จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และระบบเปรียบเทียบภาพใบหน้า (Face Verification System) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 1 งาน

กรมการปกครอง 68069515871
฿8,200,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 26 ส.ค. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ซึ่งพัฒนาโดยสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD ระบบนี้เป็นต้นแบบและนวัตกรรมสำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานจำนวนมาก รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ขออนุญาตใช้บริการ

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่หน่วยงานภายนอก เพื่อให้ครอบคลุมการบริการประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยสำนักทะเบียนกลางทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลประชาชนของส่วนราชการ (Population Information Linkage Center) และเป็นผู้ให้บริการข้อมูล (Gate Way) โดยใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักเป็นดัชนีในการจัดเก็บข้อมูล

การดำเนินโครงการนี้สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ของกรมการปกครองที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบให้มีคุณภาพ ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ยกระดับและพัฒนาการให้บริการแบบดิจิทัล เพื่อให้ผู้รับบริการและหน่วยงานมีความพึงพอใจและเชื่อมั่นในคุณภาพของการให้บริการ

English summary

This project aims to enhance the efficiency of the DOPA-Digital ID system and the Face Verification System. It seeks to support diverse and efficient public services and expand service coverage to external agencies. The project focuses on developing a high-quality, modern system that meets the needs of the public and various agencies, upgrading digital service delivery to ensure user satisfaction and confidence in service quality.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ได้ระบุไว้ใน TOR

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) เพื่อให้รองรับการบริการประชาชนได้หลากหลาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการกับหน่วยงานภายนอก ให้ครอบคลุมการให้บริการประชาชนมากขึ้น

ขอบเขตของงาน

  • พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID)
  • พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพระบบเปรียบเทียบภาพใบหน้า (Face verification System)
  • รองรับการบริการประชาชนที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการกับหน่วยงานภายนอก

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

ไม่ได้ระบุไว้ใน TOR

ระยะเวลาดำเนินการ

ไม่ได้ระบุไว้ใน TOR

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
  • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ
  • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
  • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
  • กรณีเป็นกิจการร่วมค้า ผู้เข้าร่วมค้ารายหลักต้องมีสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาสูงกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่น

เกณฑ์การพิจารณา

ไม่ได้ระบุไว้ใน TOR

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ไม่ได้ระบุไว้ใน TOR

เงื่อนไขสัญญา

ไม่ได้ระบุไว้ใน TOR

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบ DOPA-Digital ID คืออะไร?
    • A: เป็นระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่พัฒนาโดยสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD เพื่อรองรับการใช้งานบริการของหน่วยงานต่างๆ

    • Q: ระบบเปรียบเทียบภาพใบหน้า (Face verification System) คืออะไร?

    • A: เป็นระบบที่ใช้ในการเปรียบเทียบภาพใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน

    • Q: ใครเป็นผู้ดูแลระบบ DOPA-Digital ID?

    • A: สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เป็นผู้ดูแลระบบ DOPA-Digital ID

    • Q: หน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้บ้าง?

    • A: กรมการปกครอง, สำนักบริหารการทะเบียน, สำนักทะเบียนกลาง

    • Q: ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากโครงการนี้คืออะไร?

    • A: ประชาชนจะได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล

    • Q: หน่วยงานภายนอกจะได้รับประโยชน์อะไรจากโครงการนี้?

    • A: หน่วยงานภายนอกจะสามารถเชื่อมต่อและใช้ประโยชน์จากระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ

    • Q: โครงการนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกรมการปกครองอย่างไร?

    • A: โครงการนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบให้มีคุณภาพ ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของประชาชนและหน่วยงานต่างๆ

    • Q: สำนักทะเบียนกลางมีบทบาทอย่างไรในโครงการนี้?

    • A: สำนักทะเบียนกลางทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลประชาชนของส่วนราชการ และเป็นผู้ให้บริการข้อมูล (Gate Way)

    • Q: โครงการนี้จะช่วยยกระดับการให้บริการของภาครัฐได้อย่างไร?

    • A: โครงการนี้ช่วยยกระดับการให้บริการของภาครัฐโดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทำให้การบริการมีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

    • Q: เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักมีความสำคัญอย่างไรในโครงการนี้?

    • A: เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักถูกใช้เป็นดัชนีในการจัดเก็บข้อมูลและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และ ระบบเปรียบเทียบภาพใบหน้า (Face verification System)
๑. ความเป็นมา
สํานักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ได้พัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทาง ดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD เพื่อสร้างต้นแบบและนวัตกรรมใหม่ในการพิสูจน์และ ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของประเทศ รองรับการใช้งานบริการของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันมีประชาชน ให้ความสนใจในการใช้งานเป็นจํานวนมาก ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเข้ามาเป็นจํานวนมาก
รวมทั้งหน่วยงานรัฐและหน่วยงานเอกชนมีการขออนุญาตใช้บริการ
ทั้งนี้สํานักทะเบียนกลาง เป็นหน่วยงานกลางในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลประชาชนของส่วนราชการ (Population Information Linkage Center) และทําหน้าที่เป็นผู้ให้บริการข้อมูล (Gate Way) โดยแจ้ง หน่วยงานต่าง ๆ จัดทําฐานข้อมูลของตนเองตามอํานาจหน้าที่ โดยใช้เลขบัตรประจําตัวประชาชน ๑๓ หลัก เป็นดัชนีในการจัดเก็บข้อมูลและมีหน้าที่ปรับปรุงฐานข้อมูลให้ครบถ้วน ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และให้หน่วยงาน ส่วนราชการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์กับสํานักทะเบียนกลาง จัดทําระบบให้บริการตรวจสอบข้อมูล (Services) เพื่อรองรับการอ่านข้อมูลประชาชน โดยใช้เลขบัตรประจําตัวประชาชน ๑๓ หลักจากระบบ คอมพิวเตอร์ของสํานักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เพื่อให้สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ ของ กรมการปกครอง ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาระบบฯ ให้มีคุณภาพ ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ยกระดับและพัฒนาการให้บริการแบบดิจิทัล โดยผู้รับบริการและหน่วยงานมีความพึงพอใจ และเชื่อมั่นในคุณภาพของการให้บริการจึงได้จัดทําโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และระบบเปรียบเทียบภาพใบหน้า (Face verification System) เพื่อรองรับ งานบริการบางประเภทที่ประชาชนและหน่วยงานภายนอกต้องการใช้งาน
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑.
๒.๒.
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) เพื่อให้ รองรับการบริการประชาชนได้หลากหลาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการกับหน่วยงานภายนอก ให้ครอบคลุมการให้บริการประชาชน
มากขึ้น
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นเสนอราคา
๓.๑.
๓.๒.
๓.๓.
๓.๔.
มีความสามารถตามกฎหมาย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ของกรมบัญชีกลาง
๓.๕. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการ ของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖.
๓.๗.
๓.๘.
มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุดังกล่าว
ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมการปกครอง ณ วันได้รับหนังสือเชิญชวนหรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมใน
การจัดชื้อครั้งนี
๓.๔. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ
ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า”
ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน
สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
2

/กรณี…
A