จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขั้นสูงด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Advance Innovation Technology Database System AITDS)

กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 68119019812
฿17,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 25 พ.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ดําเนินโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขั้นสูงด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Advance Innovation Technology Database System: AITDS) ด้วยวงเงินงบประมาณกลาง 16,700,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติมีระบบฐานข้อมูลนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ของโครงการด้านเทคโนโลยีจากทุกหน่วยงานในสังกัด ระบบนี้จะทําหน้าที่เป็นเครื่องมือสําคัญในการจัดทําแผนผังภาพรวม เพื่อกําหนดทิศทางการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (High-Level IT Development) ขององค์กร รวมถึงใช้ประกอบการวิเคราะห์ความต้องการและจัดลําดับความสําคัญของรายจ่ายลงทุนด้านครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในแต่ละปีงบประมาณ เพื่อป้องกันความซ้ําซ้อน ส่งเสริมความเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างคุ้มค่า

ขอบเขตงานครอบคลุมการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขั้นสูงที่มีความทันสมัย โดยเน้นการนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ งานหลักประกอบด้วย การพัฒนาฟังก์ชันการจัดการโครงสร้างฐานข้อมูลและแบบฟอร์ม การจัดการคิวและลำดับความสำคัญของการประมวลผล (Queue & Priority Processing) การสกัดข้อความ (Text Extraction) และการรู้จำอักขระด้วยแสง (OCR) จากเอกสารสแกนทั้งภาษาไทยและอังกฤษ รวมถึงการสกัดข้อมูลจากตาราง (Table Extraction) นอกจากนี้ ระบบต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI เพื่อเปรียบเทียบความสอดคล้องของเอกสาร เช่น ขอบเขตของงาน (TOR) และทําการสืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Search) จากฐานข้อมูลโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้มีระยะเวลาดําเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 270 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา

English summary

The Technology Support Division, ICT Office, Royal Thai Police, is undertaking the Advanced Innovation Technology Database System (AITDS) development project with a central budget of 16,700,000 THB. The primary objectives are to provide the Royal Thai Police with a correct, up-to-date innovation technology database system and to serve as a centralized repository of knowledge for technology projects from all subordinate units. This system will be a crucial tool for creating an overall roadmap to guide the organization’s high-level IT development direction. It will also be used to analyze requirements and prioritize investment expenditures for computer equipment and IT systems in each fiscal year, preventing duplication and promoting interconnectivity and cost-effective shared utilization.

The scope of work encompasses the development of an advanced, modern database system emphasizing the application of Artificial Intelligence (AI) technology. Key tasks include developing functions for database structure and form management, queue and priority processing management, text extraction, and Optical Character Recognition (OCR) from scanned documents in both Thai and English, including table extraction. Furthermore, the system must possess AI-powered data analysis capabilities to compare the consistency of documents (e.g., Terms of Reference) and perform semantic search efficiently within the project database. The project must be completed within 270 days from the contract signing date.

สถานที่ดำเนินการ

กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติมีระบบฐานข้อมูลนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
  • เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้และรายละเอียดของโครงการด้านเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
  • เพื่อเป็นเครื่องมือจัดทําแผนผังในภาพรวมสําหรับการกําหนดทิศทางในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ

ขอบเขตของงาน

  • การพัฒนาระบบฐานข้อมูลขั้นสูงด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี (AITDS)
  • การพัฒนาฟังก์ชันการจัดการโครงสร้างฐานข้อมูลและการสร้างแบบฟอร์ม
  • การพัฒนาระบบจัดการคิวและลำดับความสำคัญของการประมวลผล (Queue & Priority Processing)
  • การพัฒนาระบบสกัดข้อความ (Text Extraction) และการรู้จำอักขระด้วยแสง (Optical Character Recognition: OCR) จากเอกสารสแกน
  • การพัฒนาระบบสกัดข้อมูลในตาราง (Table Extraction) จากไฟล์เอกสารสแกน
  • การพัฒนากระบวนการวิเคราะห์ สืบค้น และตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  • การทดสอบความต้องการพื้นฐานของระบบ
  • การทดสอบประสิทธิภาพเทคโนโลยีการสกัดคำและ OCR
  • การทดสอบกระบวนการสืบค้นและตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลด้วย AI

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบฐานข้อมูลขั้นสูงด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี (AITDS) ที่พัฒนาสำเร็จครบถ้วนตามข้อกำหนด
  • ระบบที่สามารถจัดการโครงสร้างฐานข้อมูลและแบบฟอร์มได้
  • ระบบจัดการคิวและลำดับความสำคัญ (Queue & Priority Processing)
  • ระบบสกัดข้อความและ OCR ที่รองรับเอกสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • ระบบสกัดข้อมูลจากตาราง (Table Extraction)
  • ระบบวิเคราะห์และเปรียบเทียบความสอดคล้องของเอกสารด้วย AI
  • ระบบสืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Search)
  • เอกสารประกอบระบบ เช่น คู่มือการใช้งาน

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง โดยมีแผนการทำงานที่ต้องยื่นภายใน 120 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา (เว้นแต่สัญญามีอายุไม่เกิน 90 วัน)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ประสบการณ์: ต้องมีประสบการณ์หรือผลงานที่เกี่ยวข้องกับงานจ้างด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศในวงเงินไม่น้อยกว่า 5,100,000 บาท ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจในประเทศไทย และเป็นสัญญาที่ทำงานแล้วเสร็จ ส่งมอบและตรวจรับเรียบร้อยแล้วภายในระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ อย่างน้อย 1 สัญญา
  • มูลค่าสุทธิของกิจการ/ทุน:
    • นิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ - หนี้สินสุทธิ) เป็นบวก จากงบการเงินตรวจรับรอง 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • นิติบุคคลใหม่หรือที่ยังไม่มีการรายงานงบการเงิน: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ณ วันยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท
    • บุคคลธรรมดา (สำหรับโครงการวงเงินเกิน 500,000 บาท): ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (จากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน) หรือมีวงเงินสินเชื่อในอัตราส่วนเดียวกัน
  • การลงทะเบียน: ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
  • กิจการร่วมค้า: หากยื่นข้อเสนอในรูปแบบกิจการร่วมค้า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการกำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลักและผลงานที่นำมายื่น

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ 50 ขึ้นไป

  • ราคา (น้ำหนัก 20%): คำนวณคะแนนจากสูตร 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
  • มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ (น้ำหนัก 5%): พิจารณาจากหนังสือรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ
  • ข้อเสนอด้านเทคนิค (น้ำหนัก 75%):
    • การทดสอบความต้องการพื้นฐานของระบบ (20%)
    • การทดสอบประสิทธิภาพเทคโนโลยีการสกัดคำและ OCR (35%)
    • การทดสอบกระบวนการสืบค้นและตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลด้วย AI (20%)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบฐานข้อมูลขั้นสูง: ต้องสามารถจัดการโครงสร้างฐานข้อมูลและแบบฟอร์มได้
  • Queue & Priority Processing: ต้องสร้างเครื่องมือจำลองสถานการณ์การต่อคิวการใช้งานทรัพยากรประมวลผล โดยแบ่งความสำคัญผู้ใช้ 3 ระดับ ประมวลผลทีละ 1 งาน แต่ละงานใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 วินาที
  • Text Extraction & OCR: ต้องสามารถจับคู่หัวข้อและบันทึกข้อมูลจากเอกสารไฟล์ (.doc, .docx, Searchable PDF) และสกัดข้อความจากเอกสารสแกนที่ใช้ฟอนต์ภาษาไทยมาตรฐาน (เช่น TH Sarabun PSK, TH Niramit) และภาษาอังกฤษ ด้วยอัตราความผิดพลาดระดับตัวอักษร (Character Error Rate) ที่กำหนด
  • Table Extraction: ต้องสามารถสกัดข้อมูลในตารางจากไฟล์เอกสารสแกนให้เป็นข้อมูลมีโครงสร้างเพื่อบันทึกลงฐานข้อมูลได้
  • AI Analytics: ต้องสามารถเปรียบเทียบความไม่สอดคล้องกันของร่างขอบเขตของงาน (TOR) และเอกสารประกวดราคา และสามารถสืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Search) จากฐานข้อมูลโครงการในรูปแบบ PDF Image Scanner

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 16,700,000 บาท
  • หลักประกันการเสนอราคา: จำนวน 850,000 บาท (ในรูปแบบเงินสด, หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์, พันธบัตรรัฐบาลไทย, หรือหนังสือค้ำประกันจากบริษัทเงินทุน/หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต)
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด
    • งวดที่ 1 (40%): เมื่อส่งมอบงานตามขอบเขตให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
    • งวดที่ 2 (30%): เมื่อส่งมอบงานตามขอบเขตให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
    • งวดสุดท้าย (30%): เมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วเสร็จและตรวจรับมอบงานเรียบร้อยภายใน 270 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
  • ค่าปรับ: กรณีฝ่าฝืนสัญญานอกเหนือจากการจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต จะกำหนดค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
  • การรับประกันงาน: ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันที่หน่วยงานได้รับมอบงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ระบบ AITDS นี้แตกต่างจากระบบฐานข้อมูลเดิมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างไร? : ระบบเดิมเป็นระบบฐานข้อมูลสำหรับจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ในขณะที่ระบบ AITDS นี้เป็นระบบฐานข้อมูลขั้นสูงที่นำเทคโนโลยี AI, OCR และการสืบค้นเชิงความหมายมาประยุกต์ใช้ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ตรวจสอบความสอดคล้อง และกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ระบบต้องรองรับการสกัดข้อความจากฟอนต์ภาษาไทยชนิดใดบ้าง? : ระบบต้องรองรับการสกัดข้อความจากเอกสารสแกนที่ใช้ฟอนต์มาตรฐานของราชการ เช่น TH Sarabun PSK, TH Niramit, TH Chakra Petch, Angsana UPC, TH Sarabun New, และ Cordia New
  • การทดสอบ Queue & Priority Processing มีรายละเอียดอย่างไร? : ผู้เสนอราคาต้องสร้างเครื่องมือจำลองที่สามารถจัดการคิวการใช้งานทรัพยากรประมวลผล โดยแบ่งผู้ใช้ออกเป็น 3 ระดับความสำคัญ โดยระบบประมวลผลได้ทีละ 1 งาน และแต่ละงานต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 วินาที พร้อมมีหน้าจอแสดงรายละเอียดการทำงาน
  • การสืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Search) ในที่นี้หมายถึงอะไร? : หมายถึงระบบสามารถเข้าใจความหมายและบริบทของคำค้นหา (คำหรือประโยค) และค้นหาข้อมูลโครงการที่เกี่ยวข้องจากฐานข้อมูล แม้คำในคำค้นหาจะไม่ตรงเป๊ะกับคำในเอกสาร แต่มีความหมายใกล้เคียงกัน โดยระบบจะแสดงผลเรียงตามลำดับความเกี่ยวข้อง
  • Character Error Rate (CER) สำหรับการทดสอบ OCR มีเกณฑ์อย่างไร? : เอกสาร TOR ระบุให้พิจารณาอัตราความผิดพลาดระดับตัวอักษร “ตามผนวก ค ข้อ 2.2.2” ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาเกณฑ์คะแนนจากภาคผนวกดังกล่าวโดยละเอียด
  • ระบบต้องรองรับการนำเข้าเอกสารในรูปแบบไฟล์ใดบ้าง? : ระบบต้องรองรับการนำเข้าเอกสารในรูปแบบ Microsoft Word (.doc และ .docx) และไฟล์ PDF แบบค้นหาข้อความได้ (Searchable PDF จากการแปลงไฟล์)
  • กรณีที่เป็นกิจการร่วมค้า จะใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าทุกคนมาประกอบการพิจารณาหรือไม่? : หากข้อตกลงร่วมค้ากำหนดให้มี “ผู้เข้าร่วมค้าหลัก” กิจการร่วมค้าต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าเท่านั้น หากไม่มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขในเอกสารเชิญชวน
  • ผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำ “แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ” หรือไม่? : ต้องจัดทำแผนดังกล่าวและยื่นให้หน่วยงานภายใน 60 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา (เว้นแต่ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน)
  • ระยะเวลารับประกันงาน 2 ปี เริ่มนับจากเมื่อไร? : เริ่มนับถัดจากวันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบงานจ้างที่แล้วเสร็จและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
  • หากพบข้อผิดพลาดหรือความชำรุดบกพร่องในระหว่างระยะรับประกัน ผู้รับจ้างมีเวลาแก้ไขกี่วัน? : ผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้งานได้ดีดังเดิมภายใน 5 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่องจากหน่วยงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

พ.ต.อ.
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
หน้าที่ ๑ จาก ๑๘
โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขั้นสูงด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
๑. ความเป็นมา
(Advance Innovation Technology Database System : AITDS)
กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี โดยกลุ่มงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี มีหน้าที่
รวบรวมองค์ความรู้และรายละเอียดของโครงการด้านเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อจัดทําเป็นแผนผังในภาพรวมสําหรับกําหนดทิศทางในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งได้ดําเนินการจัดทําระบบฐานข้อมูลนวัตกรรมทางเทคโนโลยี สําหรับจัดเก็บและ รวบรวมข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้นของโครงการหรือระบบงานด้านเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติไว้บนเครื่องแม่ข่ายของสํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อรายงานผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ โดยได้รายงานข้อมูล ครั้งที่ ๑ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๔ และได้รายงานอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี
๑ ประกอบกับสั่งการ พลตํารวจเอก สราวุฒิ การพานิช รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (งานบริหาร)/ประธาน คณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (Department Chief Information Officer : DCIO ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ) ในขณะนั้น กําชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดําเนินการตาม หนังสือวิทยุ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ ๐๐๓๓.๓๔/๘๔๖ ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๗ โดยให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายระดับ กองบังคับการและกองบัญชาการ ตรวจสอบและบันทึกข้อมูลโครงการหรือระบบงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ลงในระบบฐานข้อมูลนวัตกรรมทางเทคโนโลยีให้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน (จากทุกแหล่งงบประมาณ) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารนําข้อมูลในระบบฐานข้อมูลนวัตกรรมฯ มาใช้ประกอบการวิเคราะห์และจัดลําดับความสําคัญ ความต้องการ รายจ่ายลงทุนของแต่ละปีงบประมาณ ในส่วนครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ําซ้อน มีความเชื่อมโยงกันและสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่าง คุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมนําข้อมูล มาใช้ประกอบการพิจารณาก่อนนําเสนอต่อคณะกรรมการผู้บริหาร เทคโนโลยีระดับสูงของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อใช้ประกอบให้ความเห็นชอบต่อแผนงานโครงการเกี่ยวกับ การจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานในสังกัดที่มีวงเงินเกินกว่า ๕๐ ล้านบาทขึ้นไป อีกส่วนหนึ่ง
ด้วยเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้น กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี จึงได้จัดทําโครงการพัฒนา ระบบฐานข้อมูลขั้นสูงด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (Advance Innovation Technology Database System : AITDS) ขึ้น เพื่อให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติมีระบบฐานข้อมูลนวัตกรรม ทางเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย และสามารถนํามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ๒. วัตถุประสงค์

๒.๑ เพื่อให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติมีระบบฐานข้อมูลนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ๒.๒ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้และรายละเอียดของโครงการด้านเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัด ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
๒.๓ เพื่อเป็นเครื่องมือจัดทําแผนผังในภาพรวมสําหรับการกําหนดทิศทางในการพัฒนาด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศระดับสูงของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
24
( ชัยสิทธิ์ ธวัชราภรณ์ )
ประธานกรรมการ
พ.ต.ท.
ร.ต.ท.
(ภูมินท์ วงษ์ศิริ )
…………..กรรมการ (สันติศักดิ์ สินเธาว์ )
กรรมการ
ร.ต.อ.
ว่าที่
พ.ต.ท.
( ธนากร ชโนวรรณ )
……….. กรรมการ/เลขานุการ
(ธนาพันธุ์ วิมานมุนี )
กรรมการ
หน้าที่ ๒ จาก ๑๘
๓. คําจํากัดความ
มา ม
๓.๑ ผู้ว่าจ้าง หมายถึง กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร สํานักงานตํารวจแห่งชาติ
๓.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอ หมายถึง ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าเสนอราคาเพื่อเข้ามารับจ้างดําเนินการ
๓.๓
ผู้รับจ้าง หมายถึง ผู้ที่ได้ลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับ กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานตํารวจแห่งชาติ
๓.๔ ระบบคอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย โปรแกรมหรือชุดโปรแกรม ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์ทั้งหมดรวมถึงส่วนการบริการและด้านความมั่นคงปลอดภัย ตามภาคผนวก ก.
๔. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๔.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๔.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๔.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๔.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๔.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๔.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๔.๗ เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพจ้างที่ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๔.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กองบังคับการ สนับสนุนทางเทคโนโลยี (บก.สสท.) สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.) ภายใต้สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
6
๔.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๔.๑๐.๑ การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๔.๑๐.๒ งานซื้อหรืองานจ้าง และงานก่อสร้าง
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการ รวมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
Shr
( ชัยสิทธิ์ ธวัชราภรณ์ )
ประธานกรรมการ
Lh. พ.ต.ท.
(สันติศักดิ์ สินเธาว์ )
กรรมการ
ว่าที่ พ.ต.ท.
( ธนากร ชโนวรรณ )
กรรมการ
พ.ต.อ.
ร.ต.ท.
กรรมการ
ร.ต.อ.
(ภูมินท์ วงษ์ศิริ )

( ธนาพันธุ์ วิมานมุนี )
กรรมการ/เลขานุการ
พ.ต.อ.
หน้าที่
๓ จาก ๑๘
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในหนังสือเชิญชวน ๔.๑๐.๓ การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า
(๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีคัดเลือก
หากผู้เข้าร่วมค้ารายใดได้รับหนังสือเชิญชวนจากหน่วยงานของรัฐแล้วให้ผู้เข้าร่วมค้า
ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๑) สามารถดําเนินการยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
๔.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๔.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๔.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่น งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถ ยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้

๔.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ของต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
๔.๑๒.๓ สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้งและหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอสามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทยผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อโดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ
ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้งจะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ประธานกรรมการ
พ.ต.ท.
( ชัยสิทธิ์ ธวัชราภรณ์ )
ร.ต.ท.
2
(ภูมินท์ วงษ์ศิริ )
1172. (สันติศักดิ์ สินเธาว์ )
กรรมการ
ว่าที่
พ.ต.ท.
กรรมการ
( ธนากร ชโนวรรณ )
กรรมการ
ร.ต.อ.
กรรมการ/เลขานุการ
(ธนาพันธุ์ วิมานมุนี )
พ.ต.อ.
หน้าที่ ๔ จาก ๑๘
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง
(กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือ
บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อโดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้งจะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้นตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือ ที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่น ขอเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๔.๑๒.๕ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๔.๑๒.๑ ข้อ ๔.๑๒.๒ และข้อ ๔.๑๓.๔(๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่หนังสือเชิญชวน
และเอกสารจ้างโดยวิธีคัดเลือกในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณีประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ
ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ.๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกําหนดโดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ
หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารจ้างโดยวิธีคัดเลือก
๔.๑๒.๖ กรณีตามข้อ ๔.๑๓.๑ - ข้อ ๔.๑๓.๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น
ไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีประสบการณ์หรือมีผลงานที่เกี่ยวข้องกันกับงานจ้างด้านการพัฒนาระบบ สารสนเทศในวงเงินไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านหนึ่งแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา
๕,000,000 โดยตรงกับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจในประเทศไทย และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จ ตามสัญญาซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้วภายในระยะเวลา ๕ ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ อย่างน้อย
• สัญญา โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบหนังสือรับรองผลงาน และสําเนาเอกสารสัญญาหรือสั่งซื้อสั่งจ้างที่มี รายละเอียดของเนื้องานตามสัญญา พร้อมเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการส่งมอบงานที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ และ รับรองสําเนาถูกต้อง
( ชัยสิทธิ์ ธวัชราภรณ์)
ประธานกรรมการ
พ.ต.ท.
(สันติศักดิ์ สินเธาว์ )
ร.ต.ท.
กรรมการ
ร.ต.อ.
(ภูมินท์ วงษ์ศิริ )
กรรมการ
ว่าที่
พ.ต.ท.
( ธนากร ชโนวรรณ )
………… กรรมการ/เลขานุการ
(ธนาพันธุ์ วิมานมุนี)
กรรมการ
พ.ต.อ.
หน้าที่ ๕ จาก ๑๘
๕. การยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานที่มีการรับรองสําเนาพร้อมประทับตราโดยผู้มีอํานาจลงนาม
(ถ้ามี) ในเอกสารทุกหน้า รวมทั้งประทับเลขหน้าในเอกสารเรียงตามลําดับทุกหน้า โดยยื่นมาพร้อมกับการ
เสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๕.๑ ส่วนที่ ๑ ต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
๕.๑.๑ ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(๑) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน
นิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(๒) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
๕.๑.๒ ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสําเนาบัตร ประจําตัวประชาชนของผู้นั้น สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของ ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสําเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย
๕.๑.๓ ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสําเนาสัญญา ของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน ๕.๑.๑ หรือ ๕.๑.๒ ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี
๕.๑.๔ สําเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
๕.๑.๕ สําเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
๕.๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กําหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ บัญชีเอกสาร ส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ต้องแนบ ในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดําเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้อง แนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๕.๒ ส่วนที่ ๒ ต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
๕.๒.๑ สําเนาหนังสือรับรองผลงาน
๕.๒.๒ สําเนาเอกสารสัญญา หรือสั่งซื้อสั่งจ้าง ที่มีรายละเอียดของเนื้องานตามสัญญา พรอมเอกสารหลักฐาน
๕.๒.๓ เอกสารเปรียบเทียบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตามที่กําหนดทั้งห
ทั้งหมด (ภาคผนวก ก.) ทุกข้อ โดยทําตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติตามที่กําหนด (ภาคผนวก ข.) โดยระบุชื่อและเลขหน้าของเอกสารอ้างอิง เอกสารแคตตาล็อก หรือเอกสารอื่น ๆ ให้ครบถ้วนถูกต้อง ให้ง่ายต่อการพิจารณา และจะต้องจัดเรียง เอกสารตามเลขหน้ารวมทั้งขีดเส้นใต้หรือระบายสีเน้นข้อความพร้อมระบุหมายเลขข้อที่อ้างอิงให้ชัดเจน โดยคณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่ได้จัดทําเอกสารอ้างอิงให้เรียบร้อยตาม

รายละเอียดดังกลาวขางตน
80
( ชัยสิทธิ์ ธวัชราภรณ์ )
ประธานกรรมการ
」 MZ. พ.ต.ท.
ร.ต.ท.
(ภูมินท์ วงษ์ศิริ )
(สันติศักดิ์ สินเธาว์ )
กรรมการ
ร.ต.อ.
กรรมการ
วาที พ.ต.ท.
…..
(ธนาพันธุ์ วิมานมุนี )
( ธนากร ชโนวรรณ )
กรรมการ/เลขานุการ
กรรมการราง
ประกาศกองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงาน
ตํารวจแห่งชาติ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขั้นสูงด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ (Advance Innovation Technology Database System AITDS) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานัก
งานตํารวจแห่งชาติ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขั้นสูงด้านนวัตกรรม ทางเทคโนโลยีของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (Advance Innovation Technology Database System AITDS) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๖,๗๐๐,000.00 บาท (สิบหกล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
ลงวันที่
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่
เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ ict.police.go.th หรือ itsupport.police.go.th หรือ www.
gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่
เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙
(พลตํารวจตรีกัมพล ลีลาประภาภรณ์
ผู้บังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี
สําเนาถูกต้อง
ทรงศักดิ์ จันทรพัชร (พันตํารวจเอกทรงศักดิ์ จันทรพัชร)
ผกก.ฝอ.บก.สสท.
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๙
โดย พันตํารวจเอกทรงศักดิ์ จันทรพัชร ผกก.ฝอ.
บก.สสท.ร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขั้นสูงด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Advance Innovation Technology Database System AITDS)
ตามประกาศ กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ
ลงวันที่ เมษายน ๒๕๖๙
กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบ ฐานข้อมูลขั้นสูงด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Advance Innovation Technology Database System AITDS) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขั้นสูง
ด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Advance
Innovation Technology
Database System AITDS)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีประสบการณ์หรือมีผลงานที่เกี่ยวข้องกันกับงานจ้างด้าน การพัฒนาระบบสารสนเทศในวงเงินไม่น้อยกว่า ๕,๑๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านหนึ่งแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นผลงาน ที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจในประเทศไทย และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทำ งานแล้วเสร็จตามสัญญาซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้วภายในระยะเวลา ๕ ปี นับถึงวันยื่น ข้อเสนอ อย่างน้อย ๑ สัญญา โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบหนังสือรับรองผลงาน และสำเนาเอกสารสัญญาหรือ สั่งซื้อสั่งจ้างที่มีรายละเอียดของเนื้องานตามสัญญา พร้อมเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการส่งมอบงานที่แล้ว เสร็จสมบูรณ์ และรับรองสำเนาถูกต้อง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น
ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องเสนอเอกสารหลักฐานที่มีการรับรองสำเนาพร้อมประทับตราโดยผู้มี อำนาจลงนาม (ถ้ามี) ในเอกสารทุกหน้า รวมทั้งประทับเลขหน้าในเอกสารเรียงตามลำดับทุกหน้า โดยแยก เป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย
ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ
ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) สำเนาเอกสารสัญญาหรือสั่งซื้อสั่งจ้างที่มีรายละเอียดของเนื้องานตาม สัญญา พร้อมเอกสารหลักฐาน
(๔) เอกสารเปรียบเทียบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตามที่กำหนดทั้งหมด (ภาคผนวก ก.) ทุกข้อ โดยทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติตามที่กำหนด (ภาคผนวก ข.) โดยระบุชื่อและเลข หน้าของเอกสารอ้างอิง เอกสารแคตตาล็อก หรือเอกสารอื่น ๆ ให้ครบถ้วนถูกต้อง ให้ง่ายต่อการพิจารณา และ จะต้องจัดเรียงเอกสารตามเลขหน้ารวมทั้งขีดเส้นใต้หรือระบายสีเน้นข้อความพร้อมระบุหมายเลขข้อที่อ้างอิง ให้ชัดเจน โดยคณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่ได้จัดทำเอกสารอ้างอิงให้เรียบร้อยตาม รายละเอียดดังกล่าวข้างต้น
(๕) เอกสารยืนยันคุณสมบัติ เช่น แคตตาล็อกที่มีรูปแบบตามมาตรฐานของ
เจ้าของผลิตภัณฑ์ รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่พิมพ์จากเว็บไซต์ที่เป็นทางการของเจ้าของผลิตภัณฑ์แนบมา เพื่อประกอบการพิจารณา โดยทำเครื่องหมายบ่งบอกให้ชัดเจนว่ารายละเอียดของผลิตภัณฑ์เอกสารที่ยื่นตรง กับคุณลักษณะเฉพาะทางที่ทางราชการกำหนดในข้อใด
(๖) เอกสารอื่น ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาการทดสอบด้านเทคนิคและข้อ เสนอ (Proof Of Concept) โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา เช่น หนังสือรับรองมาตรฐาน (ถ้ามี) (๗) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
(๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๗๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ
ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็น หนังสือที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๘๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (แปดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก งานตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก งาน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่ง หลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคา เท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาผู้ชนะ การยื่นข้อเสนอ โดยจะพิจารณาให้คะแนนและน้ำหนักข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ตามที่หน่วยงานกำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขั้นสูงด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Advance Innovation Technology Database System AITDS) (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) การวัดคุณภาพด้านมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ระบบฯ ในโครงการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ทางราชการจะพิจารณา หนังสือรับรองมาตรฐานและหนังสือรับรอง ที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นเอกสารขณะเข้าเสนอราคาที่มีการรับรอง สำเนาพร้อมประทับตราโดยผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารทุกหน้า ทั้งนี้ ต้องระบุวันหมดอายุและยังมีอายุใช้งาน ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ยื่นเอกสาร ตามผนวก ค ข้อ ๑.๑ คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน (๓) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อย ละ ๗๕.๐๐ ประกอบด้วย
(๓.๑) การทดสอบความต้องการพื้นฐานของระบบฯ กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
๑) การจัดการโครงสร้างฐานข้อมูลและการสร้างแบบฟอร์ม ตามผนวก ค ข้อ ๒.๑.๑ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน
๒) การจัดการ Queue & Priority Processing โดยผู้เข้า ทดสอบต้องสร้างเครื่องมือจำลองสถานการณ์การต่อคิวการใช้งานทรัพยากรประมวลผล ของความสำคัญผู้ใช้ ๓ ระดับ ประมวลผลได้ทีละ ๑ งาน แต่ละงานใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๒ วินาที มีหน้าจอแสดงรายละเอียด ตาม ผนวก ค ข้อ ๒.๑.๒ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน
รวมคะแนนเต็ม ๒๐๐ คะแนน รายละเอียดตาม ผนวก ค ข้อ ๒.๑
(๓.๒) การทดสอบประสิทธิภาพเทคโนโลยีการสกัดคำ (Text Extraction) และการรู้จำอักขระด้วยแสง (Optical Character Recognition: OCR) กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๓๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
๑) สามารถจับคู่หัวข้อ (Mapping) และบันทึกข้อมูลเนื้อหา
จากเอกสารไฟล์ ตามหัวข้อจับคู่ได้ รองรับการนำเข้าเอกสาร รูปแบบไฟล์ Word (.doc, .docx) PDF Searchable (PDF from file conversion) จำแนกประเภทหัวข้อ (Classification) กับหัวข้อในระบบอย่าง น้อย ตามผนวก ค ข้อ ๒.๒.๑ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน
๒) สามารถสกัดข้อความในไฟล์เอกสารสแกนที่ใช้ฟอน ต์ทางการ TH Sarabun PSK, TH Niramit, TH Chakra Petch, Angsana UPC, TH Sarabun New, Cordia New โดยต้องรองรับตัวอักษรภาษาไทย ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวอักขระพิเศษ ตัวเลขไทย ตัวเลขอาร บิก ได้ ด้วยวิธีการ OCR โดยเทียบกับข้อความในไฟล์เอกสารต้นฉบับแบบระดับตัวอักษร ของกองบังคับการ สนับสนุนทางเทคโนโลยี โดยจะต้องมีอัตราความผิดพลาดระดับตัวอักษร (Character Error Rate) ตามผนวก ค ข้อ ๒.๒.๒ คะแนนเต็ม ๑๕๐ คะแนน
๓) สามารถสกัดข้อมูลในตาราง (Table Extraction) ใน ไฟล์เอกสารสแกนให้เป็นข้อมูลที่มีโครงสร้าง เพื่อบันทึกลงฐานข้อมูลได้ ตามผนวก ค ข้อ ๒.๒.๓ คะแนนเต็ม ๑๐๐
รวมคะแนนเต็ม ๓๕๐ คะแนน รายละเอียดตามผนวก ค ข้อ ๒.๒
(๓.๓) การทดสอบกระบวนการ สืบค้น และตรวจสอบความ สอดคล้องของข้อมูล ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อย ละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
๑) สามารถเปรียบเทียบความไม่สอดคล้องกันของร่าง ขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) และเอกสารประกวดราคา โดยจะพิจารณาหัวข้อ ตามผนวก ค ข้อ ๒.๓.๑ คะแนนเต็ม ๘๐ คะแนน
๒) สามารถสืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Search) จาก ฐานข้อมูลโครงการ ที่คณะกรรมการเตรียมให้ ในรูปแบบไฟล์ PDF Image Scanner จำนวนไม่น้อยกว่า ๒๕ โครงการ โดยสามารถใช้คำค้นหาเป็นคำ (Word) หรือ ประโยค (Sentence) ระบบต้องแสดงรายการที่ เกี่ยวข้องกับคำค้นโดยเรียงตามลำดับความเกี่ยวข้อง จำนวนไม่เกิน ๕ รายการ โดยจะพิจารณาหัวข้อ ตาม ผนวก ค. ข้อ ๒.๓.๒ คะแนนเต็ม ๑๒๐ คะแนน
รวมคะแนนเต็ม ๒๐๐ คะแนน รายละเอียดตามผนวก ค ข้อ ๒.๓
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้ คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ ๕๐.๐๐ ขึ้นไป
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ
และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น และพิจารณาตามขอบเขตของงานข้อ ๙. หลักเกณฑ์และ สิทธิ์ในการพิจารณาข้อเสนอ
๖.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ (สั่งจ่าย สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ)
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานและ ส่งมอบงาน ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานและ ส่งมอบงาน ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายใน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง และตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๒. อัตราค่าปรับ ๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง และตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๓. เงื่อนไขการรับประกัน
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ
สำเนาถูกต้อง
ทรงศักดิ์ จันทรพัชร
(พันตำรวจเอกทรงศักดิ์ จันทรพัชร) ผกก.ฝอ.บก.สสท.
เมษายน ๒๕๖๙
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๙ โดย พันตำรวจเอกทรงศักดิ์ จันทรพัชร ผกก.ฝอ. บก.สสท.