จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายภายในสำนักงานส่วนกลาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ 68119097263
฿5,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 10 ก.พ. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เปิดประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายภายในสำนักงานส่วนกลาง ด้วยวิธี e-bidding เนื่องจากระบบเครือข่ายปัจจุบันที่ติดตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 มีอายุการใช้งานเกินมาตรฐาน ส่งผลให้เกิดปัญหาหลายประการ ได้แก่ อุปกรณ์หลากหลายยี่ห้อจัดการยาก สายเคเบิลไม่เป็นระเบียบ ระบบระบายอากาศไม่เพียงพอ ประสิทธิภาพการทำงานต่ำ การเชื่อมต่อขาดหาย และขาดระบบสำรอง (Redundancy) และระบบตรวจสอบสถานะเครือข่าย (Network Monitoring) ที่มีประสิทธิภาพ

ขอบเขตงานครอบคลุมการให้บริการบำรุงรักษาระบบเครือข่ายทั้งหมดภายในสำนักงานส่วนกลาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งกระจายอยู่หลายพื้นที่ ได้แก่ อาคารวังจันทร์เกษม (ชั้น 2-6), อาคารเสมารักษ์ และลานจอดรถชั้น 3 ตึกราชวัลลภ 2 งานหลักประกอบด้วยการสำรวจสภาพระบบปัจจุบันอย่างละเอียด การออกแบบระบบเครือข่ายใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพ การจัดทำแผนบำรุงรักษาทั้งเชิงรุกและเชิงรับ การยกระดับความปลอดภัยเครือข่าย (Network Security) การซ่อมแซมหรือปรับปรุงอุปกรณ์ที่มีปัญหา และการจัดทำแผนตอบสนองและแก้ไขปัญหา (SLA) โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำ 1 ตำแหน่ง ณ กลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ราคากลางของโครงการอยู่ที่ 4,924,655.40 บาท

English summary

The Department of Lifelong Learning (DLL) is inviting bids for the maintenance and repair of computer network systems and network equipment within its central office via e-bidding. This is necessitated by the current network system, which was last upgraded in 2006 (B.E. 2549) and has exceeded its standard operational lifespan. The system faces multiple issues including diverse, outdated equipment brands and models; disorganized cable management; insufficient ventilation in server/network rooms; reduced performance and stability with slow connections and intermittent dropouts; and a lack of proper redundancy and network monitoring systems.

The scope of work covers comprehensive network maintenance services for the entire central office of the DLL, located across multiple buildings: Wang Chankasem Building (Floors 2-6), Samaraks Building, and the 3rd-floor parking area of Rajawallop 2 Building. Key tasks include a detailed survey of the existing network condition, designing a new network system for improved efficiency and stability, creating proactive and reactive maintenance plans, enhancing network security, repairing or upgrading faulty equipment, and establishing a service level agreement (SLA) for issue response. The contractor is required to station one full-time staff member at the DLL’s Digital Technology and Information Group. The estimated project budget is 4,924,655.40 Baht.

สถานที่ดำเนินการ

อาคารกรมส่งเสริมการเรียนรู้ อาคารวังจันทร์เกษม อาคารเสมารักษ์ ตึกราชวัลลภ 2

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อแก้ไขปัญหาความล้าสมัยและเสื่อมสภาพของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายภายในสำนักงานส่วนกลาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความเสถียร และความปลอดภัยของระบบเครือข่ายให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานและการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างเต็มที่
  • เพื่อจัดระบบการจัดการสายเคเบิล (Cable Management System) และระบบระบายอากาศให้เป็นระเบียบและเหมาะสม
  • เพื่อจัดให้มีระบบสำรอง (Redundancy System) และระบบติดตามควบคุมสถานะเครือข่าย (Network Monitoring System) ที่มีประสิทธิภาพ
  • เพื่อจัดทำแผนบำรุงรักษาเชิงรุกและเชิงรับ รวมถึงแผนตอบสนองและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

ขอบเขตของงาน

  • การสำรวจสภาพพื้นที่และความเข้าใจระบบเครือข่ายภายในทั้งหมดของสำนักงานส่วนกลาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้
  • การออกแบบระบบเครือข่ายภายในใหม่ เพื่อรองรับการใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • การจัดทำแผนการบำรุงรักษาและซ่อมแซมทั้งเชิงรุก (ป้องกันปัญหา) และเชิงรับ (แก้ไขเมื่อเกิดปัญหา)
  • การจัดทำแผนการยกระดับความปลอดภัยของเครือข่าย (Network Security)
  • การดำเนินการบำรุงรักษา ตรวจสอบ และซ่อมแซม/แก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายที่ชำรุด หรือปรับปรุงประสิทธิภาพอุปกรณ์เครือข่ายตามที่จำเป็น
  • การจัดทำแผนการตอบสนองและแก้ไขปัญหาตามข้อตกลงระดับบริการ (SLA)
  • การจัดหาและจัดส่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำจำนวน 1 คน ณ กลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ตลอดระยะเวลาสัญญา
  • การจัดทำและส่งมอบรายงานต่างๆ ตามงวดงานที่กำหนด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนงานและขั้นตอนการดำเนินงานในภาพรวมในรูปแบบ Gantt Chart
  • รายงานการสำรวจสภาพอุปกรณ์และการทำงานของระบบเครือข่ายภายใน
  • ผังการออกแบบระบบเครือข่ายภายในสำนักงานส่วนกลาง
  • ประวัติของเจ้าหน้าที่ที่จะมาปฏิบัติงานประจำ จำนวน 1 คน
  • รายงานสรุปการตรวจสอบและบำรุงรักษา (รายเดือน)
  • รายงานการซ่อมแซม/แก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายที่ชำรุด หรือ ปรับปรุงประสิทธิภาพอุปกรณ์เครือข่ายที่ทดแทน
  • รายงานการดำเนินการทั้งหมดตามสัญญาเมื่อโครงการแล้วเสร็จ

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการต้องแล้วเสร็จไม่เกิน 365 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง การส่งมอบงานแบ่งเป็นงวดตามรายงานที่กำหนดภายใน 30, 60, 90 วัน และสิ้นสุดโครงการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
  • Standards Compliance: ไม่ได้ระบุ ISO หรือมาตรฐานสากลเฉพาะทาง
  • Experience: ต้องมีประสบการณ์ในการดำเนินการด้านการดูแลรักษาระบบแม่ข่าย ระบบเครือข่ายและการติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายในหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ผลงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 สัญญา
  • Previous Project Cost: วงเงินต่อสัญญาที่มีประสบการณ์ต้องไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท (รวม VAT แล้ว)
  • Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการสำรวจระบบ ออกแบบเครือข่าย ยกระดับความปลอดภัยเครือข่าย (Network Security) และจัดทำแผนบำรุงรักษาเชิงรุก/เชิงรับ
  • Personnel: ต้องสามารถจัดส่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำ ณ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ จำนวน 1 คน (ระบุในแผนงาน) และต้องมีบุคลากรหลักที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ (เป็นหนึ่งในเกณฑ์ให้คะแนน)

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Score and Weight) โดยมีน้ำหนักรวม 100% แบ่งเป็น:

  1. ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 20%
  2. ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนัก 80% ประกอบด้วย:
    • ผลการเข้าสำรวจสภาพพื้นที่และความเข้าใจระบบเครือข่ายภายใน (15%)
    • การออกแบบระบบเครือข่ายเพื่อรองรับการใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (30%)
    • แผนการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเชิงรุกและเชิงรับ (10%)
    • แผนการยกระดับความปลอดภัยของเครือข่าย (Network Security) (10%)
    • ผลงานและประสบการณ์ของผู้เสนอราคา (5%)
    • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบุคลากรหลัก (5%)
    • แผนการตอบสนองและแก้ไขปัญหาตาม SLA (5%)

ผู้เสนอราคาต้องได้คะแนนด้านเทคนิคไม่ต่ำกว่า 70% (หรือ 56 คะแนนจาก 80) จึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการมุ่งแก้ไขระบบเครือข่ายที่มีอายุมากว่า 20 ปี ซึ่งมีอุปกรณ์ Switch หลากหลายยี่ห้อและรุ่น สายเคเบิลจัดวางไม่เป็นระเบียบ และขาดระบบ Cable Management ที่เหมาะสม รวมถึงระบบระบายอากาศในห้องเครื่องไม่พอเพียง ข้อกำหนดทางเทคนิคเน้นการออกแบบระบบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพ การจัดระบบสายเคเบิล การแก้ไขปัญหาการระบายความร้อน การสร้างระบบสำรอง (Redundancy System) และการติดตั้งระบบตรวจสอบและควบคุมสถานะเครือข่าย (Network Monitoring System) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาล่วงหน้าได้ทันท่วงที

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินประมาณการ: 4,924,655.40 บาท
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 4 งวด
    • งวดที่ 1 (10%): หลังส่งมอบแผนงาน Gantt Chart, รายงานสำรวจ, ผังออกแบบ, ประวัติเจ้าหน้าที่ประจำ และรายงานบำรุงรักษาเดือนที่ 1 (ภายใน 30 วัน)
    • งวดที่ 2 (40%): หลังส่งมอบรายงานซ่อมแซม/แก้ไขอุปกรณ์ และรายงานบำรุงรักษาเดือนที่ 2 (ภายใน 60 วัน)
    • งวดที่ 3 (30%): หลังส่งมอบรายงานซ่อมแซม/แก้ไขอุปกรณ์ และรายงานบำรุงรักษาเดือนที่ 3 (ภายใน 90 วัน)
    • งวดสุดท้าย (20%): หลังส่งมอบรายงานสรุปการดำเนินการทั้งหมดและกรมตรวจรับงานเรียบร้อย
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ปปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
  • ระยะเวลารับประกันงาน: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องแก้ไขปัญหาภายใน 1 วันหลังจากได้รับการแจ้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ระบบเครือข่ายปัจจุบันใช้มาอย่างไร? ระบบเครือข่ายภายในได้รับการปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2549 (ใช้งานมากกว่า 20 ปี) และประกอบด้วยอุปกรณ์ Switch หลากหลายยี่ห้อและรุ่น
  • พื้นที่ให้บริการครอบคลุมที่ใดบ้าง? ครอบคลุมพื้นที่ภายในอาคารกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ อาคารวังจันทร์เกษม (ชั้น 2-6), อาคารเสมารักษ์ และลานจอดรถชั้น 3 ตึกราชวัลลภ 2
  • ปัญหาหลักของระบบเครือข่ายปัจจุบันมีอะไรบ้าง? มีหลายปัญหารวมกัน เช่น อุปกรณ์หลากหลายยี่ห้อจัดการยาก, สายเคเบิลไม่เป็นระเบียบ, ระบบระบายอากาศไม่พอ, ประสิทธิภาพต่ำ, การเชื่อมต่อขาดหาย, และขาดระบบสำรองและระบบ Monitoring
  • งานนี้เน้นการบำรุงรักษาหรือปรับปรุงระบบใหม่? เน้นทั้งการบำรุงรักษา/ซ่อมแซม และ การออกแบบ/ปรับปรุงระบบเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นฐาน เช่น การออกแบบใหม่ จัดระบบสายเคเบิล และเพิ่มระบบความปลอดภัย
  • ต้องส่งเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานประจำหรือไม่? ต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานประจำ ณ กลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ จำนวน 1 คน ตลอดระยะเวลาสัญญา
  • เกณฑ์การประเมินด้านเทคนิคเน้นอะไรเป็นพิเศษ? เน้นการออกแบบระบบเครือข่าย (30%) และผลการสำรวจพื้นที่ (15%) เป็นส่วนที่มีน้ำหนักสูงสุดในด้านเทคนิค
  • มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเครือข่าย (Network Security) หรือไม่? มี โดยเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตงานและเกณฑ์การประเมิน (น้ำหนัก 10%) ต้องจัดทำแผนยกระดับความปลอดภัยของเครือข่าย
  • ต้องจัดทำแผนตอบสนองปัญหา (SLA) หรือไม่? ต้อง โดยเป็นหนึ่งในเกณฑ์การประเมิน (น้ำหนัก 5%) ต้องมีแผนการตอบสนองและแก้ไขปัญหาตาม SLA
  • การจ่ายค่าจ้างผูกพันกับอะไร? ผูกพันกับการส่งมอบรายงานและเอกสารตามที่กำหนดในแต่ละงวดงาน ซึ่งรวมถึงรายงานสำรวจ, ผังออกแบบ, รายงานซ่อมแซม, และรายงานบำรุงรักษารายเดือน
  • หากเกิดปัญหาหลังส่งมอบงาน มีการรับประกันอย่างไร? ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน และต้องรีบแก้ไขภายใน 1 วัน หลังจากได้รับการแจ้ง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) งานจ้างบํารุงรักษาและซ่อมแซมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายภายใน
สํานักงานส่วนกลาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้

  1. หลักการและเหตุผล
    1.1 สถานการณ์และความเป็นมา
    กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ มีภารกิจสําคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนไทย ให้สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ตามศักยภาพและความต้องการ ซึ่งในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ต้องอาศัยระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เสถียร และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานและการให้บริการ
    แก่ประชาชน
    ปัจจุบันสํานักงานส่วนกลางภายในอาคารกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ กลุ่มตรวจสอบภายใน กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สํานักงานเลขานุการกรม กองบริหารทรัพยากรบุคคล กองมาตรฐานและส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรม การเรียนรู้ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายพิเศษ สถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ กลุ่มพัฒนา ระบบทดสอบ กลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้มีที่ตั้งอยู่ภายในอาคารกรมส่งเสริมการ เรียนรู้ ชั้น 2 – 6 อาคารวังจันทร์เกษม อาคารเสมารักษ์ และลานจอดรถชั้น 3 ตึกราชวัลลภ 2 ซึ่งทั้งหมดมีความ จําเป็นต้องใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในการปฏิบัติงานประจําวันและการให้บริการประชาชน
    จากการสํารวจและประเมินสภาพปัจจุบันของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย
    ในสํานักงานส่วนกลาง พบปัญหาและความจําเป็นที่สําคัญ ดังต่อไปนี้
    1.2 ปัญหาและข้อจํากัด
    1.2.1 ปัญหาด้านอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน
    ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในสํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ได้รับการปรับปรุงครั้งล่าสุด
    เมื่อปี พ.ศ. 2549 และได้ใช้งานต่อเนื่องมามากกว่า 20 ปี ซึ่งเกินกว่าอายุการใช้งานตามมาตรฐานที่กําหนด โดยประกอบด้วยอุปกรณ์ Switch หลากหลายยี่ห้อและรุ่น ความหลากหลายของอุปกรณ์ดังกล่าวส่งผลให้ เกิดปัญหาในการบริหารจัดการ การบํารุงรักษา และการจัดหาอะไหล่ทดแทน
    นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดวางและจัดเก็บสายเคเบิลเครือข่ายไม่เป็นระเบียบ ขาดระบบ การจัดการสายเคเบิล (Cable Management System) ที่เหมาสม ทําให้เกิดความยุ่งเหยิง ยากต่อการตรวจสอบ และอาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัย รวมทั้งระบบระบายอากาศในห้องเครื่องและตู้เครือข่ายไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้อุปกรณ์เกิดความร้อนสะสม และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
    1.2.2 ปัญหาด้านประสิทธิภาพและความเสถียร
    ระบบเครือข่ายปัจจุบันมีประสิทธิภาพในการทํางานลดลง เกิดปัญหาความเร็วในการเชื่อมต่อ
    และการตอบสนองช้า การเชื่อมต่อขาดหายเป็นระยะ ๆ ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และ การให้บริการแก่ประชาชน โดยเฉพาะระบบงานที่ต้องเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลส่วนกลางและระบบงานออนไลน์ต่าง ๆ ขาดระบบสํารองและการป้องกันการล่มของระบบ (Redundancy System) ที่เหมาะสม เมื่อเกิดปัญหากับอุปกรณ์หลักจะส่งผลกระทบต่อการทํางานของทั้งหน่วยงาน รวมทั้งขาดระบบการติดตาม และควบคุมสถานะการทํางานของอุปกรณ์เครือข่าย (Network Monitoring System) ที่มีประสิทธิภาพ ทําให้ไม่สามารถป้องกันปัญหาล่วงหน้าและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
    OX
    นายวรพงษ์ น่วมอินทร์ นายยอดชาย ทองธีระ นางศันสนีย์ ทาร่อน นางสาวสุวรรณา จันทร์ทัพหลวง
    2
    นายพันพจน์ พลอยงามราง
    ประกาศกรมส่งเสริมการเรียนรู้
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างบํารุงรักษาและซ่อมแซมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายภายใน
    สํานักงานส่วนกลาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    กรมส่งเสริมการเรียนรู้ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างบํารุงรักษาและซ่อมแซมระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายภายในสํานักงานส่วนกลาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๙๒๔,๖๕๕.๔๐ บาท (สี่ล้านเก้าแสนสองหมื่นแปดพันหกร้อยห้าสิบห้าบาทสี่สิบสตางค์) จํานวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
    วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ระหว่างเวลา
    ราคา
    ลงวันที่
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
    น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
    น. ถึง
  2. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ http://www.dole.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
    ประกาศ ณ วันที่
    กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
    (นางเกศทิพย์ ศุภวานิช) อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้
    สําเนาถูกต้อง
    พจมาลย์ จักรเพชร
    (นางพจมาลย์ จักรเพชร)
    นักวิชาการพัสดุ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    โดย นางพจมาลย์ จักรเพชร นักวิชาการพัสดุร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายภายในสำนักงาน ส่วนกลาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้
    ตามประกาศ กรมส่งเสริมการเรียนรู้
    ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างบำรุง รักษาและซ่อมแซมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายภายในสำนักงานส่วนกลาง กรมส่งเสริม การเรียนรู้ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    จ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบ
    เครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
    เครือข่ายภายในสำนักงานส่วนกลาง
    กรมส่งเสริมการเรียนรู้
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ งาน
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ในการดำเนินการด้านการดูแลรักษาระบบแม่ ข่าย ระบบเครือข่ายและการติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายในหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ผลงานย้อนหลังไม่เกิน ๕ ปี จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ สัญญา วงเงินต่อสัญญาไม่น้อยกว่า ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบสำเนาหลักฐานสัญญาโครงการ หรือหนังสือรับรองผลงาน ของหน่วยงานในวันที่ยื่นข้อเสนอ เอกสารข้อเสนอดังกล่าวต้องสามารถตรวจสอบและเชื่อถือได้ ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
    เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ
    มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง
    พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น
    ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๖๕ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม
    เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
    ๕.๒.๑ จ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครือข่ายภายในสำนักงานส่วนกลาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้
    (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ ประกอบด้วย
    (๒.๑) ผลการเข้าสำรวจสภาพพื้นที่และความเข้าใจระบบเครือ ข่ายภายใน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการพิจารณาข้อ เสนอทางเทคนิคของผู้เสนอราคาทุกราย โดยให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดและผู้ที่ได้รับคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อย ละ ๗๐ หรือ ๕๖ คะแนน ของคะแนนรวมด้านเทคนิคและคุณภาพจึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาในขั้นตอนต่อ ไป
    (๒.๒) การออกแบบระบบเครือข่ายเพื่อรองรับการใช้งานจริง ได้ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการ พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคของผู้เสนอราคาทุกราย โดยให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดและผู้ที่ได้รับคะแนนไม่ ต่ำกว่าร้อยละ ๗๐ หรือ ๕๖ คะแนน ของคะแนนรวมด้านเทคนิคและคุณภาพจึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาใน ขั้นตอนต่อไป
    (๒.๓) แผนการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเชิงรุกและเชิงรับ กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคของผู้ เสนอราคาทุกราย โดยให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดและผู้ที่ได้รับคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๐ หรือ ๕๖ คะแนน ของคะแนนรวมด้านเทคนิคและคุณภาพจึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป (๒.๔) แผนการยกระดับความปลอดภัยของเครือข่าย (Network Security) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอ ทางเทคนิคของผู้เสนอราคาทุกราย โดยให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดและผู้ที่ได้รับคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๐ หรือ ๕๖ คะแนน ของคะแนนรวมด้านเทคนิคและคุณภาพจึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป (๒.๕) ผลงานและประสบการณ์ของผู้เสนอราคา กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคของผู้เสนอราคา ทุกราย โดยให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดและผู้ที่ได้รับคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๐ หรือ ๕๖ คะแนน ของ
    คะแนนรวมด้านเทคนิคและคุณภาพจึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป
    (๒.๖) ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบุคลากรหลัก กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค ของผู้เสนอราคาทุกราย โดยให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดและผู้ที่ได้รับคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๐ หรือ ๕๖ คะแนน ของคะแนนรวมด้านเทคนิคและคุณภาพจึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป (๒.๗) แผนการตอบสนองและแก้ไขปัญหาตาม SLA กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคของผู้ เสนอราคาทุกราย โดยให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดและผู้ที่ได้รับคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๐ หรือ ๕๖ คะแนน ของคะแนนรวมด้านเทคนิคและคุณภาพจึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
    ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ
    เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายในนาม เงินนอกงบประมาณ สกร. ซึ่งเป็นเช็ค หรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วันทำ การ
    ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ๑. แผนงานและขั้นตอนการดำเนินงานในภาพรวมในรูปแบบ Gantt Chart ซึ่งระบุกิจกรรม วิธีการดำเนินงาน ระยะเวลาการดำเนินงาน
    ๒. รายงานการสำรวจสภาพอุปกรณ์และการทำงานของระบบเครือข่ายภายใน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้
    ๓. ผังการออกแบบระบบเครือข่ายภายในสำนักงานส่วนกลางของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ๔. ประวัติของเจ้าหน้าที่ที่จะมาปฏิบัติงานประจำ ณ กลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัล และสารสนเทศ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ จำนวน ๑ คน
    ๕. รายงานสรุปการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามข้อ ๔.๖ และ ๔.๗ (ถ้ามี) เดือนที่ ๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
    งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ๑. รายงานการซ่อมแซม/แก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายที่ชำรุด หรือ ปรับปรุงประสิทธิภาพ อุปกรณ์เครือข่ายที่ทดแทน
    ๒. รายงานสรุปการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามข้อ ๔.๖ และ ๔.๗ (ถ้ามี) เดือนที่ ๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน
    งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ๑. รายงานการซ่อมแซม/แก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายที่ชำรุด หรือ ปรับปรุงประสิทธิภาพ อุปกรณ์เครือข่ายที่ทดแทน
    ๒. รายงานสรุปการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามข้อ ๔.๖ และ ๔.๗ (ถ้ามี) เดือนที่ ๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน
    งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมด
    ๑. รายงานการดำเนินการตามข้อ ๔.๕
    ๒. รายงานสรุปการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามข้อ ๔.๖ และ ๔.๗ (ถ้ามี) เดือน ๔ - ๑๒ ให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรม ได้ตรวจรับมอบงาน จ้างเรียบร้อยแล้ว
    ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ
    อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
    ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
    ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
    (๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
    กรมส่งเสริมการเรียนรู้
    กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    พจมาลย์ จักรเพชร
    (นางพจมาลย์ จักรเพชร)
    นักวิชาการพัสดุ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นางพจมาลย์ จักรเพชร นักวิชาการพัสดุ