จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการจัดจ้างพัฒนาเนื้อหาและกิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ภายใต้แผนงานสนับสนุนการศึกษาและการเรียนรู้ให้เต็มศักยภาพ

สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 68069261786
฿800,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 16 มิ.ย. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาเนื้อหาและกิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ภายใต้แผนงานสนับสนุนการศึกษาและการเรียนรู้ให้เต็มศักยภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความเข้าใจและสนับสนุนการทำงานของภาคีเครือข่ายในการดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer : CCT)

ขอบเขตงานประกอบด้วย:

  1. การวิเคราะห์และทบทวนกระบวนการสื่อสารที่ผ่านมาบนสื่อสังคมออนไลน์ (Facebook และ LINE Official Account) เพื่อยกระดับแผนการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  2. การออกแบบ พัฒนา และเผยแพร่เนื้อหาที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการ (ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง)
  3. การออกแบบและพัฒนากิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการพัฒนาคุณภาพการดำเนินงานโครงการ CCT
  4. การออกแบบและพัฒนากิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของครูแกนนำในการสื่อสารและสร้างเครือข่ายผู้ร่วมดำเนินงานโครงการ CCT

ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการมีแผนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เนื้อหาที่น่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย กิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และครูแกนนำที่มีศักยภาพในการสื่อสาร ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ CCT ให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

English summary

The project aims to develop content and activities on social media for the Equitable Education Fund (EEF) under the Education and Learning Support Plan. The goal is to enhance understanding and support the network in implementing the Conditional Cash Transfer (CCT) project.

The scope includes:

  1. Analyzing and reviewing past communication processes on social media (Facebook and LINE Official Account) to improve the communication plan.
  2. Designing, developing, and publishing engaging and useful content for the project’s main target audience.
  3. Designing and developing activities on social media to promote participation, learning exchange, and improve the quality of CCT project implementation.
  4. Designing and developing activities to enhance the capacity of core teachers in communication and build a network of CCT project implementers.

Expected outcomes include an effective communication plan, engaging content, participatory activities, and empowered core teachers in communication, all of which will support the CCT project’s goals.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อวิเคราะห์ ทบทวนกระบวนการสื่อสาร บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ที่นำไปสู่การยกระดับแผนการสื่อสาร (Media Plan) ที่มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด
  • เพื่อออกแบบ พัฒนา และเผยแพร่ เนื้อหา (Content) บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่ส่งเสริม และสนับสนุนการสร้างความเข้าใจและหนุนเสริมกระบวนการทำงานของภาคีเครือข่ายในการดำเนิน โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข
  • เพื่อออกแบบและพัฒนากิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่หนุนเสริมกระบวนการมีส่วน ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการดำเนินงาน ให้เกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนและเพิ่มคุณภาพการดำเนินโครงการ จัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข
  • เพื่อออกแบบและพัฒนากิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายภาคีเครือข่ายการทำงาน เพื่อส่งเสริม ทักษะการสื่อสารและสร้างเครือข่ายผู้ร่วมดำเนินงานโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข

ขอบเขตของงาน

  • วิเคราะห์และทบทวนกระบวนการสื่อสารออนไลน์ (Social Media) ของโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (Facebook Fanpage และ LINE Official Account)
  • จัดทำแผนการสื่อสาร (Media Plan) บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
  • ออกแบบ พัฒนาเนื้อหาและจัดทำอินโฟกราฟิกเพื่อใช้เผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสาร
  • ถอดบทเรียนและวิเคราะห์ผลการจัดทำเนื้อหา เพื่อวัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพและวางแผนพัฒนาเนื้อหาในอนาคต
  • ออกแบบและพัฒนากิจกรรมสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีส่วนร่วม ใน Facebook Fanpage และ LINE Official Account
  • ถอดบทเรียนและวิเคราะห์ผลการจัดกิจกรรม เพื่อวัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพและวางแผนพัฒนากิจกรรมในอนาคต
  • สำรวจและวิเคราะห์ต้นทุนการทำงานศักยภาพ และทักษะการสื่อสาร ของภาคีเครือข่ายครูแกนนำ
  • จัดทำแผนพัฒนาศักยภาพและแผนการดำเนินงานด้านการสื่อสารโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขร่วมกับภาคีเครือข่ายครูแกนนำอย่างมีส่วนร่วม
  • ออกแบบและพัฒนากิจกรรมสำหรับพัฒนาภาคีเครือข่ายครูแกนนำนักสื่อสารในการดำเนินงาน ในรูปแบบกิจกรรมออนไลน์ (Online) หรือ กิจกรรมในสถานที่จริง (On-site)
  • ติดตามและให้คำปรึกษาภาคีเครือข่ายครูแกนนำให้สามารถดำเนินงานตามแผนพัฒนาศักยภาพ และแผนการดำเนินงานด้านการสื่อสารโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ตลอดระยะเวลาสัญญาโครงการ
  • ถอดบทเรียนและวิเคราะห์ผลการจัดกิจกรรม เพื่อวัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพและวางแผนพัฒนากิจกรรมในอนาคต

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ผลการวิเคราะห์และทบทวนกระบวนการสื่อสารออนไลน์ (Social Media) ของโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗
  • แผนการสื่อสาร (Media Plan) บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของโครงการ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายปฏิบัติงานหลักอย่างมีประสิทธิภาพ
  • แผนปฏิบัติการ (Action Plan) ภาพรวมตลอดระยะเวลาสัญญา
  • รายงานสรุปผลความก้าวหน้าการดำเนินงาน งวดที่ ๑ ซึ่งมีเนื้อหารายงานตามที่กำหนด
  • รายงานสรุปผลการดำเนินงานตลอดโครงการ ซึ่งมีเนื้อหารายงานตามที่กำหนด

ระยะเวลาดำเนินการ

ภายใน ๒๕๒ วัน (ตั้งแต่วันที่ …….. ถึงวันที่……….)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Experience:
    • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานการรับจ้างงาน ประเภทเดียวกันกับขอบเขตของงานโครงการนี้ ซึ่งได้ส่งมอบพัสดุและมีผลการตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ โดยมีมูลค่างานในวงเงินไม่น้อยกว่า ๔๐๐,๐๐๐ บาท (สี่แสนแสนบาทถ้วน) ต่อ ๑ สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เชื่อถือ
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการนี้

เกณฑ์การพิจารณา

  • เกณฑ์ราคา: 20%
  • เกณฑ์คุณภาพ: 80%
    • (1) การวิเคราะห์และทบทวนกระบวนการสื่อสารออนไลน์ (Social Media) บนช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ประกอบด้วย Facebook Fanpage และ LINE Official Account ของโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขตามรายละเอียดหรือคุณลักษณะของงานข้อที่ ๔.๑ (๑) ในเบื้องต้น
    • (2) แผนปฏิบัติงานและกรอบแนวคิดการดำเนินงานเพื่อพัฒนาการสื่อสาร เนื้อหากิจกรรมและการบริหารจัดการสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ในเบื้องต้น
    • (3) ประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานพัฒนาและบริหารจัดการสื่อสังคมออนไลน์ช่องทาง Facebook Fanpage และ LINE Official Account โครงการ
    • (4) โครงสร้างการบริหารจัดการและโครงสร้างทีมดำเนินงาน

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการพัฒนาเนื้อหาและกิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ภายใต้แผนงานสนับสนุนการศึกษาและการเรียนรู้ให้เต็มศักยภาพ ตามวัตถุประสงค์ข้อ ๒.๑ – ๒.๔ แบ่งรายละเอียดของงานเป็น ๔ ส่วน ตามที่ระบุในขอบเขตงาน

เงื่อนไขสัญญา

  • แบ่งการส่งมอบ ออกเป็นงวด จำนวน ๓ งวด และแบ่งการชำระเงินออกเป็นงวด จำนวน ๓ งวด ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในเอกสาร TOR
  • ค่าปรับ กรณีส่งมอบงานล่าช้า คิดเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑ ของราคางานจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: โครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือใคร?
    • ตอบ: กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการคือ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครู บุคลากรและหน่วยกำกับติดตามระดับพื้นที่ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (CCT).

    • ถาม: เนื้อหาที่ใช้ในการสื่อสารต้องมีลักษณะอย่างไร?

    • ตอบ: เนื้อหาที่ใช้ในการสื่อสารจะต้องผ่านการตรวจสอบที่มาและความถูกต้องของข้อมูล มีแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ ห้ามเป็นการคัดลอกหรือมีการละเมิดลิขสิทธิ์โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

    • ถาม: กิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ต้องมีลักษณะอย่างไร?

    • ตอบ: กิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง สร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ปฏิบัติงาน

    • ถาม: แผนพัฒนาศักยภาพครูแกนนำต้องมีลักษณะอย่างไร?

    • ตอบ: แผนพัฒนาศักยภาพครูแกนนำควรมุ่งเน้นการส่งเสริมทักษะการสื่อสาร สร้างเครือข่ายผู้ร่วมดำเนินงานโครงการ CCT และสอดคล้องกับความต้องการและบริบทของครูแกนนำ

    • ถาม: จะเกิดอะไรขึ้นหากส่งมอบงานล่าช้า?

    • ตอบ: หากส่งมอบงานล่าช้า จะต้องชำระค่าปรับให้แก่ กสศ. ในอัตราร้อยละ ๐.๑ ของราคางานจ้างนั้น แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท

    • ถาม: กรรมสิทธิ์ในผลงานที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้เป็นของผู้ใด?

    • ตอบ: ผลงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ (ข้อมูล รายงาน เอกสาร ผลการศึกษา ฯลฯ) จะเป็นกรรมสิทธิ์ของ กสศ.

    • ถาม: หากต้องการนำสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของ กสศ. ไปใช้ต้องทำอย่างไร?

    • ตอบ: หากต้องการนำสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของ กสศ. ไปใช้ จะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจาก กสศ. ก่อน

    • ถาม: หากมีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องทำอย่างไร?

    • ตอบ: หากพบพฤติการณ์ที่มีลักษณะที่กระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องแจ้งให้ กสศ. ทราบภายใน 48 ชั่วโมง

    • ถาม: จะเกิดอะไรขึ้นหากผู้รับจ้างละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ค่าปรับ หรือความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว

    • ถาม: ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการประมวลผลจะต้องถูกเก็บรักษาไว้นานเท่าใด?

    • ตอบ: ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการประมวลผลจะต้องถูกลบหรือทำลายทันทีเมื่อประมวลผลเสร็จสิ้น หรือเมื่อสัญญาหลักสิ้นสุดลง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

เอกสารแนบประกวดราคา
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการ : จัดจ้างพัฒนาเนื้อหาและกิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)
ภายใต้แผนงานสนับสนุนการศึกษาและการเรียนรู้ให้เต็มศักยภาพ
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
๑. ความเป็นมา
โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer : CCT) อยู่ภายใต้การดำเนินงาน ของสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งได้ดำเนินการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข แก่นักเรียนทุนเสมอภาค ในสถานศึกษา ๖ สังกัด คือ สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) สังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กลุ่มนำร่องในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสังกัดกรุงเทพมหานคร
การดำเนินงานโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer : CCT) ที่ผ่านมา ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายการทำงานของหน่วยจัดการศึกษาแต่ละสังกัด ตลอดจนกลุ่มเป้าหมายระดับ ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครู บุคลากรและหน่วยกำกับติดตามระดับพื้นที่ โดยยึดหลักการสำคัญของการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง กสศ. และ ภาคีเครือข่ายการทำงาน คือ การสร้างพันธมิตร ในการทำงานและส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วม โดยใช้กระบวนการสื่อสารเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างการรับรู้ และสร้างความเข้าใจต่อกระบวนการดำเนินงาน ตลอดจนการสร้างพื้นที่และกิจกรรมสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่าง กสศ. และภาคีเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เพื่อสนับสนุนการทำงาน ของภาคีเครือข่าย ๒ ช่องทางหลัก คือ Facebook Fanpage มีผู้ติดตามจำนวน ๑๓๘,๙๖๐ คน และ LINE
Official Account มีผู้ติดตามจำนวน ๓๗,๕๖๗ คน
ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างความเข้าใจและหนุนเสริมกระบวนการทำงานของภาคี เครือข่ายในการดำเนินโครงการด้วยกระบวนการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของ โครงการจัดสรร เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer : CCT) เกิดประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง จึงต้องมีการวาง แผนการสื่อสาร พัฒนาเนื้อหา และบริหารจัดการ สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) โดยงานแบ่งเป็น ๓ ส่วน ประกอบด้วย ส่วนแรก วิเคราะห์ ทบทวนกระบวนการสื่อสารที่ผ่านมา และ วางแผนการสื่อสาร (Media Plan) เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ส่วนที่สอง ออกแบบ พัฒนา และ เผยแพร่ เนื้อหา (Content) บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายการทำงานหลักของ โครงการ และ ส่วนที่สาม ออกแบบและพัฒนากิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ให้เกิดกระบวนการมี ส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายการทำงาน ในเชิงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเพิ่มคุณภาพการดำเนินงานของโครงการ และ ส่วนสุดท้าย ออกแบบและพัฒนากิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายภาคีเครือข่ายการทำงาน เพื่อส่งเสริม ทักษะการสื่อสารและสร้างเครือข่ายผู้ร่วมดำเนินงานโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข

  • ๒ -
    ๒. วัตถุประสงค์
    ๒.๑เพื่อวิเคราะห์ ทบทวนกระบวนการสื่อสาร บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของโครงการจัดสรรเงิน อุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ที่นำไปสู่การยกระดับแผนการสื่อสาร (Media Plan) ที่มีประสิทธิภาพและเกิดผล สัมฤทธิ์สูงสุด
    ๒.๒ เพื่อออกแบบ พัฒนา และเผยแพร่ เนื้อหา (Content) บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่ส่งเสริม และสนับสนุนการสร้างความเข้าใจและหนุนเสริมกระบวนการทำงานของภาคีเครือข่ายในการดำเนิน โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข
    ๒.๓ เพื่อออกแบบและพัฒนากิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่หนุนเสริมกระบวนการมีส่วน ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการดำเนินงาน ให้เกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนและเพิ่มคุณภาพการดำเนินโครงการ จัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข
    ๒.๔ เพื่อออกแบบและพัฒนากิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายภาคีเครือข่ายการทำงาน เพื่อส่งเสริม ทักษะการสื่อสารและสร้างเครือข่ายผู้ร่วมดำเนินงานโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข
    ๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวเนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    ๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    ๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๓.๗ มีสถานะเป็น
    □ บุคคลธรรมดา ☑ นิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุหรือผู้มีอาชีพรับจ้างงาน ที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน กับขอบเขตของงานโครงการนี้
    ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอ ให้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา ณ วันยื่นข้อเสนอหรือวันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็น การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการยื่นข้อเสนอหรือการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มี คำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
  • ๓ -
    ๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลง ระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
    สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า ๓.๑๑ ☑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองผลงาน □ ไม่กำหนดเป็นคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ □ การจำหน่ายพัสดุ ประเภทเดียวกันกับขอบเขตของงานโครงการนี้ซึ่งได้ส่งมอบพัสดุและมีผลการ ตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน…..ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอโดยมีมูลค่างานในวงเงิน ไม่น้อยกว่า …………………. บาท (……………………..) ต่อ ๑ สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เชื่อถือ
    ☑ รับจ้างงาน ประเภทเดียวกันกับขอบเขตของงานโครงการนี้ ซึ่งได้ส่งมอบพัสดุและมีผลการตรวจรับ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอโดยมีมูลค่างานในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๔๐๐,๐๐๐ บาท (สี่แสนแสนบาทถ้วน) ต่อ ๑ สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เชื่อถือ
    ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๓.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก
    ๓.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
    (๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ตํ่ากว่า ๑ ล้านบาท
    (๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
  • ๔ -
    (๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๓ ล้านบาท
    (๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๘ ล้านบาท
    (๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๒๐ ล้านบาท
    (๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๖๐ ล้านบาท
    (๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
    (๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ตํ่ากว่า ๒๐๐ ล้านบาท
    ๓.๑๒.๓ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการนี้หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง โดยหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่น ข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอต้องมีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรอง บัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง โดยหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่ง ธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันลงนามในสัญญาหรือใบสั่งจ้างต้องมีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๓.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ ๓.๑๒.๑ ข้อ ๓.๑๒.๒ และข้อ ๓.๑๒.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางของประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการนี้หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ สำหรับธนาคารภายในประเทศหนังสือรับรอง วงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด ๓.๑๒.๕ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ตามข้อ ๓.๑๒.๒ ข้อ ๓.๑๒.๓ และข้อ ๓.๑๒.๔ มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยกำหนดในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันเสนอราคา
  • ๕ -
    ๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ๓.๑๔ …………………………………….. (คุณสมบัติอื่น)……………………………………..
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นตามข้อ ๓. ก่อน กสศ. จึงจะนำข้อเสนอโครงการ มาพิจารณาคัดเลือกต่อไป
    ๔. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะดำเนินการจัดซื้อ หรือขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกต้องดำเนินการ/ให้บริการ ดังนี้ โครงการพัฒนาเนื้อหาและกิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ภายใต้แผนงานสนับสนุน การศึกษาและการเรียนรู้ให้เต็มศักยภาพ ตามวัตถุประสงค์ข้อ ๒.๑ – ๒.๔ แบ่งรายละเอียดของงานเป็น ๔ ส่วน ดังนี้ ๔.๑.๑ การวิเคราะห์และทบทวนกระบวนการสื่อสาร บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของ โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข เพื่อยกระดับแผนการสื่อสาร (Media Plan) บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด ประกอบด้วย
    (๑) วิเคราะห์และทบทวนกระบวนการสื่อสารออนไลน์ (Social Media) ของโครงการจัดสรรเงิน อุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ประกอบด้วย ช่องทางสื่อสาร Facebook Fanpage ของโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมี เงื่อนไข ๓ สังกัด ได้แก่ เพจการคัดกรองนักเรียนยากจน เพจระบบคัดกรองเพื่อความเสมอภาค โรงเรียน อปท. และ เพจระบบคัดกรองเพื่อความเสมอภาค โรงเรียน ตชด. และ LINE Official Account (@cctthailand) ของโครงการ จัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข จำนวน ๑ งาน
    (๒) แผนการสื่อสาร (Media Plan) บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ปฏิบัติงานหลักและภาคีเครือข่ายการดำเนินงานโครงการ ตลอดระยะเวลาโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ จำนวน ๑ งาน ๔.๑.๒ ออกแบบ พัฒนา และเผยแพร่ เนื้อหา บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่ส่งเสริมและ สนับสนุนการสร้างความเข้าใจและหนุนเสริมกระบวนการทำงานของภาคีเครือข่ายในการดำเนินโครงการจัดสรร เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
    (๑) ออกแบบ พัฒนาเนื้อหาและจัดทำอินโฟกราฟิกเพื่อใช้เผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสารโครงการ จัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับเผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage และ LINE Official Account โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย การถอดบทเรียนวิธีการดำเนินงานโครงการองค์ความรู้ ประสบการณ์ผู้ปฏิบัติทั้งในและต่างประเทศ และแนวทางเสริมสร้างแรงจูงใจของผู้ปฏิบัติงานในการดำเนินงาน จำนวน ๒๐ งาน
    (๒) ถอดบทเรียนและวิเคราะห์ผลการจัดทำเนื้อหา เพื่อวัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพและวางแผนพัฒนา เนื้อหาในอนาคต จำนวน ๑ งาน
  • ๖ -
    ๔.๑.๓ ออกแบบและพัฒนากิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่หนุนเสริมกระบวนการมี ส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายในการดำเนินงาน ให้เกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนและเพิ่มคุณภาพการดำเนินโครงการ จัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
    (๑) ออกแบบและพัฒนากิจกรรมสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีส่วนร่วม ใน Facebook Fanpage ของโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ๓ สังกัด และ LINE Official Account ของโครงการจัดสรร เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจของผู้ปฏิบัติงาน ในรูปแบบแคมเปญหรือกิจกรรมต่อเนื่องระยะยาว ตลอดสัญญาโครงการ จำนวน ๑ งาน หรือ กิจกรรมระยะสั้นจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ กิจกรรมตลอดระยะเวลา สัญญาโครงการ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ คน
    (๒) ถอดบทเรียนและวิเคราะห์ผลการจัดกิจกรรม เพื่อวัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพและวางแผนพัฒนา กิจกรรมในอนาคต จำนวน ๑ งาน
    ๔.๑.๔ ออกแบบและพัฒนากิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายภาคีเครือข่ายการทำงาน เพื่อ ส่งเสริมทักษะการสื่อสารและสร้างเครือข่ายผู้ร่วมดำเนินงานโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) สำรวจและวิเคราะห์ต้นทุนการทำงานศักยภาพ และทักษะการสื่อสาร ของภาคีเครือข่ายครู แกนนำ เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนการพัฒนาศักยภาพและแผนการดำเนินงานด้านการสื่อสารโครงการจัดสรรเงิน อุดหนุนแบบมีเงื่อนไขร่วมกับ กสศ. จำนวน ๑ งาน
    (๒) จัดทำแผนพัฒนาศักยภาพและแผนการดำเนินงานด้านการสื่อสารโครงการจัดสรรเงินอุดหนุน แบบมีเงื่อนไขร่วมกับภาคีเครือข่ายครูแกนนำอย่างมีส่วนร่วม จำนวน ๑ งาน
    (๓) ออกแบบและพัฒนากิจกรรมสำหรับพัฒนาภาคีเครือข่ายครูแกนนำนักสื่อสารในการดำเนินงาน ในรูปแบบกิจกรรมออนไลน์ (Online) หรือ กิจกรรมในสถานที่จริง (On-site) ที่สอดคล้องตามความเหมาะสมและ บริบทของกิจกรรม จำนวนอย่างน้อย ๒ งาน
    (๔) ติดตามและให้คำปรึกษาภาคีเครือข่ายครูแกนนำให้สามารถดำเนินงานตามแผนพัฒนาศักยภาพ และแผนการดำเนินงานด้านการสื่อสารโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ตลอดระยะเวลาสัญญาโครงการ (๕) ถอดบทเรียนและวิเคราะห์ผลการจัดกิจกรรม เพื่อวัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพและวางแผนพัฒนา กิจกรรมในอนาคต จำนวน ๑ งาน
    หมายเหตุ : เนื้อหาที่ใช้ในการสื่อสารจะต้องผ่านการตรวจสอบที่มาและความถูกต้องของข้อมูล มีแหล่งอ้างอิง ที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ ห้ามเป็นการคัดลอกหรือมีการละเมิดลิขสิทธิ์โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ต้อง มีการเสนอ แนวคิดแผนการดำเนินงานและเนื้อหาและรูปแบบการสื่อสาร ให้ทางสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทาง การศึกษาพิจารณาทุกครั้งก่อนการสื่อสารและเผยแพร่เนื้อหา
    ๔.๒ ข้อเสนออื่น ๆ
    ๔.๒.๑………….-………….

๕. ระยะเวลาการดำเนินการ (รวมทั้งโครงการ)
☑ ภายใน ๒๕๒ วัน (ตั้งแต่วันที่ …….. ถึงวันที่……….)
□ ภายในวันที่ ……….. ถึงวันที่ …………

  • ๗ -
    ๖. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุหรือผลงาน
    ☑ ภายใน ๒๕๒ วัน
    □ ภายในวันที่…………เดือน……….……….ปี…………..
    ๗. งวดงาน งวดเงิน และเงื่อนไขการจ่ายเงิน
    ๗.๑ งวดงาน งวดเงิน
    □ ส่งมอบครั้งเดียว
    ☑ แบ่งการส่งมอบ ออกเป็นงวด จำนวน ..๓.. งวด และแบ่งการชำระเงินออกเป็นงวด จำนวน ..๓.. งวด ดังนี้
    งวดที่
    พัสดุ/ผลงานที่ต้องส่งมอบ
    จำนวน
    ระยะเวลาการ
    ส่งมอบผลงาน
    งวดเงิน
    ร้อยละ
    ๑.
    โดยส่งมอบเป็นไฟล์ PDF ส่งเข้าใน Share Drive ตามที่ กสศ.ได้แจ้งไว้ ประกอบด้วย

  • ผลการวิเคราะห์และทบทวนกระบวนการสื่อสาร ออนไลน์ (Social Media) ของโครงการจัดสรรเงิน อุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗ - แผนการสื่อสาร (Media Plan) บนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของโครงการ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ปฏิบัติงานหลักอย่างมีประสิทธิภาพ

  • แผนปฏิบัติการ (Action Plan) ภาพรวมตลอด ระยะเวลาสัญญา
    (สามารถส่งมอบผลงานมาที่ Email address: [email protected] หรือส่งมอบผลงานเป็นเอกสาร ได้ที่สำนักงาน กสศ.)
    ๑ งวด
    ภายใน ๓๗ วัน นับถัดจากวันลง นามสัญญา
    ร้อยละ ๓๐
    ของวงเงิน
    จัดซื้อจัดจ้าง
    ๒.
    โดยส่งมอบเป็นไฟล์ PDF ส่งเข้าใน Share Drive ตามที่ กสศ.ได้แจ้งไว้ประกอบด้วย

  • รายงานสรุปผลความก้าวหน้าการดำเนินงาน งวดที่ ๑ ซึ่งมีเนื้อหารายงาน ดังนี้
    ๑) ออกแบบ พัฒนาเนื้อหาและจัดทำ อินโฟกราฟิกเพื่อใช้เผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสาร โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ในรูปแบบ เผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage และ LINE Official Account โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย การถอด บทเรียนวิธีการดำเนินงานโครงการ องค์ความรู้
    ๑ งวด
    ภายใน ๑๒๙ วัน นับถัดจากวันลง นามสัญญา
    ร้อยละ ๔๐
    ของวงเงิน
    จัดซื้อจัดจ้าง

  • ๘ -

    ประสบการณ์ผู้ปฏิบัติทั้งในและต่างประเทศ และ แนวทางเสริมสร้างแรงจูงใจของผู้ปฏิบัติงานในการ ดำเนินงาน จำนวนไม่น้อยกว่า ๘ งาน
    ๒) ความก้าวหน้าการออกแบบและพัฒนา กิจกรรมสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีส่วน ร่วม ใน Facebook Fanpage ของโครงการจัดสรรเงิน อุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ๓ สังกัด และ LINE Official
    Account ของโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมี เงื่อนไข จำนวน ๑ งาน
    ๓) ผลสำรวจและวิเคราะห์ต้นทุนการทำงาน ศักยภาพ และทักษะการสื่อสาร ของภาคีเครือข่ายครู แกนนำ เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนการพัฒนาศักยภาพ และแผนการดำเนินงานด้านการสื่อสารโครงการ จัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขร่วมกับ กสศ. จำนวน ๑ งาน
    ๔) แผนพัฒนาศักยภาพและแผนการ ดำเนินงานด้านการสื่อสารโครงการจัดสรรเงิน อุดหนุนแบบมีเงื่อนไขร่วมกับภาคีเครือข่ายครูแกนนำ อย่างมีส่วนร่วม จำนวน ๑ งาน
    (สามารถส่งมอบผลงานมาที่ Email address: [email protected] หรือส่งมอบผลงานเป็นเอกสาร ได้ที่สำนักงาน กสศ.)

    ๓.
    โดยส่งมอบเป็นรูปเล่มรายงาน ๑ เล่ม พร้อมไฟล์ PDF ที่เนื้อหาตรงกับเล่มรายงาน ส่งเข้าใน Share Drive ตามที่ กสศ.ได้แจ้งไว้ประกอบด้วย

  • รายงานสรุปผลการดำเนินงานตลอดโครงการ ซึ่งมี เนื้อหารายงาน ดังนี้
    ๑) รายงานผลการดำเนินงาน ออกแบบ พัฒนาเนื้อหาและจัดทำอินโฟกราฟิกเพื่อใช้เผยแพร่ ผ่านช่องทางสื่อสารโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมี เงื่อนไข ในรูปแบบเผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage และ LINE Official Account โดยมีเนื้อหา ประกอบด้วย การถอดบทเรียนวิธีการดำเนินงาน
    ๑ งวด
    ภายใน ๒๕๒ วัน นับถัดจากวันลง นามสัญญา
    ร้อยละ ๓๐
    ของวงเงิน
    จัดซื้อจัดจ้าง

  • ๙ -

    โครงการ องค์ความรู้ ประสบการณ์ผู้ปฏิบัติทั้งในและ ต่างประเทศ และแนวทางเสริมสร้างแรงจูงใจของ ผู้ปฏิบัติงานในการดำเนินงาน ตามรายละเอียดหรือ คุณลักษณะเฉพาะของงานข้อที่ ๔.๑.๒
    ๒) รายงานผลการดำเนินงาน ออกแบบและ พัฒนากิจกรรมสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องอย่าง มีส่วนร่วม ใน Facebook Fanpage ของโครงการ จัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ๓ สังกัด และ
    LINE Official Account ของโครงการจัดสรรเงิน อุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ตามรายละเอียดหรือคุณ ลักษณะเฉพาะของงานข้อที่ ๔.๑.๓
    ๓) รายงานผลการออกแบบและพัฒนากิจกรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายภาคีเครือข่ายการ ทำงาน เพื่อส่งเสริมทักษะการสื่อสารและสร้าง เครือข่ายผู้ร่วมดำเนินงานโครงการจัดสรรเงินอุดหนุน แ บ บ ม ี เ ง ื ่ อ น ไ ข ต า ม ร า ย ล ะ เ อ ีย ด ห ร ือคุณ ลักษณะเฉพาะของงานข้อที่ ๔.๑.๔
    (สามารถส่งมอบผลงานมาที่ Email address: [email protected] หรือส่งมอบผลงานเป็นเอกสาร ได้ที่สำนักงาน กสศ.)

ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก (ซึ่งต่อไปรวมเรียกว่า “ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง”) จะต้องส่งมอบใบแจ้งหนี้มาพร้อมกับใบส่งของหรือหนังสือส่งมอบงานภายในวันเดียวกัน หรือ ภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันที่ส่งมอบพัสดุหรือผลงาน ทั้งนี้ การนำส่งใบแจ้งหนี้ล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่า ผู้ขาย/ผู้รับจ้างยังมิได้มีการส่งมอบพัสดุหรือผลงานภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญาหรือหรือใบสั่งจ้าง
๗.๒ เงื่อนไขการจ่ายเงิน
เมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานชื้อหรืองานจ้างได้ตรวจรับพัสดุ/ผลงานไว้โดยชอบแล้ว กสศ. จะดำเนินการ เบิกจ่ายเงินงวดค่าพัสดุ/ค่าผลงาน เป็นเงินจำนวนตามสัดส่วนของพัสดุ/ผลงานที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ได้ตรวจรับไว้ให้แก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง โดยวิธีการโอนเงินค่าพัสดุ/ค่าผลงาน ที่ได้หักค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าปรับ ค่าเสียหาย ภาษี ณ ที่จ่าย และภาษีอากรอื่นทั้งปวง รวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นใด (ถ้ามี) แล้วเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารชื่อบัญชีของผู้ขาย/ผู้รับจ้างเท่านั้น
๘. วงเงินงบประมาณในการจัดหา
ใช้เงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ จำนวนเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท

  • ๑๐ -
    ๙. อัตราค่าปรับ
    กรณีผู้ขาย/ผู้รับจ้างมิได้ส่งมอบพัสดุหรือผลงานภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ถือว่าผู้ขาย/ ผู้รับจ้างกระทำผิดสัญญาและจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ กสศ. ดังนี้
    □ กรณีผลสำเร็จของงานเป็นรายงวด ต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๒ ของราคาพัสดุที่ยัง ไม่ได้รับมอบ หรือของราคางานจ้างนั้น
    ☑ กรณีผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน ต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑ ของราคางานจ้าง นั้นแต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท
    ๑๐. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง (ถ้ามี)
    ๑๐.๑ ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของพัสดุ/ผลงานที่ส่งมอบ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับถัดจากวันที่ กสศ. ได้ตรวจรับพัสดุ
    ๑๐.๒ กรณี กสศ. แจ้งให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างดำเนินการแก้ไขพัสดุ/ผลงานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนด ในสัญญา/ใบสั่งจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็น ลายลักษณ์อักษรจาก กสศ.
    ๑๑. สถานที่ส่งมอบพัสดุ
    ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือสถานที่อื่นใดตามที่ กสศ. กำหนด
    ๑๒. เงินประกันผลงาน (ถ้ามี)
    □ มีการหักเงินที่จะจ่ายค่าพัสดุ/ค่าจ้างแต่ละงวดในอัตราร้อยละ ๕ ของงวดนั้น และ กสศ. จะคืนเงินประกัน ผลงานดังกล่าวให้โดยไม่มีดอกเบี้ยพร้อมกับการจ่ายเงินค่าพัสดุ/ค่าจ้างในงวดสุดท้าย
    ☑ ไม่มี
    ๑๓. วิธีที่จะจัดซื้อจัดจ้าง
    ☑ วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป
    □ วิธีคัดเลือก
    □ วิธีเฉพาะเจาะจง
    ๑๔. รูปแบบการเสนอราคา
    □ แบบทั่วไป คือ การเสนอเอกสารคุณสมบัติและเทคนิคพร้อมกับใบเสนอราคา (พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ โดยใช้เกณฑ์ราคา)
    ☑ แบบ ๒ ซอง คือ การแยกเอกสารทางเทคนิคกับใบเสนอราคาออกจากกัน (พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้ เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น)
  • ๑๑ -
    ๑๕. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    □ เกณฑ์ราคา
    ☑ เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (กรอกสัดส่วนน้ำหนัก ข้อ ๑๕.๑ และกรอกเกณฑ์คุณภาพ ข้อ ๑๕.๒)
    ๑๕.๑ การกำหนดสัดส่วนของน้ำหนักในการให้คะแนนระหว่างเกณฑ์ราคาและเกณฑ์อื่นเพื่อใช้ในการประเมิน การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
  • เกณฑ์ราคา
    กำหนดน้ำหนักร้อยละ ๒๐
    • เกณฑ์อื่น (เกณฑ์คุณภาพ)
      กำหนดน้ำหนักร้อยละ ๘๐

๑๕.๒ การกำหนดเกณฑ์การพิจารณาย่อยในการให้คะแนนของแต่ละเกณฑ์คุณภาพ ตามข้อ ๑๕.๑
เกณฑ์คุณภาพและเกณฑ์ย่อย
คะแนน
(๑)
การวิเคราะห์และทบทวนกระบวนการสื่อสารออนไลน์ (Social Media) บน ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ประกอบด้วย Facebook Fanpage และ LINE Official Account ของโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขตาม รายละเอียดหรือคุณลักษณะของงานข้อที่ ๔.๑ (๑) ในเบื้องต้น

  • วิเคราะห์และทบทวนกระบวนการสื่อสารออนไลน์ (Social Media) บน ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของโครงการจัดสรรเงินอุดหนุน แบบมีเงื่อนไข จำนวน ๒ ช่องทาง (๓๐ คะแนน)

  • วิเคราะห์และทบทวนกระบวนการสื่อสารออนไลน์ (Social Media) บน ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของโครงการจัดสรรเงินอุดหนุน แบบมีเงื่อนไข จำนวน ๑ ช่องทาง (๑๕ คะแนน)

  • ไม่มีวิเคราะห์และทบทวนกระบวนการสื่อสารออนไลน์ (Social Media) บน ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของโครงการจัดสรรเงินอุดหนุน แบบมีเงื่อนไข (๐ คะแนน)
    ๓๐
    (๒)
    แผนปฏิบัติงานและกรอบแนวคิดการดำเนินงานเพื่อพัฒนาการสื่อสาร เนื้อหากิจกรรมและการบริหารจัดการสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ในเบื้องต้น - แผนปฏิบัติงานและกรอบแนวคิดการดำเนินงานเพื่อพัฒนาการสื่อสาร เนื้อหากิจกรรม และการบริหารจัดการสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ครอบคลุมรายละเอียดหรือคุณลักษณะของงานข้อที่ ๔.๑ จำนวน ๔ ข้อ (๓๐ คะแนน)

  • แผนปฏิบัติงานและกรอบแนวคิดการดำเนินงานเพื่อพัฒนาการสื่อสาร เนื้อหากิจกรรม และการบริหารจัดการสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ครอบคลุมรายละเอียดหรือคุณลักษณะของงานข้อที่ ๔.๑ จำนวน ๓ ข้อ (๒๐ คะแนน)
    ๓๐

  • ๑๒ -

    • แผนปฏิบัติงานและกรอบแนวคิดการดำเนินงานเพื่อพัฒนาการสื่อสาร เนื้อหากิจกรรม และการบริหารจัดการสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ครอบคลุมรายละเอียดหรือคุณลักษณะของงานข้อที่ ๔.๑ จำนวน ๑ - ๒ ข้อ (๑๐ คะแนน)
  • ไม่มีแผนการดำเนินงานและกรอบแนวคิด (๐ คะแนน)

    (๓)
    ประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานพัฒนาและบริหารจัดการสื่อ สังคมออนไลน์ช่องทาง Facebook Fanpage และ LINE Official Account โครงการ

  • ประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานพัฒนาและบริหาร จัดการสื่อสังคมออนไลน์ Facebook Fanpage หรือ LINE Official Account โครงการ จำนวน มากกว่า ๔ งานขึ้นไป (๓๐ คะแนน)

  • ประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานพัฒนาและบริหาร จัดการสื่อสังคมออนไลน์ Facebook Fanpage หรือ LINE Official Account โครงการ จำนวน ๓ - ๔ งาน (๒๐ คะแนน)

  • ประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานพัฒนาและบริหาร จัดการสื่อสังคมออนไลน์ Facebook Fanpage หรือ LINE Official Account โครงการ จำนวน ๑ - ๒ งาน (๑๐ คะแนน)

  • ไม่มีประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานพัฒนาและบริหาร จัดการสื่อสังคมออนไลน์ Facebook Fanpage และ LINE Official Account โครงการ (๐ คะแนน)
    ๓๐
    (๔)
    โครงสร้างการบริหารจัดการและโครงสร้างทีมดำเนินงาน

  • กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะทำงาน/บุคลากรในการปฏิบัติงานได้อย่าง ชัดเจน พร้อมแสดงโครงสร้างการทำงานของโครงการตามขอบเขตงานที่ กำหนดได้อย่างเหมาะสมและครบถ้วน (๑๐ คะแนน)

  • กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะทำงาน/บุคลากรในการปฏิบัติงานได้อย่าง ชัดเจน แต่แสดงโครงสร้างการทำงานของโครงการตามขอบเขตงานที่กำหนด ไม่ชัดเจนไม่ครบถ้วน (๘ คะแนน)

  • กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะทำงาน/บุคลากรในการปฏิบัติงานไม่ชัดเจนไม่ ครบถ้วน แต่แสดงโครงสร้างการทำงานของโครงการตามขอบเขตงานที่ กำหนดได้อย่างชัดเจน (๘ คะแนน)

  • กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะทำงาน/บุคลากรในการปฏิบัติงานและ แสดงโครงสร้างการทำงานของโครงการตามขอบเขตงานที่กำหนด แต่ยังไม่ ชัดเจน (๕ คะแนน)
    ๑๐

  • ๑๓ -

    • กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะทำงาน/บุคลากรในการปฏิบัติงานไม่ชัดเจน และไม่ได้จัดทำรายละเอียดของโครงสร้างการทำงานของโครงการ (๓ คะแนน)
  • แสดงรายละเอียดโครงสร้างการทำงานของโครงการตามขอบเขตงานที่ กำหนด แต่ไม่ได้จัดทำบทบาทหน้าที่ของคณะทำงาน/บุคลากรในการ ปฏิบัติงาน (๓ คะแนน)

  • ไม่ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรในการปฏิบัติงานและไม่ได้แสดง โครงสร้างการทำงาน (๐ คะแนน)

    คะแนนรวม
    ๑๐๐

ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนเกณฑ์คุณภาพ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป จะถือว่าเป็นผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณา คัดเลือกข้อเสนอ
หมายเหตุ :
(๑) คณะกรรมการฯ ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจำนวน หรือประเภท หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการจัดซื้อ จัดจ้างโดยไม่พิจารณาคัดเลือกก็ได้ ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของ กสศ. และเป้าหมายของงานเป็นสำคัญ
และให้ถือว่าการตัดสินของคณะกรรมการฯ เป็นที่สุด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้ (๒) กรณีมีผู้ผ่านเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นได้คะแนนรวมเท่ากันหลายราย กสศ. ขอสงวนสิทธิ ในการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนเกณฑ์คุณภาพสูงสุดเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ที่ได้รับคัดเลือก
๑๖. กำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน
๑๗. กำหนดวันทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก กสศ.
๑๘. สถานที่จัดส่งเอกสาร/ติดต่อสอบถามข้อมูล
สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
ผู้ประสานงาน: นางสาวขจีพรรณ ดาศรี
โทรศัพท์: ๐๖๒-๔๑๖๘๖๒๙
อีเมล: [email protected]
๑๙. การบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ
๑๙.๑ ถ้าผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ไม่ทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่ส่งมอบพัสดุ/ไม่ส่งมอบงานให้เป็นไป ตามกำหนดในสัญญาหรือใบสั่งจ้างกสศ. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้าง และไม่จ่ายเงินค่าพัสดุ/ค่าจ้างทั้งหมดของงวด งานที่ล่าช้าได้

  • ๑๔ -
    ๑๙.๒ กสศ. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้างได้ ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุ/พัสดุ ตามสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานอีกต่อไป หรือในกรณีการดำเนินงานหรือรับมอบพัสดุ/ผลงานตามสัญญาหรือใบสั่งจ้างต่อไป จะไม่เป็นประโยชน์แก่ กสศ. ทั้งนี้ กสศ. จะพิจารณาตรวจรับพัสดุ/ผลงาน และเบิกจ่ายเงินค่าพัสดุ/ค่าจ้างตามความเป็นจริง โดยคำนวณตามจำนวนพัสดุ/ปริมาณงาน ที่ได้ดำเนินการหรือตรวจรับไว้โดยชอบแล้ว
    ๑๙.๓ กสศ. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้างถ้าเห็นว่าผู้ขาย/ผู้รับจ้างมิได้ปฏิบัติงานด้วยความชำนาญหรือมิได้ ปฏิบัติตามข้อสัญญาหรือใบสั่งจ้างข้อหนึ่งข้อใด และเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ในกรณีเช่นนี้ กสศ. จะบอก กล่าวให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างทราบ เมื่อผู้ขาย/ผู้รับจ้างได้รับหนังสือบอกกล่าวนั้นแล้ว ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องหยุดปฏิบัติงานทันที
    ๑๙.๔ กสศ. อาจมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าเมื่อใดก็ได้ว่า กสศ. มีเจตนาที่จะระงับการทำงาน ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือจะบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ในกรณีการบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้างดังกล่าว จะมีผลในเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน นับจากวันที่ผู้ขาย/ผู้รับจ้างได้รับหนังสือบอกกล่าวนั้น เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องหยุดปฏิบัติงานทันที
    ๑๙.๕ หากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง และพนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทน หรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับมอบหมายของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง (ซึ่งต่อไปรวมเรียกว่า “ลูกจ้าง”) กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำผิดสัญญาหรือใบสั่งจ้าง โดยมิชอบ โดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ ทำให้ กสศ. ได้รับความเสียหาย ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ตกลงยินยอมให้ กสศ. ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือ ใบสั่งจ้าง และมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง โดยให้ กสศ. มีสิทธินำค่าเสียหายมาหักออกจากค่าพัสดุ /ค่าจ้างได้ และหากยังไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้น กสศ. มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง จนกว่า จะได้รับครบจำนวน
    ๒๐. ข้อมูลส่วนบุคคล
    ๒๐.๑ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ตกลงจะศึกษาและรับทราบนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กสศ. นโยบาย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับคู่สัญญา รวมถึงนโยบายและประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของ กสศ. ทั้งที่มีผลใช้บังคับอยู่ในขณะนี้ รวมถึงที่จะมีผลใช้บังคับต่อไปภายหน้า โดยผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลง ปฏิบัติตามนโยบายและประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงจะติดตามนโยบายและประกาศ ดังกล่าวของ กสศ. ที่เว็บไซต์ของ กสศ. (www.eef.or.th)
    ๒๐.๒ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และเงื่อนไขในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    ๒๐.๒.๑ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    □ การดำเนินงานของโครงการนี้ไม่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    🗹 การดำเนินงานของโครงการนี้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคล (ซึ่งต่อไปนี้รวมเรียกว่า “ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) โดยมีรายละเอียดตามรายการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลเอกสารแนบท้ายขอบเขตงานนี้
    ทั้งนี้ กรณีมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่ จำเป็นเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการตามรายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดไว้
  • ๑๕ -
    ในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงตกลงจะดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    ๒๐.๒.๒ กรณีการดำเนินงานตามโครงการนี้ไม่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแต่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือกรณีที่โครงการนี้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแต่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือหรือเกินไปจากที่กำหนดไว้ในรายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ กำหนดในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ให้ถือว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง เป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลอย่างเป็นอิสระแยกจาก กสศ. ทั้งนี้
    (๑) กรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นใด ใช้สิทธิฟ้องร้อง หรือใช้สิทธิเรียกร้อง หรือใช้สิทธิอื่นใด เนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงรับผิดชอบในบรรดาความเสียหาย ทั้งปวงแต่เพียงผู้เดียว
    (๒) กรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นใด ใช้สิทธิฟ้องร้อง หรือใช้สิทธิเรียกร้อง หรือใช้สิทธิอื่นใด ให้ กสศ. ชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงจะชดใช้ ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกิดขึ้นแทน กสศ. ทั้งนี้ การที่ผู้ขาย/ผู้รับจ้างชดใช้เงินและค่าเสียหายดังกล่าวไม่เป็น การตัดสิทธิของ กสศ. ในการดำเนินการตามกฎหมาย
    ๒๑. การรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับ
    ๒๑.๑ ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง และลูกจ้าง ต้องเก็บรักษาข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานตามสัญญา หรือใบสั่งจ้าง ทั้งในระหว่างระยะเวลาในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง และหลังสิ้นสุดสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ไว้เป็นความลับ ไม่มอบหรือเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสศ. และ/หรือเอาไปเพื่อประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง โดยหาก มีการนำไปใช้ หรือเปิดเผย หรือเผยแพร่ ข้อมูลดังกล่าวอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กสศ. ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง จะต้อง รับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว และ กสศ. มีสิทธิดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ขาย/ผู้รับจ้าง
    ๒๑.๒ ข้อมูลที่เป็นความลับทั้งที่อยู่ในรูปของเอกสาร โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่บันทึกลงในสื่อต่าง ๆ หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นรูปธรรมที่ กสศ. เปิดเผยแก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ต้องทำ เครื่องหมาย “ลับ” ไว้กับสิ่งนั้นอย่างชัดเจน ส่วนการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับด้วยวาจาหรือด้วยวิธีการอื่นใดที่ไม่ เป็นรูปธรรม ซึ่ง กสศ. ได้แจ้งให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ทราบ ณ เวลาเปิดเผยนั้นว่าเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง จะต้องสรุปสาระสำคัญของข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งทำ เครื่องหมาย “ลับ” หรือเครื่องหมายที่มีความหมายทำนองเดียวกันนี้ไว้กับข้อความสรุปนั้นอย่างชัดเจน พร้อมทั้งส่ง มอบข้อความสรุปดังกล่าว ให้แก่ กสศ. ภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ กสศ. เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับนั้น
    ๒๑.๓ ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่ กสศ. ได้เปิดเผยแก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง รวมถึงจะ จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมตามมาตรฐานของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นความลับนั้นเพื่อป้องกัน มิให้บุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับได้
  • ๑๖ -
    ๒๒. กรรมสิทธิ์ในผลงาน และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
    ๒๒.๑ ผลงาน ซึ่งหมายความรวมถึงข้อมูล รายงาน เอกสาร ผลการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และที่เรียกชื่ออื่นใด ทั้งหมดที่ผู้รับจ้างและ/หรือลูกจ้าง เป็นผู้ดำเนินการหรือได้รับจากการดำเนินงานภายใต้สัญญาหรือใบสั่งจ้าง ให้ผลงาน ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ กสศ.
    ๒๒.๒ สิทธิเหนือทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ (ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ) ในผลงานตามของ ๒๒.๑ ที่ผู้รับจ้างและ/หรือลูกจ้างของผู้รับจ้างได้สร้างสรรค์ ประพันธ์ สร้างขึ้น หรือจัดทำขึ้นจาก การดำเนินงานภายใต้สัญญาหรือใบสั่งจ้างให้เป็นของ กสศ.
    ๒๒.๓ หากผู้รับจ้างประสงค์จะนำสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของ กสศ. ไปใช้จะต้องได้รับความยินยอมเป็น หนังสือจาก กสศ. ก่อน
    ๒๓. เงื่อนไขอื่น ๆ
    กรณีวงเงินงบประมาณตามข้อ ๘. เป็นเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณถัดไป กสศ. จะลงนาม ในสัญญาหรือใบสั่งจ้างกับผู้ขาย/ผู้รับจ้างก็ต่อเมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณนั้นมีผลใช้ บังคับและ กสศ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีจากสำนักงบประมาณแล้ว
    ทั้งนี้ กสศ. ขอสงวนสิทธิในการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ กรณีที่ กสศ. ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้

ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(Data Processing Agreement)
ข้อตกลงนี้ทำขึ้น ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เมื่อวันที่ …. เดือน …………………. พ.ศ. ……… ระหว่าง
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดย …………………………………………………………………… ตำแหน่ง……………………………….. (..กรณีมอบอำนาจ: รายละเอียดปรากฏตามคำสั่งสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา ที่…/….. เรื่อง……………………………………………….. ………………….ลงวันที่……………………..) สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 388 อาคารเอส.พี. ชั้น 13 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้เรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” ฝ่ายหนึ่ง กับ
(กรณีนิติบุคคล)………………………………………………… โดย …………………………………………………….. (ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล หรือผู้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล) รายละเอียดปรากฏ ตาม ………. (หนังสือรับรองนิติบุคคล ลงวันที่ …………………………/คำสั่งมอบอำนาจ ที่ ../….. ลงวันที่ …………………………/หนังสือมอบอำนาจ……………………………………… ลงวันที่ …………………………) ………… สำนักงานตั้งอยู่…………………………… …………………เลขที่ …………………………… ถนน ……………………………
ตำบล/แขวง …………………………….. อำเภอ/เขต …………………………….. จังหวัด ……………………………… ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้เรียกว่า “ผู้รับจ้าง” อีกฝ่ายหนึ่ง
(กรณีคณะบุคคล) …………………………………………………………………………………………………………. โดย……………………………………………………………………… เลขประจำตัวประชาชน …………………………………………… ที่อยู่เลขที่…………………..ถนน ………………………………….ตำบล/แขวง …………………………….. …………………… อำเภอ/เขต ………………………………….. จังหวัด …………………… ………………เบอร์โทรศัพท์………………………… ผู้แทนหรือตัวแทนของ……………………………………………………………………………………… รายละเอียดปรากฏตาม
(ระเบียบ….. ลงวันที่……/ข้อบังคับ ………………… ลงวันที่……) และ (หนังสือสัญญาจัดตั้ง……. ลงวันที่…….. / หนังสือแต่งตั้ง…….. ลงวันที่……/รายงานการประชุม….. ลงวันที่……/หนังสือมอบอำนาจ ลงวันที่……………….. /…..อื่นๆระบุ…… ลงวันที่………….) ที่ตั้งคณะบุคคลเลขที่ …………………… อาคาร/หมู่บ้าน……………………. ถนน ………………………. ตำบล/แขวง …………………………….. อำเภอ/เขต ……………………………… . จังหวัด ………………………………… ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้เรียกว่า “ผู้รับจ้าง” อีกฝ่ายหนึ่ง
(กรณีบุคคลธรรมดา) ……………………………………………………………………………….อายุ……………..ปี เลขประจำตัวประชาชน ………………………………… ที่อยู่…………………………………………. ถนน …………………… ……. ตำบล/แขวง ……………………… อำเภอ/เขต …………………………….. จังหวัด …………………………… … รายละเอียด ปรากฏตามสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้เรียกว่า “ผู้รับจ้าง” อีกฝ่ายหนึ่ง

  • 2 -
    โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุมการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนด และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ภายใต้สัญญา/ใบสั่งจ้าง โครงการจัดจ้างพัฒนาเนื้อหาและกิจกรรมของสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ภายใต้แผนงานสนับสนุน การศึกษาและการเรียนรู้ให้เต็มศักยภาพ สัญญา/ใบสั่งจ้างเลขที่ ………… ลงวันที่ ………………………
    รวมทั้งข้อตกลงหรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา/ใบสั่งจ้างดังกล่าว (ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้เรียกว่า “สัญญาหลัก”) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่ง หรือ ในนามของผู้ว่าจ้างดังนั้น เพื่อควบคุมการดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้รับจ้างในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อเป็นหลักฐานในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อเป็นการก่อตั้งสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดในการปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งที่มีผลใช้บังคับอยู่ ณ วันทำข้อตกลงฉบับนี้และที่จะมี การเพิ่มเติมหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงในภายหน้า และเพื่อป้องกันมิให้มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล
    ส่วนบุคคล โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) ฉบับนี้ขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    ข้อ 1 คำจำกัดความ
    ในข้อตกลงฉบับนี้
    “ข้อมูลส่วนบุคคล” “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” และ “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ให้มี ความหมายตามคำนิยามในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    “กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า กฎหมาย กฎ ระเบียบ และ ข้อกำหนดทางกฎหมายอื่นใดทั้งปวง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรอง แนวทางปฏิบัติที่เป็นทางการและการตีความที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล (ตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือแทนที่)
    “ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า การดำเนินการหรือชุดการดำเนินการใดที่กระทำขึ้น ต่อข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะโดยวิธีการอัตโนมัติ หรือไม่อัตโนมัติ เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดการ การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลง การเรียกคืน การปรึกษา การใช้ การเปิดเผยด้วยการโอน การส่งต่อ การเผยแพร่ การทำให้เข้าถึงได้ หรือการทำให้มีอยู่โดยวิธีการอื่นใด การโอนไปยังต่างประเทศ การปรับแนว หรือ การรวมการขัดขวาง การลบ หรือการทำลายซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล
    “ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลในทำนองเดียวกับที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนดตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  • 3 -
    “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่สามารถระบุตัวตนได้จากข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และให้หมายรวมถึงผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ หรือผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือน ไร้ความสามารถ รวมตลอดทั้งผู้ที่ถือว่าเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    ข้อ 2 วัตถุประสงค์ ขอบเขต และเงื่อนไขในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    2.1 ผู้รับจ้างต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในการดำเนินงานเท่าที่จำเป็นตามขอบเขตงานของ สัญญาหลัก และภายใต้วัตถุประสงค์ของสัญญาหลัก ตามรายการข้อมูลส่วนบุคคลและวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
    ชื่อกิจกรรม
    (รหัสกิจกรรมตาม ROP)
    ประเภทเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และรายการข้อมูลส่วนบุคคล
    วัตถุประสงค์ในการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล
    การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อ การประเมิน ผลลัพธ์ของโครงการ ภายใต้การดำเนินงาน สำนัก พัฒนาหลักประกันโอกาสทาง การศึกษา (SAN14)
    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: นักเรียน ข้อมูลอัตลักษณ์ข้อมูลที่อยู่และที่ติดต่อ และข้อมูลการศึกษา
    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: ผู้ปกครอง ข้อมูลอัตลักษณ์และข้อมูลที่อยู่และที่ ติดต่อ
    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: ครู
    ข้อมูลอัตลักษณ์ข้อมูลที่อยู่และที่ติดต่อ และข้อมูลการทำงาน
    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: บุคลากรของ ภาคีร่วมดำเนินงาน
    ข้อมูลอัตลักษณ์ข้อมูลที่อยู่และที่ติดต่อ และข้อมูลการทำงาน
    1. เพื่อติดตามประเมินผลการ ดำเนินงานต่าง ๆ ของสำนัก พัฒนาหลักประกันโอกาสฯ
      (2) เพื่อสื่อสาร/ประชาสัมพันธ์/ เผยแพร่ ผลการดำเนินงาน ผล การศึกษาวิจัย

2.2 กรณีการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามสัญญาหลัก ผู้รับจ้างมีความจำเป็น ต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดนอกเหนือจากวัตถุประสงค์และรายการข้อมูลส่วนบุคคลในข้อ 2.1 ผู้รับจ้าง ต้องแจ้งเหตุผลและความจำเป็นของประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นให้ผู้ว่าจ้างได้พิจารณาล่วงหน้าก่อนดำเนินการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และเมื่อผู้ว่าจ้างให้ความเห็นชอบการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมดังกล่าว ให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันจัดทำวัตถุประสงค์และรายการข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมเป็นหนังสือ และให้ใช้หนังสือ วัตถุประสงค์และรายการข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นเอกสารแนบท้ายข้อตกลงฉบับนี้ และเป็นส่วนหนึ่ง ของสัญญาหลัก
2.3 กรณีผู้รับจ้างได้ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดนอกเหนือหรือเกินไปจากที่ระบุไว้ใน วัตถุประสงค์และรายการข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 2.1 หรือนอกเหนือหรือเกินไปจากที่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์และ

  • 4 -
    รายการข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมตามข้อ 2.2 ให้ถือว่าผู้รับจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
    ข้อ 3 หน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    3.1 ผู้รับจ้างต้องแจ้ง และ/บอกกล่าว ข้อมูลที่จำเป็นและชอบธรรม นโยบายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง ประกาศความเป็นส่วนตัวของกลุ่มเป้าหมายผู้ว่าจ้าง และสิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนทำการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล
    3.2 ผู้รับจ้างต้องจัดทำและรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคล (Record of Processing : RoPA/ROP) ทั้งหมดที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินการภายใต้สัญญาหลัก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด และเก็บรักษาไว้เพื่อรองรับ การตรวจสอบหรือเพื่อดำเนินการอื่นใดตามกฎหมาย
    3.3 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีและใช้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั้งในเชิงเทคนิคและ เชิงบริหารจัดการที่เหมาะสมกับความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะต้องคำนึงถึงลักษณะ ขอบเขต และ วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดในข้อ 2 และตามมาตรฐานที่กฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกำหนด เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัย
    รักษาความลับ และป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ความเสี่ยงอันเกิดจากอุบัติเหตุ การทำลาย การสูญหาย การเปลี่ยนแปลงหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
    ข้อ 4 ขอบเขตการจำกัดการเข้าถึง และการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล
    ผู้รับจ้างต้องจำกัดบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เฉพาะ พนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทน หรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับจ้าง (ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้จะรวมเรียกว่า “ลูกจ้าง”) เพื่อการดำเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของสัญญาหลักเท่านั้น
    ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาหลักเป็นความลับ และต้องควบคุมดูแลลูกจ้างให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาหลักเป็นความลับ โดยจะไม่ทำซ้ำ คัดลอก ทำสำเนา หรือบันทึกภาพข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าทั้งหมดหรือแค่บางส่วนเป็นอันขาด เว้นแต่กรณีจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาหลัก หรือเพื่อการประมวลผลข้อมูลตามข้อ 2 โดยอาศัย หลักความจำเป็นในการรู้ข้อมูล (need-to-know basis) หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
    ข้อ 5 การว่าจ้างผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วง
    ผู้รับจ้างต้องไม่จ้างหรือมอบหมายบุคคลอื่นให้ดำเนินการเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
    การจ้างหรือมอบหมายบุคคลอื่นให้ดำเนินการเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีข้อตกลงที่กำหนดให้ผู้รับมอบหมายหรือรับจ้างช่วงมีหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม
  • 5 -
    กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับหน้าที่ของผู้รับจ้างตามข้อตกลงฉบับนี้ นอกจากนี้ ผู้รับมอบหมายหรือรับจ้างช่วงต้องรับประกันว่าจะใช้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่า ด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และมาตรการดังกล่าวต้องให้ความคุ้มครองในระดับเดียวกับมาตรการที่ ระบุตามข้อตกลงฉบับนี้
    ทั้งนี้ ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบในการกระทำ การงดเว้น การละเมิด หรือปฏิบัติผิดข้อตกลงนี้ ของผู้รับมอบหมายหรือผู้รับจ้างช่วง เสมือนเป็นการกระทำของผู้รับจ้างเอง
    ข้อ 6 การปฏิบัติตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    6.1 กรณีที่ผู้ว่าจ้างถูกร้องขอให้ปฏิบัติตามคำขอจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือการตรวจสอบ หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจให้เปิดเผย นำส่ง หรือจัดส่งข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างต้องให้การสนับสนุนผู้ว่าจ้างในการปฏิบัติตามคำร้องขอหรือคำสั่งดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    6.2 กรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคำร้องขอใช้สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลต่อผู้รับจ้างโดยตรง ผู้รับจ้างตกลงจะไม่ดำเนินการตามคำขอดังกล่าวโดยพลการ แต่จะแจ้งและส่งคำขอดังกล่าวให้แก่ผู้ว่าจ้างทราบผ่านทางอีเมล [email protected] โดยทันที และผู้รับจ้าง จะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงการจัดการตามคำขอหรือข้อร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นด้วย
    6.3 ผู้รับจ้างต้องให้การร่วมมือ สนับสนุน ช่วยเหลือผู้ว่าจ้าง ในการปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบได้ อย่างเพียงพอและสมควรในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    ข้อ 7 การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
    เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ผู้รับจ้างต้องทำการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อตกลงฉบับนี้ในทันทีเมื่อรับจ้างได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเสร็จสิ้น หรือเมื่อสัญญาหลักสิ้นสุดลง หรือเมื่อข้อตกลงฉบับนี้สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่สัญญาหลักมีวัตถุประสงค์เป็นการจัดทำ หรือพัฒนา หรือดูแล ระบบเทคโนโลยีหรือระบบสารสนเทศหรือข้อมูลอื่นใด ผู้รับจ้างจะทำการลบหรือทำลาย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
    การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อตกลงฉบับนี้ ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการตามที่กฎหมายว่า ด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
    ทั้งนี้ กรณีที่ผู้รับจ้างไม่ทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลตามที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่า การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับจ้างภายหลังกำหนด ดังกล่าวเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นอิสระแยกจากผู้ว่าจ้าง
  • 6 -
    ข้อ 8 ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
    8.1 กรณีที่ผู้รับจ้างพบพฤติการณ์ที่มีลักษณะที่กระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ส่วนบุคคลที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเกิด ความเสียหายจากการละเมิด อุบัติเหตุ ลบ ทำลาย การสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยหรือโอน ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเกิดจากเจตนา ความจงใจ ความประมาทเลินเล่อ การกระทำ โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ข้อผิดพลาด บกพร่องหรืออุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ผู้รับจ้างจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบทางอีเมล [email protected] ภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่ผู้รับจ้างทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้
    8.2 การแจ้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงนี้ ผู้รับจ้างต้องระบุสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้เท่าที่จะสามารถกระทำได้
    (1) ข้อมูลโดยสังเขปเท่าที่จะสามารถระบุได้เกี่ยวกับลักษณะและประเภทของการละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคล โดยอาจบรรยายถึงลักษณะและจำนวนเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือลักษณะและจำนวนรายการ (records) ของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการละเมิด
    (2) ชื่อ สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของบุคคลที่ผู้รับจ้างมอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงาน และให้ข้อมูลเพิ่มเติม
    (3) ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการละเมิดมูลส่วนบุคคล
    (4) ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือจะใช้เพื่อป้องกัน ระงับ หรือ แก้ไขเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือเยียวยาความเสียหาย โดยอาจใช้มาตรการทางบุคลากร กระบวนการ หรือเทคโนโลยี หรือมาตรการอื่นใดที่จำเป็นและเหมาะสม
    8.3 ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนข้อมูล ข้อเท็จจริง รวมถึงการอื่นใดที่เกี่ยวกับ การตรวจสอบ ป้องกัน ระงับ หรือแก้ไขเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือเยียวยาความเสียหาย ตามที่ได้รับแจ้งจาก ผู้ว่าจ้าง เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้างเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล
    ข้อ 9 กรณีผู้รับจ้างกระทำ ละเว้นการกระทำ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม หรือละเมิดกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    9.1 กรณีที่ผู้ว่าจ้างได้ละเมิดกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับ การดำเนินการตามสัญญาหลัก หรือข้อตกลงฉบับนี้ ไม่ว่าโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม ซึ่งทำให้ เกิดความเสียหายแก่ผู้รับจ้าง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่นใด ผู้รับจ้างตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ค่าปรับ หรือความสูญเสีย ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
    9.2 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างได้ชดใช้ค่าเสียหาย ค่าปรับ ค่าใช้จ่าย หรือค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวให้แก่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่นไปตามความจำเป็นและสมควรเพื่อป้องกันความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือ ระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วแทนผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างตกลงชดใช้คืนทั้งหมดให้แก่ผู้ว่าจ้างทันที
  • 7 -
    ข้อ 10 การมีผลใช้บังคับและหน้าที่ภายหลังสิ้นสุดของข้อตกลง
    ข้อตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ …. เดือน…………………. พ.ศ. ……… ถึงวันที่ …. เดือน…………………. พ.ศ. ………
    ผู้รับจ้างต้องหยุดทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในทันทีที่สัญญาหลักและข้อตกลงนี้สิ้นสุดลง หรือครบกำหนด ทั้งนี้ การสิ้นสุดของข้อตกลงนี้ ไม่กระทบต่อหน้าที่ของผู้รับจ้างในการลบหรือทำลายข้อมูล ส่วนบุคคลตามที่ได้กำหนดในข้อ 7
    ข้อ 11 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลง
    ข้อตกลงฉบับนี้อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ด้วยการตกลงเป็นหนังสือ และลงนามโดยทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ กรณี ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับ หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องซึ่งมี ผลกระทบต่อเงื่อนไขใด ๆ ในข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงและให้ความยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามกฎหมาย ที่เปลี่ยนแปลง โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมข้อความในข้อตกลงฉบับนี้แต่อย่างใด และให้ข้อความใด ๆ ในข้อตกลงที่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายดังกล่าวเป็นอันสิ้นผล และถือว่าถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามกฎหมายทันที ข้อ 12 เอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก
    ข้อตกลงฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก ทั้งนี้ ให้เงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญาหลักยังคงมี ผลใช้บังคับต่อไปทุกประการ เว้นแต่ข้อตกลงฉบับนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ในกรณีที่เงื่อนไขและ/หรือข้อความ ในข้อตกลงฉบับนี้ขัดหรือแย้งกับเงื่อนไขในสัญญาหลักให้เงื่อนไขและ/หรือข้อความในข้อตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับแทน ข้อ 13 การดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับจ้าง
    ผู้รับจ้างรับทราบและตกลงจะปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ผู้ว่าจ้าง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับคู่สัญญา รวมถึงนโยบายและประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง ทั้งที่มีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่ทำข้อตกลงฉบับนี้ รวมถึงที่จะมีผลใช้บังคับ ต่อไปภายหน้า โดยผู้รับจ้างตกลงปฏิบัติตามนโยบายและประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ผู้รับจ้างตกลง จะติดตามนโยบายและประกาศดังกล่าวของผู้ว่าจ้าง ที่เว็บไซต์ของผู้ว่าจ้าง (www.eef.or.th)
    ข้อตกลงนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน ทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความ ในข้อตกลงนี้โดยตลอดแล้ว และเห็นว่าถูกต้องตามความประสงค์ จึงได้ลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) และต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
    ลงชื่อ ……..….……………………………………… ผู้ว่าจ้าง ลงชื่อ …….……..…….…………………………… ผู้รับจ้าง (……………………………………)
    (……………………………………….)
    ลงชื่อ …….………………………………………….. พยาน ลงชื่อ …….……..……….…………………………. พยาน (……………………………………) (……………………………………….)