จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 68039552239
฿4,500,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 31 มี.ค. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยการติดตามและประเมินผลเนื้อหาที่ออกอากาศในรายการโทรทัศน์ต่างๆ ตามเกณฑ์ตัวชี้วัดที่คณะทำงานกำหนด ระบบจะรองรับการประเมินเนื้อหารายการ 5 ประเภท ได้แก่ รายการข่าว รายการละคร รายการบันเทิง รายการเด็ก และรายการสารคดี

ขอบเขตงานรวมถึงการออกแบบและพัฒนาระบบที่สามารถให้ผู้ชมและผู้ฟังมีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพเนื้อหา ระบบจะต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบวิเคราะห์และตรวจสอบเนื้อหารายการของ กสทช. ที่มีอยู่เดิม และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่ใช้งานง่ายผ่าน Web application ที่รองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์ที่หลากหลาย (Responsive Design) ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบให้มีความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสากลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานระบบแก่บุคลากรของ กสทช. และผู้ที่สนใจเข้าร่วมตอบแบบประเมิน พร้อมทั้งจัดทำคู่มือการใช้งานระบบอย่างละเอียด เพื่อให้การใช้งานระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ

English summary

This project aims to develop a Social Credit system for television content to promote beneficial content. It involves tracking and evaluating content based on defined criteria, supporting five categories: news, drama, entertainment, children’s programs, and documentaries. The contractor will develop an online system integrated with existing NBTC content analysis tools, allowing public participation via a responsive web application. The system must be secure and compliant with relevant standards and laws. The contractor will also provide user training and documentation.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ได้ระบุ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
  • โดยการติดตามและประเมินผลเนื้อหาจากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์ จากเกณฑ์ตัวชี้วัดตามที่คณะทํางานกําหนดกระบวนวิธีวิทยาในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพเนื้อหารายการจัดทําขึ้น

ขอบเขตของงาน

  • 4.1 ศึกษาวิเคราะห์ขั้นตอนการดําเนินการ
    • 4.1.2 จัดประชุมเริ่มงานโครงการ (Kick off Project)
    • 4.1.2 จัดทําแผนการบริหารจัดการโครงการทั้งหมด (Project Master Plan) และ จัดทําแผนการดําเนินงานตลอดโครงการฯ
    • 4.1.3 ศึกษากรอบเกณฑ์ตัวชี้วัดในการติดตามและประเมินผลเนื้อหา จากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์
    • 4.1.4 ดําเนินการหารือกับสํานักงาน กสทช.
  • 4.2 ศึกษาวิเคราะห์และออกแบบระบบ
    • 4.2.1 ออกแบบและพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงช่องทางการติดตามและประเมินผลเนื้อหา จากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์
    • 4.2.2 ออกแบบและพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงช่องทางการติดตามและประเมินผลเนื้อหา จากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์ โดยรองรับกระบวนการดําเนินงานตามโครงสร้างพื้นฐาน ด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ จากโครงสร้างพื้นฐานเดิมของระบบวิเคราะห์และตรวจสอบเนื้อหารายการ และศูนย์ถ่ายทอดสดและรายงานข่าวของ สํานักงาน กสทช. ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
  • 4.3 ความต้องการพัฒนาระบบ
    • 4.3.1 พัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงช่องทางการติดตามและประเมินผลเนื้อหาจากการออกอากาศ รายการในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประกอบด้วย ๕ ประเภทรายการ
    • 4.3.2 ออกแบบ และจัดทํา Platform ในรูปแบบออนไลน์เพื่อรองรับกระบวนการประเมิน เพื่อใช้ในการติดตามและประเมินผลเนื้อหาจากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์ โดยให้สามารถ เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบวิเคราะห์และตรวจสอบเนื้อหารายการ และเชื่อมโยงศูนย์ถ่ายทอดสดและรายงานข่าว ของสํานักงาน กสทช.
    • 4.3.3 ระบบต้องสามารถเรียกใช้งานผ่านโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ อย่างน้อยดังนี้ Google Chrome, Mozilla Firefox, Microsoft Edge, Safari เวอร์ชั่นปัจจุบัน
    • 4.3.4 ออกแบบระบบให้สามารถสร้างแบบสอบถามที่จะใช้ในการประเมิน
    • 4.3.5 ออกแบบระบบให้สามารถสุ่ม (Random) เพื่อจัดส่งเทปบันทึกรายการ แต่ละประเภทรายการให้ผู้ประเมิน
    • 4.3.6 ออกแบบและพัฒนาระบบเพื่อรองรับการจัดเก็บข้อมูลการประเมิน การวิเคราะห์ ประมวลผลและสรุปผลการประเมิน เพื่อให้มีข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์สําหรับเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ และสังคม
    • 4.3.7 ออกแบบให้มีการทดสอบหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) การประมวลผล ความเที่ยงตรง (Accuracy) และความแม่นยํา (Precision) ของชุดข้อมูล
  • 4.4 การติดตั้งระบบงาน
    • 4.4.1 ดําเนินการติดตั้งระบบที่เสนอบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (VMware VSphere)
    • 4.4.2 โปรแกรมที่จัดหาที่มีลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร (ถ้ามี) ต้องดําเนินการให้สํานักงาน กสทช. ได้รับสิทธิ โดยชอบด้วยกฎหมายในการใช้โปรแกรมทั้งหมด
  • 4.5 การทดสอบระบบ
    • 4.5.1 ดําเนินการทดสอบข้อมูล User Acceptance Test (UAT) และ System Integration Test (SIT)
    • 4.5.2 จัดทําเอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบ System Requirement Specification : SRS
  • 4.6 รายงานผลการทดสอบ เอกสาร คู่มือ และอื่น ๆ
    • 4.6.1 จัดทําเอกสารคู่มือการบริหารจัดการ พร้อมดูแลการสํารองและ กู้คืนข้อมูล รายงานผลการติดตั้งและทดสอบการใช้โปรแกรมที่เสนอ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อม Soft File
    • 4.6.2 จัดทําเอกสารข้อกําหนดความต้องการด้านซอฟต์แวร์ (System Requirement Specification : SRS)
    • 4.6.3 เอกสารหรือรายงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
    • 4.6.4 ผู้รับจ้างต้องจัดทําสรุปข้อมูลและเนื้อหาโดยครบถ้วนของแต่ละกลุ่มเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม ประเภทรายการในรูปแบบคลิปวีดีโอ หรือ infographic
  • 4.7 การฝึกอบรมผู้ใช้งาน
    • 4.7.2 จัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ให้กับบุคลากรของสํานักงาน กสทช. และผู้ที่สนใจเข้าร่วมตอบแบบประเมิน พร้อมทั้งจัดทําคู่มือการใช้งานระบบ
  • 4.8 การใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    • ต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ที่ต้องดําเนินงานตามขอบเขต ของงานนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าพัสดุที่ใช้ในงานจ้าง (ถ้ามี)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการบริหารจัดการโครงการ (Project Master Plan)
  • รายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบระบบงาน (SRS)
  • Prototype การใช้งานระบบ
  • Source Code ของระบบที่พัฒนาในโครงการ
  • รายงานผลการทดสอบการทํางานของระบบ
  • รายงานผลการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์
  • รายงานผลการตรวจสอบช่องโหว่ระดับระบบปฏิบัติการ และระดับ application
  • เอกสาร User Acceptance Test (UAT)
  • เอกสาร System Integration Test (SIT)
  • คู่มือการบริหารจัดการและการดูแลรักษาระบบ (Administrator Manual)
  • เอกสารหลักฐานแสดงการจัดอบรม และเอกสารการลงทะเบียนเข้าร่วมอบรม
  • สรุปข้อมูลและเนื้อหาในรูปแบบคลิปวีดีโอ หรือ infographic

ระยะเวลาดำเนินการ

ภายใน ๒๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในการดําเนินงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้างครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๒,๒๕๐,๐๐๐.- บาท (สองล้านสองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ภายใต้สัญญาฉบับเดียวที่ดําเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่สํานักงาน กสทช. เชื่อถือ
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ที่ต้องดําเนินงานตามขอบเขตของงานนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าพัสดุที่ใช้ในงานจ้าง (ถ้ามี)
  • ต้องมีทีมงานที่มีความรู้ ความชํานาญในการบริหารโครงการและออกแบบและพัฒนา
    • ผู้บริหารโครงการ (Project Manager): ปริญญาตรี (เทคโนโลยีสารสนเทศ /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    • เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และออกแบบสารสนเทศ (System Analysis): ปริญญาตรี (เทคโนโลยีสารสนเทศ /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    • เจ้าหน้าที่จัดการฐานข้อมูล (Oracle Database Management System): ปริญญาตรี (เทคโนโลยีสารสนเทศ /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    • วิศวกรระบบ (System Engineer): ปริญญาตรี (เทคโนโลยีสารสนเทศ /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    • เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรม (programmer/Web): ปริญญาตรี (เทคโนโลยีสารสนเทศ /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    • เจ้าหน้าที่ออกแบบกราฟฟิก (Graphic designer): ปริญญาตรี (เทคโนโลยีสารสนเทศ /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    • นักทดสอบระบบ (Tester): ปริญญาตรี (เทคโนโลยีสารสนเทศ /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    • บุคลากรในหัวข้อที่ ๑ ถึง 5 ต้องเป็นพนักงานประจํา ซึ่งพนักงานประจํา หมายถึงพนักงานที่บริษัท ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นต้นสังกัดและเป็นผู้จ่ายเงินเดือน โดยปฏิบัติงานในนามต้นสังกัดต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 5 เดือนนับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ
    • กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ ยื่นข้อเสนอไม่น้อยกว่า 9,000,000 บาท

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอจะใช้เกณฑ์ราคาและเกณฑ์อื่น ๆ (ข้อเสนอทางด้านเทคนิค) โดยมีสัดส่วนน้ำหนักระหว่างเกณฑ์ด้านราคาเท่ากับร้อยละ ๒๐ และเกณฑ์อื่น ๆ (ข้อเสนอทางด้านเทคนิค) ร้อยละ ๘๐

  • แผนวิธีการดําเนินงาน และความเข้าใจตามขอบเขตของงาน (40%)
    • แผนและวิธีการดําเนินงาน (20%)
    • ความรู้ความรู้ความเข้าใจตามขอบเขตของงานและวิธีการพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม (20%)
  • ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (20%)
    • ผลงานเชิงคุณภาพ (10%)
    • ผลงานเชิงปริมาณ (10%)
  • คุณสมบัติและประสบการณ์ของบุคลากรพัฒนาระบบ (20%)
    • พิจารณาคุณวุฒิและประสบการณ์ของบุคลากรพัฒนาระบบ
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาจะต้องได้รับคะแนนรวมเมื่อถ่วงน้ําหนักแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ (ไม่น้อยกว่า ๖๔ คะแนน)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • พัฒนาระบบในรูปแบบ Web application และแสดงผลผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) โดยสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของเว็บไซต์ ให้เหมาะสมกับการแสดงผลบนหน้าจอขนาดต่าง ๆ และความละเอียดของหน้าจอในอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน (Responsive Design) บนอุปกรณ์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน
  • ระบบต้องสามารถเรียกใช้งานผ่านโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ อย่างน้อยดังนี้
    • Google Chrome เวอร์ชั่นปัจจุบัน
    • Mozilla Firefox เวอร์ชั่นปัจจุบัน
    • Microsoft Edge เวอร์ชั่นปัจจุบัน
    • Safari เวอร์ชั่นปัจจุบัน
  • ออกแบบระบบให้สามารถสร้างแบบสอบถามตามกลุ่มผู้ประเมิน อย่างน้อย ๓ กลุ่ม ดังนี้
    • กลุ่มผู้ชมผู้ฟังที่เป็นประชาชนทั่วไป
    • กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาแต่ละประเภท
    • กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ รวมถึงสมาคมวิชาชีพทางด้านสื่อ
  • สามารถบันทึกข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบประเมิน อย่างน้อย อายุ เพศ การศึกษา อาชีพ ที่อยู่ ที่พํานัก ประเภทรายการที่ชื่นชอบ ความถี่ในการรับชม ช่องทางในการรับชม เป็นต้น
  • สามารถสร้างข้อคําถามตามเกณฑ์ ตัวที่ชี้วัด พร้อมทั้งมีช่องบันทึกความเห็นและข้อสังเกตเพิ่มเติมได้
  • ออกแบบให้มีการทดสอบหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) การประมวลผล ความเที่ยงตรง (Accuracy) และความแม่นยํา (Precision) ของชุดข้อมูลโดยวิธีการทางวิชาการสากลที่มีทฤษฎีรองรับ
  • ดําเนินการติดตั้งระบบที่เสนอบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (VMware VSphere)
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบจัดหาระบบฐานข้อมูล (Database License) และซอฟต์แวร์ระบบที่จําเป็น ในการติดตั้งระบบที่เสนอทั้งหมด ซึ่งต้องมีลิขสิทธิ์การใช้งานถูกต้องตามกฎหมายสําหรับสํานักงาน กสทช. และระบบที่เสนอสามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

เงื่อนไขสัญญา

  • สํานักงาน กสทช. จะจ่ายเงินค่าจ้างเป็นจํานวน ๓ งวด
    • งวดที่ ๑ (20%): ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
      • จัดประชุมเริ่มงานโครงการ (Kickoff Project)
      • ส่งมอบแผนการบริหารจัดการโครงการทั้งหมด (Project Master Plan) และแผนการดําเนินงานตลอดโครงการฯ
      • รายงานผลดําเนินงานศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบระบบงาน (SRS)
    • งวดที่ ๒ (50%): ภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
      • Prototype การใช้งานระบบตามรายละเอียดข้อ ๔.๓
      • ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบตามข้อ ๔.๑.๓ - ๔.๓.๔, ๔.๒ - ๔.๖
    • งวดที่ ๓ (30%): ภายใน ๒๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
      • จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง
      • จัดอบรมพร้อมส่งเอกสารหลักฐานแสดงการจัดอบรม เอกสารการลงทะเบียนเข้าร่วมอบรม ซึ่งผู้เข้าอบรมลงนามเป็นลายลักษณ์อักษร ตามข้อ ๔.๕
  • ค่าปรับ: หากดําเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วัน ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้ผู้ว่าจ้างเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.00 ของค่าจ้างตามสัญญา
  • การบริการและการรับประกันผลงาน: ผู้รับจ้างต้องรับประกันระบบที่เสนอทั้งหมดเป็นระยะเวลา ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่สํานักงาน กสทช. รับมอบงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: ระบบนี้จะช่วยส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างไร?

    • คำตอบ: ระบบจะช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพของเนื้อหารายการโทรทัศน์ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาเนื้อหาให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากยิ่งขึ้น
  • คำถาม: ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมประเมินเนื้อหารายการได้อย่างไร?

    • คำตอบ: ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประเมินได้ผ่านทาง Social login เช่น Facebook, Twitter, Line หรือ Google โดยให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น อายุ เพศ การศึกษา อาชีพ และประเภทรายการที่ชื่นชอบ
  • คำถาม: ระบบรองรับการประเมินเนื้อหารายการประเภทใดบ้าง?

    • คำตอบ: ระบบรองรับการประเมินเนื้อหารายการ 5 ประเภท ได้แก่ รายการข่าว รายการละคร รายการบันเทิง รายการเด็ก และรายการสารคดี
  • คำถาม: ระบบมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมประเมินอย่างไร?

    • คำตอบ: ระบบจะถูกพัฒนาตามหลักการด้านวิศวกรรมสําหรับพัฒนาระบบสารสนเทศอย่างมั่นคงปลอดภัย (System Security Engineering Principle) และเป็นไปตามเอกสาร “Guideline ข้อกําหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ” ของสํานักงาน กสทช. รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องมีความสามารถในการพัฒนา Web application ที่รองรับ Responsive Design หรือไม่?

    • คำตอบ: ใช่ ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบให้สามารถปรับเปลี่ยนขนาดของเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับการแสดงผลบนหน้าจอขนาดต่าง ๆ และความละเอียดของหน้าจอในอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน
  • คำถาม: ระบบสามารถเชื่อมโยงกับระบบเดิมของ กสทช. ได้อย่างไร?

    • คำตอบ: ระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ที่พัฒนาขึ้น จะต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูล และนําคลิปรายการที่ออกอากาศในกิจการโทรทัศน์ ทั้งในปัจจุบัน และย้อนหลังให้ผู้ชม ผู้ฟังที่สนใจ ดําเนินการติดตามและประเมินผลเนื้อหาจากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดหา Database License เองหรือไม่?

    • คำตอบ: ใช่ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบจัดหาระบบฐานข้อมูล (Database License) และซอฟต์แวร์ระบบที่จําเป็นในการติดตั้งระบบที่เสนอทั้งหมด
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องมีการอบรมการใช้งานระบบให้แก่ผู้ใช้งานหรือไม่?

    • คำตอบ: ใช่ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ให้กับบุคลากรของสํานักงาน กสทช. และผู้ที่สนใจเข้าร่วมตอบแบบประเมิน พร้อมทั้งจัดทําคู่มือการใช้งานระบบ
  • คำถาม: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือไม่?

    • คำตอบ: ใช่ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ที่ต้องดําเนินงานตามขอบเขตของงานนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าพัสดุที่ใช้ในงานจ้าง
  • คำถาม: จะมีการประเมินผลงานของผู้รับจ้างอย่างไร?

    • คำตอบ: จะมีการทดสอบ User Acceptance Test (UAT) เพื่อทดสอบความถูกต้อง สมบูรณ์ในการทํางานของระบบทั้งหมด และ System Integration Test (SIT) เพื่อทดสอบการทํางานร่วมกับระบบส่วนที่มีใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

Proof
ขอบเขตของงาน (Term of Reference: TOR)
โครงการจ้างพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
๑. หลักการและเหตุผล
แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๔) ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การกํากับดูแลด้านเนื้อหา การคุ้มครองผู้บริโภค และการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางการกํากับดูแลเนื้อหาให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมต่อสภาวการณ์ และเพื่อส่งเสริม ให้มีเนื้อหาที่มีคุณภาพ หลากหลาย และสร้างสรรค์ โดยมีระบบและกลไกในการกํากับด้านเนื้อหา พร้อมทั้ง มีคณะทํางานกําหนดกระบวนวิธีวิทยาในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพเนื้อหารายการ ดําเนินการจัดทํากรอบเกณฑ์ การประเมินคุณภาพเนื้อหารายการ เพื่อให้เครือข่ายผู้ชมผู้ฟังในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และผู้ชมผู้ฟัง มีกรอบเกณฑ์ และเครื่องมือตัวชี้วัดที่ใช้ในการเฝ้าระวังและติดตาม ตรวจสอบ รวมถึงใช้ประเมินคุณภาพเนื้อหารายการ ผ่านระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการติดตามและประเมินคุณภาพเนื้อหารายการรวมถึง ประมวลผลข้อมูลการประเมิน เพื่อนําข้อมูลที่ได้มาใช้ประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งถือเป็นการมีส่วนร่วมในการกํากับดูแล ด้านกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ อันเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพเนื้อหารายการร่วมกับสํานักงาน กสทช.
สํานักงาน กสทช. โดยสํานักกํากับผัง เนื้อหารายการ และพัฒนาผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียง และโทรทัศน์ (ผส.) ในฐานะผู้รับผิดชอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการกํากับดูแล ตรวจสอบ และพิจารณาเรื่อง ร้องเรียนเกี่ยวกับเนื้อหารายการของผู้ประกอบการในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งจัดทําแผนส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาคุณภาพรายการในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ตลอดจน ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย จึงมีความประสงค์จะดําเนินการจ้างพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคม จากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยการนํากรอบเกณฑ์
ตัวชี้วัดที่คณะทํางานกําหนดกระบวนวิธีวิทยาในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพเนื้อหารายการจัดทําขึ้นมา ใช้เป็นเครื่องมือในการจัดทําระบบฯ เพื่อให้ผู้ชมผู้ฟังที่สนใจ และต้องการมีส่วนร่วมในการติดตามเฝ้าระวัง ด้านเนื้อหาการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์ ได้เข้าร่วมประเมิน กับสํานักงาน กสทช. อันเป็น การยกระดับการติดตาม ตรวจสอบเนื้อหารายการในกิจการโทรทัศน์ได้อย่างเต็มศักยภาพภายใต้การมีส่วนร่วม
การกํากับดูแลเนื้อหารายการผ่านช่องทางการให้บริการต่างๆ ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในวงกว้าง และเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ และองค์กรวิชาชีพสื่อในการกํากับดูแล
กิจการวิทยุและโทรทัศน์ ในการการกํากับดูแลให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
?

๒. วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริม เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยการติดตามและประเมินผลเนื้อหาจากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์
จากเกณฑ์ตัวชี้วัดตามที่คณะทํางานกําหนดกระบวนวิธีวิทยาในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพเนื้อหารายการจัดทําขึ้น
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานที่กําหนด ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ตลอดจนแนวปฏิบัติตามหนังสือเวียนคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลางตามที่แนบในภาคผนวก ๑
๓.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในการดําเนินงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้างครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๒,๒๕๐,๐๐๐.- บาท (สองล้านสองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ภายใต้สัญญาฉบับเดียวที่ดําเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่สํานักงาน กสทช. เชื่อถือ โดยต้องแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสําเนาสัญญา พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง มาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอ
๔. ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยมีรายละเอียดการดําเนินงาน ดังนี้
๔.๑ ศึกษาวิเคราะห์ขั้นตอนการดําเนินการ
๔.๑.๒ จัดประชุมเริ่มงานโครงการ (Kick off Project) เพื่อชี้แจงทําความเข้าใจเกี่ยวกับ
รายละเอียดแผนงานและวิธีการดําเนินงานให้กับเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน กสทช.
๔.๑.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการบริหารจัดการโครงการทั้งหมด (Project Master Plan) และ จัดทําแผนการดําเนินงานตลอดโครงการฯ ซึ่งมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
(๑) ข้อเสนอและแนวคิดในการบริหารโครงการ (๒) รายชื่อผู้รับผิดชอบ
(๓) แผนภาพ GANTT Chart
๔.๑.๓ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการศึกษากรอบเกณฑ์ตัวชี้วัดในการติดตามและประเมินผลเนื้อหา จากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ให้เป็นไปตามที่
คณะทํางานกําหนดกระบวนวิธีวิทยาในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพเนื้อหารายการกําหนด
ทั้งนี้ประกอบด้วย ๕ ประเภทรายการ ดังนี้
(๑) ประเภทรายการข่าว
(๒) ประเภทรายการละคร (๓) ประเภทรายการบันเทิง (๔) ประเภทรายการเด็ก (๕) ประเภทรายการสารคดี
Proof

Proof

โดยจัดทําเอกสารรายงานการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล โครงสร้างข้อมูล และวิธีการเชื่อมโยงข้อมูล ของระบบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนควบคุมการดําเนินการให้เป็นไปตามขอบเขตที่สํานักงาน กสทช. กําหนด
๔.๑.๔ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการหารือกับสํานักงาน กสทช. ด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการเป็นไป ตามวัตถุประสงค์และขอบเขตของงานที่กําหนดไว้มากที่สุด
๔.๒ ศึกษาวิเคราะห์และออกแบบระบบ
๔.๒.๑ ออกแบบและพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงช่องทางการติดตามและประเมินผลเนื้อหา จากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์ ตามข้อ ๔.๓ โดยต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
(๑) ผู้รับจ้างต้องออกแบบ และกําหนดค่า Configuration ต่าง ๆ ทั้งหมดตามขอบเขตงาน ให้มีความมั่นคงปลอดภัยจากการโจมตีเพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อการใช้งานของสํานักงาน กสทช. ได้
(๒) ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนางานดังกล่าวตามหลักการด้านวิศวกรรมสําหรับ พัฒนาระบบสารสนเทศอย่างมั่นคงปลอดภัย (System Security Engineering Principle) สําหรับสํานักงาน กสทช. ตามเอกสาร “Guideline ข้อกําหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ” ของสํานักงาน กสทช. มาตรฐาน ประกาศ ระเบียบ และกฎหมายต่าง ๆ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๔๙
พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
๔.๒.๒ ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit)
ในกิจการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงช่องทางการติดตามและประเมินผลเนื้อหา จากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์ โดยรองรับกระบวนการดําเนินงานตามโครงสร้างพื้นฐาน ด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ จากโครงสร้างพื้นฐานเดิมของระบบวิเคราะห์และตรวจสอบเนื้อหารายการ และศูนย์ถ่ายทอดสดและรายงานข่าวของ สํานักงาน กสทช. ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน โดยให้ระบบการสะสมเครดิต เชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ที่พัฒนาขึ้น สามารถเชื่อมโยงข้อมูล และนําคลิปรายการที่ออกอากาศในกิจการโทรทัศน์ ทั้งในปัจจุบัน และย้อนหลังให้ผู้ชม ผู้ฟังที่สนใจ ดําเนินการติดตามและประเมินผลเนื้อหาจากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคํานึงถึงความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
๔.๓ ความต้องการพัฒนาระบบ
๔.๓.๑ พัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงช่องทางการติดตามและประเมินผลเนื้อหาจากการออกอากาศ รายการในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประกอบด้วย ๕ ประเภทรายการ ดังนี้
(๑) ประเภทรายการข่าว
(๒) ประเภทรายการละคร (๓) ประเภทรายการบันเทิง (๔) ประเภทรายการเด็ก
(๕) ประเภทรายการสารคดี

๔.๓.๒ ผู้รับจ้างต้อง ออกแบบ และจัดทํา Platform ในรูปแบบออนไลน์เพื่อรองรับกระบวนการประเมิน
ทุน เพอ
พื่อใช้ในการติดตามและประเมินผลเนื้อหาจากการออกอากาศรายการในกิจการโทรทัศน์ โดยให้สามารถ
เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบวิเคราะห์และตรวจสอบเนื้อหารายการ และเชื่อมโยงศูนย์ถ่ายทอดสดและรายงานข่าว ของสํานักงาน กสทช. และนําเทปบันทึกรายการที่ออกอากาศในกิจการโทรทัศน์ดิจิทัล ทั้งในปัจจุบัน และย้อนหลัง ให้ผู้ชมผู้ฟังที่สนใจดําเนินการติดตามและประเมินผลเนื้อหาจากการออกอากาศรายการ ในรูปแบบ Web application และแสดงผลผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) โดยสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของเว็บไซต์ ให้เหมาะสม กับการแสดงผลบนหน้าจอขนาดต่าง ๆ และความละเอียดของหน้าจอในอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน (Responsive Design) บนอุปกรณ์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ทั้งนี้ สามารถให้ประชาชนทั่วไปหรือผู้ที่สนใจอาสา เข้าร่วมประเมินลงทะเบียนได้ผ่านทาง Social login เช่น Facebook, Twitter, Line หรือ Google โดยมีข้อมูล ประกอบการลงทะเบียนอย่างน้อยดังนี้ อายุ เพศ การศึกษา อาชีพ ที่อยู่ ประเภทรายการที่ชื่นชอบ ความถี่ในการรับชม
ช่องทางในการรับชม เป็นต้น

๔.๓.๓ ระบบต้องสามารถเรียกใช้งานผ่านโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ อย่างน้อยดังนี้

Google Chrome เวอร์ชั่นปัจจุบัน
Mozilla Firefox เวอร์ชั่นปัจจุบัน Microsoft Edge เวอร์ชั่นปัจจุบัน Safari เวอร์ชั่นปัจจุบัน
๔.๓.๔ ผู้รับจ้างต้องออกแบบระบบให้สามารถสร้างแบบสอบถามที่จะใช้ในการประเมิน
ให้เป็นไปตามกรอบเกณฑ์ประเภทรายการและตัวชี้วัดในการประเมินคุณภาพเนื้อหารายการตามที่ สํานักงาน กสทช. กําหนด โดยเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน กสทช. สามารถปรับเปลี่ยนและสร้างแบบสอบถามได้เอง โดยให้เป็นไปตามรูปแบบโครงสร้างของแบบสอบถามที่สํานักงานกําหนด โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
(๑) สามารถออกแบบสอบถามตามกลุ่มผู้ประเมิน อย่างน้อย ๓ กลุ่ม ดังนี้
๑.๑) กลุ่มผู้ชมผู้ฟังที่เป็นประชาชนทั่วไป
๑.๒) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาแต่ละประเภท ๑.๓) กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ รวมถึงสมาคมวิชาชีพทางด้านสื่อ
(๒) สามารถบันทึกข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบประเมิน อย่างน้อย อายุ เพศ การศึกษา อาชีพ ที่อยู่ ที่พํานัก ประเภทรายการที่ชื่นชอบ ความถี่ในการรับชม ช่องทางในการรับชม เป็นต้น
ข้อสังเกตเพิ่มเติมได้
(๓) สามารถสร้างข้อคําถามตามเกณฑ์ ตัวที่ชี้วัด พร้อมทั้งมีช่องบันทึกความเห็นและ
๔.๓.๕ ผู้รับจ้างต้องออกแบบระบบให้สามารถสุ่ม (Random) เพื่อจัดส่งเทปบันทึกรายการ แต่ละประเภทรายการให้ผู้ประเมิน พร้อมทั้งกําหนดให้มีการตรวจสอบการรับชมให้ครบถ้วนตามกรอบเกณฑ์ ที่สํานักงาน กสทช. กําหนดก่อนจึงจะสามารถทําการประเมินได้
๔.๓.๖ ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบเพื่อรองรับการจัดเก็บข้อมูลการประเมิน การวิเคราะห์ ประมวลผลและสรุปผลการประเมิน เพื่อให้มีข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์สําหรับเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ
Proofs
และสังคม พร้อมทั้งรองรับการสืบค้นข้อมูลทั้งภายในสํานักงาน กสทช. และภายนอกสํานักงาน กสทช. ได้ตามเงื่อนไขที่กําหนด เช่น ประเภทกลุ่มรายการ กลุ่มผู้ประเมิน และจัดทํารายงานผลการประเมินได้ อย่างน้อยดังนี้
(๑) ผลคะแนนระดับบรรทัดฐาน

  • ผลเฉลี่ยจากผู้ประเมินทุกกลุ่ม
  • ผลเฉลี่ยจากผู้ประเมินทุกกลุ่มต่อรายตัวชี้วัด
  • จําแนกตามแต่ละประเภทกลุ่มผู้ประเมิน
    (๒) ผลคะแนนระดับสูงกว่าบรรทัดฐาน
  • ผลเฉลี่ยจากผู้ประเมินทุกกลุ่ม
  • จําแนกตามแต่ละประเภทกลุ่มผู้ประเมิน
  • ผลการประเมินในมิติเชิงคุณค่ารายการในแต่ละด้าน
    (๓) สามารถจัดการข้อมูลให้มีความเป็นอิสระต่อกัน เพื่อรองรับการประมวลผล และแสดงผล
    ในรูปแบบที่หลากหลายได้
    (๔) สามารถทําการวิเคราะห์ข้อมูล โดยมีสูตรทางสถิติในการวิเคราะห์ที่พร้อมใช้งาน (๕) สามารถออกแบบการเลือกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเวลา (Time Series) โดยเลือกแสดงรูปแบบ ช่วงเวลาของข้อมูลที่แสดงผลในรายงาน อย่างน้อย ดังนี้
  • รายวัน
  • รายสัปดาห์
  • รายเดือน
  • รายไตรมาส
  • รายปี
  • ยอดสะสมตามช่วงเวลา รายเดือน / รายไตรมาส 1 รายปี
    การเปรียบเทียบช่วงเวลาข้อมูล ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบข้อมูลปีที่ผ่านมา กับปีปัจจุบัน (๖) สามารถแสดงผลรายงานได้หลากหลายรูปแบบ อย่างน้อยดังนี้ PDF, Excel เป็นต้น (๗) สามารถแสดงผลรายงานในรูปแบบ Spider Chart Bar Graph ได้ เป็นต้น ทั้งนี้สามารถ เปลี่ยนชนิดแผนภูมิ (Chart) แบบหนึ่งไปเป็นแผนภูมิอีกแบบหนึ่งได้ทันที โดยไม่จําเป็นต้องเลือกข้อมูลใหม่
    (๘) สามารถนําข้อมูลออก (Export) ในรูปแบบที่สามารถนําข้อมูลไปใช้สําหรับการศึกษาเชิง วิชาการเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลได้ เช่น Excel หรือ csv เป็นอย่างน้อย
    ๔.๓.๗ ผู้รับจ้างต้องออกแบบให้มีการทดสอบหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) การประมวลผล ความเที่ยงตรง (Accuracy) และความแม่นยํา (Precision) ของชุดข้อมูลโดยวิธีการทางวิชาการสากลที่มีทฤษฎีรองรับ และสามารถแสดงค่าเพื่อให้มีข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์สําหรับเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะและสังคม
    ๔.๔ การติดตั้งระบบงาน
    ๔.๔.๑ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการติดตั้งระบบที่เสนอบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (VMware VSphere) โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบจัดหาระบบฐานข้อมูล (Database License) และซอฟต์แวร์ระบบที่จําเป็น ในการติดตั้งระบบที่เสนอทั้งหมด ซึ่งต้องมีลิขสิทธิ์การใช้งานถูกต้องตามกฎหมายสําหรับสํานักงาน กสทช. และ
    ระบบที่เสนอสามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
    Proof
    Yo
    Prook
    ๔.๔.๒ โปรแกรมที่จัดหาที่มีลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร (ถ้ามี) ต้องดําเนินการให้สํานักงาน กสทช. ได้รับสิทธิ โดยชอบด้วยกฎหมายในการใช้โปรแกรมทั้งหมด รวมทั้งห้ามให้มีการเพิกถอนสิทธิดังกล่าว (Irrevocable) ทั้งนี้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จากสํานักงาน กสทช. ทั้งสิ้น
    ๔.๕๔ การทดสอบระบบ

    ๔.๕.๑ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการทดสอบข้อมูล ดังนี้
    (๑) ผู้รับจ้างต้องดําเนินการทดสอบ User Acceptance Test (UAT) เพื่อทดสอบความถูกต้อง สมบูรณ์ในการทํางานของระบบทั้งหมด และ System Integration Test (SIT) เพื่อทดสอบการทํางานร่วมกับระบบ ส่วนที่มีใช้งานอยู่ในปัจจุบันเพื่อไม่เกิดผลกระทบในการใช้งาน พร้อมทั้งจัดทําเอกสารที่เกี่ยวข้องในการทดสอบ
    (๒) ร่วมดําเนินการและให้คําปรึกษาในการทํา User Acceptance Test (UAT) และ
    System Integration Test (SIT) พร้อมทั้งจัดทําเอกสารที่เกี่ยวข้อง
    (๓) ดําเนินการปรับปรุงแก้ไข จนกว่าจะได้รับการลงนามยอมรับในเอกสาร User Acceptance Test และ System Integration Test จากสํานักงาน กสทช. เป็นลายลักษณ์อักษร
    ๔.๕.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบ ดังนี้
    (๑) เอกสารข้อกําหนดความต้องการด้านซอฟต์แวร์ (System Requirement
    Specification : SRS) เพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาก่อน ดังนี้
    Functional Requirements
  • Nonfunctional Requirements
  • External Interface Requirements
  • Constraints
    (๒) รายงานผลการทดสอบการทํางานของระบบที่พัฒนาในโครงการ ว่าสามารถ ทํางานได้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามความต้องการของสํานักงาน กสทช.
    ๔.๖ รายงานผลการทดสอบ เอกสาร คู่มือ และอื่น ๆ
    ๔.๖.๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเอกสารคู่มือการบริหารจัดการ พร้อมดูแลการสํารองและ กู้คืนข้อมูล รายงานผลการติดตั้งและทดสอบการใช้โปรแกรมที่เสนอ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อม Soft File
    ๔.๒.๒ จัดทําเอกสารข้อกําหนดความต้องการด้านซอฟต์แวร์ (System Requirement Specification : SRS) ตามภาคผนวก ๕ เพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาก่อนการพัฒนาระบบเพิ่มเติม โดยเอกสารข้อกําหนดความต้องการด้านซอฟต์แวร์ ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
    (๑) คําอธิบายระบบ (System Description) (๒) ผังการทํางานระบบ (System Flow Diagram) (๓) ออกแบบหน้าจอระบบ (Prototype)
    ตัวอย่างหน้าจอโปรแกรม (Screen Layout)
  • ตัวอย่างรายงาน (Report Layout)
    (๔) แผนการดําเนินการโครงการ (Project Master Plan) (๕) เอกสารรายละเอียดโครงสร้างข้อมูล
  • พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)

    Proof
    ๔.๗
  • แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้ (ER Diagram)
    ๔.๖.๓ เอกสารหรือรายงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
    ๔.๖.๔. ผู้รับจ้างต้องจัดทําสรุปข้อมูลและเนื้อหาโดยครบถ้วนของแต่ละกลุ่มเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม ประเภทรายการในรูปแบบคลิปวีดีโอ หรือ infographic เพื่อให้สํานักงาน กสทช. สามารถ
    นําไปใช้ในการให้ความรู้แก่ผู้ตอบแบบประเมินในแต่ละกลุ่ม
    การฝึกอบรมผู้ใช้งาน
    ๔.๗.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ให้กับบุคลากรของสํานักงาน กสทช. และผู้ที่สนใจเข้าร่วมตอบแบบประเมิน พร้อมทั้งจัดทําคู่มือการใช้งานระบบ ดังนี้
    หลักสูตร
    หลักสูตรสําหรับผู้ใช้งานระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์
    ต่อสังคม
    มี
    ระยะเวลา จํานวนผู้เข้าอบรม
    (วัน)
    (คน)
    ๔.๒.๒ การฝึกอบรมให้จัด ณ สํานักงาน กสทช. (ส่วนกลาง) กรุงเทพมหานคร หรือสถานที่ ที่ผู้รับจ้างจัดหา โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในแต่ละครั้งทั้งหมด เช่น ค่าอาหาร ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม ค่าวัสดุ ค่าวัสดุการเรียนการสอน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา ค่าวิทยากรและอุปกรณ์ที่จําเป็น เป็นต้น โดยอ้างอิงจากภาคผนวก ๒
    ๔.๗.๓ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งกําหนดการอบรมล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า ๗ วันทําการ และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้เห็นชอบ ตลอดจนประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสามารถเข้าอบรมได้
    ๔.๗.๔. จัดทําเอกสารการอบรม การจัดประชุมชี้แจง และคู่มือการใช้งานระบบสําหรับบุคลากรของ สํานักงาน กสทช. และผู้ที่สนใจเข้าร่วมตอบแบบประเมิน ในรูปแบบเอกสารไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (PDF) เป็นอย่างน้อย บันทึกลงในสื่อบันทึกข้อมูลแบบ Thumb Drive หรือในรูปแบบตามที่สํานักงาน กสทช. กําหนด โดยมีจํานวนชุด ตรงตามจํานวนผู้เข้าอบรม
    ๔.๔ การใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ที่ต้องดําเนินงานตามขอบเขต ของงานนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าพัสดุที่ใช้ในงานจ้าง (ถ้ามี) โดยต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุดังกล่าว ตามแบบที่กําหนดแนบท้ายขอบเขตของงานนี้ในภาคผนวก ๓ ส่งให้ผู้ว่าจ้างภายใน ๖๐ วันนับถัดจากวันลงนาม
    ในสัญญาจ้าง
    ได
    A
    18
    เพื่อให้การดําเนินงานตามขอบเขตของงานนี้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องจัดให้มีทีมงานที่มีความรู้ ความชํานาญในการบริหารโครงการและออกแบบและพัฒนา เพื่อความสําเร็จตามวัตถุประสงค์โครงการโดยต้องมี บุคลากรที่มีคุณสมบัติ ประสบการณ์ ตามจํานวนอย่างน้อย ดังนี้
    ๕. บุคลากร
    ประสบการณ์
    ลําดับที่
    ตําแหน่ง
    วุฒิการศึกษา ไม่ต่ํากว่า
    จํานวน ระยะเวลา
    ไม่น้อยกว่า
    (คน)
    (คน/เดือน)
    ()
    ผู้บริหารโครงการ
    ปริญญาตรี
    (Project Manager)
    (เทคโนโลยีสารสนเทศ
    /สาขาที่เกี่ยวข้อง)

    ปริญญาตรี

    เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และ
    ออกแบบสารสนเทศ
    (System Analysis)
    (เทคโนโลยีสารสนเทศ
    เจ้าหน้าที่จัดการฐานข้อมูล ปริญญาตรี
    /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    ฐานข้อมูล (Oracle
    (เทคโนโลยีสารสนเทศ
    Database Management
    /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    System)
    โด
    วิศวกรระบบ (System
    ปริญญาตรี
    Engineer)
    (เทคโนโลยีสารสนเทศ
    વર્ગ
    เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรม
    (programmer/Web)
    /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    ปริญญาตรี
    (เทคโนโลยีสารสนเทศ /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    મેન
    વેક
    વેન

    ๔.Ë
    ๓.๕
    3
    เจ้าหน้าที่ออกแบบกราฟฟิก ปริญญาตรี
    (Graphic designer)

    นักทดสอบระบบ (Tester)
    (เทคโนโลยีสารสนเทศ /สาขาที่เกี่ยวข้อง)
    ปริญญาตรี
    (เทคโนโลยีสารสนเทศ) /สาขาที่เกี่ยวข้อง
    ทั้งนี้ บุคลากรในหัวข้อที่ ๑ ถึง 5 ต้องเป็นพนักงานประจํา ซึ่งพนักงานประจํา หมายถึงพนักงานที่บริษัท ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นต้นสังกัดและเป็นผู้จ่ายเงินเดือน โดยปฏิบัติงานในนามต้นสังกัดต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 5 เดือน
    นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
    Proof
  1. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    ภายใน ๒๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    ๗. วงเงินงบประมาณ
    ภายในวงเงินงบประมาณ ๔,๕๐๐,๐๐๐.- บาท (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ๒๕๖๘ ของสํานักกํากับผัง เนื้อหารายการ และพัฒนาผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (ผส.) หมวดรายจ่ายโครงการ โครงการใหม่ โครงการจ้างพัฒนา ระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์
    ต่อสังคม
  2. งวดงานและการจ่ายเงิน
    สํานักงาน กสทช. จะจ่ายเงินค่าจ้างเป็นจํานวน ๓ งวด เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานแต่ละงวดงาน ในรูปแบบ เอกสารจํานวน 5 ชุด และในรูปแบบไฟล์ pdf บันทึกลงในสื่อบันทึกข้อมูลแบบ Thumb Drive จํานวน ๒ ชุด และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้
    งวดที่
    วันที่ครบ กําหนดส่งงาน
    จ่ายเงิน
    จํานวน
    ร้อยละ
    G
    ภายใน ๖๐ วัน
    ร้อยละ ๒๐
    นับถัดจากวัน
    ของวงเงิน
    ลงนามในสัญญา ค่าจ้าง
    ภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวัน
    ลงนามในสัญญา
    ผลงานที่ต้องส่งมอบ
    ๑) จัดประชุมเริ่มงานโครงการ (Kickoff Project) เพื่อชี้แจงทําความ เข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดแผนงานและวิธีการดําเนินงานให้กับ เจ้าหน้าที่ของสํานักงาน กสทช. ตามหัวข้อ ๔.๑.๓
    ตามสัญญา ๒) ส่งมอบแผนการบริหารจัดการโครงการทั้งหมด (Project Master Pian) และแผนการดําเนินงานตลอดโครงการฯ ตามหัวข้อ ๔.๑.๒ โดยจัดทําในรูปแบบเอกสารและไฟล์อีเล็กทรอนิกส์บรรจุในซีดี หรือ ดี วีดี จํานวนไม่น้อยกว่า 5 ชุด
    ๓) รายงานผลดําเนินงานศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบระบบงาน (SRS) ๕) Prototype การใช้งานระบบตามรายละเอียดข้อ ๔.๓ ร้อยละ ๕๐ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบตามข้อ ๔.๑.๓ - ๔.๓.๔, ๔.๒ - ๔.๖
    ของวงเงิน
    ค่าจ้าง ตามสัญญา
    Proof
    Proof
    จ่ายเงิน
    วันที่ครบ
    งวดที่
    จํานวน
    กําหนดส่งงาน
    ร้อยละ
    តា
    ภายใน ๒๑๐ วัน
    ร้อยละ ๓๐
    ของวงเงิน
    นับถัดจากวัน
    ลงนามในสัญญา ค่าจ้าง
    ผลงานที่ต้องส่งมอบ
    จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
    ๑) Source Code ของระบบที่พัฒนาในโครงการ
    ๒) รายงานผลการทดสอบการทํางานของระบบที่พัฒนาว่าสามารถ ตามสัญญา ทํางานได้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามความต้องการของสํานักงาน กสทช.
    ๓) รายงานผลการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์ และ
    ซอฟต์แวร์ที่เสนอทั้งหมด
    ๔) รายงานผลการตรวจสอบช่องโหว่ระดับระบบปฏิบัติการ และ ระดับ application
    ๕) เอกสาร User Acceptance Test ซึ่งลงนามโดยผู้ทดสอบ 5) เอกสาร System Integration Test ซึ่งลงนามโดยผู้ทดสอบ ๗) คู่มือการบริหารจัดการและการดูแลรักษาระบบที่พัฒนา ในโครงการ สําหรับผู้ดูแลระบบ (Administrator Manual)
    ๔) จัดอบรมพร้อมส่งเอกสารหลักฐานแสดงการจัดอบรม เอกสาร
    การลงทะเบียนเข้าร่วมอบรม ซึ่งผู้เข้าอบรมลงนามเป็นลายลักษณ์ อักษร ตามข้อ ๔.๕)
    ทั้งนี้ การจ่ายเงินแต่ละงวดดังกล่าวข้างต้น สํานักงาน กสทช. จะจ่ายเมื่อคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุได้ตรวจรับงานแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว
    ๙. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    การจ้างพัฒนาระบบฯในครั้งนี้ เป็นงานที่มีความซับซ้อนด้านเทคนิค ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอแนวคิดและ เทคนิคในการศึกษาวิเคราะห์ และออกแบบกระบวนงาน ตามขอบเขตการดําเนินงาน ซึ่งข้อเสนอเกี่ยวกับ แนวความคิดในการออกแบบและผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติที่ไม่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ส่งผลให้เกิดปัญหา
    ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ จึงกําหนดให้มีการยื่นข้อเสนอทางด้านเทคนิคเพื่อพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ด้านเทคนิคผ่านเกณฑ์ขั้นต่ําก่อน ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๖๕ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๘๓ (๓) โดยผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคแล้ว สํานักงาน กสทช. จะพิจารณาด้วยเกณฑ์ราคา และเกณฑ์อื่น ๆ (ข้อเสนอทางด้านเทคนิค) มีสัดส่วนน้ําหนักระหว่างเกณฑ์ด้านราคาเท่ากับ ร้อยละ ๒๐ และ เกณฑ์อื่น
    อื่น ๆ (ข้อเสนอด้านเทคนิค) ร้อยละ ๘๐ โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ดังนี้


    A

    Proof
    ติด
    ๙.๑ การพิจารณาเกณฑ์อื่น ๆ (ข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่น) (น้ําหนักร้อยละ ๘๐)
    ๔.๑.๑ หัวข้อในการพิจารณา ประกอบด้วย
    ๔.๑.๑.๑ แผนวิธีการดําเนินงาน และความเข้าใจตามขอบเขตของงาน น้ําหนักร้อยละ ๔๐
    (๑) แผนและวิธีการดําเนินงาน
    (๒) ความรู้ความรู้ความเข้าใจตามขอบเขต
    น้ําหนักร้อยละ ๒๐
    น้ําหนักร้อยละ ๒๐
    ของงานและวิธีการพัฒนาระบบการสะสม
    เครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit)
    ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
    ๔.๑.๑.๒ ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ
    (๑) ผลงานเชิงคุณภาพ
    (๒) ผลงานเชิงปริมาณ
    น้ําหนักร้อยละ ๒๐
    นํ้าหนักร้อยละ ๑๐
    น้ําหนักร้อยละ ๑๐
    ๔.๑.๑.๓ คุณสมบัติและประสบการณ์ของบุคลากรพัฒนาระบบ น้ําหนักร้อยละ ๒๐
    พิจารณาคุณวุฒิและประสบการณ์ของบุคลากรพัฒนาระบบ
    ๔.๑.๒ ในการพิจารณาให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่นตามหัวข้อดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการฯ จะเชิญผู้ยื่นข้อเสนอเข้าอธิบายรายละเอียด ชี้แจงวิธีการออกแบบและพัฒนาระบบ และตอบข้อซักถาม ตามวัน เวลาและสถานที่ที่คณะกรรมการฯ กําหนด (ภายใน ๕ วันทําการนับถัดจากวันยื่นข้อเสนอ) โดยผู้ยื่นข้อเสนอสามารถนําโปรแกรมหรือระบบงานที่เสนอพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อสาธิต
    (Demonstration) ประกอบการนําเสนอด้วยก็ได้ เพื่อประกอบการพิจารณาให้คะแนน รายละเอียดหัวข้อและ หัวข้อย่อยและวิธีการให้คะแนนตาม ภาคผนวก ๔ ทั้งนี้ ข้อเสนอด้านเทคนิคที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาจะต้อง ได้รับคะแนนรวมเมื่อถ่วงน้ําหนักแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ (ไม่น้อยกว่า ๖๔ คะแนน)
    ๔.๑.๓ ข้อเสนอด้านเทคนิคที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามข้อ ๙.๑.๒ จะได้รับการประเมิน ค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ตามสัดส่วนเกณฑ์ราคาและเกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิคที่กําหนด โดยคณะกรรมการฯ จะบันทึกผลการให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่นในระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ๔.๒ การพิจารณาเกณฑ์ราคา (ข้อเสนอด้านราคา) (น้ําหนักร้อยละ ๒๐)
    ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Electronic Government Procurement :e-GP) จะพิจารณา ให้คะแนนเกณฑ์ราคาและเกณฑ์อื่น (ข้อเสนอด้านเทคนิค) ในระบบ โดยข้อเสนอด้านราคาของผู้ยื่นข้อเสนอต่ําสุด จะได้คะแนนเต็ม และข้อด้านราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นจะได้คะแนนลดหลั่นลงตามช่วงห่างของราคา ซึ่งเป็นการคํานวณคะแนนในระบบ e-GP
    ๙.๓ การพิจารณาข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือก
    ระบบ e-GP จะรวมคะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่น (เกณฑ์อื่น) รวมกับข้อเสนอด้านราคา (เกณฑ์ราคา) ตามสัดส่วนเกณฑ์อื่นร้อยละ ๘๐ และเกณฑ์ราคาร้อยละ ๒๐ และจัดเรียงตามคะแนนไว้ ๓ ลําดับ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่นตามข้อ ๔.๑ ได้รับคะแนนประเมินเกณฑ์ราคา และเกณฑ์อื่นรวมสูงสุดจะได้รับการคัดเลือก และสํานักงาน กสทช. โดยคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ จะพิจารณาเจรจาต่อรองราคาตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์ของสํานักงาน กสทช. ต่อไป
    อ.

    Proof
    ๑๒
    ๙.๔ การจัดทําเอกสารข้อเสนอ
    เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอตามเกณฑ์การพิจารณาดังกล่าวข้างต้น ผู้ยื่นข้อเสนอต้อง จัดทําข้อเสนอตามรายการและแบบกําหนดในเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e- bidding) และยื่นเสนอในระบบ e-GP อย่างน้อย ดังนี้
    ๔.๔.๑ เอกสารแสดงคุณสมบัติทั่วไปของผู้ยื่นข้อเสนอ : ให้จัดทําตามรายการเอกสารหลักฐานที่ กําหนดในประกาศประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธี
    ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) และเอกสารหลักฐานผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอตามคุณสมบัติของผู้ยื่น ข้อเสนอ ในข้อ ๓.๑
    ๔.๔.๒ เอกสารข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่น : ประกอบด้วย
    ๔.๔.๒.๑ แผนวิธีการดําเนินงาน ต้องประกอบไปด้วยโครงสร้างการบริหารจัดการ ระยะเวลา ดําเนินงาน ซึ่งแสดงถึงรายละเอียดกิจกรรมที่จะต้องดําเนินการทั้งหมด ลําดับของกิจกรรมก่อน-หลัง กําหนดเวลา การทํางานตั้งแต่เริ่มต้นจนแล้วเสร็จในแต่ละกิจกรรม รวมทั้งแผนการจัดสรรการทํางานของบุคลากรที่สอดคล้อง กับกิจกรรม และความเข้าใจตามขอบเขตของงาน ประกอบด้วยแผนและวิธีการดําเนินงาน พร้อมทั้งขั้นตอน การศึกษาฯ การออกแบบและพัฒนาฐานข้อมูล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ และสอดคล้องกับรายการ ตามขอบเขตการดําเนินงานทั้งหมด รวมทั้งการทํา system workflow และ Prototyping ของระบบ ที่แสดงให้เห็นได้ว่ สามารถดําเนินงานได้จริงตามข้อเสนอ พร้อมทั้งมีการเสนอแนวทางการวิเคราะห์ปัญหา และการแก้ไขปัญหา ระหว่างการดําเนินงานที่มีเหตุผลเหมาะสม สร้างความเชื่อมั่นในความสําเร็จของโครงการ
    ๔.๔.๒.๒ ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยสามารถจัดส่งเอกสารหลักฐานของ ผลงานตามที่กําหนดขอบเขตของงาน ข้อ ๓.๒ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ผลงาน

    ๔.๔.๒.๓ คุณวุฒิและประสบการณ์ของบุคลากรพัฒนาระบบ โดยจะต้องแสดงรายละเอียด คุณวุฒิการศึกษา และประสบการณ์ทํางานของบุคลากรแต่ละตําแหน่ง พร้อมเอกสารหลักฐานอ้างอิงโดยครบถ้วน
    ๙.๔.๓ ข้อเสนอด้านราคา : ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอราคาตามแบบที่กําหนดในเอกสารประกวด ราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิสก์ที่กําหนด และเสนอราคาในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (ระบบ e-GP) ของกรมบัญชีกลาง โดยราคารวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว
    ๑๐. อัตราค่าปรับ
    ผู้รับจ้างต้องจัดทําระบบฯ ตามขอบเขตงานนี้ให้แล้วเสร็จภายในกําหนด รวมทั้งต้องจัดให้มีบริการ ด้วยเงื่อนไขคุณภาพการให้บริการ (Service Level Agreement) มิฉะนั้นผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับ ดังนี้ ๑๐.๑ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานและส่งมอบงานทั้งหมด ภายใน ๒๑๐ วัน หากดําเนินการไม่แล้วเสร็จ และผู้ว่าจ้างยังไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้ผู้ว่าจ้างเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.00 ของค่าจ้างตามสัญญา โดยนับถัดจากวันครบกําหนดตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบให้แก่ผู้ว่าจ้างจนถูกต้อง ครบถ้วน ยกเว้นกรณีเหตุสุดวิสัยให้ผู้รับจ้างแจ้งสํานักงาน กสทช. เพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาส่งมอบหรือ
    ของดหรือลดค่าปรับได้เป็นกรณีไป
    ๑๐.๒ การปรับคุณภาพการบริการตลอดระยะเวลารับประกัน


    (๑) หากผู้รับจ้างไม่จัดให้มีบริการ Help Desk ตามข้อ ๑๑.๓ จะทําการปรับเป็นรายวันในอัตรา ร้อยละ ๐.๑ ของค่าจ้างตามสัญญา นับแต่วันครบกําหนดที่ต้องดําเนินงาน จนถึงวันที่สามารถจัดให้มีบริการ ครบถ้วนถูกต้อง
    (๒) หากผู้รับจ้างไม่ทําการบํารุงรักษาแบบป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามเงื่อนไขข้อกําหนดในสัญญา จะทําการปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของค่าจ้างตามสัญญา จนกว่าจะดําเนินงานให้ถูกต้องครบถ้วน
    (๓) หากผู้รับจ้างไม่ทําการหรือใช้เวลาทําการเกินกําหนดในการบริการปรับปรุงแก้ไขข้อขัดข้อง ในการใช้งาน (Corrective Maintenance) จะทําการปรับคุณภาพการบริการเป็นรายชั่วโมงในอัตราร้อยละ ๐.๐๓๕ ของค่าจ้างตามสัญญา เศษของชั่วโมงให้นับเป็น ๑ ชั่วโมง โดยให้มีเวลาระบบงานฯ ขัดข้องรวมไม่เกินเดือนละ ๑๒ ชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับภายใน ๑๕ วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากสํานักงาน กสทช.

    ๑๐.๓ ค่าปรับตามข้อ ๑๐.๑ สํานักงาน กสทช. จะทําการหักค่าปรับจากเงินค่าจ้างที่ต้องจ่าย และสําหรับ ค่าปรับคุณภาพการบริการตามข้อ ๑๐.๒ ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับภายใน ๑๕ วันทําการนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง เป็นหนังสือจากสํานักงาน กสทช. มิฉะนั้น สํานักงาน กสทช. จะทําการบังคับเอาจากหลักประกันสัญญา ซึ่งกรณีเช่นนี้ ผู้รับจ้างมีภาระหน้าที่ต้องวางหลักประกันสัญญาเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตลอดระยะเวลาการรับประกันตามสัญญาด้วย
    ๑๑. การบริการและการรับประกันผลงาน
    ผู้รับจ้างต้องรับประกันระบบที่เสนอทั้งหมดเป็นระยะเวลา ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่สํานักงาน กสทช. รับมอบงาน โดยสมบูรณ์ โดยตลอดระยะเวลาดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีบริการ ดังนี้
    ๑๑.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบการทํางานของระบบตามขอบเขตงาน ทั้งหมด ให้สามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่อง มีความมั่นคงปลอดภัย มีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพโดยทําการ ตรวจสอบและบํารุงรักษาเพื่อป้องกัน (Preventive Maintenance) พร้อมส่งรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมวิธีการ แก้ไขเสนอสํานักงาน กสทช. ทุก ๓ เดือน
    ๑๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องให้บริการติดตั้ง Bug fix (Patch) (ถ้ามี) และให้บริการ Upgrade Version (ถ้ามี) ของระบบตามประกาศของเจ้าของผลิตภัณฑ์ (ตาม Patch ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน) ที่จัดหาในโครงการ ซึ่งต้อง ไม่กระทบต่อการทํางานของระบบโดยรวม โดยต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่างสํานักงาน กสทช. และผู้รับจ้าง
    ๑๑.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี Help Desk ซึ่งสามารถให้บริการช่วยเหลือผู้ใช้งานระบบฯ โดยจะต้องสามารถ ติดต่อ ประสานงาน แจ้งปัญหา และ/หรือร้องขอความช่วยเหลือ ให้คําปรึกษา และแก้ไขปัญหาได้ในวันทําการ ของผู้ว่าจ้าง ระหว่างเวลา ๘.๓๐ น. - ๑๗.๐๐ น. ยกเว้นกรณีที่เกิดเหตุขัดข้องเร่งด่วน โดยมีระดับความรุนแรง ของปัญหาอยู่ในระดับสูงตามข้อตกลงระดับการให้บริการ ต้องสามารถติดต่อได้นอกเวลาทําการได้
    ๑๑.๔ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement : SLA) บํารุงรักษา ซ่อมแซม แก้ไขและปรับปรุงซอฟต์แวร์ระบบที่เสนอทั้งหมด โดยสํานักงาน กสทช. จะให้รายละเอียด ของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์และโปรแกรมประยุกต์เบื้องต้นแก่ผู้รับจ้าง และเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบงานดังกล่าวของสํานักงาน กสทช. ได้แจ้งแก่ผู้รับจ้างผ่านทางช่องทางที่สํานักงาน กสทช. กําหนด โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแจ้งเหตุขัดข้องที่มีรายละเอียด ดังนี้
    Proof

    7
    Proof
    ©C
    ระดับความ รุนแรงของปัญหา
    ช่องทางการ
    สถานการณ์
    ให้บริการ
    ระดับ ๑ : สูง
    ระยะเวลาการตอบสนองและ ติดตามการแก้ไขปัญหา
    ไม่สามารถใช้งานระบบได้ บริการแก้ไขปัญหา ตอบสนองภายใน ๒ ชั่วโมง และ
    Remote Access
    แบบ Onsite หรือ แก้ปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 4 ชั่วโมงทําการ หลังจากที่สรุป แนวทางการแก้ปัญหาให้แก่ผู้แจ้งฯ
    ระดับ ๒ : ปานกลาง ใช้งานได้บางส่วน ซึ่งไม่กระทบ ณ จุดรับการติดต่อ ตอบสนองภายใน ๒ ชั่วโมง และ กับการทํางานของ ประสานงาน หรือ แก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน
    ระบบงาน
    Remote Access
    มีคําถามหรือต้องการ ณ จุดรับการติดต่อ ตอบสนองและแจ้งผลการดําเนินการ
    ระดับ ๓ : ต่ํา
    คําแนะนําเกี่ยวกับ ประสานงาน
    การใช้งานระบบ โดย
    ๑๖ ชั่วโมงทําการ หลังจากที่สรุป
    แนวทางแก้ปัญหาให้แก่ผู้แจ้งฯ
    ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมงทําการ
    หรือตามกําหนดที่ตกลงกับผู้แจ้งฯ
    ระบบยังใช้งานได้
    ตามปกติ
    ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมส่งรายงานปัญหาที่เกิดขึ้น และวิธีการแก้ไข ระบบงานที่เกี่ยวข้อง และซอฟต์แวร์เสนอสํานักงาน กสทช. ภายใน ๕ วันทําการ หลังจากดําเนินการแก้ไขเสร็จสิ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
    (๑) ผู้ว่าจ้างสามารถแจ้งเหตุข้อขัดข้อง ผ่านทางโทรศัพท์ หรือ e-mail address หรือ การส่งโทรสาร โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแจ้งเหตุขัดข้อง และสามารถนํามาคิดระยะเวลาการคํานวณ
    ระยะเวลาตามข้อตกลงระดับการให้บริการ
    (๒) ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนดําเนินการ การสํารองและกู้คืนข้อมูลของระบบที่เสนอทั้งหมดตลอด ระยะเวลาการรับประกัน พร้อมเสนอแผนการใช้งานระบบกรณีฉุกเฉินหรือระบบไม่สามารถใช้งานได้ปกติ แก่สํานักงาน กสทช.
    (๓) การกระทําใดใดของบุคลากรผู้รับจ้างอันอาจจะก่อผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แก้ไขปรับปรุง ต่อระบบที่พัฒนาขึ้นตามขอบเขตของงานและได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน กสทช. แล้ว ผู้รับจ้างจะต้องแจ้ง และได้รับอนุญาตจากสํานักงาน กสทช. ก่อน
    ๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    ๑๒.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะ หรือผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องต้องดําเนินการปฏิบัติ ให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของสํานักงาน กสทช. ฉบับล่าสุด
    ซึ่งรวมถึงหลักการวิศวกรรมความมั่นคงปลอดภัย (แบบฟอร์มความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบ

    Yo

    Proof
    ต่
    ทางด้านเทคนิค (System Security Requirement) เอกสารเผยแพร่สามารถศึกษารายละเอียดหรือ download ในเว็บไซต์สํานักงาน กสทช. (www.nbtc.go.th)
    ๑๒.๑.๑ กรณีมีการใช้บริการคลาวด์ (Cloud) ต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดด้านการใช้บริการคลาวด์ (Cloud Security Requirement) ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
    ๑๒.๑.๒ ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของซอร์สโค้ด (Source Code Scanning) และดําเนินการ แก้ไขก่อนนําระบบขึ้นให้บริการ
    ๑๒.๒ กรณีที่ขอบเขตของงานเกี่ยวข้องกับการประมวลผล (เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย) ข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะ หรือผู้ได้รับการคัดเลือก ต้องดําเนินการตามเงื่อนไขและรายละเอียด ตามที่กําหนดไว้ในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement: DPA) กับ
    สํานักงาน กสทช. (ภาคผนวก 5)
    ๑๓.
    เงื่อนไขอื่น ๆ
    ๑๓.๑ ผลงานอันใดในโครงการนี้ ต้องไม่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
    ๑๓.๒ ระบบตามที่เสนอทั้งหมดและซอฟต์แวร์เฉพาะอื่นๆ (ถ้ามี) ที่ต้องใช้ในโครงการนี้ ต้องจัดการ ให้สํานักงาน กสทช. ได้สิทธิการใช้งานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
    5
    ระบบที่พัฒนาขึ้นตามขอบเขตของงานนี้ ให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสํานักงาน กสทช. ผู้จัดหาและพัฒนา ระบบฯ จะนําไปใช้เพื่อการอื่น ๆ มิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสํานักงาน กสทช.
    ๑๓.๔ ข้อมูลของสํานักงาน กสทช. ถือเป็นความลับของทางราชการ ห้ามมิให้นําไปเผยแพร่
    ๑๓.๕ การกระทําการใด ๆ ของทีมงานผู้รับจ้างอันอาจจะก่อผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบที่เสนอ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งและได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของสํานักงาน กสทช. ก่อน
    ๑๓.๖ โปรแกรมประยุกต์ (Application Software) ที่ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมตามขอบเขตของงานนี้ ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของสํานักงาน กสทช. ทั้ง Source Code และกรรมสิทธิ์การใช้งาน (License to Use) แต่เพียงผู้เดียว ๑๓.๗ ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ พร้อมกับการส่งมอบงานงวดสุดท้าย เพื่อให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบด้วย (ถ้ามี)
    ๑๓.๔ สํานักงาน กสทช. สงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เสนอ หากพบว่าไม่สามารถดําเนินการ ได้ตามที่ระบุ สํานักงาน กสทช. จะยกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง หรือคู่สัญญา
    ๑๓.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องจัดทําแผนการดําเนินงานให้บรรลุความสําเร็จ
    ตามขอบเขตของงานภายในระยะเวลาที่กําหนดตามสัญญา โดยแสดงรายละเอียดแผนการดําเนินการและร้อยละ ของความสําเร็จของงานแต่ละเดือน ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา เพื่อกํากับและติดตามความก้าวหน้าในผลการดําเนินงาน ทั้งนี้ แผนการดําเนินงานดังกล่าว สํานักงาน กสทชถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
    q
    ภาคผนวก
    คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ กรณีการจัดจ้างทั่วไป วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    ๑. มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ร.
    ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    ๕. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
    ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    ๖. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๗. เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๔. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน กสทช. ณ วันประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๔. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๑๐. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (๑) กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ ยื่นข้อเสนอไม่น้อยกว่า 9,000,000 บาท
    Proof
    (๓) กรณี…
    ๑๗
    (๓) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน
    หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัททุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ
    พาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางของประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่
    ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน โดยต้องมียอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า ๑,๑๒๕,๐๐๐ บาท คิดเป็น ๑ ใน ๔ ของ มูลค่าโครงการหรือรายการที่ยื่นเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ สําหรับธนาคารภายในประเทศหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้
    เป็นไปตามแบบที่กําหนด
    (๔) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย จะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑,๑๒๕,๐๐๐ บาท คิดเป็น ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้ง หนึ่งในวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอหรือวันลงนามในสัญญา ไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๕) กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศและบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ตามข้อ (๒) (๓) (๔) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทย กําหนดในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
    (e-GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันยื่นข้อเสนอ
    คุณสมบัติในข้อ (๑) - (๔) นี้ ยกเว้นกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    ๑๒. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ใน เอกสารเชิญชวน เว้นแต่ในกรณีกิจการร่วมค้าที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียว เป็นผลงานของกิจการร่วม ค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงดังกล่าวจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญา มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    Proof
    ทั้งนี้…
    P
    Proof
    ทั้งนี้ กิจการร่วมค้า หมายถึง “กิจการที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะ ดําเนินการร่วมกันเป็นทางการค้าหรือหากําไรระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วน หรือระหว่างบริษัทและ/หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคล ที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ นิติบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ โดยข้อตกลง นั้นอาจกําหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลักก็ได้”
    นิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
    QA
    เลขที่………
    แบบหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ
    วันที่..
    เรื่อง รับรองวงเงินสินเชื่อ
    ตามที่
    (ชื่อผู้ประกอบการ นิติบุคคล บุคคลธรรมดา……………………………. ภาษีอากร /เลขประจําตัวประชาชนเลขที่
    จะยื่นข้อเสนอในการประกวดราคาการจ้าง โครงการจ้างพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหา ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งตามประกาศและเอกสาร ประกวดราคาจ้างฯ กําหนดเงื่อนไขการยื่นข้อเสนอกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือ ทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องขอวงเงินสินเชื่อจากธนาคาร โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอใน แต่ละครั้ง (ชื่อผู้ประกอบการ นิติบุคคล บุคคลธรรมดา……………………..ประสงค์ให้ธนาคาร
    ……………………….รับรองวงเงินสินเชื่อเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย นั้น
    (…………………….บรอง………….ผู้ประกอบการ นิติบุคคล/บุคคลธรรมดา)
    มีวงเงินทุนหมุนเวียนในวงเงินไม่ต่ํากว่า ยินดีให้วงเงินสินเชื่อภายในวงเงิน
    บาท (………..จํานวนเงินเป็นอักษร…………… และ บาท (………จํานวนเงินเป็นอักษร…………
    Proof
    ขอแสดงความนับถือ
    ……………………..
    (ชื่อธนาคาร)..
    แบบหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่ออิเล็กทรอนิกส์
    เลขที่
    วันที่………..
    เรื่อง รับรองวงเงินสินเชื่อ
    ตามที่
    (ชื่อผู้ประกอบการ นิติบุคคล บุคคลธรรมดา)….
    เลขประจําตัว
    ผู้เสียภาษีอากร/เลขประจําตัวประชาชน เลขที่
    เลขที่….
    จะยื่นข้อเสนอในการประกวดราคา
    ตาม……..
    การจ้างโครงการจ้างพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริม เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งตามประกาศและเอกสาร ประกวดราคาจ้างฯ กําหนดเงื่อนไขการยื่นข้อเสนอกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องขอวงเงินสินเชื่อจากธนาคาร โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอใน แต่ละครั้ง นิติบุคคล/บุคคลธรรมดา)… จึงมีความประสงค์ให้ธนาคาร วงเงินสินเชื่อเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย นั้น
    ..ชื่อผู้ประกอบการ
    (ชื่อธนาคาร……..
    .รับรอง
    ชื่อธนาคาร…………ขอรับรองว่า….
    ขอรับรองว่า………….ประกอบการนิติบุคคล บุคคลธรรมดา……….
    มีวงเงินทุนหมุนเวียนในวงเงินไม่ต่ํากว่า
    ให้วงเงินสินเชื่อภายในวงเงิน
    เบาท
    บาท …………นวนเงินเป็นอักษร…………….ยินดี
    ………. จํานวนเงินเป็นอักษร…………
    Proof
    **
    ขอแสดงความนับถือ
    (ชื่อธนาคาร)..
    เอกสารฉบับนี้จัดพิมพ์โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์
    **
    Proof
    ២១
    ภาคผนวก
    อัตราค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
    ค่าอาหาร
    ประเภทค่าใช้จ่าย
    ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
    ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการฝึกอบรม
    อัตราการเบิกจ่าย
    จัดในสํานักงาน กสทช. คนละ ๓๐๐ บาท ต่อมือ - จัดนอกสํานักงาน กสทช. คนละ ๖๕๐ บาท ต่อมือ
  • จัดในสํานักงาน กสทช. คนละ ๗๐ บาท ต่อมือ - จัดนอกสํานักงาน กสทช. คนละ ๑๕๐ บาท ต่อมือ
    เท่าที่จ่ายจริงตามความจําเป็น เหมาะสมและประหยัด
    ทั้งนี้ รวมภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว
    ที่มา
    ระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการพัฒนาบุคลากร พ.ศ. ๒๕๖๐
    5
    Proof
    ลําดับ

    5333939
    โครงการ
    ภาคผนวก
    ตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
    แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    รวม
    อัตรา
    (ร้อยละ)
    รายการ
    หน่วย ปริมาณ ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน พัสดุ
    พัสดุ
    (บาท)
    (รวม)
    ในประเทศ ต่างประเทศ
    ………….. ลงซอ.
    (
    }
    ..(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
    Prook
    ២៣
    จํานวนคะแนน
    ผนวก
    เกณฑ์การให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่น
    รายละเอียดการให้คะแนน
    ๑. แผนวิธีการดําาเนินงาน และความเข้าใจตามขอบเขตของงาน (คิดเป็นน้ําหนักร้อยละ ๔๐) ๑.๑ แผนและวิธีการดําเนินงาน ๑๐๐ คะแนน : น้ําหนักร้อยละ ๒๐
    ๒๕ คะแนน
    ๒๕ คะแนน
    ๒๕ คะแนน
    ๒๕ คะแนน
    มีรายละเอียดกรอบแนวคิด การอธิบายหลักการและเหตุผล
    มีรายละเอียดในการออกแบบ และพัฒนา ซึ่งอธิบายอย่างชัดเจนครบถ้วน ครอบคลุมวัตถุประสงค์ เป็นประโยชน์ เหมาะสม ที่จะแสดงให้เห็นว่าสามารถ ปฎิบัติได้จริง
    มีการนําเสนอแผนการดําเนินงาน โดยมีรายละเอียดการดําเนินงานแต่ละขั้นตอน ตามที่กําหนดอย่างชัดเจนครบถ้วน
    แผนงานมีระยะเวลาดําเนินงานแต่ละขั้นตอนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
    การดําเนินงานที่ชัดเจน และมีรายละเอียดผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรมสอดคล้อง กับบุคลากรที่นําเสนอ
    วิธีการให้คะแนน : การให้คะแนนในหัวข้อนี้ จะพิจารณาให้คะแนนแต่ละหัวข้อจากข้อเสนอที่อธิบายแต่ละ
    หัวข้อแสดงถึงความเข้าใจในแผนและวิธีการดําเนินงาน ความครบถ้วน ชัดเจนตาม ความต้องการพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ตามขอบเขตของงาน และ จัดลําดับตามเนื้อหาการอธิบาย เพื่อให้คะแนน ดังนี้
    (A) อธิบายได้ชัดเจนครบถ้วนตามขอบเขตของงาน (B) อธิบายได้ชัดเจนครบถ้วน แต่ขาดความสมบูรณ์
    เพียงบางส่วน แต่เทียบเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ ๑๕ (C) อธิบายได้ชัดเจนครบถ้วน แต่ขาดความสมบูรณ์
    หลายส่วน แต่เทียบเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ ๒๕
    ได้คะแนน ๑๐๐%
    ได้คะแนน ๙๐%
    ได้คะแนน ๘๐%
    (D) อธิบายไม่ชัดเจนหรือไม่ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน ได้คะแนน ๕๐%
    (E) ไม่อธิบายในหัวข้อนั้น ๆ
    ไม่มีการให้คะแนน
    ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะอธิบายถึงความไม่สมบูรณ์ครบถ้วนหรือชัดเจน และเหตุผล
    การให้คะแนนแต่ละหัวข้อระดับของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายโดยละเอียด
    จํานวนคะแนน
    รายละเอียดการให้คะแนน
    ๑.๒ ความรู้ความเข้าใจตามขอบเขตของงาน และวิธีการพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา
    (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ๑๐๐ คะแนน (น้ําหนักร้อยละ ๒๐)
    แอ คะแนน
    ๒๕ คะแนน
    ๓๐ คะแนน
    ๑๕ คะแนน
    อธิบายแนวการออกแบบระบบได้สอดคล้องกับขอบเขตของงาน มีความชัดเจน มีความเชื่อมโยงในการทํางานของระบบต่าง ๆ ได้ครอบคลุม พร้อมทั้งอธิบายรายเอียดแต่ละส่วน/ขั้นตอนได้ค่อนข้างสมบูรณ์ อธิบายวิธีการติดตั้ง ทดสอบ และการประเมินผลการใช้งานระบบฯ มีรายละเอียดทางเทคนิคของวิธีการพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคม จากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ต่อสังคม โดยแสดงให้เห็นได้ว่าสามารถดําเนินงานได้จริงตามข้อเสนอ ได้ละเอียดชัดเจน
    และมีความโดดเด่นกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ยื่นข้อเสนอด้วยกัน
    นําเสนอให้เห็นถึงวิธีการออกแบบพร้อมทั้งจัดทําหน้าจอโปรแกรมต้นแบบ (Prototype) ที่แสดงให้เห็นถึงหน้าจอการทํางานของระบบฯ เพื่อแสดงให้เห็นถึง ความเข้าใจตามขอบเขตของงานดําเนินงาน ตามวิธีการติดตั้ง ทดสอบ และ การประเมินผลการใช้งานระบบฯ ที่ได้นําเสนอก่อนหน้า ได้ละเอียดชัดเจน และมี
    ความโดดเด่นกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ยื่นข้อเสนอด้วยกัน
    วิธีการให้คะแนน : การให้คะแนนในหัวข้อนี้ จะพิจารณาให้คะแนนแต่ละหัวข้อจากข้อเสนอที่อธิบายความรู้ ความเข้าใจตามขอบเขตของงาน และวิธีการพัฒนา ครบถ้วน ชัดเจนตามความต้องการ พัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Social Credit) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมตามขอบเขตของงาน พร้อมตัวอย่าง การออกแบบที่เสนอ และจัดลําดับตามเนื้อหาการอธิบาย เพื่อให้คะแนน ดังนี้
    Proof
    (A) อธิบายวิธีการออกแบบระบบตามขอบเขตของงาน
    พร้อมตัวอย่าง ครบถ้วนชัดเจน
    (8) อธิบายวิธีการออกแบบระบบตามขอบเขตของงาน
    พร้อมตัวอย่าง ครบถ้วน แต่ยังขาดความสมบูรณ์ เพียงบางส่วน เทียบเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ ๑๕ (C) อธิบายวิธีการออกแบบระบบตามขอบเขตของงาน
    พร้อมตัวอย่าง ครบถ้วน แต่ยังขาดความสมบูรณ์ หลายส่วน เทียบเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ ๒๕
    (D) อธิบายวิธีการออกแบบระบบตามขอบเขตของงาน ไม่ครบถ้วน หรือส่งตัวอย่างไม่ครบถ้วนชัดเจน (E) ไม่อธิบายในหัวข้อนั้น ๆ หรือไม่ส่งตัวอย่าง

    ได้คะแนน ๑๐๐%
    ได้คะแนน ๙๐%
    ได้คะแนน ๘๐%
    ได้คะแนน ๕๐%
    ไม่มีการให้คะแนน
    ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะอธิบายถึงความไม่สมบูรณ์ครบถ้วนหรือชัดเจน และเหตุผล
    การให้คะแนนแต่ละหัวข้อระดับของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายโดยละเอียด
    P
    ๒๕
    จํานวนคะแนน - รายละเอียดการให้คะแนน
    ๒. ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (๑๐๐ คะแนน) (คิดเป็นน้ําหนักร้อยละ ๒๐) ๒.๑ ผลงานเชิงคุณภาพ ๕๐ คะแนน (น้ําหนักร้อยละ ๑๐ )
    ๒๐ ตะแนน
    mo คะแนน
    ๔๐ ตะแน
    ๕๐ คะแนน
    มูลค่าผลงาน 9,000,000 - 9,000,000 บาท
    มูลค่าผลงาน ๑,๓๐๐,000 - 9,500,000 บาท
    9,000,000
    มูลค่าผลงาน ๑,๐๐๐,000 - 5,000,000 บาท มูลค่าผลงานมากกว่า 5,000,000 บาท
    วิธีการให้คะแนน : พิจารณาให้คะแนนเฉพาะผลงานตามคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอข้อ ๓.๒ โดยพิจารณาจาก
    มูลค่าของผลงานที่ยื่นเสนอซึ่งมีมูลค่ามากที่สุดเพียงผลงานเดียว
    ๒.๒ ผลงานเชิงปริมาณ ๕๐ คะแนน (น้ําหนักร้อยละ ๑๐)
    ๒๐ คะแนน
    แถว คะแนน
    ๕๐ คะแนน
    ๕๐ คะแนน
    มีผลงานชนิด/ประเภทที่กําหนด จํานวน ๑ โครงการ
    มีผลงานชนิด/ประเภทที่กําหนด จํานวน ๒ โครงการ/สัญญา มีการเสนอผลงานตรงตามข้อ ๓.๒ มากกว่า ๓ โครงการ/สัญญา มีการเสนอผลงานชนิด/ประเภทที่กําหนด จํานวนมากกว่า ๓ โครงการ และใน ผลงานนั้น มีผลงานประเภทเดียวกับงานที่จ้างรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย ๑ โครงการ
    วิธีการให้คะแนน : พิจารณาให้คะแนนเฉพาะจํานวนผลงานที่เป็นชนิด/ประเภทเดียวกันตรงตามคุณสมบัติของ
    ยื่นข้อเสนอข้อ ๓.๒ เท่านั้น
    คุณวุฒิและประสบการณ์ของบุคลากรพัฒนาระบบ ๑๐๐ คะแนน (น้ําหนักร้อยละ ๒๐)
    ๒๐ คะแนน
    ๑๐ ตะแบบ
    ๑๐ คะแนน
    ๒๐ คะแนน
    ๑๐ คะแนน
    ๑๐ คะแนน
    ๑๐ คะแนน
    ๑๐ คะแนน
    ผู้บริหารโครงการ (Project Manager) (คุณวุฒิตามขอบเขตของงานข้อ ๕ ลําดับที่ ๑) เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และออกแบบสารสนเทศ (System Analysis) (คุณวุฒิตาม ขอบเขตของงานข้อ ๕ ลําดับที่ ๒)
    เจ้าหน้าที่จัดการฐานข้อมูลฐานข้อมูล (Oracle Database Management System) (คุณวุฒิตามขอบเขตของงานข้อ ๕ ลําดับที่ ๓)
    วิศวกรระบบ (System Engineer) (คุณวุฒิตามขอบเขตของงานข้อ ๕ ลําดับที่ ๔) เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรม (programmer/Web) คนที่ ๑ (คุณวุฒิตามขอบเขต ของงานข้อ ๕ ลําดับที่ ๕)
    เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรม (programmer/Web) คนที่ ๒ (คุณวุฒิตามขอบเขต
    ของงานข้อ ๕ ลําดับที่ ๕)
    เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรม (programmer/Web) คนที่ ๓ (คุณวุฒิตามขอบเขต ของงานข้อ ๕ ลําดับที่ ๕)
    เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรม (programmer/Web) คนที่ ๔ (คุณวุฒิตามขอบเขต ของงานข้อ ๕ ลําดับที่ ๕)
    Proof

    Proof
    ๒๖
    จํานวนคะแนน
    ๕ คะแนน
    ล คะแนน
    รายละเอียดการให้คะแนน
    เจ้าหน้าที่ออกแบบกราฟฟิก (Graphic designer) (คุณวุฒิตามขอบเขตของงาน ข้อ ๕ ลําดับที่ ๖)
    นักทดสอบระบบ (Tester) (คุณวุฒิตามขอบเขตของงานข้อ ๕ ลําดับที่ ๒)
    วิธีการให้คะแนน : พิจารณาให้คะแนนคุณสมบัติและประสบการณ์ทํางานตามขอบเขตของงาน ข้อ ๕ โดย
    พิจารณาให้คะแนนตามข้อเสนอจําแนกแต่ละบุคคล ดังนี้
    (๑) มีคุณสมบัติและประสบการณ์ตรงตามที่กําหนด (๒) มีคุณสมบัติและประสบการณ์ตรงตามที่กําหนด
    โดยมีอย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่าข้อกําหนด
    ได้คะแนน ๘๐%
    ได้คะแนน ๙๐%
    (๓) มีคุณสมบัติและประสบการณ์ดีกว่าหรือมากกว่าที่กําหนด ได้คะแนน ๑๐๐%

    ยาส
    บทที่ ๑ บทนํา
    ภาคผนวก
    ตัวอย่างรูปแบบเอกสารข้อกําหนดความต้องการในการพัฒนาระบบ
    (System Requirement Specifications: SRS)
    ๑.๑ วัตถุประสงค์ของระบบใหม่ที่กําลังจะพัฒนา
    ๑.๒ สรุปรายละเอียดของระบบงานในปัจจุบัน ๑.๓ สรุปภาพรวมของระบบใหม่ที่กําลังจะพัฒนา บทที่ ๒ รายละเอียดความต้องการของผู้ใช้งาน บทที่ ๓ สรุปรายงานความต้องการของผู้ใช้งาน บทที่ ๔ การวิเคราะห์และออกแบบระบบใหม่
    แสดงผล
    ๔.๑ System Architecture Design
    ๔.๒ Data Architecture Design
    ๔.๓ แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของเอนทิตี้ (Entity Relationship Diagram)
    ๔.๔ พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)
    ๔.๕ แบบตัวอย่างหน้าจอ (Screen Layout) พร้อมขั้นตอนการทํางานสําหรับแต่ละหน้าจอการรับและ
    ๔.๖ แบบตัวอย่างแผนผัง Dashboard Diagram ที่เกี่ยวข้องกับระบบทั้งหมด ๔.๒ แบบตัวอย่างรายงาน (Report Layout) ที่เกี่ยวข้องกับระบบทั้งหมด
    Proof

    ២៨
    ภาคผนวก 5
    ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    (Data Processing Agreement : DPA) กับสํานักงาน กสทช.
    ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (“ข้อตกลง”) นี้ จัดทําขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่ของ สํานักงาน กสทช. และ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๔๐ วรรคสามและมาตรา ๓๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และข้อ 5 ของประกาศคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๕ และถือเป็น ส่วนหนึ่งของ ขอบเขตของงานโครงการจ้างพัฒนาระบบการสะสมเครดิตเชิงสังคมจากเนื้อหา (Sociat Credit) ในกิจการ โทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งสํานักงาน กสทช. มีฐานะเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” และ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือก มีฐานะเป็น “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งเป็นผู้ดําเนินการ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย “ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลตามคําสั่งหรือในนามของสํานักงาน กสทช. โดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ดําเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
    ๑. เพื่อจัดทํา Platform ในรูปแบบออนไลน์ในการบันทึกข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบประเมิน
    ๒. เพื่อจัดทํา Platform ในรูปแบบออนไลน์ใช้ในการติดตามและประเมินผลเนื้อหาจากการออกอากาศ
    รายการในกิจการโทรทัศน์
    โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ประกอบด้วย
    ๑. อายุ เพศ การศึกษา อาชีพ ที่อยู่ ที่พํานัก ประเภทรายการที่ชื่นชอบ ความถี่ในการรับชม ช่องทางในการ รับชม ข้อมูลการใช้บัญชี Social login เช่น Facebook, Twitter, Line หรือ Google ข้อมูลความเห็น ข้อสังเกต เพิ่มเติม เป็นต้น
    ๒. ข้อมูลเป็น ประเภทไฟล์เอกสารและประเภทไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
    At.
    ข้อมูลอื่นใดที่อาจมีความจําเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามขอบเขตงานในสัญญาหลัก
    การควบคุมดูแลการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่สํานักงาน กสทช. มอบหมายหรือแต่งตั้งให้ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดําเนินการ ซึ่งจะต้องดําเนินการตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามขอบเขตงาน ในสัญญาหลัก และดําเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชกฤษฎีกา ระเบียบ และประกาศ ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งต่อไป ในข้อตกลงนี้ รวมเรียกว่า “กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ทั้งที่มีผลใช้บังคับอยู่นับแต่วันที่ มีการทําในสัญญาหลัก และที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในภายหลัง โดยผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือก มีฐานะเป็น ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ต้องดําเนินงานตามบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณี) ในส่วนของข้อมูลตามที่กําหนดในวัตถุประสงค์ข้างต้น ให้เป็นไปตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล มีรายละเอียดดังนี้
    Prook
    J
    ac
    Q).
    ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลรับทราบว่า ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดา ซึ่งทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยจะดําเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วย
    การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างเหมาะสมและถูกต้อง
    ตามกฎหมาย
    ดูเฉพาะ
    ๒. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะกําหนดให้การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตก
    ตกลงนี้จํากัดเฉ บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อตกลงนี้เท่านั้น และจะดําเนินการ เพื่อให้บุคคลดังกล่าวทําการประมวลผลและรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง
    ข้อมูลส่วนบุคคลกําหนดไว้
    ๓. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะควบคุมดูแลให้บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ประมวลผล
    ข้อมูลส่วนบุคคลปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด และดําเนินการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของการดําเนินการตามขอบเขตงานในสัญญาหลัก หรือที่แก้ไข เพิ่มเติมในภายหลัง โดยจะไม่ทําซ้ํา คัดลอก ทําสําเนา บันทึกภาพข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เป็นอันขาด เว้นแต่เป็นไปตามเงื่อนไขของขอบเขตงานในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณี) หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมในภายหลัง หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่กําหนดไว้เป็นประการอื่น
    ๔. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะดําเนินการเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนสํานักงาน กสทช. ในการตอบสนองต่อคําร้องที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งต่อสํานักงาน กสทช. ในการตอบสนองต่อคําร้อง ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งต่อสํานักงาน กสทช. อันเป็นการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในขอบเขตงานใน สัญญาหลักในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคําร้องขอใช้สิทธิดังกล่าวต่อผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องดําเนินการแจ้งและส่งคําร้องดังกล่าวให้แก่สํานักงาน กสทช. ทันที โดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่เป็นผู้ตอบสนองต่อคําร้องดังกล่าว เว้นแต่สํานักงาน กสทช. จะได้มอบหมายให้ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดําเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคําร้องดังกล่าว
    ๕. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะจัดทําและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing) ทั้งหมดที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประมวลผลในขอบเขตงาน ในสัญญาหลัก และจะดําเนินการส่งมอบบันทึกรายการดังกล่าวให้แก่สํานักงาน กสทช. ภายใน ๓๐ วันนับถัดจาก วันลงนามในสัญญา หรือเมื่อสํานักงาน กสทช. ร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร
  1. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะจัดให้มีและคงไว้ซึ่งมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสําหรับ
    การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเหมาะสมทั้งมาตรการเชิงองค์กรและเชิงเทคนิค รวมถึงมาตรการ ทางกายภาพที่จําเป็นตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเรื่องมาตรการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๕ และตามประกาศสํานักงาน กสทช. เรื่อง นโยบายและ แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของสํานักงาน กสทช. รวมถึงที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต โดยคํานึงถึงระดับความเสี่ยงตามลักษณะ ขอบเขต และวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กําหนด ในขอบเขตงานในสัญญาหลัก เป็นสําคัญ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากความเสี่ยงอันเกี่ยวเนื่องกับการประมวลผล
    Proof
    yo
    Proof
    ENG
    5
    ข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนโอกาสเกิดและผลกระทบจากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ความเสียหายอันเกิด จากการละเมิด อุบัติเหตุ การลบ ทําลาย สูญหาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข เข้าถึง ใช้ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอํานาจหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น โดยต้องจัดให้มีมาตรการเชิงองค์กร (Organizational measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (technical measures) ที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทางกายภาพ (physical measures) ที่จําเป็นด้วย โดยคํานึงถึงปัจจัยทางเทคโนโลยี บริบท สภาพแวดล้อม มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ สําหรับหน่วยงานหรือกิจการในประเภทหรือลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ลักษณะหรือประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล ลักษณะ ประเภท หรือสถานะของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพยากรที่ต้องใช้ และความเป็นไปได้ในการดําเนินการ
    ประกอบกัน
    ๗. เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะบัญญัติไว้เป็นประการอื่น ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องส่งคืน ข้อมูลส่วนบุคคลให้กับสํานักงาน กสทช. หรือดําเนินการลบ ทําลาย ยกเลิกการเข้าถึง หรือทําให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ทั้งนี้ ตามที่สํานักงาน กสทช. กําหนดโดยทันทีเมื่อการดําเนินการ ประมวลผลตามวัตถุประสงค์ของขอบเขตงานในสัญญาหลัก เสร็จสิ้นลง โดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้อง ควบคุมดูแล ตรวจสอบ และรับรองว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะไม่อยู่ในความครอบครองของตนเองและของบุคคล
    ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอีกต่อไป
  2. เหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
    ๘.๑ ในกรณีที่ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบหรือมีเหตุอันควรทราบว่ามีเหตุแห่งการละเมิด ข้อมูลส่วนบุคคลเกิดขึ้น ภายใน ๒๔ ชั่วโมงนับแต่ทราบหรือมีเหตุอันควรทราบถึงเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
    (ก) ให้ข้อมูลที่จําเป็นแก่สํานักงาน กสทช. เพื่อให้สํานักงาน กสทช. สามารถปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันภายในระยะเวลา ที่กฎหมายกําหนด เช่น ลักษณะของเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทและจํานวนโดยประมาณของ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแห่งการละเมิด และรายละเอียดของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้จากเหตุแห่งการละเมิด มาตรการที่ได้ดําเนินการแล้วหรือที่จะเสนอให้ดําเนินการ และ
    มาตรการที่จะเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
    (ข) ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับสํานักงาน กสทช. และดําเนินการใด ๆ ตามที่สํานักงาน กสทช. กําหนดเพื่อช่วยในการดําเนินการตรวจสอบ บรรเทา และเยียวยาความเสียหายอันเกิดจากเหตุแห่งการละเมิด
    ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
    ๔.๒ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องไม่เปิดเผยเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่
    บุคคลอื่นใดทราบโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสํานักงาน กสทช. ก่อน เว้นแต่กรณีที่เป็น
    การปฏิบัติตามกฎหมาย
    ๔.๓ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องชดใช้บรรดาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการดําเนินการใด ๆ เพื่อจัดการเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่สํานักงาน กสทช. หากปรากฏว่า ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    الله

    หรือบุคคลของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน
    เป็นผู้ก่อให้เกิดเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนั้น
    ๔. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
    ๔.๑ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลรับรองและยืนยันว่าจะไม่ส่งหรือโอน หรืออนุญาตให้มีการเข้าถึง ข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ขอบเขตงานในสัญญาหลัก ไปยังต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
    จากสํานักงาน กสทช.
    ๔.๒ ในกรณีที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสํานักงาน กสทช. แล้ว ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล สามารถส่งหรือโอน หรืออนุญาตให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ขอบเขตงานในสัญญาหลัก ไปยัง ต่างประเทศได้ ทั้งนี้ การส่งหรือโอน หรืออนุญาตให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะต้องกระทําภายใต้ บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือตามคําสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรของ สํานักงาน กสทช. เท่านั้น โดย ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องเข้าทําข้อตกลงเพิ่มเติมหรือจัดให้มีมาตรการ
    รักษาความมั่นคงปลอดภัยตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบังคับใช้
    ๑๐. การให้บริการช่วง
    ๑๐.๑ ภายใต้หน้าที่และขอบเขตงานที่กําหนดในสัญญาหลัก ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่สามารถว่าจ้างหรือแต่งตั้งบุคคลภายนอกเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงเพื่อทําการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลตามขอบเขตงานในสัญญาหลัก ในนามของสํานักงาน กสทช. ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากสํานักงาน กสทช. ก่อน
    ๑๐.๒ ในกรณีที่ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้รับอนุญาตให้สามารถว่าจ้างผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลช่วงได้ตามข้อ ๑๐.๑ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่จัดทําข้อตกลงกับผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลช่วงเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกําหนดขอบเขตเนื้อหาและหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วง ให้สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อตกลงนี้
    ในกรณีที่สํานักงาน กสทช. ร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดําเนินการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
    ที่ได้รับจากสํานักงาน กสทช. และจัดทําผลการตรวจสอบ รวมทั้งส่งมอบผลการตรวจสอบให้แก่สํานักงาน กสทช.
    ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงไม่ปฏิบัติตามหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ประมวลผลข้อมูล
    ส่วนบุคคลช่วงอาจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อสํานักงาน กสทช. ไม่ว่าในกรณีใด ๆ สํานักงาน กสทช. อาจขอให้ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเปลี่ยน ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงได้ทันที โดยสํานักงาน กสทช. ไม่ต้องรับผิดในความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วง
    ๓๑. การตรวจสอบ
    ๑๑.๑ ในกรณีที่สํานักงาน กสทช. มีการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดําเนินการส่งมอบข้อมูลที่จําเป็นทั้งหมดให้แก่สํานักงาน กสทช. เพื่อเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงนี้
    Proof

    ទា
    ๑๑.๒ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตกลงอนุญาตให้สํานักงาน กสทช. และบุคคลที่ได้รับมอบหมาย จากสํานักงาน กสทช. เข้าตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงนี้ โดยสํานักงาน กสทช. จะแจ้งให้ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทราบล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า ๗ วัน และ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตกลงให้ความร่วมมือแก่สํานักงาน กสทช. และบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากสํานักงาน กสทช. ในการเข้าตรวจสอบดังกล่าวข้างต้น
    ๑๒. การชดใช้และการเยียวยา
    ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้แก่สํานักงาน กสทช. ในกรณีที่เกิดความเสียหาย การสูญหาย การเรียกร้อง ค่าเสียหาย ความรับผิดทางแพ่ง โทษปรับทางปกครอง หรือ ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นต่อบุคคลภายนอก หรือในกรณีที่สํานักงาน กสทช. จะต้องรับผิดอันเนื่องมาจาก การไม่ปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้หรือตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ

    การละเมิดคํารับรองและรับประกันของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจาก ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างช่วง ผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลช่วง หรือตัวแทนของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    ๑๓. การบอกกล่าว
    บรรดาคําบอกกล่าวหรือการติดต่อสื่อสารใด ๆ ตามข้อตกลงนี้ ให้ทําเป็นลายลักษณ์อักษร โดยให้ส่งโดยบุคคล หรือไปรษณีย์ หรือโทรสาร ไปยังสถานที่ของผู้รับตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้ หรือตามที่ได้รับ แจ้งเปลี่ยนแปลงจากผู้รับ (ถ้ามี) คําบอกกล่าวหรือการติดต่อสื่อสารทั้งหลายจะถือว่าผู้รับได้รับแล้วเมื่อคําบอกกล่าว หรือการติดต่อสื่อสารนั้นไปถึงสถานที่นั้นแล้ว
    ๑๔. หน้าที่และความรับผิดของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในการปฏิบัติตามข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลง นับแต่วันที่การปฏิบัติงานตามขอบเขตงานในสัญญาหลักเสร็จสิ้น หรือวันที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและ
    สํานักงาน กสทช. ได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรให้ยกเลิกการดําเนินการตามขอบเขตงานนี้แล้วแต่กรณีใด จะเกิดขึ้นก่อน โดยคู่สัญญาตกลงจะไม่โอนสิทธิเรียกร้องตามข้อตกลงนี้ให้แก่บุคคลอื่น
    Proof