จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนา Web และ Mobile Application รองรับการเปลี่ยน Business Requirement เลขที่ หปจก.(จ.) 40/2568

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 68069332808
฿21,828,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 26 ส.ค. 2568 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างพัฒนาระบบ Web และ Mobile Application เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง Business Requirement โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ กฟผ. และพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ด้วยงบประมาณ 21,828,000 บาท ขอบเขตงานครอบคลุมการพัฒนา frontend ด้วย Framework ต่าง ๆ เช่น Bootstrap, Vue.js, React.js, และ backend ด้วย Node.js, Laravel, C# .NET, Python รวมถึง CMS development, mobile development ด้วย React Native และ Flutter, การทดสอบระบบ และการจัดการฐานข้อมูลหลากหลายประเภท ผู้รับจ้างจะต้องมีทีมงานที่มีทักษะและความสามารถในการพัฒนาระบบตามที่ กฟผ. กำหนด และต้องสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ กฟผ. ได้

English summary

The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) intends to hire for the development of Web and Mobile Applications to support changing Business Requirements, with a budget of 21,828,000 Baht. The scope of work includes frontend and backend development, CMS development, mobile development, testing, and database management. Bidders must meet the specified qualifications and have experience in developing related systems.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานกลาง กฟผ.

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • พัฒนาระบบงานในรูปแบบ Web และ Mobile Application เพื่อรองรับการดำเนินงานของ กฟผ.

ขอบเขตของงาน

  • พัฒนา Frontend ด้วย Framework: Bootstrap, Vue.js, Tailwind, React.js, JavaScript, Svelte, TypeScript, Socket.io, jQuery, Next.js (React)
  • พัฒนา Backend ด้วย: Node.js, Express.js, NestJS, Native PHP, Laravel, CodeIgniter, C# .NET Framework, C# .NET Core, Python
  • พัฒนา CMS: Joomla, WordPress
  • พัฒนา Mobile Application: React Native, Flutter
  • ทดสอบระบบ: Robot Framework, API TESTING
  • จัดการฐานข้อมูล: MySQL, MSSQL, Oracle, PostgreSQL, NoSQL
  • ควบคุมเวอร์ชันและทำงานร่วมกัน: Git
  • ใช้ Container Virtualization Tool: Docker, Kubernetes
  • ประเมิน Man-day ให้สอดคล้องกับขอบเขตของงาน
  • จัดทำแผนบริหารโครงการและรายงานความก้าวหน้า
  • วิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างข้อมูล, สถาปัตยกรรมระบบ, UI/UX
  • จัดทำเอกสาร SRS และ FSD
  • พัฒนาโปรแกรมและทดสอบระบบ
  • จัดทำเอกสารการออกแบบด้านเทคนิค (TSD)
  • จัดทำเอกสาร Test Cases และ Test Procedures
  • ถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เอกสารการประเมิน Man-day
  • แผนงานการพัฒนาและการปรับปรุงระบบงาน (Project Plan)
  • รายชื่อทีมพัฒนา
  • เอกสารยืนยันความต้องการของระบบ (Requirement Specification)
  • Storyboard / Prototype
  • Use Case Diagram
  • เอกสารการออกแบบระบบด้าน Functional (Functional Specification Document)
  • เอกสารการออกแบบระบบด้าน Technical (Technical Specification Document)
  • Data Flow และ System Flow
  • เอกสารการติดตั้งระบบ (Product Operation Document / Configuration Document)
  • เอกสารติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการ (Progress Status Record)
  • เอกสารการทดสอบ User Acceptance Test และ UAT Test script
  • หลักฐานการนำเสนอระบบงานที่แล้วเสร็จ
  • เอกสารการทดสอบในระดับต่าง ๆ (Unit Test, System, Integration Test, Security Test, Load Test)
  • แผนถ่ายทอดความรู้การออกแบบและพัฒนาระบบ
  • เอกสารการถ่ายโอนความรู้ (Knowledge Transfer)
  • แผนการถ่ายทอดความรู้การใช้งานระบบ
  • คู่มือการใช้งานระบบ
  • บันทึกการประชุม (Meeting Record)
  • Source Code

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาจ้าง: 2 ปี นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา หรือเมื่อจำนวน Man-day ครบ 2,000 Man-days หรือครบกำหนดวงเงินรวมของสัญญา แล้วแต่เงื่อนไขใดถึงก่อน
  • แผนการทำงาน: จัดทำภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันเสนอราคา
  • ต้องมีผลงานพัฒนา Web Application หรือ Mobile Application ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ โดยมิใช่ผู้รับจ้างช่วง วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 5,000,000.00 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้วไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันเสนอราคา
  • จัดสรรบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่
  • ผู้ประสานงานโครงการ (Project Co-Ordinator): ปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์บริหารโครงการไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • ผู้วิเคราะห์ออกแบบระบบ (System Analyst): ปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์วิเคราะห์และออกแบบระบบไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน
  • ผู้พัฒนาระบบ (Developer): ปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์พัฒนาระบบไม่น้อยกว่า 3 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 12 คน มีความสามารถด้านภาษา PHP OOP ไม่น้อยกว่า 8 คน
  • ผู้ทดสอบระบบ (Software Tester หรือ Quality Assurance Engineer): ปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์ควบคุมคุณภาพไม่น้อยกว่า 1 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน

เกณฑ์การพิจารณา

  • ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยพิจารณาด้านเทคนิค (80%) และด้านราคา (20%)
  • ผู้ที่ผ่านการพิจารณาด้านเทคนิคต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 60 คะแนน
  • ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการประกวดราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • พัฒนาระบบ Web และ Mobile Application ที่รองรับการเปลี่ยนแปลง Business Requirement ของ กฟผ.
  • พัฒนา Frontend ด้วย Framework: Bootstrap, Vue.js, Tailwind, React.js, JavaScript, Svelte, TypeScript, Socket.io, jQuery, Next.js (React)
  • พัฒนา Backend ด้วย: Node.js, Express.js, NestJS, Native PHP, Laravel, CodeIgniter, C# .NET Framework, C# .NET Core, Python
  • พัฒนา CMS: Joomla, WordPress
  • พัฒนา Mobile Application: React Native, Flutter
  • ทดสอบระบบ: Robot Framework, API TESTING
  • จัดการฐานข้อมูล: MySQL, MSSQL, Oracle, PostgreSQL, NoSQL
  • ควบคุมเวอร์ชันและทำงานร่วมกัน: Git
  • ใช้ Container Virtualization Tool: Docker, Kubernetes

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: จ่ายตามจำนวน Man-day ที่ดำเนินงานจริงในแต่ละโครงการ
  • ค่าปรับ: หากไม่ส่งมอบงานตามกำหนด ปรับร้อยละ 0.1 ของราคางานที่ยังไม่ได้ส่งมอบต่อวัน
  • หากจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินจ้างช่วง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: หากมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในทีมพัฒนา จะต้องทำอย่างไร?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ กฟผ. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ. ก่อน โดยบุคลากรที่เข้ามาแทนจะต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าบุคลากรเดิม
  • ถาม: ผู้พัฒนาระบบ (Developer) ต้องเข้ามาทำงานที่สำนักงานกลาง กฟผ. ทุกวันหรือไม่?

    • ตอบ: นักพัฒนาระบบของแต่ละโครงการจะต้องเข้ามาทำงาน ณ ที่ทำการ สำนักงานกลาง กฟผ. อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ (1 วัน คิดเป็น 8 ชั่วโมง) จนกว่าจะมีการส่งมอบและตรวจรับ โครงการแล้วเสร็จครบถ้วน
  • ถาม: การถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) ต้องทำในรูปแบบใด?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างต้องถ่ายทอดความรู้ในแต่ละโครงการโดยสรุปเป็นเอกสารนำเสนอ และ/หรือ สื่อวิดีโอ เสนอแก่ผู้เกี่ยวข้อง
  • ถาม: เอกสารที่ใช้ในการประเมิน Man-day มีอะไรบ้าง?

    • ตอบ: เอกสารที่ใช้ในการประเมิน Man-day ได้แก่ เอกสารการประเมิน Man-day, แผนงานการพัฒนาและการปรับปรุงระบบงาน, รายชื่อทีมพัฒนา, และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบเรื่องลิขสิทธิ์ของ Source Code อย่างไร?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ Source Code พร้อมลิขสิทธิ์ต่าง ๆ (ถ้ามี) ให้แก่ กฟผ. โดยกรรมสิทธิ์ในผลงานทั้งหมดของระบบที่พัฒนาขึ้นจะเป็นของ กฟผ.
  • ถาม: การรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานมีระยะเวลานานเท่าใด?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของงานจ้าง ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับได้ลงนามตรวจรับงานไว้ถูกต้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานเมื่อใด?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ถาม: หาก กฟผ. พบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในระบบ ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างมีหน้าที่แก้ไขให้ระบบมีความปลอดภัยตามที่ กฟผ. กำหนด ภายใน 30 วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มกับ กฟผ.
  • ถาม: Man-day ที่ระบุใน TOR หมายถึงอะไร?

    • ตอบ: 1 Man-day หมายถึงการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน
  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องเข้าร่วมประชุมกับ PMO อจท. บ่อยแค่ไหน?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างโดยผู้ประสานงานโครงการต้องเข้าร่วมประชุมกับ PMO อจท. ณ สำนักงานกลาง กฟผ. ทุกสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Term of Reference: TOR)
งานจางพัฒนา Web และ Mobile Application รองรับการเปลี่ยน
Business Requirement
ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างพัฒนา Web และ Mobile Application รองรับการเปลี่ยน Business Requirement วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 21,828,000 บาท (ยี่สิบเอ็ดล้านแปดแสนสองหมื่นแปดพันบาทถ้วน) ซึ่งเป็นวงเงินในการจัดทำสัญญา โดยมีรายละเอียด สาระสำคัญของขอบเขตของงาน (TOR) และคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ดังต่อไปนี้

  1. ความเปนมา
    ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานองค์กร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย โดยฝ่ายจัดการและพัฒนาระบบดิจิทัล (อจท.) ซึ่งมีหน้าที่ดูแลและให้บริการงานพัฒนาระบบ สารสนเทศ ทั้งในรูปแบบของ Web และ Mobile Application ให้กับหน่วยงานภายใน กฟผ. ซึ่งในปัจจุบัน มีความต้องการพัฒนาระบบงานใหม่และปรับปรุงระบบงานเดิมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีระบบงานสำคัญที่ ต้องดูแลระบบ และพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการและพัฒนาระบบดิจิทัล (อจท.) จึงมีความ จำเป็นต้องจ้างเหมาพัฒนาระบบงาน ทั้งในรูปแบบ Web และ Mobile Application ให้ทันต่อความต้องการ ใช้งานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ กฟผ. และพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องต่อไป
  2. วัตถุประสงค
    ฝ่ายจัดการและพัฒนาระบบดิจิทัล (อจท.) มีความประสงค์จ้างพัฒนาระบบงาน ทั้งในรูปแบบ Web และ Mobile Application เพื่อรองรับการดำเนินงานของ กฟผ.
  3. คุณสมบัติของผูยื่นขอเสนอ
    3.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ 2 “คุณสมบัติของผู้ ยื่นข้อเสนอ”
    3.2 ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    3.3 ต้องมีผลงานพัฒนาเว็บ Web Application หรือ Mobile Application ซึ่งเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ โดยมิใช่ผู้รับจ้างช่วง ซึ่งผลงาน ดังกล่าวของผู้รับจ้างต้องมีวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 5,000,000.00 บาท (ห้าล้านบาท ถ้วน) โดยผลงานดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อย แล้วไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแนบหนังสือ รับรองผลงาน ทั้งนี้ในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการทำงานให้คู่สัญญาซึ่งเป็นเอกชน ให้แนบสำเนาสัญญา เพื่อ
    1
    ยืนยันคุณสมบัติดังกล่าวมาในวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐ
    3.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดสรรบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ใน จำนวนที่เพียงพอ เพื่อให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะต้องสามารถให้คำแนะนำในส่วนที่เกี่ยวข้อง แก่เจ้าหน้าที่ของ กฟผ. ตลอดจนสามารถส่งบุคลากรมาเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ กฟผ. ร้องขอเพื่อให้การ ปฏิบัติงานและส่งมอบงานเป็นไปตามแผนงานหรือกำหนดส่งมอบ และบุคลากรในคณะทำงานจะต้องมีรายชื่อ แต่ละบุคคลในตำแหน่งงานเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นและกรอกรายละเอียดลงใน แบบฟอร์มคุณสมบัติบุคลากร ตามภาคผนวก 1 เพื่อยืนยันคุณสมบัติดังกล่าวมาในวันเสนอราคาด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยทีมงานประกอบด้วย บุคลากรอย่างน้อยตามตัวอย่างต่อไปนี้
    ลําดับ
    ตําแหนง
    บุคลากร
    ระดับการศึกษา
    ความเชี่ยวชาญ
    ประสบการณ ไมนอยกวา (ป)
    จํานวนไม
    นอยกวา
    (คน)
    1
    ผู้ประสานงาน
    โครงการ
    (Project Co
    Ordinator)
    ปริญญาตรีขึ้น
    ไป ด้าน
    เทคโนโลยี
    สารสนเทศหรือ สาขาวิชาที่
    เกี่ยวข้อง
    • เชี่ยวชาญและมี
      ประสบการณ์บริหาร
      โครงการงานพัฒนาระบบ สารสนเทศ
      5
      1
      2
      ผู้วิเคราะห์
      ออกแบบระบบ System
      Analyst (SA)
      ปริญญาตรีขึ้น
      ไป ด้าน
      เทคโนโลยี
      สารสนเทศหรือ สาขาวิชาที่
      เกี่ยวข้อง
    • เชี่ยวชาญและมี
      ประสบการณ์ที่เกี่ยวกับงาน ด้านวิเคราะห์ และออกแบบ ระบบ ในตำแหน่ง System Analysis, Business Analysis, Technical Architecture หรือตำแหน่ง อื่นๆ ที่ทำหน้าที่ในการ วิเคราะห์และออกแบบระบบ
      5
      3
      3
      ผู้พัฒนาระบบ
      (Developer)
      ปริญญาตรีขึ้น
      ไป ด้าน
      เทคโนโลยี
    • เชี่ยวชาญและมี
      ประสบการณ์ที่ใช้ในการ พัฒนาระบบงาน ตามที่ระบุ
      3
      12

2
ลําดับ
ตําแหนง
บุคลากร
ระดับการศึกษา
ความเชี่ยวชาญ
ประสบการณ ไมนอยกวา (ป)
จํานวนไม
นอยกวา
(คน)

สารสนเทศหรือ สาขาวิชาที่ 

เกี่ยวข้อง
ไว้ในข้อ 4.1 คุณลักษณะ เฉพาะ (Scope of Works) - มีความสามารถด้าน การใช้ภาษา PHP OOP ไม่ น้อยกว่า 8 คน

4 
ผู้ทดสอบระบบ  (Software  

tester หรือ
Quality
Assurance
Engineer)
ปริญญาตรีขึ้น
ไป ด้าน
เทคโนโลยี
สารสนเทศหรือ สาขาวิชาที่
เกี่ยวข้อง
- เชี่ยวชาญและมี
ประสบการณ์เกี่ยวกับการ ควบคุมคุณภาพ

  • มีความรู้ และทักษะ ในการใช้เครื่องมือการ ทดสอบระบบงาน (Testing Tool)
    1
    1
  1. ขอบเขตของงาน (Scope of Work)
    4.1 ผู้รับจ้างต้องมีทีมพัฒนาระบบที่มีทักษะ และความสามารถ ที่ใช้ในการพัฒนาระบบงานของ กฟผ. ในปัจจุบัน ดังนี้ เป็นอย่างน้อย
    4.1.1 Frontend Framework
    • Bootstrap • Vue.js
    • Tailwind • React.js
    • JavaScript • Svelte
    • TypeScript • Socket.io
    • jQuery • Next.js (React)
    4.1.2 Backend
    • Node.js, Express.js, NestJS • Native PHP
    • Laravel • CodeIgniter
    • C# .NET Framework • C# .NET Core
    • Python
    4.1.3 CMS Development
    • Joomla • WordPress
    3
    4.1.4 Mobile Development
    • React Native • Flutter
    4.1.5 Testing
    • Robot Framework • API TESTING
    4.1.6 Database
    • MySQL • MSSQL
    • Oracle • PostgreSQL
    • NoSQL
    4.1.7 Version Control and Collaboration Tool
    • Git
    4.1.8 Container Virtualization Tool
    • Docker • Kubernetes
    4.2 หนาที่และความรับผิดชอบในการดําเนินงาน
    ผู้รับจ้างมีหน้าที่ตามขอบเขตของงาน (Scope of Work) ข้อ 4.2.1 - 4.2.4 โดยมี Man day ประมาณไม่เกิน 2,000 Man-day ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญา
    เมื่อได้รับแจ้งจาก กฟผ. ผู้รับจ้างจะต้องประเมิน Man-day ให้สอดคล้องกับขอบเขตของงาน และระยะเวลาส่งมอบงานที่เหมาะสมเป็นรายโครงการ โดยระบุผลงานย่อยให้กฟผ. ติดตามหรือตรวจรับได้ อย่างน้อยทุก 14 วัน
    Project Management Office (PMO อจท.) และผู้รับจ้างร่วมกันพิจารณา Man-day แผนงาน และผลงานย่อย ก่อนลงนามข้อตกลงขอบเขตงาน ระยะเวลาส่งมอบงาน และ Man-day ตาม ภาคผนวก 2
    ผู้รับจ้างโดยผู้ประสานงานโครงการต้องเข้าร่วมประชุมกับ PMO อจท. ณ สำนักงานกลาง กฟผ. ทุกสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน หากตรงกับวันหยุดให้เลื่อนการประชุมครั้งนั้นไปเป็นวันทำการถัดไป หรือตามที่ กฟผ. กำหนด โดยมีวาระการประชุมดังต่อไปนี้
  1. พิจารณา Man-day
  2. นำเสนอผลงานย่อยที่ถึงกำหนด
  3. รายงานความก้าวหน้าแผนงานโครงการทั้งหมดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ
  4. พิจารณาประเด็นปัญหา-อุปสรรค ที่ต้องการแก้ไข
    ผู้รับจ้างต้องถ่ายโอนความรู้ (Knowledge Transfer) ในแต่ละโครงการรวมถึงเทคนิคการ ดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการขอเปลี่ยนแปลงโดยสรุปเป็นเอกสารนำเสนอ และ/หรือ สื่อวิดีโอ เสนอแก่ ผู้เกี่ยวข้อง
    4
    4.2.1 ผูประสานงานโครงการ (Project Co-Ordinator) มีหน้าที่
  • จัดทำแผนบริหารโครงการ
  • รายงานความก้าวหน้าในภาพรวมของงานที่ กฟผ. แจ้งให้ดำเนินการ เสนอต่อ กฟผ. สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • เสนอชื่อ และมอบหมายหน้าที่ให้กับ Project Team
  • บริหาร ควบคุม แก้ไขปัญหา และติดตามความก้าวหน้าโครงการ
  • รายงานผลการดำเนินงาน
  • วิเคราะห์ผลกระทบการปรับเปลี่ยนแผนบริหารโครงการ
  • ปรับเปลี่ยนแผนบริหารโครงการ
  • สรุปผลโครงการ และองค์ความรู้
  • จัดทำเอกสารสรุปการประชุม (Minute of Meeting) และบันทึกการประชุม (Meeting Record)
  • จัดทำเอกสารติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการ (Progress Status Record) 4.2.2 ผูวิเคราะหออกแบบระบบ (System Analyst: SA) มีหน้าที่
  • วิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างข้อมูล (Data Structure Design) สถาปัตยกรรม ระบบ (System Architecture Design) ออกแบบ UI/UX และสร้าง Mockups, Prototypes
  • ออกแบบระบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยในภาพรวม และดำเนินการตามแนวทาง ของ Open Web Application Security Project (OWASP) หรือ มาตรฐานการ รักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ (Website Security Standard)
  • จัดทำเอกสารข้อกำหนดความต้องการของระบบสารสนเทศ (Software Requirement Specification: SRS)
  • จัดทำเอกสารการออกแบบระบบสารสนเทศ (Functional Specification Document: FSD)
  • จัดทำเอกสารคู่มือการใช้งานระบบสารสนเทศ
    นักวิเคราะห์ระบบ (SA) ของแต่ละโครงการจะต้องเข้ามาทำงาน ณ ที่ทำการ สำนักงานกลาง กฟผ. อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ (1 วัน คิดเป็น 8 ชั่วโมง) จนกว่าจะมีการส่งมอบและตรวจรับ โครงการแล้วเสร็จครบถ้วน
    4.2.3 ผูพัฒนาระบบ (Developer) มีหน้าที่
  • พัฒนาโปรแกรม
  • ทดสอบระบบสารสนเทศ เบื้องต้น (Unit Test) และแก้ไขข้อบกพร่อง และ ข้อผิดพลาดของระบบที่เกิดจาก Coding
    5
  • พัฒนาระบบให้มีความปลอดภัยตามที่ กฟผ. กำหนด โดย กฟผ. จะทำการ ตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment Scan) ก่อนเปิดใช้งานระบบจริง
  • จัดทำเอกสารการออกแบบด้านเทคนิค (Technical Specification Document – TSD)
    นักพัฒนาระบบของแต่ละโครงการจะต้องเข้ามาทำงาน ณ ที่ทำการ สำนักงานกลาง กฟผ. อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ (1 วัน คิดเป็น 8 ชั่วโมง) จนกว่าจะมีการส่งมอบและตรวจรับ โครงการแล้วเสร็จครบถ้วน
    4.2.4 ผูทดสอบระบบ (Software Tester หรือ Quality Assurance Engineer: QA) มี หน้าที่
  • จัดทำเอกสารแสดงตัวอย่างชุดข้อมูลที่ใช้ทดสอบและขั้นตอนการทดสอบระบบงาน (Test Cases and Test Procedures)
  • ทดสอบการใช้ระบบงาน
  • จัดทำเอกสารรายงานผลการทดสอบโดยผู้ทดสอบระบบ (Test Report) และ ผู้ใช้งานจริง (User Acceptance Test – UAT)
    กรณีผู้รับจ้างมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบุคลากรหลังจากที่ผู้รับจ้างได้เสนอรายชื่อ บุคลากรแล้ว ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการนำเสนอสรุปงานที่ต้องรับดำเนินการต่อจากบุคลากรท่านเดิม โดยไม่คิดเป็น Man-day จะต้องแจ้งให้ กฟผ. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับความ เห็นชอบจาก กฟผ. ก่อน จึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงบุคลากรได้ ทั้งนี้ บุคลากรที่เข้ามาแทนจะต้องมี คุณสมบัติไม่น้อยกว่าบุคลากรท่านเดิมที่ผู้รับจ้างได้เคยเสนอ พร้อมหลักฐานคุณสมบัติ และรายชื่อ คงเหลือทั้งหมดตลอดทั้งโครงการ
    ทั้งนี้ในการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่นอกเหนือข้อตกลงในเอกสารประเมิน Man-day ตาม ภาคผนวก 2 จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ. ก่อนการดำเนินการทุกครั้ง
  1. เอกสารประกอบการยื่นขอเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณามาพร้อมในวันเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ดังนี้
    5.1 หลักฐานยืนยันคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอตามที่กำหนดในข้อ 3
    5.2 หนังสือรับรองผลงาน ทั้งนี้ในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการทำงานให้คู่สัญญาซึ่งเป็นเอกชนให้ แนบสำเนาสัญญาด้วย ตามที่กำหนดในข้อ 3.3
    5.3 เอกสารแสดงจำนวน และรายชื่อของบุคลากร ตำแหน่ง และประสบการณ์ (Portfolio) ตาม คุณสมบัติของบุคลากรข้อ 3.4 ในภาคผนวก 1 รวมถึงอธิบายถึงรายละเอียดด้านทักษะ ความสามารถของ บุคลากรในทีมพัฒนาระบบอย่างชัดเจน ครอบคลุมตามเอกสารคุณลักษณะเฉพาะ (Scope of Works)
    6
    5.4 เอกสารตารางสรุปผล เปรียบเทียบ การดำเนินการพัฒนาระบบ โดยต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน ด้านการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์หรือการบริหารคุณภาพระบบงานสารสนเทศ ที่ใช้อ้างอิงในการนำเสนอของ เกณฑ์พิจารณาข้อ 3.1 วิธีการดำเนินงาน (Approach and Methodology) ในภาคผนวก 3
    5.5 ข้อเสนอด้านราคา โดยราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอนการเสนอราคา มิได้
    หากผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือยื่นหลักฐานการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณา ข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น

  2. หลักประกันการเสนอราคา
    กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 ของวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเงิน 1,091,400.00 บาท (หนึ่งล้านเก้าหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยบาทถ้วน)

  3. หลักเกณฑการเสนอราคาและเกณฑการพิจารณา
    7.1ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอราคาต่อหน่วย 1 Man-day ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ อิเล็กทรอนิกส์ (1 Man-day หมายถึงการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน)
    7.2 กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยกำหนดตัวแปร ปัจจัยหลัก จำนวน 2 ตัวแปร ได้แก่ ด้านเทคนิค (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) มีน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 80 และด้านราคา (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) มีน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20 (80: 20) โดยน้ำหนักรวม ทั้งหมดเท่ากับร้อยละ 100 และ กฟผ. จะพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดย มีรายละเอียดคะแนนเป็นไปตามภาคผนวก 3
    7.3 กฟผ. จะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายก่อน ผู้ที่ผ่านการพิจารณาต้อง ได้รับคะแนนด้านเทคนิคไม่ต่ำกว่า 60 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน) และ จะพิจารณาราคาเฉพาะ รายที่ผ่านคะแนนด้านเทคนิค ผู้ยื่นเสนอราคาที่ได้คะแนนรวมด้านเทคนิคและด้านราคาสูงที่สุดจะเป็นผู้ชนะ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์

  4. การนําเสนองาน (Presentation)
    กำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนองาน (Presentation) งานจ้างพัฒนา Web และ Mobile Application รองรับการเปลี่ยน Business Requirement ตามวันและเวลาที่กําหนดในเอกสารประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกสณ หองประชุม 3 ชั้น 15 อาคาร ท.103 สํานักงานกลาง กฟผ. โดยมีเวลาในการ นำเสนอรายละ 1 ชั่วโมง 45 นาที (รวมเวลาตอบข้อซักถามของคณะกรรมการฯ 45 นาที)
    7
    ทั้งนี้ ลำดับการนำเสนอ จะแจ้งให้ทราบในภายหลัง หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่นำเสนองานภายในวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด กฟผ. จะไม่รับพิจารณา ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อการนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอเป็น ผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้น

  5. ระยะเวลาดําเนินการและกําหนดสงมอบ
    ระยะเวลาจ้าง 2 ปีนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยวันสิ้นสุดข้อผูกพันตามสัญญาเมื่อจำนวน Man-day ครบถ้วนตามสัญญา (ประมาณ 2,000 Man-days) หรือครบกำหนดวงเงินรวมของสัญญา หรือครบ กำหนดระยะเวลา 2 ปีนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา แล้วแต่เงื่อนไขใดถึงก่อน
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการจัดเก็บรายงานและเอกสารต่าง ๆ ทั้งหมดไว้ในระบบจัดเก็บเอกสารของ กฟผ. มีการจัดทำโครงสร้างการจัดเก็บเอกสารและสิทธิ์การเข้าถึงอย่างเหมาะสม โดยต้องนำเสนอ กฟผ. พิจารณา ก่อนดำเนินการ และสามารถให้ กฟผ. เข้าตรวจสอบข้อมูล ติดตามงานได้ตลอดเวลา
    ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องส่งผลการดำเนินงานและเอกสารภายในวันกำหนดส่งมอบ ที่ระบุในภาคผนวก 2 และจัดทำหนังสือการส่งมอบงานนำเสนอคณะกรรมการตรวจรับ

  6. การรับประกันความชํารุดบกพรองหรือเสียหายของงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของงานจ้าง ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจาก วันที่คณะกรรมการตรวจรับได้ลงนามตรวจรับงานไว้ถูกต้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากพบความชำรุดบกพร่อง เกิดจากการพัฒนา โดยผู้รับจ้างจะต้องรีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ แจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. และส่งเป็นแผนแก้ไขพร้อมระบุวันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ เพื่อให้ กฟผ. พิจารณา โดย กฟผ. ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการนี้ทั้งสิ้น
    โดยหลังจากมีการส่งมอบงาน และอยู่ภายในระยะเวลารับประกันผลงาน หาก กฟผ. พบช่วงโหว่ด้าน ความปลอดภัยในระบบ ผู้รับจ้างมีหน้าที่แก้ไขให้ระบบมีความปลอดภัยตามที่ กฟผ. กำหนด ภายใน 30 วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มกับ กฟผ. พร้อมจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง

  7. หลักประกันสัญญา
    กำหนดเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าตามสัญญา

  8. หลักเกณฑการตรวจรับ
    กฟผ. จะตรวจรับเมื่อเห็นว่ามีคุณสมบัติถูกต้อง หรือใช้งานได้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับได้ลงนามตรวจรับไว้เป็นที่เรียบร้อย ในกรณีที่ความเห็นของผู้รับจ้างกับ คณะกรรมการตรวจรับงานจ้างไม่ตรงกัน และความเห็นที่ไม่ตรงกันดังกล่าวไม่ปรากฏชัดในเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้ถือตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างเป็นอันสิ้นสุด
    8
    13 หลักเกณฑการจายเงิน
    กฟผ. จะจ่ายเงินค่าจ้างตามจำนวน Man-day รวมที่ดำเนินงานจริงในแต่ละโครงการ ครบถ้วนตามที่ ระบุในเอกสารประเมิน Man-day และคณะกรรมการตรวจรับของ กฟผ. ได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว รวม ทั้งหมดประมาณไม่เกิน 2,000 Man-Days

  9. บทปรับ
    หากผู้รับจ้างผิดนัดไม่ส่งมอบงานตามระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างยินยอมให้ กฟผ. ปรับผู้รับจ้างเป็น รายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของราคางานที่ยังไม่ได้ส่งมอบตามที่ระบุในเอกสารประเมิน Man-day โดย นับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบ จนกว่าผู้รับจ้างจะส่งมอบงานครบถ้วนตาม ภาคผนวก 2
    กรณีที่ผู้รับจ้างนํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กฟผ. จะ กำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น

  10. การบังคับคาปรับ คาเสียหาย และคาใชจาย
    ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ผู้ ว่าจ้างโดยสิ้นเชิงภายในกำหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่ ชดใช้ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะหักเอาจากจำนวนเงินค่าจ้างที่ต้องชำระ หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
    หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องชำระ หรือหลักประกันการปฏิบัติ ตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชำระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วนตามจำนวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกำหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
    หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด ผู้ว่าจ้างจะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั้งหมด

  11. เงื่อนไขในการจัดหา
    การเสนอราคาครั้งนี้ย่อมไม่ผูกพัน กฟผ. หากงบประมาณรายการนี้ไม่ได้รับอนุมัติ

  12. ขอกําหนดการรักษาขอมูลที่เปนความลับ
    ผู้รับจ้างต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อกำหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (สิ่งแนบ 1)

  13. ขอกําหนดดานลิขสิทธิ์
    ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ Source Code พร้อมลิขสิทธิ์ต่าง ๆ (ถ้ามี) จัดส่งให้ กฟผ. พร้อมข้อมูล รายงาน เอกสาร ผลการวิเคราะห์และศึกษาทั้งหมดที่ใช้ในการจัดทำโครงการนี้ ซึ่งผู้รับจ้างเป็นผู้ดำเนินการ
    9
    และจัดหามาตามสัญญานี้ จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ กฟผ. ทันทีที่ส่งมอบ และ กฟผ. สงวนสิทธิ์ในผลงาน ทั้งหมดของระบบที่พัฒนาขึ้นให้กับ กฟผ. ให้ถือว่า กฟผ. เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้รับจ้างไม่ มีสิทธิ์เผยแพร่หากไม่ได้รับอนุญาตจาก กฟผ.
    ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ/หรือระบบงานที่ผู้รับจ้างได้นำเสนอ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าว อ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นโดยเร็ว และผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ชำระค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

  14. แผนการทํางาน
    ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่เป็นกรณี การเช่าซึ่งสัญญาอายุไม่เกิน 90 วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากำหนดส่งงานงวดเดียว หรือกรณีการซื้อ การ เช่า การจ้าง และการจ้างก่อสร้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท โดย จัดทำแผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าว ให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา

  15. ขอกําหนดเพิ่มเติม
    ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (สิ่ง แนบ 2)
    10
    ภาคผนวก 1
    คุณสมบัติของบุคลากร
    ลําดับ
    ตําแหนง
    จํานวน
    (คน)
    รายชื่อ
    คุณวุฒิ
    การศึกษา
    ตําแหนงงาน
    ประสบการณ ทํางาน
    ประสบการณใน ตําแหนงงาน
    รายละเอียดดานทักษะ
    1
    Project Co-Ordinator

    2
    System Analyst

    3
    Developer

    4
    Software tester /
    Quality Assurance Engineer

11
ภาคผนวก 2
เอกสารประเมิน Man-day
เอกสารประเมิน Man-day งานพัฒนา / ปรับปรุงระบบงาน เลขที่ ( ปี ) /__________ ชื่อระบบงาน_________________________________________ คิดเป็นจำนวน Man-day ทั้งสิ้น _________ วัน ระยะเวลาดำเนินการ ตั้งแต่ _________________ ถึง _________________ ตาม ขอบเขตงาน และแผนงาน โดยโปรดระบุโดยการทำเครื่องหมาย � (ตามลักษณะงานในแตละ โครงการ) ดังนี้
เอกสารสงมอบ
Project Plan Management
❑ 1.1 เอกสารการประเมิน Man-day การพัฒนา และการปรับปรุงระบบงาน
❑ 1.2 แผนงานการพัฒนาและการปรับปรุงระบบงาน (Project Plan)
❑ 1.3 รายชื่อทีมพัฒนา
❑ 1.4 อื่น ๆ ___________________________________________
Requirement Analysis
❑ 1.4 เอกสารยืนยันความต้องการของระบบ (Requirement Specification)
❑ Storyboard / Prototype
❑ Use Case Diagram
❑ อื่น ๆ ___________________________________________
**หมายเหตุข้อ 1.1. – 1.4 ผู้รับจ้างต้องสำเนาให้กรรมการตรวจรับทราบโดยเร็วหลังจัดทำเสร็จ ก่อนเริ่ม พัฒนาระบบ
Architecture and Design
❑ 1.5 เอกสารการออกแบบระบบด้าน Functional (Functional Specification Document) ❑ 1.6 เอกสารการออกแบบระบบด้าน Technical (Technical Specification Document) ❑ 1.7 Data Flow
❑ 1.8 System Flow
❑ 1.9 อื่น ๆ ___________________________________________
12
Development
❑ 1.10 เอกสารการติดตั้งระบบ (Product Operation Document / Configuration Document) ❑ 1.11 เอกสารติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการ (Progress Status Record) ❑ 1.12 อื่น ๆ ___________________________________________
Integration Test
❑ 1.13 เอกสารการทดสอบ User Acceptance Test และ UAT Test script
❑ 1.14 หลักฐานการนำเสนอระบบงานที่แล้วเสร็จร่วมกับเจ้าของโครงการ ต่อคณะกรรมการตรวจรับ เช่น Presentation, VDO Clip
เอกสารอื่น ๆ โปรดระบุโดยการทําเครื่องหมาย �(ตามลักษณะงานในแตละโครงการ) ❑ 1.15 เอกสารการทดสอบในระดับต่าง ๆ
�Unit Test System �Integration Test � Security Test � Load Test
❑ 1.16 แผนถ่ายทอดความรู้การออกแบบและพัฒนาระบบ
❑ 1.17 เอกสารการถ่ายโอนความรู้ (Knowledge Transfer) ของแต่ละแอปพลิเคชันที่พัฒนาและ ปรับปรุง รวมถึงเทคนิคการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการขอเปลี่ยนแปลงโดยสรุปเป็นเอกสารหรือไฟล์ นำเสนอ เช่น Presentation, VDO Clip
❑ 1.18 แผนการถ่ายทอดความรู้การใช้งานระบบ
❑ 1.19 เอกสารการถ่ายทอดความรู้ ผู้ใช้งาน
❑ 1.20 คู่มือการใช้งานระบบ
❑ 1.21 บันทึกการประชุม (Meeting Record)
❑ 1.22 อื่น ๆ โปรดระบุ…………………………………………………………………………………………. ❑ 1.23 การติดตามการดำเนินงาน และรายงานความก้าวหน้า
❑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้า อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ (ตามที่ตกลงในแต่ละโครงการ) เป็นไปตามที่ กฟผ. กำหนด โดยมีการจัดประชุมเพื่อรายงาน ความก้าวหน้า จำนวน……………..ครั้ง ต่อเดือน
13
2. สงมอบ Source Code
2.1 รูปแบบการพัฒนาระบบ
❑ พัฒนาทั้งระบบ
❑ พัฒนาเป็นโมดูล
❑ พัฒนา API
❑ อื่น ๆ ___________________________________________
2.2 การสงมอบ Source Code
❑ นำแพลตฟอร์มติดตั้งบน Environment ของ กฟผ.
❑ Push Source Code ขึ้นระบบ Source Control (Git) ของ กฟผ.
14
ด้านวิเคราะห์ระบบงาน
Man-day ประมาณ การ
1. ประชุมหารือรวบรวมข้อมูลและความต้องการ

2. ปรับปรุงเอกสารกระบวนงานทางธุรกิจ (Business Blueprint)


3. ปรับปรุง/สร้างเอกสาร Technical Specification


4. ปรับปรุง/สร้างเอกสารการทดสอบระบบ Unit Test (Unit Test Script) และ ทำการทดสอบ


5. ปรับปรุง/สร้างเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน (User Manal)


6. ทดสอบระบบ การเชื่อมโยง (Integration Test) และปรับปรุง/สร้างเอกสาร


7. ปรับปรุง/สร้างเอกสารการทดสอบเครื่องมือที่ใช้ในการนำข้อมูลขึ้นระบบ  (Data Migration Test) และทำการทดสอบ


8. การฝึกอบรมผู้ใช้งานหลัก (Key User Training Execution)


9. จัดการและสนับสนุนการทดสอบโดยผู้ใช้งานระบบ (Support User  Acceptance Test)


ด้านพัฒนาโปรแกรม 
Man-day ประมาณ การ
10. พัฒนาระบบงาน










รวมเวลาทั้งสิ้น (Man-day)


วันกําหนดสงมอบงาน (วัน/เดือน/ป) 




ชื่อ 
วันที่ 
ลงนาม
ผู้วิเคราะห์ : (บริษัทคู่สัญญา)






เจ้าของระบบงาน 

15
ความเห็น BPO
� สมควรดําเนินการแกไข � ไมสมควรดําเนินการ เนื่องจาก ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
(……………………………………………………….) …………………………………………………………

  1. การนําเสนอ Man-day ดําเนินการ และรายละเอียดกิจกรรมงาน
    หัวข้อ :
    เลขที่ :
    ระบบ :
    คิดเป็นจำนวน Man-day ได้รับการประเมินและ อนุมัติ ทั้งสิ้น ……………………….. Man-day
    จำนวน Man-day ที่ใช้จริง ทั้งสิ้น
    ……………………….. Man-day
    วันกำหนดเริ่มดำเนินการ (วัน/เดือน/ปี) : ……………………………
    วันกำหนดส่งให้ กฟผ. ทดสอบ UAT
    (วัน/เดือน/ปี) :
    ……………………………
    วันกำหนดส่งมอบงาน (วัน/เดือน/ปี) :
    ……………………………

หมายเหตุ

  1. การนำเสนอ Man-day ดำเนินการ และรายละเอียดกิจกรรมงานต้องแจ้ง กฟผ. พิจารณา พร้อมแผน Timeline ระยะเวลาดำเนินการ

  2. การดำเนินการใด ๆ ก่อน กฟผ. ลงนามอนุมัติในเอกสารของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านล่าง ถือเป็นการ สอบถามรายละเอียดความต้องการเพื่อประเมินงาน ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการคิด Man-day
    16
    ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ใช้เอกสารต่างๆ จาก กฟผ. ประกอบการประเมิน Man-day ดังนี้
    ลําดับ
    ประเภทเอกสาร
    Version
    1.

    2.

    3.

วันที่……………………………………………… ( ) (หนวยงานผูขอพัฒนาระดับกองขึ้นไป)
วันที่……………………………………………… ( ) (กx.)
วันที่……………………………………………… ( ) (กพก-ห.)
วันที่……………………………………………… ( ) (บริษัทคูสัญญา)
คณะกรรมการตรวจงานรับไดดําเนินการตรวจรับสิ่งสงมอบตามขอ 1 เรียบรอยแลว
วันที่……………………………………………… ( ) (ประธานกรรมการตรวจรับงาน)
วันที่……………………………………………… ( ) (กรรมการตรวจรับงาน)
วันที่……………………………………………… ( ) (กรรมการตรวจรับงาน)
วันที่……………………………………………… ( ) (กรรมการตรวจรับงาน)
17
ภาคผนวก 3
หลักเกณฑการพิจารณา
ลําดับ
เกณฑพิจารณา
คะแนนเต็ม
ข้อเสนอด้านเทคนิค
100
1
ผลงานและประสบการณของบริษัท เปนไปตามขอบเขตของงาน (TOR) ขอ 3.3
10
1.1
จำนวนโครงการซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือ หน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ โดยมิใช่ผู้รับจ้างช่วง ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้รับจ้างต้องมีวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 5,000,000.00 บาท (ห้า ล้านบาทถ้วน) โดยผลงานดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่ง มอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้วไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์
5
- จำนวน 4 โครงการขึ้นไปที่พัฒนาให้กับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (L) อ้างอิงจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (5 คะแนน)

- จำนวน 3 โครงการขึ้นไปที่พัฒนาให้กับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (L) อ้างอิงจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (3 คะแนน)


- จำนวน 2 โครงการขึ้นไปที่พัฒนาให้กับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (L) อ้างอิงจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (1 คะแนน)


1.2 
มูลคาโครงการที่รับดําเนินการ (นับเฉพาะสัญญาที่มีมูลคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม แลว สูงสุดเพียงสัญญาเดียวเทานั้น) 
5
- ไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท (5 คะแนน)


- ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท (3 คะแนน)


- ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท (1 คะแนน)


2 
รายชื่อ ตําแหนง ประสบการณและจํานวนของบุคลากรที่ใหบริการ เปนไปตาม ภาคผนวก 1 โดยอธิบายถึงรายละเอียดดานทักษะ ความสามารถของบุคลากรใน ทีมพัฒนาระบบอยางชัดเจน ครอบคลุมตาม ขอ 4. ของเอกสารขอบเขตของงาน  (Scope of Works)
30
2.1 
ผูประสานงานโครงการ (Project Co-Ordinator) ไมนอยกวา 1 คน 
5
ผูประสานงานโครงการ (Project Co-Ordinator) วุฒิไมต่ํากวาปริญญาตรี มี ประสบการณในการบริหารโครงการไมนอยกวา 5 ป 

18
ลําดับ
เกณฑพิจารณา
คะแนนเต็ม

- ประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งผู้บริหารโครงการไม่น้อยกว่า 10 ปี (5  คะแนน) 


- ประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งผู้บริหารโครงการไม่น้อยกว่า 5 ปี (1  คะแนน) 


2.2 
ผูวิเคราะหออกแบบระบบ System Analyst (SA) ไมนอยกวา 3 คน 
5
มีประสบการณในวิเคราะหและออกแบบระบบไมนอยกวา 5 ป คิดเปน ประสบการณ (เฉลี่ย) ของสมาชิกในทีมวิเคราะหและออกแบบระบบ
2
- ประสบการณ์เฉลี่ย ไม่น้อยกว่า 10 ปี (2 คะแนน)


- ประสบการณ์เฉลี่ย ไม่น้อยกว่า 5 ปี (1 คะแนน)


จํานวนบุคลากรของทีมวิเคราะหและออกแบบระบบ 
3
- จำนวนไม่น้อยกว่า 6 คน (3 คะแนน)


- จำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน (2 คะแนน)


- จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน (1 คะแนน)


2.3 
ผูพัฒนาระบบ (Developer) 
15
มีประสบการณในดานการออกแบบและพัฒนาระบบ คิดเปนประสบการณ (เฉลี่ย) ของสมาชิกในทีมพัฒนาระบบ
5 
- ประสบการณ์เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 5 ปี (5 คะแนน)


- ประสบการณ์เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2 ปี (1 คะแนน)


จํานวนบุคลากรของทีมพัฒนาระบบ 
5
- จำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน (5 คะแนน)


- จำนวนไม่น้อยกว่า 12 คน (1 คะแนน)


จํานวนผูพัฒนาระบบที่มีความสามารถในการใชภาษา PHP OOP 
5
- จำนวนไม่น้อยกว่า 12 คน (5 คะแนน)


- จำนวนไม่น้อยกว่า 8 คน (1 คะแนน)


2.4 
ผูทดสอบระบบ (Software tester หรือ Quality Assurance Engineer) ไม นอยกวา 1 คน
5 
มีประสบการณในการควบคุมคุณภาพ คิดเปนประสบการณ(เฉลี่ย) ของสมาชิก ในทีมควบคุมคุณภาพ 
2
- ประสบการณ์เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 5 ปี (2 คะแนน)


- ประสบการณ์เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 1 ปี (1 คะแนน)


จํานวนบุคลากรของ Software Tester หรือ Quality Assurance Engineer 
3

19
ลําดับ
เกณฑพิจารณา
คะแนนเต็ม

- จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน (3 คะแนน)


- จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน (1 คะแนน)


3 
วิธีการดําเนินงานและเอกสารกระบวนการพัฒนาระบบ 
60
3.1 
วิธีการดําเนินงาน (Approach and Methodology) 
10


มีใบรับรองมาตรฐานด้านการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ หรือการบริหารคุณภาพ ระบบงานสารสนเทศ เช่น ISO/IEC 29110, ISO/IEC 27001, CMMI เป็นต้น


3.2
เอกสารกระบวนการพัฒนาระบบ อางอิงตามผลงานในขอ 3.3 โดยตัวอยาง เอกสารและการนําเสนอตองสอดคลองกับรายละเอียดการใหคะแนน ประกอบดวยขอยอย 3.2.1 - 3.2.8 
50
3.2.1
การบริหารโครงการ (Project Plan Management) (0-6 คะแนน)  (1) มีการนำเสนอ อธิบาย อย่างครบถ้วนและชัดเจน (4 คะแนน)  (2) เทคนิคที่นำมาใช้ตามมาตรฐาน ISO ตามข้อ 3.1 (2 คะแนน)
6 
3.2.2 
การเก็บความต้องการ (Requirement Analysis) (0-6 คะแนน) (1) มีการนำเสนอ อธิบาย อย่างครบถ้วนและชัดเจน (4 คะแนน)  (2) เทคนิคที่นำมาใช้ตามมาตรฐาน ISO ตามข้อ 3.1 (2 คะแนน)
6
3.2.3 
การออกแบบระบบ (Architecture and Design) (0-6 คะแนน) (1) มีการนำเสนอ อธิบาย อย่างครบถ้วนและชัดเจน (4 คะแนน)  (2) เทคนิคที่นำมาใช้ตามมาตรฐาน UML (2 คะแนน)
6
3.2.4 
การพัฒนาระบบ (Development) (0-10 คะแนน) 

(1) มีการนำเสนอ อธิบาย อย่างครบถ้วนและชัดเจน (7 คะแนน) (2) เทคนิคที่นำมาใช้ตามมาตรฐาน ISO ตามข้อ 3.1 (3 คะแนน)
10
3.2.5
การทดสอบระบบในภาพรวม (Integration Test) (0-4 คะแนน) (1) มีการนำเสนอ อธิบาย อย่างครบถ้วนและชัดเจน (2 คะแนน) (2) มีการนำเสนอผลการทดสอบ พร้อมแสดงขั้นตอนการทำ Automate Test กับ ระบบงานจริง (2 คะแนน)
4
3.2.6
การตรวจสอบความปลอดภัยของระบบงาน (Security Test) (0-3 คะแนน) (1) มีการนำเสนอ อธิบาย อย่างครบถ้วนและชัดเจน (2 คะแนน) (2) มีผลการทดสอบ ( Security Test ) (1 คะแนน)
3
3.2.7
การถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) และ คู่มือการใช้งาน (0-6 คะแนน) (1) มีการนำเสนอ อธิบาย อย่างครบถ้วนและชัดเจน (2 คะแนน) (2) ตัวอย่างเอกสาร คู่มือการใช้งานระบบ (0-4 คะแนน)
6

20
ลําดับ
เกณฑพิจารณา
คะแนนเต็ม

 - มีคำอธิบาย และภาพประกอบพร้อมลูกศรชี้ ขั้นตอนการทำงานตามลำดับ (4 คะแนน) 
  • มีคำอธิบาย และภาพประกอบ ขั้นตอนการทำงานตามลำดับ (3 คะแนน) - มีคำอธิบาย ขั้นตอนการทำงานตามลำดับ (1 คะแนน)

    3.2.8
    การทำ Version Control ของกระบวนการพัฒนาระบบ (0-3 คะแนน) (1) มีการนำเสนอ อธิบาย อย่างครบถ้วนและชัดเจน (2 คะแนน) (2) มีการนำเสนอแสดงขั้นตอนการใช้ Git Control กับระบบงานจริง (1 คะแนน)
    3
    3.2.9
    วิธีการประเมิน และกำหนดจำนวนวันทำงาน (Man-day) ของแต่ละกิจกรรม (0-6 คะแนน)
    (1) มีการนำเสนอ อธิบาย อย่างครบถ้วนและชัดเจน (4 คะแนน) (2) มีการใช้เครื่องมือในการประเมิน (2 คะแนน)
    6
    ผลคะแนนรวมทั้งสิ้น
    100

21
สิ่งแนบ 1
ขอกําหนดการรักษาขอมูลที่เปนความลับ
(ถือเปนสวนหนึ่งของสัญญา)

คู่สัญญาได้ตกลงกัน โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ขอ 1. คํานิยาม
“ขอมูลที่เปนความลับ” หมายความถึง บรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจน รายละเอียดทั้งปวงที่เป็นของผู้ให้ข้อมูล รวมถึงที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของผู้ให้ข้อมูล และ ไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณชนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะในรูปแบบที่จับต้องได้หรือไม่ หรือสื่อแบบใด ไม่ว่าจะถูก ดัดแปลงแก้ไขโดยผู้รับข้อมูลหรือไม่ และไม่ว่าจะเปิดเผยเมื่อใดและอย่างไร ให้ถือว่าเป็นความลับ
. ขอ 2. การรักษาขอมูลที่เปนความลับ
2.1 ผู้รับข้อมูลต้องรับผิดชอบรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ และเก็บข้อมูลความลับไว้โดย ครบถ้วน และอย่างเคร่งครัด ผู้รับข้อมูลจะต้องไม่เปิดเผย ทำสำเนา หรือทำการอื่นใดทำนองเดียวกันแก่ บุคคลอื่นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล
2.2 ผู้รับข้อมูลต้องใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อการอันเกี่ยวกับหรือสัมพันธ์กับ การ ดำเนินงานที่มีอยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูล โดยผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้ผู้ให้ข้อมูลทราบโดยทันทีที่พบการ ใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้ อีกทั้งผู้รับ ข้อมูลจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ในการเรียกคืนซึ่งการครอบครองข้อมูลที่เป็นความลับ
การป้องกันการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต และการระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็น ความลับออกสู่สาธารณะ
2.3 ผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ เพื่อ ป้องกันมิให้ข้อมูลที่เป็นความลับถูกนำไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตหรือถูกเปิดเผยแก่บุคคลอื่น โดยผู้รับข้อมูลต้อง ใช้มาตรการการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับในระดับเดียวกันกับที่ผู้รับข้อมูลใช้กับข้อมูลที่เป็นความลับของ ตนเอง ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าการดูแลที่สมควร
2.4 ผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาของผู้รับข้อมูล และ/หรือ บุคคลภายนอกที่ต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นทราบถึงความเป็นความลับและข้อจำกัดสิทธิใน การใช้และการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ และผู้รับข้อมูลต้องดำเนินการให้บุคคลดังกล่าวต้องผูกพันด้วยสัญญา หรือข้อตกลงเป็นหนังสือในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับโดยมีข้อกำหนดเช่นเดียวกับหรือไม่น้อยกว่า ข้อกำหนดและเงื่อนไขในข้อกำหนดฉบับนี้ด้วย
2.5 ข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อกำหนดฉบับนี้ ไม่รวมไปถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลที่ ผู้ให้ข้อมูล เปิดเผยแก่สาธารณะ
(2) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลทราบอยู่ก่อนที่ ผู้ให้ข้อมูล จะเปิดเผยข้อมูลนั้น
(3) ข้อมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผู้รับข้อมูลเอง
22
(4) ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยโดยกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล ทั้งนี้ผู้รับข้อมูลต้องมีหนังสือ แจ้งให้ ผู้ให้ข้อมูล ได้รับทราบถึงข้อกำหนดหรือคำสั่งดังกล่าวพร้อมทั้งหมายศาล
และ/หรือ หมายค้นอย่างเป็นทางการยื่นต่อผู้ให้ข้อมูล ก่อนที่จะดำเนินการ
เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว และในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผู้รับข้อมูลจะต้อง
ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าวไม่ให้ถูก
เปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
(5) เป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้ข้อมูล เป็นลายลักษณ์ อักษร ก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น
ขอ 3. ทรัพยสินทางปญญา
ข้อกำหนดฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้เป็นการโอนสิทธิหรือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อม) ให้แก่ผู้รับข้อมูลที่ได้รับความลับซึ่ง สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ การออกแบบ เครื่องหมายการค้า ตรา สัญลักษณ์รูปประดิษฐ์อื่นใด ชื่อทางการค้า ความลับทางการค้า ไม่ว่าจดทะเบียนไว้ตามกฎหมายหรือไม่ก็ ตาม หรือสิทธิอื่นๆ ของผู้ให้ข้อมูล ซึ่งอาจมีอยู่ใน ปรากฏอยู่ หรือนำมาทำซ้ำไว้ในเอกสารข้อมูลที่เป็นความลับ ทั้งนี้ ผู้รับข้อมูลหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้รับข้อมูล และเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าว จะไม่ ยื่นขอรับสิทธิและหรือขอจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ ตลอดจนไม่นำไปใช้โดยไม่ได้รับการ อนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลที่เป็นความลับหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรายละเอียด ดังกล่าว
ขอ 4. การสงคืน ลบ หรือการทําลายขอมูลที่เปนความลับ
เมื่อการดำเนินงานที่มีอยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูลเสร็จสิ้นลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบ ข้อมูลที่เป็นความลับและสำเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับข้อมูลได้รับไว้คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนลบ หรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้จัดเก็บข้อมูล (ถ้ามี) หรือ ดำเนินการอื่นตามที่ได้รับการแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้จาก ผู้ให้ข้อมูลทันที และผู้รับข้อมูลจะต้องรักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลตลอดไป แม้ว่การ ดำเนินงานเสร็จสิ้นลงแล้วก็ตาม
ขอ 5. การชดใชคาเสียหาย
ในกรณีที่ผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลที่ได้รับข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อกำหนดนี้ซึ่งอยู่ใน ความรับผิดชอบดูแลของผู้รับข้อมูล ฝ่าฝืนข้อกำหนดตามข้อกำหนดนี้ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ให้ ข้อมูล ผู้รับข้อมูลจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ให้ข้อมูล
ขอ 6. การบังคับใช
6.1 ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าส่วนใดส่วนหนึ่งในข้อกำหนดฉบับนี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่า ข้อกำหนดส่วนที่เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับในข้อกำหนดนี้ และข้อกำหนดที่เหลืออยู่ในข้อกำหนดฉบับนี้ ยังคงใช้ บังคับและมีผลอยู่อย่างสมบูรณ์
6.2 ข้อกำหนดฉบับนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายไทย
23
บันทึกขอตกลงวาดวยการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล
(ถือเป็นส่วนหนึ่งของใบสั่ง/สัญญา)
ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันโดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ขอ 1 คํานิยาม
1.1 หากไม่ได้มีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ให้ถ้อยคำในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้มี ความหมายดังต่อไปนี้
“กฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึง ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กฎ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
“การประมวลผลขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลอื่นใดในข้อมูล ส่วนบุคคล
“ขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือ ทางอ้อมแต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“เจาของขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นบ่งชี้ไปถึง และให้หมายรวมถึง ผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ หรือผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ
“ผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
“ผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่ง ดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
“หนวยงานกํากับดูแล” หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย หรือ หน่วยงานกำกับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง
1.2 คำศัพท์ใด ๆ ที่ไม่ได้กำหนดนิยามไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้เป็นไปตามนิยามที่กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้
1.3 เอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงและมีผลบังคับใช้ เช่นเดียวกับบันทึกข้อตกลง การอ้างอิงใด ๆ ถึงบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้รวมถึงเอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลง ด้วย
ขอ 2 ขอบเขตของขอปฏิบัติ
2.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ที่ปรึกษา (“ผู้ให้บริการ”) อันเป็นการกระทำตามคำร้องขอของ กฟผ.
24
2.2 ทั้งสองฝ่ายยอมรับว่า เพื่อวัตถุประสงค์ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยหลัก กฟผ. เป็น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ให้บริการ ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำร้องขอของ กฟผ.
ขอ 3 หนาที่ของผูใหบริการ
3.1 ผู้ให้บริการจะทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามคำร้องขอที่เป็นลาย ลักษณ์อักษรของ กฟผ. เท่านั้น เว้นแต่คำร้องขอนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3.2 ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ กฟผ. ทราบโดยทันที หากเห็นว่าคำร้องขอของ กฟผ. ไม่เป็นไปตามกฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3.3 ผู้ให้บริการจะปฏิบัติตามคำร้องขอของ กฟผ. ที่ให้ดำเนินการแก้ไข โอน ลบ หรือประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลในประการอื่น หรือให้ระงับ บรรเทา หรือแก้ไขการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจาก อำนาจหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยพลัน
3.4 ผู้ให้บริการจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดเป็นความลับ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อ บุคคลภายนอก เว้นแต่ กฟผ. ตกลงให้มีการเปิดเผยหรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ในกรณีที่ผู้ให้บริการมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปฏิบัติตามกฎหมาย ตามคำสั่งของศาล เจ้า พนักงานผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือหน่วยงานกำกับดูแลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการ จะแจ้งให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดำเนินการ พร้อมด้วยข้อกำหนด คำสั่ง หมายศาล และ/หรือหมายค้นอย่างเป็นทางการ เว้นแต่เป็นกรณีที่ไม่สามารถแจ้งให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการ ได้ ก็ให้แจ้งให้ทราบโดยไม่ชักช้า
3.5 ผู้ให้บริการจะให้ความช่วยเหลือแก่ กฟผ. ในการปฏิบัติหน้าที่ของ กฟผ. ตามที่กฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
3.6 ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ กฟผ. ทราบโดยทันทีในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการ
ขอ 4 บุคลากรของผูใหบริการ
4.1 ผู้ให้บริการจะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดโดยให้เข้าถึงได้เฉพาะบุคลากรของผู้ ให้บริการที่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการให้บริการแก่ กฟผ. เท่านั้น
ขอ 5 การตรวจสอบ
5.1 ในกรณีที่ กฟผ. มีการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการจะดำเนินการส่ง มอบข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดให้แก่ กฟผ. เพื่อเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
25
5.2 ผู้ให้บริการจะอนุญาตให้ กฟผ. และผู้แทนซึ่งเป็นบุคคลภายนอกของ กฟผ. เข้าตรวจสอบการปฏิบัติ หน้าที่ของผู้ให้บริการภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดย กฟผ. จะแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าเป็นลาย ลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 7 วัน และผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือแก่ กฟผ. และผู้แทนของ กฟผ. ในการเข้า ตรวจสอบดังกล่าวข้างต้น
ขอ 6 การรองเรียนของเจาของขอมูลสวนบุคคลและบุคคลภายนอก และคํารองขอใชสิทธิของ เจาของขอมูลสวนบุคคล
6.1 ผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือแก่ กฟผ. โดยทันทีเพื่อให้ กฟผ. สามารถปฏิบัติตามกฎหมายในกรณี ดังต่อไปนี้
(ก) กรณีดำเนินการตามคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล
(ข) กรณีดำเนินการตามคำสั่งหรือหนังสือแจ้งให้ กฟผ. ให้ข้อมูลหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ ที่ ออกโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
6.2 ผู้ให้บริการจะแจ้ง กฟผ. ทราบโดยไม่ชักช้า เมื่อได้รับคำร้องเรียนหรือได้รับแจ้งใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของทั้ง สองฝ่ายภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
6.3 ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ กฟผ. ทราบภายในระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอใช้สิทธิจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ถ้ามี)
6.4 ผู้ให้บริการจะไม่ดำเนินการตามคำร้องเรียน การแจ้ง การติดต่อสื่อสารใด ๆ หรือคำร้องขอใช้สิทธิ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หากไม่ได้รับคำร้องขอจาก กฟผ. เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะ ให้ความร่วมมือและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่แก่ กฟผ. ในการดำเนินการตามคำร้องเรียน การแจ้ง การ ติดต่อสื่อสารใด ๆ หรือคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ขอ 7 การสงคืนหรือทําลายขอมูลสวนบุคคล
7.1 ในกรณีที่ กฟผ. ร้องขอไปยังผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ให้บริการตกลงจะดำเนินการส่ง มอบสำเนาและรายงานการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้บริการที่อยู่ในความครอบครองหรือการควบคุมของ ผู้ให้บริการให้แก่ กฟผ. ในรูปแบบและช่องทางในการส่งข้อมูลตามที่ กฟผ. ร้องขอ
7.2 ในกรณีที่การให้บริการสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ผู้ให้บริการจะลบและทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่มีอยู่ในการครอบครองโดยทันที หรือหากมีคำร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ. ให้ส่งคืนข้อมูล ส่วนบุคคล ผู้ให้บริการจะส่งคืนโดยทันที และไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าทั้งหมดหรือแค่บางส่วนที่เกี่ยวข้อง ไว้ในความครอบครองหรือการควบคุมของผู้ให้บริการต่อไป
26
7.3 ในกรณีที่ผู้ให้บริการจะต้องส่งคืนหรือทำลายข้อมูลหรือเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจาก ระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ เนื่องจากมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งของหน่วยงานกำกับ ดูแลหรือหน่วยงานราชการ กำหนดให้ดำเนินการดังกล่าวข้างต้นนั้น ผู้ให้บริการต้องแจ้งให้ กฟผ. ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษรถึงข้อกำหนดดังกล่าว รายละเอียดของข้อมูลและเอกสารที่ต้องเก็บหรือทำลาย ฐานทาง กฎหมายในการเก็บหรือทำลาย และกำหนดระยะเวลาในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อข้อกำหนดใน การเก็บข้างต้นสิ้นสุดลง
7.4 นอกจากกรณีตามข้อ 7.3 ผู้ให้บริการจะแจ้ง กฟผ. และรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรว่าได้ ดำเนินการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ผู้ให้บริการได้ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเรียบร้อย แล้ว
ขอ 8 การประมวลผลขอมูลสวนบุคคล
8.1 ผู้ให้บริการจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ตกลงภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล การดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และระยะเวลาในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ ให้บริการดำเนินการประมวลผลเพื่อการให้บริการให้เป็นไปตามที่ปรากฏในผนวก 1
ขอ 9 การโอนขอมูลสวนบุคคลไปยังตางประเทศ
9.1 ผู้ให้บริการจะไม่ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ไปยังต่างประเทศโดย ไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ.
9.2 ในกรณีที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ. แล้ว ผู้ให้บริการสามารถส่งหรือโอนข้อมูล ส่วนบุคคลภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไปยังต่างประเทศได้ ทั้งนี้ การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จะต้องกระทำภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือ ตามคำสั่งเป็นลายลักษณ์ อักษรของ กฟผ. เท่านั้น
ขอ 10 การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
10.1 ผู้ให้บริการจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อ ป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอำนาจหรือโดย มิชอบ ทั้งมาตรการเชิงองค์กร (Organizational Measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) รวมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการป้องกัน ด้านเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) ตามความ เหมาะสม
27
ขอ 11 การละเมิดขอมูลสวนบุคคล
11.1 เมื่อผู้ให้บริการได้ทราบ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการจะแจ้ง ให้ กฟผ. ทราบถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยไม่ชักช้า และดำเนินการดังต่อไปนี้ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่ทราบถึงการละเมิดหรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
(ก) ให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ กฟผ. เช่น คำอธิบายลักษณะของเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของ ข้อมูลส่วนบุคคล จำนวนข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง บันทึกรายการ กิจกรรมประมวลผลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ กฟผ. สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมถึงข้อมูล ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และคำอธิบายมาตรการที่ได้ดำเนินการ แล้วหรือที่จะเสนอให้ดำเนินการเพื่อลดผลกระทบและเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
(ข) ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับ กฟผ. และดำเนินการใด ๆ ตามที่ กฟผ. กำหนด เพื่อช่วยในการ ดำเนินการตรวจสอบ บรรเทา และเยียวยาความเสียหายอันเกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
11.2 ผู้ให้บริการจะไม่เปิดเผยการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่นใดทราบโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ. ก่อน เว้นแต่กรณีที่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
11.3 ผู้ให้บริการจะชดใช้บรรดาค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการดำเนินการใด ๆ เพื่อ จัดการการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ กฟผ. ในกรณีที่ผู้ให้บริการหรือบุคลากรที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ตนเป็นผู้ก่อให้เกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนั้น
ขอ 12 คํารับรอง
ผู้ให้บริการขอรับรอง ดังนี้
12.1 ผู้ให้บริการหรือบุคคลอื่นใดที่ดำเนินการในนามของผู้ให้บริการจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับ ข้อตกลงตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
12.2 บุคลากรทุกคนของผู้ให้บริการที่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในนามของผู้ให้บริการ เพื่อการ ให้บริการต่อ กฟผ. เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้
12.3 ผู้ให้บริการตกลงจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมและเพียงพอต่อ การปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ขอ 13 การชดใชคาสินไหมทดแทน
13.1 ผู้ให้บริการจะชดใช้และปกป้อง (โดยผู้ให้บริการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเอง) กฟผ. รวมทั้งผู้รับโอนสิทธิ ผู้รับมอบอำนาจ กรรมการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน และผู้ปฏิบัติงานของ กฟผ. จาก ความเสียหาย การสูญหาย การเรียกร้อง ค่าเสียหาย ความรับผิด หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นต่อ กฟผ. หรือ ในกรณีที่ กฟผ. จะต้องรับผิดอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้หรือตาม
28
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือการละเมิดคำรับรองของผู้ให้บริการ หรือกรรมการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน พนักงาน ตัวแทน ผู้ให้บริการช่วง ผู้รับเหมา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่นของผู้ให้บริการ
ขอ 14 ระยะเวลาและการสิ้นสุดขอตกลง
14.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับตราบที่ผู้ให้บริการยังคงประมวลผลหรือเก็บรักษาข้อมูลส่วน บุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ในความครอบครองหรือการควบคุม
14.2 ข้อกำหนดใด ๆ ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่ว่าจะได้ระบุโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย ซึ่งควรมีผลใช้ บังคับหรือยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปถึงแม้ว่าการให้บริการสิ้นสุดลงแล้ว เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้มีผลใช้ บังคับต่อไป
14.3 กรณีที่ผู้ให้บริการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลง อันเป็นสาระสำคัญ โดย กฟผ. ไม่ต้องมีความรับผิดหรือมีหน้าที่ใด ๆ เพิ่มเติมอีก
ขอ 15 การระงับขอพิพาท
15.1 ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท หรือการเรียกร้องใด ๆ โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานกำกับ ดูแลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่าย ทั้งสองฝ่ายจะแจ้งให้อีก ฝ่ายหนึ่งทราบถึงข้อพิพาทหรือการเรียกร้องที่เกิดขึ้น และจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายในเวลาที่ เหมาะสม
กรณีที่มีปัญหาข้อพิพาทเกิดขึ้นจากบันทึกข้อตกลง หรือเกี่ยวเนื่องกับบันทึกข้อตกลง การตีความบันทึก ข้อตกลง การผิดข้อตกลงหรือการเลิกข้อตกลงนั้น ให้ทั้งสองแต่งตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเพื่อเจรจายุติข้อ พิพาทร่วมกัน หากผู้แทนทั้งสองฝ่ายไม่สามารถยุติข้อพิพาทดังกล่าวได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้เริ่มต้น เจรจาเพื่อยุติข้อพิพาท หรือภายในระยะเวลาที่ได้ขยายออกไปตามที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจยื่นคำร้องหรือคำฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจในประเทศไทย ในระหว่างรอคำพิพากษาของศาลทั้งสองฝ่าย ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
29
ผนวก 1 รายละเอียดการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล
ลักษณะและวัตถุประสงคของ การประมวลผลขอมูลสวน บุคคล
พัฒนาระบบ Web Application และ Mobile Application
ประเภทของขอมูลสวนบุคคล
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: ชื่อ - สกุล, เลขประจำตัวประชาชน, ที่อยู่, อีเมล, เบอร์โทรศัพท์, ข้อมูล อุปกรณ์หรือเครื่องมือ (IP Address, MAC Address) , ข้อมูล การศึกษา, วันเกิด

  • ข้อมูลบันทึกต่าง ๆ ที่ใช้ติดตามตรวจสอบกิจกรรมต่าง ๆ ของ บุคคล เช่น log file
    ประเภทของเจาของขอมูลสวน บุคคล
    พนักงาน กฟผ.
    การดําเนินการประมวลผล ขอมูลสวนบุคคล
    มีการเชื่อมต่อ HR API ที่ กฟผ. กำหนด เพื่อดึงข้อมูลส่วนบุคคลมาแสดง
    ระยะเวลาในการประมวลผล ขอมูลสวนบุคคล
    ระยะเวลาในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล: ตั้งแต่วันที่ลงนามใน สัญญา เป็นระยะเวลา 2 ปี

30
สิ่งแนบ 2
บัญชี 3 เงื่อนไขดานความปลอดภัย (Safety Criteria)
หนวยงานผูวาจาง : ฝ่ายจัดการและพัฒนาระบบดิจิทัล
งานที่วาจาง : งานจ้างพัฒนา Web และ Mobile Application รองรับการเปลี่ยน Business Requirement
ระยะเวลาที่วาจาง : วันถัดจากวันลงนามในสัญญา เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยวันสิ้นสุดการผูกพันตามสัญญา ขึ้นอยู่กับการส่งมอบงานจ้างครบตามวงเงินรวมของ สัญญา หรือ จ้างครบจำนวน 2,000 Man-Days หรือ ระยะเวลาสิ้นสุดตามสัญญา แล้วแต่เงื่อนไขใดถึงก่อน
การสงมอบพื้นที่ � สงมอบพื้นที่ ☑ ไมไดสงมอบพื้นที่
กลุ่มงานของผู้รับจ้าง
☑ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contracts) � กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts) � กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
๑. รายละเอียดกิจกรรมดานความปลอดภัย ที่ตองดําเนินงานตามกลุมงานของผูรับจาง

๑.๑ จัดทำแผนงานความปลอดภัย ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา อย่างน้อย ดังนี้
(๑) การตรวจสอบพื้นที่ อุปกรณ์ เครื่องจักร และเครื่องมือ
(๒) การฝึกอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงาน
(๓) การรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน
(๔) การเตรียมความพร้อม และการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(๕) รายงานการค้นหาและวิเคราะห์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

๑.๒ การชี้บ่งอันตราย และประเมินความเสี่ยงกิจกรรมและการดำเนินงานของผู้รับจ้าง ซึ่งมีผลกระทบ ต่อหน่วยงาน ลูกจ้างของผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียในสถานที่ทำงาน ให้ดำเนินการ ดังนี้ � (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis) หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความ ครบถ้วน และเหมาะสม
☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้พิจารณาทางเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (ก) ให้ผู้ว่าจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด (ข) ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสาร ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม

31

๑.๓ จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างของผู้รับจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้นหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือที่ผ่านการอบรมด้าน อาชีวเวชศาสตร์มีเงื่อนไข ดังนี้
� (๑) กรณีสัญญาจ้างตั้งแต่ ๑๘๐ วัน ขึ้นไป จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตาม ปีปฏิทิน
� (๒) กรณีสัญญาจ้างไม่ถึง ๑๘๐ วัน จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงานและตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน หรือให้แสดงใบรับรองแพทย์ของลูกจ้างที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน
� (๓) กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ลูกจ้างต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานในที่อับอากาศได้ โดยให้ระบุความเห็นของแพทย์ที่บ่งบอกสภาวะสุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อ การทำงานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของลูกจ้าง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้นหนึ่ง (เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์) ว่าสามารถเข้าทำงาน ใน
ที่อับอากาศได้ครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ ผลการตรวจสุขภาพ จะต้องนำมา แสดงต่อผู้ควบคุมงาน หรือผู้บริหารสัญญาก่อนมีการเริ่มดำเนินงานการเข้าทำงานในที่อับอากาศ

๑.๔ การค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ดำเนินการ ดังนี้ � (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง ทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม
� (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง

๑.๕ การจัดเตรียมความพร้อมของเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ดำเนินการ ดังนี้ � (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
� (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน

๑.๖ จัดส่งข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ดังนี้
(๑) โครงสร้างการบริหารจัดการ หน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย (๒) หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกำหนด (๓) การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง

32

 (๔) การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์  (๕) ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี) 

(๖) ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)

๑.๗ ระบบการควบคุมการเข้า-ออก (Access Control) ให้ดำเนินการ ดังนี้
� (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการควบคุมการเข้า-ออก ของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) การควบคุมบุคคลเข้า-ออก (Personnel Access Control) กำหนดให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงหรือแขวนบัตรเพื่อใช้แสดงตนผ่านเข้า-ออก
(ข) การควบคุมการนำสิ่งของเข้า-ออก (Gate Pass) จัดให้มีการควบคุมการนำเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุและสารเคมีอันตราย ที่ทางเข้า การอยู่ในพื้นที่ และการออกนอกพื้นที่ ของผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง
(ค) การควบคุมยานพาหนะเข้า-ออก (Vehicle Access Control) จัดให้มีการควบคุม ยานพาหนะที่ใช้สำหรับส่งคนไปยังสถานที่ทำงาน ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำงาน ตรวจงานโดย ผู้รับผิดชอบของงานหรือโครงการที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงาน เพื่อควบคุมการจราจรและ ความปลอดภัยของยานพาหนะเข้า-ออก โดยปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยเฉพาะพื้นที่ หรือระเบียบ ปฏิบัติ ของหน่วยงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง
☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการตามระบบการควบคุมการ เข้า-ออก ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่

๑.๘ กฎความปลอดภัยทั่วไป กฎเฉพาะงาน เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย ให้ดำเนินการ ดังนี้
� (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีกฎความปลอดภัย เครื่องหมายและ ป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจและนำไปปฏิบัติ
� (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัยของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่

๑.๙ ระบบการแจ้งการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ให้ดำเนินการ ดังนี้ � (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการแจ้งการกระทำหรือ สภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) เมื่อลูกจ้างของผู้รับจ้างพบเห็นการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ต้องแจ้ง ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(ข) ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องรายงานการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน พร้อมมาตรการแก้ไขและการป้องกัน ต่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง

33

� (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามระบบการแจ้งการกระทำหรือ สภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
� 
๑.๑๐ ดำเนินการสนทนาความปลอดภัย (Safety Talk) เฉพาะงานที่เสี่ยงอันตราย โดยมีหัวข้ออย่าง น้อย ดังนี้ 

(๑) งานที่ต้องปฏิบัติ
(๒) อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน ระดับความเสี่ยงของงาน อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งข้อควรระวังพิเศษ
(๓) มาตรการควบคุมป้องกัน เช่น กฎเฉพาะงาน การอนุญาตเข้าทำงาน การล็อคและการแขวน ป้ายเพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
(๔) การเตรียมความพร้อมสภาพร่างกายก่อนเริ่มทำงาน

๑.๑๑ จัดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ตามแผนที่ กำหนด รวมทั้งจัดทำรายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ควบคุมงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง

๑.๑๒ จัดและดูแลให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้ มาตรฐาน โดยลูกจ้างของผู้รับจ้างมีหน้าที่สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วน บุคคลให้สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทำงาน

๑.๑๓ การขออนุญาตเข้าทำงาน (Work Permit) สำหรับงานตามที่กฎหมายกำหนด และงานหรือพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงสูง ให้ดำเนินการ ดังนี้
� (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน และให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างกำกับดูแล ตรวจสอบความครบถ้วน เหมาะสม สำหรับงาน ดังนี้ (ก) งานในที่อับอากาศ
(ข) งานในที่ที่มีประกายไฟหรือมีความเสี่ยงจากการระเบิด
(ค) งานขุดเจาะ
(ง) งานในที่ที่มีรังสี
(จ) งานแหล่งพลังงาน
(ฉ) งานที่สูง
(ช) งานเหนือผิวน้ำ
(ซ) งานลิฟต์ขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์ยกย้ายขนาดใหญ่
(ฌ) งานสารที่เป็นอันตราย
(ญ) งานประดาน้ำ
(ฎ) งานอื่น ๆ ตามความจำเป็น
� (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างขออนุญาตเข้าพื้นที่ โดยปฏิบัติตามระบบ การขออนุญาตเข้าทำงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่

34

๑.๑๔ ควบคุมการปฏิบัติด้วยการสังเกตการทำงาน (Task Observation) หรือวิธีการอื่นใด โดย หัวหน้างานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานของผู้รับจ้าง ทั้งนี้หน่วยงานผู้ว่าจ้างอาจ ดำเนินการตามความเหมาะสม โดยพิจารณาตามลักษณะงาน ดังนี้
(๑) งานที่มีวิธีการปฏิบัติด้านความปลอดภัย (Work Instruction)
(๒) งานที่มีกฎความปลอดภัยเฉพาะงานหรือเฉพาะพื้นที่
(๓) งานที่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก
(๔) งานที่มีระดับความรุนแรงมาก จากการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง (๕) งานใหม่หรืองานที่ไม่ได้ทำเป็นประจำ
(๖) งานที่ต้องมีระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน

๑.๑๕ ดำเนินการเมื่อเกิดอุบัติการณ์ ดังนี้
(๑) แจ้งต่อหน่วยงานผู้ว่าจ้าง โดยทันที ด้วยวาจา โทรศัพท์ โทรสารหรือวิธีอื่นใดที่มีรายละเอียด พอสมควร
(๒) ห้ามเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงพยานวัตถุและพยานแวดล้อม ก่อนที่หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าทำ การตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ
(๓) กรณีเสียชีวิตหรือเกิดอุบัติภัยร้ายแรง ให้แจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันทีที่ทราบ โดยโทรศัพท์ โทรสาร หรือวิธีอื่นใด และแจ้งเป็นหนังสือ (สปร.๕) ภายหลังจากเข้าร่วมการค้นหา สาเหตุอุบัติการณ์ โดยระบุสาเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น ความเสียหาย การแก้ไขและวิธีการป้องกันการเกิด ซ้ำ ทั้งนี้ ภายใน ๗ วันนับแต่วันเกิดเหตุ
(๔) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) ต้องแจ้งให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าร่วมใน การค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ทุกครั้ง สำหรับระดับความรุนแรงปานกลาง หรือระดับความรุนแรงน้อย ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างพิจารณาการมีส่วนร่วมตามความเหมาะสม
(๕) จัดให้มีการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ที่เกิดกับลูกจ้างของผู้รับจ้างโดยระบุรายละเอียดของ เหตุการณ์ สาเหตุขณะนั้น สาเหตุพื้นฐาน กำหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน (๖) จัดส่งรายงานผลการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณา ประสิทธิภาพและประสิทธิผล
(๗) ในกรณีที่ลูกจ้างของผู้รับจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ให้ผู้รับจ้างแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยต่อสํานักงานประกันสังคม และส่งสําเนาหนังสือแจ้ง ต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน ๗ วัน พร้อมทั้งส่งสำเนาให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง

๑.๑๖ ดำเนินการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
� (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการ ดังนี้
(ก) วิเคราะห์และประเมินความจำเป็นในการรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (ข) จัดทำแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ค) ฝึกซ้อมแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน

35

 (ง) ประเมินผลการฝึกซ้อมและประเมินผลภายหลังการเกิดเหตุจริงทุกครั้ง  (จ) รายงานผลการฝึกซ้อม 

� (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแผนรองรับและตอบโต้เหตุ ฉุกเฉินของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่

๑.๑๗ จัดส่งรายงานด้านความปลอดภัย เพื่อใช้ในการประเมินผลและติดตามการปฏิบัติด้าน ความปลอดภัยทุกเดือน ดังนี้
(๑) จำนวนลูกจ้างและจำนวนชั่วโมงการทำงาน
(๒) จำนวนการเกิดอุบัติการณ์
(๓) รายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานความปลอดภัย
(๔) สรุปผลการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) รายงานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย (ถ้ามี)
๒. ชี้บงกฎหมาย ระเบียบดานความปลอดภัยที่เกี่ยวของ
๒.๑ กฎหมายความปลอดภัย
☑ พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ☑ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๔๙
� กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓
� กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง และส่งผลการตรวจแก่พนักงานตรวจ แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๗
� กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๒
� กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. ๒๕๔๘
� กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับรังสีชนิดก่อไอออน พ.ศ. ๒๕๔๗
� กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๕๑
� กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. ๒๕๕๒
� กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕

36
� กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖
� กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย. และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๘
� กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
� กฎกระทรวง ว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๔๘
� อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………………………………
๒.๒ ระเบียบดานความปลอดภัยของหนวยงาน/กฟผ.
� ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๒๙ ว่าด้วย ข้อกำหนดสำหรับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับ งานก่อสร้าง
☑ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๐๐ ว่าด้วยมาตรฐานเครื่องหมายความปลอดภัย
☑ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๖๖ ว่าด้วยข้อกำหนดการแขวนป้ายเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๔๘ � อื่น ๆ (ระบุ) ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัยของ กฟผ.
ประกาศฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากรว่าด้วยกฎความปลอดภัยทั่วไป
๓. โครงสรางการบริหารจัดการ บุคลากร และหนาที่ ความรับผิดชอบดานความปลอดภัย
� คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
� หน่วยงานความปลอดภัย
� เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
☑ หัวหน้างาน
☑ ลูกจ้างของผู้รับจ้าง
� อื่น ๆ (ระบุ) ระเบียบขอบังคับวาดวยความปลอดภัยของ กฟผ.
ประกาศฝายบริหารและจัดการทรัพยากรวาดวยกฎความปลอดภัยทั่วไป

เกณฑพิจารณาหนวยงานและบุคลากร
ประเภท กิจการ
จํานวน
ลูกจาง
จป.บริหาร
จป.หัวหนา งาน
จป.
วิชาชีพ
จป.
เทคนิค
ขั้นสูง
จป.เทคนิค
หนวยงานความ ปลอดภัย
(๑)
๒ คน ขึ้น ไป
ระดับบริหารทุก คน
หัวหน้างาน ทุกคน
อย่าง
น้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี

37
(๒) ถึง (๕)
๒ – ๑๙ คน
ระดับบริหารทุก คน
หัวหน้างาน ทุกคน
-
-
-
-
๒๐ – ๔๙
ระดับบริหารทุก คน
หัวหน้างาน ทุกคน
-
-
๑ คน
ปฏิบัติงานความ ปลอดภัย
ไม่น้อยกว่า วันละ ๑ ช.ม.
-
๕๐ – ๙๙
ระดับบริหารทุก คน
หัวหน้างาน ทุกคน
-
๑ คน
-
-
๑๐๐ คนขึ้น ไป
ระดับบริหารทุก คน
หัวหน้างาน ทุกคน
อย่าง
น้อย
๑ คน
-
-
-
๒๐๐ คนขึ้น ไป
ระดับบริหารทุก คน
หัวหน้างาน ทุกคน
อย่าง
น้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๖) ถึง (๑๔)
๒๐ คนขึ้น ไป
ระดับบริหารทุก คน
หัวหน้างาน ทุกคน
-
-
-
-
เกณฑพิจารณาคณะกรรมการความปลอดภัยฯ
ประเภท กิจการ
จํานวน
ลูกจาง
คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.)
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐ – ๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๕ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๑๐๐ – ๔๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๗ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐๐ คนขึ้น ไป
ไม่น้อยกว่า ๑๑ คน
๔. คุณสมบัติดานความปลอดภัยเบื้องตนของผูรับจาง
๔.๑ หลักสูตร เอกสารแสดงการผานการฝกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด
(๑) การบริหารจัดการ
� เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน � เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน � เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน

38
� เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน � เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน � คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ � ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทำงาน ใหม่
� หัวหน้าหน่วยงานความปลอดภัย
(๒) การทํางานในที่อับอากาศ
� ผู้อนุญาต � ผู้ควบคุมงาน � ผู้ช่วยเหลือ � ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
� ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพพิเศษตามกฎหมายกำหนด
(๓) การทํางานเกี่ยวกับรังสี
� การป้องกันอันตรายทางรังสี ของผู้รับผิดชอบดำเนินการทางด้านเทคนิคในเรื่องรังสี � อันตรายและวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีก่อนเข้ารับหน้าที่สำหรับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
(๔) การทํางานเกี่ยวกับงานกอสราง
� อบรมการใช้เครื่องจักร รหัสสัญญาณต่าง ๆ
� อบรมการช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
� อบรมผู้บังคับเครื่องตอกเสาเข็ม
� อบรมความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักรที่อาจเกิดอันตราย
� ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น � อบรมการใช้ลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราวและลิฟต์โดยสารชั่วคราวในงานก่อสร้าง
� อบรมวิธีทำงานในอุโมงค์และวิธีป้องกันอันตรายแก่ลูกจ้างก่อนเข้าทำงานในอุโมงค์ � อบรมและฝึกซ้อมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ
� อบรมขั้นตอนและวิธีการรื้อถอนทำลายสิ่งก่อสร้าง
� การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลสำหรับงานก่อสร้าง
(๕) การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปนจั่น และหมอน้ํา
� การทำงานเกี่ยวกับเครื่องปั๊มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมก๊าซ รถยก หรือเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิด อันตรายได้โดยสภาพ
� อบรมผู้ขับรถยก
� ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น � ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน
(๖) การทํางานเกี่ยวกับไฟฟา
� ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า

39
(๗) การทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
� ความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี
� วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขณะขนถ่าย เคลื่อนย้าย หรือขนส่งสารเคมีอันตราย � การควบคุมและระงับเหตุอันตรายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
� ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่เก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตราย
(๘) การปองกันและระงับอัคคีภัย
� การดับเพลิงขั้นต้น
(๙) อื่น ๆ
� (ระบุ) …………………………………………………
๔.๒ การตรวจสุขภาพตามปจจัยเสี่ยง
� ตรวจสมรรถภาพปอด
� ตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
� ตรวจสมรรถภาพการมองเห็น
� ตรวจด้านพิษวิทยา
� อื่น ๆ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๓ การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ
� รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ……………………………..
๔.๔ ประวัติขอมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถามี)
� ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทำให้เป็นอัมพาต � ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
๔.๕ ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายดานความปลอดภัย (ถามี)
� ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
� รางวัลด้านความปลอดภัย
� อื่น ๆ ……………………………………………………………

40
ช่องทางการรับฟังความคิดเห็น
ผู้ประกอบการสามารถแสดงความคิดเห็นร่างขอบเขตงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะ ของพัสดุที่จะซื้อ หรือจะจ้าง พร้อมกับร่างประกาศและร่างเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มายัง กฟผ. โดยตรง โดยเปิดเผยตัว ภายในระยะเวลที่กําหนด โดยระบุ ชื่อ-สกุล ที่อยู่จริง และหมายเลขโทรศัพท์ที่ สามารถติดต่อได้ ตามช่องทางนี้

  1. ทาง E-mail : [email protected]
  2. เป็นลายลักษณ์อักษร ส่งถึง
    หัวหน้าแผนกประกวดราคาจ้างสายงานกลาง กองจัดซื้อจัดจ้างสายงานกลาง ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างและ บริหารพัสดุ
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สํานักงานใหญ่
    เลขที่ 53 หมู่ 2 ถนนจรัญสนิทวงศ์ ต.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหาร สัญญาของ กฟผ.
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดําเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหารสัญญา เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ประเทศไทย พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ทั้งนี้ท่านสามารถศึกษารายละเอียดประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหารสัญญา ได้ที่ https://www.egat.co.th/privacy-notice-procurement.html หรือที่ QR Code ด้านล่าง

การขีดฆ่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
กฟผ. มีประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหาร สัญญา เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หากเอกสารของท่านที่ต้องส่งมอบให้กฟผ. มีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตามที่ถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของ PDPA ดังนี้เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ความคิดเห็นทางการเมืองความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือ ข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทํานองเดียวกันรวมอยู่ด้วย ขอให้ท่านขีดฆ่า หรือปกปิด ข้อมูลดังกล่าว ก่อนส่งมอบให้แก่กฟผ.