จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างจัดทำข้อมูลด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม 68049274330
฿1,150,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 15 พ.ค. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงริเริ่มโครงการ “การจัดทําข้อมูลทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทยด้านภาพยนตร์” โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลทางวัฒนธรรมของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการสร้างและผลิตภาพยนตร์ รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนการนำพลังสร้างสรรค์หรือซอฟต์พาวเวอร์ของไทยมาใช้ประโยชน์ในการเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน จังหวัด และประเทศชาติ นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมุ่งเสริมสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการ รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ หรือการจัดทําฐานข้อมูลภาพยนตร์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ กำหนดนโยบายและแผนการดำเนินงานต่างๆ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทางวัฒนธรรมในการผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์และการจัดตั้ง Thailand Creative Culture Agency (THACCA) ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการสำรวจ, จัดเก็บข้อมูล, ถ่ายภาพ, จัดทำวีดิทัศน์, เผยแพร่ข้อมูล และจัดทำเอกสาร

English summary

This project aims to collect and store cultural data nationwide to serve as a database for film production, support the use of Thai soft power to add value and generate income, promote the development of infrastructure for film industry data management, and encourage cultural network participation in driving soft power policies. The contractor must collect data, take photos, produce videos, disseminate information, and prepare documents.

สถานที่ดำเนินการ

ทั่วประเทศ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลทางวัฒนธรรมของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ สำหรับใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อประโยชน์ในกระบวนการสร้างและผลิตภาพยนตร์
  • เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการนำพลังสร้างสรรค์ หรือซอฟต์พาวเวอร์ของไทยมาใช้ประโยชน์ในการเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน จังหวัด และประเทศชาติ
  • เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการบริหารจัดการ รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ หรือการจัดทําฐานข้อมูลภาพยนตร์ สำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ กำหนดนโยบายและแผนการดำเนินงานต่างๆ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย
  • เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทางวัฒนธรรมในการผลักดันนโยบาย เรื่องพลังสร้างสรรค์หรือซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศและนโยบายในการจัดตั้ง Thailand Creative Culture Agency (THACCA) ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์

ขอบเขตของงาน

  • ดำเนินการเสนอแผนการดำเนินงาน:
    • ศึกษาข้อมูลสถานที่เพื่อใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย ที่สำคัญต่อการจัดเก็บข้อมูล เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุน อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทย ด้านภาพยนตร์
    • เสนอแผนการดำเนินการลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ประกอบไปด้วย 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเลือกภูมิภาคละ ๒ จังหวัด รวมทั้งหมด ๑๒ จังหวัด
  • การลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล:
    • ภาพถ่าย / ภาพนิ่ง จำนวนไม่น้อยกว่าจังหวัดละ ๑๐๐ ภาพ
    • ภาพถ่ายทางอากาศ (Drone) ในพื้นที่ที่อนุญาตให้ถ่ายได้ ครอบคลุมพื้นที่ ภูมิภาคละ ๒ จังหวัด รวมทั้งหมด ๑๒ จังหวัด
    • ประวัติความเป็นมาของสถานที่ ข้อมูลชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวก ที่เชื่อมโยง พอสังเขป
    • พิกัด ข้อมูลการติดต่อ
    • ข้อมูลสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
  • จัดทำสื่อวีดิทัศน์:
    • ออกแบบและผลิตวีดิทัศน์ ความยาวไม่น้อยกว่า ๒ นาที ไม่น้อยกว่า ๑๒ คลิป ครอบคลุมพื้นที่ ภูมิภาคละ ๒ จังหวัด รวมทั้งหมด ๑๒ จังหวัด
  • เผยแพร่ข้อมูล:
    • เผยแพร่สื่อวีดิทัศน์ ผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ (Website), เฟซบุ๊ก (Facebook), เอ็กซ์ (X), อินสตาแกรม (Instagram), ยูทูป (You Tube) และ ติ๊กต็อก (Tiktok) ผ่านช่องทางที่มียอดสมาชิก หรือผู้ติดตามรวมไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ คน จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ ช่องทาง และแต่ละช่องทางจำนวนไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง
    • ผู้มีชื่อเสียง (Influencer) ที่มียอดสมาชิกหรือผู้ติดตามรวมไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ คน ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง
  • จัดทำเอกสาร “ข้อมูลด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์” เนื้อหาประกอบด้วยข้อมูลตาม ข้อ ๔.๒ พร้อมรูปภาพประกอบ จัดทําเป็นรูปเล่มสวยงาม จำนวน ๔ ชุด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานการจัดเก็บข้อมูลด้านวัฒนธรรมและแผนการลงพื้นที่ (4 ชุด)
  • ข้อมูลการลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (4 ชุด)
  • ข้อมูลการการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ (4 ชุด)
  • ข้อมูลในเอกสาร หรือหนังสือ “ข้อมูลด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์” (4 ชุด)
  • เอกสาร “ข้อมูลด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์” ตามข้อ ๔.๕ (4 ชุด)
  • สื่อวีดิทัศน์ จำนวน ๑๒ คลิป
  • ภาพถ่าย / ภาพนิ่ง จำนวนไม่น้อยกว่าจังหวัดละ ๑๐๐ ภาพต่อจังหวัด (รวม 12 จังหวัด)
  • Flash Drive หรือ Handy Drive บันทึกรายการส่งมอบงาน (4 ชุด)

ระยะเวลาดำเนินการ

กำหนดส่งมอบภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก หรือมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท หรือมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
  • Experience:
    • ประวัติผลงานหรือประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมามีลักษณะเดียวกับวัตถุประสงค์ของโครงการ หรือเกี่ยวข้องกับด้านวัฒนธรรม ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือการท่องเที่ยว

เกณฑ์การพิจารณา

เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยคะแนนข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่น ๆ ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกโดยใช้เกณฑ์การพิจารณา โดยคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ และพิจารณาเลือกรายที่ได้คะแนนรวมสูงสุด ไม่เกิน ๓ ราย

  • เกณฑ์ราคา (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 50.00
  • เกณฑ์คุณภาพ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๔๐.๐๐
    • การนำเสนอแนวคิด รูปแบบ การจัดเก็บข้อมูลด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ น้ำหนักร้อยละ ๕๐
    • การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ น้ำหนักร้อยละ ๓๐
    • ประวัติผลงานและประสบการณ์ทำงาน น้ำหนักร้อยละ ๒๐

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ภาพถ่าย/ภาพนิ่ง: จังหวัดละไม่น้อยกว่า 100 ภาพ
  • ภาพถ่ายทางอากาศ (Drone): ครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัด (จังหวัดละ 2 ภูมิภาค)
  • วีดิทัศน์: จำนวน 12 คลิป, ความยาวไม่น้อยกว่า 2 นาทีต่อคลิป, ระบบ Digital HD
  • สื่อสังคมออนไลน์: ช่องทางที่มียอดสมาชิก/ผู้ติดตามรวมไม่น้อยกว่า 20,000 คน, จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ช่องทาง

เงื่อนไขสัญญา

  • กำหนดจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอาการอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาจ้าง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้เรียบร้อยแล้ว
  • กรณีส่งมอบเกินกำหนด คิดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคางานจ้าง แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท
  • กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กรมส่งเสริม วัฒนธรรม จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวนร้อยละ ๑๐ (สิบ) ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ข้อมูลสถานที่ที่ต้องการคืออะไรบ้าง?
    • A: สถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม, ฉากในเมืองและสมัยใหม่, สิ่งมหัศจรรย์และความสวยงามของธรรมชาติ, วิถีดั้งเดิม ตลาด บ้านเรือน สภาพแวดล้อม, สถานที่โรแมนติก, สถานที่ลึกลับ สยองขวัญ มีเรื่องเล่า หรือตำนาน, เกาะ ชายหาด หน้าผา, สถาปัตยกรรม
    • Q: ต้องเลือกจังหวัดใดในการลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล?
    • A: ผู้รับจ้างจะต้องเลือกภูมิภาคละ ๒ จังหวัด จาก 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งหมด ๑๒ จังหวัด
    • Q: สื่อวีดิทัศน์ที่จัดทำต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร?
    • A: สื่อวีดิทัศน์ต้องนำเสนอข้อมูลที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทยด้านภาพยนตร์ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
    • Q: ช่องทางในการเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ต้องมีลักษณะอย่างไร?
    • A: ต้องเป็นสื่อที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องด้านวัฒนธรรม ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือการท่องเที่ยว
    • Q: จำนวนสมาชิกหรือผู้ติดตามในช่องทางการเผยแพร่สื่อออนไลน์ต้องมีเท่าไร?
    • A: ช่องทางที่มียอดสมาชิก หรือผู้ติดตามรวมไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ คน
    • Q: จะต้องกล่าวถึงหน่วยงานใดในสื่อวีดิทัศน์?
    • A: ในสื่อวีดิทัศน์จะต้องกล่าวถึงการสนับสนุนการดำเนินงาน โดยกระทรวงวัฒนธรรมและกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในช่วงต้นหรือท้ายสื่อวีดิทัศน์
    • Q: ข้อมูลอะไรบ้างที่ต้องมีในการลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล?
    • A: ภาพถ่าย/ภาพนิ่ง, ภาพถ่ายทางอากาศ (Drone), ประวัติความเป็นมาของสถานที่, ข้อมูลชุมชน แหล่งท่องเที่ยว, พิกัด, ข้อมูลการติดต่อ, และข้อมูลสนับสนุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
    • Q: ลิขสิทธิ์ของสื่อวีดิทัศน์เป็นของผู้ใด?
    • A: สื่อวีดิทัศน์ที่ได้รับจากการจัดทำครั้งนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
    • Q: ผู้รับจ้างสามารถนำข้อมูลที่ได้จากโครงการไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่?
    • A: ผู้รับจ้างจะนำไปเผยแพร่หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ มิได้ เว้นแต่จะได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเท่านั้น
    • Q: เกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอประกอบด้วยอะไรบ้าง?
    • A: เกณฑ์ราคา (50%) และเกณฑ์คุณภาพ (50%) โดยเกณฑ์คุณภาพพิจารณาจาก การนำเสนอแนวคิด รูปแบบ การจัดเก็บข้อมูลฯ (50%), การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ (30%), และประวัติผลงานและประสบการณ์ทำงาน (20%)

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑. หลักการและเหตุผล
ขอบเขตของงาน
จ้างจัดทําข้อมูลด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ
เพื่อเป็นแนวทางสําคัญที่จะยกระดับและพัฒนาความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยให้สร้างมูลค่า
และสร้างรายได้เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนส่งเสริมบทบาทความเป็น
ผู้นําของประเทศไทยในเวทีโลกซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่าง ประเทศ ทั้งนี้รัฐบาลได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ประกอบด้วย หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญ ในอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อน โครงการ แผนงาน และมาตรการต่าง ๆ ที่มีผลกระทบสูง ผ่านคอนเทนต์ ๑๑ อุตสาหกรรม ซึ่งจะมีหน่วยงานหลัก คือ Thailand Creative Culture Agency (THACCA) ที่มีหน้าที่และอํานาจ ในการดูแลพลังสร้างสรรค์ หรือซอฟต์พาวเวอร์ อย่างเป็นระบบ ครบวงจร ด้วยการสร้างระบบนิเวศทั้งหมด เพื่อสร้างอุตสาหกรรม
ซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยยังคงต้องได้รับการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสําคัญยิ่งประการหนึ่งซึ่งถือเป็นองค์ประกอบของโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่จะทําให้การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมได้รับการพัฒนา เพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น ส่งผลต่อเนื่อง ไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งในเวทีระดับนานาชาติและระดับโลก
ได้แก่ การบริหารจัดการ รวบรวมและเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งครอบคลุม ทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรม สําหรับใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ กําหนดนโยบาย
และแผนการดําเนินงานต่างๆ
ดังนั้น เพื่อให้สนองตอบนโยบายสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ ในการสร้างมูลค่าและสร้างรายได้เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านสื่อภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสื่อมวลชนที่ทรงอิทธิพลสูงในสังคม มีอํานาจในการชี้นํา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ ส่งผลให้โลกของธุรกิจ ใช้ภาพยนตร์เป็นสินค้าทางวัฒนธรรมเพื่อส่งผ่านวัฒนธรรมของตนไปสู่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก และเพื่อให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะส่งผลให้อุตสาหกรรมมีความเจริญก้าวหน้า
และให้ได้รับโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศทั้งในเวทีระดับนานาชาติและระดับโลก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยกองส่งเสริมวัฒธรรมสร้างสรรค์ จึงได้ริเริ่มดําเนินกิจกรรม “การจัดทําข้อมูลทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทยด้านภาพยนตร์” ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ นี้
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลทางวัฒนธรรมของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ สําหรับใช้เป็น
ฐานข้อมูลเพื่อประโยชน์ในกระบวนการสร้างและผลิตภาพยนตร์
๒.๒ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการนําพลังสร้างสรรค์ หรือซอฟต์พาวเวอร์ของไทยมาใช้ประโยชน์ใน การเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน จังหวัด และประเทศชาติ
๒.๓ เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการบริหารจัดการ รวบรวมและจัดเก็บข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ หรือการจัดทําฐานข้อมูลภาพยนตร์ สําหรับใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ กําหนดนโยบายและแผนการดําเนินงานต่างๆ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย
๒.๔ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทางวัฒนธรรมในการผลักดันนโยบาย เรื่องพลังสร้างสรรค์หรือ ซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศและนโยบายในการจัดตั้ง Thailand Creative Culture Agency (THACCA) ให้
สําเร็จเป็นรูปธรรม
๒.๕ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้นําข้อมูลไปใช้ประโยชน์
/๓. คุณสมบัติ…

๓. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงาน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
ดังกล่าว
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคา อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา
ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
/๒.๑๒ ผู้ยื่น….
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่ง

ได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปีได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะทางการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
๓.
สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละ
ครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่
มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี
แต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคล ธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร
ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท
เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือ
บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ
ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลาง
ต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
/๕. กรณี…
3

๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสาร ดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อข้อเสนอ
ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖. 5. กรณีตาม ข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้

(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ งานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค)
แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น
จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. ขอบเขตการดําเนินงาน
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามข้อกําหนด ดังนี้
๔.๑ ดําเนินการเสนอแผนการดําเนินงาน ประกอบด้วย
๔.๑.๑ ศึกษาข้อมูลสถานที่เพื่อใช้ในการถ่ายทําภาพยนตร์ในประเทศไทย ที่สําคัญต่อการจัดเก็บ ข้อมูล เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุน อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทย ด้านภาพยนตร์ ดังนี้
๑) สถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
๒) ฉากในเมืองและสมัยใหม่
๓) สิ่งมหัศจรรย์ และความสวยงามของธรรมชาติ
๔) วิถีดั้งเดิม ตลาด บ้านเรือน สภาพแวดล้อม
๕) โรแมนติก
๖) สถานที่ลึกลับ สยองขวัญ มีเรื่องเล่า หรือตํานาน
๗) เกาะ ชายหาด หน้าผา
๘) สถาปัตยกรรม


/ทังนี…
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างดําเนินการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นก่อนลงพื้นที่จริงจากแหล่งข้อมูล ดังนี้ วารสารการท่องเที่ยว แพลตฟอร์ม Location Scouting, Google Map เพื่อสํารวจสถานที่เสมือนจริง, สารคดี, โซเชียลมีเดีย ที่นําเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและการถ่ายภาพ, กระทู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องของสถานที่ และภาพถ่ายที่เผยแพร่ใน website ขายภาพ เป็นต้น ตลอดจนร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ โดยนําข้อมูลดิบ ที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์ เพื่อแยกย่อย คัดกรอง และออกสํารวจต่อไป
๔.๑.๒ เสนอแผนการดําเนินการลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ประกอบไปด้วย 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยผู้รับจ้างจะต้อง เลือกภูมิภาคละ ๒ จังหวัด รวมทั้งหมด ๑๒ จังหวัด
ทั้งนี้ แผนการดําเนินการลงพื้นที่แต่ละจังหวัดจะต้องมีข้อมูลที่มีความสําคัญตามข้อ ๔.๑.๑ และให้
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการ ตามข้อ ๔.๒
๔.๒ การลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล รายละเอียด ตามข้อ ๔.๑.๒ เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทําภาพยนตร์ ในประเทศไทย จะต้องประกอบด้วยข้อมูล ดังนี้
๔.๒.๑ ภาพถ่าย / ภาพนิ่ง จํานวนไม่น้อยกว่าจังหวัดละ ๑๐๐ ภาพ
๔.๒.๒ ภาพถ่ายทางอากาศ (Drone) ในพื้นที่ที่อนุญาตให้ถ่ายได้ ครอบคลุมพื้นที่ ภูมิภาคละ ๒ จังหวัด รวมทั้งหมด ๑๒ จังหวัด
๔.๒.๓ ประวัติความเป็นมาของสถานที่ ข้อมูลชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และสิ่งอํานวยความสะดวก ที่เชื่อมโยง พอสังเขป
๔.๒.๔ พิกัด ข้อมูลการติดต่อ
๔.๒.๕ ข้อมูลสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
๔.๓ จัดทําสื่อวีดิทัศน์
ผู้รับจ้างจะต้องออกแบบและผลิตวีดิทัศน์ เพื่อนําเสนอข้อมูลที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุน
อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทยด้านภาพยนตร์ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ความยาวไม่น้อยกว่า ๒ นาที ไม่น้อยกว่า ๑๒ คลิป ครอบคลุมพื้นที่ ภูมิภาคละ ๒ จังหวัด รวมทั้งหมด ๑๒ จังหวัด ถ่ายทําและตัดต่อ ด้วยระบบ Digital HD ที่มีความคมชัดสูง จัดทําเสียงบรรยาย เสียงดนตรีประกอบ จัดทํากราฟิกตัวหนังสือ ให้มีความถูกต้องและเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง โดยในสื่อวีดิทัศน์จะต้องกล่าวถึงการสนับสนุนการดําเนินงาน โดยกระทรวงวัฒนธรรมและกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในช่วงต้นหรือท้ายสื่อวีดิทัศน์
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแนวคิด รายละเอียดในการจัดทําสื่อวีดิทัศน์ ให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พิจารณาเห็นชอบ ก่อนดําเนินการ
๔.๔ เผยแพร่ข้อมูล
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการเผยแพร่สื่อวีดิทัศน์ตามข้อ ๔.๓ เพื่อประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้
ข้อมูล รายละเอียด ดังนี้
๔.๔.๑ ผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ (Website), เฟซบุ๊ก (Facebook), เอ็กซ์ (X), อินสตาแกรม (Instagram), ยูทูป (You Tube) และ ติ๊กต็อก (Tiktok) ผ่านช่องทางที่มียอดสมาชิก หรือผู้ติดตามรวมไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ คน จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ช่องทาง และแต่ละช่องทางจํานวนไม่น้อยกว่า
๒ ครง
๔.๔.๒ ผู้มีชื่อเสียง (Influencer) ที่มียอดสมาชิกหรือผู้ติดตามรวมไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ คน ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง
/ทังน
Pe
ทั้งนี้ สื่อที่ในการเผยแพร่ ตามข้อ ๔.๔.๑ และ ข้อ ๔.๔.๒ จะต้องเป็นสื่อที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง ด้านวัฒนธรรม ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือการท่องเที่ยว เป็นต้น
๔.๕ จัดทําเอกสาร “ข้อมูลด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์” เนื้อหาประกอบด้วยข้อมูลตาม ข้อ ๔.๒ พร้อมรูปภาพประกอบ จัดทําเป็นรูปเล่มสวยงาม จํานวน ๔ ชุด
๕. เงื่อนไขอื่น ๆ
๕.๑ การดําเนินการทุกขั้นตอน หากมีภาพ เสียงบรรยาย เพลงประกอบ สัญลักษณ์ หรืออื่นใดที่ปรากฏ จะต้องไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ ในกรณีจําเป็นต้องใช้ ภาพ เสียงบรรยาย เพลงประกอบ สัญลักษณ์ ฯลฯ ที่มีลิขสิทธิ์ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายก่อนที่จะส่งมอบงาน หากมีการฟ้องร้อง
ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
๕.๒ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแต่โดยลําพังต่อการละเมิดบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือสิทธิใด ๆ ในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้รับจ้างนํามาใช้ปฏิบัติในการรับจ้างดําเนินโครงการตามสัญญานี้ ๕.๓. สื่อวีดิทัศน์ที่ได้รับจากการจัดทําครั้งนี้ และใช้ในการดําเนินงาน ถือเป็นลิขสิทธิ์ของกรมส่งเสริม
วัฒนธรรม
๕.๔ ผู้รับจ้างจะต้องไม่นําเสนอข้อมูลที่ทําให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมเกิดความเสียหาย ๕.๕ รายละเอียดและข้อกําหนดขอบเขตของงาน ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
๕.๖ ผู้รับจ้างต้องดําเนินงานให้เรียบร้อย และเป็นไปตามรายละเอียด และข้อกําหนดการจ้าง และตามที่ได้รับคําแนะนําจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพิ่มเติม
๕.๗ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุ ประเภทวัสดุ หรือครุภัณฑ์ ที่จะใช้งานจ้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา
๕.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ซึ่งผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากลงนามในสัญญา
5. กําหนดเวลาส่งมอบ
กําหนดส่งมอบภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๗. วงเงินงบประมาณ
จํานวน ๑,๑๕๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
4. งวดงานและการจ่ายเงิน

กําหนดจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอาการอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาจ้าง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้
เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
กรณีส่งมอบเกินกําหนด คิดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคางานจ้าง แต่จะต้อง ไม่ต่ํากว่าวันละ ๑๐๐ บาท
กรณีที่ผู้รับจ้างนํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กรมส่งเสริม วัฒนธรรม จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวนร้อยละ ๑๐ (สิบ) ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
๑๐. การรับประกันความชํารุดบกพร่อง -
/๑๑. การส่ง…
๑๑. การส่งมอบงาน
ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานตามรายการดังต่อไปนี้
๑๑.๑ เอกสารจัดทําเป็นรูปเล่มให้สวยงาม รวมจํานวน ๔ ชุด ประกอบด้วยข้อมูล
๑๑.๑.๑ แผนการดําเนินงานการจัดเก็บข้อมูลด้านวัฒนธรรมและแผนการลงพื้นที่ ๑๑.๑.๒ ข้อมูลการลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
๑๑.๑.๓ ข้อมูลการการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ ๑๑.๑.๔ ข้อมูลในเอกสาร หรือหนังสือ “ข้อมูลด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์” ๑๑.๒ เอกสาร “ข้อมูลด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์” ตามข้อ ๔.๕ รวมจํานวน ๔ ชุด ๑๑.๓ สื่อวีดิทัศน์ จํานวน ๑๒ คลิป
๑๑.๔ ภาพถ่าย / ภาพนิ่ง จํานวนไม่น้อยกว่าจังหวัดละ ๑๐๐ ภาพ
ทั้งนี้
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการบันทึกรายการส่งมอบงาน ไฟล์เอกสารที่ได้จัดทําเป็นรูปเล่ม ตามข้อ ๑๑.๑ และ ๑๑.๒ ไฟล์สื่อวีดิทัศน์ตามข้อ ๑๑.๓ และไฟล์อัลบั้มรูปภาพทุกรายการ ตามข้อ ๑๑.๔ บันทึกลงใน Flash Drive หรือ Handy Drive รวมจํานวน ๔ ชุด มาพร้อมกันนี้
๑๒. ลิขสิทธิ์ และเงื่อนไขประกอบ
การดําเนินการภายใต้สัญญานี้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้นเอง หรือกรณีที่นํางานทรัพย์สิน ทางปัญญาของผู้อื่นมาใช้ในการดําเนินการดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องมีเอกสารรับรองว่าได้รับอนุญาตให้นํามาใช้ สําหรับการดําเนินการตามสัญญา ตลอดจนอนุญาตให้นําไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของสัญญานี้ด้วย
และหากมี
การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากการดําเนินการตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและ อาญา พร้อมทั้งหากการพัฒนาตามสัญญานี้มีผลงานทรัพย์สินทางปัญญาเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด ให้ถือ เป็นกรรมสิทธิ์ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้ใดจะนําไปใช้ในกิจการอื่น เผยแพร่ ทําซ้ํา หรือส่งมอบให้ผู้อื่นมิได้
เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
๑๓. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ

เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยคะแนนข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่น ๆ ต้องผ่านเกณฑ์ ขั้นต่ํา เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกโดยใช้เกณฑ์การพิจารณา โดยคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ ด้านคุณภาพ และพิจารณาเลือกรายที่ได้คะแนนรวมสูงสุด ไม่เกิน ๓ ราย
(๑) เกณฑ์ราคา (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 50.00
(๒) เกณฑ์คุณภาพ กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๔๐,๐๐
๑๓.๑ เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพ (ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ)
กําหนดสัดส่วนของน้ําหนักในการให้คะแนน เพื่อใช้ในการประเมินการพิจารณาคัดเลือก ข้อเสนอ ร้อยละ ๑๐๐ โดยต้องผ่านเกณฑ์คะแนนด้านคุณภาพ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ และหากไม่ผ่านคะแนน ขั้นต่ําด้านคุณภาพ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะไม่นําเกณฑ์ราคา (Price) ประกอบกับเกณฑ์อื่น (เกณฑ์คุณภาพ) มาพิจารณารวมกันเพื่อให้ได้ผู้ได้คะแนนสูงสุด
๑๓.๒ การพิจารณาเกณฑ์ด้านคุณภาพ (ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ) ประกอบด้วย
๑๓.๒.๑ การนําเสนอแนวคิด รูปแบบ การจัดเก็บข้อมูลด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ น้ําหนัก
ร้อยละ ๕๐ ประกอบด้วย
(๑) มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ร้อยละ ๒๕ (๒) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทันสมัย
ร้อยละ ๒๕
๑๓.๒.๒ การเผยแพร่…
3
9

๑๓.๒.๒ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ น้ําหนักร้อยละ ๓๐ ประกอบด้วย
(๑) การเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ร้อยละ ๑๕
(๒) จํานวนยอดสมาชิก หรือผู้ติดตาม ช่องทางการการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่าน
สื่อออนไลน์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ ร้อยละ ๑๕
๑๓.๒.๓ ประวัติผลงานและประสบการณ์ทํางาน น้ําหนักร้อยละ ๒๐
๑๓.๓ วิธีการประเมินและการให้คะแนน
๑๓.๓.๑ การนําเสนอแนวคิด รูปแบบ การจัดเก็บข้อมูลด้านภาพยนต์และวีดิทัศน์ โดยมีแผนการดําเนินงาน จัดทําเป็นลําดับขั้นตอน กําหนดระยะเวลา ตั้งแต่ขั้นตอนแรก ถึงจบงาน น้ําหนัก ร้อยละ ๕๐ โดยพิจารณาหลักเกณฑ์ ดังนี้
(๑) มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ให้น้ําหนักร้อยละ ๒๕ โดยให้
ผู้ยื่นข้อเสนอนําเสนอแผนการดําเนินงาน โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
(๑.๑) การนําเสนอภาพรวม แนวคิด รูปแบบ ของการจัดเก็บข้อมูลฯ มีความชัดเจน ความสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของโครงการ ชัดเจน
มากที่สุด
(๑.๒) การนําเสนอภาพรวม แนวคิด รูปแบบ ของการจัดเก็บข้อมูลฯ มีความชัดเจน ความสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของโครงการ ชัดเจนมาก (๑.๓) การนําเสนอภาพรวม แนวคิด รูปแบบ ของการจัดเก็บข้อมูลฯ มีความชัดเจน ความสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของโครงการ ชัดเจน
ปานกลาง
(๑.๔) การนําเสนอภาพรวม แนวคิด รูปแบบ ของการจัดเก็บข้อมูลฯ มีความชัดเจน ความสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของโครงการ ชัดเจนน้อย
คะแนน
วิธีการประเมิน
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ยื่นมา โดยให้จัดทํา
วิธีการให้คะแนน
คณะกรรมการ
โดยมีแผนการดําเนินงาน ข้อเสนอได้เสนอมาและ
จะพิจารณา โดยเปรียบ
แนวความคิด รูปแบบ
เทียบจากเอกสารที่ผู้ยื่น
อย่างเป็นขั้นตอน โดยมี
การให้คะแนนคิดจากผู้ที่
๗๕
การระบุระยะเวลา
ในการดําเนินงาน
๒๕
ในขั้นตอนแรก ถึงขั้นตอนสุดท้าย
โดยจัดทําเป็นรูปแบบ
PDF File
นําเสนองานได้ดีที่สุด เรียงลําดับลงมา
(๒) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทันสมัย ให้น้ําหนักร้อยละ ๒๕ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
(๒.๑) แสดงให้เห็นถึงการมีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ ทันสมัย อย่างโดดเด่น ชัดเจน น่าสนใจมากที่สุด
(๒.๒) แสดงให้เห็นถึงการมีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ ทันสมัย อย่างโดดเด่น ชัดเจน น่าสนใจมาก
คะแนน
๗๕
วิธีการประเมิน
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ยื่นมา แสดงถึง แนวความคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ ทันสมัย
แปลกใหม่จาก
แนวความคิดเดิม
วิธีการให้คะแนน
คณะกรรมการ
จะพิจารณา โดยเปรียบ เทียบจากเอกสารที่ผู้ยื่น
ข้อเสนอได้เสนอมาและ
การให้คะแนนคิดจาก
(๒.๓) แสดง…
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
(๒.๓) แสดงให้เห็นถึงการมีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ ทันสมัย อย่างโดดเด่น
ชัดเจน น่าสนใจปานกลาง
(๒.๔) แสดงให้เห็นถึงการมีความคิด
ริเริ่มสร้างสรรค์ ทันสมัย อย่างโดดเด่น
ชัดเจน น่าสนใจน้อย
คะแนน
๒๕
วิธีการประเมิน โดยจัดทําเป็นรูปแบบ
PDF File
วิธีการให้คะแนน ผู้ที่น่าเสนองานได้ดีที่สุด
เรียงลําดับลงมา
๑๓.๓.๒ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ น้ําหนักร้อยละ ๓๐ ประกอบด้วย
(๑) การเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ตรงตามวัตถุประสงค์ของ
โครงการให้น้ําหนักร้อยละ ๑๕ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
(๑) ช่องทางในการเผยแพร่สื่อ
ประชาสัมพันธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ตรงตามวัตถุประสงค์ของการ จัดโครงการคือเป็นช่องทาง มีเนื้อหาเกี่ยวข้องด้านวัฒนธรรม ภาพยนตร์ วีดิทัศน์
(๒) ช่องทางในการเผยแพร่สื่อ ประชาสัมพันธ์ คือเป็นช่องทาง ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
การผจญภัย
หากเลือกช่องทางในการเผยแพร่
สื่อประชาสัมพันธ์ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ
คะแนน
วิธีการประเมิน
ให้เห็นถึงประเภท
รูปแบบของสื่อ
เป็นรูปแบบ PDF File
วิธีการให้คะแนน
พิจารณาจาก
สื่อประชาสัมพันธ์ที่มี
เอกสารหลักฐานที่แสดง คณะกรรมการจะ
เนื้อหา สาระ และ
ยื่นข้อเสนอ โดยจัดทํา
เนื้อหาสัมพันธ์ หรือ เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม
ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ได้ ๑๐๐ คะแนน และสื่อ ประชาสัมพันธ์ที่มีเนื้อหา เกี่ยวข้องกับการ ท่องเที่ยว การผจญภัย ได้ ๕๐ คะแนน
ตามลําดับ
ข้อ (๑) และ (๒) จะไม่ถูกนํามาให้
คะแนน
(๒) จํานวนยอดสมาชิกหรือผู้ติดตาม ช่องทางการการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อ
ออนไลน์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ ให้น้ําหนักร้อยละ ๑๕ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
(๑) จํานวนยอดสมาชิก หรือผู้ติดตาม ช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อสังคม
ออนไลน์ ไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน (๒) จํานวนยอดสมาชิก หรือผู้ติดตาม ช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อสังคม
ออนไลน์ ไม่น้อยกว่า ๗๕,๐๐๐ คน
คะแนน
๗๕
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
คณะกรรมการ
จะพิจารณา โดยเปรียบ
เทียบจากเอกสารที่ผู้ยื่น
คะแนนคิดจากผู้นําเสนอ
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ยื่นมา โดยให้แสดง จํานวนยอดสมาชิก หรือ ผู้ติดตามและช่องทาง การเผยแพร่สื่อ
ข้อเสนอมา และการใช้
ผลงานจากจํานวนยอด
ประชาสัมพันธ์ออนไลน์
ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง
สมาชิก หรือผู้ติดตาม
โดยนับเอาช่องทางที่มี
ช่องทางการเผยแพร่
(๓) จํานวน…
2
(๓) จํานวนยอดสมาชิก หรือผู้ติดตาม ช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อสังคม
ออนไลน์ ไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน (๔) จํานวนยอดสมาชิก หรือผู้ติดตาม ช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อสังคม
ออนไลน์ ไม่น้อยกว่า ๒๕,๐๐๐ คน
๒๕
ผู้ติดตามมากที่สุดในการ ยื่นมาเรียงลําดับ อาทิ
ยูทูป (YouTube) หรือ เฟชบุ๊ค (Facebook)
หรือ อินสตราแกรม
(Instagram) หรือ
ติ๊กต็อก (TikTok) ฯลฯ โดยจัดทําเป็นรูปแบบ
PDF File
๑๓.๓.๓ ประวัติผลงานและประสบการณ์ทํางาน น้ําหนักร้อยละ ๒๐
ประวัติผลงานหรือประสบการณ์ทํางานที่ผ่านมามีลักษณะเดียวกับวัตถุประสงค์ของ
โครงการ หรือเกี่ยวข้องกับด้านวัฒนธรรม ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือการท่องเที่ยว ให้น้ําหนักร้อยละ ๒๐ โดยมี
คะแนน
๑๐๐
วิธีการประเมิน พิจารณาหลักฐานจาก
เกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
(๑) จํานวน ๕ ผลงาน
(๒) จํานวน ๔ ผลงาน
๗๕
สําเนาหนังสือรับรอง
(๓) จํานวน ๓ ผลงาน
๕๐
ผลงาน หรือสําเนา
(๔) จํานวน ๒ ผลงาน
๒๕
สัญญามูลค่าแต่ละ
สัญญาไม่น้อยกว่า
วิธีการให้คะแนน
คณะกรรมการ
๑๔. กรรมสิทธิ์ในข้อมูล เอกสารและผลการดําเนินงาน
๕๐๐,๐๐๐ บาท
จะพิจารณาโดยเปรียบ
เทียบจากเอกสารที่ผู้ยื่น
ข้อเสนอมาและการให้
คะแนนคิดจากผลงาน หรือประสบการณ์ ที่เกี่ยวข้อง หรือตรงกับ วัตถุประสงค์ของการจัด
โครงการ จํานวนผลงาน
มากที่สุด เรียงลําดับลงมา
๑๔.๑ กรรมสิทธิ์ในผลงานทั้งหมด เป็นของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้รับจ้างจะนําไปเผยแพร่หรือใช้ เพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ มิได้ เว้นแต่จะได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเท่านั้น
๑๔.๒ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระ/ภาพ ข่าวสาร บทความ ประชาสัมพันธ์ เพื่อความเหมาะสม
๑๔.๓ การดําเนินการทุกขั้นตอนจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่กรมส่งเสริม วัฒนธรรมแต่งตั้งก่อนดําเนินการ
/๑๕. หน่วยงาน…..
๑๕. หน่วยงานผู้รับผิดชอบดําเนินการ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
สถานที่ติดต่อ : เลขที่ ๑๔ ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๑๐ หมายเลขโทรศัพท์ : ๐ ๒๒๔๗ ๐๐๑๓ ต่อ ๕๔๑๓
๑๖. สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติม
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://www.culture.go.th หรือสอบถามมายังหมายเลข โทรศัพท์ ๐ ๒๒๔๗ ๐๐๑๓ ต่อ ๕๔๑๓ ในวัน เวลาราชการ
ลงชื่อ….
ดริฟ
(นายปิยนันท์ ป้องเคน)
ประธานกรรมการ
ลงชื่อ
(นางสาวอลิสา อารีรมย์)
กรรมการ
ลงชื่อ … บูรณบุณย์
yay
(นายภูบดี บูรณบุณย์)
กรรมการและเขานุการ