ประกวดราคาจ้างการจัดทำคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรีเพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น
สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มีความจําเป็นต้องพัฒนาระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาการเชื่อมโยงและใช้งานข้อมูลจากเอกสารสแกนในรูปแบบ PDF ที่มีอยู่เดิม ซึ่งไม่สามารถดึงข้อมูลมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้มีขอบเขตกว้างครอบคลุมหลายกระบวนการหลัก เริ่มตั้งแต่การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ การกําหนดมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูล การแปลงเอกสารสแกนจํานวนมหาศาล (ไม่น้อยกว่า 4.6 ล้านหน้า) เป็นข้อความดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี OCR แบบ AI-based การจัดทําระบบคลังข้อมูลรวม (Data Lake) และคลังข้อมูล (Data Warehouse) ที่รองรับข้อมูลทั้งแบบมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง รวมถึงการทําความสะอาดข้อมูล (Data Cleansing) และควบคุมคุณภาพตามหลักธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance)
นอกจากระบบจัดเก็บข้อมูลแล้ว โครงการยังครอบคลุมการพัฒนาระบบเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล (API) เพื่อให้สามารถส่งต่อข้อมูลไปยังระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงานวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีและระบบอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดทําแดชบอร์ด (Dashboard) สําหรับผู้บริหารเพื่อใช้ในการตัดสินใจ และการจัดฝึกอบรมพร้อมคู่มือใช้งาน สิ่งที่สําคัญคือโครงการนี้มุ่งเตรียมข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่พร้อมสําหรับการนําไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Machine Learning (ML) และ Artificial Intelligence (AI) ในอนาคต
English summary
The Office of the Council of State (OCS) requires the development of a Data Warehouse for Cabinet resolutions to address the inefficiency in linking and utilizing data from existing scanned PDF documents. This comprehensive project encompasses multiple key processes: requirements analysis, data storage standard definition, mass conversion of scanned documents (at least 4.6 million pages) into digital text using AI-based OCR technology, and the establishment of both a Data Lake and a structured Data Warehouse to handle structured and unstructured data. It also includes data cleansing, quality control based on Data Governance principles, and the development of APIs for seamless data exchange with other information systems, such as the data management system for cabinet agenda analysis.
Furthermore, the project involves creating a management dashboard for decision-making, conducting user training, and producing manuals. A core objective is to transform the data into a digital format ready for future integration with advanced technologies like Machine Learning (ML) and Artificial Intelligence (AI).
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดทําคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี เพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น
- เพื่อศึกษาและกําหนดมาตรฐานและวิธีการจัดเก็บข้อมูลมติคณะรัฐมนตรีของ สลค. ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล และพร้อมสําหรับการส่งต่อข้อมูลไปใช้งานกับระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงานวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี และระบบสารสนเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อพัฒนาข้อมูลมติคณะรัฐมนตรีของ สลค. ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล และพร้อมสําหรับการส่งต่อข้อมูลไปใช้งานกับระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงานวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี และระบบสารสนเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อจัดทําข้อเสนอเกี่ยวกับการนําข้อมูลจากคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรีไปยกระดับโครงการระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงานวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี ด้วยการประยุกต์ใช้ AI หรือเทคโนโลยีอื่นที่เกี่ยวข้อง มาสนับสนุนการทํางานของระบบดังกล่าว
ขอบเขตของงาน
- ศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และออกแบบความต้องการ (Requirement Analysis)
- ศึกษาและกําหนดมาตรฐานและวิธีการจัดเก็บข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี
- ศึกษาและจัดทําแนวทางการยกระดับระบบบริหารจัดการข้อมูลด้วย AI หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
- จัดหาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล พร้อมลิขสิทธิ์การใช้งานที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- จัดทําระบบคลังข้อมูลรวม (Data Lake)
- จัดทําระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse)
- วิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูล และดําเนินการทําความสะอาดข้อมูล (Data Cleansing)
- จัดทําการควบคุมคุณภาพข้อมูลตามหลักธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance)
- จัดทําระบบการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล (Application Programming Interface: API)
- จัดทําข้อมูลนําเสนอผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบ Dashboard
- ติดตั้งระบบบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ สลค. กําหนด
- ดําเนินงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของระบบ
- จัดทําแผนการสํารองข้อมูลและการกู้คืนระบบ (Backup & Restore)
- จัดฝึกอบรมการใช้งานให้ผู้เกี่ยวข้อง พร้อมจัดทําคู่มือและเอกสารต่าง ๆ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานสรุปผลการศึกษาเบื้องต้น (ร่าง) แผนดําเนินงาน และวิธีการบริหารโครงการ
- แผนการดําเนินงานโครงการและวิธีการบริหารโครงการในภาพรวมทั้งหมด
- ผลการศึกษากําหนดมาตรฐานและวิธีการจัดเก็บข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี
- เอกสารคุณสมบัติบุคลากรในโครงการทั้งหมด
- ข้อมูลที่ผ่านการแปลงเอกสารสแกนเป็นข้อความ (OCR) แล้ว จํานวนไม่น้อยกว่า 4,600,000 หน้า
- ระบบคลังข้อมูลรวม (Data Lake)
- ระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse)
- ระบบฐานข้อมูลเวกเตอร์ (Vector Database for Retrieval Augmented Generation) พร้อมเอกสารอธิบายสถาปัตยกรรมและรายงานการทดสอบ
- ระบบเชื่อมโยงรับ-ส่งข้อมูล (API) กับระบบสารสนเทศของ สลค. และระบบอื่นๆ
- แดชบอร์ด (Dashboard) สําหรับผู้บริหาร
- แอปพลิเคชันเพื่อการสืบค้นข้อมูล
- เอกสารและรายงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
- เอกสารคุณสมบัติผู้ตรวจสอบช่องโหว่และทดสอบเจาะระบบ
- รายงานการจัดประชุมและฝึกอบรม
- คู่มือการใช้งานและเอกสารประกอบระบบทั้งหมด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาเสนอราคา: วันที่และเวลา ตามที่กําหนดในระบบ e-GP
- ระยะเวลาดําเนินการแล้วเสร็จ: ไม่เกิน 630 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ระยะเวลารับประกันงาน: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่ สลค. ตรวจรับงานจ้างงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
- งวดการส่งมอบงานและรับเงินงวดต่างๆ กระจายออกเป็น 14 งวด ภายใน 630 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละ)
- ผู้ยื่นข้อเสนอในรูปแบบ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติตามที่กําหนด (เช่น การกําหนดสัดส่วนหน้าที่, การใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลัก)
- ต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance:
- ต้องดําเนินการเป็นไปตามกฎหมาย หลักธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
- Experience:
- มีผลงานและประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง (ซึ่งจะถูกประเมินตามเกณฑ์ในภาคผนวก ก. ในการให้คะแนนด้านคุณภาพงาน)
- Previous Project Cost:
-
- Technical Capabilities:
- สามารถจัดส่งเอกสารการประเมินและวางแผนการดําเนินงานให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านคลังข้อมูล (Data Warehouse) ให้ความเห็นและรับรองได้ โดยผู้เชี่ยวชาญต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ (เกี่ยวข้องกับ Data Science, สอนในมหาวิทยาลัย Top 5 ของไทยตามการจัดอันดับ Times Higher Education, มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ระดับนานาชาติไม่น้อยกว่า 10 ชิ้น และมี h-index ไม่น้อยกว่า 10)
- ต้องมีเครื่องมือสําหรับการตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของการแปลงเอกสารสแกนเป็นข้อความ ที่สามารถตรวจสอบได้ครั้งละไม่น้อยกว่า 50,000 หน้า ภายในเวลา 2 วัน
- Personnel:
- ต้องจัดส่งเอกสารคุณสมบัติบุคลากรในโครงการทั้งหมด (ตามขอบเขตของงานข้อ 8)
- ในระยะเวลารับประกัน ต้องจัดให้มีบุคลากรสนับสนุนการบริหารจัดการและปรับปรุงระบบมาประจําที่ สลค. (Onsite Service) อย่างน้อย 1 คน ในวันและเวลาทําการ
- ต้องมีผู้ตรวจสอบช่องโหว่และทดสอบเจาะระบบ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนด (ตามขอบเขตของงานข้อ 7.3.4)
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price and Other Criteria)
- น้ำหนักคะแนนรวม 100% แบ่งเป็น:
- ราคา (Price): น้ำหนัก 30%
- คุณภาพของงานที่นำเสนอ: น้ำหนัก 70% ประกอบด้วย
- ผลงานและประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง: น้ำหนัก 30%
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: น้ำหนัก 10%
- ความเหมาะสมของเทคนิค: น้ำหนัก 30%
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิค ผลงานและประสบการณ์ และคุณวุฒิของคณะทำงาน (ตามภาคผนวก ก.) ต่อคณะกรรมการ ภายในเวลาที่กำหนด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การแปลงเอกสารด้วย OCR: ต้องแปลงเอกสารสแกน PDF ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 60 ปี (ไม่น้อยกว่า 4.6 ล้านหน้า) ให้เป็นข้อความดิจิทัลที่ถูกต้องและสามารถสืบค้นได้ โดยใช้ AI-based OCR ที่รองรับภาษาไทย/อังกฤษ ตัวเลขไทย/อารบิก รองรับรูปแบบการจัดวางแนวตั้ง/แนวนอน/เอียง รองรับคุณภาพภาพที่แตกต่างกัน และสามารถประมวลผลแบบขนาน (Parallel Processing) ได้
- ระบบคลังข้อมูลรวม (Data Lake): ต้องรองรับการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ในลักษณะกระจายศูนย์ (Distributed Storage/File System) จัดการข้อมูลแบบมีโครงสร้าง (Structured) กึ่งมีโครงสร้าง (Semi-Structured) และไม่มีโครงสร้าง (Unstructured) และรองรับการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ
- ระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse): ต้องออกแบบโครงสร้างข้อมูล (Schema) ที่เหมาะสม เช่น แบบดาว (Star Schema) หรือแบบเกล็ดหิมะ (Snowflake Schema) พร้อม Data Dictionary และ Metadata ที่ครบถ้วน
- การควบคุมคุณภาพข้อมูล: ต้องมีกระบวนการ Data Cleansing (ลบข้อมูลซ้ำ, ปรับรูปแบบ, เติมค่าขาดหาย), จัดทำ Metadata Catalog และมีระบบตรวจสอบความถูกต้อง (Validation Rules) และคุณภาพข้อมูล (Data Quality Metrics)
- ระบบเชื่อมโยงข้อมูล: ต้องพัฒนาระบบ API สำหรับเชื่อมโยงกับระบบบริหารจัดการข้อมูลสำหรับกระบวนงานวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีและระบบสารสนเทศอื่นๆ
- แดชบอร์ด (Dashboard): จัดทำแดชบอร์ดสำหรับผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการตัดสินใจ
- ความปลอดภัยและการกู้คืน: ดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และจัดทำแผนการสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบ (Backup & Restore)
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ/ราคากลาง: 16,347,028.00 บาท (งบประมาณผูกพันข้ามปี 2569-2570)
- หลักประกันการเสนอราคา: 834,340.00 บาท
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
- ระยะเวลาสัญญา: ดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกิน 630 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 14 งวด ตามความคืบหน้าและการส่งมอบงานที่กำหนด (เริ่มงวดที่ 1 ร้อยละ 3, สิ้นสุดงวดที่ 14 ร้อยละ 3.5)
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกันงาน: รับประกันความชำรุดบกพร่องและบำรุงรักษาระบบเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้าย โดยต้องแก้ไขปัญหาภายใน 4 ชั่วโมง (ปกติ) หรือ 3 วัน (กรณีเหตุไม่คาดคิด) และให้บริการ Onsite Support
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: โครงการนี้ต้องการแปลงเอกสารสแกนประเภทใดบ้างและปริมาณเท่าไร?
A: โครงการต้องการแปลงเอกสารสแกนในรูปแบบไฟล์ PDF จากระบบสืบค้นมติคณะรัฐมนตรี ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 60 ปี จํานวนไม่น้อยกว่า 4,600,000 หน้า ให้เป็นข้อมูลตัวอักษรดิจิทัล -
Q: ระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) และคลังข้อมูลรวม (Data Lake) ในที่นี้แตกต่างกันอย่างไร?
A: Data Lake เป็นศูนย์รวมข้อมูลดิบจากหลายแหล่งทั้งที่มีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง ในขณะที่ Data Warehouse เป็นคลังข้อมูลที่ผ่านการทำความสะอาด จัดโครงสร้างและออกแบบ Schema (เช่น Star Schema) แล้ว เพื่อให้เหมาะสำหรับการวิเคราะห์และรายงาน -
Q: โครงการมีการใช้เทคโนโลยี AI อย่างไรบ้าง?
A: โครงการกำหนดให้ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการรู้จำตัวอักษร (AI-based OCR) สำหรับแปลงเอกสาร และมีการศึกษาการประยุกต์ใช้ AI หรือ Machine Learning เพื่อประมวลผลคลังข้อมูลสำหรับการตัดสินใจ และพัฒนาระบบฐานข้อมูลเวกเตอร์ (Vector Database) สำหรับ RAG -
Q: ระบบที่พัฒนาต้องเชื่อมต่อกับระบบอื่นของ สลค. อย่างไร?
A: ระบบที่พัฒนาต้องจัดทำระบบการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล (API) เพื่อเชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการข้อมูลสำหรับกระบวนงานวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี และระบบสารสนเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของ สลค. -
Q: ในระยะรับประกันงาน 1 ปี ผู้รับจ้างมีภาระหน้าที่อะไรบ้าง?
A: ต้องรับแจ้งปัญหาตลอด 24 ชม. และเริ่มแก้ไขให้ใช้งานได้ตามปกติภายใน 4 ชั่วโมง, บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เดือนละ 1 ครั้ง, จัดบุคลากร Onsite Support ประจำที่ สลค. ในวันและเวลาทำการ, และแก้ไขปัญหาเหตุขัดข้องจากเหตุไม่คาดคิดให้ได้ภายใน 3 วัน -
Q: การตรวจสอบคุณภาพการแปลงเอกสาร OCR มีกระบวนการอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องนำเสนอเครื่องมือสำหรับตรวจสอบยืนยันความถูกต้อง ที่สามารถตรวจสอบได้ครั้งละไม่น้อยกว่า 50,000 หน้า ภายในเวลา 2 วัน และต้องจัดทำแผนการทดสอบและตรวจสอบคุณภาพข้อมูลอย่างต่อเนื่องตลอดโครงการ -
Q: โครงการต้องการผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านใด และมีคุณสมบัติอย่างไร?
A: ต้องการผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านคลังข้อมูล (Data Warehouse) เพื่อรับรองแผนงาน ซึ่งต้องมีคุณสมบัติเช่น เป็นบุคลากรด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ Data Science สอนในมหาวิทยาลัย Top 5 ของไทย (ตาม Times Higher Education), มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ระดับนานาชาติไม่น้อยกว่า 10 ชิ้น และมี h-index ไม่น้อยกว่า 10 -
Q: ระบบที่พัฒนาต้องรองรับการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบใดบ้าง?
A: ต้องรองรับการจัดเก็บข้อมูลทั้งแบบมีโครงสร้าง (Structured Data) กึ่งมีโครงสร้าง (Semi-Structured Data) และไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) -
Q: แดชบอร์ด (Dashboard) ที่ต้องจัดทำมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?
A: เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนงานเสนอเรื่องคณะรัฐมนตรี สำหรับใช้ในการตัดสินใจ -
Q: มีการกำหนดมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์ในการออกแบบและพัฒนาระบบอย่างไร?
A: การดำเนินการทั้งหมดต้องเป็นไปตามกฎหมาย หลักธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องมีกระบวนการควบคุมคุณภาพข้อมูล (Data Quality) และ Metadata Catalog
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
(ร่าง)
ขอบเขตของงาน (Terms Of Reference : TOR) โครงการจัดทําคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี เพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น
- หลักการและเหตุผล
สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ให้ความสําคัญกับการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้
ในกระบวนการทํางาน ในภาพรวม
เพื่อยกระดับกระบวนงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของเจ้าหน้าที่และองค์กร โดยได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สําคัญต่อภารกิจการจัดทําเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี ได้แก่ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์และการขอความเห็นหน่วยงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบัน ระบบดังกล่าวได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานในกรณีต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สลค. ได้มีการจัดทํา “โครงการพัฒนาระบบบริหาร จัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงานวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะสนับสนุนการสรุปสาระสําคัญของเรื่องที่เสนอคณะรัฐมนตรี การสรุปความเห็น ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดทําบทวิเคราะห์และความเห็นของ สลค. และการรวบรวมกฎหมายและ มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับกระบวนงานจัดทําเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นในกิจกรรมต่าง ๆ
อนึ่ง แม้จะมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศข้างต้นขึ้นแล้ว แต่ยังพบปัญหาและอุปสรรค ในส่วนของการเชื่อมโยงข้อมูลข้อกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในส่วนของ การเชื่อมโยงข้อมูลมติคณะรัฐมนตรีจากระบบจัดเก็บและค้นหามติคณะรัฐมนตรี ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดเก็บ เอกสารในรูปแบบการสแกนไฟล์ Portable Document Format (PDF) หรือไฟล์ภาพ ซึ่งเป็นอุปสรรคสําคัญ ในการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงานวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี ที่พัฒนาขึ้นใหม่ เนื่องจากไม่สามารถดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมติคณะรัฐมนตรีมาใช้งานได้อย่างครบถ้วนและ ครอบคลุมเอกสารทั้งหมด
ดังนั้น สลค. จึงมีความจําเป็นต้องดําเนินการจัดทําคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี เพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น เพื่อจัดทําฐานข้อมูลมติคณะรัฐมนตรีและ
เอกสารที่เกี่ยวข้องสําหรับใช้ประกอบการจัดทําบันทึกสรุปเรื่องเสนอนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี
ในลักษณะคลังข้อมูล (Data Warehouse) รวมถึงการปรับปรุงพัฒนาข้อมูลมติคณะรัฐมนตรีและเอกสารที่ เกี่ยวข้องที่จะนํามาใช้ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล รองรับการนําไปใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ที่จะมีการนํามาใช้งาน เพิ่มเติมต่อไป เช่น การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning: ML) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: Al) ผ่านกระบวนการทําความสะอาดข้อมูล (Data Cleansing) หรือเทคนิคอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อให้การส่งต่อข้อมูลไปยังระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงานวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี
ๆ
ๆ
หรือระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างแท้จริง นอกจากนี้ เห็นควรให้มีการศึกษาแนวทางการยกระดับระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงาน
จัดทําเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีโดยการนํา AI หรือเทคโนโลยีอื่นที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนการทํางาน ของระบบดังกล่าว เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาต่อไปในอนาคต
ชุลีกร สุขโทน
31 รัฐสภา มีประไพ
M วิชญะ บรรทัดเที่ยง
Koop สร้อยมุก เมืองเนาว์ - วัตถุประสงค์ … Silu สุปปิยา ยิ่งสกุล
ลง
ศิริพร สรณาคมน์
………. จุลกัลป์ ปัญญาดิลก
-2- - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อจัดทําคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี เพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น
2.2 เพื่อศึกษาและกําหนดมาตรฐานและวิธีการจัดเก็บข้อมูลมติคณะรัฐมนตรีของ สลค. ให้อยู่ใน รูปแบบดิจิทัล และพร้อมสําหรับการส่งต่อข้อมูลไปใช้งานกับระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงาน วิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี และระบบสารสนเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2.3 เพื่อพัฒนาข้อมูลมติคณะรัฐมนตรีของ สลค. ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล และพร้อมสําหรับการส่งต่อข้อมูลไปใช้งานกับระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงานวิเคราะห์เรื่อง เสนอคณะรัฐมนตรี และระบบสารสนเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2.4 เพื่อจัดทําข้อเสนอเกี่ยวกับการนําข้อมูลจากคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี ไปยกระดับโครงการระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงานวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี ด้วยการ ประยุกต์ใช้ AI หรือเทคโนโลยีอื่นที่เกี่ยวข้อง มาสนับสนุนการทํางานของระบบดังกล่าว 3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด - การจัดทําข้อเสนอ
4.1 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนําเสนอข้อเสนอด้านเทคนิค ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ และคุณวุฒิและประสบการณ์ของคณะทํางานตามภาคผนวก ก. ให้แก่คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวด ราคาของ สลค. รายละไม่เกิน 1 ชั่วโมง ภายใน 5 วันทําการ นับถัดจากวันที่ยื่นเสนอราคาผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง ซึ่ง สลค. จะพิจารณาตามลําดับก่อนหลังตามเวลาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอไว้เป็นสําคัญ ทั้งนี้ สลค. ขอสงวนสิทธิ์
ในการกําหนดวันที่นําเสนอและไม่เชิญผู้ยื่นข้อเสนอมานําเสนอรายละเอียดคุณภาพของงานที่นําเสนอ ตามภาคผนวก ก. หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอราคาดังกล่าวมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ของ สลค. หรือยื่นเอกสารตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ไม่ครบถ้วน
4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทําเอกสารประกอบการนําเสนอตามข้อ 4.1 โดยยื่นผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง เพื่อใช้
ประกอบในการนําเสนอ
4.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําตารางเปรียบเทียบทุกข้อในขอบเขตของงาน (TOR) ยื่นมาพร้อมกับการ เสนอราคา โดยยื่นผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
หัวข้อ
ข้อกําหนดของ สลค.
ข้อเสนอของ
ผู้ยื่นข้อเสนอ
เอกสารอ้างอิงหน้า/ข้อ
ระบุหัวข้อให้ตรง ให้คัดลอกคุณลักษณะ ให้ระบุคุณลักษณะ ให้ระบุหรืออ้างอิงเอกสาร กับที่ สลค. กําหนด เฉพาะที่ สลค. กําหนด เฉพาะที่จะเสนอราคา ในข้อเสนอที่เกี่ยวข้องและ
ขีดเส้นใต้คุณลักษณะเฉพาะ ที่ สลค. กําหนดลงในแค็ตตาล็อก หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยขีดเส้น ใต้หรือแสดงเครื่องหมายให้ชัดเจน
6
ทังนี้ …
ลง
จุลกัลป์ ปัญญาดิลก
Mor ชุลีกร สุขโทน
Jü รัฐสภา มีประไพ
M วิชญะ บรรทัดเที่ยง
asoson สร้อยมุก เมืองเนาว์
สุปปิยา ยิ่งสกุล
ศิริพร สรณาคมน์
- 3-
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่จัดทําตารางเปรียบเทียบตามข้อ 4.3 หรือจัดทําไม่ครบถ้วนจะถือว่ายื่นข้อเสนอ ไม่เป็นไปตามที่ สลค. กําหนด
- ขอบเขตการดําเนินงาน
โครงการจัดทําคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี เพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
5.1 ศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และออกแบบความต้องการ (Requirement Analysis) ในการจัดทําคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี เพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ ผ่านระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศอื่น
5.2 ศึกษาและกําหนดมาตรฐานและวิธีการจัดเก็บข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี เพื่อใช้สําหรับนําเข้า คลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี และระบบสารสนเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
5.3 ศึกษาและจัดทําแนวทางการยกระดับระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงานวิเคราะห์ เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี ด้วยการใช้ AI หรือเทคโนโลยีอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมถึงการนําเทคนิคการเรียนรู้ ในรูปแบบการเรียนรู้ของเครื่อง Machine Learning มาประมวลผลคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี เพื่อใช้ในการตัดสินใจ
5.4 จัดหาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล พร้อมลิขสิทธิ์การใช้งานที่ถูกต้องตามกฎหมาย 5.5 จัดทําระบบคลังข้อมูลรวม (Data Lake)
5.6 จัดทําระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse)
5.7 วิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูล และดําเนินการทําความสะอาดข้อมูล (Data Cleansing) 5.8 จัดทําการควบคุมคุณภาพข้อมูลตามหลักธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) 5.9 จัดทําระบบการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล (Application Programming Interface: API)
ระหว่างระบบที่พัฒนาและปรับปรุงในครั้งนี้กับระบบบริหารจัดการข้อมูลสําหรับกระบวนงานวิเคราะห์ เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี และระบบสารสนเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
5.10 จัดทําข้อมูลนําาเสนอผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนงานเสนอเรื่องคณะรัฐมนตรี เพื่อใช้สําหรับการตัดสินใจในรูปแบบ Dashboard
5.11 ติดตั้งระบบคลังข้อมูลรวม (Data Lake) ระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) บนเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ สลค. กําหนด
5.12 ดําเนินงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี เพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น
5.13 จัดทําแผนการสํารองข้อมูลและการกู้คืนระบบ (Backup & Restore) 5.14 จัดฝึกอบรมการใช้งานให้ผู้เกี่ยวข้อง พร้อมจัดทําคู่มือและเอกสารต่าง ๆ - รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
6.1 ลักษณะงานที่ต้องดําเนินการตลอดทั้งกระบวนการระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse)
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําคลังข้อมูลของ สลค. ให้รองรับการนําเข้าข้อมูลจากระบบสารสนเทศ ของ สลค. ได้แก่ ระบบจัดเก็บและค้นหาข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี สามารถนําเข้าข้อมูลที่มีในปัจจุบันและ ข้อมูลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อไปจัดทําเป็นคลังข้อมูลที่มีประสิทธิภาพได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งการดําเนินการ จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย หลักธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) และมาตรฐานสากล ที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการทั้งหมด
6.1.1 การประเมิน …
จุลกัลป์ ปัญญาดิลก
ชุลีกร สุขโทน
ริน รัฐสภา มีประไพ วิชญะ บรรทัดเที่ยง
M
Kigen สร้อยมุก เมืองเนาว์
Satum สุปปียา ยิ่งสกุล
ศิริพร สรณาคมน์
- 4-
6.1.1 การประเมินและวางแผนการดําเนินงาน
ผู้รับจ้างจะต้องทําการประเมินและวางแผนการดําเนินงาน (Assessment and
Planning) และจัดส่งให้ สลค. พิจารณา อย่างน้อย ดังนี้
- ประเมินความต้องการทางธุรกิจ โดยการจัดเก็บข้อมูลความต้องการของผู้ใช้งาน เพื่อนํามาวิเคราะห์เพื่อกําหนดเป้าหมายหลักของการจัดทําคลังข้อมูล (Data Warehouse)
- สํารวจแหล่งข้อมูลของ สลค. เพื่อทําความเข้าใจลักษณะของข้อมูล และโครงสร้าง ของข้อมูลในปัจจุบัน ตลอดจนคุณภาพของข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
- ออกแบบสถาปัตยกรรม และกําหนดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องสําหรับทุกขั้นตอน
- จัดทําแผนการทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องและคุณภาพของข้อมูลครอบคลุม
ทุกขั้นตอน พร้อมทั้งจัดทํามาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพข้อมูลอย่างต่อเนื่องตลอดโครงการ โดยมีรายละเอียด
ของขั้นตอนและเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบ ซึ่งเป็นไปตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล - นําเสนอเครื่องมือที่ใช้สําหรับการตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของการแปลงเอกสารสแกน เป็นข้อความที่แตกต่างจากข้อ 4) และเป็นไปตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล โดยสามารถตรวจสอบได้ ครั้งละไม่น้อยกว่า 50,000 หน้า ภายในเวลา 2 วัน
- จัดส่งเอกสารการประเมินและวางแผนการดําเนินงานให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระ ด้านคลังข้อมูล (Data Warehouse) ให้ความเห็นในการปรับแก้ไขและให้การรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน และสมบูรณ์ โดยผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
- เป็นบุคลากรด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ Data Science และมีการสอนใน มหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่มีอันดับดีที่สุด 5 อันดับแรกตามการจัดอันดับของ Times Higher Education World University Rankings 2025 หรือ 2026
ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้รับจ้าง
มีผลงานการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสาขา Data Science ตีพิมพ์ลงวารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติไม่น้อยกว่า 10 ชิ้น และมี h-index ไม่น้อยกว่า 10
6.1.2 การแปลงเอกสารสแกนเป็นข้อความ [Optical Character Recognition (OCR) Processing] ดําเนินการแปลงเอกสารสแกนในรูปแบบไฟล์ PDF จากระบบสืบค้นมติคณะรัฐมนตรี ของ สลค. ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 60 ปี จากปัจจุบัน จํานวนไม่น้อยกว่า 4,600,000 หน้า ให้เป็นข้อมูลตัวอักษรดิจิทัล ที่ถูกต้องตามเอกสารต้นฉบับและสามารถสืบค้น วิเคราะห์ และนําไปใช้งานต่อได้ โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ 1) รองรับการรู้จําอักขระทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวเลขไทย ตัวเลขอารบิก
และเครื่องหมายต่าง ๆ รวมถึงกรณีที่มีการผสมอักขระดังกล่าวในหน้าเดียวกัน
2) รองรับการอ่านและประมวลผลข้อมูลจากเอกสารที่มีรูปแบบการจัดวางทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือมีความเอียงของภาพ โดยยังคงรักษาความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลตามเอกสาร ต้นฉบับ
3) ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการรู้จําตัวอักษร (Al-based OCR) ที่สามารถเรียนรู้ และปรับปรุงความแม่นยําอย่างต่อเนื่อง
4) รองรับการประมวลผลเอกสารที่มีคุณภาพภาพแตกต่างกัน เช่น ภาพถ่ายที่มีเงา ภาพลายมือ หรือเอกสารที่มีความคมชัดต่ํา เอกสารที่มีตัวอักษรขนาดเล็ก เอกสารที่มีลายน้ํา
5) รองรับ …
ลน
จุลกัลป์ ปัญญาดิลก
You
ชุลีกร สุขโทน
น
M
รัฐสภา มีประไพ
วิชญะ บรรทัดเที่ยง
iocel สร้อยมุก เมืองเนาว์
สุปปิยา ยิ่งสกุล
ศิริพร สรณาคมน์
- 5-
- รองรับการประมวลผลเอกสารที่มีแบบตัวอักษร (Font) หลากหลายแบบ รวมถึง ตัวอักษรพิมพ์ดีด ลายมือ ข้อความในตรายาง หรือข้อความในอินโฟกราฟิก ที่มนุษย์สามารถอ่านออกได้
- สามารถประมวลผลแบบขนาน (Parallel Processing) เพื่อรองรับปริมาณข้อมูล
จํานวนมาก - จัดเก็บผลลัพธ์การแปลงในรูปแบบที่สามารถนําเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ต่อไปได้ เช่น ไฟล์ข้อความ หรือตารางข้อมูล
- เพิ่มข้อความที่ได้จากการ OCR ลงบนเอกสาร PDF (Text Layer) ที่ผู้ใช้งาน สามารถคลุมดําและคัดลอกไปใช้งานได้ทันทีโดยที่ข้อความไม่ผิดเพี้ยน
- รองรับการนําเข้าเอกสารสแกน PDF เพิ่มเติมได้โดยอัตโนมัติจากระบบจัดเก็บ
ข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี และระบบสารสนเทศอื่น ๆ ของ สลค.
ๆ
6.1.3 การจัดทําระบบคลังข้อมูลรวม (Data Lake)
จัดทําระบบศูนย์รวมข้อมูลแบบ Data Lake เพื่อรองรับข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured Data) กึ่งมีโครงสร้าง (Semi-Structured Data) และไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ - รองรับการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ในลักษณะกระจายศูนย์ (Distributed Storage
หรือ Distributed File System) - สามารถจัดการและเข้าถึงข้อมูลได้ตามสิทธิ์ของผู้ใช้งาน
- รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ OCR และฐานข้อมูลเดิมของหน่วยงาน
- รองรับการนําข้อมูลเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ขั้นต่อไป เช่น การทําความสะอาดข้อมูล
(Data Cleansing) และการเตรียมข้อมูลเข้าสู่คลังข้อมูล (Data Warehouse)
6.1.4 การทําความสะอาดและควบคุมคุณภาพข้อมูล (Data Cleansing, Metadata Catalog และ Data Quality) - ลบข้อมูลซ้ํา ปรับรูปแบบข้อมูลให้เป็นมาตรฐาน และเติมค่าที่ขาดหาย 2) จัดทํา Metadata Catalog เพื่อเก็บรายละเอียดของข้อมูลแต่ละชุด เช่น แหล่งที่มา
วันที่ปรับปรุงล่าสุด และเจ้าของข้อมูล
Quality Metrics) - มีระบบตรวจสอบความถูกต้อง (Validation Rules) และคุณภาพของข้อมูล (Data
- กระบวนการดึง แปลง และโหลดข้อมูล (Extract, Transform, Load : ETL) ต้องมี การตรวจสอบและบันทึกผลการดําเนินการทุกครั้งเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้
6.1.5 การจัดทําคลังข้อมูล (Data Warehouse) และการออกแบบโครงสร้างข้อมูล (Schema Design) ออกแบบและพัฒนาคลังข้อมูล (Data Warehouse) เพื่อจัดเก็บข้อมูลที่ผ่านการแปลง และทําความสะอาดแล้ว โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ - ใช้โครงสร้างการจัดเก็บข้อมูลที่เหมาะสมและมี Schema ที่ชัดเจน เช่น แบบดาว (Star Schema) หรือแบบเกล็ดหิมะ (Snowflake Schema) และจัดทํา Data Dictionary หรือ Metadata ของตาราง Fact และ Dimension อย่างครบถ้วน
- รองรับ
&
0
……………
จุลกัลป์ ปัญญาดิลก
ชุลีกร สุขโทน
รัฐสภา มีประไพ
วิชญะ บรรทัดเที่ยง สร้อยมุก เมืองเนาว์
สุปปิยา ยิ่งสกุล
( )
ศิริพร สรณาคมน์ร่าง
ประกาศสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เรื่อง ประกวดราคาจ้างการจัดทำคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรีเพื่อรองรับการดึง ข้อมูลไปใช้ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างการจัดทำคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรีเพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้างในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๖,๓๔๗,๐๒๘.๐๐ บาท (สิบหกล้านสามแสนสี่หมื่นเจ็ดพันยี่สิบแปดบาทถ้วน)
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.soc.go.th หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หาก ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ภายใน วันที่ ในเวลาราชการ โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.soc.go.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่
ประกาศ ณ วันที่ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
(นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์)
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
สำเนาถูกต้อง
นันทิรัตน์ แก้วภราดัย
(นางนันทิรัตน์ แก้วภราดัย)
ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๘
โดย นางนันทิรัตน์ แก้วภราดัย ผู้อำนวยการ
สำนักงานเลขาธิการร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างการจัดทำคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรีเพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ผ่าน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น
ตามประกาศ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ลงวันที่ ธันวาคม ๒๕๖๘
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สลค.” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้าง การจัดทำคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรีเพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ผ่านระบบเทคโนโลยี สารสนเทศอื่น ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้ ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๑.๙ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สล ค. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่าง เป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่
สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่าง ประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ
มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ บริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้
ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ
ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๓) เอกสารใช้เพื่อประกอบในการประเมินการให้คะแนนตามขอบเขตของงาน (TOR) ข้อ ๔.๑
(๔) เอกสารตามที่ขอบเขตของงาน (TOR) กำหนด
(๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๖๓๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเอกสารในส่วนที่เป็นสาระสำคัญที่มีปริมาณมากและเป็น อุปสรรคในการนำเข้าระบบได้แก่ (ถ้ามี) พร้อมสรุปจำนวนเอกสารดังกล่าวมาส่ง ณ สลค. ภายใน ๓ วันนับถัด จากวันเสนอราคา โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงลายมือชื่อ พร้อมประทับตราสำคัญของนิติบุคคล (ถ้ามี) กำกับใน
เอกสารนั้นด้วย และ upload ไฟล์แบบสรุปจำนวนเอกสารในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา รายละเอียดขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่ สลค. ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๘ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และ สลค. จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สลค.จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสลค.
๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๑ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๘๓๔,๓๔๐.๐๐ บาท (แปดแสนสามหมื่นสี่พันสามร้อยสี่สิบบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สลค. ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สลค. ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สลค.จะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สลค.ได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สลค.จะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สลค.
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐ (๒) คุณภาพของงานที่นำเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐ (ราย ละเอียดตามภาคผนวก ก. ของขอบเขตของงาน (TOR)) ประกอบด้วย
(๒.๑) ผลงาน ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐
โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ผลงาน ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดตามภาคผนวก ก. ของขอบเขตของงาน (TOR) หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
(๒.๒) การรับประกันความชำรุดบกพร่อง กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐
โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ การรับประกันความชำรุดบกพร่อง รายละเอียดตามภาคผนวก ก. ของขอบเขต ของงาน (TOR) หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
(๒.๓) ความเหมาะสมของเทคนิค กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐ โดยมี วิธีการ
ให้คะแนน ดังนี้ ความเหมาะสมของเทคนิค รายละเอียดตามภาคผนวก ก. ของขอบเขตของงาน (TOR) หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สลค.กำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้
เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สลค.สงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน กรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือ สลค. มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สลค. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สลค. ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของ สลค. เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้อง ค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสลค.จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษ ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสลค. จะให้ผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สลค. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือ ไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จาก สลค.
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสลค. อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับ สลค. ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สลค.
ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สลค. ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่ง สลค. ได้รับมอบ ไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สลค. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๑๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบรายงานสรุป ผลการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดทำคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย (ร่าง) แผนการดำเนินงานโครงการและวิธีการบริหารโครงการตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๑ และ รายงานผลการจัดประชุมตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๙.๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบแผนการ ดำเนินงานโครงการและวิธีการบริหารโครงการในภาพรวมทั้งหมดตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๑ และการจัดทำผลการศึกษากำหนดมาตรฐานและวิธีการจัดเก็บข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี เพื่อใช้สำหรับนำเข้าคลัง ข้อมูล (Data Warehouse) ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๔.๑ และเอกสารคุณสมบัติบุคลากรใน โครงการทั้งหมดตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๘ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐
วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบการแปลง
เอกสารสแกนเป็นข้อความ OCR จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ หน้า ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๒ ให้แล้ว เสร็จภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบการแปลง เอกสารสแกนเป็นข้อความ OCR จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ หน้า ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๒ ให้แล้ว เสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๕ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบการแปลง เอกสารสแกนเป็นข้อความ OCR จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ หน้า ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๒ และส่ง มอบผลลัพธ์ที่ได้จากงวดที่ ๓ - ๕ ไปดำเนินการตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๓ - ๖.๑.๖ ให้แล้ว เสร็จภายใน ๒๑๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๖ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบการแปลง เอกสารสแกนเป็นข้อความ OCR จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ หน้า ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๒ ให้แล้ว เสร็จภายใน ๒๔๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๗ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบการแปลง เอกสารสแกนเป็นข้อความ OCR จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ หน้า ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๒ และส่ง มอบผลลัพธ์ที่ได้จากงวดที่ ๖ - ๗ ไปดำเนินการตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๓ - ๖.๑.๖ ให้แล้ว เสร็จภายใน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๘ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบการแปลง เอกสารสแกนเป็นข้อความ OCR จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ หน้า ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๒ ให้แล้ว เสร็จภายใน ๓๐๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๙ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบการแปลง เอกสารสแกนเป็นข้อความ OCR จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ หน้า ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๒ และส่ง มอบผลลัพธ์ที่ได้จากงวดที่ ๘ - ๙ ไปดำเนินการตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๓ - ๖.๑.๖ ให้แล้ว เสร็จภายใน ๓๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๑๐ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบ ดังนี้ ๑) จัดส่งแดชบอร์ดสำหรับผู้บริหาร ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๑๓ ตามที่ สลค. กำหนด
๒) ติดตั้งระบบฐานข้อมูลเวกเตอร์ (Vector Database for Retrieval Augmented Generation) ที่พร้อมใช้งานจริง พร้อมเอกสารอธิบายสถาปัตยกรรมการออกแบบระบบฐาน ข้อมูลเวกเตอร์ และรายงานผลการทดสอบการทำงานครบถ้วน ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๘
๓) การเชื่อมโยงรับ - ส่งข้อมูลกับระบบสารสนเทศของ สล ค. Generative AI ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๑.๙
๔) การเชื่อมโยงรับ - ส่งข้อมูล ระหว่างระบบสารสนเทศอื่น ๆ ตาม ขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๒ ภายใน ๔๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และเมื่อคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๑๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบการออก แบบและพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการสืบค้นข้อมูล ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๓ ให้แล้วเสร็จ ภายใน ๔๘๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๑๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๘.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบดำเนิน งานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๗ และเอกสารคุณสมบัติ ผู้ตรวจสอบช่องโหว่และทดสอบเจาะระบบ ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๗.๓.๔ ให้แล้วเสร็จภายใน ๕๔๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และ รับไว้ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๑๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบการจัด ประชุมและการฝึกอบรม ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๙.๒ - ๙.๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๑๔ (งวดสุดท้าย) เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่ง มอบเอกสารและคู่มือ ทั้งหมด ตามขอบเขตของงาน (TOR) ตามข้อ ๖.๔ - ๖.๖ ภายใน ๖๓๐ วัน นับถัดจาก วันลงนามในสัญญา และเมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้ถูกต้อง ครบถ้วน และรับไว้ใช้ในราชการ เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสลค. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้าง ช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่ สลค. ได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การ ได้ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๐.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องบำรุงรักษาคลังข้อมูล (Data Warehouse) มติคณะรัฐมนตรี เพื่อรองรับการดึงข้อมูลไปใช้ ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นเป็นระยะเวลา ๑ ปีนับถัดจากวันที่ สลค. ตรวจรับงานจ้างงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
๑๐.๒ ในระหว่างระยะเวลารับประกัน ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับแจ้งปัญหาการใช้งานระบบ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทั้งทางโทรศัพท์ อีเมล ไลน์ โดยต้องเริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหาและให้สามารถใช้งานได้ตาม ปกติภายใน ๔ ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้รับแจ้งปัญหาจาก สลค. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ตลอดระยะเวลาการ รับประกัน และต้องตอบกลับผู้แจ้งให้ทราบถึงสาเหตุ และวิธีการแก้ไขหลังจากดำเนินการแก้ไขเสร็จแล้ว โดย เร็วที่สุด
๑๐.๓ หากระบบเกิดเหตุขัดข้อง มีความผิดปกติ หรือไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ อันมี สาเหตุมาจากเหตุไม่คาดคิด ได้แก่ ระบบไฟฟ้าขัดข้อง ภัยธรรมชาติ หรือผู้ไม่ประสงค์ดีมุ่งทำลายข้อมูลหรือ อุปกรณ์อันประกอบอยู่ในระบบต้องดำเนินการแก้ไขระบบให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ภายใน ๓ วัน นับ ตั้งแต่ได้รับแจ้งปัญหา หรือเมื่อทราบเหตุขัดข้อง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
๑๐.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดให้มีบุคลากรสนับสนุนการบริหารจัดการและปรับปรุงระบบ ฯ มาประจำที่ สลค. (Onsite Service) อย่างน้อย ๑ คน ในวันจันทร์ - วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น. โดยทำหน้าที่ประสานงาน ดูแลระบบและแก้ไขปัญหาที่พบตลอดระยะเวลาการรับประกัน ๑๐.๕ ทำการบำรุงรักษา (Preventive Maintenance) อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง ตลอด ช่วงระยะเวลาการรับประกัน เพื่อระบบและอุปกรณ์ที่เสนออยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด เวลา โดยทำการบำรุงรักษาในเวลาที่ไม่กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติงานของ สลค. ๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นเงินจำนวน ๑๖,๖๘๖,๘๐๐ บาท (สิบหกล้านหกแสนแปดหมื่นหกพันแปดร้อย บาทถ้วน)
โดยผูกพันข้ามปีงบประมาณเป็นระยะเวลา ๒ ปี (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ - ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐) การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สลค. ได้รับอนุมัติเงินค่า จ้างจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อ สลค. ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม
ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสลค.ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สลค. จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ สลค. สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ สลค. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ สลค. อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จาก สลค. ไม่ได้
(๑) สลค.ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ สลค. หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง
ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สลค. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับ สลค. ไว้ชั่วคราว
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ธันวาคม ๒๕๖๘
สำเนาถูกต้อง
นันทิรัตน์ แก้วภราดัย
(นางนันทิรัตน์ แก้วภราดัย)
ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๘
โดย นางนันทิรัตน์ แก้วภราดัย ผู้อำนวยการ
สำนักงานเลขาธิการ