ประกวดราคาจ้างเหมาพัฒนาระบบ S-ONE Platform ระยะที่ 1
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. เปิดการจัดจ้างเพื่อพัฒนาระบบ S-ONE Platform ระยะที่ 1 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างระบบที่รองรับและสนับสนุนการดำเนินงานของ สทอภ. ในการพัฒนาดาวเทียมใหม่ให้มีความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน
ขอบเขตของงานมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน คือ ฐานข้อมูลวัตถุอวกาศ และระบบการแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศ ผู้รับจ้างต้องเริ่มต้นด้วยการศึกษาและจัดทำรายงานวิเคราะห์ความต้องการ และแผนพัฒนาระบบ จากนั้นจึงดำเนินการพัฒนาฐานข้อมูลที่สามารถเชื่อมต่อหรือปรับปรุงจากฐานข้อมูลดาวเทียมเดิมของ สทอภ. ให้ครอบคลุมข้อมูลดาวเทียมทั้ง GSO และ NGSO ข้อมูล Launcher และข้อมูลอื่นๆ พร้อมฟังก์ชันการสืบค้น จัดการ และสร้างรายงานวิเคราะห์
ส่วนระบบการแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศต้องพัฒนาตามร่าง พ.ร.บ. กิจการอวกาศ โดยรองรับการรับคำขอแบบฟอร์มออนไลน์ การบันทึกและอัปเดตสถานะแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ การตรวจสอบเอกสาร การออกหนังสือรับรอง และการจัดการร่างเอกสารเพื่อยื่นต่อ UNOOSA นอกจากนี้ ยังต้องปรับปรุงส่วนการให้บริการข้อมูลสาธารณะบน S-ONE Platform เดิมให้มีความทันสมัย สามารถสืบค้นได้ และอัปเดตข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
งานส่งมอบรวมถึงระบบออนไลน์ที่ให้บริการผ่านเว็บไซต์รองรับผู้ใช้งานอย่างน้อย 30 บัญชี พร้อมการฝึกอบรมการใช้งาน การสำรองข้อมูล และการดูแลระบบเบื้องต้นแก่บุคลากรของ สทอภ. รวมถึงการส่งมอบโปรแกรมต้นฉบับ (Source Code) และสิทธิ์กรรมสิทธิ์ทั้งหมดให้แก่ สทอภ.
English summary
The Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (Public Organization) or GISTDA is procuring services for the development of Phase 1 of the S-ONE Platform. The primary objective is to create a system that supports and facilitates GISTDA’s operations in new satellite development, enabling faster and more convenient data access and improving work processes.
The scope of work focuses on developing a digital platform with two main components: a Space Object Database and a Space Object Registration Notification System. The contractor must begin by conducting a study and producing analysis and system development plan reports. Subsequently, they must develop a database that can integrate with or upgrade GISTDA’s existing satellite database, covering data on both GSO and NGSO satellites, launchers, and other relevant information, complete with search, management, and analytical reporting functions.
The Space Object Registration Notification System must be developed in compliance with the draft Space Activities Act. It should support online application submission via forms, real-time status recording and updating with automatic notifications, document verification, certificate issuance, and management of draft documents for submission to UNOOSA. Additionally, the contractor must enhance the public information service section on the existing S-ONE Platform to be more dynamic, searchable, and updated with data from reliable sources.
Deliverables include an online system accessible via website supporting at least 30 user accounts, along with user training, data backup/restore procedures, and basic system maintenance training for GISTDA personnel. The contractor must also deliver the complete source code and full ownership rights to GISTDA.
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เลขที่ 120 อาคารรวมหน่วยราชการ (อาคารรัฐประศาสนภักดี) ชั้น 6 และชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาระบบเพื่อรองรับและสนับสนุนการดำเนินการของ สทอภ. ในการพัฒนาดาวเทียมใหม่
- เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล
ขอบเขตของงาน
- การศึกษาและวิเคราะห์: รวบรวมข้อมูลและจัดทำรายงานสรุปวิเคราะห์รูปแบบของระบบ ครอบคลุมด้านการบริหารจัดการ การจัดเก็บข้อมูล และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดาวเทียมและกิจการอวกาศ
- การวางแผน: จัดทำรายงานสรุปรายละเอียดแนวทางการดำเนินงานและแผนการพัฒนาระบบ (ฐานข้อมูลวัตถุอวกาศและการแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศ) เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มพัฒนาจริง
- การพัฒนาฐานข้อมูลวัตถุอวกาศ:
- พัฒนาฐานข้อมูลโดยเชื่อมต่อหรือปรับปรุงจากฐานข้อมูลดาวเทียมเดิมของ สทอภ.
- ต้องรองรับข้อมูลดาวเทียมทั้ง GSO และ NGSO, ข้อมูล Launcher, ข้อมูล In-Country Development ในไทย และข้อมูลวัตถุอวกาศอื่นๆ
- ฐานข้อมูลต้องแสดงรายละเอียดวัตถุอวกาศครบถ้วน (ชื่อ, หมายเลขทะเบียน NORAD/COSPAR, ประเทศผู้ปล่อย, Launch Site, Launch Vehicle, วันที่ปล่อย, วันที่หมดอายุ, ประเภทภารกิจ, พารามิเตอร์วงโคจร, สถานะ, หน่วยงานรับผิดชอบ, ข้อมูลติดต่อ)
- ต้องมีความสามารถในการจัดเก็บ สืบค้น บริหารจัดการข้อมูล สร้างรายงานและสรุปผลวิเคราะห์วัตถุอวกาศ
- ปรับปรุงการวิเคราะห์เปรียบเทียบดาวเทียม (Satellite Network) ในฐานข้อมูลให้รองรับการใช้งานในอนาคต
- การพัฒนาระบบแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศ:
- พัฒนาให้เป็นไปตาม (ร่าง) พ.ร.บ. กิจการอวกาศ เพื่อรองรับการแจ้งขอจดทะเบียนวัตถุอวกาศในประเทศไทย
- ต้องมีแบบฟอร์มออนไลน์สำหรับกรอกข้อมูลการแจ้งทะเบียนตามที่ สทอภ. กำหนด
- มีระบบบันทึกข้อมูล เรียกดู อัปเดตสถานะแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อสถานะเปลี่ยน
- รองรับขั้นตอนการอนุญาต ตรวจสอบ และอนุมัติ พร้อมความสามารถในการส่งออกรายงานสรุปเป็นไฟล์ .doc หรือ .xls
- เจ้าหน้าที่ต้องสามารถตรวจสอบเอกสารและออกหนังสือรับรองการแจ้งทะเบียนได้
- ระบบจัดเก็บเอกสารต้องเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างขั้นตอนต่างๆ เพื่อการติดตามย้อนหลัง
- ต้องสามารถรับและจัดการร่างเอกสารสำหรับการแจ้งจดทะเบียนกับ UNOOSA ได้ พร้อมระบบตรวจสอบ ประเมิน และส่งความคิดเห็นกลับไปยังผู้ยื่นคำขอ
- การปรับปรุงบริการข้อมูลสาธารณะ: ปรับปรุงส่วนการให้บริการข้อมูลสาธารณะบน S-ONE Platform เดิมให้มีความเป็น Dynamics สามารถสืบค้นข้อมูลวัตถุอวกาศตามชื่อ, หมายเลขทะเบียน, ประเทศเจ้าของ, ปีที่ปล่อย และอัปเดตข้อมูลจากแหล่งสาธารณะที่น่าเชื่อถือ
- การจัดหาและพัฒนาระบบออนไลน์: จัดหาและพัฒนาระบบให้บริการออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ พร้อมระบบการเข้าใช้งาน ตรวจสอบ และอนุญาตเข้าใช้งานอย่างน้อย 30 บัญชี
- การฝึกอบรมและส่งมอบ: จัดการนำเสนอและฝึกอบรมการใช้งานระบบ การสำรองข้อมูล (backup) การกู้คืนข้อมูล (restore) และการดูแลระบบเบื้องต้นให้บุคลากรของ สทอภ. จำนวน 3-10 คน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง พร้อมจัดทำเอกสารคู่มือการใช้งานและแผนบำรุงรักษา
- การส่งมอบงาน: ส่งมอบรายงานสรุปการดำเนินการและรายละเอียดระบบทั้งในรูปแบบรูปเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมส่งมอบโปรแกรมต้นฉบับ (Source Code) ทั้งหมดให้ สทอภ. เป็นกรรมสิทธิ์
- ความรับผิดชอบอื่นๆ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายต่อทรัพย์สินของ สทอภ. จากงานนี้ทั้งหมด และต้องรักษาความลับของข้อมูล
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานสรุปวิเคราะห์รูปแบบของระบบ (ตามข้อ 4.2.1)
- รายงานสรุปรายละเอียดแนวทางการดำเนินงานและแผนการพัฒนาระบบ (ฐานข้อมูลและการแจ้งจดทะเบียน) (ตามข้อ 4.2.2)
- ระบบฐานข้อมูลวัตถุอวกาศที่พัฒนาเสร็จสมบูรณ์
- ระบบการแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศที่พัฒนาเสร็จสมบูรณ์
- ส่วนบริการข้อมูลสาธารณะบน S-ONE Platform ที่ปรับปรุงแล้ว
- ระบบออนไลน์ (เว็บไซต์) ที่ให้บริการพร้อมระบบจัดการผู้ใช้อย่างน้อย 30 บัญชี
- เอกสารคู่มือการใช้งานระบบ
- แผนการบำรุงรักษาระบบ
- รายงานสรุปการดำเนินการทั้งหมดและรายละเอียดของระบบ (จัดส่งเป็นรูปเล่ม 1 ชุด และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ใน Flash drive 1 ชุด)
- โปรแกรมต้นฉบับ (Source Code) ของระบบทั้งหมด
- การฝึกอบรมการใช้งาน การสำรองข้อมูล การกู้คืนข้อมูล และการดูแลระบบเบื้องต้น
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด: 270 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
- งวดที่ 1 (ส่งมอบรายงาน): ต้องแล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา (ส่งมอบรายงานตามข้อ 4.2.1 และ 4.2.2)
- งวดที่ 2 (ส่งมอบระบบทั้งหมด): ต้องแล้วเสร็จภายใน 270 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา (ส่งมอบงานตามข้อ 4.2.3 ถึง 4.2.10)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้าง ที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
- ต้องลงทะเบียนและมีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- หากเป็น SME ต้องยื่นสำเนาใบทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
- Standards Compliance: -
- Experience:
- ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับการจัดจ้างครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 400,000 บาท ในสัญญาเดียวกัน โดยเป็นผลงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้วไม่เกิน 2 ปี นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา หรือใบสั่งจ้าง จนถึงวันยื่นข้อเสนอ อย่างน้อย 1 ผลงาน
- ผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สทอภ. เชื่อถือ
- Previous Project Cost: ผลงานที่ผ่านมาต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 400,000 บาท ต่อสัญญา
- Technical Capabilities: -
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
เกณฑ์ราคา (Price-Based Evaluation)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ฐานข้อมูลวัตถุอวกาศ: ต้องเชื่อมต่อหรือปรับปรุงจากฐานข้อมูลเดิมของ สทอภ. รองรับข้อมูลดาวเทียม GSO, NGSO, Launcher, In-Country Development ต้องแสดงข้อมูลได้แก่ ชื่อ, NORAD/COSPAR ID, Launching State, Launch Site country, Launch Vehicle, Launch date, End of life date, Mission type, Orbital parameters (Apogee, Perigee, Inclination, Period), Status, Agency responsible, contact information ต้องสามารถจัดเก็บ สืบค้น บริหารจัดการ สร้างรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลได้
- ระบบแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศ: ต้องรองรับแบบฟอร์มออนไลน์ตามที่ สทอภ. กำหนด (ประกอบด้วย International designator, Name of space object, Name of launching State, Orbital parameters, Nodal period, Inclination, Apogee, Perigee, General function, Operating agency) ต้องมีระบบบันทึก/อัปเดตสถานะเรียลไทม์ พร้อมการแจ้งเตือนอัตโนมัติ ต้องรองรับการตรวจสอบเอกสาร การอนุมัติ การออกหนังสือรับรอง และการจัดการร่างเอกสารเพื่อยื่น UNOOSA ต้องสามารถส่งออกรายงานเป็น .doc หรือ .xls ได้
- ระบบออนไลน์: ต้องให้บริการผ่านเว็บไซต์ พร้อมระบบจัดการการเข้าใช้งาน ตรวจสอบ และอนุญาตสำหรับอย่างน้อย 30 บัญชีผู้ใช้
- การเชื่อมโยงข้อมูล: ระบบจัดเก็บเอกสารหลักฐานต้องเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระบวนการแจ้งขอจดทะเบียน การอนุญาต และการออกหนังสือรับรอง เพื่อการติดตามย้อนหลัง
- การให้บริการข้อมูลสาธารณะ: ระบบต้องสามารถสืบค้นข้อมูลวัตถุอวกาศตามชื่อ, NORAD/COSPAR ID, ประเทศเจ้าของ, ปีที่ปล่อย ได้ และอัปเดตข้อมูลจากแหล่งสาธารณะที่น่าเชื่อถือ
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินจัดจ้าง: งบประมาณ 963,000 บาท (รวม VAT) / ราคากลาง 972,540 บาท (รวม VAT)
- การชำระเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด
- งวดที่ 1: ร้อยละ 30 ของมูลค่าสัญญา เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 1 (รายงาน) เรียบร้อยและผ่านการตรวจรับ
- งวดที่ 2 (สุดท้าย): ร้อยละ 70 ของมูลค่าสัญญา เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 2 (ระบบทั้งหมด) เรียบร้อยและผ่านการตรวจรับ
- ค่าปรับ: หากส่งมอบงานล่าช้า ชำระค่าปรับร้อยละ 0.10 ของราคางานตามสัญญาต่อวัน (ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท)
- การรับประกันงาน: รับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา 1 ปี นับจากวันที่ สทอภ. รับมอบงานงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว หากเกิดปัญหา ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยภายใน 7 วัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- หลักประกันสัญญา: ผู้รับจ้างต้องมอบหลักประกันสัญญาจำนวนร้อยละ 5 ของมูลค่าสัญญา
- กำหนดยืนราคา: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยืนราคาที่เสนอไม่น้อยกว่า 60 วัน นับจากวันเสนอราคา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ระบบ S-ONE Platform ระยะที่ 1 นี้ต้องเชื่อมต่อกับระบบเดิมของ สทอภ. หรือไม่?
A: ใช่ ตามขอบเขตงาน ผู้รับจ้างต้องพัฒนาฐานข้อมูลวัตถุอวกาศโดย “เชื่อมต่อฐานข้อมูลดาวเทียมเดิมที่ สทอภ. ใช้งานอยู่ หรือปรับปรุงฐานข้อมูลดาวเทียมเดิม” ให้สามารถสืบค้นและสนับสนุนงานได้ -
Q: ระบบที่พัฒนาต้องรองรับการทำงานกับข้อมูลดาวเทียมประเภทใดบ้าง?
A: ระบบต้องรองรับข้อมูลดาวเทียมทั้งประเภท Geostationary Orbit (GSO) และ Non-Geostationary Orbit (NGSO) รวมถึงข้อมูล Launch Vehicle (จรวดนำส่ง), ข้อมูลการพัฒนาภายในประเทศ (In-Country Development) และข้อมูลวัตถุอวกาศอื่นๆ -
Q: ระบบแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศต้องสอดคล้องกับกฎหมายใด?
A: ระบบต้องพัฒนาตาม (ร่าง) พระราชบัญญัติกิจการอวกาศ เพื่อรองรับการแจ้งขอจดทะเบียนวัตถุอวกาศในประเทศไทย -
Q: ระบบต้องมีความสามารถในการทำงานกับ UNOOSA อย่างไร?
A: ระบบต้องสามารถรับและจัดการร่างเอกสารสำหรับการแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศกับ UNOOSA ได้ รวมถึงให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบ ประเมินร่างเอกสาร และส่งความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะกลับไปยังผู้ยื่นคำขอได้อย่างเป็นระบบ -
Q: ระบบที่ส่งมอบต้องรองรับผู้ใช้งานได้กี่บัญชี?
A: ระบบที่พัฒนาต้องให้บริการออนไลน์ทางเว็บไซต์ พร้อมระบบการเข้าใช้งาน การตรวจสอบ และการอนุญาตเข้าใช้งานอย่างน้อย 30 บัญชี (account) -
Q: ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมอะไรให้แก่ สทอภ.?
A: ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบ (ทั้งส่วนฐานข้อมูลและการแจ้งจดทะเบียน) รวมถึงการสอนการสำรองข้อมูล (backup) การกู้คืนข้อมูล (restore) และการดูแลระบบเบื้องต้น ให้แก่บุคลากรของ สทอภ. จำนวน 3-10 คน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง -
Q: สิทธิ์ในซอร์สโค้ดของระบบเป็นของใคร?
A: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบโปรแกรมต้นฉบับ (Source Code) ของระบบทั้งหมดที่พัฒนาให้แก่สทอภ. และระบบดังกล่าวจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสทอภ. โดยชอบด้วยกฎหมาย สทอภ. มีสิทธิ์ในการใช้งาน แก้ไข และเผยแพร่ได้ -
Q: มีการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานนานเท่าไร?
A: ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานเป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่สทอภ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้ายและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว -
Q: ในการยื่นข้อเสนอ ต้องแนบเอกสารอะไรเป็นพิเศษบ้าง?
A: นอกเหนือจากเอกสารทั่วไป ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบ “ตัวอย่างหรือแนวทางการพัฒนาตามขอบเขตของงานฯ (TOR) ข้อ 4.2.1.1 และข้อ 4.2.1.2” และ “ตารางเปรียบเทียบตามขอบเขตของงานฯ (TOR) ข้อ 4.2 กับข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ” โดยสแกนแนบไฟล์ในระบบ e-GP -
Q: ผู้รับจ้างมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาความลับอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องรักษาความลับของเนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดของโครงการ โดยไม่นำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสทอภ. และต้องปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของสทอภ. ด้วย
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน Terms of Reference : TOR จ้างเหมาพัฒนาระบบ S-ONE Platform ระยะที่ 1
- ความเป็นมา
สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน): สทอภ. มีภารกิจหลักในการ “ศึกษา ค้นคว้า วิจัย พัฒนา และดําเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกับเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งรวมทั้งการ พัฒนาและสร้างดาวเทียมสํารวจทรัพยากรธรรมชาติขนาดเล็กเองได้” ปัจจุบัน สดช. ดําเนินโครงการ THEOS-2 ซึ่งประกอบด้วยดาวเทียม THEOS-2 และ THEOS-2A และมีแผนพัฒนาดาวเทียมดวงต่อๆ ไปในอนาคต ซึ่งในการพัฒนาดาวเทียมนั้น มีกระบวนการที่เจ้าของดาวเทียมต้องดําเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ประกาศ และข้อตกลงทั้งภายในและระหว่างประเทศ
ในการนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และเพิ่มความคล่องตัวในการดําเนินการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการ พัฒนาดาวเทียมที่มีจํานวนเพิ่มมากขึ้น ให้มีข้อมูลพร้อมใช้งาน เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์การวิเคราะห์เบื้องต้น ซึ่งเป็นส่วนสําคัญในการช่วยลดภาระงานและปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ให้มีระบบแบบแผนมากขึ้น ดังนั้น สดช. จึงได้พัฒนาระบบ S-ONE Platform ขึ้นเพื่อให้สามารถสนับสนุนการพัฒนาดาวเทียมใหม่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐาน - วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาระบบเพื่อรองรับและสนับสนุนการดําเนินการของ สดช. ในการพัฒนาดาวเทียมใหม่
เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1. มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชีกลาง
3.5. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน
ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้น
-1-
av
3.6. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7. เป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้าง ที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ดังกล่าว
3.8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอ ให้แก่ สทอภ. ณ วันประกาศ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอื่นเป็นการอันเป็นขัดขวางการแข่งขันราคาอย่าง
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
เป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งนี้
3.9. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น
ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10. ผู้ยื่นข้อเสนอ ที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
3.10.1. กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน
สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค่ารายอื่นทุกราย 3.10.2. กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้า หลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียว เป็นผลงานของกิจการร่วมค้า ที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
3.10.3. กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้
ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายชื่อในหนังสือมอบอํานาจ ให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด
รายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
3.11. ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นผู้ประกอบการที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(SMEs) จะต้องยื่นสําเนาใบทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 3.13. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับการจัดจ้างครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 400,000 บาท (สี่แสนบาทถ้วน) ในสัญญาเดียวกัน โดยเป็นผลงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่เกิน 2 ปี นับถัดจากวันที่ ลงนามในสัญญา หรือ ใบสั่งจ้าง จนถึงวันยื่นข้อเสนอ อย่างน้อย 1 ผลงาน และเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่สํานักงานเชื่อถือ โดยต้องแนบสําเนาสัญญา จ้าง หรือ สําเนาใบสั่งจ้าง หรือ หนังสือรับรองผลงาน พร้อมขอบเขตของงาน (TOR) ในการยื่นข้อเสนอ
-2-
я - ขอบเขตของงาน
4.1. คุณสมบัติทั่วไป
4.1.1. ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของสํานักงานฯ จากการดําเนินการ ตามสัญญาฯ ในทุกกรณี รวมถึงจากการขนส่งหรือขนย้าย วัสดุ อุปกรณ์ในการดําเนินการตาม สัญญาฯ 4.1.2. กรณีผู้รับจ้างมีความประสงค์จะดําเนินการส่งมอบหรือติดตั้งนอกเหนือจากในวัน
หรือเวลาทําการปกติของสํานักงานฯ ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือแจ้งขอปฏิบัติงานดังกล่าวต่อ สํานักงานฯล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทําการทุกครั้ง และจะสามารถเข้าดําเนินการได้ก็ต่อเมื่อ ได้รับอนุญาตจากสํานักงานฯ แล้วเท่านั้น
4.2. คุณลักษณะเฉพาะ
4.2.1. ผู้รับจ้างต้องศึกษา รวบรวมข้อมูล และจัดทํารายงานสรุปวิเคราะห์รูปแบบของระบบฯ โดย รายงานควรประกอบไปด้วยรายละเอียดด้านการบริหารจัดการ การจัดเก็บข้อมูล รวมถึง แนวทางและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดาวเทียมและกิจการอวกาศ เพื่อให้สามารถ
พัฒนาระบบฯ ได้อย่างสอดคล้องและตอบสนองต่อความต้องการของสํานักงานฯ ระบบฯ
จะต้องประกอบด้วยส่วนหลักดังต่อไปนี้
4.2.1.1.
4.2.1.2.
ฐานข้อมูลวัตถุอวกาศ เพื่อการจัดเก็บ สืบค้น บริหารจัดการข้อมูล และจัดทําสรุปการ วิเคราะห์วัตถุอวกาศอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
การแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศ เพื่อรับรองการแจ้งขอจดทะเบียนวัตถุอวกาศใน ประเทศ อํานวยความสะดวกในการอนุญาต ติดตามสถานะ และตรวจสอบเอกสารในการ
แจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศกับ UNOOSA
4.2.2. ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานสรุปรายละเอียดแนวทางการดําเนินงานและแผนการพัฒนาระบบฯ
(ฐานข้อมูลวัตถุอวกาศและการแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศ) เพื่อให้สามารถเข้าใช้งานจาก S- ONE Platform รวมถึงรายละเอียดรูปแบบการใช้งาน การสืบค้นข้อมูล และตัวอย่างการ ออกแบบระบบตามขอบเขตของงานข้อ 4.2.3 ถึงข้อ 4.2.9 ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอรายงาน ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาและให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการพัฒนาระบบต่อไป
4.2.3. ผู้รับจ้างต้องพัฒนาฐานข้อมูลวัตถุอวกาศ โดยต้องเชื่อมต่อฐานข้อมูลดาวเทียมเดิมที่ สดช. ใช้ งานอยู่ หรือปรับปรุงฐานข้อมูลดาวเทียมเดิมให้สามารถสืบค้นและสนับสนุนงานของ สดช. ได้ เช่น สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลดาวเทียมได้ทั้ง GSO และ NGSO, ข้อมูล Launcher, ข้อมูล In-Country Development ในไทย และข้อมูลวัตถุอวกาศอื่นๆ โดยฐานข้อมูลวัตถุอวกาศต้อง สามารถแสดงรายละเอียดวัตถุอวกาศ ได้แก่ ชื่อ, หมายเลขทะเบียน NORAD และ COSPAR, Launching State, ประเทศเจ้าของ Launch Site, Launch Vehicle, Launch date, End of
life date, Mission type, Orbital, Apogee [km], Perigee [km], Inclination [deg.], Period
-3-
m
[min], Status (Active, inactive, decayed), Agency responsible, contact information ได้เป็นอย่างน้อย
4.2.4. ผู้รับจ้างต้องพัฒนาฐานข้อมูลวัตถุอวกาศให้มีความพร้อม สามารถจัดเก็บ สืบค้น และบริหาร จัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องสามารถสร้างรายงานและสรุปผลวิเคราะห์วัตถุ อวกาศ รวมถึงปรับปรุงการวิเคราะห์เปรียบเทียบดาวเทียม (Satellite Network) ในฐานข้อมูล
ดาวเทียมให้รองรับการใช้งานในอนาคตได้
4.2.5. ผู้รับจ้างต้องพัฒนาการแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศให้เป็นไปตามกฎหมาย (ร่าง พรบ. กิจการ
อวกาศ) รองรับการแจ้งขอจดทะเบียนวัตถุอวกาศในประเทศไทย ดังนี้
4.2.5.1.
4.2.5.2.
ต้องสามารถรับคําขอแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศพร้อมเอกสารหลักฐาน โดยต้องมี แบบฟอร์มสําหรับการแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศที่สามารถกรอกข้อมูลได้ตามที่สํานักงานฯ กําหนด ประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้ International designator, Name of space
object, Name of launching State, Orbital parameters, Nodal period, Inclination, Apogee, Perigee, General function, Operating agency เป็นต้น
ต้องสามารถบันทึกข้อมูล เรียกดู และอัปเดตสถานะของการจดทะเบียนแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือน (Notification) อัตโนมัติเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะการแจ้ง จดทะเบียนวัตถุอวกาศ
4.2.5.3. ส่วนการอนุญาต ต้องมีแนวทาง มาตรการ หรือ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งจด ทะเบียนวัตถุอวกาศ ครอบคลุมขั้นตอน การตรวจสอบ และการอนุมัติ นอกจากนี้ต้อง สามารถจัดทําและสามารถส่งออก (Export) รายงานสรุปข้อมูลในรูปแบบไฟล์ .doc หรือ .xls เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถแก้ไข ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้
4.2.5.4.
4.2.5.5.
เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบเอกสารการขอแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศ และสามารถ พิจารณาออกหนังสือรับรองหรือหลักฐานการแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศได้
การจัดเก็บเอกสารหลักฐานประกอบจะต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระบวนการ แจ้งขอจดทะเบียนวัตถุอวกาศ การอนุญาต และการออกหนังสือรับรองหรือหลักฐานการ แจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศ เพื่อให้สามารถติดตามและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้และง่าย ต่อการเข้าถึงข้อมูลในทุกขั้นตอน
4.2.6. ผู้รับจ้างต้องพัฒนาการแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศให้สามารถรับและจัดการร่างเอกสารสําหรับ การแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศกับ UNOOSA ได้ รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและ ประเมินร่างเอกสารตามแนวทางการปฏิบัติในการแจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศกับ UNOOSA พร้อมทั้งสามารถส่งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะกลับไปยังผู้ยื่นคําขอได้อย่างเป็นระบบ
4.2.7. ผู้รับจ้างต้องดําเนินการปรับปรุงในส่วนของการให้บริการข้อมูลแก่สาธารณะที่สํานักงานฯ มีฐานข้อมูลอยู่แล้วใน S-ONE Platform เดิมของ สทอภ. โดยนํามาเผยแพร่บน S-ONE Platform ให้มีความเป็น Dynamics สามารถสืบค้นได้ตาม ชื่อวัตถุอวกาศ, หมายเลขทะเบียน
-4-
ช
NORAD และ COSPAR, ประเทศที่เป็นเจ้าของ, ปีที่ปล่อย เพื่อให้บริการด้านข้อมูลแก่บุคคลทั้ง ภายในและภายนอก รวมถึงมีการอัพเดทข้อมูลจากแหล่งสาธารณะที่มีความน่าเชื่อถือและ ปลอดภัย โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมของไทย หรือวัตถุอวกาศของไทย เพื่อให้มี ความน่าสนใจและเกิดประโยชน์สูงสุด เช่นข้อมูลจาก website หรือ facebook ของสํานักงาน องค์กรด้านอวกาศ (Space Agency) และหน่วยงานกํากับด้านอวกาศที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น 4.2.8. ผู้รับจ้างต้องจัดหาและพัฒนาระบบฯ ตามขอบเขตของงานข้อ 4.2.3 ถึงข้อ 4.2.9 ที่มีสิขสิทธิ์ ถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องสามารถ ให้บริการ online ทางเว็บไซด์ ประกอบด้วย ระบบการ เข้าใช้งาน การตรวจสอบ และการอนุญาตเข้าใช้งาน อย่างน้อย 30 account
ณ
4.2.9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการนําเสนอเพื่อแนะนําการใช้งานระบบฯ (ฐานข้อมูลวัตถุอวกาศและการ แจ้งจดทะเบียนวัตถุอวกาศ) รวมถึงการสอนการทําสํารองข้อมูล (backup) การกู้คืนข้อมูล (restore) และการดูแลระบบเบื้องต้น ณ สถานที่ส่งมอบงานฯ ให้บุคลากรของสํานักงานฯ จํานวนไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 10 คน โดยต้องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง พร้อม เอกสารคู่มือการใช้งานและแผนการบํารุงรักษาเพื่อให้แน่ใจว่าระบบสามารถรองรับการใช้งานใน ระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง 4.2.10. ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานในรูปแบบรายงาน ประกอบด้วยสรุปการดําเนินการทั้งหมดและ รายละเอียดของระบบฯ จํานวน 1 ชุด และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์บันทึกลงใน Flash drive จํานวน 1 ชุด พร้อมส่งมอบโปรแกรมต้นฉบับ (Source Code) ของระบบทั้งหมดที่ผู้รับจ้างได้พัฒนา ให้แก่สํานักงาน และเป็นกรรมสิทธิ์ของสํานักงานฯ โดยชอบด้วยกฎหมาย สํานักงานมีสิทธิ ใน การใช้งาน แก้ไข และเผยแพร่ได้ตามกฎหมาย กรณีเป็นโปรแกรม รูปภาพ หรือข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้สํานักงานฯ ได้สิทธิโดยชอบธรรมในการใช้งาน และต้องรับผิดชอบ หากมี การฟ้องร้องค่าเสียหายใดๆ จากเจ้าของลิขสิทธิ์ - ระยะเวลาดําเนินการและระยะเวลาส่งมอบงาน
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการพัฒนาระบบ S-ONE Platform ระยะที่ 1 ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 270 วัน นับถัดจากลงนามในสัญญา โดยแบ่งการส่งมอบงานเป็นงวดๆ จํานวน 2 งวด ดังนี้
5.1. งวดที่ 1 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการส่งมอบรายงาน ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ 4.2.1 และข้อ 4.2.2 โดยจัดส่งเป็นรูปเล่ม จํานวน 1 ชุด และบันทึกใน Flash drive จํานวน 1 ชุด ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
5.2. งวดที่ 2 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตามขอบเขตของงานฯ ข้อ 4.2.3 ถึงข้อ 4.2.10 และส่งมอบรายงาน ตามขอบเขตของงานฯ โดยจัดส่งเป็นรูปเล่ม จํานวน 1 ชุด และบันทึกใน Flash drive จํานวน 1 ชุด ให้แล้วเสร็จภายใน 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
-5-
ช - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอ สํานักงานฯ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ เกณฑ์ราคา - วงเงินในการจัดจ้าง
งบประมาณในการจัดจ้างเหมาพัฒนาระบบ S-ONE Platform ระยะที่ 1 จํานวนเงิน 963,000.00 บาท
(เก้าแสนหกหมื่นสามพันบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ราคากลางในการจัดจ้างเหมาพัฒนาระบบ S-ONE Platform ระยะที่ 1 จํานวนเงิน 972,540.00 บาท (เก้าแสนเจ็ดหมื่นสองพันห้าร้อยสี่สิบบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม - เงื่อนไขการชําระเงิน
สํานักงานฯ จะชําระเงินค่าจ้างตามสัญญาแบ่งเป็นงวดๆ จํานวน 2 งวด ดังนี้
8.1. งวดที่ 1 เป็นจํานวนร้อยละ 30 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตามขอบเขตของงานฯ ข้อ 5.1 แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้
ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
8.2. งวดที่ 2 (งวดสุดท้าย) เป็นจํานวนร้อยละ 70 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงาน ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ 5.2 ที่เหลือทั้งหมดแล้วเสร็จ ภายใน 270 วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว - อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับ ให้แก่ผู้ว่าจ้าง เป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคางานจ้างตามสัญญาต่อวัน แต่ต้องไม่ ต่ํากว่าวันละ 100 บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) - การรับประกันความชํารุดบกพร่องของงาน
ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของงาน หากมีเหตุชํารุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจาก งานจ้างนี้ภายในกําหนด 1 ปี นับถัดจากวันที่สํานักงานฯ ได้รับมอบงานงวดสุดท้าย และคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว หากเกิดความชํารุดบกพร่องหรือใช้งานไม่ได้ทั้งหมดหรือบางส่วนภายใน ระยะเวลาดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 7 วันนับถัดจากวันที่ ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ จาก สํานักงานฯ ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทําการ ดังกล่าวภายในกําหนดเวลานั้น สํานักงานฯ มีสิทธิ์จะทําการนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้นแทน โดยผู้รับจ้าง ต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
-6- - สถานที่ส่งมอบงาน
สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เลขที่ 120 อาคารรวมหน่วย ราชการ (อาคารรัฐประศาสนภักดี) ชั้น 6 และชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 - กําหนดยืนราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องกําหนดยืนราคาที่เสนอไม่น้อยกว่า 60 วัน นับตั้งแต่วันเสนอราคา - หลักประกันสัญญา
ผู้รับจ้างจะต้องนําหลักประกัน อัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าตามสัญญา มามอบไว้แก่สํานักงาน เพื่อเป็น หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา และหลักประกันจะต้องมีอายุครอบคลุมความรับผิดทั้งปวงของผู้รับจ้างตลอด
อายุสัญญา
สํานักงานจะคืนหลักประกันสัญญาให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันและความรับผิดทั้งปวง
ตามสัญญาแล้ว - การยื่นข้อเสนอ
14.1. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นตัวอย่างหรือแนวทางการพัฒนาตามขอบเขตของงานฯ (TOR) ข้อ 4.2.1.1 และ ข้อ 4.2.1.2 และให้ผู้มีอํานาจลงนามรับรองและประทับตรา (ถ้ามี) โดยให้สแกนแนบไฟล์มาในระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา โดยหลักฐานดังกล่าวนี้ สํานักงานฯ จะเก็บ ไว้เป็นเอกสารราชการ
14.2. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นตารางเปรียบเทียบตามขอบเขตของงานฯ (TOR) ข้อ 4.2 กับข้อเสนอของผู้ยื่น ข้อเสนอเพื่อประกอบการพิจารณา กรณีมีข้อมูลเพิ่มเติมให้ทําเครื่องหมายบ่งชี้ในเอกสารให้ตรงตามที่ อ้างอิงในเอกสารขอบเขตของงานฯ (TOR) ให้ถูกต้องชัดเจน และให้ผู้มีอํานาจลงนามรับรองและ ประทับตรา (ถ้ามี) โดยให้สแกนแนบไฟล์มาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) เพื่อใช้ประกอบการ พิจารณา โดยหลักฐานดังกล่าวนี้ สํานักงานฯ จะเก็บไว้เป็นเอกสารราชการ - ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่นๆ
15.1. ผู้รับจ้างต้องรักษาความลับ ไม่นําส่วนหนึ่งส่วนใดของเนื้อหา ข้อมูลใดๆ ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับ
อนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสํานักงานฯ
-7-
15.2. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม ประกาศ สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เรื่อง นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) - แผนการทํางาน
ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการทํางานตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา แผนการทํางานต้องสอดคล้องกับระยะเวลาการทํางาน, งวดงานและการจ่ายเงิน - หน่วยงานที่รับผิดชอบ
ฝ่ายพัฒนาและประสานงานกิจการดาวเทียม ศูนย์ผลิตดาวเทียมแห่งชาติ สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยี อวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เลขที่ 120 อาคารรวมหน่วยราชการ (อาคารรัฐประศาสนภักดี) ชั้น 6 และ ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 085 997 4953 ในวัน และเวลาราชการเท่านั้น
-8-