จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบ MCS WEB ปี 2568 (ครั้งที่ 2)

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) 68059247825
฿4,000,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 20 พ.ค. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบ MCS WEB ใหม่ของสำนักงานกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ให้มีความทันสมัย ใช้งานง่าย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากระบบเดิมที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2551 มีข้อจำกัดหลายด้าน โครงการนี้จะดำเนินการตามนโยบาย Digital Platform ของรัฐบาลและลดการใช้กระดาษ (Paperless) โดยมีเป้าหมายหลักในการปรับปรุงรูปแบบการแสดงผลให้มีความทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านการจัดทำและรับ-ส่งข้อมูลสมาชิกแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานผ่านเว็บไซต์ และยกระดับความปลอดภัยในการใช้งาน เช่น การยืนยันตัวตนด้วย ThaID

ขอบเขตงานประกอบด้วยการออกแบบและพัฒนาระบบ MCS WEB ใหม่ โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 5 ระยะ ครอบคลุมงานออกแบบระบบงาน พัฒนาส่วนของ landing page web เพื่อรองรับการ Upload เอกสาร การจัดทำข้อมูลนำส่งเงิน การแจ้งข้อมูลเพื่อตรวจสอบและดำเนินการ และงานแจ้งข้อมูลและรายงานต่างๆ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการฝึกอบรมความรู้แก่ผู้ใช้งานและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ

ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดด้านความต้องการระบบ (Functional Requirement) และข้อกำหนดทางเทคนิคที่ระบุไว้ใน TOR อย่างเคร่งครัด รวมถึงการรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี

English summary

This project aims to develop a modern, user-friendly, and efficient MCS WEB system for the Government Pension Fund (GPF). The existing system, in use since 2008, has several limitations. This project aligns with the government’s Digital Platform policy and aims to reduce paper usage. The main objectives include modernizing the user interface, improving the efficiency of member data management, and enhancing security measures such as ThaID verification.

The scope of work includes designing and developing the new MCS WEB system, divided into five phases, covering system design, landing page development for document uploading, payment data management, information notification for verification and action, and various data notification and reporting tasks. It also includes training for users and system administrators.

The contractor must strictly adhere to the functional requirements and technical specifications outlined in the TOR, including a warranty for system defects for at least one year.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับปรุงรูปแบบการแสดงผล ให้มีภาพลักษณ์ ที่มีความทันสมัย
  • เพื่อปรับเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านการจัดทำและรับ-ส่งข้อมูลสมาชิกแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงาน ผ่านช่องทาง Web Site
  • เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้งาน เช่น การยืนยันตัวตน และการเข้าใช้ระบบด้วย ThaID

ขอบเขตของงาน

แบ่งการพัฒนาออกเป็น 5 ระยะ ดังนี้:

  • ระยะที่ 1: งานออกแบบระบบงาน (45 วัน)
    • จัดทําแผนการดําเนินงานโครงการ
    • การวิเคราะห์และออกแบบ Website MCS WEB
    • การพัฒนาระบบ MCS WEB
  • ระยะที่ 2: พัฒนาส่วนของ landing page web เพื่อรองรับการ Upload เอกสาร (90 วัน)
    • การเข้าใช้งานระบบ (ตรวจสอบและยืนยันตัวตน, Link เอกสาร/คู่มือ, ข้อมูลหน่วยงาน)
    • การปรับฐานข้อมูลสมาชิก (ลงทะเบียน, โอนย้าย, พ้นสภาพ, แก้ไขประวัติ, ปรับอัตราเงินเดือน, หยุด/เริ่มนำส่ง, ส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม)
  • ระยะที่ 3: (150 วัน)
    • การจัดทำข้อมูลนำส่งเงิน (ประจำเดือน, ระหว่างเดือน, กำหนดวันที่โอนเงิน)
    • การขอถอนเงินคืน (กรณีส่งเงินเกิน)
  • ระยะที่ 4: (180 วัน)
    • การแจ้งข้อมูลเพื่อตรวจสอบ และดำเนินการ (ชื่อ-สกุล/คำนำหน้าไม่ตรง, รายการสะสมส่วนเพิ่ม)
    • งานแจ้งข้อมูล และรายงาน (สรุปข้อมูลส่วนบุคคล/นำส่งเงิน, สมาชิก My GPF/Line OA, สมาชิกยังไม่ยื่นแบบแจ้งข้อมูล, การจ่ายเงินคืน, สมาชิก กบข. รอการแจ้งเรื่องราว)
  • ระยะที่ 5: (210 วัน)
    • ส่วนของการฝึกอบรมความรู้แก่ผู้ใช้งาน และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานโครงการ
  • เอกสารการวิเคราะห์และออกแบบ Website MCS WEB
  • เอกสารสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture)
  • Program Source Code
  • เอกสาร User Acceptance Test (UAT) และ Non-Functional Acceptance Test
  • เอกสารวิเคราะห์ความต้องการ (System Requirement Specification)
  • เอกสารการออกแบบระบบ (System Design Specification)
  • คู่มือปฏิบัติงาน User Manual ฉบับเต็ม
  • คู่มือระบบ System Manual และ Operation Manual
  • เอกสารการอบรมและถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบ

ระยะเวลาดำเนินการ

แบ่งการพัฒนาออกเป็น 5 ระยะ:

  • ระยะที่ 1: 45 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา
  • ระยะที่ 2: 90 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา
  • ระยะที่ 3: 150 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา
  • ระยะที่ 4: 180 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา
  • ระยะที่ 5: 210 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Experience: ต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญหรือมีทักษะสูงในด้านงานออกแบบ / พัฒนา / ปรับปรุง ระบบงานสารสนเทศด้าน Web Application

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ กบข. จะพิจารณาโดยใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) และพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก โดยกำหนดปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาและน้ำหนัก ดังนี้:

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price): 20%
  • ด้านคุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์กับผู้ซื้อ: 80%
    • มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องประเภทเดียวกับ TOR ฉบับนี้ให้แก่องค์กรภาครัฐ และ/หรือเอกชน (15%) เงื่อนไข : มูลค่าแต่ละโครงการไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท
    • เอกสารแผนงาน รูปแบบ วิธีการทำงาน ทีมงาน ที่มีความสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ในการจัดจ้างที่กำหนดใน TOR นี้ รวมทั้งมีความเป็นไปได้ในการปฏิบัติมากน้อยเพียงใด (Process) (15%) เงื่อนไข: เอกสารที่ยื่น ต้องมีความสมบูรณ์เพียงพอต่อความมั่นใจของความสำเร็จของงานตามหัวข้อนั้นๆ
    • เอกสารการออกแบบหน้าจอต้นแบบ (Prototype) ของระบบเบื้องต้น ประเมินจากเกณฑ์การออกแบบ (25%)
    • การนำเสนอและการตอบข้อซักถาม หรือให้คำชี้แจงรายละเอียดตามขอบเขตของงาน (TOR) ต่อคณะกรรมการฯได้อย่างครบถ้วนและชัดเจน (25%)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • สามารถเรียกค้นข้อมูลรายบุคคลของสมาชิกได้ภายในระยะเวลาเฉลี่ยไม่เกิน 6 วินาที
  • ออกแบบระบบสำรองข้อมูลที่สามารถสำรองและกู้คืนข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐานของ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ กบข.
  • ระบบฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2019 ขึ้นไป
  • ระบบงานสามารถ Compile Source Code ภายใต้การทำงานบน Window 11 ในรูปแบบ 64 Bit ขึ้นไป
  • เครื่องมือที่พัฒนาโปรแกรมได้แก่ Microsoft Visual Studio 2022 สำหรับโปรแกรม Back Office หรือเวอร์ชั่นใหม่กว่า
  • เรียกใช้ API ของระบบ Preventive Monitoring เพื่อทำการแจ้งเตือนผ่านช่องทาง Line หรือ MS Team หรือ Email และจะต้องมีวิธีการจัดการ Error (Try…Catch) ในกรณีระบบ Preventive Monitoring ไม่สามารถใช้งานได้
  • จัดเตรียมเครื่องมือ (Simulation Program) เพื่อ ตรวจสอบการทำงานของโปรแกรม (API, Landing Page หรือ Web Page เป็นต้น) โดยส่งสถานะ จำนวนผู้ใช้งาน (CCU) และ Response Time
  • สนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของโปรแกรมบนเครื่อง Server เพื่อนำมากำหนด Config ของ Health Check
  • ต้องจัดให้มีการควบคุมการเข้าถึง กำหนดสิทธิ์การใช้งานระบบ การพิสูจน์ตัวตนและบริหารจัดการสิทธิ์ สำหรับผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ
  • ต้องจัดให้มี System Architectures ที่ระบุถึง การรักษาความมั่นคงปลอดภัยและการป้องกันในการใช้งานระบบและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ ระบบทั้งหมดและทำงานร่วมกับระบบป้องกันของ กบข. ได้
  • ต้องจัดให้มีการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลสำคัญ และข้อมูลส่วนบุคคล ในการจัดเก็บ การใช้งาน และการเปิดเผยข้อมูล โดยมีการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการ สื่อสารระหว่างระบบเครือข่ายทั้งภายในและภายนอก ด้วย Secure Protocol TLS1.2 (SHA-2 2048 bit) ขึ้น ไป
  • ต้องจัดให้มีการสำรองข้อมูล การกู้คืนข้อมูลและระบบ ใน กรณีเกิดเหตุด้านความมั่นคงปลอดภัย
  • ต้องจัดให้มีการจัดเก็บและบันทึกกิจกรรมการใช้ งานของระบบ และตรวจสอบในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย
  • ต้องจัดให้มีการประเมินประสิทธิภาพและการรักษาความปลอดภัยด้าน แอพพลิเคชั่น เช่น ผลการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing) เป็นต้น
  • ระบบต้องยุติการใช้งาน (Session Timeout) ของผู้ใช้งาน เมื่อเว้นจากการใช้งาน ระบบ ตามระยะเวลา 15 นาที หรือตามข้อจำกัดของระบบ
  • กรณีมีการใช้งาน Access Token หรือ OTP ต้องกำหนดให้ Token หรือ OTP มี ระยะเวลาหมดอายุที่เหมาะสม
  • ระบบต้องจัดให้มีการกำหนดจำนวนสูงสุดที่อนุญาตในการ Login Fail และหากพบการ Login Fail เกินกำหนดให้ระบบดำเนินการ
  • ในกระบวนการพัฒนาระบบ ต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของ Source Code ด้วยเครื่องมือและมาตรฐานตามที่กองทุนกำหนด และดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ที่ตรวจพบที่มีความเสี่ยง ในระดับปานกลางขึ้นไป หรือตามที่ตกลงกับ กบข.

เงื่อนไขสัญญา

  • งวดที่ 1: 10% ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานที่กำหนดในระยะที่ 1 แล้วเสร็จภายใน 45 วัน
  • งวดที่ 2: 25% ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานที่กำหนดในระยะที่ 2 แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
  • งวดที่ 3: 25% ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานที่กำหนดในระยะที่ 3 แล้วเสร็จภายใน 150 วัน
  • งวดที่ 4: 20% ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานที่กำหนดในระยะที่ 4 แล้วเสร็จภายใน 180 วัน
  • งวดที่ 5: 20% ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา ภายใน 210 วัน
  • ค่าปรับกรณีจ้างช่วง: 10% ของวงเงินจ้างช่วง
  • ค่าปรับกรณีผิดสัญญา: 0.1% ของราคาค่าจ้างต่อวัน (ขั้นต่ำ 100 บาท/วัน)
  • ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของการดำเนินงานออกแบบและพัฒนาระบบที่ส่ง มอบให้แก่ กบข. เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ กบข. ตรวจรับมอบงานทั้งหมดโดยถูกต้อง ครบถ้วน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: ระบบ MCS WEB ใหม่นี้จะรองรับการนำส่งข้อมูลของหน่วยงานใดบ้าง?
    คำตอบ: ระบบ MCS WEB ใหม่นี้จะรองรับการนำส่งข้อมูลของหน่วยงานที่ไม่ได้เข้าระบบจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจำของกรมบัญชีกลาง และหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น

  • คำถาม: ผู้ใช้งานจะสามารถเข้าใช้งานระบบ MCS WEB ใหม่ด้วยวิธีใดบ้าง?
    คำตอบ: ผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานระบบด้วยชื่อผู้ใช้งาน (User) และรหัสผ่าน (Password) หรือ ThaID

  • คำถาม: ระบบ MCS WEB ใหม่นี้จะมีการปรับปรุงในส่วนของการปรับฐานข้อมูลสมาชิกอย่างไรบ้าง?
    คำตอบ: ระบบใหม่จะรองรับการลงทะเบียนสมาชิกบรรจุใหม่, สมาชิกโอนย้ายเข้า/ออก, สมาชิกพ้นสมาชิกภาพ, แก้ไขประวัติส่วนตัว, ปรับอัตราเงินเดือน, สมาชิกหยุด/เริ่มนำส่งเงินชั่วคราว และสมาชิกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม

  • คำถาม: ระบบ MCS WEB ใหม่นี้จะรองรับการนำส่งเอกสารให้ กบข. ผ่านช่องทางใดบ้าง?
    คำตอบ: ระบบใหม่จะรองรับการนำส่งเอกสารผ่านหน้าจอ Upload เอกสาร และอาจรวมถึงช่องทางสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์และไปรษณีย์

  • คำถาม: ระบบ MCS WEB ใหม่นี้จะมีการแจ้งเตือนข้อมูลที่ต้องตรวจสอบอย่างไร?
    คำตอบ: ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน API ในแต่ละเมนูที่มีการส่งเข้า landing page web upload เอกสาร โดยอาจแสดงในรูปแบบกระดิ่งแจ้งเตือน

  • คำถาม: ระบบ MCS WEB ใหม่นี้จะมีการจัดการข้อมูลเงินนำส่งอย่างไรบ้าง?
    คำตอบ: ระบบจะรองรับการจัดทำงานประจำเดือนและระหว่างเดือน รวมถึงการกำหนดวันที่โอนเงิน

  • คำถาม: ระบบ MCS WEB ใหม่นี้จะมีการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร?
    คำตอบ: ระบบจะมีการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลสำคัญและข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการสื่อสารระหว่างระบบเครือข่ายทั้งภายในและภายนอก ด้วย Secure Protocol TLS1.2 (SHA-2 2048 bit) ขึ้นไป

  • คำถาม: ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบเป็นระยะเวลานานเท่าใด?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ กบข. ตรวจรับมอบงานทั้งหมดโดยถูกต้องครบถ้วน

  • คำถาม: หากระบบทำงานผิดพลาดหรือตรวจพบความผิดปกติ จะมีการแจ้งเตือนอย่างไร?
    คำตอบ: ระบบจะเรียกใช้ API ของระบบ Preventive Monitoring เพื่อทำการแจ้งเตือนผ่านช่องทาง Line หรือ MS Team หรือ Email

  • คำถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ในการทำโครงการประเภทใดบ้าง?
    คำตอบ: ผู้ยื่นข้อเสนอควรมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ TOR ฉบับนี้ให้แก่องค์กรภาครัฐ และ/หรือเอกชน โดยมีมูลค่าแต่ละโครงการไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
การจ้างพัฒนาระบบ MCS WEB ปี 2568

  1. หลักการและเหตุผล
    สำนักงานกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้เริ่มใช้ระบบ MCS WEB เพื่อให้เจ้าหน้าที่ หน่วยงานเจ้าสังกัดสามารถนำส่งข้อมูลปรับฐานข้อมูลสมาชิก และการนำส่งเงินสำหรับหน่วยงานที่ไม่ได้เข้า ระบบจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจำของกรมบัญชีกลาง และหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น มาตั้งแต่ปี 2551 ต่อมาได้มีการเพิ่มบริการแจ้งข้อมูลผลการตรวจสอบข้อมูลจากระบบจ่ายตรงฯ และข้อมูลออมเพิ่ม, ข้อมูล สมาชิกพ้นสภาพ และการนำส่งเอกสารให้ กบข. ในปี 2562, 2563 และปี 2565 ตามลำดับ ทั้งนี้ระบบ MCS
    WEB ที่สำนักงานใช้มาตั้งแต่ปี 2551 พัฒนาด้วยเทคโนโลยีเก่า ซึ่งมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งด้านความเร็วของ ระบบ ปริมาณข้อมูลที่สามารถรับได้อีกทั้งในปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายในการใช้ Digital Platform และลด Paperless จึงมีการวางแผนพัฒนาระบบ MCS WEB ใหม่ ในปี 2568 ให้ทันสมัยใช้งานง่าย สามารถรองรับการ นำส่งข้อมูลของหน่วยงาน ได้หลากหลายรูปแบบ ในปริมาณมาก ๆ ได้
    กบข. จึงมีความจำเป็นต้องจัดจ้างผู้พัฒนาที่มีความชำนาญ หรือมีทักษะสูงในด้านงานวิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาระบบ MCS WEB ให้มีภาพลักษณ์ที่มีความทันสมัย ใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและความ มั่นคงปลอดภัยในการให้บริการแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ กบข.

  2. วัตถุประสงค์
    จัดหาผู้รับจ้างออกแบบและพัฒนาระบบ MCS WEB โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานภายใต้หลักการ ดังต่อไปนี้
    2.1 เพื่อปรับปรุงรูปแบบการแสดงผล ให้มีภาพลักษณ์ ที่มีความทันสมัย
    2.2 เพื่อปรับเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านการจัดทำและรับ-ส่งข้อมูลสมาชิกแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงาน ผ่านช่องทาง Web Site
    2.3 เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้งาน เช่น การยืนยันตัวตน และการเข้าใช้ระบบด้วย ThaID 3. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) กำหนด
    3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญหรือมีทักษะสูงในด้านงานออกแบบ / พัฒนา / ปรับปรุง ระบบงานสารสนเทศด้าน Web Application

  3. รายการรายละเอียดของงานจ้าง
    ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานตามขอบเขตและรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้
    4.1 ข้อกำหนดด้านความต้องการระบบ (Functional Requirement)
    แบ่งการพัฒนาออกเป็น 5 ระยะ ดังนี้
    ระยะที่ 1 งานออกแบบระบบงาน กำหนดระยะเวลาภายใน 45 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
    4.1.1 ส่วนของการออกแบบและพัฒนาระบบ MCS WEB ใหม่

  1. จัดทําแผนการดําเนินงานโครงการให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กําหนดร่วมกัน โดยรายละเอียด ของแผนอย่างน้อยประกอบด้วย ขั้นตอนกิจกรรม, สิ่งที่ต้องส่งมอบ, กําหนดเวลาดําเนินการ, กําหนดทีมงานและบุคลากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละกิจกรรม
  2. การวิเคราะห์และออกแบบ Website MCS WEB
    2.1) รวบรวมและจัดทำสรุปความต้องการจากคณะทำงานของ กบข.
    2.2) การวิเคราะห์และออกแบบหน้าจอการใช้งาน (User Interface) สำหรับระบบ MCS WEB ให้สะดวกและใช้งานง่าย และเป็นไปตามมาตรฐานของ กบข. เพื่อรองรับการทำงานร่วมกับ
    API กบข.
    2.3) วิเคราะห์และออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบ (System Architecture) ร่วมกับ กบข. ให้รองรับ Website และ API กบข. ตามข้อสรุปความต้องการของระบบงานทั้งในส่วนของ
    ฟังก์ชั่นการทํางาน ส่วนงานทางเทคนิค รวมถึงส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามข้อกำหนด
    มาตรฐานการใช้ระบบสารสนเทศ (Standard Platform) ภายใน กบข. โดยแบ่งออกเป็น
    ชุดระบบพัฒนา (Development) ชุดระบบทดสอบ (Testing) และชุดระบบใช้งานจริง
    (Production)
  3. การพัฒนาระบบ MCS WEB โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขและขั้นตอนการทำงาน ดังนี้
    3.1) การปรับฐานข้อมูลสมาชิก ได้แก่ ลงทะเบียนสมาชิกบรรจุใหม่, สมาชิกโอนย้ายเข้า, สมาชิกโอนย้ายออก, สมาชิกพ้นสมาชิกภาพ, แก้ไขประวัติส่วนตัวสมาชิก, ปรับอัตรา
    เงินเดือน, สมาชิกหยุดนำส่งเงินชั่วคราว, ขอเริ่มนำส่งเงินให้แก่สมาชิกที่หยุดนำส่งเงิน
    ชั่วคราว และสมาชิกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม
    3.2) การจัดทำข้อมูลเงินนำส่งประจำเดือน และระหว่างเดือน
    3.3) การขอถอนเงินคืน (กรณีส่งเกิน)
    3.4) การประมวลผลรายการข้อมูลที่ต้องตรวจสอบ และดำเนินการ
    2

3.5) การแสดงผลรายงานต่างๆ ได้แก่ รายงานสรุปข้อมูลสมาชิก และการนำส่งเงิน, รายงาน การแจ้งข้อมูลการกลับเข้ารับราชการใหม่, รายงานสมาชิกพ้นสภาพ เป็นต้น
3.6) การนำส่งเอกสารให้ กบข.
ระยะที่ 2 พัฒนาส่วนของ landing page web เพื่อรองรับการ Upload เอกสารผ่านระบบ MCS WEB กำหนดระยะเวลาภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน 4.1.2 การเข้าใช้งานระบบ
หน้าหลักการใช้งานระบบประกอบด้วยการเข้าใช้งานระบบด้วย วิธีการดังนี้
(1) ชื่อผู้ใช้งาน (User) และ รหัสผ่าน (Password) หรือ ThaID
(2) Link เอกสารที่ใช้งานบ่อย หรือคู่มือ โดยสามารถ set ผ่านระบบงานที่ กบข. ใช้งานอยู่
ได้

(ตัวอย่าง flow การจัดทำข้อมูลและนำส่งเงินผ่านระบบ MCS WEB)
4.1.2.1 การตรวจสอบและยืนยันตัวตน
a. สามารถตรวจสอบและยืนยันตัวตนเพื่อใช้งานระบบได้ 2 วิธีคือ ชื่อผู้ใช้งาน (User)
และ รหัสผ่าน (Password)หรือThaID
b. หากไม่พบผู้ใช้งาน ให้ระบบขึ้นข้อความ “โปรดติดต่อ กบข. เพื่อขอเข้าใช้งาน
ระบบ”
c. ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่ารหัสผ่านใหม่ได้ด้วยตนเอง โดยตรวจสอบและยืนยันตัวตนด้วย
ThaID หรือ OTP
3

d. มีการตรวจสอบอายุรหัสผ่าน โดยต้องเปลี่ยนทุก 120 วัน ซึ่งจะมีการแจ้งเตือน
ล่วงหน้า 15 วัน ทุกครั้งที่เข้าใช้งาน
4.1.2.2 Link เอกสารที่ใช้งานบ่อย หรือคู่มือ
a. สามารถเพิ่ม Link ต่าง ๆ เพื่อให้แสดงข้อมูลตามที่กำหนด โดยสามารถ set ผ่าน
ระบบงานที่กบข.
b. สามารถเปิดใช้งานได้ทั้งเอกสาร และคลิปวีดีโอ

(ตัวอย่างการวาง link ต่าง)
4.1.2.3 ข้อมูลหน่วยงาน
เมื่อผู้ใช้งานยืนยันตัวตนผ่านแล้ว ระบบจะแสดงรายละเอียดข้อมูลของหน่วยงานนั้นๆ
ประกอบด้วย
a. ข้อมูลหน่วยงาน
• รหัสหน่วยงาน (14 หลัก) โดยแสดง list หน่วยงานย่อยทั้งหมดที่ผู้ใช้งาน
สามารถเข้าใช้งานได้
• ชื่อหน่วยงาน
• ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการ
• ที่อยู่หน่วยงาน โดยสามารถแสดงข้อมูลตั้งต้นให้ปิดข้อมูล และสามารถเลือก
เปิดข้อมูลได้เลขที่บัญชี, ชื่อบัญชี, ธนาคาร, สาขา เป็นต้น
• รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าใช้ระบบในหน่วยงาน
b. การแก้ไขข้อมูลหน่วยงาน สามารถแก้ไขข้อมูลได้ดังนี้
• ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการ
• ที่อยู่หน่วยงาน โดยสามารถเลือก ตำบล อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์จาก
dropdown list ได้
• โทรศัพท์ โทรสาร
c. รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าใช้ระบบในหน่วยงาน
• แสดงรายละเอียดผู้มีสิทธิ์เข้าใช้ระบบในหน่วยงาน เช่น รหัสผู้ใช้, เลข
ประจำตัวประชาชน, คำนำหน้า, ชื่อ – สกุล เป็นต้น
4

• สามารถดูรายละเอียดส่วนบุคคลของผู้มีสิทธิ์ได้ เช่น วันเดือนปีเกิด, หมายเลข
โทรศัพท์, หมายเลขโทรสาร, E-mail address, รหัสหน่วยงาน และชื่อ
หน่วยงานที่ User มีสิทธิ์เข้าใช้งาน เป็นต้น โดยสามารถดูรายละเอียดส่วน
บุคคลได้เฉพาะของตนเองเท่านั้น
• การแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีสิทธิ์จะต้องติดต่อผ่าน กบข. เท่านั้น ไม่
สามารถดำเนินการเองผ่านช่องทางนี้ได้

(ตัวอย่างหน้าจอข้อมูลหน่วยงาน หลังจากตรวจสอบและยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว)

(ตัวอย่างหน้าจอดูรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใช้งานระบบ)
5

(ตัวอย่างหน้าจอแก้ไขข้อมูลหน่วยงาน)
• การแจ้งเพิ่ม แก้ไข และยกเลิกผู้มีสิทธิ์ใช้งานของเจ้าหน้าที่หน่วยงาน ต้อง
จัดทำเป็นแบบฟอร์ม 3 แบบ ได้แก่
o แบบแจ้งชื่อผู้ใช้งานระบบ (แบบ MCS-WEB 1/2562)
o แบบแก้ไขข้อมูลผู้ใช้งานระบบ (แบบ MCS-WEB 2/2562)
o แบบยกเลิกผู้เข้าใช้งานระบบ (แบบ MCS-WEB 3/2562)
โดยนำส่ง กบข. ได้ 2 ช่องทาง คือ
o นำส่งเป็นเอกสารทางสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ อีเมล
[email protected]
o นำส่งแบบฟอร์มทางไปรษณีย์ หรืออาจเพิ่มช่องทางการนำส่งเอกสารโดย
การ Upload เอกสารผ่านหน้าจอ
• การเข้าใช้งานครั้งแรกของผู้มีสิทธิ์ ต้องตรวจสอบและยืนยันตัวตนก่อนใช้งาน
ทุกครั้ง (First Login Process)
4.1.3 การปรับฐานข้อมูลสมาชิก
(1) ประกอบด้วยการทำงาน 9 เรื่องได้แก่ 1) ลงทะเบียนสมาชิกบรรจุใหม่ 2) สมาชิก
โอนย้ายเข้า 3) สมาชิกโอนย้ายออก 4) สมาชิกพ้นสมาชิกภาพ 5) แก้ไขประวัติส่วนตัวสมาชิก 6) ปรับอัตรา เงินเดือน 7) สมาชิกหยุดนำส่งเงินชั่วคราว 8) ขอเริ่มนำส่งเงินให้แก่สมาชิกที่หยุดนำส่งเงินชั่วคราว และ 9) สมาชิกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม
(2) การทำรายการตาม (1) ในแต่ละเรื่องสามารถทำรายการ แก้ไขรายการ และยกเลิกการ ทำรายการได้จนกว่าจะมีการยืนยันรายการ โดยการยืนยันรายการจะสามารถยืนยันรายการปรับฐานทุกประเภท ได้พร้อมกัน หรือเลือกยืนยันทีละรายการตามที่ต้องการ
6

(ตัวอย่างการจัดเมนูสำหรับการปรับฐานข้อมูลสมาชิก)
4.1.3.1 ลงทะเบียนสมาชิกบรรจุใหม่
4.1.3.1.1 เพิ่มสมาชิกบรรจุใหม่
a. สามารถเพิ่มสมาชิกบรรจุใหม่ โดยระบุรายละเอียดข้อมูลสมาชิกได้ดังนี้
• เลขประจำตัวประชาชน (CitizenID) โดยตรวจสอบ format ตามที่กรมการ
ปกครองกำหนด และไม่มีในระบบหรือเป็น CitizenID เดิมที่มีสถานะล่าสุดเป็น
สถานะพ้นสมาชิกภาพ ทั้งจากระบบเสริมงานทะเบียนสมาชิก และระบบ
MCS-WEB กรณีที่เคยมีสถานะพ้นสมาชิกภาพมาก่อนต้องบังคับให้ใส่วันที่เข้า
เป็นสมาชิกมากกว่าหรือเท่ากับวันที่พ้นสมาชิกภาพ
• กลุ่มคำนำหน้า, คำนำหน้าชื่อ และเพศ(สอดคล้องตามคำนำหน้าชื่อ)
• ชื่อ - นามสกุลสมาชิก
• วัน เดือน ปี เกิด (พ.ศ.) โดยต้องมีอายุอยู่ในช่วงระหว่าง 15-70 ปี คำนวณจาก
การนำปี พ.ศ. เกิดมาหักลบจากปี พ.ศ. ที่เข้ารับราชการ
• วันรับราชการ (พ.ศ.) โดยวันที่เข้ารับราชการต้อง <= วันที่เข้าเป็นสมาชิก
• วันเข้าเป็นสมาชิก (พ.ศ.) โดยวันที่เข้ารับราชการต้อง > วันที่เข้าเป็นสมาชิก
(กรณีนับอายุรับราชการต่อเนื่อง)
• อัตราเงินเดือนปัจจุบัน จัดเก็บทศนิยมแบบ Rounding 2 ตำแหน่ง
7

• ประเภทข้าราชการ(สอดคล้องตามรหัสหน่วยงาน)
b. CitizenID ที่ระบุต้องไม่เป็นรายการปรับฐานข้อมูลสมาชิกด้วย เลขประจำตัว
CitizenID กับที่บันทึกไว้หากมีระบบจะแจ้งเตือนให้ไปยกเลิกหรือยืนยันข้อมูลใน
รายการนั้นก่อนจึงจะสามารถทำข้อมูลรายการนี้ต่อได้
c. CitizenID ที่ระบุหากเป็นรายการที่สมาชิกเคยพ้นสมาชิกภาพมาก่อนระบบต้องมีการ
แจ้งเตือนด้วยว่าสมาชิกรายที่กำลังทำการบันทึกมีการทำรายการพ้นสมาชิกภาพมา
ก่อนและแจ้งวันที่พ้นสมาชิกภาพพร้อมหน่วยงานที่ทำด้วย
d. นำค่าเดือนปีของ Effective Date (Joined Fund Date) ไปเทียบกับ เดือนปีของ
งานประจำเดือนล่าสุดที่ทำรายการ
• หากเดือนปีของ Effective Date มีค่าน้อยกว่าเดือนปีของงานประจำเดือน
ระบบแสดงข้อความแจ้งว่า “ท่านระบุวันที่เข้าเป็นสมาชิก กบข. ย้อนหลัง
กรุณาตรวจสอบ หากพบว่านำส่งเงินไม่ครบถ้วนให้ทำงานระหว่างเดือน
เพิ่มเติม”
• หากเดือนปีของ Effective Date มีค่ามากกว่าเดือนปีของงานประจำเดือน ให้
ระบบแสดงข้อความแจ้งว่า “ระบบได้บันทึกรายการสมาชิกที่ท่านระบุวันที่เข้า
เป็นสมาชิก กบข. ล่วงหน้า”

(ตัวอย่างหน้าจอลงทะเบียนสมาชิกบรรจุใหม่)
4.1.3.1.2 แก้ไขข้อมูลสมาชิกบรรจุใหม่
สามารถแก้ไขรายการสมาชิกบรรจุใหม่ที่บันทึกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ก่อนยืนยันรายการ
ได้ดังนี้
a. แสดงรายการข้อมูลสมาชิกบรรจุใหม่ที่ได้บันทึกไว้ และยังไม่ได้ยืนยันรายการใน
หน่วยงานที่ต้องการค้นหา โดยสามารถดูรายการทั้งหมด และค้นหาด้วย CitizenID,
8

ชื่อ, นามสกุล ได้ กรณีไม่เจอระบบต้องมีการแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ใช้งานเพิ่มข้อมูลบรรจุ
ใหม่
b. สามารถแก้ไขข้อมูลสมาชิกบรรจุใหม่ที่ได้บันทึกไว้ทีละรายการ โดยจะแสดง
รายละเอียดข้อมูลตามที่ได้บันทึกไว้ เมื่อแก้ไขระบบจะตรวจสอบข้อมูลใหม่เหมือน
ตอนเพิ่มรายการอีกครั้ง ตามข้อ 4.1.3.1.1
4.1.3.1.3 ยกเลิกสมาชิกบรรจุใหม่
สามารถยกเลิกรายการสมาชิกบรรจุใหม่ที่บันทึกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ก่อนยืนยัน
รายการได้ดังนี้
a. แสดงรายการข้อมูลสมาชิกบรรจุใหม่ที่ได้บันทึกไว้ และยังไม่ได้ยืนยันรายการใน
หน่วยงานที่ต้องการค้นหา โดยสามารถดูรายการทั้งหมด และค้นหาด้วย CitizenID,
ชื่อ, นามสกุล ได้ กรณีไม่เจอระบบต้องมีการแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ใช้งานเพิ่มข้อมูลบรรจุ
ใหม่
b. สามารถยกเลิกข้อมูลสมาชิกบรรจุใหม่ที่ได้บันทึกไว้ทีละรายการ โดยจะแสดง
รายละเอียดข้อมูลตามที่ได้บันทึกไว้ เมื่อแก้ไขระบบจะตรวจสอบข้อมูลใหม่เหมือน
ตอนเพิ่มรายการอีกครั้ง ตามข้อ 4.1.3.1.1
4.1.3.2 สมาชิกโอนย้ายเข้า
4.1.3.2.1 เพิ่มสมาชิกโอนย้ายเข้า
สามารถเพิ่มรายการสมาชิกโอนย้ายเข้าได้ ดังนี้
a. สามารถเลือกค้นหาสมาชิกตาม CitizenID ที่ Active อยู่ในระบบแต่จะต้องไม่ได้อยู่
ในหน่วยงานที่กำลังทำรายการโอนย้ายเข้าและไม่มีสถานะสมาชิกพ้นสมาชิกภาพ
b. เมื่อค้นหา CitizenID พบแล้ว ระบบแสดงข้อมูลส่วนตัวสมาชิก ดังนี้
• เลขประจำตัวประชาชน
• คำนำหน้า
• ชื่อ/นามสกุล
• วันเดือนปี (พ.ศ.) เกิด
• วันเดือนปี (พ.ศ.) รับราชการ
• วันเดือนปี (พ.ศ.) เข้าเป็นสมาชิก
• ประเภทของการสะสมเงิน
• ประเภทข้าราชการ
• ข้อมูลหน่วยงานตามที่ log in โดยไม่สามารถแก้ไขหน่วยงานได้
• อัตราเงินเดือนปัจจุบัน ระบุข้อมูลได้ตามที่มีการ set up Parameter ค่ามาก
9

สุดหรือน้อยสุด รวมถึงข้อความแจ้งเตือน แสดงตามระบบเสริมงานทะเบียน
สมาชิกเท่านั้น และสามารถบันทึกได้ 9 หลักเมื่อระบุเป็นเลขทศนิยมระบบจะ
จัดเก็บแบบ Rounding 2 ตำแหน่ง
• วันเดือนปี (พ.ศ.) โอนย้ายเข้า โดยวันที่โอนย้ายเข้าต้องไม่ < วันที่รับราชการ
วันที่เข้าเป็นสมาชิกและวันเดือนปีเกิด และไม่สามารถกำหนดวันที่ล่วงหน้าเกิน
จากที่ได้กำหนดไว้ในฐานข้อมูลสมาชิก
c. CitizenID ที่ระบุต้องไม่เป็นรายการปรับฐานข้อมูลสมาชิกด้วย เลขประจำตัว
CitizenID กับที่บันทึกไว้หากมีระบบจะแจ้งเตือนให้ไปยกเลิกหรือยืนยันข้อมูลใน
รายการนั้นก่อนจึงจะสามารถทำข้อมูลรายการนี้ต่อได้
d. กรณีที่หน่วยงานเดิมของสมาชิกยังไม่มีการทำรายการโอนย้ายออก ระบบต้องมีการ
แจ้งเตือนเพื่อให้แจ้งหน่วยงานเดิมของสมาชิก ให้ทำรายการโอนย้ายออกด้วย
e. กรณีที่เป็นรายการหยุดนำส่งมาก่อน ระบบจะต้องแจ้งเตือนด้วยว่าสมาชิกรายนี้มี
สถานะหยุดนำส่งเงิน เมื่อวันที่ใดที่หน่วยไหนด้วย
f. ระบบต้องนำค่าเดือนปีของ Effective Date (วันที่โอนย้ายเข้า) ไปเทียบกับ เดือนปี
ของงานประจำเดือนล่าสุดที่ทำรายการด้วย
• หากเดือนปีของ Effective Date มีค่าน้อยกว่าเดือนปีของงานประจำเดือน ให้
ระบบแสดงข้อความแจ้งว่า “ท่านระบุวันที่โอนย้ายเข้า ย้อนหลัง กรุณา
ตรวจสอบ หากพบว่านำส่งเงินไม่ครบถ้วนให้ทำงานระหว่างเดือนเพิ่มเติม”
• หากว่าเดือนปีของ Effective Date มีค่ามากกว่าเดือนปีของงานประจำเดือน
ให้ระบบแสดงข้อความแจ้งว่า “ระบบได้บันทึกรายการสมาชิกที่ท่านระบุวันที่
โอนย้ายเข้า ล่วงหน้า”
4.1.3.2.2 ยกเลิกสมาชิกโอนย้ายเข้า
สามารถยกเลิกการโอนย้ายเข้าที่ได้บันทึกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ก่อนยืนยันรายการ
โดยสามารถทำตามขั้นตอน และแสดงรายละเอียดการทำรายการ เหมือนข้อ
4.1.3.1.3 ยกเลิกรายการสมาชิกบรรจุใหม่
4.1.3.3 สมาชิกโอนย้ายออก
4.1.3.3.1 เลือกสมาชิกเพื่อโอนย้ายออก
สามารถเพิ่มรายการสมาชิกโอนย้ายออกได้ ดังนี้
a. สามารถค้นหาสมาชิกด้วย CitizenID ชื่อ นามสกุล หรือแสดงสมาชิกทั้งหมดที่
Active ในหน่วยงานเพื่อให้ผู้ใช้งานเป็นคนเลือกสมาชิกที่จะทำรายการ
b. การตรวจสอบสมาชิกที่อยู่ในหน่วยงาน จะตรวจสอบจากสมาชิกต้องมีสถานะ Active
10

ไม่มีสถานะโอนย้ายออก และพ้นสมาชิกภาพ
c. สมาชิกที่ Active และสถานะหยุดนำส่งเงิน หากต้องการทำรายการระบบแสดง
ข้อความแจ้งเตือน
d. แสดงข้อมูลส่วนตัวสมาชิก เช่น เลขประจำตัวประชาชน, คำนำหน้า, เพศ, ชื่อ/
นามสกุล, วันเดือนปี (พ.ศ.) เกิด, ข้อมูลหน่วยงาน เป็นต้น
e. กำหนดวันที่โอนย้ายออก โดยวันที่โอนย้ายออกต้องไม่ < ค่า Max Money Start
Date ณ หน่วยงานที่ทำรายการและไม่สามารถกำหนดวันที่ล่วงหน้าเกินจากที่ได้
กำหนดไว้ในฐานข้อมูลสมาชิก
f. ระบบมีการตรวจสอบว่ามีการทำรายการปรับฐานข้อมูลสมาชิกด้วย CitizenID
เดียวกันกับที่บันทึกรายการนี้หรือไม่ หากมีระบบจะแจ้งเตือนให้ไปยกเลิกหรือยืนยัน
ข้อมูลในรายการนั้นก่อนจึงจะสามารถทำข้อมูลรายการนี้ต่อได้
g. กรณีที่เป็นข้อมูลที่เคยทำรายการหยุดนำส่งเงินชั่วคราว ระบบจะไม่ให้ทำรายการ
จนกว่าจะไปทำการขอเริ่มนำส่งเงินใหม่ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะทำรายการโอนย้าย
ออกได้
h. กรณีที่หน่วยงานใหม่ของสมาชิกยังไม่มีการทำรายการโอนย้ายเข้า ระบบต้องมีการ
แจ้งเตือนเพื่อให้แจ้งหน่วยงานใหม่ของสมาชิก ให้ทำรายการโอนย้ายเข้าด้วย
i. ระบบต้องนำค่าเดือนปีของ Effective Date (วันที่โอนย้ายออก) ไปเทียบกับ เดือนปี
ของงานประจำเดือนล่าสุดที่ทำรายการด้วย
• หากเดือนปีของ Effective Date มีค่าน้อยกว่าเดือนปีของงานประจำเดือน ให้
ระบบแสดงข้อความแจ้งว่า “ท่านระบุวันที่โอนย้ายออกย้อนหลัง กรุณา
ตรวจสอบ หากพบว่านำส่งเงินเกินให้ขอถอนเงินคืน”
• หากว่าเดือนปีของ Effective Date มีค่ามากกว่าเดือนปีของงานประจำเดือน
ให้ระบบแสดงข้อความแจ้งว่า “ระบบได้บันทึกรายการสมาชิกที่ท่านระบุวันที่
โอนย้ายออกล่วงหน้า”
11

(ตัวอย่างหน้าจอสมาชิกเพื่อโอนย้ายออก)
4.1.3.3.2 ยกเลิกสมาชิกโอนย้ายออก
สามารถยกเลิกการโอนย้ายออกที่ได้บันทึกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ก่อนยืนยันรายการ
โดยสามารถทำตามขั้นตอน และแสดงรายละเอียดการทำรายการ เหมือนข้อ
4.1.3.1.3 ยกเลิกรายการสมาชิกบรรจุใหม่
4.1.3.4 สมาชิกพ้นสมาชิกภาพ
4.1.3.4.1 เลือกสมาชิกที่พ้นสมาชิกภาพ
สามารถเพิ่มรายการสมาชิกพ้นสภาพได้ ดังนี้
a. สามารถค้นหาสมาชิกด้วย CitizenID ชื่อ นามสกุล หรือแสดงสมาชิกทั้งหมดที่
Active ในหน่วยงานเพื่อให้ผู้ใช้งานเป็นคนเลือกสมาชิกที่จะทำรายการ
b. การตรวจสอบสมาชิกที่อยู่ในหน่วยงาน จะตรวจสอบจากสมาชิกต้องมีสถานะ Active
ไม่มีสถานะโอนย้ายออก และพ้นสมาชิกภาพ
j. แสดงข้อมูลส่วนตัวสมาชิก เช่น เลขประจำตัวประชาชน, คำนำหน้า, เพศ, ชื่อ/
นามสกุล, วันเดือนปี (พ.ศ.) เกิด, ข้อมูลหน่วยงาน เป็นต้น
c. มีการตรวจสอบว่ามีการทำรายการปรับฐานข้อมูลสมาชิกด้วย CitizenID เดียวกันกับ
ที่บันทึกรายการนี้หรือไม่ หากมีระบบจะแจ้งเตือนให้ไปยกเลิกหรือยืนยันข้อมูลใน
รายการนั้นก่อนจึงจะสามารถทำข้อมูลรายการนี้ต่อได้
d. ระบุวันที่พ้นสภาพโดยวันที่พ้นสภาพต้องไม่ < วันที่รับราชการ วันที่เข้าเป็นสมาชิก
และวันเดือนปีเกิด และไม่สามารถกำหนดวันที่ล่วงหน้าเกินจากที่ได้กำหนดไว้ใน
ฐานข้อมูลสมาชิก
4.1.3.4.2 ยกเลิกสมาชิกที่พ้นสมาชิกภาพ
a. สามารถยกเลิกสมาชิกที่พ้นสภาพที่ได้บันทึกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ก่อนยืนยันรายการ
12

โดยสามารถแสดงรายละเอียดการทำรายการ เหมือนข้อ 4.1.3.1.3 ยกเลิกรายการ
สมาชิกบรรจุใหม่
4.1.3.5 แก้ไขประวัติส่วนตัวสมาชิก
4.1.3.5.1 เลือกสมาชิกที่ต้องการแก้ไข
a. สามารถค้นหาสมาชิกด้วย CitizenID ชื่อ นามสกุล หรือแสดงสมาชิกทั้งหมดที่
Active ในหน่วยงานเพื่อให้ผู้ใช้งานเป็นคนเลือกสมาชิกที่จะทำรายการ
b. การตรวจสอบสมาชิกที่อยู่ในหน่วยงาน จะตรวจสอบจากสมาชิกต้องมีสถานะ Active
ไม่มีสถานะโอนย้ายออก และพ้นสมาชิกภาพ
c. สามารถแก้ไขข้อมูลพ้นสภาพ โดยตรวจสอบเงื่อนไข เหมือนข้อ 4.1.3.1.1 เพิ่ม
รายการสมาชิกบรรจุใหม่

(ตัวอย่างหน้าจอแก้ไขประวัติส่วนตัวสมาชิก)
4.1.3.5.2 ยกเลิกรายการที่แก้ไขประวัติส่วนตัวสมาชิก
a. สามารถยกเลิกรายการที่แก้ไขประวัติส่วนตัวสมาชิกที่ได้บันทึกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้
ก่อนยืนยันรายการ โดยสามารถทำตามขั้นตอน และแสดงรายละเอียดการทำรายการ
เหมือนข้อ 4.1.3.1.3 ยกเลิกรายการสมาชิกบรรจุใหม่
4.1.3.5.3 แก้ไขลำดับที่สมาชิกทั้งหมด
a. สามารถแก้ไขลำดับที่สมาชิกทั้งหมดในหน่วยงานได้โดยดึงจากฐานข้อมูลสมาชิก
13

(ตัวอย่างแก้ไขลำดับที่สมาชิกทั้งหมด)
4.1.3.5.4 แก้ไขคำนำหน้าชื่อสมาชิก
a. สามารถแก้ไขคำนำหน้าชื่อสมาชิกทั้งหมดในหน่วยงานได้เลือกตามเงื่อนไขได้ เลือก
กลุ่มคำนำหน้าก่อน จากนั้นจึงค่อยเลือกคำนำหน้าตามกลุ่ม โดยดึงจากฐานข้อมูล
สมาชิก

(ตัวอย่างหน้าจอแก้ไขคำนำหน้าชื่อสมาชิก)
14

4.1.3.6 ปรับอัตราเงินเดือน
4.1.3.6.1 ปรับอัตราเงินเดือนรายบุคคล
a. สามารถปรับอัตราเงินเดือนรายบุคคล โดยค้นหาข้อมูลด้วย CitizenID จะแสดงข้อมูล
รายบุคคลให้ปรับอัตราเงินเดือน
b. กรณีที่มีการบันทึกปรับอัตราเงินเดือน และบันทึกวันที่มีผลบังคับใช้ก่อนวันที่มีผล
บังคับใช้ล่าสุดที่มีในฐานข้อมูล ให้ระบบทำการแจ้งเตือนว่าต้องการบันทึกอัตรา
เงินเดือนใหม่นี้ หรือไม่
• กรณีที่ไม่ต้องการ ให้ระบบกลับสู่หน้าจอเดิมโดยไม่ต้องบันทึกข้อมูล
• กรณีที่ต้องการให้ระบบทำการบันทึกข้อมูลในระบบ
c. ให้แสดงข้อความแจ้งเตือนกรณีที่มีการบันทึกการปรับอัตราเงินเดือนล่วงหน้า (จาก
System date) และให้เลือกว่า จะยืนยันข้อมูลที่บันทึก หรือ แก้ไขข้อมูล
• กรณีที่ไม่ต้องการ ให้ระบบกลับสู่หน้าจอเดิมโดยไม่ต้องบันทึกข้อมูล
• กรณีที่ต้องการ ให้ระบบทำการบันทึกข้อมูลในระบบ
d. การปรับอัตราเงินเดือน หากปรับเพิ่ม หรือปรับลด กว่าจำนวนที่กำหนดตามที่
กำหนดไว้บนระบบทะเบียนสมาชิก (ปัจจุบันกำหนดเป็น 15%) จะบังคับให้ใส่
สาเหตุก่อนยืนยันรายการ

(ตัวอย่างหน้าจอปรับอัตราเงินเดือนรายบุคคล)
15

4.1.3.6.2 ปรับอัตราเงินเดือนทั้งหน่วยงาน
a. แสดงข้อมูลสมาชิกทั้งหน่วยงานเพื่อให้ระบุอัตราเงินเดือน และสามารถเลือกปรับ
อัตราเงินเดือนรายบุคคลจาก list ที่แสดงได้
b. สามารถกำหนดวันที่มีผลบังคับใช้สำหรับเงินเดือนใหม่ โดยต้องระบุวันที่มีผลบังคับใช้
ต่อกลุ่มเงินเดือนใหม่ของสมาชิกที่มีผลตามวันที่ดังกล่าว
e. การปรับอัตราเงินเดือน หากปรับเพิ่ม หรือปรับลด กว่าจำนวนที่กำหนดตามที่กำหนด
ไว้บนระบบทะเบียนสมาชิก (ปัจจุบันกำหนดเป็น 15%) จะบังคับให้ใส่สาเหตุก่อน
ยืนยันรายการ
4.1.3.6.3 แก้ไขการปรับอัตราเงินเดือน
สามารถแก้ไขรายการปรับอัตราเงินเดือนที่บันทึกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ก่อนยืนยัน
รายการได้ดังนี้
a. แสดงรายการรายการปรับอัตราเงินเดือนที่ได้บันทึกไว้ และยังไม่ได้ยืนยันรายการใน
หน่วยงานที่ต้องการค้นหา โดยสามารถดูรายการทั้งหมด และค้นหาด้วย CitizenID,
ชื่อ, นามสกุล, วันที่มีผลบังคับใช้ได้
4.1.3.6.4 ยกเลิกการปรับอัตราเงินเดือน
a. สามารถยกเลิกรายการการปรับอัตราเงินเดือนที่ได้บันทึกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ก่อน
ยืนยันรายการ โดยสามารถทำตามขั้นตอน และแสดงรายละเอียดการทำรายการ
เหมือนข้อ 4.1.3.1.3 ยกเลิกรายการสมาชิกบรรจุใหม่
b. สามารถยกเลิกทีละรายการ หรือเลือกยกเลิกทั้งหมดได้

(ตัวอย่างหน้าจอยกเลิกการปรับอัตราเงินเดือน)

16

4.1.3.7 สมาชิกที่หยุดนำส่งเงินชั่วคราว
4.1.3.7.1 เลือกสมาชิกที่หยุดนำส่งเงินชั่วคราว
a. สามารถค้นหาสมาชิกด้วย CitizenID ชื่อ นามสกุล หรือแสดงสมาชิกทั้งหมดที่
Active ในหน่วยงานเพื่อให้ผู้ใช้งานเป็นคนเลือกสมาชิกที่จะทำรายการ
b. การตรวจสอบสมาชิกที่อยู่ในหน่วยงาน จะตรวจสอบจากสมาชิกต้องมีสถานะ Active
ไม่มีสถานะโอนย้ายออก และพ้นสมาชิกภาพ
c. แสดงข้อมูลส่วนตัวสมาชิก เช่น เลขประจำตัวประชาชน, คำนำหน้า, เพศ, ชื่อ/
นามสกุล, วันเดือนปี (พ.ศ.) เกิด, ข้อมูลหน่วยงาน เป็นต้น
d. สามารถทำรายการหยุดนำส่งเงินชั่วคราว โดยกำหนดวันที่หยุดนำส่ง
4.1.3.7.2 ยกเลิกสมาชิกหยุดนำส่งเงิน
a. สามารถยกเลิกรายการยกเลิกสมาชิกหยุดนำส่งเงินที่ได้บันทึกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้
ก่อนยืนยันรายการ โดยสามารถทำตามขั้นตอน และแสดงรายละเอียดการทำรายการ
เหมือนข้อ 4.1.3.1.3 ยกเลิกรายการสมาชิกบรรจุใหม่
4.1.3.8 ขอเริ่มนำส่งเงินให้แก่สมาชิกที่หยุดนำส่งเงินชั่วคราว
4.1.3.8.1 เลือกสมาชิกที่ขอเริ่มนำส่งเงินใหม่
a. สามารถค้นหาสมาชิกด้วย CitizenID ชื่อ นามสกุล หรือแสดงสมาชิกทั้งหมดที่
Active ในหน่วยงาน และมีสถานะหยุดนำส่งเงินชั่วคราว เพื่อให้ผู้ใช้งานเป็นคนเลือก
สมาชิกที่จะทำรายการ
b. การตรวจสอบสมาชิกที่อยู่ในหน่วยงาน จะตรวจสอบจากสมาชิกต้องมีสถานะ Active
ไม่มีสถานะโอนย้ายออก และพ้นสมาชิกภาพ
c. แสดงข้อมูลส่วนตัวสมาชิก เช่น เลขประจำตัวประชาชน, คำนำหน้า, เพศ, ชื่อ/
นามสกุล, วันเดือนปี (พ.ศ.) เกิด, ข้อมูลหน่วยงาน, วัน เดือน ปี ที่หยุดนำส่งเงิน
ชั่วคราว เหตุผลการหยุดนำส่งเงิน เป็นต้น
d. สามารถทำรายการขอเริ่มนำส่งเงินให้แก่สมาชิกที่หยุดนำส่งเงินชั่วคราว โดยกำหนด
ที่ขอเริ่มนำส่งเงินใหม่
4.1.3.8.2 ยกเลิกสมาชิกที่ขอเริ่มนำส่งเงินใหม่
a. สามารถยกเลิกรายการยกเลิกสมาชิกที่ขอเริ่มนำส่งเงินใหม่ที่ได้บันทึกข้อมูลไว้ก่อน
หน้านี้ก่อนยืนยันรายการ โดยสามารถทำตามขั้นตอน และแสดงรายละเอียดการทำ
รายการ เหมือนข้อ 4.1.3.1.3 ยกเลิกรายการสมาชิกบรรจุใหม่

17

4.1.3.9 สมาชิกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม
4.1.3.9.1 เลือกสมาชิกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม
a. สามารถค้นหาสมาชิกด้วย CitizenID ชื่อ นามสกุล หรือแสดงสมาชิกทั้งหมดที่
Active ในหน่วยงาน และมีสถานะหยุดนำส่งเงินชั่วคราว เพื่อให้ผู้ใช้งานเป็นคนเลือก
สมาชิกที่จะทำรายการ
b. การตรวจสอบสมาชิกที่อยู่ในหน่วยงาน จะตรวจสอบจากสมาชิกต้องมีสถานะ Active
ไม่มีสถานะโอนย้ายออก และพ้นสมาชิกภาพ
c. แสดงข้อมูลส่วนตัวสมาชิก เช่น เลขประจำตัวประชาชน, คำนำหน้า, เพศ, ชื่อ/
นามสกุล, วันเดือนปี (พ.ศ.) เกิด, ข้อมูลหน่วยงาน, เงินสะสมปกติ, เงินสะสมส่วนเพิ่ม
, รวมจำนวนเงิน, ส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม % เป็นต้น
d. สามารถทำรายการสมาชิกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม โดยระบุ
• % สะสมส่วนเพิ่ม ต้องตรวจสอบ % สูงสุดที่กำหนดใว้บนระบบทะเบียน
สมาชิก
• วันที่เริ่มส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม ต้องเป็น วันเดือนปี ของเดือน นั้นๆ
4.1.3.9.2 ยกเลิกสมาชิกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม
a. สามารถยกเลิกรายการยกเลิกสมาชิกที่ขอเริ่มนำส่งเงินใหม่ที่ได้บันทึกข้อมูลไว้ก่อน
หน้านี้ก่อนยืนยันรายการ โดยสามารถทำตามขั้นตอน และแสดงรายละเอียดการทำ
รายการ เหมือนข้อ 4.1.3.1.3 ยกเลิกรายการสมาชิกบรรจุใหม่
4.1.3.10 พิมพ์และแสดงรายการปรับฐานข้อมูลสมาชิกที่ทำไปแล้ว
• สามารถเลือกช่วงวันที่ ที่ทำรายการปรับฐานได้
• สามารถเลือกการจัดเรียงของรายงานได้ เช่น ลำดับที่ , ชื่อ นามสกุล , เลข
ประจำตัวประชาชน
รายงานประกอบด้วย
(1) รายงานสมาชิกบรรจุใหม่
(2) รายงานสมาชิกโอนย้ายเข้า
(3) รายงานสมาชิกโอนย้ายออก
(4) รายงานสมาชิกพ้นสมาชิกภาพ
(5) รายงานการแก้ไขประวัติส่วนตัวสมาชิก
(6) รายงานการปรับปรุงอัตราเงินเดือน
(7) รายงานการหยุดนำส่งเงินชั่วคราว
18

(8) รายงานการขอเริ่มนำส่งเงินให้แก่สมาชิกที่หยุดนำส่งเงินชั่วคราว
(9) รายงานสมาชิกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม
(10) รายงานปรับฐานสมาชิกทั้งหมด
(11) รายงานสมาชิกในฐานปัจจุบันทั้งหมด
(12) รายงานสมาชิกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม จากระบบ GPF WEB SERVICE

(ตัวอย่างรายงานสมาชิกบรรจุใหม่)

(ตัวอย่างรายงานสมาชิกโอนย้ายเข้า)
19

(ตัวอย่างรายงานสมาชิกโอนย้ายออก)

(ตัวอย่างรายงานสมาชิกพ้นสภาพ)

20

(ตัวอย่างรายงานแก้ไขประวัติส่วนตัวสมาชิก)

(ตัวอย่างรายงานปรับอัตราเงินเดือน)

(ตัวอย่างรายงานสมาชิกหยุดนำส่งเงินชั่วคราว)

(ตัวอย่างรายงานขอเริ่มนำส่งเงินให้แก้สมาชิกที่หยุดนำส่งเงิน)
21

(ตัวอย่างรายงานสมาชิกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่ม)

(ตัวอย่างรายงานสมาชิกปรับฐานทั้งหมด)

(ตัวอย่างรายงานสมาชิกปัจจุบัน)
22

(ตัวอย่างรายงานสมาชิกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่มจากระบบ GPF WEB SERVICE)
4.1.3.11 ยืนยันรายการปรับฐานข้อมูลสมาชิก
เมื่อทำรายการปรับฐานข้อมูลสมาชิกตาม 4.1.3.1 – 4.1.3.9 ครบแล้ว จะต้องทำการยืนยัน
รายการปรับฐาน ซึ่งจะแสดงรายการรอปรับฐานทั้งหมดตามที่ได้ทำรายการไว้ โดยจะแสดง
ข้อมูลสรุปแต่ละประเภทการปรับฐาน และสามารถยืนยันรายการทีละรายการได้ ทีละ
ประเภทการปรับฐาน หรือทั้งหมดได้
4.1.4 การนำส่งเอกสารให้ กบข.
a. รองรับการส่งข้อมูลภายใต้หน่วยงาน หรือผู้ใช้งาน เชื่อมต่อเพื่อเปิด landing page web
Upload เอกสารผ่านระบบ MCS WEB โดยประกอบด้วยเมนูย่อย 4 เมนู
(1) แบบขอรับเงินจากกองทุนกรณีสมาชิกพ้นสภาพ
(2) ตรวจสอบ และติดตามสถานะการนำส่งเอกสารแบบขอรับเงินจากกองทุนกรณี
สมาชิกพ้นสภาพ
(3) แบบแจ้งข้อมูลการกลับเข้ารับราชการใหม่
(4) ตรวจสอบ และติดตามสถานะการนำส่งเอกสารแบบแจ้งข้อมูลการกลับเข้ารับ
ราชการใหม่
b. รองรับการแจ้งเตือน จาก API ในแต่ละเมนูที่มีการส่งเข้า landing page web upload
เอกสาร โดยอาจแสดงในรูปแบบกระดิ่งแจ้งเตือนหรือตามที่ตกลงกับ กบข. ทั้งหน้าเมนู
หลัก และเมนูย่อย
23

(ตัวอย่างการแจ้งเตือนทั้งหน้าเมนูหลัก และเมนูย่อย)
ระยะที่3 กำหนดระยะเวลาภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
4.1.5 การจัดทำข้อมูลนำส่งเงิน
การจัดการข้อมูลเงินนำส่งประกอบด้วย การจัดทำงานประจำเดือน และการจัดทำงาน ระหว่างเดือน และการกำหนดวันที่โอนเงิน ซึ่งมีรายละเอียดแต่ละฟังชันงาน ดังนี้ 4.1.5.1 การจัดทำงานประจำเดือน
ประกอบด้วย เมนูย่อยการจัดการงานประจำเดือน ลบชิ้นงานประจำเดือน และพิมพ์ รายงาน
4.1.5.1.1 จัดทำงานประจำเดือน
a. สามารถ เลือกทำรายการโดยกำหนดวันที่โอนเงิน พร้อมการสร้างชิ้นงาน หรือกำหนด วันที่โอนเงินในภายหลังบนเมนูกำหนดวันที่โอนเงิน
24

(ตัวอย่างหน้าจอกำหนดวันที่โอนเงิน กรณีที่เลือกจัดทำงานประจำเดือน พร้อมกำหนดวันที่โอนเงิน)
b. แสดงผลสรุปจำนวณเงิน และจำนวนสมาชิกที่ต้องนำส่งเงินของทั้งหน่วยงาน และ
สามารถดูข้อมูลรายคน โดยแสดงข้อมูลที่นำส่งเงินรายกล่องเงิน ได้แก่ สะสม สมทบ
ชดเชย เงินสะสมส่วนเพิ่ม
c. การสร้างชิ้นงาน สามารถสร้างได้เดือนละ 1 ชิ้นงานเท่านั้น

(ตัวอย่างหน้าจอแสดงสรุปจำนวนเงิน และจำนวนสมาชิกที่ต้องนำส่งเงินของทั้งหน่วยงาน)
d. การแสดงข้อมูลที่นำส่งเงินรายบุคคล สามารถแสดง list รายสมาชิกทั้งหน่วยงาน
และรายละเอียดรายบุคคลได้ โดยหน้าจอที่เป็น list รายชื่อสมาชิก จะสามารถ
• จัดเรียงข้อมูลใหม่ โดยคลิ้กหัวคอลัมน์ได้ทุกหัวคอลัมน์
• สามารถ export ข้อมูลเป็น File Excel และพิมพ์รายงานได้
25

(ตัวอย่างหน้าจอแสดงราย list ข้อมูลสมาชิกที่ต้องนำส่งเงินของทั้งหน่วยงาน)

(ตัวอย่างหน้าจอแสดงรายละเอียดที่นำส่งเงินรายสมาชิก)
e. รายละเอียดข้อมูลที่ export และรายงาน ประกอบด้วย รหัสหน่วยเบิกจ่าย, ชื่อ
หน่วยเบิกจ่าย, รหัสหน่วยย่อย, ชื่อหน่วยย่อย, ข้อมูลประจำเดือน, วันที่ Export ,
ลำดับที่, เลขประจำตัวประชาชน, คำนำหน้า ,ชื่อ นามสกุล, อัตราเงินเดือนปัจจุบัน,
ฐานคำนวณเงิน กบข., เงินสะสม, เงินสมทบ, เงินชดเชย, เงินสะสมส่วนเพิ่ม, รวมเงิน
ทั้งหมด
26

(ตัวอย่างรายงานรายละเอียดสมาชิกที่นำส่งเงินประจำเดือน)
4.1.5.1.2 ลบชิ้นงานประจำเดือนที่จัดทำแล้ว
a. กรณีที่หน่วยงานจัดทำงานประจำเดือนแล้ว กรณีที่ยอดเงินไม่ถูกต้องสามารถลบ
ชิ้นงาน และจัดทำงานประจำเดือนใหม่ได้
b. สามารถลบชิ้นงานที่ยังไม่กำหนดวันโอนเงิน และมีสถานะ ERR (โอนเงินไม่สำเร็จ) ได้
เท่านั้น
c. หากงานประจำเดือนนั้น ได้กำหนดวันที่โอนเงินแล้ว จะต้องไปยกเลิกวันที่โอนเงิน
ก่อน จึงจะสามารถลบงานประจำเดือนได้(ระบบจะขึ้นข้อความเตือน และมีปุ่ม
สามารถคลิก เพื่อไปเมนูยกเลิกกำหนดวันที่โอนเงินได้เลย)
d. สามารถตรวจสอบข้อมูลการลบชิ้นงานจาก Log ได้

(ตัวอย่างหน้าจอลบชิ้นงานประจำเดือนที่จัดทำแล้ว)
27

4.1.5.1.3 พิมพ์รายงาน

(ตัวอย่างหน้าจอพิมพ์รายงานสำหรับการนำส่งเงินประจำเดือน)
รายงาน ประกอบด้วย
• รายงาน กบข. 007/1 (ค)
• รายงาน กบข. 007/2 (ค) (ทั้งหมด)
• รายงาน กบข. 007/2 (ค) (เฉพาะส่วนเปลี่ยนแปลง)
• รายงาน กบข. 019/1 (ค)

  1. ให้หน่วยงานระดับ หน่วยเบิกจ่ายเดี่ยว และหน่วยเบิกจ่ายรวม ที่มีสิทธิกำหนดวันที่โอน
    เงิน สามารถเลือกพิมพ์รายงาน 019/1(ค) ได้เมนูดังกล่าว
  2. เงื่อนไขการพิมพ์รายงาน 019/1 (ค) ให้เป็นไปตามเงื่อนการพิมพ์รายงาน 019/1 (ค) ใน
    เมนู“กำหนดวันที่โอนเงิน”
    28

(ตัวอย่างพิมพ์รายงาน)

4.1.5.2 การจัดทำงานระหว่างเดือน
4.1.5.2.1 จัดทำงานระหว่างเดือน
a. สามารถทำรายการได้เหมือนข้อ 4.1.4.1.1 การจัดทำงานประจำเดือน แต่ต้องเลือก สมาชิกที่จะนำส่งเงินก่อน เนื่องจากไม่จำเป็นต้องนำส่งเงินทั้งหน่วยงานเหมือนการ นำส่งเงินประจำเดือน
b. การสร้างชิ้นงาน สามารถสร้างได้มากกว่า 1 ชิ้นงาน ต่อเดือน
c. สามารถจัดเรียงข้อมูลตามลำดับที่สมาชิกเพื่อตรวจสอบข้อมูล
d. เมื่อเลือกสมาชิกเพื่อนำส่งเงินระหว่างเดือนแล้ว แต่คีย์เงินไม่ครบทุกคน (ซึ่งทำให้มี
29

บางคนยอดเงิน = 0) จะสามารถกดยืนยันนำส่งเงินได้ โดยรายการที่ไม่ได้ระบุ
ยอดเงินจะถูกลบออกจากรายที่นำไปประมวลผล
e. สามารถเลือกสถานะของสมาชิก มาทำงานระหว่างเดือนได้ เช่น สมาชิกปัจจุบัน
สมาชิกพ้นสภาพ สมาชิกโอนย้ายออก สมาชิกหยุดนำส่ง หรือสมาชิกทั้งหมด
f. การระบุข้อมูลสมาชิกที่นำส่งเงินระหว่างเดือนต้องระบุฐานคำนวณเงิน กบข. และ
เหตุที่นำส่งเงินให้กับสมาชิก โดยเหตุที่นำส่งเงินจะเป็น list รายการให้สมาชิกเลือก

(ตัวอย่างหน้าจอจัดทำงานระหว่างเดือน แบบยังไม่เลือกสมาชิก)

(ตัวอย่างหน้าจอจัดทำงานระหว่างเดือน แบบเลือกสมาชิก ตามแต่ละประเภท)
30

(ตัวอย่างหน้าจอจัดทำงานระหว่างเดือน แบบเลือกสมาชิก)
g. สามารถเลือกเหตุนำส่งเงินเดียวกันเพื่อใช้สำหรับทุกรายการได้และสามารถยกเลิก
การเลือกได้

(ตัวอย่างหน้าจอจัดทำงานระหว่างเดือน แบบเลือกสมาชิก)
4.1.5.2.2 จัดทำงานระหว่างเดือน แบบ Upload Text
a. สามารถจัดทำงานระหว่างเดือน โดย Upload Text ได้ โดยข้อมูลเหมือนการทำ
รายการบนหน้าจอ 4.1.4.2.1

(ตัวอย่างหน้าจอจัดทำงานระหว่างเดือน แบบ upload file)
31

(ตัวอย่างรูปแบบ File CSV)
4.1.5.2.3 ลบชิ้นงานระหว่างเดือนที่จัดทำแล้ว
a. สามารถลบชิ้นงานระหว่างเดือนที่จัดทำไว้แล้วได้โดยเงื่อนไข และละเอียดการทำ
รายการทำรายการ เหมือนข้อ 4.1.4.1.2 ลบชิ้นงานประจำเดือนที่จัดทำไว้แล้ว
b. หากชิ้นงานที่ต้องการลบกำหนดวันที่โอนเงินแล้ว จะต้องไปยกเลิกวันที่โอนเงินก่อน
จึงจะสามารถลบงานระหว่างเดือน หรือแก้ไขงานระหว่างเดือนได้(ระบบจะขึ้น
ข้อความเตือน และมีปุ่มสามารถคลิก เพื่อไปเมนูยกเลิกกำหนดวันที่โอนเงินได้เลย)
32

(ตัวอย่างหน้าจอลบชิ้นงานระหว่างเดือนที่จัดทำไว้แล้ว)
4.1.5.2.4 แก้ไขชิ้นงานระหว่างเดือนที่จัดทำแล้ว
a. สามารถแก้ไขชิ้นงานระหว่างเดือนที่จัดทำไว้แล้วได้ โดยสามารถเลือกชิ้นงานเพื่อเพิ่ม
แก้ไข ยกเลิกรายการได้จนกว่าจะกำหนดวันที่โอนเงิน
b. หากชิ้นงานที่ต้องการแก้ไขกำหนดวันที่โอนเงินแล้ว จะต้องไปยกเลิกวันที่โอนเงินก่อน
จึงจะสามารถลบงานระหว่างเดือน หรือแก้ไขงานระหว่างเดือนได้(ระบบจะขึ้น
ข้อความเตือน และมีปุ่มสามารถคลิก เพื่อไปเมนูยกเลิกกำหนดวันที่โอนเงินได้เลย)

(ตัวอย่างหน้าจอแก้ไขชิ้นงานระหว่างเดือนที่จัดทำไว้แล้ว)
4.1.5.2.5 พิมพ์รายงาน
รายงานประกอบด้วย
• รายงาน กบข. 007/1(ค)
• รายงาน กบข. 007/2(ค)
• รายงาน กบข. 019/1(ค)
33

ให้หน่วยงานในระดับ หน่วยเบิกจ่ายเดี่ยว และหน่วยเบิกจ่ายรวม ที่มีสิทธิกำหนด
วันที่โอนเงินสามารถเลือกพิมพ์รายงาน 019/1(ค) ได้ที่เมนูดังกล่าว
เงื่อนไขการพิมพ์รายงาน 019/1 (ค) ให้เป็นไปตามเงื่อนการพิมพ์รายงาน 019/1(
ค) ในเมนูกำหนดวันที่โอนเงิน

(ตัวอย่างหน้าจอพิมพ์รายงานสำหรับการนำส่งเงินระหว่างเดือน)
4.1.5.3 การกำหนดวันที่โอนเงิน
4.1.5.3.1 กำหนดวันที่โอนเงิน
a. วันที่ ที่ระบุให้โอนเงิน จะต้องเป็นวันทำการตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
และวันที่ ที่ระบุจะต้องเป็นวันทำการตั้งแต่วันถัดไปเท่านั้น (T+1)
34

(ตัวอย่างหน้าจอกำหนดวันที่โอนเงิน)
b. เมื่อเลือกเดือนปีและประเภทงานที่ต้องการพิมพ์ข้อมูล (019/1 (ค) แล้วกด “ค้นหา”
ให้ระบบแสดงข้อมูลของชิ้นงานที่มีสถานะ “DTE” หรือ “SUC” ให้เลือกพิมพ์
c. กรณีของหน่วยเบิกจ่ายรวม ให้พิมพ์เพิ่มในส่วนของรายละเอียดสำหรับการพิมพ์
รายงานงานประจำเดือน ต่อจากการพิมพ์ใบสรุปยอดเงิน ดังนั้นหน่วยเบิกจ่ายรวมจะ
มีรายงานดังนี้
• ใบสรุปยอดเงิน
• รายละเอียดของแต่ละชิ้นงานในใบสรุปนั้น ๆ

(ตัวอย่างหน้าจอกำหนดวันที่โอนเงิน)
35

(ตัวอย่างหน้าจอยกเลิกกำหนดวันที่โอนเงิน)
4.1.5.4 การปรับอัตราเงินเดือนจาก Text File
4.1.5.4.1 ปรับอัตราเงินเดือนจากการ Upload Text File
a. สามารถจัดทำงานระหว่างเดือน โดย Upload Text ได้ กรณีที่ไม่พบสมาชิก หรือไม่
สามารถปรับอัตราเงินเดือนได้ ระบบจะระบุสาเหตุที่ไม่สามารถทำรายการได้

36

(ตัวอย่างรูปแบบ File CSV)

(ตัวอย่างหน้าจอปรับอัตราเงินเดือนจากการ Upload Text File)
4.1.5.4.2 ยกเลิกการปรับอัตราเงินเดือนจาการ Upload Text File
a. สามารถยกเลิกการปรับอัตราเงินเดือนจาการ Upload Text File โดยเลือกยกเลิก
ตามเลขที่ Batch ที่ได้upload ไป โดยจะแสดงรายละเอียดรายการที่ยกเลิกรายการ
สมาชิก
37

(ตัวอย่างหน้าจอยกเลิกการปรับอัตราเงินเดือนจากการ Upload Text File)
4.1.5.4.3 รายการปรับอัตราเงินเดือนจากการ Upload Text File
a. สามารถพิมพ์รายงานปรับอัตราเงินเดือนจากการ Upload Text File โดยเลือกพิมพ์
รายงานตามเลขที่ Batch ที่ได้ upload ไป
b. สามารถพิมพ์รายงานในรูปแบบของ PDF และสามารถ Export เป็น Excel

(ตัวอย่างหน้าจอพิมพ์รายงานปรับอัตราเงินเดือนจากการ Upload Text File)
4.1.5.4.4 รายการสมาชิกที่ไม่ได้รับปรับอัตราเงินเดือน
a. ระบุช่วงวันที่ที่ประมวลผลปรับอัตราเงินเดือนจากการ Upload Text File ระบบจะ
ทำการดึงข้อมูลสมาชิกที่ Active ทั้งหมดของหน่วยงานนั้น มาเทียบกับรายการปรับ
38

อัตราเงินเดือนจากการ Upload Text File ว่าสมาชิกรายใด ที่ยังไม่ได้ทำรายการ
ปรับอัตราเงินเดือนบ้าง
b. สามารถพิมพ์รายงานในรูปแบบของ PDF และสามารถ Export เป็น Excel

(ตัวอย่างหน้าจอพิมพ์รายงานสมาชิกที่ไม่ได้รับปรับอัตราเงินเดือน)
4.1.6 การขอถอนคืนเงิน (กรณีส่งเงินเกิน)
4.1.6.1 บันทึกรายการคำขอถอนคืนเงิน
a. รองรับการค้นหาข้อมูลได้ตามประเภทเอกสาร และรายละเอียดข้อมูล เช่น
CitizenID, MemberID, ชื่อ, สกุล, เดือนที่ขอถอนเงินคืน, ปีที่ขอถอนเงินคืน เป็นต้น
โดยสามารถค้นหาแต่ละข้อมูล และระบุข้อมูลได้หลายอย่างพร้อมกัน

39

(ตัวอย่างการเลือกสมาชิกเพื่อขอถอนเงินคืน)
b. รองรับการระบุสาเหตุการขอถอนเงินคืน โดยการระบุสาเหตุการขอถอนเงินคืนจะ
กำหนดเงื่อนไขการคำนวณการขอถอนคืนเงิน เช่น
• ระบุฐานคำนวณเงินนำส่งไม่ถูกต้อง ระบบจะไม่แสดงข้อมูลการขอถอนคืน
ผู้ใช้งานจะระบุฐานคำนวณเงินนำส่งที่ถูกต้องให้ระบบคำนวณ
• นำส่งเงินซ้ำซ้อน ระบบจะตรวจสอบข้อมูลเดือนที่มีการนำส่งเงินมากกว่า 1
รายการเพื่อให้ตรวจสอบ และทำรายการ
• บันทึก % สะสมส่วนเพิ่มไม่ถูกต้อง ระบบจะให้ระบุ % สะสมส่วนเพิ่มที่ถูกต้อง
และจะคำนวณยอดเงินเพื่อทำรายการให้
• นำส่งเงินเกินวันพ้นสมาชิกภาพ / นำส่งเงินเกินวันที่โอนย้ายหน่วยงาน /นำส่ง
เงินเกินวันที่ลาหรือขาดงาน / ไม่ได้รับเงินเดือน / เสียชีวิต ระบบจะไม่แสดง
ข้อมูลการขอถอนคืน ผู้ใช้งานจะระบุข้อมูลเพิ่มเพื่อให้ระบบคำนวณให้
o ฐานคำนวณเงินนำส่งที่ผิด สามารถเลือกฐานที่คำนวณเงินนำส่งผิด ว่า
เป็นเงินเดือนเต็มเดือน หรือ เงินเดือนไม่เต็มเดือน โดยกรณีที่เป็น
เงินเดือนไม่เต็มเดือน ให้สามารถระบุจำนวนวันที่ที่ใช้คำนวณ
o วันที่ได้รับเงินเดือนวันสุดท้าย
• ไม่เป็นสมาชิก ระบบจะแสดงข้อมูลที่ผู้ใช้งานระบุข้อมูลเดือน ปี ที่ขอถอนคืน
40

จากฐานข้อมูลมาแสดงเพื่อทำรายการขอถอนคืน

(ตัวอย่างการระบุสาเหตุ‘ไม่เป็นสมาชิก’ และการแสดงข้อมูล)
c. แสดงผลการคำนวณตามที่ระบบทะเบียนสมาชิกคำนวณจาก API
d. รองรับการขอถอนเงินคืนทั้งสมาชิกที่มีการนำส่งเงิน 1 รอบ และ 2 รอบ โดยเมื่อขอ
ถอนคืนเงินของสมาชิกในเดือนที่มีการนำส่งเงิน 2 รอบ ต้องแสดงรายการเงินนำส่ง
และยืนยันทั้ง 2 รอบพร้อมกัน

(ตัวอย่างหน้าจอยืนยันบันทึกรายการขอถอนคืนเงิน กบข. )
4.1.6.2 การพิมพ์รายงาน
สามารถพิมพ์รายงานของหน่วยงานเจ้าหน้าที่สามารถเลือกพิมพ์รายงานตามประเภท
41

รายงานที่กำหนดไว้ ดังนี้
(1) รายละเอียดการขอถอนคืนเงิน
(2) รายละเอียดการจ่ายเงินคืน (หน่วยงาน)
(3) รายละเอียดการจ่ายเงินคืน (สมาชิก)
(4) รายการรอยืนยัน
a. รายละเอียดการขอถอนคืนเงิน
• สามารถเลือกพิมพ์รายงานคำขอถอนเงินคืนที่ได้ทำการบันทึก หรือที่ทำการ
ยืนยันแล้ว และสามารถค้นหาข้อมูลได้ด้วย เลขประจำตัวประชาชน, ชื่อ
นามสกุล, วันที่ยืนยันรายการ, เลขที่ชิ้นงานขอถอนคืนเงิน เป็นต้น
• แสดงผลการค้นหาข้อมูล เพื่อพิมพ์รายงาน เช่น เลขที่ชิ้นงาน, เลขที่ DMS, วัน
เดือนปีที่ขอถอนเงินคืน, ยอดเงิน แต่ละกล่องเงิน เป็นต้น

(ตัวอย่างการเรียกรายงานรายละเอียดการขอถอนคืนเงิน และตัวอย่างรายงาน)
b. รายละเอียดการจ่ายเงินคืน (หน่วยงาน)
• สามารถเลือกพิมพ์รายงานคำขอถอนเงินคืนที่ได้ทำการบันทึก หรือที่ทำการ
42

ยืนยันแล้ว และสามารถค้นหาข้อมูลได้ด้วย วันที่ยืนยันรายการ, เลขที่ชิ้นงาน
ขอถอนคืนเงิน เป็นต้น
• แสดงผลการค้นหาข้อมูล เพื่อพิมพ์รายงาน เช่น เลขที่ชิ้นงาน, เลขที่ DMS,
รหัส และชื่อหน่วยงาน, ชื่อและเลขที่บัญชี วันที่จ่าย, ยอดเงิน เป็นต้น

(ตัวอย่างการเรียกรายงานรายละเอียดการจ่ายเงินคืน (หน่วยงาน) และตัวอย่างรายงาน)
c. รายละเอียดการจ่ายเงินคืน (สมาชิก)
• สามารถเลือกพิมพ์รายงานคำขอถอนเงินคืนที่ได้ทำการบันทึก หรือที่ทำการ
ยืนยันแล้ว และสามารถค้นหาข้อมูลได้ด้วย เลขประจำตัวประชาชน, ชื่อ
นามสกุล, วันที่ยืนยันรายการ, เลขที่ชิ้นงานขอถอนคืนเงิน เป็นต้น
• แสดงผลการค้นหาข้อมูล เพื่อพิมพ์รายงาน เช่น เลขที่ชิ้นงาน, เลขที่ DMS, วัน
เดือนปีที่ขอถอนเงินคืน, ยอดเงิน แต่ละกล่องเงิน เป็นต้น

43

(ตัวอย่างการเรียกรายงานรายละเอียดการจ่ายเงินคืน (หน่วยงาน) และตัวอย่างรายงาน)
d. รายการรอยืนยัน
• สามารถเลือกพิมพ์รายงานคำขอถอนเงินคืนที่ได้ทำการบันทึก หรือที่ทำการ
ยืนยันแล้ว และสามารถค้นหาข้อมูลได้ด้วย วันที่บันทึกรายการ เป็นต้น
• แสดงผลการค้นหาข้อมูล เพื่อพิมพ์รายงาน เช่น วันเดือนปีที่บันทึกรายการ,
เลขประจำตัวประชาชน, ชื่อ นามสกุล, ยอดเงิน แต่ละกล่องเงิน เป็นต้น

(ตัวอย่างการเรียกรายงานรายการรอยืนยัน)
ระยะที่4 กำหนดระยะเวลาภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
4.1.7 การแจ้งข้อมูลเพื่อตรวจสอบ และดำเนินการ
พัฒนาส่วนของการแจ้งข้อมูลเพื่อตรวจสอบ และดำเนินการ โดยทุกรายการมีมาตรฐานการ จัดการในรูปแบบเดียวกัน ดังนี้
a. สามารถจัดเรียงข้อมูลจากหัวตาราง เมื่อแสดงข้อมูลรายงานแล้ว
44

(ตัวอย่างการแสดงข้อมูล)
b. สามารถ export เป็น file Excel หรือสร้างรายงานเป็น file pdf ได้โดยข้อมูลที่
export จะเป็นข้อมูลที่แสดงบนหน้าจอ

(ตัวอย่างรายงานเป็น file pdf)
c. สามารถการจัดการข้อมูลจำนวนมากจาก API ได้กรณีที่ข้อมูลจากผลการตรวจสอบ
ข้อมูลมีจำนวนมาก เช่น การแบ่งหน้า เป็นต้น
d. สามารถแจ้งผลการดำเนินการบน Website ได้
45

(ตัวอย่างการแจ้งผลการดำเนินงาน)
ประกอบด้วยรายการส่งเพื่อตรวจสอบ 3 รายการ ดังนี้
(1) รายการชื่อ-สกุล สมาชิก ไม่ตรงกับ ชื่อ-สกุล ในฐานข้อมูล กบข.
(2) รายการคำนำหน้า สมาชิก ไม่ตรงกับ คำนำหน้า ในฐานข้อมูล กบข.
(3) รายการสะสมส่วนเพิ่ม
4.1.7.1 รายการ ชื่อ นามสกุล สมาชิกที่ไม่ตรงกับฐานข้อมูล กบข.
a. สามารถเลือกค้นหาข้อมูลโดยระบุรายละเอียดของข้อมูล เช่น CON Due Month
เดือนปีข้อมูล ตั้งแต่ปีเดือน – ถึงปีเดือน, เลขประจำตัวประชาชน, ชื่อ, นามสกุล,
รหัสหน่วยงาน, ชื่อหน่วยงาน, การดำเนินการ หรือแสดงรายการทั้งหมดที่ รอ
ตรวจสอบ และยืนยันรายการ
b. แสดงผลการค้นหาข้อมูล เพื่อดำเนินการและแจ้งข้อมูล เช่น ลำดับ, รหัสหน่วยงาน,
ชื่อหน่วยงานม เลขประจำตัวประชาชน, ผลการตรวจสอบข้อมูลชื่อ-สกุล, ยืนยันชื่อ
สกุลตามฐานข้อมูลจ่ายตรง, ยืนยันชื่อสกุลตามฐานข้อมูล กบข., วันเดือนปีเกิด,
เดือนปีข้อมูล, สถานะ, ผู้ทำรายการ, วันที่ทำรายการ เป็นต้น
c. สามารถแจ้งผลผลการการตรวจสอบ โดยเลือกยืนยัน หรือไม่ยืนยันได้
46

(ตัวอย่างหน้าจอตรวจสอบรายการ ชื่อ นามสกุล สมาชิกที่ไม่ตรงกับฐานข้อมูล กบข.)
4.1.7.2 รายการคำนำหน้าสมาชิกที่ไม่ตรงกับฐาน กบข.
a. สามารถเลือกค้นหาข้อมูลโดยระบุรายละเอียดของข้อมูล เช่น CON Due Month
เดือนปีข้อมูล ตั้งแต่ปีเดือน – ถึงปีเดือน, เลขประจำตัวประชาชน, ชื่อ, นามสกุล,
รหัสหน่วยงาน, ชื่อหน่วยงาน, การดำเนินการ หรือแสดงรายการทั้งหมดที่ รอ
ตรวจสอบ และยืนยันรายการ
b. แสดงผลการค้นหาข้อมูล เพื่อดำเนินการและแจ้งข้อมูล เช่น ลำดับ, รหัสหน่วยงาน,
ชื่อหน่วยงานม เลขประจำตัวประชาชน, ผลการตรวจสอบข้อมูลคำนำหน้า, ยืนยันคำ
นำหน้าตามฐานข้อมูลจ่ายตรง, ยืนยันคำนำหน้าตามฐานข้อมูล กบข., ชื่อ, นามสกุล,
วันเดือนปีเกิด, เดือนปีข้อมูล, สถานะ, ผู้ทำรายการ, วันที่ทำรายการ เป็นต้น
c. สามารถแจ้งผลผลการการตรวจสอบ โดยเลือกยืนยัน หรือไม่ยืนยันได้
47

(ตัวอย่างหน้าจอตรวจสอบคำนำหน้าสมาชิกที่ไม่ตรงกับฐาน กบข.)
4.1.7.3 รายการสะสมส่วนเพิ่ม
a. สามารถเลือกค้นหาข้อมูลโดยระบุรายละเอียดของข้อมูล เช่น CON Due Month
เดือนปีข้อมูล ตั้งแต่ปีเดือน – ถึงปีเดือน, เลขประจำตัวประชาชน, ชื่อ, นามสกุล,
รหัสหน่วยงาน, ชื่อหน่วยงาน, การดำเนินการ หรือแสดงรายการทั้งหมดที่ รอ
ตรวจสอบ และยืนยันรายการ
b. แสดงผลการค้นหาข้อมูล เพื่อดำเนินการและแจ้งข้อมูล เช่น ลำดับ, รหัสหน่วยงาน,
ชื่อหน่วยงาน, เลขประจำตัวประชาชน, คำนำหน้า, ชื่อ, นามสกุล, อัตราเงินสะสม
ส่วนเพิ่มในฐานข้อมูล, อัตราเงินสะสมส่วนเพิ่มที่สมาชิกทำรายการ, วันที่สมาชิกทำ
รายการ, การดำเนินการของหน่วยงาน, สถานะการปรับอัตราออมเพิ่ม, ผู้ทำรายการ,
วันที่ทำรายการ, หมายเหตุ เป็นต้น
c. สามารถแจ้งผลการดำเนินการได้ โดยเลือก
• Approved
• รอดำเนินการ
• ดำเนินการให้ภายในเดือน ให้ระบุ เดือนปีที่จะดำเนินการ
• ไม่สามารถดำเนินการได้
d. รายการสะสมส่วนเพิ่มที่รอดำเนินการ หรือยังไม่ได้ทำรายการ สามารถ export เป็น
file เช่น Text, csv เป็นต้น ตาม Format ที่กำหนด เพื่อนำไป Upload ผ่าน
โปรแกรมอื่นๆ ได้
48

(ตัวอย่างหน้าจอรายการสะสมส่วนเพิ่ม)
4.1.8 งานแจ้งข้อมูล และรายงาน
พัฒนาส่วนของงานแจ้งข้อมูล และรายงานต่างๆ โดยทุกรายงานมีมาตรฐานการจัดการราย
เดียวกัน ดังนี้
a. สามารถแสดง และค้นหาข้อมูลในรูปแบบของ list รายการ และสามารถจัดเรียง
ข้อมูลจากหัวตาราง เมื่อแสดงข้อมูลรายงานแล้วได้

(ตัวอย่างหน้าจอในการค้นหาข้อมูล และแสดงผลการค้นหา)
b. สามารถ export รายงานเป็น file pdf และ file Excel ได้โดยข้อมูลที่ export จะ
เป็นข้อมูลที่แสดงบนหน้าจอ
49

(ตัวอย่างรายงานเป็น file pdf)
c. รายงานทุกรายงานให้มีคำว่า ลับ ตัวหนังสือเป็นสีแดงทั้งด้านบน และด้านล่าง
d. สามารถการจัดการข้อมูลจำนวนมากจาก API ได้กรณีที่ข้อมูลจากผลการตรวจสอบ
ข้อมูลมีจำนวนมาก เช่น การแบ่งหน้า เป็นต้น
โดยประกอบด้วยงานแจ้งข้อมูล และรายงานดังนี้
(1) สรุปข้อมูลส่วนบุคคล
(2) สรุปข้อมูลเงินนำส่ง
(3) การนำส่งเงินเข้า กบข.
(4) สมาชิกที่ลงทะเบียน My GPF /Line OA
(5) สมาชิกที่ยังไม่ได้ยื่นแบบแจ้งข้อมูลกลับเข้ารับราชการใหม่
(6) สมาชิกที่ยังไม่ได้ยื่นแบบแจ้งข้อมูลกลับเข้ารับราชการใหม่แล้ว
(7) การจ่ายเงินคืนสมาชิกพ้นสภาพ
(8) สมาชิก กบข. รอการแจ้งเรื่องราวและรับรองการสิ้นสุดการสอบสวนทางวินัยจากส่วน
ราชการ
(9) สมาชิกที่ออกรับเบี้ยหวัด รอการยื่นขอรับเงิน กบข. เมื่อครบกำหนดย้ายประเภท
(10) สมาชิกพ้นสภาพแต่ยังไม่ยื่นขอรับเงิน หรือมีการยื่นขอรับเงินมาแล้วแต่เอกสารยังไม่
ครบถ้วน
4.1.8.1 สรุปข้อมูลส่วนบุคคล
a. สามารถเลือกค้นหาข้อมูลโดยระบุรายละเอียดของข้อมูล เช่น เลขประจำตัว
ประชาชน, ชื่อ-นามสกุล หรือแสดงรายการสมาชิกทั้งหมดภายในหน่วยงาน
b. แสดงผลการค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น ลำดับที่, เลขประจำตัวประชาชน,
50

คำนำหน้าชื่อ, ชื่อ, นามสกุล, รหัสหน่วยงาน, หน่วยงาน, หน่วยประมวลผล, หน่วย
ประมวลผล, วันที่รับราชการ, วันที่เป็นสมาชิก, วันเดือนปี เกิด, เงินเดือนปัจจุบัน,
เปอร์เซ็นต์สะสมส่วนเพิ่ม, วันที่เปลี่ยนแปลงสะสมส่วนเพิ่ม, หมายเลขโทรศัพท์,
อีเมล, วันทีออกรายงาน เป็นต้น
4.1.8.2 สรุปข้อมูลนำส่งเงิน
แสดงข้อมูลเงินนำส่ง ทั้งรายบุคคล รายหน่วยงาน และรายชิ้นงาน
a. สามารถเลือกค้นหาข้อมูลโดยระบุรายละเอียดของข้อมูล เช่น เลขประจำตัว
ประชาชน, ชื่อ-นามสกุล, เดือน/ปี ข้อมูล (ทั้งหมด), วัน/เดือน/ปี ที่นำส่งเงิน
(ทั้งหมด) หรือแสดงรายการข้อมูลเงินนำส่งทั้งหมดภายในหน่วยงาน
b. แสดงผลการค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น ลำดับที่, เลขประจำตัวประชาชน,
คำนำหน้าชื่อ, ชื่อ, นามสกุล, เดือน/ปี ข้อมูล, วัน/เดือน/ปี ที่นำส่งเงิน, รหัส
หน่วยงาน, ชื่อหน่วยงาน, รหัสหน่วยแม่, ชื่อหน่วยแม่, เงินเดือนปัจจุบัน, ฐานที่ใช้
คำนวณเงินนำส่ง, เงินสะสม, เงินสมทบ, เงินชดเชย, เงินสะสมสวนเพิ่ม, เปอร์เซ็นตอ
อมเพิ่ม, เงินประเดิม, จำนวนเงินรวม, วันที่ออกรายงาน เป็นต้น
4.1.8.3 การนำส่งเงินเข้า กบข.
a. สามารถเลือกค้นหาข้อมูลโดยระบุรายละเอียดของข้อมูล เช่น เดือน/ปี ข้อมูล, วัน/
เดือน/ปี ที่ข้อมูล หรือแสดงรายการนำส่งเงินทั้งหมดภายในหน่วยงาน
b. แสดงผลการค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น ลำดับที่, รหัสหน่วยงานที่นำส่งเงิน
, วันที่เงินนำส่ง, งานเดือน, ประเภทงาน, เลขที่ชิ้นงาน, เงินสะสม, เงินสมทบ, เงิน
ชดเชย, เงินสะสมสวนเพิ่ม, รวมจำนวนเงินรวม, วันที่ออกรายงาน และแสดงยอดเงิน
รวมทั้งหมด ตามประเภทเงินนำส่ง เป็นต้น
4.1.8.4 สมาชิกที่ลงทะเบียน My GPF /Line OA
a. สามารถเลือกค้นหาข้อมูลโดยระบุรายละเอียดของข้อมูล เช่น วัน/เดือน/ปี ที่มีข้อมูล
หรือแสดงสมาชิกที่ลงทะเบียน My GPF /Line OA ทั้งหมดภายในหน่วยงาน
b. แสดงผลการค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น ลำดับที่, เลขประจำตัวประชาชน,
คำนำหน้าชื่อ, ชื่อ, นามสกุล, รหัสหน่วยงาน, หน่วยงาน, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล,
วันที่ลงทะเบียน, ช่องทาง,วันที่ออกรายงาน เป็นต้น
4.1.8.5 สมาชิกที่ยังไม่ได้ยื่นแบบแจ้งข้อมูลกลับเข้ารับราชการใหม่
a. สามารถเลือกค้นหาข้อมูลโดยระบุรายละเอียดของข้อมูล เช่น เลขประจำตัว
ประชาชน, ชื่อ-นามสกุล, รหัสหน่วยงาน, วันบรรจุเข้ารับราชการ หรือแสดงรายการ
สมาชิกที่ยังไม่ได้ยื่นแบบแจ้งข้อมูลกลับเข้ารับราชการใหม่ทั้งหมดภายในหน่วยงาน
51

b. แสดงผลการค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น ลำดับที่, รหัสหน่วยงาน, ชื่อ
หน่วยงาน, เลขประจำตัวประชาชน, หมายเลขสมาชิก, คำนำหน้า, ชื่อ-สกุล, วัน
บรรจุเข้ารับราชการ ,วันที่ออกรายงาน เป็นต้น
4.1.8.6 สมาชิกที่ได้ยื่นแบบแจ้งข้อมูลการกลับเข้ารับราชการใหม่แล้ว
a. สามารถเลือกค้นหาข้อมูลโดยระบุรายละเอียดของข้อมูล เช่น เลขประจำตัว
ประชาชน, ชื่อ-นามสกุล, รหัสหน่วยงาน, วันบรรจุเข้ารับราชการ หรือแสดงรายการ
สมาชิกที่ยังไม่ได้ยื่นแบบแจ้งข้อมูลกลับเข้ารับราชการใหม่แล้วทั้งหมดภายใน
หน่วยงาน
b. แสดงผลการค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น ลำดับที่, รหัสหน่วยงาน, ชื่อ
หน่วยงาน, เลขประจำตัวประชาชน, หมายเลขสมาชิก, คำนำหน้า, ชื่อ-สกุล, วัน
บรรจุเข้ารับราชการ, ช่องทางการยื่นเอกสาร , วันที่ออกรายงาน เป็นต้น
4.1.8.7 การจ่ายเงินคืนสมาชิกพ้นสภาพ
แสดงรายการเพื่อให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดสามารถตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพ้นสภาพ
ที่ได้ยื่นเรื่องขอรับเงินมายัง กบข. ทั้งกรณีจัดทำเป็นเอกสารนำส่งทาง
ไปรษณีย์ , ผ่านระบบ MCS WEB และระบบ e-pension และ กบข. ได้ทำการ
จ่ายเงินให้แก่สมาชิก/ทายาทผู้มีสิทธิรับเงินแล้ว
a. สามารถค้นหาข้อมูลได้ 2 แบบ
• ค้นหาแบบระบุช่วงเวลาที่ต้องการ โดยกำหนดวัน/เดือน/ปี พ.ศ. ที่เริ่มต้น และ
วัน/เดือน/ปี พ.ศ. ที่สิ้นสุด โดยใช้ วัน/ เดือน/ปี พ.ศ. ตาม Effective Date
Claim ที่สถานะ Disburse เรียบร้อยแล้ว
• ค้นหาด้วย Citizen ID หรือ ชื่อ-นามสกุลของสมาชิก
b. แสดงผลการค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น หน่วยงาน, เลขประจำตัว
ประชาชน, หมายเลขสมาชิก, คำนำหน้า, ชื่อ – สกุล, เหตุพ้นสภาพ, สิทธิ, ช่อง
ทางการยื่นเรื่อง, วันที่เอกสารสมบูรณ์/วันที่รับข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง, วันที่ กบข.
จ่ายเงิน, สถานะการจ่ายเงิน, รวมจำนวนรายสมาชิก ,วันที่ออกรายงาน เป็นต้น
4.1.8.8 สมาชิก กบข. รอการแจ้งเรื่องราวและรับรองการสิ้นสุดการสอบสวนทางวินัยจากส่วน ราชการ
แสดงรายการเพื่อให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดสามารถตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพ้นสภาพ
ที่ยื่นเรื่องขอรับเงินด้วยสิทธิ “บำนาญในระหว่างสอบสวนทางวินัย” ซึ่ง กบข. ได้
จ่ายเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ให้แก่สมาชิกแล้ว แต่ส่วนราชการ
ยังไม่แจ้งเรื่องราวถึงที่สุดมายัง กบข.
52

a. สามารถค้นหาข้อมูลได้ 2 แบบ
• ค้นหาจากข้อมูลปัจจุบัน (default เป็นวัน/เดือน/ปี พ.ศ. ที่ค้นหาข้อมูล)
• ค้นหาด้วย Citizen ID หรือ ชื่อ-นามสกุลของสมาชิก
b. แสดงผลการค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น หน่วยงาน, เลขประจำตัว
ประชาชน หมายเลขสมาชิก, คำนำหน้า, ชื่อ – สกุล, เหตุพ้นสภาพ, วันที่ กบข.
จ่ายเงินสะสม เงินสมทบ ผลประโยชน์, ระยะเวลา ที่ กบข. รอการแจ้งเรื่องราว ถึง
ที่สุดจากหน่วยงาน, รวมจำนวนรายสมาชิก ,วันที่ออกรายงาน เป็นต้น
4.1.8.9 สมาชิกที่ออกรับเบี้ยหวัด รอการยื่นขอรับเงิน กบข. เมื่อครบกำหนดย้ายประเภท
แสดงรายการเพื่อให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดสามารถตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพ้นสภาพ
ที่ยื่นขอรับเงินด้วยเหตุสิทธิรับ เบี้ยหวัด ซึ่ง กบข. ได้จ่ายเงินสะสม เงินสมทบ และ
ผลประโยชน์ให้ แก่สมาชิกแล้ว และรอการย้ายประเภทไปรับบำเหน็จบำนาญ
a. สามารถค้นหาข้อมูลได้ 2 แบบ
• ค้นหาจากข้อมูลปัจจุบัน (default เป็นวัน/เดือน/ปี พ.ศ. ที่ค้นหาข้อมูล)
• ค้นหาด้วย Citizen ID หรือ ชื่อ-นามสกุลของสมาชิก
b. แสดงผลการค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น หน่วยงาน, เลขประจำตัว
ประชาชน, หมายเลขสมาชิก, คำนำหน้า, ชื่อ – สกุล, เหตุพ้นสภาพ, วันที่ กบข.
จ่ายเงินสะสมเงินสมทบ ผลประโยชน์, ระยะเวลา ที่ กบข. รอการแจ้งการย้าย
ประเภทจากเบี้ยหวัดเป็นบำเหน็จบำนาญจากหน่วยงาน, รวมจำนวนรายสมาชิก ,
วันที่ออกรายงาน เป็นต้น
4.1.8.10 สมาชิกพ้นสภาพแต่ยังไม่ยื่นขอรับเงิน หรือมีการยื่นขอรับเงินมาแล้วแต่เอกสาร ยังไม่ครบถ้วน
แสดงรายการเพื่อให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดสามารถตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพ้นสภาพ
ที่ยังไม่ได้ยื่นเรื่องขอรับเงินคืนจากกองทุน หรือยื่นเรื่องมาแล้วแต่เอกสารยังไม่ถูกต้อง
ครบถ้วน
a. สามารถค้นหาข้อมูลได้ 2 แบบ
• ค้นหาแบบระบุช่วงเวลาที่ต้องการ โดยกำหนดวัน/เดือน/ปี พ.ศ. ที่
เริ่มต้น และ วัน/เดือน/ปี พ.ศ. ที่สิ้นสุด
o กรณีสมาชิก Terminated แต่ยังไม่มี claim ให้ใช้Terminated Date
o กรณี Open Claim ให้ใช้ Terminated Date+1 ยกเว้น claim code 2
= DTH ให้ใช้Terminated Date
• ค้นหาด้วย Citizen ID หรือ ชื่อ-นามสกุลของสมาชิก
53

b. แสดงผลการค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น หน่วยงาน, เลขประจำตัว
ประชาชน, หมายเลขสมาชิก, คำนำหน้า, ชื่อ – สกุล, ระยะเวลา นับตั้งแต่พ้นสภาพ
ถึงปัจจุบัน, สถานะการยื่นเรื่อง, รวมจำนวนรายสมาชิก ,วันที่ออกรายงาน เป็นต้น
ระยะที่ 5 กำหนดระยะเวลาภายใน 210 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
4.1.9 ส่วนของการฝึกอบรมความรู้แก่ผู้ใช้งาน และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ

  1. งานจัดทำเอกสารคู่มือการใช้งานระบบสำหรับเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค และผู้ดูแลระบบ
    (System Administration)
  2. งานจัดทำเอกสารคู่มือการใช้งานระบบสำหรับเจ้าที่หน้า กบข. (User)
  3. งานจัดทำเอกสารคู่มือการใช้งานระบบสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป
  4. งานฝึกอบรมการบำรุงรักษาและดูแลระบบ สำหรับเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค และผู้ดูแลระบบ
    (System Administration)
  5. งานฝึกอบรมการใช้งานระบบเจ้าที่หน้า กบข. (User)
    4.2 ข้อกำหนดทางเทคนิค
    ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบ โดยคำนึงถึงปัจจัยที่สำคัญดังต่อไปนี้
    4.2.1 มีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีและเหมาะสมกับหลักการและเหตุผลของการพัฒนา รวมทั้ง เป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    ก) สามารถเรียกค้นข้อมูลรายบุคคลของสมาชิกได้ภายในระยะเวลาเฉลี่ยไม่เกิน 6 วินาที
    ต่อการเรียกค้นข้อมูล 1 ครั้ง ในกรณีใช้ระยะเวลาเกินกว่ากำหนด หากพบว่าสาเหตุมา
    จาก Software หรือ Hardware ของ กบข. ให้ผู้รับจ้างเสนอข้อแนะนำให้แก่ กบข. ด้วย
    ข) ประเมินประสิทธิภาพ (Performance) และความจุ (Capacity) ของข้อมูลให้รองรับ
    การตั้งค่าความปลอดภัยพื้นฐานตามความเหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความ
    ปลอดภัยของ กบข. (อธิบายและได้รับอนุมัติ System Architecture)
    4.2.2 ออกแบบระบบสำรองข้อมูลที่สามารถสำรองและกู้คืนข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐานของ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ กบข. (อธิบายและได้รับอนุมัติ System Architecture)
    4.2.3 รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ Software และ Hardware ที่นำมาใช้งานต้อง สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่ กบข. ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งต้องเป็นไปตามข้อกำหนดขั้น
    ต่ำ คือระบบฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2019 ขึ้นไป, ระบบงานสามารถ
    Compile Source Code ภายใต้การทำงานบน Window 11 ในรูปแบบ 64 Bit ขึ้นไป
    4.2.4 เครื่องมือที่พัฒนาโปรแกรมได้แก่ Microsoft Visual Studio 2022 สำหรับโปรแกรม
    54

Back Office หรือเวอร์ชั่นใหม่กว่า
4.2.5 (ข้อกำหนดเพื่อการบำรุงรักษา) เมื่อระบบทำงานผิดพลาดหรือตรวจพบความผิดปกติ ต้อง เรียกใช้ API ของระบบ Preventive Monitoring (กบข. เป็นผู้จัดเตรียม API ระบบ
Preventive Monitoring) เพื่อทำการแจ้งเตือนผ่านช่องทาง Line หรือ MS Team หรือ
Email และจะต้องมีวิธีการจัดการ Error (Try…Catch) ในกรณีระบบ Preventive
Monitoring ไม่สามารถใช้งานได้
4.2.6 (ข้อกำหนดเพื่อการบำรุงรักษา) ต้องจัดเตรียมเครื่องมือ (Simulation Program) เพื่อ ตรวจสอบการทำงานของโปรแกรม (API, Landing Page หรือ Web Page เป็นต้น) โดย
ส่งสถานะ จำนวนผู้ใช้งาน (CCU) และ Response Time
4.2.7 (ข้อกำหนดเพื่อการบำรุงรักษา) ผู้พัฒนาจะต้องสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของ โปรแกรมบนเครื่อง Server เพื่อนำมากำหนด Config ของ Health Check (Agent
Program ที่กบข.พัฒนา) ซึ่งรวมถึงการทดสอบการทำงานของโปรแกรมร่วมกับ Agent
Program ดังกล่าว
ทั้งนี้ กบข. จะเป็นผู้จัดหา Database Software, Operating System และ Hardware สำหรับใช้เป็น Server หากจำเป็นต้องใช้งานในโครงการ และสามารถเลือกใช้เทคโนโลยี Microsoft Azure Cloud ที่ กบข. มี อยู่ได้
4.3 ข้อกำหนดพื้นฐานด้านความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Security Requirement) 4.3.1 Identity, Entitlement and Access Management: ต้องจัดให้มีการควบคุมการ เข้าถึง กำหนดสิทธิ์การใช้งานระบบ การพิสูจน์ตัวตนและบริหารจัดการสิทธิ์ สำหรับผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ 4.3.2 Infrastructure and Network Security: ต้องจัดให้มี System Architectures ที่ระบุถึง การรักษาความมั่นคงปลอดภัยและการป้องกันในการใช้งานระบบและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ ระบบทั้งหมดและทำงานร่วมกับระบบป้องกันของ กบข. ได้
4.3.3 Data Security and Encryption: ต้องจัดให้มีการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลสำคัญ และข้อมูลส่วนบุคคล ในการจัดเก็บ การใช้งาน และการเปิดเผยข้อมูล โดยมีการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการ สื่อสารระหว่างระบบเครือข่ายทั้งภายในและภายนอก ด้วย Secure Protocol TLS1.2 (SHA-2 2048 bit) ขึ้น ไป
4.3.4 Backup and Recovery: ต้องจัดให้มีการสำรองข้อมูล การกู้คืนข้อมูลและระบบ ใน
กรณีเกิดเหตุด้านความมั่นคงปลอดภัย
4.3.5 Monitoring and Log Management: ต้องจัดให้มีการจัดเก็บและบันทึกกิจกรรมการใช้ งานของระบบ และตรวจสอบในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย
55

4.3.6 Application Security: กำหนดให้มีการรักษาความปลอดภัยด้าน Application ดังนี้ 4.3.6.1 ต้องจัดให้มีการประเมินประสิทธิภาพและการรักษาความปลอดภัยด้าน
แอพพลิเคชั่น เช่น ผลการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing) เป็นต้น
4.3.6.2 ระบบต้องยุติการใช้งาน (Session Timeout) ของผู้ใช้งาน เมื่อเว้นจากการใช้งาน
ระบบ ตามระยะเวลา 15 นาที หรือตามข้อจำกัดของระบบ
4.3.6.3 กรณีมีการใช้งาน Access Token หรือ OTP ต้องกำหนดให้ Token หรือ OTP มี
ระยะเวลาหมดอายุที่เหมาะสม
4.3.7 ระบบต้องจัดให้มีการกำหนดจำนวนสูงสุดที่อนุญาตในการ Login Fail และหากพบการ Login Fail เกินกำหนดให้ระบบดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
4.3.7.1 ตัดการเชื่อมต่อของ Session นั้น
4.3.7.2 หน่วงเวลา 30 - 60 วินาที
4.3.7.3 Lock การใช้งาน User นั้นเป็นการชั่วคราว
4.3.8 ในกระบวนการพัฒนาระบบ ต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของ Source Code ด้วยเครื่องมือและมาตรฐานตามที่กองทุนกำหนด และดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ที่ตรวจพบที่มีความเสี่ยง ในระดับปานกลางขึ้นไป หรือตามที่ตกลงกับ กบข.
5. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
5.1 ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของการดำเนินงานออกแบบและพัฒนาระบบที่ส่ง มอบให้แก่ กบข. เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ กบข. ตรวจรับมอบงานทั้งหมดโดยถูกต้อง ครบถ้วน
5.2 ในระหว่างระยะเวลาการรับประกันดังกล่าว หากเกิดความชำรุดบกพร่องแก่งานที่ผู้รับจ้างส่ง มอบให้แก่ กบข. ตาม TOR นี้ หรือผู้รับจ้างละเว้นการดำเนินการตาม TOR นี้ ไม่ว่าในส่วนหนึ่งส่วนใดหรือ ทั้งหมด ผู้รับจ้างต้องเสนอแนวทางแก้ไขความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นให้ถูกต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ
TOR ภายในระยะเวลา 1 วัน หรือตามที่ตกลงกัน โดย กบข. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม 5.3 ผู้รับจ้างต้องมีช่องทางในการรับแจ้งเหตุที่สามารถแจ้งเหตุได้ทุกวันทำการ ทั้งทางโทรศัพท์และ อีเมล และหลังจากรับแจ้งเหตุจาก กบข. แล้ว ผู้รับจ้างต้องตอบกลับภายใน 4 ชั่วโมง
56

  1. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมการเสนอราคาโดยแยกเป็น 2 ส่วน ดังต่อไปนี้ 6.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (1) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน
    นิติบุคคลที่มีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้า มี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน
    นิติบุคคลที่มีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม(ถ้ามี) บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    (2) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลให้ยื่นสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย พร้อมทั้งรับรอง สำเนาถูกต้อง
    (3) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของ การเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1) หรือ (2) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี
    (4) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้แก่ สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อม ทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
    6.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (1) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย จะต้องระบุในหนังสือมอบอำนาจให้ชัดเจนว่ามีอำนาจในการเสนอราคาแทน หรือทำการในเรื่องใด โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (แนบสำเนา บัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง) ทั้งนี้ หากผู้รับมอบ อำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น
    (2) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ รายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะที่ กบข. ต้องการ และการรับประกัน (ถ้ามี) ตาม TOR นี้ กับข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่ง คุณลักษณะเฉพาะจะต้องระบุหัวข้อให้ถูกต้องตรงกันกับเอกสารหรือแคตตาล็อกที่เสนอโดยให้จัดทำในรูปแบบ ดังต่อไปนี้
    57

ลำดับ
ข้อกำหนดรายละเอียด
ความสอดคล้อง
ข้อกำหนดรายละเอียด
ที่เสนอมา
เอกสารอ้างอิง

(คัดลอกคุณสมบัติของผู้ยื่น ข้อเสนอ) 

(คัดลอกข้อกำหนดรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะตามที่
กำหนดใน TOR ข้อ 4)
(คัดลอกการรับประกัน ข้อ 5)
(ตรงหรือดีกว่า ข้อกำหนดตาม TOR)
(ระบุคุณสมบัติของผู้ยื่น
ข้อเสนอที่เสนอมาให้พิจารณา)
(ระบุรายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะที่เสนอมาให้พิจารณา)
(ระบุการรับประกันที่เสนอมา ให้พิจารณา)
(ระบุเลขหน้าของ เอกสารอ้างอิง
หรือแคตตาล็อก)

(3) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดส่งเอกสารดังต่อไปนี้เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือก
(ก) แผนการดำเนินการและวิธีการดำเนินการ (Methodology) เพื่อปรับปรุงโปรแกรมคำสั่ง
งานชุดเดิมให้แล้วเสร็จตามขอบเขตที่ระบุ ในเวลาที่กำหนด
(ข) ข้อมูลอ้างอิงโดยระบุโครงการและแนบสำเนาสัญญาหรือหนังสือรับรองผลงานที่ออกโดย
หน่วยงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยรับทำงานให้ (Site Reference)
(ค) ข้อมูลบุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอที่นำมาทำงานให้แก่ กบข. (คุณวุฒิและประสบการณ์)
(ง) ข้อกำหนด SLA (กระบวนการการให้บริการดูแล แก้ไข ช่องทางการติดต่อ) สำหรับ
การบริการบำรุงรักษาหลังการติดตั้ง
7. การเสนอราคา
7.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
7.2 ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอื่น (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว 7.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยืนราคาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เสนอราคา โดยภายในกำหนดยืน ราคา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบราคาที่ตนเสนอไว้และถอนการเสนอราคามิได้
7.4 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 210 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง หรือวันที่ ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
58

  1. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ กบข. จะพิจารณาโดยใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อ ราคา (Price Performance) และพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการจ้างหรือ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก โดยกำหนดปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาและน้ำหนัก ดังนี้
    8.1 ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20
    8.2 ด้านคุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์กับผู้ซื้อ โดยพิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่น ข้อเสนอยื่นมา กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 80
    ลำดับ
    รายการ
    สัดส่วน
    ของ
    คะแนน
    คะแนน
    1
    มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องประเภทเดียวกับ TOR ฉบับนี้ให้แก่องค์กรภาครัฐ และ/หรือเอกชน (เอกสารแนบ 6.2 (3)(ข))
    เงื่อนไข : มูลค่าแต่ละโครงการไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท

    15
    ไม่แนบผลงานอ้างอิง
    0
    แนบผลงานอ้างอิงจำนวน 1 โครงการ
    25
    แนบผลงานอ้างอิงจำนวน 2 โครงการ
    50
    แนบผลงานอ้างอิงจำนวนมากกว่า 2 โครงการ
    75
    แนบผลงานอ้างอิงจำนวนมากกว่า 2 โครงการ และมูลค่าโครงการรวมเกิน 5 ล้านบาท
    100

59

ลำดับ
รายการ
สัดส่วน
ของ
คะแนน
คะแนน
2
เอกสารแผนงาน รูปแบบ วิธีการทำงาน ทีมงาน ที่มีความสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ในการจัดจ้างที่กำหนดใน TOR นี้ รวมทั้งมีความเป็นไปได้ในการ ปฏิบัติมากน้อยเพียงใด (Process) (ข้อ 6.2 (3) (ก))
(1) เอกสารแสดงแผนงาน ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนและระยะเวลา ดำเนินงาน เช่น Gantt Chart แสดงขั้นตอนและระยะเวลาชัดเจน / กำหนด ผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน / มี milestone ที่ชัดเจน
(2) เอกสารแสดงกระบวนการ และข้อกำหนด SLA (กระบวนการการ ให้บริการดูแล แก้ไข ช่องทางการติดต่อ) สำหรับการบริการบำรุงรักษาหลัง การติดตั้ง เช่น ระบุ SLA ที่รับประกัน / ช่องทางการติดต่อ 24/7 / กระบวนการ แก้ไขปัญหาชัดเจน / แผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
(3) เอกสารแนวทางการบริหารความเสี่ยง เช่น ระบุความเสี่ยง / ประเมินผลกระทบ/ แนวทางการรับมือ
เงื่อนไข: เอกสารที่ยื่น ต้องมีความสมบูรณ์เพียงพอต่อความมั่นใจของ ความสำเร็จของงานตามหัวข้อนั้นๆ

15
ไม่พบเอกสาร 
0
ยื่นเอกสาร (1) 
50
ยื่นเอกสาร (1) และ (2) 
75
ยื่นเอกสาร (1) และ (2) และ (3) 
100

60

ลำดับ
รายการ
สัดส่วน
ของ
คะแนน
คะแนน
3
เอกสารการออกแบบหน้าจอต้นแบบ (Prototype) ของระบบเบื้องต้น ประเมินจากเกณฑ์การออกแบบต่อไปนี้
(1) การแสดงโครงสร้างการนำทางที่ชัดเจน เช่น มีเมนูหลักที่เห็นได้ ชัดเจน / แสดงตำแหน่งปัจจุบันในระบบ (Breadcrumb)
(2) การออกแบบตามหลัก Information Architecture เช่น จัดกลุ่ม เมนูตามประเภทการใช้งาน (Category) / ลำดับเมนูตามความถี่ในการ ใช้งาน / ใช้คำที่ผู้ใช้คุ้นเคยในการตั้งชื่อเมนู
(3) รองรับการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ เช่น มีช่องทางลัด (Shortcuts) สำหรับงานที่ทำบ่อย / มีระบบการค้นหาฟังก์ชันการทำงาน
(4) มีความเหมาะสมของบรรยากาศและโทนสีเช่น ความสอดคล้องของ โทนสีความเหมาะสมของรูปแบบและขนาดตัวอักษร องค์ประกอบ กราฟิกหรือสัญลักษณ์ต่างๆ เข้าใจง่าย
(5) มีความคิดสร้างสรรค์ความทันสมัย เช่น ออกแบบที่มีลักษณะเฉพาะ และน่าสนใจตรงตามลักษณะขององค์กร รูปแบบการใช้งานที่มีความคิด สร้างสรรค์

25
ไม่พบเอกสารการออกแบบหน้าจอต้นแบบ 
0
หน้าจอมีการออกแบบหน้าจอต้นแบบ ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดอย่างน้อย 1 ข้อ 
20
หน้าจอมีการออกแบบหน้าจอต้นแบบ ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดรวม 2 ข้อ 
40
หน้าจอมีการออกแบบหน้าจอต้นแบบ ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดรวม 3 ข้อ 
60
หน้าจอมีการออกแบบหน้าจอต้นแบบ ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดรวม 4 ข้อ 
80
หน้าจอมีการออกแบบหน้าจอต้นแบบ ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดครบทุกข้อ 
100
4 
การนำเสนอและการตอบข้อซักถาม หรือให้คำชี้แจงรายละเอียดตามขอบเขต ของงาน (TOR) ต่อคณะกรรมการฯได้อย่างครบถ้วนและชัดเจน


25
ไม่สามารถตอบข้อซักถาม หรือให้คำชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม ได้เลย 
0
สามารถตอบได้ไม่เกิน 50% ของจำนวนคำถามทั้งหมดที่สอบถาม 
25
สามารถตอบได้เกิน 50% ของจำนวนคำถามทั้งหมดที่สอบถาม 
50
สามารถตอบได้ครบถ้วน 100% ของจำนวนคำถามทั้งหมดที่สอบถาม 
75

61

ลำดับ
รายการ
สัดส่วน
ของ
คะแนน
คะแนน

สามารถตอบได้ครบถ้วน 100% ของจำนวนคำถามทั้งหมดที่สอบถาม และให้ แนวทางพัฒนาที่เป็นประโยชน์
100




80

ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งเอกสารที่ใช้ในการคัดเลือกตามรายละเอียดข้างต้นให้ กบข. เพื่อให้คณะกรรมการฯ ประกอบการให้คะแนน
โดย กบข. จะประสานงานกับผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น เพื่อมานำเสนอ โครงการตามวันและเวลาที่กำหนด โดย กบข. จะแจ้งกำหนดดังกล่าวให้ทราบหลังจากตรวจสอบคุณสมบัติ เบื้องต้นแล้วเสร็จ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอส่งเอกสารประกอบการให้คะแนนไม่ครบถ้วน ทำให้คณะกรรมการไม่ สามารถพิจารณาให้คะแนนได้ อาจมีผลกระทบกับคะแนนการคัดเลือก
ผู้ยื่นข้อเสนอที่จะได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำสัญญากับ กบข. จะต้องมีคะแนนรวมสูงที่สุด และเสนอราคา อยู่ในวงเงินงบประมาณที่กำหนดไว้ใน TOR นี้
ในกรณีที่ กบข. ไม่สามารถคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ให้เข้าทำสัญญากับ กบข. ได้ กบข. จะยกเลิกการจัดจ้างครั้งนี้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จาก กบข. ทั้งสิ้น
9. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการคัดเลือกจะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบที่ กบข. กำหนดภายใน 15 วัน นัดถัดจากวันที่ได้รับ แจ้งจาก กบข. และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
10. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กบข. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอาการอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างภายใน 30 วัน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานถูกต้องและ ครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง และ กบข. ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้ง กบข. ได้รับ หนังสือเรียกเก็บเงินจากผู้รับจ้าง โดยแบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 5 งวด ดังต่อไปนี้
งวดที่ 1 เป็นจำนวนเงินร้อยละ 10 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานที่กำหนดในระยะที่ 1 ให้แล้ว เสร็จภายใน 45 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน งวดที่ 2 เป็นจำนวนเงินร้อยละ 25 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานที่กำหนดในระยะที่ 2 ให้แล้ว เสร็จภายใน 90 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
62

งวดที่ 3 เป็นจำนวนเงินร้อยละ 25 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานที่กำหนดในระยะที่ 3 ให้แล้ว เสร็จภายใน 150 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน งวดที่ 4 เป็นจำนวนเงินร้อยละ 20 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานที่กำหนดในระยะที่ 4 ให้แล้ว เสร็จภายใน 180 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน งวดที่ 5 (งวดสุดท้าย) เป็นจำนวนเงินร้อยละ 20 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้ว เสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลง และ กบข. ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ภายใน 210 วันนับถัด จากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
ผู้รับจ้างจะต้องทำข้อมูลเปรียบเทียบงานที่ส่งมอบแต่ละงวดงานกับงานตามที่สัญญากำหนดว่าส่งมอบ ได้ครบถ้วนหรือไม่ โดยให้จัดทำในรูปแบบ ดังต่อไปนี้
ลำดับ
ข้อกำหนดตาม TOR
ความสอดคล้อง
รายละเอียดของงานที่ส่งมอบ
เอกสารอ้างอิง

▪ คัดลอกข้อกำหนดรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของงานตามที่ กำหนดใน TOR ข้อ 4 

▪ คัดลอกการรับประกันตามที่ กำหนดใน TOR ข้อ 5
▪ ตรงหรือดีกว่า ข้อกำหนดตาม
TOR
▪ ระบุรายการและรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของงานที่
ส่งมอบ
▪ ระบุรายละเอียดการรับประกัน งานที่ส่งมอบ
▪ ระบุเลขหน้าของ เอกสารอ้างอิง
หรือแคตตาล็อก

63

ขั้นตอนการดำเนินงาน
การส่งมอบงาน
งวดที่ 1
1.1 จัดทำแผนการดำเนินงานทั้งโครงการฯ
1.2 รวบรวมและจัดทำสรุปความต้องการจากคณะทำงาน ของกบข.
1.3 วิเคราะห์และออกแบบการทำงานของระบบเสริมงาน ทะเบียนสมาชิก ที่ กบข. ใช้งาน ให้รองรับตาม ข้อสรุปความต้องการของระบบงานทั้งหมด
1.4 ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ
1.5 ส่งมอบงานในระยะที่ 1 งานออกแบบระบบ ตามที่ ระบุไว้ในข้อ 4.1.1
แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือ วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
1.1 แผนการดำเนินงานทั้งโครงการ พร้อมรายละเอียด แผนงาน ประกอบด้วยขั้นตอนกิจกรรม, สิ่งที่ต้องส่ง มอบ, กำหนดเวลาดําเนินการ, บุคลากร และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในแต่ละกิจกรรม
1.2 เอกสารการออกแบบ และ Flow การทำงานของ หน้าจอของระบบ
1.3 เอกสาร System Architecture

  • เอกสารทั้งหมดต้องผ่านการอนุมัติอย่างถูกต้อง
    งวดที่ 2
    1.6 ส่งมอบงานในระยะที่ 2 ตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.1.2, 4.1.3 และ 4.1.4
    แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือ วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
    1.4 Program Source Code
    1.5 เอกสาร User Acceptance Test และ Non Functional Acceptance Test
  • เอกสารทั้งหมดต้องผ่านการอนุมัติอย่างถูกต้อง

64

ขั้นตอนการดำเนินงาน
การส่งมอบงาน
งวดที่ 3
1.7 ส่งมอบงานในระยะที่ 3 ตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.1.5 และ 4.1.6
แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
1.6 Program Source Code
1.7 เอกสาร User Acceptance Test และ Non Functional Acceptance Test

  • เอกสารทั้งหมดต้องผ่านการอนุมัติอย่างถูกต้อง
    งวดที่ 4
    1.8 ส่งมอบงานในระยะที่ 4 ตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.1.7 และ 4.1.8 รวมทั้งโปรแกรมทั้งหมด ซึ่งผ่านการ ทดสอบและตรวจรับระบบแล้ว (UAT Sign-off) 1.9 ติดตั้งใช้งานระบบ
    แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
    1.8 Program Source Code
    1.9 เ อ ก ส า ร User Acceptance Test แ ล ะ Non Functional Acceptance Test
  • เอกสารทั้งหมดต้องผ่านการอนุมัติอย่างถูกต้อง
    งวดที่ 5
    1.10ส่งมอบงานในระยะที่5 ตามที่ระบุไว้ในข้อ 4. รวมทั้ง โปรแกรม และเอกสารทั้งหมด ซึ่งผ่านการทดสอบ และตรวจรับระบบแล้ว (UAT Sign-off)
    1.11อบรมความรู้แก่ผู้ใช้งาน และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ
    แล้วเสร็จภายใน 210 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
    1.10 Program Source Code
    1.11 เ อ ก ส า ร User Acceptance Test แ ล ะ Non Functional Acceptance Test
    1.12 เ อ ก ส า ร ว ิ เ ค ร า ะ ห ์ ค ว า ม ต ้ อ ง ก า ร (System Requirement Specification)
    1.13 เอกสารการออกแบบระบบ (System Design Specification)
    1.14 คู่มือปฏิบัติงาน User Manual ฉบับเต็ม
    1.15 คู่มือระบบ System Manual และ Operation Manual
    1.16 เอกสารการอบรมและถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบ
  • เอกสารทั้งหมดต้องผ่านการอนุมัติอย่างถูกต้อง

65

  1. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือจะกำหนดไว้ดังต่อไปนี้
    (1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กบข. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น (2) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอปฏิบัติผิดสัญญาจ้างจะกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของ ราคาค่าจ้าง แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
  2. วงเงินในการจัดจ้าง
    วงเงินงบประมาณในการจัดจ้างครั้งนี้ เป็นเงิน 4,000,000.00 บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) ซึ่งรวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว
  3. การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างที่มาปฏิบัติงานตาม TOR นี้ จะต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของ กบข. ตามรายละเอียดดังนี้
    13.1 นิยาม “ข้อมูลที่เป็นความลับ”
    “ข้อมูลที่เป็นความลับ” หมายความถึง ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถสื่อความหมายได้ที่ กบข. หรือพนักงาน ของ กบข. ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “ผู้ให้ข้อมูล” ได้เปิดเผยให้แก่ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ซึ่งต่อไป จะเรียกว่า “ผู้รับข้อมูล” ทราบ และมีความประสงค์ให้ผู้รับข้อมูลเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ
    13.2 การเปิดเผยและการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    (1) ผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ตกลงและรับทราบว่าข้อมูลที่เป็นความลับที่เปิดเผย ภายใต้สัญญาจ้างถือเป็นและจะยังคงเป็นทรัพย์สินและทรัพย์สินทางปัญญา (ถ้ามี) ของ กบข.
    (2) ผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ตกลงว่าจะเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่ กบข. หรือ พนักงานของ กบข. ได้เปิดเผยให้แก่ผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ภายใต้สัญญาจ้างตลอด ระยะเวลาการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ตามสัญญาจ้าง และเป็นระยะเวลา 1 (หนึ่ง) ปี นับแต่วันที่สัญญาจ้างดังกล่าวสิ้นสุดลง โดยผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ตกลงที่จะ ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
    (ก) รักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับมาอย่างเคร่งครัด และไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลใดทราบ เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่ลูกจ้าง หรือผู้แทนของผู้รับจ้างที่ต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นเท่านั้น และผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างหรือ
    66

ผู้แทนของผู้รับจ้าง จะต้องจัดให้ลูกจ้างหรือผู้แทนของตนได้ผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไขในการรักษาข้อมูลที่ เป็นความลับด้วย
(ข) ใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพียงเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างเท่านั้น (ค) เก็บรักษาเอกสาร บันทึก หรือวัตถุอื่นใดที่บรรจุข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับมาไว้ในสถานที่ ที่ปลอดภัยที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย และรักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับมาในลักษณะและ ระดับเดียวกันกับการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของตนเอง แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่าระดับที่วิญญูชนพึงรักษา ข้อมูลที่เป็นความลับของตนเอง
(ง) ไม่ทำซ้ำซึ่งข้อมูลที่เป็นความลับแม้เพียงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด เว้นแต่การทำซ้ำเพื่อ การใช้ข้อมูลที่เป็นความลับให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้สัญญาจ้างเท่านั้น และไม่ทำวิศวกรรม ย้อนกลับ หรือ ถอดรหัสข้อมูลที่เป็นความลับ ต้นแบบ หรือสิ่งอื่นใดที่บรรจุข้อมูลที่เป็นความลับ รวมทั้ง ไม่เคลื่อนย้าย พิมพ์ทับ หรือทำให้เสียรูปซึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงเครื่องหมายสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์ และเครื่องหมายอื่นใดที่แสดงกรรมสิทธิ์ของต้นแบบหรือสำเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับ มาจากกบข. หรือพนักงานของ กบข.
13.3 วิธีปฏิบัติเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง
เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบข้อมูลที่เป็นความลับและสำเนาของข้อมูลที่เป็นความลับ (ถ้ามี) คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล หรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมดและแจ้งยืนยันเป็นลาย ลักษณ์อักษรถึงการทำลายดังกล่าวให้ผู้ให้ข้อมูลทราบ ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับ
เมื่อสัญญาหรือข้อตกลงสิ้นสุดลง ผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง จะต้องส่งมอบข้อมูลที่ เป็นความลับและสำเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ได้รับไว้ คืนให้แก่ กบข. หรือพนักงานของ กบข. ทั้งหมด หรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับจาก กบข. หรือพนักงานของ กบข. ทั้งหมด และแจ้งยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรถึงการทำลายดังกล่าวให้ กบข. หรือพนักงานของ กบข. ทราบ ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับและสิทธิใด ๆ ภายใต้สัญญาหรือข้อตกลงทันที ทั้งนี้ ผู้รับจ้าง หรือลูกจ้าง หรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ยังคงมีหน้าที่รักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับภายใต้สัญญาหรือข้อตกลงตามระยะเวลาที่ กำหนดไว้ แม้สัญญาหรือข้อตกลงสิ้นสุดลงแล้ว
14. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
(1) ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่ง กบข. ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือภายในเวลาที่ กำหนด กบข. จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ (ถ้ามี) หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นเสนอ ราคาทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตาม ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
67

(2) เอกสารทั้งหมดที่ผู้รับจ้างจัดทำขึ้นและงานทั้งหมดตาม TOR นี้ รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และ ซอฟต์แวร์ที่ผู้รับจ้างจัดทำขึ้นและส่งมอบให้ กบข. ตาม TOR นี้ ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ กบข. หรือให้ กบข. มี สิทธิในการใช้งานได้ตลอดไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมอีก โดยผู้รับจ้างต้อง ส่งมอบ Source Code ทั้งหมดของซอฟต์แวร์ดังกล่าวให้แก่ กบข. ด้วย และในกรณีที่ผู้รับจ้างนำงาน ข้อมูล เอกสาร และซอฟต์แวร์ที่บุคคลอื่นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มาใช้ในการดำเนินงานที่จัดจ้าง นี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ กบข. ได้สิทธิในการใช้งานโดยไม่มีข้อจำกัดซึ่งรวมถึงการติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ใด ๆ และไม่จำกัดระยะเวลาการใช้งาน ทั้งนี้ กบข. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมไปจากค่าจ้างในการจัดจ้างครั้งนี้ อีก
(3) ผู้รับจ้างต้องรับประกันว่าข้อมูล เอกสารหรือที่จัดทำขึ้น และงานทั้งหมดตาม TOR ที่ผู้รับจ้างส่ง มอบให้แก่ กบข. นั้น ผู้รับจ้างเป็นผู้มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายในการจำหน่าย ให้บริการ จัดทำ สร้างสรรค์ และสามารถนำมาใช้ในการดำเนินงานและส่งมอบให้แก่ กบข. ตาม TOR นี้ เพื่อให้ กบข. สามารถใช้งานได้โดย ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ภายใต้วัตถุประสงค์ของการจัดจ้างที่กำหนดไว้
(4) ในกรณีที่มีบุคคลใดกล่าวอ้างว่า กบข. ละเมิดกรรมสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอื่นใดของข้อมูล เอกสาร และงานทั้งหมดตาม TOR ที่ผู้รับจ้างส่งมอบให้แก่ กบข. ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการ ดำเนินคดีแทน กบข. และรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ กบข. ทั้งสิ้น
(5) เงื่อนไขการเข้าปฏิบัติงาน
▪ ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบคุณสมบัติของลูกจ้างหรือบุคคลภายนอกทุกคนที่เข้ามาปฏิบัติงานใน สถานที่ทำการของ กบข. ว่าไม่เคยมีประวัติในการบุกรุก แก้ไข ทำลาย หรือ โจรกรรมข้อมูลในระบบเทคโนโลยี สารสนเทศของหน่วยงานใด ก่อนที่จะอนุญาตให้เข้ามาปฏิบัติงานในสถานที่ทำการของ กบข.
▪ การปฏิบัติงานของบุคลากรของผู้รับจ้างในสถานที่ทำการของ กบข. จะต้องได้รับความ เห็นชอบจาก กบข. ก่อน และให้ถือปฏิบัติตามกฎระเบียบเกี่ยวกับการควบคุมดูแลสถานที่นั้นอย่างเคร่งครัด ▪ ในกรณีที่บุคลากรของผู้รับจ้างต้องเข้าถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือข้อมูลต่าง ๆ ของ กบข. จะต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจาก กบข. ก่อน โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบและนโยบายความ มั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ กบข. อย่างเคร่งครัด
15. มาตรการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ด้วย กบข. มีนโยบายต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบที่บั่นทอนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กบข. ไม่ยอมรับการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดย บุคลากรของ กบข. หรือบริษัทในเครือของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการของ กบข. ซึ่งรวมถึงคู่ค้าของ กบข. ทุกราย นอกจากนี้ กบข. ยังยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม จรรยาบรรณ และรับผิดชอบต่อ
สังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มด้วย
68

กบข. จึงขอความร่วมมือจากผู้ยื่นข้อเสนอ หากพบเห็นการกระทำของบุคลากรของ กบข. หรือบริษัทใน เครือของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการของ กบข. หรือคู่ค้าของ กบข. รายใดที่มีการกระทำเข้าข่าย ทุจริต ติดสินบน หรือเรียกรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าในรูปแบบใด ขอให้แจ้ง โดยตรงไปยังบุคคลและที่อยู่ดังต่อไปนี้
69

“ประธานอนุกรรมการตรวจสอบ”
ฝ่ายตรวจสอบภายใน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
เลขที่ 990 อาคารอับดุลราฮิม เพลส ถนนพระราม 4
แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500”
16. ผู้จัดทำขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) 1) คุณนฤมล พูนสวน
2) คณราเชน อยู่เย็น
3) คุณวารุณี ชินวิวัฒนผล
70

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  1. การแจ้งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
    กบข. มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองาน กรรมการของนิติบุคคลที่เป็นผู้เสนองาน ผู้แทน ผู้รับมอบฉันทะ หรือผู้รับมอบอำนาจ แล้วแต่กรณี ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้เสนองาน” ตามที่ผู้เสนองาน ได้จัดส่งให้แก่ กบข. และตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานจากแหล่งอื่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการ พิจารณาคัดเลือกผู้เสนองานที่จะปฏิบัติงานตามข้อกำหนดการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ และเพื่อการทำ นิติกรรมสัญญา ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดย กบข. จะ จัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานที่เป็นต้นฉบับและสำเนาเอกสาร รวมทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไว้
    เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ข้อผูกพันตามนิติกรรมสัญญาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุที่ผู้ เสนองานมีอยู่กับ กบข. สิ้นสุดลง
    ตลอดระยะเวลาที่ กบข. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานไว้นั้น กบข. อาจใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานในการติดต่อหรือประสานงานกับผู้เสนองานเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุของ กบข. เพื่อการสอบบัญชีของ กบข. เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเปิดเผยต่อ หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายในการขอทราบข้อมูลส่วนบุคคลนั้น โดยผู้เสนองานได้รับทราบนโยบาย เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ กบข. รวมทั้งสิทธิของผู้เสนองานในฐานะเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ กบข. กำหนดแล้ว
  2. กรณีผู้เสนองานมีขอบเขตการทำงานเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    ในกรณีที่ผู้เสนองานได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. ซึ่งเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่มี ขอบเขตการทำงานเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กบข. อาจมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่ง กบข. เก็บรวบรวมมาจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้เสนองาน เพื่อให้ผู้เสนอ งานสามารถดำเนินการตามข้อกำหนดของนิติกรรมสัญญาได้ จึงเป็นผลให้ผู้เสนองานมีสถานะเป็นผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในการนี้กบข. อาจต้องการทราบแนวทางการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่จะได้รับจาก กบข. ของผู้เสนองาน ซึ่งผู้เสนองานต้องจัด ให้ กบข. รับทราบถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือมาตรการที่ใช้จัดการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่จะ ได้รับจาก กบข. ที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยนโยบายหรือมาตรการดังกล่าวจะต้องสอดคล้องตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
    (1) มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนมาตรการที่จะใช้ดำเนินการเมื่อข้อมูลรั่วไหลหรือถูกละเมิด
    (2) มาตรการควบคุมดูแลการใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    71

(3) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลผู้รับผิดชอบประสานงานเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล (4) [รายการอื่นตามที่ กบข. เห็นสมควร]
นอกจากนี้ผู้เสนองานจะต้องถือปฏิบัติตาม “ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งจะได้ลงนามในวันทำ นิติกรรมสัญญาด้วย
3. กรณีผู้เสนองานต้องส่งบุคคลเข้ามาทำงานภายในสถานที่ทำการของ กบข.
ผู้เสนองานที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. และต้องส่งบุคคลเข้ามาทำงาน ภายในสถานที่ทำการของ กบข. ผู้เสนองานจะเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวและเปิดเผย ให้ กบข. รับทราบ ในการนี้ผู้เสนองานมีหน้าที่แจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคล รวมทั้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กบข. ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบด้วย

72