จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์) ปีงบประมาณ 2568

สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 68049272059
฿990,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 29 เม.ย. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบำรุงรักษาระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะทำการปรับเพิ่มประสิทธิภาพของระบบให้สามารถบริการข้อมูลสถิติที่หลากหลายและตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน รวมถึงการจัดทำข้อมูลในระบบให้เป็นชุดข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Data) ตามมาตรฐานที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกำหนด นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเน้นการสนับสนุนและส่งเสริมการใช้งานข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลให้กับผู้ใช้งานระบบ

ขอบเขตงานครอบคลุมการบำรุงรักษาระบบในด้านต่างๆ เช่น System Configuration, System Service, System Database และ Software Application รวมถึงการปรับปรุง Dashboard และรายงาน การเชื่อมโยงฐานข้อมูลภายนอกกระทรวง การนำเข้าข้อมูลจากฐานข้อมูลต่างๆ เพื่อประมวลผลและแสดงผล และการจัดทำข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบ Machine Readable เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน Open Data นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมการใช้งานระบบสำหรับผู้ใช้งานในระดับต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากระบบได้อย่างเต็มที่

โครงการนี้มีระยะเวลาในการดำเนินงาน 122 วัน โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานเป็นรายเดือน และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับเอกสารสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ การรักษาความลับของข้อมูล และข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

English summary

The project aims to maintain the Ministry of Social Development and Human Security’s (MSDHS) e-Family Handbook system for continuous operation, enhance its efficiency in providing diverse statistical data, create Open Data sets, and support data usage and analysis. The scope includes system maintenance, Dashboard and report improvements, external database linking, data import for processing and display, and user training.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อบํารุงรักษาระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
  • เพื่อปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบให้สามารถบริการข้อมูลสถิติที่มีความหลากหลายและตรงต่อตามความต้องการ
  • เพื่อจัดทําข้อมูลในระบบให้เป็นชุดข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Data) ตามมาตรฐานคุณลักษณะแบบเปิด ที่สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกําหนด
  • เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการใช้งานข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลให้กับผู้ใช้งานระบบ

ขอบเขตของงาน

  • การจัดทําแผนการดําเนินงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบ
  • การดูแลบํารุงรักษาทั่วไป: System Configuration, System Service, System Database, Software Application
  • ติดตามตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมระบบงาน และดําเนินการแก้ไข
  • ตรวจสอบ เสนอแนะ พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพการทํางาน (Performance) ของระบบงาน
  • ให้คําปรึกษาด้านโปรแกรมระบบงาน รวมถึงวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น
  • ปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม ระบบงานตามที่ ศทส. สป.พม. ร้องขอ
  • การสํารอง Source Code และฐานข้อมูล (Database) และกู้คืนระบบ (Backup and Restore)
  • การติดตั้งระบบงานที่แก้ไข/ปรับปรุง/บํารุงรักษา
  • ปฏิบัติตามประกาศสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต
  • การปรับเพิ่มประสิทธิภาพ Dashboard และรายงาน
  • จัดทําส่วนเชื่อมโยงฐานข้อมูลภายนอกกระทรวงอย่างน้อย 1 ฐานข้อมูล
  • การนําเข้าข้อมูลจากฐานข้อมูลสารสนเทศของหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวง อย่างน้อย 5 ฐานข้อมูล
  • ปรับปรุงและพัฒนา Dashboard เพิ่มเติม ให้สามารถแสดงผลข้อมูลบนแผนที่
  • ปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมรายงานตามรูปแบบที่ สป.พม. กําหนด อย่างน้อย 5 รายงาน
  • จัดทํา Dashboard และ รายงาน ให้สามารถส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบ Machine Readable
  • ดําเนินการประมวลผลและแสดงผลข้อมูล (Query) ตาม สป.พม. กําหนด
  • จัดทําเอกสารกระบวนการทํางานโดยละเอียด (Work Flow)
  • ฝึกอบรมการใช้งานระบบสําหรับผู้ใช้งานระดับต่างๆ
  • การรับแจ้งและแก้ไขปัญหา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดําเนินงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบ
  • รายงานสรุปผลการบํารุงรักษาระบบประจําเดือน
  • รายงานสรุปความก้าวหน้าการปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบ
  • เอกสารรายละเอียดการออกแบบระบบของส่วนพัฒนาปรับปรุงระบบเพิ่มเติม
  • ส่วนเชื่อมโยงฐานข้อมูลภายนอกกระทรวง
  • Dashboard ที่สามารถแสดงผลข้อมูลบนแผนที่
  • รายงานที่สามารถส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (.pdf .csv .xlsx .png .jpg)
  • Dashboard และ รายงาน ที่สามารถส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบ Machine Readable
  • เอกสารการปรับเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ
  • เอกสารทดสอบระบบงาน
  • คู่มือการสํารองและกู้คืนข้อมูล
  • รายงานผลการทดสอบการกู้คืนระบบ
  • เอกสารคู่มือการดูแลระบบและเอกสารคู่มือการใช้งานระบบ
  • รายงานการฝึกอบรม (ถ้ามี)
  • Source Code ที่ไม่มีการเข้ารหัส (Encryption Source Code) และฐานข้อมูล (Database) ของระบบงานเดิม และระบบงานที่ปรับเพิ่มประสิทธิภาพทั้งหมด (ถ้ามี) พร้อมลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่ใช้ในการพัฒนาระบบ (ถ้ามี)
  • Thumb Drive สําหรับติดตั้งระบบงาน (ถ้ามี)
  • ไฟล์เอกสาร, โปรแกรมต้นฉบับ (Source Code) หรือโปรแกรมต่างๆ / ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง, ฐานข้อมูลของระบบ ที่ส่งมอบงานในแต่ละงวดงานทั้งหมด จัดเก็บลงใน อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก (External Hard Disk)

ระยะเวลาดำเนินการ

1 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 (122 วัน)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Experience:
    • ผู้เสนอราคาจะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพและธุรกิจในด้านการบริหารจัดการ ระบบสารสนเทศ บํารุงรักษาและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในลักษณะเดียวกับขอบเขตงาน ที่กําหนด
    • มีผลงานในด้านดังกล่าว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 495,000 บาท (สี่แสนเก้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) อย่างน้อย 2 โครงการหรือ 2 สัญญา ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับตั้งแต่วันตรวจรับมอบงานงวดสุดท้ายถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
  • Personnel:
    • ผู้จัดการโครงการ (Project Manager): คุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ในตําแหน่งผู้จัดการโครงการ ไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีประสบการณ์ในการดําเนินงานด้านพัฒนาระบบเทคโนโลยีสาระสนเทศไม่น้อยกว่า 10 ปี
    • นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientists): คุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก ทางด้านสาขาวิชา การวิเคราะห์ข้อมูลและวิทยาการข้อมูล หรือสาขาสถิติประยุกต์ หรือสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมศาสตร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลหรือประมวลผลข้อมูล ไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • วิศวกรข้อมูล (Data Engineer): คุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่า ทางด้าน สาขาวิชาการวิเคราะห์ข้อมูลและวิทยาการข้อมูล หรือสาขาสถิติประยุกต์ หรือสาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมศาสตร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลหรือประมวลผลข้อมูล ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • ผู้ดูแลระบบ (System Administrator): คุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่า ทางด้านสาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมศาสตร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ด้านการดูแลรักษาระบบไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • นักพัฒนาระบบ (Programmer): มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า ทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ในการพัฒนาหรือปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบฐานข้อมูลไม่น้อยกว่า 5 ปี (จํานวน 1 คน) และ ไม่น้อยกว่า 2 ปี (จํานวน 4 คน)
    • นักทดสอบระบบ: มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า ทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ทดสอบระบบไม่น้อยกว่า 2 ปี
    • เจ้าหน้าที่ประสานงาน (Project Coordinator): มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าทุกสาขา และประสบการณ์ ในการติดต่อประสานงานโครงการ ไม่น้อยกว่า 2 ปี

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอที่ครบถ้วนตามขอบเขตงานโดยใช้เกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • บำรุงรักษาระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK)
  • ปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบให้สามารถบริการข้อมูลสถิติที่หลากหลาย
  • จัดทําข้อมูลในระบบให้เป็นชุดข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Data) ตามมาตรฐาน
  • เชื่อมโยงฐานข้อมูลภายนอกกระทรวง
  • พัฒนา Dashboard ให้แสดงผลข้อมูลบนแผนที่และรูปแบบอื่นๆ
  • ปรับปรุงและแก้ไขรายงานให้สามารถส่งออกข้อมูลได้หลายรูปแบบ

เงื่อนไขสัญญา

  • สป.พม. จะชําระเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานรายเดือนและผ่านการ ตรวจรับจากกรรมการ ครบถ้วน ถูกต้อง เรียบร้อยแล้ว
  • ผู้รับจ้างต้องลงนามในข้อตกลงห้ามเปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement : NDA) และลงนาม ในสัญญาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) กับผู้ว่าจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: ระบบที่ต้องบำรุงรักษาและปรับปรุงคือระบบอะไร?
    คำตอบ: ระบบที่ต้องบำรุงรักษาและปรับปรุงคือ ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

    • คำถาม: การปรับปรุงระบบมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบสามารถทำอะไรได้บ้าง?
      คำตอบ: การปรับปรุงระบบมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบสามารถบริการข้อมูลสถิติที่หลากหลายและตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน รวมถึงการจัดทำข้อมูลในระบบให้เป็นชุดข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Data)

    • คำถาม: การบำรุงรักษาระบบครอบคลุมส่วนใดบ้าง?
      คำตอบ: การบำรุงรักษาระบบครอบคลุม System Configuration, System Service, System Database และ Software Application

    • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องทำอะไรบ้างเกี่ยวกับการสำรองข้อมูล?
      คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการสำรอง Source Code และฐานข้อมูล (Database) ของระบบงาน, จัดทำแผนการสำรองและกู้คืนระบบ, และจัดทำคู่มือการสำรองและกู้คืนระบบ

    • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องทำอะไรเกี่ยวกับการเชื่อมโยงฐานข้อมูลภายนอก?
      คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดทำส่วนเชื่อมโยงฐานข้อมูลภายนอกกระทรวงอย่างน้อย 1 ฐานข้อมูล

    • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องทำอะไรเกี่ยวกับการพัฒนา Dashboard?
      คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงและพัฒนา Dashboard ให้สามารถแสดงผลข้อมูลบนแผนที่และแสดงผลข้อมูลในรูปแบบอื่นๆ

    • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องทำอะไรเกี่ยวกับการปรับปรุงรายงาน?
      คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมรายงานตามรูปแบบที่ สป.พม. กำหนด อย่างน้อย 5 รายงาน

    • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องทำอะไรเพื่อให้ข้อมูลเป็นไปตามมาตรฐาน Open Data?
      คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดทำ Dashboard และรายงาน ให้สามารถส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบ Machine Readable ตามมาตรฐานคุณลักษณะแบบเปิด ที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกำหนด

    • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดการฝึกอบรมอย่างไร?
      คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมสำหรับผู้ใช้งานระดับต่างๆ เช่น ผู้บริหาร/หัวหน้าหน่วยงาน, ผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้งานระดับผู้ปฏิบัติงาน

    • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบเรื่องลิขสิทธิ์โปรแกรมอย่างไร?
      คำตอบ: สป.พม.จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์โปรแกรมที่ผู้รับจ้างนำมาใช้ หากมีปัญหาผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์)

  1. หลักการและเหตุผล
    ปีงบประมาณ 2568
    ด้วยสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (สป.พม.) ได้พัฒนาระบบสมุดพก ครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) และมีการใช้งานระบบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้งาน ข้อมูลให้กับหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อใช้ในการ พัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ปัจจุบันมีผู้ใช้งานระบบทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค (76 จังหวัด และ กรุงเทพมหานคร) จํานวน 3,411 คน และมีข้อมูลจํานวนครัวเรือนเปราะบางที่อยู่ในระบบ จํานวน 1,034,550 ครัวเรือน และ 1,865,651 คน ในปีงบประมาณ 2568 มีแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสําคัญ ของกระทรวง ตามโครงการ 9 flagship ต่อยอดแนวคิด 5x5 แก้ปัญหาวิกฤติประชากร ซึ่งในพันธกิจด้านที่ 9 เกี่ยวข้องกับการบูรณาการฐานข้อมูลของหน่วยงานทั้งในสังกัดกระทรวง พม. และหน่วยงานภายนอก
    อย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนการใช้งานระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์เป็นระบบฐานข้อมูลกลาง ของกระทรวง ที่ให้บริการข้อมูลกับหน่วยงานภายในและภายนอก เพื่อนําไปสู่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกัน โดยมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นไปตามนโยบายด้านธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ นโยบายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของ สป.พม. ในการแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูล
    ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและสามารถให้บริการข้อมูลสถิติได้ถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นปัจจุบัน ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานเพิ่มเติมจากที่มีในระบบ และสามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูล ภายนอกได้มากขึ้น เช่น การนําเสนอข้อมูลบนแผนที่, การจัดทําตารางแจกแจงความถี่ตั้งแต่สองทางขึ้นไป (Crosstab Table),การจัดทําข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบ Machine Readable เพื่อเป็นชุดข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Data) จึงเห็นควรบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวง พม. (ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์) ในปีงบประมาณ 2568
  2. วัตถุประสงค์โครงการ
    2.1 เพื่อบํารุงรักษาระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
    2.2 เพื่อปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบให้สามารถบริการข้อมูลสถิติที่มีความหลากหลายและ
    ตรงต่อตามความต้องการ
    2.3 เพื่อจัดทําข้อมูลในระบบให้เป็นชุดข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Data) ตามมาตรฐานคุณลักษณะแบบเปิด ที่สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกําหนด
    2.4 เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการใช้งานข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลให้กับผู้ใช้งานระบบ
  3. ขอบเขตการดําเนินงาน
    3.1 การจัดทําแผนการดําเนินงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา แผนการดําเนินงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบ ในรูปแบบรายงานผลการปฏิบัติงาน/ การบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบที่เกี่ยวข้อง ส่งให้ ศทส. สป.พม. พิจารณาภายใน 15 วันนับถัดจาก
    วันลงนามในสัญญาจ้าง

    ขอบเขตงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนฯ ปีงบประมาณ 2568
    کرده
    ประธานกรรมการ
    Родное
    กรรมการ
    กรรมการ
    หน้า 1
    3.2 ขอบเขตงานการบํารุงรักษาทั่วไป ประกอบด้วย
    3.2.1 การดูแลบํารุงรักษาจะต้องครอบคลุมถึงองค์ประกอบ ต่อไปนี้
  1. System Configuration
  2. System Service
  3. System Database
  4. Software Application
    3.2.2 การบํารุงรักษาจะต้องครอบคลุมถึงงานหรือกิจกรรม ดังต่อไปนี้
    3.2.2.1 ติดตามตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมระบบงาน หากพบผิดพลาดจะต้องแจ้ง
    ศทส. สป.พม. และดําเนินการแก้ไขข้อผิดพลาดนั้น
    3.2.2.2 ตรวจสอบ เสนอแนะ พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพการทํางาน (Performance)
    ของระบบงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    3.2.2.3 ให้คําปรึกษาด้านโปรแกรมระบบงาน รวมถึงวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อสรุป เสนอแนวทางให้ ศทส. สป.พม. ในกรณีที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างข้อมูลหรือแนวทาง ปฏิบัติในการทํางาน
    3.2.2.4 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม ระบบงานตามที่ ศทส. สป.พม. ร้องขอ และพิจารณาร่วมกันโดยไม่กระทบกับโครงสร้างฐานข้อมูลเดิมดังนี้
  5. ปรับปรุงแก้ไขระบบงาน
  6. ปรับปรุงแก้ไขระบบรายงานผล
  7. ปรับปรุงแก้ไขหน้าจอแสดงผลและการเรียกใช้ข้อมูล (Query)
  8. ปรับปรุงแก้ไขระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานภายในและระบบงานภายนอก 3.2.2.5 การสํารอง Source Code และฐานข้อมูล (Database)
  9. ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการสํารอง Source Code และฐานข้อมูล (Database)
    ของระบบงาน เมื่อเริ่มสัญญาจ้าง
  10. ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการสํารองและกู้คืนระบบ (Backup and Restore) Source Code และฐานข้อมูล (Database) ของระบบงาน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้อง ร่วมประชุมกับ ศทส. สป.พม. เพื่อจัดทําแผนการสํารองและกู้คืนระบบ และดําเนินการตามแผนการสํารองและกู้คืนระบบ ที่ได้พิจารณาร่วมกับ ศทส. สป.พม. ตลอดช่วงอายุสัญญาจ้าง พร้อมจัดทําคู่มือการสํารองและกู้คืนระบบ ส่งมอบให้กับ ศทส. สป.พม. ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
  11. ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการสํารอง Source Code ของระบบงาน ทั้งก่อนและหลัง การเปลี่ยนแปลง Source Code ของระบบงานลงอุปกรณ์ที่ได้จัดเตรียมไว้ ทุกครั้ง
  12. ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการสํารองฐานข้อมูล (Database) ของระบบงาน
    เดือนละครั้งลงในอุปกรณ์ที่ ศทส. สป.พม. ได้จัดเตรียมไว้
  13. ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบหรือทดสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้ ทําการสํารองทุกครั้ง ถ้าหากพบข้อมูลเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องรายงานให้ ศทส. สป.พม. ทราบภายใน 2 ชั่วโมงทําการ และวิเคราะห์หาสาเหตุปัญหา ที่เกิดขึ้นพร้อมกับแก้ไขให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3
    ขอบเขตงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนฯ ปีงบประมาณ 2568
    eg
    ประธานกรรมการ
    Jadrank
    กรรมการ
    กรรมการ
    หน้า 2
    วันทําการ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายใน 3 วันทําการ จะต้องแจ้ง ศทส. สป.พม. เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี ทั้งนี้ เมื่อผู้รับจ้าง ดําเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องแจ้ง สป.พม. ทุกครั้ง
  14. ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบการกู้คืนข้อมูลระบบงาน อย่างน้อย 1 ครั้ง
    ภายในระยะเวลาการดําเนินงานตามสัญญา
  15. ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการสํารองข้อมูล
    Source Code ตลอดช่วงอายุสัญญาจ้าง ตามแผนที่กําหนดไว้ 3.2.2.6 การติดตั้งระบบงานที่แก้ไข/ปรับปรุง/บํารุงรักษา หากต้องมีการติดตั้ง Hardware หรือ Software อื่นที่จําเป็นเพิ่มเติมทั้งบนเครื่องแม่ข่ายและ/หรือลูกข่ายเพื่อให้ ระบบงานสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ ศทส. สป.พม. ทราบก่อนการดําเนินงานอย่างน้อย 1 วันทําการ และผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการจัดหา Hardware หรือ Software ที่เพิ่มเติมนั้น
    3.2.2.7 ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิ์เรียกร้องใดๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรเกี่ยวกับ Software ที่จัดซื้อ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการทั้งปวงเพื่อให้ การกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับไปโดยเร็วและผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชําระ ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
    3.2.2.8 กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับปรุง เพิ่มเติม Software ในลักษณะ Upgrade Release หรือ Version ใหม่ของระบบงานให้ทันสมัยขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ เจ้าหน้าที่ ศทส. สป.พม. ทราบก่อนการดําเนินงาน 14 วันเป็นอย่างน้อย โดยที่ Software นั้นจะต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ และหากมีค่าใช้จ่ายผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    3.2.2.9 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
    ความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต พ.ศ. 2553 ประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 หรือประกาศอื่นที่ได้มีการ ประกาศเพิ่มเติมภายหลัง
    3.2.2.10 ในการดําเนินงานผู้รับจ้างจะต้องหารือกับ ศทส. สป.พม. เกี่ยวกับการจัดทํา
    แผนการดําเนินงานในแต่ละกิจกรรมก่อนเริ่มดําเนินงาน เช่น แผนสํารองข้อมูล แผนการทดสอบกู้คืนระบบ แผนทบทวนสิทธิ์ และแผนการดําเนินงานปรับปรุง ระบบ เป็นต้น
    3.2.2.11 หากมีการเปลี่ยนแปลง หรือเคลื่อนย้ายระบบงาน, ฐานข้อมูลหรือ เครื่อง server ของระบบฯ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการปรับปรุงระบบฯ เพื่อการเคลื่อนย้าย และ เมื่อมีการเคลื่อนย้ายเรียบร้อยแล้วจะต้องมีการทดสอบการใช้งานของระบบฯ
    โดยระบบต้องสามารถใช้งานได้อย่างเป็นปกติ
    3.2.2.12 ในกรณีที่จะต้องมีการปรับปรุง/เพิ่มเติมผู้ใช้งาน ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการกําหนด สิทธิ์ผู้ใช้งาน โดยจะต้องได้รับอนุญาตจาก ศทส. สป.พม. ก่อนเสมอ (ถ้ามี) 3.2.2.13 ผู้รับจ้างจะต้องทบทวนผังการติดตั้งโปรแกรมระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล ตาม
    ข้อ 3.2 ที่ติดตั้งบนเครื่องแม่ข่ายต่างๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่ ศทส. สป.พม. มอบหมาย
    ขอบเขตงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนฯ ปีงบประมาณ 2568
    หน้า 3
    كره
    ประธานกรรมการ
    Job
    กรรมการ
    Jaund
    3.3 ขอบเขตงานการปรับเพิ่มประสิทธิภาพ ประกอบด้วย
    3.3.1 ผู้รับจ้างให้คําปรึกษา เสนอแนะ แนวทางในการปรับปรุงและปรับเพิ่มประสิทธิภาพ
    Dashboard และรายงานให้กับผู้ว่าจ้าง
    3.3.2 จัดทําส่วนเชื่อมโยงฐานข้อมูลภายนอกกระทรวงเพื่อปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันได้อย่าง
    น้อย 1 ฐานข้อมูล
    3.3.3 การนําเข้าข้อมูลจากฐานข้อมูลสารสนเทศของหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวง
    อย่างน้อย 5 ฐานข้อมูล เพื่อประมวลผลและแสดงข้อมูลได้
    3.3.4 ผู้รับจ้างดําเนินการปรับปรุงและพัฒนา Dashboard เพิ่มเติม ให้สามารถแสดงผลข้อมูล บนแผนที่และแสดงผลข้อมูลในรูปแบบอื่นๆ ตามที่สป.พม.กําหนดในหน้าแรกของระบบ และหน้าแสดงผลภายในระบบ โดยสามารถส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ (.pdf .csv .xlsx .png .jpg) ได้
    3.3.5 ผู้รับจ้างดําเนินการปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมรายงานตามรูปแบบที่ สป.พม. กําหนด อย่างน้อย 5 รายงาน ในหน้าแรกของระบบและหน้าแสดงผลภายในระบบ และสามารถส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (.pdf .csv .xlsx) ได้
    3.3.6 ผู้รับจ้างดําเนินการจัดทํา Dashboard และ รายงาน ตามข้อ 3.3.3 และ 3.3.4 ให้สามารถ ส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบ Machine Readable ตามมาตรฐานคุณลักษณะแบบเปิด ที่สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกําหนด
    3.3.7 ผู้รับจ้างดําเนินการประมวลผลและแสดงผลข้อมูล (Query) ตาม สป.พม. กําหนด โดยให้
    เจ้าหน้าที่ฯ เข้าปฏิบัติงานอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือตามที่ สป.พม. ร้องขอ
    3.3.8 ก่อนการปรับปรุงหรือเพิ่มประสิทธิภาพระบบงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเอกสารกระบวนการ ทํางานโดยละเอียด (Work Flow) นําเสนอต่อ ศทส. สป.พม. พิจารณาก่อนการปรับเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบงาน
    3.3.9 ผู้รับจ้างดําเนินการฝึกอบรมการใช้งานระบบ ดําเนินการดังนี้
  16. จัดอบรมสําหรับผู้ใช้งานระดับผู้บริหาร/หัวหน้าหน่วยงาน จํานวน 1 ครั้ง ไม่น้อย กว่า 20 คน ระยะเวลาอบรมไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
  17. จัดอบรมสําหรับผู้ดูแลระบบ จํานวน 1 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 20 คน ระยะเวลา อบรมครั้งละไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
  18. จัดอบรมออนไลน์สําหรับผู้ใช้งานระดับผู้ปฏิบัติ จํานวน 2 ครั้ง ระยะเวลาอบรม ครั้งละไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
    โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาวิทยากรเชี่ยวชาญพร้อมรับผิดชอบค่าวิทยากร ตามข้อ 1) - 3) และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเป็นค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ค่าเช่าสถานที่เอกชนในการจัดอบรม หรือที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ตามข้อ 1), 2)
    ทั้งนี้ หากมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค เช่น การติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) โรคอุบัติใหม่ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมแบบพบหน้า (onsite) ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างอาจพิจารณาเปลี่ยนรูปแบบการอบรมทั้งหมดเป็นรูปแบบ ออนไลน์ตามความเหมาะสม โดยยังคงรักษาเนื้อหาและระยะเวลาในการอบรมให้เป็นไปตามที่ กําหนดไว้ โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดเตรียมระบบหรือเครื่องมือสําหรับการ
    อบรมออนไลน์ให้พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ขอบเขตงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนฯ ปีงบประมาณ 2568
    ประธานกรรมการ
    โร
    กรรมการ
    ปริทธิ์
    กรรมการ
    หน้า 4
    3.3.10 สป.พม.จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์โปรแกรมที่ผู้รับจ้างนํามาใช้ ตามข้อ 3.3.1 - 3.3.6 ทั้งนี้ หากมีปัญหาผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด ที่เกิดขึ้น
    3.4 ขอบเขตงานการรับแจ้งและแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย
    3.4.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการดําเนินงานการรับแจ้งและแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย วิธี/ขั้นตอนการรับแจ้งและแก้ไขปัญหา เป็นต้น รูปแบบการรายงานผลการรับแจ้งและ แก้ไขปัญหาในแต่ละเดือน เพื่อส่งมอบตามงวดงาน ส่งให้ ศทส. สป.พม. พิจารณาภายใน 15 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    3.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องวิเคราะห์ สรุปสาเหตุ พร้อมระบุแนวทางการแก้ไขปัญหาและระยะเวลา ดําเนินการเบื้องต้นหลังจากได้รับแจ้งจาก ศทส. สป.พม. ภายใน 3 วันทําการ และจะต้อง แก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาดําเนินการที่ได้ระบุมานั้น ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายใน 3 วันทําการจะต้องแจ้ง ศทส. สป.พม. เพื่อพิจารณาเป็นราย กรณี ทั้งนี้ เมื่อผู้รับจ้างดําเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องแจ้ง สป.พม. ทุกครั้ง 3.4.3 ในการรับแจ้งปัญหาจากผู้ใช้งานระบบต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องบันทึกการรับแจ้งปัญหาทุกครั้ง และออกแบบฟอร์มการรับแจ้งปัญหาหรือการให้บริการต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและ
    เมื่อดําเนินการแล้วเสร็จจะต้องบันทึกผลการให้บริการลงในแบบฟอร์มรายงานผล การปฏิบัติงานทุกครั้ง เพื่อรายงานผลการแก้ไขปัญหาให้ผู้ใช้งาน ผู้แจ้งทราบ ทั้งนี้ รายการใด ที่ผู้รับจ้างปฏิบัติไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องเขียนแจ้งเหตุผลให้ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ ลงลายมือชื่อรับทราบภายในกําหนด
    3.4.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานประจําเดือนส่งมอบให้ ศทส. ตามงวดงานตลอดอายุ สัญญา โดยจะต้องจัดทําตัวอย่างรายงานเสนอให้ ศทส. พิจารณาเห็นชอบก่อนที่จะ ดําเนินการทั้งนี้ ศทส. อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรายงานได้ในภายหลังเพื่อความเหมาะสม ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขรายงานตามที่ ศทส. กําหนด
    3.4.5 ผู้รับจ้างจะต้องให้คําปรึกษาที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดําเนินงานเกี่ยวกับระบบ
    สารสนเทศของ สป.พม.หรือตามที่ ศทส.ร้องขอ (ถ้ามี)
    3.5 บุคลากร
    3.5.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ ดังต่อไปนี้
  19. ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จํานวน 1 คน
    1.1. ต้องจัดหาผู้จัดการโครงการ ที่มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ในตําแหน่งผู้จัดการโครงการ ไม่น้อยกว่า 3 ปี และมี ประสบการณ์ในการดําเนินงานด้านพัฒนาระบบเทคโนโลยีสาระสนเทศไม่น้อยกว่า 10 ปี 1.2. ทําหน้าที่บริหารโครงการและควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในข้อ 2) - 7)
    ให้เป็นไปตามข้อกําหนด
  20. นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientists) จํานวน 1 คน
    2.1. ต้องจัดหานักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ที่มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก ทางด้านสาขาวิชา การวิเคราะห์ข้อมูลและวิทยาการข้อมูล หรือสาขาสถิติประยุกต์ หรือสาขาวิทยาการ คอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมศาสตร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่
    ขอบเขตงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนฯ ปีงบประมาณ 2568
    ap
    ประธานกรรมการ
    Jaz
    กรรมการ
    กรรมการ
    E
    หนา 5
    เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลหรือประมวลผลข้อมูล ไม่น้อยกว่า 3 ปี
    จํานวน 1 คน
    2.2. ทําหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประมวลผลและแสดงผลข้อมูล ในส่วนที่มีการปรับ
    เพิ่มประสิทธิภาพระบบ
  21. วิศวกรข้อมูล (Data Engineer) จํานวน 1 คน
    3.1. ต้องจัดหาวิศวกรข้อมูล ที่มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่า ทางด้าน สาขาวิชาการวิเคราะห์ข้อมูลและวิทยาการข้อมูล หรือสาขาสถิติประยุกต์ หรือสาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมศาสตร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลหรือประมวลผลข้อมูล ไม่น้อยกว่า 5 ปี จํานวน 1 คน
    3.2. ทําหน้าที่บูรณาการข้อมูล (Data Integration) จัดเตรียมข้อมูล (Data Preparation) ปรับปรุงข้อมูล (Transform Data) ทําความสะอาดข้อมูล (Data Cleansing) รวมถึง สร้างชุดข้อมูลให้ง่ายต่อการนําไปวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล
  22. ผู้ดูแลระบบ (System Administrator) จํานวน 1 คน
    4.1. ต้องจัดหาผู้ดูแลระบบ ที่มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่า ทางด้านสาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมศาสตร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ด้านการดูแลรักษาระบบไม่น้อยกว่า 5 ปี 4.2. ทําหน้าที่บํารุงรักษาระบบทั้งในส่วน System Configuration, System Service,
    System Database la Software Application
  23. นักพัฒนาระบบ (Programmer) จํานวน 5 คน
    5.1. ต้องจัดหาผู้ปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบ มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า ทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ในการพัฒนาหรือปรับเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบฐานข้อมูลไม่น้อยกว่า 5 ปี จํานวน 1 คน
    5.2. ต้องจัดหาผู้ปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบ มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า ทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ในการพัฒนาหรือปรับเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบฐานข้อมูลไม่น้อยกว่า 2 ปี จํานวน 4 คน
    5.3. ทําหน้าที่ในการปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบงาน ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6) นักทดสอบระบบ จํานวน 1 คน
    6.1 ต้องจัดหาเจ้าหน้าที่ทดสอบระบบ มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า ทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ทดสอบระบบไม่น้อย กว่า 2 ปี
    6.2 ทําหน้าที่ทดสอบระบบที่ได้มีการปรับเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถใช้งานได้ 7) เจ้าหน้าที่ประสานงาน (Project Coordinator) จํานวน 1 คน
    จัดหาเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าทุกสาขา และประสบการณ์ ในการติดต่อประสานงานโครงการ ไม่น้อยกว่า 2 ปี
  1. ระยะเวลาในการดําเนินงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการภายในระยะเวลา 122 วัน (ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568)
    ขอบเขตงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนฯ ปีงบประมาณ 2568
    ประธานกรรมการ
    หน้า 6
    Joi 15
    กรรมการ
    патиб
    กรรมการ
  2. การส่งมอบงานและการชําระเงิน
    5.1 ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานเป็นรายเดือน จํานวน 4 งวดงาน โดยจัดทํารายงานสรุปผลการบํารุงรักษา และปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบ เป็นเอกสารรูปเล่ม และจัดส่งให้ ศทส. สป.พม. พิจารณาทุกเดือน ตลอดระยะเวลาตามสัญญาจ้าง โดยไม่เกินวันที่ 6 ของเดือนถัดไปพร้อมส่งมอบเอกสารประกอบการ ดําเนินงาน ดังนี้
    5.1.1 รายงานสรุปผลการบํารุงรักษาระบบประจําเดือน
    5.1.2 รายงานสรุปความก้าวหน้าการปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบ
    5.2 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการปรับปรุง/ปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานให้แล้วเสร็จตามข้อ 3.3.2 – 3.3.6
    และส่งมอบเอกสารประกอบการดําเนินงาน ดังนี้

    5.2.1 ดําเนินการนําเข้าข้อมูลจากฐานข้อมูลสารสนเทศของหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวง อย่างน้อย 5 ฐานข้อมูล เพื่อประมวลผลและแสดงข้อมูลได้ กําหนดตามขอบเขตงานข้อ 3.3.3 ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา พร้อมส่งมอบเอกสารรายละเอียดการ ออกแบบระบบของส่วนพัฒนาปรับปรุงระบบเพิ่มเติม ในงวดงานที่ 2
    5.2.2 ดําเนินการปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมรายงานตามรูปแบบที่ สป.พม. กําหนด อย่างน้อย 5 รายงาน ในหน้าแรกของระบบและหน้าแสดงผลภายในระบบ และสามารถส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (.pdf .csv .xlsx) ได้ กําหนดตามขอบเขตงาน ข้อ 3.3.5 ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา พร้อมส่งมอบเอกสาร รายละเอียดการออกแบบระบบของส่วนพัฒนาปรับปรุงระบบเพิ่มเติม ในงวดงานที่ 3 5.2.3 ดําเนินการปรับปรุงและพัฒนา Dashboard เพิ่มเติม ให้สามารถแสดงผลข้อมูลบนแผนที่ และแสดงผลข้อมูลในรูปแบบอื่นๆ ตามที่สป.พม.กําหนดในหน้าแรกของระบบ และหน้าแสดงผลภายในระบบ โดยสามารถส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ (.pdf .csv .xlsx .png .jpg) ได้ กําหนดตามขอบเขตงานข้อ 3.3.4 ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา พร้อมส่งมอบเอกสารรายละเอียดการ ออกแบบระบบของส่วนพัฒนาปรับปรุงระบบเพิ่มเติม ในงวดงานที่ 4 (งวดงานสุดท้าย) 5.2.4 ดําเนินการจัดทําส่วนเชื่อมโยงฐานข้อมูลภายนอกกระทรวงเพื่อปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ได้อย่างน้อย 1 ฐานข้อมูล กําหนดตามขอบเขตงานข้อ 3.3.2 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสุดท้าย ของสัญญาจ้าง พร้อมส่งมอบเอกสารรายละเอียดการออกแบบระบบของส่วนเชื่อมโยง ในการพัฒนาการเชื่อมโยง
    5.3 เดือนสุดท้ายของการว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานในวันสุดท้ายของเดือนที่สิ้นสุดการจ้าง
    ตามสัญญา พร้อมส่งมอบเอกสารประกอบการดําเนินงาน ดังนี้
    5.3.1 ผู้รับจ้างดําเนินการจัดทํา Dashboard และ รายงาน ตามข้อ 3.3.4 และ 3.3.5 ให้สามารถ ส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบ Machine Readable ตามมาตรฐานคุณลักษณะแบบเปิด ที่สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกําหนด พร้อมส่งมอบเอกสารรายละเอียดการออกแบบระบบของ ส่วนพัฒนาปรับปรุงระบบเพิ่มเติม
    5.3.2 เอกสารการปรับเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ
    5.3.3 เอกสารทดสอบระบบงาน
    5.3.4 คู่มือการสํารองและกู้คืนข้อมูล
    5.3.5 รายงานผลการทดสอบการกู้คืนระบบ
    ขอบเขตงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนฯ ปีงบประมาณ 2568
    หน้า 7
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ
    ปฏิบั
    กรรมการ
    :
    5.3.6 เอกสารคู่มือการดูแลระบบและเอกสารคู่มือการใช้งานระบบ
    5.3.7 รายงานการฝึกอบรม (ถ้ามี)
    5.3.8 Source Code ที่ไม่มีการเข้ารหัส (Encryption Source Code) และฐานข้อมูล (Database) ของระบบงานเดิม และระบบงานที่ปรับเพิ่มประสิทธิภาพทั้งหมด (ถ้ามี) พร้อมลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่ใช้ในการพัฒนาระบบ (ถ้ามี)
    5.3.9 Thumb Drive สําหรับติดตั้งระบบงาน (ถ้ามี)
    5.4 ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงาน ตามข้อ 5.1 - 5.3 โดยจะต้องจัดทําเป็นเอกสาร พร้อมบันทึกไฟล์ทั้งหม
    ลงในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 4 ชุด นําส่งให้กับ ศทส. สป.พม. พิจารณา 5.5 เดือนสุดท้ายผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมไฟล์เอกสาร, โปรแกรมต้นฉบับ (Source Code) หรือโปรแกรมต่างๆ / ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง, ฐานข้อมูลของระบบ ที่ส่งมอบงานในแต่ละงวดงานทั้งหมด จัดเก็บลงใน อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก (External Hard Disk) ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์มาให้เพียงพอ ในการบันทึกไฟล์ข้อมูลทั้งหมด
    5.6 สป.พม. จะชําระเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานรายเดือนและผ่านการ
    ตรวจรับจากกรรมการ ครบถ้วน ถูกต้อง เรียบร้อยแล้ว
  3. เอกสารสิทธิ์และลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์
    6.1 ข้อมูล เอกสาร และผลการดําเนินงานทั้งหมด ถือเป็นเรื่องปกปิด และเป็นกรรมสิทธิ์ของ สป.พม. ซึ่งภายหลังที่จัดทํารายงานเสร็จสิ้นจะต้องส่งมอบข้อมูลเอกสารสิทธิ์ ให้แก่ สป.พม. หากผู้รับจ้างต้องการ เผยแพร่เอกสารนี้บางส่วนหรือทั้งหมด จะต้องได้รับอนุญาตจาก สป.พม. เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง 6.2 ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และระบบงานที่พัฒนา/ปรับปรุงแก้ไขขึ้นหรือซอฟต์แวร์ที่ผู้รับจ้างได้จัดหาเพิ่มเติมในการ ดําเนินงานตามโครงการดังกล่าว ที่ส่งมอบให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ สป.พม. ทันทีที่มีการตรวจรับเรียบร้อย 6.3 กรรมสิทธิ์และ/หรือลิขสิทธิ์ในการวิเคราะห์ออกแบบและปรับปรุงระบบรวมถึง Source Code ทั้งหมดที่ ผู้รับจ้างพัฒนาขึ้นให้ตกเป็นของ สป.พม. โดยที่ผู้รับจ้างจะนําไปใช้หรือเผยแพร่หรืออนุญาตให้ผู้ใดใช้ทั้งหมด และ/หรือบางส่วนไม่ได้
    6.4 สป.พม. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะมีการปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อกําหนดตามที่เห็นสมควร ในระหว่างขั้นตอนการเก็บความต้องการพัฒนาปรับปรุงระบบ เพื่อให้ระบบมีความสมบูรณ์มากที่สุด โดยที่
    ผู้รับจ้างจะไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  4. การขอยกเลิกสัญญา
    ในระหว่างที่ผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญานั้น หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาได้
    ผู้ว่าจ้างจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา
  5. การรักษาความลับของข้อมูล
    8.1 สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาในเอกสารทุกฉบับ ระบบงาน และสิ่งอื่นใด ที่จัดทําขึ้นตามข้อกําหนดนี้ ถือเป็นความลับ ผู้รับจ้างต้องไม่นําข้อมูล เอกสาร ระบบงาน และสิ่งอื่นใด ซึ่งผู้จ้างได้จัดทําขึ้น เกี่ยวกับขอบเขตงานนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร จากผู้ว่าจ้าง
    ขอบเขตงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนฯ ปีงบประมาณ 2568
    ประธานกรรมการ
    Javver
    กรรมการ
    กรรมการ
    หน้า 8
    :
    8.2 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานตามแนวทางที่ผู้ว่าจ้างกําหนด และจะต้องคํานึงถึงการรักษาความปลอดภัย
    ของข้อมูลผู้ว่าจ้างเป็นสําคัญ
    แก่หน่วยงาน
    โดยจะต้องไม่นําไปเผยแพร่หรือทําซ้ําอันจะก่อให้เกิดความเสียหาย
    8.3 ผู้รับจ้างต้องลงนามในข้อตกลงห้ามเปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement : NDA) และลงนาม ในสัญญาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) กับผู้ว่าจ้างก่อนเริ่มให้บริการและจัดส่ง รายชื่อผู้ที่ประมวลผลข้อมูลและผู้ที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบกับผู้ว่าจ้างก่อนเริ่มบํารุงรักษาและพัฒนาระบบหรือ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ตามแบบสัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement) และสัญญาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตาม
    นโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่แนบ
  6. ข้อกําหนดและเงื่อนไขอื่น
    9.1 ผู้รับจ้างจะทําการติดตั้งและพัฒนาระบบงานตามโครงการให้เป็นที่เรียบร้อยและสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี หากในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทําการใดๆ ที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ระบบงานและ/หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของผู้ว่าจ้าง ที่มีอยู่เดิม ผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายนั้น
    9.2 การติดตั้งระบบงานที่พัฒนา หากต้องมีการติดตั้งฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์อื่นที่จําเป็นเพิ่มเติม เพื่อให้ ระบบงานสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์หรือ ซอฟต์แวร์ที่เพิ่มเติมนั้น ภายใต้การตกลงร่วมกันระหว่างผู้รับจ้างกับผู้ว่าจ้าง
    9.3 ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใดๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรเกี่ยวกับ ซอฟต์แวร์ที่จัดซื้อ ผู้รับจ้างจะดําเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับไป โดยเร็วผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชําระค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
    9.4 ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับปรุง เพิ่มเติมซอฟต์แวร์ในลักษณะ Upgrade Release หรือ Version
    ใหม่ของระบบงานให้ทันสมัยขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบก่อน อย่างน้อย 1 วันทําการ 9.5 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัย ประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2553 หรือประกาศอื่นที่ได้มีการประกาศเพิ่มเติมภายหลัง
  7. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
    10.1 ผู้เสนอราคาจะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพและธุรกิจในด้านการบริหารจัดการ ระบบสารสนเทศ บํารุงรักษาและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในลักษณะเดียวกับขอบเขตงาน ที่กําหนด ภายในประเทศไทยกับหน่วยงานราชการ/หรือรัฐวิสาหกิจ/องค์กรภาครัฐหรือเอกชน
    ที่น่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้และมีผลงานในด้านดังกล่าว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 495,000 บาท (สี่แสนเก้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) อย่างน้อย 2 โครงการหรือ 2 สัญญา ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับตั้งแต่วันตรวจรับมอบงานงวดสุดท้ายถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ โดยวันยื่นเอกสารผู้เสนอราคาต้องยื่น เอกสารรับรองผลงาน/สําเนาหนังสือสัญญา/โครงการ และแนบมาพร้อมกับข้อเสนอด้านเทคนิค ซึ่ง สป.พม. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง
    10.2 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานขอ
    ผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้เวียนชื่อแล้ว
    หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ
    10.3 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่
    รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์ หรือความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ขอบเขตงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนฯ ปีงบประมาณ 2568
    ประธานกรรมการ
    JAIOT
    กรรมการ
    jūno
    กรรมการ
    หน้า 9
  8. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    11.1 การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอที่ครบถ้วนตามขอบเขตงานโดยใช้เกณฑ์ราคา
    11.2 ผู้เสนอราคาต้องจัดทําเอกสารหลักฐานที่จะใช้ในการเสนอราคาทั้งหมดในรูปแบบไฟล์เอกสาร
    pdf และจัดส่งให้คณะกรรมการพิจารณาในการยื่นเสนอราคา
    11.3 ผู้เสนอราคาต้องจัดทําข้อเสนอด้านราคาเป็นเงินบาท และต้องสอดคล้องกับข้อเสนอด้านเทคนิค โดยเสนอในอัตราเป็นรายเดือน ทั้งนี้ ราคาที่เสนอต้องรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้แล้ว และต้องเสนอราคาค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จําเป็น อนึ่งหากผู้เสนอราคา ไม่ได้รับการพิจารณาจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ไม่ได้
  9. วงเงินงบประมาณ
    จํานวนทั้งสิ้น 990,000 บาท (เก้าแสนเก้าหมื่นบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
  10. ผู้รับผิดชอบ
    ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โทรศัพท์ 02 202 9004-5 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]
    6
    ขอบเขตงานการบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนฯ ปีงบประมาณ 2568
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการ
    หน้า 10
    (ร่าง)
    Logo
    คู่สัญญา
    ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    โครงการจ้างบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน
    กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์)
    ปีงบประมาณ ๒๕๖๘
    ระหว่าง
    สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับ
    …….คู่สัญญา……….
    ข้อตกลง ฉบับนี้ทําขึ้น เมื่อวันที่
    พ.ศ. ๒๕๖๗ ณ สํานักงานปลัดกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เลขที่ ๑๐๓๔ แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
    กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๐๐
    โดย สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้ เรียกว่า “สป.พม.” ฝ่ายหนึ่ง ได้ตกลงใน…สัญญาจ้างดําเนินโครงการจ้างบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพ แพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์) ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ฉบับ ลงวันที่ ในข้อตกลงนี้เรียกว่า “สัญญาจ้าง” กับ…. (ระบุชื่อคู่สัญญา)…ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้เรียกว่า “ผู้ประมวลผล
    อีกฝ่ายหนึ่ง
    ซึ่งต่อไป
    ตาม….สัญญาจ้าง ดังกล่าว… สป.พม. มอบหมายให้….(ระบุชื่อคู่สัญญา) เป็นผู้ดําเนินการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล และดําเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในนาม ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
    สป.พม. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้มีอํานาจตัดสินใจ กําหนดรูปแบบและกําหนด วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้มอบหมายให้….(ระบุชื่อคู่สัญญา)…ในฐานะผู้ประมวลผล
    ข้อมูลส่วนบุคคล ดําเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
    ๑. เพื่อบํารุงรักษาระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
    เพื่อปรับเพิ่มประสิทธิภาพระบบให้สามารถบริการข้อมูลสถิติที่มีความหลากหลายและ
    ตรงต่อตามความต้องการ
    เพื่อจัดทําข้อมูลในระบบให้เป็นชุดข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Data) ตามมาตรฐานคุณลักษณะแบบ
    ๓. เพ
    เปิดที่สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกําหนด
    ๔. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการใช้งานข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลให้กับผู้ใช้งานระบบ
    “J

    โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ สป.พม. มอบหมายให้ผู้ประมวลผลประมวลผล ประกอบด้วย
    ๑) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ประชาชนหรือผู้รับบริการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (พม.) บันทึกเข้าสู่ระบบของหน่วยงานระดับกรม/เทียบเท่า และข้อมูลส่วนบุคคลที่ประชาชน หรือผู้รับบริการบันทึกเข้าสู่ระบบของหน่วยงานภายนอก พม. เพื่อใช้สําหรับรวบรวม วิเคราะห์ ประมวลผล และนําเสนอภายใต้โครงการจ้างบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต กลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ระบบสมุดพกครอบครัว อิเล็กทรอนิกส์) ปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ซึ่งอาจครอบคลุมถึง
    ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล เช่น เลขประจําตัวประชาชน ชื่อ นามสกุล วันเดือนปี พ.ศ. เกิด เป็นต้น ๑.๒ ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา ความพิการ พฤติกรรมทางเพศ ข้อมูลสุขภาพ ความเห็นทางการเมือง ข้อมูลชีวภาพ เป็นต้น
    ข้อมูลสําหรับการติดต่อ (contact information) เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์บ้าน เบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล แผนที่ตั้งของที่พัก เป็นต้น
    ๑.๔ ข้อมูลที่เกี่ยวกับครอบครัว เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเกิด สถานภาพ จํานวนบุตร เป็นต้น ๑.๕ ข้อมูลสวัสดิการ เช่น สวัสดิการที่ได้รับ ข้อมูลการจ่ายเงิน เป็นต้น
    ๒) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานบันทึกเข้าสู่ระบบของหน่วยงานระดับกรม/เทียบเท่า และเจ้าหน้าที่ที่นําข้อมูลเข้าสู่ระบบที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการจ้างบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพ
    แพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์) ปีงบประมาณ ๒๕๖๘
    ๓) ข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภายใน พม. หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้โครงการจ้างบํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต กลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ระบบสมุดพกครอบครัว อิเล็กทรอนิกส์) ปีงบประมาณ ๒๕๖๘
    ๔) ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ซึ่ง สป.พม. จําเป็นต้องจัดเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการกระทํา ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งครอบคลุมถึงข้อมูล IP Address ของผู้ใช้งาน รายละเอียดของเว็บเบราว์เซอร์
    ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงจัดทําข้อตกลงฉบับนี้ และให้ถือข้อตกลงฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้าง เพื่อเป็นหลักฐานการควบคุมดูแลการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ สป.พม. มอบหมายให้….. (ระบุชื่อคู่สัญญา)….ดําเนินการ ตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามโครงการ และเพื่อดําเนินการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต่อไป ในข้อตกลงนี้ รวมเรียกว่า “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ทั้งที่มีผลใช้บังคับอยู่ ณ วันทําข้อตกลงฉบับนี้ และที่จะมีการเพิ่มเติมหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงในภายหลัง โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๑. ผู้ประมวลผลรับทราบว่า ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทําให้สามารถ ระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดย สป.พม จะดําเนินการตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลกําหนด เพื่อคุ้มครองให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างเหมาะสมและถูกต้อง
    ตามกฎหมาย
    โดยในการดําเนินการตามข้อตกลงนี้ ผู้ประมวลผลจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับคําสั่งที่ เป็นลายลักษณ์อักษรจาก สป.พม. แล้วเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้ปราศจากข้อสงสัย การดําเนินการประมวลผล

    ข้อมูลส่วนบุคคลโดยผู้ประมวลผลตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามโครงการ ถือเป็นการได้รับคําสั่งที่ เป็นลายลักษณ์อักษรจาก สป.พม. แล้ว
    ๒. ผู้ประมวลผลจะกําหนดให้การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ถูกจํากัดเฉพาะ เจ้าหน้าที่ และ/หรือลูกจ้าง ตัวแทนหรือบุคคลใด ๆ ที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่เกี่ยวข้องหรือมีความจําเป็น ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้เท่านั้น และจะดําเนินการเพื่อให้พนักงาน และ/หรือ ลูกจ้าง ตัวแทนหรือบุคคลใด ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ประมวลผลทําการประมวลผลและรักษาความลับ ของข้อมูลส่วนบุคคลด้วยมาตรฐานเดียวกัน
    ๓. ผู้ประมวลผลจะควบคุมดูแลให้เจ้าหน้าที่ และ/หรือลูกจ้าง ตัวแทนหรือบุคคลใด ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
    และดําเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของการดําเนินการตามข้อตกลงฉบับนี้เท่านั้น
    โดยจะไม่ทําซ้ํา คัดลอก ทําสําเนา บันทึกภาพข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นอันขาด เว้นแต่เป็นไปตามเงื่อนไขของบันทึกความร่วมมือหรือสัญญา หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องบัญญัติไว้เป็นประการอื่น
    ๔. ผู้ประมวลผลจะดําเนินการเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุน สป.พม. ในการตอบสนองต่อ คําร้องที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งต่อ สป.พม. อันเป็นการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในขอบเขตของข้อตกลงฉบับนี้ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคําร้องขอใช้สิทธิดังกล่าวต่อผู้ประมวลผล โดยตรง ผู้ประมวลผลจะดําเนินการแจ้งและส่งคําร้องดังกล่าวให้แก่ สป.พม. ทันที โดยผู้ประมวลผลจะไม่เป็น ผู้ตอบสนองต่อคําร้องดังกล่าว เว้นแต่ สป.พม. จะได้มอบหมายให้ผู้ประมวลผลดําเนินการเฉพาะ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับคําร้องดังกล่าว
    ๕. ผู้ประมวลผลจะจัดทําและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคล (Record of Processing) ทั้งหมดที่ประมวลผลในขอบเขตของข้อตกลงฉบับนี้ และจะส่งมอบ บันทึกรายการดังกล่าวให้แก่ สป.พม. ทุกเดือนหรือทันทีที่ สป.พม. ร้องขอ
  11. ผู้ประมวลผลจะจัดให้มีและคงไว้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยสําหรับการประมวลผลข้อมูลที่มี ความเหมาะสมทั้งในเชิงองค์กรและเชิงเทคนิคตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ประกาศ กําหนดหรือตามมาตรฐานสากล โดยคํานึงถึงลักษณะ ขอบเขต และวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูล ตามที่กําหนดในข้อตกลงฉบับนี้เป็นสําคัญ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากความเสี่ยงอันเกี่ยวเนื่องกับการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ความเสียหายอันเกิดจากการละเมิด อุบัติเหตุ การลบ ทําลาย สูญหาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข เข้าถึง ใช้ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นต้น
    ๗. เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะบัญญัติไว้เป็นประการอื่นผู้ประมวลผลจะดําเนินการลบหรือทําลาย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทําการประมวลผลภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ภายใน ๓ วัน นับแต่วันที่ดําเนินการประมวลผล เสร็จสิ้น หรือวันที่ สป.พม. และผู้ประมวลผลได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรให้ยกเลิกการดําเนินการ
    ตามโครงการ แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน
    นอกจากนี้ ในกรณีปรากฏว่าผู้ประมวลผลหมดความจําเป็นจะต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ตามข้อตกลงฉบับนี้ก่อนสิ้นระยะเวลาตามวรรคหนึ่งผู้ประมวลผลจะดําเนินการลบหรือทําลายข้อมูล
    ส่วนบุคคลตามข้อตกลงฉบับนี้ทันที
    ๘. กรณีที่ผู้ประมวลผลพบพฤติการณ์ใด ๆ ที่มีลักษณะกระทบต่อการรักษาความปลอดภัย ของข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ประมวลผลทําการประมวลผลภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งอาจก่อให้เกิด ความเสียหายจากการละเมิด อุบัติเหตุ การลบ ทําลาย สูญหาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข เข้าถึง ใช้ เปิดเผยหรือโอน
  • C
    ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วผู้ประมวลผลจะแจ้งให้ สป.พม. ทราบโดยทันทีภายในเวลา ไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ
    ๔. การแจ้งถึงเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงนี้ผู้ประมวลผลจะใช้มาตรการ และป้องกันปัญหาดังกล่าวมิให้เกิดซ้ํา และจะให้ข้อมูล ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้กําหนด ดังต่อไปนี้ - รายละเอียดของลักษณะและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของการละเมิด - มาตรการที่ถูกใช้เพื่อลดผลกระทบของการละเมิด
    ตามที่เห็นสมควรในการระบุถึงสาเหตุของการละเมิด
    แก่ สป.พม.
    ๑๐,
  • ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกละเมิด หากมีปรากฏ - ข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวข้องกับการละเมิด

    หน้าที่และความรับผิดของผู้ประมวลผลในการปฏิบัติตามข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ ปฏิบัติงานตามที่ตกลงเสร็จสิ้นหรือวันที่ผู้ประมวลผลและ สป.พม. ได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรให้ยกเลิก การดําเนินโครงการ แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน อย่างไรก็ดี การสิ้นผลลงของข้อตกลงนี้ ไม่กระทบต่อหน้าที่ ของผู้ประมวลผลในการลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้กําหนดในข้อ ๗ ของข้อตกลงนี้
    ทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความโดยละเอียดตลอดแล้ว เพื่อเป็นหลักฐานแห่งการนี้ ทั้งสองฝ่าย จึงได้ลงนามไว้เป็นหลักฐานต่อหน้าพยาน ณ วัน เดือน ปี ที่ระบุข้างต้น
    ลงชื่อ
    ลงชื่อ…………
    (…………
    …)
    (………
    ..)
    ลงชื่อ
    (………….
    .)
    พยาน ลงชื่อ
    (………
    พยาน
    (ร่าง)
    สัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement)
    และการปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
    สัญญาฉบับนี้ทําขึ้น ณ สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
    เมื่อวันที่.
    เลขที่ ๑๐๓๔ แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๐๐ ………………พ.ศ. ๒๕๒๖๗ ระหว่าง สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งต่อไปในสัญญา
    ……………
    ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
    โดย…..
    นี้เรียกว่า “ผู้ให้ข้อมูล” ฝ่ายหนึ่ง กับ
    ณ สํานักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่
    เดือน…………….. พ.ศ.
    (สถานที่ตั้ง).
    ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่
    โดย…………………..
    เดือน…………… พ.ศ.
    ..มีสํานักงานใหญ่อยู่เลขที่ ผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคล
    ปรากฏตามหนังสือรับรองของสํานักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่
    ลงวันที่
    เพื่อดําเนินโครงการจ้าง
    บํารุงรักษาและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน
    กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์) ปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้รับข้อมูล” อีกฝ่ายหนึ่ง
    คู่สัญญาได้ตกลงกันมีข้อความดังต่อไปนี้
    ข้อ ๑ ข้อมูลที่เป็นความลับ
    “ข้อมูลที่เป็นความลับ” หมายความถึง บรรดาข้อความ เอกสาร ตลอดจนรายละเอียด ทั้งปวงที่เป็นของผู้ให้ข้อมูล รวมถึงที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของผู้ให้ข้อมูล และไม่เป็นที่รับรู้ ของสาธารณชนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะในรูปแบบที่จับต้องได้หรือไม่ หรือสื่อแบบใด ไม่ว่าจะถูกดัดแปลงแก้ไข โดยผู้รับข้อมูลหรือไม่ และไม่ว่าจะเปิดเผยเมื่อใดและอย่างไร ให้ถือว่าเป็นความลับ
    ข้อ ๒ การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    ๒.๑ ผู้รับข้อมูลต้องรับผิดชอบรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ และเก็บข้อมูลความลับไว้ โดยครบถ้วน และอย่างเคร่งครัด ผู้รับข้อมูลจะต้องไม่เปิดเผย ทําสําเนา หรือทําการอื่นใดทํานองเดียวกันแก่บุคคลอื่น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล
    ๒.๒ ผู้รับข้อมูลต้องใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อการอันเกี่ยวกับหรือสัมพันธ์กับ การดําเนินงานที่มีอยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูล โดยผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้ผู้ให้ข้อมูลทราบโดยทันที ที่พบการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อกําหนด
    ตามสัญญานี้ อีกทั้ง ผู้รับข้อมูลจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ในการเรียกคืนซึ่งการครอบครอง ข้อมูลที่เป็นความลับ การป้องกันการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต และการระงับยับยั้งการเผยแพร่ ข้อมูลที่เป็นความลับออกสู่สาธารณะ
    ๒.๓ ผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลที่เป็นความลับถูกนําไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตหรือถูกเปิดเผยแก่บุคคลอื่น โดยผู้รับข้อมูลต้อง
  • ๒ -
    ใช้มาตรการการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับในระดับเดียวกันกับที่ผู้รับข้อมูลใช้กับข้อมูลที่เป็นความลับ
    ของตนเอง ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าการดูแลที่สมควร
    ๒.๔ ผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาของผู้รับข้อมูล และ/หรือ บุคคลภายนอกที่ต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้น ทราบถึงความลับและข้อจํากัดสิทธิในการใช้
    และเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ และผู้รับข้อมูลต้องดําเนินการให้บุคคลดังกล่าวผูกพันด้วยสัญญาหรือข้อตกลง
    เป็นหนังสือในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับโดยมีข้อกําหนดเช่นเดียวกับหรือไม่น้อยไปกว่าข้อกําหนดและเงื่อนไข
    ในสัญญาฉบับนี้ด้วย
    ๒.๕ ข้อมูลที่เป็นความลับตามสัญญาฉบับนี้ ไม่รวมถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
    (๑) ข้อมูลที่ผู้ให้ข้อมูลเปิดเผยแก่สาธารณะ
    (๒) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลมีหรือทราบอยู่ก่อนที่ผู้ให้ข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น (๓) ข้อมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผู้รับข้อมูลเอง
    (๔) ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยโดยกฎหมาย หรือตามคําสั่งศาล ทั้งนี้ ผู้รับข้อมูลต้อง มีหนังสือแจ้งให้ผู้ให้ข้อมูลได้รับทราบถึงข้อกําหนดหรือคําสั่งดังกล่าว พร้อมทั้งหมายศาล และ/หรือ หมายค้น
    อย่างเป็นทางการยื่นต่อผู้ให้ข้อมูล ก่อนที่จะดําเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
    ผู้รับข้อมูลจะต้องดําเนินการ
    ตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าวไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
    (๕) เป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้ข้อมูลเป็นลายลักษณ์
    อักษร ก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น
    ข้อ ๓ ทรัพย์สินทางปัญญา
    สัญญาฉบับนี้ไม่มีผลเป็นการโอนสิทธิหรือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไม่ว่าโดยทางตรงหรือ โดยทางอ้อม) ให้แก่ผู้รับข้อมูลที่ได้รับความลับ ซึ่งสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ การออกแบบ เครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์ รูปประดิษฐ์อื่นใด ชื่อทางการค้า ความลับทางการค้า ไม่ว่าจดทะเบียนไว้ตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม หรือสิทธิอื่น ๆ ของผู้รับข้อมูลหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้รับข้อมูล และเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับ ดังกล่าว จะไม่ยื่นขอรับสิทธิและหรือขอจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ตลอดจนไม่นําไปใช้ โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลที่เป็นความลับหรือส่วนหนึ่งส่วนใด

    ของรายละเอียดดังกล่าว
    ข้อ ๔ หน้าที่ความรับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

    ผู้รับข้อมูลต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
    เรื่อง นโยบายในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ พ.ศ. ๒๕๕๗ และข้อปฏิบัติในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ สป.พม. ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงที่จะได้แก้ไขในอนาคต รวมทั้ง ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่จะมีการประกาศใช้ในอนาคตด้วย
    ในกรณีผู้รับข้อมูลมีการดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศของผู้ให้ข้อมูล นอกจาก จะต้องดําเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้รับข้อมูลต้องปฏิบัติตามสรุปรายละเอียดนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศ สําหรับผู้ให้บริการภายนอก และต้องดําเนินการให้ถูกต้องสอดคล้องตามนโยบายการพัฒนาระบบ สารสนเทศด้วย
    คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล
    ข้อ ๕ การส่งคืน ลบ หรือการทําลายข้อมูลที่เป็นความลับ
    เมื่อการดําเนินการระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูลเสร็จสิ้นลง ให้ผู้รับข้อมูลดําเนินการ ดังนี้ ๕.๑ ส่งมอบข้อมูลที่เป็นความลับ และสําเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับข้อมูลได้รับไว้
    ๕.๒ ลบหรือทําลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใด ที่ใช้จัดเก็บข้อมูล (ถ้ามี) หรือดําเนินการอื่นตามที่ได้รับการแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล โดยการกระทําดังกล่าว ต้องเป็นการลบอย่างถาวรและไม่สามารถกู้คืนได้อีก
    เสร็จสิ้นลงแล้วก็ตาม
    ๕.๓ ยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้จากผู้ให้ข้อมูลทันที
    ๕.๔ ต้องรักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลตลอดไป แม้ว่าการดําเนินงาน
    ทั้งนี้ เว้นแต่คู่สัญญาจะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
    ข้อ 5 การชดใช้ค่าเสียหาย

    ในกรณีที่ผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลที่ได้รับข้อมูลที่เป็นความลับตามสัญญานี้ซึ่งอยู่ใน ความรับผิดชอบดูแลของผู้รับข้อมูล ฝ่าฝืนข้อกําหนดตามสัญญานี้ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ให้ข้อมูล ผู้รับข้อมูลจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ให้ข้อมูลภายใน ๓๐ (สามสิบ) วัน นับแต่ได้รับหนังสือ
    แจ้งค่าเสียหาย
    ข้อ ๗ การบังคับใช้
    ๗.๑ ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าส่วนใดส่วนหนึ่งในสัญญาฉบับนี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่า ข้อกําหนดส่วนที่ไม่เป็นโมฆะยังคงมีผลใช้บังคับและมีผลอยู่อย่างสมบูรณ์
    ๗.๒ สัญญาฉบับนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายไทย
    สัญญานี้ทําขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อความ โดยละเอียดตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสําคัญต่อหน้าพยานและคู่สัญญา ต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
    (av………….
    (……
    ผู้ให้ข้อมูล
    ..)
    ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
    (ลงชื่อ)…..
    ผู้รับข้อมูล
    ……….
    ..)
    …………….
    .พยาน
    (นางสาวเสาวลักษณ์ วิจิตร)
    ผู้อํานวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
    (ลงชื่อ)…….
    .พยาน
    (………….
    ..)