จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) ของสำนักงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 1 ระบบ

สำนักงบประมาณ 68039545214
฿13,000,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 9 เม.ย. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ (e-Learning) ที่ทันสมัยและเข้าถึงง่าย เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการงบประมาณของภาครัฐ โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความโปร่งใสและลดปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระบบ e-Learning จะประกอบด้วยหลักสูตรอย่างน้อย 9 หลักสูตร ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการงบประมาณ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ไปจนถึงธรรมาภิบาลกับการงบประมาณและการวิเคราะห์ข้อมูลงบประมาณ นอกจากนี้ โครงการยังรวมถึงการติดตั้งระบบบนระบบคลาวด์ภาครัฐ การทดสอบระบบ การฝึกอบรมผู้ดูแลระบบ และการจัดทําวิดีโอสอนการใช้งาน เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถศึกษาและนําไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

English summary

The objective of this project is to develop an online learning system (e-Learning) on the budget process for the public, in order to enhance knowledge, understanding, and transparency in the budget system. It will involve developing at least 9 courses, installing the system on a government cloud system, and providing training to system administrators.

สถานที่ดำเนินการ

แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อพัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ (e-Learning) สำหรับประชาชนในการเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับกระบวนการงบประมาณ
  • เพื่อพัฒนาหลักสูตรกระบวนการงบประมาณสำหรับประชาชน ให้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มงบประมาณสำหรับประชาชน
  • เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านการงบประมาณและเผยแพร่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย

ขอบเขตของงาน

  • วางแผนการดําเนินงานและบริหารโครงการ
  • ศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการงบประมาณในทุกขั้นตอน และจัดทําข้อเสนอหลักสูตรอย่างน้อย 9 หลักสูตร
  • ดําเนินการเก็บข้อมูล ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ (User Requirements)
  • ศึกษา วิเคราะห์และออกแบบระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ พร้อมจัดทําตัวอย่างหน้าจอ (UX/UI)
  • ดําเนินการพัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ โดยประกอบด้วย:
    • ระบบข้อมูลหลักสูตรและจัดการเนื้อหา
    • ระบบบริหารหลักสูตร
    • ระบบลงทะเบียน
    • ระบบการจัดการข้อมูลผู้ใช้งาน
    • ระบบห้องเรียนออนไลน์
    • ระบบติดตามผลผู้ใช้งาน
    • ระบบใบรับรอง/ประกาศนียบัตร
    • ระบบแจ้งปัญหาการใช้งาน
    • ระบบรายงาน
  • พัฒนาหลักสูตรด้านการงบประมาณสำหรับประชาชน อย่างน้อย 9 หลักสูตร
  • ติดตั้งระบบและจัดให้มีการทดสอบบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายตามที่สํานักงบประมาณกําหนด
  • รักษาระบบให้มีความปลอดภัยได้มาตรฐานตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกําหนด
  • จัดทํารายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ และการออกแบบระบบสื่อการเรียนการสอน
  • จัดทํารายงานข้อเสนอหลักสูตรอย่างน้อย 9 หลักสูตร
  • จัดทํารายงานความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์
  • จัดฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยีและการบริหารจัดการระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ ให้กับผู้ดูแลระบบ (Administrator) ไม่น้อยกว่า 10 คน และจัดทําวิดีโอสอนการใช้งานระบบเพื่อเผยแพร่ให้กับผู้ใช้งานทั่วไป

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดําเนินงานโครงการฯ
  • รายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์
  • รายงานข้อเสนอหลักสูตรฯ อย่างน้อย 9 หลักสูตร
  • รายงานความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบฯ
  • ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นและติดตั้งบนแพลตฟอร์มที่สํานักงบประมาณกําหนด
  • แผนการทดสอบระบบที่พัฒนาขึ้น
  • แผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี
  • รายงานผลการทดสอบระบบที่พัฒนาขึ้น
  • รายงานผลการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี
  • Source Code ที่ติดตั้งพร้อมใช้งานที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขตามผลการทดสอบแล้ว
  • เอกสารระบบและคู่มือการใช้งานที่สมบูรณ์
  • วิดีโอสอนการใช้งานระบบเพื่อเผยแพร่ให้กับผู้ใช้งานทั่วไป

ระยะเวลาดำเนินการ

270 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องมีหนังสือรับรองผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบงานด้วยงบประมาณภาครัฐ ที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และเป็นวงเงินไม่น้อยกว่า 4,000,000 บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา พร้อมนําสําเนาคู่ฉบับ และเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับข้อเสนอด้านเทคนิค
  • Standards Compliance:
    • ใบรับรองระบบคุณภาพที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล เช่น ระบบ ISO เป็นต้น
  • Technical Capabilities:
    • หลักฐานการมีซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมายสําหรับพนักงานไว้ใช้งานอย่างน้อยร้อยละ 30 ของพนักงานทั้งบริษัท
  • Personnel:
    • ผู้จัดการโครงการ: วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาโท ประสบการณ์ 11 - 15 ปี อย่างน้อย 1 คน
    • ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบฐานข้อมูล: วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ประสบการณ์ 11 - 15 ปี อย่างน้อย 1 คน
    • ที่ปรึกษาด้านการงบประมาณ และ/หรือการคลังสาธารณะ: วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ประสบการณ์ 16 - 20 ปี อย่างน้อย 1 คน
    • ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน: วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาโท ประสบการณ์ 11 - 15 ปี อย่างน้อย 1 คน
    • นักพัฒนาระบบงาน: วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ประสบการณ์ 5 - 10 ปีขึ้นไป อย่างน้อย 3 คน
    • บุคลากรสนับสนุนด้านการ ออกแบบสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน (UX/UI Designer) อย่างน้อย 2 คน
    • เลขานุการโครงการ (Project Administrator) อย่างน้อย 1 คน

เกณฑ์การพิจารณา

พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยจะพิจารณาจากราคารวม

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบข้อมูลหลักสูตรและจัดการเนื้อหา: สามารถสร้าง แก้ไข ลบหลักสูตรได้, สามารถกําหนดบทเรียนในหลักสูตรได้, สามารถแสดงข้อมูลพื้นฐานของหลักสูตรได้, สามารถจัดเก็บข้อมูลบทเรียนได้ทั้งในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ URL เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องได้, สามารถกําหนดแบบทดสอบและเงื่อนไขการประเมินผลได้
  • ระบบบริหารหลักสูตร: สามารถกําหนดคุณสมบัติหรือเงื่อนไขของผู้เรียนได้, สามารถกําหนดสิทธิ์การแสดงข้อมูลบทเรียนได้, สามารถจัดการการแสดงผลและลําดับบทเรียนของแต่ละหลักสูตรได้
  • ระบบลงทะเบียน: สามารถลงทะเบียนผู้ใช้งานใหม่ได้, สามารถใช้บัญชี Social Network เช่น Google Facebook เป็นต้น เพื่อลงทะเบียนเข้าใช้งานได้, สามารถกําหนดช่วงเวลาการเปิด/ปิดการลงทะเบียนได้, สามารถกําหนดเงื่อนไขการสมัคร/ลงทะเบียนเป็นรายหลักสูตรได้
  • ระบบการจัดการข้อมูลผู้ใช้งาน: สามารถแก้ไขข้อมูลผู้ใช้งานได้, สามารถเปิด/ปิด อนุญาตหรือระงับการใช้งานเป็นรายบุคคลได้, สามารถ Reset Password ของผู้ใช้งานเป็นรายบุคคลได้, สามารถจัดเก็บประวัติการเรียนการสอนเป็นรายบุคคลได้
  • ระบบห้องเรียนออนไลน์: สามารถแสดงบทเรียน แบบทดสอบก่อน/หลังเรียน ได้, สามารถจดโน้ตระหว่างเรียนได้, สามารถแสดงผลผ่านอุปกรณ์ที่แตกต่างกันได้ ในลักษณะ Responsive, สามารถแสดงความคิดเห็นต่อหลักสูตรภายหลังการเรียนจบหลักสูตร
  • ระบบติดตามผลผู้ใช้งาน: สามารถติดตามและคํานวณความก้าวหน้าของผู้ใช้งานได้, สามารถกําหนดเกณฑ์การประเมินผลของหลักสูตรหรือบทเรียนได้, สามารถประเมินผลการเรียนของผู้ใช้งานได้, สามารถแสดงผลการเรียนหรือความก้าวหน้าให้ผู้ใช้งานรับทราบได้
  • ระบบใบรับรอง/ประกาศนียบัตร: สามารถกําหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการเรียนได้, สามารถออกใบรับรอง/ประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ให้กับผู้ใช้งานตามรูปแบบที่สํานักงบประมาณหรือผู้ให้การรับรองกําหนดได้, สามารถ Download ใบรับรอง/ประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ได้
  • ระบบแจ้งปัญหาการใช้งาน: สามารถแจ้งปัญหาการใช้งานผ่านระบบได้, สามารถกําหนดผู้รับผิดชอบดําเนินการแก้ไขปัญหาได้, สามารถสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบในรูปแบบ Issue Tracking ได้, สามารถจัดการเปิด/ปิดประเด็นปัญหาได้, สามารถแนบไฟล์หรือรูปภาพประกอบการแจ้งปัญหาได้, สามารถรวบรวมและประมวลปัญหาได้, สามารถจัดทําประเด็นคําถาม-คําตอบที่พบบ่อย (FAQ) ได้
  • ระบบรายงาน: สามารถจัดทํารายงานข้อมูลหลักสูตรได้, สามารถจัดทํารายงานข้อมูลบทเรียนได้, สามารถจัดทํารายงานสรุปข้อมูลผู้ใช้งานได้, สามารถจัดทํารายงานติดตามและประเมินผลการใช้งานระบบได้, สามารถจัดทํารายงานปัญหาการใช้งานได้, สามารถจัดทํารายงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามรูปแบบที่สํานักงบประมาณกําหนดได้
  • ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นจะต้องมีการรักษาความปลอดภัยของระบบที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกําหนด และสามารถรองรับการใช้งานของผู้ใช้งานพร้อมกันได้อย่างน้อย 1,000 Concurrent

เงื่อนไขสัญญา

  • งวดที่ 1: ชําระ 30% เมื่อส่งมอบแผนการดําเนินงาน, รายงานผลการศึกษาและออกแบบระบบ, และรายงานข้อเสนอหลักสูตร
  • งวดที่ 2: ชําระ 30% เมื่อส่งมอบรายงานความก้าวหน้า, ระบบ e-Learning ที่พัฒนาและติดตั้ง, แผนการทดสอบระบบ, และแผนการฝึกอบรม
  • งวดที่ 3: ชําระ 40% เมื่อส่งมอบรายงานผลการทดสอบ, รายงานผลการฝึกอบรม, Source Code ที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน, และเอกสารระบบและคู่มือการใช้งานที่สมบูรณ์
  • ค่าปรับ: หากทํางานไม่แล้วเสร็จตามกําหนด ปรับร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้างต่อวัน (13,000 บาท/วัน)
  • การรับประกันผลงาน: ดูแลและบํารุงรักษาระบบทั้งหมดเป็นระยะเวลา 1 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: หลักสูตรที่พัฒนาขึ้นจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง?
    • A: หลักสูตรจะครอบคลุมเนื้อหาด้านการงบประมาณสำหรับประชาชน เช่น ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการงบประมาณ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การเสริมสร้างความโปร่งใสในกระบวนการงบประมาณ และการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณ

    • Q: ระบบ e-Learning นี้จะสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ใดบ้าง?

    • A: ระบบจะถูกออกแบบให้สามารถแสดงผลผ่านอุปกรณ์ที่แตกต่างกันได้ในลักษณะ Responsive ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบทเรียนได้จากทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ

    • Q: จะมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานในระบบอย่างไร?

    • A: ระบบจะมีการรักษาความปลอดภัยที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำหนด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลของผู้ใช้งานจะได้รับการปกป้อง

    • Q: ผู้ที่ผ่านการเรียนในระบบ e-Learning จะได้รับอะไรบ้าง?

    • A: ผู้ที่ผ่านการเรียนและมีคุณสมบัติตามที่กำหนดจะได้รับใบรับรอง/ประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากระบบ

    • Q: จะสามารถแจ้งปัญหาการใช้งานระบบได้อย่างไร?

    • A: ผู้ใช้งานสามารถแจ้งปัญหาการใช้งานผ่านระบบแจ้งปัญหา ซึ่งจะมีผู้รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหา และสามารถสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบได้

    • Q: ระบบรายงานจะสามารถแสดงข้อมูลอะไรได้บ้าง?

    • A: ระบบรายงานจะสามารถแสดงข้อมูลหลักสูตร ข้อมูลบทเรียน ข้อมูลผู้ใช้งาน สรุปผลการใช้งานระบบ และรายงานปัญหาการใช้งาน

    • Q: ใครจะเป็นผู้ดูแลระบบ e-Learning?

    • A: สํานักงบประมาณจะเป็นผู้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลระบบ (Administrator) โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ดูแลระบบ

    • Q: ระบบนี้จะเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มงบประมาณสำหรับประชาชนอย่างไร?

    • A: ระบบ e-Learning จะถูกเชื่อมโยงหรือกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มงบประมาณสำหรับประชาชนที่พัฒนาขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2568

    • Q: จะมีการประเมินผลการเรียนของผู้ใช้งานอย่างไร?

    • A: ระบบจะมีการติดตามและคํานวณความก้าวหน้าของผู้ใช้งาน สามารถกําหนดเกณฑ์การประเมินผลของหลักสูตรหรือบทเรียน และแสดงผลการเรียนหรือความก้าวหน้าให้ผู้ใช้งานรับทราบได้

    • Q: หากระบบมีปัญหา ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขภายในกี่วัน?

    • A: ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขข้อบกพร่องภายใน 1 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง และทําการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีดังเดิมภายใน 3 วัน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

(ร่าง) ขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR)
การเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) ของสํานักงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 1 ระบบ

  1. หลักการและเหตุผล
    คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 เห็นชอบการจัดทํางบประมาณรายจ่าย บูรณาการ และมอบหมายผู้มีอํานาจกํากับแผนงานบูรณาการประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยกําหนดให้มีการ จัดทํางบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จํานวน 10 แผนงาน ซึ่งรวมถึงแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการจัดทํางบประมาณรายจ่าย บูรณาการ
    กรอบแนวคิดการจัดทํางบประมาณรายจ่ายบูรณาการของแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริต
    และประพฤติมิชอบ เพื่อลดปัญหาการทุจริตในสังคมไทย ผ่านการปลูกจิตสํานึกและสร้างค่านิยมให้ทุกภาคส่วน ตระหนักรู้ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต คุณธรรม จริยธรรม และใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารองค์กร ปรับปรุง กฎหมายและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเป็นธรรม รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการ ป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยกําหนดเป้าหมายคือ “ประเทศไทยปลอดการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ” ที่มีตัวชี้วัดสําคัญ 2 ตัว ได้แก่ (1) ประเทศไทยได้รับการประเมินค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index, CPI) อยู่ในอันดับ 1 ใน 48 และ/หรือได้คะแนนไม่ต่ํากว่า 55 คะแนน ภายใน ปี พ.ศ. 2568 (2) คะแนนเฉลี่ยการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานใน ประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 89 คะแนน
    จากเป้าหมายและตัวชี้วัดข้างต้น ได้กําหนดแนวทางการดําเนินงาน 3 แนวทาง ได้แก่
    แนวทางที่ 1 ปลูกฝังวิธีคิด ปลุกจิตสํานึกให้มีวัฒนธรรมและพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต มุ่งเน้น
    ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสําคัญกับการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริต ที่สอดคล้องกับประเด็นการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งพัฒนาสื่อการ เรียนรู้ที่ทันสมัย สามารถเข้าถึงได้ง่าย การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเครือข่ายต่อต้านการทุจริต การพัฒนาศักยภาพ เครือข่ายในการเฝ้าระวังแจ้งเบาะแส การพัฒนาเครื่องมือการประเมิน ITA ให้มีความสอดคล้องกับบริบท การเปลี่ยนแปลงทางสังคม
    แนวทางที่ 2 ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนมาตรการและ ข้อเสนอแนะ เพื่อป้องกันการทุจริต และสร้างความโปร่งใสในระบบงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ การสร้าง นวัตกรรมในการต่อต้านการทุจริต รวมทั้งส่งเสริมให้ภาคเอกชนนําระบบการจัดการต่อต้านการติดสินบน ไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงาน
    แนวทางที่ 3 ปราบปรามการทุจริต มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีทุจริต ให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด การเพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ในกระบวนการดําเนินคดี ทุจริต การผลักดันการตรากฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และเผยแพร่สาระสําคัญของกฎหมายให้ประชาชน
    ทราบ
    ในการประเมินการเปิดเผยด้านการงบประมาณ (Open Budget Survey, OBS) โดย International Budget Partnership ซึ่งเป็นการสํารวจกระบวนการจัดทํางบประมาณของประเทศต่างๆ
    Nich
    mo
    เร
    p
    -2-
    โดยใช้แบบสอบถาม ครอบคลุม 125 ประเทศสมาชิกทั่วโลก โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนเชิงเปรียบเทียบและ ใช้เครื่องมือวิจัยตามข้อเท็จจริงที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยแบ่งองค์ประกอบของการประเมินออกเป็น 3 หัวข้อ ประกอบด้วย (1) ความโปร่งใส (Transparency) (2) การมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) และ (3) การกํากับดูแลงบประมาณ (Budget Oversight) มีรายละเอียด ดังนี้
  1. ความโปร่งใส (Transparency) จะวัดการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับจัดเก็บรายได้และ การใช้งบประมาณของรัฐที่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยจะประเมินจากการเปิดเผยออนไลน์ ความพร้อมใช้งาน ความทันเวลา และความครอบคลุม ของเอกสารงบประมาณหลัก 8 ฉบับ จากการใช้ตัวชี้วัดที่มีการถ่วงน้ําหนัก เท่ากัน 109 ตัวชี้วัดและให้คะแนนในแต่ละประเทศ ตั้งแต่ 0 ถึง 100 หากมีคะแนนความโปร่งใสตั้งแต่ 61 ขึ้นไป ถือว่าประเทศนั้นมีแนวโน้มที่จะมีความโปร่งใสในการเผยแพร่เนื้อหาข้อมูลงบประมาณเพียงพอที่จะสนับสนุน การอภิปรายสาธารณะ ประเทศไทยได้คะแนนในปี 2566 ที่ระดับ 60 คะแนน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก (45 คะแนน) แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ OBS กําหนดที่ 61 คะแนน
  2. การมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) ประเมินโอกาสในการ มีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการที่ของภาคประชาชน ในขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการงบประมาณ โดยตรวจสอบ การปฏิบัติทั้งของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และหน่วยงานตรวจสอบสูงสุด โดยใช้ตัวชี้วัดน้ําหนักเท่ากัน 18 ตัว และให้คะแนนแต่ละประเทศในระดับคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 โดยประเทศไทยมีคะแนนการมีส่วนร่วม ของประชาชนอยู่ที่ 28 จากคะแนนเต็ม 100 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก (15 คะแนน)
    ซึ่งเมื่อพิจารณารายละเอียดจะพบว่าขั้นตอนการจัดทํา มีคะแนนอยู่ที่ 47 คะแนน
    อนุมัติงบประมาณ อยู่ที่ 11 คะแนน ในขณะที่ขั้นตอนการดําเนินงานและการตรวจสอบติดตามผลการดําเนินงาน
    มีคะแนน 25 และ 44 คะแนน ตามลําดับ
  3. การกํากับดูแลงบประมาณ (Budget Oversight) OBS ตรวจสอบบทบาทของ สภานิติบัญญัติและสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่มีบทบาทในกระบวนการงบประมาณและการกํากับดูแล โดยแต่ละประเทศจะได้รับการประเมินคะแนนในระดับตั้งแต่ 0 ถึง 100 โดยใช้ตัวชี้วัดน้ําหนักเท่ากัน 18 ตัว โดยประเทศไทยมีคะแนน 63 คะแนน ซึ่งประเทศไทยมีการกํากับดูแลงบประมาณผ่านเกณฑ์มาตรฐาน (ตั้งแต่ 61 คะแนนขึ้นไป)
    เพื่อให้การบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นไปอย่างเปิดเผย โปร่งใส และมี ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายประเทศไทยปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ สํานักงบประมาณในฐานะ หน่วยงานสนับสนุนของแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงเห็นควรยกระดับการสื่อสาร และการรับรู้ของประชาชน ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการงบประมาณของภาครัฐ เพื่อเป็นการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชน ผ่านเครื่องมือการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบสื่อการเรียนการสอน ออนไลน์ หรือ e-Learning ที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่ายและไม่คิดค่าใช้จ่ายในการศึกษาหาความรู้ของประชาชน ในโครงการเสริมสร้างความโปร่งใสในระบบงบประมาณ ภายใต้แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติ มิชอบ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งการดําเนินการดังกล่าว มีความสอดคล้องตามแนวทางการดําเนินงานที่ 2 การป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
    Nich
    mirt
  1. วัตถุประสงค์
  • 3-
    2.1 เพื่อพัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) สําหรับประชาชนในการเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับกระบวนการงบประมาณสําหรับประชาชน เพื่อเสริมสร้างความรู้
    ความเข้าใจและความโปร่งในในระบบงบประมาณ
    2.2 เพื่อพัฒนาหลักสูตรกระบวนการงบประมาณสําหรับประชาชน ให้เป็นส่วนหนึ่งของ แพลตฟอร์มงบประมาณสําหรับประชาชน เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถใช้ในการศึกษาและนําไปใช้ ประโยชน์ต่อยอดได้ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ
    นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย หน่วยงานภาคเอกชนและภาคประชาชน
    ได้โดยง่าย
    2.3 เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านการงบประมาณและเผยแพร่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึง
  1. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ
    3.5 ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น และ/หรือ ต้องไม่เป็นผู้มี ผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ยื่นข้อเสนอกับผู้ให้บริการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันประกาศเพื่อจัดหาผู้รับจ้างด้วย
    วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    3.6 ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาล ของผู้เสนอราคาได้มีคําสั่งให้สละสิทธิและความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.7 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย
    หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสําคัญ
    3.8 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐซึ่งได้ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ
    กรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    3.9 ต้องมีหนังสือรับรองผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบงานด้วยงบประมาณภาครัฐ ที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และเป็นวงเงินไม่น้อยกว่า 4,000,000 บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา พร้อมนําสําเนาคู่ฉบับ และเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับข้อเสนอด้านเทคนิค
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
    3.10.1 ใบรับรองระบบคุณภาพที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล เพื่อเป็นการแสดงว่า บริษัทมีการพัฒนาระบบคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบ ISO เป็นต้น
    3.10.2 หลักฐานการมีซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมายสําหรับพนักงานไว้ใช้งานอย่างน้อย
    ร้อยละ 30 ของพนักงานทั้งบริษัท
    Əmr Oh
    Nich
  • 4-
    ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการจัดทําฐานข้อมูล ประมวลผลข้อมูล และรูปแบบรายงานต่าง ๆ รวมถึงมีความรู้และความเข้าใจในระบบงบประมาณ พระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 รวมทั้งมีความรู้และความเข้าใจในระบบสารสนเทศด้านการงบประมาณเป็นอย่างดี มีผลงานเป็นที่ยอมรับของสํานักงบประมาณ และมีทีมงานประกอบด้วยผู้มีประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวข้อง 4. ขอบเขตการดําเนินงาน
    ผู้รับจ้างต้องดําเนินงานตามรายละเอียดของงานในแต่ละส่วน โดยมีขอบเขตของงานที่ต้อง
    ดําเนินการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
    4.1 วางแผนการดําเนินงานและบริหารโครงการเสริมสร้างความโปร่งใสในระบบงบประมาณ (ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์) โดยแสดงขั้นตอนและวิธีการดําเนินงาน พร้อมวันที่เริ่มต้น - สิ้นสุดในแต่ละ ขั้นตอนอย่างละเอียด
    4.2 ศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการงบประมาณในทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการทบทวนและ วางแผนงบประมาณ การจัดทํางบประมาณ การอนุมัติงบประมาณ การบริหารงบประมาณ และการติดตาม ประเมินผลการดําเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ และจัดทําข้อเสนอหลักสูตรสําหรับประชาชนอย่างน้อย
    9 หลักสูตร เสนอให้สํานักงบประมาณพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนบรรจุหลักสูตรในระบบสื่อการเรียนการสอน
    ออนไลน์
    4.3 ดําเนินการเก็บข้อมูล ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ (User Requirements) ครอบคลุมกระบวนงาน (Process) และรายงาน (Report) ตามที่สํานักงบประมาณกําหนด พร้อมทั้งจัดทํา Requirement Definition
    4.4 ศึกษา วิเคราะห์และออกแบบระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ พร้อมจัดทําตัวอย่าง หน้าจอ (UX/UI) ของแพลตฟอร์มและนําเสนอต่อสํานักงบประมาณ เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มกระบวนการพัฒนา 4.5 ดําเนินการพัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ โดยประกอบด้วย
    4.5.1 ระบบข้อมูลหลักสูตรและจัดการเนื้อหา โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
    สามารถสร้าง แก้ไข ลบหลักสูตรได้ สามารถกําหนดบทเรียนในหลักสูตรได้
    Jam
    สามารถแสดงข้อมูลพื้นฐานของหลักสูตรได้ เช่น วัตถุประสงค์ บทเรียน ผู้สอน คําอธิบายรายบทเรียน ผลที่คาดว่าจะได้รับ เป็นต้น
    สามารถจัดเก็บข้อมูลบทเรียนได้ทั้งในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
    หรือ URL เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องได้
    สามารถกําหนดแบบทดสอบและเงื่อนไขการประเมินผลได้
    4.5.2 ระบบบริหารหลักสูตร โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
    สามารถกําหนดคุณสมบัติหรือเงื่อนไขของผู้เรียนได้ สามารถกําหนดสิทธิ์การแสดงข้อมูลบทเรียนได้
    สามารถจัดการการแสดงผลและลําดับบทเรียนของแต่ละหลักสูตรได้
    4.5.3 ระบบลงทะเบียน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
    สามารถลงทะเบียนผู้ใช้งานใหม่ได้
    Nich
    mism
    วิดีโอ และ
  • 5-
    สามารถใช้บัญชี Social Network เช่น Google Facebook เป็นต้น เพื่อ ลงทะเบียนเข้าใช้งานได้
    สามารถกําหนดช่วงเวลาการเปิด/ปิดการลงทะเบียนได้
    สามารถกําหนดเงื่อนไขการสมัคร/ลงทะเบียนเป็นรายหลักสูตรได้
    4.5.4 ระบบการจัดการข้อมูลผู้ใช้งาน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
    สามารถแก้ไขข้อมูลผู้ใช้งานได้
    สามารถเปิด/ปิด อนุญาตหรือระงับการใช้งานเป็นรายบุคคลได้ สามารถ Reset Password ของผู้ใช้งานเป็นรายบุคคลได้ สามารถจัดเก็บประวัติการเรียนการสอนเป็นรายบุคคลได้
    4.5.5 ระบบห้องเรียนออนไลน์ โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
    สามารถแสดงบทเรียน แบบทดสอบก่อน/หลังเรียน ได้ สามารถจดโน้ตระหว่างเรียนได้
    สามารถแสดงผลผ่านอุปกรณ์ที่แตกต่างกันได้ ในลักษณะ Responsive
    สามารถแสดงความคิดเห็นต่อหลักสูตรภายหลังการเรียนจบหลักสูตร
    4.5.6 ระบบติดตามผลผู้ใช้งาน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
    สามารถติดตามและคํานวณความก้าวหน้าของผู้ใช้งานได้ สามารถกําหนดเกณฑ์การประเมินผลของหลักสูตรหรือบทเรียนได้
    สามารถประเมินผลการเรียนของผู้ใช้งานได้
    สามารถแสดงผลการเรียนหรือความก้าวหน้าให้ผู้ใช้งานรับทราบได้
    4.5.7 ระบบใบรับรอง/ประกาศนียบัตร โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
    สามารถกําหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการเรียนได้
    สามารถออกใบรับรอง/ประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ให้กับ ผู้ใช้งานตามรูปแบบที่สํานักงบประมาณหรือผู้ให้การรับรองกําหนดได้
    สามารถ Download ใบรับรอง/ประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate)
    ได้
    4.5.8 ระบบแจ้งปัญหาการใช้งาน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
    สามารถแจ้งปัญหาการใช้งานผ่านระบบได้
    สามารถกําหนดผู้รับผิดชอบดําเนินการแก้ไขปัญหาได้ สามารถสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบในรูปแบบ Issue Tracking ได้ สามารถจัดการเปิด/ปิดประเด็นปัญหาได้
    สามารถแนบไฟล์หรือรูปภาพประกอบการแจ้งปัญหาได้
    สามารถรวบรวมและประมวลปัญหาได้
    สามารถจัดทําประเด็นคําถาม-คําตอบที่พบบ่อย (FAQ) ได้
    4.5.9 ระบบรายงาน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
    สามารถจัดทํารายงานข้อมูลหลักสูตรได้
    สามารถจัดทํารายงานข้อมูลบทเรียนได้
    สามารถจัดทํารายงานสรุปข้อมูลผู้ใช้งานได้
    mich
    mw
  • 6-
    สามารถจัดทํารายงานติดตามและประเมินผลการใช้งานระบบได้
    สามารถจัดทํารายงานปัญหาการใช้งานได้
    สามารถจัดทํารายงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามรูปแบบที่สํานักงบประมาณกําหนดได้
    4.6 พัฒนาหลักสูตรด้านการงบประมาณสําหรับประชาชน อย่างน้อย 9 หลักสูตร เช่น
    (1) หลักสูตรความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการงบประมาณ (2) หลักสูตรกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    (3) หลักสูตรการเสริมสร้างความโปร่งใสในกระบวนการงบประมาณ (4) หลักสูตรการติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณ
    (5) หลักสูตรธรรมาภิบาลกับการงบประมาณ
    (6) หลักสูตรการบริหารงบประมาณสําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    (7) หลักสูตรนวัตกรรมการงบประมาณ
    (8) หลักสูตรการคลังสาธารณะเพื่อสังคม
    (9) หลักสูตรการวิเคราะห์ข้อมูลงบประมาณ
    4.7 ติดตั้งระบบและจัดให้มีการทดสอบบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายตามที่สํานักงบประมาณ กําหนด เช่น ระบบคลาวด์ภาครัฐ เป็นต้น และสามารถเชื่อมโยงหรือกําหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม งบประมาณสําหรับประชาชนที่พัฒนาขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2568 ได้
    4.8 ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นจะต้องมีการรักษาความปลอดภัยของระบบ
    ที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกําหนด และสามารถรองรับการใช้งานของ ผู้ใช้งานพร้อมกันได้อย่างน้อย 1,000 Concurrent
    ออนไลน์
    4.9 จัดทํารายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ และการออกแบบระบบสื่อการเรียนการสอน
    4.10 จัดทํารายงานข้อเสนอหลักสูตรอย่างน้อย 9 หลักสูตร โดยเสนอให้สํานักงบประมาณ พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนบรรจุหลักสูตรในระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์
    4.11 จัดทํารายงานความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์
    4.12 จัดฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยีและการบริหารจัดการระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ ให้กับผู้ดูแลระบบ (Administrator) ไม่น้อยกว่า 10 คน และจัดทําวิดีโอสอนการใช้งานระบบเพื่อเผยแพร่ให้กับ ผู้ใช้งานทั่วไป โดยให้ดําเนินการ ดังนี้
    4.12.1 จัดทําแผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี
    4.12.2 จัดทํารายงานผลการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี
    4.12.3 จัดทําวิดีโอสอนการใช้งานระบบเพื่อเผยแพร่ให้กับผู้ใช้งานทั่วไป
  1. การติดตั้งและทดสอบระบบ
    ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการติดตั้งระบบที่พัฒนาขึ้นบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายตามที่สํานัก
    งบประมาณกําหนด เช่น ระบบคลาวด์ภาครัฐ เป็นต้น และจัดให้มีการทดสอบการใช้งาน และการทดสอบ ประสิทธิภาพหรือการรองรับการใช้งานของผู้ใช้งาน ก่อนเริ่มการใช้งานจริง และจะต้องเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม งบประมาณสําหรับประชาชนที่มีการพัฒนาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2568 ได้
    Miinv
    mm
    เชิก .

    -7-
  2. การฝึกอบรม
    ผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมการใช้งานระบบให้แก่เจ้าหน้าที่
    6.1 ฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาและการบริหารจัดการระบบและหลักสูตร สําหรับผู้ดูแลระบบ (Administrator) จํานวนไม่น้อยกว่า 10 คน
    6.2 จัดทําวิดีโอนําเสนอวิธีการใช้งานระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ สําหรับผู้ใช้งานทั่วไป 6.3 จัดทําคู่มือการใช้งานระบบสําหรับผู้ดูแลระบบ ไม่น้อยกว่า 10 ชุด พร้อมไฟล์เอกสารใน รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยครอบคลุมวิธีการใช้งาน วิธีแก้ไขปัญหา และวิธีการบริหารจัดการระบบสื่อการเรียนการ สอนออนไลน์
  3. เงื่อนไขการส่งมอบ
    สํานักงบประมาณกําหนดระยะเวลาในการดําเนินงานรวม 270 วัน นับถัดจากวันลงนาม
    ในสัญญา ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานในรูปแบบเอกสาร (Hard Copy) และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ PDF และ Microsoft Word/Excel จํานวนอย่างน้อย 10 ชุด และมอบ Source Code และติดตั้งแพลตฟอร์ม/ ระบบงาน โดยแบ่งออกเป็น 3 งวด ดังนี้
    งบประมาณกําหนด
    7.1 งวดที่ 1 ส่งมอบงานภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ดังนี้
  1. แผนการดําเนินงานโครงการฯ
  2. รายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ 3) รายงานข้อเสนอหลักสูตรฯ อย่างน้อย 9 หลักสูตร
    7.2 งวดที่ 2 ส่งมอบงานภายใน 210 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ดังนี้
  3. รายงานความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบฯ
  4. ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นและติดตั้งบนแพลตฟอร์มที่สํานัก
  5. แผนการทดสอบระบบที่พัฒนาขึ้น
  6. แผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี
    7.3 งวดที่ 3 ส่งมอบงานภายใน 270 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ดังนี้
  7. รายงานผลการทดสอบระบบที่พัฒนาขึ้น
  8. รายงานผลการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี
  9. Source Code ที่ติดตั้งพร้อมใช้งานที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขตามผลการทดสอบแล้ว 4) เอกสารระบบและคู่มือการใช้งานที่สมบูรณ์
  1. ระยะเวลาการดําเนินงาน
    270 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
    Jammer
    mich
    mi
    n
    -8-
  2. เงื่อนไขการชําระเงิน
    9.1 งวดที่ 1 สํานักงบประมาณจะชําระเงินจํานวนร้อยละ 30 ของวงเงินทั้งสิ้นแก่ผู้รับจ้าง เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 1 และสํานักงบประมาณตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    9.2 งวดที่ 2 สํานักงบประมาณจะชําระเงินจํานวนร้อยละ 30 ของวงเงินทั้งสิ้นแก่ผู้รับจ้าง เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 2 และสํานักงบประมาณตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    9.3 งวดที่ 3 สํานักงบประมาณจะชําระเงินจํานวนร้อยละ 40 ของวงเงินทั้งสิ้นแก่ผู้รับจ้าง เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 3 และสํานักงบประมาณตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
  3. เงื่อนไขอื่น ๆ
    10.1 ผู้รับจ้างต้องประชุมร่วมกับคณะกรรมการและ/หรือคณะทํางานที่สํานักงบประมาณแต่งตั้ง ตามวาระที่เหมาะสม เมื่อได้รับการแจ้งจากสํานักงบประมาณ เพื่อรวบรวมความต้องการของผู้ใช้งานและรายงาน ผลการดําเนินงาน อาทิ สถานะความก้าวหน้าในการดําเนินงาน การตรวจสอบว่าระบบหรือโปรแกรมได้พัฒนาขึ้น มาตรงตามความต้องการของสํานักงบประมาณ รวมทั้ง เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดความรู้อันจะก่อให้เกิดประโยชน์
    สูงสุดต่อโครงการดังกล่าวได้
    10.2 เงื่อนไขการเสนอราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอเอกสารรายละเอียดต่างๆ ต่อสํานักงบประมาณอย่างน้อยประกอบด้วย
    10.2.1 ข้อเสนอด้านเทคนิค โดยให้จัดทําตารางเปรียบเทียบขอบเขตการดําเนินงาน
    โดยแสดงรายละเอียดดังนี้
    หัวข้อ
    ระบุหัวข้อให้ตรงกับ ขอบเขตการดําเนินงาน
    ที่กําหนด
    ข้อกําหนดตามขอบเขต
    การดําเนินงาน
    ให้คัดลอกขอบเขตการ
    ดําเนินงานที่สํานัก
    ข้อเสนอของบริษัท
    ระบุขอบเขตการ
    ดําเนินงานของ
    งบประมาณกําหนด ผู้ที่ยืนข้อเสนอ
    เอกสารอ้างอิง
    ระบุหมายเลขหน้าของ เอกสารอ้างอิงของผู้เสนอ
    10.2.2 ข้อเสนอด้านราคา โดยแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายบุคลากรซึ่งแสดงอัตราค่าจ้าง
    จํานวนคน หลักเกณฑ์อัตราค่าใช้จ่ายและแนวทางการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี การฝึกอบรมสัมมนา
    การโฆษณาประชาสัมพันธ์การจ้างที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศของสํานักงบประมาณ ฉบับล่าสุด ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ด้านซอฟต์แวร์ ค่าพัฒนาระบบค่าใช้จ่ายดําเนินงานอื่นๆเป็นต้น
    10.3 บุคลากรดําเนินโครงการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ดําเนินงานโครงการทุกตําแหน่ง ที่ไม่ซ้ําซ้อน กันและต้องเป็นพนักงานประจําของบริษัท ของผู้ยื่นข้อเสนอโดยให้ระบุ ระดับวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ทํางาน และความเชี่ยวชาญในหน้าที่ความรับผิดชอบพร้อมแนบสําเนาวุฒิการศึกษาเพื่อประกอบการพิจารณาและใน ระหว่างดําเนินโครงการผู้รับจ้างจะต้องจัดแผนบุคลากรเพิ่มเติมให้เพียงพอกับการปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จภายใน
    ระยะเวลาที่กําหนด ซึ่งบุคลากรดําเนินงานอย่างน้อยประกอบด้วย
    Or
    mh
    mhr
    -9-
  4. การรับประกันผลงาน
    บุคลากรหลัก
    (1) ผู้จัดการโครงการ ระดับวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาโท ประสบการณ์ 11 - 15
    ปี อย่างน้อย 1 คน
    (2) ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบฐานข้อมูล ระดับ
    วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ประสบการณ์ 11 - 15 ปี อย่างน้อย 1 คน (3) ที่ปรึกษาด้านการงบประมาณ และ/หรือการคลังสาธารณะ ระดับวุฒิการศึกษา
    ไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ประสบการณ์ 16 - 20 ปี อย่างน้อย 1 คน
    (4) ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ระดับวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่า
    ปริญญาโท ประสบการณ์ 11 - 15 ปี อย่างน้อย 1 คน
    (5) นักพัฒนาระบบงาน ระดับวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ประสบการณ์ 5 - 10
    ปีขึ้นไป อย่างน้อย 3 คน
    บุคลากรสนับสนุน
    (6) บุคลากรสนับสนุนด้านการ ออกแบบสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน (UX/UI Designer)
    อย่างน้อย 2 คน
    (7) เลขานุการโครงการ (Project Administrator) อย่างน้อย 1 คน
    11.1 ผู้รับจ้างจะต้องดูแลและบํารุงรักษาระบบทั้งหมด ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องที่อาจตรวจพบ ให้สามารถใช้งานได้ปกติ นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับการส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วเป็น ระยะเวลาหนึ่งปีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
    11.2 ผู้รับจ้างจะต้องปกปิดข้อมูลสําคัญ มีการลงนามของผู้ปฏิบัติงานที่จะไม่นําข้อมูลในเรื่อง ระบบคอมพิวเตอร์ของสํานักงบประมาณไปเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ และห้ามคัดลอกหรือห้าม ถ่ายโอนข้อมูลใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสํานักงบประมาณโดยเด็ดขาด และปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติ ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของสํานักงบประมาณอย่างเคร่งครัด

    11.3 หากมีความบกพร่อง หรือมีข้อขัดข้องผิดพลาด หรือไม่สามารถใช้งานระบบได้ตามปกติ ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน สํานักงบประมาณจะแจ้งสภาพของความบกพร่องหรือข้อขัดข้องผิดพลาดในเบื้องต้น ไปยังผู้รับจ้างทางโทรศัพท์หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e - mail) และเมื่อผู้รับจ้างได้รับแจ้งดังกล่าวแล้วผู้รับจ้าง จะต้องแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวภายใน 1 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งและทําการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขให้ อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีดังเดิมภายใน 3 วัน นับตั้งแต่เวลาที่ได้รับแจ้งพร้อมรายงานปัญหาและการแก้ไขต่อสํานัก งบประมาณภายใน 10 วัน หลังจากแก้ไขให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดีดังเดิม โดยไม่คิดค่าแรงงานค่าใช้จ่ายในการ เดินทางสําหรับการให้บริการ และค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมจากค่าจ้างที่กําหนดไว้ในสัญญาถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตาม
    สํานักงบประมาณมีสิทธิ์จ้างบุคคลภายนอกดําเนินการแก้ไขความบกพร่องหรือข้อผิดพลาดดังกล่าวโดยผู้รับจ้าง
    จะต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจ้างบุคคลภายนอกดําเนินการนั้น
    tie
  • 10 -
  1. อัตราค่าปรับ
    หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมิได้
    บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง ในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง (หรือวันละ 13,000 บาท) นับถัดจากวันที่ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทํางาน ให้ จนถึงวันที่ทํางานแล้วเสร็จ นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้าง ทํางานล่าช้า เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจํานวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย
  2. งบประมาณ
    วงเงินงบประมาณ 13,000,000 บาท (สิบสามล้านบาทถ้วน)
  3. ลิขสิทธิ์ในเอกสาร/ข้อมูล
    ลิขสิทธิ์ในเอกสาร/ข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างได้จัดทําขึ้น ให้ตกเป็นของสํานักงบประมาณ หากจะมอบ
    ให้แก่ผู้ใด จะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสํานักงบประมาณก่อน
  4. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ สํานักงบประมาณจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์
    ราคา โดยจะพิจารณาจากราคารวม
  5. ผู้รับผิดชอบ
    ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต สํานักงบประมาณ สํานักนายกรัฐมนตรี
  6. ผู้จัดทําร่างขอบเขตของงาน
    17.1 นายทศพร ดิเรกสุนทร
    17.2 นางสาวกรรภิรมย์ สุคนธสิงห์ 17.3 นางสาวเพ็ชรัตน์ แก้วจันดา
    17.4 นางณฏพร พุ่มทอง
    17.5 นางสาวชลธิรา โพลีวัฒนะ
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการและเลขานุการ
    กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
    Nich
    เคชิ