จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center)

การไฟฟ้านครหลวง 68079347539
฿78,110,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 18 พ.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กำลังดำเนินการจัดหาระบบบริหารจัดการรับชำระเงินใหม่ (MEA Payment Service Center) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เพื่อทดแทนระบบเดิมที่มีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ล้าสมัย โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบรับชำระเงินทั้งที่สำนักงาน (Cash Desk) และผ่านตัวแทน (Online Payment System) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน ระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน และจัดหาซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบบริหารจัดการการให้บริการข้อมูล ระบบการติดตามและตรวจสอบระบบ และซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS) เพื่อให้การรับชำระเงินของ กฟน. เป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน มีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถบูรณาการข้อมูลกับระบบสารสนเทศอื่น ๆ ของ กฟน. ได้อย่าง seamless นอกจากนี้ ยังรวมถึงการฝึกอบรม การติดตั้ง และการโอนย้ายข้อมูลจากระบบเดิมไปยังระบบใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

English summary

The Metropolitan Electricity Authority (MEA) is procuring a new Payment Management System (MEA Payment Service Center) via electronic bidding to replace the outdated existing system and enhance payment collection efficiency. This project aims to develop a modern, integrated system covering both in-office and agent-based payments, and to integrate with other MEA IT systems for optimal accuracy, completeness, and efficiency. The scope includes developing the payment systems, management system, integration system, and acquiring necessary software licenses. The project duration is 360 days from the contract signing date.

สถานที่ดำเนินการ

การไฟฟ้านครหลวง เขตราษฎร์บูรณะ อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร ชั้น 4

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • พัฒนาระบบเพื่อทดแทนระบบรับชำระในที่ทำการ (Cash Desk) พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพ และติดตั้งระบบ ณ ที่ทำการการไฟฟ้านครหลวง
  • พัฒนาระบบเพื่อทดแทนระบบรับชำระผ่านตัวแทน (Online Payment System) พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพ และพร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
  • พัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน พร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
  • พัฒนาระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน พร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
  • จัดหาซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการการให้บริการข้อมูล พร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ต่างๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
  • จัดหาซอฟต์แวร์ระบบการติดตามและตรวจสอบระบบรับชำระ พร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ต่างๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
  • จัดหาซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS) พร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ต่างๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด

ขอบเขตของงาน

  • ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ให้ตรงตามความต้องการของการไฟฟ้านครหลวง
  • จัดทำและนำเสนอแผนการดำเนินงานโครงการ และสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture) เพื่อขอความเห็นชอบ
  • ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาเสร็จสมบูรณ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่กำหนด
  • วางแผนและดำเนินการนำเข้าข้อมูลการรับชำระเงินย้อนหลังและข้อมูลที่จำเป็น
  • ดำเนินการเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการรับชำระเงินกับระบบสารสนเทศต่าง ๆ ของการไฟฟ้านครหลวง (เช่น ระบบบริการผู้ใช้ไฟฟ้า, ระบบบริหารองค์กร, ระบบออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์, MEA e-Service, MEA Smart Life, Line Official)
  • ดำเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด พร้อมจัดทำเอกสารการอบรม
  • ปฏิบัติตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและข้อปฏิบัติในการเก็บรักษาความลับ
  • พัฒนาระบบให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO/IEC 27701 หรือมาตรฐานอื่นที่กำหนด
  • พัฒนาระบบในรูปแบบ Microservices และออกแบบฐานข้อมูลให้สอดคล้องกัน
  • จัดเตรียมสภาพแวดล้อมสำหรับใช้งานจริง (Production), ทดสอบ (Staging) และพัฒนา (Development)
  • ดำเนินการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล (Masking) ตามข้อกำหนด
  • จัดให้มีการทดสอบระดับหน่วย (Unit Test) และการทดสอบการทำงานร่วมกัน (Integration Test) โดยมีค่า test coverage ไม่น้อยกว่า 80%
  • ระบบต้องมีข้อความคำแนะนำ, สามารถเชื่อมโยงปฏิทิน, มี Session Timeout, จัดการข้อมูล Log, และจัดเก็บ/ตรวจสอบ Log การใช้งาน
  • จัดทำหรือจัดหาส่วนประกอบอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้งานแล้วเสร็จ โดยส่งมอบเป็นกรรมสิทธิ์ของการไฟฟ้านครหลวง
  • ระบบที่เสนอทั้งหมดต้องใช้งานได้ตลอดระยะเวลาสัญญาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ในรูปแบบ Desktop Application สำหรับระบบรับชำระในที่ทำการ และ Restful API สำหรับระบบรับชำระผ่านตัวแทน
  • จัดหาซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการการให้บริการข้อมูล, ระบบการติดตามและตรวจสอบระบบ, และซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) จำนวน 1 ระบบ ประกอบด้วย:
    • งานพัฒนาระบบรับชำระในที่ทำการ
    • งานพัฒนาระบบรับชำระผ่านตัวแทน
    • งานพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน
    • งานพัฒนาระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน
    • ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการการให้บริการข้อมูล (ยี่ห้อ/รุ่น ตามที่เสนอ)
    • ซอฟต์แวร์ระบบการติดตามและตรวจสอบระบบ (ยี่ห้อ/รุ่น ตามที่เสนอ)
    • ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS) (ยี่ห้อ/รุ่น ตามที่เสนอ)
  • งานฝึกอบรม
  • งานติดตั้ง และโอนย้ายข้อมูล
  • เอกสารประกอบโครงการ (แผนการดำเนินงาน, สถาปัตยกรรมระบบ, เอกสารออกแบบ, คู่มือการใช้งาน, คู่มือผู้ดูแลระบบ, รายงานผลการทดสอบต่าง ๆ, แผน BCP, แผน DR, etc.)
  • วีดีโอคู่มือการใช้งานระบบ

ระยะเวลาดำเนินการ

360 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
    • มีคุณสมบัติอื่น ๆ ตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
  • Standards Compliance:
    • ต้องพัฒนาระบบให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO/IEC 27701 หรือตามมาตรฐานที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
  • Experience:
    • ต้องเคยเป็นคู่สัญญากับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัท/ห้าง/ร้านของเอกชน ในงานพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องกับการรับชำระเงิน โดยเป็นโครงการที่ผ่านการตรวจรับงวดสุดท้ายไม่เกิน 10 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ และมีมูลค่าโครงการไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อสัญญา (ไม่นับรวมมูลค่าฮาร์ดแวร์, ค่าบริการ, ค่าเช่า, และค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์)
    • ต้องมีหนังสือรับรองผลงานที่ออกโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัท/ห้าง/ร้านของเอกชน และเอกสารแสดงราคางานพัฒนาระบบ รวมถึงร่างขอบเขตของงาน (TOR) ของโครงการที่อ้างอิงในหนังสือรับรองผลงาน
  • Previous Project Cost:
    • มูลค่าโครงการไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อสัญญา (ไม่นับรวมมูลค่าฮาร์ดแวร์, ค่าบริการ, ค่าเช่า, และค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์)
  • Technical Capabilities:
    • ระบบที่พัฒนาจะต้องออกแบบในรูปแบบ Microservices
    • สามารถตรวจสอบสิทธิ์การเข้าใช้งาน (Authentication) โดยเชื่อมต่อกับระบบ Active Directory (AD) และ MEA Smart Office (OAuth 2.0)
    • สามารถกำหนดสิทธิ์แยกตามประเภทผู้ใช้งาน (พนักงานภายใน, ผู้รับเหมาภายนอก) โดยใช้ Role-Based Access Control (RBAC)
    • ต้องจัดเตรียมสภาพแวดล้อมสำหรับใช้งานจริง (Production), ทดสอบ (Staging) และพัฒนา (Development)
    • ระบบต้องมีการทดสอบระดับหน่วย (Unit Test) และการทดสอบการทำงานร่วมกัน (Integration Test) โดยสนับสนุน Automated Test ในกระบวนการ CI/CD และ Unit Test ต้องมีค่า test coverage ไม่น้อยกว่า 80%
    • ต้องสามารถเชื่อมโยงปฏิทินการดำเนินงาน, มี Session Timeout, จัดการข้อมูล Log, และจัดเก็บ/ตรวจสอบ Log การใช้งาน
    • ระบบรับชำระในที่ทำการต้องรองรับ Desktop Application, Touch Screen/Non-touch Screen, Online/Offline Mode, รับชำระได้หลากหลายรูปแบบ (เงินสด, เช็ค, บัตร, QR Code), รับชำระใบแจ้งค่าไฟฟ้าแบบรวม, รับชำระค่าน้ำประปา, รับชำระรายการที่ไม่มีการตั้งหนี้, รับชำระบางส่วน, และสามารถจัดทำเอกสารการชำระเงินได้หลายรูปแบบ
    • ระบบรับชำระผ่านตัวแทนต้องพัฒนาในรูปแบบ Restful API, รองรับ 2 ภาษา, มี API Versioning, Auto Scale, และมี Response Time ไม่เกิน 2 วินาที และ Throughput ไม่น้อยกว่า 100 TPS
    • ระบบบริหารจัดการรับชำระเงินต้องพัฒนาในรูปแบบ Web Application, สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ของ กฟน. และระบบภายนอก, บริหารจัดการผู้ใช้งาน, กำหนดสิทธิ์, Workflow Process, และมีรายงานต่าง ๆ
    • ระบบเชื่อมต่อการชำระเงินต้องทำหน้าที่เป็นเกตเวย์ API, รองรับ REST API และ Hosted Payment Page, เชื่อมต่อได้หลายช่องทาง, จัดการ Secret Key, มี Dashboard, และรายงาน
    • ซอฟต์แวร์บริหารจัดการการให้บริการข้อมูลต้องทำหน้าที่เป็นเกตเวย์ API, รองรับ High Availability, บริหารจัดการ Client Application, ควบคุมการเข้าถึง, รองรับ Authentication หลายรูปแบบ (Basic, API Key, OAuth 2.0, OIDC, JWT, mTLS), มี Rate Limiting, Logging, Monitoring, Dashboard, Alerting, และ Caching Mechanism
    • ซอฟต์แวร์การติดตามและตรวจสอบระบบต้องรวบรวมข้อมูล Infrastructure Metrics, Application Metrics, Log, Traces แบบ End-to-End, ทำ Distributed Tracing, วิเคราะห์ปัญหาอัตโนมัติ (Root Cause Analysis), ตรวจสอบ Code และ SQL Statement, ตรวจสอบประสิทธิภาพฐานข้อมูล, มี Dashboard, Alerting, และสามารถติดตั้งบน VM หรือ Microservice Platform
    • ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS) ต้องเป็น Enterprise Edition หรือดีกว่า, รองรับ Cluster, Load Balancing, Parallel Query Execution, Zero Data Loss, Failover อัตโนมัติ, ติดตั้งบน Windows/Linux, มี Concurrency Control, Query Result Cache, รองรับภาษาไทย/อังกฤษ, มีระบบบริหารจัดการความปลอดภัย, รองรับข้อมูลหลากหลายรูปแบบ, Online Table Reorganization, Automatic Indexing, Database Auditing, GUI สำหรับดูแลระบบ, และระบบสำรอง/กู้คืนข้อมูล
  • Personnel:
    • ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแก้ไขปัญหาระบบขัดข้อง และช่วยเหลือผู้ใช้งาน (24 ชม.)
    • ต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Engineer) และฐานข้อมูล (Database Administration - DBA)
  • Exclude: Basic requirements like valid business license, legal entity status are assumed and not explicitly listed here.

เกณฑ์การพิจารณา

หลักเกณฑ์ราคา โดยราคาที่เสนอจะต้องไม่เกินราคากลางที่ประกาศไว้ในระบบ e-GP

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • สถาปัตยกรรมระบบ: พัฒนาระบบทั้งหมดในรูปแบบ Microservices และออกแบบฐานข้อมูลให้สอดคล้อง
  • การยืนยันตัวตนและการจัดการสิทธิ์: เชื่อมต่อกับ Active Directory (AD) และ MEA Smart Office (OAuth 2.0) สำหรับ Authentication และใช้ Role-Based Access Control (RBAC) ในการจัดการสิทธิ์ผู้ใช้งาน
  • สภาพแวดล้อม: จัดเตรียม Production, Staging, และ Development Environments
  • การทดสอบ: Unit Test (coverage ≥ 80%), Integration Test, Scenario Test, Automated Test (CI/CD)
  • ระบบรับชำระในที่ทำการ: Desktop Application, รองรับ Touch/Non-touch Screen, Online/Offline Mode, รับชำระหลากหลายรูปแบบ (เงินสด, เช็ค, บัตร, QR Code), รองรับใบแจ้งค่าไฟฟ้าแบบรวม, รับชำระบางส่วน, จัดทำเอกสารการชำระเงินได้หลายรูปแบบ
  • ระบบรับชำระผ่านตัวแทน: Restful API, รองรับ 2 ภาษา, API Versioning, Auto Scale, Response Time ≤ 2 วินาที, Throughput ≥ 100 TPS
  • ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน: Web Application, เชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ของ กฟน. และภายนอก, จัดการผู้ใช้งาน, กำหนดสิทธิ์, Workflow Process, รายงานหลากหลาย
  • ระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน: REST API, Hosted Payment Page, รองรับหลายช่องทาง, จัดการ Secret Key, Dashboard, รายงาน
  • ซอฟต์แวร์บริหารจัดการการให้บริการข้อมูล: API Gateway, High Availability, จัดการ Client Application, ควบคุมการเข้าถึง, รองรับ Authentication หลายรูปแบบ, Rate Limiting, Logging, Monitoring, Dashboard, Alerting, Caching
  • ซอฟต์แวร์การติดตามและตรวจสอบระบบ: รวบรวม Metrics, Log, Traces, Distributed Tracing, Root Cause Analysis, ตรวจสอบ Code/SQL, ตรวจสอบ DB Performance, Dashboard, Alerting
  • ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS): Enterprise Edition, Cluster, Load Balancing, Parallel Query, Zero Data Loss, Failover, GUI, Backup/Recovery
  • มาตรฐานความปลอดภัย: ISO/IEC 27001, ISO/IEC 27701, Data Masking, TLS 1.2+

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: แบ่งจ่าย 3 งวด: งวดที่ 1 (10%) เมื่อตรวจรับงานงวดที่ 1, งวดที่ 2 (30%) เมื่อตรวจรับงานงวดที่ 2, งวดที่ 3 (60%) เมื่อตรวจรับงานงวดที่ 3
  • วิธีการชำระเงิน: ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง
  • ค่าปรับ: กรณีส่งมอบงานล่าช้า คิดค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญา แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท จนกว่างานแล้วเสร็จจริง หากค่าปรับเกิน 10% ของมูลค่าสัญญา การไฟฟ้านครหลวงมีสิทธิบอกเลิกสัญญา
  • การรับประกัน: ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง 3 ปี นับจากวันที่รับมอบงาน
    • กรณีพัฒนาระบบ: เริ่มดำเนินการภายใน 3 ชั่วโมง, ซ่อมแซม/แก้ไขภายใน 12 ชั่วโมง หากเกินกำหนดต้องมีคอมพิวเตอร์ทดแทนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
    • ระบบขัดข้องรวมไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อเดือน หรือ 5% ของเวลาใช้งานทั้งหมด แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า หากเกินกำหนด คิดค่าปรับชั่วโมงละ 0.035% ของราคาสัญญา
  • การบำรุงรักษาหลังหมดระยะเวลารับประกัน: เสนออัตราค่าบริการรายปีสำหรับอุปกรณ์ (ไม่เกิน 8% ของมูลค่า) และซอฟต์แวร์ (ไม่เกิน 15% ของมูลค่า) เป็นเวลา 2 ปี
  • การส่งมอบงาน: ภายใน 360 วัน แบ่งเป็น 3 งวด (งวดที่ 1: 30 วัน, งวดที่ 2: 150 วัน, งวดที่ 3: 360 วัน)
  • การรักษาความลับ: ผู้ชนะต้องเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของ กฟน. และปฏิบัติตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบ MEA Payment Service Center นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    • A: เพื่อทดแทนระบบรับชำระเงินเดิมที่ล้าสมัยของ กฟน. ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ครอบคลุมการรับชำระทั้งที่สำนักงานและผ่านตัวแทน และบูรณาการข้อมูลกับระบบอื่น ๆ ของ กฟน.
    • Q: โครงการนี้ครอบคลุมการพัฒนาระบบในส่วนใดบ้าง?
    • A: ครอบคลุมการพัฒนาระบบรับชำระในที่ทำการ, ระบบรับชำระผ่านตัวแทน, ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน, ระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน และจัดหาซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง
    • Q: ระยะเวลาในการดำเนินงานโครงการนี้คือเท่าใด?
    • A: 360 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
    • Q: คุณสมบัติสำคัญที่ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเกี่ยวกับประสบการณ์คืออะไร?
    • A: ต้องเคยเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนในงานพัฒนาระบบรับชำระเงิน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ต่อสัญญา และผ่านการตรวจรับไม่เกิน 10 ปี
    • Q: ระบบที่พัฒนาจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานใดบ้าง?
    • A: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO/IEC 27701 หรือมาตรฐานอื่นที่ กฟน. กำหนด
    • Q: การชำระเงินค่าโครงการจะเป็นอย่างไร?
    • A: แบ่งจ่ายเป็น 3 งวด ตามความคืบหน้าของงานที่ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    • Q: ระยะเวลาการรับประกันระบบหลังการส่งมอบคือเท่าใด?
    • A: 3 ปี นับจากวันที่ กฟน. รับมอบระบบครบถ้วนถูกต้อง
    • Q: หากระบบเกิดขัดข้องในช่วงรับประกัน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
    • A: ต้องเริ่มดำเนินการแก้ไขภายใน 3 ชั่วโมง และซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 12 ชั่วโมง หากเกินกำหนดต้องมีคอมพิวเตอร์ทดแทนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
    • Q: การฝึกอบรมผู้ใช้งานระบบจะครอบคลุมถึงใครบ้าง?
    • A: ครอบคลุมผู้ดูแลระบบ (Administrator) และผู้ใช้งานทั่วไป
    • Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบใด?
    • A: ระบบที่พัฒนาจะต้องออกแบบในรูปแบบ Microservices

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่างขอบเขตของงาน
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) จำนวน 1 ระบบ
โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
รหัสจัดหาเลขที่ DT8-4615-TGZ
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 1 จาก 100

รายละเอียดพัสดุที่ใช้ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ DT8-4615-TGZ
ลำดับ
รายการ
จำนวน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) จำนวน 1 ระบบ ประกอบด้วย
งานพัฒนาระบบรับชำระในที่ทำการ
งานพัฒนาระบบรับชำระผ่านตัวแทน
งานพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน
งานพัฒนาระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน
ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการการให้บริการข้อมูล
ยี่ห้อ …………………… รุ่น …………………………
ซอฟต์แวร์ระบบการติดตามและตรวจสอบระบบ
ยี่ห้อ …………………… รุ่น …………………………
ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS)
ยี่ห้อ …………………… รุ่น …………………………
งานฝึกอบรม
งานติดตั้ง และโอนย้ายข้อมูล
โดยมีรายละเอียดอื่น ๆ ตาม “ร่างขอบเขตของงาน (TOR)” ที่แนบ
1 งาน
1 งาน
1 งาน
1 งาน
1 ชุด
1 ชุด
1 ชุด
1 งาน
1 งาน

สถานที่ส่งมอบ ติดตั้งระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ตามสถานที่ที่ การไฟฟ้านครหลวงกำหนด (ผนวก 3) โดยส่งเอกสารผ่านแผนกบริหารทั่วไป ฝ่ายพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล การไฟฟ้านครหลวง เขตราษฎร์บูรณะ อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร ชั้น 4
กำหนดส่งมอบ ส่งมอบ ติดตั้ง พร้อมอบรมหรือแนะนำการใช้งานตามสถานที่ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด และสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ ให้แล้วเสร็จ ภายใน 360 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 2 จาก 100

โปรดกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วนเพื่อการจ่ายเงินค่าสิ่งของหรือค่าจ้างโดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบริษัท (ภาษาไทย) ………………………………………………………………………………………………………………………… ชื่อบริษัท (ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่) ………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ที่อยู่ตามหนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์ (ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่) ……………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ชื่อธนาคาร …………………………………………………………สาขา …………………………………………………………………… ชื่อบัญชี …………………………………………………………….เลขที่บัญชี ……………………………………………………………. อีเมล ….………………………………………..………………….…โทรศัพท์ (สำนักงาน) ………………………..…….…………….… โทรสาร (FAX) …………………………………………………….โทรศัพท์มือถือ ……………………………..………….….………….
หมายเหตุ 1. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอวางหลักประกันการเสนอราคาโดยเช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย การไฟฟ้านครหลวงจะโอนเงินคืนหลักประกันการเสนอราคาตามที่ระบุรายละเอียดดังกล่าวข้างต้น
2. ผู้ยื่นข้อเสนอ/ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับ การโอน รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายอื่นใด (ถ้ามี) ที่ธนาคารเรียกเก็บ และยินยอมให้การไฟฟ้านครหลวงหักเงินดังกล่าว จาก จำนวนเงินโอนในงวดนั้น ๆ
3. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ/ผู้ขาย/ผู้รับจ้างมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารให้ Download แบบฟอร์ม “หนังสือแจ้ง/เปลี่ยนข้อมูลของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง” จาก www.mea.or.th โดยไปที่เมนู ข่าวสาร - การจัดซื้อจัดจ้าง – การจ่ายเงิน - แบบฟอร์ม “หนังสือแจ้ง/เปลี่ยนข้อมูลของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง” พร้อมกรอกข้อมูลให้ ครบถ้วน ตลอดจนแนบหลักฐานประกอบข้อมูลการโอนเงินยื่นต่อ ฝ่ายจัดหา การไฟฟ้านครหลวง และถือว่า แบบหนังสือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 3 จาก 100

ข้อกำหนดขอบเขตของงานระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) 1. บทนำ
การไฟฟ้านครหลวง ได้ดำเนินการพัฒนาระบบรับชำระทั้งในที่ทำการและผ่านตัวแทนตั้งแต่ปีพ.ศ. 2553 เพื่อสนับสนุนการรับชำระเงินขององค์กร ในปัจจุบันการไฟฟ้านครหลวง ยังไม่มีศูนย์กลางในการจัดการระบบ รับชำระ และยังประสบปัญหาข้อจำกัดในการปรับปรุงระบบ เนื่องจากซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีเวอร์ชัน ค่อนข้างล้าสมัย
การไฟฟ้านครหลวง จึงเห็นควรจัดหาระบบบริหารจัดการการรับชำระเงินใหม่ เพื่อทดแทนและปรับปรุง ประสิทธิภาพของระบบเดิม พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนงาน (Business Improvement) เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ มีระบบควบคุมการจัดการการรับชำระเงินโดยการบูรณาการ (Integration) ฟังก์ชันการทำงานทั้งหมดเข้าด้วยกัน และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบบริการผู้ใช้ไฟฟ้า ระบบการบริหาร องค์กร ระบบการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และระบบงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของการไฟฟ้านครหลวง เพื่อให้กระบวนการรับชำระเงินเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งสามารถทำการ โอนย้ายข้อมูลจากระบบเดิมไปยังระบบใหม่ได้อย่างสมบูรณ์
2. วัตถุประสงค์
2.1. พัฒนาระบบเพื่อทดแทนระบบรับชำระในที่ทำการ (Cash Desk) พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพ และ ติดตั้งระบบ ณ ที่ทำการการไฟฟ้านครหลวง
2.2. พัฒนาระบบเพื่อทดแทนระบบรับชำระผ่านตัวแทน (Online Payment System) พร้อมทั้งปรับปรุง ประสิทธิภาพ และพร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่การไฟฟ้านครหลวง กำหนด
2.3. พัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน พร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
2.4. พัฒนาระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน พร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
2.5. จัดหาซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการการให้บริการข้อมูล พร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และ อุปกรณ์ต่างๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
2.6. จัดหาซอฟต์แวร์ระบบการติดตามและตรวจสอบระบบรับชำระ พร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ แม่ข่าย และอุปกรณ์ต่างๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
2.7. จัดหาซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS) พร้อมติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ ต่าง ๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 4 จาก 100

  1. ขอบเขตของงาน
    3.1. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องศึกษาและทำความเข้าใจกระบวนงานระบบรับชำระเงินของ การไฟฟ้านครหลวง รวมทั้งเก็บรวบรวมความต้องการ เพื่อทำการวิเคราะห์ ออกแบบและพัฒนาระบบ บริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ให้ทำงานได้อย่างถูกต้องและตรงตาม ความต้องการของการไฟฟ้านครหลวง
    3.2. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องจัดทำและนำเสนอแผนการดำเนินงานโครงการให้แก่ การไฟฟ้านครหลวง และต้องได้รับความเห็นชอบจากการไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินงาน 3.3. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องออกแบบและนำเสนอสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture) ให้แก่ การไฟฟ้านครหลวง และต้องได้รับความเห็นชอบจากการไฟฟ้านครหลวง ก่อนดำเนินงาน
    3.4. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาเสร็จสมบูรณ์ บนเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย ตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด และสามารถทำงานร่วมกับระบบที่พัฒนาได้อย่าง มีประสิทธิภาพ
    3.5. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องวางแผนในการดำเนินการนำเข้าข้อมูลการรับชำระเงิน ย้อนหลัง ตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด และข้อมูลอื่นใดที่จำเป็นต่อการทำงานมายังระบบบริหาร จัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ได้อย่างถูกต้อง และครบถ้วน เพื่อให้สามารถ เริ่มต้นใช้งานระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ได้อย่างสมบูรณ์
    3.6. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) กับระบบสารสนเทศต่าง ๆ ของการไฟฟ้านครหลวง เช่น ระบบ บริการผู้ใช้ไฟฟ้า, ระบบการบริหารองค์กร, ระบบออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์, ระบบบริการผู้ใช้ ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ (MEA e-Service), Mobile Application ของการไฟฟ้านครหลวง (MEA Smart Life), Line Official ของการไฟฟ้านครหลวง (MEA Connect) และระบบงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของการ
    ไฟฟ้านครหลวง เพื่อให้ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ทำงานได้ อย่างถูกต้องและตรงตามความต้องการของการไฟฟ้านครหลวงในรูปแบบที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด 3.7. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด ให้กับพนักงานของการไฟฟ้านครหลวงพร้อมจัดทำเอกสารการอบรม
    3.8. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและ ข้อปฏิบัติในการเก็บรักษาความลับของการไฟฟ้านครหลวง
    3.9. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ ISO/IEC 27701 หรือตามมาตรฐานที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 5 จาก 100

  2. คุณสมบัติทั่วไป
    4.1. ระบบที่พัฒนาจะต้องออกแบบ เพื่อให้สามารถ update โปรแกรมเฉพาะ function ที่ต้องการ โดยไม่ กระทบกับการใช้งานระบบทั้งหมดได้
    4.2. ระบบที่พัฒนาจะต้องพัฒนาระบบทั้งหมดในรูปแบบ Microservices
    4.3. ระบบที่พัฒนาจะต้องออกแบบฐานข้อมูลให้สอดคล้องกับระบบที่พัฒนาในรูปแบบ Microservices 4.4. สามารถตรวจสอบสิทธิ์การเข้าใช้งาน (Authentication) โดยเชื่อมต่อกับระบบ Active Directory (AD) และ MEA Smart Office (OAuth 2.0) เพื่อสามารถจัดการผู้ใช้งานตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด ทั้ง ในส่วนของพนักงานและผู้รับเหมาภายนอก (Outsource)
    4.5. ระบบจะต้องสามารถกำหนดสิทธิ์แยกตามประเภทของผู้ใช้งาน ได้แก่ พนักงานภายในองค์กร และ ผู้รับเหมาภายนอก (Outsource) โดยสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและฟังก์ชันต่าง ๆ ของระบบ ได้ตามบทบาทหน้าที่ (Role-Based Access Control: RBAC) เพื่อให้สอดคล้องกับระดับการเข้าถึงที่ ได้รับอนุญาต
    4.6. สามารถเข้าใช้งานระบบผ่านการ Login ด้วย Username และ Password
    4.7. ต้องจัดเตรียม สภาพแวดล้อมสำหรับใช้งานจริง (Production Environment) สภาพแวดล้อมสำหรับการ ทดสอบก่อนการนำระบบขึ้นใช้งานจริง (Staging Environment) และสภาพแวดล้อมสำหรับการพัฒนา (Development Environment)
    4.8. ต้องดำเนินการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล (Masking) ตามข้อกำหนดที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนดไว้ ก่อนการส่งข้อมูลสำหรับการรับชำระเงินให้กับระบบที่เกี่ยวข้อง ทั้งสภาพแวดล้อมสำหรับใช้งานจริง และ สภาพแวดล้อมสำหรับการทดสอบก่อนการนำระบบขึ้นใช้งานจริง
    4.9. ระบบงานที่พัฒนาขึ้นทั้งหมดภายใต้โครงการจะต้องจัดให้มีการทดสอบระดับหน่วย (Unit Test) การทดสอบการทำงานร่วมกัน (Integration Test) โดยสนับสนุนการสร้างโปรแกรมทดสอบแบบอัตโนมัติ (Automated Test) ในกระบวนการ CI/CD ทั้งนี้ Unit Test ต้องมีค่า test coverage ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของจำนวนบรรทัดคำสั่งทั้งหมด และต้องมีการออกแบบพร้อมดำเนินการทดสอบเชิง สถานการณ์ (Scenario Test) และต้องดำเนินการปรับปรุง Unit Test และ Integration Test ให้ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขระบบในทุกครั้งที่เกิดขึ้น
    4.10.ระบบต้องมีข้อความคำแนะนำหรือข้อมูลประกอบของหน้าจอการใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจ ลักษณะการทำงานของแต่ละฟังก์ชันหลักตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
    4.11.สามารถเชื่อมโยงปฏิทินการดำเนินงานของการไฟฟ้านครหลวง จากระบบที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนดได้ 4.12.ระบบต้องมี Session Timeout กรณีไม่มีการทำงานภายในระบบตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ 4.13.ระบบต้องมีการจัดการข้อมูล Log ตามมาตรฐานความปลอดภัยของการไฟฟ้านครหลวง 4.14.ระบบต้องมีการจัดเก็บและตรวจสอบ Log การใช้งานของผู้ใช้งานระบบ/ผู้ดูแลระบบ และการเรียกใช้งาน API นำออกมาแสดงผลโดยสามารถสืบค้นผ่านหน้าจอและส่งออกในรูปแบบไฟล์ Excel ได้
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 6 จาก 100

4.15.หากส่วนหนึ่งส่วนใดของคอมพิวเตอร์ที่มิได้ระบุไว้ในเอกสารข้อกำหนดนี้ แต่มีความจำเป็นต้องจัดทำหรือ จัดหาเพื่อให้งานแล้วเสร็จ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำหรือจัดหามาให้เพียงพอต่อการใช้งานของ การไฟฟ้านครหลวง และต้องส่งมอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิ หรือลิขสิทธิ์ของการไฟฟ้านครหลวง ทั้งหมด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
4.16.ระบบที่เสนอทั้งหมดต้องใช้งานได้ ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
5. คุณลักษณะเฉพาะ
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องทำการศึกษากระบวนงานรับชำระเงินของการไฟฟ้านครหลวง รวมถึงระบบงานปัจจุบันตามผนวก 11 รายละเอียดระบบงานปัจจุบัน และ วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา ระบบงานให้มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็วในการปฏิบัติงาน โดยระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) มีคุณลักษณะเฉพาะอย่างน้อย ดังนี้
5.1. ระบบรับชำระในที่ทำการ
5.1.1. พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ในรูปแบบ Desktop Application สำหรับรับชำระในที่ทำการ 5.1.2. สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ Windows เวอร์ชันล่าสุด หรือเวอร์ชันตามที่ การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
5.1.3. สามารถใช้งานระบบได้ทั้งบนอุปกรณ์ที่มีหน้าจอแบบสัมผัส (Touch Screen) และหน้าจอแบบ ไม่สัมผัส (Non-touch Screen) โดยต้องสามารถใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านการสัมผัสหน้าจอได้ อย่างครบถ้วน และมีการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface: UI) ให้เหมาะสมกับ รูปแบบการใช้งานทั้งในกรณีที่ใช้งานผ่านหน้าจอสัมผัส และ กรณีที่ใช้งานผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด
5.1.4. สามารถรับชำระเงินได้ทั้งในกรณีที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของการไฟฟ้านครหลวง และระบบบริการผู้ใช้ไฟฟ้าได้(Online Mode) และไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ การไฟฟ้านครหลวงและระบบบริการผู้ใช้ไฟฟ้าได้(Offline Mode) กรณีที่สามารถเชื่อมต่อได้ เพียงระบบใดระบบหนึ่งเท่านั้น ให้ถือว่าเป็น Offline Mode
5.1.5. สามารถปฏิบัติงานได้ในกรณีOffline Mode เพื่อรับชำระเงิน โดยบันทึกข้อมูลการรับชำระไว้ และดำเนินการส่งข้อมูลไปยังระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำรายการลดหนี้โดยอัตโนมัติเมื่อระบบรับ ชำระในที่ทำการสามารถเชื่อมต่อได้ตามปกติ
5.1.6. สามารถตรวจสอบเวอร์ชัน และบังคับปรับปรุงเวอร์ชันเป็นเวอร์ชันใหม่ได้
5.1.7. มีการจัดเก็บ Log กิจกรรมที่เกิดขึ้นในการชำระเงินแต่ละรายการ เช่น ข้อมูลการรับชำระ ข้อมูล จำนวนเงินที่รับ ข้อมูลจำนวนเงินทอน ข้อมูลการยกเลิกรับชำระในเครื่องที่รับชำระและระบบ บริหารจัดการรับชำระเงินที่เสนอ ผู้ดำเนินการ วัน-เวลาที่ดำเนินการ เป็นต้น
5.1.8. สามารถแสดงหนี้ค้างชำระผ่านการดึงข้อมูลจาก API ด้วยฟอร์แมต JSON ได้
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 7 จาก 100

5.1.9. สามารถเชื่อมโยงข้อมูลรับชำระเงินและยกเลิกชำระเงินไปยังระบบบริหารจัดการรับชำระเงินที่ เสนอ ผ่าน API ด้วยฟอร์แมต JSON ได้
5.1.10.สามารถเชื่อมต่อระบบคิวรับชำระ ระบบความพึงพอใจ และเครื่องรับชำระเงินผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์(EDC) ที่การไฟฟ้านครหลวงใช้งานได้
5.1.11.สามารถระบุข้อมูลรับชำระจากสลิปของเครื่อง P-Card เพื่อส่งข้อมูลไปยังระบบบริหารจัดการรับ ชำระเงินที่เสนอ เพื่อให้ทำการหักลดหนี้ค่าใช้จ่ายของการไฟฟ้านครหลวงที่รับชำระได้อย่าง ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนด
5.1.12.สามารถกด Retry จากระบบรับชำระในที่ทำการได้ เพื่อดึงข้อมูลการชำระผ่านเครื่อง EDC กรณี ที่ชำระเงินผ่านเครื่อง EDC แล้วเครื่อง EDC ไม่ตอบสนอง (หาก Retry ข้อมูลไม่สำเร็จ สามารถกรอกข้อมูลด้วยตนเอง และต้องผ่านการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ)
5.1.13.สามารถรับชำระเงินโดยการอ่านข้อมูลจาก Barcode และ QR Code ได้
5.1.14.สามารถสืบค้นรายการหนี้คงค้างได้ ตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนดได้อย่างน้อย ดังนี้ หมายเลขบัญชีแสดงสัญญา หมายเลขบัญชีแสดงสัญญาแบบรวม หมายเลขเครื่องวัด เลขรับเรื่อง บริการ เลขที่บัตรประชาชน เลขนิติบุคคล เลขหนังสือเดินทาง ชื่อ-นามสกุล หมายเลขใบแจ้ง ค่าใช้จ่าย เป็นต้น
5.1.15.สามารถรับชำระค่าใช้จ่ายของการไฟฟ้านครหลวงได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดได้อย่าง น้อย ดังนี้ค่าไฟฟ้า ค่าไฟฟ้าคิดเพิ่ม ค่าบริการการขอใช้ไฟฟ้าทุกประเภท ค่าบริการการขอใช้ ไฟฟ้า/หลักประกัน ค่าหลักประกัน ค่าดำเนินการงดจ่ายไฟฟ้า ค่าปรับ หนี้สูญรับคืน งานผ่อน ชำระ ลูกหนี้เช็คคืน ค่าสิ่งของและบริการ ค่าธรรมเนียมทางศาล ค่าเช่า/ค่าน้ำประปาร้านค้า ค่าสัญญาเช่าทางการเงิน งานธุรกิจเสริม ลูกหนี้อื่น ๆ งานละเมิด ค่าบริการอื่น ๆ เป็นต้น 5.1.16.สามารถรับชำระเงินได้อย่างน้อย ดังนี้
5.1.16.1. เงินสด
5.1.16.2. เช็ค
5.1.16.3. บัตร P-Card (ระบุข้อมูลจากสลิปของเครื่อง P-card)
5.1.16.4. บัตรเดบิต (ผ่านเครื่อง EDC)
5.1.16.5. บัตรเครดิต (ผ่านเครื่อง EDC)
5.1.16.6.QR Code Prompt Pay (ผ่านเครื่อง EDC)
5.1.17.สามารถรับชำระเงินผสมวิธีการรับชำระเงินได้ ผสมกันได้ทั้งหมดตามข้อ 5.1.16 เช่น การชำระ เงิน 1 ครั้ง รับชำระด้วยบัตรเครดิต และ เงินสด, การชำระเงิน 1 ครั้ง รับชำระด้วยบัตรเครดิต เงินสด เช็ค และ QR Code Prompt Pay เป็นต้น
5.1.18.สามารถรับชำระใบแจ้งค่าไฟฟ้าแบบรวมได้
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 8 จาก 100

5.1.19.กรณีรับชำระใบแจ้งค่าไฟฟ้าแบบรวม สามารถค้นหารายการหนี้คงค้างตามเครื่องวัดย่อย และ บัญชีแสดงสัญญาย่อย เพื่อเลือกชำระเงินได้
5.1.20.สามารถปิดยอดรายการรับชำระเงิน (Settlement) ไปยังเครื่อง EDC ได้
5.1.21.สามารถยกเลิกรายการชำระเงิน ที่ชำระเงินผ่านเครื่อง EDC ได้
5.1.22.สามารถรับชำระเงินล่วงหน้าได้
5.1.23.สามารถรับชำระเงินได้หลายรายการพร้อมกันในครั้งเดียว
5.1.24.สามารถรับชำระเงินได้หลายประเภทค่าใช้จ่ายในครั้งเดียว
5.1.25.สามารถรับชำระค่าน้ำประปาของการประปานครหลวงได้ โดยการอ่านข้อมูลจาก Barcode และ QR Code พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับระบบของการประปานครหลวง สร้างไฟล์ข้อความ (Text File) เพื่อส่งข้อมูลให้การประปานครหลวงตามรูปแบบที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนดได้
5.1.26.สามารถยกเลิกการรับชำระค่าน้ำประปาของการประปานครหลวงได้ตามเงื่อนไขที่ การไฟฟ้านครหลวงกำหนด และเชื่อมต่อกับระบบของการประปานครหลวง พร้อมสร้างไฟล์ ข้อความ (Text File) เพื่อส่งข้อมูลให้การประปานครหลวงตามรูปแบบที่การไฟฟ้านครหลวง กำหนดได้
5.1.27.สามารถรับชำระรายการที่ไม่มีการตั้งหนี้ได้เช่น ค่าถ่ายเอกสาร ค่าขายแบบ เป็นต้น 5.1.28.สามารถรับชำระค่าดำเนินการงดจ่ายไฟฟ้า และส่งข้อมูลไปยังระบบบริหารจัดการรับชำระเงินที่ เสนอ
5.1.29.สามารถแสดงข้อมูลให้พิจารณาแจ้งความประสงค์ต่อกลับ ไม่ต่อกลับการใช้ไฟฟ้า เมื่อมีการรับ ชำระค่าดำเนินการงดจ่ายไฟฟ้าได้และส่งข้อมูลไปยังระบบบริหารจัดการรับชำระเงินที่เสนอได้ 5.1.30.สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเบี้ยปรับจากการชำระเกินกำหนดได้จากระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน ที่เสนอ
5.1.31.กรณีรับชำระเงินแบบ Offline Mode ต้องสามารถคำนวณข้อมูลเบี้ยปรับจากการชำระเกิน กำหนดได้
5.1.32.กรณีรับชำระเงินแบบ Offline Mode ต้องสามารถแสดงข้อมูลดอกเบี้ยล่าสุด ที่ใช้ในการคำนวณ เบี้ยปรับได้
5.1.33.สามารถจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลดอกเบี้ยล่าสุดไว้ล่วงหน้า เมื่อระบบสามารถเชื่อมต่อกับระบบ บริหารจัดการการรับชำระเงินได้ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการคำนวณเบี้ยปรับ กรณีรับชำระ เงินแบบ Offline Mode ได้
5.1.34.สามารถรับชำระแบบบางส่วนได้(Partial Payment)
5.1.35.สามารถเลือกรายการที่ต้องการรับชำระได้
5.1.36.สามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลที่ใช้สำหรับพิจารณาเพื่อชำระเงินได้เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ รายละเอียดของค่าใช้จ่าย เป็นต้น
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 9 จาก 100

5.1.37.สามารถอนุมัติการรับชำระเงินโดยผู้มีอำนาจได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
5.1.38.สามารถตรวจสอบเงื่อนไขการรับชำระเงิน จากระบบบริหารจัดการรับชำระเงินที่เสนอได้ 5.1.39.สามารถส่งข้อมูลไปยังระบบบริหารจัดการรับชำระเงินที่เสนอ เพื่อให้ทำการหักลดหนี้ค่าใช้จ่าย ของการไฟฟ้านครหลวงที่รับชำระได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนด
5.1.40.สามารถอนุมัติยกเว้น เช่น ค่าดำเนินการงดจ่ายไฟ ค่าเบี้ยปรับ ค่าต่อกลับ รับเช็คชั่วคราว รับเช็ค กรณีพิเศษ เป็นต้น ตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
5.1.41.สามารถจัดทำเอกสารการชำระเงินได้ทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ อย่างน้อยดังนี้ ใบเสร็จรับเงิน, ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี, ใบกำกับภาษี, ใบกำกับภาษีอย่างย่อ และ ใบเพิ่ม หนี้ เป็นต้น
5.1.42.สามารถจัดทำเอกสารการชำระเงินได้ทั้งในรูปแบบกระดาษขนาดตามที่การไฟฟ้านครหลวง กำหนด อย่างน้อย 2 ขนาดกระดาษ ได้
5.1.43.สามารถยกเลิกการรับชำระเงินและเอกสารการชำระเงิน โดยต้องส่งข้อมูลไปยังระบบบริหาร จัดการรับชำระเงินที่เสนอได้
5.1.44.สามารถจำลองตัวอย่างเอกสารการรับชำระเงินก่อนพิมพ์และแสดงลายน้ำตามที่กำหนดไว้ได้ โดยสามารถดึงลายน้ำจากระบบบริหารจัดการรับชำระเงินที่เสนอ
5.1.45.สามารถพิมพ์เอกสารการชำระเงินผ่านอุปกรณ์ Printer ได้
5.1.46.สามารถพิมพ์เอกสารการชำระเงิน แบบต่อเนื่องอย่างน้อย 2,000 ใบต่อครั้งได้โดยระบบยัง สามารถใช้งานได้ปกติ
5.1.47.สามารถพิมพ์เอกสารการชำระเงินต่อจากรายการเดิมได้ ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการต่อเนื่อง ได้จากเครื่องพิมพ์
5.1.48.สามารถจัดทำเอกสารชำระเงินได้หลายประเภทต่อการรับชำระ 1 ครั้ง ตามเงื่อนไขที่ การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
5.1.49.สามารถจัดทำใบแจ้งรายละเอียดรายการรับชำระของใบแจ้งค่าไฟฟ้าแบบรวมได้ 5.1.50.สามารถจัดทำใบแจ้งรายละเอียดรายการรับชำระของใบแจ้งค่าบริการรวมได้
5.1.51.สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเอกสารการชำระเงินจากระบบการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice, e-Receipt) ได้ ผ่านระบบบริหารจัดการรับชำระเงินที่เสนอ
5.1.52.สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bill) ได้ผ่านระบบบริหารจัดการรับ ชำระเงินที่เสนอ
5.1.53.สามารถจัดส่ง Log ต่าง ๆ มายังระบบบริหารจัดการรับชำระเงินที่เสนอ เพื่อให้ผู้ดูแลระบบ ตรวจสอบได้ และสามารถส่งออกในรูปแบบไฟล์ Excel และ CSV ได้
5.1.54.สามารถแสดงการแจ้งเตือน กรณี Service รับชำระที่เกี่ยวข้องขัดข้อง เช่น Service ชำระค่า น้ำประปาไม่สามารถใช้งานได้ เป็นต้น
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 10 จาก 100

5.1.55.สามารถแสดงประกาศข้อความแจ้งเตือนบนระบบ เช่น ประกาศซ้อมแผน BCP ประกาศปิด ปรับปรุงระบบ เป็นต้น
5.1.56.สามารถแสดงรายงานต่าง ๆ โดยแสดงข้อมูลจากเครื่องรับชำระแต่ละเครื่องได้ตามรายละเอียด ดังนี้
5.1.56.1.สามารถสร้างเอกสารในรูปแบบรายงานตามที่กำหนดได้
5.1.56.2.สามารถเรียกดูและแสดงผลแบบรายงานผ่านทางหน้าจอโปรแกรมได้
5.1.56.3.สามารถส่งออกแบบรายงานในรูปแบบ PDF, Excel และ Word ได้
5.1.56.4.สามารถพิมพ์รายงานต่าง ๆ ออกทางเครื่องพิมพ์ (Printer) ได้
โดยมีรายงานอย่างน้อยดังนี้

  1. รายงานสรุปผลการรับชำระเงินแยกตามประเภทค่าใช้จ่าย เช่น ค่าไฟ ค่าบริการ ค่าดอกเบี้ย เป็นต้น
  2. รายงานยกเว้นดอกเบี้ยผิดนัด และค่าดำเนินการงดจ่ายไฟฟ้า
  3. รายงานใบนำส่งเงิน
  4. รายงานใบนำส่งเช็ค
  5. รายงานการควบคุมใบรับเงิน จำแนกพนักงานการเงิน
  6. รายงานการรับชำระ จำแนกพนักงานการเงิน
  7. รายงานการยกเลิกใบรับเงิน จำแนกพนักงานการเงิน
  8. รายงานแจ้งยอดเงินนำส่งของพนักงานการเงิน
  9. รายงานยอดรับชำระประจำวัน ตามวิธีการรับชำระได้เช่น เงินสด เช็ค บัตร P-Card บัตรเครดิต บัตรเดบิต QR code ของแต่ละจุดรับชำระได้
    5.2. ระบบรับชำระผ่านตัวแทน
    5.2.1. พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ในรูปแบบ Restful API
    5.2.2. พัฒนา API ให้สามารถแสดงผลได้2 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ โดยให้ระบบ ต้นทางระบุภาษาได้
    5.2.3. สามารถจัดการโครงสร้างของ API และการเปลี่ยนแปลงเวอร์ชัน (API Versioning) เพื่อให้สามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงเวอร์ชันของ API ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ที่ยังใช้ เวอร์ชันเดิม
    5.2.4. สามารถตั้งค่า เพิ่ม ลดจำนวนทรัพยากรโดยอัตโนมัติ ตามความต้องการใช้งานแบบ real-time (Auto Scale) เพื่อให้สามารถให้บริการธุรกรรมจำนวนมากได้(รูปเเบบในลักษณะ Container Service)
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 11 จาก 100

5.2.5. พัฒนา API ในการเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินได้เป็นอย่างน้อย ดังนี้ 5.2.5.1. API ตรวจสอบรายการหนี้ค้างชำระ (Inquiry)
5.2.5.2. API รับชำระค่าใช้จ่าย (Payment)
5.2.5.3. API ยกเลิกรับชำระ (Cancel)
5.2.5.4. API เลือกรายการชำระบางบิล และสามารถเลือกประเภทหนี้ค้างได้
5.2.5.5. API ส่งข้อมูลการสร้าง QR Code / Barcode เพื่อรับชำระเงิน เป็นต้น
และมีคุณสมบัติอย่างน้อยดังนี้

  1. เวลาตอบสนอง (Response Time) ของ API ต่อคำร้องขอ (Request) แต่ละครั้ง ต้องไม่ เกิน 2 วินาที
  2. ต้องสามารถประมวลผลการทำงาน (Throughput) ได้ไม่น้อยกว่า 100 ธุรกรรมต่อวินาที (Transactions per Second : TPS) ภายใต้การทดสอบแบบ Concurrent Requests โดยไม่ทำให้ Response Time เกินเกณฑ์ที่กำหนด
    5.2.6. จัดทำ API Specification และเอกสารการเชื่อมต่อระบบ สำหรับตัวแทน และทำการปรับปรุง เมื่อมีการแก้ไข
    5.2.7. สามารถกำหนดเงื่อนไขการรับชำระเงินของแต่ละตัวแทนได้ เช่น ตามประเภทค่าใช้จ่าย ตามช่องทางการรับชำระเงิน วิธีการรับชำระเงิน การรับชำระเงินแบบผสมประเภทค่าใช้จ่าย การรับชำระเงินบางส่วน (Partial Payment) การรับชำระใบแจ้งค่าไฟฟ้าแบบรวม เป็นต้น
    5.2.8. พัฒนา API สืบค้นประวัติการชำระเงินของลูกค้ารายบุคคลได้ ตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด อย่างน้อย ดังนี้หมายเลขบัญชีแสดงสัญญา หมายเลขเครื่องวัด เลขที่บัตรประชาชน เลขนิติบุคคล เลขหนังสือเดินทาง เป็นต้น
    5.2.9. พัฒนา API รับชำระค่าใช้จ่ายของการไฟฟ้านครหลวงได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ อย่างน้อย ดังนี้ค่าไฟฟ้า ค่าไฟฟ้าคิดเพิ่ม ค่าบริการการขอใช้ไฟฟ้าทุกประเภท ค่าบริการ การขอใช้ไฟฟ้า/หลักประกัน ค่าหลักประกัน ค่าดำเนินการงดจ่ายไฟฟ้า ค่าปรับ หนี้สูญรับคืน งานผ่อนชำระ ลูกหนี้เช็คคืน ค่าสิ่งของและบริการ ค่าธรรมเนียมทางศาล ค่าเช่า/ค่าน้ำประปา
    ร้านค้า ค่าสัญญาเช่าทางการเงิน งานธุรกิจเสริม ลูกหนี้อื่น ๆ งานละเมิด และ ค่าบริการอื่น ๆ เป็นต้น
    5.2.10.พัฒนา API รับชำระเงินได้หลายรายการพร้อมกันในครั้งเดียว
    5.2.11.พัฒนา API รับชำระเงินได้หลายประเภทค่าใช้จ่ายในครั้งเดียว
    5.2.12.พัฒนา API รับชำระค่าดำเนินการงดจ่ายไฟฟ้า และส่งข้อมูลไปยังระบบบริหารจัดการ รับชำระเงินที่เสนอ
    5.2.13.สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเบี้ยปรับจากการชำระเกินกำหนดได้ จากระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน ที่เสนอ
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 12 จาก 100

5.2.14.สามารถส่งข้อมูลไปยังระบบบริหารจัดการรับชำระเงินที่เสนอ เพื่อให้ทำการหักลดหนี้ค่าใช้จ่าย ของการไฟฟ้านครหลวงที่รับชำระได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนด
5.2.15.สามารถยกเลิกการรับชำระเงิน โดยต้องส่งข้อมูลไปยังระบบบริหารจัดการรับชำระเงินที่เสนอได้ 5.2.16.สามารถจัดส่ง Log ต่าง ๆ มายังระบบบริหารจัดการรับชำระเงินที่เสนอ โดยต้องจัดเก็บและส่ง Log อย่างน้อยดังนี้
5.2.16.1.Log การเข้าถึงระบบ (Access Log) ข้อมูลการเข้าสู่ระบบของผู้ใช้ เช่น Username, เวลา, IP Address, URL เป็นต้น
5.2.16.2.Log การเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Data Modification Log) บันทึกการเพิ่ม แก้ไข และลบ ข้อมูลสำคัญในระบบ
5.2.16.3.Log การทำธุรกรรม (Transaction Log) บันทึกรายการธุรกรรม เช่น การตรวจสอบ รายการหนี้ค้างชำระ การชำระเงิน เป็นต้น
5.2.16.4.Log ข้อผิดพลาด (Error Log) บันทึกเหตุการณ์ที่ระบบทำงานผิดปกติ
5.2.17.สามารถจัดเก็บข้อมูลบันทึกการใช้งาน (Audit Log) ได้ตามเงื่อนไขที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด 5.3. ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน
5.3.1. ข้อกำหนดทั่วไปของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน
5.3.1.1. พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ในรูปแบบ Web Application สำหรับบริหารจัดข้อมูล การรับชำระเงิน สิทธิ์การใช้งาน เเละควบคุมการเชื่อมต่อในการให้บริการด้าน API
การชำระเงิน
5.3.1.2. สามารถกำหนดประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Classification) และ สภาพแวดล้อมของระบบ (System Environment) ที่ต้องดำเนินการ Masking ข้อมูล
ก่อนการส่งข้อมูลการรับชำระเงินไปยังระบบภายนอกและระบบที่เกี่ยวข้องได้ เพื่อให้
เป็นไปตามมาตรการควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ โดยเฉพาะใน
ส่วนของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (Data Masking) และการป้องกันข้อมูลที่
สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Personally Identifiable Information : PII)
5.3.1.3. จัดทำ API เพื่อทดแทน API เดิมทั้งหมด โดยต้องคงไว้ซึ่งเงื่อนไขในการเรียกใช้งาน (Request) และการตอบกลับ (Response) ให้เหมือนกับ API เดิม รายละเอียด API
เดิม ตามผนวก 11 รายละเอียดระบบงานปัจจุบัน
5.3.1.4. สามารถเชื่อมต่อระบบที่สร้างข้อมูลหนี้และลดหนี้ค้างชำระ และรับ-ส่งข้อมูลเพื่อ ประมวลผลข้อมูลได้ เช่น ระบบบริการผู้ใช้ไฟฟ้า, ระบบบริหารองค์กร (ERP), ระบบ
การประปานครหลวง เป็นต้น ในรูปแบบที่กำหนดได้
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 13 จาก 100

5.3.1.5. สามารถเชื่อมโยงข้อมูลสาขาที่รับชำระเงินของการไฟฟ้านครหลวง ตามที่จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร จากระบบบริหารองค์กร (ERP) ได้
5.3.1.6. สามารถเชื่อมโยงส่งข้อมูลเอกสารการชำระเงินจากระบบการออกใบกำกับภาษี อิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice, e-Receipt) ในรูปแบบที่กำหนดได้เช่น Text File
และ API service เป็นต้น
5.3.1.7. สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ MEA e-Service เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อมูลการ รับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bill) ได้
5.3.1.8. สามารถเชื่อมโยงกับระบบภายนอกต่าง ๆ เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งมีการทำงาน ทั้งในรูปแบบไฟล์ข้อความ (Text File) และการเชื่อมต่อโดยตรงกับฐานข้อมูล เช่น
ระบบ Data Platform เป็นต้น
5.3.1.9. สามารถบริหารจัดการระบบที่มาเชื่อมต่อได้ เช่น MEA Smart Life, Line Official ของการไฟฟ้านครหลวง (MEA Connect), MEA e-service, การประปานครหลวง,
ตัวแทนรับชำระ เป็นต้น
5.3.1.10.สามารถกำหนดการตั้งค่าการเชื่อมต่อไประบบที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ตั้งค่าการเชื่อมต่อ กับการประปานครหลวง เป็นต้น
5.3.1.11.สามารถกำหนดประเภทการรับชำระค่าใช้จ่ายของการไฟฟ้านครหลวงได้อย่างถูกต้อง ตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าไฟฟ้าคิดเพิ่ม ค่าบริการการขอใช้ไฟฟ้า
ทุกประเภท ค่าบริการการขอใช้ไฟฟ้า/หลักประกัน ค่าหลักประกัน ค่าดำเนินการงด
จ่ายไฟฟ้า ค่าปรับ หนี้สูญรับคืน งานผ่อนชำระ ลูกหนี้เช็คคืน ค่าสิ่งของและบริการ
ค่าธรรมเนียมทางศาล ค่าเช่า/ค่าน้ำประปาร้านค้า ค่าสัญญาเช่าทางการเงิน
งานธุรกิจเสริม ลูกหนี้อื่น ๆ งานละเมิด และ ค่าบริการอื่น ๆ เป็นต้น
5.3.1.12.สามารถกำหนดระบบรับชำระในที่ทำการเป็น Offline Mode ได้ตามเงื่อนไขตามที่ การไฟฟ้านครหลวงกำหนด เช่น ปิดตามช่วงเวลา ปิดทันที เป็นต้น
5.3.1.13.สามารถกำหนดช่องทางการรับชำระเงินได้โดยสามารถกำหนดแยกสำหรับระบบ รับชำระแบบ Online Mode และ Offline Mode
5.3.1.14.สามารถกำหนดและจัดการเงื่อนไขการรับชำระเงินได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น การชำระเงินทั้งหมด หรือบางส่วน (Partial Payment) ตามแต่ละประเภทค่าใช้จ่าย
ตามช่องทางการรับชำระเงิน, การกำหนดประเภทค่าใช้จ่ายที่ชำระได้ในแต่ละช่องทาง
เป็นต้น โดยสามารถกำหนดแยกสำหรับระบบรับชำระแบบไม่สามารถเชื่อมต่อ และ
สามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของการไฟฟ้านครหลวงและระบบบริการผู้ใช้ไฟฟ้า
ได้
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 14 จาก 100

5.3.1.15.สามารถกำหนดการเปิด-ปิด ช่องทางการรับชำระเงินได้ เช่น ปิดรับชำระเงินผ่านบัตร เครดิต เป็นต้น
5.3.1.16.สามารถดึงข้อมูลหนี้ค้างชำระจากระบบที่เกี่ยวข้องได้
5.3.1.17.สามารถส่งข้อมูลให้ระบบที่เกี่ยวข้องเพื่อลดหนี้รับชำระได้
5.3.1.18.สามารถดึงข้อมูลหนี้จากหลายระบบตามเงื่อนไขที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด โดยรับชำระเงินในครั้งเดียว และส่งข้อมูลให้ระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดหนี้ได้อย่าง
ถูกต้อง
5.3.1.19.สามารถกำหนดเงื่อนไขการคิดเบี้ยปรับได้ เช่น นับจากวันที่รับชำระเงิน ประเภท ค่าใช้จ่าย จำนวนเงินที่คิดค่าปรับ เป็นต้น
5.3.1.20.สามารถจำลองการคำนวณเบี้ยปรับ โดยระบุเงื่อนไขตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด ได้
5.3.1.21.สามารถสร้าง Workflow Process การบริหารจัดการการรับชำระเงินได้
5.3.1.22.สามารถกำหนดค่าการเปิดใช้งาน Workflow Process สำหรับการบริหารจัดการ การรับชำระเงินในแต่ละกระบวนการได้ เช่น การบริหารจัดการตัวแทน การรับชำระ
เงินแบบออฟไลน์ เป็นต้น ทั้งนี้ ระบบยังสามารถติดตามสถานะของการดำเนินงานใน
แต่ละขั้นตอนของกระบวนการดังกล่าวได้
5.3.1.23.สามารถตั้งค่าการใช้งาน Workflow Process การบริหารจัดการการรับชำระเงินใน แต่ละกระบวนการแตกต่างกันในแต่ละสภาพแวดล้อมของระบบ (System
Environment) ได้ เช่น การบริหารจัดการตัวแทนในระบบทดสอบ ไม่ต้องผ่านขั้นตอน
ลงนามในสัญญาตัวแทนให้สามารถทดสอบการเชื่อมต่อ API ได้ เป็นต้น
5.3.1.24.สามารถส่ง Email จากผู้ดูแลระบบไปยังตัวแทนรับชำระเงิน เพื่อแจ้งเหตุการณ์และ ประกาศสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานระบบ เช่น แจ้งปิด/เปิดระบบ แจ้งระบบไม่
สามารถใช้งาน เป็นต้น โดยผ่าน SMTP Server ของการไฟฟ้านครหลวง
5.3.1.25.จัดการบัญชีผู้ใช้งานระบบ ต้องมีคุณสมบัติฉพาะอย่างน้อย ดังนี้
5.3.1.25.1. สามารถเพิ่ม แก้ไข ลบ ข้อมูลผู้ใช้งานระบบได้
5.3.1.25.2. สามารถกำหนดสถานะบัญชี (Account) ของผู้ใช้งานระบบได้ เช่น
เปิดการใช้งาน ระงับการใช้งาน เป็นต้น
5.3.1.25.3. สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน และจัดกลุ่ม ผู้ใช้งานระบบได้
5.3.1.25.4. สามารถจัดการกลุ่มผู้ใช้งานระบบได้
5.3.1.25.5. การเพิ่มข้อมูลผู้ใช้งานระบบจะต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์การเป็นพนักงาน
กับระบบ MEA Smart Office (OAuth 2.0) และพนักงานจ้างเหมาจาก
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 15 จาก 100

ระบบ Outsouce Login (OAuth 2.0) หรือตามที่การไฟฟ้านครหลวง
กำหนด
5.3.1.25.6. การเข้าใช้งานของผู้ดูและระบบจะต้องเชื่อมโยงผ่าน MEA Smart
Office (OAuth 2.0) และพนักงานจ้างเหมาจากระบบ Outsouce
Login (OAuth 2.0) หรือตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
5.3.1.25.7. สามารถค้นหา และแสดงข้อมูลผู้ใช้งานระบบ ตามเงื่อนไขที่กำหนดได้
5.3.1.25.8. สามารถบันทึกข้อมูลการเข้าใช้ระบบ (Log) ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลอย่าง
น้อยดังนี้ วันเวลาที่ผู้ใช้งานทำการ Sign In เข้าสู่ระบบ และเวลาที่ Sign
Out จากระบบ, หมายเลข IP Address คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน,
Web Browser ที่เข้าใช้งาน
5.3.1.25.9. สามารถค้นหา และส่งออกข้อมูลการเข้าใช้ระบบ ในรูปแบบ Excel
และ CSV
5.3.1.25.10.สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้รายงานต่าง ๆ ตามกลุ่มผู้ใช้งาน (Group)
และ ผู้ใช้งานได้
5.3.1.26.สามารถจัดการการแจ้งเตือนผลการชำระเงินสำเร็จ (Notification) เพื่อส่งไปยังระบบ ปลายทางได้ เช่น MEA Smart Life และ Line Official ของการไฟฟ้านครหลวง
(MEA Connect) เป็นต้น โดยสามารถกำหนด URL, Token ได้เป็นอย่างน้อย พร้อม
ทั้งจัดทำคู่มือ Specification API สำหรับเชื่อมโยงระบบ
5.3.1.27.สามารถจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 365 วัน และต้องมีกระบวนการย้ายข้อมูลที่ เกินระยะเวลาที่กำหนดไปเก็บยังระบบจัดเก็บข้อมูล Object Storage โดยต้องจัดเก็บ
และส่ง Log อย่างน้อยดังนี้
5.3.1.27.1. Log การเข้าถึงระบบ (Access Log) ข้อมูลการเข้าสู่ระบบของผู้ใช้ เช่น
Username, เวลา, IP Address, URL เป็นต้น
5.3.1.27.2. Log การเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Data Modification Log) บันทึกการเพิ่ม
แก้ไข และลบข้อมูลสำคัญในระบบ
5.3.1.27.3. Log การทำธุรกรรม (Transaction Log) บันทึกรายการธุรกรรม เช่น
การตรวจสอบรายการหนี้ค้างชำระ การชำระเงิน เป็นต้น
5.3.1.27.4. Log ข้อผิดพลาด (Error Log) บันทึกเหตุการณ์ที่ระบบทำงานผิดปกติ
5.3.1.28.สามารถจัดเก็บข้อมูลบันทึกการใช้งาน (Audit Log) ตามเงื่อนไขที่การไฟฟ้านครหลวง กำหนด
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 16 จาก 100

5.3.1.29.สามารถแสดงรายงานการส่งแจ้งเตือนผลการชำระเงินสำเร็จ (Notification) ได้ โดย สามารถค้นหาได้จาก ตัวแทนรับชำระ วันที่ชำระเงิน เป็นต้น และสามารถ Export
Excel ได้
5.3.1.30.สามารถแสดงรายงานตรวจสอบการรับชำระเงิน (Dashboard Monitor) อย่างน้อย ดังนี้
5.3.1.30.1. ข้อมูลสัดส่วนการรับชำระเงิน ระหว่างรับชำระในที่ทำการ และตัวแทน
รับชำระ
5.3.1.30.2. ข้อมูลการชำระเงินในที่ทำการ ในรูปแบบ รายวัน รายเดือน รายปี
5.3.1.30.3. ข้อมูลการตรวจสอบหนี้ และการชำระเงินของแต่ละตัวแทนรับชำระ ใน
รูปแบบ รายวัน รายเดือน รายปี
5.3.1.30.4. ข้อมูลการชำระเงินค่าน้ำประปา ในรูปแบบ รายวัน รายเดือน รายปี
5.3.1.30.5. ข้อมูลการเรียก API ไม่สำเร็จ ของแต่ละตัวแทนรับชำระ
5.3.1.30.6. ข้อมูลการรับชำระไม่สำเร็จ (Incomplete) ของแต่ละตัวแทน โดยแยก
เป็น รายวัน และรายเดือน
5.3.1.30.7. ข้อมูลการชำระเงินบางส่วน ในรูปแบบ รายวัน รายเดือน รายปี
5.3.1.30.8. ข้อมูลการชำระเงินหนี้อื่น ๆ
5.3.1.30.9. ข้อมูลสรุปธุรกรรมการชำระเงินและประสิทธิภาพระบบ โดยต้องสามารถ
แสดงข้อมูลอย่างน้อยดังนี้Latency, Error Rate, ปริมาณการใช้งาน
(จำนวนคำขอ API ต่อวินาที) เป็นต้น
5.3.1.30.10.รายงานข้อผิดพลาดในธุรกรรมที่ไม่สำเร็จ (Transaction Error)
5.3.1.31.สามารถแสดงรายงานต่าง ๆ ได้เป็นอย่างน้อยดังนี้
5.3.1.31.1. สามารถสร้างเอกสารในรูปแบบรายงานตามที่กำหนดได้
5.3.1.31.2. สามารถเรียกดูและแสดงผลแบบรายงานผ่านทางหน้าจอโปรแกรมได้
5.3.1.31.3. สามารถส่งออกแบบรายงานในรูปแบบ PDF, Excel และ Word ได้
5.3.1.31.4. สามารถพิมพ์รายงานต่าง ๆ ออกทางเครื่องพิมพ์ (Printer) ได้
5.3.1.31.5. สามารถสร้างเอกสารในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยกำหนด
เงื่อนไขการแสดงผลตามที่กำหนดได้
โดยมีรายงานอย่างน้อยดังนี้

  1. รายงานเปรียบเทียบรายการรับชำระที่ไม่ตรงกับการลดหนี้หรือลงบัญชี

  2. รายงานใบนำส่งเงิน

  3. รายงานใบนำส่งเช็ค

  4. รายงานการควบคุมใบรับเงิน จำแนกพนักงานการเงิน
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 17 จาก 100

  5. รายงานการยกเลิกใบรับเงิน จำแนกพนักงานการเงิน

  6. รายงานแจ้งยอดเงินนำส่งของพนักงานการเงิน

  7. รายงานการรับชำระแยกตามประเภทช่องทางการชำระเงิน

  8. รายงานการรับชำระแยกตามประเภทหนี้

  9. รายงานข้อมูลการรับชำระแยกตามตัวแทน โดยแยกเป็นการตรวจสอบรายการ
    หนี้ค้างชำระ (Inquiry) การรับชำระค่าใช้จ่าย (Payment) การยกเลิกรับชำระ
    (Cancel) เป็นอย่างน้อย

  10. รายงานข้อมูลรับชำระ ตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ เช่น ตามแต่ละช่องทางและ
    ตัวแทนประจำวัน/เดือน เป็นต้น

  11. รายงานแสดงข้อมูลการเชื่อมต่อ และสิทธิ์การใช้งานตัวแทนรับชำระ

  12. รายงานการยกเลิกใบเสร็จรับเงิน

  13. รายงานการยกเว้นเบี้ยปรับ

  14. รายงานการรับชำระแบบ Offline Mode โดยสามารถค้นหาได้ตามสถานะ
    การรับชำระ จุดรับชำระ เป็นต้น

  15. รายงานการใช้งานระบบฯ (Log) และสามารถสืบค้นได้ ทั้งแบบภาพรวมและ
    แบบแสดงรายละเอียดได้อย่างน้อยดังนี้ ผู้เข้าใช้งานระบบ, วัน เวลา ที่
    ดำเนินการ, กิจกรรมที่ดำเนินการ

  16. รายงานกระทบยอดการรับชำระกับการลดหนี้ในแต่ละระบบที่เชื่อมต่อ โดยที่
    รายงานสามารถแสดงข้อมูลรับชำระตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ เช่น ตามแต่ละ
    ช่องทางและตัวแทน, ประจำวัน/เดือน เป็นต้น
    5.3.2. ระบบบริหารจัดการสำหรับระบบรับชำระในที่ทำการ
    5.3.2.1. สามารถบันทึก แก้ไข ยกเลิก เครื่องที่ใช้ในการรับชำระ ในแต่ละจุดรับชำระของ การไฟฟ้านครหลวงได้โดยระบุข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
    5.3.2.1.1. รหัสพนักงานที่รับชำระ
    5.3.2.1.2. IP Address ของเครื่องรับชำระ
    5.3.2.1.3. ช่องรับชำระ
    5.3.2.1.4. จุดรับชำระของการไฟฟ้านครหลวง เช่น หน่วยงาน / การไฟฟ้านครหลวง
    เขต
    5.3.2.2. สามารถตรวจสอบข้อมูลของเครื่องที่มีสิทธิ์ใช้ในการรับชำระได้
    5.3.2.3. สามารถตั้งค่า IP Address ของเครื่อง Server ของระบบคิวรับชำระ ซึ่งเชื่อมต่อกับ เครื่องที่ใช้ในการรับชำระเงิน โดยสามารถกำหนดค่าแยกตามการไฟฟ้านครหลวงเขต
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 18 จาก 100

หน่วยงาน และจุดรับชำระของการไฟฟ้านครหลวงได้ ทั้งนี้ ระบบจะต้องสามารถ
ทำงานร่วมกับระบบคิวรับชำระของการไฟฟ้านครหลวงได้
5.3.2.4. ระบบจะต้องสามารถกำหนดและบริหารสิทธิ์การเข้าใช้งานของผู้ใช้งานประเภท พนักงานประจำเครื่องรับชำระ ได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
5.3.2.4.1. สามารถกำหนดระดับสิทธิ์การใช้งานของผู้ใช้งานพนักงานประจำเครื่องรับ
ชำระได้อย่างน้อยใน 2 ระดับ ได้แก่ ระดับการรับชำระ ระดับการอนุมัติ
5.3.2.4.2. สามารถกำหนดสิทธิ์การรับชำระของผู้ใช้งานให้จำแนกตามเขตการไฟฟ้า
หน่วยงาน และจุดรับชำระของการไฟฟ้านครหลวงได้โดยผู้ใช้งานจะ
สามารถดำเนินการรับชำระได้เฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้น
5.3.2.4.3. สามารถกำหนดลำดับชั้น (Hierarchy) ในการอนุมัติงานรับชำระ เพื่อให้
เป็นไปตามกระบวนการควบคุมและตรวจสอบภายในตามข้อกำหนดของ
การไฟฟ้านครหลวง
5.3.2.5. ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าระบบพร้อมกันมากกว่า 1 เครื่องในเวลาพร้อมกัน
5.3.2.6. สามารถจัดการรหัสผ่านที่สอดคล้องกับนโยบายของการไฟฟ้านครหลวง อย่างน้อย ดังนี้
5.3.2.6.1. เมื่อเข้าใช้งานครั้งแรกจะต้องให้ผู้ใช้งานทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน (First Time
Force Change)
5.3.2.6.2. รหัสผ่านจะต้องมีอย่างน้อย 8 ตัวอักษร โดยต้องมีทั้งตัวเลข อักขระพิเศษ
ตัวอักษรพิมพ์เล็ก และตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ เป็นต้น (Password Policy)
5.3.2.6.3. สามารถกำหนด Password Expire และ แจ้งเตือนผู้ใช้ให้ทำการเปลี่ยน
Password ก่อนวัน Expire ได้
5.3.2.6.4. ระบบต้องสามารถ บังคับเปลี่ยนรหัสผ่านตามระยะเวลาที่
การไฟฟ้านครหลวงกำหนดได้เช่น ทุก 3 เดือน , ทุก 6 เดือน เป็นต้น โดย
ระยะเวลาดังกล่าวต้องสามารถกำหนดและปรับเปลี่ยนได้ผ่านหน้าจอ
บริหารจัดการระบบ
5.3.2.6.5. ระบบต้องสามารถกำหนดนโยบายการบังคับเปลี่ยนรหัสผ่านตามระยะเวลา
ให้แตกต่างกันได้ตามบทบาทของผู้ใช้งานได้เช่น ผู้ใช้งานทั่วไป ต้องมีการ
บังคับเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างน้อยทุก 6 เดือน, ผู้ดูแลระบบ ต้องมีการบังคับ
เปลี่ยนรหัสผ่านอย่างน้อยทุก 3 เดือน เป็นต้น
5.3.2.6.6. สามารถ Reset Password ในกรณีที่ผู้ใช้งานลืมรหัสเข้าใช้งานได้
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 19 จาก 100

5.3.2.7. สามารถกำหนดวิธีการรับชำระเงินที่รับชำระในที่ทำการได้ เช่น เงินสด เช็ค บัตรเครดิต (ผ่านเครื่อง EDC) บัตรเดบิต (ผ่านเครื่อง EDC) และ QR Code Prompt
Pay (ผ่านเครื่อง EDC) ได้
5.3.2.8. สามารถกำหนดเงื่อนไขการรับเงิน ตามแต่ละวิธีการรับชำระได้ เช่น จำนวนยอดเงินที่ รับชำระได้ในแต่ละวิธีการ วิธีการใดบ้างที่รับผสมกันได้ เป็นต้น
5.3.2.9. สามารถกำหนดประเภทค่าใช้จ่ายที่สามารถรับชำระในที่ทำการได้
5.3.2.10.สามารถกำหนดประเภทค่าใช้จ่ายที่สามารถรับชำระพร้อมกันได้
5.3.2.11.สามารถกำหนดเงื่อนไขการรับชำระบางส่วน (Partial Payment) ได้
5.3.2.12.สามารถกำหนดเงื่อนไขการรับชำระค่าไฟบางบิลได้
5.3.2.13.สามารถกำหนดเงื่อนไขการปัดเศษรับชำระเงินได้
5.3.2.14.สามารถกำหนดเงื่อนไขการรับชำระที่ต้องผ่านการอนุมัติได้ เช่น การรับชำระบางส่วน ค่าดำเนินการงดจ่ายไฟ ค่าเบี้ยปรับ ค่าต่อกลับ การยกเว้นค่าใช้จ่าย เป็นต้น
5.3.2.15.สามารถกำหนดเงื่อนไขการออกเอกสารการชำระเงินได้ เช่น ใบเสร็จรับเงิน, ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี, ใบกำกับภาษี, ใบกำกับภาษีอย่างย่อ และ ใบเพิ่มหนี้
เป็นต้น
5.3.2.16.สามารถกำหนดเงื่อนไขการยกเลิกการชำระเงิน และเอกสารชำระเงินได้
5.3.2.17.สามารถกำหนดเงื่อนไขของลูกหนี้เช็คคืน เพื่อรับชำระผ่านช่องทางเช็คได้
5.3.2.18.สามารถกำหนดเวอร์ชันขั้นต่ำที่สามารถใช้งานได้เพื่อบังคับให้ปรับปรุงระบบ ในกรณี ที่มีการปรับปรุงเป็นเวอร์ชันใหม่ โดยสามารถเลือกได้ว่าจะบังคับให้ปรับปรุงเป็น
เวอร์ชันใหม่ทั้งหมด หรือระบุการไฟฟ้านครหลวงเขตได้
5.3.2.19.สามารถดึงข้อมูลจากการชำระ ในกรณีที่รับชำระในที่ทำการแบบ Offline Mode เพื่อนำมาลดหนี้ได้โดยสามารถตรวจสอบรายการแยกตามจุดรับชำระของ
การไฟฟ้านครหลวง และเลือกรายการสำหรับลดหนี้ได้
5.3.2.20.สามารถกำหนดการทอนเงินสด กรณีชำระเงินด้วยเช็คได้
5.3.2.21.สามารถกำหนดลายน้ำ สำหรับการจำลองตัวอย่างก่อนพิมพ์ได้ โดยสามารถ อัปโหลดไฟล์รูปภาพ และการกำหนดลายน้ำด้วยข้อความตัวอักษรได้
5.3.2.22.สามารถกำหนดรูปแบบการจัดทำเอกสารการชำระเงินได้ทั้งในรูปแบบกระดาษขนาด ตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด และกระดาษชนิดความร้อน (Thermal Paper) โดย
สามารถกำหนดให้แยกตามเครื่องรับชำระเงิน และระบุการไฟฟ้านครหลวงเขตได้
5.3.2.23.สามารถบันทึกข้อมูลการเข้าใช้ระบบ (Log) ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังนี้ วัน เวลาที่ผู้ใช้งานทำการ Sign In เข้าสู่ระบบ และเวลาที่ Sign Out จากระบบ,หมายเลข
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 20 จาก 100

IP Address คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน, เวอร์ชันระบบรับชำระในที่ทำการ,
ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์, เคาเตอร์รับชำระเงิน
5.3.3. ระบบบริหารจัดการสำหรับระบบรับชำระผ่านตัวแทน
5.3.3.1. สามารถเพิ่ม แก้ไข ยกเลิก ตัวแทนรับชำระ โดยมีข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
5.3.3.1.1. รหัสตัวแทนรับชำระ (3 หลัก)
5.3.3.1.2. ชื่อกลุ่มของตัวแทน เช่น ตัวแทน A เป็นต้น
5.3.3.1.3. ชื่อตัวแทนรับชำระ เช่น ตัวแทน A ช่องทาง Mobile เป็นต้น
5.3.3.1.4. ช่องทางรับชำระ เช่น Mobile, Internet, เคาเตอร์รับชำระ เป็นต้น
5.3.3.1.5. Email ผู้ประสานงาน
5.3.3.1.6. สถานะเปิดใช้งาน
5.3.3.1.7. วันที่เริ่มใช้งาน
5.3.3.1.8. วันที่สิ้นสุด
5.3.3.1.9. File สัญญาตัวแทนรับชำระ
5.3.3.1.10. โลโก้หรือตราสัญลักษณ์ของตัวแทนรับชำระ
5.3.3.1.11. IP Address ของสภาพแวดล้อมสำหรับการทดสอบก่อนการนำระบบขึ้นใช้
งานจริง (Staging Environment)
5.3.3.1.12. IP Address ของสภาพแวดล้อมสำหรับใช้งานจริง (Production
Environment)
5.3.3.2. สามารถส่ง Email แจ้ง สำหรับตัวแทนรับชำระ โดยมีข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
5.3.3.2.1. เอกสารการเชื่อมต่อระบบ API Specification
5.3.3.2.2. รูปแบบความปลอดภัยของตัวแทนรับชำระ
5.3.3.3. สามารถกำหนดวิธีการรับชำระเงินแต่ละตัวแทนรับชำระได้เช่น ผ่านระบบรับชำระ ผ่านตัวแทน ผ่านการหักบัญชีธนาคาร ผ่านการหักบัตรเครดิต เป็นต้น
5.3.3.4. สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง API ให้กับตัวแทนรับชำระได้เช่น สามารถให้เข้าถึงAPI ตรวจสอบรายการหนี้ค้างชำระ (Inquiry) ได้เท่านั้น เป็นต้น
5.3.3.5. สามารถกำหนดเงื่อนไขการรับชำระเงินของระบบรับชำระผ่านตัวแทนได้เช่น ตาม ประเภทค่าใช้จ่าย ตามช่องทางการรับชำระเงิน วิธีการรับชำระเงิน การรับชำระเงิน
แบบผสมประเภทค่าใช้จ่าย การรับชำระเงินบางส่วน (Partial Payment) การรับชำระ
ใบแจ้งค่าไฟฟ้าแบบรวม เป็นต้น
5.3.3.6. สามารถกำหนดเงื่อนไขการรับชำระเงินของแต่ละตัวแทนได้ กรณีที่มีเงื่อนไขแตกต่าง กันในแต่ละตัวแทน เช่น ตามประเภทค่าใช้จ่าย ตามช่องทางการรับชำระเงิน วิธีการ
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 21 จาก 100

รับชำระเงิน การรับชำระเงินแบบผสมประเภทค่าใช้จ่าย การรับชำระเงินบางส่วน
(Partial Payment) การรับชำระใบแจ้งค่าไฟฟ้าแบบรวม เป็นต้น
5.3.3.7. สามารถตั้งค่าเวลาการให้บริการตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ โดยผู้ใช้งานสามารถกำหนด ช่วงเวลาในแต่ละวันเพื่อทำการปิด/เปิดระบบ และสามารถเลือกบาง Service หรือทุก
Service ได้เช่น ระบบรับชำระผ่านตัวแทน ปิดระบบทุกวันตั้งแต่เวลา 23:45 น.
ถึง 00:00 น. , ปิด API สำหรับรับชำระเงิน ตั้งแต่เวลา 23:45 น. ถึง 00:00 น. เป็นต้น
5.3.3.8. สามารถจัดการ การปิด/เปิดระบบ และสามารถเลือกบาง Service หรือทุก Service ได้โดยกำหนดตามช่วงเวลาได้ เพื่อดำเนินการบำรุงรักษาระบบ
5.3.3.9. สามารถแสดง สร้าง และแก้ไขผู้ใช้งาน (SFTP User) และกำหนดสิทธิ์การวางไฟล์ (SFTP Path) สำหรับแต่ละตัวแทน โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
5.3.3.9.1. ข้อมูลรายการรับชำระสำเร็จ (Transaction)
5.3.3.9.2. ข้อมูลรายการรับชำระไม่สำเร็จ (Incomplete)
5.3.3.9.3. ข้อมูลการสมัครหักผ่านบัญชีธนาคาร / บัตรเครดิต (Enrollment)
5.3.3.9.4. ข้อมูลรายการค่าใช้จ่ายสำหรับหักบัญชีธนาคาร / บัตรเครดิต (DDCC)
5.3.3.9.5. ข้อมูลรายการรับชำระผ่านตัวแทนแบบออฟไลน์(Offline)
5.3.3.9.6. ข้อมูลรายการปรับปรุงการรับชำระ (Adjustment)
5.3.3.10.ระบบจะต้องสามารถกำหนดการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) และการถอดรหัสข้อมูล (Decryption) สำหรับการรับส่งข้อมูลระหว่างระบบได้ โดยต้องใช้วิธีการเข้ารหัส
ข้อมูลที่ได้มาตรฐาน เช่น การเข้ารหัสแบบ PGP (Pretty Good Privacy) และ GPG
(GNU Privacy Guard) เป็นต้น ทั้งนี้ ระบบต้องสามารถกำหนดค่าเปิด / ปิดการใช้
งานการเข้ารหัส สำหรับแต่ละตัวแทน และแต่ละประเภทของข้อมูลตามข้อ 5.3.3.9
ได้และจะต้องสามารถกำหนดรูปแบบการเข้ารหัสที่แตกต่างกันในแต่ละตัวแทน
5.3.3.11.สามารถแสดงรายงานข้อมูลรายการรับชำระสำเร็จ (Transaction) จากไฟล์ที่ตัวแทน รับชำระวางไว้เปรียบเทียบกับข้อมูลรับชำระในระบบได้พร้อมทั้งแจ้งเตือนไปยัง
เจ้าหน้าที่ที่กำหนดผ่าน Email กรณีที่ไม่ตรง และสามารถเลือกรายการเพื่อส่งไป
ลดหนี้ที่ระบบที่เกี่ยวข้องได้
5.3.3.12.สามารถส่งข้อมูลเพื่อลดหนี้ที่ระบบที่เกี่ยวข้อง ตามช่วงเวลาที่การไฟฟ้านครหลวง กำหนด เช่น ทุก 1 ชั่วโมง เป็นต้น และแสดงรายงานข้อมูลรายการรับชำระไม่สำเร็จ
(Incomplete) จากไฟล์ที่ตัวแทนรับชำระวางไว้เปรียบเทียบกับข้อมูลการลดหนี้
พร้อมทั้งแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ที่กำหนดผ่าน Email กรณีที่ไม่สามารถลดหนี้ได้
5.3.3.13.สามารถแสดงรายงานข้อมูลการสมัครหักผ่านบัญชีธนาคาร / บัตรเครดิต (Enrollment) จากไฟล์ที่ตัวแทนรับชำระวางไว้
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 22 จาก 100

5.3.3.14.สามารถแสดงรายงานข้อมูลรายการค่าใช้จ่ายสำหรับหักบัญชีธนาคาร / บัตรเครดิต (DDCC) จากไฟล์ที่ตัวแทนรับชำระวางไว้
5.3.3.15.สามารถส่งข้อมูลเพื่อลดหนี้ที่ระบบที่เกี่ยวข้อง ตามช่วงเวลาที่การไฟฟ้านครหลวง กำหนด เช่น ทุก 1 ชั่วโมง เป็นต้น แสดงรายงานข้อมูลรายการรับชำระผ่านตัวแทน
แบบออฟไลน์(Offline) จากไฟล์ที่ตัวแทนรับชำระวางไว้เปรียบเทียบกับข้อมูลการลด
หนี้พร้อมทั้งแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ที่กำหนดผ่าน Email กรณีที่ไม่สามารถลดหนี้ได้
5.3.3.16.สามารถส่งข้อมูลเพื่อลดหนี้ที่ระบบที่เกี่ยวข้อง ตามช่วงเวลาที่การไฟฟ้านครหลวง กำหนด เช่น ทุก 1 ชั่วโมง แสดงรายงานข้อมูลรายการปรับปรุงการรับชำระ
(Adjustment) จากไฟล์ที่ตัวแทนรับชำระวางไว้เปรียบเทียบกับข้อมูลการลดหนี้
พร้อมทั้งแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ที่กำหนดผ่าน Email กรณีที่ไม่สามารถลดหนี้ได้
5.4. ระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน (Payment Integration System)
5.4.1. ทำหน้าที่เชื่อมต่อการชำระเงินระหว่างระบบต่าง ๆ ของการไฟฟ้านครหลวงกับตัวแทนรับชำระ อย่างน้อย 1 ตัวแทน เพื่อให้สามารถดำเนินการชำระเงินได้ โดยต้องสามารถปรับปรุงระบบเพื่อ เพิ่ม/ลด ตัวแทนรับชำระได้
5.4.2. สามารถเชื่อมต่อการชำระเงินได้โดยผ่านรูปแบบ REST API และหน้าเว็บ (Hosted Payment Page)
5.4.3. สามารถเชื่อมต่อการชำระเงินได้หลายช่องทาง เช่น บัญชีธนาคาร บัตรเครดิต QR Prompt Pay เป็นต้น
5.4.4. สามารถกำหนดบัญชีปลายทางสำหรับรับเงินจากตัวแทนรับชำระได้มากกว่า 1 บัญชีเช่น บัญชี เงินฝากธนาคาร รหัสประจำร้านค้า (Merchant ID) เป็นต้น
5.4.5. สามารถกำหนดสิทธิ์และยกเลิกการให้บริการของระบบอื่น ๆ ได้โดยสามารถระบุถึงช่องทางที่ ระบบต้นทางต้องการเชื่อมต่อได้
5.4.6. สามารถเปิด/ปิดช่องทางการรับชำระเงินได้ โดยสามารถดำเนินการตามตัวแทนรับชำระ และ ตามช่องทางการให้บริการของแต่ละตัวแทน
5.4.7. การรับส่งข้อมูลต้องมีการตรวจสอบจากต้นทาง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลระหว่างทาง และสามารถแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ที่กำหนดผ่าน Email หากตรวจพบความผิดปกติของข้อมูล 5.4.8. สามารถแสดง สร้าง แก้ไข ลบผู้ใช้งาน สำหรับผู้ดูแลระบบต้นทางได้
5.4.9. ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าระบบพร้อมกันมากกว่า 1 เครื่องในเวลาพร้อมกัน
5.4.10.สามารถจัดการรหัสผ่านที่สอดคล้องกับนโยบายของการไฟฟ้านครหลวง อย่างน้อยดังนี้ 5.4.10.1. เมื่อเข้าใช้งานครั้งแรกจะต้องให้ผู้ใช้งานทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน (First Time Force Change)
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 23 จาก 100

5.4.10.2.รหัสผ่านจะต้องมีอย่างน้อย 8 ตัวอักษร โดยต้องมีทั้งตัวเลข อักขระพิเศษตัวอักษร พิมพ์เล็ก และตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ เป็นต้น (Password Policy)
5.4.10.3.สามารถกำหนด Password Expire และ แจ้งเตือนผู้ใช้ให้ทำการเปลี่ยน Password ก่อนวัน Expire ได้
5.4.10.4.ระบบต้องสามารถบังคับเปลี่ยนรหัสผ่านตามระยะเวลาที่ การ ไฟฟ้านครหลวงกำหนดได้ เช่น ทุก 3 เดือน , ทุก 6 เดือน เป็นต้น โดยระยะเวลา
ดังกล่าวต้องสามารถกำหนดและปรับเปลี่ยนได้ผ่านหน้าจอบริหารจัดการระบบ
5.4.10.5.ระบบต้องสามารถกำหนดนโยบายการบังคับเปลี่ยนรหัสผ่านตามระยะเวลาให้แตกต่าง กันได้ตามบทบาทของผู้ใช้งานได้ เช่น ผู้ใช้งานทั่วไป ต้องมีการบังคับเปลี่ยนรหัสผ่าน
อย่างน้อยทุก 6 เดือน, ผู้ดูแลระบบ ต้องมีการบังคับเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างน้อยทุก 3
เดือน เป็นต้น
5.4.10.6.สามารถ Reset Password ในกรณีที่ผู้ใช้งานลืมรหัสเข้าใช้งานได้
5.4.11.การเพิ่มข้อมูลผู้ดูแลระบบจะต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์การเป็นพนักงาน กับระบบ MEA Smart Office (OAuth 2.0)
5.4.12.การเข้าใช้งานของผู้ดูและระบบจะต้องเชื่อมโยงผ่าน MEA Smart Office (OAuth 2.0) 5.4.13.สามารถค้นหา และแสดงข้อมูลผู้ใช้งานระบบ ข้อมูลผู้ดูแลระบบ ตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ 5.4.14.สามารถบันทึกข้อมูลการเข้าใช้ระบบ (Log) ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังนี้ วันเวลาที่
ผู้ใช้งานทำการ Sign In เข้าสู่ระบบ และเวลาที่ Sign Out จากระบบ, หมายเลข IP Address คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน, Web Browser ที่เข้าใช้งาน
5.4.15.สามารถค้นหา และส่งออกข้อมูลการเข้าใช้ระบบ ในรูปแบบ Excel และ CSV
5.4.16.สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้รายงานต่าง ๆ ตามกลุ่มผู้ใช้งาน (Group) และ ผู้ใช้งานได้ 5.4.17.พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ในรูปแบบ Web Application สำหรับผู้ดูแลระบบต้นทาง โดยมี ความสามารถดังนี้
5.4.17.1.สามารถแสดง Dashboard สรุปข้อมูลการเชื่อมต่อการชำระเงิน
5.4.17.2.สามารถแสดงรายงานการเชื่อมต่อการชำระเงิน ที่ใช้บริการได้และสามารถ Export Excel และ CSV ได้
5.4.17.3.สามารถแสดงรายงานการเชื่อมต่อการชำระเงิน แยกตามช่องทางที่ให้บริการได้และ สามารถ Export Excel และ CSV ได้
5.4.17.4.สามารถแสดงรายงานการเชื่อมต่อการชำระเงินรายวันสำหรับกระทบยอดได้ และ สามารถ Export Excel และ CSV ได้
5.4.17.5.สามารถสร้าง และยกเลิก Secret Key สำหรับใช้ในกระบวนการตรวจสอบข้อมูลได้ และบันทึกประวัติการดำเนินการ
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 24 จาก 100

5.4.17.6.สามารถแสดงคู่มือการเชื่อมต่อการชำระเงินได้
5.4.18.พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ในรูปแบบ Web Application สำหรับผู้ดูแลระบบ โดยสามารถเข้าถึง ข้อมูลทั้งหมดในทุกระบบ ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้
5.4.18.1. สามารถแสดง Dashboard สรุปข้อมูลการเชื่อมต่อการชำระเงิน
5.4.18.2. สามารถแสดงรายงานการเชื่อมต่อการชำระเงิน ที่ใช้บริการได้ และสามารถ Export Excel และ CSV ได้
5.4.18.3. สามารถแสดงรายงานการเชื่อมต่อการชำระเงิน แยกตามช่องทางที่ให้บริการได้ และ สามารถ Export Excel และ CSV ได้
5.4.18.4. สามารถแสดงรายงานการเชื่อมต่อการชำระเงินรายวันสำหรับกระทบยอดได้ และ สามารถ Export Excel และ CSV ได้
5.4.18.5. สามารถสร้าง และยกเลิก Secret Key สำหรับใช้ในกระบวนการตรวจสอบข้อมูลได้ และบันทึกประวัติการดำเนินการ
5.4.18.6. สามารถจัดการคู่มือการเชื่อมต่อระบบการรับชำระเงินได้
5.4.19.สามารถแสดง สร้างผู้ใช้งาน (SFTP User) และกำหนดสิทธิ์การวางไฟล์ (SFTP Path) สำหรับ ระบบต้นทาง เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลการเชื่อมต่อการชำระเงิน (Transaction)
5.4.20.สามารถส่งออกข้อมูลการเชื่อมต่อการชำระเงิน (Transaction) สำหรับกระทบยอด ไปวางให้กับ แต่ละตัวแทนเป็นรายวันได้
5.4.21.สามารถจัดเก็บข้อมูล Log ของธุรกรรม (Transaction Log) เพื่อนำมาใช้ในการตรวจสอบ ย้อนหลังได้โดยระยะเวลาจัดเก็บเป็นไปตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
5.4.22.จัดทำเอกสารคู่มือการเชื่อมต่อระบบ เพื่อให้ระบบต้นทางสามารถศึกษาและนำไปใช้งานได้ 5.5. ซอฟต์แวร์บริหารจัดการการให้บริการข้อมูล (Service Managements)
5.5.1. ทำหน้าที่เป็นเกตเวย์ API ที่สามารถบริหารจัดการและคัดกรองการเรียกใช้ข้อมูล (Request) ทำ หน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อระบบการให้บริการข้อมูลต่าง ๆ ในรูปแบบจุดเชื่อมต่อเดียว (Single Entry Point) พร้อมต้องสามารถทำงานแบบ High Availability และสามารถบริหาร จัดการระบบผ่านทางหน้าเว็บสำหรับบริหารจัดการ (Web Application)
5.5.2. สามารถเพิ่ม แก้ไข ลบ ระบบงาน (Client Application) ที่ต้องการเชื่อมต่อได้สามารถกำหนด วันหมดอายุของระบบงานได้
5.5.3. สามารถกำหนดให้ระบบงานต้องสามารถทำการยืนยันตัวตนได้หลายรูปแบบพร้อมกัน 5.5.4. สามารถควบคุมการเข้าถึงด้วยรายการที่อนุญาต และไม่อนุญาตตาม IP Address (IP Whitelist / Blacklist)
5.5.5. สามารถกําหนดรูปแบบการยืนยันตัวตน (Authentication) ในการเรียกใช้งาน API ประกอบด้วย
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 25 จาก 100

5.5.5.1. Basic Authentication
5.5.5.2. API Key
5.5.5.3. OAuth 2.0 (มาตรฐาน Open-Source สำหรับการยืนยันตัวตน)
5.5.5.4. OIDC (OpenID Connect เป็นโปรโตคอลที่ถูกออกแบบสำหรับงานด้านยืนยันตัวตน โดยอ้างอิงมาตรฐานจาก OAuth 2.0)
5.5.5.5. JWT (JSON Web Token) โดยสามารถกำหนดช่วงเวลาที่ Token ใช้งานได้
5.5.5.6. mTLS (Mutual TLS) สำหรับการยืนยันตัวตนระดับ Certificate
5.5.6. สามารถแจ้งเตือน Certificate หมดอายุได้
5.5.7. สามารถจัดการ Certificate ผ่าน Web GUI ได้
5.5.8. สามารถจำกัดจำนวนครั้ง (Rate Limiting) สำหรับแต่ละระบบงาน (Client Application) เพื่อ ควบคุมการเข้าถึง API ในช่วงเวลาที่
5.5.9. สามารถตรวจสอบคำร้องขอจากระบบต้นทางได้ โดยตรวจสอบจาก IP Address, Domain Name และ HTTP Referrer
5.5.10.สามารถคัดกรองคำร้องขอ (Request) สำหรับการเรียกใช้ข้อมูลตามสิทธิ์การเข้าถึงในแต่ละส่วน ได้
5.5.11.สามารถขยายขีดความสามารถ (Scaling) เพื่อให้สามารถประมวลผลปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น พร้อมระบบขยายขนาดอัตโนมัติ (Auto-scaling)
5.5.12. มีระบบบันทึกและติดตามข้อมูลการใช้งาน (Logging and Monitoring) ของ API แต่ละตัว ประกอบด้วย
5.5.12.1.สามารถรวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลบันทึกการใช้งาน (Log Data) ได้ 5.5.12.2.สามารถจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบที่มีโครงสร้าง (Structured Logging) และค้นหาข้อมูล ได้
5.5.12.3.สามารถจัดเก็บข้อมูลบันทึกได้ไม่น้อยกว่า 90 วัน และต้องมีกระบวนการย้าย Log ที่ เกินระยะเวลาที่กำหนดไปเก็บในพื้นที่จัดเก็บ ในระบบ Centralized Log
Management ได้
5.5.13.สามารถติดตามประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ (Real-time Performance Monitoring) พร้อม แสดงข้อมูล Latency, Error rates, Request volume ในระดับบริการและเส้นทาง ประกอบด้วย
5.5.13.1.สามารถส่งออกข้อมูล Metrics ผ่านโปรโตคอลมาตรฐาน เช่น Prometheus metrics เป็นต้น
5.5.13.2.สามารถติดตามสถานะระบบแบบ Realtime
5.5.13.3. มีระบบเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสำหรับการวิเคราะห์
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 26 จาก 100

5.5.14. มีระบบแสดงผลข้อมูลและรายงาน (Dashboard and Reporting) แบบเรียลไทม์ ประกอบด้วย 5.5.14.1.ข้อมูลสรุปประวัติการใช้งานแต่ละ API (Success/Failure rates)
5.5.14.2.ข้อมูลปริมาณการใช้งาน API และประสิทธิภาพการทำงาน
5.5.14.3.สามารถจัดเก็บข้อมูลย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 90 วัน
5.5.14.4.แสดงข้อมูล Business Analytics เช่น การใช้งานตามผู้ใช้ API ยอดนิยม เป็นต้น 5.5.14.5.แสดงข้อมูลในรูปแบบ Dashboard แบบ Interactive ที่ผู้ใช้งานสามารถสร้าง และ ปรับแต่งเองได้
5.5.15. มีระบบแจ้งเตือนและการจัดการเหตุการณ์ (Alert and Event Management) ประกอบด้วย 5.5.15.1.สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติและเกินเกณฑ์ที่กำหนด (Alert Threshold)
5.5.15.2.สามารถแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้เช่น Email, Webhook เป็นต้น
5.5.15.3.สามารถกำหนดระดับความสำคัญของการแจ้งเตือน (Priority Level) และกำหนดผู้รับ การแจ้งเตือนได้
5.5.15.4.สามารถแจ้งเตือนอัตโนมัติสำหรับเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น อัตราข้อผิดพลาดสูง เวลาใน การตอบสนองช้า ระบบไม่สามารถเข้าถึงได้
5.5.16.สามารถส่งออก (Export) รายละเอียดการเข้าใช้งานแต่ละ API ในรูปแบบมาตรฐาน เช่น CSV, JSON ผ่าน REST API เป็นต้น
5.5.17.ต้องสามารถทำงานในรูปแบบ REST API เป็นอย่างน้อย
5.5.18.สามารถกำหนดค่าพฤติกรรมของ Circuit Breaker ได้ และกำหนด Retry Mechanism เพื่อ พยายามเรียก API ซ้ำในกรณีที่เกิดความล้มเหลว
5.5.19.สามารถดำเนินการจัดการแคช (Caching Mechanism) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ API โดยมีคุณสมบัติดังนี้
5.5.19.1.สามารถจัดเก็บข้อมูลที่เรียกซ้ำบ่อย (Frequent Requests) ในรูปแบบ Cache เพื่อ ลดจำนวนการร้องขอไปยังระบบบริการต้นทาง (Upstream Service)
5.5.19.2.สามารถกำหนดการตั้งค่า Cache ได้ในระดับ API และ Endpoint เช่น อายุของข้อมูล ที่เก็บใน Cache (Cache Expiration / TTL – Time to Live), ระบุประเภทของ
ข้อมูลที่สามารถ Cache ได้ (เช่น GET เท่านั้น) เป็นต้น
5.5.19.3.สามารถล้าง Cache (Cache Invalidation) ตามช่วงเวลา และเงื่อนไขอื่น เช่น เมื่อมี การอัปเดตข้อมูลต้นทาง เป็นต้น
5.5.20.ต้องใช้การสื่อสารที่ปลอดภัยผ่านมาตรฐาน SSL/TLS version 1.2 ขึ้นไป
5.5.21.สามารถติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของการไฟฟ้านครหลวงได้ (On-Premise) โดยสามารถ ติดตั้งแบบ Containerized
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 27 จาก 100

5.5.22.สามารถใช้งานได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และสามารถสร้างจำนวน API, Services, Routes, Consumers ได้ไม่จำกัด
5.5.23.ระบบทั้งหมดต้องสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบอัตโนมัติ 5.5.24.ระบบที่เสนอต้องใช้งานได้เพียงพอและต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพิ่มเติม
5.5.25.สามารถจัดการผู้ใช้งานภายในระบบได้
5.5.26.สามารถกำหนดข้อมูลผู้ใช้งานอย่างน้อยประกอบด้วย Username, Password
5.5.27.สามารถสร้าง แก้ไข และลบบัญชีผู้ใช้งานผ่าน Web Application ได้
5.5.28.สามารถกำหนดบทบาท (Role) อย่างน้อย 2 ระดับ คือ Administrator และ User หรือ เทียบเท่า
5.6. ซอฟต์แวร์การติดตามและตรวจสอบระบบ (Observability)
5.6.1. สามารถรวบรวมข้อมูลทรัพยากรระบบ Log และ Event ของ Microservice Platform และ ระบบงานที่นำเสนอได้ทั้งหมด
5.6.2. ระบบต้องสามารถรวบรวมข้อมูลทรัพยากรระบบ (Infrastructure Metrics), Application Metrics, Log และ Traces ของ Microservice Platform และระบบงานที่นำเสนอได้แบบ End to End
5.6.3. สามารถติดตามและรวบรวมข้อมูลประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันได้ตั้งแต่ส่วนหน้า (Frontend) ที่ผู้ใช้งานเข้าถึง ไปจนถึงส่วนหลังบ้าน (Backend) ที่ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์, ฐานข้อมูล, และ บริการภายนอกที่เกี่ยวข้อง
5.6.4. สามารถแสดงผลการทำงานของธุรกรรม (Transactions) ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ เพื่อให้เห็น ภาพรวมของระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละขั้นตอน
5.6.5. ทำงานแบบเรียลไทม์ พร้อมเก็บข้อมูลย้อนหลังในรูปแบบ Realtime และ Historical 5.6.6. ระบบต้องสามารถทำ Distributed Tracing ครอบคลุมการทำงานของบริการแบบ Microservices ได้ โดยสามารถเชื่อมโยงธุรกรรมและคำขอ (Transaction/Request) ระหว่าง ระบบย่อยได้
5.6.7. ระบบต้องสามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหาอัตโนมัติ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา (Root Cause Analysis) โดยการวิเคราะห์ต้องครอบคลุมข้อมูลจากทุกแหล่งที่ระบบรวบรวม ได้แก่ Metrics, Logs และ Traces ซึ่งในกรณีข้อมูลบันทึกเหตุการณ์ (Logs) ต้องสามารถ ตรวจจับและจำแนกรูปแบบของข้อมูล (Log Patterns) และตรวจจับความผิดปกติ (Anomalies) เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการระบุสาเหตุของปัญหาได้อย่างแม่นยำ
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 28 จาก 100

5.6.8. ระบบสามารถตรวจสอบและวิเคราะห์การทำงานของรหัสโปรแกรม (Code) และ SQL Statement เพื่อระบุตำแหน่งบรรทัดคำสั่งที่ใช้เวลาในการประมวลผลเกินปกติ และมี ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้
5.6.9. สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของฐานข้อมูล เช่น ระยะเวลาการเรียกใช้ Query (Query Latency), จำนวนการเชื่อมต่อ, การใช้ทรัพยากร (CPU, Memory) ของฐานข้อมูลได้เป็นต้น 5.6.10.สามารถระบุ Query ที่ทำงานช้าและมีการใช้ทรัพยากรสูงได้
5.6.11.ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบ Dashboard แบบ Interactive ที่ผู้ใช้งานสามารถ ปรับแต่งเองได้ และแสดงสถานะการทำงานของระบบได้
5.6.12.ระบบต้องสามารถกำหนดการแจ้งเตือน (Alerting) ได้ทั้งแบบ Threshold (ค่าเกณฑ์) และ Anomaly Detection (ผิดปกติ) และสามารถส่งแจ้งเตือนไปยังช่องทางต่าง ๆ เช่น Email, Webhook เป็นต้น
5.6.13.สามารถติดตั้งและใช้งานได้บน Virtual Machine หรือ Microservice Platform (แบบ On premise) ที่นำเสนอได้
5.6.14.สามารถติดตั้ง Agent เพื่อเชื่อมต่อกับระบบงานที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Microservice และ ระบบฐานข้อมูลที่นำเสนอ เพื่อรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบการทำงานได้
5.6.15.สามารถจัดการผู้ใช้งานภายในระบบได้
5.6.16.สามารถกำหนดข้อมูลผู้ใช้งานอย่างน้อยประกอบด้วย Username, Password
5.6.17.สามารถสร้าง แก้ไข และลบบัญชีผู้ใช้งานผ่าน Web Application ได้
5.6.18.สามารถควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทผู้ใช้งาน (Role-Based Access Control - RBAC)
5.6.19.ระบบต้องมีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลย้อนหลังตามนโยบายที่กำหนดได้ (Retention Policy) และสามารถค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้
5.6.20.จัดเก็บ Metric ไม่น้อยกว่า 365 วัน
5.6.21.จัดเก็บ Log ไม่น้อยกว่า 30 วัน และต้องมีกระบวนการย้าย Log ที่เกินระยะเวลาที่กำหนดไป เก็บในพื้นที่จัดเก็บในระบบ Centralized Log Management
5.6.22.จัดเก็บ Trace ไม่น้อยกว่า 90 วัน
5.6.23.สามารถจัดเก็บข้อมูลบันทึกการใช้งาน (Audit Log) ได้ตามเงื่อนไขที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด โดยสามารถแสดงข้อมูลอย่างน้อยประกอบด้วย Timestamp, Action, Result, Client และ Actor เป็นต้น
5.6.24.สามารถเข้าไปมอนิเตอร์ระบบ Infrastructure และ Application ที่ทำงานภายในเครื่อง และ ภายใน Container ได้โดยอัตโนมัติ (Auto-injection)
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 29 จาก 100

5.6.25.สามารถเรียนรู้ลักษณะของการใช้งาน Application และเก็บข้อมูลไว้เป็น baseline ทำให้ สามารถแจ้งเตือน ผู้ดูแลระบบได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์การใช้งานที่ผิดปกติไปจากเดิม
5.6.26.สามารถเรียนรู้ลักษณะการใช้งาน Application ที่ผิดปกติไปจากค่าปกติได้อัตโนมัติ โดยไม่มีการ กำหนดค่าเพิ่มเติม
5.6.27.สามารถติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของการไฟฟ้านครหลวงได้ (On-Premise)
5.6.28.ระบบต้องไม่มีการส่งข้อมูลใด ๆ ไปยังระบบภายนอกและเครือข่ายสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.6.29.ระบบที่เสนอต้องมีการติดตามตรวจสอบได้ ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
5.7. ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS) จำนวน 1 ชุด
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องจัดหาซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS) จำนวน 1 ชุด ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ที่เสนอ โดยมี รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะอย่างน้อย ดังนี้
5.7.1. มีลิขสิทธิ์การใช้งานระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์แบบ Enterprise Edition หรือ ดีกว่า ใช้งานกับหน่วยประมวลผลไม่น้อยกว่า 12 Processor Core ได้และต้องได้รับการ สนับสนุนบริการหลังการขายจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ โดยจะต้องแนบหนังสือรับรองจากเจ้าของ ผลิตภัณฑ์มาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government : e-GP) ทั้งนี้ หากระบบไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องจัดหาลิขสิทธิ์ เพิ่มเติม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากการไฟฟ้านครหลวง
5.7.2. สามารถทำงานในรูปแบบ Cluster ในศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก (Production Site) และศูนย์ คอมพิวเตอร์สำรอง (DR Site) โดยแต่ละศูนย์คอมพิวเตอร์มีเครื่องมากกว่า 1 เครื่อง
5.7.3. สามารถทำงานในรูปแบบ Database Cluster แบบ Active/Active ภายในศูนย์คอมพิวเตอร์ เดียวกัน โดยทุก Node ในคลัสเตอร์สามารถให้บริการ Read/Write พร้อมกัน
5.7.4. สามารถกระจายภาระงาน (Load Balancing) ระหว่าง Node ได้
5.7.5. สามารถ Parallel Query Execution สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการ Query ข้อมูลขนาดใหญ่ 5.7.6. สามารถทำสำเนาข้อมูลไปยังศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองได้โดยหากศูนย์คอมพิวเตอร์หลักไม่ สามารถใช้งานได้หรือหน่วยเก็บข้อมูลเสียหาย จะต้องสามารถเปลี่ยนไปใช้งานที่ศูนย์ คอมพิวเตอร์สำรองได้โดยการทำสำเนาข้อมูลระหว่างศูนย์คอมพิวเตอร์หลักกับศูนย์คอมพิวเตอร์ สำรอง แบบ Real-time โดยใช้กลไก Log-based Replication หรือเทียบเท่า
5.7.7. Database Cluster ต้องมีกลไกป้องกันการสูญหายของ Transaction ในกรณีที่ Node ใด Node หนึ่งล้มเหลว (Zero Data Loss) และสามารถ Failover ได้โดยอัตโนมัติ
5.7.8. สามารถเปลี่ยนการทำงานจาก ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ไปศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง โดยไม่ จำเป็นต้องแก้ไขค่าการตั้งค่า (Config) ของระบบที่เรียกใช้งานฐานข้อมูล
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 30 จาก 100

5.7.9. สามารถติดตั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows หรือ Linux ได้
5.7.10.สามารถทำงานร่วมกับโปรโตคอลเครือข่ายแบบ TCP/IP ได้
5.7.11.ต้องมีกลไกการจัดการภาวะพร้อมกัน (Concurrency Control) ที่สามารถป้องกันการแก้ไข ข้อมูลเดียวกันพร้อมกันในระดับแถวข้อมูล (Row-Level Locking)
5.7.12.สามารถทำการเก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการส่งคำสั่ง SQL ไว้ในหน่วยความจำของฐานข้อมูล (Query Result Cache)
5.7.13.สามารถจัดเก็บและแสดงผลข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้เป็นอย่างน้อย
5.7.14. มีระบบบริหารจัดการความปลอดภัย เช่น การกำหนดนโยบายรหัสผ่าน (Password Policy) เป็นต้น
5.7.15.สามารถทำงานกับข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ อย่างน้อย ดังนี้Character, Variable Character, Numeric, Date, และ Binary Large Object (BLOB)
5.7.16.สามารถทำ Online Table Reorganization ได้ทั้ง Tables และ Indexes
5.7.17.สามารถวิเคราะห์การทำงานของชุดคำสั่ง SQL และสร้าง Index ใหม่ขึ้นในระบบฐานข้อมูล โดย อัตโนมัติ (Automatic Indexing) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบฐานข้อมูล 5.7.18.สามารถบันทึกและตรวจสอบการเข้าใช้งานและการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญได้ (Database Auditing)
5.7.19. มีเครื่องมือแบบกราฟิก (GUI) สนับสนุนในการดูแลระบบฐานข้อมูล ช่วยวิเคราะห์และปรับปรุง ประสิทธิภาพการทำงาน ดังนี้
5.7.19.1.สามารถบริหารจัดการ Database และ Cluster
5.7.19.2.สามารถจัดการ Users, Roles และ Privileges
5.7.19.3.สามารถติดตาม (Monitoring) และรวบรวมสถิติประสิทธิภาพการทำงานของ ฐานข้อมูลในอดีตและแบบเรียลไทม์
5.7.19.4.สามารถวิเคราะห์และ แจ้งเตือนปัญหาเชิงรุก (Proactive Diagnostics) รวมถึงให้ คำแนะนำในการแก้ไข (Advisory) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ เช่น คำแนะนำในการ
ปรับแก้คำสั่ง SQL, การสร้าง/ปรับปรุงดัชนี ( Index) และการปรับตั้งค่า
(Configuration) ของฐานข้อมูล
5.7.19.5.สามารถรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับวิเคราะห์ปัญหา ( Diagnostic Data Collection) เพื่อลดระยะเวลาในการแก้ไขเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง
5.7.20. มีระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล (Backup and Recovery) ที่สามารถสำรองข้อมูลแบบสมบูรณ์ (Full), แบบส่วนเพิ่ม (Incremental/Differential) และสามารถกู้คืนข้อมูล ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ได้ (Point-in-Time Recovery)
5.7.21.สามารถติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของการไฟฟ้านครหลวงได้ (On-Premise)
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 31 จาก 100

เงื่อนไขเพิ่มเติมการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ DT8-4615-TGZ
หากข้อกำหนดของร่างขอบเขตของงาน (TOR)/รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้าง มีรายละเอียดขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดของเงื่อนไขเพิ่มเติมนี้ ให้ใช้ข้อกำหนดของเงื่อนไขเพิ่มเติมนี้แทน

  1. นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม ควบคุมดูแลด้านอาชีวอนามัยและความ ปลอดภัยในการทำงาน รักษาสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและเคารพ ในหลักสิทธิมนุษยชนโดยไม่ สนับสนุนหรือดำเนินการใด ๆ ที่จะเป็นการเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงิน ตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป ผู้ยื่นข้อเสนอต้องปฏิบัติและให้ผู้มีอำนาจลงนาม ในแบบลงนามรับทราบและยินยอม ปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณสำหรับกลุ่มพันธมิตรของการไฟฟ้านครหลวง (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งประกาศบนเว็บไซต์ https://procurement.mea.or.th → เมนู → หัวข้อประกาศ การไฟฟ้านครหลวงเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง
  2. การยื่นเอกสารข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนดให้ครบถ้วนถูกต้อง โดยเอกสารที่ยื่นให้ การไฟฟ้านครหลวงจะต้องจัดทำเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษเท่านั้น หากจัดทำเป็นภาษาอื่น การไฟฟ้านครหลวงจะไม่รับพิจารณา
    เอกสารที่ต้องมีการลงนามรับรองหากมาจากต่างประเทศจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบ กระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ยกเว้นเอกสารส่วนบุคคล และ Test Report ที่ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ)
    2.1. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแนบแคตตาล็อกหรือรูปแบบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะมาเพื่อประกอบการ พิจารณา โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องดำเนินการแนบไฟล์เอกสารดังกล่าว ตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 มาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ มิฉะนั้นจะไม่ได้รับการพิจารณา
    2.2. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอมีการเสนอฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม พัสดุที่เสนอทุกรายการต้องเป็นรุ่นที่ยังอยู่ในสายการผลิต ในวันยื่นเสนอราคาเป็นของใหม่ที่ยังไม่เคยติดตั้งใช้งานที่ใดมาก่อน และไม่เป็นของที่ถูกนำมาปรับปรุง สภาพใหม่ โดยทุกรายการต้องมีหนังสือรับรองจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย และอุปกรณ์ มาตรฐานที่เสนอต้องเป็นของแท้ของผลิตภัณฑ์นั้น โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องดำเนินการแนบไฟล์เอกสาร ดังกล่าวตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 มาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
    2.3. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอพัสดุเพียงยี่ห้อ และ รุ่น เดียวของแต่ละรายการในตารางรายละเอียดคุณ ลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้าง หากเสนอพัสดุมากกว่าหนึ่งยี่ห้อ และ รุ่น การไฟฟ้านครหลวงจะ ไม่รับพิจารณาข้อเสนอ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องกรอกรายละเอียดดังกล่าวลงในตารางรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ครบถ้วน
    และแนบไฟล์เอกสารดังกล่าวตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 มาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 32 จาก 100

2.4. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอเอกสารทุกรายการให้ครบถ้วน พร้อมทั้งเอกสารบรรยายคุณลักษณะ (specification) ให้เพียงพอกับการพิจารณา และจัดทำตารางเปรียบเทียบรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ เสนอตามข้อกำหนดเป็นรายข้อทุกข้อ พร้อมระบุตำแหน่ง หรือหัวข้อในเอกสารที่ใช้อ้างอิง ถ้ามี รายละเอียดใดที่เห็นว่าเป็นส่วนสำคัญแตกต่างจากข้อกำหนดผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องอธิบาย พร้อมทั้ง เปรียบเทียบข้อดี - ข้อเสีย ให้เข้าใจชัดเจน โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องดำเนินการแนบไฟล์เอกสารดังกล่าว ตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 มาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
2.5. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นผู้ผลิตหรือเป็นตัวแทนจําหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่ายจาก ผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยสําหรับผลิตภัณฑ์ยี่ห้อที่เสนอ ตามคุณลักษณะเฉพาะ ข้อ 5.5, 5.6 และ 5.7 โดยจะต้องแนบหนังสือยืนยันการแต่งตั้งจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยไป พร้อมเอกสารการเสนอราคา โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการแนบไฟล์เอกสารดังกล่าวตามบัญชีเอกสาร ส่วนที่ 2 มาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
2.6. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอซอฟต์แวร์ตามคุณลักษณะเฉพาะ ข้อ 5.5, 5.6 และ 5.7 ที่เป็นรุ่นล่าสุด (Latest Version) ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ หรือตาม Version ที่การไฟฟ้านครหลวง กำหนด โดยจะต้องแนบหนังสือยืนยันจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย และแนบไฟล์ เอกสารดังกล่าวตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 มาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
2.7. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเคยเป็นคู่สัญญากับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัท/ห้าง/ร้านของเอกชนใน งานพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องกับการรับชำระเงิน โดยเป็นโครงการที่ผ่านการตรวจรับงวดสุดท้ายไม่เกิน 10 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ และมีมูลค่าโครงการไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อ สัญญา ทั้งนี้ ไม่นับรวมมูลค่าฮาร์ดแวร์ ค่าบริการและค่าเช่าที่เกี่ยวข้องกับ ระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ประกอบ และค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทุกประเภท โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแนบไฟล์เอกสาร
หนังสือรับรองผลงานที่ออกโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัท/ห้าง/ร้านของเอกชน และเอกสาร แสดงราคางานพัฒนาระบบ รวมถึงร่างขอบเขตของงาน (TOR) ของโครงการที่อ้างอิงในหนังสือรับรอง ผลงาน มาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 มิฉะนั้นจะไม่ได้รับ การพิจารณา
2.8. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องกรอกรายละเอียดเพื่อการจ่ายเงินค่าสิ่งของหรือค่าจ้าง โดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงิน ฝากธนาคารให้ครบถ้วน ลงในแบบฟอร์มตารางรายละเอียดคุณลักษณะของพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) พร้อมแนบสำเนาหน้าเช็คบัญชีกระแสรายวันหรือสำเนา หน้าสมุดเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องดำเนินการแนบไฟล์เอกสารดังกล่าวตามบัญชี เอกสารส่วนที่ 2 มาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ได้ดำเนินการส่งเอกสารตามช่องทางที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนดอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ การไฟฟ้านครหลวงมีสิทธิ์จะไม่รับพิจารณา
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 33 จาก 100

  1. หลักเกณฑ์การพิจารณา
    ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ การไฟฟ้านครหลวงจะพิจารณาตัดสิน โดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยราคาที่เสนอจะต้องไม่เกินราคากลางที่ประกาศไว้ในระบบ e-GP
  2. แบบฟอร์มแจ้งราคาต่อหน่วย
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแจ้งราคาต่อหน่วยของแต่ละรายการและรายการย่อย (ถ้ามี) ลงในแบบฟอร์มแจ้งราคา ต่อหน่วยและส่งให้การไฟฟ้านครหลวงภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากการไฟฟ้านครหลวง โดย ราคาย่อยแต่ละรายการที่เสนอจะต้องไม่เกินราคากลาง ตามที่ได้ประกาศไว้ที่
    http://www.gprocurement.go.th หรือ http://www.mea.or.th
  3. สิ่งที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการ
    5.1. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแก้ไขปัญหาระบบขัดข้อง และ ช่วยเหลือผู้ใช้งานในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทุกวัน (24 ชม.)
    5.2. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องจัดเตรียมจุดรับแจ้งเหตุขัดข้อง (Helpdesk) ซึ่ง การไฟฟ้านครหลวงสามารถแจ้งปัญหา และข้อขัดข้องของระบบได้ ทางโทรศัพท์ และ e-mail เพื่อให้ ระบบอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และสามารถใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
    5.3. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องให้บริการซ่อมบำรุงรักษาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และอุปกรณ์ที่เสนอหลังหมดระยะเวลารับประกันคุณภาพ แบบ บริการนอกสถานที่เรียกซ่อมต่อครั้ง (Per Call) ได้ โดยไม่มีเงื่อนไข
    5.4. ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้าง หรือใช้สิทธิ์เรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรเกี่ยวกับ ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอ โดยการไฟฟ้านครหลวงมิได้ดัดแปลงแก้ไขไปจากเดิม ผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการทั้งปวง เพื่อให้การกล่าวอ้าง หรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว หากผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถดำเนินการได้ และทำให้การไฟฟ้านครหลวง ต้องรับผิด ชดใช้ค่าเสียหายแก่บุคคลภายนอก เนื่องจากผลแห่งการละเมิดสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรดังกล่าว ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องเป็นผู้ชำระค่าเสียหาย และค่าใช้จ่ายรวมทั้งค่าฤชา ธรรมเนียมและค่าทนายความแทนการไฟฟ้านครหลวง ทั้งนี้การไฟฟ้านครหลวงจะแจ้งให้ผู้ชนะ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ในเมื่อได้มีการกล่าวอ้าง หรือใช้สิทธิ์ เรียกร้องดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
    5.5. ในการติดตั้งระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) เพื่อให้สามารถทำงาน ได้ตามข้อกำหนด หากมีความจำเป็นต้องจัดหาซอฟต์แวร์อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ประกอบ ใด ๆ เพิ่มเติม ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย โดยไม่คิดจาก การไฟฟ้านครหลวง
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 34 จาก 100

5.6. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องทำการติดตั้งระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ตามสัญญา ให้สามารถใช้งานได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของ การไฟฟ้านครหลวงหรือตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด อย่างถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์
หากระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และอุปกรณ์ประกอบที่ ติดตั้งใช้งาน เกิดขัดข้อง หรือเกิดความเสียหาย หรือทำงานไม่ถูกต้อง หรือทำงานไม่ครบถ้วน หรือ ทำงานไม่สมบูรณ์ หรือใช้งานไม่ได้ในบางส่วนหรือทั้งหมด การไฟฟ้านครหลวงถือว่าระบบบริหารจัดการ รับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และอุปกรณ์ประกอบตามสัญญาทั้งหมดไม่สามารถ ใช้งานได้ การไฟฟ้านครหลวงขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาไว้ใช้งานทั้งหมดจนกว่าจะได้รับการแก้ไข หรือ ยกเลิกสัญญา ทั้งนี้ การพิจารณา การตัดสินของการไฟฟ้านครหลวงถือเป็นเด็ดขาด ผู้ชนะการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์จะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้ทั้งสิ้น
ในการตรวจรับผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องพร้อมที่จะให้การไฟฟ้านครหลวง ทดสอบระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และอุปกรณ์ประกอบที่ส่ง มอบได้ทันทีเมื่อต้องการ หลังการส่งมอบงานประกอบการตรวจรับ โดยการไฟฟ้านครหลวงไม่ต้อง รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการทดสอบครั้งนี้
5.7. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องติดสติกเกอร์ระบุชื่อบริษัทผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ เบอร์โทรศัพท์ เลขที่สัญญาซื้อขาย วันที่เริ่มการรับประกัน วันที่สิ้นสุดการรับประกัน และ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อเมื่อระบบขัดข้องเป็นอย่างน้อย บนระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ที่เสนอ
5.8. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องติดตั้งระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สามารถใช้งานได้ และติดตั้งค่า IP Address ของระบบบริหาร จัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และอุปกรณ์ที่เสนอตามที่การไฟฟ้านครหลวง กำหนด
5.9. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบด้านโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure Engineer และฐานข้อมูล ( Database Administration - DBA) เพื่อตรวจสอบ ประสิทธิภาพของระบบ และปรับแต่งประสิทธิภาพฐานข้อมูลให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
5.10. หากส่วนหนึ่งส่วนใดของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ที่มิได้ระบุ ไว้ในเอกสารข้อกำหนดนี้ แต่มีความจำเป็นต้องจัดทำหรือจัดหาเพื่อให้งานแล้วเสร็จหรือเพื่อให้ระบบ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาสัญญา ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้อง จัดทำหรือจัดหามาให้เพียงพอต่อการใช้งานของการไฟฟ้านครหลวง และต้องส่งมอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิ หรือลิขสิทธิ์ของการไฟฟ้านครหลวงทั้งหมด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
5.11. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องทำการศึกษาวิเคราะห์ ระบบปัจจุบันของการไฟฟ้านครหลวง และทำการปรับปรุงระบบงาน เพื่อไปใช้งานบนระบบใหม่ที่นำเสนอได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และ
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 35 จาก 100

ทำการคัดกรองข้อมูล โอนย้ายข้อมูล รวมทั้งการเชื่อมโยงกับระบบงานอื่น ๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยต้องดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามเงื่อนไขรายละเอียดของข้อกำหนดนี้ จนกระทั่ง ระบบเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และนำระบบไปใช้ปฏิบัติงานได้จริง อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องมีการแก้ไข ระบบงานอื่น ๆ ที่การไฟฟ้านครหลวงใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และจัดหาเครื่องมือ (Software/Tool) เพิ่มเติมเพื่อใช้งานการโอนย้ายข้อมูล ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องรับผิดชอบดำเนินการ
ทั้งสิ้น รายละเอียดตาม ผนวก 3 รายละเอียดการติดตั้ง การโอนย้าย และนำระบบไปใช้งานจริง 5.12. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องดำเนินการจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบบริหารจัดการรับ ชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ที่เสนอ ให้แก่พนักงานของการไฟฟ้านครหลวง และผู้ที่ เกี่ยวข้อง รายละเอียดตามผนวก 5 การฝึกอบรม
5.13. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องจัดทำแผนสำรองฉุกเฉิน สำหรับระบบบริหารจัดการรับชำระ เงิน (MEA Payment Service Center) พร้อมทดสอบย้ายระบบงานไปที่ศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ใน กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน หรือภัยพิบัติ ก่อนเริ่มใช้งานจริง ตามรายละเอียดดังนี้
5.13.1 ดำเนินการทดสอบการย้ายระบบงานภายในศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก (Production Site) ให้ สามารถกลับมาให้บริการได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 นาที โดยการย้ายระบบดังกล่าวต้องไม่ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของระบบในภาพรวม
5.13.2 ดำเนินการทดสอบการย้ายระบบงานจากศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก (Production Site) ไปยังศูนย์ คอมพิวเตอร์สำรอง (Disaster Recovery Site) ให้สามารถเริ่มต้นใช้งานระบบจากศูนย์ คอมพิวเตอร์สำรองได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 นาทีโดยระยะเวลานับตั้งแต่ได้รับแจ้งจาก การไฟฟ้านครหลวงให้เริ่มกระบวนการ Fail Over จนถึงสามารถเข้าใช้งานระบบได้
5.13.3 ข้อมูลหลังการทดสอบย้ายระบบต้องตรงกับข้อมูลก่อนการย้าย โดยต้องไม่มีความสูญหายของ ข้อมูล
5.14. ผู้ชนะการประกวดต้องดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ดังนี้
5.14.1 ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องจัดหาสิทธิ์การใช้งานระบบบริหารจัดการรับชำระ เงิน (MEA Payment Service Center) ให้เพียงพอต่อการใช้งาน โดยผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามผนวก 7 ตารางแสดงสิทธิ์การใช้ งาน Software ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และหาก มีการใช้งานเกินกว่าสิทธิ์ที่กำหนด ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเสนอราคา ค่าใช้จ่ายสิทธิ์การใช้งานโดยจะต้องไม่เกินกว่าราคาที่สงวนสิทธิ์ไว้
5.14.2 กรณีที่มีการจัดหาสิทธิ์การใช้งานเพิ่มเติม เพื่อให้ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ที่เสนอสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ชนะการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น และต้องส่งมอบสิทธิ์การใช้งาน และสิทธิ์
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 36 จาก 100

การแก้ไขปรับเปลี่ยนและพัฒนาเพิ่มเติม Software อย่างถูกต้องตามกฎหมายจากเจ้าของสิทธิ์ ให้กับการไฟฟ้านครหลวง
5.14.3 หากมีการใช้ Programming Language และ/หรือ Development Tools อื่น ๆ นอกเหนือ จากที่เสนอ เพื่อใช้ในการพัฒนา ย้ายระบบงาน และข้อมูล รวมทั้งการเชื่อมโยงกับระบบงาน อื่น ๆ หรือทำให้ระบบมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องส่ง มอบ Programming Language และ/หรือ Development Tools พร้อมสิทธิ์การใช้งาน อย่างถูกต้องตามกฎหมายจากเจ้าของสิทธิ์ให้กับการไฟฟ้านครหลวง รวมทั้งฝึกอบรมการใช้งาน ให้เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวงด้วย
5.14.4 ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องส่งมอบหรือดำเนินการให้การไฟฟ้านครหลวงเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์หรือได้รับลิขสิทธิ์หรือมีสิทธิใช้ประโยชน์โดยถูกต้องตามกฎหมายในซอฟต์แวร์ ต่าง ๆ ที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ได้นํามาใช้ในงานตลอดระยเวลาสัญญาจาก เจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้มีอํานาจอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิ และผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ตกลงให้ลิขสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ใน Source Code และซอฟต์แวร์ที่ผู้ชนะ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ได้จัดทําหรือพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อใช้ สําหรับการดําเนินงานตาม สัญญารวมถึงที่มีการ Update ระหว่างอายุสัญญาจะเป็นสิทธิของการไฟฟ้านครหลวงแต่เพียงผู้ เดียว โดยการไฟฟ้านครหลวงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะไม่จําหน่ายหรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้งาน Source Code และ ซอฟต์แวร์ดังกล่าวเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากการไฟฟ้านครหลวงก่อน และถ้าหากการจำหน่ายหรือ อนุญาตให้ผู้อื่นใช้งานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญานั้นก่อให้เกิดผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ หรือมี ผลกำไรเกิดขึ้น ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และการไฟฟ้านครหลวงจะตกลงร่วมกันเป็นกรณีๆ ไป ใน กรณีที่บุคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรหรือสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับ ซอฟต์แวร์ และ/หรือ Source Code และ/หรือซอฟต์แวร์ ที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาขึ้นตาม สัญญานี้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดําเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้าง หรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็วเพื่อการไฟฟ้านครหลวงสามารถใช้ซอฟต์แวร์ และ/หรือ SourceCode และ/หรือซอฟต์แวร์ที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์พัฒนาขึ้นนั้นต่อไปได้และหากปรากฏ ว่าการไฟฟ้านครหลวงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากผลแห่งการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายค่าปรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้งค่าฤชา ธรรมเนียมและค่าทนายความ แทนการไฟฟ้านครหลวงทั้งสิ้น ทั้งนี้ การไฟฟ้านครหลวงจะแจ้งให้ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ทราบเป็นหนังสือโดยไม่ชักช้าเมื่อได้รู้ถึงการกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าว
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 37 จาก 100

  1. การส่งมอบงาน
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องส่งมอบพร้อมติดตั้ง (Install) ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของการไฟฟ้านครหลวง และทดสอบการใช้งาน ให้ สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง สมบูรณ์ พร้อมทั้งอบรมการใช้งานระบบ และแนะนำการใช้งานระบบบริหาร จัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ที่เสนอให้แล้วเสร็จ ภายใน 360 วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา โดยส่งมอบผ่าน แผนกบริหารทั่วไป ฝ่ายพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล การไฟฟ้านครหลวงเขต
    ราษฎร์บูรณะ อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร ชั้น 4 และเอกสารที่ส่งมอบทั้งหมดต้องเป็นภาษาไทย ซึ่งสามารถใช้คำศัพท์เทคนิคเป็นภาษาอังกฤษได้ พร้อมทั้งจัดให้มีการประชุมเพื่อสรุปผลความคืบหน้าของการ ดำเนินงานให้แก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (ตรวจรับงาน) ได้รับทราบในแต่ละงวดงาน โดยมีรายละเอียดการส่ง มอบตามงวดงาน ดังนี้
    งวดที่ 1 ต้องส่งมอบ ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ดังนี้

  2. แผนการดำเนินงานโครงการ ในรูปแบบของ Gantt Chart โดยแสดงขั้นตอนต่าง ๆ ประกอบไปด้วย
    1.1. ภาพรวมแผนการดำเนินงานโครงการ
    1.2. แผนการวิเคราะห์ ออกแบบระบบ การพัฒนา และทดสอบระบบ
    1.3. แผนการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์ประกอบ
    1.4. แผนการโอนย้ายข้อมูล และ Cutover ระบบงาน
    1.5. แผนการฝึกอบรม และหัวข้อการฝึกอบรม
    1.6. แผนบริหารความเสี่ยง
    1.7. แผนบริหารจัดการ Change Request / Change Management
    แผนงานทั้งหมดจะต้องนำเสนอให้การไฟฟ้านครหลวงเห็นชอบ และจะต้องดำเนินงานตาม แผนการที่ได้เสนอไว้

  3. ผังโครงสร้างทีมงาน พร้อมระบุตำแหน่ง และหน้าที่ความรับผิดชอบ
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องนำเสนอการไฟฟ้านครหลวง ในรูปแบบ Presentation พร้อมทั้ง อธิบายแผนการดำเนินงานโครงการทั้งหมด และส่งมอบเอกสารทุกรายการข้างต้น ในรูปแบบของรูปเล่มเอกสาร (Hard Copy) จำนวน 3 ชุด พร้อมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (External HDD/USB drive 3.0 หรือสูงกว่า) จำนวน 3 ชุด และให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของการไฟฟ้านครหลวง โดยเอกสารต่าง ๆ ที่ส่งมอบต้องเป็นภาษาไทย ยกเว้นคำศัพท์ที่เป็น Technical Term โดยรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นต้องจัดส่งทั้งรูปแบบ PDF และรูปแบบที่การไฟฟ้านครหลวง สามารถนำมาปรับปรุงแก้ไขต่อได้
    งวดที่ 2 ต้องส่งมอบ ภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ดังนี้

  4. เอกสารออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบ (System Architecture Design)

  5. เอกสารแสดงภาพรวมการเชื่อมโยงระบบงานที่เกี่ยวข้อง (System Integration Diagram)
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 38 จาก 100

  6. เอกสารรายงานความต้องการของระบบ (System Requirement Specification)

  7. เอกสารการออกแบบระบบเชิงแนวคิด (Conceptual Design Document)

  8. เอกสารการออกแบบระบบเชิงเทคนิค (System Design Document)

  9. เอกสารแสดงระบบต้นแบบ (Prototype)
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องนำเสนอการไฟฟ้านครหลวง ในรูปแบบ Presentation พร้อมทั้ง อธิบายแผนการดำเนินงานโครงการทั้งหมด และส่งมอบเอกสารทุกรายการข้างต้น ในรูปแบบของรูปเล่มเอกสาร (Hard Copy) จำนวน 3 ชุด พร้อมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (External HDD/USB drive 3.0 หรือสูงกว่า) จำนวน 3 ชุด และให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของการไฟฟ้านครหลวง โดยเอกสารต่าง ๆ ที่ส่งมอบต้องเป็นภาษาไทย ยกเว้นคำศัพท์ที่เป็น Technical Term โดยรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นต้องจัดส่งทั้งรูปแบบ PDF และรูปแบบที่การไฟฟ้านครหลวง สามารถนำมาปรับปรุงแก้ไขต่อได้
    งวดที่ 3 ต้องส่งมอบ ภายใน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ดังนี้

  10. ระบบรับชำระในที่ทำการ

  11. ระบบรับชำระผ่านตัวแทน

  12. ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน

  13. ระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน (Payment Integration System)

  14. ซอฟต์แวร์บริหารจัดการการให้บริการข้อมูล (Service Managements)

  15. ซอฟต์แวร์การติดตามและตรวจสอบระบบ (Observability)

  16. ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS)

  17. เอกสารแสดงสิทธิการใช้งานทั้งหมดของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ตามภาคผนวก 7 ตารางแสดงสิทธิการใช้งานซอฟต์แวร์

  18. เอกสารรายงานผลการติดตั้งทั้งหมดของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center)
    10.เอกสารรายงานผลการทดสอบการทำงานของแต่ละระบบ (Unit Test)
    11.เอกสารรายงานผลการทดสอบการเชื่อมโยงของระบบ (System Integration Test)
    12.เอกสารรายงานผลการทดสอบการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานภายนอก (Interface Test)
    13.เอกสารรายงานผลการทดสอบระบบร่วมกับผู้ใช้งาน (User Acceptance Test)
    14.เอกสารรายงานผลการทดสอบประสิทธิภาพของระบบ (Performance Test)
    15.เอกสารรายงานผลการฝึกอบรม และเอกสารประกอบการฝึกอบรม จำแนกตามหลักสูตร 16.เอกสารคู่มือการใช้งาน (User Manual)
    17.เอกสารคู่มือการติดตั้งโปรแกรม และการดูแลจัดการระบบ สำหรับเจ้าหน้าที่ดูแลระบบ (Administrator Manual)
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 39 จาก 100

18.วีดีโอคู่มือการใช้งานระบบ
19.เอกสารแผนบริหารความต่อเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP)
20.เอกสารผลการโอนย้ายข้อมูล (Data Migration)
21.เอกสารผลการสำรองข้อมูล (Backup) และการกู้คืนข้อมูล (Restore)
22.เอกสารผลการทดสอบแผนสำรองฉุกเฉิน (Disaster Recovery Plan)
23.เอกสารรายงานการตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) และผลการแก้ไขช่อง โหว่
24.เอกสารรายงานการตรวจสอบช่องโหว่ของ Web Application (Web Application Security Testing) และผลการแก้ไขช่องโหว่
25.เอกสารรายงานการทดสอบการโจมตีทางไซเบอร์ (Penetration Test) และผลการแก้ไข ปัญหาการโจมตีทางไซเบอร์
26.เอกสารการบริหารจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้งาน (User matrix) ของสภาพแวดล้อมสำหรับใช้งาน จริง (Production Environment) และสภาพแวดล้อมสำหรับการทดสอบก่อนการนำระบบ ขึ้นใช้งานจริง (Staging Environment)
27.เอกสารประกอบการพัฒนาระบบ ฉบับปรับปรุงล่าสุด
27.1.Source Code ระบบที่พัฒนาทั้งหมดจะต้องติดตั้งอยู่ใน ระบบควบคุมเวอร์ชัน (Version Control)
27.2. เอกสารออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบ (System Architecture Design)
27.3. เอกสารแสดงภาพรวมการเชื่อมโยงระบบงานที่เกี่ยวข้อง (System Integration Diagram)
27.4. เอกสารรายงานความต้องการของระบบ (System Requirement Specification) 27.5. เอกสารการออกแบบระบบเชิงแนวคิด (Conceptual Design Document)
27.6. เอกสารการออกแบบระบบเชิงเทคนิค (System Design Document)
27.7. เอกสารแสดงระบบต้นแบบ (Prototype)
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องนำเสนอการไฟฟ้านครหลวง ในรูปแบบ Presentation เพื่อ รายงานผลดำเนินการ ส่งมอบเอกสารทุกรายการข้างต้น ในรูปแบบของรูปเล่มเอกสาร (Hard Copy) จำนวน 3 ชุด พร้อมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (External HDD/USB drive 3.0 หรือสูงกว่า) จำนวน 3 ชุด และให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ ของการไฟฟ้านครหลวง โดยเอกสารต่าง ๆ ที่ส่งมอบต้องเป็นภาษาไทย ยกเว้นคำศัพท์ที่เป็น Technical Term โดยรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นต้องจัดส่งทั้งรูปแบบ PDF และรูปแบบที่การไฟฟ้านครหลวง สามารถนำมาปรับปรุง
แก้ไขต่อได้
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 40 จาก 100

  1. การชำระเงิน
    7.1. การไฟฟ้านครหลวง จะชำระเงินเมื่อผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ส่งมอบงาน และได้รับ ความเห็นชอบจากการไฟฟ้านครหลวงในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว โดยการจ่ายเงินจะแบ่งจ่าย เป็น 3 งวด มีรายละเอียดดังนี้
    งวดที่ 1จ่ายเงินร้อยละ 10 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อส่งมอบงาน และผ่านการตรวจรับงานงวดที่ 1 เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 2จ่ายเงินร้อยละ 30 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อส่งมอบงาน และผ่านการตรวจรับงาน งวดที่ 2 เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 3จ่ายเงินร้อยละ 60 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อส่งมอบงาน และผ่านการตรวจรับงาน งวดที่ 3 เรียบร้อยแล้ว
    การกำหนดขอบเขตและเวลาแล้วเสร็จในแต่ละงวด ก็เพื่อเป็นการกำหนดกรอบการทำงานให้แล้วเสร็จ ตามสัญญา ถ้าไม่สามารถทำงานแล้วสร็จตามกำหนดของแต่ละงวด การไฟฟ้านครหลวงมีสิทธิสั่งหยุดงาน และ/หรือ บอกเลิกสัญญาได้
    การกำหนดเวลาแล้วเสร็จในแต่ละงวดนั้นเป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งที่จะใช้ประกอบการพิจารณาการทำงาน ของผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และการจ่ายเงินแต่ละงวดเท่านั้นจะไม่นำมาใช้ในการคิดค่าปรับโดย การไฟฟ้านครหลวงจะคิดค่าปรับหากผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ส่งมอบของทั้งหมดเกินระยะเวลาส่ง มอบในงวดสุดท้าย
    7.2. วิธีการชำระเงิน
    7.2.1. การไฟฟ้านครหลวงจะจ่ายค่าสิ่งของหรือค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) โดยการโอนเงินเมื่อผู้ขาย/ผู้รับจ้างได้ส่งมอบสิ่งของ/ งานครบถ้วนตามสัญญา หรือใบสั่งซื้อ/จ้าง/เช่า และการไฟฟ้านครหลวงได้ตรวจรับมอบสิ่งของ/ งานจ้างไว้เรียบร้อยแล้ว
    หากมีค่าปรับส่งของ/งานล่าช้าหรือค่าจ้างใด ๆ ผู้ขาย/ผู้รับจ้างยอมให้หักจากจำนวนเงิน ในสัญญา หรือใบสั่งซื้อ/จ้าง/เช่า
    7.2.2. ขั้นตอนการจ่ายเงินเพื่อชำระค่าสิ่งของหรือค่าจ้างโดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารมี ดังนี้
  • การไฟฟ้านครหลวงจะโอนเงินผ่านธนาคารผู้ให้บริการ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ธนาคาร” เป็น ธนาคารผู้ให้บริการ
  • ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ตกลงเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับการโอน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใด (ถ้ามี) ที่ธนาคารเรียกเก็บ และยินยอมให้มีการหักเงินดังกล่าวจาก
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 41 จาก 100

จำนวนเงินโอนในงวดนั้น ๆ ซึ่งค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับการโอนสามารถ ตรวจสอบค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดได้ที่ www.mea.or.th » หน้าหลัก » จัดซื้อจัด จ้างและจ่ายเงิน » การจ่ายเงิน » การจ่ายเงินเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ

  • ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารให้กับ ฝ่ายพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล การไฟฟ้านครหลวง พร้อมหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอ และแนบไฟล์เอกสาร ดังกล่าวมาในบัญชีส่วนที่ 2 ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
    o บัญชีกระแสรายวัน : สำเนาหน้าเช็คที่ปรากฏ รหัสธนาคาร เลขที่สาขา เลขที่บัญชีเงินฝาก o บัญชีออมทรัพย์: สำเนาหน้าสมุดเงินฝากบัญชีออมทรัพย์
  • กรณีการขายสินค้า ให้ผู้ขายส่งมอบใบแจ้งหนี้หรือเอกสารประกอบอื่นให้กับ งานบริหาร ทั่วไป ฝ่ายพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล อาคาร ICT ชั้น 4 การไฟฟ้านครหลวง เขตราษฎร์บูรณะ เว้นแต่ผู้ขายมีความประสงค์จะส่งมอบใบเสร็จรับเงินพร้อมการส่งมอบ ใบแจ้งหนี้
  • กรณีการจ้าง
    o การไฟฟ้านครหลวงจะแจ้งรายละเอียดข้อมูลการจ่ายเงิน เช่น เลขที่ใบแจ้งหนี้จำนวนเงิน ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เลขที่สัญญาจ้างหรือใบสั่งจ้าง/เช่า โดยทางโทรสาร หรือทาง
    e-mail
    o ผู้รับจ้างส่งมอบใบกำกับภาษีหรือเอกสารประกอบอื่นให้กับการไฟฟ้านครหลวง ฝ่ายการเงิน ชั้น 2 สำนักงานเพลินจิต ภายในเวลา 8.00 - 15.00 น. ยกเว้นวันเสาร์วัน
    อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เว้นแต่ผู้รับจ้างมีความประสงค์จะส่งมอบใบเสร็จรับเงิน
    พร้อมการส่งมอบใบกำกับภาษี
  • เมื่อธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับเงินแล้ว ธนาคารจะแจ้งรายละเอียด ข้อมูล การจ่ายเงิน เช่น เลขที่ Invoice จำนวนเงินที่จ่าย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ฯลฯ ทาง e-mail และ โทรสาร แบบรับอัตโนมัติหรือ SMS พร้อมทั้งจัดส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 3 วันนับแต่วันที่โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ตามที่อยู่ที่ผู้ขาย/ผู้รับจ้างแจ้งไว้กับการไฟฟ้านครหลวง
  • เมื่อผู้ขาย/ผู้รับจ้างได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว ให้ส่งมอบใบเสร็จรับเงินให้กับการไฟฟ้านครหลวง ฝ่ายการเงิน ชั้น 2 สำนักงานเพลินจิต ภายในเวลา 8.00 – 15.00 น. ยกเว้นวันเสาร์ วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
    หากผู้ขาย/ผู้รับจ้างมีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารให้Download แบบฟอร์ม “หนังสือแจ้ง/เปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง” จาก www.mea.or.th โดยกรอกข้อมูลให้ ครบถ้วน พร้อมทั้งแนบหลักฐานยื่นต่อ งานบริหารทั่วไป ฝ่ายพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล อาคาร ICT ชั้น 4 การไฟฟ้านครหลวง เขตราษฎร์บูรณะ
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 42 จาก 100
  1. ค่าปรับ
    กรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถส่งมอบระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ให้ครบถ้วนถูกต้อง พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ภายในระยะเวลาที่ กำหนดตามการส่งมอบงาน ข้อ 6 การส่งมอบงาน ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องชำระค่าปรับให้ การไฟฟ้านครหลวงเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญาแต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100.00 บาท นับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่การไฟฟ้านครหลวงได้ขยายเวลาทำงานให้ จนถึงวันที่งานแล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ยอมให้การไฟฟ้านครหลวง เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทำงานล่าช้าเฉพาะส่วนที่เกินกว่า จำนวนค่าปรับและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย
    หากจำนวนเงินค่าปรับจะเกินจำนวนร้อยละ 10 ของมูลค่าตามสัญญา การไฟฟ้านครหลวงมีสิทธิบอกเลิก สัญญาได้เว้นแต่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะได้ยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะเสียค่าปรับให้แก่ การไฟฟ้านครหลวงโดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น และการไฟฟ้านครหลวงได้พิจารณาเห็นชอบแล้ว
  2. การรับประกัน
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องรับประกันความชำรุดบกพร่อง หรือขัดข้องของการติดตั้งและ ใช้งานระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ที่ส่งมอบตามสัญญา โดยกำหนด ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง หรือการขัดข้องของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ระยะเวลา 3 ปีนับถัดจากวันที่การไฟฟ้านครหลวงได้รับมอบระบบบริหารจัดการ รับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ครบถ้วนถูกต้อง ในกรณีที่ไม่แจ้งไว้จะถือว่ารับประกันคุณภาพ ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ที่ส่งมอบเป็นเวลา 3 ปีนับถัดจากวันที่ การไฟฟ้านครหลวงได้รับมอบระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ครบถ้วน ถูกต้องตามสัญญา ถ้าภายในระยะเวลาดังกล่าว การติดตั้งหรือระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ชำรุดบกพร่อง หรือใช้งานไม่ได้ทั้งหมดหรือบางส่วน และ ความชำรุดบกพร่องเกิดขึ้นโดย มิใช่ความผิดของการไฟฟ้านครหลวง ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องจัดการซ่อมแซม แก้ไข หรือ เปลี่ยนให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีดังเดิม โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการ ดังนี้
  1. ในกรณีของการพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) จะต้องเริ่ม ดำเนินการ ภายใน 3 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ได้รับแจ้งจากการไฟฟ้านครหลวง และซ่อมแซม แก้ไข หรือเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีภายใน 12 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่เริ่มซ่อมแซม แก้ไข หากเกิน ระยะเวลาที่กำหนด ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องนำคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถ ไม่น้อยกว่ามาทดแทน โดยไม่คิดราคาและค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ไม่ปฏิบัติตาม การไฟฟ้านครหลวงมีสิทธิดำเนินการแก้ไขเอง หรือจ้างบุคคลภายนอก
    ทำการซ่อมแซมแก้ไข โดยผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 43 จาก 100

ทั้งในกรณีที่การไฟฟ้านครหลวงดำเนินการแก้ไขเอง หรือจ้างบุคคลภายนอกทำการซ่อมแซมแก้ไข ทั้งสิ้นแทนการไฟฟ้านครหลวง และการดำเนินการดังกล่าวผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ยังคง ต้องรับผิดชอบ การรับประกันต่าง ๆ ตามเงื่อนไขด้วย
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ มีหน้าที่บำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขระบบบริหารจัดการรับชำระ เงิน (MEA Payment Service Center) ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ตลอดระยะเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ทุก ๆ 4 เดือนต่อครั้ง รายละเอียดตามข้อกำหนดในการ บำรุงรักษา ตามผนวก 8 โดยให้มีเวลาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center)
ขัดข้องรวมตามเกณฑ์การคํานวณ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากการไฟฟ้านครหลวง ไม่เกินเดือนละ 36 ชั่วโมง หรือ ร้อยละ 5 ของเวลาใช้งานทั้งหมดของเดือนนั้น แล้วแต่ตัวเลขใดจะมากกว่ากัน มิฉะนั้น ผู้ชนะการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องยอมให้การไฟฟ้านครหลวงคิดค่าปรับใน ช่วงเวลาที่ไม่สามารถใช้ระบบบริหารจัดการรับ ชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ได้ในส่วนที่เกินกําหนดข้างต้น ในอัตราชั่วโมงละ 0.035% ของ ราคาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ทั้งหมดตามสัญญานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
เกณฑ์การคำนวณเวลาขัดข้องของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ให้เป็นดังนี้

  1. กรณีที่ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) เกิดขัดข้องพร้อมกัน หลายหน่วย ให้นับเวลาขัดข้องของหน่วยที่มีตัวถ่วงมากที่สุดเพียงหน่วยเดียว
  2. กรณีความเสียหายอันสืบเนื่องมาจากความขัดข้องของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) แตกต่างกัน เวลาที่ใช้ในการคำนวณค่าปรับจะเท่ากับเวลาขัดข้องของ ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน่วยนั้นคูณด้วยตัวถ่วง ซึ่งมีค่า ต่าง ๆ ตามผนวก 4 การกำหนดค่าตัวถ่วงของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center)
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องชำระค่าปรับตามวรรคสองให้แก่การไฟฟ้านครหลวง ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากการไฟฟ้านครหลวง หากผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ชำระค่าปรับตามที่ได้รับแจ้งจากการไฟฟ้านครหลวงภายในเวลาที่กำหนด การไฟฟ้านครหลวงมีสิทธิบังคับเอา จากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้
    การที่การไฟฟ้านครหลวงทำการนั้นเอง หรือให้ผู้อื่นทำการแทนผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ทำให้ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญา หากผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ไม่ชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ตามที่การไฟฟ้านครหลวงเรียกร้อง การไฟฟ้านครหลวงมีสิทธิ บังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 44 จาก 100

ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องสนับสนุนการปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม โปรแกรมระบบงานที่ นำเสนอให้แก่การไฟฟ้านครหลวง ตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มีระยะเวลา 300 วันงาน (Mandays) ตลอดระยะเวลาสัญญา สำหรับในส่วนของระยะเวลาวันงานที่เกินกว่าที่กำหนดไว้และเกิดค่าใช้จ่าย ใด ๆ เพิ่มเติม ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายละเอียดการใช้ Mandays ให้การไฟฟ้านครหลวง พิจารณาและอนุมัติ ก่อนดำเนินงานนั้น
10. การบำรุงรักษาหลังหมดระยะเวลารับประกันคุณภาพ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนออัตราค่าบริการซ่อมบำรุงรักษาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ที่เสนอ เป็นรายปีหลังจากหมดระยะเวลารับประกันคุณภาพ เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยแจกแจงรายการค่าบริการซ่อมบำรุงรักษาฯ ให้ชัดเจน ดังนี้

  1. สำหรับอุปกรณ์ ในอัตราไม่เกินปีละ 8% ของมูลค่าอุปกรณ์ตามสัญญา
  2. สำหรับซอฟต์แวร์ในอัตราไม่เกินปีละ 15% ของมูลค่าซอฟต์แวร์ตามสัญญา
  3. สำหรับสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์แบบเช่าใช้งาน (Subscription License) ในอัตราที่เสนอขายต่อปี ตามมูลค่าที่เสนอตามสัญญา
    โดยจะต้องแจ้งตามแบบฟอร์มแจ้งค่าบริการรักษาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หลังหมดระยะเวลารับประกันที่แนบ ทั้งนี้การไฟฟ้านครหลวงจะไม่นำมาพิจารณาในการจัดซื้อครั้งนี้ แต่ สงวนสิทธิ์ที่จะทำสัญญาจ้างในภายหลังตามราคาที่เสนอ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องแจ้งให้การไฟฟ้านครหลวงทราบ ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากการไฟฟ้านครหลวง ทั้งนี้การไฟฟ้านครหลวง สงวนสิทธิ์ที่จะ ไม่พิจารณา หรือไม่จัดซื้อกับผู้ไม่เสนอราคาค่าบริการซ่อมบำรุงรักษา หรือเสนอราคาค่าบริการซ่อมบำรุงรักษา เกินเกณฑ์ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าที่บำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขระบบบริหารจัดการรับชำระ เงิน (MEA Payment Service Center) ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ทุก 4 เดือนต่อครั้ง รายละเอียดตาม ข้อกำหนดในการบำรุงรักษา ตามผนวก 8 ถ้าภายในระยะเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ระบบบริหารจัดการรับชำระ เงิน (MEA Payment Service Center) ชำรุดบกพร่อง หรือใช้งานไม่ได้ทั้งหมดหรือบางส่วน และ ความชำรุด บกพร่องเกิดขึ้นโดยมิใช่ความผิดของการไฟฟ้านครหลวง ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องจัดการ ซ่อมแซม แก้ไข หรือเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีดังเดิม โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการดังนี้
  4. ในกรณีของการพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) จะต้อง เริ่มดำเนินการ ภายใน 3 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ได้รับแจ้งจากการไฟฟ้านครหลวง และซ่อมแซม แก้ไข หรือเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี ภายใน 12 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่เริ่มซ่อมแซม แก้ไข หากเกินระยะเวลาที่กำหนด ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องนำคอมพิวเตอร์ที่มี ความสามารถไม่น้อยกว่ามาทดแทน โดยไม่คิดราคาและค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าผู้ชนะการประกวด
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 45 จาก 100

ราคาอิเล็กทรอนิกส์ไม่ปฏิบัติตาม การไฟฟ้านครหลวงมีสิทธิดำเนินการแก้ไขเอง หรือจ้าง บุคคลภายนอก ทำการซ่อมแซมแก้ไข โดยผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องออกค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการ ทั้งในกรณีที่การไฟฟ้านครหลวงดำเนินการแก้ไขเอง หรือจ้างบุคคลภายนอกทำการ ซ่อมแซมแก้ไขทั้งสิ้นแทนการไฟฟ้านครหลวง และการดำเนินการดังกล่าวผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ยังคงต้องรับผิดชอบ การบำรุงรักษาตามเงื่อนไขด้วย
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าที่บำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขระบบบริหารจัดการรับชำระ เงิน (MEA Payment Service Center) ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ตลอดระยะเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้มีเวลาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ขัดข้องรวมตามเกณฑ์การคำนวณ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากการไฟฟ้านครหลวง ไม่เกินเดือนละ 36 ชั่วโมง หรือร้อยละ 5 ของเวลาใช้งานทั้งหมดของเดือนนั้น แล้วแต่ตัวเลขใดจะมากกว่ากัน มิฉะนั้นผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องยอมให้การไฟฟ้านครหลวงคิดค่าปรับในช่วงเวลาที่ไม่สามารถใช้ ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ได้ในส่วนที่เกินกำหนดข้างต้น ในอัตราชั่วโมง ละ 0.035% ของราคาบำรุงรักษาฯ ตามสัญญาต่อปี
เกณฑ์การคำนวณเวลาขัดข้องของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ให้เป็นดังนี้

  1. กรณีที่ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) เกิดขัดข้องพร้อมกัน หลายหน่วย ให้นับเวลาขัดข้องของหน่วยที่มีตัวถ่วงมากที่สุดเพียงหน่วยเดียว
  2. กรณีความเสียหายอันสืบเนื่องมาจากความขัดข้องของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) แตกต่างกัน เวลาที่ใช้ในการคำนวณค่าปรับจะเท่ากับเวลาขัดข้องของ ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน่วยนั้นคูณด้วยตัวถ่วง ซึ่งมีค่า ต่าง ๆ ตามผนวก 4 การกำหนดค่าตัวถ่วงของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center)
    หากผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ผู้แทน ช่าง หรือลูกจ้างของผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ได้จงใจ หรือประมาทเลินเล่อ หรือไม่มีความรู้ความชำนาญพอ กระทำหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ เป็นเหตุให้ Software อื่นทุกรายการ, Tools หรืออื่น ๆ ของการไฟฟ้านครหลวงเสียหาย หรือไม่อยู่ในสภาพที่ใช้ การได้ดีผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องยอมให้การไฟฟ้านครหลวงคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตรา ร้อยละ 0.1 ของค่าบริการบำรุงรักษาที่เสนอ แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท จนกว่าการไฟฟ้านครหลวงจะบอกเลิก สัญญา และหากการไฟฟ้านครหลวงต้องใช้ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ที่อื่นประมวลผล ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ยินยอมชดใช้ค่าใช้จ่ายเพื่อการดังกล่าวทั้งสิ้น แทน การไฟฟ้านครหลวงอีกด้วย
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 46 จาก 100

นอกจากนี้ ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุ ความเสียหาย หรือ ภยันตรายใด ๆ อันเกิดจากการปฏิบัติงานของผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และต้องรับผิดต่อความ เสียหายจากการกระทำ หรืองดเว้นกระทำโดยผิดกฎหมายหรือโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้แทน ช่าง หรือ ลูกจ้างของผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องสนับสนุนการปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม โปรแกรมระบบงานที่ นำเสนอให้แก่การไฟฟ้านครหลวง ตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มีระยะเวลา 100 วันงาน (Mandays) ต่อปี
11. ข้อตกลงการใช้โปรแกรม
ในกรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มีการพัฒนาโปรแกรม หรือแก้ไขระบบบริหารจัดการรับ ชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ให้นำส่ง Source Code ไว้ที่ระบบควบคุมเวอร์ชัน (Version Control) จัดส่ง Program Specification พร้อมส่งมอบสิทธิการใช้งาน และสิทธิการแก้ไขปรับเปลี่ยน โดยต้อง พัฒนาเพิ่มเติมซอฟต์แวร์ อย่างถูกต้องตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์ให้กับการไฟฟ้านครหลวง พร้อมจัด อบรม ถ่ายทอดความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง ภายในเวลา 30 วัน หรือตามระยะเวลาที่การไฟฟ้านครหลวง เห็นชอบ หลังจากมีการพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม หรือแก้ไขโปรแกรมของการไฟฟ้านครหลวง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ใด ๆ ทั้งสิ้น รวมถึงในกรณีที่ระบบพัฒนาต่อยอดจาก Open Source ที่เป็น Freeware จะต้องส่งมอบเอกสาร ตามที่ทาง Open Source นั้นมี และเปิดเผยเอกสารส่วนของการปรับปรุงเพิ่มเติมจากต้นฉบับของ Open Source นั้น ๆ
12. การรักษาความลับ
ข้อมูลทุกรายการเพื่อดำเนินการจัดทำข้อมูล และระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ให้ถือเป็นความลับและเป็นกรรมสิทธิ์ของการไฟฟ้านครหลวง ผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถนำไปเผยแพร่ หรือนำไปใช้เพื่อกิจกรรมใด ๆ ทั้งนี้ ผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ต้องรับทราบ และยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ของข้อมูล และการปกปิดความลับ ของการไฟฟ้านครหลวง ตามผนวก 9 ข้อปฏิบัติในการเก็บรักษาความลับการไฟฟ้านครหลวง ก่อนที่จะเริ่ม ดำเนินงานตามสัญญา นอกเหนือจากข้อมูลข้างต้นแล้ว หากมีซอฟต์แวร์และ/หรือ License ที่มีการพัฒนาขึ้น สำหรับงานโครงการนี้ ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องส่งมอบให้การไฟฟ้านครหลวง โดยไม่คิด ค่าใช้จ่าย อนึ่ง แหล่งข้อมูลทุกประเภทที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นำมาใช้ในโครงการนี้ หากมี
ข้อร้องเรียน หรือฟ้องร้องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของข้อมูล ต้องอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 47 จาก 100

  1. ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องรับทราบ และลงนามยินยอมปฏิบัติตามข้อตกลงการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) ของการไฟฟ้านครหลวง ตามนัยพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ตามผนวก 10 ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement)
  2. การใช้เรือไทย
    ในการปฏิบัติตามสัญญานี้หากผู้ขายจะต้องสั่งหรือนำของเข้ามาจากต่างประเทศรวมทั้งเครื่องมือและ อุปกรณ์ที่ต้องนำเข้ามาเพื่อปฏิบัติงานตามสัญญา ไม่ว่าผู้ขายจะเป็นผู้ที่นำของเข้ามาเองหรือนำเข้ามาโดยผ่าน ตัวแทนหรือบุคคลอื่นใด ถ้าสิ่งของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางเดินเรือที่มีเรือไทยเดินอยู่และสามารถ ให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนดผู้ขายต้องจัดการให้สิ่งของดังกล่าว บรรทุกโดยเรือไทยหรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยจากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาต จากกรมเจ้าท่าก่อนบรรทุกของนั้นลงเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยหรือนำเข้าสิ่งของดังกล่าวจากต่างประเทศจะเป็น แบบใด
    ในการส่งมอบงานตามสัญญาให้แก่ผู้ซื้อ ถ้างานนั้นมีสิ่งของตามวรรคหนึ่ง ผู้ขายจะต้องส่งมอบ ใบตราส่ง (Bill of Lading) หรือสำเนาใบตราส่งสำหรับของนั้น ซึ่งแสดงว่าได้บรรทุกมาโดยเรือไทยหรือเรือที่มี สิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยให้แก่ผู้ซื้อพร้อมกับการส่งมอบงานด้วย
    กรณีที่สิ่งของดังกล่าวไม่ได้บรรทุกจากต่างประเทศมายังประเทศไทยโดยเรือไทยหรือเรือที่มีสิทธิ เช่นเดียวกับเรือไทย ผู้ขายต้องส่งมอบหลักฐานซึ่งแสดงว่าได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้บรรทุกของโดยเรืออื่นได้ หรือหลักฐานซึ่งแสดงว่าได้ชำระค่าธรรมเนียมพิเศษเนื่องจากการไม่บรรทุกของโดยเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการพาณิชยนาวีแล้วอย่างใดอย่างหนึ่งแก่ผู้ซื้อด้วย
    กรณีที่ผู้ขายไม่ส่งมอบหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวในวรรคสองและวรรคสามให้แก่ผู้ซื้อ แต่จะขอ ส่งมอบงานดังกล่าวให้ผู้ซื้อก่อนโดยไม่รับชำระเงินค่าจ้าง ผู้ซื้อมีสิทธิรับงานดังกล่าวไว้ก่อน และชำระเงินค่าจ้าง เมื่อผู้ขายได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนดังกล่าวแล้วได้
  3. อื่น ๆ
    15.1. การทำสัญญาต้องใช้แบบสัญญาและแบบหนังสือค้ำประกันสัญญาตามแบบของคณะกรรมการ นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐซึ่งมีมูลค่าร้อยละ 10 ของจำนวนเงินตามสัญญา รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีการประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มหลังวันลงนามในสัญญา การไฟฟ้านครหลวง จะใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามประกาศกรมสรรพากรโดยไม่ต้องแก้ไขสัญญา
    15.2. หากการไฟฟ้านครหลวงเห็นว่าผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถแก้ไขหรือดำเนินการ ใด ๆ ให้ระบบสามารถใช้งานได้ดีดังเดิมและผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด หรือผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถจัดหาสิทธิ์การใช้งานตามสัญญา การไฟฟ้านครหลวงมีสิทธิบอกเลิกสัญญา
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 48 จาก 100

และเรียกค่าปรับและหรือค่าเสียหายได้ตามเงื่อนไขของสัญญา ทั้งนี้ การไฟฟ้านครหลวงไม่ต้องจ่าย ค่าจ้างในกรณีดังกล่าว
การที่การไฟฟ้านครหลวงทำการนั้นเอง หรือให้ผู้อื่นทำการแทนผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ไม่ทำให้ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญา หากผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ไม่ชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายตามที่การไฟฟ้านครหลวง เรียกร้องการไฟฟ้านครหลวงมีสิทธิ์บังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้
15.3. ในระหว่างการใช้งาน หากผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ไม่จัดหาสิทธิ์การใช้งานให้ครอบคลุม ตามรายละเอียดการดำเนินงานตามผนวก 7 ตารางแสดงสิทธิ์การใช้งาน Software ระบบบริหาร จัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้อง รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และค่าปรับที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเกินสิทธิ์นั้น
15.4. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องแจ้งอัตรางานบริหารจัดการ และปรับปรุงประสิทธิภาพ ระบบ หลังจากสิ้นสุดสัญญา เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งครอบคลุมระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบตาม แบบฟอร์มแจ้งราคา งานบริหารจัดการ และปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ โดยราคาจะต้องไม่เกินกว่าราคาค่าบริหารจัดการ รายปีตามสัญญา และเงื่อนไขตามผนวก 7 ตารางแสดงสิทธิ์การใช้งาน Software ระบบบริหารจัดการ รับชำระเงิน (MEA Payment Service Center)
15.5. การดำเนินโครงการเพื่อให้สามารถทำงานได้ตามข้อกำหนดของสัญญา หากมีความจำเป็นต้องจัดหา ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประกอบ หรือสิขสิทธิ์การใช้งานเพิ่มเติม ผู้ชนะการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจาก การไฟฟ้านครหลวง
15.6. โปรแกรมที่มีการปรับปรุง และพัฒนาเพิ่มเติม และข้อมูลทั้งหมด เป็นลิขสิทธิ์ของการไฟฟ้านครหลวง โดยการไฟฟ้านครหลวงสามารถทำการปรับปรุง แก้ไข เรียกค้น โอนย้าย หรือนำข้อมูลออกเพื่อใช้ใน กิจการของการไฟฟ้านครหลวงได้
15.7. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องทำการติดตั้งระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ตามสัญญา ให้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์
หากระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และอุปกรณ์ประกอบที่ติดตั้ง ใช้งาน เกิดขัดข้อง หรือเกิดความเสียหาย หรือทำงานไม่ถูกต้อง หรือทำงานไม่ครบถ้วน หรือทำงานไม่สมบูรณ์ หรือใช้งานไม่ได้ในบางส่วนหรือทั้งหมด การไฟฟ้านครหลวงถือว่าระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และอุปกรณ์ประกอบตามสัญญาทั้งหมดไม่สามารถใช้งานได้ การไฟฟ้านครหลวงขอ
สงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาไว้ใช้งานทั้งหมดจนกว่าจะได้รับการแก้ไข หรือยกเลิกสัญญา ทั้งนี้ การพิจารณาการตัดสิน
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 49 จาก 100

ของการไฟฟ้านครหลวงถือเป็นเด็ดขาด ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้ ทั้งสิ้น
ในการตรวจรับผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องพร้อมที่จะให้การไฟฟ้านครหลวงทดสอบระบบ บริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และอุปกรณ์ประกอบที่ส่งมอบได้ทันทีเมื่อต้องการ หลัง การส่งมอบงานประกอบการตรวจรับ โดยการไฟฟ้านครหลวงไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใด ๆ อันเกิด จากการทดสอบครั้งนี้
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 50 จาก 100

แบบฟอร์มแจ้งราคาต่อหน่วย
เลขที่ DT8-4615-TGZ
ลำดับ
รายการ
จำนวน
ราคาต่อหน่วย
ราคารวม
(ไม่รวม
ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
(ไม่รวม
ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) จำนวน 1 ระบบ ประกอบด้วย
งานพัฒนาระบบรับชำระในที่ทำการ
งานพัฒนาระบบรับชำระผ่านตัวแทน
งานพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน
งานพัฒนาระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน
ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการการให้บริการข้อมูล ยี่ห้อ …………………… รุ่น …………………………
ซอฟต์แวร์ระบบการติดตามและตรวจสอบระบบ
ยี่ห้อ …………………… รุ่น …………………………
ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS)
ยี่ห้อ …………………… รุ่น …………………………
งานฝึกอบรม
งานติดตั้ง และโอนย้ายข้อมูล
โดยมีรายละเอียดอื่น ๆ ตาม “ข้อกำหนดรายละเอียด” ที่แนบ หมายเหตุ
(…..) เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ. 20
(…..) ไม่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเป็น ผู้ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
1 งาน
1 งาน
1 งาน
1 งาน
1 ชุด
1 ชุด
1 ชุด
1 งาน
1 งาน

รวมเป็นเงิน


ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%


รวมเป็นเงินทั้งสิ้น

ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 51 จาก 100

หมายเหตุ

  1. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแจ้งราคาต่อหน่วยของแต่ละรายการ และรายการย่อย (ถ้ามี) ลงในแบบฟอร์ม แจ้งราคาต่อหน่วย และส่งให้การไฟฟ้านครหลวง ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก การไฟฟ้านครหลวง โดยราคาแต่ละรายการที่เสนอจะต้องไม่เกินราคากลางตามที่ได้ประกาศไว้ที่ http://gprocurement.go.th หรือ http://www.mea.or.th
  2. ราคาต่อหน่วยที่เสนอหากมีเศษสตางค์จะต้องไม่เกิน 2 ตำแหน่ง
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 52 จาก 100

ค่าบริการบำรุงรักษาหลังหมดระยะเวลารับประกัน
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแจ้งอัตราค่าบริการบำรุงรักษาอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เสนอ โดยให้แจ้งรายละเอียดลงใน ตารางนี้ และแนบมาพร้อมใบยื่นข้อเสนอ โดยราคาที่แจ้งมาการไฟฟ้านครหลวงจะไม่นำมาพิจารณาในการจัดซื้อ ครั้งนี้ แต่สงวนสิทธิ์ที่จะทำสัญญาจ้างในภายหลังตามราคาที่ได้แจ้งไว้(สงวนสิทธิ์ 2 ปี)
ลำดับ
รายการ
จำนวน
ปี 1
(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ปี 2
(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
1
2
3
4
5
6
7
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) จำนวน 1 ระบบ ประกอบด้วย งานพัฒนาระบบรับชำระในที่ทำการ
งานพัฒนาระบบรับชำระผ่านตัวแทน
งานพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน
งานพัฒนาระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน
ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการการให้บริการข้อมูล ยี่ห้อ …………………… รุ่น ………………………… ซอฟต์แวร์ระบบการติดตามและตรวจสอบระบบ ยี่ห้อ …………………… รุ่น ………………………… ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS)
ยี่ห้อ …………………… รุ่น ………………………… และซอฟต์แวร์อื่นๆ เพิ่มเติม (ถ้ามี)
1 งาน
1 งาน
1 งาน
1 งาน
1 ชุด
1 ชุด
1 ชุด

รวมเป็นเงิน




ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%




รวมเป็นเงินทั้งสิ้น

ราคาต่อหน่วยที่เสนอหากมีเศษสตางค์จะต้องไม่เกิน 2 ตำแหน่ง
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 53 จาก 100

ภาคผนวก
ผนวก 1
รายการคอมพิวเตอร์ที่ซื้อขาย ตามสัญญาเลขที่ ………………………..
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 54 จาก 100

ผนวก 2
รายการคุณลักษณะเฉพาะ
(ระบุรายละเอียดตามเอกสารของผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์)
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 55 จาก 100

ผนวก 3
รายละเอียดการติดตั้ง การโอนย้าย และนำระบบไปใช้งานจริง

  1. การติดตั้ง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องติดตั้งระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ที่เสนอให้ครบถ้วน พร้อมสำหรับการใช้งานตามงวดงานที่กำหนด โดยมีข้อกำหนดอย่างน้อยดังต่อไปนี้ 1.1. ติดตั้งระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง บน เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่การไฟฟ้านครหลวงจัดสรรให้พร้อมทดสอบการใช้งานให้สามารถทำงานได้ อย่างสมบูรณ์
    การไฟฟ้านครหลวงจะจัดสรรเครื่องคอมพิวเตอร์ในรูปแบบ Virtual Server และ Database Server รวมถึงระบบปฏิบัติการ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องระบุความต้องการขนาด (Sizing) เครื่องคอมพิวเตอร์ให้ การไฟฟ้านครหลวงประกอบการพิจารณา ประกอบด้วยระบบงานศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก (Production Site) และศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (Disaster Recovery Site) ทั้งนี้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดหา Software ให้ เหมาะสมกับระบบงานที่เสนอ และสามารถทำงานได้ตามข้อกำหนด รวมถึงดำเนินการติดตั้งบน Virtual Server ที่การไฟฟ้านครหลวงจัดสรรไว้ให้ และ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
    โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่การไฟฟ้านครหลวงจัดสรรแบบ Virtual Server System สำหรับพัฒนา ทดสอบระบบงาน (Development Environment, Staging Environment, Production Environment) และ Database Server มีคุณสมบัติ ดังนี้
    1.1.1. Web Server ทรัพยากรรวม ดังนี้
    1.1.1.1. CPU 200 vCores
    1.1.1.2. Memory ขนาด 800 GB
    1.1.1.3. Storage ขนาด 5 TB
    1.1.1.4. Storage จัดเก็บไฟล์เอกสาร 100 TB
    1.1.1.5. ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ Linux เช่น Ubuntu เป็นต้น
    1.1.2. Database Server ทรัพยากรรวม ดังนี้
    1.1.2.1. CPU 24 vCores
    1.1.2.2. Memory ขนาด 128 GB
    1.1.2.3. Storage ขนาด 4 TB
    1.1.2.4. ระบบปฏิบัติการ Oracle Linux Server
    1.1.2.5. ติดตั้งบนเครื่อง Exadata Database Machine X8M-2 Quarter Rack
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 56 จาก 100

ตลอดระยะเวลาสัญญา หากการไฟฟ้านครหลวงมีการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ Virtual Server System หรือ โอนย้ายข้อมูล เพื่อขยาย Resource เพิ่มเติมให้รองรับปริมาณไฟล์เอกสารที่เพิ่มขึ้นใน อนาคต ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ มีหน้าที่ดำเนินการปรับปรุงระบบ สนับสนุนช่วยเหลือ เพื่อให้การเปลี่ยนเครื่องฯ และโอนย้ายข้อมูลดังกล่าว สามารถทำงานร่วมกับระบบบริหารจัดการรับชำระ เงิน (MEA Payment Service Center) ที่เสนอได้อย่างสมบูรณ์ถูกต้อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งใน ส่วน Software สิทธิ์การใช้งาน และค่าแรงดำเนินการ
ในระหว่างดำเนินงาน หากจำเป็นต้องจัดหาคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่การไฟฟ้านครหลวง จัดหาให้ เพื่อให้ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ทำงานได้อย่าง สมบูรณ์มีประสิทธิภาพตามที่ระบุไว้ ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในส่วนที่เพิ่มเติมทั้งหมด
กรณีที่การไฟฟ้านครหลวง ไม่สามารถจัดสรรระบบ Virtual Server ให้ในระยะเวลาที่กำหนด การไฟฟ้านครหลวงสงวนสิทธิในการจัดหาระบบ Server อื่นมาทดแทนจนกว่าจะจัดสรรระบบ Virtual Server เพื่อให้ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทำการติดตั้งระบบงานให้ทำงานได้
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องทดสอบการทำงานของระบบร่วมกับผู้ใช้งาน (User Acceptance Test) ก่อนใช้งานจริง โดยจัดเตรียมข้อมูลสำหรับทดสอบระบบร่วมกับผู้ใช้งาน (Test Case) และอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อมสำหรับการทดสอบ อย่างน้อย 18 ชุด
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องทดสอบการทำงานของระบบร่วมกับตัวแทนรับชำระเงิน และ จัดเตรียมข้อมูลสำหรับทดสอบระบบสำหรับทุกตัวแทนรับชำระ และสามารถยกเลิกการรับชำระใน ระบบทดสอบทุกวัน เพื่อให้ตัวแทนรับชำระใช้ข้อมูลทดสอบชุดเดิมได้
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีระบบให้สามารถทดสอบเชื่อมโยงกับระบบภายนอก ได้ เช่น การจำลองการชำระเงินจากตัวแทน (สามารถทำงานได้เฉพาะระบบทดสอบเท่านั้น) เป็นต้น กรณีที่พบข้อผิดพลาดจากการทดสอบ ต้องทำการแก้ไข เพิ่มเติม โดยกำหนดระยะเวลาที่จะใช้ในการ แก้ไข/ปรับปรุงระบบ และกำหนดเวลาที่จะทำการทดสอบ เพื่อให้เป็นไปตามขอบเขตของงานที่กำหนด จนกว่าจะสมบูรณ์
ในกรณีที่ซอฟต์แวร์ที่เสนอในขอบเขตของงานหมดอายุการใช้งาน (Expired) หรือเลิกผลิต/เลิก สนับสนุน (Obsolete) แล้ว ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องเป็นผู้จัดหาและติดตั้ง ซอฟต์แวร์อื่นที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่า เพื่อทดแทนซอฟต์แวร์เดิมโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการ ดำเนินงาน
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Engineer) และ ผู้ดูแลฐานข้อมูล (Database Administrator : DBA) เพื่อทำหน้าที่ใน การติดตั้งระบบ (System Installation) และปรับแต่งประสิทธิภาพ (System and Database Performance Tuning) ของทั้งระบบงานและฐานข้อมูลตลอดระยะเวลาสัญญา
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 57 จาก 100

1.2. ติดตั้งโปรแกรมประยุกต์ระบบรับชำระในที่ทำการ ซอฟต์แวร์ประกอบการใช้งาน (ถ้ามี) บนคอมพิวเตอร์ จุดรับชำระทั้งหมดของการไฟฟ้านครหลวง
1.3. ติดตั้งระบบรับชำระผ่านตัวแทน ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน ระบบเชื่อมต่อการชำระเงิน ซอฟต์แวร์ ประกอบการใช้งาน (ถ้ามี)
1.4. ติดตั้งและกำหนดค่าซอฟต์แวร์บริหารจัดการการให้บริการข้อมูล (Service Managements) ให้ครบถ้วน พร้อมสำหรับการใช้งาน
1.5. ติดตั้งและกำหนดค่าซอฟต์แวร์การติดตามและตรวจสอบระบบ (Observability) ให้ครบถ้วนพร้อมสำหรับ การใช้งาน
1.6. ติดตั้งและกำหนดค่าซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องสามารถ ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง (High Availability) โดยต้องสามารถทำงานในรูปแบบ Cluster ทั้งที่ศูนย์ คอมพิวเตอร์หลัก (Production Site) และศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (Disaster Recovery Site) และต้อง สามารถดำเนินการสลับระบบ (Failover / Switchover) เพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ
(Disaster Recovery) ได้ ทั้งภายใน Site เดียวกัน และระหว่างศูนย์คอมพิวเตอร์หลักกับศูนย์คอมพิวเตอร์ สำรอง
1.7. ต้องดำเนินการปรับแต่งระบบคอมพิวเตอร์ (Tuning) หลังจากทดสอบใช้งานระบบคอมพิวเตอร์กับข้อมูล จริง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนการนำระบบมาใช้งาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับตั้งแต่วันที่เริ่มใช้งานจนถึงตลอดระยะเวลาสัญญา
กรณีต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม นอกเหนือจากที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด เพื่อให้สามารถใช้งาน ระบบงานได้อย่างสมบูรณ์ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และติดตั้งซอฟต์แวร์ให้ครบถ้วน พร้อมสำหรับการใช้งาน โดยต้องไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
1.8. ติดตั้งระบบสำหรับจัดเก็บและควบคุมการเปลี่ยนแปลงของชุดคำสั่งโปรแกรม (Source Code) โดยใช้ ระบบควบคุมเวอร์ชัน (Version Control) โดยระบบที่พัฒนาขึ้น สามารถเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกับ เครื่องมือสำหรับการติดตั้งระบบแบบอัตโนมัติ (Continuous Integration and Continuous Delivery: CI/CD) ที่ติดตั้งได้
1.9. ติดตั้ง Private Repository สำหรับจัดเก็บ Docker Image และสามารถใช้งานร่วมกับระบบที่พัฒนาขึ้น ได้
1.10. ติดตั้งเครื่องมือสำหรับจัดการข้อมูลที่ต้องเก็บเป็นความลับ (Secret Management) และสามารถใช้งาน ร่วมกับระบบที่พัฒนาขึ้นมาได้
1.11. ติดตั้งเครื่องมือสำหรับการติดตั้งระบบแบบอัตโนมัติ (Continuous Integration and Continuous Delivery: CI/CD) เพื่อสนับสนุนกระบวนการ Deploy และสามารถใช้งานร่วมกับระบบที่พัฒนาขึ้นได้ 1.12. ติดตั้งและกำหนดค่าระบบ SFTP Server เพื่อใช้เป็นช่องทางในการรับส่งไฟล์ข้อมูลจากตัวแทนรับชำระ เงิน รวมถึงสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง (Access Control) ได้
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 58 จาก 100

1.13. ติดตั้งระบบ Centralized Log Management เพื่อทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลบันทึกเหตุการณ์ (Log) และ สามารถสืบค้นข้อมูลที่มีระยะเวลาการจัดเก็บเกินกว่าที่กำหนดไว้ในซอฟต์แวร์การติดตามและตรวจสอบ ระบบ (Observability) พร้อมทั้งต้องสามารถกำหนดค่าระบบงานต่าง ๆ เพื่อส่งข้อมูล Log เข้ามายัง ระบบดังกล่าวได้
1.14. ติดตั้งระบบจัดเก็บข้อมูล Object Storage เพื่อทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลสำรอง (Backup) เช่น ข้อมูลบันทึก การทำงานของระบบ (System Logs) ข้อมูลบันทึกเหตุการณ์ (Log) ข้อมูลสำรองของฐานข้อมูล (Database Backup) ไฟล์การกำหนดค่าระบบ (Configuration Files) เป็นต้น
1.15. ติดตั้งซอฟต์แวร์ในรูปแบบ Container Orchestration บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของการไฟฟ้านครหลวง ตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด ซึ่งสามารถทํางานได้เป็นอย่างน้อย ดังนี้
1.15.1. ติดตั้งระบบ Container Orchestration โดยให้ระบบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่องและ รองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ (Disaster Recovery) ได้
1.15.2. การทํางานของ Cluster ต้องสามารถประมวลผลการทํางานร่วมกับระบบ API Gateway ใน รูปแบบ Microservice ได้
1.15.3. ระบบสามารถแบ่งการทำงานแบบ Control Plane Node และ Worker Node บนโครงข่าย เดียวกัน ที่สามารถบริหารจัดการในรูปแบบ Container Orchestration ได้
1.15.4. สามารถประมวลผลใช้งาน Docker Image จาก Public Repository หรือ Private Repository 1.15.5. สามารถเพิ่มหรือลดทรัพยากรของ Container โดยอัตโนมัติเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการใช้ งานได้ (Auto Scaling)
1.15.6. สามารถอัปเดตระบบแบบไม่มี Downtime โดยใช้ Rolling Update (Zero-Downtime) 1.15.7. สามารถแบ่งการทํางานและกระจาย Request ระหว่าง Container ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้ Load Balance
1.15.8. สามารถตรวจสอบสถานการณ์ทำงาน และควบคุมการบริหารจัดการทรัพยากรผ่านทาง Dashboard
1.15.9. สามารถกําหนด Resource ที่สามารถใช้ได้เฉพาะ Namespace โดยใช้ Limit Range, Resources Quotas
1.15.10.สามารถป้องกัน System Error จากการ Deploy ได้ โดยใช้ Readiness, Liveness Check 1.15.11.สามารถตั้ง Job ให้ทํางานตามเวลาที่กําหนดได้ (Scheduled Job, Cronjob)
1.15.12.สามารถเปลี่ยนแปลง Config ได้โดยไม่ต้องทําการ Deploy ใหม่ โดยใช้ Secret, Config Map 1.15.13.สามารถแบ่งกลุ่มการใช้งานของ Container ได้ โดยใช้ Namespace
1.15.14.ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการสื่อสารและการจัดเก็บข้อมูล เช่น การเข้ารหัสข้อมูล, การใช้งาน Role-Based Access Control (RBAC) และการรักษาความ ปลอดภัยของ Secrets
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 59 จาก 100

1.15.15.สามารถสำรองข้อมูล (Backup) ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่การไฟฟ้านครหลวงจัดสรรให้และการ กู้คืนข้อมูล (Restore) ในกรณีฉุกเฉิน พร้อมการจัดการ Disaster Recovery (DR)
1.15.16.ต้องสามารถตรวจสอบสถานะการทำงานและทรัพยากร (Monitoring)
1.15.17.ต้องมีระบบแจ้งเตือน (Alert) หากพบปัญหาหรือข้อผิดพลาดในการทำงาน
2. ดำเนินการทดสอบด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security Test) โดยจะต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัย (Security Test) ของระบบ จะต้องทำการทดสอบอย่างน้อยดังนี้
2.1. ดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ของระบบ ที่ประกอบไปด้วยระบบปฏิบัติการ และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เครื่องมือของการไฟฟ้านครหลวง ในการตรวจสอบปัญหา/ช่องโหว่ และ ต้องจัดทำรายงานผลของการตรวจสอบช่องโหว่
2.2. ดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่ของ Web Application (Web Application Security Testing) ตาม รายการความเสี่ยงที่พบสูงสุด 10 อันดับ (OWASP Top 10) และต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบช่อง โหว่
2.3. ต้องดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ที่มีความเสี่ยงระดับวิกฤต (Critical) และระดับสูง (High) ให้แล้วเสร็จเป็น อย่างน้อย
2.4. ดำเนินการปิดช่องโหว่ (System Hardening) ของระบบ ที่ประกอบไปด้วย การเปิด Port ต่าง ๆ ที่จำเป็น ต่อการใช้งาน การปิดช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับระบบปฏิบัติงาน และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง
2.5. ดำเนินการทดสอบการโจมตีทางไซเบอร์ (Penetration Test) และแก้ไขปัญหาการโจมตีทางไซเบอร์ ตลอดจนนำเสนอข้อเสนอแนะในการปรับปรุงด้านความปลอดภัย ซึ่งจะต้องจัดทำรายละเอียดการทดสอบ และผู้ทำการทดสอบ ให้การไฟฟ้านครหลวงพิจารณาเห็นชอบก่อนดำเนินการ และต้องรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
2.6. ระบบต้องสามารถรับส่งข้อมูลผ่านโปรโตคอล HTTPS ที่มีการเข้ารหัสอย่างปลอดภัยด้วยมาตรฐาน TLS 1.2 หรือสูงกว่า โดยการไฟฟ้านครหลวงจะเป็นผู้จัดหาใบรับรอง (SSL Certificate) ให้ 2.7. ระบบจะต้องมีกระบวนการจัดเก็บ Log ข้อมูล ตามที่การไฟฟ้านครลวงกำหนด ตลอดช่วงระยะเวลา สัญญา ทั้งนี้เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
2.8. การทดสอบสมรรถภาพและประสิทธิภาพของระบบ (Performance Test) โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม สำหรับการทดสอบสมรรถนะของระบบ (Performance Testing Tools) และต้องดำเนินการอย่างน้อย ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
2.8.1. การทดสอบความสามารถในการให้บริการผู้ใช้งานจำนวนมาก (Capacity Testing) ระบบรับ ชำระในที่ทำการต้องสามารถให้บริการการเข้าใช้งานพร้อมกันของผู้ใช้งาน (Concurrent Users) ได้อย่างน้อย 500 ราย มีเวลาในการตอบสนอง (Response Time) ไม่เกิน 2 วินาทีต่อคำขอ และมีอัตราความล้มเหลว (Error Rate) ไม่เกิน 1% โดยที่ระบบยังคงสามารถทำงานได้ตามปกติ ทั้งนี้ การทดสอบต้องใช้ปริมาณข้อมูลใกล้เคียงกับการใช้งานจริง และกำหนดระยะเวลาทดสอบ
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 60 จาก 100

ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง รวมถึงการกำหนด Function ในการทดสอบอย่างน้อย 10 Function โดย การไฟฟ้านครหลวงจะเป็นผู้กำหนดรายการ Function ที่ใช้ในการทดสอบ และการทดสอบเพื่อ หาค่าความสามารถสูงสุดของระบบ (Maximum Capacity Testing) ดำเนินการทดสอบโดยเพิ่ม จำนวนผู้ใช้งานพร้อมกัน (Concurrent Users) แบบขั้นบันได (Step Load) จนถึงจุดที่ระบบไม่ สามารถตอบสนองได้ตามเกณฑ์เวลาที่กำหนด หรือเกิดอัตราความล้มเหลวเกินที่ยอมรับได้เพื่อ หาค่าความสามารถสูงสุดของระบบ
2.8.2. การทดสอบประสิทธิภาพการทำงานภายใต้โหลด (Load Testing) ระบบต้องสามารถให้บริการ API ที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินได้อย่างน้อยดังต่อไปนี้
2.8.2.1. API ตรวจสอบรายการหนี้ค้างชำระ (Inquiry)
2.8.2.2. API รับชำระค่าใช้จ่าย (Payment)
2.8.2.3. API ยกเลิกรับชำระ (Cancel)
2.8.2.4. API เลือกรายการชำระบางบิล และสามารถเลือกประเภทหนี้ค้าง ได้
2.8.2.5. API ส่งข้อมูลการสร้าง QR Code / Barcode เพื่อรับชำระเงิน
โดยระบบ ต้องสามารถประมวลผลคำร้องขอ (Request) ได้ไม่น้อยกว่า 100 รายการต่อวินาที (Transactions per Second : TPS) โดยมีระยะเวลาทดสอบไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง และต้องตอบสนอง การทำงานได้ภายในเวลาที่กำหนดภายใต้สภาวะการทำงานปกติ ตามข้อ 5.2.5. (ระบบรับชำระผ่าน ตัวแทน) ทั้งนี้ การทดสอบต้องใช้ปริมาณข้อมูลใกล้เคียงกับการใช้งานจริง
3. การโอนย้าย และนำระบบไปใช้งานจริง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการดึง และโอนย้ายข้อมูล (Data Migration) จากระบบรับชำระในที่ทำการ ระบบรับชำระผ่านตัวแทน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
3.1. จัดทำแผนการโอนย้ายข้อมูล (Data Migration Plan) ซึ่งระบุรายละเอียดแนวทาง และกระบวนการ โอนย้ายข้อมูล การปรับปรุงคุณภาพข้อมูลก่อนที่จะโอนย้ายข้อมูล การโหลดข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้อง และความครบถ้วนของข้อมูล รวมถึงการกระทบยอดข้อมูล ในแต่ละขั้นตอนการโอนย้าย และบทบาทของ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน
3.2. จัดหาเครื่องมือสำหรับการดึงข้อมูลจากระบบปัจจุบัน ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนย้าย ปรับปรุงคุณภาพข้อมูล (Data Quality and Cleansing) และ โอนย้ายข้อมูล (Data Migration) โดยค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือต่าง ๆ ที่จำเป็นในกิจกรรมการโอนย้ายข้อมูล เช่น ค่าลิขสิทธิ์ ค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ค่าพัฒนาโปรแกรมการโอนย้ายข้อมูล และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
3.3. ดำเนินการดึงข้อมูลจากระบบปัจจุบัน ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนย้าย ปรับปรุงคุณภาพข้อมูล (Data Quality and Cleansing) โอนย้ายข้อมูล (Data Migration) และตรวจสอบข้อมูลหลังโอนย้าย
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 61 จาก 100

เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ทำการโอนย้ายนั้นมีความถูกต้อง ครบถ้วน สามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้จริง และมีความสอดคล้องระหว่างระบบงาน โดยต้องโอนย้ายข้อมูลไม่น้อยกว่า 10 ปี
3.4. จัดทำแผนงานทดสอบระบบ รวมทั้งกำหนดวิธีการทดสอบ ข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบ และผลลัพธ์ จากการทดสอบระบบ โดยการทดสอบระบบจะต้องครอบคลุมหัวข้อการทดสอบอย่างน้อย ดังนี้ 3.4.1. ทดสอบการทำงานของแต่ละระบบ (Unit Test)
3.4.2. ทดสอบการเชื่อมโยงของระบบ (System Integration Test)
3.4.3. ทดสอบการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานภายนอก (Interface Test)
3.4.4. ทดสอบระบบร่วมกับผู้ใช้งาน (User Acceptance Test)
3.4.5. ทดสอบประสิทธิภาพของระบบ (Performance Test) ก่อนการใช้งานจริง
3.4.6. ทดสอบการสำรองข้อมูล (Backup) และการกู้คืนข้อมูล (Restore)
3.4.7. ทดสอบการโจมตีทางไซเบอร์ (Penetration Test)
3.5. จัดทำการทดสอบเชื่อมโยงของระบบ (System Integration Test) และการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ระบบงานภายนอก (Interface Test) ก่อนการทดสอบระบบร่วมกับผู้ใช้งาน (User Acceptance Test) 3.6. จัดทำแผนงานการเริ่มใช้งานจริง (Cutover) ช่วงเวลา Downtime ผลกระทบ แนวทางแก้ไข และการบริหารความเสี่ยง นำเสนอให้การไฟฟ้านครหลวงเห็นชอบ และจะต้องดำเนินงานตามแผนการที่ ได้เสนอไว้
3.7. จัดทำแผนการกู้คืนระบบ (Rollback Plan) เพื่อให้สามารถย้อนกลับไปยังสถานะก่อนดำเนินการ เปลี่ยนแปลงระบบ
3.8. การปรับแต่งระบบ (Tuning) หลังจากทดสอบใช้งานระบบกับข้อมูลจริงที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งให้การสนับสนุนการนำระบบมาใช้งานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ นับตั้งแต่วันที่เริ่มใช้งานจนถึงตลอดระยะเวลาสัญญา
3.9. จัดทำเอกสารแผนบริหารความต่อเนื่อง (Business Continuity Plan: BCP) 3 เล่ม เป็นอย่างน้อย ได้แก่ แผน BCP ระบบรับชำระในที่ทำการ, แผน BCP ระบบรับชำระผ่านตัวแทน และระบบบริหารจัดการรับ ชำระเงิน โดยต้องเป็นตามรูปแบบที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด หากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเอกสาร BCP ต้องดำเนินการแก้ไขตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด ตลอดระยะเวลาสัญญา
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 62 จาก 100

ผนวก 4
การกำหนดค่าตัวถ่วงของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center)
ลำดับ
รายการ
ค่าตัวถ่วงต่อชุด
1.
พัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center)
1.0

ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 63 จาก 100

ผนวก 5
การฝึกอบรม
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบบริหารจัดการรับชำระ เงิน (MEA Payment Service Center) ที่เสนอ โดยมีข้อกำหนดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

  1. ต้องเสนอแผนการฝึกอบรมการใช้งานระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ประกอบด้วยหลักสูตรการฝึกอบรม และระยะเวลาในการอบรม โดยต้องส่งแผนการฝึกอบรมก่อนเริ่ม ดำเนินการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 14 วันทำการ ทั้งนี้หลักสูตรที่เสนอต้องมีเนื้อหาครอบคลุมการใช้งานทั้ง โครงการ และการไฟฟ้านครหลวงขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับปรุงหลักสูตรต่าง ๆ ได้ รวมถึงขอ เพิ่มเติมหลักสูตรอบรมที่การไฟฟ้านครหลวง เห็นว่าเกี่ยวข้องกับระบบที่ติดตั้งตามสัญญานี้
  2. การอบรมจะต้องอยู่ภายในเวลาการทำงานของการไฟฟ้านครหลวงวันจันทร์ถึงวันศุกร์ตั้งแต่เวลา 7.30 น. ถึง 15.30 น. เว้นวันหยุดราชการ ณ สถานที่ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด การไฟฟ้านครหลวงขอสงวนสิทธิ์ในการ จัดตารางเวลาการอบรม และสถานที่ตามความเหมาะสม
  3. ผู้ทำการสอนแต่ละหลักสูตรจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในหลักสูตรที่สอนเป็นอย่างดีโดยผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องแจ้งคุณสมบัติของผู้ทำการสอนให้การไฟฟ้านครหลวงพิจารณาก่อน ดำเนินการฝึกอบรม ทั้งนี้การไฟฟ้านครหลวงสงวนสิทธิ์ที่จะขอเปลี่ยนผู้สอนที่ขาดคุณสมบัติหรือที่มีคุณสมบัติ ไม่เหมาะสมในการอบรม
  4. การอบรมการใช้งาน ต้องบรรยายเป็นภาษาไทย
  5. จัดให้มีการบันทึกการอบรมเป็นวีดีทัศน์ในทุกหลักสูตรที่มีการจัดขึ้นโดยผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ลงในสื่อบันทึกดิจิตอล flash drive จำนวน 3 ชุด
  6. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม โดยจัดเตรียม คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ในการฝึกอบรมให้เพียงพอกับจำนวนผู้เข้ารับการ ฝึกอบรมในแต่ละหลักสูตร รวมถึงจัดหาอาหารและเครื่องดื่ม ตามจำนวนผู้เข้าร่วมอบรม
  7. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการจัดฝึกอบรม ซึ่งมีหลักสูตรอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ 7.1. หลักสูตรสำหรับการใช้งานระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) สำหรับ ผู้ดูแลระบบ ประกอบด้วย
    7.1.1. ผู้ดูแลระบบงานที่พัฒนา และฐานข้อมูล (Administrator) ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน และจำนวน ผู้เข้าอบรมรวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 10 คน
    7.1.2. นักวิเคราะห์และพัฒนาระบบ (Functional and Programmer) ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน และ จำนวนผู้เข้าอบรมรวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 10 คน
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 64 จาก 100

7.2. หลักสูตรการใช้งานระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) สำหรับผู้ใช้งาน ทั่วไป ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง โดยระยะเวลาแต่ละครั้ง ไม่น้อยกว่า 1 วัน และจำนวนผู้เข้าอบรมรวมทั้งหมด ไม่น้อยกว่า 100 คน
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 65 จาก 100

ผนวก 6
รายการเอกสารคู่มือการใช้ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) (ระบุรายละเอียดตามเอกสารของผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์)
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 66 จาก 100

ผนวก 7
การซื้อขายและอนุญาตให้ใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์

  1. การอนุญาตให้ใช้สิทธิ
    1.1. ผู้ขายรับรองว่าผู้ขายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิในโปรแกรม คอมพิวเตอร์ และคู่มือที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในสัญญานี้
    1.2. ผู้ขายตกลงอนุญาตให้ผู้ซื้อใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะดังนี้ คือ
    □ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์หนึ่งชุดกับคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง (Single Licenses) โดยมีผู้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในขณะเดียวกันไม่เกิน 1 คน
    □ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ที่บรรจุโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จำนวน ……… ชุด (Volume Licenses) โดยมีผู้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บรรจุในคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง □ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์หลักในระบบเครือข่าย เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์ จำนวน ….. เครื่อง สามารถใช้โปรแกรมได้ในขณะเดียวกัน (Network Licenses)
    □ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ของผู้ซื้อได้โดยไม่จำกัดจำนวนในขณะเดียวกัน (Corporate Licenses)
    🗹 อื่น ๆ ตามตารางแสดงสิทธิการใช้รายการ Software คอมพิวเตอร์
    1.3. กำหนดระยะเวลาอนุญาตให้ใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามสัญญานี้ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ผู้ซื้อ ได้รับมอบโปรแกรมคอมพิวเตอร์
    1.4. ในกรณีที่ผู้ขายเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ผู้ขายจะต้องนำ เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามสัญญาฉบับนี้ ซึ่งออก โดยเจ้าของลิขสิทธิ์ มามอบให้แก่ผู้ซื้อในวันลงนามในสัญญาฉบับนี้
    เอกสารหลักฐานที่ผู้ขายจะต้องนำมามอบให้แก่ผู้ซื้อตามวรรคแรกจะต้องมีข้อความว่า ในกรณีที่ ผู้ขายเลิกกิจการ หรือบอกเลิกการอนุญาตให้ใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือถูกเพิกถอนการอนุญาตให้ ใช้สิทธิดังกล่าว เจ้าของลิขสิทธิ์จะยอมผูกพันตามสัญญานี้แทนผู้ขายด้วยตนเอง หรือจัดให้ผู้มีอำนาจอนุญาต ให้ผู้อื่นใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์รายอื่นรับผิดชอบตามสัญญานี้แทนผู้ขาย
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 67 จาก 100

  2. สิทธิของคู่สัญญา
    2.1. ผู้ซื้อมีสิทธิที่จะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และคู่มือสำหรับผู้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 2.2. นอกจากกรณีตาม ข้อ 2.6 ผู้ขายไม่อนุญาตให้ผู้ซื้อ ขาย โอน ให้เช่า ให้ยืม หรือใช้เป็นหลักประกัน หนี้ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และเอกสารหรือสิทธิใด ๆ ที่ให้ไว้ตาม สัญญานี้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ขายเป็นลายลักษณ์อักษร
    2.3. การอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสัญญานี้ ห้ามมิให้ผู้ซื้อทำซ้ำ ดัดแปลง ซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ นำ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือกระทำการอื่นใดที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ของผู้ขาย เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ขายเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเป็นกรณีที่กฎหมาย อนุญาตให้ทำได้
    2.4. ผู้ซื้อขอรับรองว่าจะไม่ลบ ทำลาย ทำให้เสียหาย หรือทำให้ไม่ชัดเจน ซึ่งเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ แสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือเครื่องหมายการค้าของผู้ขาย โดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรง
    2.5. ผู้ซื้อมีสิทธิสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ 1 ชุด เพื่อป้องกันการสูญหายในการใช้โปรแกรม คอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ดังกล่าวเท่านั้น การทำสำเนามากกว่า 1 ชุด จะต้องได้รับความยินยอม จากผู้ขายเป็นลายลักษณ์อักษร
    2.6. ผู้ซื้อมีสิทธิโอนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามสัญญานี้ พร้อมด้วยสัญญาฉบับนี้ สำเนาทุกชุดของ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และเอกสารประกอบการใช้ทั้งหมดให้ผู้รับโอน โดยที่ผู้รับโอนจะต้องตกลง ผูกพันตามข้อตกลงในสัญญานี้
    ในกรณีที่ผู้ขายยินยอมให้มีการเคลื่อนย้ายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามวรรคแรก ผู้ขายจะไม่เรียกร้อง ให้ผู้ซื้อชำระราคาค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมจากที่ได้ตกลงกันตามสัญญานี้

  3. คำรับรอง
    ผู้ขายขอรับรองและยืนยันว่า ผู้ขายมีสิทธิโดยสมบูรณ์ และปราศจากภาระผูกพันใด ๆ ในโปรแกรม คอมพิวเตอร์ คู่มือการใช้ หรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามสัญญานี้ และผู้ขายมีอำนาจใน การอนุญาตให้ผู้ซื้อใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยชอบด้วยกฎหมาย

  4. ความคุ้มครองเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
    ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้าง หรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามสัญญานี้ โดยผู้ซื้อมิได้แก้ไขดัดแปลงไปจากเดิม หรือแก้ไขดัดแปลงไปจากเดิม หรือ แก้ไขดัดแปลงโดยได้รับความยินยอมจากผู้ขายเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ ผู้ขายจะต้องดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้าง หรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ซื้อ สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นต่อไปได้ ขั้นตอนดังกล่าวอาจรวมถึงการคืนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เดิม
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 68 จาก 100

และเปลี่ยนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์เดิมให้ใหม่ หากผู้ขายมิอาจ กระทำได้ และผู้ซื้อต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากผลแห่งการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว ผู้ขายต้องเป็นผู้ชำระค่าเสียหาย ค่าปรับ และค่าใช้จ่าย รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียม และค่าทนายความแทนผู้ซื้อ ทั้งนี้ ผู้ซื้อจะแจ้งให้ผู้ขายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรในเมื่อได้มีการกล่าวอ้าง หรือใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าวโดย ไม่ชักช้า
ตารางแสดงสิทธิการใช้งานซอฟต์แวร์
ลำดับ
รายการ
จำนวน
สิทธิการใช้ต่อชุด
1.
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center)
1 ระบบ
ไม่จำกัดสิทธิ์การใช้งาน
2.
ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการ
การให้บริการข้อมูล
1 ชุด
ไม่จำกัดสิทธิ์การใช้งาน
3.
ซอฟต์แวร์ระบบการติดตามและ
ตรวจสอบระบบ
1 ชุด
ไม่จำกัดสิทธิ์การใช้งาน
4.
ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (RDBMS)
1 ชุด
ตามจำนวนของ CPU ที่นำเสนอบนระบบ Virtual Machine

ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 69 จาก 100

ผนวก 8
รายละเอียดข้อกำหนดในการบำรุงรักษา

  1. ผู้รับจ้าง มีหน้าที่บำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ในส่วนการพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) และซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งทั้งหมดในโครงการ ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ตามรอบ การบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ที่จัดทำเป็นปกติ ทุก 4 เดือนต่อครั้ง ตลอดระยะเวลาสัญญา พร้อมจัดทำ รายงานการบำรุงรักษาฯ เสนอต่อการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 1) รายงานการตรวจสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ ทุกคาบ
  1. รายงานวิเคราะห์ Log ที่ผิดปกติ ของโปรแกรมและฐานข้อมูล ทุกคาบ
  2. รายงานสรุปเหตุการณ์ไม่ปกติ (Incident Report) (ถ้ามี) ทุกคาบ
  3. รายงานงานเปลี่ยนแปลง (Change Report) (ถ้ามี) ทุกคาบ
  4. รายงานแสดงประสิทธิภาพการทำงานของระบบ ทุกคาบ
  5. รายงานการปรับปรุงระบบและเอกสารการออกแบบระบบ (ถ้ามี) ทุกคาบ
  6. รายงานผลการทดสอบ (ถ้ามีการแก้ไข) ทุกคาบ
  7. รายงานทดสอบแผนสำรองฉุกเฉิน (DR Plan Test Report) ทุกปี
  8. รายงานทบทวนสิทธิ์การเข้าถึงระบบ (User Matrix) ทุกปี
  9. แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) และผลการฝึกซ้อม ทุกปี
  10. รายงานการสำรองข้อมูลและทดสอบกู้คืนระบบ ทุกปี
    (Backup and Restore Report)
  11. รายงานตรวจสอบช่องโหว่ระบบ (VA Report) และผลการแก้ไข ทุกปี
  12. รายงานการตรวจสอบช่องโหว่ของ Web Application ทุกปี
    (Web Application Security Testing) และผลการแก้ไข
  13. รายงานทดสอบการโจมตีทางไซเบอร์(Penetration Test) ทุกปี
    และผลการแก้ไข
  14. รายงานการลบข้อมูล (Data Deletion Report) (ถ้ามี) ทุกปี
  15. รายงานการปรับปรุงเวอร์ชันและชุดปรับปรุงด้านความมั่นคง ทุกปี
    ปลอดภัย (Security Patches) สำหรับ Microservice Platform
  16. รายงานการเปลี่ยน SSL Certificate ทุกปี
    หากพบว่าประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) ไม่เหมาะสมกับการใช้งานหรือประสิทธิภาพลดลง การไฟฟ้านครหลวงสามารถแจ้งให้ผู้รับจ้าง เข้าดำเนินการตรวจสอบสาเหตุ ปรับแต่งระบบ (Tuning) และรายงานให้การไฟฟ้านครหลวงทราบ
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 70 จาก 100
  1. หากผู้รับจ้าง มีการพัฒนาความสามารถของซอฟต์แวร์ (เวอร์ชันใหม่) ในช่วงระยะเวลาสัญญา ทางผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุง (Update) ให้ทันสมัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทั้งนี้การปรับปรุงจะต้องไม่ ส่งผลกระทบกับการทำงานของเจ้าหน้าที่

  2. ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งโปรแกรมประยุกต์ระบบรับชำระในที่ทำการ ซอฟต์แวร์ประกอบการใช้งาน (ถ้ามี) บนคอมพิวเตอร์จุดรับชำระทั้งหมดของการไฟฟ้านครหลวง ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด 4. ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตรวจสอบ วิเคราะห์ และปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้ใน โปรแกรม ประยุกต์ระบบรับชำระในที่ทำการ รวมถึงซอฟต์แวร์ประกอบการใช้งานอื่น ๆ (ถ้ามี) ในกรณีที่มีการอัปเด ตระบบปฏิบัติการ Windows แล้วส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบ ทั้งนี้ การแก้ไขจะต้องดำเนินการ ภายในระยะเวลาที่เหมาะสมและไม่กระทบต่อการให้บริการของหน่วยงาน

  3. ผู้รับจ้างจะต้องทำการปรับปรุง (Update) ซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่เสนอในขอบเขตของงาน ให้เป็นเวอร์ชัน ล่าสุด ที่ผ่านการเผยแพร่อย่างเป็นทางการ (Release Version) จากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อย่างเป็นทางการ โดยต้องคำนึงถึงเสถียรภาพ ความปลอดภัย ความเข้ากันได้กับระบบงานเดิม และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อ การให้บริการของระบบ

  4. ในกรณีที่ซอฟต์แวร์ที่เสนอในขอบเขตของงานเลิกผลิต หรือเลิกสนับสนุน (Obsolete) แล้ว ผู้รับจ้าง จะต้องเป็นผู้จัดหาและติดตั้งซอฟต์แวร์อื่นที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่า เพื่อทดแทนซอฟต์แวร์เดิม และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของระบบ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  5. ผู้รับจ้างจะต้องมี Unit Test และ Integration Test สำหรับการสร้างโปรแกรมทดสอบแบบอัตโนมัติ (Automated Test) ในขั้นตอน CI/CD ทั้งนี้ Unit Test ต้องมีค่า test coverage ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนบรรทัดคำสั่งทั้งหมด และต้องมีการออกแบบพร้อมดำเนินการทดสอบเชิงสถานการณ์ (Scenario Test) พร้อมทั้งปรับปรุง Unit Test และ Integration Test ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขระบบในทุกครั้งที่เกิดขึ้น

  6. ผู้รับจ้างจะทดสอบประสิทธิภาพของระบบ (Performance Test) เมื่อมีการแก้ไขระบบงาน 9. สนับสนุนด้านเทคนิคอื่น ๆ ในกรณีที่การไฟฟ้านครหลวงต้องการปรับปรุงและดูแลระบบเพิ่มเติมให้ สามารถดำเนินการได้ดี เช่น การเชื่อมต่อกับระบบงานภายนอก, การเชื่อมโยงกับระบบ Data Platform, การตรวจสอบระบบจากผู้ตรวจสอบภายในและภายนอก, การทดสอบการโจมตีทางไซเบอร์ (Penetration Test), การตรวจสอบปัญหา/ช่องโหว่ โดยใช้เครื่องมือของการไฟฟ้านครหลวง และการ แก้ไขปัญหาช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) และการดำเนินการตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001 มาตรฐาน ISO/IEC 27701 เป็นต้น

  7. ผู้รับจ้างต้องมี ผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบด้านโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure Engineer และฐานข้อมูล (Database Administration - DBA) เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ และปรับแต่งประสิทธิภาพ ฐานข้อมูลให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 71 จาก 100

  8. ดำเนินการทดสอบแผนสำรองฉุกเฉิน (Disaster Recovery Plan) การย้ายระบบงานจากศูนย์ คอมพิวเตอร์หลักไปยังศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยระยะเวลาการย้ายระบบต้องไม่ เกินกว่า 60 นาทีนับจากเริ่มทดสอบปิดระบบที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก และทดสอบกู้คืนระบบสำรอง เพื่อให้มั่นใจว่าหากระบบที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก และศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองเสียหาย

  9. ดำเนินการทบทวนสิทธิ์การเข้าถึงระบบ ทั้งฮาร์ดแวร์ (ถ้ามี) ซอฟต์แวร์ และฐานข้อมูล พร้อมทั้ง ดำเนินการปรับปรุงเอกสารบริหารจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้งาน (User Matrix) สำหรับสภาพแวดล้อมการใช้ งานจริง (Production Environment) และสภาพแวดล้อมสำหรับการทดสอบก่อนนำระบบขึ้นใช้งานจริง (Staging Environment) อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง

  10. ดำเนินการทบทวน และแก้ไขข้อมูลสิทธิ์ของผู้ใช้งาน (User Role) อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี หรือทุกครั้งที่มี การเปลี่ยนแปลง

  11. ดำเนินการปรับปรุงเอกสารออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบ (System Architecture Design)เอกสาร แสดงภาพรวมการเชื่อมโยงระบบงานที่เกี่ยวข้อง (System Integration Diagram)เอกสารรายงานความ ต้องการของระบบ (System Requirement Specification) เอกสารการออกแบบระบบเชิงแนวคิด (Conceptual Design Document) เอกสารการออกแบบระบบเชิงเทคนิค (System Design
    Document) เอกสารแสดงระบบต้นแบบ (Prototype) ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อ โครงสร้างหรือการเชื่อมต่อของระบบ เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน

  12. ดำเนินการปรับปรุงเอกสารแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) จำนวนอย่างน้อย 3 ฉบับ ได้แก่ แผน BCP สำหรับระบบรับชำระในที่ทำการ แผน BCP สำหรับระบบรับ ชำระผ่านตัวแทน และแผน BCP สำหรับระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน ทั้งนี้ เอกสารต้องเป็นไปตาม รูปแบบที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด หากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเอกสาร BCP ให้ดำเนินการปรับปรุง ตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด

  13. ดำเนินการฝึกซ้อมตามแผน BCP สำหรับระบบรับชำระในที่ทำการ ระบบรับชำระผ่านตัวแทน และระบบ บริหารจัดการรับชำระเงิน พร้อมจัดทำรายงานผลการฝึกซ้อม BCP โดยเอกสารต้องเป็นไปตามรูปแบบที่ การไฟฟ้านครหลวงกำหนด หากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเอกสาร BCP ให้ดำเนินการแก้ไขตามที่ การไฟฟ้านครหลวงกำหนด

  14. ดำเนินการตรวจสอบการสำรองข้อมูล (Backup) ทั้งในส่วนของการกำหนดค่า (Configuration) ฐานข้อมูล (Database) และข้อมูลอื่น ๆ (ถ้ามี) พร้อมทดสอบการกู้คืน (Restore) จากข้อมูลสำรอง อย่าง น้อยปีละ 1 ครั้ง โดยจัดทำรายงานผลการตรวจสอบและการทดสอบตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด

  15. ดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ของระบบ ที่ประกอบไปด้วย ระบบ ปฏิบัติงาน และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องจัดทำรายงานผลของการตรวจสอบ ช่องโหว่
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 72 จาก 100

  16. ดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่ของ Web Application (Web Application Security Testing) ตาม รายการความเสี่ยงที่พบสูงสุด 10 อันดับ (OWASP Top 10) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องจัดทำรายงาน ผลการตรวจสอบช่องโหว่

  17. ดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ช่องโหว่ของ Web Application (Web Application Security Testing) และปัญหาการโจมตีทางไซเบอร์ (Penetration Test) ทั้งกรณีที่ตรวจ พบโดยผู้รับจ้าง และการไฟฟ้านครหลวง ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้ 20.1.กรณีระดับความเสี่ยง วิกฤต (Critical) ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้รับ รายงานผลการตรวจสอบ
    20.2.กรณีที่มีระดับความเสี่ยง สูง (High) ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับ รายงานผลการตรวจสอบ
    ทั้งนี้ การไฟฟ้านครหลวงขอสงวนสิทธิ์ปรับปรุงระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จตามการตรวจ ประเมิน ISO/IEC 27001 ของการไฟฟ้านครหลวง

  18. ดำเนินการเปลี่ยน SSL Certificate เมื่อได้รับแจ้งจากการไฟฟ้านครหลวง โดยการไฟฟ้านครหลวงจะเป็น ผู้จัดหา SSL Certificate ให้

  19. ดำเนินการปรับปรุงเวอร์ชัน (Update Version) และ ชุดปรับปรุงด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security Patches) ของ Microservice Platform เพื่อแก้ไขช ่องโ หว ่ด้านคว ามปลอดภ ัย (Security Vulnerabilities) การดำเนินการอัปเกรดต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบเดิม (Zero Downtime Upgrade) และต้องมีการสำรองข้อมูล (Backup) และวางแผนการย้อนกลับ (Rollback Plan) ก่อนดำเนินการปรับปรุงเวอร์ชัน ในกรณีเกิดปัญหาฉุกเฉิน

  20. ดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ Log ที่ผิดปกติของระบบ พร้อมทั้งระบุ สาเหตุผลกระทบ วิธีการแก้ไข 24. ดำเนินการจัดทำรายงานเหตุการณ์ไม่ปกติ (Incident Report) ที่เกิดขึ้น และจัดส่งให้การไฟฟ้านครหลวง ภายใน 1 วัน เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติโดยรูปแบบเอกสาร ให้เป็นไปตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด และหากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเอกสาร ให้ดำเนินการปรับปรุงตามที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด โดย รายงานเหตุการณ์ขัดข้อง (Incident Report) ประกอบด้วย สาเหตุ วิธีการแก้ไข และแนวทางการป้องกัน เป็นอย่างน้อย

  21. รายการงานเปลี่ยนแปลง (Change Report) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของระบบ รวมถึงการเปลี่ยนแปลง การเข้าถึง ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง แผนสำรองหากดำเนินการเปลี่ยนแปลงไม่สำเร็จ วิธีการตรวจสอบผลการเปลี่ยนแปลง ผลการเปลี่ยนแปลง เป็นอย่างน้อย

  22. ดำเนินการลบข้อมูล ตามเงื่อนไขที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด และจัดทำรายงานผลดำเนินการลบข้อมูล 27. ในกรณีที่มีการพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติมหรือแก้ไขโปรแกรม ให้นำส่ง Source Code ไว้ที่ระบบควบคุม เวอร์ชัน (Version Control) และจัดส่ง Program Specification พร้อมจัดอบรมถ่ายทอดความรู้ให้กับ
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 73 จาก 100

เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง ภายในเวลา 30 วัน หรือตามระยะเวลาที่การไฟฟ้านครหลวงเห็นชอบ หลังจากมีการพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม หรือแก้ไข โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
28. ในกรณีที่เครื่องแม่ข่ายของการไฟฟ้านครหลวงไม่สามารถใช้งานได้ผู้รับจ้างต้องให้การสนับสนุนในการ ติดตั้ง ทดสอบระบบ และโอนย้ายข้อมูล ไปยังเครื่องแม่ข่ายที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด โดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
29. จัดทำรายงานรายงานแสดงประสิทธิภาพการทำงานของระบบ ดังนี้
29.1. รายงานสถิติประสิทธิภาพการใช้งานของ Database Server, Application Server (CPU, Memory Utilization) ในรูปของกราฟ พร้อมค่าเฉลี่ยการใช้งาน
29.2. รายงานสรุปปริมาณการใช้พื้นที่ (Disk Storage) พื้นที่ที่เหลือ (Free Space) และอัตราการ เติบโต (Growth Rate)
29.3. รายงานการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของระบบและคำแนะนำเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของระบบ 29.4. รายงานการแก้ไข Configuration พร้อม System Diagram เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข 29.5. รายงาน 10 ลำดับการใช้งานสูงสุด (Top 10) ของหน่วยประมวลผล (CPU) และหน่วยความจำ (Memory) ซึ่งเป็นข้อมูลวันทำการสัปดาห์แรกของเดือน
หมายเหตุ1 คาบ เท่ากับ 4 เดือน โดยนับถัดจากวันที่ได้รับมอบคอมพิวเตอร์ครบถ้วนถูกต้อง
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 74 จาก 100

ผนวก 9
ข้อปฏิบัติในการเก็บรักษาความลับ การไฟฟ้านครหลวง
🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚🞚 ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ปฏิบัติงานของผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์จะต้องปฏิบัติ ดังนี้

  1. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะเก็บรักษาไว้เป็นความลับและจะไม่เผยแพร่ข้อมูลทั้งหลายที่ เกี่ยวกับ การจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) (ซึ่งต่อไปจะ เรียกว่า“โครงการ”) รวมถึงข้อมูล เกี่ยวกับกิจการ การเงิน แผนการดำเนินธุรกิจ ทรัพย์สิน พนักงาน ลูกค้า และคู่ค้าต่าง ๆ ที่ได้มีการเปิดเผยเป็นหนังสือ ด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดตามวัตถุประสงค์ของสัญญา (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “ข้อมูล ที่เป็นความลับ”) แต่ข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวไม่รวมถึงข้อมูล ที่เป็นที่ ทราบกันทั่วไปซึ่งมิได้เป็นผลจากการที่คู่ว่าจ้างปฏิบัติผิดข้อปฏิบัติฯ หรือเป็นไปตามในข้อ 3 ของข้อ ปฏิบัติฯฉบับนี้ ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะเก็บรักษาไว้เป็นความลับ และจะไม่เผยแพร่ ข้อมูลทั้งหลายที่เกี่ยวกับการไฟฟ้านครหลวง และกิจการของการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ชนะ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้รับตามสัญญา

  2. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตกลงที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่บุคคลใด ๆ นอกจากพนักงานผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้องของผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งจำเป็นต้อง รับรู้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสัญญาโดยให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
    (ก) บุคคลใดที่จะได้รับการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อนี้ จะต้องทราบถึงข้อกำหนดของ สัญญา ฉบับนี้ก่อนที่จะได้รับการเปิดเผยข้อมูล และผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้บุคคล เหล่านั้นปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้อย่าง เคร่งครัด เสมือนเป็นคู่ว่าจ้างในข้อปฏิบัติฯ ฉบับนี้ด้วย
    (ข) ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องรับผิดชอบต่อการที่ผู้ที่ได้รับข้อมูลที่เป็นความลับ จากผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ หรือนำไปเปิดเผย หรือ ปฏิบัติผิดข้อกำหนดของข้อปฏิบัติฯ ฉบับนี้

  3. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตกลงที่จะไม่เปิดเผยต่อบุคคลใด ๆ ซึ่งข้อมูลที่เป็นความลับภายใต้ เงื่อนไขของข้อปฏิบัติฯ ฉบับนี้ เว้นแต่กรณีที่ต้องเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมาย, คำสั่งศาล, หรือระเบียบ คำสั่งของหน่วยงานราชการหรือรัฐบาล

  4. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตกลงที่จะใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเฉพาะ และที่เกี่ยวกับโครงการ เท่านั้น โดยจะไม่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ประการอื่นใด
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 75 จาก 100

  5. ในกรณีที่สัญญาสิ้นสุดลงหรือคู่ว่าจ้าง ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ประสงค์ที่จะดำเนินการตามโครงการ ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตกลงที่จะไม่เปิดเผยต่อบุคคลใด ๆ ซึ่งข้อมูลที่เป็นความลับภายใต้เงื่อนไข ของข้อปฏิบัติฯ ฉบับนี้โดยผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องส่งมอบเอกสารทั้งปวงที่มีข้อมูล ที่เป็นความลับคืนให้แก่การไฟฟ้านครหลวง ภายในเวลา 7 วัน

  6. ข้อกำหนดในการเก็บรักษาความลับตามข้อปฏิบัติฯ ฉบับนี้ ให้มีผลผูกพันผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์แม้ว่าการดำเนินการตาม โครงการตามสัญญาจะสิ้นสุด

  7. ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตกลงที่จะชดใช้เงิน ค่าเสียหาย ข้อเรียกร้อง ความรับผิด และ ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติผิดหน้าที่ ตามข้อปฏิบัติฯ ฉบับนี้ไม่ว่า โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้แก่ การไฟฟ้านครหลวง

  8. การที่การไฟฟ้านครหลวงไม่ใช้สิทธิ์ หรืออำนาจตาม ข้อปฏิบัติฯ ฉบับนี้ หรือใช้สิทธิ์ หรืออำนาจดังกล่าว ล่าช้าจะไม่ถือว่า การไฟฟ้านครหลวงสละสิทธิ์ หรืออำนาจดังกล่าว ทั้งนี้ การที่การไฟฟ้านครหลวงใช้สิทธิ์ หรืออำนาจเพียงบางส่วนจะไม่ถือ เป็นการตัดสิทธิ์ของการไฟฟ้านครหลวงที่จะใช้สิทธิ์ หรืออำนาจต่อไป

  9. การแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ของข้อปฏิบัติฯ ฉบับนี้จะไม่มีผลสมบูรณ์เว้นแต่จะมีการตกลงเป็นหนังสือ

  10. ข้อกำหนดในข้อปฏิบัติฯ ฉบับนี้อาจแยกส่วนออกจากกันได้ ในกรณีที่ศาลที่มีอำนาจได้ตัดสินให้ข้อกำหนด ส่วนหนึ่งส่วนใดเป็นโมฆียะ หรือตกเป็นโมฆะ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ให้บทบัญญัติส่วนที่เหลือที่ผลใช้ บังคับ ต่อไปตราบเท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย

  11. ข้อปฏิบัติฯ ฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับและการแปลความตามกฎหมายไทย
    ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 76 จาก 100

ผนวก 10
ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(Data Processing Agreement)
โครงการระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center)

ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ทำขึ้น ณ การไฟฟ้านครหลวง ……………………… เมื่อวันที่ [วันที่ทำข้อตกลง] ระหว่าง การไฟฟ้านครหลวง โดย… [ชื่อผู้มีอำนาจกระทำการแทนของ การไฟฟ้า นครหลวง] …..ผู้มีอำนาจกระทำการแทน (ในกรณีเป็นผู้รับมอบอำนาจ ให้ใช้ข้อความว่า โดย………..[ชื่อผู้รับ มอบอำนาจ]…….. ปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจ ฉบับลงวันที่ [วันที่ในหนังสือมอบอำนาจ]) สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่อาคารวัฒนวิภาส เลขที่ 1192 ถนนพระรามที่ 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่ง ต่อไปในข้อตกลงฉบับนี้เรียกว่า “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ฝ่ายหนึ่ง กับ………..[ชื่อคู่สัญญา]……….โดย ………[ชื่อผู้มีอำนาจกระทำการแทนของคู่สัญญา]……………. ผู้มีอำนาจลงนาม ผูกพันนิติบุคคลปรากฏตาม หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท [เลขที่หนังสือรับรอง] ออกให้ ณ วันที่ วันที่ในหนังสือ รับรอง] (ในกรณีเป็นผู้รับมอบอำนาจ ให้ใช้ข้อความว่า โดย………… [ชื่อผู้รับมอบอำนาจ]….. ปรากฏตามหนังสือ มอบอำนาจ ฉบับลงวันที่ [วันที่ในหนังสือมอบอำนาจ]) ที่แนบท้ายข้อตกลงฉบับนี้ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ « ที่อยู่ของคู่สัญญา» (ซึ่งต่อไปในข้อตกลงฉบับนี้เรียกว่า “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) อีกฝ่ายหนึ่ง
(ในกรณีที่คู่สัญญาเป็นบุคคลธรรมดาให้ใช้ข้อความว่า กับ …………………..[ชื่อคู่สัญญา]………………….. อยู่บ้านเลขที่ …………………….. ถนน ……………………………. ตำบล/แขวง ………………………… อำเภอ/เขต ……………………… จังหวัด ……………………… ผู้ถือบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่ ……………… ……… ดังปรากฏตามสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนแนบท้ายข้อตกลงนี้ (ซึ่งต่อไปในข้อตกลงฉบับนี้เรียกว่า “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”))
ในข้อตกลงฉบับนี้ คำว่า “คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง” หมายถึง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือ ผู้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากเป็นกรณีที่กล่าวถึงคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะใช้คำว่า “คู่สัญญา”
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 77 จาก 100

โดยคู่สัญญาได้ตกลงกันดังต่อไปนี้
(1) ข้อตกลงฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่มีผลใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ทำข้อตกลงฉบับนี้ และที่จะมีการเพิ่มเติมหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงในภายหลัง
(2) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีความประสงค์ให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้บริการตาม สัญญา «ชื่อสัญญาหลัก» ซึ่งมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วน บุคคลเป็นผู้มีอำนาจกำหนดวัตถุประสงค์และตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลที่จะทำการประมวลผลตามข้อตกลงฉบับนี้
(3) ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีมาตรการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและเพียงพอตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และเป็นผู้ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในนามหรือตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคล โดยที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลดังกล่าว อย่างไรก็ตามหากผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลจะถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเอง
ด้วยเหตุนี้ คู่สัญญาจึงได้ทำข้อตกลงซึ่งกำหนดสิทธิและหน้าที่โดยมีข้อความดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ขอบเขตการบังคับใช้
ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตามสัญญา [ชื่อสัญญาหลัก] (ซึ่งต่อไปในข้อตกลงฉบับ นี้เรียกว่า “สัญญาการให้บริการหลัก”) โดยให้ถือว่าข้อตกลงฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาการให้บริการหลัก
หน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่คู่สัญญาได้ตกลง เข้าทำสัญญาการให้บริการหลัก และให้มีผลใช้บังคับตลอดไป แม้ว่าจะได้มีการเลิกสัญญาการให้บริการหลัก หรือสัญญาการให้บริการหลักได้สิ้นสุดลง ไม่ว่าเพราะเหตุใด
ในกรณีที่ข้อกำหนดหรือเงื่อนไขส่วนใดส่วนหนึ่งในข้อตกลงฉบับนี้ไม่สมบูรณ์หรือตกเป็นโมฆะ ให้ข้อกำหนดหรือเงื่อนไขส่วนที่เหลือในข้อตกลงฉบับนี้ยังคงมีผลใช้บังคับได้ต่อไป และให้แยกออกจากส่วนที่ ไม่สมบูรณ์หรือตกเป็นโมฆะ
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 78 จาก 100

ข้อ 2 คำนิยาม
หากไม่ได้มีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในข้อตกลงฉบับนี้ ให้ถ้อยคำในข้อตกลงฉบับนี้มี ความหมายดังต่อไปนี้
2.1 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง การปฏิบัติการหรือส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการซึ่งได้กระทำ ต่อข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าโดยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดระเบียบ การจัดโครงสร้าง การจัดเก็บ การดัดแปลง ปรับเปลี่ยน การกู้คืน การให้คำปรึกษา การใช้ การเปิดเผย โดยการส่ง การแพร่กระจาย หรือทำให้มีอยู่ การจัดวางให้ถูกตำแหน่ง หรือการรวม การจำกัด การลบ และ การทำลาย เป็นต้น
2.2 ข้อตกลง หมายถึง ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และเอกสารแนบท้าย
2.3 บริการ หมายถึง การให้บริการตามสัญญาการให้บริการหลัก ซึ่งรวมถึงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ด้วย
2.4 สัญญาการให้บริการหลัก หมายถึง สัญญา [ชื่อสัญญาหลัก] สัญญาเลขที่ [เลขที่สัญญา] ลงวันที่ [วันที่ ในสัญญา]
2.5 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วง หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอันเกี่ยวเนื่องตามข้อตกลงนี้
2.6 ให้นิยามตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดความหมายไว้ สำหรับคำต่อไปนี้ “ข้อมูลส่วน บุคคล” “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”
ข้อ 3 ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สัญญา
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ตกลงทำสัญญาการให้บริการ หลัก คู่สัญญามีหน้าที่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่ออกภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดระยะเวลาตามสัญญาให้บริการหลักและตามระยะเวลาที่ กฎหมายกำหนด
ข้อ 4 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
4.1 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ในสัญญาการ ให้บริการหลัก เท่าที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาการให้บริการหลักและตามข้อตกลงฉบับนี้ โดยผู้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษร จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น โดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องไม่ประมวลผลข้อมูล
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 79 จาก 100

ส่วนบุคคลนอกเหนือจากคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ได้รับจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งคำสั่งให้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะต้องเป็นคำสั่งที่ไม่เกินวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ต้องพิจารณาว่าคำสั่งให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบด้วย กฎหมายหรือไม่ ในกรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณาแล้วเห็นว่า การออกคำสั่งดังกล่าวเป็น การออกคำสั่งที่ละเมิดต่อกฎหมาย ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องให้คำแนะนำ หรือ ทำการแจ้งผู้ ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยพลัน
4.2 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจสั่งให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมได้ ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะทำการประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลดังกล่าวโดยพลัน ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติการตามสัญญาให้บริการหลัก หรือ เป็นการช่วยให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด
4.3 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องกำหนดให้การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ถูกจำกัด เฉพาะเจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษา ตัวแทนหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่เกี่ยวข้อง หรือมีความจำเป็นในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้เท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อให้ พนักงาน และ/หรือลูกจ้าง ตัวแทนหรือบุคคลใด ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ทำการประมวลผลและรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยแต่ละบุคคลถูก กำหนดให้เข้าถึงหรือใช้เท่าที่มีความจำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์ของสัญญาการให้บริการหลัก
4.4 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะควบคุมดูแลให้เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษา ตัวแทนหรือ บุคคลใด ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลอย่างเคร่งครัด และดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ ตามข้อตกลงฉบับนี้เท่านั้น โดยจะไม่ทำซ้ำ คัดลอก ทำสำเนา บันทึกภาพข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าทั้งหมด หรือแต่บางส่วนเป็นอันขาด เว้นแต่เป็นไปตามเงื่อนไขของบันทึกความร่วมมือหรือสัญญา หรือกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องจะระบุหรือบัญญัติไว้เป็นประการอื่น
4.5 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคล (Record of Processing) ทั้งหมดที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ประมวลผลในขอบเขต ของข้อตกลงฉบับนี้ และจะดำเนินการส่งมอบบันทึกรายการดังกล่าวให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ระบุ ทุกสัปดาห์/ หรือทุกเดือน / ทุกไตรมาส และ/หรือทันทีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ
ระบบบริหารจัดการรับชำระเงิน (MEA Payment Service Center) หน้า 80 จาก 100