ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายหมู่ที่ ๑,๕,๙ ตำบลดอนตูม อำเภอบางเลน เชื่อมต่อ ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม
โครงการนี้เป็นการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยใช้เทคโนโลยี Pavement In-Place Recycling เพื่อปรับปรุงโครงสร้างชั้นทางเดิมให้มีความแข็งแรงและได้มาตรฐาน โดยมีขอบเขตงานสำคัญประกอบด้วย การขุดซ่อมจุดที่โครงสร้างทางไม่แข็งแรง (Soft Spot), การเสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่ผิวทางทรุดตัว, และการปรับปรุงชั้นทางเดิมด้วยการรื้อและคลุกเคล้าวัสดุผสม (เช่น ปูนซีเมนต์) ก่อนทำการบดอัดให้ได้ค่าความแน่นตามมาตรฐาน Modified Proctor Density ไม่น้อยกว่า 95%
ในส่วนของการควบคุมคุณภาพ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบค่ากำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength) ของวัสดุผสมปูนซีเมนต์ตามมาตรฐาน มท.(ท) 303-2545 โดยต้องมีการบ่มผิวทางด้วยน้ำอย่างน้อย 7 วันก่อนเปิดการจราจร นอกจากนี้ยังมีงานราด Prime Coat และงานปูผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตตามมาตรฐาน มทช.230-2545 รวมถึงการตีเส้นจราจรและติดตั้งเครื่องหมายจราจรตามที่แบบกำหนด ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ออกแบบส่วนผสม และการทดสอบทั้งหมด โดยต้องดำเนินงานภายใต้แผนงานที่ได้รับอนุมัติจากผู้ว่าจ้างภายในระยะเวลาที่กำหนด
English summary
This project involves the rehabilitation of asphalt concrete pavement using the Pavement In-Place Recycling method according to the Department of Rural Roads standards. The scope includes deep patching of soft spots, base course leveling with crushed stone, and in-place recycling by mixing existing materials with additives (e.g., cement) to achieve required structural strength. Key requirements include meeting 95% Modified Proctor Density and passing Unconfined Compressive Strength tests (MT(T) 303-2545). The contractor is responsible for mix design, quality control testing, 7-day curing, Prime Coat application, asphalt concrete paving, and traffic marking installation.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อซ่อมสร้างและปรับปรุงโครงสร้างชั้นทางเดิมให้มีความแข็งแรงและได้มาตรฐาน
- เพื่อยืดอายุการใช้งานของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยใช้วิธี Pavement In-Place Recycling
- เพื่อให้การจราจรมีความปลอดภัยและสะดวกสบายตามมาตรฐานงานทาง
ขอบเขตของงาน
- จัดทำและส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา
- ประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสมภายใน 15 วัน
- ดำเนินการขุดซ่อม (Deep Patch) บริเวณชั้นทางที่ไม่แข็งแรง
- เสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูปหรือเป็นแอ่ง
- ปรับปรุงชั้นทางเดิมด้วยวิธี Pavement In-Place Recycling (รื้อ, ผสม, บดอัด)
- ดำเนินการทดสอบคุณภาพวัสดุและกำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength)
- บ่มผิวทางด้วยน้ำอย่างน้อย 7 วัน
- งานราด Prime Coat ตามมาตรฐาน มทช.225-2545
- งานปูผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตตามมาตรฐาน มทช.230-2545
- งานตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับอนุมัติ
- รายงานผลการออกแบบส่วนผสม (Mix Design)
- งานซ่อมสร้างผิวทางที่ผ่านการทดสอบความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามเกณฑ์
- งานผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่เสร็จสมบูรณ์ตามแบบ
- งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรที่ถูกต้องตามมาตรฐาน
ระยะเวลาดำเนินการ
- ส่งแผนการปฏิบัติงาน: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุ: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ระยะเวลาบ่มผิวทาง: อย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
- Standards Compliance: วัสดุหินคลุกต้องเป็นไปตาม มก. 306-2550, ปูนซีเมนต์ต้องเป็นไปตาม มอก. 15, งาน Prime Coat ตาม มทช.225-2545, งานแอสฟัลต์คอนกรีตตาม มทช.230-2545
- Experience: ต้องมีความสามารถในการดำเนินการปรับปรุงชั้นทางด้วยวิธี Pavement In-Place Recycling
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทาง (Recycler) และเครื่องจักรบดอัดที่สามารถควบคุมความแน่นได้ตามมาตรฐาน
- Personnel: ต้องมีผู้ควบคุมงานที่มีความรู้ความเข้าใจในงานทางและสามารถประสานงานการทดสอบในห้องปฏิบัติการได้
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากความสามารถในการปฏิบัติตามแผนงานและข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผลการทดสอบวัสดุและส่วนผสมต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
- การบริหารจัดการงบประมาณและระยะเวลาตามที่ระบุในสัญญา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- หินคลุก: ต้องเป็น Crushed Rock Soil Aggregate Type Base, ค่า LL ไม่เกิน 25, PI ไม่เกิน 6%, ความสึกหรอไม่เกิน 40%, CBR ไม่น้อยกว่า 80%
- การบดอัด: ต้องไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
- การทดสอบกำลังรับแรงอัด: ตามวิธี มท.(ท) 303-2545 (บ่ม 7 วัน แช่น้ำ 2 ชั่วโมง)
- ปูนซีเมนต์: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 15
เงื่อนไขสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ตรวจสอบ และออกแบบส่วนผสมทั้งหมด
- หากผลการทดสอบไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำและแก้ไขงานใหม่ทั้งหมด
- การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดงานหรือช่วงหลักกิโลเมตรอยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: การทดสอบกำลังรับแรงอัดต้องทำอย่างไร? A: เก็บตัวอย่าง 3 แท่งต่อพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. บ่ม 7 วัน แช่น้ำ 2 ชม. แล้วทดสอบตาม มท.(ท) 303-2545
- Q: หากผลทดสอบกำลังรับแรงอัดไม่ผ่านต้องทำอย่างไร? A: ผู้รับจ้างต้องเจาะเก็บตัวอย่างใหม่ หากยังไม่ผ่านต้องรื้อทำใหม่โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
- Q: การบดอัดชั้นทางที่ผสมปูนซีเมนต์ต้องทำภายในกี่ชั่วโมง? A: ต้องบดอัดให้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มผสม
- Q: ต้องบ่มผิวทางนานเท่าใดก่อนเปิดการจราจร? A: ต้องพ่นน้ำบ่มผิวทางติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน
- Q: ค่าความแน่นที่ต้องการคือเท่าใด? A: ต้องไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
- Q: หินคลุกที่ใช้ต้องมีค่า CBR เท่าใด? A: ต้องมีค่า CBR ไม่น้อยกว่า 80%
- Q: สามารถเปลี่ยนแปลงช่วงหลักกิโลเมตรที่ระบุในแบบได้หรือไม่? A: ได้ โดยอยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้างและต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กำหนด
- Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออกแบบส่วนผสม? A: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- Q: การทดสอบความแน่น 1 หลุมตัวอย่างครอบคลุมพื้นที่เท่าใด? A: 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง
- Q: วัสดุหินคลุกต้องมีค่า PI ไม่เกินเท่าใด? A: ค่า PI ต้องไม่มากกว่า 6%
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด - ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ - ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 " วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน " โดยอนุโลม
ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม - PRIME COAT พื้นทางและฟื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
- ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
ลําาดับ
1 หินคลุก
2
น่า
รายการ
3 ปูนซิเมนต์
0
0
4 PRIME COAT
ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ขอกําหนด
ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม มก. 306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความสึกหรอไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR, ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง ” มาตรฐานงานไพร์มโคท” มล. 308-2550
ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง ” มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” มล. 313-2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
หมายเหตุ - รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
โดยวิธี PAVBMENT IN–PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แผ่นที่ 102
แบบเลขที่ กถ-7-603