ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.ถ. 24-002 หมู่ที่ 16 ตำบลบางระกำ เชื่อมต่อ ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก (กองช่าง) (14 018)
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.ถ 24-002 หมู่ที่ 16 ตําบลบางระกํา เชื่อมต่อ ตําบลท่านางงาม อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานทางถนนให้มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน โดยมีขอบเขตงานก่อสร้างถนนกว้าง 6.00 เมตร ยาว 880.00 เมตร ช่วง กม. 1+260 ถึง 2+140
งานก่อสร้างประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญตามมาตรฐานทางวิศวกรรม ได้แก่ การเตรียมผิวทางเดิม การก่อสร้างชั้นพื้นทาง (Base) ด้วยหินคลุกตามมาตรฐาน มทส. 223-2562 การราดยางไพรม์โคท (Prime Coat) เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ และการปูผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphalt Concrete) หนา 4 ซม. ตามมาตรฐาน มทช. 230-2563 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนการควบคุมคุณภาพอย่างเคร่งครัด ทั้งการตรวจสอบอุณหภูมิส่วนผสม การบดอัดให้ได้ความแน่นตามมาตรฐาน และการติดตั้งเครื่องหมายจราจรให้ครบถ้วนตามแบบแปลน เพื่อให้โครงการมีความทนทานและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ
English summary
The project involves the improvement of an asphaltic concrete road surface on local highway code Phl.Th 24-002, located in Moo 16, Bang Rakam Subdistrict, connecting to Tha Nang Ngam Subdistrict, Bang Rakam District, Phitsanulok Province. The scope covers a road section from km 1+260 to 2+140, totaling 880 meters in length and 6 meters in width. The work includes site preparation, base course construction (crushed rock), prime coating, and asphaltic concrete paving (4 cm thick) in accordance with the Department of Rural Roads standards. The project aims to enhance road infrastructure safety and durability for local transportation.
หมู่ที่ 16 ตำบลบางระกำ เชื่อมต่อ ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับปรุงสภาพผิวจราจรให้มีความมั่นคง แข็งแรง และได้มาตรฐาน
- เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการคมนาคมขนส่งของประชาชนในพื้นที่ตำบลบางระกำและตำบลท่านางงาม
- เพื่อบำรุงรักษาทางหลวงท้องถิ่นให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
ขอบเขตของงาน
- งานปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete)
- งานเตรียมผิวทางเดิมและงานชั้นพื้นทาง (Base Course)
- งานราดยางไพรม์โคท (Prime Coat)
- งานปูผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ความหนา 4 เซนติเมตร
- งานติดตั้งเครื่องหมายจราจรและตีเส้นจราจรตามมาตรฐาน
- งานอำนวยความสะดวกและปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 880.00 เมตร
- รายงานผลการทดสอบวัสดุและผลการทดสอบความแน่น (Field Density Test)
- แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing)
- เครื่องหมายจราจรและเส้นจราจรที่สมบูรณ์ตามแบบ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการตามที่ระบุในสัญญาจ้าง (โปรดตรวจสอบในเอกสารสัญญาฉบับจริง)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการก่อสร้าง
- Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานวัสดุ มอก. และมาตรฐานงานทางของกรมทางหลวงชนบท (มทส./มทช.)
- Experience: มีประสบการณ์ในงานก่อสร้างทางหรือถนนลาดยาง
- Technical Capabilities: มีเครื่องจักรที่จำเป็น เช่น โรงงานผสมแอสฟัลต์ (Asphalt Mixing Plant), รถปูยาง (Paver), รถบดล้อเหล็กและรถบดล้อยาง
- Personnel: ต้องมีวิศวกรโยธาควบคุมงานและช่างโยธาที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. ตามที่ TOR กำหนด
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอโดยวิธีคัดเลือกหรือประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผิวจราจร: แอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 4 ซม.
- ชั้นพื้นทาง: หินคลุก (Crushed Rock Base) หนา 20 ซม.
- มาตรฐานวัสดุ: ต้องเป็นไปตาม มอก. และมาตรฐานงานทาง (มทส. 220-2562, 222-2562, 223-2562, 225-2562 และ มทช. 230-2563)
- ความแน่น: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของความแน่นแห้งสูงสุด
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงินเป็นงวดงานตามความสำเร็จของงาน
- มีการหักหลักประกันสัญญาและค่าปรับหากดำเนินงานล่าช้า
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: โครงการนี้ต้องใช้เครื่องจักรประเภทใดบ้าง? ตอบ: ต้องใช้โรงงานผสมแอสฟัลต์, รถปูยาง, รถบดล้อเหล็ก, รถบดล้อยาง และรถบดสั่นสะเทือน
2. ถาม: ความหนาของผิวแอสฟัลต์คอนกรีตที่กำหนดคือเท่าใด? ตอบ: หนา 4 เซนติเมตร
3. ถาม: ระยะทางรวมของโครงการนี้คือเท่าใด? ตอบ: 880 เมตร
4. ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรวิศวกรอย่างไร? ตอบ: ต้องมีวิศวกรโยธาและช่างโยธา ปวส. ประจำหน้างานตามที่ TOR ระบุ
5. ถาม: วัสดุหินคลุกต้องได้มาตรฐานใด? ตอบ: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มทส. 223-2562
6. ถาม: การทดสอบความแน่นในสนามใช้มาตรฐานใด? ตอบ: มทส.(ท) 501.4
7. ถาม: หากเกิดปัญหาอุปสรรคหน้างานต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องแจ้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร
8. ถาม: การตีเส้นจราจรใช้วัสดุประเภทใด? ตอบ: วัสดุเทอร์โมพลาสติกตาม มอก. 542
9. ถาม: โรงงานผสมแอสฟัลต์ต้องอยู่ห่างจากโครงการไม่เกินเท่าใด? ตอบ: ไม่เกิน 110 กิโลเมตร
10. ถาม: การประกันผลงานเป็นอย่างไร? ตอบ: เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้างก่อสร้างของ อบจ.พิษณุโลก
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
.
อ
ง
ค์การฯ
งหวั
ดพิษณุโลก
บริหารส่วนจัง
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กระทรวงมหาดไทย
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.อ 24-002 หมู่ที่ 16 ตําบลบางระกํา เชื่อมต่อ ตําบลท่านางงาม อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
บ
โดยทําการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ม
กวาง 6.00 เมตร ยาว 880.00 เมตร
نے
ช่วง กม.ท 1+260 - 2+140
หน้า 14
ข้อ.Q18
ห้
www.ppoo.go.th
กองช่าง โทร 0 5598 7718 - 20 ต่อ 313
ฝ่ายสํารวจและออกแบบ - กองช่าง - องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
วัดยางแขวนอู่
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองข่าง
แผนทีบริเวณโดยสังเขป โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.อ 24-002 หมู่ที่ 16 ตําบลบางระกํา เชื่อมต่อ ตําบลท่านางงาม อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
เ
ศูนย์สงเคราะห์ ราษฎรประจํา…
เริ่มต้นโครงการ
AN. 1+260
N 16.76484
E 100.06728
สุนสุดโครงการ
กม. 2+140
N
16.77129
E 100.07046
เพชรเกรียงไกรฟาร์
Sonanuso
โครงการ
ค้ารวจ/ออกแบบ นายนพดล เพ็งเทค
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาด ยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
เขียนแบบ นายมนตรี โพธิ
วิศวกร
นางสาวพิมพ์ไอล คมข่า
สถานที
วิสวกร
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.ต 24-002 หมู่ที่ 18
นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
ตรวจ
ตาบลบางระก๋า เอี่ยมต่อ สาบลท่านางงาม
อ้าเภอบางระกา จังหวัดพิษณุโลก
นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล
ตรวจ
นายปิโยรส บุญญฤทธิ์
ผู้อ้านวยการกองช่าง
กึ่งกลางโครงการ
N 16.76807
E 100.06879
นายช่างโยธาชํานาญงาน ผู้ช่วยนายช่างโยธา
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ วิศวกรโยธาชานาญการ
หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก วัน/เดือน/ปี
เห็นชอบ นางสาวศรีสุรางค์ ทอง
เห็นชอบ นางสีไพร โกธรรม
న โกอ
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบแผนที่
รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบเลขที่
เห็นชอบ นายเอกพงษ์ กุลเจริญ
อนุมัติ นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ไป ต.ชุมแสงสงคราม
รูปแปลน
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.ถ 24-002 หมู่ที่ 16 ตําบลบางระกํา เชื่อมต่อ ตําาบลท่านางงาม อําาเภอบางระก๋า จังหวัดพิษณุโลก
จูนสุดโครงการ
กม. 2+140
N!
16.7729
E 100.07046
ไป ต.ชุมแสงสงคราม
วัดกรุงกรัก
เริ่มต้นโครงการ
กม. 1+260
N 16.76484 E 100.06728
ค ล อ ง พ ร ะ พ าย
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองข่าง
L.
|
|
วัดตลุกแรด
กึ่งกลางโครงการ
N 16.76807
E 100.06879
วัดแหลมเจดีย์
เทศบาลบางระกําเมืองใหม่
เข้าเมืองพิษณุโลก
สํารวจ/ออกแบบนายนพดล เพ็งเทค
นายมนตรี โพธิ
นางสาวพิมพ์ไฉล คมขํา
โครงการ
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาด
เขียนแบบ
ยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
วิศวกร
สถานที่
วิศวกร
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.ต 24-002 หมู่ที่ 16
นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
ตรวจ
สําบลบางระค้า เชื่อมต่อ าบลท่านางงาม
นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล
อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
ตรวจ
นายปิโยรส บุญญฤทธิ์
นายช่างโยธาชานาญงาน
ผู้ช่วยนายช่างโยธา วิศวกรโยธาปฏิบัติการ วิศวกรโยธา านาญการ หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ ผู้อ่านวยการกองช่าง
โรงเรียนบ้านท่านางงาม
ไป ต.ท่านางงาม
ตารางแสดงแหล่งวัสดุและผลการทดสอบ
งานที่
A สอง
A
LL
ALL
PI
แน่น เน เ
COR
นพม
x
x
X
MEKSTİLER.
%
H
2.Satuma kwa Tan
ลูก จ
BL
24.60
17.20
7.40
2.060
H.60
5.03
26.10
ไฟโทน น น
GL
24.00
17.20
7.40
2.000
10.80
5.03
20.10
.
หมายเหตุ
- แหล่งวัสดุที่ทนในแบบแปลนเป็น ๒ หล่งแนะเท่าน -การเปลี่ยนแปลงบก และโรงโม่หิน าหนดไว้ในแบบแปลน
ให้กับราคาค่าจ้างอน
ตามระยะทางขนส่งที่เปลี่ยนแปลง
เห็นชอบ นางสาวศรีสุรางค์ ทอง
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
วัน/เดือน/ปี
เห็นชอบ นางไพร โกธรรม
เห็นชอบ นายเอกพงษ์ กุลเจริญ
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก แบบแสนที
รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก แบบเลขที
อนุมัติ นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
103.000
192.000
101.000
100.000
99.000
98.000
97.000
96.000
95.000
94.000
ระดับกอสราง
93.000
ระดับถนนเดิม
ระบบเม
99.020
98.960
99.020
99.020
99.020
ELEV.
99.020
99.020
98.700
99.020
โคเอมต่อ:การ ม.ที่ 1-10
1+760
หมายเหตุ
1+810
- จํานวนท่อในแต่ละแถวและตําแหน่งการวางท่ออาจเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานทั้งนี้ยอดรวมต้องเท่าเดิม
1+860 - ตําาแหน่งก่อสร้างสะพาน,ทอลอดเหลี่ยม,เครื่องหมายจราจรและรวงระบายนํ้า
อาจเปลี่ยนแปลงไปจากแบบก่อสร้างได้ ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เขตทาง ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่
4. งานตัด ได้แก่ งานตัดดิน,งานตัดหิน,งานตัดหินแข็ง และงานตัดอื่นๆ)
ท่อลอดเหลี่ยม คสอ. ที่ระบุไว้ในแบบสามารถใช้ท่อลอดเหลี่ยมสําเร็จรูปแทนได้
โดยพื้นที่หน้าตัดของการรับน้ําจะต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่าที่ระบุในแบบ และผู้รับจ้างจะต้อง ส่งเบบพร้อมรายการคํานวณมาให้หน่วยงานเจ้าของแบบตรวจสอบ เพื่อพิจารณาอนุมัติ
1+910
มาตราส่วน
คบ
A4
99.020
98.490
10
20
30
99.020
1+800
1+900
2+000
2+100
ระดับท เกนมเติม
99.020
98.490
99.020
99.020
98.500
99.020
ระดับกอสราง
99.020
98,450
99.020
99.020
98.320
99.020
99.020
98.320
1+960
10
i
.cr
40
30 ม.
: 1,000
แบบสายทาง
2+010
2+060
2+110
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พ.ศ 24-002 หมู่ที่
าบลบางจะทํา เชื่อมต่อ ตําบลท่านางงาม เขียนแบบ
อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
แสดงแบบ
แปลนและรูปตัดตามยาว
2+140
เ บ อบ
ารวจ
นายนพดล เห่งเทค
นาย างโรคา านาญงาน
ส่วนหรือพั
เก้น ขน
วิศวกร
วิศวกร
บายมนตรี โพลี นางสาวพิมพ์โดย คมขํา นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
Ayolim, TarU )
คิวกรโยลาปฏิบัติการ
เล่นdoy
วิ วรรโยธา วนา การ
พ า ก า า น า ม า ก
5
บ
1: 100
แผนที
จํานวนแผ่น
ตรวจแบบ | นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล ตรวจแบบ นายปิโยรส บุญญฤทธิ์
หัวหน่าย บ ารวจและออกแบ
เ หวยการกองช่าง
POT. STA 2+190.000
103.000
102,000
101,000
100.000
99.000
98.000
97.000
96.000
95.000
94.000
93.000
ELEV.
103.000
102,000
101.000
100.000.
99.000
98.000
97.000
96.000
95.000
94,000
93.000
ระดับกอสราง
ระดับบนเดิม
ระดับ เดิม
99.020
98,710
99.020
99.020
98.620
99.020
ELEV.
99.020
98.460
99.020
POT. STA. 1+260.000
1+260
หมายเหตุ
1+310
- จํานวนท่อในแต่ละแถวและตําแหน่งการวางท่ออาจเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานทั้งนี้ยอดรวมต้องเท่าเดิม
1+360 - ตําแหน่งก่อสร้างสะพาน,ท่อลอดเหลี่ยม,เครื่องหมายจราจรและรางระบายน้ําว
อาจเปลี่ยนแปลงไปจากแบบก่อสร้างได้ ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน 3. เขตทาง ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่
งานติด (ได้แก่ งานอัดดิน,งานตัดหิน,งานตัดหินแข็ง และงานอื่นๆ) - ท่อลอดเหลี่ยม คสล. ที่ระบุไว้ในแบบสามารถใช้ท่อลอดเหลี่ยมสําเร็จรูปแทนได้
โดยพื้นที่หน้าตัดของการรับน้ําจะต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่าที่ระบุในแบบ และผู้รับจ้างจะต้อง ส่งแบบพร้อมรายการจ่านวนมาให้หน่วยงานเจ้าของแบบตรวจสอบ เพื่อพิจารณาอนุมัติ
1+410
: I. -
มาตราส่วน
0
นอน
0
99.020
98.420
1+260
14
99.020
1+300
1+600
1+700
1+400
1+500
99.020
98.350
99.020
ระดับก่อสร้าง
ระดับหลังแบบเติม
99.020
98.490
99.020
99.020
98.400
99.020
99.020
98.490
99.020
1+460
10
20
30
40
30 ม.
I: 1,000
แบบสายทาง
14510
1+560
1+610
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ทัพยางหลวงท้องถิ่น พล.อ 24-002 หมู่ที่ 18 ค่าบลบางระก๋า เชื่อมต่อ ตําาบลท่านางงาม
อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
แสดงแบบ
แปลนและรูปตัดตามยาว
น
1 : 100
แผ่นที่
จํานวนแผน
www.ppao.go.th
คํารวจ นายนพดล เพ่งเทศ
เขียนแยบ นายมนตรี โพธิ
วิลกร นางสาวพิมพ์ไฉล คมช
วิคิวกร นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ ตรวจแบบ นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล ตรวจแบบ นายปิโยรส บุญญฤทธิ์
1+660
นายช่างโยธา านาญม
ผู้ช่วยนายช่างโยธา วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
วิศวกรโฮ า านาญการ หัวหน้าเผยสารวจและออกแบบ
อ่านวยการกองราง
1+710
เ บ บ
JLYWBRU
โลก
tm ใบ)
เ บ บ
ri
99.020
98.6.30
99.020
99.020
98.760
99.020
99.020
1+760
98.960
103.000
102.000
101.000
100.000
99.00
98.000
97.000
96.000
95.000
94.000
93.000
ELEV.
รุสเซียมต่อโครง กม.ที่ 117
ผิวจราจร
6.00
ผิวจราจร
6.00
100
100-
99.p20
99-
ลูกรัง - 09 ม.
99.020
คกรัง
3.028
99-
98-
98
97-
96
STA. 1+910.000
NGL - 98.490
101-
100-
99-
98-
97-
101-
100-
99-
98-
97-
101-
100-
99-
98-
97-
101-
100
99-
98-
97
มาคราวน
5
..
.
1: 100
97
96-
100-
99
99.020
ลูกรัง 0.52 ม.2
98-
97
STA. 1+860.000
NGL = 98.700
99.p20
STA. 1+810.000
NGL = 99.020
ลกรัง
99.p20
ลกรัง
STA. 1+760.000
NGL = 98.960
99.020
ลกรัง
STA. 1+710,000
NGL = 98.760
N
ม.
96-
101-
100
99-
98
97-
100-
99
2
98-
97
96-
STA. 2+110.000
NGL = 98.320
99.020
ลูกรัง
2.918 ม.2
STA. 2+060,000 NCL = 98.450
99.020
คกรัง - 20 ม.
STA. 2+010.000 NCL = 98.500
1
99.020
ลูกรัง 1.895
2
STA. 1+960.000
NGL = 98.490
ม
แบบสายทาง
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.อ 24-002
หมู่ที่ 16 ตําาบลบางระกํา
เชื่อมต่อ ตาบลทานางงาม อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
แสดงแบบ
แปลนและรูปตัดตามขวาง
แผ่นที่
จํานวนแผ่น
www.ppoo.go.th
สารวจ นายนพดล เทิงเทศ
เขียนแ น นายมนตรี โพธิ์
วิศวกร นางสาวพิมพ์ไอล คม
คมซ้ํา
เห็นชอบ
นายช่างโยธาชํานาญงาน เช่น ลบ ผู้ช่วยนายช่างโยธา
วิศวกรโยธาปฎิบัติการ เล่นสอบ วิศวกรโยธาชํานาญการ หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ อนุมัติ
วิศวกร นายวุฒิวงศ์ อนันตารณ์ ตรวจแบบ นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล ตรวจแบบ นายปิโยรส บุญญฤทธิ์ หนวยการกองช่า
wwwwww.www
parater Je ole ใ
, to
กาไหล่ จ
Cyelligent easy) พาชาย กาจ โห . .
ок
น่
ผิวจราจร
6.00
100-
101-
99.p20
99-
ลูกรัง 2.858 ม.
2
100-
98
97-
96-
98
97
100-
99
98-
97
96
100-
99-
98-
97
96
101-
100-
99
98-
97-
101-
100-
99
98
97-
มาตราสวบ
1
2
พ.
站 Venu
1 : 100
STA. 1+460.000
NGL = 98.350
100
99.020
ลูกรัง
2.250 ม.2
99-
98
97
96-
STA. 1+410.000
NGL = 98.420
100-
99.p20
ลูกรัง 2. 23 ม.
99-
98-
STA. 1+360.000
NGL = 98.460
97
96-
100
99-
99.020
ลกรัง
0.976.2
98
97
STA, 1+310.000
NGL = 98.620
99.020
ลกรัง 0.680 ม.
STA. 1+260.000
NGL = 98.710
96
ผิวจราจร
abo
6.00
99.020
ลูกรัง 0.666 1.
0.866.2
STA. 1+660.000 NGL = 98.630
99.020
ลูกรัง 1,890 ม.2
STA. 1+610,000 NGL = 98.490
99.p20
ลกรัง
2.660 ม.2
STA. 1+560.000
NGL = 98.400
99.020
ลูกรัง 1.950 ม.2
แบบสายทาง
STA. 1+510.000 NGL 98.490
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.0 24-002 หมู่ที่ 16 ตําบลบางระกํา เชื่อมต่อ ตาบลทานางงาม อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
แสดง
สดงแบบ
แปลนและรูปตัดตามขวาง
แผ่นที่
จํานวนแผ่น
สํารวจ นายนพดล เพิ่งเทศ
เขียนแบน นายมนตรี โพธิ์
วิศวกร นางสาวพิมพ์ไกล คมช วิศวกร นายวุฒิวงศ์ อนันตา ตรวจแบบ นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล ตรวจแบบ นายปิโยรส บุญญฤทธิ์
เห็นสอบ
นายช่างโยธาชานาญงาน เห็น ลข ผู้ช่วยนายช่างโยธา
ลวกรโยธาปฏิบัติการ เพิ่มชอบ วิศวกรโยธาชํานาญการ หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ อนุมัติ อานวยการกองช่าง
wow ในก
dta, Tonk
SUN
ก า ล น
100-
99-
98-
97-
96-
ผิวจราจร
6.00
วจรวจร
6.00
99.020
ลูกรัง 3,028 ม.
2
มาคราวน
STA. 2+140.000
0
2
5 ม.
1 : 100
·
AA นอ
แบบสายทาง
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.ต 24-002
หมู่ที่ 16 ตําบลบางระกํา
เชื่อมต่อ าบลท่านางงาม อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
น คงแบบ
แปลนและรูปตัดตามขวาง
www.ppoo.co.th
สํารวจ นายนพดล เทิงเทศ
เขียนแบบ,นายมนตรี โพ
วิศวกร นางสาวพิมพ์ไหล สมา
เห็นชอบ
CA
เห็นชอบ
นายช่างโยธาชานาญงาน ผู้ช่วยนายช่างโยธา
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ เห็นชอน
วิศวกร นายวุฒิวงศ์ อนันตาร วิศวกรโยธาชํานาญการ ตรวจแบบ นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล
แผ่นที
จ่านวนแผน
ตรวจแบบ นายปิโยรส บุญญฤทธิ์
หัวหน้าฝ่ายสารวจและออกแบบ อนุมัติ
อ้าน กก รางชาง
t you uny
( air}
- โท
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง/ปรับปรุง ถนนลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ฝ่ายสํารวจและออกแบบ กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
EQ.
ผิวจราจร..6.00
ม.
EQ..
กรณีไม่มีไหล่ทาง
เขียนแบบ
ก
กองบาง
hoih จน ออก
แบบแสดง
บรรดาน
งานเอส
สติกคอนกรีต
(ASPHALT CONCRETE)
Slop 1.15
3%
2
1.)
(4)
ระดับก่อสร้าง
(3)
3%
Slop 1:15
-ผิวจราจร ลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทนา
พื้นทาง CRUSHED ROCK หนา 0.20 ม.
รองพินทาง SCIL AGGREGATE. ………………………. ชั้นลมจีนทาง
1
ชั้นทางที่ดําเนินการ (1) Q do de
มาตรฐานในงานทาง
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยค้นทางเดิม ตาม มทร. 279 -
2) มาตรฐานงานถมคันทาง ตาม มทส. 220 - 2562
4.
d
(3.
4 cm.
15 cm.
ชั้นคันทางเดิน ดิน ลูกรัง หินคลุก อื่นๆถนนลาดยางเดิม
รูปตัดแสดงโครงสร้างถนน และ คุณสมบัติวัสดุ
รายการและรายละเอียดประกอบแบบ
ต้องได้ความกว้างและความยาวและความลึกหรือความสูงที่ได้แนวและระยะโดยตลอดตามโครงการ กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความกว้าง ที่ต้องเจอต้นไม้ใหญ่ ตอไม้ เสาไฟฟ้า ที่ดินชาวบ้าน
รางระบายน้ํา เสารั้วชาวบ้าน ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่น เสาป้าย ฯลฯ หรือเหตุอื่นใดที่เป็นเหตุให้ ความกว้าง ณ จุดบริเวณ นั้น ความกว้างไม่ได้ตลอด ตามข้อความที่ปรากฏในสัญญาจ้างและรายการ ให้ผู้รับจ้างทํางานจ้วงชดเชย โดยทํางาน ทางด้านความกว้างในระยะทางอื่นๆ ที่ทําได้ให้กว้างออกไป หรือความยาว เมื่อทางานจ้างเสร็จแล้ว ปริมาณงานโดยรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่าในสัญญาจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานรายงานและจัดทํา As BUILT Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้าง ของผู้รับจ้าง 2.กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความยาว ให้ผู้ควบคุมงานใช้ดุลยพินิจ ว่าสมควรต่อความยาวหรือชดเชยด้าน
ความกว้างทางด้านใด โดยที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ และปฏิบัติเช่นเดียวกันกับกรณีความกว้าง
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง ตาม มทส. 222 - 2562
4. มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง ตาม มทส. 223 - 2562
ข้อกําหนดการออกแบบผิวทางและส่งตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพ
วิศวกร
2562
- ผลการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตตามวิธีของมาร์แชล (Marshalt Mix Design Method)
- ผลทดสอบหาค่าความแน่น (Density) ของส่วนผสมๆ เมื่อทดลองตามวิธีมาร์แชล และคํานวณ Void Analysis 3. ผลทดสอบหาหาคา Marshall Stability และ Marshall flow ของก่อนตัวอย่าง 4. ผลทดสอบหาขนาดคละของวัสดุ Hot Bin
- ผลทดสอบหาหาปริมาณแอสฟัลต์ และขนาดคละของวัสดุมวลรวมในส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อทดลองโดยวิธี Centrifuge โดยที่ค่าต่าง ๆ ที่ทดลองได้ จะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดของแบบสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula)
3.กรณีที่ต้องเว้นดินทางหรือมีการเพิ่มเติมงานวางท่อหรือเหตุอื่นใดที่บังเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและการสาธารณะ และเป็นผลดี
ต่อทางราชการ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานดําเนินการประกอบ การจัดทํารายงานและจัดทํา As BLALT Drawing แบบก่อสร้างจริง
รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้างของผู้รับจ้าง 4.งานก่อสร้างลาดยางของผู้รับจ้างต้องราบเรียบดูเรียบร้อยโดย ให้ยึดถือการทํางานที่ดีในสามัญสํานึกของความเป็นช่างและของผู้รับจ้าง และไม่ได้หมายความว่าต้องราบเรียบเหมือนในแบบแปลน ทั้งนี้ต้องยึดงานระดับและภูมิประเทศของท้องถิ่นนั้นเป็นเกณฑ์ด้วย ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ให้ยึดถือว่าเป็นงานเหมารวมโดยไม่ต้องไปแก้ไขสัญญาจ้างหลัก เพื่อให้การบริหารจัดการทางพัสดุ
ของภาครัฐเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
( หมายเหตุ เฉพาะกรณีที่ไม่เกิดปัญหาที่ถือว่าเป็นค่างานเงินเพิ่มหรือค่างานเงินลด อันเป็นผลให้ราคาตกลงจ้างตามสัญญาเปลี่ยนแปลง)
aori
วิศวกร
วิศวกร
( นายสราวุฒิ เสียงชัยศรี) บ้านนายชาง ยนแบบ
KAS
1 นาย วรพงษ์ กับปากพิง
สถาปบ้าปฏิบัติการ
( นางสาวพิม โจล คา
วิศวกรโยธาปฏิบัติกา
(นายวุฒิวงศ์ อนันตชาวน์) ทางโยธาชํานาญการ
( นายสราวุธ แสง Semlachungma Franamalurumi
หลวง
กาง
เน
(นาย สิทธิ์ จงกล หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) อ่านวยการกองช่าง
นาย ท โ บ ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เงินรอบ
( บางสีไพร โก รรม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เด่นรอบน
A
( นายพงษ์มนู ทองหนัก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
จมมิด
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2556
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธน) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก - ขอบข่าย
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง
(Base)
โดยอ้างอิงจาก มทภ. 223 - 2562
งานชั้นพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างชั้นพื้นทางโดยการถมและบดอัดวัสดุพื้นทางให้ได้รูปร่างและระดับ ตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตาม มาก. 203 : มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base)
3.
3.1 ต้องตรวจสอบระดับและความเรียบร้อยต่างๆ ของชั้นรองพื้นทางหรือคันทางให้ถูกต้องก่อน
วิธีการก่อสร้าง
3.2 ถ้าแบบกําหนดความหนาขึ้นพื้นทางมากกว่า 20 เซนติเมตร ให้แบ่งทําเป็น 2 ชั้น หน้าชั้นละเท่าๆกันโดยประมาณ
3.3 นําวัสดุพื้นทางลงบนชั้นรองพื้นทางแล้วพ่นน้ําผสมคลุกเคล้าโดยให้มีความชื้นสม่ําเสมอและใกล้เคียงกับ Optimum Moisture Content + 2 % โดยประมาณ จึงเกลี่ยแล้วบดอัดทันทีด้วยรถบดล้อยางหรือ เครื่องจักรกลบดอัดที่เหมาะสม
ให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มทส.(ท) 5014 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.4 ในระหว่างการบดอัดให้มีการเกลี่ยแต่งช่วยเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ปราศจากหลุมบ่อและวัสดุหลวมและเพื่อให้ผิวหน้าราบเรียบแน่นสม่ําเสมอ ให้บดอัดตบแต่งชั้นสุดท้ายด้วยรถบดล้อเหล็ก
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใด พบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยบดอัด จะต้องขุดคุ้ยออก (Scarify) และผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากมีความชื้นสุดลงให้พ่นน้ําเพิ่มเติม หากวัสดุพื้นทางที่ขุดคุ้ยทําการผสมคลุกเคล้า
ใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด จะต้องขนวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
3.6 ในระหว่างก่อสร้าง หากมีน้ําขังหรือเกิดมีฝนตกหรือมีน้ําในพื้นทางมากกว่าปริมาณที่กําหนด เพื่อการบดอัดจนเป็นเหตุให้ชั้นรองพื้นทางเสียหาย ต้องรื้อพื้นทางออกและการตบแต่งบดอัดชั้นรองพื้นทางใหม่ให้ถูกต้อง
3.7 เมื่อทําการก่อสร้างพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีหน้าเรียบสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
4. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
เมื่อวัดสอบด้วยไม้บรรทัดข้างตรงยาว 3.00 เมตร กับผิวหน้าของพื้นทางในทิศทางขนานกับแนว ศูนย์กลาง ระดับต่างกันต้องไม่เกิน 125 เซนติเมตร หากเกินกว่าที่กําหนดนี้ต้องปรับระดับโดยวิธีเสริม พื้นทางที่ต่ําและปาดพื้นทางที่สูงออก บดอัดให้แน่นแล้วเกลี่ยแต่งจนได้ระดับที่กําหนด
www
ค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
ทองชาง
ฝ้าย ารวจและออกแบบ
แบบแสดง
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง
(Base)
โดยอ้างอิงจาก มาก 223 - 2562
ยน เบบ
เ ป ก
วิศวกร
วิศวกร
วิศวกร
ตรวจ
1 นายจิระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ RAS
вычия
( นายพีรพงษ์ กับปากฟัง )
สถาปนิกปฏิบัติการ
1 นางสาวพิมพ์ไอล คม หวกรโยธาปฏิบัติงา
(นาย า อ น ารณ์ ) วิศวกรโยธา านาญการ
นายศราวุธ แสงเกตุ กาโม า า า า ร า บ ล
หมโรง: มาจอม
ללות
เมนชอบ
H
เนม สิทธิ์ จากลาหาญ
หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) ผู้อ้านวยการกองข่าง
( นายภัทร ใจเอม)
HW H
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
D220.9.66
( นางไพร โกธรรม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เนยชอบ
H
10/201
(นาย พงษ์มนู ทองหนัก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อมมัด
(บายมนต์ชัย วิวัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
UINAGA
Wo
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2566
naru ป
1.
ຫຼອນງ່າຍ
มาตรฐานงานถมดินทาง (Embankment) โดยอ้างอิงจาก มทส. 220 - 2562
งานถมดินทาง หมายถึง การก่อสร้างถมดินทาง การถมขยายคันทาง รวมทั้งการกลบแต่งหลุมบ่อต่างๆ ด้วยวัสดุคัน ทางที่มีคุณภาพและถูกต้องตามข้อกําหนดจากแหล่งที่ได้รับการเห็นชอบแล้วมาถมเป็นคันทาง โดยการเกลี่ยแต่งและบดอัด ให้ได้แนวระดับ และรูปร่าง ตามที่แสดงไว้ในแบบก่อสร้าง
2.
วัสดุ
2.1 กรณีแบบก่อสร้างไม่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ให้ใช้วัสดุถมคนทางประเภทอื่นทั่วไปตาม มาก. 201 : มาตรฐาน วัสดุถมคันทาง (Embankment)
2.2 กรณีบริเวณก่อสร้างคันทางมีลักษณะเป็นหนองน้ํา คูนา ที่มีเลนและซากวัสดุตกตะกอนอยู่ ให้ใช้วัสดุถมคันทาง ประเภทวัสดุมวลรวมหรือวัสดุดินทางประเภททรายตาม มทส. 201 : มาตรฐานวัสดุถมคันทาง (Embankment)
2.3 กรณีบริเวณก่อสร้างคืนทางมีลักษณะเป็นดินอ่อน มีค่า ซีบีอาร์ (C.B.R.) น้อยกว่าร้อยละ 2 ที่มีเลนและซากวัสดุ ตกตะกอนอยู่หรือแบบก่อสร้างระบุให้ใช้ทรายเป็นวัสดุถมต้นทางให้ใช้วัสดุถมต้นทาง ประเภททรายตาม มาก. 201 : มาตรฐานวัสดุถมดินทาง (Embankment)
3.
วิธีการก่อสร้าง
3.1 การถมคันทางด้วยวัสดุตามข้อ 2.1
3.1.1 ก่อนถมดินคันทาง ถ้ามีหลุม แอ่ง หรือโพรงที่เกิดขึ้นจากการถางป่า ชุดต่อ ต้องใช้วัสดุที่เหมาะสมกลบแล้ว
บดอัดให้แน่นสม่ําเสมอเสียก่อน
3.1.2 การเดินทางจะต้องตามให้ได้แนว ระดับ และรูปร่างตามที่แสดงไว้ในแบบก่อสร้าง 3.1.3 ดินเดิมหรือลาดค้นทางของถนนเดิม ซึ่งอยู่ต่ํากว่าระดับคืนทางที่จะทําการก่อสร้างใหม่น้อยกว่า 1 เมตร
ตามแบบก่อสร้าง หลังจากกําจัดสิ่งไม่พึงประสงค์ต่างๆ ออกหมดแล้ว หรือหลังจาก การถางป่าและชุดต่อ แล้ว จะต้องทําการบดอัดชั้น 25 เซนติเมตร สุดท้ายวัดจากระดับดินเดิม หรือผิวถนนเดิมลงไป โดยให้มี ความแน่นแห้งไม่ น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก. (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่น ของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test) 3.1.4 ก่อนการถมวัสดุชั้นแรกให้ราดน้ําในดินเดิม หรือชั้นคันทางเดิมที่ได้เตรียมไว้แล้วให้เปียกชื้นอย่างสม่ําเสมอ
ใช้เครื่องจักรที่เหมาะสมขนดินไปยังชั้นที่เตรียมไว้ โดยใช้ปริมาณน้ําที่ Optimum Moisture Content +3 % วัสดุที่จะใช้ทําการถมและบดอัดในแต่ละชั้นต้องนามา เกลี่ยคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อน แล้ว พรมน้ําตามจํานวนที่ต้องการใช้รถเกรด (Motor Grader) ปาดเกลี่ยให้วัสดุมีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการ
นตอัดแน่น
3.1.5 การถมดินทางให้ถมเป็นชั้น ๆ เมื่อทําการบดอัดแน่นตามมาตรฐานแล้วมีความหนาไม่เกิน 40 เซนติเมตร
โดยให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก. (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความ แน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.1.6 ในกรณีที่จะขยายค้นทางเดิม ให้ตัดลาดค้นทางเดิมเป็นแบบขั้นบันได (Benching) จากปลายเชิงลาดถึง ขอบไหล่ทาง มีความกว้างพอที่เครื่องมือบดอัดที่เหมาะสมลงไปทํางานได้ วัสดุที่ตัดนี้ให้เกลี่ยแผ่ วัสดุ อย่างสม่ําเสมอในแนวราบ โดยให้ดําเนินการก่อสร้างเป็นชั้นๆ เมื่อทําการบดอัดแน่นตาม มาตรฐานแล้ว มีความหนาไม่เกิน 40 เซนติเมตร โดยให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (FieldDensity Test) 3.1.7 วัสดุที่ใช้ทําคันทางที่อยู่ติดกับท่อหรือคอสะพาน หรือบริเวณอื่นใดก็ตามที่ไม่สามารถบดอัดด้วยเครื่องจักร ขนาดใหญ่ได้ทั่วถึง ให้ใช้เครื่องมือบดอัดขนาดเล็กทําการบดอัดได้ ทั้งนี้เครื่องมือและ วิธีการบดอัดจะต้อง ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อนและให้ดําเนินการก่อสร้างเป็น ชั้นๆ เมื่อทําการบดอัดแน่นตาม มาตรฐานแล้ว มีความหนาไม่เกิน 40 เซนติเมตร ได้ความแน่นแห้ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก. (7) 501.4 มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density est) 3.1.8 ในกรณีที่แบบก่อสร้างไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ทางเดิมที่ยังไม่มีตัวถาวรและต้องการจะถมดินทางให้สูง
ขึ้นอีกไม่เกิน 30 เซนติเมตร จากระดับเดิม จะต้องคราดได้ผิวทางเดิมให้ลึกไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร แล้ว ทําการบดอัดรวมไปกับชิ้นใหม่ที่ถมของวัสดุถมคนทางนั้นความหนาของชั้นที่ คราดไถรวมกับวัสดุ ใหม่จะต้องมีความหนาของแต่ละชั้นไม่เกิน 40 เซนติเมตร เมื่อทําการบดอัดแน่นตามมาตรฐานแล้ว
3.1.9 ในกรณีที่งานปั้นดินเดิมเป็นบริเวณไหล่เขา หรือทางลาดหรืองานดินตัด ก่อนทําการถมดินชั้นแรกใน
บริเวณดังกล่าว ให้ทําการคราดได้ชั้นดินเดิมอีกไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร เพื่อการยึดเกาะที่ดีระหว่าง ชั้นดินเดิมและวัสดุถมคันทาง
3.1.0 เมื่อมวัสดุจนเสร็จถึงขั้นสุดท้ายแล้ว ให้เกลี่ยวัสดุจนได้แนว ระดับ ความลาด ขนาด และรูปติดตามที่ แสดงในแบบก่อสร้าง บดทับจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด ไม่มีหลุมบ่อหรือวัสดุที่หลุดหลวม ไม่แน่นอยู่บนผิว แล้วก่อสร้างชั้นทางชั้นถัดไปนิดทับทันที
3.2 การถมดินทางด้วยวัสดุตามข้อ 2.2
3.2.1 ให้ทําการถางป่า ชุดต่อ และกําจัดวัสดุอื่นๆ ที่ไม่พึงประสงค์ออกจากบริเวณที่จะก่อสร้างคันทาง
3.2.2
3.2.3
3.2.4
ในบริเวณพื้นที่ที่จะก่อสร้างคันทางที่เป็นคูน้ําซึ่งมีเลนหรือวัสดุอื่นที่ไม่ต้องการหรือตะกอนทับถมจะต้อง
ทําการจัดวัสดุดังกล่าวออกจากบริเวณที่จะเป็นฐานรองรับคืนทาง (Working Platform) โดยสูบน้ํา ออกและใช้เครื่องจักรตัดหรือปาดเลนออกให้มากที่สุด แล้วใช้วัสดุตาม ข้อ 2.2 ถมไม่เสน การถมวัสดุไล่เลนให้เริ่มถมจากแนวกึ่งกลางทางหรือจากเชิงลาดค้นทางเดิมออกไปทางด้านข้างจน
พื้นที่บริเวณที่ต้องการไม่มีเลนเหลือตกค้าง อันอาจทําให้เกิดความเสียหายแก่ต้นทางได้
การถมวัสดุเพื่อทําเป็นฐานรองรับคันทางชิ้นแรกโดยให้สมวัสดุอยู่เหนือระดับน้ําไม่เกิน 40 เซนติเมตร แล้วทําการบดอัดให้ได้ความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (1)501.4 : มาตรฐานการ ทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.2.5 ในกรณีที่จะขยายตันทางเดิม เมื่อดําเนินงานตามข้อ 3.2.2 เรียบร้อยแล้วให้ทําการก่อสร้างต้นทาง
โดยตลาดคนทางเดิมออกไปเป็นแบบขั้นบันไดจากปลายเชิงชายถึงชอบไหล่ทาง มีความกว้าง พอที่ เครื่องมือบอดที่เหมาะสมลงไปทํางานได้ แล้วถมวัสดุเป็นชั้นๆ เมื่อทําการบดอัดแน่นตาม มาตรฐาน แล้ว มีความหนาไม่เกิน 40 เซนติเมตร ได้ความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (7) 5014 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test) 3.2.6 เมื่อมวัสดุจนเสร็จถึงขั้นสุดท้ายแล้วให้เกลี่ยวัสดุจนได้แนว ระดับความลาด ขนาด และรูปตัด ตามที่
แสดงในแบบก่อสร้าง บดทับจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด ไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุที่หลุดหลวมไม่ แน่นอยู่บนผิว แล้วก่อสร้างขึ้นทางชั้นถัดไปปิดทับทันที
เหมาะสม
3.2.7 ให้ทําการป้องกันลาดค้นทาง (Slope Protection) เพื่อป้องกันน้ําเซาะด้วยวัสดุและวิธีการที่เหง
หรือตามที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง
3.3 การถมคันทางด้วยวัสดุตามข้อ 2.3
3.3.1 ให้ทําการถางป่า ชุดต่อ และกําจัดวัสดุอื่นๆ ที่ไม่พึงประสงค์ออกจากบริเวณที่จะก่อสร้างคันทาง 3.3.2 ในบริเวณพื้นที่ที่จะก่อสร้างคืนทางที่เป็นคูน้ํา ซึ่งมีเส้นหรือวัสดุอื่นที่ไม่ต้องการหรือตะกอนทับถมอยู่
จะต้องทําการจัดวัสดุดังกล่าวออกจากบริเวณที่จะเป็นฐานรองรับต้นทาง (Working Platform) โดย สูบน้ําออก และใช้เครื่องจักรกหรือปาดเลนออกให้มากที่สุด แล้วใช้วัสดุตามข้อ 2.3 ผมใส่เลน 3.3.3 การถมทรายได้เล่นให้เริ่มถมจากแนวกึ่งกลางทางหรือจากเชิงตันทางเดิมออกไปทางด้านข้างจนพ้น
บริเวณที่ต้องการโดยไม่มีเลนเหลือตกค้าง อันอาจทําให้เกิดความเสียหายแก่คนทางได้ 3.3.4 การถมทรายเพื่อทําเป็นฐานรองรับคันทางชั้นแรก โดยให้ถามวัสดุอยู่เหนือระดับน้ําไม่เกิน 40
เซนติเมตร แล้วทําการบดอัดให้ได้ความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก.(ท) 5014 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.3.5 เมื่อได้ก่อสร้างถมดินทางจนเสร็จขั้นสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่ต้องทิ้งไว้ในช่วงระยะเวลาผมทิ้งไว้(Waiting
Period) ตามที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง ให้เกลี่ยทรายจนได้แนวระดับความลาด ขนาด และ รูปตัด ตามที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง บดอัดจนได้ความแน่นตามข้อกําหนดให้ก่อสร้างชั้นทางชั้นถัดไปบิด ทับทันที ในกรณีที่ต้องทิ้งไว้ในช่วงระยะเวลาผมทิ้งไว้ตามที่ กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง เมื่อครบระยะ เวลาผมทิ้งไว้ให้ตรวจสอบระดับผิวชั้นทรายถมคันทาง และทําการปรับระดับเสริมด้วยทรายที่มี คุณภาพถูกต้องก่อสร้างขึ้นมาเป็นชั้นๆ ตามวิธีการข้างต้นจนเสร็จขั้นสุดท้าย เกลี่ย แต่งจนได้แนวระดับ ความลาด ขนาด และรูปตัด ตามที่กําหนด ไว้ในแบบก่อสร้าง บดอัดจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด และตองก่อสร้างชั้นทางชั้นถัดไปปิดทับทันที
จงค์วาน พาวหวัดพิษณุโลก กองชาง ฝาย า ง และจบแบบ
แสดง
มาตรฐานงานทาง (Embarkment)
โดยอ้างอิงจาก มาก 220 - 2562
เขียนแบบ
สถาปนิก
m
ควกร
ncวจ
รว
เท ชลบ
太
HPAPUNIM
(นายสราวุฒิ เลียนคีรี ) ผู้ชมนายชาง บนด
(นาย รพงษ์ คับปากทิ้ง ) สถาปนิกปฏิบัติการ
Z
( นพสาวพิมพ์โฉส บ า )
วกรโยธาปฏิบัติการ
( ว ง อนันดากรณ์
วิศวกรโนรา านาจ การ
( นายอภิสิทธิ์ จงกลาหาญ)
หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
C.
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ )
อ่านวยการกองร่าง
( นายภัทร โจรบ
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เหิมะ ป
21.
( บางสีไพร โกกรรม 3
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เพิ่มชอบ
Z
( นายพงษ์ ทองหนัก)
รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
จมุมผิ
2มือน
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
nira
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2556
LOLLA
พลง
4.
3.3.6 ในกรณีที่จะขยายคันทางเดิม เมื่อดําเนินงานตามข้อ 3.3.4 หรือ 3.3.5 เรียบร้อยแล้วให้ทําการก่อสร้าง
คันทางส่วนที่ขยายโดยทําการตัดเชิงลาดค้นทางเดิมออกไปเป็นแบบขั้นบันได แล้ว ถมทรายเป็นชั้นๆ เมื่อทําการบดอัดแน่นตามข้อกําหนดแล้ว มีความหนาไม่เกิน 40 เซนติเมตร และได้ความแน่นแห้งไม่ น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มทส. (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางใน 3.3.7 ให้ทําการป้องกันลายคันทาง เพื่อป้องกันน้ําเซาะตามที่กําหนดโดยเร็วที่สุด โดยปิดทับลาดค้นทางด้วย ดินเหนียวหนา 40 เซนติเมตร และปลูกหญ้าโดยชนิดปูแผ่นเต็มพื้นที่ลาดค้นทาง หรือตามที่กําหนดไว้ ในแบบก่อสร้าง
สนาม (Field Density Test)
3.3.8 เครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างคันทางต้องเป็นเครื่องจักรที่มีขนาดเบา เช่น รถแทรคเตอร์ (But Dozer
Tractor) ขนาด 0-4 และห้ามบดอัด โดยใช้การสั่นสะเทือนเป็นอันขาด
3.3.9 ในระหว่างก่อสร้างไม่ควรกองวัสดุ หรือจอดเครื่องจักร หรือจอดรถบรรทุกใดๆ บนต้นทางส่วนที่ขยาย
ใหม่
ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
4.1 งานถมคันทางที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีรูปร่างตามแบบก่อสร้าง และต้องมีค่าระดับช่วง 3.00 เมตร ตามแนวขนาน และตั้งฉากกับศูนย์กลางทาง ต่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร การตรวจสอบค่าระดับให้ทําทุกระยะ 25 เมตร - 50 เมตร หรือตามที่แบบกําหนด
4.2 ค่าระดับก่อสร้างของงานถมต้นทาง ต้องไม่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้างเกิน 1.5 เซนติเมตร และต้องไม่สูง
กว่าที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้างอาคาร
ปรับปรุงเดือน คบ 2566
องค์การบริหาร จนหวัด ษณุโลก กองชาง
ฝ้าย า ว น ออก
แบบแสดง
มาตรฐานงานทาง (Embankment)
โดย า งจาก มาก. 220 -
2562
เขียนแบบ
สถาปนิก
คว
วิศวกร
7
วจ
เห็นชอบ
( นายสรา เสียง) ระบายรางเขียนแบบ
{ นพ พงษ์ บากฟัง )
สถาปนิกปฏิบัติการ
(นางสาวพิมพ์ไ ล นา ) วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
(นาย งบินดาภรณ์ วิศวกรโยยาชานาญการ
(นาย สิทธิ์ จงกลาวหาญ หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) ผู้อํานวยการกองชาง
(นายภัทร ใจ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นงบ
ww4441-khalil || +
( นางสีไพร โกธรรม )
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เ บ บ
12/
นายพง บน ทองหนัก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ขนมัติ
CRY
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนารมย์ ) เรากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
WALL CON
wata
เบ
4.
1.
2.
3.
ขอบข่าย
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทา
(Subbase)
โดยอ้างอิงจาก มาก. 222 - 2562
งานชั้นรองพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างชั้นรองพื้นทางโดยถมและบดอัดวัสดุรองพื้นทางให้ได้รูปร่างและ ระดับตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้ ตาม มาก. 202 : มาตรฐานวัสดุ รองพื้นทาง (Subbase)
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ในกรณีที่ดินทางเป็นถนนเดิมที่มีผิวจราจรเป็นผิวรองพื้นทางหรือคันทาง
3.1.1 ถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นผิวรองพื้นทางหรือต้นทางที่ไม่ได้แนวและระดับต้องถม แต่งให้ได้แนวและระดับตามรูปแบบที่กําหนด
3.1.2 ถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือคันทาง ถ้าบริเวณใดมีดินชั้นล่างอ่อน (Soft Spot ต้องขุดออกแล้วว่าวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ตรงตามมาตรฐานวัสดุคัดเลือกมาถมบดอัดเป็นชั้นๆ ให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
ตาม มท (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.1.3 การเสริมบริเวณใดที่ทําให้ชั้นรองพื้นทางที่เสริมใหม่มีความหนาน้อยกว่า 10 เซนติเมตร ต้องขุดคุ้ยวัสดุชั้นของพื้นทางเดิมช่วงนั้นออกไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร แล้วผสมคลุกเคล้ากับวัสดุชั้นรองพื้นทางใหม่ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
แล้วจึงจะทําการปิดให้แน่นและได้ระดับตามแบบ
3.2 วัสดุที่หลุดร่อนไม่คงทนหรือที่มีคุณภาพเลวบนถนนเดิม ซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือบน คันทางใหม่ ต้องกวาดออกให้หมด
3.3 หลุมบ่อต่างๆ บนถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นของพื้นทางหรือบนดินทางใหม่ จะต้องกลบและบดอัดให้แน่นด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานวัสดุคัดเลือก
3.4 เมื่อได้ตบแต่งถนนเดิมที่มีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือคันทางใหม่เรียบร้อยแล้ว ให้นําวัสดุรองพื้นทางที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดคลุกเคล้าผสมน้ํา โดยใช้ปริมาณน้ําที่ Optimum Moisture Content + 3% เกลี่ยบทอดเป็นชั้นๆ โดยที่
แต่ละชั้นหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความแน่นแห้ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทาง ในสนาม (Field Density Test)
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใดที่วัสดุรองพื้นทางเกลี่ยบดอัดมีมวลหยาบและมวลละเอียดแยกตัวจากกัน(Segregation) ให้แก้ไขโดยขุดคุ้ยออก (Scarity) แล้วทําการผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันหรือซื้อออกใส่วัสดุรองพื้นทางที่มีส่วนผสมสม่ําเสมอแทน
3.6 ในกรณีที่ใช้วัสดุมากกว่า 1 ชนิด มาผสมเป็นวัสดุรองพื้นทางบนที่ก่อสร้าง วัสดุแต่ละชนิดนั้นจะต้องได้รับการคลุกเคล้าให้มีลักษณะสม่ําเสมอ และต้องได้รับการตรวจสอบตรงตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทางเสียก่อน จึงจะทําการเกลี่ยบดอัดได้ 3.7 เมื่อทําการก่อสร้างชั้นรองพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีผิวหน้าเรียบแน่นสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
ระดับหลังชั้นของพื้นทางที่บดอัดแน่นแล้วทุกจุด ยอมให้สูงหรือต่ํากว่าระดับตามแบบก่อสร้างได้ไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร หากช่วงใดตอนใดที่มีระดับผิดไปจากนี้ให้ตัดส่วนที่เกินออก หรือขุดคุ้ยออกหนาไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร แล้วทําการ บดอัดใหม่ให้แน่นและได้ระดับสม่ําเสมอตามแบบ
ปรับปรุงเคียน มีนาคม 2566
ทางสา
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองช่าง ฝ่ายางวง และ กิน
แบบแสดง
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง
(Subbase)
โดยอ้างอิงจาก มทส. 222
2562
เขียนแบบ
ดาป ก
วิศวก
วิศวกร
วิศวกร
כננו
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
( นายพีรพงษ์ กับปากทิ้ง
สถาปนิกปฏิบัติการ
1 นางสาวพิมพ์โล ลมชา) วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
( ช ว นับการ
ชวกรโยธา
านาญการ
[ นายศราวุธ แสงเกตุ
ลาโราจ่าย
ราย ไม่แพง
พท ดาร่า จาก การ
ตรวจ
เทม บ
(นายอภิสิทธิ์ จงกล้าหาญ ) หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
…..
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) ผู้อ้านวยการกองช่าง
(นาทร ใจ ม รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เหิมขอบ
D225072
( นางสิริพร โกยราช )
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เนินชลบ
13.
Allre-III HIN II
( นายพงษ์มนู ทองหนัก) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมติ
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนา ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นมส
kol
น
น
1.
ชอนชาย
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง
(Base)
โดยอ้างอิงจาก มาก. 223 - 2552
งานชั้นพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างชั้นพื้นทางโดยการถมและบดอัดวัสดุพื้นทางให้ได้รูปร่างและระดับ ตามแบบก่อสร้าง
2. วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตาม มาก. 203 : มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base)
3. วิธีการก่อสร้าง
3.1 ต้องตรวจสอบระดับและความเรียบร้อยต่างๆ ของชั้นรองพื้นทางหรือต้นทางให้ถูกต้องก่อน
3.2 ถ้าแบบกําหนดความหนาขึ้นพื้นทางมากกว่า
นทางมากกว่า 20 เซนติเมตร ให้แบ่งทําเป็น 2 ชั้น หนาชั้นละเท่าๆกันโดยประมาณ
3.3 นําวัสดุพื้นทางลงบนชั้นรองพื้นทางแล้วพ่นน้ําผสมคลุกเคล้าโดยให้มีความชื้นสม่ําเสมอและใกล้เคียงกับ Optimum Moisture Content + 2 % โดยประมาณ จึงเกลี่ยแล้วบดอัดทันทีด้วยรถบดล้อยางหรือ เครื่องจักรกลบดอัดที่เหมาะสม
ให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มท..(ท) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.4 ในระหว่างการบดอัดให้มีการเกลี่ยแต่งช่วยเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ปราศจากหลุมบ่อและวัสดุหลวมและเพื่อให้ผิวหน้าราบเรียบแน่นสม่ําเสมอ ให้บดอัดตบแต่งชั้นสุดท้ายด้วยรถบดล้อเหล็ก
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใด พบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยบดอัด จะต้องขุดคุ้ยออก (Searify) และผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากมีความชื้นลดลงให้พ่นน้ําเพิ่มเติม หากวัสดุพื้นทางที่ขุดคุ้ยทําการผสมคลุกเคล้า
ใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด จะต้องขนวัสดุนั้นออกและวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
3.6 ในระหว่างก่อสร้าง หากมีน้ําขังหรือเกิดมีฝนตกหรือมีน้ําในพื้นทางมากกว่าปริมาณที่กําหนด เพื่อการบดอัดจนเป็นเหตุให้ชั้นรองพื้นทางเสียหาย ต้องรื้อฟื้นทางออกและทําการตบแต่งบดอัดชั้นรองพื้นทางใหม่ให้ถูกต้อง
3.7 เมื่อทําการก่อสร้างพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีหน้าเรียบสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
4. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
เมื่อวัดสอบด้วยไม้บรรทัดข้างตรงยาว 3.00 เมตร กับผิวหน้าของพื้นทางในทิศทางขนานกับแนว ศูนย์กลาง ระดับต่างกันต้องไม่เกิน 125 เซนติเมตร หากเกินกว่าที่กําหนดนี้ต้องปรับระดับโดยวิธีเสริม พื้นทางที่ต่ําและปาดพื้นทางที่สูงออก บอดให้แน่นแล้วเกลี่ยแต่งจนได้ระดับที่กําหนด
การส
- การบริหารชวนจังหวัดพิษณุโลก กองช่าง
าช ารวจ เละ อกแบบ
แบบแสดง
มาตรฐานงาน พันทาง
(Base)
โอ้างอิงจาก มาก. 223 - 2552
เขียนแบบ
สถาป ก
-มเมจ eleled II
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
Canal Here 10 skla od 10701 soat 1441 ME NOTIZIE
( นายพีรพงษ์ คับปาก ฟัง ) สถาปนิกปฏิบัติกา
กร
( นางสาวพิมพ์โฉด คม ) วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
วก
( นามวงศ์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกรโยธา านาญการ
ว
ตรวจ
( นายศราวุธ แสงเกตุ วกโยธา าน า ษ ท นง
หหห อ อ การพิ
ตรวจ
เห็นชอบ
1 นาย สิทธิ์ จงกล้าหาญ หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) อ่านวยการกองชา
( บาย ทง ใจขอม รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
1/22.0.0.
( นางสีไพร โกธรรม)
ปลักอะ การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เ ม อบ
Z
ย
ad
( นายพงษ์มนู ทองหนัก 1 รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
OK
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
UAR
UTT พ
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2566
1.
—
ขอบชาย
มาตรฐานงานไพรมโคท
(Prime Coat)
โดยอ้างอิงจาก มาก. 225 - 2562
งาน Prime Coat หมายถึง การราดยางแอสฟัสต์ลงบนพื้นทางที่ได้ตบแต่งและเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้วัสดุ ผิวหน้าพื้นทางเกาะยึดได้ดี และช่วยป้องกันมิให้ไหลซึมเข้าไปในพื้นทางได้ด้วย
2.
วัสดุ
2.1 แอสฟัลต์เหลวที่จะนํามาใช้ ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตามมาตรฐานแอสฟัลต์แต่ละประเภทและเกรด
ดังนี้
2.1.1 Cut Bock
RC 70
2
250
2.1.2 Asphalt Emulsions
MC 30 - 250
SC 70
CSS
CSS
1
—
1 H
ตารางอุณหภูมิของแอสฟัลต์ที่ใช้ราด
ช่วงอุณหภูมิที่ใช้ลาด
ชนิดแอสฟัลต
ec
AC 60-70
145-175
AC 80-100
140-175
RC 3000
120-160
295-345 285-345 250-310
RC 800
100-120
210-250
40-65
100-150
50-85
125-185
CRS-1 CRS-2
2.1.3 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ประมาณ 0.8 - 1.4 ลิตรต่อตารางเมตร จํานวนยางที่ราดจะมีปริมาณเท่าไรขึ้น
อยู่กับลักษณะผิวของพื้นทางให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
2.1.4 สูตรการคํานวณปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ทํา Prime Cont
P
ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ทํา Prime Coat = P/ R (1 - Y/G) ลิตรต่อตารางเมตร
เมื่อ P ความลึกที่จะให้ยางแอสฟัลต์ซิมลงไปเป็นมิลลิเมตร
เมอ P =
R = คาของ Residual Asphalt
Y
ความแน่นแห้งสูงสุด (Maximum Dry Density) เป็นกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรของวัสดุพื้นทาง
Modified Proctor
G = ค่าความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทาง
ค่า 2 ขึ้นอยู่กับความพรุน (Porosity) ของวัสดุพื้นทาง ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด สําหรับค่า P แนะนํา ให้ใช้เท่ากับ 4.5 มิลลิเมตร แทนค่าในสูตรข้างบน คํานวณอัตรายาง แอสฟัลต์ที่จะใช้ราด และทดลองราดยาง แอสฟัลต์ตามปริมาณที่คํานวณได้ ถ้าเห็นว่ามีปริมาณ ยางแอสฟัลต์มากหรือน้อยไปยังไม่พอเหมาะให้เปลี่ยนค่า P ใหม่ หรือเปลี่ยนชนิดและเกรด ของยางแอสฟัลต์ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าอัตรายางแอสฟัลต์เมื่อใช้ราดแล้วมี ปริมาณที่ พอเหมาะต่อไป ค่า R ให้ใช้ตามตาราง ดังนี้
ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต
30
R
MC
0.62
MC
—
70
0.73
SC - 70
0.80
SS - K
0.75
CSS - 1
0.75
CSS
1H
0.75
G
ให้ พวก
G = P1 + P2
หรือเท่ากับ
G
B + 8
100
8 + B
เมื่อ P1 = คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ค้างอยู่บนตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ P2 = คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ผ่านตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ
4.
3.
G1 = ความถ่วงจําเพาะแบบ Buk ของวัสดุพื้นทางชนิดหยาบซึ่งค้างอยู่ตะแกรงมาตรฐาน
เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร)
ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดละเอียดซึ่งผ่านตะแกรงมาตรฐาน เบอร์: 4 (4.75 มิลลิเมตร)
4
2.2 ทรายละเอียด ถ้ามีความจําเป็นที่จะทับหน้า Prime Coat ทรายที่ใช้จะต้องมีส่วนละเอียดผ่านตะแกรงเบอร์ 4
ซึ่งไม่มีหญ้าหรือวัสดุอื่นเจือปน และจะต้องได้รับการยินยอมอนุญาตให้สาดทรายได้จาก ผู้ควบคุมงานเสียก่อน
วิธีการก่อสร้าง
3.1 การ ก Prime Coat ด้วยยาง Cut Back
3.1.1 พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดโดยการกวาด
และเป่าเศษวัสดุออกด้วยเครื่องจักร หรือวิธีอื่นที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
3.1.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งและมีฝุ่นเกาะให้พรมน้ําบาง ๆ เล็กน้อยก่อนราดยาง
3.13 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coot ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา
จํานวนยางที่ราดบนพื้นทางได้สม่ําเสมอ
3.14 การราดยางควรราดให้เต็มความกว้างของถนน หากจําเป็นต้องราดยางทีละครึ่งของความกว้างหรือ
ทีละช่องทางวิ่งก็สามารถทําได้
3.1.5 บริเวณรอยต่อการราดยางต่อเนื่องแต่ละครั้งต้องมีอัตรายางสม่ําเสมอ โดยเฉพาะรอยต่อตามขวางที่ราด โดยวิธีการใช้ท่อพ่นยาง (Sproy bar) ที่ติดกับรถวิ่งราดให้ใช้กระดาษแข็งหรือวัสดุที่ไม่ดูดซึมกว้างไม่ น้อยกว่า 40 เซนติเมตร ปิดผิวยางที่ราดไปแล้ว
3.1.6 หลังจากราดยางแล้วให้ทิ้งบ่ม (Curing) ยางไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ให้ยวดยานวิ่งผ่านเข้าไปใน บริเวณที่ราดไว้เป็นอันขาด หลังจากพ้นกําหนดเวลานี้แล้วจะอนุญาตให้ยวดยานวิ่งผ่านได้ หากมียาง ส่วนเกินเหลือปรากฏอยู่ให้ใช้ทรายละเอียดสาดรับบางส่วนที่เกินให้แห้งได้ในกรณีที่จําเป็นจริงๆ เช่น
ทางเข้าบ้านหรือทางแยกที่มียวดยานผ่าน
การทํา Prime Coat โดยทั่วไปควรทําในสภาวะอากาศแจ่มใสปราศจากฝน พื้นทางแห่งหรือ วัสดุพื้นทางมีความชื้น (Moisture Content) ไม่เกินร้อยละ 5 ให้ใช้ยาง Cut Back และชนิดยาง Cut Back ที่จะใช้นั้นแล้วแต่ลักษณะของสภาพพื้นทางความหนาแน่นของปริมาณจราจรของ เส้นทาง นั้นๆ ส่วนพื้นทางที่มีความชื้นสูงเปียก (ไม่แฉะ) สภาวะอากาศไม่ดีหรือมีลักษณะ ความจําเป็นเร่ง ด่วนอนุญาตให้ใช้ยาง Asphalt Emulsions ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน
3.2 การm Prime Coot ควยยาง Asphalt Emulsions
3.2.1 พื้นทางที่จะ Prime Coot ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นหรือหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดและผู้ควบคุม
งานตรวจสอบเห็นชอบแล้ว
3.2.2
ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห่งต้องพรมน้ําให้เปียกขึ้นเสียก่อน
3.2.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา
จํานวนยางที่ราดบนพื้นผิวทางได้สม่ําเสมอ
3.2.4 เมื่อราดยางแล้วต้องทิ้งไว้จนกว่า Asphalt จะแยกตัวออกเสียก่อนจึงจะทําชั้นผิวทางได้ การแยกตัว ของ Emulsified Asphalt คือส่วนผสมของน้ําที่อยู่ใน Emulsion ระเหยออกไปจะ สังเกตได้จากการ เปลี่ยนสีของ Emulsion ซึ่งปกติมีสีน้ําตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีดํา การแยกตัวนี้ จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิด ของ Emulsion Asphalt ในอุณหภูมิธรรมดาจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
3.2.5 เมื่อ Asphalt แยกตัวแล้ว ถ้ายังไม่สามารถทาผิวทางได้ทันทีและมีความจําเป็นต้องเปิดให้ยวดยานวิ่ง
บนชั้น Prime Coat ให้ใช้ทรายละเอียดสาดปิดหน้าได้
3.2.6 ห้ามราดยาง Asphalt Emulsion ในขณะที่มีฝนตกเป็นอันขาด หรือเมื่อราดยางเสร็จใหม่ๆ แล้วพบว่า ก่อนที่ Emulsion แตกตัวมีฝนตกจนชะบางส่วนของ Emulsion บนผิวหน้าออกไปจะต้องทําการ ราด Emulsion เพิ่มเติมในส่วนนั้นๆ ใหม่
ข้อควรระวัง
4.1 ยาง Cut Back เป็นยางชนิดติดไฟได้ง่ายมาก ดังนั้นในขณะต้มยางหรือขณะทําการราดยางจะต้องระมัดระวัง
มิให้มีเปลวไฟจากภายนอกมาถูกยางได้
องค์การบริหารส่วนงังหวัดทัษณุโภก
กองช่าง ฝ่าย ารวจและ ง แบบ
แบบแสดง
มาตรฐานงานไพรมโคท (Pring Cool) โดยอ้างอิงจาก มทส. 225
เขียนแบบ
ส าปนิก
วกร
วิศวกร
รวง
ตรวจ
ตรวจ
เทบรอบ
2562
(นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
(นายพีรพงษ์ บปากฟัง : สถาปนิกปฏิบัติการ
( นางสาวพิมพ์ไฉล ช้า) วิศวกรโยธาปฏิบัติกา
( ยาพิษ อนันดา ) วิศวกรโยธาช้านาญการ
Iม IT ง ม
{ บายศราวุธ แสงเกตุ ชงชา า า า ใ น
หายากแ
( นายอภิสิทธิ์ จงกลวหาญ) หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ )
อ้านวยการกอง ราง
(นายภัทว ใจอบ ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เทรน
7./22.59.16
( นางสีไพร โกธรรม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เทบ ลบ
Z
( นายพงษ์มนู ทองหนัก
รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แทย
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2566
เที
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ นาคย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
มาลย
4.2 ยาง Emulsified Asphalt เป็น Asphalt ที่แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ กระจายอยู่ในสารละลายซึ่งประกอบด้วยน้ํา อิมัลซิไฟอิงเอเจนต์ (Emulsifying Agent) และอื่นๆ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน มีลักษณะง่ายต่อการแยกตัวจึง ต้องระมัดระวัง ดังนี้
4.2.1 การขนส่งต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้ถึงบรรจุ Emulsion ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
เพราะอาจจะทําให้เกิดการแยกตัวขึ้น
4.2.2 Emulsion ชนิดบรรจุถึง ถ้าเก็บไว้นานๆ จะต้องคลิ้งถึงไปมาทุกด้านหลายๆครั้งเป็นประจําอย่างน้อย
อาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้ Emulsion มีลักษณะเหลวเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งยัง
4.2.3 เมื่อเปิดถังบรรจุ Emulsion ออกใช้ควรใช้ให้หมดถึงหรือต้องปิดฝาให้แน่น มิฉะนั้นน้ําในส่วผสม Emulsion
จะระเหยทําให้ Asphalt เกิดการแยกตัวและหมดคุณภาพ
4.2.4 ทุกครั้งที่บรรจุ Emulsion ลงในรถราดยางหรือเครื่องพ่นยางควรใช้ให้หมดแล้วใช้น้ําล้างให้สะอาด โดย
เฉพาะที่หัวฉีด เพราะถ้าไม่ล้างออกทันที “Asphalt จะแยกตัวเกาะติดแน่น ทําให้มีปัญหาในการใช้งาน ของวันต่อไปและยังป้องกันการกัดกร่อนของกรดใน Emulsion
4.2.5 Emulsion ต้องเหลวเป็นเนื้อเดียวกันและมีสีน้ําตาลเข้ม ถ้าหากมีลักษณะเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ใช้ไม้
พายกวนผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจึงจะนําไปใช้ได้ แต่หากกวนผสมแล้ว Emulsion ไม่เข้าเป็นเนื้อเดียว กันแสดงว่า Emulsion นั้นเสื่อมคุณภาพ ห้ามนําไปใช้เป็นอันขาด
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2566
องค์การบริพาร งบจังหวัดพิษณุโล
กองช่าง
ฝ่าย าราจ จะ จนน
แบบแสดง
มาตรฐานงานไพรมโคก (Prime Coat)
โดยอ้างอิงจาก มาก. 225
เรียบแบบ
สถาปนิก
วิศวกร
วิศวกร
วิวกร
2562
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
(นายพีรพงษ์ กับปากฟัง ) สถาปนิกปฏิบัติการ
( นางสาวพิมพ์โรล คม
วิศวกรโยธาปฏิบัติก
(นา วงศ์ อนันดากร
วิหารโยราชานาญการ
( บายศราวุธ แสงเ กกก ยา รักษา ใน แฟ
หากท่า
รวง
DAR
เห็นชอบ
4 นาย
สิทธิ์ กล้าหาญ ) หัวหน้าฝ่ายสารวจและออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) ผู้อํานวยการกองช่าง
!
( นายภัทร โชย ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นางสีไพร โกครบ 3
ปลัดอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
14
( นายพงษ์มนู ทองหนัก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ธนุมัติ
CKC
(นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาตย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
UVAt
twitt
SV L ปี
- ขอบข่าย
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete) โดยอ้างอิงจาก มทช. 230 - 2563
แอสฟัลต์คอนกรีต หมายถึงวัสดุที่ได้จาก การผสมร้อนระหว่างมวลรวม(Aggregate) กับเอสไลด์ซีเมนต์ (Asphalt Cement) MsqrumaukoaMadnounša (Asphalt Concrete Ivüxing Plant) loan smnuquðas? ส่วนผสมและอุณหภูมิตามที่กําหนด มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง งานบูรณะและบํารุงทาง โดยการปหรือ เกลี่ยแต่งและบดกับบนชั้นทางใดๆ ที่ได้เตรียมไว้ และผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้ถูกต้องตามแนว ระดับ ความ ลาด ขนาด ตลอดจนรูปตัดตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ - วัสดุ
งานแอสฟัลต์คอนกรีต ประกอบด้วยวัสดุมวลรวมที่ได้จากการผสมวัสดุมวล หยาบ (Coarse Aggregate) กับวัสดุมวล ละเอียด (Fine Aggregate) และแอสฟัลต์ซีเมนต์ หรืออาจเพิ่มวัสดุผสมแทรก (Mineral Filler) ได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้มีขนาดคละตามตารางที่ 1
2.1 แอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้ใช้ AC 40-50 หรือ AC 60-70 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.851 - มาตรฐานแอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง กรณีที่แบบระบุให้ใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์อื่นๆ หรือเบสฟัลต์ซีเมนต์ที่ ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสารใดๆ นอกเหนือจากนี้ จะต้องมีคุณภาพเท่าหรือดีกว่า ทั้งนี้ต้องผ่านก คุณภาพและพิจารณาความเหมาะสม รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จาก อบจ.พิษณุโลก เป็นกรณีไป สําหรับปริมาณการใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์โดยประมาณ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
2.2 มวลรวม ให้เป็นไปตาม มช. 209 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต - การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
3.1 ก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารการออกแบบส่วนผสมสไลต์คอนกรีต ของตนเองต่อผู้ควบคุมงาน แล้วผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต ส่งให้ อบจ.พิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบ ผู้รับจ้างอาจร้องขอให้ อบจ.พิษณุโลก เป็น ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ก็ได้ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออกแบบทั้งหมด
3.2 ขนาดคละและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
3.3 ข้อกําหนดในการออก..บบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70 ให้เป็นไปตามตารางที่ 2 3.4 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ 40-50 ให้เป็นไปตามตารางที่ 3 3.5 อบจ.พิษณุโลก จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือว่าการออกแบบส่วนผสม แอสซิสต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะ “น (JA : 1 x Finla) ซึ่งมีเกณฑ์ 1) มา เปลี่ยนที่ยอมให้ (statt Limit) ยังไงๆ 3.รางที่ 4 เพื่อควบคุมงานนั้นๆ กรณี
อบจ.พิษณุโลก เห็นควรให้กําหนดขอบเขตของสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ต่างไปจากตารางที่ 4 ก็สามารถ
าเนินการได้ตามความเหมาะสม
3.6 การผสมแอลฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม ถ้ามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใด หรือปริมาณแอสฟัลต ซีเมนต์ หรือคุณสมบัติอื่นใดคลาดเคลื่อนเกินกว่าขอบเขตที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ให้ถือว่า ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไว้ในแต่ละครั้งนั้น มีคุณภาพไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องทํา
การปรับปรุงแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
3.7 ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอล คอนกรีตเกิดการ เปลี่ยนแปลง โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก อบจ.พิษณุโลก ก่อน
3.8 อบจ.พิษณุโลก สามารถตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสม เฉพาะงานใหม่ได้ตามความเหมาะสม ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
ตารางที่ 1 ขนาดคละของมวลรวมและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
ปริมาณผ่านตะกรง ร้อยละโดย: วิส
: 1. ป
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองข่าง
ป่ายาง แพะ กงแบบ
แบบแสดง
Bongousuusavincinovše
Asples? Comment
::ระสา ปาน : ข่า!นร่างเนียนแบบ
นายพีรพงษ์ รับปาก 1
บักเก
การรบ ทอด ช ลวงราชกา
การโยราชามาก
: กรวุธ แก
กาปว่า
มิลลิเมตร
9.5
12.5
19.0
25.0
ขนาดที่ใช้เรียก
(นิ้ว)
(3/8)
(1/2)
สําหรับชั้นทาง
Wearing
(3/4)
Binder
(1)
Base
Course
Course
Course
Course
ความหนา
มิลลิเมตร
25-35
40.30
40-80
70-100
Any
ใน กะเร
:
I
มิลลิเมตร
(นิ้ว)
or:
37.5
(1 1/2)
100
25.0
(1)
100
20-100
ATOR
19.0
(3/4)
100
90-100
12.5
(1/2)
100
80-100
56-80
9.5
(3/8)
90-100
56-80
4.75
(เบอร์ 4)
55-85
44-74
35-65
29-59
2.36
(เยอร์ 8)
32-67
28-56
23-49
นายนิโย ปุญญก
นายกากเ
19-45
: เร
1.18
(เบอร์ 16)
0.500
(1005 30)
0.300
(เบอร์ 50)
7-23
5-21
5-19
5-17
0.150
(เบอร์ 100
0.075
(เบอร์ 200)
2-10
2-10
2-8
1-7
: งดง
ปริมาณแอส สตรีเมน
4.0-8.0
3.0-7.0
3.0-6.5
3.0-5.0
(ร้อยละโดยน้ําหนักของมวลรวม
+:: 184.1:
จะท
อาหา
นาย สิทธิ์ จ.กา
I
มา :: โจรม
H.j
มา5ไทย !ht สาร การมาสาน - พิษณุโลก
44
: u-up in อาย
เจ.เจ.โค
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
::ามเสริม า บาเ เดอ คาร: แ ก ง เ ส ะโก
1
14.
หมายเหตุ อบจ.พิษณุโลก อาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงขนาดและของมวลรวม และปริมาณเอสฟิลด์ซีเมนต์ ที่ใช้ แตกต่างจากตารางที่ 1 ก็ได้ ทั้งนี้แอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้ต้องมีคุณสมบัติและความแข็งแรง ถูกต้องตามตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 แล้วแต่แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
ตารางที่ 2 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70
ตารางที่ 3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 40-50
รายการ
ทง
Aggregate Size
Sluts
9.5.
12.5 ยพก.
ในทาง
Wearing Wearing Bander
Course Course Course
19.0!rett
องค์กรบริหารส่วนจังหวัดทัษณุโลก กองชาง
Base
Course
25.4 พะ 25.0 กม.
ล่าง. ารวจ จะลดกแบบ
Shoulder
แบบแสดง
75
75
75
75
75
" เพราะใน.เรา ก ก ะตะก
Cásplak Con, retet
รายการ
Course
cating Wearing
Course
Bioder
Course
Base
Course
Stability lin,
Li
9786
9786
9786
9786
9786
Shoulder
เขีย…ปบ
In.
2.200
2,200
2,200
2.200
2.200
Aggregate Size
9.5 กก.
12.5 1.
19.0 mm 25.0 mm.
25.0 0.
Fts; 0.25 0.01i0
9-17
9-17
9-17
9-17
9-17
- บาระ ปานเ ร่ายมายอ่าง บนนน!
Bloves
Stability Min.
75
75
75
75
75
Percent Air Voids
3-5
3-5
ふた
3-15
3-5
ปร
8,006
8.006
8.006
7.117
7.117
Percent Vuids for fineral Aggregate(VIJA)
15
14
13
12
12
th.
1,800
1.800
1.800
1600
1,600
♪ ทรง คีมปากเ
กา: กปฏิบั
Min.
Flow 0.25 mm.(0,01 in)
8-16
8-16
8-16
3-16
8-16
Stability/Flow klin.
N70.25 titi.
750
750
750
750
750
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
:
3-6
3-5
15/0.01 in.
170
170
170
170
170
รา:การพิมพ์ไอด
การโยธาปฏิบัติการ
Percent Voids In Mineral Aggregate(VRA)
15
14
13
12
12
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
กา:
:
t,lin
รายเด
Stability Flow Min.
N/0.25 in.
712
712
712
645
645
:: วุฒิ แค่ 2 บาร “คว : ธานาญการ
tb/0.01 in.
160
160
160
145
145
K"ĽADYŚ KAVUJE I
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
(1) การทดสอบเพื่อออกแบบสะสมและฟิสต์คอนกรีด ไม่เป็นการตาม *******
มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์
(2) การออกแบบไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามข้อกําหนดในตารางที่ 2 หรือสาระที่ 3 ให้ใช้เวล รวมขนาด 12.5 มิลลิเมตร ยกเว้นกรณีที่แบบกําหนดให้ชั้น Binder Course เป็นไหล่ทางด้วยให้ใช้ข้อกําหนดใน การออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้น Binder Curse เป็นข้อกําหนดในการออก - บบแอสฟัลคอนกรีต อะไหล่
ทาง
(3) การทดสอบหาค่า Percent Strength Index ให้ดําเนินการตาม *****
(11 : มาร
ห สอบหาค่าดัชนีความแข็งแรงของส่วนผสมเองบนกร
ตารางที่ 4 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
ถ่านตะแกรง บาค
2.36 มม. (เบอร์ 3) และขนาดใหญ่กว่า
1.18 มม. (เบอร์ 15) 0.600 มม. (เบอร์ 3) และ 0.300 มม. (เบอร์ 50)
0.150 มม. (เบอร์ 100)
0.075 มม.(เบอร์ 200)
ปริมาณแอล สเปน
กล
± 5
lamm
+4
เร
เรา : หา: เรา!ายถาวร-ระ กก. ..
อรนา การด า จ
t1.
ม
predam back
::: :::จังหวัดมี โลก
::ตร โกธร Lisavintolanduñaute mundan
ย.ยาว จะก F!าร การบริการ - า ะเด
in
+
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
เมริบ กระ
12
14
4. เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดที่จะนํามาใช้งาน จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี โดยจะต้องผ่านการ ตรวจสอบและสอบเทียบ และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษา
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
4.1 โรงงานผสมเอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete fixing Plant) ระยะส่งจากโรงงาน สม ถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง ต้องมีระยะทางไม่เกิน 110 โลเมตร และต้องมีกําลังการผลิต (Pr Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอลต์คอนกรีตได้ ตามที่กําหนด โดยจะเป็นโรงงานผสมแบบชุด (Batch Type) หรือแบบเสมอเนื่อง (Continuous Type) ก็ ได้ แต่ต้องสามารถยกส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อป้อนเครื่องปู (Pave) ให้สามารถได้อย่างต่อเนื่อง และ เป็นส่วนผสมที่มีคุณภาพสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน มีอุณหภูมิถูกต้องตามข้อกําหนด
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ต้องมีห้องปฏิบัติการทดสอบขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตาราง เมตร หรือตามแบบที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด อยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นการทํางานของโรงงานผสม จากห้องนั้นได้ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์อํานวยความสะดวกที่จําเป็นตามที่กําหนด มีเครื่องมือทดสอบที่ได้ มาตรฐานและสภาพใช้งานได้ดี เพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น ชุด เครื่องมือใดสอบ Marshall, ชุดเครื่องมือทดสอบหาปริมาณยางและมนต์ในส่วนผสม, ชุดเครื่องมือ ทดสอบหาขนาดคละของมวลรวม เป็นต้น และต้องอนุญาตให้ผู้ควบคุมงานใช้เครื่องทดสอบเพื่อตรวจสอบ คุณภาพแอล คอนกรีตระหว่างการก่อสร้างได้
โรงงานสมอลฟัลต์คอนกรีต จะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
4.1.1 อุปกรณ์สําหรับการเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Equriultient for Preparatif Asphalt Celtient) โรงงานผสมต้องมีถังเก็บแอสฟัลตเมนต์ (Storage Tank) ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทอ เรียนไอน้ําร้อนหรือน้ํามันร้อน (Steam) (4 Oil Coil) เรือประเภทใช้ไฟฟ้า (Electricity) หรือประเภทอื่นใดที่ ไม่มีเปลวไปกับถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์โดยตรง อุปกรณ์ทุกประเภทต้องสามารถหางานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีเครื่องควบคุมให้อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ได้ตรงตามข้อกําหนด และต้องมีระบบทําให้ แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียน (Circulating Systein) ที่เหมาะสม ให้เอสเคซีเมนต์ไหลเวียนได้อย่าง ต่อเนื่องตลอดเวลาขณะทํางาน พร้อมกันนี้ต้องมีอุปกรณ์ให้หรือรักษาความร้อนที่ระบบไหลเวียน โดย เป็นประเภทใช้ไอน้ํา (Steam) Jacket) หรือน้ํามันร้อน (Hot Oil Jacket) หรือประเภทนวนรักษาความร้อน 14 14:41) เพื่อรักษ และเป็นในสิ่งแสง :: รวัดและตอนแอสฟัลต์ ถึง บรรจุแอสฟัลต์ และอื่นๆ ให้มีอุณหภูมิตามที่กําหนด ปลายท่อไหลเวียนเอสเสที่ต้องอยู่ที่ใต้ระดับแอสฟัลต์ใน เก็บและขณะปั้มแอสฟัลต์ทํางาน
4.1.2 เงินเป็น (Cold Bin) และเครื่องเงินเย็น (Agregate F41) งาน สมต้องมียัง หินเป็นไม่น้อยกว่า 4 ยัง สําหรับแยกใส่วัสดุอื่นหรือวัสดุอื่นๆ แต่ละขนาด ช่องเปิดปากยังจะต้องเป็นแบบปรับ ได้ ซึ่งหินเป็นต้องประกอบด้วยเครื่องป้อนหินเป็นแบบที่เหมาะสมสามารถป้อนหินเย็นได้อย่างสม่ําเสมอไปยัง หมา (Dryer) ได้ถูกต้องตามอัตราส่วนที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องป้อนหินเป็นสําหรับมวล สาย เช่น กันฝุ่น หรือทราย จะต้องเป็นแบบสายพานต่อเนื่อง หรือสายพานอื่นใดที่ให้: 1
4 1.3 หม้อเผา (Dryer) โรงงานผสมต้องมีหมอเผาอยู่ในสภาพดี มีประสิทธิภาพในการทํางานดี พอที่จะทําให้มวลรวมแห้งและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด โดยต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น เครื่องวัด อุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyrotiieter) ที่อ่านอุณหภูมิได้ละเอียด : 2.5 องศา เซลเซียส ติดตั้งอยู่ที่ปากทางที่มวลรวมเคลื่อนตัวออก และจะต้องมีเครื่องบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่วัดได้
โดยอัตโนมัติ
4.1.4 ชุดตะแกรงร่อน (Screeting Unit) โรงงานผสมต้องมีตะแกรงร่อนมวลรวมที่ผ่านมา จากหมดเรา เพื่อยกมวลรวมเป็นขนาดต่างๆ ตามที่ต้องการ โดยในกรงร่อนนี้ต้องประกอบด้วย ตะแกรง (Scalping Screen) สําหรับคัดมา รวมก้อนโตเป็นขนาดที่กําหนด (12) กรุง ทุกขนาด ต้องอยู่ในสภาพดี เหล็กตะแกรงไม่ขาดหรือสึกหรอมากเกินไป อันจะให้มารวมที่ร่อนออกมาระบาด ไปจากที่ต้องการ
4.1.5 ยังหินร้อน (Hot Bin) โรงงานผสมต้องมียังหินร้อนอย่างน้อย 4 ยัง ทั้งนี้ไม่รวมวัส แทรก สําหรับเก็บมวลรวมร้อนที่ผ่านตะแกรงแยกขนาดแล้ว ยังหินร้อนนี้ต้องมีแรงไม่มีรอยรั่ว มีความ สูงพอที่จะป้องกันไม่ให้มวลรวมไหลข้ามยังไม่ปะปนกันได้ และต้องมีความจุมาก พอที่จะป้อนมวลรวม ร้อน ให้กับห้องผสม (Ptigrill Mixer) ได้อย่างสม่ําเสมอเมื่อโรงงานผสมทําการผสมเต็มกําลังเล็ด ในแต่ละยังต้องมี สําหรับให้มวลรวมไหลออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ไปสมกับมวลรวมที่อยู่ในยังอื่นๆ ในกรณีที่มีมา รวมในยุ่งนั้นๆ มากเกินไป!
4.1.6 (uñužagkamnin (Mineral Filler Storage Bin) laattumaušotinñvisąkan แทรกต่างหาก พร้อมกับเครื่องชั่ง หรือเครื่องป้อนวัสดุและแรกซึ่งสามารถควบคุมปริมาณเง เสมอย่างถูกต้อง และสามารถปรับเทียบ (Calibrate) ได้
4.1.7 เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector) โรงงานผสมต้องมีเครื่องเป็นรุ่น สําหรับเก็บสดส่วน ละเอียดหรือฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมที่สามารถเก็บฝุ่นกลับไปใช้ได้อย่างสม่ําเสมอหรือนําไปทิ้งได้ ทั้งหมด หรือบางส่วน และเครื่องเก็บฝุ่นดังกล่าวต้องสามารถควบคุมฝุ่นไม่ให้ออกอากาศรายก มากจนทําให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
โรงงานผมต้องมีเครื่องเก็บหลัก (Printry) และ Seculiary) เป็น แบบ: (Dry Type) และครองเป็นแบบเปียก (1 Type) หรือแบบอื่นๆ ที่มีประสิทธิมน
4.1.3 เครื่องวัดอุณหภูมิ (Therine : Tetric Equisitelit) โรงงาน ::::::::::::: แท่งแก้วด้วยปลอกโลหะ (Artistired Theruntoineter) หรือแบบอื่นใดซึ่งวัดอุณหภูมิได้ระหว่าง 20-200
ยลย
นอกจากนี้ จะต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบใช้: * * * * หน้าปัทม์ (Dial Scale tiercuty A tivated Thering test) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบความร้อนเป็นค่า ไฟฟ้า (Electric Pyrit: ieter) หรือแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม ที่ อบจ.พิษณุโลก อนุญาตได้ ตั้ง ทางออกของมวลรวม เพื่อใช้วัดอุณหภูมิของมวลรวมร้อนที่ออกจากหม้อ เครื่องวัดอุณหภูมี ๆ ที่ใช้ ต้องมีความสามารถแสดงอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง เมื่อมีอัตราการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่า 5 เส
ต่อนาที
:
L
นิยม :
วิสา
วิลา
การ
ปก
พร
องค์การบริหาร จังหวัด โลก กองช่าง
นาย ารวจเลย แบบ
แบบแสดง
นายจีระศักดิ์ ปา
“ยะ เรา : ยนแป
निर्य
เราย ทเว คิมปาก เ
tim กา
:: ก น
::โยธา กบ การ
เมล : ฉลาก
AC
C
นายกราง 47 :
Cuzgaliână vest-wang i
นายโรส ป
อารายการก 27
: นา โทร ใจ
• มาไทย โทร : ปกลอง การบริการน า โก
เฟนงอง
คด
เบเอา อายะ จ
เมนูเจน ว่า ราก 15:11:11
จะสาด: โกก
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
13
14.
4.1.9 ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณลม (Asphalt Colitical Unit) โรงงานผสมต้องมี อุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ซึ่งอาจใช้วิธีชั่งน้ําหนักหรือวิธีวัดปริมาตรก็ได้ แต่ต้องสามารถ ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้ให้อยู่ในช่วงที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน กรณีใช้วิธีชั่งน้ําหนัก เครื่องชั่งที่ใช้ต้องมีความละเอียดไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของน้ําหนักแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้ผสม กรณีที่ใช้ วิธีวัดปริมาตร มาตรที่ใช้วัดอัตราการไหลของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ปล่อยเข้าสู่ห้องผสมจะต้องเที่ยงตรง โดยยอม ให้คลาดเคลื่อนจากปริมาณแอลเลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้เมื่อเทียบเป็นน้ําหนักไม่เกินร้อยละ 2
4.1.10 ข้อกําหนด เศษสําหรับโรงงาน สมแบบชุด
(1) ทั้งยังมวลรวม (ish : ax : Hyper) โรงงานเดินแบบต้องมีปกรณ์สําหรับ ซึ่งมวลรวมที่ปล่อยออกมาแต่ละยังได้อย่างละเอียดถูกต้อง ทั้งชั่งน้ําหนักต้องแขวนอยู่กับเครื่องชั่ง และต้องมี ขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุมวลรวมได้เต็มชุด (Batch) โดยมวลรวมไม่ล้นถัง ถังชั่งน้ําหนักจะต้องวางบน ครัม Filler) ซึ่งวางอยู่บนขอบใบมีด (Knife Edge) อย่างแน่นหนาอีกที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อขณะทํางาน สครับและขอบ ใบมีดต้องไม่เคลื่อนตัวออกจากแนวเดิม ประตูยังหินร้อนและถังชั่งน้ําหนักต้องแข็งแรงและไม่รั่ว
(2) ห้องผสม (Pill list) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบชุดนี้จะต้องเป็นชนิดมี เพลา สมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์ได้ส่วนลมที่สม่ําเสมอ ประตูปล่อย ส่วนผสมเมื่อปิดจะต้องปิดสนิทโดยไม่มีวัสดุรั่วไหล ต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลาการผสมเป็นแบบ อัตโนมัติ ซึ่งจะควบคุมไม่ให้ประตูต้องผสมเปิดจนกว่าจะได้เวลาตามที่กําหนดไว้ ภายในห้อง ประกอบด้วย ใบพาย (Paddle Tip) จํานวนเพียงพอจัดเรียงตัวกันอย่างเหมาะสมที่จะผสมส่วนผสมและคอนกรีตได้
อย่างถูกต้องสม่ําเสมอระยะห่างระหว่างปลายใบและผนังห้องผสม จะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ ตรว
ร่วมก้อนโตลุด
(3) เครื่องชั่ง (Planit Scale) เครื่องซึ่งต้องมีความละเอียด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0 5 0 0 มวลรวมสูงสุดที่ต้องการชั่ง หน้าปัทม์เครื่องยังต้องมีขนาดใหญ่พอ ซึ่งสามารถอ่านน้ําหนักได้ในระยะห่างอย่าง น้อย 7 เมตร และต้องอยู่ในตําแหน่งที่พนักงานควบคุมเครื่องมองเห็นได้ชัดเจน หน้าปัทม์เครื่องชั่งมวลรวม จะต้องมีเข็มน้ําหนักแต่ละยัง มีตุ้มน้ําหนักมาตรฐานหนักหุ้มละ 5 กิโลกรัม จํานวนไม่น้อยกว่า 2 คน, ต้ม น้ําหนัก 10 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 3 คุ้ม และหนักคุ้ม ละ 25 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 40 หุ้น หรือมีจํานวนเพียง รอที่จะใช้ในการสอบเทียบเพื่อตรวจสอบความต้องของเครื่องชั่ง
อัตโนม
(4) การควบคุมปริมาณมวลรวม และได้ใช้ผสมในแต่ละชุด จะต้องเป็นแบบ
4 1.11 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานต่อเนื่อง
Ca
เอากรณ์ควบคุมปริมาณมวลรวมให้ออกมาจากบุ้งในร้อนและยิ่งได้อย่างถูกต้อง นอน ประกอบด้วย เครื่องป้อนหิน (Feeder) ภายใต้ยังมีร้อน สําหรับการป้อนวัสดุผสมเราจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณ ต่างหาก ติดดั่งในตําแหน่งที่ทําให้ควบคุมการป้อนวัสดุผสมแทรกลงในห้อง เพื่อผสมกับมวลรวมในจังหวะ การผสมแห้ง (Dry liking) ก่อนที่จะไปผสมกับแอสเชเมนต์ ที่จ่ายเข้ามาภายหลังในจังหวะของการ weaklon (Wert Mixing)
(2) จังหวะ สัมพันธ์ของการควบคุม ป้อนมวลรวม และสต์เมนต์ Stichailization of Aggregate and Asphalt Current Feed) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุม การป้อนมวลรวมแต่ละขนาดและแผลเป็นที่เข้าสู่ห้องผม เป็นแบบขับเคลื่อนหลับกัน เพื่อให้ได้
อัตราส่วนผสมที่คงที่ผลอดเวลา
(3) ชุดห้องผสม (Pung: ill felixer Unit) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบต่อเนื่องนี้ต้อง เป็นแบบทํางานต่อเนื่อง (Continuous tier) เป็นชนิดมีเวลาและคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผม และ สามารถผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ใบกายจะต้องเป็นชนิดปรับมุมให้ไปในทางเดียวกัน
เพื่อให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวได้เร็ว หรือให้กลับทางกัน เพื่อถ่วงเวลาให้ความเคลื่อนตัวช้าลง และ จะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมระดับของส่วนผสมด้วย ระยะห่างระหว่างปลายใบพาย และผนังห้องสมจะต้องน้อย กว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก่อนโดสุด ที่ห้องและจะต้องมีแผ่นและปริมาตรของห้องผสม เมื่อมีส่วน บรรจุในห้องผสมที่ความสูงต่างๆ ติดตั้งไว้อย่างถาวร นอกจากนั้นจะต้องมีตารางแสดงอัตราการป้อนวัสดุมวล
รวมตอนที เมื่อโรงงานผมทํางานในอัตราเร็วปกติ
เมื่อ 4
R =
การคํานวณเวลาในการผสม ให้กําหนดโดยใช้น้ําหนักตามสูตรดังนี้ คือ
เวลาในการผสม เป็น
= - AS
ปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดในห้อง : : : Dead Capacity) เป็นกิโลก ส่วนผสม ออกจากร่อง (Full ::) มีหน่วยเป็นกระต่ายน
(4) ยังรักส่วนผสม (Discharge Hopper) โรงงานผสมแบบนี้ต้องประกอบด้วย สําหรับพักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกมาจากห้องและ ยังรักส่วนผสมนี้มีประ ที่ด้านล่างของและ จะปล่อยส่วนผสมได้เมื่อส่วนผสมเพิ่มยุ่งแล้ว
(5) สัญญาณแจ้งปริมาณมวลรวมในเห็นร้อนโรงงานผมต้องมีสัญญาณซึ่งจะแจ้งให้ เราว่าปริม” มวลรวมในหุ้นร้อน ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะเป็นการต่อไปได้หรือไม่ ถ้ามาแมวสวม เขาหรือน้อยไป สัญญาณดังกล่าวจะทําให้ผู้ควบคุมทราบทันที รับจ้างต้องหยุดการดําเนินการและ การ จนกว่าผู้ควบคุม จะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้ดําเนินการต่อไปได้
4.2 seussno (Haul Trick)
ใน
การของเครื่อง ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่องมากในแต่ละ วันที่ปฏิบัติงาน จํานวนรถบรรทุกที่ใช้ ให้คํานวณให้เหมาะสมกับสั่งผลิตของโรงงานลม ความจุของ รถบรรทุก เวลาในการบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงรถบรรทุก ***********ระยะเวลาในการส่ง เวลาในการรบและการส่วนผสมแอสคอนกรีตลงในเครื่อง ความสามารถในการของเครื่อง และอื่นๆ กระบะระ บรรจะต้องไม่รั่ว พื้นกระบะจะต้องเป็นเป็นโรงเรียน ภายในกระบะ : ด
น ๆ
F
รวบ
จงการ หาร งหวัดพิษณุโ
กองชาง ฝ่ายข่าว7 และดอกแบบ
แบบแสดง
4. “T” –up a mentr 474 30 “, it
:II ::
“เจ, ศักดิ์ ประม อะงะ ว่าเรียงแบบ
كلا
เป
:น รา นา กะปูür..การ
วิตากร
ศ.ดร
: : เ ว เ : คชา :
โลก โนราช
ท
เกีเก้ ก
ก: ร
: “ร า ช ทว
2.
…
คงท
nurar
PIRL
profam Kunnus
רחוקתפרהטרטרה
เเทก ใจเอม
เมา: ห กรรม
- บะ กก. จาน: 7
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
:4
10
เคลือบภายในกระบะด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคมีเคลือบชนิดใดๆ ที่มีน้ําหนักและไม่เป็นร้อยละ 5 โดย ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ห้ามใช้น้ํามันแบบอื่น น้ํามันก๊าด น้ํามันดีเซล หรือน้ํามันประเภท เดียวกัน การพ่นหรือเคลื่อนภายในกระบะให้ทําเพียงบางๆ เท่านั้น และก่อนบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ลงกระบะ ให้ยกกระบะเทวัสดุหรือสารเคลือบที่อาจมีมากเกินความจําเป็นออกให้หมด ในการขนส่งจะต้องมี ผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอลฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกัน
น้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ด้วย
4.3 เครื่อง (Patt (x Finisher)
เครื่องส่วนผสมและคอนกรีตจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยจะเป็นชนิดล้อ
เหล็กต้นตะขาบ หรือชนิดล้อยางที่มีคุณภาพเทียบเท่า มีกําลังมากพอและสามารถควบคุมความเร็วในการ เคลื่อนที่ได้อย่างสม่ําเสมอ ทั้งในขณะที่เคลื่อนไปพร้อมกับรถบรรทุกส่วนผสมแอลฟัลต์คอนกรีตและในขณะ เคลื่อนตัวไปตามลําพัง เครื่องจะต้องสามารถปรับความเร็วการได้หลายอัตรา และส่วนผสมและ คอนกรีตได้ความลาดถูกต้องตามแบบ
4.3.1 ส่วนขับเคลื่อน (Tractor Unit) ประกอบด้วยเครื่องยนต์ต้นกําลังมีอุปกรณ์ควบคุมความเร็ว รอบเครื่องยนต์ (Cover) ให้คงที่ระหว่างทํางาน กระบะบรรจุส่วนผสมคอนกรีต (EP) จะต้อง เป็นแบบข้างกระบะหุบได้ สายพานป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Slat Curveyor)เกลียวเกลี่ยจ่าย ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Auger หรือ Screw Cutiveyor) เป็น 2 ข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งสามารถแยก ทํางานเป็นอิสระแก่กันได้ ประตูควบคุมการไหล (Fly Gate) ของส่วนผสมแอล คอนกรีตสามารถรับ ระดับความสูงของช่องประตูได้
4.3.2 ส่วนเรารีด (44411atic Screed Unit) ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมความหนา (Thickness Cortrait) อุปกรณ์ควบคุมความลาดเอียงที่ผิว (Create Control) อุปกรณ์ให้ความร้อนในเตา (Screed Heater) แผ่นเตารีด (Screed Plate) และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่จําเป็น ระบบการควบคุมความ
ซัน (Grade Cottrol) และระดับแอสฟัลล์คอนกรีตควรเป็นแบบอัตโนมัติ โดยอาจเป็นแบบ (1) Elected
Grace Line (2) Mobile String Line (3) Ski (4) Floating Scam vão (5) Joint-natching Shoe Shredu แบบที่ (2) แบบที่ (3) และแบบที่ (4) ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 9 เมตร เป็นเตารีดจะต้องมีความยาวไม่น้อย กว่า 2.4 เมตร และสามารยายได้บานไม่น้อยกว่า 3.5 เมตร เตารีดจะงง และ ไม่ง หรืออีกหรอมากเกินสมควร ไม่อีกเป็นหลุม มีระบบการอัดแอสฟัลต์คอนกรีดขึ้นต้นเป็นแบบละเอ (Vibratory Sorged) หรือแบบคานกระแทก (Tauper Bar) หรือเป็นทั้ง 2 แบบ ประกอบกัน ซึ่งสามารปรับ ความถี่: การสั่นสะเทือนหรือการกระแทกตามต้องการ สําหรับแบบคนกระจะต้องมีระยะ ระหว่างเตารีดกับกระทะ: 0.25-0.50 มิลลิเมตร วางคานกระแสไอเอส คอนกรีตต้องอยู่ในสภาพดี และไม่สึกหรอมากกว่าครึ่งหนึ่งของในความหนาของใหม่
4 4 sounävulšusešu (flutur Gradier)
รถเกลี่ยปรับระดับนี้ถ้าจําเป็นต้องนํามาใช้งาน จะต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มียาง ผิวเรียบ ใบมีดยาไม่น้อยกว่า 3.6 เมตร และมีความยาวของช่วงเพล ( a) ไม่น้อยกว่า 4.8 การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.5 เครื่องจักร เบ
เครื่องจักรบดกับทุกชนิดจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ต้องมีน้ําหนักและคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ได้ระบุไว้ในรายละเอียดที่กําหนดหรับเครื่องจักรบดยแต่ละชนิด น้ําหนักในการบดทับของ เครื่องจักรบดกับแต่ละชนิดจะต้องเหมาะสมกับชนิดและลักษณะของส่วนผสมความหนาของชั้นที่ ขั้นตอน
การบดทับและอื่นๆ เครื่องจักรดทับต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปได้โดยปกติไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เพื่อให้ได้ในทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบ และ คุณสมบัติอื่นๆ ตามกําหนด การกําหนดน้ําหนัก,เครื่องจักรบดทับ น้ําหนักในการบดกับของเครื่องจักรแต่ละคัน ตลอดจนการเพิ่มจํานวนเครื่องจักร หันจากจํานวนขั้นต่ําที่กําหนดไว้ ให้อยู่ในเลยจะควบคุมงาน เครื่องจักรบดทับจะต้องประกอบด้วยเครื่องจักรชนิดต่างๆ ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบ และอนุมัติให้ใช้ได้จากผู้ ควบคุมงานก่อน โดยมีจํานวนอย่างน้อยดังต่อไปนี้
ก. รถบดล้อเหล็กบิด 2 ล้อ จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คัน และรถบดสั่นสะเ รียนชนิด 2 ล้อ จํานวน ไม่น้อยกว่า 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 2 คัน ในกรณีที่ไม่มีรถบดสั่นสะเทือน
ข. รถบดล้อยาง ไม่น้อยกว่า 3 คน รายละเอียดของเครื่องจักรชนิดต่างๆ เป็นดังนี้
จ
4.5.1 รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Steel Tire Tat Reallet) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 8 เต้น และสามารถเพิ่มน้ําหนักได้จนมีน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน จะต้องมีน้ําหนักต่อความกว้างของกรอบไม่ น้อยกว่า 37.9 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถจะต้องอยู่ในสภาพ สามารถขับเคลื่อนเห็นหน้าและหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การยุติ และการหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อเหล็กทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรงตาม แนว ที่ล่อเหล็กจะต้องเรียนไม่เป็นรอง (Groove) อีกเป็นเดิมหรือเป็นรอยปุ่ม (1) กล่อ (king Pinn) และใน ht! Seat) ไม่กระมากเกินไปทําให้หลวม ต้องมีถึง มีระบบฉีด (Sprinkler Syst) มีอุปกรณ์คราวล้อเหล็ก (Scraper) และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ํา สําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้การได้ดี และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมเอส คอนกรีตติดล้อ
ใะบบ
4.5.2 รถบดล้อยาง (Phetaliatic - Tired Roll) ต้องขาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน และ สามารถเพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อยางไม่น้อยกว่า 7 ล้อ ล้อรถยกต้องเป็นชนิดผิวหน้าเรียบ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของล้อ (Rit: Diarieter) ไม่น้อยกว่า 500 มิลลิเมตร มีหน้ายางกว้างไม่น้อยกว่า 225 มิลลิเมตร ใน และจํานวนชั้นผ้าใบเท่ากันยกล้อ ส่วนละเวลาเคลื่อนตัวขึ้นลงได้อิสระอย่างน้อย 1 แล้ว มีแรงหน้า สัมผัสของบราบคาบดอัดไม่ มากกว่า 120 กิโลปาสกาล 190 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องน้ํา มีระบบ วัดน้ํา มีอุปกรณ์คราวนาง และแนวรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงสองคนใช้ได้ และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อต้องกันไม่ให้ส่วนสมองต์คอนกรีตติดล้อขณะนอน รถ: ใช้ งานจะต้องมีความดันลมยางเท่ากันเลย โดยไม่มีความดันลมยางและล้อแตกต่างกันได้ไม่เกิน 35 โลปาสกาล (5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
:
4.5.3 รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4 คน สําหรับเด กับชั้นผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีตหนาไม่เกินชั้นละ 35 เมตร และต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 6 ตัน รับได้บนทางแยก ตอน"หนานละ 40 มิล ควขึ้นไป โดยอาจเป็นเมนสะเทือน เผยวหรือสองล้อก็ได้ ต้องการสั่นละเรือ” (frequency) ไม่น้อยกว่า 33 เรต 1200 *****
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
จน
..
องค์การบิน
องค์การบริหารค่าบงหวัดพิษณุโลก กองชาง 76 3:746 ะ ง แบบ
แบบแสดง
Aspried Conten
นาย ร ก ปาน, ช่วยมาบข่าง:รับบบบ
क
: นพ ราช ปางบ
กาปกปฏิบัติการ
ควา
นางสาว ม อ .
วิศวกรโยธา
ปสกา
“Y
นางเก่ 22 : 1
ያገና
.:.:goบ
*
• นายควง 2 TR
4 ปก อามาบด เราจะข่าว
เขายก้าง ไวเร!?
2 ตร inspa. ประกอบการระบบ เ ะ โลก
เงอะ
เยาว 75 บ กาย, การร่วง เพราะโลก
کرے
Prado Mamisuzniji curauentutista autoriañenfan
i
15
14
นาที) และมีระยะเต้น (Aptitude) ระหว่าง 0.20-0.80 มีสติเมตร มีน้ําหนักต่อความกว้างของรถบดไม่น้อย กว่า 22 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร จะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถบรับโดยการเดินหน้าและถอยหลัง ได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การและการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อทั้ง 2 คือ จะต้องตรง แนว ที่ตัวล้อเหล็กจะต้องเรียน ไม่อีกเป็นหลุมหรือเป็นรอยปุ่ม “ลักล้อและลูกปืนล้อต้องไม่สึกหรอมาก เกินไป จนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์คราบผิวล้อ และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและ เกลี่ยกระจายน้ําเลี้ยงล้อรถบด เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมเอสไลด์คอนกรีดติดล้อขณะปิดทับ มีระบบการ สั่นสะเทือน อยู่ในสภาพดี
4.6 เครื่องพ่นแอสฟัลต์ (Asphalt Distrike: tar)
ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองมีถังบรรจุและฟิสต์ติดตั้งบนรถบรรทุกหรือรถพ่วง และ
ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จําเป็นในการใช้งาน ดังนี้
4.6.1 ไม้วัด (Dipstick) หรือเครื่องวัดปริม บอสฟัลต์ในง
4.6.2 Moulin vocatiań (Bumer)
4.6.3 เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมินอส (The 6 sticker)
4.6.4 Ünuoañań (Asphalt Pump)
4.6.5 เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย (Power Unit)
4.6.6 veriuusalan (Spray Bar) wäestään (Nozzle)
4.6.7 ท่อนเ-อสซิลแบบมือ (Handi Spray)
4.6.8 อุปกรณ์วัดปริมาณการในแอสฟัลต์ (Sittiester)
4.6.9 Coussquasflañun-ss (Asphalt Tank)
เครื่องพ่นแอสฟัลต์ต้องมีระบบหมุนเวียน (Circulating System) มีไม่แอสฟัลต์สามารถใช้ได้ดี ตั้งแต่กับเอสฟิลด์เหลวจนเละซีเมนต์ และต้องทํางานได้ดังนี้
(1) ดูดแอสฟัลต์เข้าถึงได้
(2) หมุนเวียนแอสฟัลต์ในบ่อนแอสฟัลต์ และในถังบรรจุแอสฟัลต์ได้
(3) ในเอส จานทางท่อ เอสเต หรือผ่านก่อนเสดแบบมีได้
(4) คอลเลตจากงบรรจุหรือพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือเข้าสู่ถังได้
5) แอสฟัลต์จากยังบรรจุประจํารถชนแอสฟัลต์ไปยังถังเก็บเองภายนอกได้ (6) เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย ต้องมีมาตร บอกความดัน หรืออื่นๆ
ความอัน หรืออื่นๆ
เครื่องมอสฟัลต์ ต้อง เครื่องวัดประสาน โดยเป็นรอยเป็น
ท่อพ่นแอสฟัลต์ อาจประกอบด้วยท่อหลายท่อนต่อกัน มีหัวฉีดตั้งโดยมีระยะระหว่าง หัวเท่าๆ กัน หัวรับทํามุมกับท่อนเอลฟิลล์ได้ และต้องมีอุปกรณ์ปิดเปิดได้ ท่อนแอสฟัลต้องเป็น แบบแอสฟัลต์หมุนเวียนผ่านได้ เมื่อใช้งานต้องมีความดันสม่ําเสมอตลอดความยาวของพ่อและสามารถปรับ
ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือ เคลื่อนที่ได้อิสระ ต้องเป็นแนว ใช้เอง บนพื้นที
ที่รถพ่นแอลเข้าไปไม่ได้
3
อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นและ ประกอบด้วยล้อวัดความเร็ว (สื่อ) สายเชื่อม มาตรวัดความเร็วในแต่งรถ มาตรวัดความเร็วต้องวัดความเร็วเป็นเมตรต่อนาที หรือต่อนาที พร้อม ทั้งนี้มีตัวเลขบอกระยะทางรวมที่รถวิ่ง
ถึงบรรจุแลตบนรถ เป็นชนิดมีฉนวนป้องกันความร้อน ภายในประกอบด้วยท่อน ความร้อนจากหัวเผา (หนึ่งหัวเมาหรือมากกว่า) มีแผ่นโลหะช่วยกระจายความร้อน มีกระบายเลย ที่ยัง ต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอสละ ในแบบไม่วัด หรือเข็มวัดบอกเอง มีเพ อุณหภูมิเป็นแบบหน้าปัทม์ (Dial) หรือแบบแห่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Ad There is set) หรือทั้ง สองชนิด ที่อ่านได้ละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์สําหรับเครื่องในแอสฟัลต์ต่างๆ เหล่านี้ ก่อนนําไปใช้งานต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี การตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ์ต้องดําเนินการตามวิธีที่กําหนด ซึ่งที่ออกมา จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างและความยาวและเมื่อครบสอบโดยวิธีสอบรม และ ซีเมนต์ที่สายตามขวางและตามยาว จะต้องถูกต้องตามข้อกําหนด กล่าวคือปริมาณแอล-ซีเมนต์ที่สาม ขวางคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 17 และเราแอสฟัลตเมนต์ ตามยาวคลาดเเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ
15 ตามลําดับ
4.7 เครื่องจักรและเครื่องมือทําความสะอาดในที่ที่จะก่อร้าง
4.7.1 รถบรรทุกน้ํา (Water Tuk) ต้องอยู่ในสภาพดี นะอุปกรณ์ที่ใช้การได้ดี 4.7.2 เครื่องกว่ารุ่น (1,143) (111) อาจเป็นแบบลาก แบบเคลื่อนให้เองแบบ ติดตั้งที่รถไถ : Farin Tractor) หรืออื่นใด แต่ต้องเป็นแบบไม้การหมุน โดยเครื่องกล ใน กวาดา ด้วยไฟเบอร์ เหล็ก ไนล่อน หวาย หรือวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสมโดยความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ต้องมี ประสิทธิภาพ ที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.7.3 เครื่องเป่าลม (Beer) เป็นแบบติดตั้งที่รถหรืออื่นใด มีใบใหญ่ ให้กําลัง ลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้า
4.R เครื่องประกอบ
4.8.1 เครื่องมือบครับบบสั่นสะเทือน"นาเล็ก ( Stat! Vibrate Ty Clear) อง น้ําหนักเหมาะสมที่จะใช้ปิดทับแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่ระบบไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือใช้ในงาน มาเล็ก การใช้งานให้อยู่ในดุลยที่นี่เองคะ คุมงาน
เหมาะสม ที่จะใช้กระทั่งแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณเครื่องบดกับขนาดเล็กเข้าไปปรับ เรือน * นาครอบ การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
48.3 เครื่องมือติดรอยต่อ ราวเป็นแบบติดกับรถบดล้อเหล็กหรือเป็นแบบเล็ก หรือ จะมีทั้ง 2 แบบก็ได้ หรือ “บอื่นๆ ซึ่งสามารถตัดแนวรอยต่อได้เรียบร้อย ทั้งนี้อยู่ในกรงของผู้ควบคุม
ม
:
เรียน L
i server
วาร
การิน หวัด ชมโลก กองช่าง ฝ่ายต่างวงแปลบป
แบบเสง
1437ราม ทามแวะ ก า
นาย กะ คี ยามม พรายมาบข่า หนีบ
เมาน
สาป ก !
لاد
บาก
นางสาว ลด :
ณ โยธาปฏิบั
เรา : อน
กร มธาญา
iT
คร
-19
‘มพร : 45:
งานสมาร : เ
:: เวอบ
เยาะ ใจน, : :::::กระเจา ย ด เพลงโด
วง
¡
:::hit กรรม: ::::การเวก
4 ส.ค. 5
: เย:ขาว car Manong>Annešanasimušutovanînn
VAT
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
Canyondita fin.dermab
6 14:
4.8.4 เครื่องมือเจาะตัวอย่าง อาจเป็นชนิดใช้เครื่องยนต์หรือใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้เจาะตัวอย่างที่มี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ได้อย่างเรียบร้อย
4.8.5 ไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straight-edge) ต้องเป็นไม้บรรทัดวัดความเรียบที่มีขนาด
เหมาะสม มีความยาว 3.00 เมตร
เครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์อื่นใด นอกเหนือจากที่กําหนดไว้แล้วข้างต้น การนํามาใช้งาน และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5. การเตรียมการก่อนการก่อสร้าง
5.1 การเตรียมสถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุ
สถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุจะต้องเหมาะสม มีบริเวณกว้างพอที่จะดําเนินการได้โดยสะดวก
นอกจากนั้นจะต้องจัดให้มีการระบายน้ําที่ดี อันจะเป็นการป้องกันมิให้มีน้ําท่วมของวัสดุได้ พื้นที่สําหรับกระ วัสดุที่นํามาใช้งานจะต้องสะอาดปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ เช่น วัชพืช สิ่งสกปรกอื่นๆ ควรรองพื้นด้วยวัสดุ หินหรือปูด้วยแผ่นวัสดุที่เหมาะสม สถานที่กองวัสดุจะต้องราบเรียบได้ระดับพอควร การกองวัสดุแต่ละ ขนาด จะต้องลองแยกไว้อย่างชัดเจน โดยการกองแยกให้ห่างกันตามสมควรหรือทํายังกันไว้เพื่อป้องกันวัสดุที่ จะใช้แต่ละชนิด แต่ละขนาด ไม่ให้ปะปนกัน หรือปะปนกับวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ การกองวัสดุต้อง ดําเนินการให้ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเกิดการแยกตัวโดยการกองวัสดุเป็นอื่นๆ สูงนะไม่เป็นความสูงของ กองวัสดุของเดี่ยวๆ เมื่อเทจากรถบรรทุกเทท้ายคันหนึ่งๆ ถ้าจะกองวัสดุชั้นต่อไปจะต้องเร่งระดับยอดกองให้ เสมอ และไม่ควรกองวัสดุสงเป็นรูปกรวย
5.2
เตรียมรวมและวัสดุเกร
กองวัสดุที่ใช้ทุกชนิด จะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้วัสดุเปียกน้ําฝน โดยการกองวัสดุในโรงที่มีหลังคา คลุม หรือคลุมด้วยผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสม หรือโดยวิธีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน วัสดุที่ใช้ทุกชนิดเมื่อป้อนเข้าโรงงานผสม ต้องไม่มีความชื้นเกินกําหนด ตามข้อแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโรงงาน ผสมที่ใช้งานนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้โรงงานผมทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มวลรวมที่ใช้แต่ละชนิด ก่อนนําไปใช้งานจะต้องบรรจุอยู่ในยังหินเย็น แยกกันแต่ละยัง และการผสม มวลรวมละชนิดจะต้องดําเนินการโดยผ่านยังหินเป็นเท่านั้น ห้ามนํามาผสมกันภายนอกเงินเย็นในทุกกรณี วัสดุผสมแทรก หากนํามาใช้จะต้องแยกใส่ยังวัสดุผสมรถโดยเฉพาะ การป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้อง แยกต่างหากโดยไม่ปะปนกับวันอื่นๆ และจะต้องป้อนเข้าห้องผสมโดยตรง
5.3 การเตรียมเอทัส เป็นที
แอสละ ซีเมนต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ มนต์ต้องมีอุณหภูมิไม่ว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อม รับมวลรวมที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 159 + 8 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 + 20 เซนติโตกส์ (Celatistakes) หรือมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม เฉพาะงาน การจ่ายแอนฟิลด์ซีเมนต์ไปยังห้องผสม จะต้องเป็นไปโดยต่อเนื่องและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด
สม่ําเสมอตลอดเวลา
5.4 การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 ที่นํามาใช้งานต้องมีสภาพใช้งาน ได้ดี โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและหรือตรวจปรับ ตามรายการและวิธีการที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ก่อน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดต้องมีจํานวนพอเพียงที่จะ อํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปโดยต่อเนื่อง ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก และในระหว่าง
การก่อสร้างจะต้องบํารุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาทํางาน
5.5 การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง
5.5.1 รองพื้นทาง ในทาง หรือไหล่ทาง จะต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตา รูปแบบงานนั้นทรงแอสฟัลต์คอนกรีตบ กรณียงในทางหรือพื้นหรือไงมีความเสียหายเป็นคลื่น เป็นหลุมบ่อ มีจุดอ่อนตัว (Soft Sport) หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อนโดยได้รับความ เห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
ات
5.5.2 ผิวทางลาดยางเต็ม ที่จะกวนทางแอสฟัลต์คอนกรีะทับมีผิวหน้าไม่สม่ําเสม หรือเป็น คลื่น และไม่มีการชั้นปรับระดับ ให้ปรับแต่งให้สม่ําเสมอ ถ้ามีหลุมบ่อ รอยแตก จุดอ่อนตัวหรือความ เสียหายของชั้นทาง จะต้องตัด หรือดออก แล้วจะซ่อม หรือชุดซ่อมแล้วแต่กรณี แล้วบดทับให้แน่นจะมี ผิวหน้าที่เรียบสม่ําเสมอ โดยให้มีระดับและความลาดถูกต้องตามแบบ วัสดุที่นํามาใช้จะต้องมีคุณภาพดี ขนาด
และพื้นทีจะซ่อม
และปริมาณวัสดุที่ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะความเสียหาย และพื้นที
5.5.3 พื้นทางหรือไหล่ทาง มี โทรมศพ (Prinnie Coat หลุดหรือเสียหาย ต้องแก้ไขใหม่ให้ เรียบร้อยตามวิธีการที่ผู้ควบคุมงานกําหนด แล้วถึงไว้จะครบกําหนดเวลาตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ซ่อมก่อน จึง ป่านทางแอสฟัลต์คอนกรีตทันได้
55.4 ในทางหรือไหล่ทาง ไหมคะ ทิ้งไว้ มีผิวหยุดเสียหายเป็นพื้นที่ต่อเนื่องมากเป็นว่า จะซ่อมตามข้อ 5.5.3 ให้ได้ผลดี ให้พิจารณาครวด (Scatify) ในทางหรือไหล่ทางนั้น แล้วบดทับใหม่ให้ได้ความ แน่นตามที่กําหนด แล้วทําไพรมโคทใหม่ทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ทําไกรมโดยก่อน จึง ท่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตพับได้
5.5.5 นทางหรือไหล่ทางที่ไพรมโดยทิ้งไว้นาน โดยไม่ได้ทํานาและคอนกรีตาม ขั้นตอนการก่อสร้างปกติ แต่โทรมโดยไม่หลุดเสียหายก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตกับอาจพิจารณาให้ เทคโคย (Tack Coat) โดยให้ดําเนินการตาม ม.227 : มาตรฐานโดย Tack Cat) ทั้งนี้ให้ ในระพินิจของผู้ควบคุมงาน
556 ในงานเสริม ทาง (Overlay) ด้วยฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเดิมซึ่งเกิดการยุบตัว - Depressi หรือเป็นเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว ให้ดําเนินการดังนี้
(1) กรณีตัวหรือเป็นแอ่งลึกไม่เกิน 30 : เสริมเพื่อปรับระดับเ ส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นเรื่องก่อน หรือจะปรามเปนร้อนกับการปูชั่นทางและคอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในเลย พินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร 1 ความเหมารวมเป็น 30 มิลลิเมตร จะต้องแยกเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่มุมด้วย หรือในเองก่อน
(2) กรณีตัวหรือเป็นอีกเป็น 50 เมตร จะต้องแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ตัวหรือเป็นแอ่งก่อน โดยให้เป็นชั้นๆ บนไม่เกินวันละ 50 มิลลิเมตร
กา
Y
การบริหารจังหวัดทีน โan
กองช่าง
นาย วจและออกแบบ
แบบแสดง
นายก, วลี ปา ทา ร ว่าง บน ป
Zurofimový žurnā
J
::สาม อ ค ร " : การ รายiarr
ane in suumavad:
Mensīva comutat
::ในคราย แสง:
Louyntinë vani nanny » าหน้ามาลอง!!
.
บท
อาเบาะ 7
เปร
นาย จอม !
เบ
เวร
17.4 ไดรธร
ประอ: การบริหารย่าน :เ ล โ
! ‘บเรางก ร ยะ
ร:มายาอะ การมาจังห ล บ ก
CK
:’ ::::: วิชา
ย ร าา การเ
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
!
14
การแยกเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต นี้ให้ด ทับด้วยรถบดล้อยางจนได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วจึงปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป
5.5.7 รองพื้นทาง ในทาง เหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ต้องสะอาดปราศจากฝุ่น วัสดุสะปรก หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ ปะปน
5.5.8 การทําความสะอาดรองพื้นทาง พื้นดวง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทาง แอสฟัลคอนกรีตทับ โดยการกวาดฝุ่น วัสดุหลุดหลวม ทรายที่สาวกับไพรมโคท สําหรับพื้นทางหรือไหล่ ทางออกจนหมดด้วยเครื่องกวาดฝัน ต้องปรับอัตราเร็วการหมุนและน้ําหนักกดที่กดลงบนรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทางหรือทางสายยางเพิ่มให้พอดี โดยให้รองพื้นทาง ขึ้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางเดิมเสียหาย เสร็จ
แล้วให้ใช้เครื่องเป่าผมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่ลดหลวมออกจนหมด
5 5 9 กรณีที่มีคราบฝุ่นหรือวัสดุจับตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเต็มที่จะทํา ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ให้กําจัดคราบแข็งดังกล่าวออกโดยการใช้เครื่องมือใด ๆ ที่เหมาะสมตามที่ผู้ ควบคุมงานกําหนดหรือเห็นชอบ ชูคออก ล้างให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาด แล้วใช้เครื่อง เป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกให้หมด
5.5.10 ผิวทางลาดยางเดิมที่มีแอสซัสเยิ้ม ก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับจะต้องแก้ไขให้ เรียบร้อยก่อน โดยการปาดเอสซัสที่เป็นออก หรือโดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานกําหนดหรือ
เห็นชอบ
5.5.11 ผิวทางลาดยางเดิมหรือขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใดๆ ที่จะทําขึ้นทางและไลคอนกรีต
กับ จะต้องทําาแทคโครก่อน โดยให้ดําเนินการตาม ม.ช.227 : มาตรฐานงานแทคเลท (Tack Curt
5.5 12 ขอบของโครงสร้างคอนกรีตใดๆ หรือผิวหน้าตัดขึ้นทางและฟิลต์คอนกรีตเต็มที่ต่อเชื่อม
กับ แอสฟัลต์คอนกรีตที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องตัวเทคโครก่อน โดยให้ดําเนินการตามมาร 227 : มาตรฐานงาน แทคโคก (Tack Coat)
5.5.13 พื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูนทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องเดวิดยาแนวรอย
แตกและรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเบาสม เป็นออกให้หมด แล้วทําแทคโลก โดยให้ดําเนินการตาม ม.227 : มาตรฐานงานเทคโต (Tack Coati
6. วิธีการก่อสร้าง
6.1 การควบคุมการส่ง สมอลฟัลคอนกรีตที่โรงงานผสม
การดําเนินการควบคุมการผลิตส่วนผสมคอนกรีตที่โรงงานผสม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 6. 1 1 1 :
-
-
- คุมคุณภาพส่วนผสมและคอนกรีต มารวมและเอเลเมนต์ มี คุณสมบัติตามข้อ 1 คุณภาพของส่วนผสมแฟลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอ ตรงตามส่วนผสมแพาะงานที่ ได้กําหนดขึ้นสําหรับเยลต์คอนกรีตนั้นๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุผลในข้อ 3.5
และ ข้อ 3.6
6.1.2 การควบคุมเวลาในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โรงงานผสมต้องมีเครื่องตั้งเวล ควบคุมเวลาแบบอัตโนมัติ สามารถตั้งและปรับเวลาในการผสมแห่งและผสมเนยได้ตามต้องการ
สําหรับโรงงานและแบบใด ระยะเวลาในการลงและผสมเรียกควรใช้ประมาณ 15 วินาทีละ 30 วินาที ตามลําดับ
สําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง ระยะเวลาในการผสมให้คํานวณจากสูตรตามข้อ 4.1.11 13 ในการ ผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตโดยโรงงานผสมทั้ง 2 แบบ ต้องได้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่สม่ําเสมอ ใน กรณีที่ผสมกันตามเวลาที่กําหนดไว้แล้ว แต่ส่วนผสมแอลฟัลต์คอนกรีตยังผสมกันได้ไม่สม่ําเสมอตามต้องการ ก็ให้เพิ่มเวลาในการผสมขึ้นอีกก็ได้ แต่เวลาที่ใช้ในการผสมทั้งหมดต้องไม่เกิน 60 วินาที ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน การกําหนดเวลาในการผสมของโรงงานผสมใดๆให้กําหนดโดยการครอบหาปริมาณที่ แอสฟัลเคลือบผิวมะระ ตามวิธีการสอน: AASHTO T 195 “Detenting Degree : Fat *** Coating of Bittmainous-Aggregate Mixtures Inbidemanunturinimusatzaustavi 5
ตารางที่ 5 ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม
: ชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีด
พื้นทาง
ผิวทาง ระวาง ไหง ปรับระดับ
ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวมร้อยละโดยพื้นที่
ไม่น้อยกว่า 30
ไม่น้อยกว่า 25
6.1.3 การควบคุมอุณหภูมิของวัสดก่อนการ และอุณหภูมิของส่วนผสม,
คอนกรีต
(1) มวลรวม ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 163 18 องศาเซลเซียส และ ความชื้นไม่เกินร้อยละ 1 โดยมวล และขณะผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ จะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร
ส่วนผสมเฉพาะงาน
(2) แอสฟัลต์ซีเมนต์ ขณะเก็บในถังเก็บรอใช้งานต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซีย เมื่อจะผสมกับมวลรวมต้องให้ความร้อนเพิ่มจนได้อุณหภูมิ 159 18 องศาเซลเซีย หรืออุณหภูมิที่แอสต ซีเมนต์ มีความหนืด 170 +20 เนสโต (Cities tuks) หรืออุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม
(3) คอนกรีตผสมเสร็จ ก่อนออกจากห้องผสม จะต้องมีคุณนาระหว่าง121-148 องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างไปกว่าที่กําหนดนี้ ห้ามนํา ส่งนะ: ละ.เอล ลดคอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
(4) ต้องมีการบันที่อุณหภูมิของมวลรวม ที่บ้านหม้อเลย! อุณหภูมิของเอเลเมนขณะก่อน สมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่องบันทึก อุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างจะต้องส่งบันทึกรายการอุณหภูมิ ดังกล่าวประจําวัน แก่ผู้ควบคุมงานทุกวันที่ปฏิบัติงาน
(5) การอุณหภูมิของส่วน สมอลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูม อ่านอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดผ่านรูที่เจาะไว้ข้างกระบะรถบรรทุกทั้ง 2 ด้าน ที่ประมาณ
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
· II. L
การเพรส่วนจังหวัดที่โลก กองช่าง
ป้าย ารวจg sessi
แบบแสดง
พก - งานแ: larn นกก
(Aseball Centrele)
I
- คุมคุณภาพส่วนผสมและคอนกรีต มารวมและเอเลเมนต์ มี คุณสมบัติตามข้อ 1 คุณภาพของส่วนผสมแฟลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอ ตรงตามส่วนผสมแพาะงานที่ ได้กําหนดขึ้นสําหรับเยลต์คอนกรีตนั้นๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุผลในข้อ 3.5
-
- ชานแมน
เทปก
คว
aert
!มาร มากพิเ
เปrinc
: ปางชาว .. จ า
กระ ธาปฏิบัติการ
มาส
บัมราก :
ภาค โพธ· :มา
iamri
เพ
Kunzorišnü naršowequi
ว าาบ กระ9,3:07 แบบ
.
• ระยะ ปะ
י כח חשערים
: :
เร ในเม
การ - า พิ โก
วร
เบาะ บ กระบ
ปกอง การเกาะ โก
. ะ จะ
( นมจาว ทรี ยะ
บราวเ
.:15::ย ราการ - ระน
8
14
กรกลางความยาวของกระบะ และสูงจากพื้นกระบะประมาณ 150 มิลลิเมตร การวัดอุณหภูมิให้วัดจาก รถบรรทุกทุกคันแล้วจดบันทึกอุณหภูมิไว้
6.2 การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากโรงงานผสมไปยังสถานที่ก่อสร้าง ต้องใช้รถบรรทุกที่เตรียมไว้แล้ว โดยถูกต้องตามข้อ 4.2 ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ
6.3 การปูส่วนผสมเอสไลต์คอนกรีต
การส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องใช้เครื่องที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5 โดยต้องผ่านการ ตรวจสอบ ตรวจปรับ และอนุญาตให้ใช้ได้แล้วจากผู้ควบคุมงาน การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้อง คํานวณความเร็วของเครื่องให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การจะต้อง ดําเนินการไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ด้วยความเร็วการปูที่สม่ําเสมอ ปริมาณส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออก จากเตารีดของเครื่องปู จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างของพื้นที่ที่ โดยขณะปูควรป้อนส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต จากกระบะบรรจุผ่านไปยังเกลียวเกลี่ยจ่ายทั้ง 2 ข้าง จนถึงส่วนเครือโดยสม่ําเสมอ มี ระดับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตคงที่ และในการปฏิบัตินี้ให้เป็นไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ในส่วนของเตารีด อัตราเร็วการกระแทกของคานกระแทก และจํานวนรอบการสั่นสะเทือนของเตารีดแบบสั่นสะเทือนตลอดจน
ระยะเต้นจะต้องคงที่ และใช้ให้เหมาะสมกับชนิดลักษณะของส่วนผสมของคอนกรีตความหนาของชั้นทาง และอื่นๆ ในการ ส่วนและแอสฟัลต์คอนกรีม ผิวหน้าของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ขณะยังไม่ได้มาทับ จะต้องมีลักษณะผิวหน้าที่มีความเรียบ ความแน่น สม่ําเสมอทั้งทางด้านตามวา และตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shin) การแยกตัวของส่วนผสมแอลฟัลต์คอนกรีตหรือลักษณะความ เสียหายอื่นๆ ขณะปูหากปรากฏว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขในทันที ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่
มีลักษณะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ห้ามนํามาใช้
6.3.1 สภาพผิวขึ้นทางก่อนการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องแห้ง ห้ามส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต ณ ฝนตก เมื่อผิวชั้นทางที่จะปูเปียกชั้น
6.3.2 อุณหภูมิของส่วนผสมเดลคอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิเมื่อออกจาก โรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วบนถนน จะต้องดําเนินการเป็นระยะๆ สละเวลาอ การปหากปรากฎว่าอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ให้ตรวจสอบสาเหตุและ
แก้ไขโดย น
5.3.3 การวางแนวก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อนการก่อสร้างขึ้นทางเอสฟิลดอนกรีตทุกชั้น จะต้องวางแนวขอบในทางที่จะปูก่อน โดยการใช้เชือกซึ่งวางแนว และติดกับพื้นที่ส่วนผสม แอสฟัลต์ คอนกรีดให้แน่น หรือวิธีการกําหนดแนวอื่นใดที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ จะขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกของชั้นทางแต่ละชิ้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ตรง แนวเรียบร้อยตามแบบ การดําเนินการนี้ไม่รวมถึงการขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตติดกับคันหิน (Cure) และร่อง ระบบน้ํา (1) หรือส่วนโครงสร้าง ที่มีแนวต้องตามแบบอยู่แล้ว
6.3.4 ลําดับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต การก่อสร้างขึ้นทางเอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้อง ดําเนินการของจราจรหลักหรือทางตรงก่อน ส่วนช่องจราจรหรือบริเวณอื่นๆ เช่นทางแยก ทางเชื่อม ส่วน ขยาย เรียบริเวณย่อยอื่นๆ ให้ดําเนินการภายหลัง
6.35 การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง รอยต่อตามขวางหมายถึง แนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามขวางที่ปลายแปลงก่อสร้างที่สิ้นสุดการก่อสร้างประจําวัน การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง อาจดําเนินการได้
2 วิธี คือ
(1) การใช้ไม้แบบ โดยใช้ไม้แบบที่มีความหนาเท่ากับความหนาของชั้นทางที่ปู วางที่จุดสิ้นสุด ของการแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแสการ เมื่อปูแอล คอนกรีตถึงไม้แบบนี้ให้เลยไปเป็นทางลาดที่มี ความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ขวดยาและดุดเมื่อเดินผ่านและอาจอนุญาตให้ใช้ทรายรองพื้นส่วนลายได้เพื่อ
ความสะดวกในการออกแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เป็นทางลาดออก โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(2) การใช้กระดาษแข็งสําเร็จรูปหรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปใดๆ ที่ใช้สําหรับทํารอยต่อตามขวาง โดยเฉพาะ ซึ่งใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์และผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยนํามาวางที่จุดสิ้นสุดของการแต่ละ แปลงให้ตั้งฉากกับแนวการป แล้วปูแอสฟัลต์คอนกรีตกับเป็นทางลาดที่มีความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ มายานสะดุดเมื่อแล่นผ่าน
เมื่อจะปูนทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อจากรอยต่อตามขวางนั้น ก็ให้ยกไม้แบบ เป็นกระดาษแข็ง หรือวัสดุสําเร็จรูปนั้น รวมทั้งชั้นทางส่วนที่เป็นทางออกไป ตรวจสอบระดับด้วยไม้บรรทัดวัดความ เรียน หากระดับหรือความหนาของชั้นทางส่วนใดไม่ถูกต้องตามแบบ ให้ตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนนั้น
ออกไปจนถึงชั้นทางส่วนที่มีระดับและความหนาถูกต้องตามแบบด้วยเครื่องตัดและต่อและลดคอนกรีตให้ได้ แนวตรงและตั้งฉากโดยเรียบร้อย ก่อนที่จะปูชั้นทางและละคอนกรีตต่อไป ให้รอยต่อตามขวางนั้นด้วย สลด์บางๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะใหม่ได้ดี การหารอยต่อด้วยเอสฟิลด์นี้ให้ดําเนินการ ตามมา 227: มาตรฐานงานแทคโค (Tack Coat )
ในกรณีที่การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหยุดชะงักด้วยเหตุใดก็ตามในระหว่างการก่อสร้าง
ประจําวัน จนทําให้อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณหน้าเตารีดลงต่ํากว่าที่กําหนด ก็ให้ทํา รอยต่อตามขวางที่บริเวณนั้นด้วย โดยให้ตัดรอบบริเวณที่มีความหนาตา และได้รับเรียบร้อย แล้ว โดยตัดให้ตั้งฉากพร้อมกับตักส่วนผมแอสฟัลต์คอนกรีต ส่วนที่ตัดออกทิ้งไป ให้หารอยตามขวางนั่น ด้วยเอสบางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะใหม่ได้ดี การกรอบ ด้วยแอสฟัลต์ให้ดําเนินการ ตาม ม.227 : มาตรฐานงานแพคโค (Tack Cost)
การปูชั่นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อเชื่อมกับรอบอก : วางในครั้งใดๆ เมื่อเริ่มปล่านะ และคอนกรีมไปได้ระยะแรก ให้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบระดับที่รอยต่อ หากไม่ได้ระดับ ตามที่กําหนด ให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วนขณะที่ส่วนผสม สวิสต์คอนกรีตที่ใหม่นั้นยังร้อนอยู่
ในการชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตแต่ละช่องจราจร รอยต่อตามความของการก่อสร้างในทางที่ ช่องจราจรข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกัน โดยต้องก่อสร้างให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร ทั้งนี้เพื่อ ไม่ให้เกิดเป็นจุดอ่อนทําให้เกิดความเสียหายภายหลังได้
ในกรณีที่แคสต์คอนกรีต สายชั้น 1 ตามขวาง แต่ละชั้นจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า
ไม่น้อยกว่า 5 เมตร ด้วย
5 เมตร และจะต้องห่างจากรามองของจราจร
i
เยบเ
การ ! :
คว
ค
ציוריגר
กรร - การะ หารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองช่าง
ฝ่าย เรวจนRS RPLU
แบบแสดง
Asphalt Chinese
Zumpīrs And Chuu
الية
: กานะ คบเก
สถาปนิกปฏิมิ การ
:: เครา ก า
การใชชาปฏิบัสคาร
Wh
เเรง อากร
กรรมการ - นาย.คร แรงเง
: : 5 : :
Hu : itre
จ! ด
.:: cou
เงาร, ท: โจเซม! inบ !าวะ
มาร : สวอ: การบริ : านๆ ที โก
มะเกวาว ท ยะ รองนายก การบริหารสาวเกา
leezin
งามเด่ะ บร
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
…
…
lg
14
6.3.6 การก่อสร้างรอยต่อตามยาว ในการขึ้นทางแอสฟัลต์ตอนเรียประกบกับชั้นทางช่องจราจร ข้างเคียงที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้วนั้น อาจทําได้ 2 วิธี คือ
(1) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลี่ยมเข้าไปในชั้นทางของเราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร แล้วคนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เหลื่อมเข้าไปให้ในแนว รอยต่อ โดยให้สูงกว่าระดับที่ด้านนอกถัดไปให้มากพอที่เมื่อปิดทับแล้ว รถบดจะไปอัดส่วนผสมแอสฟัลติกคอ นกรีดตรงรอยต่อนั้นแน่นและเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวชั้นทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
(2) การปูส่วนลดคอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร เป็นวัสดุก้อนบริเวณที่เหลื่อมกันตรงรอยนั้นออกไป ซึ่ง เมื่อบทับจะได้รอยต่อตามยาวที่แน่น ไม่ขรุขระ และเรียนได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
ก่อนจะขึ้นทางแอสฟัลคอนกรีตใหม่ประกบกับชั้นทางของช่องจราจรที่ได้ดําเนินการ
เรียบร้อยแล้ว ให้ตัดแต่งรอยต่อตามยาวนั้นด้วยเครื่องมือตัดรอยต่อตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.6.3 โดยตัดให้ตั้งฉาก กับชั้นทางที่ปูกับ และรอบนั้นจะต้องตรงแนว เรียบร้อย คม ไม่รักษา เสร็จแล้วให้ทารอยต่อนั้นด้วย แอสซิสต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกันได้ดีกับชั้นทางที่ประกบ การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ ให้ดําเนินการ ตาม บทช.227 : มาตรฐานงานโคก (Tack Coat)
ในการขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น แต่ละชั้นให้ก่อสร้างให้มาต่อมา เหมือนกัน ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร เป็นชั้นทาง 2 ช่องจราจร รอยต่อตามยาวของชั้นทางชั้นบนสุดให้อยู่ในแนวแอบ
***จราจรตามแบบ
การปชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจร พร้อมกัน โดยใช้เครื่องหลายเครื่อ: การขึ้น ทางโดยเครื่องที่ตามหลัง ให้ส่วนผสมแอสฟัลคอกเหลี่ยมเข้าไปในชั้นทางที่กําลังโดยเครื่อง เครื่อง หน้า 25-50 มิลลิเมตร ในกรณีเช่นนี้ไม่จําเป็นต้องดรอยต่อตามยาว และไม่ต้องแพคโคท
6.3.7 การปส่วน สมแอลไลต์คอนกรีตในทางโค้ง ให้ช่องจราจรด้านโค้งในก่อนไปตามลําดับจนถึง โค้งนอก แต่ถ้าก่อสร้างในฤดูฝนจะต้องดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จเต็มโค้งโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ําซึ่งบนชั้น
6.3.8 การตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอพสต์คอนกรีต ให้ตรวจวัดความหนาของชั้นทางเอสพล คอนกรีตที่แล้วแต่ยังไม่ได้บทกันเป็นระยะๆ ช่วงละไม่เกิน 8 เมตร โดยให้ตรวจวัดความหนาดความกว้าง ของชั้นทาง หากปรากฏว่า ความหนาของชั้นประหลาดเคลื่อนไปจากความหนาที่กําหนด ให้แก้ไขโดยทันที ขณะที่ส่วนผสมผงคอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด กรณีที่มีความหนาน้อยกว่าที่กําหนด ให้คราดตัว แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีที่มีคุณภาพถูกต้องมาปูเสริม เกลี่ยให้ได้ระดับเสมอตรวจสอบระดับ
U
ให้ถูกต้อง
5 3 9 การปส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วยรถเกลี่ยปรับระดับ การมีส่วนเสมและคอนกรีต บริเวณที่เครื่องไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้หรือไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปดําเนินการ อาจพิจารณาให้ใช้รถ เกลี่ยปรับระดับที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.4 ดําเนินการได้แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบให้ได้
ระดับถูกต้อง ทั้งนี้ให้ไปเลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.3 16
ด้วยนะคะ เป็นนก หรือพื้นที่ที่ต้องการปรับระดับพื้นที่ที่มีสิ่งที่ควา และอื่นๆ เครื่องและเกลี่ย รับเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เหมาะสมหรือไม่สะดวกที่จะเข้าไป
ดําเนินการ อาจพิจารณาใช้คนปูส่วนผสมแอลฟัลต์คอนกรีตในบริเวณดังกล่าวได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในตนเองผู้ ควบคุมงาน ในการใช้คนดําเนินการให้ใช้แล้วตักส่วนผสมแอลฟัลต์คอนกรีตไปกองเรียงกันบนพื้นที่ที่ต้องการ แต่ละกองเป็นกองเดี่ยวๆ ห้ามกองทับกันเป็นกองสูง เกลี่ยแต่งให้เรียบสม่ําเสมอ แล้วตรวจสอบด้วยไม้ บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง
"
6.3.11 การตรวจสอบความเรียบในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตรวจสอบภาย หลังจากการบดทับเที่ยวแรก โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบวางทาบไปบนผิวหน้านั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต หากต้องเสริมแต่งปรับระดับใหม่ ให้ดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอลกลาซอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด
6.4 ระบนชั้นทางเอส อตตอนเรี
การปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีดนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรบดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5 และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นฟิลด์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติ ไม่ติดขัด หรือหยุดชะงัก เครื่องจักรยานต่างๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับให้ เหมาะสมตามรายการและวิธีการรวม อบจ.พิษณุโลก กําหนด และอนุญาตให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
การบดทันจะต้องกระทําทันทีหลังจากการปส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเริ่มแคบ ขณะที่ ส่วนผสมแอล ฟิล คอนกรีตยังร้อนอยู่ โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 120-150 องศาเซลเซียส เมื่อนานแล้ว จะต้อง ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความสามแบบ ไม่มีรอยแตก รอบเคลื่อนตัวเป็นเอง รอยคลื่น รอยล้อรถบด หรือความเสียหายของผิวชั้นทางแอสฟัลต์คนอื่นๆ
6 4.1 หลักการบดทับชั้นทาส คอนกรีตทั่วๆไป ในกรณีที่ข้อกําหนดไม่ได้ระบุวิธีการบดกับเป็น อย่างอื่น การมอบให้พิจารณาดําเนินการตามหลักการนอนดังนี้
ในเบื้องต้นให้บดบรรยายต่างๆ ก่อนโดยทันที ต่อจากนั้นก็ให้เป็นต้น (Initial Breakdan Rutling) โดยให้ระบบตามหลังเครื่องปูให้ใกล้ชิดเครื่องมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และในการ แต่พับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับต้องไม่มีรอย ไม่มีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ต่อไปเป็นการบอกับขั้นกลาง (fi terrierdiate Rolling) โดยให้บดทับตามติดการบดทับในขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด เท่าที่สามารถจะทําได้ และต้องดําเนินการนะที่ส่วนผสมเอสคอนกรีตยังมีอุณหภูมิเหมาะสมที่จะทําให้ได้ ความแน่นตามที่กําหนด ต่อจากนั้นเป็นการปรับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling ซึ่งจะต้องดําเนินการแนะ ส่วน,สมแอสฟัลต์คอนกรีสยังมีอุณหภูมิที่รอบตจะสามารถบอกระบบที่ผ่านมาได้เรียบร้อย
ในการบครับจะต้องเริ่มบดทับ เอนชั้นทางแอสคอนกรีตด้านหรือด้านขอบบอกก่อน แล้วจึงค่อยๆ ปะกับเหลี่ยมเข้าไปสู่ด้านเส้นแบ่งกึ่งกลาง นน เว้นแต่การมารับช่วงการยกโค้ง ซึ่งจะต้องพูดกัน “ต้นก่อน แล้วจึงจะรับเปลี่ยนไป ด้านสูง การรบกับแต่ละเที่ยวให้กับนานไปกับเส้นแบ่งงา - ให้เหลื่อมกัน
เกม 150 เร แบน แล้วเกิดเป็นตาราง หรือส่วนผสมเคลื่อนตัวเป็นแอ่งก็ให้เปลี่ยนเป็นบทบเหลื่อมกันครึ่งหนึ่งของความกว้างของล้อรถ
รอบแต่ละเที่ยวของการปรับ ต้องไม่หยุดที่แนวเดียวกับรอยยุงรถบดเดี่ยวก่อน แต่ควรทราบให้ เหลื่อมกันเป็นระยะห่างพอสมควร
ในระหว่างการครับ หากมีส่วนผสมแอล คอนกรีติดรถ ควรใช้น้ําหรือการ
เล
ระบดให้เรียก เยอะกันไม่ให้ส่วนผสมคอนกรีตล้อรถบด 11 ความจําเป็นแล้วเลิกใช้
กร
ช.ย บ
การ า
ทา
เจ.
การบริหารสวนจังแตก โดย
กองทาง ฝ่ายสาร7จและออกแบ
แบบแสดง
1.1733 เ ร แ มก
Astrall Game rev
: นายจิระ ก เ ป : นายนายชาเขียนแบบ
1
นาย กับปากii::
ก. บาปกร
เนาจาา :)
จิกเทxt i
RI -”-
นาย จาก :
กาก i 6ก าเนาเก
: นายสกาย เคร
….
-นายก 5 จบก
..
าา า :บรค แ - :
C.
autoblows dienyneš,
กามวยการข่าว
เนท โจ
.พ. ไทย nps
12 fir รวม เกรด
ชินวง
4 2: เน7น. ท จะ 1 รองนายก : การแรก บาษ โลก
Tiii!
CRS
·.สบเมย :
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2565
:
::: 04: การบริหารพระ เก่า โลก
10.
14:
การบดทับรถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วและสม่ําเสมอ โดยใช้ขับ (Drive heal) นําหน้าให้ใกล้เครื่อง ปูมากที่สุด หากมีการเปลี่ยนความเร็วรอบขณะปิดทับ จะต้องค่อยๆ เปลี่ยนความเร็วที่ละน้อย ในช่องทางการ บดทับช่องทางใดๆ การพูดกับเดินหน้าและถอยหลังให้อยู่ในแนวของทางการบดทับเดียวกัน ก่อนเดินหน้าและ ถอยหลังรอบจะต้องหยุดนิ่งก่อน ถ้าเป็นรถบดสั่นสะเทือนจะต้องหยุดการสั่นสะเทือนก่อนด้วย การเปลี่ยน แนวของทางบทกับจะต้องค่อยๆ เปลี่ยน โดยให้ไปเปลี่ยนบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่ได้บดทับและ
เย็นตัวแล้ว ห้ามเปลี่ยนบนผิวชั่นทรงแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับหรือที่ยังร้อนอยู่ การบดทับช่องทางบด ทับถัดไปจะต้องขนานกับช่องทางเดิม การจอดรถบดระบบหรือบดลับเสร็จแล้ว ให้จอดบนผิวชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เย็นตัวแล้ว ห้ามแบบนั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ยังร้อนอยู่ ถ้าในการปรับ ทําให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีบเกิดการเคลื่อนตัวออกไปต้องแก้ไขโดยด่วน โดยการคราดส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตบริเวณดังกล่าวให้กลวง แล้วนําส่วนผสมแอสคอนกรีตที่มีคุณภาพและอุณหภูมิถูกต้องมาเพิ่ม
พร้อมกับแต่งระดับให้สม่ําเสมอได้ระดับถูกต้องแล้วระบบใหม่
6.4.2. ความเร็วของรถยดในการบครับ ในการยกกันโดยทั่วๆ ไป จะบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและ สม่ําเสมอ ความเร็วสูงสุดที่ใช้ในการบดทับขึ้นอยู่กับชนิดของรถบด อุณหภูมิ ชนิด ลักษณะ และความหน ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการบดทับ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ความเร็วสูงสุดในการรับ สําหรับรถบดล้อเหล็กแบบสั่นสะเทือน รถบดล้อเหล็กแบบสั่นสะเทือนซึ่งบดกับโดยไม่สั่นสะเทือน และรถบด ล้อยาง ในการปิดกับขั้นตอนต่างๆ ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 6
ตารางที่ 6 ความเร็วของรถบดในการบดทับ
ความเร็วของการบดในการบดทับ
การบอทับขั้นต้น
การบดทับขันกลาง
กมลม ไมล์/ชม.
ชนิดของรถบด
กม./ชม.
ไมล์/ชม.
กม./ชม.
รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ
3
2
5
3
5.
3*
เบดล้อยาง รถบดสั่นสะเทือน
5
13
5
3
8
5
4-5
2.5-3
4-5
25-3
ตารางที่ 7 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว ความถี่ และจํานวนครั้งการกระแทก
(ช่วงที่ควรใช้อยู่ในกรอบเส้นทึบ)
จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 เมตร
ความถี่การสั่นสะเทือน
เฮิรตซ์ (รอบต่อนาที)
(จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 ฟุต)
- การบริ ส่วนจังหวัด ใน
กองข่าง
าย ารวจ แ ก พ
30 (1,800)
45.0
33.8
27.0
22.5
19.3
(13.6)
(10.2)
(8.2)
(6.8)
(5.8)
แบบแสดง
" บราน -
33 (2.000)
50.0
37.5
30.0
25.0
21.4
115.2
(11.4)
(9.1)
(7.6)
37 (2.200)
55.0
41.3
33.0
27.5
23.6
:. ปะเ
(16.7)
(125)
(10.0)
(8.3)
(7.1)
I
40 (2,400)
60.0
45.0
36.0
30.0
25.7
(18.2)
(136)
(20.9)
(9.1)
(7.8)
ป
43 12,600)
65.0
48.8
39.0
325
27.9
า กระ ก า ง 3
อ่าน อ่านเขียน..
निर्धत
: นาย กนะ คันปาก!
(19.7)
(14.8)
(11.8)
(9.8)
(6.4)
การปกป
47 (2.800)
70.0
52.5
42.0
35.0
30.0
(21.2)
(15.9)
(12.7)
(10.6)
(91)
50 13.000)
75.0
56.3
45.0
37.5
32.1
!มา ณ. พิ ก คา:
วรากร ราย เ
(22.7)
(17.0)
(130)
(11.4)
(9.7)
กม./ชม.
2.4
3.2
4.0
4.8
5.6
ความเร็ว ไมล์/ชม.
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
‘พ"ยว
ควา โย : หากเก
is rec
รถบด
ม./นาที ฟุต/นาที
40.0
53.3
66.7
80.0
93.3
132
176
220
264
308
นายครก 6 -
+
หมายเหตุ
การบดทับขั้นสุดท้าย ไมล์/ชม.
รวมถึงระยะสั่นสะเทือนบดกับโดยไม่สั่นสะเทือน / ตารางที่ 7 ประกอบ
ความเร็วสูงสุดของการครับสําหรับรถบดสั่นสะเทือนที่มีความถี่ในการสั่นสะเทือนโตๆ ขึ้นอยู่ funĽAVAALINGO šernua (mpact Spacing) Čannurināsssen^apatuanBotânsquat Keundware หนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่บดกับแล้ว ในการปิดทับระยะกระแทกของล้อรถบดไม่ควรน้อยกว่า 10 ครั้ง ต่อระยะทาง 300 มิลลิเมตร (หรือ 33 ครั้งต่อระยะทาง 1 เมตร) ที่รอบเคลื่อนตัวไป สําหรับความเร็วที่ เหมาะสมในการยกับของรถบดสั่นสะเทือนที่ความถี่การสั่นสะเทือนใด ๆ ที่ใช้และระยะกระแทกของรถบด กําาหนด ควรจะเป็นไปตามหารางที่ 7
6.4.3 การทําแปลงทดลองเพื่อกําหนดรูปแบบของการบครับ ก่อนเริ่มการก่อสร้างชั้นฟิลด์ คอนกรีต เพื่อให้ใช้เครื่องจักรบครับที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมต่องานและเกิดประโยชน์สูงสุด ควรทําแปลง ที่สองในสามจะประมาณ 100-150 เมตร เพื่อกําหนดรูปแบบของการบบ (Pattern : f Rolling) ที่ เหมาะสมกัน จํานวน สภาพเครื่องจักรที่นํามาใช้งาน โดยเรียบทับเสร็จแล้วจะต้องได้รับแ คอนกรีตที่มีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอ ได้ระดับความตามแบบ และมีคุณสมบัติอื่น ๆ ถูกต้องตามที่ กําหนด การทําแปลงลองปรับให้ดําเนินการแก้ไข ปรับการใช้งาน หรือเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบขับได้ แล้วกรณ์ จนกว่าจะสามารถปรับได้ถูกต้องตามที่กําหนด และผู้ควบคุมงานเห็นชอบแล้ว จึงนําไปใช้ใน บรรทัดฐานในการก่อสร้างในทางแอสฟัลต์คอนกรีตในงานนั้นๆ ต่อไป ในระหว่างการก่อสร้าง หากมีการ เยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับส่วนผสม แฮสต์คอนกรีต หรือเครื่องจักรบคนที่ใช้งานและอื่นๆ ผู้ควบคุมงาน 2. อาจารณาให้ปรับปรุงแก้ไขหรือทําแปลงทดลองในสนาม เมื่อลองหาความเหมาะสมใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ให้อยู่ใน
ดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
การกําหนดรูปแบบการบดทับที่เหมาะสมสําหรับเครื่องจักรบกับโต ที่ใช้งานนั้น ให้ผู้รับจ้าง
: : ราการปล่อน สมยศ ไลท์คอนกรีต และเพื่อทราบจํานวนเที่ยวครบครับเป็นผิวหน้าชั้น
บาง
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2556
กรร
Rรวจ
: นายอดิศร จ. เ
หัวหน้าฝ่ายการวจเเกะ:
Azubieta zirurgors ›
การยก รก เรา
: น ทร จะ !! Liter:
“การ :: :: โก
1
:: กรม, 1
- กรง :: นางดวน : !!
เคลม
4.go.
รายการฤก อายะล รามาย ง ก ริ ก เ ก ษ
•’:I :
11
14
!
แอสฟัลต์คอนกรีต (Coverage) จํานวนเที่ยวการบดทับที่ของทางบดกับแต่ละช่อง (Pass) ความเร็วของรถ บดแต่ละชนิดในการบดทับและอื่นๆ
6.4.4 ลําดับขั้นตอนการบดกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
(1) เมื่อปูนั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ช่องจราจรแรก หรือเต็มผิวจราจรในคราวเดียว การบดรับ
จะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง - กับขอบผิวชั้นทางแอสฟัลคอนกรีตด้านนอก
ค. บดทับพันต้น
ง. บนชั้นกลาง - บดทับขั้นสุดท้าย
(2) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน หรือปูนั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ใหม่ประกบกับของจราจรเดิมที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว หรือประกบกับแนวโครงสร้างในที่มีอยู่แล้ว การบด
รับจะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บทกับรอยต่อตามขวาง - บดกับรอยต่อตามยาว
ค. บดทับขอบผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ง. บ ทับชั้นต้น
จ.บยหับชั้นกลาง - บดทับขั้นสุดท้าย
6.4.5 การบดทับรอยต่อตามขวาง ให้ใช้รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือรถบดสั่นสะเทือน แต่ใช้บดกับโดยไม่ สั่นสะเทือน
สําหรับการก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตของจราจรแรก ก่อนการบดทับรอยต่อตามเรา
ควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางของชิดชอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อตามขวางทั้ง 2
ด้าน เพื่อรองรับล้อรถบดเวลาครับเลยงอนขึ้นทางแอสคอนกรีตออกไป เป็นการรองกันมิให้ขอบขึ้น “แอสฟัลคอนกรีตที่หลายรายตามขวางเสียหาย เสร็จแล้วจึงมาทับรอยต่อตามขวาง โดยในการปรับ เที่ยวแรกให้รถบดวงบนชั้นๆ แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปใน บริเวณนั้นทางแอสฟัลที่สอน: ตรใหม่ ประมาณ 150 มิลลิเมตร ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความ เสียงรอยต่อ ไม่ต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที และในการเที่ยวต่อๆ ไป ให้แนบครับค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ใหม่เที่ยวละ 150-200 มิลลิเมตร จนในที่สุดล้อรถบระเจ้า ไปบนชั้นพระและคอนกรีตที่ใหม่ทั้งหมด
สําหรับการก่อสร้างขึ้น แอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรประกบกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตของ จราจรที่ได้ก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว การบดทับในครั้งแรกให้บดทับบริเวณปลายรอยต่อตามขวางด้านที่บรรจบกับ
ตามรอยต่อตามยาวเป็น 0.5-1 เมตร แต่ใช้ไม้บรรทัด ความเรียบตรวจสอบความเรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที ต้องนั้นให้เริ่มบทกัน
รอยต่อมขวาง ก่อนบดกับควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางรองชีพของชั้นทรงเอ คอนเต บริเวณรอยต่อตามขวางด้านนอก เสร็จแล้ว บดกับรอยต่อตามขวาง โดยให้ดําเนินการตามวิธีการบ
งกล่าวข้างน
6.46 การจดทับรอยต่อตามยาว รอยต่อตามยาวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
(1) รอยต่อเย็นหรือรอยต่อเก่า (Cut Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวระหว่างช่องจราจรที่ได้ ก่อสร้างขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต และบดกับเรียบร้อยแล้ว กับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ที่ก่อสร้าง
ประกบกัน
ในการบดทับรอยต่อตามการเมื่อใช้รถบดล้อเหล็กไม่สะเทือน การบดทับ แรกใน ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตก่อสร้างใหม่ 100-150 เมตร และในการบลทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้ล้อรถเขตค่อยๆ เลื่อน แนวบดทับเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางที่ก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งล้อรถบดทั้งหมดจะอยู่บนชั้นแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ ในกรณีใช้รถบดสั่นสะเทือนบดกับ การบดกับจะต้องให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่สร้างใหม่ โดยให้ครบเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างสร้า แล้ว 100-150 มิลลิเมตร และให้ดําเนินการบอกกับตามแนวปรับดังกล่าว จนกระทั่งได้รอยต่อตามยาวที่ เรียบร้อยและ ความแน่นตามที่กําหนด
(2) รอยต่อร้อนหรือระต่อใหม่ (Hot Jinnt) หมายถึงรอยต่อตามยาวของชั้นทางส คอนกรีต ระหว่างช่องจราจร 2 ช่อง ที่ก่อสร้างพร้อมกัน โดยการปูด้วยเครื่อง 2 ชุด
ในการบดกับรอยต่อตามมาแบบนี้ให้ใช้รถบดล้อเหล็กเข้ามาทับพื้นที่บริเวณรอยต่อทั้ง 2 ของรอยต่อตามยาว กว้างประมาณ 400 เมตร ที่เว้นไว้ในการปรับขั้นต้น การปิดทับให้แบนร ตามยาวอยู่กึ่งกลางความกว้างของล้อรถบด เคยให้มาทับจนกว่าจะได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความ
แน่นตามที่กําหนด
6.4.7 การปรับขั้นต้น (Initial ear Breaktawat Rolling) ภายหลังจากที่ได้บดทับรอยต่างๆ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการปรับขั้นต้นเมื่อส่วนแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การทับให้ใช้ได้ทั้งรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือรถบดสั่นสะเทือน เครื่องจักรดรับที่ใช้ ต้องถูกต้องตามข้อ 4.5 โดยน้ําหนักเบา น้ําหนักกับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การ สั่นสะเทือน ระยะเต้นของล้อรถบด ความเร็วของรถ) และ ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะจารณาใช้ให้ เหมาะสมกับชนิด ลักษณะ ความคงตัว คุณมี ความหนาของชั้นทางที่ และสภาพของนั้นทางที่อยู่รายได้ที่ จะก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตกับ การบดทับให้เริ่มบทกันจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้าน หรือ เป็นทางด้านนอก ชั้นวาง นกรีตด้านสูงหรือชอบในทางด้านใน
การเททับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน ควรใช้ความถี่การสั่นสะเทือน และระยะเส้นของล้อรถให้ เหมาะสม ความถี่การสั่นสะเทือนควรอยู่ระหว่าง 35-50 เฮิรตซ์ (2,000-3,000 รอบต่อนาที) และระยะเต้นของ ล้อรถบดควรอยู่ระหว่าง 0.2-0.8 มิลลิเมตร สําหรับการบดรับชั้นผิวทางหรือมีไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควร ใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นด้าน แต่ถ้าเป็นชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้น นางละมีความหนามากกว่า 50 เนตร การใช้ค่าความสะเทือนท่านว่า และคาระยะเห็นด้าน
セ
rrrr
aanr
RTA
Jute
การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ทองชาง
ย างๆจนละ99nu
แบบแสดง
::””” : งานแกะ กงนา
Asple Cour filesy Canstrubuni ca
: ระ ก
1 เบอร เขียนแบบ
: นา รา งาน!
:’ ไปเลย!
มาราม an All
คา: ราชบัติการ
:::: มกร
: พายกระ แ
: : :
บ. ท! อานามการกองว่าน
พาย: ใจเม
าว โทร : เอง สาบ ร ล ..โ
เยเม
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
! นาย
เยก การ รวมจ า เ โ
OK
75 72 in 1s หาว โลก โลก
112
14
:
สูงได้ อย่างไรก็ตามการใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนและค่าระยะเต้นของล้อ บดในการบดทับ ให้พิจารณาจาก ผลการทําแปลงทดลองตามข้อ 6.43
การบดกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาน้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ต้องพิจารณา ความ เหมาะสมเป็นพิเศษ หากใช้รถบดล้อเหล็ก ไม่ควรบดกับโดยการสั่นสะเทือนหากจะใช้ระบบกันโดยการ สั่นสะเทือนก็ให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้านค่าต่ําโดยเงียบๆทับแล้ว จะต้องไม่เกิดความเสียหายเองขึ้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น เกิดการยุบตัว ทั้งนี้ต้อง
ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
การทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาระหว่าง 25-50 มิลลิเมตร หากใช้รถบด สั่นสะเทือนทับ ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะต้นของล้อรถบด้าน
การบดกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ด้วยระบ สั่นสะเทือน สําหรับการบดพับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทาง อาจใช้ค่าระยะเดินของล้อรถบด้าน สูงได้ แต่สําหรับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรจะใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเส้น ของล้อรถบดด้านต่ํา
การบดกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร และไม่มีแนว สิ่งก่อสร้าง เช่น คันหิน หรือชั้นทางและไลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วช่วยอีกด้านข้างไว้ หากบนตามวิธีการ ปกติแล้วปรากฏว่ามีการเคลื่อนตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้านข้างให้เปลี่ยนวิธีการปิดทับใหม่ โดยให้ รุ่นแนวครับเที่ยวเด็กเข้าไปให้ห่างจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประมาณ 300 มิลลิเมตร หลังจากนั้นให้
บดทับต่อไปตามปกติ เสร็จแล้วจึงกลับมานะครับชอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เว้นไว้นั้นในเดี่ยวสุดท้าย ของการบบเต็มหน้าเที่ยวแรกต่อไป
การก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ช่องจราจร พร้อมกัน การปิดทับในขั้นต้นนี้ให้ ดําเนินการพร้อมกันทั้ง 2 ช่องจราจร โดยให้เว้นระยะของแนวนครับให้ห่างจากรอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ของ แต่ละช่องจราจร ไว้ข้างละประมาณ 200 มิลลิเมตร พื้นที่แนวรอยต่อดังกล่าวนี้ ให้ดําเนินการบดทับตามข้อ 5.4.6 (2) ต่อเนื่องกันไป
6.4.8 การปิดกั้นกลาง (luteinidiate Rolling) ให้เริ่มตัวเป็นการบดอัดเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 95 องศาเซลเซียส การบครับขั้นกลางควรดําเนินการตามรูปแบบการบดทับขั้นต้น โดยในคราบ การบดกับขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด และให้บายโดยต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ความแน่นตามที่
กําหนดและสม่ําเสมอทั่วทั้งแปลงที่ก่อสร้าง
การปิดทับชั้น
ชั้นกลางตามปกติให้ใช้รอบอย่างเป็นหลัก โดยเฉพาะชั้นผิวทางและไหล่ ทางแอสฟัลต์คอนกรีม ให้รับน้ําหนักรถบด และความดันลมยาง เพื่อให้ได้แรงอัดที่หน้าสัมผัสของล้อรถบด
สําหรับขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนา มากกว่า 50 มิลลิเมตร ที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสคอนกรีต อาจพิจารณาให้ใช้รถบล้อเหล็ก รถบดสั่นสะเทือนบครับร่วมกับรถบดล้อยางด้วยได้ตามความเหมาะสม โดยรถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบททับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือนระยะเต้นของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับทางแอสฟัลต์ความเรียที่กําลังบาน ทั้งนี้ให้อยู่ในขณะที่มือของผู้ควบคุมงาน
6.4.9 การบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rating) มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยสองบทที่ผิวหน้าและทําให้ ผิวหน้าเรียบสม่ําเสมอเท่านั้น ทั้งนี้ให้เริ่มดําเนินการเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 66 องศา เซลเซียส โดยให้ใช้รถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือใช้รถบดสั่นสะเทือนแบดกับโดยไม่สั่นสะเทือน เท่านั้น รถบดล้องมีน้ําหนัก น้ําหนักปิดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
6.4.10 การปิดทับพื้นที่พิเศษ
(1) การปิดทับบนพื้นที่ลาดชันสูง (Street Grade) สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้าง บนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง หรือในทางโค้งที่มีการยกสูง การบดกับโดยรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทียน ให้ใช้ข้อตาม (Tiller Wheel) เดินหน้า โดยให้ปรับตามหลังเครื่อง โดยใกล้ชิดที่สุด ไม่ว่าเครื่องจะป ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขึ้นทางลาดชั้นหรือลงตามทางลาดชันก็ตาม ในการบดกับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน นั้น การบดทับในเที่ยวแรกให้ปิดทับโดยไม่สั่นสะเทือน แต่หลังจากที่ส่วนและแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้นทาง ความคงตัว (Stability) สูงขึ้นมากพอที่จะบดกับโดยการสั่นสะเทือนได้ ก็ให้บดทับต่อไปโดยการสั่นสะเทือน โดยให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดบ้าน
(2) การปิดทับบนพื้นที่ที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ (Accessible: Area) สําหรับพื้นที่ที่ ก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เช่น บริเวณที่ขัดกับ คันหินและร่องระบายน้ํา สะพาน ขอบบ่อพัก และสิ่งกีดขวางอื่นๆ จะต้องใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือบอมขนาดเล็กที่ถูกต้องตามข้อ 4.8.1 และหรือข้อ 4.3.2 การนํามาใช้ และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(3) การบดทับบริเวณทางแยก ทางเชื่อม (Bell talk in A) อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
- การบดทับทะแยงมุม ในชั้นให้ดําเนินการบดกับในวทะแยงมุมก่อน ต่อจากนั้น
งบ ทับ นานกับขอบทางโค้ง
ข. การปรับขนาน ในขั้นแรกให้ดําเนินการปิดทับในแนวขนาน โดยตั้งฉากกับแนวเส้น แบ่งกึ่งกลางทางแยกก่อนต่อจากนั้นจึงมาทับขนานกับขอบทางโค้ง - การตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีอย่าง
น้อย 3 ประการดังต่อไปนี้
7.1 Armenia (Surface Textures)
ชั้นม. และคอนกรีตก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องได้ระดับและความตายตามแบบมี ลักษณะผิว แนะการเสมอ) ไม่ปรากฎความเสียหาย เช่น เอนฟิลด์ อะกรีดที่ผิวหน้า (1) รอยฉีก (T1) ผิวหน้าหลวมหรือตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฎความเสียหายดังกล่าว จะต้องดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยตามที่ผู้ควบคุมงาน
เห็นละควร
7.2 ความเรียบ (Sunface Tolerance)
สอ
Tarant
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองชาง
ฝ ารวจและลบม
แบบแสดง
4177: บรรจบก
Asphan Coupa le!
5 : ก. ปาเ รามายามงับ แบบ
ปะทะ พับปาก .
ตาปฏิก
kunnoñuelon Auth
การโยธา บักกา
A กร
: หายาก มากร :
ADA
HO
เมา ราวร เสว
กลัก กาแ นายชวาและ แบบ
ป่าโพ
ท.เจะ
เมย กร ใจ : ) Tandaan innebenmutuieliznjan
เป
ในบท :
ปรก เรา มา ว ก
2
“นายเราาก 5 รายก
เอวบางๆ - การบริหารราบ ล โลด
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
IL: งัย วัด นารา : มายา 7วนจังหวัดโ
13
14
เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตามข้อ 4.8.5 ระบบนผิวของขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในแนวตั้งฉาก และในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนระดับตัวเองชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตภายใต้ไม้บรรทัดวัดความ
เรียบจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตรและ 3 มิลลิเมตร ตามลําดับ
7.3 ความแน่น (Density)
การตรวจสอบรับรองความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จากการ
เปรียบเทียบค่าความแน่นของตัวอย่างนั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต กับค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดใน ห้องปฏิบัติการตาม Lvt (1677: มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ โดยคํานวณเป็น ค่าความเป็นร้อยละของค่าความแน่นของตัวอย่างที่คอยในท้องการ ตามรายละเอียดดังนี้
7.3.1 การจัดเตรียมร้อนด้วยย่างแอสฟัลต์คอนกรีตในห้องปฏิบัติการ ให้เก็บตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต จากรถบรรทุกที่โรงงานผสมก่อนส่งออกไปยังสถานที่ก่อสร้าง โดยการสุ่มตัวอย่างจาก รถบรรทุกจากการผลิต ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตประจําวัน เป็นระยะๆ แล้วนําไปดําเนินการใน ห้องปฏิบัติการ โดยให้ได้ก้อนตัวอย่างอย่างน้อย 8 ก้อนตัวอย่างในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน สอบหาค่าความ แน่น แล้วนําค่าความแน่นที่ทดสอบได้จากก้อนตัวอย่างทั้งหมดมาค่าเฉลี่ย เป็นความแน่นในห้องปฏิบัติการ ประจําวัน
ในสนาม
สําหรับใช้ในการคํานวณเปรียบเทียบเป็นค่าความแน่นร้อยละของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
การเก็บตัวอย่างและการเตรียมตัวอย่างส่วนและแอสฟัลต์คอนกรีตให้เป็นการตามรายละเอียดและ
วิธีการที่กําหนด การทดสอบหาค่าความแน่นให้ดําเนินการตาม มทร. (6607 : มาตรฐานการสอบเอ คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ในห้องปฏิบัติการ จะต้องตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร ส่วนผสมเฉพาะงาน และมีอุณหภูมิในขณะบดอัดก้อนตัวอย่างตรงตามที่กําหนด สําหรับตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตที่ดําเนินการในห้องปฏิบัติการนั้นอนุญาตให้นําเข้าอบในเตาอบเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ได้นาน ไม่เกิน 30 นาที ในระหว่างดําเนินการถ้าอุณหภูมิของตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลดลงต่ํากว่าอุณหภูมิ การบดอัดที่กําหนด ให้นําตัวอย่างส่วนผสมเอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวนั้นทิ้งไป ห้ามนําไปอบ เพื่อนํามาใช้บอ
อัดทําก่อนตัวอย่างทดสอบอีกต่อไป
7.3.2 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ให้เจาะก่อนตัวอย่าง ตัวแทนของนางเอกคอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องเจาะตัวอย่างที่ถูกต้อง ตามข้อ 4 2 4 โดยให้เจาะเก็บก่อนตัวอย่างไม่น้อยกว่าจํานวน 1 ก้อนตัวอย่างทุกๆ ระยะทางประมาณ 200 เมตรต่อช่องจราจร หรือทุกๆ ส่วนเริ่มแอสฟัลต์คอนกรีตที่นํามาใช้งานประมาณ 100 ตัน แล้วนําไปทดสอบหา ค่าความเป็นตาม ราช ท 67 : มาตรฐานการทดสอบแอสคอนกรีต โดยวิธีมาร์เซลส์
สําหรับชั้นทางชั้นรอง และปรับระดับและคนมีความหนาไม่น้อยกว่า
25 เมตร ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความ
แน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน
สําหรับชั้นพื้นทาง และผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ใบสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 37 และ 25 ของค่าความแน่นของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้ - การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ในระหว่างการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้น
ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะเป็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้
การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจร พร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่น ๆ ที่จําเป็นตามที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด พร้อมจัดบุคลากรเพื่อ อํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทางออฟัลต์คอนกรีตที่
ก่อสร้างใหม่นั้นเสียหาย ระยะเวลาในการปิดและการจราจรให้อยู่ในเลยที่ใจของผู้ควบคุมงาน - หนังสืออ้างอิง
3.1 กรมทางหลวงมาตรฐานที่ 1.1.4082532 “คอนกรีต (Asphalt Concrete :: Hot-tix Asphalt
92 American Society Of Testing Meterials Astra. Standard D-1559
93 The Asphalt Institute “Mix Design Methods For Asphalt Concrete And The Hot Mix
Type AA311 at Sries : 2 14.45-2)
::ปลก
การหวัดพิษณุโล
กองชวง อาย :ราย หากแบบ
แบบแสดง
รายงาน ก จ งอนกรีต
N
ม-จิระ - ประม.
เมกกะ บาง สถาปนิกปฏิบัติการ
.:สาร : : ร่า !
ก ก
Jጋግ
·าย
FTA
บั น ราย: เรา เราการ
: รายละ 45บ
PT
เรา:
เมขลา.
‘เคพร ใจ ม
เมะ : โช
ป. การบรรจงแกนโลก
เจน
1’: บาราง เส
!
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2556
..
งาน ร
w:
14
14
องค์กรสวนผษณุโลก
กองชาง
ป่า ารวจและอบพบ
แบบแสดง
แบบมาตรฐาน ป้ายจราจร ประเภทป้ายจราจรบังคับ ป้ายเตือน
และ ป้ายแนะน่า
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ชายนายช่างเขียนแบบ
তন
4 นายพีรพงษ์ ดับปากพิง
สถาปนิกปฏิบัติการ
ให้หง
ประเภทมายบังคับ (1)
กา
ประเภทป้ายบังคับ (บ)
ล่าดับที ชื่อเรื่องหมาย
หยุด ให้ทาง
ส
ม -
1-10 ทางโคจร:::จ
ป.2
U-1
U-2
U-3
U-4
U-5
J.-6
ให้รถสวนทางมาครบ
: 1-20 ทางเลยกลาง
ประเภทป้ายเตือน (ต.)
ล่าบที เครืองเพมาย
รหัส
C-1 ถึง 0-10
F-11 ละ มิ-20
U-3
21 วงเวียนทางหนา
と
A-21
U-7
V-B
U-9
U-10
U-11
U-12
4 กามแข่ง
U-4
22
ทางแคบทั้งสองการ
2-22
+
+
5
สามเส
U-5
23
ทางแคบรานง่าย
A-23
6
หามวลบรถไปทางขวา
V-6
24
ทางแคบดาบควา
2-24
i
7
หามากลับรถไปทางชาย
U-7
25
สะทาน ค
R-25
8
ทามเลียวชาย
1-8
26
องจราจร คราบชาย
0-26
U-13
U-44
U-15
U-16
U-17
9
U-18
U-19
U-20
U-21
U-22
U-23
3-24
ทามเลี้ยวขวา
U-9
27
ของจราจรปิดภายชวา
0-27
10
ห้ามเปลี่ยนของเ นรกไทางชาย
U-10
28
ทางข้ามรถใหไม่มีเครื่องกับทาง
P-23
HUA
11
ตรวจ
50
25
หามเปลียบของเดิมรถไปทางขวา
บ-!
29
ทาง เบรกโฟมัยครี่องทาง
51-29
$2.5μL
2.5ม.
12
กามเลี้ยวขวา คือกลับรถ
U–12
30
ทรงงามงด หลัดทางแยก
A-30
转息
13
ท้าวเลี้ยวช้า หรือกลับร
U-13
31
ทางลบ
-31
14
U-25
U-25
U-27
ทางบ
32
ทางลอดค่า
0-37
U-28
U-29
U-30
น-31
U-32
U-33
U-34
U-35
บ-35
IS
หามรถบรร
U-15
33
ทาง ลาย น
ค-31
16
ห้ามรถจักรบ้านบน
L-16
34
1 ทางลงลาดชัน
R-34
เขียนแบบ
17
ทารกพวง
U-:7
JS
เตือนกระโดด
A-35
18
รามร ยง สามคล
35
พาY ระ
RIVE
19
กามรถสามลอ
-10
37
ทางเปิบเอง
A.37
U-37
U-38
U-33
U-40
U-41
U-42
L-43
J-44
U-45
U-46
1-47
U-48
20
หมวดจีวรยาน
U-20
38
ทางบ
D.38
12222
มล เลือนลากเข็บ
U-27
39
ผิวทรา
7-39
สาป ก
ทํามรถยนต์ที่ใช้ในการเกษตร
U-22
40
ระวังหีบรวง
ต-4C
23
หากวียน
16-23
4: สะพานเปิดได
A-41
24
หามรถจักรยาน และ รถยน
U-24
42-43 ให้เปลี่ยนช่องจราจร
F-42 ถึง -43
1-49
U-50
ย-5
U-52
B-53
ษ-54
25
ท่วมรถจักรยาน รถสามล้อ
บ-25
44
U-55
ประเภทป้ายเตือน (๓)
และ ล้อเลื่อนลากเงิน
45
26
ห้ามรถจักรยานบน และ
13-25
รถ บลสามลอ
48
27
ห้ามใช้เสียง
U-27
+9
25
ทานคน
บ- 25
19
ามจงร
L’-29
52
30
S-1
P-2
ามหงุดรถ
Y-30
53
1-3
A-4
9-5
5-6
6-7
R-8
R-3
A1-10
-11
ค-12
31
หยกครวง
1-3;
Y
32
จํากัดความเจ๋ว
L-32
ล ทรงขนาน เขาทางหลัก
45-47 ทางรวม
ทางกลาง บา สิ้นสุดทางคู่
50-51 กลีบรถ
ทางเดินๆ สองทาง
สัญญาณจราจร
54 คางกบา
55 ให้ทางข้างหน้า
5-44
P-45
0-46 ถึง 7-47
วิศวกร
7-18
9-43
2-50 ถึง ต-5!
ต-52
R-53
วิศวกร
F-54
2-55
33
ทามาโกหกเกินค่าห
U-33
56
ระวัง ป า ก บ
3-55
34
ทางรถกวาง: น าห
1-34
35
ทํามรถ น น าหนด
57 | โรงเรียนระวังเล็ก
R-57
ย-35
ดาวจ
0-13
at
51-25
D-14
0-15
5-16
5-17
58
ระวัง ลว
0-58
M-18
0-19
0-20
-21
ค-2.2
P-23
R-24
36
ท่วม รถยาว บ าหนด
ป-36
37
ให้เดินรถทางเดียวไปข้างหน้า
59
ระวังเดร้องบิน บิน
5-59
U-37
H
60
02.5ut
2.5IL
38
ทางเดินรถทานดียวไปทางชาย
ระวังอันตรา
5-60
U-38
39
ทางเดินรถทางเดียวไปทางสา
Li-39
40
ให้ คชาย
61 เขาหามแข่ง
62-73 เดือนแนวทางต่างๆ
ต-51
P-62 ถึง ต-
ต-25
0-27
D-28
G-29
6-30
A-31
P-32
0-33
0-34
P-35
0-36
41
ให้ชิดขวา
U-.40
74
สลับตีบไป
ทรวง
S-7A
42
ให้ไปทางซ้ายหรือ ทางขวา
U-11
75 ทรงแยก
0-75
43
ให้เลี้ยวง่าย
1-42
76
ปายเตีอนความร่ว
D-76
U-43
77
ป้ายขอความ
5-77
44
ให้เลี้ยวขวา
45
ให้เดี่ยวชายหรือ เลี้ยวขวา
144
78
ป่วน ละ.วาน
A-78
เทมสวย
U-45
ต-37
-39
7-40
M-41
5-42
A-43
F-44
0-45
0-45
G-47
ต-48
45
ให้ตรงไปหรือ เลี้ยวาย
ป-44
ให้ตรงไป เคี้ยว วา
รายการประกอบแบบ
U-47
48
วงเวียน
L-48
- แผ่นป้ายสะท้อนแสงสําหรับป้ายบังคับและป้ายเดือน
DARTH
19
ช่องเดินรถประจาทาง
U-49
ใช้ตาม มอก 505 สัมประสา การสะท้อน แบบที่ 1
50
องคีมรกมวลชน
U-SO
5-49
WYSUNS
D-So
ค.-5
ต-52
ต-53
A-54
G-55
A-56
A-57
51
0-58
P-59
-60
สองเ นรกจักรยานยน
52
ช่องเบรกจักรยาน
V-54
วัน ปาย 1.1. 7-28 ถึง 1-30 และ 1-51 ถึง F-73 ให้ใช้สัมประสา การสะท้อนแสงเเบบที่ 9
เม น
»
<
11-52
53
เฉพาะคนเก็บ
U-53 - ขนาดป้ายจราจร าหรับถนนชนบทโดยทั่วไปให้ใช้ขนาดที่ 2
นอกจากระ เป็นอย่างอื่นในแบบก่อสร้าง
ให้ใช้ความร่ว
L-LA
35
สุดช งคับ
U-55
2-61 - ปาย - 77 และ 0-78 ขนาด 1.สะบอมปรับเปลี่ยน
ได้ตามความเหมาะสม
เฟ้นชลบ
Gi-62
D-63
51-64
D-65
6-66
-67
F-63
R-G9
30 ท/
0-75
สน
ART ว
5-77
61-70
ใช้เกียร์ต่ํา
LIE LOW ABAX
-73
ค-รา
0-72
2-73
A-25
Я-74
(นายา วงสนันตาภรณ์ ) พวกรโยธา หาญการ
นายศราวุธ แสงเกตุ
โ ด ย T า พ น หน่
ลูกในร่านรก
( นายอภิสิทธิ์ จงกล้าหาญ หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ )
ผู้อ่านวยการกองข่าง
( นายภัทร ใจอม )
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
( นางสีไพร โกธรรม) :
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
( นายเชาวฤทธิ์ ฉายะกุล ) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
کلات
( นายมน ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
UN
เคร บ
บ 0 0
ปรับปรุงเดือน พฤศจิกายน 2556
0.60
-0.60-
เจาะรูใส่สลักเกลีย 23/0 ใช้จ่านวน 2 ตัว
สีขาว
·0.60
ให้ทาง
- เจาะรูใส่สลักเกลีย 38 ใช้จ่านวน 2 ตัว
สีขาว
0.60
หยด
१
สีเด
ป้ายแปดเหลี่ยมด้านเท่า
เจนรู รูใส่สลักกลับ บ
ใช่จ่านวน 2 ตัว
T Air
ป้ายสามเหลี่ยมด้านเท่า
-0.60-
เจาะรูใส่สเกลีย 8 3/8” ใช้จ่านวน 2 ตัว
สีหลือง
1.50
(non-ng)
หยุด
O5o
มาตรฐานเครื่องหมายควบคุมการจราจร
การติดตั้งป้ายบังคับและป้ายเตือน
(อยากจะ ข)
L
ให ทาง
ระดับขอบผิวจราจร
ผิวจราจร
0.25
ระดับขอบผิวจา
$120
สอบพบบ
40
0.25
0.50
บ
อยาง ย
ไหล่ทาง
ผิวจราจร
VARIES
150
(แบบปรับปรุง เดือน พฤศจิกายน 2566)
มาพล
สติกเกอร์
หรือ พ่นสีพา บริวณด้านปายให น น
(nomine)
0.25
-ทํา ชาว
สีลิป
0.50
กง ช
ให ทาง
-ทา ว่า
ค าร ก า ว โลก กองบาง
- รายละeenแบบ
แบบแสดง
แบบมาตราฐาน ป้ายจราจร ประท านาจร ป้าย อน
แล ป้ายแนะบ้า
สารวาง
เขียนแบบ
150
0.80
T
0.45
ป้ายวงกลม
ALAN
-0.60-
-1.90-
เบ ความเร็ว
CITY LIMIT
REDUCE SPEED
เจาะรูใส่สลักเกลีย 238
ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมตั้งขึ้น
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
0
บั
N
∙1.20-
ACCIDENT AHEAD
0
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
-0.45——
30 กม.
ป้ายสี่เหลี่ย
ใบ้ านวน 4 ตัว
-180
เจาะรูใส่สลักเกลีย 03/0
จ่านวน 4 ตัว
จ่านวน 4 ตัว
เจาะรูใส่สลักเกลีย 23/8 ใช้จ่านวน 2 ตัว
ปายสเหลี่ยมจตุรัส
เจาะรูใส่สลักเกลีย 23/8
0.90
L
0.60
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
-120-
ใช้ยา
USE LOW GEAR
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
200
glanğınão 3/8′ ใช้จํานวน 4 ตัว
เขต
ามแชง
0.75
ใช้จํานวน 2 ตัว
ป้ายสี่เหลี่ยมหน้าจั่ว
0.25×0.25
0.80
ชนิดและขนาดเสาป้ายจราจร
เหล็กปิดหัวเสา หนา 2.3 มม.
0.40
-สาเหล็ก Z 95x95x2.3 มม.
เสาป้ายเหล็ก ขนาด 95x95x2.3 มม. โดยทาสีรองพื้นด้วยสีกันสนิม เสาป้าย ทาสีกันสนิมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสีน้ํามันสีขาว ทับหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เสาทาสีน้ํามันสีดําและติดสติ๊กเกอร์สีสันสะท้อนแสง
เกรดสําหรับงานจราจรตามแบบ
ส่วนบนสุดของเสาเหล็กให้ปิดด้วยแผ่นเหล็กหนา 2.3 มม. เชื่อมปิดโดยรอบ)
ขนาดเพลทเหล็กหนา 6 มม
ขนาด 0.20x0.20 ม.
-ทา ค่า ระดับดินเดินทั่วไป 0.0
คอนกรีตหุ้มโดยรอบ 20.75
D.$0 >
0.05
รูปขยาย A
A
-ทา ด้า
ข้อกําหนด 1.ลักษณะป่วย
0.84
กรณีใช้เสาป้ายเหล็กให้ดูรูปขยาย A
1.1 โดยทั่วไป ป้ายบังคับมีรูปร่างแผ่นกลมโดยมีเครื่องหมาย
สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรเป็นสีดําอยู่บนพื้นป้ายสีขาว เส้นขอบป้ายและขีดกลางเป็นสีแดง นอกจาก
1.1.1 ป้ายหยุด (STOP SIGN) เป็นรูปแปดเหลี่ยมด้านเท่า ตัวอักษรสีขาวบนพื้นป้ายสีแดงขอบป้ายสีขาว
1.1.2 ป้ายให้ทาง (GIVEWAY SIGN) เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
มุมลง ตัวอักษรสีดํา ขอบป้ายสีแดง 1.1.3 ป้ายห้ามจอดรถและป้ายห้ามหยุดรถ เป็นรูปแผ่นกลม พื้นป้ายสีน้ําเงิน เส้นขอบป้ายและขีดกลางสีแดง 1.1.4 ป้ายสุดเขตบังคับ เป็นรูปแผ่นกลม พื้นป้ายสีขาว
ไม่มีเส้นขอบป้าย แต่มีขีดสีดําจํานวน 1 ขีด ทํามุม 45 กับแนวระดับ จากทางขวาของป้ายมาทางซ้ายของป้าย
พุกเหล็กหรือพุกตะกั่วขนาด ไม่น้อยกว่า 12 จํานวน 4 ตัว 1.2 ป้ายเดือน โดยทั่วไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสตั้งมุมขึ้น
โดยมีเครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรสีดํา พื้นป้ายสีเหลือง
2.ส่วนประกอบแผ่นป้ายประกอบด้วย
พื้นคอนกรีตเดิมต้องมีพื้นที่
กว้างไม่น้อยกว่า 1.00x1.00 ม. และหนาไม่น้อยกว่า 0.10 ซม. แบบการติดตั้งบนพื้น
คสล.เติม
หมายเหตุ ขนาดของเสาเหล็ก 95x95 มม. เกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนยอมให้ + 1.5 มม.
หมายเหตุ 1. เส้นขอบป้าย สัญลักษณ์ และ อักษรข้อความบนป้ายใช้สติ๊กเกอร์ ชนิด สะท้อนแสง หรือทึบแสง (ตามชนิดของป้าย)
- พื้นป้ายใช้สติกเกอร์ ชนิดสะท้อนแสง
- เสาป้าย ทาสีกันสนิมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสีน้ํามันสีขาว ทับหน้า 2 ชั้น บริเวณโดน เสาทาสีน้ํามันสีดําและติดสติกเกอร์สีส้มสะท้อนแสงตามแบบ
2.1 แผ่นเหล็กอาบสังกะสีความหนาไม่น้อยกว่า 120 มม. 2.2 สีพื้นป้ายสติกเกอร์สะท้อนแสง
เครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษร และเส้นขอบป้าย ใช้สติกเกอร์ ชนิด สะท้อนแสง หรือทึบแสง สําหรับด้านหลังแผ่นป้ายพ่นสีรองพื้น กันสนับสีเทา
( นายสราวุฒิ เลี้ยงชัยศรี) รายนารางเขียนแบบ
สถาปน
(นายพีรพงษ์ ดับปากพิง ) สถาปนิกปฏิบัติการ
ควร
( ปมตร แสงก ควางโยธาช้านาญกา
ชวกร
ดวง
Aรวจ
เทปรอบ
(นายวุฒิวงศ์ อนันดากรณ์ ) ลวก โ ยาชานาญการ
( นายอภิสิทธิ์ จงกล้าหาญ) หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) อ่านสารกองช่า
( ม ท ใ บ ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
: มวยบ
เห็นรอบ
(นาง ไทย โกธรรม) ปกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
(นาย :: ท อาย
WHA
รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
(นายมนต์ชัย วิวัฒน์นาน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
มจร ว
แบบ ลง
สยามบ
วัน เดือน ปี
ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic
paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
1.วิธีดาเนินการจัดทํา
1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจร ที่ทําการตีเส้น หรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลบทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด การลงวัสดุรองพื้นต้องใช้วิธีพ่น เพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจรที่จะทําขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเต็มออกโดยใช้เครื่องจักรกล
12 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจร บนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังจากการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
1.3 การเตรียมผิววัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้ผิดเพี้ยน หรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจาก ให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติก ให้เพียงพอกับความร้อนในการตามที่มีการกวนอยู่
ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขนาดใดเมื่อวัสดุเหลวแล้ว ต้องรีบใช้ทันทีห้ามมิให้นําวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
14 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้งาน ปริมาณของวัสดุจะต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้นขึ้นไป ต้องรอให้ชั้นเร 2 ขอกําหนดคุณสมบัติ
ให้ชิ้นเราแห้งเสียก่อน
2.1 สีจราจร (Traffic Paint) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําให้ประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 415 จราจร ชนิดที่ 2
2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพับ รีด หรือปาดสาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542
วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้นทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400 - 500 กรัมต่อตารางเมตร
2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 543 ไว้ที่พิพิธภัณฑ์
2.4 วัสดุรองพื้น (Tack Coat หรือ Primer) เป็นน้ํายาเคมี ใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตวัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด 3 การตรวจ วัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
3.1 ความหนา ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100 ตารางเมตรอย่างน้อย 3 ค่า ต่อ 1 ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่ เครื่องตีเส้นจะผ่านเมื่อฟันด
หรือปลากวัสดุไปบนผิวโลหะนั้นแล้ว ให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้
(1) สีจราจร (Traffic Paint) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร
(2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร หรือไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
3.2 ค่าแฟกเตอร์การสะท้อนแสง (Reflectance หรือ Luminance Factor) ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงาน ไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่งแต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า
และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบมาตรฐานเครื่องมือ(Standardization)และปรับค่าให้ถูกต้อง
รายการที่ ด
1 วัสดุ
ข้อกําหนด
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
สัจจร
วัสดุเทอร์โมพลาสติก
มอก จุล 45
2541 ชนิดที่ 2 พ่น
100 542
—
2530 ระดับ 1 คห อ า ล
บึง
“การบริ
จังหวัดที่
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองช่าง ฝ่ายสํารวจและออกแบบ
แบบแสดง
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
(ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
เขียนแบบ
( นายะศักดิ์ ปานมณี )
ราชนาย างเขียนแบบ
วิศวกร
{ นายศราวุธ แสง
วิศวกรโยธา
านาญการ
Rรวจ
ตรวจ
เห็นชอบ
(นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล หัวหน้าฝาปล่าวจและออกแบบ
a
( นายบัญชา พินิจอุปพันธ์ )
ดุ านวยการถลงทาง
HONWY
( นางเวียงมาศ ธีระแนง :
รองเล็กองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
1.2 การใช้งาน
2 การตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
2.1 ความหนา แห่ง มิลลิลิตร
พบ
หรือ ปาดราก
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้วโรยจากเครื่อง
3 ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที ตรวจรับงาน)
3.1 ความหนาเนียแห่ง
มิลลิเมตร
3.2 การมองเห็นในเวลากลางคืน
3.2.1 การสะทอนแสง
≥ 0.2
—
2 400
2 3.0
X 3.0
400
20.2
≥ 3.0
-1 -2
(Retroreflectivity), mcd.b.m
arm สีเหลือง
AN
300
200
4 การตรวจสอบคุณลักษณะการใช้งานระยะเวลาประกัน
4.1 การมองเห็นในเวลากลางคืน
6 เดือน 1
MM
Σ
3:00
200
22 เดือน 1 ครั้ง
-1 -2
2 เซ๊ยบ 1 ด ง
24 เดือน 1 คริง
4.11 การสะท้อนแสง
(Retroreflectivity), modix, re
สี
150
150
สีเหลือง
Σ
ระยะวลาประกัน
100
2 เดือน
100
24 ตอน
เห็นรอบ
ร
( บางสิ ทร โกธรรม )
ป ตอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
นายราชัน พังสมบัติ รองนายกองคการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
มาแมน ชัย รัฒนบาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เถบทแบบ
มาตราส่วน
วันเดือนปี
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
www.ppao.go.th
ไหล่ทาง
เส้นขอบทาง
150 N.
การก้นขอบทาง ด่านนอก PC ถึง PT (กรณีโค้งอันตราย 100
ཤ་མ་ལ་འ་ཤད་ཆད་འམ་མ
150 A
ไหล่Y
ເປັນສ່ວນກາ
A B C D
=
ระยะมองเห็นค่าสุดสําหรับการแข่ง (ดูจากตาราง)
- แนวลายตา
- บริเวณหามแข็ง 0 ถึง 6
H
4,0’
b.b
บริเวณตามแฮง 4 ถึง 5 จุดเริ่มต้นตรงบริเวณห้ามแซง จุดปลายบริเวณห้ามแซง
E เส้นทับอาจเหลื่อมกันได้
การตีเส้นจราจรบริเวณโค้งราบ
ไม่สดงมาตราส่วน
โค้งตั้ง
เล่นของทาง
ไหลทาง
เส้นขอบทาง
-โท ทาง
ระยะมองเห็นต่ําสุดสําหรับการแฮง (ดูจากตาราง)
A
8
แนวสายคา
บริเวณห้ามแซง 4 ถึง 6
บริเวณทามแข่ง ’ ถึง 5
E
0,0’
จุดเริ่มต้นตรงบริเวณห้ามแซง
b,b
- 1.15 ม.
จุดปลายบริเวณหามแข็ง
การตีเส้นจราจรบริเวณโค้งตั้ง
ไม่แสดงมาตราส่วน
รายการประกอบแบบ
- มิติต่างๆ มีหน่วยเป็นเมตรบอกจากระบุเป็นอย่างอื่น
- เส้นแบ่งทิศทางจราจร ใช้เส้นสีเหลือง ขนาดกว้าง 10 ซม. เส้นที่กึ่งกลางผิวจราจรตลอดแบบ
2.1 เส้นประเป็นเส้นสีเหลืองแบ่งทิศทางของการจราจรบนสายทาง 2 ช่องจราจร
ในบริเวณที่ยอมให้รถแรงขึ้นหน้ากันได้สองทิศทาง
ขนาด ความยาว และการเว้นช่องของเส้นประกําหนดไว้ดังนี้
- ทางหลวงนอกเขตชุมชน เส้นยาว 3 ม. เงินช่อง 3 ม. ทางหลวงในเขตชุมชน เส้นยาว 1 ม. เงินช่อง 3 ม.
2.2 เส้นทึบเดี่ยว เป็นเส้นทับสีเหลือง ใช้เป็นเส้นแบ่งทิศทางจราจรในบริเวณ
ที่ห้ามแช่งสายทาง 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก ทํานวณเปลี่ยนช่องจราจรความยาวเส้นทึบต้องไม่น้อยกว่า 24 ม.
2.3 เส้นประตูกับเส้นทับ เป็นเส้นสีเหลืองทึบ คู่ขนานไปกับเส้นประสีเหลืองโดยเส้นทั้งสอง ห่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้เส้นทับคู่กับเส้นประเป็นเส้นทิศทางจราจร
ในบริเวณที่ห้ามรถที่มาจากทิศทางหนึ่งแซง แต่ยอมให้รถที่มาจากด้านตรงข้ามแซงได้
ด้านที่ห้ามเฮงใช้เส้นทับ ส่วนด้านที่ยอมให้แฮงใช้เส้นประ
2.4 การตีเส้นห้ามแซง บริเวณทางโค้งราบและทางโค้งแนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจ
ของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
2.5 กรณีที่ผิวจราจรกว้าง 5 ม. หรือน้อยกว่าไม่มีไหล่ทาง ไม่ต้องตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร
ให้ตีเฉพาะบริเวณที่ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัย, บริเวณห้ามแซง, ระยะ 30 เมตร ก่อนถึงบริเวณดังกล่าวและภายในดังที่มีรัศมีต่ํากว่า 300 เมตร ระยะ 30 เมตร ก่อนถึงป้ายหยุดและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
- เส้นขอบทาง ให้ใช้เส้นทับสีขาว ขนาดกว้าง 10 ซม. ทั้ง 2 ข้าง ตลอดแนว
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองชาง ฝ่ายสําารวจและออกแบบ
แบบแสดง
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร) - สีทาถนนผิวจราจรที่มีผิวเรียบทั้งหมด ( เคปซีล, แอสฟัลคอนกรีต, คอนกรีตเสริมเหล็ก )
ให้ใช้เทอมพลาสติก ตาม มอก. 542 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
เขียนแบบ
A
( นายจิระศักดิ์ ปานมณี )
..
ผู้ป่วยบายร่างเป้ยนแบบ
หมายเหตุ
วิศวกร
คัดลอก อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง
( นายศราวุธ แสง
สําหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
วิศวกรโยธาชานาญการ
ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
ก) เส้นแบ่งทิศทางจราจร - เส้นประเดี่ยว
กรณี: นอกเขตชุมชน
0.10
£
3.00
9.00
3.00
9.00
- 3.00
กรณี: ในเขตชุมชน
0.10
1,00
3.00
1_1.0
1.00
0.10
ตารางที่ 1 ระยะทางมองเห็นต่ําสุด สําหรับการแข่งที่ความเร็วต่างๆ ความเร็วสําคัญ (กม./ชม.) ระยะมองเห็นต่ําสุดสําหรับการแข่ง (ม.)
50
60
70
80
90
100
150
180
210
240
275
315
- เส้นทบ
- เส้นคู่
ขนาดความกว้างของเส้นจราจรกว้าง 0.10 เมตร หรือผู้ออกแบบกําหนดไว้ในแบบก่อสร้างเป็นอย่างอื่น
คง
( นายณัฐ ศรีมงคล )
หัวหน้าฝ่าย วงละ 8 แบบ
AST
เห็นขอบ
( นายบัญชา หนิงอุปพันธ์
ผู้อ่านวยการกองช่าง
( นาง ยงมาศ ธีระแนว ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
E
เนิน อบ
3.00
1.00
0.10
ไป
ค
3.00
0.10
9.00
13.00
To.io–0.40
E
9.00
43.00
0.10
ข) เส้นขอบทาง
0.10
£
10 10–0.40
ชอบผิวจราจร
ตามป
0.10
-เส้นขอบทาง
( นางไพร โกธรรม )
ปลัดยุง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ย ชัย ฟังสมบั
รองนายกองคการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ธนุมัติ
ญ
นายมนตชัย ลงบลบา
นายอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบแสดง
เลขทีแบบ
มาตราส่วน
วันเดือนปี
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโกก
www.ppao.go.th
ไหล่ทาง
-สันประ เส้น 1 ม. เว้นระยะ 2 ม.
(150 10. MIN
เสน บ
เล่นขอบทาง ขาว
1-10ม.
-0.30-0.60
A
(150 ม.HIN)
เล่นทับ
-เสบขอบทวง ขาว
-ไหล่ทาง ส้นทีบยาวไม่น้อยกว่า 24 ม.
-ส้นแบ่งทิศทาง จราจรสีเหลือง
ติดตั้งบ้านหยุด-
เสนหยุด
ไหล่ทาง
ทางสาธารณะ
ไหล่ทาง
การตีเส้นจราจรทางแยก
(ทางสาธารณะ)
-เส้นแบ่งทิศทาง
จราจรสีเหลือง
ISO ม.
ไหล่ทาง
- นขอบทาง ขาว
A
(150 J. MIN)
ເສຍນ.
เส้นขอบทางสีชา
เส้นทับ
(150 14, MIN)
150 W.
ไหล่ทาง
การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานมากกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
ไม่แสดงมาตราส่วน
ให้ติดตั้งป้าย A-25
ISO ม.
ไหล่ทาง
A
(150 11. MIN)
THT
-เส้นขอบทาง ควา เส้นทนสีเหลือง
เส้นขอบทางสีขาว
(150 LF MIN
150 1.
ให้ติดตั้งป้าย A-22
-ไหล่ทาง
-เสนเบ่ง ทาง จราจรสีเหลือง
ไหลทาง
ให้ติดตั้งป้าย ค-25
การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
ไม่เสดงมาตราส่วน
เส้นแบ่งทิศทาง จราจรสีเหลือง
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองช่าง ฝ่ายสํารวจและออกแบบ
เส้นขอบทางสีขาว
เสนหีบสีเหลือง
Ă
(150 1.MIN
เส้นขอบทาง (เส้นทิป)
-ไหล่ทาง
14150 N. MIN
| ไหล่ทาง
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของช่องจราจรลดลง ไมสดงมา ราส่วน
แบบแสดง
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร)
เจ๊น อบทาง ขาว
-เส้นพิม เหลียง
A
(150 W, MIN
SO A HIN
-ไหล่ทาง
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของไหล่ทางลดลง
ไม่แสดงมาตราส่วน
-เส้นแบ่งทิศทาง จราจรสีเหลือง
เขียนแบบ
วิศวกร
ตรวจ
Pรวจ
เห็นขอบ
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) รวยนายชางเรียนแบบ
( นายศราวุธ แสง วิศวกรโยธาชานาญการ
( นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล
หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
A
{ นายบัญชา พินิจกพันธ์
ผู้อ่านวย ก่องราง
( นางเวียงมาศ ธีระแนง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นอบ
( นางไพร โกธรรม 3
ป ตองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็น บ
(
(นายธวัชชัย ทิ้งสมบัติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
จนุมัติ
сет
(นายมนตชัย วัฒนาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบแสดง
เลขทีแบบ
มาตราส่วน
วันเ จนปี
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโกก
www.ppao.op.th
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง
งานก่อสร้าง
ทพหยา
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
งานก่อสร้างข้างหน้า
โปรดระมัดระวัง ขนาดบ้าย 0.90x1.80 เมตร
ป้ายเตือนงานก่อสร้าง
ตัวอักษร 20 ซม.
กอง พ Ihadewasvesna
100.00 เมตร
ความเร็ว
50.00 เมตร
พื้นทีก่อสร้าง
ความ ว
พื้นที่ก่อสร้าง
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
จาก สรพบางนา โปรบ้านวัง
ลดความเร็ว
ขนาดป้าย 0.90x1.80 เมตร ตัวอักษร 20 ซม.
เขียนจบม
จุดสิ้นสุดโครงการ
ปายเตือนลดความเร็ว
107
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง
ป้ายสิ้นสดเขตก่อสร้าง
ขนาดป้าย 0.45x1.80 เมตร ตัวอักษร 15 ซม.
วิศวกร
ทางก่อสร้างติดตั้งป้ายเตือน
ตามสภาพทาง
-จุดเริ่มต้นโครงการฯ
สิ้นสุดก่อสร้าง
หมายเหต
- แผ่นป้ายสีแสด ตัวอักษรสีดํา เส้นขอบสีดํา กว้าง 3.0 ซม.
- ระยะการติดตั้งป้ายเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม 3. ติดตั้ง ณ.จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการ
ไม้โครงเคร่า 1×1 แผ่นป้ายไม้อัดหรือแผ่นไวนิล หรือแผ่นเหล็ก
เสาไม้หรือหลักทั่วไป ติดตั้งในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง
หรือติดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
100-120 เมตร
- ระดับดินเดิมทั่วไป
ป้ายจราจรระหว่างการก่อสร้างทาง
*หมายเหตุ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจัดต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
(แบบปรับปรุง เดือนมีนาคม 2556)
วิศวกร
ย
แบบแสดง
ป้ายจราจร ระหว่างการก่อสร้างทาง
( นายสรา เสียง) รวยนายชางเขียนแบบ
( นาย วงษ์ ดังฝากพิง) สถาปนิกปฏิบัติการ
( นางสาวพิมพ์ไอล ชา
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
( นามวงศ์ นิ ารณ์)
วารโรง อ่าน เกจว
วิศวก
( บาย
ด แ ก )
an or to or ra แพ
ง
(นายอภิสิทธิ์ จงกลาหาญ :
F9
ทร
หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) ผู้อ่านายการกองช่าง
( บาน ท โ บ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ทรอม
( นาง ไ ร เกษร
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เททรงบ
A.
(นายพงษ์ ทองหนัก) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
จม
ORI
4/4(64
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนย์) นายกองการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Aur
Do d
ራ
ตราสัญลักษณ์ อบจ 3 5 25 ซม
1.20
"
- LO
0.05
الي
0.05
 dinamarcanda á mummonsbiztosanna
นาง 8, และ โร
เทท
Ani
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
3 โครงการ
A
ปริม งา
โทร 0 5598 7718-20 ต่อ 300
(6) ระยะเวลาดําเนินการ เริ่มสัญญาวาง
…..
- ค่าสร้าง
(3) ผู้ควบคุมงาน 1.
โรงต้ม ..
สิ้นสุดสัญญาวันที
รวมระยะเวลากอสร้าง ง น
วัน
17
โกะ ลท
โทร …
Z. - กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
- ควบคุมงานและหมายเลขโทรศัพท์
QR Code 39 01515
<—
เสาไม้หรือหลักทั่วไปที่แข็งแรงและป้องกันแผ่นส้ม ติดตั้งในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง หรือ หลังตามสภาพ ที่เหมาะสม
นาย
!
บ!! ท
uns
บท
องค์การบริหารส่วนจังหวัด โลก กองชาง ฝ่ายค่ารางและ อกแบบ
แบบแสดง
ป้ายแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
รององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เขียนแบบ
-UIII—BLI
( นายจิระศักดิ์ ปานมณี
VI
ช่วยนายทางเปียนแบบ
*; በታ
" นายศรทุก แสงเกตุ หลlody - กษ ใบแหน่ง
2
กงจ
( นายณัฐวุฒิ ศิริม
หัวหน้าเก่ง แกะ แบบ
เห็นธอม
1 นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ อานวยการกองว่าง
( เอกปรุง วงษ์ภูมิ
เอง: ตรง กว บริหาร วน วน โลก
เห็นชอบ
( นางสีไพร โกธรรม ) เสธการบริหารส่วนจังหวัด ชณุโลก
เพืนชอบ
นายเอกพงษ์ กุลจริ รองนาย องค์ หารส่วนจังหวัดพิษณุโลก อนุมัติ
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ )
นายกองค์การบล นาส่วนจังหวัดพิษณุโลก
น
น
องค์การบริ
บริหา
หาร
จังห
หน้าที่ และข้อปฏิบัติของผู้รับจ้างระหว่างดําเนินการตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ
- ผู้รับจ้างมีหน้าที่สํารวจตรวจสอบพื้นที่หน้างาน จัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง ตลอดจนจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการดําเนินการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง หากพบอุปสรรคปัญหาให้แจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เป็นลายลักษณ์อักษร - ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานตามสัญญาโดยละเอียด และส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาและแผนงานนี้จะต้องแสดงถึงการเชื่อมต่อระหว่างขั้นตอนและหมวดงานต่างๆในสัญญาอย่างสมควรแก่เหตุผล เพื่อที่ผู้รับจ้างจะสามารถดําเนินการตามสัญญา โดยเป็นไปตามแผนงานและบรรลุผลให้งานเสร็จสิ้นจนผ่านกระบวนการทดสอบและตรวจรับงานตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งตัวแทนที่สามารถประสานงานก่อสร้าง ทั้งหมดประจําอยู่ ณ สถานที่ก่อสร้าง และผู้ควบคุมงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกสามารถติดต่อสั่งการได้ตลอดเวลาที่ทําการก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) หรือสถาปนิก (กรณีงานสถาปัตยกรรม) โดยกําหนดให้เป็นไปตาม ข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรกรรมควบคุมแต่ละระดับ สาขาวิศวกรรมโยธา พ.ศ. 2551 และข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแต่ละระดับ พ.ศ. 2554 พร้อมทั้งแนบสําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือสถาปัตยกรรมควบคุม ซึ่งยังไม่หมดอายุ ถูกพักการใช้หรือเพิกถอนการใช้ใบอนุญาต อย่างน้อย 1 คน และช่างโยธา หรือช่างก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าประกาศประกาศนียบัติวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พร้อมทั้งแนบสําเนาเอกสารแสดงการจบการศึกษา อย่างน้อย 1 คน พร้อมรับรองสําเนาโดยเจ้าตัว และผู้มีอํานาจลงนามของผู้รับจ้างและประทับตรา
- วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมพ.ศ. 2555 ออกตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูปรายการ แห่งสัญญาจ้างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงานผลการปฏิบัติงานฯ ประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาวิศวกรควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาวิศวกร เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
- (กรณีงานสถาปัตยกรรม) สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2549 ออกตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ.2543 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูป รายการแห่งสัญญาจ้าง ถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาสถาปนิกควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยสถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปนิก และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาสถาปนิก เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
- เพื่อให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จถูกต้องตามเงื่อนไขแห่งสัญญาจ้างเป็นไปตามกําหนดเวลา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างตัวแทนผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงานทั้งสองฝั่ง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
และผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารสัญญาจ้างฯ เพื่อติดตามงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ - การควบคุมคุณภาพงานเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องดําเนินการจัดส่งวัสดุฯเพื่อทําการทดสอบคุณภาพโดยผ่านการควบคุมผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดยการทดสอบ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก หรือ หน่วยงานที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเห็นสมควร โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมในการทดสอบวัสดุดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้สิทธิและความร่วมมืออันดีแก่เจ้าหน้าที่ ที่เข้าเก็บตัวอย่างวัสดุ ทดสอบคุณภาพของงาน และสงวนสิทธิที่จะเข้าไปดําเนินการสุ่มตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจัดหา หรือดําเนินการที่หน้างานหากไม่ตรงกับรายละเอียดที่ระบุไว้ ผู้ควบคุมงานของ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุดโดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
- ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสนอขออนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จําเป็นจัดหามาเพื่อดําเนินการก่อสร้างผ่านทางผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบให้ถูกต้องและเป็นไปตามตามรายละเอียดเงื่อนไข
หากตรวจสอบพบภายหลังว่าวัสดุที่นํามาติดตั้งหรือใช้งานไม่ตรงตามที่เสนอขออนุมัติใช้ ผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุด โดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น - รายละเอียดแบบรูปและปริมาณงานในการก่อสร้างผู้รับจ้างได้ดําเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงนามในสัญญาจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากระหว่างดําเนินการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุใดก็ตาม อันเป็นเหตุให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหากมิได้เป็นสาระสําคัญ ที่ไม่ได้ทําให้มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไปให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ในการพิจารณา หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบทําให้ทําให้ มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่จะดําเนิน
ในส่วนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป - ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย
แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองช่าง
แบบแสดง
เขียนแบบ นายจีระศักดิ์ ปานมณี
สถาปนิก
นายพีรพงษ์ บจก
หน้าที่ และข้อปฏิบัติของผู้รับจ้างระหว่างดําเนินการ ดามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ
วิศวกร
วิศวกร
นายพิมพ์ไฉล คมข่า
นายวุฒิวงศ์ อนันดากรณ์
วิศวกร
นายสราวุธ แดงเกตุ
ตรวจ
นายอภิสิทธิ์ จงกล้าหาญ
สก นิกปฏิบัติการ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ วิศวกรโยธาชานาญการ
ก า ร า ก บาทหใน าแหน่ง วิล ในร่างกา
หมายเหตุ ปรับปรุง เดือน มีนาคม 2566
ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
ตรวจ
เห็นชอบ
นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ (
อ่านวยการกองช่าง
วันเด่อนปี
M
นายภัทร ใจ ม
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบ ฝนที
เห็นชอบ
นางสีไพร โกธรรม
23
ก.) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
เห็นชอบ
อนุมัติ
นายพงษ์มนู ทองหนัก
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ (
รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก แบบเลขที่
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
!
น
บ
น
ข้อกําหนดตามกฎกระทรวงฯ ที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
- ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา - ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา - ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา - ผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกรณีที่พัสดุผลิตในประเทศ
ถ้าไม่มีเอกสารการรับรองให้ติดฉลากของสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าให้ชัดเจน
องค์การ
2รูบริหารส
สก
Att
กองช่าง
งหวี
ฝ่ายสํารวจและออกแบบ
แบบแสดง
ขอก้าหนดตามกฎกระทรวงฯ
เขียนแบบ
วิศวกร
ครว
รวง
(นายสราวุฒิ เลียงชัยศิริ) วายเวย มะ ยมแบบ
(นายวฒิวงศ์ อนันตาภรณ วิศวกรโยธารานาญการ
นายศราวุธ แสงเกตุ หวานรากร 1การให าวกานาย mi.c
(นายอภิสิทธิ์ จงกลาหาญ) หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
(นายบัญชา พินิจอุปพันธ ผู้อํานวยกองยาง
เห็นชอบ
(นางสีไพร โกธรรม)
ลอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก อนุมัติ
(นายนนทชัย วิวัฒนธนา ย นายกอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก วัน/เดือน/ปี 07/04/2565
มว รวสวน
แผนที่/จํานวน
หน
01/01