จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมสรรพากร 68109314848
฿95,873,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 5 ก.พ. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กรมสรรพากรมีแผนดำเนินโครงการจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้บริการบำรุงรักษาแบบป้องกัน (Preventive Maintenance) และซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance) แก่ระบบเครือข่ายสื่อสารที่ติดตั้งครอบคลุมทุกหน่วยงานของกรมสรรพากรทั่วประเทศ ได้แก่ สำนักงานสรรพากรภาค สำนักงานสรรพากรพื้นที่ และสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา รวมทั้งสิ้นกว่า 981 แห่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งานบนระบบเครือข่ายซึ่งเชื่อมโยงกับเครื่องคอมพิวเตอร์กว่า 20,000 เครื่องจะมีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานราชการ

ขอบเขตงานหลักของผู้รับจ้างครอบคลุมการบำรุงรักษาอุปกรณ์เครือข่ายตามตารางที่กำหนด และการซ่อมแซมแก้ไขเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง โดยมีเงื่อนไขเวลาการแก้ไขที่ชัดเจนแบ่งตามพื้นที่ เช่น ภายใน 3 ชั่วโมงสำหรับสำนักงานใหญ่และศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ภายใน 5 ชั่วโมงสำหรับสำนักงานภาคและพื้นที่ในเขตปริมณฑล และภายในวันทำการถัดไปสำหรับสำนักงานอื่นๆ ทั่วประเทศ สัญญามีกำหนดระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

English summary

The Excise Department is launching a project for the annual maintenance and repair of computer network equipment for the fiscal year 2025 (BE 2569) via electronic bidding (e-bidding). The primary objective is to provide preventive maintenance (PM) and corrective maintenance (CM) services for the communication network equipment installed across all departmental units nationwide, including 12 regional offices, 119 area offices, and 850 branch offices, supporting over 20,000 computers. The goal is to ensure continuous, efficient network operation without disrupting government services.

The contractor’s main responsibilities include scheduled preventive maintenance for all network equipment and prompt corrective repairs in case of failure. Clear service level agreements (SLAs) specify resolution times: within 3 hours for the main headquarters and data centers, within 5 hours for regional and metropolitan area offices, and by the next working day for other offices nationwide. The contract period is for one year, from October 1, 2025, to September 30, 2026.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานใหญ่กรมสรรพากร, อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์กรมสรรพากร, ศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง, สำนักงานสรรพากรภาค/พื้นที่/สาขาทั่วประเทศ, ศูนย์คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ศูนย์เอกสารกลาง, สถาบันพัฒนาการจัดเก็บภาษีอากร, ศูนย์สารนิเทศสรรพากร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อบํารุงรักษาแบบ Preventive Maintenance (PM) อุปกรณ์เครือข่ายสื่อสารที่ติดตั้งอยู่ทั่วประเทศให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา
  • เพื่อซ่อมแซมแก้ไข Corrective Maintenance (CM) หรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์เครือข่ายที่เสียหาย หรือขัดข้องให้สามารถใช้งานได้

ขอบเขตของงาน

  • บำรุงรักษาอุปกรณ์เครือข่ายแบบ Preventive Maintenance (PM) ตามตารางเวลาและรายละเอียดอุปกรณ์ที่กำหนด
  • บำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขแบบ Corrective Maintenance (CM) เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง
  • รับผิดชอบการซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายและสายสัญญาณที่เชื่อมต่อตามรายละเอียดอุปกรณ์ในภาคผนวก
  • ปฏิบัติงานครอบคลุมหน่วยงานกรมสรรพากรทั่วประเทศ ประกอบด้วย:
    • สำนักงานใหญ่กรมสรรพากร
    • อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์กรมสรรพากรและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง
    • สำนักงานสรรพากรภาค 1-12
    • สำนักงานสรรพากรพื้นที่และสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, นครปฐม)
    • สำนักงานสรรพากรพื้นที่และสาขาในจังหวัดอื่น ๆ
    • ศูนย์คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    • ศูนย์เอกสารกลาง
    • สถาบันพัฒนาการจัดเก็บภาษีอากร
    • ศูนย์สารนิเทศสรรพากร
  • ปฏิบัติงานตามเงื่อนไขเวลาแก้ไขขัดข้อง (SLA) ที่กำหนดตามประเภทหน่วยงาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • การบริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ตามรอบเวลาที่กำหนดตลอดอายุสัญญา
  • การบริการซ่อมแซมแก้ไขขัดข้อง (Corrective Maintenance) ตามเงื่อนไขเวลา SLA
  • อุปกรณ์เครือข่ายที่สามารถทำงานได้ตามปกติตลอดอายุสัญญา
  • แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (โดยผู้ชนะการเสนอราคา ภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา)
  • แผนการทำงาน (Work Plan) ที่จัดทำเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา (ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาสัญญา: ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
  • กำหนดยื่นแผนการทำงาน (Work Plan): ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • กำหนดยื่นแผนการใช้พัสดุภายในประเทศ (ถ้ามี): ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
  • Standards Compliance: -
  • Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า 25 ล้านบาท โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมฯ เชื่อถือ
  • Previous Project Cost: ผลงานแต่ละสัญญาที่ใช้ยื่นต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 25 ล้านบาท
  • Technical Capabilities: -
  • Personnel: ต้องมีเอกสารแสดงคุณสมบัติและหนังสือรับรองประสบการณ์ พร้อมสำเนาใบ Certification ซึ่งแสดงรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ได้รับ Certification (ใบรับรองจะต้องไม่หมดอายุก่อนวันยื่นข้อเสนอ)
  • Additional Notes: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนก่อตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (มีหลักฐานการจดทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่เกิน 5 เดือนนับถึงวันยื่นข้อเสนอ) และต้องมีคุณสมบัติทางการเงินตามที่กำหนด (มูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือวงเงินสินเชื่อ)

เกณฑ์การพิจารณา

  • การคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาจะพิจารณาจากราคาต่ำสุดที่เสนอ โดยต้องไม่เกินราคากลางที่กำหนด
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
  • ราคารวมที่เสนอต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ (ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ) และรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงแล้ว

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ผู้รับจ้างต้องให้บริการบำรุงรักษาแบบ Preventive Maintenance (PM) ตามตารางเวลาและรายการอุปกรณ์เครือข่ายที่กรมสรรพากรกำหนด (ระบุในภาคผนวก)
  • ผู้รับจ้างต้องให้บริการบำรุงรักษาแบบ Corrective Maintenance (CM) เพื่อซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายและสายสัญญาณที่ขัดข้อง
  • เงื่อนไขเวลาแก้ไขขัดข้อง (SLA):
    • สำนักงานใหญ่ กรมสรรพากร, อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์ และศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง: แก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 ชั่วโมง
    • สำนักงานสรรพากรภาค 1-12, สำนักงานสรรพากรพื้นที่/สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, นครปฐม), ศูนย์คืนภาษี ณ สุวรรณภูมิ, ศูนย์เอกสารกลาง, สถาบันพัฒนาการจัดเก็บภาษีอากร, ศูนย์สารนิเทศสรรพากร: แก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 5 ชั่วโมง
    • สำนักงานสรรพากรพื้นที่และสาขาอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในข้อ 1 และ 2: แก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันทำการถัดไป

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 95,873,000 บาท (รวม VAT แล้ว)
  • ราคากลาง: 95,872,985.47 บาท (รวม VAT แล้ว)
  • เงื่อนไขการเสนอราคา: ต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันเสนอราคา
  • ความรับผิดชอบด้านราคา: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่เสนอและจะถอนการเสนอราคามิได้ภายในกำหนดยืนราคา
  • การชำระเงิน: -
  • ค่าปรับ/บทลงโทษ: -

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้ครอบคลุมการบำรุงรักษาอุปกรณ์เครือข่ายยี่ห้อใดบ้าง?
    A: เอกสาร TOR ไม่ได้ระบุยี่ห้ออุปกรณ์โดยเฉพาะเจาะจง แต่ระบุว่าอุปกรณ์เครือข่ายอยู่ตามภาคผนวก ผู้สนใจควรตรวจสอบรายละเอียดในภาคผนวกของเอกสารประกวดราคาเต็มรูปแบบ

  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาอะไหล่หรือชิ้นส่วนสำหรับการซ่อมแซมด้วยหรือไม่?
    A: เอกสารกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ที่ขัดข้องให้ใช้งานได้ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนชิ้นส่วนหรืออะไหล่ที่จำเป็น โดยน่าจะรวมอยู่ในราคาสัญญาที่เสนอแล้ว

  • Q: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) มีกำหนดดำเนินการบ่อยแค่ไหน?
    A: TOR ระบุว่าต้องบำรุงรักษาตามตารางการ PM อุปกรณ์เครือข่ายที่กำหนดไว้ รายละเอียดความถี่และขั้นตอนควรอ้างอิงตามตารางดังกล่าวในเอกสารประกวดราคา

  • Q: กรณีเกิดเหตุขัดข้องนอกเวลาทำการปกติ ผู้รับจ้างต้องให้บริการหรือไม่?
    A: เงื่อนไข SLA กำหนดเวลาแก้ไขเป็นชั่วโมงหรือวันทำการถัดไป ซึ่งบ่งชี้ว่าบริการ CM อาจต้องครอบคลุมการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนนอกเวลาทำการได้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดเวลา

  • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งเจ้าหน้าที่ประจำที่สถานที่ของกรมสรรพากรหรือไม่?
    A: TOR ไม่ได้ระบุเงื่อนไขการส่งพนักงานประจำ (On-site) โดยชัดเจน งานส่วนใหญ่น่าจะเป็นการบริการตามเรียก (On-call) เมื่อเกิดปัญหาและบริการ PM ตามรอบ

  • Q: อุปกรณ์เครือข่ายที่ต้องบำรุงรักษามีจำนวนประมาณกี่ชิ้น?
    A: ไม่ได้ระบุจำนวนชิ้นอุปกรณ์ที่ชัดเจน แต่ระบุว่าครอบคลุมอุปกรณ์เครือข่ายที่เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์กว่า 20,000 เครื่อง ในหน่วยงานกว่า 981 แห่งทั่วประเทศ

  • Q: มีการฝึกอบรมพนักงานของกรมสรรพากรรวมอยู่ในสัญญาหรือไม่?
    A: จากขอบเขตงานที่ระบุ ไม่มีการกล่าวถึงการฝึกอบรม (Training) เป็นส่วนหนึ่งของงานในสัญญานี้

  • Q: การรายงานผลการบำรุงรักษาต้องส่งให้กรมสรรพากรในรูปแบบใดและความถี่เท่าไร?
    A: TOR ไม่ได้ระบุรูปแบบและความถี่ของการรายงานผลการบำรุงรักษา แต่อาจกำหนดไว้ในแผนการทำงาน (Work Plan) ที่ผู้รับจ้างต้องจัดส่งหลังได้รับมอบหมายงาน

  • Q: หากมีการอัพเกรดเฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์เครือข่าย อยู่ในขอบเขตงานนี้หรือไม่?
    A: ขอบเขตงานเน้นที่การบำรุงรักษาและซ่อมแซมเพื่อให้อุปกรณ์ทำงานได้ตามปกติ การอัพเกรดเฟิร์มแวร์อาจจัดเป็นส่วนหนึ่งของการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) หรืออาจต้องขอคำสั่ง/อนุมัติแยกจากกรมสรรพากร

  • Q: ผู้รับจ้างมีสิทธิ์เข้าถึงระบบเครือข่ายศูนย์คอมพิวเตอร์หลักของกรมสรรพากรได้ระดับใด?
    A: เอกสารไม่ระบุระดับการเข้าถึง (Access Level) ที่เฉพาะเจาะจง แต่โดยธรรมชาติของงานบำรุงรักษาและซ่อมแซม ผู้รับจ้างจำเป็นต้องได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงอุปกรณ์เพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหา ซึ่งจะต้องเป็นไปตามนโยบายความปลอดภัยของกรมสรรพากร

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ราง
ขอบเขตของงาน
โครงการจ้างบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑ กรมสรรพากร มีความประสงค์จ้างบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
๑.๒ ความเป็นมา
ด้วยกรมสรรพากรได้ติดตั้งวงจรสื่อสัญญาณความเร็วสูงของศูนย์คอมพิวเตอร์กรมสรรพากร และศูนย์คอมพิวเตอร์สํารองที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานภายในกรมสรรพากรทั้งในกรุงเทพมหานคร
และต่างจังหวัดครอบคลุมทุกหน่วยงานตามโครงสร้างกรมสรรพากร ได้แก่ สํานักงานสรรพากรภาค จํานวน ๑๒ แห่ง สํานักงานสรรพากรพื้นที่ จํานวน ๑๑๙ แห่ง และสํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขา จํานวน ๘๕๐ แห่ง โดยเชื่อมต่อใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์กว่า ๒๐,๐๐๐ เครื่อง และอุปกรณ์เครือข่ายตามภาคผนวก
กรมสรรพากรได้บํารุงรักษาอุปกรณ์เครือข่ายดังกล่าวทุกปี เพื่อให้การใช้งานบนระบบเครือข่าย สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา ซึ่งสัญญาจะสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘
ฉะนั้น จึงจําเป็นต้องมีการจัดจ้างบํารุงรักษาอุปกรณ์เครือข่ายดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการใช้งานดังกล่าว และเพื่อมิให้เกิดความเสียหาย
แก่งานราชการ
๑.๓
วัตถุประสงค์
๑.๓.๑ เพื่อบํารุงรักษาแบบ Preventive Maintenance (PM) อุปกรณ์เครือข่ายสื่อสารที่ติดตั้ง อยู่ทั่วประเทศให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา
๑.๓.๒ เพื่อซ่อมแซมแก้ไข Corrective Maintenance (CM) หรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์เครือข่ายที่เสียหาย หรือขัดข้องให้สามารถใช้งานได้
๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้จัดสรร ๙๕,๘๗๓,๐๐๐.- บาท (เก้าสิบห้าล้านแปดแสนเจ็ดหมื่น สามพันบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
๑.๕ ราคากลาง ๙๕,๘๗๒,๙๘๕.๔๗ บาท (เก้าสิบห้าล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นสองพันเก้าร้อยแปดสิบห้าบาท สี่สิบเจ็ดสตางค์) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
นาว
2
дж
/๒.๘ ไม่เป็น…


  • ๒.๔ ไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งนี้ ๒.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    ๒.๑๐.๑ การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    ๒.๑๐.๒ งานซื้อหรือจ้าง และงานก่อสร้าง
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า
    นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในหนังสือเชิญชวน
    ๒.๑๐.๓ การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
    ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
    ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ
    ร่วมค้า
    (๒) การยื่นข้อเสนอโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    หากผู้เข้าร่วมค้ารายใดได้รับหนังสือเชิญชวนจากหน่วยงานของรัฐแล้ว ให้ผู้เข้าร่วมค้า
    ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๑) สามารถดําเนินการยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๒.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า


คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
ในว
0
/(๑) มูลค่า….

ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
(๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน (๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน
๒.๑๒.๓ สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๒.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวัน ยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน

ใน ๔
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร
ภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท
เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน
หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
4
e
24
/ของธนาคาร…
๔ -
ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๒.๑๒.๕ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒.๑๒.๒ ข้อ ๒.๑๒.๓ และข้อ ๒.๑๒.๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศ และเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น
ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารซื้อโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
๒.๑๒.๖ กรณีตามข้อ ๒.๑๒.๑ - ข้อ ๒.๑๒.๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้
แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคล โดยนิติบุคคลดังกล่าว จะต้องจดทะเบียนก่อตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยมีหลักฐานการจดทะเบียน ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกให้หรือรับรองให้ไม่เกิน 5 เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า ๒๕ ล้านบาท และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร ส่วนราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมฯ เชื่อถือ
๓.
หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
๓.๑ หลักฐานการจดทะเบียน ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกให้หรือรับรองให้ไม่เกิน 5 เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๓.๒ สําเนาหนังสือรับรองผลงานและสําเนาสัญญาในวันยื่นข้อเสนอ โดยแนบสําเนาหนังสือสัญญาอย่างน้อย
๑ สัญญา มูลค่าแต่ละสัญญาไม่น้อยกว่า ๒๕ ล้านบาท
๓.๓ เอกสารแสดงคุณสมบัติและหนังสือรับรองประสบการณ์ตามที่กําหนด พร้อมสําเนาใบ Certification ซึ่งแสดงรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ได้รับ Certification ในวันยื่นข้อเสนอการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดย Certification ที่ได้รับจะต้องไม่หมดอายุก่อนวันยื่นข้อเสนอการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
นาง
0
/๔. การเสนอราคา…
-&-
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคา โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น โดยให้เสนอราคาเป็นเงินบาท ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็น สําคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคาโดยภายในกําหนด
ยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้
๔.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศโดยยื่นให้ หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาที่ดําเนินการตามสัญญา ไม่เกิน ๖๐ วัน (ถ้ามี)
๔.๓ คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทํา แผนการทํางานตามเอกสารแนบท้ายการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ทั้งนี้ แผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕. ขอบเขตของงาน
๕.๑ ข้อกําหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับความต้องการทั่วไปของกรมสรรพากร
กรมสรรพากรจะดําเนินการจัดจ้างบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์
๕.๒ ข้อกําหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับคุณลักษณะเฉพาะของการจัดจ้างผู้รับจ้างปฏิบัติงาน ดังนี้
๕.๒.๑ ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาอุปกรณ์เครือข่ายแบบ Preventive Maintenance (PM) ให้กับอุปกรณ์ เครือข่ายของกรมสรรพากรตามรายละเอียดอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยมีกําหนดเวลาการบํารุงรักษาที่ระบุไว้ตามตาราง
การ PM อุปกรณ์เครือข่าย
๕.๒.๒ ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาเครือข่ายแบบ Corrective Maintenance (CM)
(๑) กรณีเกิดขัดข้องไม่สามารถใช้งานระบบเครือข่ายได้ ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมแก้ไข อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่ระบุไว้ในรายละเอียดอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงสายสัญญาณที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ดังกล่าว ให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนด ดังนี้
ลําดับ
หน่วยงาน
สํานักงานใหญ่ กรมสรรพากร (รวมถึงกรณีหน่วยงานอยู่ภายในสํานักงานใหญ่ กรมสรรพากร ที่มีการย้ายสถานที่ปฏิบัติงานไปปฏิบัติงานภายนอกอาคารสํานักงานใหญ่) อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์กรมสรรพากร และศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง

  • สํานักงานสรรพากรภาค ๑ - ๑๒
  • สํานักงานสรรพากรพื้นที่ และสํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในจังหวัด กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และนครปฐม - ศูนย์คืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ศูนย์เอกสารกลาง
  • สถาบันพัฒนาการจัดเก็บภาษีอากร กรมสรรพากร
  • ศูนย์สารนิเทศสรรพากร
  • สถาบันพัฒนาการจัดเก็บภาษีอากร กรมสรรพากร
  • ศูนย์สารนิเทศสรรพากร
  • สํานักงานสรรพากร และหน่วยงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อ
    กําหนดแล้วเสร็จ

    ๓ ชั่วโมง
    ๕ ชั่วโมง
    ๑ และ ๒
    วันทําการถัดไป
    นว
    2

    /(๒) กรณี…