จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างบำรุงรักษาซ่อมแซมแก้ไขระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมสรรพากร 68089197812
฿21,581,700 ปีงบ 2569 ประกาศ 14 ส.ค. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กรมสรรพากรเปิดประมูลโครงการบำรุงรักษาระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและสำรอง ปี 2569 ด้วยวิธี e-bidding วงเงิน 20.38 ล้านบาท ครอบคลุมการดูแลระบบหลัก 7 ประเภทในศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก (เช่น Precision Air Conditioning, UPS) และ 6 ระบบในศูนย์สำรอง (รวมระบบสุขาภิบาลและความปลอดภัย)

ผู้รับจ้างต้องจัดทีมงานวิศวกรและช่างเทคนิคประจำการ 24 ชั่วโมง พร้อมเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น Thermal Image Camera โดยต้องดำเนินงาน Preventive Maintenance ทุก 3 เดือน และ CM เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลอุปกรณ์และรายงานประจำงวด

โครงการเน้นการรักษาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการประมวลผลแบบไม่หยุดยั้ง พร้อมมาตรการประหยัดพลังงาน ระยะเวลาดำเนินงาน 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569

English summary

The Revenue Department is bidding a maintenance project for primary and backup data center buildings’ support systems with a budget of 20.38 million THB. The project covers 7 critical systems in the main center (including precision AC and UPS) and 6 systems in the backup center (including sanitation and safety systems).

The contractor must provide 24/7 technical teams with specialized equipment like thermal cameras, perform quarterly preventive maintenance, emergency corrective maintenance, and maintain comprehensive equipment databases and periodic reports.

The project emphasizes uninterrupted computing environment with energy efficiency measures, running for 12 months from October 1, 2568 to September 30, 2569.

สถานที่ดำเนินการ

อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ชั้น 5-6 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ และศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • บำรุงรักษาระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก 7 ระบบ
  • บำรุงรักษาระบบสนับสนุนศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง 6 ระบบ
  • ให้บริการแบบ 24/7 ด้วยทีมงานประจำ
  • ดำเนินการ Preventive Maintenance และ Corrective Maintenance
  • จัดทำระบบบันทึกและติดตามประวัติอุปกรณ์อย่างเป็นระบบ

ขอบเขตของงาน

  • บำรุงรักษาเชิงป้องกันทุก 3 เดือน
    • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและแหล่งจ่าย
    • ทำความสะอาดอุปกรณ์
    • ตรวจสอบ software และรายงานข้อผิดพลาด
  • บำรุงรักษาแบบฉุกเฉินเมื่อเกิดปัญหา
  • จัดทีมงานประจำศูนย์ละ 5 คน (3 ผลัด)
    • คุณสมบัติ: วิศวกรหรือช่างมีประสบการณ์
  • จัดทำเอกสาร
    • Logbook/Checklist
    • แผนบำรุงรักษา
    • รายงานประจำงวด
  • จัดเตรียมเครื่องมือเฉพาะทาง
    • กล้องถ่ายภาพความร้อน
    • เครื่องวัดไฟฟ้า
    • เครื่องดูดฝุ่นแบบพิเศษ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบสนับสนุนที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  • รายงานบำรุงรักษาประจำงวด
  • ฐานข้อมูลอุปกรณ์พร้อมประวัติการบำรุงรักษา
  • บัญชีควบคุมอุปกรณ์พร้อมป้ายติดเครื่อง
  • แผนบำรุงรักษาราย 3 เดือน
  • การสำรองข้อมูลระบบความปลอดภัย (สำรอง)

ระยะเวลาดำเนินการ

12 เดือน (1 ตุลาคม 2568 - 30 กันยายน 2569)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ประสบการณ์บำรุงรักษาระบบศูนย์คอมพิวเตอร์ (ไฟฟ้า/ปรับอากาศ/ดับเพลิง)
  • มีผลงานกับหน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/เอกชนชื่อเสียง
    • มูลค่าสัญญาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท (ย้อนหลัง 5 ปี)
  • ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 8 ล้านบาท
  • มีทีมวิศวกร/ช่างคุณสมบัติ:
    • ปริญญาตรีวิศวกรรมฯ + ประสบการณ์ 1 ปี
      หรือ
    • ปวช./ปวส. + ประสบการณ์ 2 ปี
  • ลงทะเบียน e-GP
  • ไม่ถูกระงับสิทธิ์กับหน่วยงานรัฐ

เกณฑ์การพิจารณา

พิจารณาจากราคาต่ำสุด (มีเงื่อนไขได้เปรียบ SMEs และผู้ประกอบการไทย)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบหลักในศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก:
    1. Precision Air Conditioning
    2. Water Leak Detection
    3. Clean Agent Fire Suppression
    4. High Sensitivity Smoke Detection
    5. Building Automation System (BAS)
    6. CCTV
    7. UPS
  • ระบบในศูนย์สำรอง:
    1. ระบบสุขาภิบาล
    2. ระบบไฟฟ้า
    3. ระบบปรับอากาศ
    4. ระบบดับเพลิง
    5. ระบบความปลอดภัย
    6. ระบบโสตทัศนูปกรณ์

เงื่อนไขสัญญา

  • หลักประกันสัญญา 5% ของมูลค่าสัญญา
  • จ่ายเงินตามงวดงานที่ตรวจรับแล้ว
  • ค่าปรับ 0.10% ของค่าจ้าง/วันหากผิดสัญญา
  • ระยะยืนราคา 90 วัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: ต้องจัดเตรียมเครื่องมืออะไรบ้าง?
    A: กล้องถ่ายความร้อน, มิเตอร์วัดไฟฟ้า, วิทยุสื่อสาร, ชุดทดสอบน้ำ, เครื่องดูดฝุ่นแบบดูดน้ำได้

  2. Q: จำนวนบุคลากรขั้นต่ำที่ต้องจัดเตรียม?
    A: ศูนย์ละ 5 คน แบ่งเป็น 3 ผลัด (ผลัดละ 2 คน) ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

  3. Q: ต้องจัดทำเอกสารอะไรบ้าง?
    A: Logbook, Checklist, แผนบำรุงรักษา, รายงานประจำงวด, ฐานข้อมูลอุปกรณ์

  4. Q: มีการบำรุงรักษาแบบใดบ้าง?
    A: แบบป้องกัน (PM ทุก 3 เดือน) และแบบแก้ไขฉุกเฉิน (CM)

  5. Q: ระบบไฟฟ้าที่ต้องบำรุงรักษารวมแบตเตอรี่ UPS หรือไม่?
    A: ไม่รวม ต้องแยกจัดหาแบตเตอรี่ UPS แยกต่างหาก

  6. Q: ต้องทำความสะอาดพื้นที่ใดบ้าง?
    A: ห้องเครื่องชั้น 5-6 (ศูนย์หลัก) และห้องเครื่อง 1-4 (ศูนย์สำรอง) ปีละ 1 ครั้ง

  7. Q: ต้องตรวจสอบระบบใดเป็นพิเศษ?
    A: System Software, ระบบควบคุมไฟฟ้า, การทำงานของอุปกรณ์หลักทั้งหมด

  8. Q: หลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับจ้าง?
    A: ราคาต่ำสุด (โดยให้แต้มต่อ SMEs และผู้ประกอบการไทยตามเงื่อนไข)

  9. Q: เงินประกันเสนอราคาเท่าไร?
    A: 1,079,085 บาท (ประมาณ 5% ของงบประมาณ)

  10. Q: มีการสำรองข้อมูลระบบใดบ้าง?
    A: ระบบ Access Control, CCTV และ BAS ทุกเดือน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน
โครงการจ้างบํารุงรักษาซ่อมแซมแก้ไขระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๑. ความเป็นมา

ด้วยศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง จําเป็นต้องมีการจัดการดูแล สภาพแวดล้อมของระบบคอมพิวเตอร์ที่ดีและปลอดภัย ได้แก่ อุณหภูมิความร้อน ความชื้น การรั่วซึมของน้ํา การป้องกัน ในระบบไฟฟ้า การสํารองการจ่ายไฟฟ้า และการป้องกันอัคคีภัย ฯลฯ โดยได้มีการติดตั้งระบบ สนับสนุนสภาพแวดล้อมเหล่านี้ ณ อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ชั้น ๕ และ ๖ กองเทคโนโลยีสารสนเทศ และที่ศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง เพื่อจะบริหารจัดการระบบสนับสนุนสภาพแวดล้อมให้กับระบบคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ภายในห้องเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถประมวลผลได้อย่างต่อเนื่อง ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และได้รับการซ่อมแซม แก้ไขอย่างทันการณ์หากระบบสนับสนุนสภาพแวดล้อมเกิดขัดข้องหรือเกิดอาการผิดปกติ ดังนั้น เพื่อการเสริมสร้าง ความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพที่ดีให้แก่ระบบคอมพิวเตอร์ จึงจําเป็นต้องจัดจ้างบํารุงรักษาระบบสนับสนุน สภาพแวดล้อม ให้มีการทํางานที่มีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ซึ่งประกอบไปด้วยระบบสนับสนุนสภาพแวดล้อม ดังต่อไปนี้
๒. วัตถุประสงค์
๑.๑ ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ซึ่งประกอบด้วยระบบหลักที่จําเป็นต่าง ๆ ดังนี้
(๑) ระบบเครื่องปรับอากาศควบคุมความชื้นอัตโนมัติ (Precision Air Conditioning System) (๒) ระบบตรวจจับและแจ้งเตือนเมื่อเกิดการรั่วซึมของน้ํา (Water Leak Sensor System) (๓) ระบบสารสะอาดดับเพลิง (Clean Agent Fire Suppression System) (๔) ระบบสัญญาณแจ้งเตือนอัคคีภัยความไวสูง (High Sensitivity Smoke Detector System) (๕) ระบบบริหารอาคารอัตโนมัติ (Building Automation System : BAS)
(๖) ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV System)
(๗) ระบบไฟฟ้าและเครื่องสํารองไฟฟ้า (Uninterruptible Power Supply : UPS) ๑.๒ ศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง ซึ่งประกอบด้วยระบบหลักที่จําเป็นต่าง ๆ ดังนี้
(๑) ระบบสุขาภิบาล
(๒) ระบบไฟฟ้า
(๓) ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
(๔) ระบบดับเพลิง
(๕) ระบบความปลอดภัย
(๖) ระบบโสตทัศนูปกรณ์
เพื่อจัดจ้างดูแลบํารุงรักษาระบบสนับสนุนสภาพแวดล้อมของระบบคอมพิวเตอร์ภายในอาคาร
ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก และศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง ให้มีการทํางานที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงการประหยัดพลังงานด้วย จึงต้องจัดจ้างช่างเทคนิคโดยตรงเพื่อให้ดูแลบํารุงรักษาระบบดังกล่าวโดยมีรายการ อุปกรณ์ที่ต้องบํารุงรักษาตามบัญชีรายการที่ปรากฏใน ภาคผนวก ก และ ภาคผนวก ง
ระยะเวลาในการบํารุงรักษา ๑๒ เดือน สําหรับปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ (ตั้งแต่วันที่
๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙)
A
/๓. คุณสมบัติ…

ผล ส่
๓. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
ดังกล่าว
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมสรรพากร ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการ แข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีการจดทะเบียนก่อตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี โดยมีหลักฐานการจดทะเบียน ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ออกให้หรือรับรองให้ไม่เกิน 5 เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านบริการบํารุงรักษาอุปกรณ์หลักที่จําเป็นภายในอาคาร ศูนย์คอมพิวเตอร์ ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศควบคุมความชื้น ระบบดับเพลิง และเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่น่าเชื่อถืออย่างน้อย ๑ สัญญา มูลค่างานของสัญญาไม่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงานมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
(0
/๔. ขอบเขต…

  • m -
    ๔. ขอบเขตของงาน
    ๔.๑ ระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก
    ๔.๑.๑
    ผู้รับจ้างต้องบริการบํารุงรักษาระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก พร้อมทั้ง อุปกรณ์ต่าง ๆ ตามรายละเอียดรายการอุปกรณ์ที่ต้องดูแลบํารุงรักษา ใน ภาคผนวก ก รวมถึงชุดควบคุม อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งจัดอยู่ในอุปกรณ์หลักของระบบดังกล่าว
    ๔.๑.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานประจําที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ทุกวันไม่เว้น วันหยุดราชการตลอด ๒๔ ชั่วโมง จํานวน ๓ ผลัด ผลัดละ ๒ คน ในแต่ละวันจะต้องมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ให้ครบ 5 คน ทั้งนี้ ต้องแจ้งรายชื่อให้กรมสรรพากรทราบภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และ กรมสรรพากร มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
    ๔.๑.๒.๑ ต้องมีประสบการณ์ในด้านงานระบบวิศวกรรมไม่น้อยกว่า ๑ ปี และมีวุฒิ ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกลหรือ สาขาไฟฟ้ากําลังหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือ
    ๔.๑.๒.๒ ต่ํากว่าปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์ในด้านงานระบบวิศวกรรมไม่น้อยกว่า ๒ ปี และต้องมีวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาเครื่องกล
    หรือไฟฟ้ากําลังหรือสาขาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๑.๓ ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดทําบัญชีควบคุมรายละเอียดรายการอุปกรณ์ของระบบสนับสนุน อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ที่ต้องบํารุงรักษาตามสัญญานี้ พร้อมติดป้ายหรือสติ๊กเกอร์ที่ตัวเครื่องหรืออุปกรณ์ เพื่อเป็นเครื่องหมายให้ผู้ว่าจ้างเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดทํา Logbook/Checklist และประวัติการบํารุงรักษา ของแต่ละอุปกรณ์ โดยจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งส่งมอบไฟล์ข้อมูลให้กับ กองเทคโนโลยีสารสนเทศทุกงวดงาน และผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ (PC) พร้อมเครื่องสแกนเอกสาร และซอฟต์แวร์การใช้งานเพื่อใช้จัดเก็บฐานข้อมูลดังกล่าว โดยติดตั้ง ณ กองเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสรรพากร
    ๔.๑.๔ ผู้รับจ้างจะต้องให้บริการการบํารุงรักษาอุปกรณ์ของระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก แบบเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) เพื่อเป็นการป้องกันการชํารุดเสียหาย ของระบบ/อุปกรณ์ โดยผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบการทํางานของระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ซึ่งมีรายการอุปกรณ์ ที่ต้องดูแลบํารุงรักษาใน ภาคผนวก ก และให้บริการบํารุงรักษาตามรายละเอียดใน ภาคผนวก ข เป็นประจํา ทุก ๆ ๓ เดือน โดยผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการบํารุงรักษา และเสนอต่อกองเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสรรพากร และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงาน การบํารุงรักษาระบบอํานวยการต่าง ๆ ตามรายละเอียดของรายงานและแบบฟอร์ม ที่ปรากฏใน ภาคผนวก ค และกรมสรรพากรขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงรายงานและแบบฟอร์มการบํารุงรักษาอุปกรณ์ตามความเหมาะสม
    สามารถสรุปเนื้องานการบํารุงรักษา ดังนี้
    ๔.๑.๔.๑ ตรวจสอบชุดควบคุมหรืออุปกรณ์แหล่งจ่ายไฟฟ้าเข้าเครื่อง
    ๔.๑.๔.๒ จัดทําตารางการตรวจเช็ค บํารุงรักษาระบบ และอุปกรณ์ทั้งหมด ๔.๑.๔.๓ ตรวจสอบการทํางานของระบบ
    ๔.๑.๔.๔ ตรวจเช็คสภาพทั่วไปให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยใช้งานได้ปกติ ๔.๑.๔.๕ ทําความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    ๔.๑.๔.๖ ตรวจสอบ System Software และระบบการทํางานของเครื่องรวมถึงรายงาน
    ข้อผิดพลาดต่าง ๆ
    ๔.๑.๕ การดูแลบํารุงรักษาอุปกรณ์ของระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ตามรายการอุปกรณ์ที่ต้องดูแลบํารุงรักษาที่ปรากฏใน ภาคผนวก ก ได้รวมทั้งค่าเดินทาง ค่าอะไหล่อุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไว้ด้วยแล้ว ยกเว้น แบตเตอรี่สําหรับเครื่องสํารองไฟฟ้า
    or
    /๔.๑.๖ ผู้รับจ้าง…
  • ๔ -
    ๔.๑.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานสรุปการบํารุงรักษาและการซ่อมแซมแก้ไขทั้งแบบเชิง ป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) และแบบฉุกเฉิน (Corrective Maintenance : CM) ตามที่กรมสรรพากร กําหนดใน ภาคผนวก ค ส่งกรมสรรพากร ตามงวดการชําระเงินเพื่อใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการเบิกจ่ายเงิน
    ๔.๑.๗ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเครื่องมือสําหรับใช้งานประจําที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักให้เพียงพอ
    ต่อการใช้งานนับตั้งแต่สัญญามีผลบังคับใช้และตลอดระยะเวลาของสัญญาอย่างน้อย ดังนี้
    1

มิเตอร์วัดค่า ORP และชุดทดสอบโอโซน/น้ํากระด้าง (Test Kit) กล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Image Camera)
มิเตอร์วัดไฟฟ้า
วิทยุสื่อสาร CB ๒๔๕ MHz จํานวน ๓ ชุด
เครื่องมือช่างสําหรับใช้ในการบํารุงดูแลรักษาระบบ
อุปกรณ์ทําความสะอาด เช่น เครื่องดูดฝุ่นชนิดที่สามารถดูดน้ําได้
๔.๑.๘ ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดห้องเครื่องคอมพิวเตอร์ชั้น ๕ และชั้น 5 ภายในศูนย์ คอมพิวเตอร์หลักโดยมีการดูดฝุ่นทั้งบนพื้นและใต้พื้น ด้วยความระมัดระวัง อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
๔.๒ ระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง
๔.๒.๑ ผู้รับจ้างต้องบริการบํารุงรักษาระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์สํารองพร้อมทั้ง อุปกรณ์ต่าง ๆ ตามรายละเอียดรายการอุปกรณ์ที่ต้องดูแลบํารุงรักษาใน ภาคผนวก ง รวมถึงชุดควบคุม อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดอยู่ในอุปกรณ์หลักของระบบดังกล่าว
๔.๒.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานประจําที่ศูนย์คอมพิวเตอร์สํารองทุกวันไม่เว้น วันหยุดราชการตลอด ๒๔ ชั่วโมง จํานวน ๓ ผลัด ผลัดละ ๒ คน ในแต่ละวันจะต้องมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ให้ครบ 5 คน ทั้งนี้ ต้องแจ้งรายชื่อให้กรมสรรพากรทราบภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และ กรมสรรพากร มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
๔.๒.๒.๑ ต้องมีประสบการณ์ในด้านงานระบบวิศวกรรมไม่น้อยกว่า ๑ ปี และมีวุฒิ ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกลหรือ สาขาไฟฟ้ากําลังหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือ
๔.๒.๒.๒ ต่ํากว่าปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์ในด้านงานระบบวิศวกรรมไม่น้อยกว่า ๒ ปี และต้องมีวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาเครื่องกล หรือไฟฟ้ากําลังหรือสาขาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๒.๓ ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดทําบัญชีควบคุมรายละเอียดรายการอุปกรณ์ของอาคารศูนย์ คอมพิวเตอร์สํารอง ที่ต้องบํารุงรักษาตามสัญญานี้พร้อมติดป้าย หรือสติกเกอร์ที่ตัวเครื่องหรืออุปกรณ์ เพื่อเป็นเครื่องหมายให้ผู้ว่าจ้างเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดทํา Logbook/Checklist และประวัติการบํารุงรักษา ของแต่ละ อุปกรณ์เข้าแฟ้มให้เรียบร้อยรวมทั้งจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์พร้อมส่งมอบไฟล์ข้อมูล
ให้กองเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสรรพากร ทุกงวดงานโดยเก็บไว้ตลอดระยะเวลาที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง เพื่อใช้อ้างถึงในกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และเพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถใช้ตรวจสอบผลงานการบํารุงรักษาได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ (PC) พร้อมเครื่องสแกน เอกสาร และซอฟต์แวร์ การใช้งานเพื่อใช้จัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ติดตั้ง ณ อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง
๔.๒.๔ ผู้รับจ้างจะต้องให้บริการบํารุงรักษาอุปกรณ์ภายในอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง แบบเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) เพื่อเป็นการป้องกันการชํารุดเสียหายของเครื่อง โดยผู้รับจ้าง จะต้องตรวจสอบการทํางานของระบบสนับสนุนศูนย์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามรายการอุปกรณ์ ที่ต้องดูแลบํารุงรักษาใน ภาคผนวก ง ตามขั้นตอนใน ภาคผนวก จ ทุก ๆ ๓ เดือน โดยผู้รับจ้างต้อง จัดทําแผนการบํารุงรักษาและเสนอต่อกองเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสรรพากร และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
/ภายใน ๑๕…

  • ๕ -
    ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ซึ่งผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานการบํารุงรักษาระบบงานต่าง ๆ ตาม ภาคผนวก ง ตามรายละเอียดของรายงานและแบบฟอร์ม ที่ปรากฏใน ภาคผนวก 2 และกรมสรรพากร ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงรายงาน และแบบฟอร์มการบํารุงรักษาอุปกรณ์ตามความเหมาะสมโดยผู้รับจ้าง ต้องดําเนินการบํารุงรักษาอุปกรณ์ ดังนี้

    ๔.๒.๔.๑ ตรวจสอบชุดควบคุมหรืออุปกรณ์แหล่งจ่ายไฟฟ้าเข้าเครื่อง
    ๔.๒.๔.๒ จัดทําตารางการตรวจเช็ค บํารุงรักษาระบบ และอุปกรณ์ทั้งหมด ๔.๒.๔.๓ ตรวจสอบการทํางานของระบบทุกระบบ
    ๔.๒.๔.๔ ตรวจเช็คสภาพทั่วไปให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยใช้งานได้ปกติ ๔.๒.๔.๕ ทําความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    ๔.๒.๔.๖ ตรวจสอบ System Software และระบบการทํางานของเครื่องรวมถึง
    รายงานข้อผิดพลาดต่าง ๆ ๆ
    หากพบข้อบกพร่องหรือความผิดปกติในการทํางานของ Hardware และ Software
    รายการใด ผู้รับจ้างต้องแก้ไขซ่อมแซมก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่อทั้งระบบ
    ๔.๒.๕ การดูแลบํารุงรักษาอุปกรณ์ภายในอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง ตามรายการอุปกรณ์ ที่ต้องดูแลบํารุงรักษาที่ปรากฏใน ภาคผนวก ง ได้รวมทั้งค่าเดินทาง ค่าอะไหล่อุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไว้ด้วยแล้ว

    ๔.๒.๖ ผู้รับจ้างต้องสํารองข้อมูลของศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง ในลักษณะ System Backup, Application Backup และ Database Backup ของระบบความปลอดภัย ได้แก่ ระบบควบคุม การเข้าออกประตูอัตโนมัติ (Access Control System) ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV System) และระบบบริหารอาคารอัตโนมัติ (Building Automation System : BAS) เป็นประจําทุกเดือน โดยจะต้องสามารถ นํามาทําการกู้คืนระบบ และฐานข้อมูล ให้เป็นปัจจุบัน
    ๔.๒.๗ ผู้รับจ้างต้องให้บริการสนับสนุนบํารุงรักษา และปรับปรุงแก้ไขระบบรายงาน การเข้า-ออก ของเจ้าหน้าที่และผู้มาติดต่อ (Visitor) ของศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง ตามความต้องการของกองเทคโนโลยีสารสนเทศ
    กรมสรรพากร
    ๔.๒.๔ ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดห้องเครื่องคอมพิวเตอร์ ๑ - ๔ ห้องเก็บสื่อบันทึกข้อมูล และห้องอื่น ๆ ที่มีพื้นยก ภายในศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง โดยมีการดูดฝุ่นทั้งบนพื้นและใต้พื้น ด้วยความระมัดระวัง
    อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
    ๔.๒.๙ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเครื่องมือสําหรับใช้งานประจําที่ศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง
    ให้เพียงพอต่อการใช้งานนับตั้งแต่สัญญามีผลบังคับใช้และตลอดระยะเวลาของสัญญาอย่างน้อย ดังนี้
    กล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Image Camera)

มิเตอร์วัดไฟฟ้า
วิทยุสื่อสาร CB ๒๔๕ MHz จํานวน 5 ชุด
เครื่องมือช่างสําหรับใช้ในการบํารุงดูแลรักษาระบบ
อุปกรณ์ทําความสะอาด เช่น เครื่องดูดฝุ่นชนิดที่สามารถดูดน้ําได้
๔.๓ กรณีการบํารุงรักษาแบบฉุกเฉิน (Corrective Maintenance : CM) ตลอด ๒๔ ชั่วโมง คือ การบํารุงรักษาที่เกิดจากการชํารุดของอุปกรณ์เนื่องจากการใช้งานหรือสาเหตุของความผิดพลาดต่าง ๆ การบํารุงรักษาดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องจัดทําขั้นตอนการปฏิบัติงานในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เสนอต่อกองเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสรรพากร ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และจัดให้มีช่างผู้ชํานาญการ มาทําการแก้ไข ซ่อมแซม ดังนี้

D
ลา-
/๔.๓.๑ การซ่อม…ราง
ประกาศกรมสรรพากร
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างบํารุงรักษาซ่อมแซมแก้ไขระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก และศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙

ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมสรรพากร มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการจ้างบํารุงรักษาซ่อมแซมแก้ไข
ระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สํารอง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ราคากลางของงานจ้างในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๐,๓๘๓,๖๙๐.๕๐ บาท (ยี่สิบล้านสามแสนแปดหมื่นสามพันหกร้อยเก้าสิบบาทห้าสิบสตางค์) รวม ภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ในวันที่…..

  1. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด 2. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
    ระหว่างเวลา…………………………………………………….
    เตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
    เลขที่……
  2. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ……
    ….ลงวันที่……
    ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงก่อนวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.rd.go.th หรือ www.
    gprocurement.go.th
    ประกาศ ณ วันที่
    สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
    (นายสุรยุทธ กอบกิจพานิชผล)
    รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน
    อธิบดีกรมสรรพากร
    สําเนาถูกต้อง
    รักชนก ขาวชู (นางสาวรักชนก ขาวชู)
    นักจัดการงานทั่วไปชํานาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๘
    โดย นางสาวรักชนก ขาวชู นักจัดการงานทั่วไป
    ทํานาญการพิเศษร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างโครงการจ้างบำรุงรักษาซ่อมแซมแก้ไขระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์ คอมพิวเตอร์สำรอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
    ตามประกาศ กรมสรรพากร
    ลงวันที่ สิงหาคม ๒๕๖๘
    กรมสรรพากร ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการจ้าง บำรุงรักษาซ่อมแซมแก้ไขระบบสนับสนุนอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนด ดัง ต่อไปนี้
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    1.1 ขอบเขตของงาน
    1.2 แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 1.3 แบบสัญญาจ้างทำของ
    1.4 แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันการเสนอราคา
    (๒) หลักประกันสัญญา
    1.5 บทนิยาม
    (๑) ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    1.6 แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    1.7 แผนการทำงาน
    1.8 แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    2.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    2.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    2.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    2.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง 2.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 2.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    2.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 2.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรม ณ วัน ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    2.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาล ของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    2.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านบริการบำรุงรักษาอุปกรณ์หลักที่จำเป็นภายในอาคารศูนย์ คอมพิวเตอร์ ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศควบคุมความชื้น ระบบดับเพลิง และเป็นผลงานคู่สัญญาโดย ตรงกับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่น่าเชื่อถืออย่างน้อย 1 สัญญา มูลค่าของ สัญญาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ โดยแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงานมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์
    2.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลง ฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้ เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วม ค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อ
    ในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วม ค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    2.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง 2.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อ เสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่
    สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
    (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง แล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติ เบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    2.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีการจดทะเบียนก่อตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยมี หลักฐานการจดทะเบียน ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ออกให้หรือรับรองให้ไม่เกิน 6 เดือน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    2.15 คุณสมบัติอื่นตามรายละเอียดแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่…………………./2569 ลงวันที่…………………………………. ข้อ 1.1 ขอบเขตของ งาน
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐาน ยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียน
    นิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี)
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีผู้ถือหุ้นราย ใหญ่ (ถ้ามี)
    (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนา บัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้าที่มีสิทธิให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1) หรือ (2) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (4) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อ เสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ
    แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอ
    ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของ กิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อ เสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
    (5) เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ
    สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) (6) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.6 (1) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ตามแบบ ในข้อ 1.6 (1) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (1) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือ มอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (๒) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
    (3) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี) (4) สำเนาหนังสือรับรองผลงาน ด้านบริการบำรุงรักษาอุปกรณ์หลักที่จำเป็นภายในอาคาร ศูนย์คอมพิวเตอร์ ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศควบคุมความชื้น ระบบดับเพลิง และเป็นผลงาน คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่น่าเชื่อถืออย่างน้อย 1 สัญญา มูลค่าของแต่ละสัญญาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    (5) เอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา จ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่…………../2569 ลงวันที่………………………………… ข้อ 1.1 ขอบเขตของงาน
    (6) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ 1.6 (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ตามแบบ
    ในข้อ 1.6 (2) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    4.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    4.2 ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและราคาเดียว โดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ท้ายใบเสนอราคาให้ถูก ต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัว หนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้ แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.3 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ ตามที่กำหนดในรายละเอียด แนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่………………/2569 ลงวันที่……………………… ข้อ 1.1 ขอบเขตของงาน
    4.4 ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา รายละเอียดขอบเขตของงาน ฯลฯ ให้ ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาจ้างอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไข ใน เอกสารประกวดราคาจ้างอิเล็กทรอนิกส์
    4.5 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ในวันที่…………………….…….……. ระหว่างเวลา…………………….. น. ถึง…………………… น. และ เวลาในการเสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    4.6 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสารประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความครบถ้วนถูก ต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการ เสนอราคาข้อเสนอให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
    4.7 คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะดำเนินการตรวจสอบ คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตาม ข้อ 1.5 (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่น คณะกรรมการฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ว่า ก่อนหรือ ใน ขณะที่มีการพิจารณาข้อเสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ตามข้อ 1.5 (๒) และคณะกรรมการฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะ กรรมการฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรมจะพิจารณาลงโทษ ผู้ยื่น ข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำ ดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
    4.8 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (1) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (2) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่าย ทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (3) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด (4) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้
    (5) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคาด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th 4.9 ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศโดย ยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาดำเนินการตาม สัญญาไม่เกิน 60 วัน
    4.10 คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาโดย จัดทำแผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ แผนการทำงานให้ถือเป็น เอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    ๕. หลักประกันการเสนอราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน 1,079,085.- บาท (หนึ่งล้าน เจ็ดหมื่นเก้าพันแปดสิบห้าบาทถ้วน)
    5.1 เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้น ชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ยื่นข้อเสนอ หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน 3 วันทำการ
    5.2 หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด
    5.3 พันธบัตรรัฐบาลไทย
    5.4 หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยตามราย ชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกัน ของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำเช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายหรือพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือ ค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่ง ต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรมตรวจสอบความถูกต้องในวันที่………………………………..ระหว่างเวลา 8.30 น. ถึง 16.30 น.
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือค้ำประกัน อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้ร่วมค้ารายที่สัญญาร่วมค้า กำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่กรม ได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน 3 ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำ สัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
    การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใดๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    6.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะพิจารณาตัดสิน โดยใช้หลักเกณฑ์ราคา
    6.2 การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมจะพิจารณาจากราคา รวม
    6.3 หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ 2 หรือยื่นหลักฐานการยื่นข้อเสนอไม่ ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใด เสนอเอกสารทางเทคนิคหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอราย ละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนที่มิ ใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือ เป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น 6.4 กรมสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (2) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.5 ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะกรรมการพิจารณา ผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.6 กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอทั้งหมด
    ก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้าง ในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิก
    การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของ ทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือ ค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอ กระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อ เสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดำเนิน งานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือกรมจะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินงานตาม
    เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือ ค่าเสียหายใดๆ จากกรม
    ๖.7 ก่อนลงนามในสัญญา กรมอาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หากปรากฏ ว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือกมีผลประโยชน์ร่วม กัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา 6.8 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ 10 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ ประกอบการ SMEs
    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญา สะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้น ทะเบียนไว้กับ สสว.
    6.9 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้หน่วยงานของรัฐจัด ซื้อหรือจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทยดังกล่าว
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้
    ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญา สะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้น ทะเบียนไว้กับ สสว.
    ๗. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญา เป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรมยึดถือไว้ในขณะทำ สัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    7.1 เงินสด
    7.2 เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือ ดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓ วันทำการ
    7.3 หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด 7.4 หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยตามราย ชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกัน ของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒)
    7.5 พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรมได้รับมอบไว้แล้ว ๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กรมจะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และ ค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้วให้ แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานถูกต้อง และครบถ้วน ตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง และกรมได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้าย
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่……………/2569 ลงวัน ที่…………………………….. ข้อ 1.1 ขอบเขตของงาน
    ๙. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือจะกำหนด ดังนี้
    9.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
    9.2 กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ 9.1 จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวัน ใน อัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง และตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่…………../2569 ลงวันที่…………………………. ข้อ 1.1 ขอบเขต ของงาน
    ๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะ เวลาตามที่กำหนด โดยผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม ตามที่กำหนดในเอกสารแนบ ท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ ……………/2569 ลงวัน ที่…………………………. ข้อ 1.1 ขอบเขตของงาน
    ๑1. ข้อสงวนสิทธิในการยื่นข้อเสนอและอื่นๆ
    ๑1.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินค่าใช้จ่ายเก็บภาษีท้องถิ่น ปีงบประมาณ พ. ศ. 2569
    การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อกรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงินค่าใช้จ่ายเก็บ ภาษีท้องถิ่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 แล้วเท่านั้น
    ๑1.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือ ไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของ นั้น โดยเรืออื่น ที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยการ ส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑1.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือภายใน เวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา ให้เป็นผู้ทิ้งงาน
    ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑1.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญา หรือข้อตกลงจ้าง เป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    11.5 ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือแย้งกันผู้ ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีสิทธิ เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    11.6 กรมอาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้อง ค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
    (1) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรรแต่ไม่เพียงพอที่จะ ทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (2) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการคัดเลือกมี ผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมหรือ สมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
    (3) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือกระทบต่อ ประโยชน์สาธารณะ
    (4) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (1) (2) หรือ (3) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออก ตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑2. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    13. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กรมสามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้ เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อเสนอ หรือทำสัญญากับกรมไว้ชั่วคราว
    กรมสรรพากร
    สิงหาคม ๒๕๖๘

ระหว่างเวลา น.
ถึง น.
สำเนาถูกต้อง
รักชนก ขาวชู
(นางสาวรักชนก ขาวชู)
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘ โดย นางสาวรักชนก ขาวชู นักจัดการงานทั่วไป ชำนาญการพิเศษ