ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายหมู่ที่ ๑,๕,๙ ตำบลดอนตูม อำเภอบางเลน เชื่อมต่อ ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม
โครงการนี้เป็นงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยใช้วิธี Pavement In-Place Recycling ตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท (กถ-7-603) มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างชั้นทางเดิมให้มีความมั่นคงแข็งแรงและมีประสิทธิภาพในการรับน้ำหนัก โดยมีขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการสำรวจและออกแบบส่วนผสม การขุดซ่อมจุดที่โครงสร้างทางอ่อนแอ (Soft Spot) การปรับปรุงชั้นทางเดิมด้วยการรื้อและคลุกเคล้าวัสดุประสาน (เช่น ปูนซีเมนต์) การบดอัดให้ได้ความแน่นตามมาตรฐาน Modified Proctor Density และการทดสอบกำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength)
ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่การจัดทำแผนปฏิบัติงาน การประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสม การดำเนินการก่อสร้างตามขั้นตอนที่กำหนด รวมถึงการบ่มผิวทางด้วยน้ำเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน ก่อนเปิดการจราจร นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงงานราด Prime Coat และการปูผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตตามมาตรฐาน มทช.230-2545 พร้อมตีเส้นจราจร งานนี้เน้นความถูกต้องทางวิศวกรรมและการควบคุมคุณภาพวัสดุอย่างเข้มงวด โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบและการแก้ไขงานหากผลการทดสอบไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
English summary
This project involves the rehabilitation of asphalt concrete pavement using the Pavement In-Place Recycling method in accordance with Department of Rural Roads standards (Drawing No. กถ-7-603). The scope includes structural assessment, deep patching of soft spots, in-place recycling of existing pavement layers with binding agents (e.g., cement), compaction to meet Modified Proctor Density requirements, and testing for Unconfined Compressive Strength. The contractor is responsible for work planning, material sampling, mix design, construction, curing for at least 7 days, Prime Coat application, and final asphalt concrete paving with traffic markings. Strict quality control and adherence to specified standards are mandatory, with all testing and remedial costs borne by the contractor.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อซ่อมสร้างและปรับปรุงโครงสร้างชั้นทางเดิมให้มีความมั่นคงแข็งแรง
- เพื่อยืดอายุการใช้งานของผิวทางด้วยวิธี Pavement In-Place Recycling
- เพื่อให้ผิวทางและไหล่ทางมีมาตรฐานความปลอดภัยและรองรับการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตของงาน
- จัดทำและส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา
- ประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสมภายใน 15 วัน
- ดำเนินการขุดซ่อมโครงสร้างชั้นทางเดิม (Deep Patch) ในจุดที่อ่อนแอ (Soft Spot)
- เสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูปหรือเป็นแอ่ง
- ปรับปรุงชั้นทางเดิมด้วยวิธี Pavement In-Place Recycling (รื้อ คลุกเคล้าวัสดุประสาน และบดอัด)
- งานราด Prime Coat ตามมาตรฐาน มทช.225-2545
- งานผิวทางและไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีตตามมาตรฐาน มทช.230-2545
- งานตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับอนุมัติ
- รายงานผลการทดสอบกำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength)
- รายงานผลการทดสอบความแน่น (Modified Proctor Density)
- ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่เสร็จสมบูรณ์ตามแบบมาตรฐาน
- เส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
ระยะเวลาดำเนินการ
- แผนงาน: ส่งภายใน 7 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา
- เก็บตัวอย่างวัสดุ: ภายใน 15 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา
- ระยะเวลาบ่มผิวทาง: อย่างน้อย 7 วันหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
- Standards Compliance: วัสดุต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก.15 (ปูนซีเมนต์), มก.306-2550 (หินคลุก), มทช.225-2545 (Prime Coat), และ มทช.230-2545 (แอสฟัลต์คอนกรีต)
- Experience: มีประสบการณ์ในงานก่อสร้างทางหรือการปรับปรุงผิวทาง
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องจักรสำหรับงาน Pavement In-Place Recycling และเครื่องมือทดสอบวัสดุตามมาตรฐานที่กำหนด
- Personnel: ต้องมีผู้ควบคุมงานที่มีความรู้ความเข้าใจในงานทางและขั้นตอนการทดสอบตามมาตรฐาน มท.(ท) 303-2545
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (โดยปกติพิจารณาจากราคาและคุณสมบัติทางเทคนิคที่ครบถ้วนตาม TOR)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- หินคลุก: ต้องเป็น Crushed Rock Soil Aggregate Type Base, ค่า LL ≤ 25, PI ≤ 6%, ความสึกหรอ ≤ 40%, CBR ≥ 80%
- ปูนซีเมนต์: มาตรฐาน มอก.15
- การบดอัด: ไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
- กำลังรับแรงอัด: ทดสอบตาม มท.(ท) 303-2545 โดยต้องไม่น้อยกว่าค่าที่กำหนดในแบบ
เงื่อนไขสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ตรวจสอบ ออกแบบส่วนผสม และค่าธรรมเนียมต่างๆ
- กรณีผลการทดสอบไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขงานทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: หากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องทำอย่างไร? ตอบ: ผู้รับจ้างต้องเจาะเก็บตัวอย่างทดสอบใหม่ หากยังไม่ผ่านต้องทำการปรับปรุงชั้นทางใหม่โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- ถาม: การบ่มผิวทางต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องพ่นน้ำบนผิวหน้าให้ชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน
- ถาม: หินคลุกที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร? ตอบ: ต้องเป็น Crushed Rock Soil Aggregate Type Base มีค่า CBR ไม่น้อยกว่า 80% และค่า PI ไม่เกิน 6%
- ถาม: การทดสอบความแน่นต้องทำถี่แค่ไหน? ตอบ: ทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง
- ถาม: สามารถเปลี่ยนแปลงช่วงหลักกิโลเมตรที่ทำได้หรือไม่? ตอบ: สามารถทำได้หากได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้ควบคุมงานตามความเหมาะสม
- ถาม: การทดสอบกำลังรับแรงอัดใช้มาตรฐานใด? ตอบ: ใช้มาตรฐาน มท.(ท) 303-2545 โดยอนุโลม
- ถาม: หากโครงสร้างทางเดิมเป็นแอ่งต้องแก้ไขอย่างไร? ตอบ: ต้องเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนเริ่มกระบวนการ Recycling
- ถาม: ระยะเวลาในการบดอัดหลังผสมปูนซีเมนต์คือเท่าใด? ตอบ: ต้องบดอัดให้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มผสม
- ถาม: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนงานเมื่อใด? ตอบ: ภายใน 7 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ถาม: การเก็บตัวอย่างทดสอบกำลังรับแรงอัดต้องเก็บกี่ตัวอย่าง? ตอบ: เก็บตัวแทน 3 ตัวอย่าง ต่อทุกช่วงพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม.
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด - ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ - ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 " วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน " โดยอนุโลม
ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม - PRIME COAT พื้นทางและฟื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
- ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
ลําาดับ
1 หินคลุก
2
น่า
รายการ
3 ปูนซิเมนต์
0
0
4 PRIME COAT
ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ขอกําหนด
ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม มก. 306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความสึกหรอไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR, ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง ” มาตรฐานงานไพร์มโคท” มล. 308-2550
ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง ” มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” มล. 313-2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
หมายเหตุ - รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
โดยวิธี PAVBMENT IN–PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แผ่นที่ 102
แบบเลขที่ กถ-7-603