้องมีบุคลากรตามตำแหน่งและคุณสมบัติที่กำหนด พร้อมแนบประวัติรับรองสำเนาถูกต้อง:
    • ผู้จัดการโครงการ: ปริญญาเอกด้านวิศวกรรม/คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 15 ปี (1 คน)
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่: ปริญญาเอกด้านวิศวกรรม/คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 15 ปี (1 คน)
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์: ปริญญาเอกด้านวิศวกรรม/คอมพิวเตอร์/วิทยาการคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี (1 คน)
    • นักพัฒนาระบบอาวุโส: ปริญญาโทด้านวิศวกรรม/คอมพิวเตอร์/วิทยาการคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี (6 คน)
    • นักพัฒนาระบบ: ปริญญาตรีด้านวิศวกรรม/คอมพิวเตอร์/วิทยาการคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 2 ปี (6 คน)
    • ผู้ประสานงานโครงการ: ปริญญาตรีด้านการจัดการ/การบริหารที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี (1 คน)
  • สถานะทางการเงิน (สำหรับนิติบุคคล):
    • นิติบุคคลที่จัดตั้งเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิหักหนี้สินสุทธิ) เป็นบวก จากงบการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • นิติบุคคลที่จัดตั้งใหม่หรือต่างประเทศที่ยังไม่รายงานงบ: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    • หรือ ขอวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาต โดยมีวงเงินไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (1,250,000 บาท)
  • การลงทะเบียน: ต้องลงทะเบียนข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • กิจการร่วมค้า: หากยื่นข้อเสนอในรูปแบบกิจการร่วมค้า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการกำหนดสัดส่วนและผู้เข้าร่วมค้าหลักตามที่กำหนด

เกณฑ์การพิจารณา

ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น คะแนนรวมทุกด้านสูงสุด

  • เกณฑ์ราคา (น้ำหนัก 20%): คะแนนคำนวณจากสูตร เทียบกับราคาต่ำสุด โดยผู้เสนอราคาต่ำสุดได้ 100 คะแนน
  • เกณฑ์คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ (น้ำหนัก 80%): คะแนนเต็ม 100 คะแนน แบ่งเป็น:
    1. ผลงานที่ผ่านมาด้าน NLP/LLM (10 คะแนน): ประเมินจากผลงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา/ปรับแต่ง NLP/LLM โดยตรง (+5), การติดตั้งบน On-Premise Server (+2), การใช้งานภาษาไทยและข้อมูลด้านกฎหมาย (+3)
    2. ทีมงาน (10 คะแนน): ประเมินจากความตรงตามข้อกำหนด (+2), การเสนอบุคลากรเพิ่มเติม (สูงสุด +4), การเสนอวุฒิ/ประสบการณ์สูงกว่ากำหนด (สูงสุด +4)
    3. รายละเอียดข้อเสนอโครงการตาม TOR (10 คะแนน): ความครบถ้วนของกระบวนการ (วิเคราะห์ความต้องการ, พัฒนา, ติดตั้ง, ทดสอบ, เปิดใช้งาน, ฝึกอบรม)
    4. การสาธิตตัวอย่างการใช้งาน (60 คะแนน): ต้องเข้าร่วมสาธิตภายใน 5 วันทำการนับถัดจากวันเสนอราคา ณ สถานที่ที่กำหนด ประเมินการสาธิตโมเดล LLM (การแปลงข้อความ, Fine-tuning, สถาปัตยกรรม RAG) และเครื่องมือช่วยตรวจคำฟ้อง/ร่างคำพิพากษา (ความครบถ้วน, ระบบสืบค้น, การแนะนำข้อความ, การระบุอ้างอิง AI)
    5. การรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบ (Warranty) (10 คะแนน): รับประกัน 1 ปี = 6 คะแนน, 2 ปี = 8 คะแนน, 3 ปี = 10 คะแนน

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM):
    • ต้องพัฒนาผ่านการ Fine-tuning ด้วยข้อมูลเอกสารคดีปกครองและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    • รองรับการแปลงข้อความจากไฟล์ .docx, .pdf และการใช้ OCR สำหรับไฟล์ภาพ/สแกน
    • รองรับการประมวลผลข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงตัวเลขอารบิกและเลขไทย
    • ต้องมีความเข้าใจบริบทของภาษากฎหมายปกครองและเอกสารสำนวนคดี
    • ติดตั้งบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ On-Premise ของโครงการ โดยให้สิทธิใช้งานแบบถาวร (Perpetual License) โดยไม่มีค่า Subscription
  • ระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ: ต้องมีคุณสมบัติหลักดังนี้
    • สนับสนุนการตรวจคำฟ้อง: วิเคราะห์เนื้อหา, สรุปข้อมูลสำคัญ, ตรวจสอบความครบถ้วน, จัดหมวดหมู่คดีอัตโนมัติ, แนะนำการจัดทำรายงาน
    • ระบบสืบค้นข้อมูล (Search Engine): ค้นหาด้วยคำสำคัญหรือภาษาธรรมชาติ, รองรับภาษาไทย-อังกฤษ, ใช้เทคนิค RAG (Retrieval Augmented Generation) ในการค้นหาและสร้างคำตอบ, แสดงผลลัพธ์เรียงตามความใกล้เคียง, กรองผล, จัดเก็บสถิติ
    • สนับสนุนการร่างคำพิพากษา/คำสั่ง: สรุปประเด็นคดี, แนะนำข้อความ, ตรวจสอบความครบถ้วน, ร่างตาม Template, มีกลไกคัดกรองข้อมูลเฉพาะคดีเพื่อรักษาความลับ, ระบุอ้างอิง (Citation) สำหรับข้อความที่สร้างโดย AI
    • ระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน: แบ่งเป็น 4 กลุ่ม, รองรับการยืนยันตัวตน (เช่น Single Sign-On)
    • ระบบแสดงสถิติ: แสดงผลในรูปแบบ Dashboard, ตาราง และกราฟ
    • Responsive Design: รองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์หน้าจอต่าง ๆ
    • เชื่อมต่อกับระบบภายนอก: พัฒนาในรูปแบบ Application และ API เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ e-Admincourt อย่างปลอดภัย
  • เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server):
    • แบบ Rack Server สูงไม่เกิน 2U
    • CPU: แบบ 16-core หรือดีกว่า ความเร็วไม่น้อยกว่า 2.9 GHz, จำนวน 2 หน่วย
    • RAM: DDR4 หรือดีกว่า, ขนาดไม่น้อยกว่า 64 GB
    • Storage: ชนิด SCSI/SAS 10,000 rpm ความจุ 2TB หรือ SSD 460GB, จำนวนไม่น้อยกว่า 4 หน่วย
    • GPU: หน่วยความจำขนาด 40 GB หรือดีกว่า, จำนวน 1 หน่วย
    • Network: 10 Gbps Ethernet, จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ช่อง
    • Power Supply: Redundant, Hot Swap, ขนาดไม่น้อยกว่า 400W, จำนวน 2 หน่วย
    • รองรับการติดตั้ง Virtualization Platform (VM และ Container)

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินสัญญา: 5,000,000 บาท
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด
    • งวดที่ 1 (30%): จ่ายเมื่อส่งมอบรายงานการวิเคราะห์และออกแบบต่างๆ ครบถ้วน ภายใน 120 วัน
    • งวดที่ 2 (40%): จ่ายเมื่อส่งมอบโมเดล LLM, ติดตั้งและทดสอบเซิร์ฟเวอร์ ภายใน 180 วัน
    • งวดที่ 3 (30%): จ่ายเมื่อส่งมอบระบบต้นแบบสมบูรณ์, ซอร์สโค้ด, การฝึกอบรม ภายใน 330 วัน
  • ค่าปรับการล่าช้า: ร้อยละ 0.10 ของวงเงินสัญญาต่อวัน
  • ค่าปรับการจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
  • การรับประกันระบบ (Warranty):
    • ระบบซอฟต์แวร์: ต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี (สามารถเสนอมากกว่าได้เพื่อรับคะแนนประเมินสูงขึ้น) บริการแบบ Onsite/Oncall/e-Mail/Remote Support แก้ไขให้แล้วเสร็จไม่เกิน 2 วันทำการ (Software bugs แก้ไขภายใน 3 วันทำการ)
    • เครื่องเซิร์ฟเวอร์ (ฮาร์ดแวร์): รับประกันความชำรุดบกพร่องและบริการซ่อมตรงถึงที่ (Onsite Service) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี เริ่มซ่อมภายใน 3 วันทำการหลังได้รับการแจ้ง
  • สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา: ซอร์สโค้ดและลิขสิทธิ์ของโมเดล LLM ที่พัฒนาขึ้นเป็นของสำนักงานศาลปกครอง
  • การรักษาความลับ: ผู้รับจ้างต้องรักษาความลับของข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับรู้จากงานนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • โมเดล LLM นี้จะได้รับการฝึกฝนจากข้อมูลประเภทใดบ้าง?
    โมเดลจะถูกฝึกฝนและเรียนรู้เพิ่มเติม (Fine-tuning) จากข้อมูลเอกสารต่างๆ ในกระบวนพิจารณาคดีปกครอง เช่น คำฟ้อง คำให้การ พยานหลักฐาน คำพิพากษา/คำสั่ง (ที่มีมากกว่า 200,000 คดี) รวมถึงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับศาลปกครอง เพื่อให้เข้าใจบริบททางภาษากฎหมายโดยเฉพาะ

  • ระบบจะจัดการกับเอกสารเก่าที่เป็นรูปภาพหรือไฟล์สแกนอย่างไร?
    ระบบจะใช้เทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) ที่มีประสิทธิภาพสูงในการแปลงข้อความจากไฟล์ภาพหรือเอกสารสแกน เพื่อให้โมเดลสามารถประมวลผลเนื้อหาเหล่านั้นได้

  • ระบบจะช่วยในการจัดสรรงานให้องค์คณะพิจารณาคดีได้อย่างไร?
    ระบบมีฟังก์ชันการจัดหมวดหมู่คำฟ้องได้อย่างอัตโนมัติ โดยจะวิเคราะห์เนื้อหาคำฟ้องและแนะนำการจ่ายสำนวนไปยังองค์คณะที่มีความเชี่ยวชาญในประเภทคดีนั้นๆ ช่วยลดภาระการตรวจสอบเบื้องต้นและจัดสรรงานได้เหมาะสม

  • ระบบสืบค้นคำพิพากษาใช้เทคนิคอะไร และดีกว่าการค้นหาธรรมดาอย่างไร?
    ระบบใช้เทคนิค RAG (Retrieval Augmented Generation) ร่วมกับโมเดล LLM ซึ่งไม่ใช่แค่การจับคู่คำสำคัญ แต่จะทำความเข้าใจความหมายและบริบทของคำค้น (query) ในรูปแบบภาษาธรรมชาติ จากนั้นจะค้นหาและดึงเอกสารที่เกี่ยวข้องมากที่สุดมาใช้สร้างคำตอบ สรุปความ หรือย่อความที่สอดคล้องกับคำถามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ระบบมีกลไกอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้นำข้อมูลจากคดีอื่นมาใช้ในร่างคำพิพากษาของคดีปัจจุบัน?
    ระบบมีกลไกการคัดกรองและเลือกใช้ข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับคดีที่กำลังดำเนินการอยู่เท่านั้น โดยมีการกำหนดสิทธิ์และขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน รวมถึงมีมาตรการป้องกันการนำข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องมาใช้ เพื่อรักษาความปลอดภัยและความลับของข้อมูลคดีอื่น

  • ข้อความที่ระบบ AI สร้างขึ้นมาจะมีวิธีการตรวจสอบความถูกต้องและที่มาอย่างไร?
    ข้อความทุกส่วนที่สร้างขึ้นโดยระบบ AI จะต้องมีการระบุอ้างอิง (Citation) ในวงเล็บกำกับไว้ เพื่อระบุถึงเอกสารต้นฉบับ (เช่น คำฟ้อง มาตรากฎหมาย หรือคำพิพากษาเดิม) ที่ใช้เป็นแหล่งข้อมูล ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบความถูกต้องและที่มาของข้อมูลได้

  • สำนักงานศาลปกครองจะได้สิทธิ์ในการใช้งานโมเดล LLM นี้อย่างไร?
    ผู้รับจ้างต้องติดตั้งโมเดล LLM ที่พัฒนาขึ้นบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของโครงการ และสำนักงานศาลปกครองจะได้รับสิทธิการใช้งานโมเดลแบบถาวร (Perpetual License) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายปีหรือค่าธรรมเนียมการต่ออายุลิขสิทธิ์ (Subscription Fee) ตลอดอายุการใช้งานของระบบ

  • ระบบต้นแบบนี้สามารถทำงานร่วมกับระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) ที่มีอยู่ได้หรือไม่?
    ใช่ ระบบที่พัฒนาต้องสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) หรือระบบสารสนเทศอื่นตามที่สำนักงานศาลปกครองกำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ผ่านการพัฒนาทั้งส่วน Application และ API

  • การรับประกันระบบ (Warranty) ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาในระยะเวลากี่วัน?
    ในระยะเวลารับประกัน (อย่างน้อย 1 ปี) หากระบบชำรุดขัดข้อง ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จไม่เกิน 2 วันทำการนับแต่ได้รับแจ้ง สำหรับความผิดพลาดจากโปรแกรม (Software bugs) ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ

  • นอกจากการพัฒนาระบบแล้ว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ฝึกอบรมอย่างไรบ้าง?
    ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการฝึกอบรม 3 ส่วน ได้แก่ 1) อบรมการติดตั้งโปรแกรมสำหรับผู้ควบคุมระบบ (Administrator) 2) อบรมการจัดเตรียมข้อมูลและปรับแต่งโมเดล (Fine-tuning) 3) อบรมการใช้งานสำหรับผู้ใช้งานระบบ (User) โดยมีกำหนดจำนวนครั้ง ชั่วโมง และผู้เข้าอบรมขั้นต่ำตามที่ระบุใน TOR

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างพัฒนาระบบภายใต้โครงการพัฒนาระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) กิจกรรมการพัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา)
๑. ความเป็นมา

ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) องค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชนต่างนําเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงมาเป็นเครื่องมือสําคัญในการปฏิรูปการทํางานและให้บริการสาธารณะ ประกอบกับการก้าวเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยได้กําหนดทิศทางที่ชัดเจนในการส่งเสริมให้หน่วยงาน
ภาครัฐนําเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
ในการยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรและการให้บริการประชาชน
ปัจจุบันปริมาณคดีปกครองที่เข้าสู่กระบวนพิจารณามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาททางปกครอง มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายเฉพาะทางที่หลากหลาย นอกจากนี้ ประชาชนและคู่กรณีในคดีต่างมี ความคาดหวังให้กระบวนพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า และการบังคับคดีที่มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามคําพิพากษา/คําสั่งของศาล การดําเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครอง เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงโดยใช้ระบบไต่สวนและพิจารณาเอกสารเป็นหลัก มีขั้นตอนสําคัญได้แก่ ๑) การตรวจ คําฟ้อง/คําขอ ๒) การแสวงหาข้อเท็จจริง ๓) การสรุปสํานวน ๔) การกําหนดวันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง ๕) การจัดทําคําแถลงการณ์ ๖) การนั่งพิจารณาคดี ๒) การอ่านคําพิพากษา คําสั่ง ๘) การอุทธรณ์ และ ๙) การบังคับคดี การดําเนินการในขั้นตอนตรวจคําฟ้อง/คําขอจนถึงการนั่งพิจารณาคดีนั้น เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร เป็นจํานวนมาก เช่น คําฟ้อง คําให้การ พยานหลักฐาน คําพิพากษา/คําสั่ง ซึ่งปัจจุบันมีจํานวนคําพิพากษา/คําสั่ง มากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คดี รวมไปถึงการเชื่อมโยงกับระบบกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
การนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้จึงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหา และสนับสนุนการดําเนินงานของศาลปกครองให้บรรลุเป้าหมาย โดยโครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการพัฒนา โมเดลทางด้านปัญญาประดิษฐ์ รวมทั้งออกแบบและพัฒนาระบบต้นแบบ (System Prototype) เพื่อสนับสนุน การบริหารจัดการคดีด้วยเทคโนโลยีที่มีความฉลาด โดยเน้นในเรื่องของนวัตกรรมการประมวลผลและเข้าใจ ภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing and Understanding: NLP/NLU) เพื่อเรียนรู้การสร้างโมเดล สําหรับการประมวลผลและเข้าใจภาษาทางกฎหมายที่เกี่ยวกับศาลปกครอง ด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large
Language Model: LLM) โดยโมเดลจะสามารถนําไปประยุกต์ใช้งานเพื่อสนับสนุนกระบวนพิจารณาคดีของ ศาลปกครอง ตั้งแต่การวิเคราะห์คําฟ้อง การตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของคําฟ้อง รวมถึงการจัดหมวดหมู่ คดีอัตโนมัติเพื่อจําแนกข้อพิพาทตามประเภทคดี ช่วยลดภาระในการตรวจสอบคําฟ้องเบื้องต้นและจัดสรรงาน ได้อย่างเหมาะสมตามความเชี่ยวชาญขององค์คณะ การสกัดข้อเท็จจริงจากคําฟ้อง และวิเคราะห์ประเด็นเพื่อค้นหา
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสืบค้นคําพิพากษา คําสั่งที่มีข้อพิพาทลักษณะคล้ายคลึงกับคดีปัจจุบัน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับแนวคําวินิจฉัยที่มีอยู่เดิม ดังนั้น การขับเคลื่อน โครงการดังกล่าวจึงมีเป้าหมายสําคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีปกครอง ช่วยให้ขั้นตอนต่าง

ดําเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้คู่กรณีและประชาชนได้รับความเป็นธรรมและ การเยียวยาได้อย่างทันท่วงทีและเหมาะสม อันเป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการสาธารณะและสร้างความเชื่อมั่น ในกระบวนการยุติธรรมโดยรวม
๒. วัตถุประสงค์…

  • ๒ -
    ๒. วัตถุประสงค์
    ๒.๑ เพื่อจ้างศึกษาและพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) โดยใช้ข้อมูล จากเอกสารต่าง ๆ ในกระบวนพิจารณาคดีปกครอง รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นํามาฝึกฝนและเรียนรู้เพิ่มเติม (Fine-tuning) เพื่อให้โมเดลสามารถประมวลผลและเข้าใจภาษาในกระบวนพิจารณาคดีและทางกฎหมาย ที่เกี่ยวกับศาลปกครอง
    ๒.๒ เพื่อจ้างออกแบบและพัฒนาระบบต้นแบบ (System Prototype) ที่นําโมเดลภาษาขนาดใหญ่
    มาประยุกต์ใช้งานในการสนับสนุนกระบวนการบริหารจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น
    ๒.๓ เพื่อจัดทําแนวทางการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีธรรมาภิบาล (Al Governance) สําหรับการพัฒนาระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) โดยคํานึงถึงหลักการจริยธรรม ปัญญาประดิษฐ์ (Al Ethics Principles) ความสอดคล้องตามกฎหมายและข้อกําหนดที่เกี่ยวข้อง (Laws and Regulations) รวมถึงแนวทางในการประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้กระบวนการพัฒนาและใช้งานระบบต้นแบบสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
    ๓.
    คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    ๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อ ให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    ๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
    การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๓.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงานศาลปกครอง ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๓.๑๐
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาโมเดลทางด้านปัญญาประดิษฐ์ ในการพัฒนา โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) หรือเทคโนโลยีการประมวลผลและเข้าใจภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing and Understanding) เพื่อเรียนรู้การสร้างโมเดลสําหรับการประมวลผล และเข้าใจภาษาที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานเอกชนที่น่าเชื่อถือ อย่างน้อย ๑ สัญญา โดยแต่ละสัญญาต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๒,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ ผู้ยื่นข้อเสนอได้ส่งมอบแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นผลงานที่เสร็จสิ้นแล้ว
    ภายใน…
  • m
    ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ ให้แนบสําเนาหนังสือรับรองผลงานและสําเนาสัญญา ดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
    ๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้อง มีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
    ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑.
    กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน
    เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ การเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
    และหาก…
  • ๔ -
    และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
    ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
    หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
    ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
    แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือ
    บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
    ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
    หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อ การพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท
    ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
    แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
    ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  1. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
    (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
    ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้วและ
    งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖,๔) การจัดซื้อ….
  • ๕ -
    การจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (5.5) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ
    ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรในการพัฒนาระบบสารสนเทศ โดยต้องแนบประวัติการศึกษา ประวัติ การทํางาน และรูปถ่ายพร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้องมาพร้อมกับการยื่นเสนอราคา ดังนี้
    ลําาดับ
    ตําแหน่ง
    ผู้จัดการโครงการ





    Ω
    คุณสมบัติของบุคลากร (วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์)
  • วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาเอก ด้านวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
  • มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการประมวลผล ภาษาธรรมชาติ การสืบค้นข้อมูล และการบริหารจัดการ โครงการ ไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา - วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาเอก ด้านวิศวกรรม
    โมเดลภาษาขนาดใหญ่
    ผู้เชี่ยวชาญด้าน สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์
    นักพัฒนาระบบอาวุโส
    นักพัฒนาระบบ
    ผู้ประสานงานโครงการ
    คอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
  • มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการประมวลผล ภาษาธรรมชาติ และการสืบค้นข้อมูล ไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี
  • วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาเอก ด้านวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
  • มีประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวข้องกับตําแหน่งไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี
  • วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท ด้านวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
  • มีประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวข้องกับตําแหน่งไม่น้อยกว่า ๕ ปี
  • วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ด้านวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
  • มีประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวข้องกับตําแหน่งไม่น้อยกว่า ๒ ปี
  • วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ด้านการจัดการ การบริหาร หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
  • มีประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวข้องกับตําแหน่งไม่น้อยกว่า ๕ ปี
    จํานวน
    (คน)


    6
    6
    G


    ๔. การยื่น….
  • 5-
    ๔. การเสนอราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องทําข้อเสนอโครงการเป็นภาษาไทย ประกอบด้วย เอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับ ผู้ยื่นข้อเสนอ ข้อเสนอด้านเทคนิค และข้อเสนอด้านราคา โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๔.๑ ต้องยื่นเอกสารข้อเสนอการดําเนินงานตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) โดยสังเขปมาพร้อมการยื่นเสนอราคา
    ๔.๒ ต้องจัดทําเอกสารข้อเสนอเกี่ยวกับคุณลักษณะของระบบเป็นรายข้อทุกข้อ ตามขอบเขตของงาน ข้อ ๕ และข้อ ๑๒ และจัดทํารายการเปรียบเทียบดังกล่าวโดยใช้ตัวอย่างแบบฟอร์มตามตารางที่ ๑ หากมีกรณี
    ที่ต้องมีการอ้างอิงข้อความหรือเอกสารในส่วนอื่นที่จัดทําเสนอมา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องระบุให้เป็นไปอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ง่ายไว้ในเอกสารเปรียบเทียบด้วยว่า สิ่งที่ต้องการอ้างอิงถึงนั้นอยู่ในส่วนใดตําแหน่งใดของ เอกสารอื่นๆ ที่จัดทําเสนอมา สําหรับเอกสารที่อ้างอิงถึงให้หมายเหตุหรือขีดเส้นใต้หรือระบายสีพร้อมเขียนหัวข้อ
    กํากับไว้เพื่อให้สามารถตรวจสอบกับเอกสารได้ง่ายและตรงกันด้วย หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ดําเนินการตามข้อนี้
    คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ของสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาข้อเสนอของ
    ผู้ยื่นข้อเสนอ
    อ้างถึงข้อ
    ตารางข้อเปรียบเทียบคุณลักษณะของระบบ
    ข้อกําหนด/ ข้อกําหนด/คุณลักษณะ เปรียบเทียบ เอกสารอ้างอิง
    คุณลักษณะระบบ
    ที่ต้องการ
    ของระบบที่นําเสนอ
    ระบุหัวข้อให้ ตรงกับหัวข้อที่
    รายละเอียด
    รายละเอียด
    คุณลักษณะที่ทาง
    คุณลักษณะที่ผู้ยื่น
    ตรงตามข้อกําหนด/ ระบุหมายเลข ดีกว่าหรือต่ํากว่า หน้าของ
    ระบุใน
    ราชการกําหนด
    ข้อเสนอเสนอ
    ข้อกําหนด
    เอกสารอ้างอิง
    รายละเอียด
    รายละเอียดระบบฯ
    ๕. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง กําหนดให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ความรับผิดชอบดังต่อไปนี้ คือ
    ๕.๑ จัดทําแผนการดําเนินงาน โดยมีรายละเอียดงาน ผู้รับผิดชอบ รวมถึงกําหนดระยะเวลา การพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) และการพัฒนาระบบต้นแบบของ ศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และเมื่อได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในแนวทางดังกล่าวแล้ว จึงดําเนินการต่อไปได้ และต้องร่วมประชุม กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อติดตามงานหรือหารือในประเด็นต่าง ๆ เป็นระยะ

    ๕.๒ การวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานและออกแบบระบบต้นแบบ
    ๕.๒.๑ ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานระบบศาลปกครองอัจฉริยะอย่างละเอียด โดยดําเนินการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา ตลอดจนระบุความต้องการหลักของผู้ใช้งาน ได้แก่ ตุลาการ ศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง และเจ้าหน้าที่ศาลปกครองตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด เพื่อให้
    สามารถออกแบบระบบที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ๕.๒.๒ ออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface: UI) ให้มีความทันสมัย เข้าใจง่าย สะดวกต่อ การใช้งาน และสอดคล้องกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในแต่ละกระบวนงาน พร้อมทั้งคํานึงถึงการเข้าถึงข้อมูล
    และการใช้งานในอุปกรณ์ที่หลากหลาย
    ๕.๒.๓ ออกแบบระบบต้นแบบ (System Prototype) ที่สามารถนําเสนอขั้นตอนการทํางานและ ฟังก์ชันหลักของระบบได้อย่างครบถ้วน ตามข้อ ๕.๒.๑
    ๕.๒.๔ วิเคราะห์
  • ๗ -
    ๕.๒.๔ วิเคราะห์และประเมินเพื่อพิจารณาคัดเลือกและออกแบบโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ด้านโมเดล ภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ที่เหมาะสมสําหรับการจัดทําระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา)
    ๕.๒.๕ วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาและ ใช้งานระบบ เช่น ความเสี่ยงด้านข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ อคติของโมเดล AI เป็นต้น และจัดทํา แผนบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรม
    ๕.๒.๖ จัดทําเอกสารการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีธรรมาภิบาล (Al Governance) ตามแนวทาง จริยธรรม กฎหมาย และมาตรฐานสากล
    ๕.๓ การพัฒนาระบบต้นแบบ
    พัฒนาต้นแบบระบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) มีรายละเอียดดังนี้
    ๕.๓.๑ พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model : LLM)
    (๑) ผู้รับจ้างจะต้องจัดการประชุมกลุ่มแบบ Focus Group โดยเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ครอบคลุมทั้งตุลาการศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง เจ้าหน้าที่ศาลปกครอง และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ปกครอง หรือบุคลากรตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด อย่างน้อย ๒ ครั้ง โดยต้องดําเนินการเก็บรวบรวม ข้อมูลที่จําเป็นสําหรับการพัฒนาโมเดลอย่างเป็นระบบ เช่น รูปแบบเอกสารที่ใช้จริง ปัญหาอุปสรรคที่พบ ในกระบวนการพิจารณา และข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาโมเดลระบบต้นแบบ เป็นต้น และนําข้อมูลที่ได้ไป วิเคราะห์และปรับปรุงแบบจําลองภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และส่วนประกอบอื่นๆ ของระบบให้มีประสิทธิภาพ
    ตอบโจทย์การใช้งาน และตรงตามบริบทของศาลปกครอง
    (๒) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) โดยการฝึกฝนและเรียนรู้ เพิ่มเติม (Fine-tuning) จากข้อมูล ตามข้อ ๕.๓.๑ (๑) หรือตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด เพื่อให้โมเดล มีความสามารถเฉพาะทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศาลปกครอง และรองรับการทํางานตามวัตถุประสงค์
    ที่กําหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
    (๒.๑) รองรับการแปลงข้อความจากเอกสารหลากหลายรูปแบบ โดยโมเดลจะต้องมี ความสามารถในการแปลงและประมวลผลข้อความจากไฟล์เอกสารที่ใช้ในกระบวนพิจารณาคดีของศาลปกครอง
    ได้เป็นอย่างน้อย
    ดังนี้
    (๒.๑.๑) ไฟล์เอกสารดิจิทัล สามารถแปลงข้อความจากไฟล์ .docx และ .pdf
    (๒.๒.๒) ไฟล์ภาพและเอกสารสแกน สามารถแปลงข้อความจากเอกสารที่เป็น รูปภาพหรือไฟล์ที่ผ่านการสแกน โดยใช้เทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) ที่มีประสิทธิภาพสูงได้
    (๒.๒.๓) สามารถประมวลผลข้อมูลที่เป็นข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
    รวมถึงตัวเลขอารบิกและเลขไทยได้
    (๒.๒) ผู้รับจ้างต้องดําเนินการทําความสะอาดข้อมูล (Data Cleaning) จัดหมวดหมู่ (Categorization) และเตรียมชุดข้อมูลที่ได้จากการสกัดข้อความ เพื่อใช้ในการฝึกฝนและเรียนรู้เพิ่มเติม (Fine-tuning) ให้กับโมเดล โดยมีปริมาณข้อมูลที่จะกําหนดในขั้นตอนการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
    (๒.๓) โมเดลที่พัฒนาขึ้นต้องมีความเข้าใจในบริบทของภาษาที่ใช้ในกระบวนพิจารณา พิพากษาคดีและเอกสารทางกฎหมายของศาลปกครองโดยเฉพาะ ได้แก่ เอกสารในสํานวนคดี และศัพท์ทางด้าน
    กฎหมายปกครอง
    (๓) โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ที่ปรับแต่งสําหรับศาลปกครอง ต้องติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ตามข้อ ๕.๔ โดยสํานักงานศาลปกครองต้องได้รับสิทธิการใช้งานโมเดล
    แบบถาวร…
  • ๘ -
    แบบถาวร (Perpetual License) และไม่มีค่าใช้จ่ายรายปี หรือค่าธรรมเนียมการต่ออายุลิขสิทธิ์การใช้งาน (Subscription Fee) ในการใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นตลอดอายุการใช้งานของระบบ
    (๔) โมเดลที่พัฒนาขึ้นต้องมีช่องทางสําหรับทดสอบการทํางาน
    ๕.๓.๒ พัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) สําหรับสนับสนุนการทํางานของ ตุลาการศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีคุณลักษณะของระบบอย่างน้อย ดังนี้
    (๑) พัฒนาระบบต้นแบบสนับสนุนการตรวจคําฟ้องสําหรับตุลาการศาลปกครอง พนักงาน คดีปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีรายละเอียดดังนี้
    (๑.๑) ต้องมีหน้าจอสําหรับผู้ใช้เพื่อนําเข้าข้อมูล และสามารถนําเข้าไฟล์เอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับคดีได้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ .docx และ .pdf ได้เป็นอย่างน้อย รวมทั้งสามารถเชื่อมโยง การเรียกใช้ข้อมูลจากระบบงานของศาลปกครองได้
    (๑.๒) สามารถวิเคราะห์เนื้อหาทั้งหมดของคําฟ้องและเอกสารประกอบคําฟ้อง
    โดยรองรับได้ทั้งข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
    (๑.๓) สามารถสรุปข้อมูลสําคัญของคําฟ้องเพื่อสนับสนุนการทํางานเจ้าหน้าที่ รับฟ้องในกระบวนการตรวจคําฟ้องเบื้องต้น ได้แก่ เหตุแห่งการฟ้องคดีพร้อมข้อเท็จจริง คําขอของผู้ฟ้องคดี สถานที่มูลคดีเกิด สาระสําคัญของคดีโดยสรุป และการตรวจฟ้องซ้ํา ฟ้องซ้อน ได้เป็นอย่างน้อย
    (๑.๔) สามารถตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของคําฟ้องตามที่กฎหมายกําหนด
    รวมทั้งสามารถแสดงคําแนะนําแก่ผู้ใช้ในกรณีตรวจพบข้อมูลและเอกสารประกอบคําฟ้องที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ โดยอ้างอิงจากเอกสารที่คู่กรณีกรอกเข้ามาผ่านระบบและจากเอกสารที่อัปโหลดเข้าสู่ระบบ
    (๑.๕) สามารถจัดหมวดหมู่ของคําฟ้องได้อย่างอัตโนมัติ เพื่อให้คําแนะนําในการจ่ายสํานวน
    ไปยังองค์คณะที่มีความเชี่ยวชาญ
    (๑.๖) สามารถสรุปประเด็นสําคัญจากคําฟ้อง สืบค้นเอกสารและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการจัดทํารายงานกระบวนพิจารณาการตรวจในชั้นได้รับคําฟ้อง
    (๑.๗) สามารถแนะนําข้อความการจัดทํารายงานกระบวนพิจารณาการตรวจในชั้นได้รับ
    คําฟ้องตามโครงสร้างมาตรฐาน (Template) แบบฟอร์มของศาลปกครองได้
    (๒) พัฒนาระบบการสืบค้นข้อมูล (Search Engine) มีรายละเอียดดังนี้
    (๒.๑) สามารถสืบค้นข้อมูลโดยใช้คําสําคัญหรือข้อความในรูปแบบภาษาธรรมชาติ
    (Natural Language: NL) ได้
    (๒.๒) รองรับการสืบค้นข้อมูลได้ทั้งข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
    (๒.๓) สามารถค้นหาไฟล์เอกสารคําพิพากษา/คําสั่งที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับคําฟ้อง และ
    แสดงผลลัพธ์ข้อมูลเอกสารที่สืบค้นหรือที่เกี่ยวข้องในรูปแบบของคําตอบ สรุปความ หรือย่อความที่สอดคล้องกับ คําค้น (query) ที่อยู่ในรูปแบบของคําสําคัญหรือภาษาธรรมชาติ โดยผลลัพธ์ดังกล่าวได้มาจากการสร้าง ด้วยเทคนิคโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model : LLM) ร่วมกับเทคนิคการสืบค้นข้อมูลแบบ Retrieval Augmented Generation (RAG)
    (๒.๔) สามารถแนะนําเอกสารคําฟ้อง คําพิพากษา/คําสั่งที่มีเนื้อหาใกล้เคียง และข้อมูล
    กฎหมายหรือเอกสารอื่น ๆ ที่ใช้สําหรับการดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับการร่างคําพิพากษาคําสั่งได้
    (๒.๕) สามารถกําหนดจํานวนผลลัพธ์การค้นหาเพื่อแสดงผลได้
    (๒.๖) สามารถเรียงลําดับผลลัพธ์การค้นหาจากคะแนนความใกล้เคียงจากมากไปน้อย (๒.๗) สามารถกรองผลลัพธ์การสืบค้นตามมิติ (Facet) ของข้อมูล เช่น วันที่ เป็นต้น
    (๒.๘) สามารถ…
  • ๙ -
    (๒.๔) สามารถคัดกรองการสืบค้นข้อมูลตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด เพื่อป้องกัน การสืบค้นข้อมูลที่มีการจํากัดการเข้าถึงได้
    (๒.๙) ระบบมีการจัดเก็บประวัติการสืบค้นข้อมูล และสามารถนําออก (Export) ข้อมูล
    xlsx หรือ csv ได้
    ประวัติการสืบค้นในรูปแบบไฟล์
    (๒.๑๐) มีระบบจัดเก็บสถิติการสืบค้นและสามารถแสดงผลสถิติการสืบค้นข้อมูล
    ในรูปแบบตารางและกราฟได้
    (๓) พัฒนาระบบต้นแบบสนับสนุนกระบวนการร่างคําพิพากษา คําสั่งสําหรับตุลาการ ศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
    (๓.๑) สามารถวิเคราะห์เนื้อหาทั้งหมดของสํานวนคดี และรองรับได้ทั้งข้อความ
    (๓.๒) สามารถสรุปประเด็นสําคัญของคดี ได้แก่ สรุปข้อเท็จจริงจากคําฟ้อง คําให้การ คําคัดค้านคําให้การ และคําให้การเพิ่มเติม ได้เป็นอย่างน้อย
    (๓.๓) สามารถแนะนําข้อความสําหรับการร่างคําพิพากษา คําสั่ง โดยอ้างอิงจากเอกสาร ในสํานวนคดีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้
    (๓.๔) สามารถตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างคําพิพากษา/คําสั่ง และ ให้คําแนะนําเพื่อช่วยให้เอกสารร่างคําพิพากษา/คําสั่งมีความครบถ้วนสมบูรณ์
    (๓.๕) สามารถร่างคําพิพากษา คําสั่งตามโครงสร้างมาตรฐาน (Template) แบบฟอร์ม
    คําพิพากษา/คําสั่งของศาลปกครองได้
    (๓.๖) ระบบต้องมีความสามารถในการคัดกรองและเลือกใช้ข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ
    คดีที่กําลังดําเนินการอยู่เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลจากคดีอื่น หรือแหล่งข้อมูลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องถูกนํามาใช้ ในการร่างคําพิพากษา คําสั่ง ซึ่งจะช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่เป็น ความลับหรือมีชั้นความลับของคดีอื่น ๆ อันอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาคดีและการรักษาความลับ ของศาลปกครอง โดยระบบควรมีการกําหนดสิทธิ์และขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน รวมถึงมีมาตรการ
    ป้องกันการนําข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องไปใช้ในเอกสารร่างคําพิพากษา/คําสั่ง เพื่อความถูกต้องและความปลอดภัยของข้อมูล
    (๓.๒) ข้อความทุกส่วนที่สร้างขึ้นโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต้องมีการระบุอ้างอิง ในวงเล็บ (Citation) กํากับไว้ เพื่อระบุถึงเอกสารต้นฉบับที่ใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการจัดทําข้อความดังกล่าว เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้
    (๔) ระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน
    (๔.๑) ผู้ใช้งานแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ตุลาการศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง เจ้าหน้าที่หรือผู้ใช้งานทั่วไป และผู้ดูแลระบบ (Administrator) หรืออื่น ๆ ตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด
    (๔.๒) ผู้ใช้งานต้องล็อกอินเข้าสู่ระบบเพื่อยืนยันตัวตนก่อนใช้งาน ระบบต้องรองรับ การยืนยันตัวตนของหน่วยงาน ในกรณีที่หน่วยงานมีระบบยืนยันตัวตนอยู่แล้ว เช่น Single Sign-On / Active Directory / LDAP หรือ API อื่น ๆ
    (๔.๓) ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านได้ด้วยตนเอง
    (๔.๔) ผู้ดูแลระบบสามารถเพิ่มผู้ใช้งานพร้อมกําหนดสิทธิการใช้งานได้
    (๕) ระบบจัดเก็บประวัติการใช้งาน
    (๕.๑) สามารถจัดเก็บข้อมูลประวัติการใช้งานอย่างน้อย ๓๐ วัน หรือตามผู้ว่าจ้างกําหนด (๕.๒) สามารถนําออกข้อมูลประวัติการใช้งาน โดยระบุตามช่วงวันเริ่มต้นและสิ้นสุดได้
    (๖) ระบบ…
    ๑๐ ·
    (๖) ระบบแสดงสถิติการใช้งาน
    (๖.๑) สามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบแผนภาพ Dashboard โดยสามารถแสดงผล ในรูปแบบตารางและกราฟได้ เช่น กราฟแท่ง กราฟวงกลม เป็นต้น
    (๖.๒) สามารถแสดงสถิติจํานวนการใช้งานการตรวจร่างคําฟ้อง การแนะนําการร่าง
    คําพิพากษา/คําสั่งโดยแยกเป็นรายปี รายเดือน และรายวันได้
    (๖.๓) สามารถนําออก (Export) ข้อมูลสถิติการใช้งานในรูปแบบไฟล์เอกสาร Microsoft
    Excel (.xls หรือ .xlsx) หรือ pdf ได้เป็นอย่างน้อย
    (๗) ระบบต้องรองรับการแสดงผลในอุปกรณ์ที่มีหน้าจอต่างกันได้ (Responsive) และ สามารถทํางานได้ตามความเหมาะสม เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เป็นต้น
    (๔) การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์สําหรับระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ
    (ร่างคําพิพากษา) เพื่อสนับสนุนการทํางานของตุลาการศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องโดยใช้เทคโนโลยีโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ให้ดําเนินการพัฒนา ให้มีทั้งส่วนประยุกต์ใช้งาน (Application) สําหรับการใช้งานโดยตรงและส่วนเชื่อมต่อข้อมูลในรูปแบบ API (Application Programming Interface) และต้องสามารถเชื่อมต่อและทํางานร่วมกับระบบศาลปกครอง อิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) หรือระบบสารสนเทศตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนดได้อย่าง มีประสิทธิภาพและปลอดภัย
    (๔) ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ใช้ในการปรับแต่งโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (Fine-tuning) กับระบบสารสนเทศที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด โดยต้องดําเนินการผ่านช่องทางที่ปลอดภัยและเป็นไปตาม มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล เพื่อให้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) สามารถตอบสนอง ความต้องการของผู้ใช้งานศาลปกครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามข้อกําหนด เงื่อนไข และ แนวทางที่สํานักงานศาลปกครองกําหนดเกี่ยวกับการเข้าถึงและใช้ข้อมูล
    (๑๐) จัดให้มีการประเมินผลการพัฒนาระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ครอบคลุมทั้งตุลาการ ศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง เจ้าหน้าที่ศาลปกครอง และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายปกครอง หรือบุคลากร ตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด พร้อมทั้งสรุปผลการประเมินระบบต้นแบบให้กับสํานักงานศาลปกครอง
    โดยสรุปผลการประเมินระบบต้นแบบจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานศาลปกครอง
    ๕.๔ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
    ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายมีคุณลักษณะขั้นต่ํา จํานวน ๑ เครื่อง ดังนี้
    ๕.๔.๑ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) แบบ Rack Server มีความสูงไม่เกิน ๒๐ ที่มาพร้อมกับ อุปกรณ์ติดตั้งกับ Rack Cabinet
    ๕.๔.๒ มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) แบบ ๑๖ แกนหลัก (๑๖ core) หรือดีกว่าสําหรับเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) โดยเฉพาะ และมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๒.๙ GHz หรือดีกว่า จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ หน่วย
    ๕.๔.๓ หน่วยประมวลผลกลางรองรับการประมวลผลแบบ ๖๔ bit และมีหน่วยความจําแบบ L๓ Cache Memory รวมในระดับ (Level) เดียวกันไม่น้อยกว่า ๒๔ MB
    ๕.๔.๔ มีหน่วยความจําหลัก (Memory) ชนิด DDR4 หรือดีกว่า ที่มีขนาดไม่น้อยกว่า ๖๔ GB ๕.๔.๕ สนับสนุนการทํางาน RAID ไม่น้อยกว่า RAID 0, 0, ๕
    ๕.๔.๖ มีหน่วย…..
    ๑๑ :
    ๕.๔.๖ มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด SCSI หรือ SAS ที่มีความเร็วรอบไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ รอบ ต่อนาที ขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๒ TB หรือ ชนิด Solid State Drive หรือดีกว่า ขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๔๖๐ GB จํานวนไม่น้อยกว่า ๔ หน่วย
    ๑ หน่วย
    ๕.๔.๗ มีประมวลผลทางด้านกราฟิก (GPU) ที่มีหน่วยความจําขนาด ๔๐ GB หรือดีกว่า จํานวน
    ๕.๔.๔ มีส่วนเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ ๑๐ Gbps Ethernet หรือดีกว่า จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ช่อง
    ๕.๔.๙ มี Power Supply แบบ Redundant และรองรับการถอดเปลี่ยนแบบ Hot Plug หรือ Hot Swap ได้ขนาดไม่น้อยกว่า ๔๐๐ Watt จํานวน ๒ หน่วย
    ๕.๔.๑๐ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายต้องสามารถรองรับการติดตั้งและใช้งานระบบเครือข่ายเสมือน (Virtualization Platform) โดยมีคุณสมบัติเหมาะสมสําหรับการใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ประเภทโอเพนซอร์ส
    โดยต้องสนับสนุนการทํางานของระบบเสมือนที่หลากหลาย รองรับเทคโนโลยีการจําลองเครื่อง (Virtual Machine) และ Container พร้อมทั้งสามารถบริหารจัดการทรัพยากรบนระบบเสมือนตามมาตรฐานสากล
    ๕.๕ ด้านอื่น ๆ ๆ
    ๕.๕.๑ ผู้รับจ้างต้องส่งมอบซอร์สโค้ดในการพัฒนาระบบต้นแบบทั้งหมดและซอร์สโค้ดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบต้นแบบทั้งหมด เป็นลิขสิทธิ์ของสํานักงานศาลปกครอง
    เป็นต้นฉบับที่สามารถแก้ไขได้ให้สํานักงานศาลปกครองและ
    ๕.๕.๒ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากมีกรณีที่ผู้รับจ้าง ต้องดําเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของผู้ปฏิบัติงาน หรือผู้มีส่วนได้เสียของหน่วยงานเพื่อให้ การดําเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสัญญาหรือข้อตกลง ให้ถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องปฏิบัติ ตามคําสั่ง หน่วยงาน และต้องจัดให้มีระบบมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ตามสมควรเพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอํานาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้งแจ้งให้ หน่วยงานทราบถึงเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด หรือ “ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”
    ๕.๕.๓ การรักษาความลับ และการใช้ข้อมูล และการใช้ข้อมูลสารสนเทศและทรัพย์สินสารสนเทศ ผู้รับจ้างต้องรักษาความลับซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับรู้หรือทราบจากการปฏิบัติหน้าที่ ตามสัญญาหรือข้อตกลง ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนอย่างเคร่งครัด และต้องใช้ข้อมูลสารสนเทศและทรัพย์สินสารสนเทศ ที่ได้รับให้เป็นไปตามประกาศของหน่วยงาน หรือ “ข้อตกลงการรักษาความลับ”
    ๖. การฝึกอบรม
    ผู้รับจ้างต้องอบรมถ่ายทอดความรู้ในการพัฒนาระบบฯ การควบคุมดูแล การตรวจสอบ การแก้ไขปัญหา การปรับแต่งโมเดล รวมทั้งการใช้งานระบบฯ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้กับเจ้าหน้าที่ของสํานักงานศาลปกครอง ซึ่งมีหน้าที่ในการพัฒนาระบบและควบคุมระบบ (Administrator) และสําหรับผู้ใช้งาน (User) โดยดําเนินการ อบรมให้แล้วเสร็จก่อนวันสิ้นสุดสัญญา ซึ่งผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมทั้งหมด ณ ที่ทําการ ศาลปกครองหรือตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด และต้องจัดเตรียมเอกสารสําหรับการอบรมให้เพียงพอกับ จํานวนผู้เข้าอบรมพร้อมทั้งส่งไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จํานวน ๑ ชุด ดังนี้
    ๖.๑ ผู้รับจ้างต้องอบรมถ่ายทอดความรู้ในการติดตั้งโปรแกรมที่เกี่ยวข้องสําหรับผู้ควบคุมระบบ (Administrator) จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง และครั้งละไม่น้อยกว่า
    ๑๐ คน
    ๖.๒. ผู้รับจ้าง…
  • ๑๒ -
    ๖.๒ ผู้รับจ้างต้องอบรมถ่ายทอดความรู้ในการจัดเตรียมข้อมูล ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบ คุณภาพข้อมูล การแปลงรูปแบบข้อมูล การจัดการข้อมูล ไปจนถึงการนําข้อมูลเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องและ มีประสิทธิภาพ รวมทั้งอบรมการปรับแต่งโมเดล (Fine-tuning) ให้เหมาะสมกับข้อมูลและความต้องการเฉพาะของ สํานักงานศาลปกครอง โดยจัดอบรมไม่น้อยกว่า ๓ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง และครั้งละไม่น้อยกว่า ๑๐ คน
    ๖.๓ ผู้รับจ้างต้องอบรมการใช้งานให้ผู้ใช้งานระบบ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง และครั้งละไม่น้อยกว่า ๒๕ คน
    ๗. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    กําหนดระยะเวลาส่งมอบงานภายใน ๓๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    ๔. หลักเกณฑ์การพิจารณา
    การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารประกอบการพิจารณา และเข้าร่วมการสาธิต ระบบ ซึ่งสํานักงานศาลปกครองจะพิจารณาเฉพาะผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้ยื่นข้อเสนอถูกต้องครบถ้วนตามข้อกําหนด และเข้าร่วมการสาธิตระบบเท่านั้น โดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น และจะพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอ ที่มีคะแนนรวมทุกด้านสูงสุด โดยใช้หลักเกณฑ์ ๒ หลักเกณฑ์ ดังนี้
    ๔.๑ เกณฑ์ราคา โดยจะพิจารณาจากราคาที่ยื่นเสนอ กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐ โดยค่าน้ําหนัก เกณฑ์ราคาจะคํานวณคะแนนให้อัตโนมัติ โดยให้ผู้เสนอราคาต่ําที่สุด มีค่าคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ผู้เสนอราคา ลําดับที่ ๒ และราคาต่ําลําดับต่อ ๆ ไป โดยเทียบจากราคาที่ผู้เสนอราคาต่ําที่สุด มีสูตรดังนี้
    คะแนนของผู้เสนอราคาที่ไม่ใช่ราคาต่ําสุด = ๑๐๐ - ((ผลต่างราคาของผู้เสนอ กับราคาผู้เสนอราคา ต่ําสุด ราคาผู้เสนอราคาต่ําสุด) X 900)
    ๔.๒ เกณฑ์คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ กําหนดสัดส่วนของน้ําหนักในการให้คะแนน เพื่อใช้ในการประเมินการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอร้อยละ ๘๐ มีค่าคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน โดยพิจารณา ในการให้คะแนนกําหนดเกณฑ์การให้คะแนนและวิธีการประเมิน ดังนี้
    (๑) ผลงานที่ผ่านมาของบริษัทในด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing: NLP) หรือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) พร้อมเอกสารอ้างอิง (๑๐ คะแนน)
    ตารางเกณฑ์การให้คะแนน
    ผลงานที่เกี่ยวข้อง
    คะแนน
    มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและปรับแต่ง NLP หรือ LLM โดยตรง พร้อมเอกสารอ้างอิง
    ที่ชัดเจน ครอบคลุม และตรวจสอบได้

    มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งและปรับแต่ง NLP หรือ LLM บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ได้เพิ่ม ๒ คะแนน
    แบบ On-Premise Server
    มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและปรับแต่ง NLP หรือ LLM ที่ใช้งานภาษาไทยและเกี่ยวข้อง ได้เพิ่ม ๓ คะแนน
    กับข้อมูลด้านกฎหมาย
    (๒) ทีมงานมีผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการพัฒนาระบบด้านการประมวลผล ภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing: NLP) หรือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) พร้อมเอกสารอ้างอิง (๑๐ คะแนน)
    ตาราง…
    ๑๓ -
    ตารางเกณฑ์การให้คะแนน
    บุคลากร
    เสนอตรงตามข้อกําหนดและขอบเขตของงาน
    เสนอบุคลากรเพิ่มเติม
    สูงกว่าข้อกําหนดและขอบเขตของงาน
    เสนอวุฒิการศึกษาหรือจํานวนปีของประสบการณ์การทํางานของบุคลากร
    คะแนน

    ได้เพิ่มคนละ ๑ คะแนน
    รวมสูงสุดไม่เกิน ๔ คะแนน ได้เพิ่มคนละ ๑ คะแนน
    รวมสูงสุดไม่เกิน ๔ คะแนน
    (๓) รายละเอียดข้อเสนอโครงการการดําเนินงานตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) ให้ครอบคลุมทุกกระบวนการ ประกอบด้วย การวิเคราะห์และจัดเก็บความต้องการของระบบ การพัฒนาระบบ ต้นแบบการติดตั้ง การทดสอบระบบ การเปิดใช้งานระบบ และแผนการฝึกอบรม (๑๐ คะแนน)
    ตารางเกณฑ์การให้คะแนน
    ข้อเสนอโครงการ
    มีการจัดทําข้อเสนอโครงการ แต่รายละเอียดไม่ครบทุกกระบวนการ
    มีการจัดทําข้อเสนอโครงการ มีรายละเอียดและครบทุกกระบวนการ
    คะแนน
    (๔) การสาธิตตัวอย่างการใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) และทดสอบ เครื่องมือการช่วยตรวจคําฟ้องและการแนะนําข้อความการร่างคําพิพากษา/คําสั่ง และสาธิต ภายใน ๕ วันทําการ นับถัดจากวันเสนอราคา โดยมีระยะเวลาในการสาธิตประมาณ ๑ ชั่วโมง ณ ห้องประชุมข้างห้องอบรมคอมพิวเตอร์ สํานักวิทยาการสารสนเทศ ชั้น ๔ อาคารศาลปกครองถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. โดยเปิดลงทะเบียน เวลา ๐๘.๓๐ น. (๖๐ คะแนน)
    กรุงเทพฯ
    ระหว่าง
    ตารางเกณฑ์การให้คะแนน
    การนําเสนอและประเมินความสามารถ
    คะแนน
    ไม่มีการสาธิต
    มีการสาธิตตัวอย่าง มีรายละเอียดดังนี้
    ๑.
    . โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM)
    ๑.๑ ต้นแบบการใช้งานในการแปลงข้อความจากไฟล์ .docx, .pdf และการใช้ OCR กับไฟล์ภาพหรือสแกน รวมถึงการรองรับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เลขไทย เลขอารบิก
    ๑.๒ นําเสนอการทํา Fine-tuning ข้อมูลที่จะนํามาใช้ในการฝึกฝนเพื่อสร้างความเข้าใจ ในบริบทของภาษาทางกฎหมายปกครอง
    ๑.๓ นําเสนอสถาปัตยกรรมที่จะใช้ในการพัฒนา LLM เช่น การใช้เทคนิค RAG (Retrieval Augmented Generation)
    ๒. เครื่องมือการช่วยตรวจคําฟ้องและการแนะนําข้อความการร่างคําพิพากษา/คําสั่ง
    ๒.๑ การนําเสนอตัวอย่างเครื่องมือในการช่วยตรวจคําฟ้อง ความครบถ้วนสมบูรณ์ ของคําฟ้อง และแนะนําการจัดทํารายงานกระบวนพิจารณาในชั้นตรวจคําฟ้อง
    ๒.๒ การนําเสนอแนวทางการออกแบบระบบการสืบค้นข้อมูล (Search Engine) โดยใช้คําสําคัญหรือข้อความในรูปแบบภาษาธรรมชาติ (Natural Language: NL)
    ๑๐
    ๑๐
    ๑๐
    ๑๐
    การนําเสนอ…
  • ๑๔ -
    การนําเสนอและประเมินความสามารถ
    ๒.๓ การนําเสนอตัวอย่างเครื่องมือการแนะนําข้อความสําหรับการร่างคําพิพากษา
    การตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างคําพิพากษา กลไกการคัดกรองข้อมูลเฉพาะ คดีเพื่อรักษาความลับ และการออกแบบระบบให้มีการระบุอ้างอิง (Citation) สําหรับ ข้อความที่สร้างโดย AI
    คะแนน
    ๑๐
    รวม
    bo
    (๕) การรับประกันความชํารุดบกพร่องของระบบ (Warranty) (๑๐ คะแนน)
    ตารางเกณฑ์การให้คะแนน
    การรับประกันความชํารุดบกพร่องของระบบ (Warranty)
    รับประกันความชํารุดบกพร่องของระบบเป็นระยะเวลา ๑ ปี
    (หากเสนอระยะเวลาเกิน ๑ ปี แต่ไม่ถึง ๒ ปี ให้นับระยะเวลาการให้คะแนนเป็น ๑ ปี) รับประกันความชํารุดบกพร่องของระบบเป็นระยะเวลา ๒ ปี
    (หากเสนอระยะเวลาเกิน ๒ ปี แต่ไม่ถึง ๓ ปี ให้นับระยะเวลาการให้คะแนนเป็น ๒ ปี) รับประกันความชํารุดบกพร่องของระบบเป็นระยะเวลา ๓ ปี
    (หากเสนอระยะเวลาเกิน ๓ ปี ให้นับระยะเวลาการให้คะแนนเป็น ๓ ปี)
    ๙. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
    คะแนน



    ๑๐
    งบประมาณโครงการฯ เป็นจํานวนเงินทั้งสิ้น ๕,000,000.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) จากงบประมาณรายจ่าย
    ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
    ๑๐. งวดงานและการจ่ายเงิน
    กําหนดการจ่ายเงินแบ่งเป็น ๓ งวด ดังนี้
    งวดที่ ๑ จ่ายเงินร้อยละ ๓๐ ของวงเงินตามสัญญา ภายใน ๑๒๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานในรูปแบบเอกสาร และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จํานวน ๑ ชุด ดังนี้
    (๑) รายงานการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานตามรายละเอียดข้อ ๕.๒.๑
    (๒) รายงานการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface: UI) ตามรายละเอียดข้อ ๕.๒.๒
    (๓) รายงานการออกแบบระบบต้นแบบ (System Prototype) ตามรายละเอียดข้อ ๕.๒.๓
    (๔) รายงานการวิเคราะห์ ประเมินและออกแบบโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่เหมาะสมสําหรับการจัดทําระบบ ต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ตามรายละเอียดข้อ ๕.๒.๔
    (๕) รายงานการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมี ธรรมาภิบาล (Al Governance) ตามรายละเอียดข้อ ๕.๒.๕ และ ๕.๒.๖
    งวดที่ ๒ จ่ายเงินร้อยละ ๔๐ ของวงเงินตามสัญญา ภายใน ๑๘๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
    (๑) รายงานความคืบหน้าของโครงการพัฒนาระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt)
    กิจกรรมการพัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา)
    (๒) ชุดข้อมูลสําหรับการสร้างโมเดลการประมวลผลและเข้าใจภาษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศาลปกครอง
    (๓) โมเดล….
  • ๑๕ -
    (๓) โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) สําหรับระบบต้นแบบศาลปกครอง อัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ตามรายละเอียดข้อ ๕.๓.๑
    (๔) ติดตั้งและทดสอบเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายผ่านระบบเครือข่ายของสํานักงานศาลปกครอง ตามรายละเอียดข้อ ๕.๔
    (๕) ต้องกําหนดค่าต่าง ๆ (Configuration and Policy) และปรับแต่ง (Customize and Tuning) อุปกรณ์ที่เสนอให้สามารถใช้งานได้ตามความต้องการของสํานักงานศาลปกครอง และติดตั้งอุปกรณ์เข้ากับตู้ Rack เดินสายเข้ารางและติด Label ที่สายสัญญาณให้เรียบร้อย
    (๖) ติดตั้งโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ที่ปรับแต่งสําหรับศาลปกครอง บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
    (๗) ทดสอบการทํางานของโมเดลที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
    สําหรับข้อ (๑) ถึง (๓) ให้จัดส่งในรูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จํานวน ๑ ชุด
    งวดที่ ๓ จ่ายเงินร้อยละ ๓๐ ของวงเงินตามสัญญา ภายใน ๓๓๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
    (๑) รายงานการพัฒนาโมเดลระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ฉบับสมบูรณ์ (๒) ลิขสิทธิ์โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ที่พัฒนาสําหรับระบบต้นแบบ
    ศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา)
    (๓) ระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ตามข้อ ๕.๓.๒
    (๔) ซอร์สโค้ด (Source code) ที่ใช้ในการพัฒนาระบบทั้งหมด
    (๕) อบรม ถ่ายทอดความรู้ตามรายละเอียดข้อ 5
    (๖) คู่มือการใช้งานระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) และคู่มือการติดตั้งโปรแกรม สําหรับผู้ดูแลระบบ (Administrator)
    สําหรับข้อ (๑) (๔) และ (5) ให้จัดส่งในรูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จํานวน ๑ ชุด
    ๑๑. อัตราค่าปรับ
    ๑๑.๑ กําหนดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของวงเงินตามสัญญา
    ๑๑.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างนํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสํานักงาน ศาลปกครอง จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าว เป็นจํานวนร้อยละ 90.00 (สิบ) ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
    ๑๒. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
    ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชํารุดบกพร่อง โดยบริการแบบ Onsite Oncall e-Mail หรือ Remote Support เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ (หนึ่ง) ปี นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    ๑๒.๑. การรับประกันความชํารุดบกพร่องหรือขัดข้องของระบบต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกิน ๒ (สอง) วันทําการ นับแต่ได้รับแจ้งถึงความชํารุดบกพร่อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จากสํานักงานศาลปกครอง
    ๑๒.๒ กรณีมีความผิดพลาดจากโปรแกรม (Software bugs) ต้องดําเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ระยะเวลา ๓ (สาม) วันทําการ นับแต่ได้รับแจ้ง
    ๑๒.๓ กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขความชํารุดบกพร่องหรือไม่สามารถแก้ไขความชํารุดของระบบฯ ได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทําการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นทําการแทนผู้รับจ้าง โดยผู้รับจ้าง ต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดแทนผู้ว่าจ้าง
    ๑๒.๔ ภายใน…
  • ๑๖ -
    ๑๒.๔ ภายในระยะเวลาของสัญญาและตลอดอายุการรับประกัน ผู้รับจ้างต้องเตรียมเจ้าหน้าที่ เพื่อสนับสนุนการให้บริการ เพื่อให้คําแนะนําการใช้งาน รวมถึงเป็นที่ปรึกษา การตรวจสอบ ค้นหาสาเหตุ และ การแก้ไขปัญหา ทั้งทางโทรศัพท์ และจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะต้องจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้อยู่ใน สภาพที่ใช้งานได้ดีดังเดิม
    ๑๒.๕ ผู้รับจ้างตกลงบํารุงรักษา แก้ไขระบบ และ/หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ตามสัญญานี้ให้อยู่ใน สภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ โดยให้มีเวลาระบบ และ/หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายขัดข้องรวมตามเกณฑ์ การคํานวณเวลาขัดข้อง ไม่เกินเดือนละ ๔๘ (สี่สิบแปด) ชั่วโมง ของเวลาใช้งานทั้งหมดของเดือนนั้น มิฉะนั้น ผู้รับจ้างต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างคิดค่าปรับเป็นรายชั่วโมงในอัตราชั่วโมงละ ๐.๐๓๕ (ศูนย์จุดศูนย์สามห้า) ของวงเงิน ตามสัญญา คิดค่าปรับต่อชั่วโมง เศษของชั่วโมง คิดเป็น ๑ (หนึ่ง) ชั่วโมง นับจากเวลาที่ครบกําหนดจนถึงเวลาที่ ผู้รับจ้างได้เริ่มซ่อมแซมแก้ไข หรือจนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างซ่อมแซมแก้ไขแล้วเสร็จแล้วแต่กรณี
    ๑๒.๖ รายการในข้อ ๕.๔ ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชํารุดบกพร่อง เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ (สาม) ปี โดยต้องให้บริการแบบรับประกันซ่อมตรงถึงที่ (Onsite Service) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ (สาม) ปี นับถัดจากวันที่คณะกรรมการได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยต้องเริ่มจัดการซ่อมแซมแก้ไขภายใน ๓ (สาม) วันทําการ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรสาร หรือแอปพลิเคลชันสําหรับ ส่งข้อความ ให้ถือเป็นการแจ้งโดยชอบแล้ว และต้องซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๓ (สาม) วันทําการ
    หากซ่อมแซมแก้ไขไม่แล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาติดตั้งใช้งาน ทดแทนจนกว่าจะซ่อมแซมแก้ไขแล้วเสร็จ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น ถ้าผู้รับจ้างไม่จัดการ ซ่อมแซมแก้ไขภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทําการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นทําการนั้นแทน โดยผู้รับจ้าง ต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้นแทนผู้ว่าจ้าง
    ๑๓. การรักษาความลับทางการค้า
    ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ตัวแทนหรือพนักงานของผู้รับจ้างจะต้องไม่เอาไป เปิดเผย หรือใช้ข้อมูลและ/หรือ สารสนเทศของผู้ว่าจ้าง หรือกระทําด้วยประการใดๆ ให้บุคคลอื่นเอาไป เปิดเผย หรือใช้ข้อมูล และ/หรือ สารสนเทศของผู้ว่าจ้าง หรือเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลและ/หรือสารสนเทศของผู้ว่าจ้างผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และระบบคอมพิวเตอร์ หรือล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลและ/หรือสารสนเทศของผู้ว่าจ้าง
    ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์และระบบคอมพิวเตอร์ที่จัดทําขึ้นเป็นการเฉพาะ หรือกระทําด้วยประการใด ๆ
    โดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลและ/หรือสารสนเทศของผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับ ผู้ว่าจ้างที่อยู่ระหว่างการส่งผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์และระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือ
    โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
    ๑๔. ความคุ้มครองเกี่ยวกับสิทธิ์
    ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดสิทธิ์หรือสิทธิบัตรหรือ สิทธิใด ๆ เกี่ยวกับการจ้างพัฒนาฯ ตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างจะต้องปกป้องผู้ว่าจ้างและดําเนินการทั้งปวงเพื่อให้ การกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ว่าจ้างสามารถใช้งานต่อไปได้ หากผู้รับจ้าง ไม่อาจกระทําได้ และผู้ว่าจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากผลแห่งการละเมิด ลิขสิทธิ์ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชําระค่าเสียหาย ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้งค่าธรรมเนียมและ ค่าทนายความแทนผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นหนังสือเมื่อได้มีการกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิ
    เรียกร้องดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
    ๑๕. เงื่อนไข…
  • ๑๗ -
    ๑๕. เงื่อนไขอื่น ๆ
    ผู้รับจ้างต้องจัดทําทะเบียนหมายเลขประจําเครื่อง เพื่อประโยชน์ในการจัดทําทะเบียนครุภัณฑ์รวมทั้ง ติด Sticker ที่เครื่องให้ชัดเจน โดยมีรายละเอียดแสดง Serial เครื่อง Spec เครื่อง วันเริ่มและสิ้นสุดสัญญา และเบอร์โทรศัพท์ผู้ให้บริการหรือ Call Center เป็นต้น
    ๑๖. การเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น
    ผู้สนใจสามารถเสนอแนะ วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือทางเว็บไซต์ โดยเปิดเผยตัว ได้ที่สํานักบริหารทรัพย์สิน สํานักงานศาลปกครอง เลขที่ ๑๒๐ หมู่ที่ ๓ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐ ในวันและเวลาราชการ หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]
    ลงนาม……
    ลงนาม………
    Spir
    DIN…..
    ลงนาม………
    (นายวิภูเมธ ศรีปานเงิน)
    (นายทศพล ทองเทือก)
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ
    ลงนาม…………..
    ….กรรมการ
    (นายอรงกรณ์ เชื่อมกระโทก)
    Orrows.
    ………..กรรมการ
    ลงนาม……….
    ..กรรมการ
    (นายพงศธร นาคตระกูล)
    (นางสาวอรวรรณ บุนนาค)
    ลงนาม………
    ………กรรมการ
    ลงนาม…………..
    กรรมการและเลขานุการ
    (นายรุจิภาส มรรษทวี)
    (นางศิรินาถ อุ่นทิม)