ประกวดราคาจ้างโครงการบำรุงรักษาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
โครงการบํารุงรักษาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบํารุงรักษาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รวมถึงปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบสารสนเทศให้รองรับความต้องการการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
ขอบเขตงานประกอบด้วย การตรวจสอบ ปรับปรุง พัฒนา ซ่อมแซมระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) และระบบฐานข้อมูลทรัพยากรต่างๆ ของกรม ปภ. ให้คำปรึกษาแนะนำด้านเทคนิค จัดหาเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและบริหารจัดการเหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการให้บริการข้อมูลชุดข้อมูล (Data Set Service) และจัดทำมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูล (Application Programming Interface: APIs) พัฒนาระบบรายงานสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Dashboard) ในรูปแบบ Business Intelligence (BI) และดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และบำรุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance)
ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานเป็นงวดๆ โดยมีรายงานผลการดำเนินงาน ข้อมูลบุคลากร แผนงาน โครงสร้างพื้นฐานของระบบ รายงานการตรวจสอบปรับปรุงแก้ไข และรายงานการบำรุงรักษา โดยมีระยะเวลาดําเนินงาน 365 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
English summary
The project aims to maintain the Department of Disaster Prevention and Mitigation (DDPM)’s Disaster Machinery Database Management System to ensure continuous and efficient operation, and to improve the efficiency of the information system to meet increasing demands. The contractor will be responsible for inspecting, improving, developing, and repairing the database systems, providing technical advice, creating Data Set Services and APIs, developing a management reporting system, and performing preventive and corrective maintenance.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อบํารุงรักษาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
- เพื่อปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบสารสนเทศให้รองรับความต้องการ การใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น และที่มีการเปลี่ยนแปลงไป
ขอบเขตของงาน
- จัดทําแผนการดําเนินโครงการ (Action Plan Report) และศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างพื้นฐานของระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย และระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire)
- ตรวจสอบ ปรับปรุงพัฒนา ซ่อมแซมหรือแก้ไข ระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) และระบบฐานข้อมูลทรัพยากรต่างๆ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- บริการให้คําปรึกษาแนะนํา และดําเนินการด้านเทคนิคเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) และระบบฐานข้อมูลทรัพยากรต่างๆ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (24x7 Incident Support)
- ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการให้บริการข้อมูลชุดข้อมูล (Data Set Service) และจัดทํามาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูล (Application Programming Interface: APIs)
- พัฒนาระบบรายงานสําหรับผู้บริหารระดับสูง (Dashboard) โดยนําเสนอในรูปแบบ Business Intelligence (BI) สําหรับระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย และระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire)
- ดําเนินการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) (On-Site 4 ครั้ง)
- ดําเนินการการบํารุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance) ภายใน 24 ชั่วโมง
- On the job training กรณีที่มีการปรับปรุง แก้ไข และบํารุงรักษาระบบ ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ปรับปรุง แก้ไข ระบบเสร็จสิ้น
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดําเนินโครงการ (Action Plan Report)
- รายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างพื้นฐานของระบบฐานข้อมูล
- รายงานผลการตรวจสอบ ปรับปรุงพัฒนา ซ่อมแซมหรือแก้ไข ระบบฐานข้อมูล
- รายงานผลการให้คําปรึกษาแนะนําและดําเนินการด้านเทคนิค
- ระบบการให้บริการข้อมูลชุดข้อมูล (Data Set Service) และมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูล (Application Programming Interface: APIs)
- ระบบรายงานสําหรับผู้บริหารระดับสูง (Dashboard) ในรูปแบบ Business Intelligence (BI)
- รายงานผลการดําเนินงานบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) (4 ครั้ง)
- รายงานผลการดําเนินงานบํารุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance)
- On the job training
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดําเนินงาน ๓๖๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง หรืองานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๗๕๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ในระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมเชื่อถือ
- ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอรายชื่อบุคลากรหรือทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการทํางานที่จะดําเนินการในโครงการนี้ โดยมีคุณสมบัติดังนี้:
- ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จำนวนอย่างน้อย ๑ คน
- จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ วิศวกรรมโทรคมนาคม วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
- มีประสบการณ์ด้านบริหารโครงการ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
- นักวิเคราะห์ระบบ จํานวน ๑ คน
- จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือ วิทยาศาสตร์ หรือ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศ
- มีประสบการณ์ด้านวิเคราะห์ระบบงานการพัฒนาระบบสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
- นักพัฒนาระบบสารสนเทศ (โปรแกรมเมอร์) จํานวน ๑ คน
- จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือ วิทยาศาสตร์ หรือ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศ
- มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสารสนเทศ จํานวน ๑ คน
- จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในด้านภูมิศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
- มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ไม่น้อยกว่า ๒ ปี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศในภาวะวิกฤต (Web EOC) จํานวนอย่างน้อย ๑ คน
- จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์หรือ วิทยาศาสตร์หรือ วิศวกรรมโทรคมนาคม วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
- มีประสบการณ์ด้านบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศในภาวะวิกฤต (Web EOC) ไม่น้อยกว่า ๓ ปี
- ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จำนวนอย่างน้อย ๑ คน
เกณฑ์การพิจารณา
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคาและพิจารณาจากราคารวม
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผู้รับจ้างต้องจัดทําตารางเปรียบเทียบรายละเอียดข้อกําหนดและรายละเอียด (Specification) เป็นรายข้อทุกข้อ (Statement of Compliance) ของเอกสารเสนอราคา โดยอ้างอิงข้อความ หรือเอกสารในส่วนอื่นที่จัดทําเสนอมา
- สร้างบริการชุดข้อมูล (Data Set) และคําอธิบายชุดข้อมูล (Meta Data) สําหรับระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย และระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire)
- พัฒนาการเชื่อมโยงและการให้บริการ ประกอบด้วย RESTful APIs และจัดทําการเชื่อมโยงกับระบบการให้บริการของ กรมฯ ที่มีอยู่เดิมหรือตามที่ กรมฯ ร้องขอ
- พัฒนาระบบรายงานสําหรับผู้บริหารระดับสูง (Dashboard) โดยนําเสนอในรูปแบบ Business Intelligence (BI) สําหรับระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย และระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire)
เงื่อนไขสัญญา
- งวดที่ ๑ ร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๙.๑ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- งวดที่ ๒ ร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๙.๒ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- งวดที่ ๓ ร้อยละ ๔๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๙.๓ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- งวดที่ ๔ (งวดสุดท้าย) ร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๙.๔ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- ในกรณีผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของมูลค่าในสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: ระบบที่ต้องบำรุงรักษาในโครงการนี้มีอะไรบ้าง?
คำตอบ: ระบบที่ต้องบำรุงรักษาหลักๆ คือ ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย และระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) รวมถึงระบบฐานข้อมูลทรัพยากรอื่นๆ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย -
คำถาม: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ต้องทำอะไรบ้าง?
คำตอบ: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) รวมถึงการตรวจสอบข้อบกพร่อง (Error Log) ของการทํางานของระบบและผู้ใช้งาน ปรับปรุงข้อมูล และทําการสํารองข้อมูล ในส่วนของระบบสารสนเทศ และฐานข้อมูล -
คำถาม: หากระบบเกิดปัญหา ผู้รับจ้างต้องแก้ไขภายในกี่ชั่วโมง?
คำตอบ: ในกรณีที่ระบบไม่สามารถให้บริการหรือใช้งานได้ ผู้รับจ้างจะต้องรีบดําเนินการเข้ามาแก้ไข ให้กลับมาใช้ได้ดังเดิม ภายในระยะเวลา ๒๔ ชั่วโมง โดยไม่รวมระยะเวลาความเสียหายของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ ทางด้านเครือข่าย -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องทำ Data Set Service และ APIs สำหรับระบบอะไรบ้าง?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องสร้าง Data Set Service และ APIs สำหรับระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย และระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) -
คำถาม: ระบบรายงานสำหรับผู้บริหาร (Dashboard) ต้องนำเสนอในรูปแบบใด?
คำตอบ: ระบบรายงานสำหรับผู้บริหาร (Dashboard) ต้องนำเสนอในรูปแบบ Business Intelligence (BI) -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องทำ On the Job Training ในกรณีใด?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องทำ On the Job Training กรณีที่มีการปรับปรุง แก้ไข และบำรุงรักษาระบบเครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) และระบบฐานข้อมูลทรัพยากรต่างๆ -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านใดบ้าง?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องมีผู้จัดการโครงการ นักวิเคราะห์ระบบ นักพัฒนาระบบสารสนเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสารสนเทศ และผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศในภาวะวิกฤต -
คำถาม: ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องเป็นผลงานกับหน่วยงานใด?
คำตอบ: ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมเชื่อถือ -
คำถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอะไรบ้างในวันยื่นข้อเสนอ?
คำตอบ: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นประวัติโดยย่อ หนังสือรับรองคุณวุฒิ หนังสือรับรองการทํางานในแต่ละด้านที่เสนอในโครงการ หนังสือยินยอมเข้าร่วมโครงการพร้อมลายมือชื่อ -
คำถาม: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ต้องเข้าไปดำเนินการที่สถานที่ติดตั้งระบบ (On-Site) ทั้งหมดกี่ครั้ง?
คำตอบ: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ต้องเข้าไปดำเนินการที่สถานที่ติดตั้งระบบ (On-Site) ทั้งหมด 4 ครั้ง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ปภ.
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
(Terms of Reference: TOR)
โครงการบํารุงรักษาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Terms of Reference : TOR)
โครงการบํารุงรักษาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ต
9.
หลักการและเหตุผล
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการ ทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย และระบบฐานข้อมูลทรัพยากรต่างๆ สําหรับใช้ในภารกิจด้านการจัดการ สาธารณภัยของประเทศ ซึ่งแต่ละระบบมีความจําเป็นที่จะต้องสามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ระบบคลังข้อมูลสาธารณภัยแห่งชาติ
เพื่อให้ระบบดังกล่าวสามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ จึงจําเป็นต้องมีการบํารุงรักษา อย่างสม่ําเสมอ การบํารุงรักษาจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ปรับปรุงประสิทธิภาพการทํางาน และรักษา ความปลอดภัยของข้อมูล
นอกจากนี้ การบํารุงรักษายังช่วยให้ระบบสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทําให้กรมฯ สามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่าในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ โครงการบํารุงรักษาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัยจึงมีความสําคัญ
อย่างยิ่งต่อการปฏิบัติภารกิจของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการเตรียมพร้อมรับมือและจัดการ
สาธารณภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อบํารุงรักษาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้สามารถตอบสนอง การใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
๒.๒ เพื่อปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบสารสนเทศให้รองรับความต้องการ การใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น และที่มีการเปลี่ยนแปลงไป
๓. เกณฑ์การพิจารณา
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคาและพิจารณาจากราคารวม
๔. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๔.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๔.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๔.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๔.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนด ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๔.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๔.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๔.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๔.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็น
การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๔.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
เว้นแต่รัฐบาลของ
๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๔.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง หรืองานพัฒนาระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๗๕๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ในระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมเชื่อถือ โดยให้แนบสําเนา หนังสือรับรองผลงาน มาพร้อมกับเอกสารเสนอราคา
๔.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ
หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้ร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้ข้อกําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงรายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
๕. เงื่อนไขการยื่นข้อเสนอ
๕.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทําตารางเปรียบเทียบรายละเอียดข้อกําหนดและรายละเอียด (Specification) เป็นรายข้อทุกข้อ (Staternent of Compliance) ของเอกสารเสนอราคา (โปรแกรม/อุปกรณ์ ที่ระบุในภาคผนวกทุกข้อต้องระบุยี่ห้อ/รุ่นชัดเจนพร้อมแนบเอกสารแสดงคุณลักษณะ) โดยใช้ตัวอย่าง แบบฟอร์มการเปรียบเทียบตามตารางที่ ๑ ในการเปรียบเทียบรายการดังกล่าว โดยอ้างอิงข้อความ หรือเอกสารในส่วนอื่นที่จัดทําเสนอมา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องระบุให้เห็นอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ง่าย ไว้ในเอกสารเปรียบเทียบด้วยว่า สิ่งที่ต้องการอ้างอิงถึงนั้นอยู่ในส่วนใดตําแหน่งใดของเอกสารอื่นๆ ที่จัดทํา เสนอมา สําหรับเอกสารที่อ้างอิงถึงให้หมายเหตุหรือขีดเส้นใต้หรือระบายสีพร้อมเขียนหัวข้อกํากับไว้ เพื่อให้
3
น
๔
สามารถไปตรวจสอบกับเอกสารเปรียบเทียบได้ง่ายและตรงกันด้วย หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ดําเนินการตามข้อนี้
คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาจะขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาการยื่นข้อเสนอนั้น เว้นแต่
เป็นข้อผิดหลง หรือผิดพลาดเพียงเล็กน้อยไปจากเงื่อนไขของเอกสารประกวดราคาในส่วนที่มิใช่สาระสําคัญ
ทั้งนี้เฉพาะในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเท่านั้น
ตารางที่ ๑ ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติข้อกําหนดและรายละเอียดข้อเสนอโครงการ
อ้างถึงข้อ
ข้อก้าหนด/ ที่ต้องการ
ข้อกําหนด ที่เสนอ
เอกสารอ้างอิง
ระบุหัวข้อให้ตรงกับหัวข้อ ให้คัดลอกคุณลักษณะเฉพาะ ให้ระบุคุณลักษณะ ระบุบทที่ ที่ระบุในเอกสารเสนอราคา ที่กําหนดมากรอกในช่องนี้
เฉพาะที่เสนอ และหมายเลขหน้า
ของเอกสารอ้างอิง
๕.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรายชื่อบุคลากรหรือทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการทํางานที่จะดําเนินการในโครงการนี้ โดยจะต้องส่งประวัติโดยย่อ หนังสือรับรองคุณวุฒิ หนังสือรับรองการทํางานในแต่ละด้านที่เสนอในโครงการ หนังสือยินยอมเข้าร่วมโครงการพร้อมลายมือชื่อ
โดยยื่นหลักฐานให้กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพิจารณาในวันยื่นข้อเสนอ
๕.๒.๑ ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จํานวนอย่างน้อย ๑ คน
๕.๒.๑.๑ จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ วิศวกรรมโทรคมนาคม วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
๕.๒.๑.๒ มีประสบการณ์ด้านบริหารโครงการ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
๕.๒.๒ นักวิเคราะห์ระบบ จํานวน ๑ คน
๕.๒.๒.๑ จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
หรือ วิทยาศาสตร์ หรือ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศ
ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
๕.๒.๒.๒ มีประสบการณ์ด้านวิเคราะห์ระบบงานการพัฒนาระบบสารสนเทศ
๕.๒.๓ นักพัฒนาระบบสารสนเทศ (โปรแกรมเมอร์) จํานวน ๑ คน มีคุณสมบัติ ดังนี้
๕.๒.๓.๑ จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือ วิทยาศาสตร์
หรือ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศ
๕๒.๓.๒ มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ๕.๒.๔ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสารสนเทศ จํานวน ๑ คน มีคุณสมบัติ ดังนี้
๕.๒.๕
๕.๒.๔.๑ จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในด้านภูมิศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ๕.๒.๔.๒ มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ไม่น้อยกว่า ๒ ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศในภาวะวิกฤต (Web EOC) จํานวน
๕.๒.๕.๒ จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์หรือ วิทยาศาสตร์หรือ วิศวกรรมโทรคมนาคม วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างน้อย ๑ คน
ไม่น้อยกว่า ๓ ปี
๕.๒.๕.๒ มีประสบการณ์ด้านบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศในภาวะวิกฤต (Web EOC)
๕.๓ ในกรณีที่เสนออุปกรณ์และระบบที่มีคุณลักษณะเฉพาะที่กําหนดผิดแผกไปจากขอบเขต
การดําเนินงานและแบบรูปรายการในลักษณะเทียบเท่าหรือดีกว่า ต้องแสดงเอกสารทางวิชาการอย่างชัดเจนว่า
เทียบเท่าหรือดีกว่าอย่างไร
5. ขอบเขตของการดําเนินงาน
๖.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินโครงการตามขอบเขตการดําเนินงานโครงการ (Action Plan Report) พร้อมทั้ง ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างพื้นฐานของระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการ ทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) โดยมีรายละเอียดการนําเสนอไม่น้อยกว่าหัวข้อดังต่อไปนี้
๒.๑.๑ บุคลากรในโครงการ
๖.๒.๒ แผนงานโครงการและวิธีการดําเนินงานโครงการ
๒.๑.๓ แนวคิดในการบริหารงานโครงการและการจัดการความเสี่ยงของโครงการ
๒.๑.๔ ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างพื้นฐานของระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย และระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire)
1
๒.๒ ผู้รับจ้างต้องทําการตรวจสอบ ปรับปรุงพัฒนา ซ่อมแซมหรือแก้ไข ระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกล สาธารณภัย ระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) และระบบฐานข้อมูลทรัพยากรต่างๆ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่น ตรวจสอบการใช้งานในเมนูต่างๆ หรือการออกรายงาน เป็นต้น ให้อยู่ในสถานะพร้อมใช้งานได้เป็นปกติหรือมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตลอดเวลา
๖.๓ ผู้รับจ้างจะต้องบริการให้คําปรึกษาแนะนํา และดําเนินการด้านเทคนิคเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล เครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) และระบบฐานข้อมูล ทรัพยากรต่างๆ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้างจนถึงวันสิ้นสุด สัญญาของโครงการฯ โดยจัดหาเจ้าหน้าที่ให้คําปรึกษา และบริหารจัดการเหตุการณ์ (Incident Support) เพื่อประสานงานกับผู้ว่าจ้างในการให้คําปรึกษา รับแจ้งเหตุขัดข้องแบบ ๒๔ X ๗ (๒๔ ชั่วโมง x ๗ วัน)
๖.๔ ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการให้บริการข้อมูลชุดข้อมูล (Data Set Service) และจัดทํามาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูล (Application Programming Interface: APIs) โดยมีรายละเอียดการ
ดําเนินงานดังนี้
กรมฯ ร้องขอ
๖.๔.๑ สร้างบริการชุดข้อมูล (Data Set) และคําอธิบายชุดข้อมูล (Meta Data) สําหรับระบบ ดังนี้
๖.๔.๑.๑ ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย
๖.๔.๑.๒ ระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire)
๒.๔.๒ พัฒนาการเชื่อมโยงและการให้บริการ ประกอบด้วยดังนี้
๖.๔.๒.๑ มีรายละเอียดการทํางานในรูปแบบของ RESTful APIs
๖.๔.๒.๒ จัดทําการเชื่อมโยงกับระบบการให้บริการของ กรมฯ ที่มีอยู่เดิมหรือตามที่
๖.๔.๒.๓ จัดทําการให้บริการข้อมูล โดยดําเนินการในรูปแบบของ RESTful APIs ๖.๔.๓ ติดตามปรับปรุง up date ชุดข้อมูลให้เป็นปัจจุบันพร้อมให้บริการอยู่เสมอ
๖.๕ พัฒนาระบบรายงานสําหรับผู้บริหารระดับสูง (Dashboard) โดยนําเสนอในรูปแบบ Business Intelligence (BI) สําหรับระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย และระบบการจัดการ ทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) โดยใช้เครื่องมือและข้อมูลที่หน่วยงานมีอยู่ เป็นต้น
๖.๖ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) (ไม่รวมถึง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย ของระบบ) โดยเข้าดําเนินงานในสถานที่ ที่มีการติดตั้งระบบ (On-Site) และจะต้องเข้าไปดําเนินการจํานวน ๔ ครั้ง โดยในแต่ละครั้งการดําเนินการ ต้องตรวจสอบข้อบกพร่อง (Error Log) ของการทํางานของระบบและผู้ใช้งาน ปรับปรุงข้อมูล และทําการสํารองข้อมูล ในส่วนของระบบสารสนเทศ และฐานข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมทั้งจัดทํารายงานสรุปผลการบํารุงรักษา
เชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
๖.๗ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการการบํารุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance) ในกรณีที่ระบบไม่สามารถให้บริการหรือใช้งานได้ จะต้องรีบดําเนินการเข้ามาแก้ไข ให้กลับมาใช้ได้ดังเดิม ภายในระยะเวลา ๒๔ ชั่วโมง โดยไม่รวมระยะเวลาความเสียหายของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ ทางด้านเครือข่าย (โดยให้นับเวลา หลังจากอุปกรณ์ต่างๆ ซอฟต์แวร์ต่างๆ พร้อมใช้งาน)
๖.๔ ผู้รับจ้างจะต้องเข้ามา on the job training กรณีที่มีการปรับปรุง แก้ไข และบํารุงรักษาระบบ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) และระบบฐานข้อมูล ทรัพยากรต่างๆ ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ปรับปรุง แก้ไข ระบบเสร็จสิ้น
๗. ระยะเวลาดําเนินงาน
ระยะเวลาดําเนินงาน ๓๖๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
4. งบประมาณโครงการ
งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จํานวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน)
๔. การส่งมอบงานและเงื่อนไขการส่งมอบงาน
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะทําการตรวจรับงานให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการในแต่ละงวด
แล้วเสร็จ โดยมีรายละเอียดดังนี้
04.0)
งวดที่ ๑ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการส่งมอบงาน ตามข้อ ๖๖.๑ ๖.๒๖.๓ ๖.๖ และ ๖.๗ ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา พร้อมทั้งจัดส่งเอกสารรายงานผลการดําเนินงาน จํานวน ๕ เล่ม ประกอบด้วย
๔.๑.๑ ข้อมูลบุคลากรในโครงการ แผนงานโครงการและวิธีการดําเนินงานโครงการ เสนอต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๔.๑.๒ ผลการศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างพื้นฐานของระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย และระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire)
๔.๑.๓ รายงานผลการตรวจสอบ ปรับปรุงพัฒนา ซ่อมแซมหรือแก้ไข และรายงานการให้ คําปรึกษาแนะนําและดําเนินการด้านเทคนิคเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) และระบบฐานข้อมูลทรัพยากรต่างๆ ของกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ตามข้อ ๖.๒ และ ๒.๓
๔.๑.๔ รายงานผลการดําเนินงานบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และ บํารุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance) ครั้งที่ ๑ ตามข้อ ๖.๖ และ ๖.๗
๔.๒ งวดที่ ๒ ผู้รับจ้างจะต้องรายงานผลการดําเนินงานการตรวจสอบ ปรับปรุงพัฒนา ซ่อมแซมหรือแก้ไข และรายงานการให้คําปรึกษาแนะนําและดําเนินการด้านเทคนิคเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (F-Fire) และระบบฐานข้อมูลทรัพยากรต่างๆ ของกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย และบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) อีกทั้ง บํารุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance) ครั้งที่ ๒ ตามข้อ ๖.๒ ๖.๓ ๖.๖ และ ๖.๗ พร้อมจัดส่งเอกสารรายงานผลการดําเนินงาน จํานวน ๕ เล่ม ภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๔.๓ งวดที่ ๓ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานตามข้อ ๖.๒ ถึง ๒.๗ พร้อมจัดส่งเอกสารรายงานผลการ ดําเนินงาน จํานวน ๕ เล่ม ภายใน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ประกอบด้วย
๔.๓.๑ รายงานผลการตรวจสอบ ปรับปรุงพัฒนา ซ่อมแซมหรือแก้ไข และรายงานการให้ คําปรึกษาแนะนําและดําเนินการด้านเทคนิคเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการ ทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) และระบบฐานข้อมูลทรัพยากรต่างๆ ของกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ตามข้อ ๖.๒ และ ๖.๓
๔.๓.๒ ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการให้บริการข้อมูลชุดข้อมูล (Data Set Service) และจัดทํามาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูล (Application Programming Interface: APIs) ตามข้อ ๖.๔
๔.๓.๓ พัฒนาระบบรายงานสําหรับผู้บริหารระดับสูง (Dashboard) โดยนําเสนอในรูปแบบ Business Intelligence (BI) สําหรับระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย และระบบการ จัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) ตามข้อ ๖.๕
๔.๓.๔ รายงานผลการดําเนินงานบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และบํารุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance) ครั้งที่ ๓ ตามข้อ ๖.๖ และ ๑.๗
๔.๔ งวดที่ ๔ (งวดสุดท้าย) ผู้รับจ้างจะต้องรายงานผลการดําเนินงานการตรวจสอบ ปรับปรุงพัฒนา ซ่อมแซมหรือแก้ไข และรายงานการให้คําปรึกษาแนะนําและดําเนินการด้านเทคนิคเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล เครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบการจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันอัคคีภัย (E-Fire) และระบบฐานข้อมูล ทรัพยากรต่างๆ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) อีกทั้ง บํารุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance) ครั้งที่ ๔ ตามข้อ ๒.๒ ๖.๓ ๖.๖ และ ๖.๗ พร้อมจัดส่งเอกสารรายงานผลการดําเนินงาน จํานวน ๕ เล่ม ภายใน ๓๖๕ วัน นับถัดจาก วันลงนามในสัญญา
๑๐. การเบิกจ่ายเงิน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะเบิกจ่ายให้กับผู้รับจ้างเป็นงวด ดังนี้
00.0
งวดที่
ร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๔.๑ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๑๐.๒ งวดที่ ๒ ร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๔.๒ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๑๐.๓ งวดที่ ๓ ร้อยละ ๔๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๔.๓ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๑๐.๔ งวดที่ ๔ (งวดสุดท้าย) ร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๔.๔ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
น
๑๑. เงื่อนไขการปรับ
ในกรณีผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือส่งมอบแล้ว แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ดีดังเดิม โดยมิใช่เหตุ จากผู้จ้าง ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของมูลค่าในสัญญา
๑๒. ข้อสงวนสิทธิ์
หากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตรวจพบในภายหลังว่าข้อมูลที่ผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ นํามา ประกอบการใช้ในการยื่นข้อเสนอเป็นเท็จ หรือไม่เป็นไปตามที่เสนอไปในโครงการครั้งนี้ กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจะถือว่าผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ ผิดสัญญาและขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกสัญญาได้ โดยผู้ชนะ การยื่นข้อเสนอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีสิทธิ์เรียกร้อง ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นและแจ้งให้รับจ้างเป็นผู้ทิ้งงาน
๑๓. หน่วยงานผู้รับผิดชอบ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย สถานที่ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม หรือเสนอแนะวิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นโดยเปิดเผยตัว ได้ที่
๑๓.๑ ทางไปรษณีย์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขที่ ๓/๑๒ อาคาร ๑ ถนนอู่ทองนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 90000
๑๓.๒ ทางโทรศัพท์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โทร ๐ ๒๖๙๗ ๓๖๐๗ หรือกองคลัง โทร ๐ ๒๖๓๙ ๓๒๕๑
๑๓.๓ ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ e-mail : [email protected]
คณะกรรมการจัดทํารายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลาง โครงการบํารุงรักษาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเครื่องจักรกลสาธารณภัย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
3.
(นายประสงค์ ธัมมะปาละ)
หัวหน้าสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี ปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ประธานกรรมการ
(นายทวียศ กลิ่นขจร)
นักเทคโนโลยีสารสนเทศชํานาญการพิเศษ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
กรรมการ
(นายปรัชญา สนิทมัจโร) นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
กรรมการ
(นางสาวกรรณวรี สุทธิลออ) นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
กรรมการ
Dour
(นายปัชภณ ศีลธร) พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
กรรมการและเลขานุการ
טור
៩