ประกวดราคาจ้างเหมาดำเนินการพัฒนาองค์ความรู้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับหน่วยงานภาครัฐ
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนแนวทางและประสบการณ์ด้านนโยบายการควบคุมดูแล AI ระหว่างหน่วยงาน และพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ โครงการจะพัฒนาและบริหารจัดการหลักสูตรสำหรับการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล และพัฒนาผู้เชี่ยวชาญ (Train the Trainer) เพื่อถ่ายทอดความรู้ครอบคลุมทั่วประเทศ
ขอบเขตงานประกอบด้วย การวางแผนการดำเนินงาน การจัดสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อสร้างความรับรู้ในวงกว้าง การพัฒนาและจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำสื่อการเรียนรู้ และการสร้างระบบทะเบียน Train the Trainer พร้อมเครือข่ายผู้ผ่านการอบรม ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายงานผลการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์ ซึ่งครอบคลุมทุกกิจกรรมของโครงการ โดยเน้นการดำเนินงานที่โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
สิ่งส่งมอบที่สำคัญ ได้แก่ แผนการดำเนินงาน รายงานผลการสัมมนาเชิงวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรม สื่อการเรียนรู้ ระบบทะเบียน Train the Trainer และรายงานผลฉบับสมบูรณ์ การดำเนินงานทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนา AI อย่างมีธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ ลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และสร้างกลไกการกำกับดูแลตนเองของหน่วยงานต่างๆ
English summary
This project aims to develop knowledge and provide consultations on the ethical and responsible use of AI within government agencies. It includes developing training programs and AI Governance experts (Train the Trainer). The contractor will organize academic seminars, develop training curriculum, conduct practical training, create a Train the Trainer registry, and prepare a comprehensive final report to promote the responsible application of AI in the public sector.
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา (อาคาร บี) ชั้น ๖ หรือ ๗ เลขที่ ๑๒๐ หมู่ ๓ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- สร้างความรู้ความเข้าใจและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับหน่วยงานภาครัฐ
- พัฒนาและบริหารจัดการหลักสูตรสำหรับการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับหน่วยงานภาครัฐ
- พัฒนาผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล (Train the Trainer)
ขอบเขตของงาน
- วางแผนการดำเนินงานและกิจกรรมตลอดระยะเวลาโครงการ
- จัดสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อให้ความรู้ในวงกว้างแก่หน่วยงานภาครัฐ จำนวน 1 ครั้ง (ผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 300 คน)
- จัดทำแบบสำรวจแนวโน้มการประยุกต์ใช้ AI และประเมินผลกระทบ
- จัดหาสถานที่จัดงาน เตรียมอาหารว่าง อาหารกลางวัน เจ้าหน้าที่ และอุปกรณ์
- บันทึกวิดีโอและภาพนิ่ง จัดเตรียมระบบถ่ายทอดสด
- จัดทำรายงานผลการประชุมสัมมนาฯ สรุปผลการสำรวจความคิดเห็น พร้อมจัดเตรียมของที่ระลึก
- จัดกิจกรรมการพัฒนาและขยายเครือข่ายผู้สอนและผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI Governance (Train the Trainer)
- จัดทำบัญชีรายชื่อวิทยากรด้าน AI (อย่างน้อย 50 รายชื่อ)
- พัฒนาและจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับผู้สอน (Trainers)
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่บุคลากรที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้สอน (Certified Trainers) จำนวนไม่น้อยกว่า 40 คน (ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 35 ชั่วโมง)
- รับสมัครและคัดเลือก AI Governance (Train the Trainer)
- จัดทำหลักเกณฑ์การผ่านการฝึกอบรม
- จัดงานปิดการฝึกอบรมหรือพิธีมอบประกาศนียบัตร
- บันทึกภาพนิ่งตลอดการจัดกิจกรรม
- จัดทำของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม
- จัดทำสื่อการเรียนรู้ (คู่มือการฝึกอบรม ชุดเอกสารนำเสนอ ชุดเครื่องมือ AI)
- จัดทำระบบทะเบียน Train the Trainer และสร้างเครือข่ายผู้ผ่านการอบรม พร้อมกลไกประเมินและติดตามผล
- จัดทำรายงานผลฉบับสมบูรณ์
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงานและกิจกรรม
- รายงานผลการสัมมนาเชิงวิชาการ
- หลักสูตรฝึกอบรมสำหรับผู้สอน (Trainers)
- สื่อการเรียนรู้ (คู่มือการฝึกอบรม ชุดเอกสารนำเสนอ ชุดเครื่องมือ AI)
- ระบบทะเบียน Train the Trainer และเครือข่ายผู้ผ่านการอบรม
- รายงานผลการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์
ระยะเวลาดำเนินการ
กำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ (หนึ่งร้อยยี่สิบ) วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Previous Project Cost: แสดงหนังสือรับรองผลงานและสัญญา ที่มีลักษณะเดียวกันกับงานจ้างครั้งนี้ เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือ มีวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของวงเงินงบประมาณ
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้เกณฑ์ราคาและเกณฑ์คุณภาพประกอบกัน โดย สพธอ. ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคัดเลือกโดยเรียงลำดับจาก ผู้ที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุด ดังนี้
- เกณฑ์คุณภาพ ให้น้ำหนักร้อยละ ๘๐ (แปดสิบ)
- ผลงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา (20 คะแนน)
- นำเสนอผลงานหรือประสบการณ์ทำงานของทีมงาน (15 คะแนน)
- แผนการดำเนินงานที่สอดคล้องตามขอบเขตของงาน (10 คะแนน)
- แสดงวิธีการบริหารโครงการ (10 คะแนน)
- นำเสนอข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ความเข้าใจในกระบวนการดำเนินงาน (15 คะแนน)
- รูปแบบของวิธีการนำเสนอมีความชัดเจน (10 คะแนน)
- เกณฑ์ราคา ให้น้ำหนักร้อยละ ๒๐ (ยี่สิบ)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- จัดสัมมนาเชิงวิชาการให้แก่หน่วยงานภาครัฐสำหรับสร้างการรับรู้ในวงกว้างและให้ความรู้ในเล่มคู่มือการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล สำหรับผู้บริหาร จำนวน ๑ ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วม ณ สถานที่จัดงาน จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๐๐ คน
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่บุคลากรที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้สอน (Certified Trainers) จำนวนไม่น้อยกว่า ๔๐ คน ซึ่งมาจากตัวแทนผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการคัดเลือกให้ครอบคลุมทั่วประเทศในทุกภูมิภาค โดยมีระยะเวลาการอบรมและกิจกรรมไม่น้อยกว่า ๓๕ ชั่วโมง
เงื่อนไขสัญญา
- งวดที่ ๑ อัตราร้อยละ ๑๐ (สิบ) ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการและส่งมอบงาน ตามข้อ ๘.๑ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างผู้รับจ้างได้ตรวจรับงานจ้างและเห็นว่าครบถ้วนถูกต้องแล้ว
- งวดที่ ๒ อัตราร้อยละ ๔๐ (สี่สิบ) ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการและส่งมอบงาน ตามข้อ ๘.๒ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างผู้รับจ้างได้ตรวจรับงานจ้างและเห็นว่าครบถ้วนถูกต้องแล้ว
- งวดที่ ๓ อัตราร้อยละ ๕๐ (ห้าสิบ) ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการและส่งมอบงาน ตามข้อ ๘.๓ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างผู้รับจ้างได้ตรวจรับงานจ้างและเห็นว่าครบถ้วนถูกต้องแล้ว
- ค่าปรับ: อัตราร้อยละศูนย์จุดหนึ่งศูนย์(๐.๑๐ %) ของราคางานจ้าง แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนา AI ในด้านใด
- ตอบ: โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนา AI อย่างมีธรรมาภิบาล (AI Governance) เพื่อให้การประยุกต์ใช้ AI ในหน่วยงานภาครัฐเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้
- ถาม: กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการนี้คือใคร
- ตอบ: กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ
- ถาม: กิจกรรม Train the Trainer มีวัตถุประสงค์อะไร
- ตอบ: กิจกรรม Train the Trainer มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถถ่ายทอดความรู้และแนวปฏิบัติในการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลให้กับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ
- ถาม: ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Train the Trainer จะได้รับประโยชน์อะไร
- ตอบ: ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้ ทักษะ และเครื่องมือในการนำ AI ไปประยุกต์ใช้อย่างมีธรรมาภิบาล รวมถึงมีโอกาสในการสร้างเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญด้าน AI คนอื่นๆ
- ถาม: สื่อการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นในโครงการนี้มีอะไรบ้าง
- ตอบ: สื่อการเรียนรู้ประกอบด้วย คู่มือการฝึกอบรม ชุดเอกสารนำเสนอ และชุดเครื่องมือ AI
- ถาม: ระบบทะเบียน Train the Trainer มีประโยชน์อย่างไร
- ตอบ: ระบบทะเบียน Train the Trainer ช่วยให้สามารถติดตามและประเมินผลการนำความรู้และเครื่องมือที่ได้รับไปใช้งานจริง รวมถึงเป็นช่องทางในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสมาชิกเครือข่าย
- ถาม: หน่วยงานภาครัฐจะได้รับประโยชน์อะไรจากโครงการนี้
- ตอบ: หน่วยงานภาครัฐจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI Governance มากขึ้น สามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบ ลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- ถาม: โครงการนี้ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างไร
- ตอบ: โครงการนี้ส่งเสริมความร่วมมือโดยการสร้างเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้าน AI ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงการพัฒนากลไกความร่วมมือในการสร้างนโยบายการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
- ถาม: รายงานผลฉบับสมบูรณ์ของโครงการมีเนื้อหาครอบคลุมอะไรบ้าง
- ตอบ: รายงานผลฉบับสมบูรณ์ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมดของโครงการ รวมถึงบทสรุปผู้บริหาร ข้อเสนอแนะ และเอกสารอ้างอิงต่างๆ
- ถาม: โครงการนี้มีกลไกในการติดตามและประเมินผลอย่างไร
- ตอบ: โครงการนี้มีกลไกในการติดตามและประเมินผลผ่านระบบทะเบียน Train the Trainer และการประเมินผลการนำความรู้และเครื่องมือที่ได้รับไปใช้งานจริง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
จำนวน
๑๑ หน้า
เรื่อง
จ้างดำเนินการพัฒนาองค์ความรู้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI อย่างมี ธรรมาภิบาลสำหรับหน่วยงานภาครัฐ
จัดทำโดย
ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์
(AI Governance Center)
วันที่จัดทำ
เมษายน ๖๘
๑ ความเป็นมา
ด้วยแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐) ซึ่งกำหนดกลยุทธ์ที่ ๑ การเตรียมความพร้อมของประเทศในด้านสังคม จริยธรรม กฎหมาย และกฎ ระเบียบ สำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ในฐานะ หน่วยงานซึ่งมีภารกิจหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความน่าเชื่อถือและมั่นคง ปลอดภัย จึงได้จัดทำเอกสาร “แนวทางการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีธรรมาภิบาล สำหรับผู้บริหารองค์กร (AI Governance Guideline for Executives)” โดยเอกสารนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวปฏิบัติสำหรับการกำกับ ดูแลการประยุกต์ใช้ AI ในมุมมองของผู้บริหารองค์กร พร้อมทั้งนำเสนอตัวอย่างแนวปฏิบัติทั้งจากในประเทศและ ต่างประเทศ รวมถึงแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และได้จัดให้มีการรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง แล้ว โดยมีแนวทางในการกำกับดูแลซึ่งประกอบด้วย ๓ องค์ประกอบหลัก ดังนี้
๑) การกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแล (AI Governance Structure) องค์กรกำหนดให้มีคณะกรรมการ กำกับดูแล AI ซึ่งมีหน้าที่กำหนดกลยุทธ์ นโยบาย และติดตามประเมินผลการใช้ AI โดยต้องกำหนดบทบาทหน้าที่ของ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมทั้งสนับสนุนทรัพยากรและส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในความรับผิดชอบ
๒) การกำหนดกลยุทธ์ในการประยุกต์ใช้ AI (AI Strategy) องค์กรควรวิเคราะห์โอกาส เป้าหมาย และความ พร้อมในการนำ AI มาใช้ รวมถึงประเมินความเสี่ยงและผลกระทบ โดยต้องสอดคล้องกับหลักจริยธรรมและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงถึงการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ
๓) การกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (AI Operation) เป็นแนวปฏิบัติตลอดวงจรชีวิตของ AI เพื่อให้ การออกแบบ พัฒนา และใช้งานสอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร หลักจริยธรรมและกฎหมาย รวมถึงการจัดการข้อมูล การรับมือความเสี่ยง และการติดตามประเมินผล ตลอดจนควรจัดให้มีช่องทางการสื่อสารหรือรับข้อคิดเห็นในการใช้งาน เพื่อปรับปรุงแก้ไขระบบ AI ที่สอดคล้องตามหลักจริยธรรม
ทั้งนี้ การไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติหรือข้อเสนอแนะตามแนวทางนี้จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย
๑ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
นอกจากนี้ สพธอ. ยังได้มีการพัฒนาเครื่องมือ (AI Toolkits) อาทิ เช่น AI Readiness Scan (AIRS) Toolkit เครื่องมือสำหรับประเมินความพร้อมขององค์กรในการนำ AI มาประยุกต์ใช้, AI Use Case Canvas Toolkit โดยเป็นกรอบการประเมินการใช้งาน AI ในบริบทขององค์กร AI Risk Assessment Toolkit โดยกระบวนการระบุ และจัดการความเสี่ยงของ AI เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ กระบวนการคิดวิเคราะห์เพื่อให้ทราบความพร้อมขององค์กร การจะเลือกโจทย์ ค้นหา Use Case และประเภทเครื่องมือ และพิจารณาความเสี่ยงหรือผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในเบื้องต้น ได้อย่างน่าเชื่อถือและมีธรรมาภิบาล อย่างไรก็ดี ในการดำเนินการเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ที่สอดคล้องตาม คู่มือการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับ
องค์กรนั้น จำเป็นต้องมีการสร้างความรู้ความเข้าใจ การให้คำแนะนำในการดำเนินการเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI สอดคล้องตามหลักการ โดยนำแนวคิดไปปรับใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากผล สำรวจความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) สำหรับบริการดิจิทัล ในปี ๒๕๖๗ พบว่าระดับความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับบริการดิจิทัลในกลุ่ม การใช้งานและบริการภาครัฐนั้นอยู่ในระดับ AI Aware ด้วยคะแนนเฉลี่ยที่ร้อยละ ๓๙.๑ หมายถึง ผู้บริหารและคน ในองค์กรมีความตระหนักถึงการนำ AI มาใช้งาน และสามารถมองเห็น Use Case ที่เป็นไปได้ในการนำ AI มาใช้ใน องค์กรอย่างไรก็ตาม ระดับความพร้อมในแต่ละมิติย่อย มีความกระจุกตัวที่ระดับ AI Aware ซึ่งประกอบด้วย มิติย่อย ได้แก่ ความพร้อมด้านยุทธศาสตร์และความสามารถขององค์กร ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและ ข้อมูล ความพร้อมด้านบุคลากร ความพร้อมด้านเทคโนโลยี ในขณะที่ ในระดับ AI Unaware มีเพียงมิติย่อย ด้านความพร้อมด้านธรรมาภิบาล
โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ สพธอ. จึงมีแผนการในการสร้างความตระหนักรู้ในการประยุกต์ใช้ AI อย่างมี ธรรมาภิบาลเพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐมีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล AI และ การประเมินความเสี่ยง แนวทางการใช้งาน AI ที่โปร่งใสและรับผิดชอบ ผ่านกิจกรรมการพัฒนาและขยาย เครือข่ายผู้สอนและผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI Governance (Train the Trainer) ในการส่งต่อความรู้เพื่อ เป็นการส่งเสริมการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ในการดำเนินงานในภาครัฐอย่างที่มีความรับผิดชอบ สามารถลด ความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น อีกทั้งสร้างกลไกการกำกับดูแลตนเอง (Self-regulation) ของหน่วยงาน ต่าง ๆ พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนการปรับใช้เครื่องมือ (AI Toolkits) รวมถึงการพัฒนาเอกสารคู่มือเพิ่มเติม และกรณีศึกษา (Case Studies) จัดทำเอกสารเสริมความเข้าใจ เช่น กรณีศึกษาการใช้ AI ในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อ เป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้ที่เหมาะสมกับบริบทของหน่วยงานแต่ละประเภท พัฒนาระบบติดตามผลการใช้งาน AI เพื่อให้มั่นใจว่าการนำ AI ไปใช้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและสามารถปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สพธอ. ยังมุ่งหวังให้การขยายองค์ความรู้นี้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงการต่อ ยอดการขยาย Community ที่มุ่งให้เกิดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมระหว่าง สพธอ. กับ AI Governance Trainer หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยมีการแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย ความร่วมมือในการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล
๒ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
๒ วัตถุประสงค์
๒.๑ สร้างความรู้ความเข้าใจและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับหน่วยงาน ภาครัฐ เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนแนวทางและประสบการณ์ด้านนโยบายการควบคุมดูแล AI ระหว่างหน่วยงาน และ พัฒนากลไกให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาครัฐ ภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างนโยบายการ ดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
๒.๒ พัฒนาและบริหารจัดการหลักสูตรสำหรับการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับหน่วยงาน ภาครัฐ
๒.๓ พัฒนาผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อให้มีผู้สอน (Train the Trainer) หรือผู้ถ่ายทอดความรู้แนวปฏิบัติในการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับ หน่วยงานภาครัฐครอบคลุมทั่วประเทศ
๓ คุณสมบัติผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานที่จ้างในครั้งนี้
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๖ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๗ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สพธอ. ณ วันยื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ ๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๔ ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการ ดังนี้
๔.๑ วางแผนการดำเนินงานและกิจกรรมตลอดระยะเวลาโครงการ ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการดำเนิน งาน โดยครอบคลุมรูปแบบกิจกรรม ขั้นตอนการดำเนินงาน ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ และผลลัพธ์ของแต่ละกิจกรรม
๓ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
ที่สอดคล้องเป้าหมาย โดยครอบคลุมทุกกิจกรรมของโครงการ นำเสนอให้ สพธอ. พิจารณาภายใน ๓๐ วัน นับถัด จากวันที่ลงนามในสัญญา
๔.๒ การสร้างความรู้ความเข้าใจและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับ ภาครัฐ
๔.๒.๑ จัดสัมมนาเชิงวิชาการ ให้แก่หน่วยงานภาครัฐสำหรับสร้างการรับรู้ในวงกว้างและให้ ความรู้ในเล่มคู่มือการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล สำหรับผู้บริหาร จำนวน ๑ ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วม ณ สถานที่จัดงาน จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๐๐ คน ครอบคลุมกลุ่มผู้ร่วมงานซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงาน ภาครัฐทั่วประเทศ สื่อมวลชน และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้บริหารสามารถกำหนดแนวทางการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล โดยจะต้องครอบคลุมประเด็น ดังนี้
(๑) จัดทำแบบสำรวจเพื่อสำรวจแนวโน้มการประยุกต์ใช้ AI ในหน่วยงานภาครัฐ และ การประเมินผลกระทบของ AI ก่อนที่จะปรับใช้จากหน่วยงานผู้เข้าร่วมสัมมนาตามข้อ ๔.๒.๑ เพื่อระบุแผนการใช้ เทคโนโลยีAI และความต้องการในการเรียนรู้เพื่อยกระดับในการดำเนินการภาครัฐ รวมถึงสำรวจความพร้อม หน่วยงาน (AI Readiness Scan) ตามแบบสำรวจที่ สพธอ. จัดทำขึ้นตามลิงก์ https://airs.etda.or.th/ พร้อมสรุป จัดทำรายงานผลการประเมินความพร้อมหน่วยงานและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับควบคุมดูแล AI ใน หน่วยงานภาครัฐ
(๒) การจัดหาสถานที่จัดรูปแบบออนไซต์ ณ โรงแรมระดับไม่น้อยกว่า ๔ ดาวหรือ เทียบเท่า จัดเตรียมอาหารว่าง อาหารกลางวันที่สอดคล้องกับช่วงเวลาการจัดกิจกรรม เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน เจ้าหน้าที่ดูแลภายในงาน และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดการประชุมสัมมนาฯ ให้เป็นไปด้วยความ เรียบร้อยตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ พร้อมทั้งนำเสนอ สพธอ. เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ
(๓) บันทึกวิดีโอและภาพนิ่งตลอดการจัดสัมมนาเชิงวิชาการ พร้อมจัดเตรียมระบบ ถ่ายทอดสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมออนไลน์
(๔) จัดทำรายงานผลการประชุมสัมมนาฯ สรุปผลการทำแบบสำรวจแนวโน้มการใช้ AI การสอบถามความคิดเห็น ความพึงพอใจในการจัดงาน พร้อมจัดเตรียมของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วมงาน และ เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น รายชื่อผู้เข้าร่วมสัมมนา ภาพประกอบการดำเนินงาน
๔.๓ จัดกิจกรรมการพัฒนาและขยายเครือข่ายผู้สอนและผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI Governance (Train the Trainer)
๔.๓.๑ จัดทำบัญชีรายชื่อวิทยากรที่ให้ความรู้เกี่ยวกับใช้เทคโนโลยี AI พร้อมจัดกลุ่มตามความ เชี่ยวชาญ จำนวนอย่างน้อย ๕๐ รายชื่อ
๔.๓.๒ พัฒนาและจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับผู้สอน (Trainers) เพื่อให้สามารถถ่ายทอด ความรู้เกี่ยวกับ AI Governance ทั้งนี้จะต้องครอบคลุมเนื้อหาของคู่มือการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล สำหรับผู้บริหารและคู่มืออื่น และในหัวข้อต่อไปนี้ ได้แก่ หลักการของการประยุกต์ใช้ AI การเข้าใจเครื่องมือและ ข้อจำกัด การเลือกใช้เครื่องมือหรือความสามารถอย่างเหมาะสม การประเมินผลกระทบของ AI ก่อนที่จะปรับใช้ใน งาน การพิจารณาการบริหารจัดการความเสี่ยง และประเด็นที่ครอบคลุมเกี่ยวกับจริยธรรมและธรรมาภิบาล
๔ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
ปัญญาประดิษฐ์โดยเนื้อหาหลักสูตรต้องพร้อมเสนอเพื่อรับรองหลักสูตรโดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การ มหาชน) และพร้อมศึกษาและพัฒนาให้จัดทำ Digital Badge สำหรับผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรต่อไป
๔.๓.๓ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่บุคลากรที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้สอน (Certified Trainers) จำนวนไม่น้อยกว่า ๔๐ คน ซึ่งมาจากตัวแทนผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการคัดเลือกให้ครอบคลุมทั่วประเทศในทุกภูมิภาค โดยมีระยะเวลาการอบรมและกิจกรรมไม่น้อยกว่า ๓๕ ชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาที่พัก รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ในการเดินทางและค่าอาหารครบทุกมื้อสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการตลอดระยะเวลาของการอบรมตามหลักสูตร
๔.๓.๓.๑ การรับสมัครและคัดเลือก AI Governance (Train the Trainer) จะต้อง ประกอบด้วย
(๑) การจัดทำหลักเกณฑ์การคัดเลือกและผ่านการคัดเลือกเป็น AI
Governance (Train the Trainer) กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ โดยการหารือแนวทางร่วมกับ สพธอ. เพื่อ พิจารณาร่วมกันและให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ
(๒) ออกแบบช่องทางการรับสมัครที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อม
การจัดเก็บข้อมูลการรับสมัครที่ความจำเป็น ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อประสานงาน และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานจ้างนี้เท่านั้น โดยให้ปฏิบัติตาม นโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ สพธอ.
(๓) ออกแบบและจัดทำข้อมูลพร้อมสื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม ในรูปแบบ
ต่าง ๆ ผ่านช่องทาง Social Media หลักของ สพธอ. หรือขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมไปยัง หน่วยงาน/องค์กรที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ตลอดการประชาสัมพันธ์ จะต้องมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และรายงานให้ สพธอ. รับทราบ
(๔) ดำเนินการคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกใน
ข้อ (๑) โดยนำเสนอรูปแบบกิจกรรมการคัดเลือกให้ สพธอ. พิจารณาก่อนดำเนินการ
(๕) ดำเนินการประกาศผลการคัดเลือกผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม โดยจะต้องมี
การเผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่เหมาะสมและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ตามแผนงานที่กำหนดไว้ผ่านช่องทาง Social Media หลักของ สพธอ.
๔.๓.๓.๒ จัดทำหลักเกณฑ์การผ่านการฝึกอบรม AI Governance (Train the Trainer) จัดการทดสอบเพื่อให้ได้ผู้ผ่านการอบรมจำนวน ๔๐ คน ทั้งนี้ ผู้ผ่านการฝึกอบรมจะต้องจัดทำแผนการจัด อบรม/ถ่ายทอดความรู้ให้หน่วยงานภาครัฐในส่วนกลางและภูมิภาคของตน โดยมีกำหนดการอบรมอย่างน้อย ๒ วัน สำหรับนำส่งให้ สพธอ.
๔.๓.๓.๓ จัดงานปิดการฝึกอบรมหรือพิธีมอบประกาศนียบัตร AI Governance (Train the Trainer) สำหรับผู้ที่ผ่านการอบรม โดยจัดทำเป็นประกาศนียบัตรหรือประกาศนียบัตรรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ผ่านการฝึกอบรมตามรูปแบบที่ได้มีการหารือกับ สพธอ. เรียบร้อยแล้ว
๔.๓.๓.๔ บันทึกภาพนิ่งตลอดการจัดกิจกรรม
๕ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
๔.๓.๓.๕ จัดทำของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม
๔.๓.๔ จัดทำสื่อการเรียนรู้ ซึ่งครอบคลุมอย่างน้อย คู่มือการฝึกอบรม ชุดเอกสารนำเสนอ ชุดเครื่องมือ AI จัดทำเป็นฐานข้อมูลตั้งต้น สำหรับการเรียนการสอน หรือสื่อดิจิทัล เพื่อให้ผู้ผ่านการอบรมสามารถ นำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๔.๓.๕ จัดทำระบบทะเบียน Train the Trainer และสร้างเครือข่ายผู้ผ่านการอบรม ต้องมี ระบบการสื่อสาร (Online Group) กับสมาชิกเครือข่าย พร้อมมีกลไกในการประเมินและติดตามผลของผู้ผ่านการ อบรมเพื่อสะท้อนการนำความรู้และเครื่องมือที่ได้รับถ่ายทอดไปใช้งานจริงให้แก่หน่วยงานภาครัฐในส่วนกลางและ ภูมิภาคต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้กิจกรรมภายใต้โครงการจะดำเนินการโดยคำนึงถึงหลักการความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เกิดการพัฒนา AI อย่างมีธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐของประเทศ
๔.๔ จัดทำรายงานผลฉบับสมบูรณ์
ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์ ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมการดำเนินงาน ตามข้อ ๔.๒-๔.๓ โดยต้องมีการจัดทำบทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) และข้อเสนอแนะที่จะเป็น ประโยชน์ต่อการดำเนินงานของโครงการในระยะต่อไป กรณี ถ้ามีการอ้างถึงเอกสารอ้างอิง (Reference) จะต้อง แจ้งแหล่งที่มาในเอกสารแนบท้ายรายงานฉบับสมบูรณ์ โดยรายงานนี้จัดทำเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์แบบ PDF และ ต้นฉบับที่สามารถแก้ไขได้ Microsoft word บันทึกข้อมูลเป็นรูปแบบ USB drive/External Drive/ระบบเก็บ ข้อมูลอื่นตามที่ได้รับเห็นชอบจาก สพธอ.
๕ สถานที่ส่งมอบ
ณ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) [email protected]
๖ วงเงินในการจัดหา
วงเงินงบประมาณเป็นจำนวนเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) และราคากลางเป็นจำนวนเงิน ๕,๐๓๘,๖๖๖.๖๗ บาท (ห้าล้านสามหมื่นแปดพันหกร้อยหกสิบหกบาทหกสิบเจ็ดสตางค์)
๗ ระยะเวลาดำเนินการ
กำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ (หนึ่งร้อยยี่สิบ) วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
๘ สิ่งส่งมอบและกำหนดเวลาการส่งมอบ
ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงาน โดยแบ่งกำหนดระยะเวลาการส่งมอบงานเป็นจำนวน ๓ (สาม) งวด ดังนี้
๘.๑ งวดที่ ๑ แผนการดำเนินการและส่งมอบงาน ตามข้อ ๔.๑ ภายใน ๓๐ (สามสิบ) วัน นับถัดจากวันที่ ลงนามในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง
๖ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
๘.๒ งวดที่ ๒ ดำเนินการและส่งมอบงาน ตามขอบเขตของงานข้อ ๔.๒ ภายใน ๙๐ (เก้าสิบ) วัน นับถัดจาก วันที่ลงนามในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง
๘.๓ งวดที่ ๓ ดำเนินการและส่งมอบงาน ตามขอบเขตของงานข้อ ๔.๓ - ๔.๔ ภายใน ๑๒๐ (หนึ่งร้อยยี่สิบ) วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง
๙ ค่าจ้างและเงื่อนไขการจ่ายเงินค่าจ้าง
สพธอ. จะแบ่งการจ่ายเงินเป็นงวด ๆ รวม ๓ (สาม) งวด ดังนี้
งวดที่ ๑ อัตราร้อยละ ๑๐ (สิบ) ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการและส่งมอบงาน ตามข้อ ๘.๑ และ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างผู้รับจ้างได้ตรวจรับงานจ้างและเห็นว่าครบถ้วนถูกต้องแล้ว งวดที่ ๒ อัตราร้อยละ ๔๐ (สี่สิบ) ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการและส่งมอบงาน ตามข้อ ๘.๒ และ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างผู้รับจ้างได้ตรวจรับงานจ้างและเห็นว่าครบถ้วนถูกต้องแล้ว งวดที่ ๓ อัตราร้อยละ ๕๐ (ห้าสิบ) ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการและส่งมอบงาน ตามข้อ ๘.๓ และ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างผู้รับจ้างได้ตรวจรับงานจ้างและเห็นว่าครบถ้วนถูกต้องแล้ว
ทั้งนี้ ค่าจ้างที่ สพธอ. จะจ่ายตามข้อนี้ ได้รวมค่าใช้จ่ายและค่าภาษีอากร รวมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) ไว้ด้วยแล้ว
๑๐ อัตราค่าปรับ
เมื่อครบกำหนดส่งมอบงานตามที่กำหนด ถ้าผู้รับจ้างไม่ส่งมอบงานจ้าง หรือส่งมอบล่าช้า หรือส่งมอบ ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบจำนวน หรือไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้แก่ สพธอ. ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับ ให้สพธอ. เป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละศูนย์จุดหนึ่งศูนย์(๐.๑๐ %) ของราคางานจ้าง แต่จะต้องไม่ต่ำกว่า วันละ ๑๐๐ บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) นับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา จนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบ งานจ้าง ให้แก่สพธอ. จนถูกต้องครบถ้วน
๑๑ การรักษาความลับ
๑๑.๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเก็บรักษาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานที่ผู้รับจ้างได้รับจาก สพธอ. และข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้รับจ้างได้จัดทำขึ้นเนื่องจากการดำเนินงานตามสัญญานี้อย่างเป็นความลับของ สพธอ. ซึ่งต่อไป ในสัญญานี้เรียกว่า “ข้อมูลที่เป็นความลับ” โดยผู้รับจ้างต้องหามาตรการในการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นความลับ ให้ มิดชิด รวมทั้งไม่เปิดเผย หรือเผยแพร่ หรือกระทำด้วยวิธีการใดให้บุคคลอื่นใดที่มิใช่คู่สัญญาภายใต้สัญญานี้ หรือ มิใช่บุคคลที่ สพธอ. ได้อนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรให้มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะรับทราบข้อมูลที่เป็นความลับภายใต้ สัญญานี้ได้ทราบถึงข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวเว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างที่ต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อมูลดังกล่าวเท่านั้นและผู้รับจ้างจะต้องจัดให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว ได้ผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไขในการรักษา ข้อมูลที่เป็นความลับเช่นว่านั้นด้วย
๑๑.๒ หากผู้รับจ้างมิได้ปฏิบัติตามข้อ ๑๑.๑ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อ สพธอ. หรือบุคคลอื่น ที่เป็น เจ้าของข้อมูลที่เป็นความลับนั้นในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการที่ข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าว ได้ถูก เปิดเผยไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน และ สพธอ. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที
๗ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
๑๑.๓ ผู้รับจ้างจะยังคงต้องผูกพันตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ตามข้อ ๑๑.๑ ต่อไปตราบที่ข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวยังคงเป็นความลับอยู่แม้ว่าการจ้างตามสัญญานี้ได้สิ้นสุดลงแล้วไม่ว่าด้วย เหตุใดก็ตาม
๑๒ หลักเกณฑ์ในการพิจารณา
ใช้เกณฑ์ราคาและเกณฑ์คุณภาพประกอบกัน โดย สพธอ. ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคัดเลือกโดย เรียงลำดับจาก ผู้ที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุด ดังนี้
๑๒.๑ เกณฑ์คุณภาพ ให้น้ำหนักร้อยละ ๘๐ (แปดสิบ)
๑๒.๒ เกณฑ์ราคา ให้น้ำหนักร้อยละ ๒๐ (ยี่สิบ)
การพิจารณาข้อเสนอตามขอบเขตของงาน ผู้ที่ผ่านการพิจารณาตามเกณฑ์ จะต้องได้รับคะแนนรวมไม่ น้อยกว่า ๘๐ (แปดสิบ) คะแนน จากคะแนนรวม ๑๐๐ (หนึ่งร้อย) คะแนน ตามหลักเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้
ลำดับ
รายละเอียด
น้ำหนัก
(ร้อยละ)
คะแนนต่อข้อ (๑๐๐)
คะแนนรวม (๑๐๐)
๑
เกณฑ์คุณภาพ
๘๐
๑.๑
ผลงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา
แสดงหนังสือรับรองผลงานและสัญญา ที่มีลักษณะ เดียวกันกับงานจ้างครั้งนี้ เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือ มีวงเงินไม่ น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของวงเงินงบประมาณ
เกณฑ์การให้คะแนน
• จำนวนมากกว่า ๓ สัญญาขึ้นไป ได้ ๒๐ คะแนน • จำนวน ๓ สัญญา ได้ ๑๕ คะแนน
• จำนวน ๒ สัญญา ได้ ๑๐ คะแนน
• จำนวน ๑ สัญญา ได้ ๕ คะแนน
• ไม่มีประสบการณ์และผลงาน ได้ ๐ คะแนน
๒๐
๑.๒
นำเสนอผลงานหรือประสบการณ์ทำงาน ของทีมงาน สำหรับงานจ้างนี้
เกณฑ์การให้คะแนน
• มีลักษณะเดียวกันกับงานที่จ้างครั้งนี้ ตั้งแต่ ๓ งาน ขึ้นไป ได้ ๑๕ คะแนน
• มีลักษณะเดียวกันกับงานที่จ้างครั้งนี้ จำนวน ๒ งาน ได้ ๑๐ คะแนน
• มีลักษณะเดียวกันกับงานที่จ้างครั้งนี้ จำนวน ๑ งาน ได้๕ คะแนน
๑๕
๘ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
ลำดับ
รายละเอียด
น้ำหนัก
(ร้อยละ)
คะแนนต่อข้อ (๑๐๐)
คะแนนรวม (๑๐๐)
• ไม่มีลักษณะเดียวกันกับงานที่จ้างครั้งนี้ ได้ ๐ คะแนน
วิธีการบริหาร วิธีการปฏิบัติงาน และการนำเสนอ
๑.๓
แผนการดำเนินงานที่สอดคล้องตามขอบเขตของงาน พร้อมระยะเวลาการดำเนินงาน โดยให้ความสำคัญกับ การแสดงรายละเอียดที่ชัดเจน แนวโน้มสามารถ ดำเนินการได้จริงภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมวิธีการควบคุมติดตามแผนงาน
เกณฑ์การให้คะแนน
• สอดคล้องตามขอบเขตของงาน มีรายละเอียดที่ ชัดเจน สามารถดำเนินการได้จริงภายในระยะเวลา ที่กำหนด และมีแผนสำรองกรณีเกิดเหตุขัดข้องไม่ สามารถดำเนินการได้ตามแผนปฏิบัติการที่ตั้งไว้ ได้ ๑๐ คะแนน
• สอดคล้องตามขอบเขตของงาน มีรายละเอียดที่ ชัดเจน สามารถดำเนินการได้จริงภายในระยะเวลา ที่กำหนด ได้ ๕ คะแนน
• ไม่สอดคล้องตามขอบเขตหรือมีรายละเอียดไม่ ชัดเจน ได้ ๐ คะแนน
๑๐
๑.๔
แสดงวิธีการบริหารโครงการ โครงสร้างการบริหาร บทบาทหน้าที่ โดยกำหนดบุคลากรสัมพันธ์กับหน้าที่ อย่างเหมาะสม พร้อมวิธีการควบคุม ติดตาม เพื่อให้การ ปฏิบัติงานเป็นไปตามแผนการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ เกณฑ์การให้คะแนน
• วิธีการบริหารโครงการได้ครบถ้วน มีวิธีการควบคุม ติดตาม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนการ ปฏิบัติงานเป็นไปตามแผน ได้ ๑๐ คะแนน
• วิธีการบริหารโครงการได้ครบถ้วน แต่ไม่ได้แสดงให้ เห็นถึงวิธีการควบคุม ติดตาม เพื่อให้การดำเนินงาน เป็นไปตามแผนการปฏิบัติงานเป็นไปตามแผน ได้ ๕ คะแนน
• ไม่สามารถแสดงวิธีการบริหารโครงการ
ในสาระสำคัญ ได้ ๐ คะแนน
๑๐
๙ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
ลำดับ
รายละเอียด
น้ำหนัก
(ร้อยละ)
คะแนนต่อข้อ (๑๐๐)
คะแนนรวม (๑๐๐)
๑.๕
นำเสนอข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ความเข้าใจใน กระบวนการดำเนินงานเนื้อหาของโครงการและผลลัพธ์ ตามวัตถุประสงค์ขอบเขตงาน เช่น
• มีการลำดับการนำเสนอและรูปแบบที่ง่ายต่อการทำ ความเข้าใจ มีตัวอย่างงานที่เกี่ยวข้องที่ นำเสนอให้ เกิดความเข้าใจ ที่มีความกระชับ ครบถ้วนและไม่ ซับซ้อน
เกณฑ์การให้คะแนน
• รูปแบบของวิธีการดำเนินงานสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของโครงการ มีตัวอย่างการดำเนินงาน ที่ชัดเจน ครบทุกข้อ แสดงให้เห็นถึงความรู้ ความเข้าใจในลักษณะงาน และความสอดคล้อง ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ได้ ๑๕ คะแนน
• รูปแบบของวิธีการดำเนินงานสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของโครงการ มีตัวอย่างการดำเนินงาน บางข้อ ได้ ๑๐ คะแนน
• ไม่สามารถแสดงให้เห็นรูปแบบวิธีการดำเนินงาน ที่สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการได้ ๐ คะแนน
๑๕
๑.๖
รูปแบบของวิธีการนำเสนอมีความชัดเจน มีกลยุทธ์ หรือวิธีการในการติดตามข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย เช่น - การนำเสนอกลยุทธ์การทำงานที่อ้างอิงหน่วยงานหรือ ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือแนวทางในการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย - มีกลยุทธ์หรือวิธีการติดตามข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย เกณฑ์การให้คะแนน
• มีการนำเสนอวิธีการและกลยุทธ์ในการดำเนินงาน ที่สอดคล้องตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของ โครงการครบทุกข้อ ได้ ๑๐ คะแนน
• มีการนำเสนอวิธีการและกลยุทธ์ในการดำเนินงาน ที่สอดคล้องตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของ โครงการบางข้อ ได้ ๕ คะแนน
๑๐
๑๐ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
ลำดับ
รายละเอียด
น้ำหนัก
(ร้อยละ)
คะแนนต่อข้อ (๑๐๐)
คะแนนรวม (๑๐๐)
• มีการนำเสนอวิธีการและกลยุทธ์ในการดำเนินงาน แต่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ได้ ๐ คะแนน
๒
เกณฑ์ราคา
๒๐
คะแนนรวมทั้งหมด
๑๐๐
หมายเหตุ
๑. คะแนนที่ผู้เสนอราคาได้รับ = (คะแนน*น้ำหนัก)/ ๑๐๐
๒. ประเมินคะแนนจากราคาที่เสนอ = ๑๐๐ – ((ผลต่างราคาของผู้เสนอ กับบ ราคาผู้เสนอราคาต่ำสุด / ราคาผู้เสนอราคาต่ำสุด) * ๑๐๐)
ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาจะต้องส่งข้อเสนอด้านเทคนิคและผลงานเพื่อประกอบการพิจารณาให้กับ สพธอ. และ นำเสนอ Presentation ไม่เกิน ๓๐ นาทีณ ห้องประชุม สพธอ. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ๘๐ พรรษา (อาคาร บี) ชั้น ๖ หรือ ๗ เลขที่ ๑๒๐ หมู่ ๓ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ หรือทางระบบ Microsoft Teams หรือช่องทางในรูปแบบออนไลน์ที่ สพธอ. กำหนด เพื่อประกอบการพิจารณา
๑๑ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)