ประกวดราคาจ้างโครงการจัดหาระบบจัดเก็บเอกสารและระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
โครงการจัดหาระบบจัดเก็บเอกสารและระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมีเป้าหมายเพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลภายในองค์กร (Enterprise Content Management - ECM) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะพัฒนาระบบจัดเก็บเอกสารและสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบสลิปเงินเดือน และสามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐได้ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการจัดโครงสร้างการจัดเก็บหนังสือราชการและเอกสารต่างๆ รวมถึงการบริหารจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมและปลอดภัยในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การสร้าง การจัดเก็บ การใช้ การเผยแพร่ ไปจนถึงการทำลายข้อมูล
ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการพัฒนาระบบ 4 ส่วน ได้แก่ ระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document), ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban), ระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) และระบบใบสลิปเงินเดือน (e-Payslip) ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนการดำเนินงานโครงการ (Project Master Plan) และแผนการฝึกอบรม (Training Plan) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรมฯ สามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
English summary
The project to procure a document storage and electronic records management system for the Department of Mineral Fuels aims to enhance the efficiency of internal organizational data management (Enterprise Content Management - ECM) through the use of digital technology. It involves developing a document storage and electronic records management system that supports electronic signatures, a payslip system, and the ability to link and exchange data between government agencies. The project also focuses on structuring the storage of official letters and documents, as well as managing electronic documents appropriately and securely throughout the entire process, from creation and storage to use, dissemination, and disposal.
The main scope of work includes the development of four systems: an electronic document storage system (e-Document), an electronic records management system (e-Saraban), an electronic signature system (e-Signature), and an electronic payslip system (e-Payslip). The contractor is required to prepare a Project Master Plan and a Training Plan to ensure that the department’s staff can use the system effectively.
ไม่ระบุ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยระบบการบริหารจัดการข้อมูลภายในองค์กร หรือ Enterprise Content Management (ECM) มาใช้
- เพื่อพัฒนาระบบจัดเก็บเอกสาร สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบสลิปเงินเดือน และสามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐได้
- เพื่อจัดโครงสร้างในการจัดเก็บหนังสือราชการและเอกสารต่าง ๆ
- เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสม ปลอดภัย ในกระบวนการสร้าง การจัดเก็บข้อมูล การใช้ การเผยแพร่ และการทําลายข้อมูล
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องออกแบบ จัดหา พร้อมติดตั้งระบบจัดเก็บเอกสารและระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีขอบเขตงาน แบ่งเป็น 4 ระบบ ดังนี้:
- ระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document):
- จัดเก็บเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban):
- บริหารจัดการงานสารบรรณในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature):
- รองรับการลงลายมือชื่อในเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
- ระบบใบสลิปเงินเดือน (e-Payslip):
- สร้างและแจกจ่ายใบสลิปเงินเดือนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานโครงการ (Project Master Plan)
- จัดหาระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบใบสลิปเงินเดือน
- จัดทําแผนการฝึกอบรม (Training Plan) การใช้งานระบบทั้ง 4 ระบบ ให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ที่ติดตั้งและใช้งานได้
- ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) ที่ติดตั้งและใช้งานได้
- ระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) ที่ติดตั้งและใช้งานได้
- ระบบใบสลิปเงินเดือน (e-Payslip) ที่ติดตั้งและใช้งานได้
- แผนการดําเนินงานโครงการ (Project Master Plan)
- แผนการฝึกอบรม (Training Plan)
ระยะเวลาดำเนินการ
ไม่ระบุ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานและประสบการณ์พัฒนาระบบจัดเก็บเอกสารและระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ หรือมีผลงานและประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ (Application) ซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานที่เป็นส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนในประเทศไทย มิใช่ผู้รับจ้างช่วง ที่มีราคางานสัญญาเดียว ไม่ต่ํากว่า 7,400,000.- บาท (เจ็ดล้านสี่แสนบาทถ้วน) และเป็นเงินรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จํานวนไม่น้อยกว่า 2 โครงการ ผลงานต้องเสร็จเรียบร้อยมาแล้วไม่เกิน 5 ปี (ห้าปี) นับจากวันที่ยื่นข้อเสนอโครงการ และจะต้องเป็นผลงานที่ได้ดําเนินการเสร็จครบถ้วนตามสัญญา พร้อมกับแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสําเนาสัญญา หากไม่ยื่นมาจะไม่ได้รับการพิจารณา
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก หรือมีทุนจดทะเบียนตามที่กำหนด
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ระบุ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ไม่ระบุ
เงื่อนไขสัญญา
ไม่ระบุ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: ระบบที่จัดหามาใหม่นี้จะสามารถเชื่อมโยงกับระบบงานอื่น ๆ ภายในกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้อย่างไร?
-
คำตอบ: ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ระบบใหม่จะพัฒนาให้สามารถสนับสนุนการเชื่อมโยงกับระบบงานคอมพิวเตอร์ภายในของกรม เช่น ระบบจัดเก็บเอกสาร ระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และระบบใบสลิปเงินเดือน
-
คำถาม: ระบบใหม่นี้จะช่วยลดปัญหาการทำงานที่ล่าช้าหรือผิดพลาดจากเอกสารสูญหายได้อย่างไร?
-
คำตอบ: ระบบใหม่จะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงาน การค้นหาหนังสือราชการ ลดต้นทุนทรัพยากรกระดาษ ประหยัดค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ในสำนักงาน และลดปัญหาการทำงานที่ล่าช้าหรืองานผิดพลาดที่เกิดจากเอกสารสูญหาย
-
คำถาม: ระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) จะรองรับการลงนามในเอกสารประเภทใดบ้าง?
-
คำตอบ: ไม่ระบุ
-
คำถาม: ระบบใบสลิปเงินเดือน (e-Payslip) จะมีรูปแบบการใช้งานอย่างไร และสามารถเข้าถึงได้จากช่องทางใดบ้าง?
-
คำตอบ: ไม่ระบุ
-
คำถาม: การฝึกอบรมการใช้งานระบบทั้ง 4 ระบบ จะครอบคลุมเนื้อหาอะไรบ้าง และมีระยะเวลาการอบรมเท่าใด?
-
คำตอบ: ไม่ระบุ
-
คำถาม: ผู้ใช้งานจะได้รับการสนับสนุนทางเทคนิค (Technical Support) อย่างไร หากเกิดปัญหาในการใช้งานระบบ?
-
คำตอบ: ไม่ระบุ
-
คำถาม: ระบบใหม่นี้จะช่วยให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างไรบ้าง?
-
คำตอบ: ระบบใหม่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ เช่น ลดต้นทุนทรัพยากรกระดาษ ประหยัดค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ในสำนักงาน
-
คำถาม: ระบบใหม่นี้จะรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์ใดบ้าง (เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน)?
-
คำตอบ: ไม่ระบุ
-
คำถาม: จะมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระบบอย่างไร?
-
คำตอบ: เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสม ปลอดภัย ในกระบวนการสร้าง การจัดเก็บข้อมูล การใช้ การเผยแพร่ และการทําลายข้อมูล
-
คำถาม: ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ลดความซับซ้อนในการบริหารงานเอกสารได้อย่างไร?
-
คำตอบ: ช่วยให้ เจ้าหน้าที่ลดความซับซ้อนการบริหารงานเอกสาร รองรับการรับ ส่ง ลงลายมือชื่อ และเก็บเอกสารทาง ออนไลน์ที่สามารถทําได้ทุกที่ทุกเวลา
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างรายละเอียดขอบเขตการด้าเนินงาน (TOR) โครงการจัดหาระบบจัดเก็บเอกสารและระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
- หลักการและเหตุผล
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยตระหนักถึงความจําเป็น
ในการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นองค์ประกอบสําคัญ ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศสู่การเป็นประเทศ ไทย 4.0 เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมสนับสนุนให้ภาครัฐและ ภาคเอกชน มีการพัฒนาด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน
บริการและบริหารของภาครัฐและภาคเอกชน ช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขัน
สูงขึ้น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) ได้ดําเนินการตามกรอบของแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2561 - 2580 ที่เชื่อมโยง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 4 ปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล เป็นการมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในกระบวนการทํางานและการให้บริการภาครัฐ ให้เกิดการปฏิรูปกระบวนการทํางานและขั้นตอนการให้บริการ ให้มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็ว อํานวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ ด้วยการพัฒนาการบริหารงานเอกสาร เปลี่ยนผ่านงานเอกสารจากกระดาษสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย งานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 หรือที่เรียกว่า “ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban)” ช่วยให้ เจ้าหน้าที่ลดความซับซ้อนการบริหารงานเอกสาร รองรับการรับ ส่ง ลงลายมือชื่อ และเก็บเอกสารทาง ออนไลน์ที่สามารถทําได้ทุกที่ทุกเวลา
ปัจจุบันกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของสํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
(องค์การมหาชน) (สพร.) ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นการใช้บริการในรูปแบบ Software as a Service (SaaS) บนระบบ G-Cloud การใช้งานออนไลน์ลักษณะ Web Application โดยการให้บริการระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ดังกล่าวไม่คิดค่าบริการ แต่ทั้งนี้ในอนาคตอาจมีการพิจารณาจัดเก็บค่าบริการ หรือยกเลิกการให้บริการได้ และยังพบข้อจํากัดของการให้บริการของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ 1) ระบบไม่ได้ ออกแบบให้รองรับกับโครงสร้างภายในและลําดับขั้นของการตรวจทานงานของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ รวมทั้งยังไม่รองรับแบบฟอร์มเอกสารต่าง ๆ นอกเหนือจากแบบฟอร์มหนังสือราชการ 2) ระบบไม่สามารถ บริหารจัดการข้อมูลได้ ถ้าต้องการจะเพิ่มหรือแก้ไขข้อมูลใดใด จะต้องประสานงานเพื่อให้ สพร. ดําเนินการ 3) เอกสารสารบรรณและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ถูกจัดเก็บไว้บนระบบคลาวด์ของ สพร. ซึ่งจํากัดพื้นที่ในการ จัดเก็บ และมีความเสี่ยงต่อการสูญหายและรั่วไหลของข้อมูล ต้องมีการป้องกันเอกสารและข้อมูลที่เป็น ความลับที่ต้องจัดเก็บไว้ในระบบภายในกรม 4) กรมมีความจําเป็นต้องใช้ Service บนระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบงานคอมพิวเตอร์ภายในกรม เช่น ระบบจัดเก็บเอกสาร ระบบการลงลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบใบสลิปเงินเดือน ซึ่งระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้อยู่ไม่สามารถเชื่อมโยงกับ
ระบบงานภายในของกรม
ดังนั้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อเป็นการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทํางาน ให้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์สามารถสนับสนุนการเชื่อมโยงกับระบบงานคอมพิวเตอร์ ภายในของกรม และรองรับการพิจารณาจัดเก็บค่าบริการใช้งาน หรือยกเลิกการให้บริการใช้งานระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส์ที่กรมใช้อยู่ในอนาคต กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจึงมีความจําเป็นต้องจัดหาระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์ระบบใหม่ทดแทน พัฒนาให้สามารถดําเนินการบริหารจัดการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีความ
24
- 2 -
เหมาะสมและยืดหยุ่นต่อโครงสร้างหน่วยงาน สะดวกต่อการใช้งาน และออกแบบการใช้ทรัพยากรร่วมกัน รองรับการเชื่อมต่อกับระบบงานอื่นและเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้าด้วยกัน ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการ ทํางาน การค้นหาหนังสือราชการ ลดต้นทุนทรัพยากรกระดาษ ประหยัดค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ในสํานักงาน และ ลดปัญหาการทํางานที่ล่าช้าหรืองานผิดพลาดที่เกิดจากเอกสารสูญหาย ซึ่งสอดคล้องกับการทํางานของ พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ที่ต้องการให้หน่วยงานราชการปฏิบัติงาน ด้วยการจัดการหนังสือราชการให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยระบบการบริหารจัดการ ข้อมูลภายในองค์กร หรือ Enterprise Content Management (ECM) มาใช้
2.2 เพื่อพัฒนาระบบจัดเก็บเอกสาร สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบสลิปเงินเดือน และสามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐได้
2.3 เพื่อจัดโครงสร้างในการจัดเก็บหนังสือราชการและเอกสารต่าง ๆ
2.4 เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสม ปลอดภัย ในกระบวนการสร้าง การจัดเก็บข้อมูล การใช้ การเผยแพร่ และการทําลายข้อมูล - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมเชื้อเพลิง ธรรมชาติ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ เสนอราคาได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1
ZA
Aho jmé
- 3-
(1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วม
ค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ
ร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11 ผู้เสนอราคาต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
1
ไม่ต่ากว่า 2 ล้านบาท
2
(1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
(2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่
(3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
Ither
- 4 -
(4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ ต่ํากว่า 3 ล้านบาท
(5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 8 ล้านบาท
(6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 20 ล้านบาท
(7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 60 ล้านบาท
(8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 100 ล้านบาท
ล้านบาท
(9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 200
- สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงิน
ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา - กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี แต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง
บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ
ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลาง
ต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือ ที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
- 5-
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
- กรณีตามข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3)
งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้
แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
จัดซื้อจัดจ้างฯ
มีผลใช้บังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
3.13 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานและประสบการณ์พัฒนาระบบจัดเก็บเอกสารและระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์ หรือมีผลงานและประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ (Application) ซึ่งเป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานที่เป็นส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนในประเทศไทย มิใช่ผู้รับจ้างช่วง ที่มีราคา งานสัญญาเดียว ไม่ต่ํากว่า 7,400,000.- บาท (เจ็ดล้านสี่แสนบาทถ้วน) และเป็นเงินรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จํานวนไม่ น้อยกว่า 2 โครงการ ผลงานต้องเสร็จเรียบร้อยมาแล้วไม่เกิน 5 ปี (ห้าปี) นับจากวันที่ยื่นข้อเสนอโครงการ และ จะต้องเป็นผลงานที่ได้ดําเนินการเสร็จครบถ้วนตามสัญญา พร้อมกับแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงานหรือ สําเนาสัญญา หากไม่ยื่นมาจะไม่ได้รับการพิจารณา
- ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องออกแบบ จัดหา พร้อมติดตั้งระบบจัดเก็บเอกสารและระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีขอบเขตงาน แบ่งเป็น 4 ระบบ ดังนี้
- ระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document)
- ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban)
- ระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature)
- ระบบใบสลิปเงินเดือน (e-Payslip)
4.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานโครงการ (Project Master Plan) จัดหาระบบจัดเก็บ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบใบสลิป เงินเดือน และแผนการฝึกอบรม (Training Plan) การใช้งานระบบทั้ง 4 ระบบ ให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
m/.
A