ประกวดราคาจ้างจัดโครงการ CNX Airside Connected
โครงการ “CNX Airside Connected” จัดขึ้นโดยท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) มีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน, ส่งเสริมความปลอดภัย, และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่ปฏิบัติงานในเขตลานจอดอากาศยาน ทชม. โครงการนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น, ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัย, และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อลดข้อขัดแย้งในการทำงาน โดยมีวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของท่าอากาศยานให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย (Safety) และการรักษาความปลอดภัย (Security) ของท่าอากาศยาน
กิจกรรมในโครงการประกอบด้วยการศึกษาดูงานด้านความปลอดภัย, กิจกรรมกลุ่มเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานของ ทชม., สายการบิน, หน่วยงานควบคุมจราจรทางอากาศ, และผู้ประกอบการอื่นๆ ในเขตการบิน, รวมถึงงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกัน โครงการมีระยะเวลา 3 วัน 2 คืน จัดขึ้นที่โรงแรมระดับ 4 ดาวในจังหวัดระยอง โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นพนักงานภายใน ทชม. และหน่วยงานภายนอกจำนวน 50 คน
English summary
The “CNX Airside Connected” project, organized by Chiang Mai Airport (CNX), aims to enhance collaboration, promote safety, and build strong relationships among various departments operating in the airport’s airside area. The project focuses on helping participants understand their roles and responsibilities, recognizing the importance of safety, and exchanging ideas to reduce conflicts in the workplace. It has a strategic objective to develop the capabilities and potential of the airport in accordance with safety and security standards.
The project activities include a safety site visit, group activities to connect staff from CNX, airlines, air traffic control units, and other operators in the airside area, as well as a social gathering to create a positive working environment. The project lasts for 3 days and 2 nights, held at a 4-star hotel in Rayong Province, with 50 participants from CNX and external organizations.
จังหวัดระยอง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับรู้และเข้าใจบทบาท หน้าที่ ลักษณะงาน ความเชื่อมโยง และความรับผิดชอบของแต่ละส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานร่วมกันให้ดียิ่งขึ้น
- ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้ตระหนักถึงความสําคัญของความปลอดภัยในการทํางานและได้เข้าใจ ว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องร่วมมือกัน
- เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดี รวมถึงได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อมูลการทํางาน ระหว่างพนักงานของสายการบิน, หน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศ และบริษัทผู้ประกอบการที่ปฏิบัติหน้าที่ และให้บริการในเขตการบินกับพนักงานและลูกจ้างของ ทชม. ที่ปฏิบัติงานในเขตการบิน รวมถึงสร้างบรรยากาศและ วัฒนธรรมที่ดีในการทํางานร่วมกัน และลดข้อขัดแย้งในการปฏิบัติงาน
- เพื่อรับทราบถึงความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าและคู่ค้า รวมทั้งแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน
- เพื่อชี้แจงแนวทางในการปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน (SOP), มาตรฐานคู่มือสนามบิน และข้อกําหนดของภาครัฐ และมาตรฐาน ICAO
- เพื่อเป็นการสนับสนุนวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์: SO1 พัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของ ท่าอากาศยาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย (Safety) และการรักษาความปลอดภัย (Security) ของท่าอากาศยาน
ขอบเขตของงาน
- จัดหาที่พักโรงแรมระดับไม่ต่ํากว่า 4 ดาว จํานวน 2 คืน สําหรับผู้เข้าร่วมโครงการจํานวน 50 คน ในจังหวัดระยอง
- จัดหาและออกบัตรโดยสารเครื่องบิน เที่ยวบินตรงไป - กลับ เส้นทาง เชียงใหม่ - อู่ตะเภา - เชียงใหม่ ชั้นประหยัด สายการบินไทยไลอ้อนแอร์
- จัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มสําหรับผู้เข้าร่วมโครงการ (อาหารเช้า 2 มื้อ, อาหารกลางวัน 3 มื้อ, อาหารเย็น 2 มื้อ, อาหารว่าง 4 มื้อ)
- จัดกิจกรรมงานเลี้ยงอาหารค่ํา พร้อมระบบแสง สี เสียง และนักร้อง
- จัดเตรียมยานพาหนะปรับอากาศ รับ - ส่ง ผู้เข้าร่วมกิจกรรม (รถตู้ปรับอากาศสําหรับผู้บริหารและรถบัสปรับอากาศสําหรับผู้เข้าร่วมโครงการ)
- จัดเตรียมสถานที่ทํากิจกรรมหรือห้องประชุมที่สามารถรองรับจํานวนคนไม่น้อยกว่า 50 คน
- จัดทําป้ายโครงการ แบบพิมพ์ 4 สี สําหรับการถ่ายภาพหมู่
- จัดทําภาพนิ่ง ในทุกกิจกรรมตลอดการจัดโครงการฯ ส่งเป็นไฟล์บันทึกใน Google Drive และจัดทํารายงานการจัดกิจกรรมเป็นรูปเล่ม
- จัดทําประกันอุบัติเหตุการเดินทางวงเงินคนละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลวงเงินคนละ 500,000 บาท สําหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม 50 คน
- จัดทําเสื้อพร้อมสกรีนตามที่ ทชม.กําหนด สําหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจํานวน 50 ตัว
- ประสานงานและรับผิดชอบค่าบริการเข้าเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ศึกษาดูงานตามที่ ทชม.กําหนด
- จัดทําป้ายติดกระเป๋าเดินทางที่มีชื่อของผู้เข้าร่วมโครงการ
- มีเจ้าหน้าที่/มัคคุเทศก์ (พิธีกร) ดําเนินกิจกรรมและดูแลให้บริการ อํานวยความสะดวกตลอดโครงการ
- ดําเนินการควบคุม และกํากับดูแลงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยประสานงาน กับ ทชม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- บันทึกภาพนิ่ง ในทุกกิจกรรมตลอดการจัดโครงการ ส่งเป็นไฟล์บันทึกใน Google Drive (ส่งมอบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เสร็จสิ้นการจัดโครงการ)
- รายงานการจัดกิจกรรมเป็นรูปเล่มต้นฉบับสี จํานวนอย่างน้อย 1 ชุด (ส่งมอบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เสร็จสิ้นการจัดโครงการ)
ระยะเวลาดำเนินการ
ระหว่างวันที่ 5 – 7 สิงหาคม 2568 (รวม 3 วัน 2 คืน)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Experience: ผู้เสนอราคาจะต้องมีผลงานในด้านการจัดสัมมนาที่เป็นสัญญาฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 200,000.- บาท นับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือ หน่วยงานเอกชนที่ ทอท.เชื่อถือ
เกณฑ์การพิจารณา
- ทชม. พิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ดังนี้
- ข้อเสนอด้านราคา กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 30
- ข้อเสนอด้านเทคนิค กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 70
- เกณฑ์ที่ผ่านการพิจารณาทางเทคนิคต้องได้รับคะแนนรวมไม่ต่ํากว่าร้อยละ 85 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้
- รูปแบบการจัดงานเลี้ยง (Theme) (40 คะแนน)
- การวางแผนออกแบบกิจกรรมการศึกษาดูงาน (40 คะแนน)
- ประสบการณ์ของผู้เสนอราคา (10 คะแนน)
- การเลือกร้านอาหาร (10 คะแนน)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- รูปแบบการจัดงานเลี้ยง (Theme): ออกแบบให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เน้นการสร้างความสัมพันธ์และความคุ้นเคยระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอก ทชม.
- การวางแผนกิจกรรมศึกษาดูงาน: สอดคล้องกับการดําเนินงานปฏิบัติการในเขตการบินของ ทชม. และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยหรือการพัฒนาด้านเทคโนโลยี
- ประสบการณ์ของผู้เสนอราคา: มีประสบการณ์ในการจัดการประชุม สัมมนา หรืองานนิทรรศการ งานประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรมสัมพันธ์ หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ (Event)
- การเลือกร้านอาหาร: มีเมนูอาหารหลากหลาย, ปริมาณอาหารเพียงพอ, ขนาดร้านอาหารเหมาะสม, และบรรยากาศดี
เงื่อนไขสัญญา
- ทอท.จะจ่ายเงินเป็นงวดเดียว เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วนตามสัญญาจ้าง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้เรียบร้อยแล้ว
- หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับ ให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของราคางานจ้างตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานใดบ้าง?
-
A: โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานของ ทชม., สายการบิน, หน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศ, และบริษัทผู้ประกอบการที่ปฏิบัติหน้าที่และให้บริการในเขตการบิน
-
Q: กิจกรรมหลักในการเชื่อมความสัมพันธ์ในโครงการมีอะไรบ้าง?
-
A: กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อมูลการทำงาน, และงานเลี้ยงสังสรรค์
-
Q: ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์อะไรจากการศึกษาดูงานด้านความปลอดภัย?
-
A: ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้แนวทางการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานสากล, SOP, มาตรฐานคู่มือสนามบิน, และข้อกำหนดของภาครัฐ
-
Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย?
-
A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ อันเกิดขึ้นเนื่องจากเหตุสุดวิสัยทุกประการ
-
Q: ผู้รับจ้างต้องมีคุณสมบัติพิเศษด้านบุคลากรอย่างไรบ้าง?
-
A: ผู้รับจ้างต้องมีเจ้าหน้าที่/มัคคุเทศก์ (พิธีกร) ดําเนินกิจกรรมและดูแลให้บริการ อํานวยความสะดวกตลอดโครงการ
-
Q: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบอะไรเพิ่มเติมนอกเหนือจากรายงานและภาพถ่าย?
-
A: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบเสื้อพร้อมสกรีนตามที่ ทชม.กําหนดสําหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมก่อนวันเริ่มโครงการ
-
Q: มีข้อกำหนดด้านการประกันภัยสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการอย่างไร?
-
A: ต้องจัดทําประกันอุบัติเหตุการเดินทางวงเงินคนละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลวงเงินคนละ 500,000 บาท สําหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม 50 คน
-
Q: ผู้เสนอราคาต้องมีประสบการณ์ด้านใด?
-
A: ต้องมีประสบการณ์ในด้านการจัดสัมมนาที่เป็นสัญญาฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 200,000.- บาท
-
Q: รูปแบบการนำเสนอผลงานเพื่อพิจารณาด้านเทคนิคเป็นอย่างไร?
-
A: ต้องจัดทําการนําเสนอเป็นรูปแบบ PDF, PowerPoint, Canva หรือ อื่นๆ
-
Q: โครงการนี้สนับสนุนยุทธศาสตร์ใดของ ทอท.?
-
A: สนับสนุนวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์: SO1 พัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของ ท่าอากาศยาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย (Safety) และการรักษาความปลอดภัย (Security) ของท่าอากาศยาน
-
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดรายละเอียดของงาน (Terms of Reference : TOR)
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
งานจ้างจัดโครงการ “CNX Airside Connected”
- หลักการและเหตุผล
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) มีจํานวนเที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีขีดความสามารถ ในการรองรับผู้โดยสารที่สูงขึ้น ประกอบกับสายการบินได้เพิ่มเที่ยวบินจํานวนมากเพื่อรองรับความต้องการในการเดินทาง
ในขณะที่ผู้ปฏิบัติงานในเขตลานจอดอากาศยานต้องปฏิบัติงานด้วยความเร่งรีบเพื่อให้ทันต่อเวลาตามตารางการบิน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อุบัติการณ์ และการฝ่าฝืนกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ควบคุม ลานจอดอากาศยานและสะพานเทียบเครื่องบิน จะต้องประสานงานกับสายการบินหรือผู้ให้บริการภาคพื้นและหอบังคับ การบินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย สะดวก และรวดเร็วตลอดเวลา
ความปลอดภัยในเขตลานจอดอากาศยานจึงเป็นสิ่งสําคัญอันดับแรก และเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานในเขต การบินทุกคนที่ต้องร่วมมือกันสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง และการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง หน่วยงานภายใน ทชม. และหน่วยงานภายนอก อาทิ หน่วยงานราชการ, บริษัทสายการบิน, ตัวแทนให้บริการภาคพื้น, หน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศ และผู้ประกอบการที่ปฏิบัติหน้าที่และให้บริการในเขตการบิน โดยการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะ สร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ จึงเป็นแนวทางในการลดอุบัติเหตุ อุบัติการณ์ และการฝ่าฝืน อันนําไปสู่ประสิทธิภาพในการทํางาน ลดข้อขัดแย้งในการปฏิบัติงาน เพิ่มระดับคุณภาพการให้บริการภายใน เขตการบิน ทชม. และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของ ทชม.อีกด้วย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) สาขาท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) จึงมีความประสงค์ จะจ้างจัดโครงการ “CNX Airside Connected” จํานวน 1 งาน - วัตถุประสงค์
2.1 ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับรู้และเข้าใจบทบาท หน้าที่ ลักษณะงาน ความเชื่อมโยง และความรับผิดชอบของแต่ละส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานร่วมกันให้ดียิ่งขึ้น
2.2 ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้ตระหนักถึงความสําคัญของความปลอดภัยในการทํางานและได้เข้าใจ ว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องร่วมมือกัน
2.3 เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดี รวมถึงได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อมูลการทํางาน ระหว่างพนักงานของสายการบิน, หน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศ และบริษัทผู้ประกอบการที่ปฏิบัติหน้าที่ และให้บริการในเขตการบินกับพนักงานและลูกจ้างของ ทชม. ที่ปฏิบัติงานในเขตการบิน รวมถึงสร้างบรรยากาศและ วัฒนธรรมที่ดีในการทํางานร่วมกัน และลดข้อขัดแย้งในการปฏิบัติงาน
2.4 เพื่อรับทราบ…
อัตรารัก, แก่น
2
ร่วมกัน
2.4 เพื่อรับทราบถึงความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าและคู่ค้า รวมทั้งแนวทางในการปฏิบัติงาน
2.5 เพื่อชี้แจงแนวทางในการปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน (SOP), มาตรฐานคู่มือสนามบิน และข้อกําหนดของภาครัฐ และมาตรฐาน ICAO
2.6 เพื่อเป็นการสนับสนุนวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์: SO1 พัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของ ท่าอากาศยาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย (Safety) และการรักษาความปลอดภัย (Security) ของท่าอากาศยาน - ระยะเวลาการจัดโครงการ
ระหว่างวันที่ 5 – 7 สิงหาคม 2568 หรือวัน เวลา ที่ ทชม. กําหนด (รวม 3 วัน 2 คืน) - สถานที่จัดโครงการ
โรงแรมที่มีมาตรฐานในระดับไม่ต่ํากว่า 4 ดาว ในจังหวัดระยอง - ผู้เข้าร่วมโครงการ
ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นพนักงานส่วนงานภายใน ทชม. และ หน่วยงานภายนอก จํานวน 50 คน - รูปแบบการจัดโครงการ
จัดโครงการ “CNX Airside Connected” ในจังหวัดระยอง จํานวน 3 วัน 2 คืน รายละเอียด ดังนี้
6.1 จัดกิจกรรมศึกษาดูงานด้านความปลอดภัย
6.2 จัดกิจกรรมกลุ่ม เชื่อมความสัมพันธ์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมโดยการแลกเปลี่ยน ข้อคิดเห็น ข้อมูลการ ทํางานระหว่างพนักงานสายการบิน, หน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศ และบริษัทผู้ประกอบการที่ปฏิบัติหน้าที่ และให้บริการในเขตการบินกับพนักงานและลูกจ้างของ ทชม. ที่ปฏิบัติงานในเขตการบิน รวมถึงสร้างบรรยากาศ และวัฒนธรรมที่ดีในการทํางานร่วมกัน และลดข้อขัดแย้งในการปฏิบัติงาน
6.3 จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ - รายละเอียดและขอบเขตงาน
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานตามรายละเอียด ดังนี้
7.1 จัดหาที่พักเป็นโรงแรมระดับไม่ต่ํากว่า 4 ดาว จํานวน 2 คืน สําหรับผู้เข้าร่วมโครงการจํานวน 50 คน โดยกําหนดห้องพักระดับมาตรฐาน สําหรับผู้เข้าพักห้องละไม่เกิน 2 คน ห้องพักเดี่ยวสําหรับผู้บริหารอย่างน้อย 2 ห้อง ในจังหวัดระยอง จํานวน 3 วัน 2 คืน โดยจะต้องประสานกับเจ้าของสถานที่ รวมทั้งสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆในการจัด กิจกรรม ตามที่ ทชม.ให้ความเห็นชอบ
7.2 จัดหาและ…
ฉัตร
แกนทร
3
7.2 จัดหาและออกบัตรโดยสารเครื่องบิน เที่ยวบินตรงไป - กลับ เส้นทาง เชียงใหม่ - อู่ตะเภา - เชียงใหม่ ชั้นประหยัด รวมน้ําหนักกระเป๋าท่านละ 15 กก. โดยสายการบินไทยไลอ้อนแอร์
7.3 จัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มสําหรับผู้เข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น อาหารเช้า 2 มื้อ อาหารกลางวัน 3 มื้อ อาหารเย็น 2 มื้อ อาหารว่าง 4 มื้อ และเครื่องดื่มครบทุกมื้อ เป็นอาหารในระดับคุณภาพดี ถูกสุขลักษณะ ประกอบด้วย อาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย โดยผู้รับจ้างต้องนําเสนอรายการอาหารในแต่ละมื้อ ให้ ทอท. พิจารณาเห็นชอบ
ทั้งนี้ อาหารและเครื่องดื่มทุกมื้อต้องเพียงพอแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ
7.4 จัดกิจกรรมงานเลี้ยงอาหารค่ํา เป็นอาหารในระดับคุณภาพดี ถูกสุขลักษณะ ประกอบด้วยอาหารและ เครื่องดื่มที่หลากหลาย ในปริมาณที่เหมาะสม เพียงพอ โดยจัดในสถานที่ที่เหมาะสมในการดําเนินกิจกรรมตามที่ ทชม. กําหนด สามารถรองรับคนได้ไม่น้อยกว่า 50 คน พร้อมติดตั้งระบบแสง สี เสียง ที่ได้คุณภาพพร้อมนักร้อง เพื่อสันทนาการ ระหว่างงานเลี้ยง โดยให้ ทชม.พิจารณาเห็นชอบก่อน
7.5 จัดเตรียมยานพาหนะปรับอากาศ พร้อมน้ํามันเชื้อเพลิงและพนักงานขับรถ รับ - ส่ง ผู้เข้าร่วม กิจกรรม จํานวน 50 คน ตลอดการเดินทางรวมถึงเยี่ยมชมสถานที่ หรือสถานที่ศึกษาดูงานที่ ทชม. กําหนด โดยแบ่งเป็นรถตู้ ปรับอากาศสําหรับผู้บริหารและรถบัสปรับอากาศสําหรับผู้เข้าร่วมโครงการ และเป็นรถที่ผ่านการตรวจเช็คสภาพ
ยานพาหนะให้พร้อมใช้งานตามมาตรฐาน มีอุปกรณ์ความปลอดภัยภายในยานพาหนะครบถ้วนตามที่กฎหมายกําหนด เช่น เข็มขัดนิรภัยสําหรับทุกที่นั่ง ถังดับเพลิง เป็นต้น รถตู้และรถบัสปรับอากาศต้องเพียงพอต่อจํานวนผู้เข้าร่วมโครงการ อีกทั้ง พนักงานขับรถต้องมีใบอนุญาตขับขี่ และมีบุคลิกที่สุภาพ ทั้งนี้ กรณีที่ยานพาหนะเกิดความเสียหายระหว่างเดินทาง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบหายานพาหนะที่พร้อมใช้งานมาทดแทน
7.6 จัดเตรียมสถานที่ทํากิจกรรมหรือห้องประชุมที่สามารถรองรับจํานวนคนไม่น้อยกว่า 50 คน เพื่อชี้แจง รายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ
7.7 จัดทําป้ายโครงการ แบบพิมพ์ 4 สี สําหรับการถ่ายภาพหมู่ โดยรูปแบบตามที่ ทชม. เห็นชอบ 7.8 จัดทําภาพนิ่ง ในทุกกิจกรรมตลอดการจัดโครงการฯ ส่งเป็นไฟล์บันทึกใน Google Drive และจัดทํา รายงานการจัดกิจกรรมเป็นรูปเล่มต้นฉบับสี จํานวนอย่างน้อย 1 ชุด ส่งมอบให้ ทชม.ภายใน 15 วันหลังจากเสร็จสิ้น
โครงการ
7.9 จัดทําประกันอุบัติเหตุการเดินทางวงเงินคนละ 1,000,000.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และค่ารักษาพยาบาล วงเงินคนละ 500,000.- บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) สําหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม 50 คน
7.10 จัดทําเสื้อพร้อมสกรีนตามที่ ทชม.กําหนด สําหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจํานวน 50 ตัว พร้อมส่งมอบให้ ทชม.ก่อนวันเริ่มโครงการไม่น้อยกว่า 5 ทําการ
7.11 ผู้รับจ้างต้องประสานงานและรับผิดชอบค่าบริการเข้าเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ศึกษา ดูงานตามที่ ทชม.กําหนด
7.12 จัดทําป้าย…
ฉัตร
แก่นIT
4
7.12 จัดทําป้ายติดกระเป๋าเดินทางที่มีชื่อของผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคณะเดินทางอย่าง เด่นชัดรวมถึงดูแลกระเป๋าเดินทางของคณะตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนออกบัตรที่นั่ง (Check in) จนถึงนํากระเป๋าเดินทาง ของคณะออกจากสายพานรับกระเป๋าให้เสร็จ ทั้งขาไปและกลับ กรณีกระเป๋าเดินทางหรือสัมภาระของคณะเดินทางสูญหาย อันเนื่องจากเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนการดําเนินงานใด ๆ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้ได้กระเป๋าเดินทางหรือสัมภาระ นั้นคืนมาหรือประสานงานกับสายการบินเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย
7.13 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ อันเกิดขึ้นเนื่องจากเหตุสุดวิสัยทุกประการ
7.14 มีเจ้าหน้าที่/มัคคุเทศก์ (พิธีกร) ดําเนินกิจกรรมและดูแลให้บริการ อํานวยความสะดวกตลอดโครงการ 7.15 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการควบคุม และกํากับดูแลงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยประสานงาน กับ ทชม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้การสนับสนุนตลอดจนอํานวนความสะดวกด้านต่างๆที่ ทชม.แจ้ง - กําหนดส่งมอบงาน
ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานทั้งหมดตาม 8.1 – 8.2 ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เสร็จสิ้นการจัดโครงการ ดังนี้
8.1 บันทึกภาพนิ่ง ในทุกกิจกรรมตลอดการจัดโครงการ ส่งเป็นไฟล์บันทึกใน Google Drive 8.2 รายงานการจัดกิจกรรมเป็นรูปเล่มต้นฉบับสี จํานวนอย่างน้อย 1 ชุด - การจ่ายเงินค่าจ้าง
ทอท.จะจ่ายเงินเป็นงวดเดียว เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วนตามสัญญาจ้าง และคณะกรรมการตรวจรับ
พัสดุได้ตรวจรับไว้เรียบร้อยแล้ว - อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับ ให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 (ศูนย์จุดหนึ่ง) ของราคางานจ้างตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100.- บาท
(หนึ่งร้อยบาทถ้วน) - เงื่อนไขที่บริษัทผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
11.1 ผู้รับจ้างต้องเสนอแบบร่างแผนการเดินทาง การดําเนินกิจกรรมสถานที่พักและสถานที่ทํากิจกรรม ให้ ทชม. พิจารณาเห็นชอบ รวมถึงหากมีการเปลี่ยนแปลงกําหนดการ หรือสถานที่ที่ ทชม. กําหนดระหว่างดําเนินโครงการ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ทชม. ก่อนเท่านั้น
11.2 รูปภาพ สื่อ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ดนตรี เพลง หรือสื่ออื่นๆ ที่ผู้รับจ้างนํามาใช้ประกอบการ จัดงานกิจกรรมครั้งนี้ ต้องถูกต้องตามกฎหมาย
11.3 ผู้รับจ้าง
Ámjužno unoms
5
11.3 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ และคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ในงานที่มีความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุ อันตรายจากการทํางานของฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.ทอท.) อย่างเคร่งครัด เมื่อมาดําเนินการ ณ ท่าอากาศยาน หรือพื้นที่ในกํากับดูแลของ ทอท.
11.4 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด 11.5 ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุหรือ ครุภัณฑ์ที่ใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา
11.6
ผู้รับจ้างต้องจัดหาผู้ขับยานพาหนะที่มีใบอนุญาตขับขี่ถูกต้องตามที่กฎหมายกําหนดและขับขี่
ยานพาหนะ ด้วยความระมัดระวังปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ตลอดการเดินทาง
11.7 ในกรณีการจัดงานมีผลกระทบให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย หรือเกิดข้อร้องเรียน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ ชดใช้ในความเสียหายหรือข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นนั้น รวมถึงในระหว่างการจัดกิจกรรมหากเกิดความเสียหายขึ้น ผู้รับจ้างต้อง
แก้ไขให้คงสภาพเดิมในทันที - นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท.
12.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท.
ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมและต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้าน
การคอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
12.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่ หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานของ บริษัทให้แก่บุคลากรของ ทอท. - การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริม ให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และคํานึงถึง ความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผ่านการกํากับดูแลกิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม - นโยบาย…
ฉัน, แก่นาง
6 - นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่อง
นโยบาย การคุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสําหรับการดําเนินการของ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.ที่กําหนดไว้ตลอดจนคําสั่ง ประกาศหรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไปอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวปฏิบัติฯดังกล่าว ได้ที่ https://www.airportthai.co.th > เกี่ยวกับ ทอท. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท. ประกาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
15.1 ผู้เสนอราคาจะต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
15.2 ผู้เสนอราคาจะต้องมีผลงานในด้านการจัดสัมมนาที่เป็นสัญญาฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 200,000.- บาท (สองแสนบาทถ้วน) นับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือ หน่วยงานเอกชนที่ ทอท.เชื่อถือ - เงื่อนไขของผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในวันที่ยื่นเอกสารเสนอราคา
16.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งหนังสือรับรองผลงาน หรือเอกสารที่แสดงว่ามีประสบการณ์ด้านการจัด ทัศนศึกษาดูงาน หรือจัดการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) นับย้อนหลังจากวันที่ยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรง กับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท.เชื่อถือ มาให้ ทอท. พิจารณา กรณีที่ผลงานที่ผู้เสนอราคานํามาแสดง เป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยงานเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น โดยต้องสําเนาสัญญา และสําเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือสําเนาใบเสร็จรับเงิน หรือสําเนาใบกํากับภาษีของสัญญาที่เสนอมา เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
16.2 ผู้เสนอราคาจะต้องส่งแบบร่างแผนการดําเนินงานโครงการ “CNX Airside Connected และแบบฟอร์มแผนฉุกเฉินกรณีเกิดอุบัติเหตุ มีผู้บาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย - หลักเกณฑ์…
simsväg warms
7 - หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอ
ทชม. พิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ดังนี้
17.1 ทชม.จะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาแต่ละรายจากเอกสารแสดงคุณสมบัติเป็นอันดับแรก หากผู้เสนอราคารายใดมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามที่ ทชม.กําหนด ทชม.สงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิค และข้อเสนอด้านราคาของผู้เสนอราคา
17.2 ทชม.จะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาทุกรายที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติตามข้อ 17.1 17.3 ผู้เสนอราคาที่ได้รับการพิจารณาประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance)
โดยพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ําหนักกําหนดที่กําหนดดังนี้
17.3.1 ข้อเสนอด้านราคา กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 30
17.3.2 ข้อเสนอด้านเทคนิค กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 70
17.3.3 การให้คะแนนข้อเสนอทางเทคนิค เกณฑ์ที่ผ่านการพิจารณาทางเทคนิคต้องได้รับคะแนน
รวมไม่ต่ํากว่าร้อยละ 85 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้
17.3.3.1 รูปแบบการจัดงานเลี้ยง (Theme) (40 คะแนน) : งานจัดเลี้ยงมีการออกแบบ งานภาพรวมและรูปแบบการจัดงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดงาน และต้องผ่านคะแนนขั้นต่ําไม่น้อยกว่า
20 คะแนน จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน โดยพิจารณาจากเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
(1) การออกแบบงานภาพรวม และรูปแบบการ จัดงาน เน้นการสร้างความสัมพันธ์ ความคุ้นเคย และการทําความรู้จักซึ่งกันและกันระหว่าง หน่วยงานภายใน ทชม. และหน่วยงานภายนอก โดยมี Therme งานที่แสดงออกถึงการมีความคิด สร้างสรรค์ มีความโดดเด่น สวยงามที่สุด
(2) การออกแบบงานภาพรวม และรูปแบบการ จัดงาน เน้นการสร้างความสัมพันธ์ ความคุ้นเคย และการทําความรู้จักซึ่งกันและกันระหว่าง หน่วยงานภายใน ทชม. และหน่วยงานภายนอก โดยมี Theme งานที่แสดงออกถึงการมีความคิด สร้างสรรค์ มีความโดดเด่น สวยงาม
วิธีการประเมิน
พิจารณาจากการออกแบบภาพรวม
วิธีการให้คะแนน
คณะกรรมการจะ
คะแนน
40
รูปแบบการจัดงาน เน้นการสร้าง
พิจารณาโดย
30
ความสัมพันธ์ ความคุ้นเคยและการ เปรียบเทียบจาก
ทําความรู้จักซึ่งกันและกันระหว่าง | เอกสารที่ผู้ยื่น
หน่วยงานภายใน ทชม. และ
ข้อเสนอได้เสนอมา
หน่วยงานภายนอก โดยมี Theme
และการให้คะแนน
คิดจากผู้ที่นําเสนอ
สร้างสรรค์ โดยจัดทําการนําเสนอ
งานที่แสดงออกถึงการมีความคิด
เป็นรูปแบบ PDF, Power
PowerPoint, Canva หรือ อื่นๆ
งานได้ดีที่สุด
เรียงลําาดับลงมา
เกณฑ์การ…
ตะวัน, แก่น
8
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
(3) การออกแบบงานภาพรวม และรูปแบบ การจัดงาน เน้นการสร้างความสัมพันธ์ ความคุ้นเคยและการทําความรู้จักซึ่งกัน
และกันระหว่างหน่วยงานภายใน ทชม. และ หน่วยงานภายนอก โดยมี Theme งานที่
แสดงออกถึงการมีความคิดสร้างสรรค์ มี
ความสวยงาม แต่ไม่โดดเด่น
(4) การออกแบบงานภาพรวม และรูปแบบ การจัดงาน เน้นการสร้างความสัมพันธ์ ความคุ้นเคยและการทําความรู้จักซึ่งกัน และกันระหว่างหน่วยงานภายใน ทชม. และ หน่วยงานภายนอก โดยมี Theme งานที่
ไม่แสดงออกถึงการมีความคิดสร้างสรรค์
คะแนน
20
10
วิธีการประเมิน
พิจารณาจากการออกแบบภาพรวม
รูปแบบการจัดงาน เน้นการสร้าง ความสัมพันธ์ ความคุ้นเคยและการ
ทําความรู้จักซึ่งกันและกันระหว่าง หน่วยงานภายใน ทชม. และ
หน่วยงานภายนอก โดยมี Theme งานที่แสดงออกถึงการมีความคิด
วิธีการให้คะแนน
คณะกรรมการ
จะพิจารณาโดย
เปรียบเทียบจาก เอกสารที่ผู้ยืน
ข้อเสนอได้เสนอ
มา และการให้
คะแนนคิดจะผู้ที่
สร้างสรรค์ โดยจัดทําการนําเสนอเป็น นําเสนองานได้ดี รูปแบบ PDF, Power PowerPoint, ที่สุดเรียงลําดับ Canva หรือ อื่นๆ
ลงมา
ความสวยงามและโดดเด่น
17.3.3.2 การวางแผนออกแบบกิจกรรมการศึกษาดูงาน (40 คะแนน) : การวางแผน กิจกรรมศึกษาดูงานสอดคล้องกับการดําเนินงานปฏิบัติการในเขตการบินของ ทชม. และหน่วยงานภายนอก ทชม. ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย หรือการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และต้องผ่านคะแนนขั้นต่ําไม่น้อยกว่า 20 คะแนน จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน โดยพิจารณาจากเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
(1) การวางแผนกิจกรรมศึกษาดูงาน สอดคล้องกับการดําเนินงานปฏิบัติการใน เขตการบินของ ทชม. และหน่วยงาน
ภายนอก ทชม. มากที่สุด โดยต้องเกี่ยวข้อง กับความปลอดภัย (Safety) หรือการพัฒนา ด้านเทคโนโลยีต่างๆ และเป็นสถานที่ที่ เหมาะสม มีบุคลากรพร้อมดําเนินรายการ ตลอดการดูงานโดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจที่สุด
คะแนน
40
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
คณะกรรมการ
จะพิจารณาโดย
พิจารณาจากการวางแผนกิจกรรม
ศึกษาดูงานสอดคล้องกับการ ดําเนินงานปฏิบัติการในเขตการบิน ของ ทชม. และหน่วยงานภายนอก ทชม. โดยต้องเกี่ยวข้องกับความ ปลอดภัย (Safety) หรือการพัฒนา ด้านเทคโนโลยีต่างๆ เป็นสถานที่ที่
เปรียบเทียบจาก
เอกสารที่ผู้ยื่น
ข้อเสนอได้เสนอ
มา และการให้
คะแนนคิดจะผู้ที่
เหมาะสม และมีบุคลากรพร้อมดําเนิน นําเสนองานได้ดี รายการตลอดการดูงานโดยมีเนื้อหาที่ ที่สุดเรียงลําดับลง
น่าสนใจ
มา
เกณฑ์การ…
นิทโบริ, แก่นพ
9
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
(2) การวางแผนกิจกรรมศึกษาดูงาน สอดคล้องกับการดําเนินงานปฏิบัติการในเขต
การบินของ ทชม. และหน่วยงานภายนอก
ทชม. มากที่สุด
โดยต้องเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย (Safety)
หรือการพัฒนาด้านเทคโนโลยีต่างๆ และเป็น สถานที่ที่เหมาะสม และมีบุคลากรพร้อม ดําเนินรายการตลอดการดูงานโดยมีเนื้อหาที่
น่าสนใจ
(3) การวางแผนกิจกรรมศึกษาดูงาน ไม่สอดคล้องกับการดําเนินงานปฏิบัติการใน
เขตการบินของ ทชม. และหน่วยงาน
ภายนอก ทชม.
ไม่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย (Safety) หรือ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีต่างๆ เป็นสถานที่ที่ เหมาะสม และมีบุคลากรพร้อมดําเนิน รายการตลอดการดูงานโดยมีเนื้อหาที่
น่าสนใจ
(4) การวางแผนกิจกรรมศึกษาดูงาน ไม่สอดคล้องกับการดําเนินงานปฏิบัติการใน เขตการบินของ ทชม. และหน่วยงาน
ภายนอก ทชม.
ไม่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย (Safety) หรือ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีต่างๆ เป็นสถานที่ที่ ไม่เหมาะสม และบุคลากรที่ดําเนินรายการ ตลอดการดูงานไม่มีเนื้อหาที่น่าสนใจ
คะแนน
30
20
10
วิธีการประเมิน
พิจารณาจากการวางแผนกิจกรรม
ศึกษาดูงานสอดคล้องกับการ ดําเนินงานปฏิบัติการในเขตการบิน
ของ ทชม. และหน่วยงานภายนอก ทชม. โดยต้องเกี่ยวข้องกับความ
ปลอดภัย (Safety) หรือการพัฒนา
วิธีการให้คะแนน
คณะกรรมการ
จะพิจารณาโดย
เปรียบเทียบจาก
เอกสารที่ผู้ยืน
ข้อเสนอได้เสนอ
มา และการให้
นําเสนองานได้ดี
ด้านเทคโนโลยีต่างๆ และเป็นสถานที่ คะแนนคิดจะผู้ที่ ที่เหมาะสม และมีบุคลากรพร้อม ดําเนินรายการตลอดการดูงานโดยมี ที่สุดเรียงลําดับ เนื้อหาที่น่าสนใจ
ลงมา
17.3.3.3 ประสบการณ์…
ฉัตร แก่นพร
10
17.3.3.3 ประสบการณ์ของผู้เสนอราคา (10 คะแนน) : ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสาร แสดงประสบการณ์ในการจัดการประชุม สัมมนา หรืองานนิทรรศการ งานประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรมสัมพันธ์ หรือการ จัดกิจกรรมต่างๆ (Event) ภายในประเทศหรือต่างประเทศ โดยให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารแสดงประสบการณ์ และ ต้องผ่านคะแนนขั้นต่ําไม่น้อยกว่า 5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
คะแนน
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
(1) จํานวนตั้งแต่ 3 ผลงานขึ้นไป
10
(2) จํานวน 2 ผลงาน
5
วิธีการประเมิน
ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานการจัดการประชุม สัมมนา หรืองาน
นิทรรศการ งานประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรมสัมพันธ์ หรือการจัด กิจกรรมต่างๆ (Event) ภายในประเทศหรือต่างประเทศที่เป็น สัญญาเดียวไม่เกิน 5 ปี ในวงเงิน 200,000.-บาท (สองแสนบาท ถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนที่ ทอท.เชื่อถือ โดยจะพิจารณาจากจํานวนผลงานที่เสนอ
17.3.3.4 การเลือกร้านอาหาร (10 คะแนน) : ผู้เสนอราคาต้องเลือกร้านอาหารที่มี เมนูอาหารหลากหลาย และปริมาณอาหารเพียงพอต่อจํานวนผู้เข้าร่วมโครงการ และขนาดร้านอาหารมีขนาดที่เหมาะสม บรรยากาศดี โดยต้องผ่านคะแนนขั้นต่ําไม่น้อยกว่า 7 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
วิธีการให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
(1) ร้านอาหารที่เลือกมีเมนูอาหารที่หลากหลาย ปริมาณ
10
ผู้เสนอราคาต้องเลือก
คณะกรรมการจะ
เพียงต่อจํานวนผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นร้านขนาดที่
ร้านอาหารที่มีเมนู
พิจารณาโดย
เหมาะสมกับจํานวนผู้เข้าร่วมโครงการ บรรยากาศดีมาก
หลากหลาย ปริมาณ
เปรียบเทียบจาก
(2) ร้านอาหารที่เลือกมีเมนูอาหารที่หลากหลาย ปริมาณ เพียงต่อจํานวนผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นร้านขนาดที่ เหมาะสมกับจํานวนผู้เข้าร่วมโครงการ บรรยากาศดี (3) ร้านอาหารที่เลือกมีเมนูอาหารที่ไม่หลากหลาย ปริมาณเพียงต่อจํานวนผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นร้าน ขนาดเล็ก บรรยากาศพอใช้
(4) ร้านอาหารที่เลือกมีเมนูอาหารที่ไม่หลากหลาย ปริมาณเพียงต่อจํานวนผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นร้าน ขนาดเล็ก บรรยากาศไม่ดี
7
อาหารเพียงพอต่อจํานวน เอกสารที่ผู้ยื่น
ผู้เข้าร่วมโครงการ และ
ข้อเสนอได้เสนอมา
ขนาดร้านอาหารมีขนาดที่ และการให้คะแนน
4
เหมาะสม บรรยากาศดี
คิดจะผู้ที่นําเสนอ
งานได้ดีที่สุด
เรียงลําดับลงมา
1
หมายเหตุ…
Ansvar Kängur
11
หมายเหตุ: ผู้เสนอราคา ต้องส่งเอกสารข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคาให้ครบถ้วนตามที่ ทชม.ระบุหากขาด เอกสารหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง จะถือว่าคะแนนในหัวข้อนั้นเท่ากับศูนย์ (ศูนย์คะแนน) โดยจะถือว่าผู้เสนอราคาไม่ผ่านเกณฑ์ คะแนน ด้านเทคนิค และจะไม่ได้รับการพิจารณาข้อเสนอด้านราคา
17.4 ทชม. จะพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอของผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิค และ ข้อเสนอด้านราคารวมกันสูงสุด
17.5 หากปรากฏว่าราคาของผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุด สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างให้เจรจาต่อราคา ให้ต่ําที่สุดเท่าที่จะทําได้ หากผู้เสนอราคายอมลดราคา แต่ราคายังสูงกว่าราคาวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ทชม. จะดําเนินการ ตามที่เห็นสมควรต่อไป - เงื่อนไขอื่นๆ
ผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องทําใบประมาณราคา ซึ่งแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่าย
ในแต่ละรายการยื่นให้กับ ทชม.ภายใน 3 วันทําการ หลักจากที่ได้รับแจ้งจาก ทชม.
ผู้ออกข้อกําหนดและรายละเอียด
ลงชื่อ ฉัตร แก่น
ฉัตร แก่นทร
(นางสาวฉัตรขวัญ แก่นการ) จทส.ปกท.5 งบข.สบข.ฝปข./ชม.
20 เม.ย.68
ข้าพเจ้า
สัญญาเลขที่…….
แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
(AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
มีสํานักงาน/ภูมิสาเนาตั้งอยู่ ณ
..โดย………
ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้
บทน่า
ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คํานึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี - การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
- การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ
ของ ทอท. และไม่นําข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า - ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น
ลายลักษณ์อักษร หากพบการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท.และคู่ค้า - การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใดซึ่งจะ
ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า
มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน - อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ
ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล - อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ
ประเทศ - ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างจึงได้รับ
อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกําหนดเวลา - การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกําหนด และ
ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ทํางานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ
เป็นอันตราย - ระยะเวลาในการทํางาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทํางานนานเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด
ทั้งนี้จะรวมถึงการทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด - การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ
จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ - การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดําเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกําหนด และ
ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม - การเคารพสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง
เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทําอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง - แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน
ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจําตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้ - ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ
ต่อสังคม
มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และ
แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง - มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดําเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล
ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม
ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท.
ร้องขอ
(ลงชื่อ………….
(………
(ประทับตราบริษัท)
(คู่ค้าของ ทอท.)
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) Airports of Thailand Public Company Limited
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย
ความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)
Rev.02
AOT
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2
ปีงบประมาณ 2566
จัดทําโดย
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
รับรองโดย
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ
กรรมการผู้อํานวยการใหญ่
10 มกราคม 2566
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
คํานํา
-ก-
ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 หมวดที่ 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ข้อ 40(3) ที่กําหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยจัดทําคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบการ เพื่อใช้กํากับดูแลการดําเนินงาน ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) ได้จัดทําข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพื่อกํากับควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
ม.ค.66
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
สารบัญ
-ข-
เรื่อง - วัตถุประสงค์
- ขอบเขต
- นิยาม
- อ้างอิง
- การควบคุมการปฏิบัติ
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2)
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3)
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4)
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง (เอกสารแนบ 5)
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 7) 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร
(เอกสารแนบ 8)
5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสีเอกซเรย์ (เอกสารแนบ 9) 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้างอื่น ๆ ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎกระทรวง กําหนด
มาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ.2564 และกฎหมายความปลอดภัยฯ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย
ๆ
หน้า
1
1
2
2
~ ~ m m 00
3
3
8
9
11
13
15
17
7220
26
27
28
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง - วัตถุประสงค์ (Purpose)
-1-
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทําขึ้นสําหรับให้ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกําหนด โดยมีรายละเอียดที่สําคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทํางานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนําในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ - ขอบเขต (Scope)
2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทําความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกําหนดต่าง ๆ ในเอกสารชุดนี้อย่างเคร่งครัด
2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ
2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
(1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource)
(2) งานทําความสะอาดที่ไม่เป็นการทํางานบนที่สูง
(3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2
ๆ
2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
(1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ํา โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง
ๆ
(2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า
(3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
(4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
(5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
(6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุงเครื่องจักร
(8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
(9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
(10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร)
(11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
(12) งานที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ ทอท. กําหนดในภายหลัง (ถ้ามี)
-2-
ซึ่งผู้รับจ้างที่มีงานเกี่ยวข้องกับลําดับที่ (1) - (12) ตามข้อ 2.2.2 นี้ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมตามเอกสารแนบที่เกี่ยวข้องกับงาน ท้ายข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ ทอท. ได้กําหนดเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่
2.2.3 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้แก่ ผู้รับจ้างที่เข้ามาก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่เช่าของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งผู้รับจ้างประเภทนี้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ในข้อ 5.1.19 และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยฯ ที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ กรณีที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดไว้ ให้ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ถือปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้
2.2.4 ผู้รับจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ ฝปอ., ฝมอ. หรือ สมอ. ในแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนดเพิ่มเติม - นิยาม (Definition)
3.1 ทอท. หมายถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
3.2 ฝปอ. หมายถึง ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 3.3 ผมอ. หมายถึง ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.4 สมอ. หมายถึง ส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.5 จป. ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน หมายถึง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด
3.6 ผู้รับจ้าง หมายถึง ผู้รับจ้าง (Contractor), ผู้รับจ้างช่วง (Sub Contractor), งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource), ผู้รับเหมา, ผู้ขาย, ผู้ให้บริการจากภายนอก, หน่วยงานหรือบุคคลอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ตามสัญญาจ้าง หรือเข้ามาทํากิจกรรมใดๆ หรือเข้ามาใช้ประโยชน์ใดๆ ในพื้นที่ของ ทอท. ยกเว้นผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งไม่เข้าข่ายตามนิยาม ข้อ 3.6 นี้
3.7 ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง กลุ่มลูกค้าของ ทอท., ผู้ประกอบการสายการบินที่มีการเช่าพื้นที่ของ ทอท. 3.8 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง ผู้รับจ้างที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ว่าจ้างมาเพื่อดําเนินการต่าง ๆ ให้ เช่น การปรับปรุงพื้นที่ภายในบริเวณพื้นที่เช่า เป็นต้น
3.9 PPE ย่อมาจาก Personal Protective Equipment หมายถึง อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ซึ่งใช้สําหรับสวมใส่ขณะปฏิบัติงานตามกฎหมายและตามการประเมินความเสี่ยงของงานซึ่งได้กําหนดไว้
3.10 JSA ย่อมาจาก Job Safety Analysis หมายถึง การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย - อ้างอิง (Reference)
4.1 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554
4.2 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 4.3 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยฯ 4.4 กฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน 4.5 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เช่น ISO 45001, NIOSH, OSHA, ACGIH ฯลฯ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) - การควบคุมการปฏิบัติ
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
-3-
5.1.1 ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกําหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกําหนดใดถูกกําหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกําหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกําหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป
5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทํางานตามที่ได้กําหนดไว้ใน กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัย พ.ศ.2565 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย
(1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานและการนําไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย
(5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) ควบคุมดูแลการดําเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน
(2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดําเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทําเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทําหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ และพร้อมที่จะไ
ที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทําในรูปแบบ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้
ในการทํางานได้
ม
(4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BSI) มาตรฐานของสํานักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-4-
มาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute : ANSI) มาตรฐานของประเทศ ออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards: AS/NZS) มาตรฐานของ สมาพันธ์การกําหนดมาตรฐานของประเทศแคนาดา (Canadian Standards Association: CSA) หรือมาตรฐานอื่นที่ เทียบเท่าตามที่กฎหมายกําหนด ให้ถือว่าได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามข้อกําหนด 5.1.2 นี้แล้ว
5.1.4 ลูกจ้างของผู้รับจ้างต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยฯ จากหน่วยงานด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. หรือผู้ที่ ทอท. ได้มอบหมายให้ดําเนินการด้านความปลอดภัยฯ แทน ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
สําหรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือเป็นพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มี บริหารจัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง การจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยฯ ผู้รับจ้างสามารถดําเนินการอบรม ด้านความปลอดภัยในการทํางานให้กับพนักงานของตนเองได้ แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจาก ทอท. ที่ทําหน้าที่กํากับดูแล งานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานก่อน (ฝปอ. ผมอ. หรือ สมอ.) จึงจะสามารถดําเนินการ ฝึกอบรมได้ และให้ส่งผลการอบรมให้กับ ทอท. ได้รับทราบ
1
ๆ แทน
5.1.5 กรณีผู้รับจ้าง (Contractor) ได้ว่าจ้างผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ให้ดําเนินการใด ไม่ว่าจะดําเนินการบางส่วนหรือดําเนินการแทนทั้งหมดนั้น ผู้รับจ้าง (Contractor) ต้องกํากับควบคุมการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ทั้งหมดให้เป็นไปตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ เสมือนว่าผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ที่ได้ว่าจ้างมาเป็นพนักงานของผู้รับจ้างเอง
ๆ
5.1.6 ก่อนการปฏิบัติงานในแต่ละงาน ผู้รับจ้างจะต้องมีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยง ที่อาจได้รับในการปฏิบัติงาน โดยใช้ JSA หรือแบบประเมินอันตรายอื่น ๆ ที่ ทอท. ให้การยอมรับและส่ง JSA หรือแบบ ประเมินอันตรายนั้น ๆ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของ ทอท. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดําเนินการแทนด้านความปลอดภัย เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มงานหรือโครงการ และให้นํามาตรการที่กําหนดใน JSA หรือแบบประเมินอันตรายนั้น ๆ มาเป็น มาตรการขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยทุกครั้ง และผู้รับจ้างต้องนํามาตรการที่ระบุไว้มาสื่อสารให้กับ
ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับทราบ
ๆ
5.1.7 การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน กรณีงานของผู้รับจ้างเป็นงานความเสี่ยงสูง เช่น การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ การปฏิบัติงานบนที่สูง งานขุดเจาะ งานที่ก่อให้เกิดความร้อนและประกายไฟ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า งานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือ งานอื่น ๆ ที่กําหนดให้ต้องขออนุญาตก่อนเริ่มงาน ต้องจัดให้มีการทําใบอนุญาตก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง ดังนี้
(1) กรณีเป็นงานที่ ทอท. เป็นผู้กํากับควบคุมการปฏิบัติงานความเสี่ยงสูงของผู้รับจ้างเอง ให้ ฝปอ. ผมอ หรือ สมอ. เป็นผู้กําหนดหรือเป็นผู้กํากับควบคุมการออกใบอนุญาตร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ๆ
(2) กรณีเป็นงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการบริหาร จัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง ทอท. จะพิจารณาให้ผู้รับจ้างได้กํากับควบคุมระบบการขออนุญาตการทํางานที่มีความเสี่ยงสูง ให้อยู่ภายในโครงการเองได้ โดยไม่ต้องแจ้งการขออนุญาตเข้าทํางานที่มีความเสี่ยงสูงแก่ ทอท. แต่ให้เก็บหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตงานความเสี่ยงสูงต่าง ๆ ไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
5.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานตลอดเวลาในช่วงที่มีการปฏิบัติงานด้วยความเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติการณ์ (Incident) ในการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-5-
5.1.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่
กฎหมายด้านความปลอดภัยกําหนด ดังนี้
ประเภทกิจการ
กิจการตามบัญชี 2 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้ มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
นําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่ - การก่อสร้าง ดัดแปลง การซ่อมแซม
หรือการรื้อถอนอาคารตามกฎหมายว่าด้วย
การควบคุมอาคาร
2-19 คน
✓
20 49 คน
V
✓
50-99 คน - อุตสาหกรรมการขนส่ง
- การติดตั้ง การซ่อม หรือการซ่อม
บํารุงเครื่องจักร - การขายและการบํารุงรักษายานยนต์
√
ช่
100-199 คน
ป ✓
✓
200 คนขึ้นไป V
ป
หรือการซ่อมยานยนต์
กิจการตามบัญชี 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้ 20 คนขึ้นไป
มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน
บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
นําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่ - สํานักงานบริหารของสถานประกอบกิจการ
ตามบัญชี 1 และบัญชี 2
หมายเหตุ - / หมายถึง กําหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรและทําหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด
- งานอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายตามประเภทกิจการตามบัญชี 2 และ 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย 1 คนทําหน้าที่เป็น
ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-6-
5.1.10 ทอท. สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อม การทํางาน, สํารวจพื้นที่ปฏิบัติงานหรือสํารวจพฤติกรรมการทํางานของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึง สภาพแวดล้อมในการทํางานที่ไม่ปลอดภัยเพื่อหยุดงานชั่วคราวได้ เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานหรือสภาพแวดล้อมในการทํางาน ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อที่จะให้งานกลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
5.1.11 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดหา PPE ให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสมตามกฎหมายและ ตามความเสี่ยงของประเภทงานที่ได้กําหนดไว้ และ PPE ต้องได้มาตรฐานไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายหรือมาตรฐานสากลกําหนด รวมทั้งต้องกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ PPE ตลอดระยะเวลาทํางาน
5.1.12 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความปลอดภัยฯ ของพื้นที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นประจํา 5.1.13 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบการทํางานของพนักงานในความรับผิดชอบของตนเป็นประจํา สม่ําเสมอ หากเกิดอุบัติเหตุจากการทํางาน ให้แจ้งรายงานการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ควบคุมงานของ ทอท. และหน่วยงานด้านความ ปลอดภัยของ ทอท. (ฝปอ., ผมอ. หรือ สมอ.) ทราบทันทีหลังจากเกิดเหตุ เช่น ทางโทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ หรือเอกสาร และร่วมกันสอบสวนอุบัติเหตุโดยด่วน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายหรือการบาดเจ็บ และวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ําด้วย
ๆ
5.1.14 ห้ามพนักงานของผู้รับจ้างกระทําผิดกฎระเบียบหรือผิดกฎหมาย เช่น นําอุปกรณ์สําหรับการพนันเข้ามา ในพื้นที่ ทอท. หรือเล่นการพนัน, ลักทรัพย์, ทะเลาะวิวาท, ทําร้ายร่างกาย, ทําลายทรัพย์สินของ ทอท. ผู้มาติดต่อ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือของผู้รับจ้างรายอื่น ซึ่งเป็นการกระทําที่ผิดกฎระเบียบและผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ของ ทอท.
5.1.15 การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน (ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์) ทอท. กําหนดประเภท ใบรับรองแพทย์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ใบรับรองแพทย์ทั่วไป เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุการรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ ตามปัจจัยเสี่ยง เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งมีอายุ การรับรองไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
สําหรับการปฏิบัติงานทั่วไป ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการส่งผลการตรวจสุขภาพ ยกเว้นการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานและให้ดําเนินการส่งผลการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานในวันแรก ที่ผู้รับจ้างเข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท.
(1) การทํางานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ดกระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้บนที่สูง งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงานบนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift), งานประดาน้ําซึ่งปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร และการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน อย่างน้อยต้องเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถนําผลการ ตรวจสุขภาพจากที่ทํางานเดิมที่มีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองผลการตรวจสุขภาพมาใช้ยืนยันผล การตรวจสุขภาพครั้งนี้ได้
ๆ
(2) การทํางานกับกัมมันตภาพรังสี, การทํางานกับสารเคมีอันตรายตามบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกระทรวง แรงงานกําหนด, การทํางานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น ๆ และการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -7-
ในสภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกจ้าง ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง)
(3) เฉพาะการทํางานในที่อับอากาศ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดย
แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์
ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) และ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งเพิ่มเติม (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) เพื่อเป็นการ ตรวจเช็คร่างกายก่อนการเข้าไปทํางานในที่อับอากาศทุกครั้ง
5.1.16 ห้ามผู้รับจ้างสูบบุหรี่ในพื้นที่ซึ่ง ทอท. กําหนดให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ เช่น พื้นที่หวงห้าม พื้นที่เขตการบิน พื้นที่ที่กําหนดว่าห้ามทําให้เกิดความร้อนและประกายไฟ สถานที่เก็บเชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ยกเว้นในบริเวณที่ ทอท.
ได้กําหนดให้เป็นเขตสูบบุหรี่
5.1.17 การเข้า-ออกพื้นที่ของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง)
(1) การเข้า - ออกเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องใช้ประตูและเส้นทางที่ ทอท. กําหนดให้ (2) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
อย่างเคร่งครัด
(3) ต้องติดบัตรอนุญาตบุคคลของ ทอท. ไว้ที่เสื้อบริเวณจุดที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนตลอดเวลา พร้อมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
5.1.18 การแลกบัตร/การจัดทําบัตรอนุญาตบุคคลและการผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ให้ผู้รับจ้างร่วมกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ประสานงานกับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยของแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ต่อไป
5.1.19 หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสําหรับผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ที่เข้ามาสร้าง ติดตั้ง ต่อเติม รื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ให้ดําเนินการตามที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. กําหนด ซึ่งข้อกําหนดดังกล่าวต้อง สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ในกรณีผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดแนวทางการปฏิบัติ ให้ผู้รับจ้างของ ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ยกเว้น การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ที่ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ ทอท. ได้กําหนด ประกอบด้วย
(1) การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (Work permit) ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด (2) การเข้า-ออกพื้นที่ในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) ให้เป็นไปตาม หลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
(3) การผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
-8-
5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
ซึ่งเป็นข้อกําหนดที่ผู้รับจ้างต่าง ๆ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม หากงานที่ผู้รับจ้างเข้ามาดําเนินกิจกรรมในพื้นที่ ทอท. เกี่ยวข้อง
กับกิจกรรมตามหัวข้อด้านล่างนี้
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกหัวข้อเพื่อดําเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่
(เอกสารแนบ 1)
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
(เอกสารแนบ 2)
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
(เอกสารแนบ 3)
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(เอกสารแนบ 4)
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย….
(เอกสารแนบ 5)
(เอกสารแนบ 6)
(เอกสารแนบ 7)
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร) (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
(เอกสารแนบ 9)
5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2.1 – 5.2.9 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องควบคู่ กับกฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -9- เอกสารแนบ 1
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและ
ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ.2555 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ๆ - ดําเนินการขอ “ใบอนุญาตการทํางานที่มีความร้อนและประกายไฟ (Hot work)” ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
9 - พื้นที่ที่มีก๊าซ ไอ หรือฝุ่นละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัด % LEL (ปริมาณ เปอร์เซ็นต์ของสารไวไฟ) และผลการตรวจวัดต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมีแต่ละชนิด ในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LFL : Lower flammable limit และ LEL : lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใด มีการกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
- กอนใช้เครื่องเชื่อมไฟฟาและเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
3.1 ต้องจัดเตรียมถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับประเภทของไฟ และมี Fire Rating ไม่น้อยกว่า 6A-20B ในจํานวนที่เพียงพอกับความเสี่ยงที่ทําการประเมิน แต่ต้องจัดให้มีอย่างน้อย 2 ถังต่อจุดปฏิบัติงานหนึ่งจุด
3.2 จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ลูกจางสวมใส่อย่างเพียงพอและเหมาะสมตามที่ กฎหมายและการประเมินความเสี่ยงได้กําหนด
และแสงจา
3.3 จัดพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ให้มีวัสดุที่ติดไฟงายวางอยู่ใกล้บริเวณที่มีการทํางานความร้อนและประกายไฟ 3.4 จัดให้มีฉากกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายจากประกายไฟ
ๆ - ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษา PPE ให้มีสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และจัดให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้และบํารุงรักษา PPE
- ต้องจัดให้มีแสงส่องสว่างที่เพียงพอในพื้นที่ปฏิบัติงาน
- ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ลูกจ้างหรือผู้ซึ่งไม่เกี่ยวของเขาไปในบริเวณที่มีการทํางานด้วยเครื่องเชื่อมไฟฟา หรือเครื่องเชื่อมก๊าซ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด
เมื่อใชเครื่องเชื่อมไฟฟาหรือเครื่องเชื่อมการในบริเวณที่อาจจะกอให้เกิดอันตรายจากการระเบิด เพลิงไหม หรือ ไฟลุกลามจากก๊าซ น้ํามัน หรือวัตถุไวไฟอื่น ๆ - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมไฟฟา ผู้รับจ้างตองปฏิบัติดังต่อไปนี้
8.1 จัดให้มีการต่อสายดินกับโครงโลหะของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ตอจากอุปกรณ์การเชื่อม ทั้งนี้ ขนาดของ สายดิน ต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐานของการไฟฟ้าในท้องถิ่นนั้น กรณีที่ไม่มีมาตรฐานดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานของ
สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ
8.2 จัดสถานที่ปฏิบัติงานให้มีแสงสว่างและมีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม
8.3 จัดให้มีการใชสายดิน สายเชื่อม หัวจับสายดิน และหัวจับลวดเชื่อม ตามขนาดและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -10-
8.4 จัดสายไฟฟ้าและสายดินให้ห่างจากการบดทับของยานพาหนะ น้ํา หรือที่ชื้นแฉะ หากไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายข้างตน - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมการ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
9.1 ติดตั้งและตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมความดันและมาตรวัดความดันที่เหมาะสมและถูกต้องกับชนิดของกาซ 9.2 ตรวจสอบการรั่วไหล การหลุดหลวม การสึกหรอของอุปกรณ์ หรือสภาพที่ไม่ปลอดภัยทุกครั้ง
หากพบวาไมปลอดภัยต้องทําการแก้ไข
9.3 จัดทําเครื่องหมาย สี หรือสัญลักษณที่ทอสงกาซ หัวเชื่อม หรือหัวตัด ให้เป็นแบบและชนิดเดียวกัน 9.4 ต้องวางถังในแนวตั้ง ห้ามวางถังก๊าซในแนวนอนเด็ดขาด เพราะจะทําให้วาล์วควบคุมแรงดันภายในถัง ไม่ทํางาน ทําให้ก๊าซที่ออกมามีแรงดันสูงกว่าปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงได้ - ในการต่อถังบรรจุกาซไวไฟหลายถังเขาด้วยกัน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันเปลวไฟยอนกลับ (Flashback arrestor) ติดไวระหว่างหัวตอกับอุปกรณ์ควบคุมการลดกําลังดัน รายละเอียดการติดตั้งเป็นไปดังภาพ
ภาพการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) 4 ชิ้นในเครื่องเชื่อมก๊าซแบบต่อพ่วง 2 ถัง
อ้างอิง :
: กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 (กระทรวงแรงงาน) และ มาตรฐานความปลอดภัยการเชื่อม สํานักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กระทรวง
อุตสาหกรรม) - ผู้รับจ้างต้องดูแลถังบรรจุกาซทุกชนิดให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรณีที่ไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท.
- อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้ดําเนินการดังนี้
ป้องกันความร้อน
บ
12.1 การทํางานที่มีความร้อนเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ชุดแต่งกาย รองเท้า และถุงมือสําหรับ
12.2 งานที่มีแสงตรงหรือแสงสะท้อนจากแหล่งกําเนิดหรือดวงอาทิตย์ที่มีแสงจ้าเข้านัยน์ตาโดยตรง
ให้สวมใส่แว่นลดแสงหรือกระบังหน้าลดแสง
12.3 งานที่ทําในสถานที่มืด ทึบ และคับแคบ ให้สวมใส่หมวกนิรภัยที่มีอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง 12.4 งานที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ปลั๊กลดเสียงหรือที่ครอบหูลดเสียง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -11- เอกสารแนบ 2
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
น - ผู้รับจ้างหรือผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ในการทํางานในที่อับอากาศ เช่น หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ, หลักสูตรผู้ช่วยเหลือในการทํางานในที่อับอากาศ จากสถาบันที่ได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งพื้นที่อับอากาศ มีความหมายดังนี้
บ
2
พื้นที่อับอากาศของ ทอท. หมายถึง ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจํากัดและไม่ได้ออกแบบไว้สําหรับเป็นสถานที่ทํางาน อย่างต่อเนื่องเป็นประจํา และมีสภาพอันตรายหรือมีบรรยากาศอันตราย เช่น อุโมงค์ ถ้ํา บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ํามัน ถังหมัก ถัง ไซโล ท่อ เตา ภาชนะ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
ดังต่อไปนี้
สภาพอันตราย หมายถึง สภาพหรือสภาวะที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทํางานอย่างใดอย่างหนึ่ง
(1) มีวัตถุหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดการจมลงของลูกจ้างหรือถมทับลูกจ้างที่เข้าไปทํางาน (2) สภาพที่อาจทําให้ลูกจ้างตก ถูกกัก หรือติดอยู่ภายใน
(3) มีสภาวะที่ลูกจ้างมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากบรรยากาศอันตราย
(4) สภาพอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด บรรยากาศอันตราย หมายถึง สภาพอากาศที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากสภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
(1) มีออกซิเจนต่ํากว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร
(2) มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมี แต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (lower flammable limit หรือ lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใดมี การกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
(3) มีฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ซึ่งมีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ําสุดของฝุ่น
ที่ติดไฟหรือระเบิดได้แต่ละชนิด (minimum explosible concentration)
(4) มีค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานที่กําหนดตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน ในการบริหารจัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมี
พ.ศ.2556
(5) สภาวะอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด - ผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีใบรับรองแพทย์จํานวน 2 ใบ ดังนี้
2.1 ใบรับรองแพทย์ทั่วไป ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุใบรับรองต้องไม่เกิน 1 เดือนนับ จากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และ
2.2 ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ตรวจโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุ การรับรองของใบรับรองแพทย์ต้องไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -12- - ก่อนเข้าไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับอนุญาต จากผู้มีอํานาจในการอนุญาต ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
- ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศต้องจัดให้มีการตรวจสอบ
พื้นที่และตรวจวัดสภาพอากาศเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศตามรายละเอียดในใบอนุญาต - ผู้รับจ้างจะสามารถปฏิบัติงานได้ก็ต่อเมื่อได้มีการตรวจสอบสภาพหน้างานแล้วเท่านั้น โดยผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในการทํางานให้ปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งต้องไม่พบสภาพแวดล้อม การทํางานตามความหมายในข้อ 1 ในพื้นที่ปฏิบัติงานนั้น
กรณีพบสภาพแวดล้อมการทํางานข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามความหมายของพื้นที่อับอากาศที่ระบุไว้ในข้อ 1
ให้ผู้รับจ้างดําเนินการดังต่อไปนี้
ห้ามบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ
กรณีมีผู้ปฏิบัติงานอยู่ระหว่างการทํางานในที่อับอากาศ ให้ผู้รับจ้างนําลูกจ้างออกจากบริเวณดังกล่าว
ประเมินและค้นหาสาเหตุของการเกิดสภาพอันตรายหรือบรรยากาศอันตราย ดําเนินการเพื่อทําให้สภาพอากาศในที่อับอากาศนั้นไม่มีบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ
หรือการปฏิบัติตามมาตรการอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานแก่ลูกจ้าง
- กรณีจําเป็นต้องลงไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศโดยมีสภาพแวดล้อมเป็นไปตามความหมายที่ระบุไว้ใน
ข้อ 1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสม และเป็น อุปกรณ์ที่เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานในที่อับอากาศได้กําหนดไว้
- การปฏิบัติงานในที่อับอากาศแต่ละงาน ต้องจัดให้มีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการ ทํางานในที่อับอากาศ ซึ่งอาจใช้ JSA หรือวิธีการอื่น ๆ มาใช้ในการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงได้ และ ต้องนําผลการประเมินดังกล่าวมาสื่อสารและปฏิบัติด้วย ซึ่งมาตรฐานการปฏิบัติต้องไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายกําหนด
- ระยะเวลาในการปฏิบัติงานในที่อับอากาศให้เป็นไปตามวิธีปฏิบัติงานของแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนด 8. ทีมผู้ช่วยเหลือของผู้รับจ้างเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศจะต้องสามารถสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานภายในได้ ตลอดเวลา หากพื้นที่ปฏิบัติงานนั้นไม่สามารถสื่อสารได้โดยตรง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิทยุหรือเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
- อุปกรณ์ช่วยเหลือหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตทุกชนิดต้องมีสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งก่อนนํามาใช้งานแต่ละครั้ง
อุปกรณ์ดังกล่าวต้องผ่านการตรวจสอบสภาพก่อนทุกครั้ง - ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์สําหรับระบายอากาศให้เพียงพอสําหรับกิจการที่ผู้รับจ้างดําเนินการภายใน ที่อับอากาศ
- ผู้รับจ้างต้องมีใบรายชื่อของผู้ที่จะเข้าทํางานในที่อับอากาศที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้องแสดงไว้ที่ทางเข้า
ที่อับอากาศพร้อมกับแขวนบัตรประจําตัวที่ทางเข้าที่อับอากาศให้สามารถตรวจสอบได้ - ห้ามบุคคลใดที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในพื้นที่อับอากาศ
- ผู้รับจ้างต้องเตรียมไฟแสงสว่างที่ใช้ในที่อับอากาศที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 24 โวลต์ (AC/DC) 14. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่นําเข้าไปใช้งานในพื้นที่อับอากาศต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด (Explosion Proof)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -13- เอกสารแนบ 3
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ํายัน พ.ศ. 2564 และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดําเนินการดังนี้
67
น - การทํางานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทํางานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
- การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกําหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ
2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คําอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สําหรับการทํางานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสํานักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทํางานจะเข้ามาทํางานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทํางานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทํางานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนํามาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กําหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2, 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก็ ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกําหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กําหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคําอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์
ฝ่ายการแพทย์ ทอท.) - การทํางานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) - 14
ๆ
ให้กับผู้ปฏิบัติงานในการทํางานนั้น ๆ หรือจัดให้มีเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ในการทํางานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย - ในกรณีผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายจากการพลัดตกหรือถูก วัสดุพังทับ เช่น การทํางานบนหรือในเสา ตอมอ เสาไฟฟ้า ปล่อง หรือคานที่มีความสูง ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือทํางาน บนหรือในถัง บอ กรวยสําหรับเทวัสดุหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่าย สิ่งปิดกั้น หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งของ และจัดใหม่ การใชสายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness
ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์ หรือเครื่องป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ในการทํางาน - กรณีด้านล่างเป็นทางสัญจรต้องจัดทําตาข่ายนิรภัยป้องกันวัสดุเครื่องมือต่างๆ ที่อาจตกหล่นไปโดน ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานหรือผู้สัญจรด้านล่าง
- ต้องจัดทําป้ายเตือนที่เห็นชัดเจนและบริเขตพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในงานเข้าไปในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงต่อการถูกวัสดุสิ่งของหล่นทับ
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในชั้นของอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เปิดโลงและอาจพลัดตกลงมาได ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ
หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน - ขณะที่มีฝนตก ลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ควรพิจารณาการหยุดปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -15 เอกสารแนบ 4
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock Out - Tag Out)
ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7 - ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสําเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จําเป็นในการทํางานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกําหนด
- ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนําสิ่งที่เป็นตัวนําไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ
แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดําเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนําฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน
แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า - ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด
- ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กําลังปฏิบัติงานอยู่
- ในกรณีผู้รับจ้างทํางานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย
ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสําหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย - ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชํารุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดําเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น
- ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทํางานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก
- กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม
มาตรฐานของ วสท. - ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจําเมื่อมีการปฏิบัติงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -16- - อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีการติดตั้งสายดิน (Equipment Ground Conductor) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดไฟฟ้าดูดในขณะที่สัมผัสตัวอุปกรณ์
- ต้องจัดให้มีการปิดล้อมหรือการบริเขตพื้นที่ทํางาน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจ เกิดอันตรายได้ และควรพิจารณาติดตั้งแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นในเวลากลางคืน
- ต้องมีการจัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงานให้เรียบร้อยตลอดเวลา 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น โดยสวมใส่ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานและจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนําไฟฟ้า (Conductive suit)
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้สายหรือ เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ กําหนดสําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน เว้นแต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะทําให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อ
อันตรายมากขึ้น ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นที่สามารถใช้คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพแทน โดยอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม
มาตรฐานที่กําหนดไว้และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
15.1 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับ
แรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
15.2 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้า ต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว
15.3 ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทนต่อการฉีกขาดได้ดี การใช้ถุงมือยางต้องใช้ร่วมกับถุงมือหนังทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
ม
15.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้น้ําหรือเหนือน้ําซึ่งอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายจาก
การจมน้ําได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชูชีพกันจมน้ํา เว้นแต่การสวมใส่ชูชีพอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับ อันตรายมากกว่าเดิม ให้ผู้รับจ้างใช้วิธีการอื่นที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแทน
15.5 ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายจากไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -17- เอกสารแนบ 5
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง
ดําเนินการด้านความปลอดภัย
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ส่วนที่ 1 เครื่องจักร - ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องสวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่ อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีผมยาว ให้รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้อยู่ ในลักษณะที่ปลอดภัย
- ในบริเวณที่มีการติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องมีการติดป้ายแสดงการดําเนินงานดังกล่าวโดยใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรนั้นทํางาน (Lock out - Tag Out) และให้แขวนป้าย หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ของเครื่องจักรด้วย
- ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บํารุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและคู่มือการใช้งาน ที่ผู้ผลิตกําหนด หากไม่มีรายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทํารายละเอียดหรือคู่มือเป็นหนังสือ และให้มีสําเนาไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อให้ ทอท. สามารถดําเนินการตรวจสอบได้
รายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าวต้องจัดทําเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติ
เพื่อความปลอดภัยในการทํางานได้
ๆ - การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ําหนักตั้งแต่ 1 ต้นขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนป้องกัน อันตรายจากการเคลื่อนย้ายดังกล่าวและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
- ผู้รับจ้างต้องดูแลเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรประจําปี ตามประเภทและชนิดเครื่องจักรที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 หมวดที่ 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 1 บททั่วไป ข้อ 9
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทํางานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กําหนดไว้ใน
รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนด - เครื่องมือเครื่องจักรขนาดเล็กที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทํางานกับ
เครื่องมือเครื่องจักรนั้นติดไว้ในบริเวณที่ลูกจ้างทํางาน - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย การชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
- การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทํางาน ที่ปลอดภัย จนมีความรู้ความชํานาญ และประสบการณ์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -18- - เครื่องจักรที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าตัวผู้ปฏิบัติงานและต้องมี การติดตั้งสายดิน
- ต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทํางานที่อาจ เป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง
- ผู้รับจ้างต้องไม่ติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส หรือคอมพิวเตอร์ในบริเวณพื้นที่ที่มี
กระแสไฟฟาเหนี่ยวนําจนอาจมีผลทําให้การทํางานของเครื่องจักรผิดปกติและกอให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ - ผู้รับจ้างต้องควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติ ที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ส่วนที่ 2 รถยก - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้พนักงานทํางานเกี่ยวกับรถยก ผู้รับจ้างตองปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.1 จัดให้มีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถป้องกันอันตรายจากวัสดุตกหล่นได
1.2 จัดทําปายบอกพิกัดน้ําหนักยกให้ตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของไดโดยปลอดภัยติดไว้ที่รถยก เพื่อใหลูกจางเห็นไดชัดเจน
1.3 ตรวจสอบรถยกให้มีสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไวให พนักงานตรวจแรงงานหรือ ทอท. ตรวจสอบได
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทํางาน
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นตามสภาพในที่ทํางาน เช่น กระจกมองข้าง
1.6 ให้ผู้ทําหน้าที่ขับรถยกชนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทํางานบนรถตลอดเวลา - ห้ามผู้รับจ้างทําการดัดแปลงหรือกระทําการใด ๆ ที่มีผลทําให้ความปลอดภัยในการทํางานของรถยกลดลง 3. ผู้รับจ้างต้องกําหนดเส้นทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณที่มีการใช้รถยกเป็นประจํา
- ผู้รับจ้างต้องติดตั้งกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคลายกันไว้ที่บริเวณทางแยกหรือทางโคงที่มอง ไมเห็นเส้นทางขางหนา
- ผู้รับจ้างตองจัดให้พื้นเส้นทางเดินรถยกมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับน้ําหนักรถรวมทั้งน้ําหนัก บรรทุกของรถยกไตอย่างปลอดภัย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานขับรถยกได้ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับการใช้รถยก
แต่ละประเภท - ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลการนํารถยกไปใช้ปฏิบัติงานใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า
โดยต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด หรืออย่างน้อยควรห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร - ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับรถยกโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้ การตรวจสอบ และการบํารุงรักษารถยกให้ผู้ปฏิบัติงานได้ศึกษาและปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -19-
ส่วนที่ 3 ลิฟต์ - กรณีงานของผู้รับจ้างมีการนําลิฟต์มาใช้เพื่อโดยสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน (งานก่อสร้าง) ให้ปฏิบัติดังนี้
1.1 ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่ทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบํารุงรักษาลิฟต์
1.4 จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุก น้ําหนักเกินพิกัด ผู้ผลิตกําหนด
1.5 จัดให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด
๕
1.6 จัดทําคําแนะนําและวิธีการใช้ลิฟต์ และการขอความช่วยเหลือติดไว้ในห้องลิฟต์
1.7 จัดให้มีระบบติดต่อกับภายนอกห้องลิฟต์และสัญญาณแจ้งเหตุขัดข้อง
1.8 จัดทําคําแนะนําและวิธีการให้ความช่วยเหลือติดไว้ในห้องเครื่องต้นกําลัง และห้องผู้ดูแลลิฟต์ 1.9 จัดทําข้อห้ามการใช้ลิฟต์ ติดไว้ที่ข้างประตูลิฟต์ด้านนอกทุกชั้น
1.10 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนโดยสารได้อย่างปลอดภัยติดตั้งไว้ในห้องลิฟต์
1.11 จัดให้มีระบบไฟส่องสว่างและระบบระบายอากาศที่เพียงพอภายในห้องลิฟต์ ทั้งในขณะใช้งานปกติ และกรณีฉุกเฉิน - ในกรณีที่มีลิฟต์ขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, และ 1.5 และจัดทําป้ายบอกพิกัด น้ําหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกําหนด และติดป้ายห้ามโดยสารไว้ในจุดที่เห็นชัดเจนนอก
ประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการ
ป้องกันการติดขัดของลิฟต์ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังการติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ําหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ําหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิต กําหนด และให้ติดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบไปด้วย วัน เดือน ปี ที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปี ที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในลิฟต์ให้เห็นชัดเจน และมีสําเนาเอกสารการทดสอบให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
- ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทํางานของลิฟต์เป็นประจําทุกเดือน และมีสําเนา เอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่า ความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์โดยสารต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับลิฟต์ทุกชนิด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 20-
ส่วนที่ 4 เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง - การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.1 จัดให้มีการป้องกันการตกจากที่สูงตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจาก ที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ
1.2 จัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนที่สามารถยกได้อย่างปลอดภัย
1.3 ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้ ได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงเตือนภัยขณะทํางานตามความเหมาะสมของการใช้งาน
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานเมื่อมีการใช้งานเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด และต้องตรวจสอบให้
อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สามารถทํางานได้ตลอดเวลา - ผู้รับจ้างต้องไม่ดัดแปลงหรือกระทําการใดกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีผลทําให้
ความปลอดภัยในการทํางานลดลง - การทํางานบนเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรนั้นไปตาม แนวราบ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นที่ที่เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายมีความแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ และปรับระดับของ เครื่องจักรดังกล่าวให้อยู่ในตําแหน่งที่ผู้ผลิตกําหนดหรือในตําแหน่งที่ปลอดภัย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการอบรมลูกจ้างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
- การใช้เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงแบบแขวน ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
5.1 จัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายหลังการติดตั้ง และต้องสําเนาเอกสารการทดสอบ ไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
5.2 ต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 และต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของ กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 กับเครื่องจักรที่ใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
ส่วนที่ 5 รอก - ในการใช้รอกโยก รอกมือสาว รอกหางปลา รอกไฟฟ้าหรือรอกที่ใช้พลังงานอื่น หรือรอกชนิดอื่นที่มีการใช้ งานลักษณะเดียวกัน นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1.1 ติดตั้งรอกไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน
ใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายและติดป้ายห้ามใช้รอกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบรอก
1.4 จัดให้มีป้ายบอกขนาดพิกัดน้ําหนักยกอย่างปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียด คุณลักษณะและ คู่มือการใช้งานพร้อมทั้งติดป้ายเตือนให้ระวัง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 21-
1.5 ต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและ การดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับรอก
1.6 อุปกรณ์สําหรับการผูกมัดหรือยึดโยงวัสดุสิ่งของต้องมีค่าความปลอดภัยที่กฎหมายกําหนด
1.7 ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทําการยก
หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทําการยกหรือบริเวณที่ใช้รอกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
1.8 รอกที่มีขนาดพิกัดน้ําหนักยกตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป
นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์
ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -22
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
เอกสารแนบ 6
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564
ดําเนินการด้านความปลอดภัย
ๆ
กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ส่วนที่ 1 ปั้นจั่น - ในการประกอบ การทดสอบ การใช้ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบบ่นจั่นหรืออุปกรณอื่นที่นํามาใช้กับ ปนจั่น ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ หากไม่มีรายละเอียด
คุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานดังกล่าว ไดกําหนดขึ้นเป็นหนังสือ
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่วิศวกร - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและการทดสอบการติดตั้งปูนจั่น ตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานของผู้ผลิตโดยวิศวกรกอนการใช้งาน และจัดทํารายงานการตรวจสอบและการทดสอบ ซึ่งมีลายมือชื่อวิศวกร รับรองเก็บไวให้สามารถตรวจสอบได้ และกรณีที่มีการหยุดใช้งานปูนจั่นตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนนํามาใช้งานใหม ผู้รับจ้าง ต้องดําเนินการตรวจสอบและทดสอบตามคู่มืออีกครั้ง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบสวนประกอบและอุปกรณ์ของปนจั่นไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกําหนด 4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปูนจั่น ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้
4.1 ควบคุมให้มีลวดสลิงเหลืออยู่ในมวนลวดสลิงไม่น้อยกว่า 2 รอบ ตลอดเวลาที่ปนจั่นทํางาน 4.2 จัดให้มีชุดล็อกป้องกันลวดสลิงหลุดจากตะขอของปูนจั่น และทําการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
อย่างปลอดภัย
4.3 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือกั้นสวนที่หมุนรอบตัวเอง สวนที่เคลื่อนไหวได้ หรือสวนที่อาจเป็นอันตรายของปูนจั่น
และใหสวนที่เคลื่อนที่ของปนจั่นหรือสวนที่หมุนใดของปูนจั่นอยู่หางจากสิ่งก่อสร้างหรือวัตถุอื่นในระยะที่ปลอดภัย
4.4 จัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางานบนแขนปั้นจั่นหรือชุดสะพาน 4.5 จัดให้มีพื้นชนิดกันลื่น ราวกันตก และแผงกันตกระดับพื้นสําหรับปั้นจั่นชนิดที่ต้องมีการจัดทําพื้นและทางเดิน 4.6 จัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไว้ที่ห้องบังคับปั้นจั่นหรือตําแหน่งที่สามารถ ใช้งานได้สะดวก
ได้ตามปกติ
4.7 ติดตั้งปั้นจั่นบนฐานที่มั่นคงโดยมีวิศวกรเป็นผู้รับรอง
4.8 จัดให้มีการติดตั้งชุดควบคุมการทํางานเมื่อยกวัสดุขึ้นถึงตําแหน่งสูงสุด (Upper limit switch) ที่ใช้งาน
4.9 จัดให้มีชุดควบคุมน้ําหนักยก (Overload limit switch) ที่ใช้งานได้ตามปกติ - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปูนจั่นที่ใช้เครื่องยนต์ ผู้รับจ้างตองดําเนินการดังต่อไปนี้
5.1 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือฉนวนหุ้มทอไอเสีย
5.2 จัดให้มีมาตรการในการเก็บและเคลื่อนยายเชื้อเพลิงสํารองด้วยความปลอดภัย
5.3 จัดให้มีถังเก็บเชื้อเพลิงและทอสงเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในลักษณะที่จะไม่เกิดอันตราย เมื่อเชื้อเพลิงหกลน หรือรั่วออกมา
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) 23- - ผู้รับจ้างต้องเคลื่อนยายวัตถุไวไฟออกจากบริเวณที่ใช้ปูนจั่น กรณีไม่สามารถเคลื่อนยายได้ ผู้รับจ้างตอง จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เหมาะสมก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงาน
- ห้ามผู้รับจ้างให้ลูกจางใชปนจั่นที่ชํารุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย
- หามผู้รับจ้างดัดแปลงหรือแก้ไขสวนหนึ่งส่วนใดของปนจั่นหรือยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้อื่นกระทําการ เชนวานั้น อันอาจกอให้เกิดอันตรายได ถ้าจําเป็นต้องดัดแปลงสวนที่เกี่ยวของกับโครงสรางที่มีผลต่อการรับน้ําหนัก ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการคํานวณทางวิศวกรรมพร้อมกับการทดสอบ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญญาณเสียงและแสงไฟเตือนภัยตลอดเวลาที่บ่นลั่นทํางานโดยติดตั้งไว้ให้เห็นได้ชัดเจน 10. ในกรณีที่มีการซ่อมบํารุงปนจั่น ผู้รับจ้างตองติดปายแสดงการซ่อมบํารุงปนจั่น โดยใช้เครื่องหมายหรือ ขอความที่เขาใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการหรืออุปกรณ์ป้องกัน (Lock out) ไม่ใหปนจั่นนั้นทํางาน และให้แขวนบ่าย (Tag out) แสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณหามเปิดสวิตซ์ไวที่สวิตซของปนจั่นด้วย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบ่ายบอกพิกัดน้ําหนักยกไว้ที่ปนจั่นเพื่อเตือนให้ระวังอันตราย และติดตั้งสัญญาณเตือน อันตรายให้ผู้บังคับปนจันทราบ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่การใช้สัญญาณเป็นการใช้ สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือตามที่กฎหมายประกาศกําหนด ติดไว้ที่จุดหรือตําแหน่งที่ ผู้ปฏิบัติงานเห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการใช้วิธีการสื่อสารแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้สัญญาณมือ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสาร เป็นต้น ผู้รับจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามข้อนี้
ดังตอไปนี้
رو - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ปูนจั่นไกลสายไฟฟา ผู้รับจ้างตองควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติ
13.1 ในกรณีที่ใช้บ่นจั่นยกวัสดุ ให้ระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากับสวนหนึ่งส่วนใดของปูนจั่นหรือสวนหนึ่ง สวนใดของวัสดุที่ปนจั่นกําลังยก เป็นดังต่อไปนี้
(ก) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาไมเกิน 69 กิโลโวลต ตองหางไม่น้อยกว่า 3.1 เมตร
(ข) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 115 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.3 เมตร (ค) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 115 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร (ง) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 230 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 13.2 ในกรณีที่เคลื่อนยายปนจั่นชนิดเคลื่อนที่ โดยไมยกวัสดุและไม่ลดแขนปูนจั่นลง ให้ระยะห่างระหว่าง สวนหนึ่งสวนใดของปนจั่นกับสายไฟฟ้า เป็นดังต่อไปนี้
(ก) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาไมเกิน 69 กิโลโวลต ตองหางไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร
(ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 69 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร
(ค) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 230 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 13.1 – 13.2 ได้ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการที่ปลอดภัยเพียงพอ และได้รับการ อนุญาตจากการไฟฟ้าประจําท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้น ก่อนดําเนินการ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 24- - ในกรณีที่มีการติดตั้งบ่นนั่นหรือใช้ปนจั่นใกลเสาส่งคลื่นโทรคมนาคม กอนให้ผู้ปฏิบัติงานทํางาน ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสอบการเกิดประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ถ้าพบว่ามีประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ให้ผู้รับจ้างตอสายตัวนํากับ ปนจั่นหรือวัสดุที่จะยกเพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลลงดิน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ - ผู้รับจ้างต้องติดประกาศวิธีการทํางานเกี่ยวกับปูนจั่นของผู้ปฏิบัติงานไวบริเวณที่ผู้ปฏิบัติงานทํางาน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน การซ่อมบํารุง และการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล 16. ในกรณีที่ผู้บังคับปูนจั่นไม่สามารถมองเห็นจุดที่ทําการยกสิ่งของหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี
ผู้ให้สัญญาณแกผู้บังคับปนจั่นตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งาน - ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้บังคับบ่นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปูนจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือ ผู้ควบคุมการใช้ปูนจั่นได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ดังกลาว และต้องจัดให้มีการอบรมหรือทบทวนการ ทํางานเกี่ยวกับปูนจั่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด ทั้งนี้ ให้การอบรมและทบทวนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ที่กฎหมายประกาศกําหนด
ส่วนที่ 2 ปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง - กรณีเป็นบ่นนั่นเหนือศีรษะและบ่นลั่นขาสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
18.1 ปั้นจั่นเหนือศีรษะหรือปั้นจั่นขาสูงที่เคลื่อนที่บนราง ต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้ โดยอัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
18.2 นายจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีสิ่งกีดขวางการเคลื่อนของล้อปั้นจั่น
18.3 กรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานขึ้นไปทํางานบนปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นของปั้นจั่นที่มีความสูงเกิน 2 เมตร ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบันไดพร้อมราวจับและโครงโลหะกันตกหรือจัดให้มีอุปกรณ์อื่นใดที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจาก การตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564
ส่วนที่ 3 ปั้นจั่นหอสูง - กรณีเป็นปูนจั่นหอสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
19.1 กรณีที่ต้องปฏิบัติงานบนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงาน และให้สวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางาน
19.2 ปั้นจั่นที่มีรางล้อเลื่อนที่อยู่บนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้โดย อัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
19.3 ปั้นจั่นที่มีแขนเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์ควบคุมมุมองศาการทํางานของแขนปั้นจั่น ให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน
19.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีตารางการยกสิ่งของตามที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับน้ําหนักสิ่งของ มุมองศา และระยะของแขนที่ทําการยก ติดไว้ในบริเวณที่ผู้บังคับ
ปั้นจั่นเหี
บินจนเห็นได้ชัดเจน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-25-
19.5 ในการประกอบ การติดตั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การเพิ่มความสูง หรือการรื้อถอนปั้นจั่นหอสูง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมตลอดระยะเวลาดําเนินการ จนกว่าจะแล้วเสร็จ
19.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือไปกับวัสดุที่ทําการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุที่ทําการยกหรือบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ส่วนที่ 4 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น - ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้
20.1 ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกศึกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด
20.2 ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียว หรือชํารุดที่ทําให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง 20.3 ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระบุ
20.4 ลวดสลิงถูกความร้อนทําลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.5 ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชํารุดมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.6 ลวดสลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน
หรือขาดรวมกันตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลายเส้นเกลียว - ผู้รับจ้างต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
21.1 ลวดสลิงเคลื่อนที่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
21.2 ลวดสลิงยึดโยง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 - ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์สําหรับการผูก มัด หรือยึดโยงวัสดุที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
22.1 ลวดสลิง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.2 โซ่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4
22.3 เชือก ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.4 ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 35
22.5 อุปกรณ์สําหรับผูก มัด หรือยึดโยงอื่น ๆ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
ๆ - ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองรับบริเวณจุดที่มีการสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ ในการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่ทําการยกเคลื่อนย้าย
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
24.1 มีการบิดตัวของตะขอ
24.2 มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 24.3 มีการสึกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 24.4 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ 24.5 มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -26- เอกสารแนบ 7
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และ ข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ให้ผู้รับจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองตาม “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องบัญชี รายชื่อสารเคมีอันตราย” ต้องจัดทําบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด (สอ.1) พร้อมทั้งแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 7 วันนับแต่ วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง
- ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทราบและอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายที่อยู่ในครอบครองของผู้รับจ้าง ข้อความและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏในเอกสาร คู่มือ ฉลาก ป้าย หรือ ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ได้กําหนดไว้ในกฎหมาย
- ให้ผู้รับจ้างจัดให้ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทราบและเข้าใจวิธีการในการทํางานที่ถูกต้อง และปลอดภัย รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมผู้ปฏิบัติงานของตนให้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว ในการนี้ ให้ผู้รับจ้าง จัดทําคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คําแนะนําผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน
อันตราย ความหมายของข้อมูลที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย - ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการทํางานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามคู่มือการปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้าง จัดทําขึ้นตามข้อ 3 และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ผู้ปฏิบัติงานต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้ผู้รับจ้าง
ทราบทันที - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ เหมาะสมตาม
กฎหมายและตามความเสี่ยงที่ได้ประเมิน และกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดระยะเวลาที่มีการทํางานกับ สารเคมีและวัตถุอันตราย
4 - การปฏิบัติอื่น ๆ ที่ไม่ได้กําหนดไว้ในคู่มือฉบับนี้ ให้นํากฎหมายด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีและ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องมาเป็นข้อกําหนดในการทํางานกับสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อไป
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -27-
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร)
เอกสารแนบ 8
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา พ.ศ. 2563 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานประดาน้ําได้รับการตรวจสุขภาพตามกําหนดระยะเวลาและจัดทําบัตรตรวจ
สุขภาพผู้ปฏิบัติงานไว้ตามที่กฎหมายกําหนด - ผู้ปฏิบัติงานซึ่งผู้รับจ้างทํางานประดาน้ําต้องดําเนินการดังนี้
2.1 มีอายุไม่ต่ํากว่า 18 ปีบริบูรณ์
2.2 สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคตามที่กฎหมายกําหนด
2.3 มีความรู้และมีประสบการณ์ในงานประดาน้ําและต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงาน รัฐรับรอง หรือหลักสูตรตามที่กฎหมายกําหนด - ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําปฏิบัติตามตารางมาตรฐานของการดําน้ําและการลด ความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงในทํางานใต้น้ําในครั้งถัดไป ทั้งที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด
- ผู้รับจ้างและหัวหน้านักประดาน้ําต้องสั่งให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําหยุดหรือเลิกการดําน้ําในกรณี
ต่อไปนี้
4.1 เมื่อพี่เลี้ยงนักประดาน้ําและนักประดาน้ําไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ 4.2 เมื่อนักประดาน้ําต้องใช้อากาศสํารองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสํารอง 4.3 เมื่อมีการดําน้ําในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย - สําหรับการทํางานในน้ํา (การปฏิบัติงานที่มีความลึกไม่ถึง 3 เมตร) และการทํางานบนผิวน้ํา (ปฏิบัติงานบน เรือหรือแพ) ขอให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานสําหรับการทํางาน ในน้ําและการทํางานบนผิวน้ํา ทอท. ยังไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 28- เอกสารแนบ 9
5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2556 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
ดําเนินการดังนี้
ๆ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีหรือเจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิครังสีเกี่ยวกับวัสดุ
นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ
หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน
อย่างน้อยหนึ่งคนทําหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางรังสีของสถานที่ทํางานที่มีการใช้รังสี และปฏิบัติหน้าตาม กฎกระทรวง (แรงงาน) กําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 ข้อ 15 - ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับการตรวจสุขภาพ โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกําหนด โดยระยะเวลาตรวจสุขภาพลูกจ้างให้เป็นไปตามข้อ 5.1.15
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติหรือมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตาม กฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจได้ พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีทราบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนด
- ห้ามผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
ท - จัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายและวิธีการป้องกันอันตราย จากรังสี ก่อนเข้ารับหน้าที่และมีการทบทวนความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจําตัวบุคคลและต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน
เกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน - ผู้รับจ้างต้องจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมของพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีที่ได้รับเป็น
ประจําทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกําเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้
ผู้ปฏิบัติงานรับทราบทุกครั้ง
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนดตามกฎหมายว่า ด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ผู้รับจ้างแจ้งปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวพร้อมหาสาเหตุและการป้องกันแก้ไขต่อ
อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูลปริมาณรังสีสะสม - ผู้รับจ้างต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม และจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะอย่างน้อยเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถเข้าใจได้ แสดงให้เห็น ชัดเจนในบริเวณนั้น
- ไม่ให้บุคคลใดซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเข้าไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงาน
บ
ได้รับทราบ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 29- - ไม่ให้บุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อน หรือนําอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมทางรังสี 11. ไม่ให้บุคคลใดนําต้นกําเนิดรังสีที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดําเนินการตาม
มาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ไม่ให้บุคคลใดนําภาชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม
เว้นแต่ได้ดําเนินการตามมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีที่ล้างมือ ที่ล้างหน้า และที่อาบน้ํา เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้ใช้หลังจาก การปฏิบัติงานหรือก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บชุดทํางาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทํางานและเก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าว
- ต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกี่ยวกับรังสี
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทําความสะอาดชุดทํางาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีการปนเปื้อนรังสี 16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้ มีการฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสารหรือหลักฐานการฝึกซ้อมไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยและ ทอท. ตรวจสอบได้
- ข้อกําหนดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบฉบับนี้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน การทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ และมาตรฐานความ ปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)