ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบจัดการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี (ศทก.)
โครงการพัฒนาระบบจัดการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาระบบที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และโปร่งใส สอดคล้องกับแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ระบบใหม่นี้จะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล และเพิ่มความรวดเร็วในการประมวลผล
ขอบเขตของงานครอบคลุมการศึกษาและทบทวนความต้องการของระบบ การวิเคราะห์และออกแบบระบบ การพัฒนาระบบ Front Office และระบบงานสำหรับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่และผู้ดูแลระบบ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบการยืนยันตัวตน การออก e-Donation การติดตามสถานะการช่วยเหลือ และการรายงานผล
ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการฝึกอบรม ถ่ายโอนข้อมูล จัดทำเอกสารคู่มือการใช้งาน และส่งมอบ Source Code ของโปรแกรม โดย สปน. จะเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในระบบงานดังกล่าว โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 270 วัน และมีการแบ่งจ่ายเงินเป็น 3 งวดตามความสำเร็จของงานที่ส่งมอบ
English summary
The project aims to develop an efficient and modern management system for the Disaster Relief Fund under the Prime Minister’s Office, ensuring swift, comprehensive, and transparent assistance to disaster victims. Aligned with Thailand’s Digital Government Development Plan, the new system will streamline workflows, reduce data redundancy, and accelerate processing.
The scope of work includes studying and reviewing system requirements, analyzing and designing the system, developing the Front Office and systems for various agencies, including staff and administrators. It also involves developing an authentication system, e-Donation system, assistance status tracking, and reporting.
The contractor is responsible for providing training, data migration, user manuals, and source code delivery, with the PMO retaining the copyright to the system. The project has a duration of 270 days with payments divided into three installments based on the successful delivery of work.
ทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- พัฒนาระบบจัดการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย
- บริการประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และทันท่วงที
- สร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้
- ลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล
- ลดเวลาในการแสดงผลข้อมูลและประมวลผลรายงานต่างๆ
ขอบเขตของงาน
- จัดทำแผนดำเนินงานโครงการ
- ศึกษาและทบทวนความต้องการของระบบงานและการทำงานของกระบวนงานในปัจจุบัน และส่วนที่เกี่ยวเนื่อง และพัฒนาระบบให้เป็นไปตามความต้องการในปัจจุบัน
- วิเคราะห์และออกแบบระบบงาน พร้อมทั้งจัดทำเอกสารการออกแบบพัฒนาระบบและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- พัฒนาระบบงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องมือในการพัฒนาระบบที่ สปน. กำหนด
- พัฒนา/ปรับปรุงระบบงานต้องผ่านเกณฑ์ความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยของ Web Application อ้างอิง OWASP Top 10 Web Application Security Risks
- พัฒนาระบบเป็น Web Application แบบ Responsive ซึ่งสามารถใช้งานได้ด้วย Web Browser ได้แก่ Google Chrome, Firefox, Microsoft Edge และ Safari บนอุปกรณ์ Smart Phone และ Tablet
- พัฒนา Front Office โดยออกแบบเว็บไซต์ (Website Design) ออกแบบงานกราฟิกในส่วนของผู้ใช้งาน (User Interface) ที่ใช้บนระบบ และ Content Management System (CMS)
- พัฒนาระบบการยืนยันตัวตน (Authentication) โดยสามารถเชื่อมโยงระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID)
- พัฒนาระบบงานสำหรับหน่วยงาน จังหวัด/กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- พัฒนาระบบงานสำหรับเจ้าหน้าที่ สามารถกรอกข้อมูลการรับบริจาค และกระบวนการอื่น ๆ ของระบบ
- พัฒนาระบบงานสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ (Admin)
- พัฒนาระบบการออก e-Donation หรือใบเสร็จ โดยรองรับการเชื่อมโยงกับระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร
- พัฒนาระบบการติดตามสถานะการดำเนินการให้ความช่วยเหลือ (Tracking System)
- พัฒนาระบบเรียกดูข้อมูลและสืบค้นข้อมูล
- พัฒนาระบบการรายงาน
- ถ่ายโอน/นำเข้าข้อมูล
- การฝึกอบรมสำหรับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งาน
- จัดทำเอกสารรายงานผลการทดสอบระบบงาน (User Acceptance Test) เอกสารการติดตั้งระบบ และคู่มือการสํารองระบบและกู้คืนระบบ
- จัดทำคู่มือการใช้งานสำหรับผู้ดูแลระบบ และคู่มือการใช้งานสำหรับผู้ใช้งาน รวมทั้งส่งมอบ Source Code โปรแกรมของระบบ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงานโครงการ
- เอกสารผลการสำรวจความต้องการของผู้ใช้งานระบบ
- รายงานผลการสำรวจและออกแบบแผนภาพการทำงานร่วมกันของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องมือในการพัฒนาระบบ และระบบเครือข่าย
- ผลการวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน (Conceptual Design, Work Flow Diagram, Context Diagram, Data Flow Diagram Level 1, ER-Diagram, Data Dictionary, Prototype)
- รายงานผลการทดสอบการใช้งานของระบบงานตาม OWASP
- รายงานผลการทดสอบระบบงาน (User Acceptance Test)
- เอกสารการติดตั้งระบบ และคู่มือการสํารองระบบและกู้คืนระบบ
- วิดีโอการใช้งานระบบ
- รายงานผลการฝึกอบรม
- รายงานผลการวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน (ฉบับสมบูรณ์)
- Source Code ของระบบงาน (ฉบับสมบูรณ์)
- คู่มือการใช้งานสำหรับผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้งาน
- รายงานผลการถ่ายโอนข้อมูล (ถ้ามี)
ระยะเวลาดำเนินการ
ภายใน 270 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์งานด้านการจำหน่าย หรือการจ้างพัฒนา/ปรับปรุง หรือ การบำรุงรักษาเกี่ยวกับระบบสารสนเทศด้านระบบงาน (Application) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน และสัญญานั้นต้องเป็นสัญญาเดียวมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ผลงานดังกล่าวต้องมีระยะเวลาไม่เกิน 3 ปีนับจากวันที่ครบกำหนดสัญญาจนถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ผลงาน
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนตามเกณฑ์ที่กำหนด
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 29110-4-1 : 2018 (Software Engineering-Lifecycle Profiles) หรือมาตรฐาน CMMI (Capability Maturity Model Integration)
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรายชื่อบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด (Project Manager, System Analyst, Database Specialist, Programmer, Multimedia/UI Designer, Tester)
- Project Manager: ปริญญาโท, ประสบการณ์ 10 ปี ด้าน IT
- System Analyst: ปริญญาตรี, ประสบการณ์ 7 ปี ด้าน IT (2 อัตรา)
- Database Specialist: ปริญญาตรี, ประสบการณ์พัฒนาโปรแกรม 10 ปี (2 อัตรา)
- Programmer: ปริญญาตรี, ประสบการณ์พัฒนาโปรแกรม 7 ปี (5 อัตรา)
- Multimedia/UI Designer: ปริญญาตรี, ประสบการณ์ออกแบบ 6 ปี (2 อัตรา)
- Tester: ปริญญาตรี, ประสบการณ์ 4 ปี (2 อัตรา)
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาคัดเลือกจากเกณฑ์การเสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะการเสนอราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- พัฒนาระบบงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องมือในการพัฒนาระบบที่ สปน. กำหนด
- พัฒนา/ปรับปรุงระบบงานต้องผ่านเกณฑ์ความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยของ Web Application อ้างอิง OWASP Top 10 Web Application Security Risks
- ต้องมีการเข้ารหัส (Encrypt) ข้อมูลตามความเหมาะสม
- พัฒนาระบบเป็น Web Application แบบ Responsive ซึ่งสามารถใช้งานได้ด้วย Web Browser ได้แก่ Google Chrome, Firefox, Microsoft Edge และ Safari บนอุปกรณ์ Smart Phone และ Tablet บนเทคโนโลยีClient Server แบบ 3 tiers หรือเทคโนโลยีอื่นที่เหมาะสม
- มี API เพื่อให้นักพัฒนาสามารถขยายขีดความสามารถของระบบหรือเชื่อมโยงกับโปรแกรมอื่น ๆ ได้(ถ้ามี)
- สามารถเชื่อมโยงระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ( DOPA-Digital ID) ของกรมการปกครองได้
- สามารถเข้าใช้งานระบบได้อย่างปลอดภัย ผ่านวิธีการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Two-Factor Authentication) เช่น การใช้OTP (One-Time Password)
- รองรับการเชื่อมโยงกับระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร
เงื่อนไขสัญญา
- งวดที่ 1: 20% เมื่อส่งมอบแผนการดำเนินงาน, ผลสำรวจความต้องการ, รายงานการออกแบบ (ภายใน 60 วัน)
- งวดที่ 2: 60% เมื่อส่งมอบและติดตั้งระบบ, รายงานผลการทดสอบ OWASP และ UAT, เอกสารการติดตั้งและคู่มือ (ภายใน 240 วัน)
- งวดที่ 3: 20% เมื่อส่งมอบวิดีโอการใช้งาน, รายงานผลการฝึกอบรม, รายงานการวิเคราะห์และออกแบบระบบฉบับสมบูรณ์, Source Code, คู่มือการใช้งาน, รายงานผลการถ่ายโอนข้อมูล (ภายใน 270 วัน)
- ค่าปรับ: 0.1% ของมูลค่างานตามสัญญาต่อวัน
- ระยะเวลารับประกัน: 1 ปี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: ระบบนี้จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้อย่างไร?
คำตอบ: ระบบใหม่จะลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล ลดเวลาในการประมวลผล และสนับสนุนการรายงานผล ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น-
คำถาม: ระบบนี้รองรับการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ หรือไม่?
คำตอบ: ระบบมี API เพื่อให้นักพัฒนาสามารถขยายขีดความสามารถของระบบหรือเชื่อมโยงกับโปรแกรมอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมโยงกับระบบ DOPA-Digital ID และ e-Donation ของกรมสรรพากร -
คำถาม: ผู้ใช้งานทั่วไปจะสามารถเข้าถึงข้อมูลของกองทุนได้อย่างไร?
คำตอบ: ระบบมี Front Office ที่ออกแบบเว็บไซต์และ User Interface ที่ใช้งานง่าย พร้อมฟังก์ชันการเพิ่ม แก้ไข ลบ ปรับเปลี่ยนประกาศบนหน้าเว็บไซต์ และเชื่อมโยงกับข้อมูลกองทุนแบบ Real Time -
คำถาม: ระบบมีความปลอดภัยในการใช้งานมากน้อยแค่ไหน?
คำตอบ: การพัฒนา/ปรับปรุงระบบงานต้องผ่านเกณฑ์ความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยของ Web Application อ้างอิง OWASP Top 10 Web Application Security Risks และมีการเข้ารหัส (Encrypt) ข้อมูลตามความเหมาะสม -
คำถาม: จะมีการฝึกอบรมให้ผู้ใช้งานระบบหรือไม่?
คำตอบ: มีการฝึกอบรมสำหรับผู้ดูแลระบบ (7 คน, 3 ชั่วโมง) และผู้ใช้งาน (30 คน, 6 ชั่วโมง) พร้อมจัดทำวิดีโอการใช้งานระบบ -
คำถาม: ระบบสามารถรายงานข้อมูลอะไรได้บ้าง?
คำตอบ: ระบบสามารถแสดงรายงานตามสิทธิของผู้ใช้งาน มีรายงานการรับบริจาคเงิน เงินคงเหลือ ยอดแจกจ่าย สถานะการแจกจ่าย แยกตามประเภทการให้ความช่วยเหลือ และสามารถจัดทำกราฟในรายงานได้ -
คำถาม: ระบบรองรับการทำงานบนอุปกรณ์ใดบ้าง?
คำตอบ: ระบบเป็น Web Application แบบ Responsive ซึ่งสามารถใช้งานได้ด้วย Web Browser บนอุปกรณ์ Smart Phone และ Tablet -
คำถาม: จะมีการติดตามสถานะการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างไร?
คำตอบ: ระบบมีระบบการติดตามสถานะการดำเนินการให้ความช่วยเหลือ (Tracking System) ที่แสดงสถานะของคำร้องขอความช่วยเหลือเยียวยา และสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานะได้ -
คำถาม: ระบบสามารถแจ้งเตือนผู้ใช้งานได้อย่างไร?
คำตอบ: ระบบสามารถแจ้งเตือนผู้ใช้งานผ่านข้อความ (SMS) หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email) หรือผ่านข้อความแจ้งเตือน (Notification) ของระบบ เมื่อมีการอัปเดตสถานะต่าง ๆ -
คำถาม: หากระบบมีปัญหา จะสามารถติดต่อใครได้?
คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมช่องทางการติดต่อที่แสดงถึงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายเลขโทรศัพท์ หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ติดต่อได้สะดวก เพื่อรับแจ้งเหตุขัดข้อง ในวันและเวลาราชการ ได้ตลอดระยะเวลารับประกัน
-
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการพัฒนาระบบจัดการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี
- ความเป็นมา
คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566-2570 โดยมีวิสัยทัศน์ คือ “บริการภาครัฐสะดวก โปร่งใส ทันสมัย ตอบโจทย์ประชาชน” เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับกองทุน เงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี นำไปสู่การพัฒนาระบบตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลฯ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) ได้มีคำสั่งเห็นชอบให้ดำเนินการศึกษาเพื่อกำหนดกรอบและแนว ทางการดำเนินการ “การพัฒนาระบบจัดการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี” เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการพัฒนากระบวนงานหลัก/สำคัญของ สปน. ให้การดำเนินการเกี่ยวกับ กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี นำไปสู่การพัฒนาตามแผนพัฒนารัฐบาล ดิจิทัลฯ โดยมีระบบที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย สามารถให้บริการประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และทันท่วงที โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดกระบวนการทำงาน ลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล ลดเวลาในการแสดงผลข้อมูลและประมวลผลข้อมูล สามารถสนับสนุนข้อมูลรายงานผลข้อมูลให้แก่ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบจัดการกองทุน เงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าว - วัตถุประสงค์
พัฒนาระบบจัดการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย บริการประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และทันท่วงทีอีกทั้งยังโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล ลดเวลาในการแสดงผลข้อมูลและประมวลผลรายงานต่าง ๆ - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง
3.5 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็น ผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงาน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
(นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด) (นายรพี เถาะสุวรรณ) (นางสาวสุภัทรา อินทมาน) (นางสาวจันธิรา กิติบุตร) (นายณัฐพงษ์ เลี้ยงประยูร) (นายธนิน ธนูธรรมเจริญ)
2
3.8 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้กับ สปน. ณ วันประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม 3.9 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.11 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล ให้พิจารณาดังนี้
3.11.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดง ค่าเป็นบวก
3.11.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยัง ไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจด ทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
(2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
(3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
(4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท
(5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท
(6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
(7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท
(8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
(9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
3.12 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้งและหากเป็น ผู้ชนะในการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอหรือวันลงนามในสัญญา ไม่เกิน 90 วัน
(นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด) (นายรพี เถาะสุวรรณ) (นางสาวสุภัทรา อินทมาน) (นางสาวจันธิรา กิติบุตร) (นายณัฐพงษ์ เลี้ยงประยูร) (นายธนิน ธนูธรรมเจริญ)
3
3.13 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ 3.11.1 ข้อ 3.11.2 และข้อ 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ของประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจ จากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ จากธนาคารไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ สำหรับธนาคารภายในประเทศหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่กำหนด 3.14 กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ตามข้อ 3.11.2 ข้อ 3.12 และข้อ 3.13 มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันเสนอราคา
3.15 กรณีตามข้อ 3.11 – ข้อ 3.13 ใช้บังคับกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง ตามหมวด 6 งานจ้างที่ปรึกษา ตามหมวด 7 และงานจ้างออกแบบหรือ ควบคุมงานก่อสร้างตามหมวด 8 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ (5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
3.16 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์งานด้านการจำหน่าย หรือการจ้างพัฒนา/ปรับปรุง หรือ การบำรุงรักษาเกี่ยวกับระบบสารสนเทศด้านระบบงาน (Application) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน และสัญญานั้นต้องเป็นสัญญาเดียวมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ผลงานดังกล่าวต้องมีระยะเวลาไม่เกิน 3 ปีนับจากวันที่ครบกำหนด สัญญาจนถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ผลงาน โดยผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงาน ในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงาน และตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นหนังสือรับรองผลงาน และสำเนาสัญญาในวันที่ยื่น ข้อเสนอ ทั้งนี้ สปน. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงได้โดยตรง
(นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด) (นายรพี เถาะสุวรรณ) (นางสาวสุภัทรา อินทมาน) (นางสาวจันธิรา กิติบุตร) (นายณัฐพงษ์ เลี้ยงประยูร) (นายธนิน ธนูธรรมเจริญ)
4 - ข้อกำหนดทั่วไป
4.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรายชื่อบุคลากรที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบโครงการในตำแหน่งหน้าที่ รับผิดชอบและคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
4.1.1 Project Manager จำนวน 1 อัตรา สำเร็จการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาโท ด้านบริหารจัดการ หรือสาขาวิชาทางคอมพิวเตอร์ หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ในการทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศไม่น้อยกว่า 10 ปี
4.1.2 System Analyst จำนวน 2 อัตรา สำเร็จการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรี สาขาวิชาทางคอมพิวเตอร์ หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ ในการทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศไม่น้อยกว่า 7 ปี
4.1.3 Database Specialist จำนวน 2 อัตรา สำเร็จการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรี สาขาวิชาทางคอมพิวเตอร์ หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์พัฒนา โปรแกรมไม่น้อยกว่า 10 ปี
4.1.4 Programmer จำนวน 5 อัตรา สำเร็จการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรี สาขาวิชาทาง คอมพิวเตอร์ หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์พัฒนาโปรแกรม ไม่น้อยกว่า 7 ปี
4.1.5 Multimedia/UI Designer จำนวน 2 อัตรา สำเร็จการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรี มีประสบการณ์ในการทำงานด้านออกแบบศิลป์ด้านคอมพิวเตอร์ไม่น้อยกว่า 6 ปี
4.1.6 Tester จำนวน 2 อัตรา สำเร็จการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรี ประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า 4 ปี
4.1.7 บุคลากรด้านอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ถ้ามีให้เสนอเพิ่มเติม
4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอแผนการบำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขระบบจัดการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีและอุปกรณ์ที่ติดตั้ง (ถ้ามี) โดยแยกเป็นรายปีตั้งแต่ปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 ทั้งนี้ไม่นับปีที่มีการรับประกันผลงาน เพื่อประกอบการพิจารณา และไม่ถือเป็นข้อผูกมัดที่ สปน. จะต้องจ้างผู้ ยื่นข้อเสนอในการบำรุงรักษา แต่หาก สปน. มีความประสงค์ที่จะจ้างผู้ยื่นข้อเสนอบำรุงรักษา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยินยอมคิดค่าใช้จ่ายไม่เกินกว่าราคาที่กำหนดไว้ในแผนการบำรุงรักษาที่เสนอ
4.3 รายละเอียดที่ผู้ยื่นข้อเสนอเสนอมานั้น หากมีปัญหาในกรณีตีความของข้อความใด ให้ถือคำ วินิจฉัยของ สปน. เป็นที่ยุติ
4.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยินยอมมอบข้อเสนอ และเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาที่ได้ยื่นมา ให้เป็นสมบัติของ สปน. โดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทนทั้งสิ้น พร้อมทั้งยินยอมให้สปน. นำไปใช้ประโยชน์ตามที่ เห็นสมควร
4.5 การตรวจรับงาน การติดตั้งและส่งมอบระบบจัดการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีตามสัญญาจะถือว่า เสร็จสมบูรณ์เมื่อคณะกรรมการตรวจรับได้มีการตรวจรับงาน ตามสัญญาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
4.6 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารแสดงข้อเสนอเปรียบเทียบกับรายละเอียดคุณลักษณะตาม TOR โดยแสดงการตอบรับหรือข้อเสนอทางด้านเทคนิคเป็นรายข้อให้ครบทุกข้อ
4.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 29110-4-1 : 2018 (Software Engineering-Lifecycle Profiles) หรือมาตรฐาน CMMI (Capability Maturity Model Integration) โดยให้ นำหนังสือรับรอง (Certificate) ยื่นมาพร้อมกับการยื่นเสนอราคาและใบรับรองดังกล่าวต้องไม่หมดอายุ ณ วันที่ยื่นเสนอราคา
(นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด) (นายรพี เถาะสุวรรณ) (นางสาวสุภัทรา อินทมาน) (นางสาวจันธิรา กิติบุตร) (นายณัฐพงษ์ เลี้ยงประยูร) (นายธนิน ธนูธรรมเจริญ)
5 - ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง
5.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนดำเนินงานโครงการส่งให้สปน. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 5.2 ศึกษาและทบทวนความต้องการของระบบงานและการทำงานของกระบวนงานในปัจจุบัน และส่วนที่เกี่ยวเนื่อง และพัฒนาระบบให้เป็นไปตามความต้องการในปัจจุบัน
5.2.1 ขอบเขตการทำงานของระบบงานในปัจจุบัน เป็นเพียงความต้องการเบื้องต้น ผู้รับจ้างจะต้องศึกษาระบบงานตามโครงการทั้งหมด รวมทั้งสำรวจความต้องการของผู้ใช้ แล้วออกแบบ ระบบงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ สปน.
ในกรณีที่ สปน. มีความต้องการระบบงานเพิ่มเติม หรือมีการเปลี่ยนแปลงภารกิจหรือ กระบวนการประมวลผลข้อมูลของระบบงานใดภายหลังที่ได้รับมอบผลการศึกษาออกแบบระบบงาน ในภาพรวมและ Prototype แล้ว และผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบระบบงาน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการออกแบบ เพิ่มเติม หรือปรับปรุงผลการศึกษาออกแบบระบบงาน และ Prototype ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ อีก ทั้งนี้ ในการแจ้งให้ผู้รับจ้างดำเนินการข้างต้น สปน. จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
สำหรับระยะเวลาที่ผู้รับจ้างจะต้องใช้ไปในการดำเนินการออกแบบเพิ่มเติม หรือปรับปรุง ผลการศึกษาออกแบบระบบงาน และ Prototype ตามวรรคสอง สปน. จะได้นำระยะเวลาที่ผู้รับจ้างต้อง ใช้ไปดังกล่าวมาพิจารณาเพิ่มเติมให้ตามความเหมาะสมต่อไป
5.2.2 เสนอผลการสำรวจความต้องการของผู้ใช้งานระบบให้สปน. ก่อนพัฒนาระบบ 5.3 วิเคราะห์และออกแบบระบบงาน พร้อมทั้งจัดทำเอกสารการออกแบบพัฒนาระบบและเอกสาร ที่เกี่ยวข้อง เพื่ออธิบายการทำงานของระบบอย่างน้อย ดังนี้
5.3.1 ออกแบบหลักการสำคัญ (Conceptual Design) หรือ System Architecture 5.3.2 Work Flow Diagram
5.3.3 Context Diagram
5.3.4 Data Flow Diagram (DFD) Level 1 เป็นอย่างน้อย
5.3.5 ER-Diagram หรือ Database Design
5.3.6 Data Dictionary
5.3.7 Prototype
5.4 พัฒนาระบบงาน
5.4.1 การพัฒนาระบบงานสารสนเทศในโครงการนี้ ผู้รับจ้างต้องทำการพัฒนาระบบงาน บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องมือในการพัฒนาระบบที่ สปน. กำหนด โดยผู้รับจ้างจะต้องทำการสำรวจเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องมือในการพัฒนาระบบ และระบบเครือข่ายของ สปน. แล้วออกแบบแผนภาพการทำงานร่วมกันของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องมือในการพัฒนาระบบ และระบบเครือข่ายของ สปน. ที่เกี่ยวข้อง และหากผู้รับจ้าง ได้มีการนำเสนออุปกรณ์หรือเครื่องมือในการพัฒนาระบบใดเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากที่ สปน. กำหนด ผู้รับจ้าง ต้องจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือในการพัฒนาระบบดังกล่าวมาติดตั้งเพิ่มเติมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ
5.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบซอฟต์แวร์อื่น ๆ (ถ้ามี) ที่นำมาใช้ในการพัฒนาระบบ โดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ว่าจ้างไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ และต้องบริหารจัดการซอฟต์แวร์อื่น ๆ ที่นำมาใช้ในการพัฒนาระบบดังกล่าวให้สามารถใช้งานร่วมกับระบบสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นใหม่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
(นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด) (นายรพี เถาะสุวรรณ) (นางสาวสุภัทรา อินทมาน) (นางสาวจันธิรา กิติบุตร) (นายณัฐพงษ์ เลี้ยงประยูร) (นายธนิน ธนูธรรมเจริญ)
6
5.4.3 การพัฒนา/ปรับปรุงระบบงานต้องผ่านเกณฑ์ความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยของ Web Application อ้างอิง OWASP Top 10 Web Application Security Risks
5.4.4 ต้องมีการเข้ารหัส (Encrypt) ข้อมูลตามความเหมาะสม
5.4.5 ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่ในเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือนและ ระบบปฏิบัติการที่ สปน. จัดเตรียมไว้สำหรับโครงการนี้หรือผู้รับจ้างจัดหาระบบปฏิบัติการมาเอง โดยผู้ว่าจ้าง ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ และต้องบริหารจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือนและระบบปฏิบัติการ ดังกล่าวให้สามารถใช้งานร่วมกับระบบสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5.4.6 ผู้รับจ้างจะต้องพัฒนาระบบโดยใช้ระบบฐานข้อมูลที่ สปน. จัดเตรียมไว้สำหรับโครงการนี้ หรือผู้รับจ้างจัดหามาเอง โดยผู้ว่าจ้างไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ และต้องบริหารจัดการระบบฐานข้อมูล ดังกล่าวให้สามารถใช้งานร่วมกับระบบสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5.4.7 ผู้รับจ้างจะต้องพัฒนาระบบเป็น Web Application แบบ Responsive ซึ่งสามารถ ใช้งานได้ด้วย Web Browser ได้แก่ Google Chrome, Firefox, Microsoft Edge และ Safari บนอุปกรณ์ Smart Phone และ Tablet บนเทคโนโลยีClient Server แบบ 3 tiers หรือเทคโนโลยีอื่นที่เหมาะสม
5.4.8 มีAPI เพื่อให้นักพัฒนาสามารถขยายขีดความสามารถของระบบหรือเชื่อมโยงกับ โปรแกรมอื่น ๆ ได้(ถ้ามี)
5.4.9 การออกแบบระบบงานต้องมีมาตรฐานใกล้เคียงกัน เช่น มาตรฐานการกำหนดรหัส ของข้อมูล (การตั้งชื่อ Table ชื่อ Field ในฐานข้อมูล) รูปแบบหน้าจอ (การจัดวางองค์ประกอบของหน้าจอ ควรเป็นไปในแนวทางเดียวกันทุกหน้าจอ ยกเว้นหน้าจอที่มีความต้องการเฉพาะ) มาตรฐานการเขียนโปรแกรม (Function, Procedure หรือ Subroutine จะต้องมีComment สรุปการทำงานกำกับ)
5.4.10 สามารถบริหารจัดการข้อมูลการตั้งค่าต่าง ๆ ของระบบ (การจัดการของ Super Admin) 5.4.11 สามารถสร้างกลุ่มของผู้ใช้งานได้
5.4.12 สามารถเลือกเมนูของแต่ละระบบ เพื่อกำหนดสิทธิการใช้งานให้กับกลุ่มผู้ใช้งานตามที่ กำหนด โดยสามารถกำหนดสิทธิการใช้งานแต่ละเมนู เช่น เพิ่ม หรือลบ หรือแก้ไข หรืออ่าน หรืออนุมัติ เป็นต้น 5.5 พัฒนา Front Office
5.5.1 ออกแบบเว็บไซต์ (Website Design) ออกแบบงานกราฟิกในส่วนของผู้ใช้งาน (User Interface) ที่ใช้บนระบบ และ Content Management System (CMS) โดยคำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ ครบถ้วนตามขอบเขตงาน และสอดคล้องกับเทคโนโลยี
5.5.2 ฟงักช์ ันการเพิ่ม แก้ไข ลบ ปรับเปลี่ยนประกาศบนหน้าเว็บไซต์ได้
5.5.3 เชื่อมโยงกับข้อมูลกองทุนแบบ Real Time
5.5.4 มรีะบบตอบกลับอัตโนมัติหรือระบบ Chat bot เพื่อให้บริการระบบตอบกลับการสนทนา แบบตัวอักษรอัตโนมัติ
5.6 พัฒนาระบบการยืนยันตัวตน (Authentication)
5.6.1 สามารถเชื่อมโยงระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ( DOPA-Digital ID) ของกรมการปกครองได้
5.6.2 สามารถเข้าใช้งานระบบได้อย่างปลอดภัย ผ่านวิธีการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Two-Factor Authentication) เช่น การใช้OTP (One-Time Password) ผ่านข้อความ (SMS) ของ หมายเลขโทรศัพท์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email) ที่มีการลงทะเบียนไว้เป็นต้น
(นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด) (นายรพี เถาะสุวรรณ) (นางสาวสุภัทรา อินทมาน) (นางสาวจันธิรา กิติบุตร) (นายณัฐพงษ์ เลี้ยงประยูร) (นายธนิน ธนูธรรมเจริญ)
7
5.6.3 หากผู้ใช้งานทำการเข้าสู่ระบบ (Login) แล้วใส่ชื่อผู้ใช้ หรือ รหัสผ่าน ผิดหลายครั้ง เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ ระบบจะต้องแจ้งผู้ใช้ทราบได้ โดยผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดจำนวนครั้งได้ 5.6.4 กรณีที่ทำการเข้าสู่ระบบไว้นานเกินเวลาที่กำหนด โดยไม่มีการกระทำใด ๆ ให้ระบบทำการ ออกจากระบบโดยอัตโนมัติ โดยผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดระยะเวลาได้
5.7 พัฒนาระบบงานสำหรับหน่วยงาน
5.7.1 ระบบกรอกข้อมูลคำร้องขอความช่วยเหลือเยียวยา โดยออกแบบช่องทางให้จังหวัด/ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มได้ 5.7.2 มีหน้าจอสำหรับการบันทึกปัญหาหรือข้อเสนอแนะจากการใช้งาน (Log Issue) 5.8 พัฒนาระบบงานสำหรับเจ้าหน้าที่
5.8.1 สามารถกรอกข้อมูลการรับบริจาค และกระบวนการอื่น ๆ ของระบบ เช่น การพัฒนา เพื่อใช้งาน e-Payment ธนาคารกรุงไทย การออกใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น
5.8.2 แสดงความเคลื่อนไหวรายการรับ รายการจ่าย ทั้งกรณีเงินสดและสิ่งของของกองทุน และกิจกรรมต่าง ๆ
5.8.3 สามารถปรับเปลี่ยนแบบฟอร์มได้
5.8.4 สามารถบริหารจัดการข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในระบบ
5.8.5 สามารถแก้ไข ปรับปรุง เพิ่ม หน่วยงานของรัฐ
5.8.6 ระบบบันทึกการจัดสรรการบริจาคสิ่งของ
5.8.7 ระบบสามารถตรวจสอบความซ้ำซ้อนการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย โดยใช้ ข้อมูลหรือค้นหาข้อมูลที่มีรายการซ้ำซ้อน โดยเจ้าหน้าที่สามารถเลือกเกณฑ์ในการสืบค้น (Filter) ได้ 5.8.8 สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบใบเสร็จได้
5.9 ระบบงานสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ (Admin)
5.9.1 เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบสามารถเพิ่มผู้ใช้งาน (User) และกำหนดรหัสผ่าน (Password) ในระบบได้
5.9.2 สามารถกำหนดให้ผู้ใช้งานต้องดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ทันทีเมื่อเข้าสู่ระบบครั้งแรก 5.9.3 สามารถกำหนดรูปแบบของรหัสผ่านได้
5.9.4 สามารถกำหนดวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของผู้ใช้งานได้
5.9.5 เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบสามารถรีเซ็ตรหัสผ่านได้กรณีผู้ใช้งานลืมรหัสผ่าน
5.10 พัฒนาระบบการออก e-Donation หรือใบเสร็จ
5.10.1 รองรับการเชื่อมโยงกับระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร
5.10.2 สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้บริจาค เพื่อยืนยันความถูกต้องและป้องกันการออกใบเสร็จซ้ำ 5.10.3 สามารถพิมพ์ข้อมูลเพื่อส่งใบเสร็จ หรือพิมพ์ใบเสร็จได้ ตามรูปแบบที่หน่วยงานกำหนด 5.11 พัฒนาระบบการติดตามสถานะการดำเนินการให้ความช่วยเหลือ (Tracking System) 5.11.1 แสดงสถานะของคำร้องขอความช่วยเหลือเยียวยา
5.11.2 สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานะและตั้งค่าสถานะเริ่มต้นได้(Default Status) 5.12 พัฒนาระบบการแจ้งเตือนผู้ใช้งานโดยสามารถแจ้งเตือนผ่านรูปแบบที่ตั้งค่าได้ เช่น ข้อความ (SMS) ของหมายเลขโทรศัพท์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email) ที่มีการลงทะเบียนไว้ หรือผ่านข้อความ แจ้งเตือน (Notification) ของระบบ เมื่อมีการอัปเดตสถานะต่าง ๆ เช่น ข้อมูลครบถ้วน ข้อมูลไม่ครบถ้วน การจัดส่งใบเสร็จสำเร็จ เป็นต้น
(นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด) (นายรพี เถาะสุวรรณ) (นางสาวสุภัทรา อินทมาน) (นางสาวจันธิรา กิติบุตร) (นายณัฐพงษ์ เลี้ยงประยูร) (นายธนิน ธนูธรรมเจริญ)
8
5.13 พัฒนาระบบเรียกดูข้อมูลและสืบค้นข้อมูล
5.13.1 สามารถค้นหาข้อมูลได้และมีระบบช่วยในการค้นหาข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนด 5.13.2 สามารถแสดงข้อมูลพิกัด GPS ของผู้ประสบภัย และรายละเอียดจากชุดข้อมูลหรือ จากแหล่งข้อมูลที่กำหนด
5.14 พัฒนาระบบการรายงาน
5.14.1 สามารถแสดงรายงานตามสิทธิของผู้ใช้งานต่าง ๆ ได้
5.14.2 มีการนําเสนอผลการวิเคราะห์ให้ผู้บริหารได้
5.14.3 มีรายงานการรับบริจาคเงิน เงินคงเหลือ ยอดแจกจ่าย สถานะการแจกจ่าย แยกตาม ประเภทการให้ความช่วยเหลือ
5.14.4 สามารถจัดทำกราฟในรายงานได้ พร้อมทั้งมีรูปแบบของกราฟให้เลือกหลายแบบ 5.14.5 มี Web-based Report ที่ใช้จัดการและควบคุมรายงานได้
5.14.6 มีการพัฒนาหรือมีเครื่องมือทำ Report Wizard ช่วยแนะนําผู้ใช้ในการสร้างรายงาน ซึ่งต้องติดตั้งหรือใช้ภายในหน่วยงาน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
5.14.7 มีการพัฒนาหรือมีเครื่องมือทำ Report Builder ช่วยผู้ใช้ในการสร้างรายงาน ซึ่งต้อง ติดตั้งหรือใช้ภายในหน่วยงาน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
5.14.8 โครงของรายงาน (Layout) มีให้เลือกได้ทั้งแบบตาราง (Tabular) เมทริกซ์ (Matrix) แผนภูมิ (Chart) และรายการ (List) เป็นอย่างน้อย
5.14.9 สามารถจัดทำรายงาน โดยแสดงบน Web Browser และส่งออกเป็นไฟล์ เช่น docx, xlsx, pdf, csv เป็นต้น
5.14.10 สามารถจัดทำรายงาน Log การใช้งานในแต่ละเมนู/ฟิลด์เช่น ประวัติการเข้า-ออกจาก ระบบ (Login and Logout) ประวัติการเพิ่ม ลบ แก้ไข เรียกดูข้อมูล เป็นต้น
5.14.11 สามารถจัดทำรายงาน Log Issue
5.14.12 สามารถจัดทำรายงาน Log API เช่น ประวัติการเรียกใช้ API (ถ้ามี)
5.15 ถ่ายโอน/นำเข้าข้อมูล เช่น จากระบบงาน หรือเอกสาร หรือไฟล์เป็นต้น (ถ้ามี) 5.16 การฝึกอบรม
5.16.1 ก่อนการฝึกอบรมผู้รับจ้างต้องเสนอแผนและรายละเอียดการฝึกอบรมแต่ละหลักสูตร มาให้ครบถ้วน เช่น เนื้อหาหลักสูตร ช่วงเวลาในการอบรม และจำนวนผู้เข้ารับการอบรม เป็นต้น 5.16.2 กรณี สปน. ไม่มีสถานที่เพียงพอในการฝึกอบรม ผู้รับจ้างต้องจัดหาสถานที่ฝึกอบรม 5.16.3 กรณี สปน. มีอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ฝึกอบรม
5.16.4 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบการฝึกอบรม
5.16.5 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอาหารว่าง และอาหารกลางวัน
5.16.6 ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรม โดยมีหลักสูตร ดังนี้
ลำดับ
หลักสูตร
จำนวนผู้เข้าอบรม
ไม่น้อยกว่า (คน)
จำนวน
(ชั่วโมง)
1
หลักสูตรสำหรับผู้ดูแลระบบ
7
3
2
หลักสูตรสำหรับผู้ใช้งาน
30
6
(นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด) (นายรพี เถาะสุวรรณ) (นางสาวสุภัทรา อินทมาน) (นางสาวจันธิรา กิติบุตร) (นายณัฐพงษ์ เลี้ยงประยูร) (นายธนิน ธนูธรรมเจริญ)
9
5.16.7 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำวิดีโอการใช้งานระบบ
5.16.8 ในระหว่างการฝึกอบรม หาก สปน. พิจารณาเห็นว่า ผู้บรรยายไม่มีความรู้ความสามารถ เพียงพอ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาผู้บรรยายให้ใหม่และทำการอบรมในหลักสูตรนั้นใหม่ รวมทั้งหากเนื้อหา ในหลักสูตรใดไม่ครบถ้วน ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมเพิ่มเติมให้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ 5.16.9 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งหลักฐานบัญชีรายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม
5.17 ต้องจัดทำเอกสารรายงานผลการทดสอบระบบงาน (User Acceptance Test) เอกสารการติดตั้ง ระบบ และคู่มือการสํารองระบบและกู้คืนระบบ
5.18 ต้องจัดทำคู่มือการใช้งานสำหรับผู้ดูแลระบบ และคู่มือการใช้งานสำหรับผู้ใช้งาน รวมทั้งส่งมอบ Source Code โปรแกรมของระบบ โดย สปน. เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในระบบงานดังกล่าว
6. กำหนดเวลาส่งมอบงาน
ภายใน 270 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
7. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการเสนอราคาครั้งนี้ พิจารณาคัดเลือกจากเกณฑ์การเสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะการเสนอราคา
8. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
ภายในวงเงิน 4,000,000 บาท (สี่ล้านบาทถ้วน)
9. งวดงานและการจ่ายเงิน
9.1 งวดที่ 1 ระยะเวลา ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ชำระเงินร้อยละ 20 ของวงเงิน ตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนแล้ว โดยมี รายการ ดังนี้
9.1.1 ส่งมอบแผนการดําเนินงานโครงการ
9.1.2 ส่งมอบเอกสารผลการสำรวจความต้องการของผู้ใช้งานระบบ
9.1.3 ส่งมอบรายงานผลการสำรวจและออกแบบแผนภาพการทำงานร่วมกันของเครื่องคอมพิวเตอร์ แม่ข่าย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องมือในการพัฒนาระบบ และระบบเครือข่าย
9.1.4 ส่งมอบผลการวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้ 9.1.4.1 ออกแบบหลักการสำคัญ (Conceptual Design) หรือ System Architecture 9.1.4.2 Work Flow Diagram
9.1.4.3 Context Diagram
9.1.4.4 Data Flow Diagram Level 1 เป็นอย่างน้อย
9.1.4.5 ER-Diagram หรือ Database Design
9.1.4.6 Data Dictionary
9.1.4.7 Prototype
(นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด) (นายรพี เถาะสุวรรณ) (นางสาวสุภัทรา อินทมาน) (นางสาวจันธิรา กิติบุตร) (นายณัฐพงษ์ เลี้ยงประยูร) (นายธนิน ธนูธรรมเจริญ)
10
9.2 งวดที่ 2 ระยะเวลา ภายใน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ชำระเงินร้อยละ 60 ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงาน พร้อมทั้งติดตั้งระบบ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนแล้ว โดยมีรายการ ดังนี้
9.2.1 ส่งมอบรายงานผลการทดสอบการใช้งานของระบบงานตาม OWASP
9.2.2 ส่งมอบรายงานผลการทดสอบระบบงาน (User Acceptance Test)
9.2.3 ส่งมอบเอกสารการติดตั้งระบบ และคู่มือการสํารองระบบและกู้คืนระบบ
9.3 งวดที่ 3 ระยะเวลา ภายใน 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ชำระเงินร้อยละ 20 ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนแล้ว โดยมีรายการ ดังนี้
9.3.1 ส่งมอบวิดีโอการใช้งานระบบ
9.3.2 ส่งมอบรายงานผลการฝึกอบรม
9.3.3 ส่งมอบรายงานผลการวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน (ฉบับสมบูรณ์)
9.3.4 ส่งมอบ Source Code ของระบบงาน (ฉบับสมบูรณ์)
9.3.5 ส่งมอบคู่มือการใช้งานสำหรับผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้งาน
9.3.6 ส่งมอบรายงานผลการถ่ายโอนข้อมูล (ถ้ามี)
การส่งมอบงานในแต่ละงวดให้จัดส่งเอกสารแบบรูปเล่ม จำนวน 3 ชุด และรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถเปิดอ่านและแก้ไขได้บันทึกลงในสื่อบันทึกข้อมูล (Flash Drive) จำนวน 3 ชุด
10. อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง เป็นรายวัน โดยคิดค่าปรับเป็นจำนวนเงินตายตัว ในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่างานตามสัญญา นับถัดจาก วันครบกำหนดตามสัญญา จนกว่าจะดำเนินการได้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญา
11. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
11.1 ผู้รับจ้างต้องรับประกันผลงาน เป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับ งานงวดสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
11.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมช่องทางการติดต่อที่แสดงถึงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายเลขโทรศัพท์ หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ติดต่อได้สะดวก เพื่อรับแจ้งเหตุขัดข้อง ในวันและเวลาราชการ ได้ตลอด ระยะเวลารับประกัน
12. ข้อสงวนสิทธิ์
12.1 กรณีผู้รับจ้างกระทำผิดสัญญา หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง หรือเหตุอื่นใดที่เป็นสาเหตุ หรือจะทำ ให้เกิดความเสียหายต่อราชการ สปน. ขอสงวนสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาได้ทันที โดยไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น
12.2 ในกรณีที่ สปน. มีความจำเป็น ไม่อาจทำสัญญา หรือมีเหตุจำเป็นอื่น ๆ ที่เป็นอุปสรรค ซึ่งทำให้ ไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ก็ให้ถือเป็นอันยกเลิกกันไป ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีสิทธิ์โต้แย้งและเรียกร้อง ค่าเสียหายใด ๆ และ สปน. ขอสงวนสิทธิ์จะไม่ชี้แจงเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น
(นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด) (นายรพี เถาะสุวรรณ) (นางสาวสุภัทรา อินทมาน) (นางสาวจันธิรา กิติบุตร) (นายณัฐพงษ์ เลี้ยงประยูร) (นายธนิน ธนูธรรมเจริญ)
11
12.3 สปน. ขอสงวนสิทธิ์มิให้ผู้รับจ้างนำเอกสารต้นฉบับ หรือสำเนาที่เป็นข้อมูลทางราชการทั้งหมด หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจาก สปน. นำไปใช้ หรือเผยแพร่ต่อบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด 12.4 เนื่องจากโครงการนี้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด โดยมี สปน. เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมทั้ง นโยบาย และมาตรการต่าง ๆ ที่ สปน. กำหนด เช่น คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ของกิจกรรมหรือบริการของ สปน. ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น โดยผู้รับจ้างจะต้องลงนามใน “ข้อตกลงการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement)” ตามที่ สปน. กำหนด เมื่อผู้รับจ้างได้ลงนาม ในสัญญาเรียบร้อยแล้ว
12.5 การรักษาความลับ
12.5.1 ผู้รับจ้างต้องตกลงจะไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับงาน (System Specification) และ จะเก็บรักษาข้อมูล และ/หรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ไว้เป็นความลับ เว้นแต่เป็นการเปิดเผย เพื่อประโยชน์หรือความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญา หรือเป็นกรณีจำเป็นต้องเปิดเผยตามกฎหมาย หรือคำสั่งศาล หรือได้รับความยินยอมจาก สปน. เป็นลายลักษณ์อักษรหรือเป็นข้อมูล และ/หรือเอกสารที่ได้
เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว
12.5.2 ผู้รับจ้างต้องตกลงว่า บรรดาข้อมูล เอกสาร และความลับทางธุรกิจของ สปน. ทั้งปวง ที่ติดต่อสื่อสารมาจาก สปน. ไม่ว่าลักษณะใด ๆ ที่เกี่ยวพันกับโครงการนี้ ไม่ว่าก่อนหรือหลังจากวันที่ลงนาม ในสัญญาฯ ถือว่า เป็นข้อมูลความลับของ สปน. ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค์ตามสัญญาฯ ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมดูแลพนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทน และ/หรือ บุคลากรของผู้รับจ้าง ไม่ให้เปิดเผยข้อมูลความลับของ สปน. ให้แก่บุคคลที่สาม โดยปราศจากความยินยอม ล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจาก สปน.
12.5.3 ผู้รับจ้างเข้าใจและยอมรับว่า ข้อมูลหรือเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ตามสัญญาฉบับนี้เป็นทรัพย์สินของ สปน. ผู้รับจ้างจะใช้ข้อมูลและหรือเอกสารดังกล่าว ในการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสัญญาฯ นี้เท่านั้น และจะต้องเก็บรักษาข้อมูล และ/หรือเอกสารดังกล่าวไว้ เป็นความลับ โดยจะเปิดเผยต่อบุคคลอื่นไม่ได้เป็นอันขาด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจาก สปน. เป็นลายลักษณ์อักษรและตกลงจะควบคุมดูแลให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือตัวแทนของผู้รับจ้าง ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับผู้รับจ้างด้วย ในกรณีที่สัญญานี้สิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ผู้รับจ้างต้องตกลงส่งมอบ บรรดาข้อมูลและเอกสารดังกล่าวคืนให้แก่ สปน. ทันที
12.5.4 ผู้รับจ้างตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลใด ๆ ที่ได้รับมา เนื่องจากการปฏิบัติงานตามสัญญาฯ ไว้เป็นความลับตลอดไป แม้ว่าสัญญาฯ จะสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม
13. หน่วยงานรับผิดชอบ
สถานที่ติดต่อ : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ชั้น 2 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต
กรุงเทพมหานคร 10300
ชื่อผู้ติดต่อ : นายธนิน ธนูธรรมเจริญ
โทรศัพท์ : 0 2283 4385
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ : [email protected]
(นางสาวยุพาภรณ์ บุญรอด) (นายรพี เถาะสุวรรณ) (นางสาวสุภัทรา อินทมาน) (นางสาวจันธิรา กิติบุตร) (นายณัฐพงษ์ เลี้ยงประยูร) (นายธนิน ธนูธรรมเจริญ)