ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและซอฟต์แวร์ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมถึงการจัดทำแผนงานบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย รวมถึงระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ การซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์โดยการจัดหาอะไหล่และอุปกรณ์ทดแทน การต่ออายุการใช้งาน Software License และปรับปรุงเวอร์ชั่นของโปรแกรม การตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์เป็นประจำทุก 45 วัน พร้อมจัดทำรายงานผลการตรวจสอบและบำรุงรักษา ผู้รับจ้างต้องจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติของระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงบันทึกผลการตรวจสอบสถานภาพ การบำรุงรักษา และการซ่อมแซมแก้ไข
English summary
This project aims to maintain and repair the computer systems, network equipment, and software of the State Enterprise Policy Office (SEPO) to ensure continuous and efficient operation. The scope includes creating maintenance plans for computer systems, network equipment, and application software, repairing computer systems by providing spare parts and replacements, renewing software licenses and updating program versions, and regularly inspecting and maintaining computer systems every 45 days with reports. The contractor must maintain a log of computer systems and software, including records of inspections, maintenance, and repairs.
ไม่ได้ระบุ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและซอฟต์แวร์ของ สคร. ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตของงาน
- จัดทําแผนงานบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ดําเนินการซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ โดยจัดหาอะไหล่และทดแทนอุปกรณ์ที่บํารุงรักษาตลอดสัญญาจ้าง
- แสดงเอกสารรับรองการบริการ สนับสนุนด้านอะไหล่ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ของระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) รายการที่ ๒-๖ จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ในประเทศไทย หรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทย
- ดําเนินการต่ออายุการใช้งาน (Software License) และปรับปรุงเวอร์ชั่น ของโปรแกรมที่ติดตั้งบนตัวอุปกรณ์ (Firmware หรือ Release) จากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์สําหรับอุปกรณ์ลําดับที่ ๒-๖ ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) และ รายการที่ ๒-๓ ตามรายการ ระบบ Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข)
- จัดฝึกอบรมการใช้งาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) รายการที่ ๒ (ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา)
- ตรวจสอบ และบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ (Preventive Maintenance: PM) อุปกรณ์ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และ รายการที่ ๑ ระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) ของ สคร. ทุก ๔๕ วัน
- จัดทํารายงานตรวจสอบ และบํารุงรักษาดังกล่าวส่งมอบคณะกรรมการตรวจรับทุก ๔๕ วัน
- จัดให้มีการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติของระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) รวมทั้งบันทึกผลการตรวจสอบสถานภาพ การบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขลงในทะเบียนประวัติดังกล่าว
- ทําการซ่อมแซมแก้ไขเมื่อได้รับแจ้งเหตุขัดข้องของระบบคอมพิวเตอร์ (Corrective Maintenance : CM) ของอุปกรณ์ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) จาก สคร.
- ตรวจสอบข้อขัดข้องเพื่อหาสาเหตุและวิธีการซ่อมแซมแก้ไขภายใน ๔ ชั่วโมงนับแต่ได้รับแจ้ง
- ซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้งานได้ปกติและดีเหมือนเดิม ภายในระยะเวลาที่กําหนดนับตั้งแต่ได้รับการแจ้ง
- ระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก): ภายใน ๒๔ ชั่วโมง
- ระบบงาน Application ซอฟแวร์ (ภาคผนวก ข): ภายใน ๒๔ ชั่วโมง
- หากไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) ให้ใช้งานได้เป็นปกติและดีเหมือนเดิมตามระยะเวลาที่กําหนด ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์มาทดแทนชั่วคราว
- หากไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ดังกล่าวให้ใช้งานได้ปกติและดีเหมือนเดิม ภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่ที่ได้รับแจ้งผู้รับจ้างนําอุปกรณ์ที่มีความสามารถและคุณลักษณะไม่ต่ํากว่าอุปกรณ์เดิมมาเปลี่ยนทดแทน
- สําหรับงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบ Application ซอฟต์แวร์ให้ใหม่และปรับแต่งระบบให้สามารถใช้งานได้ดีเหมือนเดิม
- จัดทํารายงานการบํารุงรักษา ตามแผนงานในข้อ ๔.๑.๑ ส่งมอบให้คณะกรรมการตรวจรับ
- จัดทํารายงานขนาดข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อสามารถประมาณการการใช้งานในอนาคตได้
- จัดทําผังห้อง Server และผังตู้ Rack ส่งให้ สคร. ไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนงานบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข)
- เอกสารรับรองการบริการ สนับสนุนด้านอะไหล่ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ของระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) รายการที่ ๒-๖ จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ในประเทศไทย หรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทย
- การต่ออายุการใช้งาน (Software License) และปรับปรุงเวอร์ชั่น ของโปรแกรมที่ติดตั้งบนตัวอุปกรณ์ (Firmware หรือ Release)
- รายงานตรวจสอบ และบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ (Preventive Maintenance: PM) ทุก ๔๕ วัน
- ข้อมูลทะเบียนประวัติของระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข)
- รายงานการบํารุงรักษา ตามแผนงานในข้อ ๔.๑.๑
- รายงานขนาดข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์
- ผังห้อง Server และผังตู้ Rack
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดําเนินการ ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า (ข้อตกลงฯ) กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
- กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
- สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
- สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
- กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น
เกณฑ์การพิจารณา
- ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคาจากผู้เสนอราคารวมต่ําสุด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- บํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ใช้บริหารจัดการระบบ เครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine)
- ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนงานบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข)
- ผู้รับจ้างต้องดําเนินการซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ โดยต้องจัดหาอะไหล่ และทดแทน อุปกรณ์ที่บํารุงรักษาตลอดสัญญาจ้าง
- ผู้รับจ้างต้องดําเนินการต่ออายุการใช้งาน (Software License) และปรับปรุงเวอร์ชั่น ของโปรแกรมที่ติดตั้งบนตัวอุปกรณ์ (Firmware หรือ Release)
- ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบ และบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ (Preventive Maintenance: PM) อุปกรณ์ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และ รายการที่ ๑ ระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) ของ สคร. ทุก ๔๕ วัน
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติของระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข)
- ผู้รับจ้างต้องทําการซ่อมแซมแก้ไขเมื่อได้รับแจ้งเหตุขัดข้องของระบบคอมพิวเตอร์ (Corrective Maintenance : CM) ของอุปกรณ์ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) จาก สคร.
เงื่อนไขสัญญา
- สคร. จะชําระเงินเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตามงวดงานที่กําหนด อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้พิจารณาตรวจรับเสร็จสิ้น และ สคร. ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบการตรวจรับงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว โดยการชําระเงินแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้
- งวดที่ ๑ ชําระเงินเป็นจํานวนร้อยละ ๑๐ ของจํานวนเงินตามสัญญา หลังจากให้บริการครบ ๓๐ วัน
- งวดที่ ๒ ชําระเงินเป็นจํานวนร้อยละ ๘๐ ของจํานวนเงินตามสัญญา หลังจากให้บริการครบ ๖๐ วัน
- งวดที่ ๓ ชําระเงินเป็นจํานวนร้อยละ ๑๐ ของจํานวนเงินตามสัญญา หลังจากให้บริการครบ ๑๕๐ วัน
- หากระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ชํารุด บกพร่องหรือใช้งานไม่ได้ ผู้รับจ้าง ต้องจัดการซ่อมแซม แก้ไข ปรับปรุงหรือติดตั้งให้อยู่ในสภาพใช้งานได้เป็นปกติและดีเหมือนเดิม โดยต้องเริ่ม จัดการซ่อมแซมแก้ไขปรับปรุงหรือติดตั้งตามเวลาในข้อ ๔.๑.๖ (๒) ถ้าหากผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการได้ภายในเวลา ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องถูกปรับลดค่าจ้างในอัตราชั่วโมงละ ๑,๐๐๐ บาท จนกว่าการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ เศษของชั่วโมงนับเป็นหนึ่งชั่วโมง
- ถ้าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ขัดข้อง เกินระยะเวลาดังกล่าว สคร. จะคิดค่าปรับลดค่าจ้างในส่วนที่เกินในอัตราชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท เพิ่มเติมจากค่าปรับ ตามข้อ ๒
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: ขอบเขตงานบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ครอบคลุมถึงอะไรบ้าง?
คำตอบ: ขอบเขตงานครอบคลุมถึงการจัดทำแผนบำรุงรักษา, การซ่อมแซมแก้ไข, การต่ออายุ Software License, การตรวจสอบระบบเป็นประจำ, การจัดหาอะไหล่และอุปกรณ์ทดแทน, และการจัดทำรายงาน -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรหากระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบข้อขัดข้องภายใน 4 ชั่วโมง และซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้งานได้ปกติภายใน 24 ชั่วโมง หากไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลา ต้องจัดหาอุปกรณ์ทดแทนชั่วคราว -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานอะไรบ้าง?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบแผนบำรุงรักษา, รายงานตรวจสอบและบำรุงรักษา, ข้อมูลทะเบียนประวัติระบบ, รายงานขนาดข้อมูล, และผังห้อง Server -
คำถาม: หากผู้รับจ้างไม่สามารถซ่อมแซมระบบได้ตามเวลาที่กำหนด จะมีผลกระทบอย่างไร?
คำตอบ: ผู้รับจ้างจะถูกปรับลดค่าจ้างในอัตราชั่วโมงละ 1,000 บาท และหากยังไม่แล้วเสร็จภายใน 4 ชั่วโมง ต้องนำอุปกรณ์อื่นมาให้ใช้งานแทน -
คำถาม: การต่ออายุ Software License ครอบคลุมถึงโปรแกรมอะไรบ้าง?
คำตอบ: การต่ออายุครอบคลุมถึง Software License ของอุปกรณ์ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และระบบ Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมการใช้งาน Application Software ในเรื่องใด?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมการใช้งาน Application Software ตามรายการที่ 2 ในระบบ Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) -
คำถาม: สคร. จะชำระเงินให้ผู้รับจ้างเมื่อใด?
คำตอบ: สคร. จะชำระเงินเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตามงวดงานที่กำหนดอย่างถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้พิจารณาตรวจรับเสร็จสิ้น -
คำถาม: หากต้องการติดต่อแจ้งปัญหาเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ ต้องทำอย่างไร?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 ท่าน เป็นผู้ติดต่อประสานงานเพื่อให้ สคร. ติดต่อในการแจ้งปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์หรือไม่?
คำตอบ: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นอันเกิดจากการซ่อมแซม แก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหมดที่ติดตั้ง -
คำถาม: เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาคืออะไร?
คำตอบ: จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคาจากผู้เสนอราคารวมต่ำสุด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจ้างเหมาบริการบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและซอฟต์แวร์ ของสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘
๑. หลักการและเหตุผล
สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) มีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ใช้บริหารจัดการระบบ เครื่องคอมพิวเตอร์แบบเสมือน (Virtual Machine) เพื่อบริหารจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแบบเสมือนทั้งหมด ให้บริการระบบงานสารสนเทศของ สคร. เช่น ระบบ Web portal, Website, Knowledge Management ในขณะที่เจ้าหน้าที่ สคร. มีกรอบอยู่ประมาณ ๒๕๐ คน เข้าใช้งานระบบสารสนเทศได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยมีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศในฐานะหน่วยงานที่ทําหน้าที่ในการกํากับดูแล
และการพัฒนางานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
และสนับสนุนการใช้งาน
ดังนั้น เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ต่างๆ ต้องอยู่ในสภาพที่สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ทุกระดับได้อย่าง ต่อเนื่องมีประสิทธิภาพ สคร. จึงมีความจําเป็นต้องจัดให้มีโครงการจ้างเหมาบริการบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ของ สคร. ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและซอฟต์แวร์ของ สคร. ให้สามารถ
ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
๓.
คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็น การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
“นักงานคณะกรรม
QUALDESSALITALI
มารา
นโยบายรัฐ
/๓.๑๐ ผู้ยื่น….
- ๒
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า (ข้อตกลงฯ) กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน ของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ
เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบ แสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
สํานักงานคณะกรร
“โยบายรัฐวิส
/(๔) กรณี …
ส - 60 -
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ
ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล
ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท
เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ
เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท
ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ
(๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (๒) ข้อ (๓) และข้อ (๔) (๔.๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสาร ดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า
ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๖) กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น ไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
“นักงานคณะกร
2.โยบายรัฐวิส
/(๖.๖) กรณี …
函
ท - ๔ -
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น
จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. ขอบเขตงานและเงื่อนไขทั่วไป
สคร. จะจ้างบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ใช้บริหารจัดการระบบ เครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine)
๔.๑ ขอบเขตของงาน
๔.๑.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนงานบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) โดยแผนงานต้องระบุช่วงเวลาที่ดําเนินการบํารุงรักษา ระบบคอมพิวเตอร์ (Preventive Maintenance : PM) และผู้รับจ้างต้องดําเนินการตามกําหนดเวลาในแผนงาน ที่เสนอ (ส่งมอบแผนภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา)
๔.๑.๒ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ โดยต้องจัดหาอะไหล่ และทดแทน อุปกรณ์ที่บํารุงรักษาตลอดสัญญาจ้าง โดยผู้รับจ้างจะต้องแสดงเอกสารรับรองการบริการ สนับสนุนด้านอะไหล่ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ของระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) รายการที่ ๒-๖ จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ในประเทศไทย หรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทยของเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่สามารถให้บริการหลังการขาย การสนับสนุนด้านเทคนิค อะไหล่ สําหรับโครงการจ้างเหมาบริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายของ สคร. (ระยะเวลาออกเอกสารไม่เกิน 50 วันนับถึงวันที่ยื่นเสนอ)
๔.๑.๓ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการต่ออายุการใช้งาน (Software License) และปรับปรุงเวอร์ชั่น ของโปรแกรมที่ติดตั้งบนตัวอุปกรณ์ (Firmware หรือ Release) จากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์สําหรับอุปกรณ์ลําดับที่ ๒-๖ ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) และ รายการที่ ๒-๓ ตามรายการ ระบบ Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) โดยลิขสิทธิ์การใช้งาน ๑ ปี นับถัดจากวันหมดสิทธิ์การใช้งาน หรือ มีลิขสิทธิ์ใช้งาน ๑ ปี พร้อมจัดฝึกอบรมการใช้งาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) รายการที่ ๒ (ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา)
๔.๑.๔ ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบ และบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ (Preventive Maintenance: PM) อุปกรณ์ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และ รายการที่ ๑ ระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) ของ สคร. ทุก ๔๕ วัน เพื่อให้ใช้งานได้ปกติและดีเหมือนเดิม พร้อมจัดทํารายงานตรวจสอบ และบํารุงรักษาดังกล่าวส่งมอบคณะกรรมการตรวจรับทุก ๔๕ วัน
๔.๑.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติของระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) รวมทั้งบันทึกผลการตรวจสอบสถานภาพ การบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขลงในทะเบียนประวัติดังกล่าว
๔.๑.๖ ผู้รับจ้างต้องทําการซ่อมแซมแก้ไขเมื่อได้รับแจ้งเหตุขัดข้องของระบบคอมพิวเตอร์ (Corrective Maintenance : CM) ของอุปกรณ์ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) จาก สคร. โดยผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังนี้
ได้รับแจ้ง ทั้งนี้
(๑) ตรวจสอบข้อขัดข้องเพื่อหาสาเหตุและวิธีการซ่อมแซมแก้ไขภายใน ๔ ชั่วโมงนับแต่ ให้เป็นบันทึกผลการตรวจสอบดังกล่าวในระบบจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติ ในข้อ ๔.๑.๕
(๒) เมื่อตรวจสอบสาเหตุได้แล้ว ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้งานได้ปกติและดีเหมือนเดิม ภายในระยะเวลาที่กําหนดนับตั้งแต่ได้รับการแจ้ง ดังนี้
งานคณะกรรม
วิสา
/(ก) ระบบ …
-&-
(ก) ระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมง (ข) ระบบงาน Application ซอฟแวร์ (ภาคผนวก ข) ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมง (๓) หากผู้รับจ้างไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) ให้ใช้งานได้เป็น ปกติและดีเหมือนเดิมตามระยะเวลาที่กําหนดในข้อ ๔.๑.๖ (๒) ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์มาทดแทนชั่วคราว จนกว่าจะดําเนินการแล้วเสร็จ หากไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ดังกล่าวให้ใช้งานได้ปกติและดีเหมือนเดิม ภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่ที่ได้รับแจ้งผู้รับจ้างนําอุปกรณ์ที่มีความสามารถและคุณลักษณะไม่ต่ํากว่าอุปกรณ์เดิม มาเปลี่ยนทดแทน สําหรับงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบ Application
ซอฟต์แวร์ให้ใหม่และปรับแต่งระบบให้สามารถใช้งานได้ดีเหมือนเดิม
ตรวจรับ
๔.๑.๗ ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานการบํารุงรักษา ตามแผนงานในข้อ ๔.๑.๑ ส่งมอบให้คณะกรรมการ
๔.๑.๘ ผู้รับจ้างจัดทํารายงานขนาดข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อสามารถประมาณการการใช้งาน
ในอนาคตได้
๔.๑.๙ ผู้รับจ้างจัดทําผังห้อง Server และผังตู้ Rack ส่งให้ สคร. ไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง ๔.๒ เงื่อนไขทั่วไป
๔.๒.๑ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์ ที่มีคุณสมบัติดีกว่าหรือเทียบเท่าของเดิม
๔.๒.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่อย่างน้อย ๑ ท่าน เป็นผู้ติดต่อประสานงานเพื่อให้ สคร. ติดต่อในการแจ้งปัญหาตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาการบํารุงรักษาระบบ
๔. ระยะเวลาดําเนินงาน
ระยะเวลาดําเนินการ ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๕. งบประมาณ
จากเงินงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในวงเงิน ๕,๙๘๒,๘๐๐.๐๐ บาท (ห้าล้านเก้าแสน แปดหมื่นสองพันแปดร้อยบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา
จากผู้เสนอราคารวมต่ําสุด
๗. เงื่อนไขการส่งมอบงานและการชําระเงิน
ผู้รับจ้างจะต้องให้บริการรวมระยะเวลา ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดย สคร. จะชําระเงิน เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตามงวดงานที่กําหนด อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้พิจารณาตรวจรับเสร็จสิ้น และ สคร. ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบการตรวจรับงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว โดยการชําระเงินแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้
๑
งวดที่ ๑ ชําระเงินเป็นจํานวนร้อยละ ๑๐ ของจํานวนเงินตามสัญญา หลังจากให้บริการครบ ๓๐ วัน งวดที่ ๒ ชําระเงินเป็นจํานวนร้อยละ ๘๐ ของจํานวนเงินตามสัญญา หลังจากให้บริการครบ ๖๐ วัน
២
งวดที่ ๓ ชําระเงินเป็นจํานวนร้อยละ ๑๐ ของจํานวนเงินตามสัญญา หลังจากให้บริการครบ ๑๕๐ วัน
รวมคณะกรรม
/๘ ภาคผนวก
ส
…
cp
๘.
-b-
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย
ภาคผนวก ข ระบบงาน Application ซอฟต์แวร์
ภาคผนวก ค การบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก)
ภาคผนวก ก : ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย
ลําดับ
รายการ
9
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสําหรับบริหาร
๔
๕
ย
๖
จัดการระบบคอมพิวเตอร์ลูกข่ายแบบเสมือน อุปกรณ์สลับสัญญาณข้อมูลสําหรับเชื่อมต่อ
ระบบ Network (Network Switch)
ยี่ห้อ / รุ่น
จํานวน
DellEMC/VxRail V&OF
๕ ชุด
DellEMC / S๕๑๔๘F-ON
๒ ชุด
DellEMC / S๕๒๔๘F-ON
๒ ชุด
Cisco
Catalyst moo
๑ ชุด
Cisco / Catalyst ๑๐๐๐
๑ ชุด
Cisco / Nexus moo
๒ ชุด
Cisco Catalyst abool
๓ ชุด
Fortinet / FotiWEB-๑๐๐๐
๑ ชุด
Fortinet / FortiGate-book
๒ ชุด
Veritas /NetBackup ๕๒๕๐
Appliance
ชุด
Fortinet / FortiGate-๔ooE
๒ ชุด
อุปกรณ์ป้องกันการบุกรุกเว็บไซต์ (Web
Application Firewall)
อุปกรณ์ป้องกันเครือข่าย (Next Generation
Firewall)
ระบบสํารองข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (Purposed
Built Backup Appliance)
อุปกรณ์ป้องกันเครือข่าย (Firewall)
ภาคผนวก ข : ระบบงาน Application ซอฟต์แวร์
ลําดับ
รายการ
ด
ซอฟต์แวร์ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย
สุ่น
ยี่ห้อ / รุ่น
จํานวน
VMware Horizon
๑ ระบบ
แบบเสมือน (Virtual Desktop
E
๓
Infrastructure)
(ระยะเวลา ๑๒ เดือน)
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แบบ SSL Public
Certificate สําหรับเว็บไซต์ของสํานักงาน
คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (ระยะเวลา ๑๒ เดือน)
ลิขสิทธิ์การใช้งานโปรแกรม Microsoft ๓๖๕
Microsoft / ๓๖๕ Business Basic
๔๖ ชุด
SSL Public Certificate
๑ ชุด
สํานักงานคณะกร
นโยบาริสา
ภาคผนวก ค…
- ๗ -
ภาคผนวก ค : การบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก)
ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นทั้งหมด อันเนื่องมาจากข้อผิดพลาด ของการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) หรือเปลี่ยนแทนอุปกรณ์ระบบเครือข่าย ในระยะเวลารับประกันและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
๑. รับประกันความชํารุดบกพร่องของอุปกรณ์ทุกรายการของระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ๒. หากระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ชํารุด บกพร่องหรือใช้งานไม่ได้ ผู้รับจ้าง ต้องจัดการซ่อมแซม แก้ไข ปรับปรุงหรือติดตั้งให้อยู่ในสภาพใช้งานได้เป็นปกติและดีเหมือนเดิม โดยต้องเริ่ม จัดการซ่อมแซมแก้ไขปรับปรุงหรือติดตั้งตามเวลาในข้อ ๔.๑.๖ (๒) ถ้าหากผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการได้ภายในเวลา ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องถูกปรับลดค่าจ้างในอัตราชั่วโมงละ ๑,๐๐๐ บาท จนกว่าการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ เศษของชั่วโมงนับเป็นหนึ่งชั่วโมง
ถ้าการซ่อมแซมแก้ไขไม่แล้วเสร็จภายใน ๔ ชั่วโมง ผู้รับจ้างจะต้องนําอุปกรณ์อื่นหรือเครื่องสํารอง ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือไม่ต่ํากว่าอุปกรณ์ที่ชํารุดมาให้ สคร. ใช้งานแทนไปจนกว่าการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จ สมบูรณ์ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นอันเกิดจากการซ่อมแซม แก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหมด ที่ติดตั้ง
๓.
ผู้รับจ้างมีหน้าที่บํารุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลารับประกัน โดย สคร. ยอมให้ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครือข่าย (ภาคผนวก ก) แต่ละรายการขัดข้องภายหลังที่คํานวณค่าถ่วงแล้วได้ไม่เกินเดือนละ ๑๒ ชั่วโมง หรือร้อยละ ๑.๖๗ ของเวลาใช้งานทั้งหมดของระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ของเดือนนั้นแล้วแต่ตัวเลขใดจะมากกว่ากัน ถ้าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ขัดข้อง เกินระยะเวลาดังกล่าว สคร. จะคิดค่าปรับลดค่าจ้างในส่วนที่เกินในอัตราชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท เพิ่มเติมจากค่าปรับ ตามข้อ ๒
เกณฑ์การคํานวณนับชั่วโมงและค่าตัวถ่วงเป็นดังนี้
• จํานวนชั่วโมงที่ขัดข้องในขณะใดขณะหนึ่งเท่ากับค่าสูงสุดของจํานวนชั่วโมงที่ขัดข้องในขณะนั้น
ของอุปกรณ์แต่ละอุปกรณ์คูณด้วยค่าตัวถ่วง
จํานวนชั่วโมง = ค่าสูงสุด (ชั่วโมงที่ขัดข้อง x ค่าตัวถ่วง)
เศษของชั่วโมงนับเป็น ๑ ชั่วโมง
• การกําหนดค่าตัวถ่วงของระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก)
ระบบเครือข่ายและอุปกรณ์เครือข่ายที่ขัดข้อง
ลําาดับ
อุปกรณ์ Firewall
ค่าตัวถ่วง
9
สํานักงานคณะกร
บายรัฐวิสา
e
2