จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างดำเนินการกิจกรรมที่ 9 การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ภายใต้โครงการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

กรมการท่องเที่ยว 68119066701
฿1,300,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 27 ม.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ของกรมการท่องเที่ยว โดยกองทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับคุณภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจท่องเที่ยวไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผ่านกระบวนการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานโดยหน่วยงานบุคคลที่สาม (Third Party) ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว

ขอบเขตงานของผู้รับจ้างครอบคลุมกิจกรรมหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1) การจัดทำแผนงานและสื่อประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐาน 2) การจัดการอบรมออนไลน์เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการและมัคคุเทศก์ 3) การสรรหา ตรวจประเมิน และรับรองมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยต้องยึดหลักการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17065:2012 และ 4) การจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานทั้งหมด ผลลัพธ์ที่ต้องบรรลุคือ การให้การรับรองมาตรฐานแก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่น้อยกว่า 50 ราย และมัคคุเทศก์ไม่น้อยกว่า 70 ราย

ผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์และบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้การประเมินมีความน่าเชื่อถือและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โครงการนี้จึงเหมาะกับบริษัทหรือหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยตรวจสอบและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยโดยเฉพาะ

English summary

This project is part of the “Tourism Standard Assessment and Certification Project for Fiscal Year 2026” by the Department of Tourism. Its primary objective is to enhance the quality and international competitiveness of Thailand’s tourism industry by implementing a third-party assessment and certification system for tour businesses and tour guides. The goal is to build trust among tourists and elevate the overall image of Thai tourism.

The contractor’s scope of work includes four key areas: 1) Developing an overall work plan and creating promotional materials to raise awareness about the standards. 2) Organizing online training sessions to prepare businesses and tour guides for the assessment. 3) Recruiting applicants, conducting assessments (both theoretical and practical), and granting certifications for tour businesses and tour guides, adhering to the principles of ISO/IEC 17065:2012. 4) Preparing a comprehensive final report summarizing all activities. The key deliverables are the certification of at least 50 tour businesses and at least 70 tour guides.

The contractor must possess relevant experience and a team of specialized personnel to ensure credible and internationally aligned assessments. This project is thus suitable for companies or organizations registered as Thai Tourism Standard inspection and certification bodies.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์มาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ ให้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยว มัคคุเทศก์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งผู้ที่สนใจเข้าสู่กระบวนการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย
  • เพื่อดําเนินการตรวจประเมินมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยว ให้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยว และตรวจประเมินมาตรฐานมัคคุเทศก์ ให้แก่ มัคคุเทศก์ ที่ประสงค์ขอรับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานตามเกณฑ์มาตรฐานที่กรมการท่องเที่ยวกําหนด
  • เพื่อดําเนินการให้การรับรองผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ ที่มีการดําเนินกิจการหรือกิจกรรมสอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานที่กรมการท่องเที่ยวกําหนด และหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับรองสถานประกอบการตามมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย
  • เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ ให้มีคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในการเลือกใช้บริการ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ

ขอบเขตของงาน

  • การวางแผนและบริหารโครงการ: จัดทําแผนการดําเนินงานในภาพรวมตามขอบเขตงาน เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ความเห็นชอบ และแจ้งรายชื่อเจ้าหน้าที่ประสานงาน
  • การประชาสัมพันธ์และให้ความรู้:
    • ออกแบบและจัดทําสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบอินโฟกราฟฟิก ไม่น้อยกว่า 4 แบบ (2 แบบสําหรับเชิญชวนอบรม, 2 แบบสําหรับเชิญชวนตรวจประเมิน) เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ไม่น้อยกว่า 5 ช่องทาง
    • ดําเนินการจัดการอบรมในรูปแบบออนไลน์ 1 ครั้ง ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง มีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 150 คน โดยรับผิดชอบทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบรูปแบบ กำหนดหัวข้อ หาวิทยากร (ไม่น้อยกว่า 2 คน) เตรียมระบบและอุปกรณ์ออนไลน์ เจ้าหน้าที่สนับสนุน (ไม่น้อยกว่า 3 คน) เอกสารประกอบ บันทึกวิดีโอ และสรุปผลความพึงพอใจ
  • การสรรหาและตรวจประเมิน:
    • สรรหาและรับสมัครผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวหรือมัคคุเทศก์ที่ประสงค์ขอรับการตรวจประเมิน พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น
    • ดําเนินการตรวจประเมินมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวไม่น้อยกว่า 50 ราย
    • ดําเนินการตรวจประเมินมาตรฐานมัคคุเทศก์ไม่น้อยกว่า 70 ราย โดยต้องจัดทําข้อสอบภาคทฤษฎี ตรวจประเมินทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์สนับสนุน และมีผู้เชี่ยวชาญด้านมัคคุเทศก์ร่วมประเมินอย่างน้อย 1 คน/ครั้ง
    • การดําเนินงานตรวจประเมินต้องยึดหลักการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17065 : 2012
  • การให้การรับรอง: ให้การรับรองมาตรฐานแก่ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวที่ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 50 ราย และมัคคุเทศก์ที่ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 70 ราย ตามกระบวนการที่กําหนด
  • การรายงานและส่งมอบ: จัดทํารายงานผลการดําเนินงานฉบับสมบูรณ์ พร้อมรายงานผลการตรวจประเมินและรับรองแยกตามประเภท นําส่งเป็นรูปเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดําเนินงานในภาพรวมที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
  • สื่อประชาสัมพันธ์อินโฟกราฟฟิกไม่น้อยกว่า 4 แบบ
  • การจัดการอบรมออนไลน์ 1 ครั้ง ที่มีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 150 คน พร้อมบันทึกวิดีโอและรายงานความพึงพอใจ
  • รายงานผลการตรวจประเมินผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวไม่น้อยกว่า 50 ราย
  • รายงานผลการตรวจประเมินมัคคุเทศก์ไม่น้อยกว่า 70 ราย
  • การให้การรับรองมาตรฐานแก่ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวไม่น้อยกว่า 50 ราย
  • การให้การรับรองมาตรฐานแก่มัคคุเทศก์ไม่น้อยกว่า 70 ราย
  • รายงานผลการดําเนินงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) พร้อมสรุปปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ จํานวน 4 ชุด (สีและขาวดำ) พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ใน USB Drive

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 210 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • เป็นหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนหน่วยตรวจสอบและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย (ต้องยื่นหลักฐาน)
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติงานตามหลักการดําเนินงานของหน่วยรับรองมาตรฐานที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO/IEC 17065 : 2012
  • Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน เช่น การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ที่ดําเนินการแล้วเสร็จในสัญญาเดียว วงเงินไม่น้อยกว่า 650,000 บาท
  • Previous Project Cost: ผลงานที่ยื่นต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 650,000 บาท ในสัญญาเดียว
  • Technical Capabilities: ต้องมีระบบและอุปกรณ์สนับสนุนการอบรมออนไลน์ที่รองรับผู้เข้าร่วมได้ไม่น้อยกว่า 150 คน/ครั้ง รวมถึงระบบอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพและเสถียร
  • Personnel:
    • ต้องมีบุคลากรประกอบด้วย หัวหน้าโครงการ และ คณะผู้ตรวจประเมิน ที่เป็นพนักงานประจําของหน่วยงาน มีความรู้ ความสามารถ ผลงาน และประสบการณ์ในการตรวจประเมินมาตรฐานต่างๆ (การบริการ, สุขอนามัย, อาหาร, สิ่งแวดล้อม, การท่องเที่ยวไทย ฯลฯ) และมีจํานวนเพียงพอ
    • ในการตรวจประเมินมัคคุเทศก์ ต้องมี ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านมัคคุเทศก์ เข้าร่วมในการตรวจประเมินอย่างน้อย 1 คน/ครั้ง
    • ในการจัดการอบรม ต้องจัดหาวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานฯ ไม่น้อยกว่า 2 คน และเจ้าหน้าที่สนับสนุนทางเทคนิค/ประสานงานไม่น้อยกว่า 3 คน

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยกำหนดน้ำหนักรวม 100% ดังนี้

  • เกณฑ์ราคา (Price): น้ำหนัก 30%
  • เกณฑ์คุณภาพและข้อเสนอด้านเทคนิค (Technical): น้ำหนัก 70% ประกอบด้วย:
    1. ความครบถ้วนของรายละเอียดตามขอบเขตงานและความเข้าใจในการดําเนินงาน (10%)
    2. รูปแบบและรายละเอียดการจัดการอบรมในรูปแบบออนไลน์ (15%)
    3. ขั้นตอนการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ (55%)
    4. ประสบการณ์ทำงาน (15%)
    5. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมอื่น ๆ (5%)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการมุ่งเน้นการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานสำหรับสองกลุ่มเป้าหมายหลัก:

  1. มาตรฐานธุรกิจนําเที่ยว: ตรวจประเมินกระบวนการและคุณภาพการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยว ตามเกณฑ์ที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด
  2. มาตรฐานมัคคุเทศก์: ตรวจประเมินมัคคุเทศก์ทั้งด้าน ภาคทฤษฎี (โดยออกข้อสอบตามเกณฑ์มาตรฐาน) และ ภาคปฏิบัติ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านมัคคุเทศก์ร่วมในกระบวนการประเมิน

กระบวนการทั้งหมดต้องอ้างอิงและสอดคล้องกับ มาตรฐานสากล ISO/IEC 17065:2012 (Conformity assessment — Requirements for bodies certifying products, processes and services) และหลักเกณฑ์การรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยของกรมการท่องเที่ยว

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ (ราคากลาง): 1,299,814.00 บาท
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด
    • งวดที่ 1 (20%): เมื่อส่งมอบรายงานการดำเนินงานข้อ 8.1-8.3 (แผนงาน, สื่อประชาสัมพันธ์, การอบรม) ภายใน 45 วัน
    • งวดที่ 2 (50%): เมื่อส่งมอบรายงานการดำเนินงานข้อ 8.4-8.6 (การสรรหาและตรวจประเมิน) ภายใน 180 วัน
    • งวดที่ 3 (30%): เมื่อส่งมอบงานทั้งหมดเรียบร้อยและกรมตรวจรับมอบงานแล้ว ภายใน 210 วัน
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
  • การรับประกันงาน: รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง 60 วัน นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน และต้องรับประกันผลงานการตรวจประเมินและรับรองทั้งหมด โดยดำเนินการติดตามผลการรักษาคุณภาพ (Surveillance) ตลอดอายุการรับรอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้างในการจัดการอบรมออนไลน์?
    A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ได้แก่ ค่าตอบแทนและค่าเดินทางวิทยากร ค่าสถานที่ (จัดอบรมออนไลน์) ค่าอุปกรณ์สนับสนุนการบรรยาย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้น

  • Q: ในการตรวจประเมินมัคคุเทศก์ มีขั้นตอนเฉพาะอย่างไรบ้าง?
    A: ต้องดำเนินการ 4 ขั้นตอนหลัก: 1) ออกข้อสอบสำหรับการประเมินภาคทฤษฎีร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและกรมการท่องเที่ยว 2) ตรวจประเมินทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ 3) จัดเตรียมสถานที่ ห้องประชุม/สอบ และอุปกรณ์สนับสนุน พร้อมผู้ประสานงานอย่างน้อย 1 คน 4) มีผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์สูงด้านมัคคุเทศก์ร่วมประเมินอย่างน้อย 1 คน/ครั้ง

  • Q: กระบวนการให้การรับรองมาตรฐานต้องดำเนินการตามหลักการใด?
    A: ต้องดำเนินการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17065 : 2012 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการตรวจประเมินและรับรองสถานประกอบการตามมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย และตามรูปแบบการรับรองมาตรฐาน (Certification Scheme) ที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด

  • Q: นอกจากรายงานผลการตรวจประเมินแล้ว ผู้รับจ้างต้องรวบรวมข้อมูลใดเพิ่มเติม?
    A: ต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม ได้แก่ 1) รูปภาพสถานประกอบการหรือการตรวจประเมินที่สามารถนำลงพิมพ์หรือเผยแพร่ได้ 2) เอกสารแผ่นพับ/ใบปลิวประชาสัมพันธ์ของสถานประกอบการ (ถ้ามี) 3) ข้อมูลอื่นๆ ตามที่กรมการท่องเที่ยวต้องการ (ถ้ามี)

  • Q: งานรับประกันหลังการส่งมอบงาน (Defect Liability) รวมถึงการรับประกันอะไรบ้าง?
    A: นอกจากการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นเวลา 60 วันแล้ว ผู้รับจ้างยังต้องรับประกันผลงานการตรวจประเมินและรับรองทั้งหมด โดยต้องดำเนินการติดตามผลการรักษาคุณภาพ (Surveillance) ของผู้ประกอบการและมัคคุเทศก์ที่ได้รับการรับรอง ตลอดอายุการรับรอง

  • Q: ผู้รับจ้างต้องเสนอรายชื่อบุคคลใดบ้างเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อนดำเนินการ?
    A: ต้องเสนอรายชื่อสำหรับความเห็นชอบ 3 กลุ่มคือ: 1) รายชื่อเจ้าหน้าที่ประสานงาน 2) รายชื่อคณะผู้ตรวจประเมิน (หัวหน้าคณะและผู้ตรวจประเมิน) 3) รายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านมัคคุเทศก์ (พร้อมประวัติและคุณสมบัติ)

  • Q: สื่อประชาสัมพันธ์อินโฟกราฟิกที่ต้องจัดทำ มีวัตถุประสงค์ต่างกันอย่างไร?
    A: แบ่งเป็น 2 ประเภทวัตถุประสงค์: 1) ไม่น้อยกว่า 2 แบบ สำหรับเชิญชวนเข้ารับการอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจก่อนการตรวจประเมิน 2) ไม่น้อยกว่า 2 แบบ สำหรับเชิญชวนผู้สนใจเข้ารับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานโดยตรง

  • Q: ระบบและอุปกรณ์สำหรับการอบรมออนไลน์ต้องมีคุณสมบัติขั้นต่ำอย่างไร?
    A: ต้องใช้โปรแกรมประชุมออนไลน์ (เช่น Zoom) ที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ไม่น้อยกว่า 150 คน/ครั้ง พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนการบรรยาย เช่น จอ, โปรเจคเตอร์, คอมพิวเตอร์, ไมโครโฟน, ระบบเสียง และต้องมีระบบอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพและมีความเสถียร

  • Q: การรายงานผลการดำเนินงานต้องส่งในรูปแบบใดบ้าง?
    A: ต้องส่งเป็นรูปเล่มจำนวน 4 ชุด (แบ่งเป็นเอกสารสี 2 ชุด และขาวดำ 2 ชุด) พร้อมข้อมูลรายงานเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์บรรจุใน USB Drive 3.0 ความจุไม่น้อยกว่า 128 GB จำนวน 2 อัน

  • Q: หากเป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ต้องมีคุณสมบัติพิเศษใดบ้าง?
    A: มีข้อกำหนดเฉพาะ เช่น หากกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าหลักต้องมีสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบมากกว่า และต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า หากไม่มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์
ภายใต้โครงการการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
๑. โครงการ
การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๒. ชื่อกิจกรรม การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์
๓. หน่วยงานเจ้าของโครงการ กลุ่มวิชาการและมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นําเที่ยว
กองทะเบียนธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์
๔. หลักการและเหตุผล
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจาก เป็นอุตสาหกรรมภาคบริการที่สร้างรายได้ และสร้างการจ้างงานต่าง ๆ ให้กับประเทศไทยปีละนับล้านล้านบาท ด้วย เหตุปัจจัยนี้ จึงจําเป็นต้องมีการพัฒนาให้ธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันด้าน
การท่องเที่ยวเมื่อต้องมีการแข่งขันกับธุรกิจท่องเที่ยวจากนานาประเทศ ไม่ให้เกิดความเสียเปรียบใน ภาวการณ์แข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดเสรีทางการค้าและการบริการ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทาง
เทคโนโลยีที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสําคัญยิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์
ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักของการเดินทางท่องเที่ยวผ่านทัวร์จําเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ซึ่งการที่
ธุรกิจภาคการท่องเที่ยวจะสามารถแข่งขันได้อีกประการหนึ่ง คือ การมีมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งสําคัญในการที่จะสร้างความเข้มแข็ง และสร้างการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน มาตรฐานคือสิ่งที่ ยืนยันคุณภาพของธุรกิจการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพในการแข่งขัน
กรมการท่องเที่ยว โดยกองทะเบียนธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ นอกจากมีภารกิจหลัก ในการกํากับ ดูแลการประกอบธุรกิจนําเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นําเที่ยว ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนําเที่ยวและ มัคคุเทศก์แล้ว ยังมีภารกิจในการส่งเสริม พัฒนา และยกระดับคุณภาพการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยว และมัคคุเทศก์ ผ่านมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมทั้งผลักดันมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยให้เป็นที่เชื่อถือ และยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่เป็นรูปธรรมตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) หมุดหมายที่ ๒ ที่มุ่งให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน ดังนั้น ในปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ กรมการท่องเที่ยว โดยกองทะเบียนธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ ตระหนักถึงความสําคัญ ที่จะต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของการประกอบการหรือ ประกอบอาชีพอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐาน และเข้าสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจ และให้บริการต่อนักท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นธรรม เพื่อเป็นการรับประกันคุณภาพการบริการ ด้านท่องเที่ยวให้ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยว เพิ่มขีดความสามารถที่แข่งขันได้ในระดับสากล รวมถึง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ภาคการท่องเที่ยวโดยรวม และเพื่อให้การได้รับการรับรองมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยว
และมาตรฐาน…
(นางสาวอรณี อนุตรเมธากุล)
(นางณัฐวดี คงศาสตรา) (นางสาวชุติภัคภิญญา สิทธิวงศ์)

และมาตรฐานมัคคุเทศก์ ได้รับการยอมรับในระดับสากล กองทะเบียนธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ จึงได้ ดําเนินการจัดจ้างหน่วยตรวจสอบและรับรอง ซึ่งเป็นบุคคลที่ ๓ (Third Party) ซึ่งจะทําให้กระบวนการ ตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์มีคุณภาพตามหลักสากล ซึ่งจะส่งผลให้ ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มีความเข้มแข็ง มีขีดความสามารถที่แข่งขัน ได้ในระดับสากล อีกทั้งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ สามารถเพิ่มรายได้ จากการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ๕. วัตถุประสงค์
๕.๑ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์มาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐาน มัคคุเทศก์ ให้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยว มัคคุเทศก์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งผู้ที่สนใจเข้าสู่ กระบวนการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย
๕.๒ เพื่อดําเนินการตรวจประเมินมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยว ให้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยว และ ตรวจประเมินมาตรฐานมัคคุเทศก์ ให้แก่ มัคคุเทศก์ ที่ประสงค์ขอรับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐาน ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กรมการท่องเที่ยวกําหนด
๕.๓ เพื่อดําเนินการให้การรับรองผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ ที่มีการดําเนินกิจการ หรือกิจกรรมสอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานที่กรมการท่องเที่ยวกําหนด และหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับรอง สถานประกอบการตามมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย
๕.๔ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ ให้มีคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในการเลือกใช้บริการ และสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ
5. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
๖.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๖.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๖.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๖.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
ไว้ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๖.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๖.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๖.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๖.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ยื่นข้อเสนอให้แก่ กรมการท่องเที่ยว ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๖.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล
ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๖.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอ….
(นางสาวอรณี อนุตรเมธากุล)
(นางณัฐวดี คงศาสตรา) (นางสาวชุติภัคภิญญา สิทธิวงศ์)
๓-
5.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic-Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๖.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้าง หรือผลงานที่คล้ายคลึงกันกับ งานจ้างในครั้งนี้ เช่น การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เป็นต้น ที่ดําเนินการแล้วเสร็จ วงเงินไม่น้อยกว่า ๖๕๐,๐๐๐ บาท (หกแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ในสัญญาเดียวและเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรง กับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติ ให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมการท่องเที่ยวเชื่อถือ ทั้งนี้ ผู้เสนอ ราคาต้องยื่นหนังสือหลักฐานสําเนาหนังสือรับรองผลงานพร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง ในวันที่ยื่นข้อเสนอดังกล่าวด้วย
๖.๑๒ เป็นหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนหน่วยตรวจสอบและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย
โดยให้ยื่นหลักฐานสําเนาที่เกี่ยวข้อง
๖.๑๓ มีบุคลากรประกอบด้วยหัวหน้าโครงการ และคณะผู้ตรวจประเมินที่เป็นพนักงานประจํา ของหน่วยงาน ที่มีความรู้ ความสามารถ ผลงาน และประสบการณ์ในการตรวจประเมินมาตรฐานการบริการ มาตรฐานด้านสุขอนามัย มาตรฐานด้านอาหาร มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย หรือมาตรฐาน อื่น ๆ และมีจํานวนเพียงพอสําหรับการปฏิบัติงานตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองมาตรฐานในครั้งนี้
๗. กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ ที่ประสงค์ขอรับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐาน ฯ
4. เงื่อนไขและรายละเอียดงานจ้าง
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ ดังนี้
๔.๑ จัดทําแผนการดําเนินงานในภาพรวมตามขอบเขตงานการตรวจประเมินและรับรอง
มาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยให้ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐาน มัคคุเทศก์ และพิจารณาองค์ประกอบ เกณฑ์ ตัวชี้วัด ของมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ และขั้นตอนการตรวจประเมินมาตรฐานของกรมการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องนําเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุให้ความเห็นชอบ และต้องแจ้งรายชื่อเจ้าหน้าที่ประสานงานร่วมกับกรมการท่องเที่ยวในการดําเนินงาน และ ต้องปฏิบัติงานตามแผนที่เสนอไว้ โดยกรมการท่องเที่ยวสามารถปรับเปลี่ยนแผนงานได้ตามความเหมาะสม หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาเห็นชอบก่อนการดําเนินการ ๔.๒ ออกแบบและจัดทําสื่อประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งดําเนินการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Facebook, Line และอื่น ๆ เป็นต้น รวมจํานวนไม่น้อยกว่า ๕ ช่องทาง โดยมีรายละเอียดการดําเนินงาน ดังนี้
๔.๒.๑ ออกแบบและจัดทําสื่อประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบอินโฟกราฟฟิก ไม่น้อยกว่า ๒ แบบ เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนเข้ารับการอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจ
ประเมินมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์
๔.๒.๒ ออกแบบและจัดทําสื่อประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบอินโฟกราฟฟิก ไม่น้อยกว่า ๒ แบบ เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้สนใจเข้ารับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์
๔.๓ ดําเนินการจัดการอบรมในรูปแบบออนไลน์ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจประเมินมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ ให้แก่ ผู้ประกอบ
ธุรกิจนําเที่ยว มัคคุเทศก์ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่สนใจในการเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจประเมินมาตรฐาน ธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ จํานวนอย่างน้อย ๑ ครั้ง โดยมีระยะเวลาการอบรม จํานวนไม่น้อยกว่า ๓ ชั่วโมง และ มีผู้เข้ารับการอบรม รวมจํานวนไม่น้อยกว่า ๑๕๐ คน โดยมีรายละเอียดการดําเนินงาน ดังนี้

ло роб
(นางสาวอรณี อนุตรเมธากุล) (นางณัฐวดี คงศาสตรา)
16 di (นางสาวชุติภัคภิญญา สิทธิวงศ์)

  • ๔ -
    ๘.๓.๑ ออกแบบ รูปแบบวิธีการอบรม จัดทําหัวข้อในการอบรม กําหนดการอบรม โดยต้องเสนอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการ จัดทําระบบการลงทะเบียนเพื่อรับ สมัครผู้สนใจเข้ารับการอบรม จัดเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ สําหรับจัดระบบการอบรมออนไลน์ จัดทําระบบ ประเมินความพึงพอใจ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสําหรับสถานที่และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

    ๔.๓.๒ จัดหาวิทยากร ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการตรวจประเมินและรับรอง มาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ คน ตามหัวข้อเรื่องที่จะใช้ในการอบรม
    หรือตามที่กรมการท่องเที่ยวกําหนดตามความเหมาะสม พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เช่น ค่าตอบแทน ค่าเดินทางวิทยากร เป็นต้น
    ๔.๓.๓ จัดการอบรมผ่านระบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรมประชุมในรูปแบบออนไลน์ เช่น Zoom หรือ Platform อื่น ๆ ที่เหมาะสม โดยสามารถรองรับผู้เข้ารับการอบรม ได้ไม่น้อยกว่า ๑๕๐ คน/ครั้ง พร้อมจัดหาอุปกรณ์ในการสนับสนุนการบรรยายของวิทยากร เช่น จอ โปรเจคเตอร์ คอมพิวเตอร์ ไมโครโฟน และระบบเสียง หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการอบรมออนไลน์
    ๘.๓.๔ จัดหาเจ้าหน้าที่มีความชํานาญทางเทคนิค และเจ้าหน้าที่ประสานงาน จํานวน ไม่น้อยกว่า ๓ คน เพื่อประสานงานกับกรมการท่องเที่ยว วิทยากร และผู้เข้าร่วมการอบรม เพื่อให้คําแนะนํากับ ผู้เข้าร่วมการอบรม หรือการแก้ไขปัญหา หรือการอํานวยความสะดวกอื่น ๆ ทั้งก่อนและระหว่างการอบรม ผ่านระบบออนไลน์
    ออนไลน์
    ๘.๓.๕ จัดเตรียมระบบอินเตอร์เน็ตที่มีคุณภาพและมีความเสถียรสําหรับใช้ในการอบรม
    ๘.๓.๖ จัดเตรียมเอกสารประกอบการอบรม สําหรับผู้เข้ารับการอบรมตามเนื้อหาที่ กรมการท่องเที่ยวกําหนด เพื่อจัดส่งให้ผู้เข้าร่วมการอบรมในรูปแบบ QR Code หรือรูปแบบอื่น เพื่อให้ ผู้เข้าร่วมการอบรมสามารถดาวน์โหลดได้
    ๔.๓.๗ ดําเนินการบันทึกภาพเคลื่อนไหวตลอดระยะเวลาการอบรม และบันทึกภาพนิ่ง
    เพื่อนําส่งให้กรมการท่องเที่ยว
    ๘.๓.๘ ดําเนินการสรุปผลการประเมินความพึงพอใจในการจัดอบรม
    ๔.๔ ดําเนินการสรรหาและรับสมัครผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวหรือมัคคุเทศก์ ที่มีความประสงค์ ขอรับการตรวจประเมินเพื่อการรับรองตามมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ โดยการดําเนินการ รับสมัครให้ใช้แบบแสดงความจํานงขอรับการตรวจประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยตามที่กรมการท่องเที่ยว กําหนด และให้ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครทุกรายตามที่มาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวหรือมาตรฐาน มัคคุเทศก์กําหนด แล้วแต่กรณี
    ๔.๕ ดําเนินการตรวจประเมินมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ โดยมี
    รายละเอียดการดําเนินการ ดังนี้
    ๔.๕.๑ จัดหาและเสนอรายชื่อคณะผู้ตรวจประเมิน ประกอบด้วยหัวหน้าคณะผู้ตรวจ
    ประเมินและผู้ตรวจประเมิน ซึ่งมีประสบการณ์ในการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย หรือมาตรฐานอื่น ๆ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการตรวจประเมิน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการกํากับดูแลการปฏิบัติงานของคณะผู้ตรวจประเมินทุกราย ในนามของ หน่วยตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน ทั้งด้านคุณสมบัติ จรรยาบรรณ และการรักษาความลับอย่างครบถ้วน
    ๔.๕.๒ แจ้งกําหนดการตรวจประเมิน และรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยว หรือรายชื่อ มัคคุเทศก์ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า ๕ วัน และต้องแจ้งรายชื่อคณะผู้ตรวจประเมิน ให้ผู้ขอรับการตรวจประเมินทราบล่วงหน้า ตามหลักเกณฑ์การตรวจประเมินเพื่อการรับรองตามมาตรฐานสากล
    Wond
    265
    (นางสาวอรณี อนุตรเมธากุล) (นางณัฐวดี คงศาสตรา)
    ๔.๕.๓ ดําเนินการ…
    (นางสาวชุติภัคภิญญา สิทธิวงศ์)
  • & -
    ๔.๕.๓ ดําเนินการตรวจประเมินผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยว ที่ยื่นความประสงค์ขอรับ การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยว จํานวนไม่น้อยกว่า 50 ราย
    ๔.๕.๔ ดําเนินการตรวจประเมินมัคคุเทศก์ ที่ยื่นความประสงค์ขอรับการตรวจประเมิน และรับรองมาตรฐานมัคคุเทศก์ จํานวนไม่น้อยกว่า ๗๐ ราย
    ๔.๕.๕ ในการดําเนินการตรวจประเมินมาตรฐานมัคคุเทศก์ ต้องดําเนินการ ดังนี้
    (๑) ออกข้อสอบสําหรับการประเมินภาคทฤษฎี โดยมีหัวข้อตามเกณฑ์ที่ มาตรฐานมัคคุเทศก์กําหนด ทั้งนี้ ในการออกข้อสอบให้ดําเนินการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และกรมการท่องเที่ยว
    (๒) ตรวจประเมินมัคคุเทศก์ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามเกณฑ์ที่
    มาตรฐานมัคคุเทศก์กําหนด
    (๓) ในการตรวจประเมินตามมาตรฐานมัคคุเทศก์ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสถานที่ ห้องประชุม ห้องสอบ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อใช้สนับสนุนการตรวจประเมิน รวมถึง ให้มีผู้ประสานงานในการ ตรวจประเมินกับมัคคุเทศก์ที่จะเข้ารับการตรวจประเมินในแต่ละครั้ง อย่างน้อย ๑ คน
    (๔) ให้มีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านมัคคุเทศก์ เข้าร่วมในการตรวจ ประเมินด้วย อย่างน้อย ๑ คน/ครั้ง ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญพร้อมประวัติและคุณสมบัติให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนการตรวจประเมิน และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ในการกํากับดูแลการปฏิบัติงานของผู้เชี่ยวชาญรายนั้น ๆ ในนามของหน่วยตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน ทั้งด้านคุณสมบัติ จรรยาบรรณ และการรักษาความลับอย่างครบถ้วน
    ๔.๕.๖ ต้องยึดหลักการดําเนินงานของหน่วยรับรองมาตรฐานที่สอดคล้องกับ
    มาตรฐานสากล อ้างอิงตาม ISO/IEC 17065 : 2012
    ๔.๖ ในการตรวจประเมินเพื่อการรับรองตามมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์
    นอกจากรายงานผลการตรวจประเมินตามข้อกําหนดของมาตรฐานที่ดําเนินการตรวจประเมินแล้ว ให้ผู้รับจ้าง
    ดําเนินการเพิ่มเติม ดังนี้
    (๑) ถ่ายรูปสถานประกอบการหรือการตรวจประเมินในลักษณะที่สามารถ นําลงพิมพ์ หรือเผยแพร่เพื่อการประชาสัมพันธ์ได้ (เช่น ป้ายชื่อสถานประกอบการ หน้าสถานประกอบการ บริเวณสถานประกอบการ เป็นต้น
    (๒) รวบรวมเอกสารแผ่นพับ ใบปลิว ที่มีไว้เพื่อการประชาสัมพันธ์ หรืออื่น ๆ ถ้ามี (๓) รวบรวมข้อมูลอื่น ๆ ตามที่กรมการท่องเที่ยวต้องการ (ถ้ามี)
    ๘.๗ ต้องให้การรับรองผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ ที่มีการดําเนินกิจการหรือ กิจกรรมสอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ โดยต้องให้การรับรองผู้ประกอบ ธุรกิจนําเที่ยว ตามมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยว จํานวนไม่น้อยกว่า ๕๐ ราย และให้การรับรองมัคคุเทศก์ ตามมาตรฐานมัคคุเทศก์ จํานวนไม่น้อยกว่า 50 ราย ทั้งนี้ กระบวนการให้การรับรองมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและ มาตรฐานมัคคุเทศก์ ให้ดําเนินการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17065 : 2012 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการตรวจประเมิน และรับรองสถานประกอบการตามมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย และตามรูปแบบการรับรองมาตรฐาน (Certification Scheme) ที่กรมการท่องเที่ยวกําหนด
    ๘.๘ จัดทํารายงานผลการดําเนินการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยว และมาตรฐานมัคคุเทศก์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    ๔.๔.๑ ผลการตรวจประเมินผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ทั้งหมด
    ๔.๔.๒ ข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่ผ่านการตรวจประเมิน ได้แก่ ชื่อสถานประกอบการ หรือมัคคุเทศก์ เลขที่ใบอนุญาต สถานที่ติดต่อ ผู้ประสานงาน ที่อยู่ติดต่อได้หมายเลข

    265
    (นางสาวอรณี อนุตรเมธากุล) (นางณัฐวดี คงศาสตรา) (นางสาวชุติภัคภิญญา สิทธิวงศ์)
    โทรศัพท์…ร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างดำเนินการกิจกรรมที่ ๙ การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ภายใต้โครงการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ตามประกาศ กรมการท่องเที่ยว
    ลงวันที่ ธันวาคม ๒๕๖๘
    กรมการท่องเที่ยว ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างดำเนินการ กิจกรรม
    ที่ ๙ การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ภายใต้โครงการตรวจประเมินและ รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e bidding)
    ตามรายการดังนี้
    จ้างดำเนินงานกิจกรรมที่ ๙ การ
    ตรวจประเมินและรับรองมาตรฐาน
    ธุรกิจ
    นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ฯ
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ งาน
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรม
    ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้าง หรือผลงานที่คล้ายคลึง กันกับงานจ้างในครั้งนี้ เช่น การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เป็นต้น ที่ดำเนินการแล้ว เสร็จ
    วงเงินไม่น้อยกว่า ๖๕๐,๐๐๐ บาท (หกแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ในสัญญาเดียวและเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดย ตรง
    กับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมาย บัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมการท่องเที่ยวเชื่อถือ ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาต้องยื่นหนังสือหลักฐานสำเนาหนังสือรับรองผลงานพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ในวันที่ยื่นข้อ เสนอดังกล่าวด้วย
    ๒.๑๒ เป็นหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนหน่วยตรวจสอบและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ไทย
    โดยให้ยื่นหลักฐานสำเนาที่เกี่ยวข้อง
    ๒.๑๓ มีบุคลากรประกอบด้วยหัวหน้าโครงการ และคณะผู้ตรวจประเมินที่เป็นพนักงาน ประจำ
    ของหน่วยงาน ที่มีความรู้ ความสามารถ ผลงาน และประสบการณ์ในการตรวจประเมินมาตรฐานการบริการ มาตรฐาน
    ด้านสุขอนามัย มาตรฐานด้านอาหาร มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย หรือมาตรฐานอื่น ๆ และ
    มีจำนวนเพียงพอสำหรับการปฏิบัติงานตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองมาตรฐานในครั้งนี้ ๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบใน ปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ ยื่น
    ข้อเสนอ
    สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็น ผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนาม
    กิจการร่วมค้า
    ๒.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอ
    จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท (๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่น
    ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัท
    เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ
    มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) (๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
    (๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
    (๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตาม
    พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี)
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีผู้ ถือหุ้น
    รายใหญ่ (ถ้ามี)
    (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร
    ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (๔.๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นงบแสดงฐานะการเงินที่มี การรับรองแล้วของ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา
    (๔.๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้ยื่นหนังสือรับรองบัญชี เงินฝาก ไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา และจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (๔.๓) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ (สินเชื่อที่ธนาคารภายใน ประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ พาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่ รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับ ถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
    (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) (๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อ
    จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน
    ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑)
    ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบ หนังสือ
    มอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานประเภทเดียวกันกับงานจ้างประกวดราคา
    (๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อ
    จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน
    ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒)
    ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ
    ผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๑๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูรายละเอียดขอบเขตของงานทั้ง โครงการ (Terms of Reference : TOR) ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาจ้างอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาจ้างอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการ เสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และการเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร
    ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    การพิจารณาข้อเสนอจะดำเนินการโดยคณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้
    ๕.๒.๑ กรมการท่องเที่ยว จะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ หากคุณสมบัติไม่ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ กรมการท่องเที่ยวขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคต่อไป ๕.๒.๒ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมการท่องเที่ยว จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ทั้งนี้ จะใช้เกณฑ์คะแนนรวมสูง สุด
    ในการพิจารณา
    ๕.๒.๓ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอหลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการ พิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมการท่องเที่ยว จะพิจารณาการให้คะแนน โดยกำหนดให้น้ำหนักรวม ทั้งหมดเท่ากับ
    ร้อยละ ๑๐๐ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    (๑) เกณฑ์ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดค่าน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐ (๒) เกณฑ์คุณภาพและข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่น ๆ กำหนดค่าน้ำ หนักเท่ากับร้อยละ ๗๐
    ๕.๒.๔ การพิจารณาเกณฑ์คุณภาพและข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่น ๆ ประกอบด้วย
    ๑. ความครบถ้วนของรายละเอียดตามขอบเขตงานและความเข้าใจในการ ดำเนินงานน้ำหนักร้อยละ ๑๐ ประกอบด้วย
    (๑.๑) รายละเอียดการดำเนินงานครบถ้วนตามขอบเขตงาน ร้อยละ ๕
    (๑.๒) แผนการดำเนินงานในภาพรวม ร้อยละ ๕
    ๒. รูปแบบและรายละเอียดการจัดการอบรมในรูปแบบออนไลน์ น้ำหนัก ร้อยละ ๑๕ ประกอบด้วย
    (๒.๑) รูปแบบการจัดอบรมออนไลน์ และรูปแบบการรับสมัคร ร้อยละ ๕
    ผู้เข้าร่วมการอบรม
    (๒.๒) การกำหนดหัวข้อและรายละเอียดในการอบรม ร้อยละ ๕
    (๒.๓) การเสนอรายชื่อและคุณสมบัติของวิทยากร ร้อยละ ๕
    ๓. ขั้นตอนการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยว และมาตรฐาน
    มัคคุเทศก์ น้ำหนักร้อยละ ๕๕ ประกอบด้วย
    (๓.๑) การดำเนินการรับสมัคร การกำหนดแผนการตรวจประเมิน ร้อยละ ๑๐
    และการดำเนินงานตรวจประเมินมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยว และมาตรฐานมัคคุเทศก์
    (๓.๒) การกำหนดแผนการตรวจประเมิน และขั้นตอน ร้อยละ ๑๐
    การดำเนินงานการตรวจประเมินเพื่อการรับรอง มาตรฐานธุรกิจนำเที่ยว (๓.๓) การกำหนดแผนการตรวจประเมิน และขั้นตอน ร้อยละ ๑๐
    การดำเนินงานการตรวจประเมินเพื่อการรับรอง มาตรฐานมัคคุเทศก์
    (๓.๔) ขั้นตอนการดำเนินการรับรองมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยว ร้อยละ ๑๐
    และมาตรฐานมัคคุเทศก์
    (๓.๕) การเสนอรายชื่อและคุณสมบัติของคณะผู้ตรวจประเมิน ร้อยละ ๑๐
    (๓.๖) การเสนอรายชื่อและคุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญ ร้อยละ ๕
    ๔. ประสบการณ์ทำงาน น้ำหนักร้อยละ ๑๕ ประกอบด้วย (๔.๑) ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ ๑๐
    (๔.๒) มูลค่าวงเงินสัญญา ร้อยละ ๕
    ๕. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมอื่น ๆ น้ำหนักร้อยละ ๕
    โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน ข้อ ๑๐.๕ ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ
    ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัด สิทธิ
    ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดัง
    ต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็น
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น
    การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้
    ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม
    ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๑) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดำเนินการตามรายละเอียดของขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๘.๑ - ๘.๓ โดยนำเสนอเอกสารรายงานการ ดำเนินงาน
    เป็นรูปเล่มจำนวน ๔ เล่ม (แบ่งเป็นเอกสารสี ๒ เล่ม และเอกสารขาวดำ ๒ เล่ม) พร้อมข้อมูลรายงานเป็นไฟ ล์อิเล็กทรอนิกส์บรรจุใน USB Drive ๓.๐ ความจุไม่น้อยกว่า ๑๒๘ GB จำนวน ๒ อัน ให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน
    งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดำเนินการตามรายละเอียดของขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๘.๔ - ๘.๖ โดยนำเสนอเอกสารรายงานการ ดำเนินงาน
    เป็นรูปเล่มจำนวน ๔ เล่ม (แบ่งเป็นเอกสารสี ๒ เล่ม และเอกสารขาวดำ ๒ เล่ม) พร้อมข้อมูลรายงานเป็นไฟ ล์อิเล็กทรอนิกส์บรรจุใน USB Drive ๓.๐ ความจุไม่น้อยกว่า ๑๒๘ GB จำนวน ๒ อัน ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน
    งวดที่ ๓ (งวดสุดท้าย) เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ตามรายละเอียดของขอบเขต ของงานจ้างนี้ (TOR) ตามข้อ ๘ ทั้งหมด และส่งมอบรายงานการดำเนินงานเป็นรูปเล่ม จำนวน ๔ ชุด (แบ่ง เป็นเอกสารสี ๒ ชุด
    และเอกสารขาวดำ ๒ ชุด) พร้อมข้อมูลรายงานเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ บรรจุใน USB Drive ๓.๐ ความจุไม่ น้อยกว่า ๑๒๘ GB จำนวน ๒ อัน ภายใน ๒๑๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง และ กรม ได้ตรวจรับ มอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
    โดยรายละเอียดเนื้อหารายงานผลการดำเนินงาน ประกอบด้วย (๑) รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ประกอบด้วย รายงานสรุปการดำเนินงาน ตามขอบเขตของงานจ้างตามข้อ ๘ ทั้งหมด รายงานสรุปผลการวิเคราะห์ ปัญหา อุปสรรค หรือข้อเสนอแนะ ต่อเกณฑ์ ตัวชี้วัดมาตรฐาน พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา หรือการปรับปรุงการดำเนินงานการตรวจ ประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ หรืออื่น ๆ
    (๒) รายงานผลการตรวจประเมินและรับรองผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตามมาตรฐานธุรกิจ นำเที่ยว
    (๓) รายงานผลการตรวจประเมินและรับรองมัคคุเทศก์ ตามมาตรฐานมัคคุเทศก์ (๔) รายงานผลการออกใบรับรองมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้น ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วันนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง และผู้รับจ้างต้องรับประกันผล งานการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ทั้งหมดที่ได้ให้การรับรอง โดยดำเนินการติดตามผลการรักษาคุณภาพ (Surveillance) ของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่ได้รับ การรับรองตามมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวและมาตรฐานมัคคุเทศก์ ตลอดอายุการรับรอง ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยเบิกจ่ายจากงบรายจ่ายอื่น ภายใต้โครงการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
    การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงินงบประมาณ ประจำปี
    พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรี
    ว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการ ส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน
    ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่
    เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
    ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ
    เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
    (๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
    กรมการท่องเที่ยว
    ธันวาคม ๒๕๖๘
    สำเนาถูกต้อง
    อนงค์วรรณ ดาวัลย์
    (นางสาวอนงค์วรรณ ดาวัลย์)
    นักพัฒนาการท่องเที่ยวชำนาญการพิเศษ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘ โดย นางสาวอนงค์วรรณ ดาวัลย์ นักพัฒนาการ ท่องเที่ยวชำนาญการพิเศษราง
    ประกาศกรมการท่องเที่ยว
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างดําเนินการกิจกรรมที่ ๙ การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยว และมัคคุเทศก์ ภายใต้โครงการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    กรมการท่องเที่ยว มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างดําเนินการกิจกรรมที่ ๙ การตรวจ
    ประเมินและรับรองมาตรฐานธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ ภายใต้โครงการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐาน การท่องเที่ยว ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลาง ของงานจ้าง
    ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๒๙๙,๘๑๔.๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนเก้าหมื่นเก้าพันแปดร้อย สิบสี่บาทถ้วน)
    รัฐ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

มีความสามารถตามกฎหมาย
๒. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๔. ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของ
ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่ รัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
งาน
๕. ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้ง
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๖. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๗. เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๔. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม
ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น
ธรรม
ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๔. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic-Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
งาน
๑๑. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้าง หรือผลงานที่คล้ายคลึงกันกับ
จ้างในครั้งนี้ เช่น การตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เป็นต้น ที่ดําเนินการแล้วเสร็จ
วงเงิน
ไม่น้อยกว่า ๖๕๐,๐๐๐ บาท (หกแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ในสัญญาเดียวและเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรง
กับ
ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมาย บัญญัติ
ให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมการท่องเที่ยวเชื่อถือ ทั้งนี้ ผู้ เสนอราคาต้องยื่นหนังสือหลักฐานสําเนาหนังสือรับรองผลงานพร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง ในวันที่ยื่นข้อเสนอ
ดังกล่าวด้วย
๑๒. เป็นหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนหน่วยตรวจสอบและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย โดยให้ยื่นหลักฐานสําเนาที่เกี่ยวข้อง
ประจํา
๑๓. มีบุคลากรประกอบด้วยหัวหน้าโครงการ และคณะผู้ตรวจประเมินที่เป็นพนักงาน
ของหน่วยงาน ที่มีความรู้ ความสามารถ ผลงาน และประสบการณ์ในการตรวจประเมินมาตรฐานการบริการ
มาตรฐาน
ด้านสุขอนามัย มาตรฐานด้านอาหาร มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย หรือมาตรฐานอื่น ๆ
และ
มีจํานวนเพียงพอสําหรับการปฏิบัติงานตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองมาตรฐานในครั้งนี้
๑๔. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้า
ข ข เ
รวมค่าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณ งาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้า
ร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อ
เสนอ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้า
ร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือ
หนังสือเชิญชวน
หนึ่ง
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดราย
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
เสนอ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน
นาม
กิจการร่วมค้า
กว่า
๑๕. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกิน
๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดง
ฐานะ
การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
รายงาน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ
งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อ
เสนอ
จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
เพียงพอ
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่
ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท
เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบ
ธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐
วัน)
(๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ในวันที่…..
…. ระหว่างเวลา น. ถึง
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่
ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
ลงวันที่
ประกาศจนถึง
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่
วันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.dot.go.th หรือ www.gprocurement.go.th หรือสอบถามทางโทรศัพท์ หมายเลข ๐ ๒๑๔๑ ๓๑๓๑ ในวันและเวลาราชการ
ประกาศ ณ วันที่
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
สําเนาถูกต้อง
อนงค์วรรณ ดาวัลย์
(นางสาวอนงค์วรรณ ดาวัลย์)
นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘
โดย นางสาวอนงค์วรรณ ดาวัลย์ นักพัฒนาการ ท่องเที่ยวชํานาญการพิเศษ