จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างเหมาติดตั้งระบบตรวจวัดปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ส่วนอุทกวิทยา เลขที่ พด.(EB.จ)21/2569 (สบอ.)

กรมชลประทาน 68089565152
฿21,523,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 8 มิ.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างเหมาติดตั้งระบบตรวจวัดปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยกรมชลประทานมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมคุณภาพน้ำ ลดการสูญเสียและประหยัดทรัพยากรน้ำ ขอบเขตงานครอบคลุมถึงการจัดหาและพัฒนาโปรแกรมฐานข้อมูลและเว็บไซต์สำหรับแสดงผลรายงานแบบ Online การเช่า GPRS สำหรับสถานีสนามเป็นเวลา 1 ปี การจัดหาครุภัณฑ์ เช่น เครื่องวัดกระแสน้ำ เครื่องวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้ากระแสตรง และตู้เหล็กกันน้ำ การติดตั้งเครื่องมือต่างๆ ให้ได้มาตรฐาน รวมถึงการสำรวจภาคสนามเพื่อจัดทำสมการ Index Velocity และรูปตัดลำน้ำ การโยงราคาระดับ และติดตั้งเสาวัดระดับน้ำ นอกจากนี้ยังรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและอบรมการใช้งานระบบแก่เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน โครงการนี้มีวงเงินงบประมาณ 21,523,000.00 บาท และจะพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาเป็นสำคัญ

English summary

This project involves the procurement and installation of an automatic water quantity and quality monitoring system for the Lower Chao Phraya River Basin. The objective is to enhance drainage and water management efficiency, as well as water quality control, through an online reporting system. The scope of work includes software development (database, website), GPRS rental for field stations, procurement of equipment (current meters, water quality meters, DC power systems, waterproof cabinets), installation of instruments, field surveys for Index Velocity equations and cross-sections, water level benchmark establishment, and technology transfer/training for Department of Royal Irrigation personnel. The project budget is 21,523,000.00 Baht, and the selection criteria will be based on price.

สถานที่ดำเนินการ

ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • จัดหาพร้อมติดตั้งระบบตรวจวัดปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
  • รายงานผลแบบ Online
  • เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ
  • ควบคุมคุณภาพน้ำ
  • ลดการสูญเสียและประหยัดทรัพยากรน้ำ

ขอบเขตของงาน

  • จัดทำโปรแกรม Data Base และ Web Service เพื่อเชื่อมต่อ
  • จัดทำเว็บไซต์และรูปแบบรายงานที่สามารถ Export ข้อมูลในรูปแบบ Excel และกราฟ
  • เช่า GPRS ของสถานีสนามเป็นเวลา 1 ปี
  • จัดหาครุภัณฑ์:
    • เครื่องวัดกระแสน้ำ แบบคลื่นเสียง ความถี่ 300 KHz จำนวน 11 เครื่อง
    • เครื่องวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติใช้งานระบบโทรมาตร จำนวน 2 เครื่อง
    • ระบบไฟฟ้ากระแสตรง จำนวน 7 สถานี (สำรองไฟได้ 7 วัน)
    • ตู้เหล็กกันน้ำ จำนวน 6 สถานี (ขนาดไม่น้อยกว่า กว้าง 70 ซม. ลึก 45 ซม. สูง 170 ซม.)
  • ติดตั้งเครื่องมือ:
    • ติดตั้งเครื่องวัดกระแสน้ำแบบคลื่นเสียง ความถี่ 300 KHz จำนวน 11 สถานี
    • ติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพน้ำหลายตัวแปร จำนวน 2 สถานี (พร้อมสอบเทียบ Sensor)
    • เชื่อมต่อและปรับแต่งระบบ จำนวน 11 สถานี (แสดงผลทุก 15 นาที)
  • งานสำรวจ:
    • งานวัดปริมาณน้ำ Index Velocity แบบ Full loop จำนวน 11 สถานี
    • จัดทำรูปตัดลำน้ำที่เป็นปัจจุบันของจุดที่ทำการตรวจวัดแต่ละสถานี
    • โยงราคาระดับ โดยวิธีการระดับชั้น 3
    • ติดตั้งเสาวัดระดับน้ำ
  • งานถ่ายทอดเทคโนโลยีและอบรมใช้งานระบบ (อย่างน้อย 2 ครั้ง, ครั้งละ 16 ชั่วโมง, ผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 10 คน)
    • การใช้เครื่องมือวัดทางอุทกวิทยาและการสื่อสาร
    • การใช้งานโปรแกรมสำหรับงานสถานีสนาม
    • ฝึกปฏิบัติงานจริง (ติดตั้ง, ใช้งาน, บำรุงรักษา)
    • จัดทำคู่มือการใช้งาน, ปรับแต่งระบบ, และบำรุงรักษา (ภาษาไทยพร้อม CD)
    • จัดทำวีดีทัศน์การใช้งาน, ปรับแต่งระบบ, และบำรุงรักษาเครื่องวัดปริมาณน้ำ
  • ติดตั้งระบบ ณ สถานีสนาม 11 สถานี (ตามรายละเอียดที่ระบุใน TOR)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบฐานข้อมูล (Data Base) ที่สมบูรณ์และสามารถเรียกใช้ข้อมูลได้
  • เว็บไซต์แสดงผลข้อมูลพร้อมรูปแบบรายงานที่สามารถ Export ได้
  • ซิมการ์ด GPRS สำหรับสถานีสนาม (เช่า 1 ปี)
  • ครุภัณฑ์และอุปกรณ์ตามรายการที่ระบุ
  • เครื่องมือที่ติดตั้งอย่างสมบูรณ์และพร้อมใช้งาน
  • สมการ Index Velocity และรูปตัดลำน้ำที่เป็นปัจจุบัน
  • เสาวัดระดับน้ำที่ติดตั้งอย่างมั่นคง
  • คู่มือการใช้งาน, ปรับแต่งระบบ, และบำรุงรักษา (ภาษาไทยพร้อม CD)
  • วีดีทัศน์การใช้งาน, ปรับแต่งระบบ, และบำรุงรักษาเครื่องวัดปริมาณน้ำ
  • รายงานผลการสอบเทียบ Sensor เครื่องวัดคุณภาพน้ำ
  • รายงานผลการสำรวจค่าปริมาณน้ำเพื่อจัดทำสมการ Index Velocity
  • เอกสารรายงานรูปตัดลำน้ำ
  • เอกสารรายงานการโยงราคาระดับ
  • แผนการทำงาน
  • แผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการ: 270 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง
  • งวดที่ 1: ส่งมอบพัสดุตามรายการลำดับที่ 3.1.2 ภายใน 120 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 2: ส่งมอบงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 270 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  • Standards Compliance: ไม่ระบุเฉพาะเจาะจง (แต่การติดตั้งเครื่องมือต้องเป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิตและมาตรฐานอุปกรณ์ตรวจวัด)
  • Experience: ไม่ระบุเฉพาะเจาะจง (แต่ต้องเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงาน)
  • Previous Project Cost: ไม่ระบุเฉพาะเจาะจง
  • Technical Capabilities:
    • ความสามารถในการจัดทำระบบฐานข้อมูล (Data Base)
    • ความสามารถในการพัฒนา Web Service เพื่อเชื่อมต่อ
    • ความสามารถในการจัดทำเว็บไซต์และรูปแบบรายงาน
    • ความสามารถในการจัดหาและเช่า GPRS
    • ความสามารถในการจัดหาครุภัณฑ์ตาม Spec. ที่กำหนด
    • ความสามารถในการติดตั้งเครื่องมือวัดต่างๆ ให้ได้มาตรฐาน
    • ความสามารถในการสำรวจภาคสนามเพื่อจัดทำสมการ Index Velocity และรูปตัดลำน้ำ
    • ความสามารถในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและอบรม
  • Personnel: ไม่ระบุเฉพาะเจาะจง (แต่ต้องมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน)
  • Joint Venture Requirements:
    • กรณีมีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ต้องกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่ารายอื่น
    • กรณีมีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักเพียงรายเดียว
    • กรณีไม่มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน
    • กรณีมอบหมายผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
    • กรณีไม่ได้มอบหมาย ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจ
  • Financial Requirements:
    • นิติบุคคล (จดทะเบียนเกิน 1 ปี): มูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิหักหนี้สินสุทธิ) ต้องเป็นบวกติดต่อกัน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • นิติบุคคล (ยังไม่รายงานงบ): ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ณ วันยื่นข้อเสนอ
    • บุคคลธรรมดา: มีเงินฝากในบัญชีธนาคารเป็นบวก 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ณ วันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีขาดคุณสมบัติทางการเงิน: สามารถใช้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ (ออกให้ไม่เกิน 90 วันก่อนยื่นข้อเสนอ)
    • ยกเว้น: หน่วยงานของรัฐ, นิติบุคคลที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ

เกณฑ์การพิจารณา

หลักเกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบตรวจวัดปริมาณน้ำ: เครื่องวัดกระแสน้ำแบบคลื่นเสียง ความถี่ 300 KHz จำนวน 11 เครื่อง พร้อมการติดตั้งที่มั่นคงแข็งแรงและสามารถบำรุงรักษาได้สะดวก รวมถึงการสำรวจค่าปริมาณน้ำเพื่อจัดทำสมการ Index Velocity และปรับแต่งค่าตรวจวัด
  • ระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำ: เครื่องวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติใช้งานระบบโทรมาตร จำนวน 2 เครื่อง พร้อมการติดตั้งด้วยวัสดุที่ทนทาน สามารถปรับระดับตามน้ำได้ และมีการสอบเทียบ Sensor ก่อนติดตั้งและส่งมอบ
  • ระบบไฟฟ้า: ระบบไฟฟ้ากระแสตรงสำหรับสถานีตรวจวัดที่สามารถสำรองไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 7 วัน
  • ตู้เก็บอุปกรณ์: ตู้เหล็กกันน้ำสำหรับใช้งานภายนอกอาคาร ขนาดเหมาะสม ป้องกันสนิม
  • การเชื่อมต่อและส่งข้อมูล: การเชื่อมต่ออุปกรณ์ให้ทำงานสมบูรณ์ เชื่อมต่อข้อมูลไปยังระบบฐานข้อมูลและเว็บไซต์ แสดงผลทุก 15 นาที
  • การสำรวจภาคสนาม: การจัดทำรูปตัดลำน้ำที่เป็นปัจจุบัน, การโยงราคาระดับ, การติดตั้งเสาวัดระดับน้ำที่มั่นคง
  • ซอฟต์แวร์: การจัดทำฐานข้อมูล, เว็บไซต์แสดงผล, และ Web Service เพื่อการเชื่อมต่อ

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งออกเป็น 2 งวด
    • งวดที่ 1: ร้อยละ 60 ของค่าจ้างทั้งหมด เมื่อส่งมอบพัสดุตามรายการ 3.1.2 แล้วเสร็จภายใน 120 วัน
    • งวดสุดท้าย: ร้อยละ 40 ของค่าจ้างทั้งหมด เมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วเสร็จตามสัญญาและตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วง
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญา (นอกเหนือจากจ้างช่วง): รายวัน ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 1 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงานครบถ้วน
  • การซ่อมแซม: ต้องซ่อมให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 15 วัน หากไม่สามารถซ่อมได้ ต้องจัดหาเครื่องทดแทนภายใน 1 เดือน
  • การใช้พัสดุภายในประเทศ: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด
  • การจัดทำแผนการทำงาน: ภายใน 15 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
  • การโอนสิทธิเรียกร้อง: เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมกำหนด (คำสั่งกรมที่ 98/2562)
  • การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน: เป็นไปตามแนวทางที่กรมกำหนด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    • A: เพื่อจัดหาพร้อมติดตั้งระบบตรวจวัดปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง พร้อมรายงานผลแบบ Online เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและการบริหารจัดการน้ำ
    • Q: ขอบเขตงานครอบคลุมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยหรือไม่?
    • A: ใช่ครับ โครงการรวมถึงการจัดทำโปรแกรม Data Base, Web Service และเว็บไซต์สำหรับแสดงผลรายงาน
    • Q: อุปกรณ์หลักที่ต้องจัดหาและติดตั้งมีอะไรบ้าง?
    • A: เครื่องวัดกระแสน้ำแบบคลื่นเสียง, เครื่องวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ, ระบบไฟฟ้ากระแสตรง, และตู้เหล็กกันน้ำ
    • Q: การติดตั้งเครื่องวัดกระแสน้ำต้องมีข้อกำหนดพิเศษอย่างไร?
    • A: ต้องติดตั้งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ไม่ส่งผลกระทบต่อการตรวจวัดค่าตามมาตรฐานผู้ผลิต และสามารถถอดประกอบเพื่อบำรุงรักษาได้สะดวก โดยต้องเสนอแบบติดตั้งก่อนดำเนินการ
    • Q: การสอบเทียบ Sensor เครื่องวัดคุณภาพน้ำใครเป็นผู้รับผิดชอบ?
    • A: ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาน้ำยาและอุปกรณ์ในการสอบเทียบ รวมถึงการปรับตั้งค่าอุปกรณ์ และต้องแสดงรายงานผลการสอบเทียบต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    • Q: งานสำรวจภาคสนามครอบคลุมอะไรบ้าง?
    • A: งานวัดปริมาณน้ำ Index Velocity, การจัดทำรูปตัดลำน้ำ, การโยงราคาระดับ, และการติดตั้งเสาวัดระดับน้ำ
    • Q: การถ่ายทอดเทคโนโลยีและอบรมมีระยะเวลานานเท่าใด?
    • A: อย่างน้อย 16 ชั่วโมง (2 วัน) ต่อครั้ง และต้องจัดอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมครั้งละไม่น้อยกว่า 10 คน
    • Q: การจ่ายค่าจ้างแบ่งออกเป็นกี่งวด และมีเงื่อนไขอย่างไร?
    • A: แบ่งเป็น 2 งวด งวดแรก 60% เมื่อส่งมอบพัสดุตามรายการ 3.1.2 ภายใน 120 วัน และงวดสุดท้าย 40% เมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญา
    • Q: อัตราค่าปรับกรณีปฏิบัติผิดสัญญาเป็นเท่าใด?
    • A: รายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง (ยกเว้นกรณีจ้างช่วง)
    • Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติทางการเงินอย่างไร?
    • A: ขึ้นอยู่กับประเภทของผู้ยื่นข้อเสนอ (นิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี, นิติบุคคลที่ยังไม่รายงานงบ, บุคคลธรรมดา) โดยอาจต้องมีมูลค่าสุทธิ, ทุนจดทะเบียน, หรือเงินฝากตามเกณฑ์ที่กำหนด หรือสามารถใช้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อมาสนับสนุนได้

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)

  1. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
    1.1 ชื่อโครงการ
    จ้างเหมาติดตั้งระบบตรวจวัดปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ส่วนอุทกวิทยา
    1.2 ความเป็นมา
    กรมชลประทาน โดยสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา ได้ดำเนินการโครงการตรวจวัดคุณภาพน้ำ โดยมีการตรวจวัดอัตโนมัติเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำและปริมาณน้ำ ให้มีข้อมูลเป็นปัจจุบัน การปรับปรุงจะเป็น การเพิ่มเพิ่มศักยภาพของระบบให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ควบคุมคุณภาพน้ำ ลดการสูญเสียและประหยัดทรัพยากรน้ำ
    1.3 วัตถุประสงค์
    เพื่อจัดหาพร้อมติดตั้งระบบตรวจวัดปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติในลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมรายงานผลแบบ Online เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการน้ำ
    1.4 วงเงินงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เป็นจำนวนเงิน 21,523,000.00 บาท (ยี่สิบเอ็ด ล้านห้าแสนสองหมื่นสามพันบาทถ้วน)
  2. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    2.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    2.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    2.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    2.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    2.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 2.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    2.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 2.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมชลประทาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการเสนอราคาครั้งนี้
    2.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    2.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
  • 2 -
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า
    2.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 2.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 ปีสุดท้ายก่อนวัน ยื่นข้อเสนอ
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท (3) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากบัญชี เงินฝากธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากเป็นบวกในมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณที่ยื่น ข้อเสนอในครั้งนั้น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝาก ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อมาสนับสนุนให้มูลค่าสุทธิ ของกิจการ (Net Worth) ไม่ติดลบ หรือให้มีสภาพคล่องที่ดีจนเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้าประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงาน สาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90วัน)
    (5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
    (5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
    (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
  • 3 -
  1. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
    3.1 รายละเอียดขอบเขตของงาน
    3.1.1 จัดหาและพัฒนาโปรแกรม
    3.1.1.1 จัดทำโปรแกรมData Base
    ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดทำระบบฐานข้อมูล (Data Base) ของกรมตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกำหนด โดยข้อมูลดังกล่าวต้องมีความครบถ้วนตามวัตถุประสงค์และสามารถเรียกใช้ข้อมูลได้รวมถึงจัดทำ Web Service เพื่อพัฒนาเชื่อมต่อได้
    3.1.1.2 จัดทำเว็บไซด์และรูปแบบรายงาน
    ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดทำเว็บไซต์เพื่อแสดงผลและค่าของข้อมูลงานจากข้อ 3.1.1.1 ให้สามารถใช้งานได้สะดวก รวดเร็ว ครบถ้วนและถูกต้อง สามารถนำออกข้อข้อมูลได้ทั้งในรูปแบบ Excel และกราฟ ตามที่คณะกรรมการกำหนด
    3.1.1.3 เช่าGPRSของสถานีสนาม 1 ปี
    ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาซิมการ์ด GPRS ของสถานีสนาม และดำเนินการเช่าให้กรมทั้งหมด ไม่น้อยกว่า 1 ปี (12 เดือนนับจากวันเปิดใช้งาน) และทำการส่งมอบให้กรมดำเนินการต่อ
    3.1.2 จัดหาครุภัณฑ์และอุปกรณ์
    3.1.2.1 เครื่องวัดกระแสน้ำ แบบคลื่นเสียง ความถี่ 300 KHz จำนวน 11 เครื่อง
    Spec.หมายเลข6705-0903-0013 รายละเอียดตามเงื่อนไขเฉพาะ
    3.1.2.2 เครื่องวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติใช้งานระบบโทรมาตร จำนวน 2 เครื่อง
    Spec.หมายเลข6605-0903-0045 รายละเอียดตามเงื่อนไขเฉพาะ
    3.1.2.3 ระบบไฟฟ้ากระแสตรง จำนวน 7 สถานี ระบบไฟฟ้ากระแสตรงตามมาตรฐานอุปกรณ์ตรวจวัดและต้องสามารถสำรองกระแสไฟฟ้าใช้งานได้ในกรณี ไม่สามารถประจุไฟได้อย่างน้อย 7 วัน
    3.1.2.4 ตู้เหล็กกันน้ำ จำนวน 6 สถานี เป็นตู้เหล็กกันน้ำสำหรับใช้งานภายนอกอาคาร มีการทำสีเพื่อป้องกันสนิม ขนาดไม่น้อยกว่า กว้าง 70 ซม. ลึก 45 ซม. สูง 170 ซม.
    3.1.3 งานติดตั้งเครื่องมือ
    3.1.3.1 ติดตั้งเครื่องวัดกระแสน้ำแบบคลื่นเสียง ความถี่ 300 KHz จำนวน 11 สถานี ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดกระแสน้ำแบบคลื่นเสียง ความถี่ 300 KHz จำนวน 11 สถานี ให้มีความมั่นคงแข็งแรงไม่ส่งผลกระทบต่อการตรวจวัดค่าตามมาตรฐานผู้ผลิต และสามารถถอดประกอบเครื่องวัดดังกล่าวเพื่อบำรุงรักษาได้สะดวก โดยก่อนติดตั้งผู้รับจ้างต้องเสนอแบบ ติดตั้งต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนดำเนินการ
    3.1.3.2 ติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพน้ำหลายตัวแปร จำนวน 2 สถานี
    ผู้รับจ้างต้องดำเนินติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพน้ำตามมาตรฐานด้วยวัสดุที่มีความคงทน แข็งแรงและสามารถขึ้นลงตามระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงได้ รวมทั้งสอบเทียบ sensor เครื่องวัดคุณภาพน้ำหลายตัวแปร ก่อนติดตั้งและก่อนส่งมอบงาน โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาน้ำยาและอุปกรณ์ในการสอบเทียบ ปรับตั้งค่าอุปกรณ์ หลังสอบเทียบ พร้อมทั้งตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์สถานีสนาม จำนวน 2 สถานี และแสดงรายงานผล การสอบเทียบต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
  • 4 -
    3.1.3.3 เชื่อมต่อและปรับแต่งระบบ จำนวน 11 สถานี
    ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆของสถานีตรวจวัดให้ทำงานได้อย่าง ถูกต้องสมบูรณ์และเชื่อมต่อข้อมูลไปยังระบบฐานข้อมูล และเว็บไซต์ รวมทั้งปรับตั้งค่าการตรวจวัดแสดงผล ทุก 15 นาที
    3.1.4 งานสำรวจ 3.1.4.1 งานวัดปริมาณน้ำ Index Velocity แบบ Full loop จำนวน 11 สถานี
    งานจัดทำ Index Velocity สำหรับเครื่องวัดกระแสน้ำ แบบคลื่นเสียง ความถี่ 300 KHz พร้อมปรับแต่งค่าตรวจวัด จำนวน 11 สถานี
    ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการสำรวจค่าปริมาณน้ำเพื่อจัดทำสมการ Index Velocity โดยแสดงผลค่า B1 และ B2 เพื่อปรับค่าการตรวจวัดปริมาณน้ำ โดยการสำรวจให้ดำเนินการโดยครอบคลุม ระดับน้ำที่มีการเปลี่ยนแปลงตามลักษณะกายภาพของสถานี (ระดับน้ำสูงสุด-ระดับน้ำต่ำสุด)

3.1.4.2 งานจัดทำรูปตัดลำน้ำ
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดทำรูปตัดลำน้ำที่เป็นปัจจุบันของจุดที่ทำการตรวจวัดในแต่ละสถานี ภายใน 120วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำเอกสารรายงานคณะกรรมการตรวจรับพิจารณา 3.1.4.3 โยงราคาระดับ โดยวิธีการระดับชั้น 3
3.1.4.4 งานติดตั้งเสาวัดระดับน้ำ
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้งเสาวัดระดับน้ำให้มีความเหมาะสม มั่นคง ปลอดภัยและโยงราคาระดับ รทก. ส่งมอบภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
3.1.5 งานถ่ายทอดเทคโนโลยีและอบรมใช้งานระบบ
3.1.5.1 อบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบโทรมาตร
ผู้รับจ้างมีหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานที่เกี่ยวข้อง มีความเข้าใจ สามารถใช้งานระบบ และบำรุงรักษา ทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความรู้พื้นฐานจากโครงการฯ ในการปรับปรุงพัฒนาระบบงานในอนาคตต่อไป โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยี อย่างน้อย ประกอบด้วย - การใช้เครื่องมือวัดทางอุทกวิทยาและการสื่อสารในโครงการ

  • การใช้งานโปรแกรมสำหรับงานที่จำเป็นของสถานีสนาม
  • ฝึกปฏิบัติงานจริงทั้งในเรื่องการติดตั้ง การใช้งานและการบำรุงรักษา
  • จัดทำคู่มือการใช้งาน ปรับแต่งระบบ และการบำรุงรักษาเป็นภาษาไทยพร้อม CD
  • จัดทำวีดีทัศน์การใช้งาน ปรับแต่งระบบ และการบำรุงรักษาเครื่องวัดปริมาณน้ำพร้อมอุปกรณ์
  • 5 -
  • ระยะเวลาในการถ่ายทอดเทคโนโลยีไม่น้อยกว่า 16 ชั่วโมง (2 วัน) ต่อครั้ง - การถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังการถ่ายทอดเทคโนโลยีครั้งละ ไม่น้อยกว่า 10 คน
  • การถ่ายทอดเทคโนโลยีต้องมีทั้ง ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
  • ผู้รับจ้างต้องส่งหัวข้อและรายละเอียดให้คณะกรรมการตรวจสอบก่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยี
    พื้นที่เป้าหมายโครงการและตำแหน่งสถานีสนาม จำนวน 11สถานีประกอบด้วย
    ที่
    สถานี
    เครื่องวัด
    กระแสน้ำแบบ
    คลื่นเสียง ความถี่ 300 KHz
    เครื่องวัดคุณภาพน้ำ อัตโนมัติใช้งานระบบ โทรมาตร
    หมายเหตุ
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    วัดจอมเกษ ต.ขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
    สำนักงานสาธารณะสุขจังหวัด ต.หอรัตนไชย
    อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
    วัดเชิงท่า ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา วัดสิงห์สุทธาวาส ต.ช้างน้อย บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา วัดกร่าง ต.ท้ายเกาะ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
    สถานีสูบน้ำดิบสำแล ต.กระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี วัดโสภาราม ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี
    วัดเชิงเลน ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
    วัดเขมาภิรตาราม ต.สวนใหญ่อ.เมือง จ.นนทบุรี สะพานพุทธ แขวงวัดกัลยา เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
    1
    1
    1
    1
    1
    1
    1
    1
    1
    1
    1

1

1

รวม 
11 
2

3.2 เงื่อนไขเฉพาะ (ตามเอกสารแนบท้าย)
3.3 ข้อกำหนดอื่น
(1) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
(2) แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน 3.4 แบบใบแจ้งรายละเอียดพัสดุ (ตามเอกสารแนบท้าย)
4. กำหนดเวลาส่งงาน
กรณีส่งมอบหลายงวด
การส่งมอบงาน แบ่งออกเป็น 2 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 หลังจากผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุตามรายการลำดับที่ 3.1.2 ภายในกำหนดเวลา 120 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง ครบถ้วนถูกต้อง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างทั้งหมด

  • 6 -
    งวดที่ 2 หลังจากส่งมอบงานตามรายการลำดับที่ 3.1.1,3.1.3-3.1.5 และเมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จตามสัญญา ภายในกำหนดเวลา 270 วันนับจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง ครบถ้วนถูกต้อง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินงวดที่ 2 ให้แก่ ผู้รับจ้าง ในส่วนที่เหลือทั้งหมด
  1. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    5.1 (สำหรับการจ้างที่จ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้างแบ่งเป็นงวด)
    กรมชลประทานจะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น 2 งวด ดังนี้ งวดที่ 1 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ลำดับที่ 3.1.2 ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 40 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมด ให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และกรมชลประทานได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
  2. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้กรมชลประทานจะพิจารณา ตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา
  3. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้าง หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้ 7.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กรมชลประทาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น 7.2 กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ 7.1 จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
  4. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์ ดังต่อไปนี้
    รายการครุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ทุกรายการที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานให้แก่กรมชลประทานต้องรับประกัน ความชำรุดบกพร่อง 1 ปี นับถัดจากวันที่ผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานครบถ้วน ถูกต้อง ทั้งสัญญาเรียบร้อยแล้ว และในกรณีที่อุปกรณ์อะไหล่ชำรุดเสียหายต้องมาซ่อมให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ แจ้งความชำรุดบกพร่อง หากไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่อง
    ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาทดแทน ภายใน 1 เดือน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง 9. การส่งเสริมการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่า พัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา โดยต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ เสนอผู้ว่าจ้าง ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน 10. การจัดทำแผนการทำงาน
    คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำ แผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่กรณีสัญญามีอายุไม่เกิน 90 วัน หรือเป็นกรณีสัญญาที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่ง ของสัญญา
  • 7 -
  1. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
    การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน จะกระทำได้ เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมกำหนด ตามคำสั่งกรมชลประทานที่บังคับใช้ในขณะนั้น (ปัจจุบันคำสั่งกรมที่ 98/2562 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2562) ดังนี้
    (1) ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือ ผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
    (2) ผู้รับโอนตามข้อ (1) ดังกล่าวข้างต้น โอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า 12. แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
    การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน ให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีปฏิบัติที่กรมกำหนด (บันทึกกองการเงินและบัญชี ที่ กงบ.1430/2558 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558)
  2. ช่องทางติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน โปรดสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นมายังกรมชลประทาน ผ่านทางอีเมล์voravut_[email protected] หรือช่องทาง ตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด
    (ลงชื่อ)…………………………………………ประธานกรรมการ
    (นายอภิรักษ์ ประดิษฐ)
    (ลงชื่อ)…………………………………………กรรมการ
    (นายปริญญา ศรีอรุณ)
    (ลงชื่อ)…………………………………………กรรมการ
    (นายสุรีย์ พึ่งฉ่ำ)