ประกวดราคาจ้างบริการเดินรถโดยสารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแบบไม่มีการจัดเก็บค่าโดยสาร จำนวน ๑ งาน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความประสงค์จัดจ้างบริการเดินรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยและบริเวณโดยรอบ สำหรับปีงบประมาณ 2569-2572 โดยเน้นการใช้รถโดยสารปรับอากาศแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่เป็นรถประกอบใหม่ทั้งหมด เพื่อสานต่อยุทธศาสตร์การลดมลภาวะและอนุรักษ์พลังงาน
ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดหารถโดยสารไม่น้อยกว่า 20 คัน พร้อมติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าภายในพื้นที่ให้บริการ การเดินรถตามเส้นทางที่กำหนด 5 สายหลัก ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ (ยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยไม่มีการจัดเก็บค่าโดยสาร นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบระบุตำแหน่งรถ (GPS) ที่สามารถแสดงผลผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ผู้ใช้บริการวางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงรับผิดชอบการบำรุงรักษารถและอุปกรณ์อัดประจุไฟฟ้าให้มีความปลอดภัยและพร้อมใช้งานอยู่เสมอตามมาตรฐานทางวิศวกรรม โครงการนี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาคมจุฬาฯ และเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
English summary
Chulalongkorn University invites e-bidding for a bus service contract (FY 2026-2029) within the university campus and surrounding areas. The project requires the procurement of at least 20 newly assembled Battery Electric Vehicles (BEVs) to provide free-of-charge shuttle services. The contractor is responsible for installing electric charging stations, maintaining the fleet and charging equipment according to engineering standards, and providing a real-time GPS tracking system accessible via a mobile application. The service aims to promote environmental sustainability and efficient campus mobility.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริเวณโดยรอบ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดหาผู้รับจ้างเดินรถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (BEV) แบบประกอบใหม่
- เพื่อติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถโดยสารภายในพื้นที่ให้บริการ
- เพื่อจัดให้มีระบบระบุตำแหน่งรถโดยสาร (GPS) ที่แสดงผลผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ
- เพื่อบำรุงรักษารถโดยสารและเครื่องอัดประจุไฟฟ้าตามมาตรฐานวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัย
ขอบเขตของงาน
- จัดหารถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) แบบประกอบใหม่ ไม่น้อยกว่า 20 คัน
- ให้บริการเดินรถตามเส้นทางที่กำหนด 5 สาย ในวันจันทร์-วันศุกร์ (06:30-22:00 น.) และวันเสาร์ (06:30-19:00 น.)
- ติดตั้งและดูแลรักษาเครื่องอัดประจุไฟฟ้าภายในพื้นที่ให้บริการ
- พัฒนาและดูแลระบบติดตามตำแหน่งรถ (GPS) เพื่อแสดงผลบนแอปพลิเคชัน
- บำรุงรักษารถโดยสารและอุปกรณ์ให้มีความพร้อมใช้งานและปลอดภัยตลอดระยะเวลาสัญญา
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) สภาพใหม่ จำนวนไม่น้อยกว่า 20 คัน
- ระบบอัดประจุไฟฟ้าที่ติดตั้งและใช้งานได้จริงในพื้นที่
- ระบบติดตามตำแหน่งรถ (GPS) ที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนมือถือ
- รายงานการเดินรถและบันทึกข้อมูลระยะทางตามจริง
- แผนการบำรุงรักษารถและอุปกรณ์ตามมาตรฐานวิศวกรรม
ระยะเวลาดำเนินการ
ปีงบประมาณ 2569 - 2572
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน, ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มกัน
- Standards Compliance: ต้องมีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง (ไม่ประจำทางหรือประจำทาง) หรือสัญญาร่วมบริการรถโดยสารประจำทางกับรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม
- Experience: ต้องมีผลงานหรือสัญญาหรือใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาทต่อเดือน หรือ 12,000,000 บาทต่อปี
- Technical Capabilities: ต้องเป็นผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับการรับจ้างงานประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้บริการรถโดยสาร
- Personnel: -
- Other: จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยพิจารณาจากคุณสมบัติและข้อเสนอทางเทคนิคที่ผ่านเกณฑ์ ก่อนพิจารณาด้านราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- รถโดยสารปรับอากาศแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV)
- ต้องเป็นรถโดยสารประกอบใหม่ทั้งหมด
- ต้องมีระบบระบุตำแหน่ง (GPS) ที่สามารถแสดงผลผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายค่าจ้างจะพิจารณาจากระยะทางบริการจริง (กิโลเมตร) โดยอ้างอิงจากบันทึกข้อมูล GPS
- มีการกำหนดระยะทางบริการขั้นต่ำในแต่ละช่วงวันและเวลา
- กรณีมีการหยุดให้บริการตามคำสั่งผู้ว่าจ้าง จะมีการคำนวณระยะทางบริการคงเหลือ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: รถโดยสารที่นำมาให้บริการต้องเป็นรถใหม่หรือไม่? ตอบ: ต้องเป็นรถโดยสารปรับอากาศแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่เป็นรถประกอบใหม่ทั้งหมด
- ถาม: ให้บริการวันไหนบ้าง? ตอบ: ให้บริการวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
- ถาม: ผู้โดยสารต้องเสียค่าบริการหรือไม่? ตอบ: ไม่มีการจัดเก็บค่าโดยสาร
- ถาม: ระบบติดตามรถต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องจัดให้มีระบบระบุตำแหน่งรถ (GPS) ที่แสดงผลผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ
- ถาม: หากรถเสียระหว่างทางจะนับเป็นระยะทางบริการหรือไม่? ตอบ: รถที่ขัดข้องหรือวิ่งออกนอกเส้นทางเพื่อซ่อมแซมจะไม่นับรวมเป็นระยะทางบริการจริง
- ถาม: การจ่ายค่าจ้างคำนวณอย่างไร? ตอบ: คำนวณจากระยะทางบริการจริง (กิโลเมตร) ตามที่ปรากฏในบันทึกข้อมูล GPS
- ถาม: ต้องมีรถให้บริการจำนวนเท่าใด? ตอบ: ต้องมีรถโดยสารสำหรับให้บริการไม่น้อยกว่า 20 คัน
- ถาม: หากผู้ว่าจ้างสั่งหยุดเดินรถชั่วคราว จะมีผลต่อการจ่ายเงินอย่างไร? ตอบ: จะมีการคำนวณระยะทางบริการคงเหลือตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา
- ถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ด้านใด? ตอบ: ต้องมีใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้โดยสารและมีผลงานในวงเงินไม่น้อยกว่า 12 ล้านบาทต่อปี
- ถาม: สามารถนำผลงานของบริษัทในเครือมายื่นได้หรือไม่? ตอบ: ไม่สามารถนำผลงานของบริษัทลูกหรือบริษัทในเครือมายื่นได้
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (TOR)
จ้างบริการเดินรถโดยสารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแบบไม่มีการจัดเก็บค่าโดยสาร
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” มีความประสงค์จะจัดจ้างให้เดินรถโดยสารภายใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริการรถโดยสารปรับอากาศแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าซึ่งต้องเป็นรถโดยสารประกอบ ใหม่ โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ความเป็นมา
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดบริการเดินรถโดยสารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริเวณโดยรอบ มหาวิทยาลัย รวมทั้งสถานีระบบรถขนส่งมวลชนสาธารณะระบบราง ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา โดยในระยะแรกการใช้ รถโดยสารปรับอากาศขนาดเล็กที่มีความจุผู้โดยสารประมาณ 35 คน และใช้น้ํามันดีเซลเป็นพลังงานเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน จากนั้นการให้บริการได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นตามลําดับ จึงมีการเพิ่มจํานวนเส้นทางและจํานวนรถให้บริการมากขึ้น รวมทั้ง
ปรับเปลี่ยนรูปแบบของพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนรถโดยสารให้เป็นพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานผสมที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็น หลัก เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ “เป็นสุข” ของมหาวิทยาลัย ในการลดมลภาวะด้านอากาศ ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ภายในพื้นที่ และสนองต่อนโยบายของรัฐในการอนุรักษ์และลดการใช้พลังงานน้ํามันเชื้อเพลิง
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550 มาจนถึงปีงบประมาณ 2553 มหาวิทยาลัยได้ให้บริการเดินรถในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ระหว่างเวลา 07:00 น. ถึง 19:00 น. โดยใช้รถโดยสารรวมทั้งสิ้น 15 คัน แยกเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 4 คัน รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานผสมระหว่างไฟฟ้ากับแก๊สปิโตรเลียมเหลว 6 คัน รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานผสมระหว่างไฟฟ้ากับ น้ํามันดีเซล 3 คัน และรถสํารอง 2 คัน โดยการดําเนินงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสามารถลดระดับของมลภาวะทั้งด้าน ไอเสีย ฝุ่น ควัน และเสียง ได้เป็นอย่างดี และเป็นโครงการที่ได้รับการตอบรับจากประชาคมชาวจุฬาเป็นอย่างมาก จนอาจ กล่าวได้ว่า บริการเดินรถโดยสารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่ สาธารณชนรับทราบ ภายใต้ชื่อเรียกว่า “รถ ปอ.พ” หรือ “รถสีชมพู”
ในปีงบประมาณ 2554 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการดําเนินการ โดยเพิ่มจํานวนรถโดยสาร ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดและไม่มีระบบปรับอากาศจํานวน 5 คัน และขยายการให้บริการในวันเสาร์ เฉพาะเส้นทางที่มี ผู้โดยสารเป็นจํานวนมาก 2 เส้นทาง รวมทั้งยกเลิกการเก็บค่าโดยสารสําหรับนิสิต บุคลากร และบุคคลทั่วไปที่มาติดต่อ มหาวิทยาลัย จึงส่งผลให้บริการเดินรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้
มหาวิทยาลัยได้จัดทําระบบระบุตําแหน่งของรถโดยสารในเส้นทางต่าง ๆ โดยสามารถแสดงผลในรูปแบบแอปพลิเคชันบน โทรศัพท์มือถือซึ่งสอดรับกับรูปแบบการดําเนินชีวิตของผู้รับบริการส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ทําให้สามารถวางแผนการเดินทางได้ สะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และในปีงบประมาณ 2558 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดสร้างพื้นที่พักรอรถโดยสารบริเวณ ศาลาพระเกี้ยวจํานวน 4 หลัง รวมทั้งเพิ่มเส้นทางเดินรถผ่านซอยจุฬาลงกรณ์ 9 เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่ พักอาศัยในบริเวณดังกล่าว
ในปัจจุบันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดจ้างดําเนินการบริการเดินรถโดยสารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่าง
ต่อเนื่อง โดยใช้รถโดยสารปรับอากาศแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อให้บริการเดินรถโดยสารภายใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ด้วยหลักการและเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ในปีงบประมาณ 2569-2572 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงความ จําเป็นที่จะจัดจ้างบริการเดินรถโดยสารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ กําหนดให้ใช้รถโดยสารปรับอากาศแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) และเป็นรถโดยสารประกอบใหม่ทั้งหมด รวมทั้งการปรับปรุงเงื่อนไขและข้อกําหนดการให้บริการเพิ่มเติม เพื่อให้บริการเดินรถโดยสารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สอดคล้องกับความต้องการเดินทางของผู้ใช้บริการและกิจกรรมต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยมากขึ้นโดยลําดับต่อไป
กา
Shy
ฟ้าลงก์
นมหาวิทยาลัย - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อจัดหาผู้รับจ้างที่มีความสามารถในการเดินรถโดยสารปรับอากาศแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด และเป็นรถโดยสารประกอบใหม่ พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าเพื่อให้บริการเติมประจุไฟฟ้าสําหรับรถโดยสารปรับ อากาศเพื่อให้บริการเดินรถโดยสารภายในพื้นที่การให้บริการ ภายใต้เงื่อนไขและข้อกําหนดของผู้ว่าจ้าง โดยมีระดับคุณภาพ ของการให้บริการซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้บริการ
2.2 เพื่อจัดให้มีระบบระบุตําแหน่งของรถโดยสารในเส้นทางต่าง ๆ โดยสามารถแสดงผลในรูปแบบแอปพลิเคชันบน
โทรศัพท์มือถือ
2.3 เพื่อจัดให้มีการบํารุงรักษารถโดยสารปรับอากาศและเครื่องอัดประจุไฟฟ้าตามมาตรฐานทางวิศวกรรม เพื่อให้ เกิดความปลอดภัยในการใช้งาน - นิยาม
3.1 พื้นที่การให้บริการ หมายถึง พื้นที่เขตการศึกษาและเขตการพาณิชย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ มหานคร ผู้ที่ประสงค์จะยื่นข้อเสนอจะต้องจัดการการเดินรถให้สามารถครอบคลุมพื้นที่ให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเส้นทางและตารางการเดินรถที่ผู้ว่าจ้างกําหนดด้วยจํานวนรถโดยสารที่เหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการเดินทาง
ของผู้ใช้บริการในแต่ละช่วงเวลา
3.2 รถให้บริการ หมายถึง รถโดยสารปรับอากาศแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่พร้อมให้บริการ ตามเส้นทางที่กําหนดในทันที สามารถจอดรับ-ส่งผู้โดยสารได้ตามปกติ โดยไม่มีระบบใด ๆ ขัดข้อง ไม่พร้อมใช้งาน หรือไม่ ปลอดภัยต่อการให้บริการ หรือมีข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดที่แสดงถึงความไม่พร้อมของตัวรถรวมทั้งพนักงานขับรถที่จะ ให้บริการ ทั้งนี้รถที่วิ่งออกนอกเส้นทางเพื่อไปเติมพลังงาน ซ่อมแซม หรือเพื่อเหตุผลอื่นใด รวมทั้งรถที่ขัดข้องระหว่างการ ให้บริการ จะไม่นับรวมเป็นรถให้บริการ
3.3 ระยะทางบริการขั้นต่ํา หมายถึง ระยะทางในการให้บริการขั้นต่ําของรถโดยสารทุกสายรวมกันและการให้บริการ ตามตารางการเดินรถที่กําหนดโดยผู้ว่าจ้าง (หน่วยเป็นกิโลเมตร) โดยระยะทางบริการขั้นต่ําจะแตกต่างกันไปตามช่วงวันและ เวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
3.4 ระยะทางบริการจริง หมายถึง ระยะทางในการให้บริการจริงของรถโดยสารทุกสายรวมกันที่ผู้รับจ้างได้ให้บริการ ตามตารางการเดินรถที่กําหนดโดยผู้ว่าจ้าง (หน่วยเป็นกิโลเมตร) โดยมีหลักฐานยืนยันเป็นบันทึกข้อมูลระบบระบุตําแหน่งบน พื้นโลก (GPS) ในแต่ละงวดการจ่ายค่าจ้าง
3.5 ระยะทางบริการคงเหลือ หมายถึง ผลต่างระหว่างระยะทางบริการขั้นต่ําและระยะทางบริการจริง (หน่วยเป็น กิโลเมตร) ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ว่าจ้างมีคําสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดให้บริการเดินรถเป็นการเฉพาะ โดยมีระยะเวลาที่หยุดให้บริการ ไม่เกิน 6 วันทําการต่อเนื่องกัน ยกเว้นกรณีที่หยุดเกิน 6 วันทําการต่อเนื่องจะคิดระยะทางบริการคงเหลือจํานวน 6 วัน ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างมีความจําเป็นต้องขอใช้บริการรถโดยสารเพิ่มเติมจากผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างจะคํานวณระยะทางบริการเพิ่มเติมที่ เกิดขึ้น และนําไปหักออกจากบริการคงเหลือ ทั้งนี้ หากยังมีระยะทางบริการคงเหลือเมื่อสิ้นสุดงวดการจ่ายค่าจ้าง ระยะทาง บริการคงเหลือจะถูกยกยอดสะสมไปยังงวดถัดไป โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาว่าจ้างเดินรถ ระยะทางบริการคงเหลือสะสมของ ผู้ว่าจ้างไม่ถือเป็นภาระผูกพันของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างไม่ต้องชดเชยหรือให้บริการเพิ่มเติมใด ๆ ต่อเนื่องจากระยะเวลาการว่าจ้าง ที่ระบุในสัญญาว่าจ้างเดินรถ - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ที่ประสงค์จะยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
4.1
มีความสามารถตามกฎหมาย
4.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
4.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
4.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจา เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค
ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
เจษฎา
- 2 -
Pa
จุฬาลงกร
รณ์
หาวิทยาลัย
4.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ
ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
4.6
มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
4.7
4.8
เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมใน การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
4.9
ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน
คําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มี
4.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานหรือสัญญาหรือใบอนุญาตประกอบการขนส่งที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ ประเภท เดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง โดยมีวงเงินของสัญญา หรือรายได้จากการประกอบการในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000,00 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ต่อเดือน หรือ 12,000,000.00 บาท (สิบสองล้านบาทถ้วน) ต่อปี ในสัญญาหรือผลงานหรือ ใบอนุญาตเดียวกัน และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เชื่อถือ โดยแสดงสําเนาเอกสารสัญญา หรือหนังสือรับรองผลงาน หรืองบการเงินที่แสดงรายได้จากการประกอบ ธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ ในวันยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถนํา ผลงานของบริษัทลูก หรือบริษัทในเครือมายื่นข้อเสนอเป็นผลงานได้
4.11
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการ กําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วม ค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อ
หรือจ้าง
4.12
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
4.13
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
4.13.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มี การตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันที่ ข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้น กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคค ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่มี
W - 3-
ฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือน
กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
พฤษภาคม
4.13.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ
การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มี
การรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่ เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 20 ล้านบาท
4.13.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชี ธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะ การจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนาม
ในสัญญา
4.13.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อ บริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น
ข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออก ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
4.13.5 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี
ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสาร ดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสาร
ประกวดราคา
4.13.6 กรณีตาม ข้อ 4.13.1 – ข้อ 4.13.5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย
พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เป็นกา
X
- 4 -
จุฬาลงก
prozaw
ร
ณ์
วิทยาลัย
(3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้าง
ที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการ
จัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครู ชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
4.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับการรับจ้างงานประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้บริการรถโดยสาร ซึ่งได้จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และต้องมี “ใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจําทางด้วยรถที่ใช้ขนส่งผู้โดยสาร” หรือ “ใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจําทางด้วย รถที่ใช้ขนส่งผู้โดยสาร” หรือ “สัญญาร่วมบริการรถโดยสารประจําทางกับรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม” ซึ่งยังไม่
หมดอายุ
- ความต้องการบริการรถโดยสาร
ผู้ว่าจ้างมีความต้องการบริการรถโดยสารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริเวณมหาวิทยาลัยโดยรอบ ดังนี้
5.1 วัน-เวลา และจํานวนรถโดยสารที่ต้องการรับบริการ ผู้ว่าจ้างกําหนดความต้องการการรับบริการ ดังนี้
(1) วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ให้บริการตั้งแต่เวลา 06:30 น. ถึง 22:00 น. (2) วันเสาร์ ให้บริการตั้งแต่เวลา 06:30 น. ถึง 19:00 น.
(3) ยกเว้นการให้บริการในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
(4) จํานวนรถโดยสารสําหรับการบริการเดินรถต้องไม่น้อยกว่า 20 คัน
ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ที่จะกําหนดวันและเวลารับบริการเพิ่มพิเศษเป็นการเฉพาะกรณี เพื่อประโยชน์ในการ ปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัย
5.2 เส้นทางการเดินรถและตารางการให้บริการ
ผู้ว่าจ้างกําหนดความต้องการการรับบริการตามเส้นทางการเดินรถจํานวน 5 เส้นทาง และกําหนดตารางการ
ให้บริการของแต่ละเส้นทาง ดังนี้
(1) สาย 1 ศาลาพระเกี้ยว – BTS สยาม มีรูปแบบการเดินรถแตกต่างกันใน 2 ช่วงเวลา ได้แก่
ช่วงเวลาปกติ (นอกช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเย็น) มีระยะทางประมาณ 3.6 กิโลเมตรต่อเที่ยว ประกอบด้วย สถานีจอดจํานวน 11 สถานี ดังแสดงในรูปที่ 1 โดยมีตารางการเดินรถวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ รวมทั้งสิ้น 76 เที่ยวต่อวัน และตารางการเดินรถวันเสาร์ รวมทั้งสิ้น 62 เที่ยวต่อวัน ดังแสดงในตารางที่ 1
ช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเย็น ตั้งแต่เวลา 15:00 น. ถึง 19:00 น. มีระยะทางประมาณ 2.9 กิโลเมตรต่อเที่ยว ประกอบด้วยสถานีจอดจํานวน 10 สถานี ดังแสดงในรูปที่ 1 โดยมีตารางการเดินรถเฉพาะวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ รวมทั้งสิ้น 40 เที่ยวต่อวัน ดังแสดงในตารางที่ 1
(2) สาย 2 ศาลาพระเกี้ยว - BTS สนามกีฬาแห่งชาติ
มีระยะทางประมาณ 5.8 กิโลเมตรต่อเที่ยว ประกอบด้วยสถานีจอดจํานวน 23 สถานี ดังแสดงในรูปที่ 2 โดยมี ตารางการเดินรถวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ รวมทั้งสิ้น 92 เที่ยวต่อวัน และตารางการเดินรถวันเสาร์ รวมทั้งสิ้น 50 เที่ยวต่อวัน ดังแสดงในตารางที่ 2
(3) สาย 3 ศาลาพระเกี้ยว - คณะแพทยศาสตร์
มีระยะทางประมาณ 4.9 กิโลเมตรต่อเที่ยว ประกอบด้วยสถานีจอดจํานวน 14 สถานี ดังแสดงในรูปที่ 3 โดยมี ตารางการเดินรถวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ รวมทั้งสิ้น 50 เที่ยวต่อวัน ดังแสดงในตารางที่ 3 และไม่มีการให้บริกา
ในวันเสาร์
มหาวิทยาลัย
จุฬาลงกรณ์
- 5-
Jag pourquo