จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบตรวจสอบ ควบคุม ป้องกันและปราบปรามการส่งออกสินค้าประเภทน้ำมันไปจำหน่ายต่างประเทศทางรถยนต์

กรมสรรพสามิต 68109082244
฿89,800,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 12 พ.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง มีภารกิจหลักในการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าประเภทน้ำมันที่ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศทางรถยนต์ ปัจจุบันระบบสารสนเทศที่ใช้งานมีอายุมากกว่า 5 ปี ซึ่งอาจมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพไม่เพียงพอ และมีปัญหาในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบที่พัฒนาขึ้นในช่วงเวลาต่างกัน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัลและการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน กรมสรรพสามิตจึงมีความจำเป็นต้องดำเนิน “โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบตรวจสอบ ควบคุม ป้องกันและปราบปราม การส่งออกสินค้าประเภทน้ำมันไปจำหน่ายต่างประเทศทางรถยนต์” โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีระบบตรวจสอบ ควบคุมต้นทางและปลายทาง รวมถึงระบบตรวจปล่อยรถขนส่งน้ำมันด้วย QR Code พัฒนาระบบฐานข้อมูลให้มีความปลอดภัย รองรับ Big Data และการวิเคราะห์ข้อมูล พัฒนาระบบบริหารจัดการกลางแบบบูรณาการเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพตาม พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ จัดหาอุปกรณ์ทดแทนเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ และจัดหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการบุกรุกทางไซเบอร์ โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีและการป้องกันปราบปรามการลักลอบส่งน้ำมันออกนอกราชอาณาจักร

English summary

The Excise Department, Ministry of Finance, aims to develop and improve its information systems to enhance the efficiency of monitoring, controlling, preventing, and suppressing the export of petroleum products via road to foreign countries. The project focuses on upgrading system technology, securing databases, supporting Big Data analytics, replacing existing equipment, and implementing cybersecurity measures to align with the digital government policy and improve operational effectiveness.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • พัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีระบบตรวจสอบ ควบคุม ต้นทางและปลายทางการส่งออกน้ำมัน และระบบงานตรวจปล่อยรถขนส่งน้ำมันสถานีปลายทางด้วยรหัส QR Code ให้สามารถรองรับความต้องการของผู้ใช้ที่เพิ่มมากขึ้น
  • พัฒนาและปรับปรุงระบบฐานข้อมูลให้มีความปลอดภัย อยู่บนโครงข่ายพื้นฐานและระบบเครือข่ายที่ทันสมัย สามารถรองรับการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
  • พัฒนาระบบบริหารจัดการกลางแบบบูรณาการเพื่อสนับสนุนการวางแผน การตัดสินใจ และการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับสินค้าประเภทน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
  • พัฒนาและปรับปรุงระบบงานวิเคราะห์ข้อมูลการส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปจำหน่ายต่างประเทศทางรถยนต์ ให้สามารถสร้างความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตาม พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565
  • จัดหาอุปกรณ์ทดแทนในระบบเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรภาพของระบบ
  • จัดหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการบุกรุกคุกคามทางไซเบอร์

ขอบเขตของงาน

  • การพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีระบบตรวจสอบ ควบคุม ต้นทางและปลายทางการส่งออกน้ำมัน
  • การพัฒนาระบบงานตรวจปล่อยรถขนส่งน้ำมันสถานีปลายทางด้วยรหัส QR Code
  • การพัฒนาและปรับปรุงระบบฐานข้อมูลให้มีความปลอดภัย รองรับ Big Data และการวิเคราะห์ข้อมูล
  • การพัฒนาระบบบริหารจัดการกลางแบบบูรณาการ
  • การพัฒนาระบบงานวิเคราะห์ข้อมูลการส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปจำหน่ายต่างประเทศทางรถยนต์
  • การจัดหาอุปกรณ์ทดแทนในระบบเดิม
  • การจัดหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • การฝึกอบรมและการสนับสนุน (ตามเอกสารหมายเลข ๓)
  • การบำรุงรักษา การซ่อมแซม และการแก้ไข (ตามเอกสารหมายเลข ๔)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เอกสารแผนการดำเนินงานซึ่งระบุกิจกรรม เวลา และผู้รับผิดชอบ
  • ผลการศึกษาวิเคราะห์ความต้องการของระบบงาน (System Requirement Specification)
  • เอกสารรายละเอียดอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการ
  • USB Flash Drive บรรจุรายละเอียดเอกสารตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ จำนวน ๓ ชุด
  • ระบบงานที่พัฒนาและปรับปรุงแล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งาน
  • อุปกรณ์ทดแทนและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ติดตั้งแล้ว
  • การฝึกอบรมผู้ใช้งาน
  • เอกสารคู่มือการใช้งานระบบ

ระยะเวลาดำเนินการ

360 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    • มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจเป็นผู้พัฒนา หรือออกแบบติดตั้ง หรือผู้ผลิต หรือจำหน่าย หรือเช่า หรือให้เช่าซื้อ ทางด้านระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือระบบสื่อสาร
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  • Standards Compliance: ไม่ระบุ
  • Experience:
    • เคยมีผลงานด้านการพัฒนาและติดตั้งระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูลน้ำมัน ปริมาณน้ำมัน หรือการบริหารจัดการข้อมูล หรือวิเคราะห์ข้อมูล หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ส่งมอบและตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันยื่นเอกสารประกวดราคา
    • ผลงานต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) จำนวน 1 สัญญา
    • เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ
  • Previous Project Cost: ไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) จำนวน 1 สัญญา
  • Technical Capabilities:
    • มีความสามารถในการพัฒนาและติดตั้งระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูลน้ำมัน หรือการวิเคราะห์ข้อมูล
    • มีความสามารถในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่รองรับ Big Data
    • มีความสามารถในการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ทดแทนและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • Personnel: ไม่ระบุ
  • Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…):
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    • ไม่ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน

เกณฑ์การพิจารณา

ไม่ระบุ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีระบบตรวจสอบ ควบคุม ต้นทางและปลายทางการส่งออกน้ำมัน
  • การพัฒนาระบบงานตรวจปล่อยรถขนส่งน้ำมันสถานีปลายทางด้วยรหัส QR Code
  • การพัฒนาและปรับปรุงระบบฐานข้อมูลให้มีความปลอดภัย รองรับ Big Data และการวิเคราะห์ข้อมูล
  • การพัฒนาระบบบริหารจัดการกลางแบบบูรณาการ
  • การพัฒนาระบบงานวิเคราะห์ข้อมูลการส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปจำหน่ายต่างประเทศทางรถยนต์
  • การจัดหาอุปกรณ์ทดแทนในระบบเดิม
  • การจัดหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • คุณลักษณะเฉพาะตามเอกสารหมายเลข ๒

เงื่อนไขสัญญา

  • การส่งมอบงานแบ่งเป็นงวดงาน โดยงวดงานที่ ๑ ต้องส่งมอบภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การชำระเงิน (ไม่ระบุ)
  • การปรับ (ไม่ระบุ)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    • A: เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบตรวจสอบ ควบคุม ป้องกัน และปราบปรามการส่งออกน้ำมันไปจำหน่ายต่างประเทศทางรถยนต์ ให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น
    • Q: ระบบงานใดบ้างที่จะได้รับการพัฒนาและปรับปรุง?
    • A: ระบบตรวจสอบ ควบคุม ต้นทางและปลายทาง, ระบบตรวจปล่อยรถขนส่งน้ำมันด้วย QR Code, ระบบฐานข้อมูล, ระบบบริหารจัดการกลาง, และระบบวิเคราะห์ข้อมูล
    • Q: การพัฒนาครั้งนี้จะช่วยแก้ปัญหาใดของระบบเดิม?
    • A: แก้ปัญหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพไม่เพียงพอ และปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบที่แตกต่างกัน
    • Q: ระบบฐานข้อมูลใหม่จะมีความสามารถพิเศษอย่างไร?
    • A: มีความปลอดภัยสูง รองรับการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และใช้โครงข่ายพื้นฐานและระบบเครือข่ายที่ทันสมัย
    • Q: มีการจัดหาอุปกรณ์ใดเพิ่มเติมในโครงการนี้?
    • A: จัดหาอุปกรณ์ทดแทนในระบบเดิมเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ และจัดหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อป้องกันการบุกรุก
    • Q: ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมประกวดราคาต้องมีคุณสมบัติเฉพาะด้านใดบ้าง?
    • A: ต้องเคยมีผลงานด้านการพัฒนาและติดตั้งระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูลน้ำมัน หรือการวิเคราะห์ข้อมูล มูลค่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ
    • Q: ระยะเวลาในการดำเนินโครงการทั้งหมดนานเท่าใด?
    • A: 360 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง
    • Q: การส่งมอบงานในงวดแรกมีอะไรบ้าง?
    • A: เอกสารแผนการดำเนินงาน, ผลการศึกษาวิเคราะห์ความต้องการของระบบ, เอกสารรายละเอียดอุปกรณ์, และ USB Flash Drive บรรจุเอกสาร
    • Q: โครงการนี้จะนำเทคโนโลยีใดมาใช้ในการตรวจปล่อยรถขนส่งน้ำมัน?
    • A: จะใช้รหัส QR Code ในการตรวจปล่อยรถขนส่งน้ำมันที่สถานีปลายทาง
    • Q: การพัฒนาระบบนี้สอดคล้องกับนโยบายใดของรัฐบาล?
    • A: สอดคล้องกับนโยบายการบูรณาการการทำงานไปสู่ยุคดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบตรวจสอบ ควบคุม ป้องกันและปราบปราม
การส่งออกสินค้าประเภทน้ํามันไปจําหน่ายต่างประเทศทางรถยนต์
๑. ความเป็นมา
กรมสรรพสามิต เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง มีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบใน การบริหารการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเพื่อเป็นรายได้ของรัฐ และอีกภารกิจหลัก คือ ภารกิจการป้องกันและ
ปราบปรามการกระทําผิดกฎหมายสรรพสามิตโดยเฉพาะสินค้าประเภทน้ํามันและผลิตภัณฑ์น้ํามันที่ส่งไปจําหน่าย

นอกราชอาณาจักรทางรถยนต์ ที่ผ่านมากรมสรรพสามิตมีการพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองภารกิจด้านการจัดเก็บภาษี ด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทําผิดกฎหมายสรรพสามิต และ เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ระดับต่าง ๆ สามารถดําเนินงานตามภารกิจได้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ แต่ยังมีระบบงานบาง ระบบถูกพัฒนามาและใช้งานเป็นเวลามากกว่า ๕ ปี ซึ่งปัจจุบันระบบเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอาจมี ช่องโหว่ทางด้านความปลอดภัยและการสื่อสารข้อมูลอาจเกิดผิดพลาดได้ หลายระบบงานถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงเวลา ที่แตกต่างกัน และบางระบบงานใช้เทคโนโลยีการพัฒนาและฐานข้อมูลที่แตกต่างกันด้วย ทําให้เกิดอุปสรรคในการ ทํางานร่วมกัน มีปัญหาในการเชื่อมโยงข้อมูลและหลายระบบมีประสิทธิภาพการทํางานไม่เพียงพอต่อความต้องการใน ยุคปัจจุบัน ยุคที่รัฐบาลกําลังผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐบูรณาการการทํางานไปสู่ยุคดิจิทัล ตามนโยบายและแผนงาน ต่าง ๆ ในหลายระดับ อีกทั้ง ปัจจุบันมีความต้องการในหลายภารกิจที่ต้องใช้การรับ – ส่งและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง ระบบงานของหน่วยงานทั้งภายในกรมสรรพสามิตและหน่วยงานภายนอก รวมทั้งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ จําเป็นต้องมีการประสานงานข้อมูลระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ กรมสรรพสามิตจึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบงานสําหรับการตรวจสอบ ควบคุม ป้องกันและปราบปรามการส่งน้ํามันและผลิตภัณฑ์น้ํามันที่ ส่งไปจําหน่ายต่างประเทศจากต้นทางโรงอุตสาหกรรมไปยังปลายทางการส่งออก และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ จัดเก็บภาษีน้ํามันและการป้องกันและปราบปราม โดยเห็นชอบให้ดําเนินการ “โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบ ตรวจสอบ ควบคุม ป้องกันและปราบปราม การส่งออกสินค้าประเภทน้ํามันไปจําหน่ายต่างประเทศทางรถยนต์”
อันจะเป็นผลดีต่อทางราชการ กรมสรรพสามิต
ปัจจุบันมีการส่งน้ํามันและผลิตภัณฑ์น้ํามันไปจําหน่ายต่างประเทศ ที่ได้รับการยกเว้น/คืนภาษี สรรพสามิตจากต้นทางโรงกลั่นน้ํามันบริษัท ไออาร์พีซี จํากัด (มหาชน) โรงกลั่นน้ํามันบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จํากัด (มหาชน) โรงกลั่นน้ํามันบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) โรงกลั่นน้ํามันบริษัท ไทยออยล์ จํากัด (มหาชน) โรงกลั่นน้ํามันบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) คลังน้ํามันไออาร์พีซี จังหวัดชุมพร และโรงกลั่น น้ํามันบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) และส่งออกจากด่านต่าง ๆ จํานวน ๒๐ จังหวัด ๓๐ ด่าน ได้แก่ ด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย ด่านหนองคาย จังหวัดหนองคาย ด่านช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ด่านช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ด่านระนอง จังหวัดระนอง ด่านเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ด่านมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ด่านช่องสะ ง จังหวัดศรีสะเกษ ด่านนครพนม จังหวัดนครพนม ด่านแม่สอด จังหวัดตาก ด่านทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ด่านจันทบุรี (บ้านผักกาด) จังหวัดจันทบุรี ด่านจันทบุรี (บ้านแหลม) จังหวัดจันทบุรี ด่านคลองใหญ่ จังหวัดตราด ด่านคลองใหญ่ บ้านมะม่วง จังหวัดตราด ด่านคลองใหญ่ (บ้านมะม่วงเนิน ๔๐๐) จังหวัดตราด ด่านคลองใหญ่ (จุดผ่อนปรนบ้าน มะม่วง) จังหวัดตราด ด่านคลองใหญ่ (บ้านหาดเล็ก) จังหวัดตราด ด่านคลองใหญ่ (บ้านท่าเส้น) จังหวัดตราด ด่านช่อง เม็ก (ช่องอานม้า) จังหวัดอุบลราชธานี ด่านเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ด่านเชียงของ จังหวัดเชียงราย ด่านช่องทาง บ้านพุน้ําร้อน จังหวัดกาญจนบุรี ด่านบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ด่านบ้านฮวก จังหวัดพะเยา ด่านศุลกากรชั่วคราว จุด ผ่านแดนถาวรภูดู่ จังหวัดอุตรดิตถ์ ด่านช่องสายตะกูผ่านพิธีการด่านช่องจอม จังหวัดบุรีรัมย์ ด่านท่าลี่ จังหวัดเลย
6). Quotes
(๓)..
6

  • ๒ -
    ด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และด่านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยมีการตรวจสอบ ณ ด่านปลายทางเพื่อ ส่งออกนอกราชอาณาจักรทางรถยนต์ ซึ่งจะเป็นกระบวนการตรวจปล่อยการขนส่งน้ํามันและผลิตภัณฑ์น้ํามัน ณ ด่าน
    ปลายทาง เพื่อให้กรมสรรพสามิตก้าวสู่ยุคดิจิตอลจึงมีความจําเป็นต้องดําเนิน “โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบ ตรวจสอบ ควบคุม ป้องกันและปราบปราม การส่งออกสินค้าประเภทน้ํามันไปจําหน่ายต่างประเทศทางรถยนต์” เป็น การพัฒนาและปรับปรุงระบบงานตรวจสอบและควบคุมให้เกิดการใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นบูรณาการด้าน โครงสร้างข้อมูล การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์หาคุณค่าจากข้อมูล การแจ้งเตือนเหตุการณ์ผิดปกติ เพื่อนํามาใช้ใน ภารกิจการป้องกันและปราบปรามน้ํามันและผลิตภัณฑ์น้ํามันที่ส่งไปจําหน่ายต่างประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพการ
    จัดเก็บภาษีสรรพสามิต
    สถิติการตรวจปล่อยน้ํามันและผลิตภัณฑ์น้ํามันที่นําไปจําหน่ายต่างประเทศ ณ ด่านปลายทาง
    การส่งออก จํานวน ๓๐ ท่าน ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ - ๒๕๖๗
    ปริมาณน้ํามัน (ล้านลิตร)
    ปีงบประมาณ
    จํานวนการขนส่งทางรถยนต์ (คัน)
    ๒๕๖๓
    ๔๘,๙๕๒
    ๑,๘๘๕.๙๓
    ๒๕๖๔
    ๕๐,๖๓๔
    ๒,๐๑๔.๑๔
    ๒๕๖๕
    ๕๒,๔๕๖
    ๒,๑๐๖.๐๗
    ๒๕๖๖
    ๕๑,๓๐๒
    ๒,๒๐๕.๘๒
    ๒๕๖๗
    ๕๙,๒๑๓
    ๒,๔๓๒.๖๖
    รวมทั้งสิ้น
    ๒๖๒,๕๕๗
    ๑๐,๖๔๔.๖๒
    ๒. วัตถุประสงค์
    ๒.๑
    ๒.๒
    ๒.๓
    ๒.๔
    ๒.๕
    ๒.๖
    ๒.๗
    เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีระบบตรวจสอบ ควบคุม ต้นทางและปลายทางการส่งออก น้ํามัน และระบบงานตรวจปล่อยรถขนส่งน้ํามันสถานีปลายทางด้วยรหัส QR Code ให้สามารถ
    รองรับความต้องการของผู้ใช้ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบฐานข้อมูลของระบบงานที่ใช้ในการปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัย ของข้อมูลอยู่บนโครงข่ายพื้นฐาน และระบบเครือข่ายที่ทันสมัย สามารถรองรับการเก็บและ วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
    เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการกลางแบบบูรณาการที่กรมสรรพสามิตใช้สนับสนุนการวางแผน การตัดสินใจและกําหนดนโยบายที่เกี่ยวกับสินค้าประเภทน้ํามันและผลิตภัณฑ์น้ํามัน เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบงานวิเคราะห์ข้อมูลการส่งน้ํามันและผลิตภัณฑ์น้ํามันไปจําหน่าย
    ต่างประเทศทางรถยนต์ สามารถสร้างความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.
    ๒๕๖๕ ให้มีประสิทธิภาพ โดยกําหนดวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งรวมถึงมาตรฐานข้อมูลด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารที่หน่วยงานของรัฐจะต้องใช้และปฏิบัติให้สอดคล้องกัน เชื่อมโยงถึงกันได้ มีความมั่นคงปลอดภัย และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้
    เพื่อจัดหาอุปกรณ์ทดแทนในระบบเดิมที่มีอยู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของระบบให้มี
    ความเสถียรภาพมากขึ้น
    เพื่อจัดหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพป้องกันการบุกรุก
    คุกคามทางไซเบอร์
    (๑)…..
    (๓)..
    ๓. วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง
    กรมสรรพสามิตใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ๔. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
    ๔.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๔.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๔.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๔.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนด ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
    กรมบัญชีกลาง
    ๔.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงาน เป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการ ของนิติ บุคคลนั้นด้วย ๔.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
    และ การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๔.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๔.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมสรรพสามิต ณ วัน
    ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    การแข่งขัน
    ๔.๔. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้
    ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน
    สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วม ค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือ หนังสือเชิญชวนกรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใด
    รายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบ อํานาจสําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้
    ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
    (๑).(…?
    (16). V (11) (๓)..
    ๔.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง ๔.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้อง มีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนองบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงิน ย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติ บุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจ
    การค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
    ซึ่งจะอยู่ในช่วง
    เดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วง ของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือน พฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง
    ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ มูลค่าการ จัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
    (๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่ เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะ การจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
    ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ ไม่เพียงพอที่ จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคาร แห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่
    เกิน ๙๐ วัน)
    (๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
    (๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
    (๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
    พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
    (๑) .35
    (๒)
    (m)……
    -&-
    ๔.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจเป็นผู้พัฒนา หรือออกแบบติดตั้ง หรือผู้ผลิต หรือจําหน่าย หรือเช่า หรือให้เช่าซื้อ ทางด้านระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือระบบสื่อสาร โดยมีหลักฐานการจดทะเบียนซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ออกให้หรือรับรองให้ไม่เกิน 5 เดือน นับจนถึงวันยื่นเอกสารเสนอราคา ๔.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องเคยมีผลงานด้านการพัฒนาและติดตั้งระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับบริหาร จัดการข้อมูลน้ํามัน ปริมาณน้ํามัน หรือ การบริหารจัดการข้อมูล หรือ วิเคราะห์ข้อมูล หรือ อื่นๆที่
    เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ส่งมอบและตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันยื่นเอกสารประกวด ราคา โดยมีผลงานไม่ต่ํากว่า ๒๐,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) จํานวน ๑ สัญญา และเป็น ผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ โดยต้องเสนอสําเนาเอกสารสัญญาพร้อม
    เอกสารแนบท้ายสัญญา และหนังสือรับรองผลงาน จากหน่วยงานเจ้าของงาน ซึ่งลงนามโดยหัวหน้า ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เจ้าของงานนั้น ๆ
    ๕. ขอบเขตและรายละเอียดของงาน
    กรมสรรพสามิตมีความประสงค์จะจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ สําหรับโครงการพัฒนาและ ปรับปรุงระบบตรวจสอบ ควบคุม ป้องกันและปราบปราม การส่งออกสินค้าประเภทน้ํามันไปจําหน่ายต่างประเทศ ทางรถยนต์ โดยมีขอบเขตและรายละเอียดของงาน ดังนี้
    ๕.๑ รายละเอียดหลักเกณฑ์และข้อกําหนด ตามเอกสารหมายเลข ๑
    ๕.๒ คุณลักษณะเฉพาะ ตามเอกสารหมายเลข ๒
    ๕.๓ การฝึกอบรมและการสนับสนุน ตามเอกสารหมายเลข ๓
    ๕.๔ การบํารุงรักษา การซ่อมแซม และการแก้ไข ตามเอกสารหมายเลข ๔ ๕.๕ รายละเอียดข้อเสนอด้านคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ตามเอกสารหมายเลข ๕
  1. ระยะเวลาดําเนินการ
    ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการออกแบบและพัฒนาระบบงานโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบตรวจสอบ
    ควบคุม ป้องกันและปราบปราม การส่งออกสินค้าประเภทน้ํามันไปจําหน่ายต่างประเทศทางรถยนต์ ตลอดจน ระบบงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่กําหนดไว้ในเอกสารหมายเลข ๒ ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ภายในระยะเวลา ๓๖๐ (สามร้อยหกสิบ) วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง
    ๗. การส่งมอบงาน
    ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานตามงวดงาน ดังนี้
    งวดงานที่ ๑ ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    ๑. เอกสารแผนการดําเนินงานซึ่งระบุกิจกรรม เวลา และผู้รับผิดชอบ
    ๒. ผลการศึกษาวิเคราะห์ความต้องการของระบบงาน (System Requirement Specification)
    ๓. เอกสารรายละเอียดอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการ
    ๔. USB Flash Drive บรรจุรายละเอียดเอกสารตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ จํานวน ๓ ชุด
    (๑) »
    (๒) (๓)
    (on)…….