ประกวดราคาจ้างปรับปรุงสายใยแก้วนำแสงทางด่วนเฉลิมมหานคร
โครงการนี้เป็นการปรับปรุงสายใยแก้วนําแสง (Fiber Optic) บนทางด่วนเฉลิมมหานคร ช่วงทางลาดบ่อนไก่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดการสูญเสียสัญญาณ (Loss) และลดความเสียหายจากอุบัติเหตุ เพื่อให้ระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติ (ETC), ระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบเงินสด (MTC) และระบบควบคุมการจราจร (Traffic) สามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ
ขอบเขตงานประกอบด้วย:
- การติดตั้งสายใยแก้วนําแสงขนาด 120 Core และ 6 Core ในบริเวณต่างๆ
- การติดตั้งเสาสำหรับติดตั้งสายใยแก้วนําแสง
- การรื้อถอนสายใยแก้วนําแสงและท่อร้อยสายเดิม
- การติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น ODF, Clouser, Metal-box และ Wall enclosures
- การเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสง, การเข้าหัวต่อ, และการติดตั้งแผงพักสายเคเบิ้ล
- การทดสอบสายใยแก้วนําแสงด้วยเครื่องมือ OTDR พร้อมจัดทําเป็นรายงาน
- การจัดหาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน (จป) และอุปกรณ์ความปลอดภัย
- การจัดทําแผนการดําเนินงาน
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันการใช้งานของสาย Fiber Optic เป็นระยะเวลา 2 ปี และต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทํางาน
English summary
This project involves the renovation of fiber optic cables on the Chalerm Mahanakhon Expressway, specifically at the Bon Kai ramp. The main objectives are to reduce signal loss and damage from accidents, ensuring the efficient and stable operation of the Express Toll Collection (ETC), Manual Toll Collection (MTC), and Traffic Control systems.
The scope of work includes:
- Installation of 120 Core and 6 Core fiber optic cables in various locations.
- Installation of poles for supporting fiber optic cables.
- Removal of existing fiber optic cables and conduits.
- Installation of additional equipment such as ODF, Closures, Metal-boxes, and Wall enclosures.
- Fiber optic cable splicing, connectorization, and installation of fiber optic patch panels.
- Testing of fiber optic cables using OTDR equipment and report preparation.
- Provision of a safety officer (Jor Por) and safety equipment.
- Development of a work plan.
The contractor must guarantee the functionality of the fiber optic cables for a period of 2 years and comply with safety and occupational health standards during the work.
ช่วงทางลาดบ่อนไก่ ทางด่วนเฉลิมมหานคร
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ลดค่า Loss ต่าง ๆ ของสายสัญญาณ
- ลดการชํารุดเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการเฉี่ยวชน
- รื้อย้ายท่อที่ชํารุดออกจากพื้นที่
- เพื่อให้ระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบอัตโนมัติ (ETC) ระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบเงินสด (MTC) และระบบควบคุมการจราจร (Traffic) ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ
ขอบเขตของงาน
- ติดตั้งสาย Fiber Optic ทุกระบบที่เดินผ่านแนวลาดบ่อนไก่
- สายใยแก้วนําแสงขนาด 120 Core (เส้นที่ ๑) ของระบบเครือข่าย จํานวน ๑ เส้น ติดตั้งที่อาคารด่านพระรามที่ ๔-๒ จนถึงอาคารด่านสุขุมวิท พร้อมติดตั้ง ODF ใหม่ชนิด LC ให้เรียบร้อย
- สายใยแก้วนําแสงขนาด 120 Core (เส้นที่ ๒) ของระบบเครือข่ายที่เชื่อมระหว่าง ศูนย์ควบคุมทางพิเศษศรีรัช (CCB2) กับ ศูนย์ควบคุมทางด่วนเฉลิมมหานคร (CCB1) ติดตั้งบนหลังคาอาคาร ด่านพระรามที่ ๔-๒ จนถึงจุดเชื่อมต่อสายเดิมกับสายใหม่ติดตั้ง Clouser บริเวณ กม.๔-๕๐๐ ให้เรียบร้อย จํานวน ๑ เส้น
- สายใยแก้วนําแสงขนาด 120 Core (เส้นที่ ๓) ของระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) จํานวน ๑ เส้น ติดตั้งบนหลังคาอาคารด่านพระรามที่ ๔-๒ จนถึงจุดเชื่อมต่อสายเดิมกับสายใหม่ ติดตั้ง Clouser บริเวณ กม.๔-๕๐๐ ให้เรียบร้อยจํานวน ๑ เส้น
- สายใยแก้วนําแสงขนาด 6 Core สําหรับระบบกล้องตรวจจับความเร็ว ระบบป้าย LCS ระบบป้าย VMS และระบบป้าย MS
- ระบบ LCS จากตู้ควบคุมระบบ LCS ไปยังจุดเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสงขนาด 6 Core บริเวณบ่อพักสายด่านลุมพินี
- ระบบ VMS จากตู้ควบคุมระบบ VMS ไปยังจุดเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสงขนาด 6 Core บริเวณบ่อพักสายด่านลุมพินี
- ระบบ MS จากตู้ควบคุมระบบ MS ไปยังจุดเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสงขนาด 6 Core บริเวณบ่อพักสายด่านลุมพินี
- ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสงขนาด 6 Core แยกออกจากสายใยแก้วนําแสง 120 Core (เส้นที่ ๓) จากบ่อพักสายบริเวณด่านลุมพินี ไปยังตู้ควบคุมกล้อง CCTV (DD14)
- ระบบกล้องตรวจจับความเร็ว จากตู้ควบคุมระบบกล้องตรวจจับความเร็วไป ยังจุดเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสงขนาด 6 Core บริเวณบ่อพักสายด่านลุมพินี
- การติดตั้งสายใยแก้วนําแสงต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
- ผู้รับจ้างต้องติดตั้งเสาสําหรับติดตั้งสายใยแก้วนําแสง จํานวน ๑๕ ต้น
- ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานตามแบบที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ ที่จําเป็น เช่น Metal-box / Wall enclosures, Pigtail
- ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งสายใยแก้วนําแสงบริเวณที่ใกล้ปลายสายทั้งสองด้านต้องมีที่มั่นคงแข็งแรงปลอดภัยสําหรับพักสาย
- ผู้รับจ้างจะต้องทําการเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสง 120 Core ที่แผงพักสาย จุด หรือแผงต่อสาย (Patch panel) ในตู้ Rack ของด่านเก็บค่าผ่านทางสุขุมวิทและด่านเก็บค่าผ่านทางพระรามที่ ๔-๒
- ผู้รับจ้างจะต้องเก็บปลายแต่ละข้างของเส้นใยแก้วนําแสง 120 Core โดยใช้ ขั้วต่อสายแบบ Simplex LC Connector
- ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งสายใยแก้วนําแสง 6 Core, 120 Core พร้อม Fusion Splicing สายใยแก้วนําแสง
- ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งอุปกรณ์สําหรับร้อยสาย การจับยึดสายเข้ากับเสา และ ตัวอาคารต้องคํานึงถึงการติดตั้งเพิ่มเติมในอนาคต
- ผู้รับจ้างจะต้องทําเครื่องหมายถาวรด้วยการติดป้ายรหัสสาย หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสมกว่า ติดในตําแหน่งที่สามารถแยกแยะสายทุกเส้นได้ชัดเจน
- ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งสายใยแก้วนําแสงเป็นไปตามมาตรฐาน EIA/TIA และ NEC
- ผู้รับจ้างจะต้องวางสายใยแก้วให้ใช้รางวางสาย (Trunking) และท่อร้อย สายเดิม ของ กทพ. หากท่อร้อยสายเดิมไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างต้องติดตั้งท่อร้อยสายเพิ่มเติมโดยใช้ท่อร้อยสาย ชนิด IMC ขนาดไม่น้อยกว่า ๒ นิ้ว หรือรางวางสาย
- ผู้รับจ้างจะต้องต่อท่อเข้ากับกล่องหรือตู้อุปกรณ์จะต้องใช้ Lock nut และ Bushing เสมอ
- ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการอย่างระมัดระวัง และหากอุปกรณ์ใดในระบบอื่น ๆ ในห้องควบคุมที่ใช้งานอยู่เกิดความเสียหายเนื่องจากการทํางานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จําเป็นในการติดตั้งทั้งหมดเพื่อให้ระบบสามารถทํางานได้อย่างเต็มรูปแบบ
- ผู้รับจ้างในระหว่างการติดตั้งต้องสวมถุงมือป้องกันคราบสกปรก
- ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบโดยใช้เครื่องมือการทดสอบทางแสง (OTDR) พร้อมส่ง ผลการทดสอบสายใยแก้วนําแสง
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน (จป) ระดับ จป. หัวหน้างานหรือ จป.บริหาร
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ความปลอดภัยตามมาตรฐานความปลอดภัย ของ กทพ.
- ผู้รับจ้างจะต้องต้องรื้อถอนดังต่อไปนี้
- รื้อสายใยแก้วนําแสง (Fiber Optic) เดิม 48 Core, 96 Core,120 Core
- รื้อท่อร้อยสาย HDPE, IMC
- รื้ออุปกรณ์ Clouser เดิม 48 Core, 96 Core และ 120 Core รวบรวมและขนย้ายไปเก็บตามที่ กทพ. กําหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- การติดตั้งสายใยแก้วนําแสงขนาด 120 Core และ 6 Core ในบริเวณต่างๆ ตามที่ระบุ
- การติดตั้งเสาสําหรับติดตั้งสายใยแก้วนําแสง จํานวน ๑๕ ต้น
- การรื้อถอนสายใยแก้วนําแสงและท่อร้อยสายเดิม
- การติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น ODF, Clouser, Metal-box และ Wall enclosures
- การเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสง, การเข้าหัวต่อ, และการติดตั้งแผงพักสายเคเบิ้ล
- ผลการทดสอบสายใยแก้วนําแสงด้วยเครื่องมือ OTDR ในรูปแบบเล่มรายงานพร้อม File
- แผนการดําเนินงานที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ กทพ.
ระยะเวลาดำเนินการ
กําหนดส่งมอบพัสดุภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: -
- Standards Compliance:
- โรงงานผู้ผลิตสายใยแก้วนําแสงต้องได้รับการรับรองมาตรฐานด้านคุณภาพ ISO 9001
- สายใยแก้วนําแสงจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: -
- Personnel:
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน (จป) ระดับ จป. หัวหน้างานหรือ จป.บริหาร
- บุคลากรหลักของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงาน จําเป็นต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยการ ทํางานกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) ของผู้ว่าจ้าง
เกณฑ์การพิจารณา
เกณฑ์ราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- สายใยแก้วนําแสง แบบติดตั้งภายนอกอาคาร (Outdoor Type) ชนิด Single mode ขนาด 6 Core
- เป็นสายใยแก้วนําแสง ใช้ภายนอกอาคาร (Outdoor Use) เหมาะกับการติดตั้งภายนอกอาคารทั้งแบบเดินท่อร้อยสายและแบบฝังดิน โดยขนาดของเส้นใยแก้วนําแสงจะต้องเป็นแบบ ๙/๑๒๕ ไมโครเมตร
- สายใยแก้วนําแสงต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน ITU-T G.652 D
- มีขนาด Core/Cladding เท่ากับ 9/125 um
- มีค่า Cladding diameter เท่ากับ 125 ± 1.0 um, ค่า Core-Cladding Offset ≤ 0.5 pm
- มีค่า Attenuation ที่ Wavelength 1310 nm ≤ 0.35 dB/km และที่ Wavelength 1550 nm ≤0.25 dB/km
- มีค่า cut off wavelength ≤ 1260 nm
- มีค่า Minimum Bend Radius (รัศมีของการโค้งงอ) ไม่น้อยกว่า 20 เท่า ของ Outside Cable Diameter ตามมาตรฐาน IEC-60794-1-2 E11, TIA/EIA-455 FOTP No.37,33
- โครงสร้างของสายจะต้องประกอบด้วย Strength Member, Outer Jacket, Inner Jacket, Loose tube, Optical Fiber, La Filling compound
- วัสดุ Filling compound จะต้องเป็นสารอโลหะ หรือ Swellable Materials
- ส่วนที่เสริมให้แข็งแรง (Strength Member) ทําจากวัสดุที่เป็นสารอโลหะ หรือ Dielectric หรือดีกว่า
- ภายใน Tube จะต้องบรรจุด้วย Non-toxic water blocking gel หรือ Dry-Core Technology หรือดีกว่า เพื่อป้องกันน้ําและความชื้น
- Fiber/Tube Identification จะแสดงเป็นสีตามมาตรฐาน GR-20-Core หรือ TIA/EIA 598-A
- จะต้องมี Armor Material เป็นแบบ Corrugate Steel Armor หรือ FRP หรือดีกว่า ตลอดแนวสายเพื่อป้องกันการกัดแทะของสัตว์ต่าง ๆ
- โครงสร้างของสายจะต้องเป็นแบบ Double Jacket เพื่อความแข็งแรงและทนทาน ของสาย Outer Jacket จะต้องเป็นสีดํา ทําจากสารโพลีเอธีลีนเพื่อป้องกันรังสี Ultraviolet (UV) มีความหนา ไม่น้อยกว่า ๑.๕ มิลลิเมตร
- สามารถใช้งานในช่วงอุณหภูมิ 0 ถึง ๗๐ องศาเซลเซียส หรือดีกว่า
- จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน ITU-T G.652 D และ IEC-60793-1 และTIA/EIA455 และ IEC-60794-1-2
- สายเคเบิลต้องมีแถบสีส้มที่ผิวเคเบิลทั้งสองข้าง และจะต้องมี Identification Marker สีขาวชัดเจนอยู่ทุก ๆ ระยะ ๑ เมตร ประกอบด้วยข้อความดังนี้
- ชื่อผู้ผลิต (Name of Manufacture)
- ปีที่ผลิต (Year of Manufacture)
- ชนิดและขนาดของเคเบิล
- สัญลักษณ์ของเลเซอร์ (Laser Symbol)
- แจ้งจํานวนเมตรที่ระยะความยาวทุก ๑ เมตร
- คุณลักษณะแผงพักสายใยแก้วนําแสงขนาด 96 Core (Fiber Optic Patch Panel) จํานวน ๒ ชุด ติดตั้งที่ด่านสุขุมวิท และด่านพระรามที่ ๔-๒
- สามารถใช้กับ Rack มาตรฐานขนาด ๑๙ นิ้ว
- เป็นแผงพักสายใยแก้วนําแสงโดยต้องมีหัวต่อ (Connector) เป็นชนิด LC Adapter
- สามารถใช้ร่วมกับหัวต่อสายใยแก้วนําแสงชนิด Multimode และ Single mode ในแผงเดียวกัน
- อุปกรณ์ Fiber Optic Patch Panel จะต้องสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์สายต่อพ่วง Fiber Optic Patch Cord ได้เป็นอย่างดี
- ทําจากวัสดุเหล็ก และมีลักษณะเป็นลิ้นชักเพื่อสะดวกในการใช้งาน
- มี Label และช่องใส่ Label เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
เงื่อนไขสัญญา
- หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของวงเงินตามสัญญา
- ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันการใช้งานของสาย Fiber Optic เป็นระยะเวลา ๒ ปี นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ไม่คิดค่าแรง และไม่คิดค่าอะไหล่ พร้อมเข้าบริการภายใน วันทําการถัดไปหลังจากได้รับแจ้งจาก กทพ.)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: การทางพิเศษฯ จะจัดเตรียมสาย Fiber Optic ให้ในส่วนใดบ้าง?
-
ตอบ: กทพ. จะจัดเตรียมสาย Fiber optic ขนาด 120 Core (เส้นที่ ๑), (เส้นที่ ๒) และ (เส้นที่ ๓) ไว้ให้
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในกรณีที่อุปกรณ์ในระบบอื่น ๆ เสียหายจากการทํางานหรือไม่?
-
ตอบ: หากอุปกรณ์ใดในระบบอื่น ๆ ในห้องควบคุมที่ใช้งานอยู่เกิดความเสียหายเนื่องจากการทํางานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานเมื่อใด?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานให้ครอบคลุมขอบเขตงานที่กําหนดและจัดส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ กทพ. อนุมัติภายใน ๓๐ วันทําการ นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
-
ถาม: ต้องทำอย่างไรหากท่อร้อยสายเดิมไม่เพียงพอ?
-
ตอบ: หากท่อร้อยสายเดิมไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างต้องติดตั้งท่อร้อยสายเพิ่มเติมโดยใช้ท่อร้อยสาย ชนิด IMC ขนาดไม่น้อยกว่า ๒ นิ้ว หรือรางวางสาย
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไรเมื่อติดตั้งสายใยแก้วนําแสงเสร็จสิ้น?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบโดยใช้เครื่องมือการทดสอบทางแสง (OTDR) พร้อมส่งผลการทดสอบสายใยแก้วนําแสง ที่ดําเนินการให้ กทพ. ในรูปแบบเล่มรายงานพร้อม File ผู้รับจ้างะต้องทํา การทดสอบสายใยแก้วนําแสงทุกเส้นหากมีสายใยแก้วนําแสงใดไม่ผ่านการทดสอบ ต้องแก้ไขให้ผ่านการทดสอบทุกเส้น
-
ถาม: การติดตั้งสายใยแก้วนําแสงต้องเป็นไปตามมาตรฐานใด?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งสายใยแก้วนําแสงเป็นไปตามมาตรฐาน EIA/TIA และ NEC สําหรับการติดตั้งสายในอาคารและตามมาตรฐาน สําหรับการติดตั้งสายนอกอาคารโดยเคร่งครัด
-
ถาม: การรับประกันสาย Fiber Optic ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
-
ตอบ: การรับประกันครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่ โดยไม่คิดค่าแรงและค่าอะไหล่ เป็นระยะเวลา 2 ปี
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องรื้อถอนอะไรบ้าง?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องรื้อสายใยแก้วนําแสง (Fiber Optic) เดิม 48 Core, 96 Core,120 Core, รื้อท่อร้อยสาย HDPE, IMC และรื้ออุปกรณ์ Clouser เดิม 48 Core, 96 Core และ 120 Core
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเอกสารอะไรบ้างในการยื่นข้อเสนอ?
-
ตอบ: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องทําตารางเปรียบเทียบข้อกําหนด โดยเทียบกับรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ของ กทพ. ให้ชัดเจน พร้อมแนบแคตตาล็อกที่มีการขีดเส้นใต้เน้นคุณสมบัติที่ตรงตามข้อกําหนดของ กทพ. และต้องแนบเอกสารการคัดสําเนา จากสํานักมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ของสายใยแก้วนําแสงขนาด 6 Core มอก. ๒๑๖๕-๒๕๖๑
-
ถาม: ผู้รับจ้างต้องให้ความสําคัญกับเรื่องใดเป็นพิเศษระหว่างการติดตั้ง?
-
ตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการอย่างระมัดระวัง และหากอุปกรณ์ใดในระบบอื่น ๆ ในห้องควบคุมที่ใช้งานอยู่เกิดความเสียหายเนื่องจากการทํางานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
-
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑. ความเป็นมา
ขอบเขตของงานปรับปรุงสายใยแก้วนําแสงทางด่วนเฉลิมมหานคร
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีสายใยแก้วนําแสง (Fiber Optic) เพื่อใช้งานในระบบ เก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบอัตโนมัติ (ETC) ระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบเงินสด (MTC) และระบบควบคุม การจราจร (Traffic) บริเวณช่วงทางลาดบ่อนไก่ ทางด่วนเฉลิมมหานคร ซึ่งปัจจุบันมีการเสื่อมสภาพ
๒. วัตถุประสงค์
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีความประสงค์จะดําเนินการปรับปรุงสายใยแก้ว นําแสง ทางด่วนเฉลิมมหานคร ช่วงทางลาดบ่อนไก่ เพื่อลดค่า Loss ต่าง ๆ ของสายสัญญาณ ลดการชํารุด เสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการเฉี่ยวชน พร้อมทั้งรื้อย้ายท่อที่ชํารุดออกจากพื้นที่ เพื่อให้ระบบเก็บค่า ผ่านทางพิเศษแบบอัตโนมัติ (ETC) ระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบเงินสด (MTC) และระบบควบคุมการจราจร (Traffic) ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ
๓. รายละเอียดทั่วไป
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องทําตารางเปรียบเทียบข้อกําหนด โดยเทียบกับรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ของ กทพ. ให้ชัดเจน พร้อมแนบแคตตาล็อกที่มีการขีดเส้นใต้เน้นคุณสมบัติที่ตรงตามข้อกําหนดของ กทพ. กรณีที่อุปกรณ์มีหลายรุ่น (Model) และ/หรือ Option ผู้เสนอราคาต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะส่งมอบรุ่น หรือ Series ใด และ Option ใด ในวันที่ยื่นข้อเสนอ
๓.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องใช้อุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นของใหม่ยังไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
๓.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบเอกสารการคัดสําเนา จากสํานักมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ของสายใยแก้วนําแสงขนาด 6 Core มอก. ๒๑๖๕-๒๕๖๑ เอกสารที่นําเสนอต้องมีอายุของสําเนาไม่เกิน 6 เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอ โดยรุ่นที่นําเสนอมีคุณสมบัติตรงตามข้อกําหนดของ กทพ. ต้องแนบเอกสารวันที่ยื่นข้อเสนอ
๔. ขอบเขตของงาน
๔.๑ ผู้รับจ้างต้องติดตั้งสาย Fiber Optic ทุกระบบที่เดินผ่านแนวลาดบ่อนไก่ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๔.๑.๑ สายใยแก้วนําแสงขนาด 120 Core (เส้นที่ ๑) ของระบบเครือข่าย จํานวน ๑ เส้น ติดตั้งที่อาคารด่านพระรามที่ ๔-๒ จนถึงอาคารด่านสุขุมวิท พร้อมติดตั้ง ODF ใหม่ชนิด LC ให้เรียบร้อย โดย กทพ. จะจัดเตรียมสาย Fiber optic ไว้ให้
๔.๑.๒ สายใยแก้วนําแสงขนาด 120 Core (เส้นที่ ๒) ของระบบเครือข่ายที่เชื่อมระหว่าง ศูนย์ควบคุมทางพิเศษศรีรัช (CCB2) กับ ศูนย์ควบคุมทางด่วนเฉลิมมหานคร (CCB1) ติดตั้งบนหลังคาอาคาร ด่านพระรามที่ ๔-๒ จนถึงจุดเชื่อมต่อสายเดิมกับสายใหม่ติดตั้ง Clouser บริเวณ กม.๔-๕๐๐ ให้เรียบร้อย จํานวน ๑ เส้น โดย กทพ. จะจัดเตรียมสาย Fiber optic ไว้ให้
Cm -
(นายอนุสรณ์ พรมวิหาร)
(นายอมรินทร์ กาญจนอิสราภรณ์) | (นายพงษ์พันธุ์ อิฐสุวรรณ) (นายธวิทย์ แจ่มดวง)
(นายอภิชัย ชนะสุข)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
8080
(นายยงยศ บุณยะยุต) กรรมการและเลขานุการ
- ๒ -
๔.๑.๓ สายใยแก้วนําแสงขนาด 120 Core (เส้นที่ ๓) ของระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) จํานวน ๑ เส้น ติดตั้งบนหลังคาอาคารด่านพระรามที่ ๔-๒ จนถึงจุดเชื่อมต่อสายเดิมกับสายใหม่ ติดตั้ง Clouser บริเวณ กม.๔-๕๐๐ ให้เรียบร้อยจํานวน ๑ เส้น โดย กทพ. จะจัดเตรียมสาย Fiber optic ไว้ให้
๔.๑.๔ สายใยแก้วนําแสงขนาด 6 Core สําหรับระบบกล้องตรวจจับความเร็ว ระบบป้าย
LCS ระบบป้าย VMS และระบบป้าย MS โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑) ระบบ LCS จากตู้ควบคุมระบบ LCS ไปยังจุดเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสง
ขนาด 6 Core บริเวณบ่อพักสายด่านลุมพินี
๒) ระบบ VMS จากตู้ควบคุมระบบ VMS ไปยังจุดเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสง
ขนาด 6 Core บริเวณบ่อพักสายด่านลุมพินี
๓) ระบบ MS จากตู้ควบคุมระบบ MS ไปยังจุดเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสง
ขนาด 6 Core บริเวณบ่อพักสายด่านลุมพินี
๔) ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสงขนาด 6 Core แยกออกจากสายใยแก้วนําแสง 120 Core (เส้นที่ ๓) จากบ่อพักสายบริเวณด่านลุมพินี ไปยังตู้ควบคุมกล้อง
CCTV (DD14)
๕) ระบบกล้องตรวจจับความเร็ว จากตู้ควบคุมระบบกล้องตรวจจับความเร็วไป ยังจุดเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสงขนาด 6 Core บริเวณบ่อพักสายด่านลุมพินี ๔.๒ การติดตั้งสายใยแก้วนําแสงต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
รายละเอียดดังนี้
๔.๒.๑ ผู้รับจ้างต้องติดตั้งเสาสําหรับติดตั้งสายใยแก้วนําแสง จํานวน ๑๕ ต้น มี
๑) เสาที่ใช้จะต้องมีขนาดที่เหมาะสมมีความแข็งแรงและทนต่อแรงลม แรงสั่นสะเทือน ความสูงอย่างน้อย ๔ เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๑๕ เซนติเมตร ความหนาไม่น้อยกว่า ๑.๓ มิลลิเมตร พร้อมให้วิศวกรโยธารับรอง โดยจะต้องเสนอแบบและรายละเอียดต่างๆ ให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติ
เหมาะสมกับการใช้งานกลางแจ้ง
๒) เป็นเสาเหล็กชุบสังกะสี
๓) เมื่อติดตั้งแล้วต้องไม่มีสิ่งบดบังมุมมองสําหรับการมองเห็นสภาพการจราจร ๔) อุปกรณ์ยึดรั้งต้องมีขนาดที่เหมาะสมตามหลักวิศวกรรม และผลิตจากวัสดุที่
๔.๒.๒ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานตามแบบที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ในระหว่างการติดตั้งหากจําเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงต้องขออนุมัติก่อนดําเนินการทุกครั้ง
๔.๒.๓ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ ที่จําเป็น เช่น Metal-box / Wall enclosures, Pigtail ที่ประกอบสําเร็จจากโรงงานผู้ผลิต เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้ทันทีตามรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย
ที่
ที่ กทพ. กําหนด
Om (นายอนุสรณ์ พรมวิหาร)
กรรมการ
(นายอมรินทร์ กาญจนอิสราภรณ์) | (นายพงษ์พันธุ์ อิฐสุวรรณ) (นายธวิทย์ แจ่มดวง)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
(นายอภิชัย ชนะสุข)
กรรมการ
80301
(นายยงยศ บุณยะยุต) กรรมการและเลขานุการ
๔.๒.๔ ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งสายใยแก้วนําแสงบริเวณที่ใกล้ปลายสายทั้งสองด้านต้องมี
ที่มั่นคงแข็งแรงปลอดภัยสําหรับพักสายที่มีความยาวไม่น้อยกว่าที่มาตรฐานระบุไว้ ตามความเหมาะสมเพื่อให้ สามารถปลดสายที่พักอยู่ไปใช้ในกรณีสายขาดโดยไม่กระทบต่อปลายสายที่ติดตั้งในตู้พักสาย
๔.๒.๕ ผู้รับจ้างจะต้องทําการเชื่อมต่อสายใยแก้วนําแสง 120 Core ที่แผงพักสาย จุด หรือแผงต่อสาย (Patch panel) ในตู้ Rack ของด่านเก็บค่าผ่านทางสุขุมวิทและด่านเก็บค่าผ่านทางพระรามที่ ๔-๒ โดยที่ปลายสายของทุก Core ให้เชื่อมต่อตามที่ กทพ. กําหนด
๔.๒.๖ ผู้รับจ้างจะต้องเก็บปลายแต่ละข้างของเส้นใยแก้วนําแสง 120 Core โดยใช้ ขั้วต่อสายแบบ Simplex LC Connector และทําเครื่องหมายเพื่อใช้ในการอ้างอิงในการทดสอบพร้อมทั้งระบุ Label ให้ครบถ้วนเพื่อสะดวกแก่การใช้งาน
๔.๒.๗ ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งสายใยแก้วนําแสง 6 Core, 120 Core พร้อม Fusion Splicing สายใยแก้วนําแสง ที่ยังไม่ได้ใช้งานทุก Core จะต้องเข้าหัวต่อพร้อมใช้งานได้และต้องต่อเชื่อมไว้กับ แผงพักสายเคเบิ้ล (Fiber Optic Patch Panel) อุปกรณ์ที่ติดตั้งผู้รับจ้างต้องหาอุปกรณ์ติดตั้งจนสามารถ ใช้งานได้ทั้ง ๒ ด้าน ตามรูปแบบที่ทาง กทพ. กําหนด
๔.๒.๔ ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งอุปกรณ์สําหรับร้อยสาย การจับยึดสายเข้ากับเสา และ ตัวอาคารต้องคํานึงถึงการติดตั้งเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อให้การติดตั้งสายใยแก้วนําแสงเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องเสีย
ค่าใช้จ่ายสําหรับอุปกรณ์นั้นอีก
๔.๒.๙ ผู้รับจ้างจะต้องทําเครื่องหมายถาวรด้วยการติดป้ายรหัสสาย หรือวิธีการอื่นที่
เหมาะสมกว่า ติดในตําแหน่งที่สามารถแยกแยะสายทุกเส้นได้ชัดเจน
๔.๒.๑๐ ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งสายใยแก้วนําแสงเป็นไปตามมาตรฐาน EIA/TIA และ NEC สําหรับการติดตั้งสายในอาคารและตามมาตรฐาน สําหรับการติดตั้งสายนอกอาคารโดยเคร่งครัด วิธีปฏิบัติ ใด ๆ นอกเหนือจากที่มาตรฐานนี้กําหนดไว้ให้จัดทําอย่างเรียบร้อยประณีต และเป็นไปตามแนวปฏิบัติ
ทางวิศวกรรม
๔.๒.๑๑ ผู้รับจ้างจะต้องวางสายใยแก้วให้ใช้รางวางสาย (Trunking) และท่อร้อย สายเดิม ของ กทพ. หากท่อร้อยสายเดิมไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างต้องติดตั้งท่อร้อยสายเพิ่มเติมโดยใช้ท่อร้อยสาย ชนิด IMC ขนาดไม่น้อยกว่า ๒ นิ้ว หรือรางวางสาย
๔.๒.๑๒ ผู้รับจ้างที่เสนอใช้อุปกรณ์เดินสายอื่น ๆ ต้องแนบรายละเอียดคุณสมบัติทางเทคนิค คําแนะนําในการติดตั้ง ตลอดจนอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ของระบบท่อหรือราง เสนอต่อคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุพิจารณา
๔.๒.๑๓ ผู้รับจ้างจะต้องต่อท่อเข้ากับกล่องหรือตู้อุปกรณ์จะต้องใช้ Lock nut และ Bushing เสมอ และต้องไม่มีช่องเปิดใด ๆ ที่จะทําให้หนู แมลง หรือสัตว์ฟันแทะเล็ดลอดเข้าไปทําความเสียหาย
๔.๒.๑๔ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการอย่างระมัดระวัง และหากอุปกรณ์ใดในระบบอื่น ๆ ในห้องควบคุมที่ใช้งานอยู่เกิดความเสียหายเนื่องจากการทํางานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ๆ
Om (นายอนุสรณ์ พรมวิหาร)
กรรมการ
W.
ด
(นายอมรินทร์ กาญจนอิสราภรณ์) | (นายพงษ์พันธุ์ อิฐสุวรรณ)
(นายธวิทย์ แจ่มดวง)
(นายอภิชัย ชนะสุข)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
(นายยงยศ บุณยะยุต) กรรมการและเลขานุการ - C -
ๆ
๔.๒.๑๕ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จําเป็นในการติดตั้งทั้งหมดเพื่อให้ระบบสามารถ ทํางานได้อย่างเต็มรูปแบบ รายการใด ๆ ที่ไม่ได้รวมอยู่ในใบแสดงปริมาณงานหรือรายการละเอียดของงาน แต่มีความจําเป็นต้องใช้งานเพื่อทําให้ระบบทํางานได้อย่างสมบูรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งรายละเอียดพร้อมทั้ง ขออนุมัติวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณา โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นและจะนํามาเป็นเหตุผลในการต่อสัญญามิได้
๔.๒.๑๖ ผู้รับจ้างในระหว่างการติดตั้งต้องสวมถุงมือป้องกันคราบสกปรกที่เกิดขึ้นจากก ทํางานในกรณีที่ทําให้สกปรกหรืออุปกรณ์ชํารุดเสียหาย ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงให้อยู่ในสภาพเดิมโดยเป็นค่าใช้จ่าย
ของผู้รับจ้าง
๔.๒.๑๗ ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบโดยใช้เครื่องมือการทดสอบทางแสง (OTDR) พร้อมส่ง ผลการทดสอบสายใยแก้วนําแสง ที่ดําเนินการให้ กทพ. ในรูปแบบเล่มรายงานพร้อม File ผู้รับจ้างะต้องทํา การทดสอบสายใยแก้วนําแสงทุกเส้นหากมีสายใยแก้วนําแสงใดไม่ผ่านการทดสอบ ต้องแก้ไขให้ผ่านการทดสอบ
ทุกเส้น
๔.๒.๑๘ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน (จป) ระดับ จป.
หัวหน้างานหรือ จป.บริหาร
๔.๒.๑๙ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ความปลอดภัยตามมาตรฐานความปลอดภัย ของ กทพ. เช่น เสื้อสะท้อนแสง ป้ายเตือน รวมถึงประสานงานก่อนเข้าดําเนินงานทุกครั้ง และจะต้องจัดเตรียมพนักงาน ที่เข้าติดตั้งอบรมการปฏิบัติงานบนทาง โดยอบรม ณ สถานที่ๆ กทพ. กําหนด
๔.๒.๒๐ ผู้รับจ้างจะต้องต้องรื้อถอนดังต่อไปนี้
๔.๒.๒๐.๑ รื้อสายใยแก้วนําแสง (Fiber Optic) เดิม 48 Core, 96 Core,120 Core ๔.๒.๒๐.๒ รื้อท่อร้อยสาย HDPE, IMC
๔.๒.๒๐.๓ รื้ออุปกรณ์ Clouser เดิม 48 Core, 96 Core และ 120 Core รวบรวม
และขนย้ายไปเก็บตามที่ กทพ. กําหนด
๕. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
๕.๑ คุณลักษณะสายใยแก้วนําแสง แบบติดตั้งภายนอกอาคาร (Outdoor Type) ชนิด Single mode ขนาด 6 Core มีดังนี้
๕.๑.๑ เป็นสายใยแก้วนําแสง ใช้ภายนอกอาคาร (Outdoor Use) เหมาะกับการติดตั้ง ภายนอกอาคารทั้งแบบเดินท่อร้อยสายและแบบฝังดิน โดยขนาดของเส้นใยแก้วนําแสงจะต้องเป็นแบบ
๙/๑๒๕ ไมโครเมตร
๕.๑.๒ สายใยแก้วนําแสงต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน ITU-T G.652 D
๕.๑.๓ มีขนาด Core/Cladding เท่ากับ 9/125 um
๕.๑.๔ มีค่า Cladding diameter เท่ากับ 125 ± 1.0 um, ค่า Core-Cladding Offset ≤ 0.5 pm ๕.๑.๕ มีค่า Attenuation ที่ Wavelength 1310 nm ≤ 0.35 dB/km และที่
Wavelength 1550 nm ≤0.25 dB/km
Omm. (นายอนุสรณ์ พรมวิหาร)
ด
86s/
(นายอมรินทร์ กาญจนอิสราภรณ์) | (นายพงษ์พันธุ์ อิฐสุวรรณ) (นายธวิทย์ แจ่มดวง)
(นายอภิชัย ชนะสุข)
(นายยงยศ บุณยะยุต)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ - & -
๕.๑.๖ มีค่า cut off wavelength ≤ 1260 nm
๕.๑.๗ มีค่า Minimum Bend Radius (รัศมีของการโค้งงอ) ไม่น้อยกว่า 20 เท่า ของ Outside
Cable Diameter ตามมาตรฐาน IEC-60794-1-2 E11, TIA/EIA-455 FOTP No.37,33
๕.๑.๘ โครงสร้างของสายจะต้องประกอบด้วย Strength Member, Outer Jacket, Inner
Jacket, Loose tube, Optical Fiber, La Filling compound
๕.๑.๙ วัสดุ Filling compound จะต้องเป็นสารอโลหะ หรือ Swellable Materials ๕.๑.๑๐ ส่วนที่เสริมให้แข็งแรง (Strength Member) ทําจากวัสดุที่เป็นสารอโลหะ หรือ
Dielectric หรือดีกว่า
๕.๑.๑๑ ภายใน Tube จะต้องบรรจุด้วย Non-toxic water blocking gel หรือ Dry-Core Technology หรือดีกว่า เพื่อป้องกันน้ําและความชื้น
๕.๑.๑๒ Fiber/Tube Identification จะแสดงเป็นสีตามมาตรฐาน GR-20-Core หรือ TIA/EIA 598-A ๕.๑.๑๓ จะต้องมี Armor Material เป็นแบบ Corrugate Steel Armor หรือ FRP หรือดีกว่า ตลอดแนวสายเพื่อป้องกันการกัดแทะของสัตว์ต่าง ๆ
๕.๑.๑๔ โครงสร้างของสายจะต้องเป็นแบบ Double Jacket เพื่อความแข็งแรงและทนทาน ของสาย Outer Jacket จะต้องเป็นสีดํา ทําจากสารโพลีเอธีลีนเพื่อป้องกันรังสี Ultraviolet (UV) มีความหนา ไม่น้อยกว่า ๑.๕ มิลลิเมตร
๕.๑.๑๕ สามารถใช้งานในช่วงอุณหภูมิ 0 ถึง ๗๐ องศาเซลเซียส หรือดีกว่า
๕.๑.๑๖ จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน ITU-T G.652 D และ IEC-60793-1 และTIA/EIA455
และ IEC-60794-1-2
๕.๑.๑๗ สายเคเบิลต้องมีแถบสีส้มที่ผิวเคเบิลทั้งสองข้าง และจะต้องมี Identification Marker
สีขาวชัดเจนอยู่ทุก ๆ ระยะ ๑ เมตร ประกอบด้วยข้อความดังนี้
(๑) ชื่อผู้ผลิต (Name of Manufacture)
(๒) ปีที่ผลิต (Year of Manufacture)
(๓) ชนิดและขนาดของเคเบิล
(๔) สัญลักษณ์ของเลเซอร์ (Laser Symbol)
(๕) แจ้งจํานวนเมตรที่ระยะความยาวทุก ๑ เมตร
๕.๑.๑๘ โรงงานผู้ผลิตต้องได้รับการรับรองมาตรฐานด้านคุณภาพ ISO 9001
(มอก.)
๕.๑.๑๙ สายใยแก้วนําแสงจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ๕.๒ คุณลักษณะแผงพักสายใยแก้วนําแสงขนาด 96 Core (Fiber Optic Patch Panel) จํานวน
២
๒ ชุด ติดตั้งที่ด่านสุขุมวิท และด่านพระรามที่ ๔-๒
ในแผงเดียวกัน
๕.๒.๑ สามารถใช้กับ Rack มาตรฐานขนาด ๑๙ นิ้ว
๕.๒.๒ เป็นแผงพักสายใยแก้วนําแสงโดยต้องมีหัวต่อ (Connector) เป็นชนิด LC Adapter ๕.๒.๓ สามารถใช้ร่วมกับหัวต่อสายใยแก้วนําแสงชนิด Multimode และ Single mode
Om. (นายอนุสรณ์ พรมวิหาร)
กรรมการ
มงชพันธุ์
«
กรรมการ
(นายอมรินทร์ กาญจนอิสราภรณ์) | (นายพงษ์พันธุ์ อิฐสุวรรณ) (นายธวิทย์ แจ่มดวง)
กรรมการ
กรรมการ
Ө
(นายอภิชัย ชนะสุข)
8080
(นายยงยศ บุณยะยุต)
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ - b-
๕.๒.๔ อุปกรณ์ Fiber Optic Patch Panel จะต้องสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์สายต่อพ่วง
Fiber Optic Patch Cord ได้เป็นอย่างดี
๕.๒.๕ ทําจากวัสดุเหล็ก และมีลักษณะเป็นลิ้นชักเพื่อสะดวกในการใช้งาน
๕.๒.๖ มี Label และช่องใส่ Label เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
- กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
กําหนดส่งมอบพัสดุภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๗. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
เกณฑ์ราคา
๔. วงเงินงบประมาณ
วงเงิน ๒,๙๗๔,๖๐๐,๐๐ บาท (สองล้านเก้าแสนเจ็ดหมื่นสี่พันหกร้อยบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
๙. งวดงานและการจ่ายเงิน
กทพ. จะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุครบถ้วนถูกต้อง และเมื่อคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ดําเนินการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
๑๐. อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาและผู้ว่าจ้าง
ยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของวงเงิน ตามสัญญา นัดถัดจากวันที่ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายระยะเวลาทํางาน
ให้จนถึงวันที่ทํางานแล้วเสร็จจริง
๑๑. การรับประกัน
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันการใช้งานของสาย Fiber Optic เป็นระยะเวลา ๒ ปี นับถัดจากวันที่ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ไม่คิดค่าแรง และไม่คิดค่าอะไหล่ พร้อมเข้าบริการภายใน วันทําการถัดไปหลังจากได้รับแจ้งจาก กทพ.)
๑๒. แผนการปฏิบัติงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานให้ครอบคลุมขอบเขตงานที่กําหนดและจัดส่งให้
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ กทพ. อนุมัติภายใน ๓๐ วันทําการ นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ แผนการดําเนินการดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
com. (นายอนุสรณ์ พรมวิหาร)
กรรมการ
土
(นายอมรินทร์ กาญจนอิสราภรณ์) | (นายพงษ์พันธุ์ อิฐสุวรรณ) (นายธวิทย์ แจ่มดวง)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
(นายอภิชัย ชนะสุข)
กรรมการ
woo/
(นายยงยศ บุณยะยุต) กรรมการและเลขานุการ
- ๗ -
๑๓. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
๑๓.๑
บุคลากรหลักของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงาน จําเป็นต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยการ ทํางานกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) ของผู้ว่าจ้าง
๑๓.๒ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมใน การทํางาน และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานนั้น และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความ ปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับเหมาของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ๆ
Om
(นายอนุสรณ์ พรมวิหาร)
กรรมการ
कि
(นายอมรินทร์ กาญจนอิสราภรณ์) | (นายพงษ์พันธุ์ อิฐสุวรรณ) (นายธวิทย์ แจ่มดวง)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
Ө
(นายอภิชัย ชนะสุข)
กรรมการ
boto
(นายยงยศ บุณยะยุต) กรรมการและเลขานุการ