จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 68039393772
฿1,500,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 24 มี.ค. 2568 ปทุมธานี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบ Web Application สำหรับการวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ โดยมีเป้าหมายหลักคือการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 12.3 ในการลดขยะอาหารของประเทศ ระบบจะทำการปรับปรุงแอปพลิเคชันเดิมให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ Food Bank Platform ของ SOS Thailand เพื่อให้สามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลอาหารส่วนเกินที่นำไปบริจาคได้ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบเพื่อประมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากการนำอาหารส่วนเกินไปใช้ประโยชน์ และแสดงผลข้อมูลผ่านระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการเก็บข้อมูลและประเมินผล โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและรายงานผลได้ทั้งในรูปแบบกราฟ ตาราง และแผนที่

English summary

This project involves the development of a Web Application to connect surplus food data from various sources to management locations. It includes updating the existing application to connect with the SOS Thailand’s Food Bank Platform, estimating carbon emission reductions from the reuse of surplus food, and displaying data via a Geographic Information System (GIS) for accurate data collection and evaluation. Users can access data and reports in graphs, tables, and maps.

สถานที่ดำเนินการ

อาคาร PILOT PLANT MTEC

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจ้างพัฒนาระบบการวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการในรูปแบบ Web Application ที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอาหารส่วนเกินและข้อมูลขยะอาหารสำหรับติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลอาหารส่วนเกินและข้อมูลขยะอาหารของประเทศ
  • เพื่อประเมินการประมาณการการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดขึ้นหลังจากการนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์นำไปสู่การแสดงผลประมาณการณ์คาร์บอนเครดิตในอาหารบริจาค

ขอบเขตของงาน

  • ออกแบบและพัฒนาให้มีความเป็นสากล
  • ออกแบบและพัฒนาระบบให้สามารถเรียกใช้งานผ่าน Web Browser ที่รองรับการใช้งานผ่าน Mozilla Firefox, Google Chrome และ Safari ในเวอร์ชั่นต่างๆ ได้ โดยคุณภาพการแสดงผลบนแต่ละ Web Browser ของแต่ละอุปกรณ์ มีการออกแบบภาพ Banner หรือ Animation ต่างๆ เหมาะสมกับหน้าจอของอุปกรณ์ที่ใช้งานอัตโนมัติ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ (Desktop) คอมพิวเตอร์ (Notebook) แล็ปท็อป (Laptop) สมาร์ทโฟน (Smartphone) และแท็บเลต (Tablet) ซึ่งรองรับระบบปฏิบัติการ Android และ iOS โดยสามารถแสดงผลการทำงานของ Web Browser ในลักษณะ Responsive Design
  • ออกแบบงานกราฟิกในส่วนของผู้ใช้งาน (user interface) ที่ใช้บนระบบ ในส่วนของ Web application
  • ศึกษา และวิเคราะห์ความต้องการของดำเนินการพัฒนา Web Application สำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ โดยประกอบด้วย 5 ส่วน:
    • ส่วนการจัดการและรวบรวมข้อมูล:
      • ออกแบบและพัฒนาระบบเก็บข้อมูลให้สามารถจัดการและรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบในรูปแบบฐานข้อมูลได้
      • สามารถปรับปรุง ดู เพิ่ม ลบ แก้ไข และนำเข้าฐานข้อมูลได้
      • ออกแบบและพัฒนาระบบการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Food Bank Platform ได้ และสามารถรองรับข้อมูลปริมาณอาหารส่วนเกิน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมถึงตำแหน่งผู้บริจาค และผู้รับบริจาค จาก Food Bank Platform ได้
      • ออกแบบและพัฒนาระบบการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Lookie waste application ในส่วน web application ได้โดยสามารถรองรับข้อมูลปริมาณอาหารส่วนเกิน และผลการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก จาก Lookie waste application ได้ และสามารถส่งข้อมูลปริมาณอาหารส่วนเกิน (จาก Food Bank Platform) และระยะทางระหว่างผู้บริจาค และผู้รับบริจาค ไปยัง Lookie waste application ได้
      • ออกแบบและพัฒนาระบบการเชื่อมโยงค่า Emission factor จากหน้าเว็ปไซต์องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และเก็บข้อมูลที่ใช้ในการประเมินก๊าซเรือนกระจกได้ เพื่อส่งข้อมูลไปยัง Lookie waste application ได้
    • ส่วนการประเมินผลข้อมูล:
      • ประเมินระยะทางระหว่างผู้บริจาคและผู้รับบริจาค ด้วยระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ได้
      • สามารถประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง และ carbon credit ของอาหารส่วนเกินได้
    • ส่วนการรายงานผล:
      • ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงได้
      • สามารถเข้าสู่ระบบการจัดการแอพพลิเคชันได้
      • แสดงผลปริมาณอาหารส่วนเกินทั้งหมด ทั้งอาหารส่วนเกินที่นำไปบริจาคและอาหารส่วนเกินที่ไม่ได้นำไปบริจาค
      • แสดงแผนที่พร้อมตำแหน่งผู้จัดการอาหารส่วนเกิน พร้อมระบุปริมาณอาหารส่วนเกิน
      • แสดงแผนที่พร้อมตำแหน่งผู้รับบริจาค พร้อมระบุปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง
      • แสดงปริมาณอาหารส่วนเกินทั้งหมด
      • แสดงปริมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งหมด
      • แสดงค่าคาดการณ์ปริมาณคาร์บอนเครดิต
      • สามารถวิเคราะห์และรายงานผลข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กราฟ ตาราง แผนที่
      • สามารถดูรายงานผลแบบเรียลไทม์และย้อนหลังได้
      • สามารถดาวน์โหลด (Export Data) ผลข้อมูลได้
  • ออกแบบและพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ให้สามารถติดตามพิกัดหรือตำแหน่งของตำแหน่งผู้บริจาค และผู้รับบริจาคได้ถูกต้อง
  • มีระบบการจัดการแอพพลิเคชันได้
  • ออกแบบและพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อรองรับการขยายขนาดของทรัพยากร (Scale up)
  • ออกแบบให้มีส่วนในการแนะนำการใช้งานสำหรับผู้ใช้ทั้งก่อนใช้งานและระหว่างการใช้งาน
  • ผู้รับจ้างต้องจัดทำรูปแบบ เนื้อหา และนำเสนอแผนการดำเนินงาน ให้กับผู้ว่าจ้างพิจารณาก่อนดำเนินการผลิต โดยเนื้อหาต้องครอบคลุมในเนื้อเรื่องที่กำหนด
  • ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบและพัฒนาแอพพลิเคชันที่สามารถแสดงผลได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการดำเนินงาน (Action Plan) ประกอบด้วยกิจกรรม และระยะเวลาดำเนินงาน มาให้ภายใน 7 วัน ก่อนวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้แผนการทำงานถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • งวดที่ 1:
    • ร่างแผนภาพแสดงกระแสข้อมูลของการออกแบบระบบ (System Design) ทั้งหมด ตามขอบเขตการดำเนินงานในข้อ 4.1 – 4.5
    • ต้นแบบ (Prototype) หรือ Mock-up ของการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ ตามขอบเขตการดำเนินงานในข้อ 4.1 – 4.5
  • งวดที่ 2:
    • ร่างแอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ พร้อมติดตั้งและสามารถทดสอบการใช้งานได้ ตามขอบเขตการดำเนินงานในข้อ 4.1 – 4.5
    • ออกแบบและพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ให้สามารถติดตามพิกัดหรือตำแหน่งของปริมาณขยะอาหารที่จัดเก็บได้ถูกต้อง ตามขอบเขตการดำเนินงานในข้อ 4.1 – 4.5
  • งวดที่ 3 (สุดท้าย):
    • แอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ ติดตั้งระบบรูปแบบ Web Application ลงบนเครื่องแม่ข่ายที่ผู้ว่าจ้างเตรียมไว้ให้ พร้อมส่งมอบข้อมูลและ Source code
    • ทดสอบระบบ เพื่อแก้ไขและปรับปรุงแอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ โดยผู้ว่าจ้างจะทดสอบการใช้งานระบบรูปแบบ Web Application ผ่านบราว์เซอร์ต่าง ๆ สำหรับอุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนที่ผู้ว่าจ้างเตรียมไว้
    • รายงานทางเทคนิค แอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ ฉบับสมบูรณ์ จำนวน 1 เล่ม และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ (.doc และ .pdf)
    • คู่มือการใช้งาน แอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ ฉบับสมบูรณ์ จำนวน 1 เล่ม และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ (.doc และ .pdf)
    • แผ่นพับเผยแพร่และประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ 4 สี ขนาด A5 พับ 2 ตอน จำนวน 500 ฉบับ และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ (.pdf หรือ .png)
    • คลิปวิดิโอแนะนำการใช้งาน แอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ ในรูปแบบ .mp4 ระยะเวลาประมาณ 3-5 นาที
    • ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมการใช้งานแอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการให้แก่ผู้ว่าจ้าง จำนวน 1 ครั้ง เป็นเวลาอย่างน้อย 1 วัน โดยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดทำเอกสารการอบรม ค่าวิทยากรและอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการอบรม (ถ้ามี)

ระยะเวลาดำเนินการ

ผู้รับจ้างต้องเริ่มดำเนินงาน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา หรือใบสั่งจ้าง ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้มีผลงานการดำเนินงานพัฒนา web application หรืองานที่คล้ายคลึงกัน โดยต้องเป็นสัญญาฉบับเดียวและเป็นงานที่แล้วเสร็จ ไม่เกินระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นเอกสารข้อเสนอ โดยผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชน โดยให้ส่ง คู่สัญญาและหนังสือรับรองผลงานดังกล่าวพร้อมกันในวันที่ยื่นข้อเสนอราคา
  • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
  • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (2.1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องระบุ ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
  • สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  • กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อ บริษัทเงินทุนที่ธนาคาร

เกณฑ์การพิจารณา

สวทช. จะพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณภาพและคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน ซึ่งได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง โดยมีสัดส่วนน้ำหนักของเกณฑ์ราคาร้อยละ 20 และเกณฑ์อื่นร้อยละ 80

  • ราคา (20%)
  • ข้อเสนอด้านเทคนิค (80%):
    • ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ (15 คะแนน)
    • แนวคิดการออกแบบและพัฒนาระบบ (Conceptual Design) (25 คะแนน)
    • แนวคิดการออกแบบ User Interface (25 คะแนน)
    • ความรู้ความเข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับขอบเขตการดำเนินงาน (20 คะแนน)
    • แผนและวิธีดำเนินงาน (15 คะแนน)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • พัฒนา Web Application ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ Food Bank Platform และ Lookie waste application
  • พัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) เพื่อติดตามตำแหน่งของผู้บริจาคและผู้รับบริจาค
  • ประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงและ carbon credit
  • พัฒนาระบบให้มีความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐาน OWASP Top 10

เงื่อนไขสัญญา

  • จ่ายเงินเป็น 3 งวดตามความสำเร็จของงาน
    • งวดที่ 1: 30% เมื่อส่งมอบผลงานตามข้อ 5.1
    • งวดที่ 2: 30% เมื่อส่งมอบผลงานตามข้อ 5.2
    • งวดที่ 3: 40% เมื่อส่งมอบผลงานตามข้อ 5.3
  • ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างทั้งสัญญา หากส่งมอบงานล่าช้า
  • รับประกันผลงานเป็นเวลา 1 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบนี้จะช่วยในการจัดการอาหารส่วนเกินได้อย่างไร?
    • A: ระบบจะช่วยในการรวบรวมข้อมูลอาหารส่วนเกินจากแหล่งต่างๆ เชื่อมโยงข้อมูลกับ Food Bank Platform และ Lookie waste application เพื่อให้สามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การจัดการอาหารส่วนเกินอย่างยั่งยืน
  • Q: ระบบนี้สามารถประมาณการคาร์บอนเครดิตได้อย่างไร?
    • A: ระบบจะประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงจากการนำอาหารส่วนเกินไปใช้ประโยชน์ โดยใช้ข้อมูลระยะทางระหว่างผู้บริจาคและผู้รับบริจาค และค่า Emission factor จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
  • Q: ระบบนี้มีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างไร?
    • A: ระบบมีการป้องกันการโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดีตามมาตรฐาน OWASP Top 10 และมีการตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Scanner) ก่อนส่งมอบ
  • Q: ผู้ใช้งานทั่วไปจะสามารถเข้าถึงข้อมูลในระบบได้อย่างไร?
    • A: ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลและรายงานผลได้ในรูปแบบกราฟ ตาราง และแผนที่ ผ่าน Web Application
  • Q: ระบบนี้รองรับการทำงานบนอุปกรณ์ใดบ้าง?
    • A: ระบบรองรับการทำงานบนคอมพิวเตอร์ (Desktop, Notebook, Laptop) สมาร์ทโฟน (Smartphone) และแท็บเลต (Tablet) ที่มี Web Browser (Mozilla Firefox, Google Chrome, Safari) และรองรับระบบปฏิบัติการ Android และ iOS
  • Q: การเชื่อมโยงข้อมูลกับ Food Bank Platform ของ SOS Thailand จะทำได้อย่างไร?
    • A: ระบบจะพัฒนาระบบการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Food Bank Platform เพื่อให้สามารถรองรับข้อมูลปริมาณอาหารส่วนเกิน ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมถึงตำแหน่งผู้บริจาค และผู้รับบริจาค
  • Q: การเชื่อมโยงข้อมูลกับ Lookie waste application จะทำได้อย่างไร?
    • A: ระบบจะพัฒนาระบบการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Lookie waste application ในส่วน web application เพื่อให้สามารถรองรับข้อมูลปริมาณอาหารส่วนเกิน และผลการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก
  • Q: ระบบ GIS จะช่วยในการจัดการข้อมูลได้อย่างไร?
    • A: ระบบ GIS จะช่วยในการติดตามพิกัดหรือตำแหน่งของผู้บริจาคและผู้รับบริจาค เพื่อให้สามารถประเมินระยะทางและปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงได้อย่างแม่นยำ
  • Q: หากระบบมีปัญหาหรือข้อผิดพลาด จะมีการแก้ไขอย่างไร?
    • A: ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันผลงาน การบำรุงรักษา และการแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบเป็นเวลา 1 ปี และจะต้องรีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า
  • Q: จะมีการอบรมการใช้งานระบบให้กับผู้ว่าจ้างหรือไม่?
    • A: ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมการใช้งานแอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการให้แก่ผู้ว่าจ้าง จำนวน 1 ครั้ง เป็นเวลาอย่างน้อย 1 วัน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงานจ้างพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกิน ไปยังสถานที่จัดการ

  1. หลักการและเหตุผล
    ตามที่ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ดำเนินโครงการ การพัฒนาแนวทางและการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของอาหารส่วนเกิน (Food surplus) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 12.3 การลดขยะอาหารของประเทศ รหัสโครงการ P2451482 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาข้อมูลการปล่อยคาร์บอนของอาหารส่วนเกินประเภทต่างๆ และนำไป
    พัฒนาเป็นฐานข้อมูลเพื่อสร้างมาตรการด้านคาร์บอนเครดิตในอาหารบริจาค อันจะนำไปสู่การพัฒนาเครื่องมือ ด้าน วทน. สำหรับการบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน (Food surplus) เพื่อลดปัญหาขยะอาหารและเพิ่มความ มั่นคงทางด้านอาหารให้กับประชากรกลุ่มเปราะบางของประเทศ ปัจจุบัน สถาบันฯ ได้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ ติดตาม วิเคราะห์และแสดงผลขยะอาหารของประเทศ ซึ่งรองรับทั้งระบบ iOS และ Android) ซึ่งแอปพลิเคชัน ดังกล่าว สามารถเก็บข้อมูล และติดตามปริมาณการเกิดขยะอาหารตามแหล่งกำเนิดของประเทศ อันได้แก่ ร้านค้า ปลีก ธุรกิจที่พักและสถานบริการ และระดับครัวเรือน นอกจากนี้ ผลที่ได้จากการวิเคราะห์ยังสามารถนำไปใช้เป็น เป็นค่ากลางของประเทศในแต่ละแหล่งกำเนิดได้อีกด้วย อีกทั้ง ยังสามารถแสดงปริมาณและตำแหน่งของขยะ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์สามารถจองผ่านแอพลิเคชันได้
    จากการเปิดตัวแอพลิเคชัน พบว่า ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานในเรื่องของ เมนูที่น่าจะมีความหลากหลาย หรือการนำขยะอาหารไปใช้ประโยน์ เพื่อให้ครอบคลุมกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ มีอยู่จริง นอกจากนี้ระบบสำหรับผู้จัดการขยะอาหาร ยังขาดการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการ รับบริจาคที่สำคัญ คือ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย (Scholars of Sustenance Thailand
    (SOS Thailand)) ซึ่งมีบทบาทในการดำเนินงานในการจัดสรรรับและบริจาคอาหารภายใต้ความร่วมมือของสถาน ประกอบการและหน่วยงานต่าง ๆ ดังนั้น หากมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง SOS Thailand ผ่าน Food Bank Platform เพื่อนำไปสู่การประมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดขึ้นหลังจากการนำขยะอาหารและอาหาร ส่วนเกิน (food surplus) ไปใช้ประโยชน์ จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการประมาณการณ์คาร์บอนเครดิตใน อาหารบริจาค
    ดังนั้นเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อติดตามและวิเคราะห์ขยะอาหารของประเทศ (iOS & Android) ในส่วนผู้จัดการขยะอาหาร สถาบันฯ จำเป็นต้องจ้างเหมาเพื่อพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยัง สถานที่จัดการ โดยปรับปรุงแอปพลิเคชัน ในส่วนของ Web Application ที่เกี่ยวข้องกับผู้จัดการขยะอาหารที่มี การเชื่อมต่อข้อมูลขยะอาหารและอาหารส่วนเกินที่นำไปสู่การบริจาคและสถานที่จัดการ ทั้งผู้บริจาคทั่วไป และผู้ บริจาคภายใต้ความร่วมมือของ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย (Scholars of Sustenance Thailand (SOS Thailand)) ผ่าน Food Bank Platform รวมถึงการประมาณการการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
    ที่เกิดขึ้นหลังจากการนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์โดยพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้โดยนำระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการเก็บข้อมูลและประเมินการเกิดขยะอาหารของประเทศตามแหล่งกำเนิดขยะอาหาร
    1 | 16
    โดยสามารถแสดงปริมาณอาหารบริจาคและตำแหน่งที่ตั้งของแต่ละสถานประกอบเพื่อให้ผู้ที่ต้องการจะนำขยะ อาหารไปใช้สามารถพิจารณาเพื่อนำขยะเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ต่อได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และเพื่อ ครอบคลุมทั้งการเก็บข้อมูลและการแสดงผลปริมาณขยะอาหารของสถานประกอบการ และสามารถการประมาณ การการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดขึ้นหลังจากการนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ นำไปสู่การประมาณการณ์ คาร์บอนเครดิตในอาหารบริจาค
  2. วัตถุประสงค์
    2.1. เพื่อจ้างพัฒนาระบบการวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการในรูปแบบ Web Application ที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอาหารส่วนเกินและข้อมูลขยะอาหารสำหรับ ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลอาหารส่วนเกินและข้อมูลขยะอาหารของประเทศ
    2.2. เพื่อประเมินการประมาณการการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดขึ้นหลังจากการนำขยะอาหารไปใช้ ประโยชน์นำไปสู่การแสดงผลประมาณการณ์คาร์บอนเครดิตในอาหารบริจาค
  3. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
    3.1. มีความสามารถตามกฎหมาย
    3.2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง
    3.5. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7. เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพในการขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและ วัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หรือไม่เป็นผู้กระทำการ อันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่าง เป็นธรรมในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้
    3.9. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    2 | 16
    3.10. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้นต้อง ใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอสำหรับ ข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมี คุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    3.11. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.12. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ) ที่ 0405.2/ว 124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมี มูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (2.1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องระบุ ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือใน บัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอใน ครั้งนั้น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงิน ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ พาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อ บริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
    3 | 16
    (5) กรณีตาม (1) – (4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
    (5.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
    (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
    (5.3) งานก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติ เบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุมีผลใช้บังคับ
    3.13. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้มีผลงานการดำเนินงานพัฒนา web application หรืองานที่คล้ายคลึงกัน โดย ต้องเป็นสัญญาฉบับเดียวและเป็นงานที่แล้วเสร็จ ไม่เกินระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นเอกสารข้อเสนอ โดยผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชน โดยให้ส่ง คู่สัญญาและหนังสือรับรองผลงานดังกล่าวพร้อมกันในวันที่ยื่นข้อเสนอราคา
  4. ขอบเขตการดำเนินงาน
    ผู้รับจ้างต้องดำเนินการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่ จัดการในรูปแบบ Web Application โดยผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานตามขอบเขตและรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้ 4.1. ออกแบบและพัฒนาให้มีความเป็นสากล
    4.2. ออกแบบและพัฒนาระบบให้สามารถเรียกใช้งานผ่าน Web Browser ที่รองรับการใช้งานผ่าน Mozilla Firefox, Google Chrome และ Safari ในเวอร์ชั่นต่างๆ ได้ โดยคุณภาพการแสดงผลบน แต่ละ Web Browser ของแต่ละอุปกรณ์ มีการออกแบบภาพ Banner หรือ Animation ต่างๆ เหมาะสมกับหน้าจอของอุปกรณ์ที่ใช้งานอัตโนมัติ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ (Desktop) คอมพิวเตอร์ (Notebook) แล็ปท็อป (Laptop) สมาร์ทโฟน (Smartphone) และแท็บเลต (Tablet) ซึ่งรองรับ ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS โดยสามารถแสดงผลการทำงานของ Web Browser ใน ลักษณะ Responsive Design
    4.3. ออกแบบงานกราฟิกในส่วนของผู้ใช้งาน (user interface) ที่ใช้บนระบบ ในส่วนของ Web application
    4.4. ศึกษา และวิเคราะห์ความต้องการของดำเนินการพัฒนา Web Application สำหรับการเชื่อมโยง ข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ โดยประกอบด้วย 5 ส่วน ดังนี้
    4.4.1 ส่วนการจัดการและรวบรวมข้อมูล
    (1) ออกแบบและพัฒนาระบบเก็บข้อมูลให้สามารถจัดการและรวบรวมข้อมูลอย่างเป็น ระบบในรูปแบบฐานข้อมูลได้
    (2) สามารถปรับปรุง ดู เพิ่ม ลบ แก้ไข และนำเข้าฐานข้อมูลได้
    4 | 16
    (3) ออกแบบและพัฒนาระบบการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Food Bank Platform ได้ และสามารถรองรับข้อมูลปริมาณอาหารส่วนเกิน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมถึงตำแหน่งผู้บริจาค และผู้รับบริจาค จาก Food Bank Platform ได้
    (4) ออกแบบและพัฒนาระบบการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Lookie waste application ในส่วน web application ได้โดยสามารถรองรับข้อมูลปริมาณอาหาร ส่วนเกิน และผลการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก จาก Lookie waste application ได้ และสามารถส่งข้อมูลปริมาณอาหารส่วนเกิน (จาก Food Bank Platform) และระยะทางระหว่างผู้บริจาค และผู้รับบริจาค ไปยัง Lookie waste application ได้
    (5) ออกแบบและพัฒนาระบบการเชื่อมโยงค่า Emission factor จากหน้าเว็ปไซต์องค์การ บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และเก็บข้อมูลที่ใช้ในการประเมิน ก๊าซเรือนกระจกได้ เพื่อส่งข้อมูลไปยัง Lookie waste application ได้
    4.4.2 ส่วนการประเมินผลข้อมูล
    (1) ประเมินระยะทางระหว่างผู้บริจาคและผู้รับบริจาค ด้วยระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ได้ (2) สามารถประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง และ carbon credit ของอาหาร ส่วนเกินได้
    4.4.3 ส่วนการรายงานผล
    (1) ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงได้
    (2) สามารถเข้าสู่ระบบการจัดการแอพพลิเคชันได้
    (3) แสดงผลปริมาณอาหารส่วนเกินทั้งหมด ทั้งอาหารส่วนเกินที่นำไปบริจาคและอาหาร ส่วนเกินที่ไม่ได้นำไปบริจาค
    (4) แสดงแผนที่พร้อมตำแหน่งผู้จัดการอาหารส่วนเกิน พร้อมระบุปริมาณอาหารส่วนเกิน (5) แสดงแผนที่พร้อมตำแหน่งผู้รับบริจาค พร้อมระบุปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง (6) แสดงปริมาณอาหารส่วนเกินทั้งหมด
    (7) แสดงปริมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งหมด
    (8) แสดงค่าคาดการณ์ปริมาณคาร์บอนเครดิต
    (9) สามารถวิเคราะห์และรายงานผลข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กราฟ ตาราง แผนที่ (10) สามารถดูรายงานผลแบบเรียลไทม์และย้อนหลังได้
    (11) สามารถดาวน์โหลด (Export Data) ผลข้อมูลได้
    4.5. ออกแบบและพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ให้สามารถติดตามพิกัดหรือตำแหน่งของตำแหน่งผู้ บริจาค และผู้รับบริจาคได้ถูกต้อง
    4.6. มีระบบการจัดการแอพพลิเคชันได้
    4.7. ออกแบบและพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อรองรับการขยายขนาดของทรัพยากร (Scale up)
    5 | 16
    4.8. ออกแบบให้มีส่วนในการแนะนำการใช้งานสำหรับผู้ใช้ทั้งก่อนใช้งานและระหว่างการใช้งาน 4.9. ผู้รับจ้างต้องจัดทำรูปแบบ เนื้อหา และนำเสนอแผนการดำเนินงาน ให้กับผู้ว่าจ้างพิจารณาก่อน ดำเนินการผลิต โดยเนื้อหาต้องครอบคลุมในเนื้อเรื่องที่กำหนด
    4.10. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบและพัฒนาแอพพลิเคชันที่สามารถแสดงผลได้ทั้งภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ
    4.11. ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการดำเนินงาน (Action Plan) ประกอบด้วยกิจกรรม และระยะเวลาดำเนินงาน มาให้ภายใน 7 วัน ก่อนวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้แผนการทำงานถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
  5. ระยะเวลาดำเนินงาน
    ผู้รับจ้างต้องเริ่มดำเนินงานตามขอบเขตการดำเนินงานที่กำหนด นับถัดจากวันลงนามในสัญญา หรือใบสั่ง จ้าง ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน พร้อมทั้งส่งมอบผลงาน ดังนี้
    5.1. งวดที่ 1 ส่งมอบผลงาน ภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    5.1.1 ร่างแผนภาพแสดงกระแสข้อมูลของการออกแบบระบบ (System Design) ทั้งหมด ตาม ขอบเขตการดำเนินงานในข้อ 4.1 – 4.5
    5.1.2 ต้นแบบ (Prototype) หรือ Mock-up ของการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยง ข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ ตามขอบเขตการดำเนินงานในข้อ 4.1 – 4.5 5.2. งวดที่ 2 ส่งมอบผลงาน ภายใน 80 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    5.2.1 ร่างแอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ พร้อม ติดตั้งและสามารถทดสอบการใช้งานได้ ตามขอบเขตการดำเนินงานในข้อ 4.1 – 4.5
    5.2.2 ออกแบบและพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ให้สามารถติดตามพิกัดหรือตำแหน่งของ ปริมาณขยะอาหารที่จัดเก็บได้ถูกต้อง ตามขอบเขตการดำเนินงานในข้อ 4.1 – 4.5
    5.3. งวดที่ 3 (สุดท้าย) ส่งมอบผลงาน ภายใน 120 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    5.3.1 แอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ ติดตั้ง ระบบรูปแบบ Web Application ลงบนเครื่องแม่ข่ายที่ผู้ว่าจ้างเตรียมไว้ให้ พร้อมส่งมอบ ข้อมูลและ Source code
    5.3.2 ทดสอบระบบ เพื่อแก้ไขและปรับปรุงแอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหาร ส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ โดยผู้ว่าจ้างจะทดสอบการใช้งานระบบรูปแบบ Web Application ผ่านบราว์เซอร์ต่าง ๆ สำหรับอุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนที่ผู้ ว่าจ้างเตรียมไว้
    5.3.3 รายงานทางเทคนิค แอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยัง สถานที่จัดการ ฉบับสมบูรณ์ จำนวน 1 เล่ม และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ (.doc และ .pdf)
    6 | 16
    5.3.4 คู่มือการใช้งาน แอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไปยังสถานที่ จัดการ ฉบับสมบูรณ์ จำนวน 1 เล่ม และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ (.doc และ .pdf)
    5.3.5 แผ่นพับเผยแพร่และประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหาร ส่วนเกินไปยังสถานที่จัดการ 4 สี ขนาด A5 พับ 2 ตอน จำนวน 500 ฉบับ และรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ ( .pdf หรือ .png)
    5.3.6 คลิปวิดิโอแนะนำการใช้งาน แอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกินไป ยังสถานที่จัดการ ในรูปแบบ .mp4 ระยะเวลาประมาณ 3-5 นาที
    5.3.7 ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมการใช้งานแอปพลิเคชันสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกิน ไปยังสถานที่จัดการให้แก่ผู้ว่าจ้าง จำนวน 1 ครั้ง เป็นเวลาอย่างน้อย 1 วัน โดยต้อง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดทำเอกสารการอบรม ค่าวิทยากรและอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการ อบรม (ถ้ามี)
    5.3.8 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จ ตามขอบเขตงานนี้
  6. วงเงินในการจัดหา
    ภายในวงเงิน 1,500,000.00 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้เรียบร้อยแล้ว
  7. การจ่ายเงิน
    สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) จะจ่ายเงินค่าจ้างตามสัญญา/ใบสั่งจ้าง โดยแบ่งจ่ายเป็นงวด เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานครบถ้วนถูกต้อง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบ งานจ้างไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนี้
    7.1. งวดที่ 1 จำนวนร้อยละ 30 ของค่าจ้างตามสัญญา/ใบสั่งจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบผลงาน ในข้อ 5.1 และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้โดยครบถ้วนแล้ว
    7.2. งวดที่ 2 จำนวนร้อยละ 30 ของค่าจ้างตามสัญญา/ใบสั่งจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบผลงาน ในข้อ 5.2 และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้โดยครบถ้วนแล้ว
    7.3. งวดที่ 3 (สุดท้าย) จำนวนร้อยละ 40 ของค่าจ้างตามสัญญา/ใบสั่งจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาและผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้โดยครบถ้วนแล้ว
  8. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก
    สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มี คุณภาพและคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน ซึ่งได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการ คัดเลือก จากเกณฑ์ราคาร่วมกับเกณฑ์อื่น ตามพระราชบัญญัติการจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
    7 | 16
    มาตรา 65 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 83 (2) โดยมีสัดส่วนน้ำหนักของเกณฑ์ราคาร้อยละ 20 และเกณฑ์อื่นร้อยละ 80
    ตัวแปร
    กำหนดน้ำหนัก
    1. ราคา
      ร้อยละ 20
    2. ข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่นๆ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) 2.1 ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ (15 คะแนน)
      2.2 แนวคิดการออกแบบและพัฒนาระบบ (Conceptual Design) (25 คะแนน)
      2.3 แนวคิดการออกแบบ User Interface (25 คะแนน)
      2.4 ความรู้ความเข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับขอบเขตการดำเนินงาน (20 คะแนน) 2.5 แผนและวิธีดำเนินงาน (15 คะแนน)
      ร้อยละ 80
      รวมทั้งหมด
      ร้อยละ 100

เกณฑ์การให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่นๆ
จำนวนคะแนน
รายละเอียดการให้คะแนน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
1. ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ (15 คะแนน)
5 คะแนน
- มีผลงานด้านการออกแบบ web application กับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือ องค์กรอิสระหรือหน่วยงานเอกชน ภายในระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นเอกสารข้อเสนอ จำนวน 2 ผลงาน
10 คะแนน
- มีผลงานด้านการออกแบบ web application กับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือ องค์กรอิสระหรือหน่วยงานเอกชน ภายในระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นเอกสารข้อเสนอ จำนวน 3 ผลงาน
15 คะแนน
- มีผลงานด้านการออกแบบ web application กับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือ องค์กรอิสระหรือหน่วยงานเอกชน ภายในระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นเอกสารข้อเสนอ จำนวน มากกว่า 3 ผลงานขึ้นไป
2. แนวคิดการออกแบบและพัฒนาระบบ (Conceptual Design) (25 คะแนน)
15 คะแนน
- มีการนำเสนอแนวคิดการออกแบบ web application พร้อมทั้งอธิบายถึงขั้นตอนการ ออกแบบที่ชัดเจน แต่แนวคิดการออกแบบอาจจะมีบางส่วนที่ไม่ครบถ้วน
20 คะแนน
- มีการนำเสนอแนวคิดการออกแบบ web application พร้อมทั้งอธิบายถึงขั้นตอนการ ออกแบบที่ชัดเจน และมีแนวคิดการออกแบบที่ครบถ้วน

8 | 16
25 คะแนน
- มีการนำเสนอแนวคิดการออกแบบ web application พร้อมทั้งอธิบายถึงขั้นตอนการ ออกแบบที่ชัดเจน

  • มีการวิเคราะห์เนื้องานพร้อมทั้งชี้แจงถึงแนวคิดที่ใช้ในการออกแบบ web application อย่างสมเหตุสมผลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความสำเร็จของโครงการ
    3. แนวคิดการออกแบบ User Interface และ graphic (25 คะแนน)
    15 คะแนน
    • มีการนำเสนอแนวคิดการออกแบบ user interface และ graphic จำนวน 2 แนวคิด ที่ สอดคล้องกับการพัฒนาระบบในรูปแบบ web application พร้อมทั้งอธิบายถึงแนว ทางการออกแบบอย่างชัดเจน
      20 คะแนน
    • มีการนำเสนอแนวคิดการออกแบบ user interface และ graphic จำนวน 2 แนวคิด ที่ สอดคล้องกับการพัฒนาระบบในรูปแบบ web application พร้อมทั้งอธิบายถึงแนว ทางการออกแบบอย่างชัดเจน รวมทั้งรูปแบบการออกแบบมีความสวยงาม เข้าใจง่ายเหมาะ แก่การใช้งาน
      25 คะแนน
    • มีการนำเสนอแนวคิดการออกแบบ user interface และ graphic จำนวน 2 แนวคิด ที่ สอดคล้องกับการพัฒนาระบบในรูปแบบ web application พร้อมทั้งอธิบายถึงแนว ทางการออกแบบอย่างชัดเจน รวมทั้งรูปแบบการออกแบบมีความสวยงาม เข้าใจง่ายเหมาะ แก่การใช้งาน พร้อมนำเสนอทางเลือกหรือแนวทางการปรับเปลี่ยนรูปแบบการ design ที่ เหมาะสมแก่ผู้ใช้งาน
    1. ความรู้ความเข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับขอบเขตการดำเนินงาน (20 คะแนน)
      10 คะแนน
    • มีการอธิบายหลักการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกิน ไปยังสถานที่จัดการ หรือแนวคิดการทำงานที่เกี่ยวข้องกับจัดทำ web application
      15 คะแนน
    • มีการอธิบายหลักการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกิน ไปยังสถานที่จัดการ และแนวคิดการทำงานที่เกี่ยวข้องกับจัดทำ web application แต่ยังมี ข้อจำกัดในการอธิบายเนื้อหาในรายละเอียด
      20 คะแนน
    • มีการอธิบายหลักการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงข้อมูลจากอาหารส่วนเกิน ไปยังสถานที่จัดการ และแนวคิดการทำงานที่เกี่ยวข้องกับจัดทำ web application โดย อธิบายเนื้อหาในรายละเอียดครบถ้วนตรงตามขอบเขตการดำเนินงาน
      5.แผนและวิธีดำเนินงาน (15 คะแนน)
      10 คะแนน
    • มีการนําเสนอแผนและวิธีดำเนินงานที่สอดคล้องกับขอบเขตงาน
      15 คะแนน
    • มีการนําเสนอแผนและวิธีดำเนินงานที่สอดคล้องกับขอบเขตงาน
  • พร้อมเสนอแนวทางการให้บริการหลังจากส่งมอบงาน รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาใน กรณีที่มีปัญหาหรือความผิดพลาดหลังการส่งมอบงาน

9 | 16
9. กรรมสิทธิ์และความคุ้มครองเกี่ยวกับสิทธิ์
ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษาข้อมูล ผลงาน ผลการศึกษา เอกสาร ตลอดจนข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการดำเนินงาน ตามสัญญานี้ ไม่ว่าจะจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบใดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ สวทช. แต่เพียงผู้เดียว ผู้รับจ้างอาจเก็บ สำเนาเอกสารดังกล่าวไว้กับตนเองได้ แต่ต้องไม่นำเนื้อหาหรือข้อความในรูปแบบนั้นไปใช้ในกิจการอื่นที่ไม่ เกี่ยวข้องกับงาน โดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากผู้ว่าจ้างก่อน
ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างสิทธิ์หรือเรียกร้องใดๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับงานจ้างโดยผู้ว่าจ้าง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขไปจากเดิม ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าว ระงับสิ้นไปโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ว่าจ้างสามารถใช้งานจ้างต่อไปได้ หากผู้รับจ้างมิอาจกระทำได้และผู้ว่าจ้างต้อง รับผิดชอบใช้ค่าเสียหายต่อบุคคลภายนอก ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ชำระค่าเสียหาย ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แทน ผู้ว่าจ้าง
10. การรักษาความลับของข้อมูล/รหัสต้นฉบับ (source code)
10.1 ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูล ข้อมูลในระบบ ข้อมูลสำหรับทดสอบ รหัสต้นฉบับ รวมไป ถึงข้อมูลอื่นใดที่ได้รับจากผู้ว่าจ้างหรือได้จากการทำงานไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม 10.2 ผู้รับจ้างต้องไม่นำรหัสต้นฉบับ ข้อมูลใดๆ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อมูลของสำนักงานไปเผยแพร่บน พื้นที่สาธารณะ
11. การดำเนินการด้านข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของโปรแกรมประยุกต์ที่พัฒนาเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างต้อง ดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และ 11.1 การดำเนินการนี้ ผู้ว่าจ้างกระทำในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และ ผู้รับจ้างกระทำในฐานะผู้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ประมวลผล)
11.2 การดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผล ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม ตรวจสอบได้
11.3 ผู้ประมวลผลต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
11.3.1 ระยะก่อนสิ้นสุดโครงการ ผู้ประมวลผลต้องส่งมอบข้อมูลทั้งหมดที่จัดเก็บ และนำไปประมวลผล ต่าง ๆ ให้กับผู้ว่าจ้างทั้งหมด
11.3.2 เมื่อสิ้นสุดโครงการ/สิ้นสุดสัญญา ผู้ประมวลผลต้องลบทำลายข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทิ้งทันที 11.3.3 ผู้ประมวลผล ต้องทำหนังสือยืนยันการลบทำลายข้อมูลดังกล่าวให้กับผู้ว่าจ้าง
(self-declaration) ทั้งในส่วนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และ ส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ (อาทิ ข้อมูลใน ระบบ backup, ข้อมูลเชิงสถิติ, หรือ ข้อมูลที่ถูกทำให้เป็น anonymous แล้ว)
11.4 กรณีที่พบเหตุข้อมูลรั่วไหล ให้ผู้ประมวลผลข้อมูลแจ้งต่อผู้ว่าจ้างทันทีโดยไม่ชักช้า และต้องให้ความ ร่วมมือกับ ผู้ว่าจ้างอย่างเต็มที่ในการสืบสวนสอบสวน แม้สัญญาจะได้สิ้นสุดไปแล้วก็ตาม
10 | 16
12. เงื่อนไขเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา
12.1 ผู้รับจ้างต้องทำงานที่ว่าจ้างโดยไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคล หรือหน่วยงานใด และพัฒนาหรือ สร้างสรรค์ผลงานด้วยซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ฟรีแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส
12.2 ลิขสิทธิ์ในการใช้งาน และลิขสิทธิ์ในเว็บไซต์หรือโปรแกรมประยุกต์บนเว็บที่พัฒนาขึ้นนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ ผู้ว่าจ้างแต่เพียงผู้เดียว เว้นแต่ลิขสิทธิ์ที่มีการอนุญาตแบบเปิด หรือ สมบัติสาธารณะ หรือแบบอื่นใดที่มีลักษณะ คล้ายคลึงกัน ให้ยังคงสิทธิ์ดังเดิมต่อไป ทั้งนี้อาจมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้
12.3 ภาพถ่าย ภาพกราฟฟิก เสียง ตัวอักษร เอกสาร วีดิโอ หรือสิ่งอื่นใด ที่เกี่ยวข้องซึ่งได้มาหรือจัดทำขึ้นจาก การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ว่าจ้างแต่เพียงผู้เดียว และผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการ พิจารณาอนุญาตให้บุคคลทั่วไปนำไปดัดแปลง เผยแพร่และใช้ประโยชน์ในรูปแบบหนึ่งรูปแบบใดได้เมื่อมีการขอ อนุญาตเป็นกรณีไป เว้นแต่จะมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้
13. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ (Security)
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาโปรแกรมประยุกต์โดยมีการป้องกันการโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดี ตาม 10 อันดับภัย คุกคามที่อาจพบได้ (OWASP Top 10 2017 และ 2021) ** อ้างอิงตาม OWASP.org โดยหลังจากดำเนินการ พัฒนาแล้วเสร็จผู้พัฒนาต้องแสดงการตรวจสอบสถานะ ตามที่กำหนดใน ขมธอ. 4-2559 (ข้อเสนอแนะมาตรฐาน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าด้วย มาตรฐานการรักษาความ มั่นคงปลอดภัยสำหรับโปรแกรมประยุกต์บนเว็บ) ภาคผนวก ก.แบบฟอร์ม ตรวจสอบสถานะความมั่นคงปลอดภัย สำหรับเว็บไซต์ จัดทำโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หน้า 27-31 หรือช่องโหว่ ใดๆ ที่ตรวจสอบโดยระบบของงานบริหารความมั่นคงปลอดภัยดิจิทัล (ISM) สวทช. แล้วพบว่าก่อให้เกิดความเสี่ยง ระดับกลางหรือระดับสูง
*** เนื่องจาก OWASP ได้ประกาศ TOP ของปี 2021 ออกมา ผู้รับจ้างควรต้องปฏิบัติเพิ่มเติมตามนี้ 13.1 การดำเนินการทั่วไปด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
13.1.1 ให้กำหนด/ใช้“รหัสผ่าน” ที่ดี โดย มีความยาวไม่น้อยกว่า 12 ตัวอักษร และ
ประกอบด้วยอย่างน้อย 3 ใน 4 รูปแบบจาก letters, capital letters, ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษ 13.1.2 ไม่ใช้รหัสผ่านผู้ผลิตอุปกรณ์หรือค่าโดยปริยายใดๆ
11 | 16
13.2 การใช้การเข้ารหัสลับที่มีความแข็งแรงเพียงพอ
ไม่ใช้งาน SHA-1 และ MD5Sum ในการจัดการกับรหัสผ่านใดๆ ทุกกรณี เว้นแต่เป็นไปเพื่อการ ตรวจสอบอย่างง่ายเท่านั้น
13.3 การเลือกใช้งาน application/os และ ส่วนประกอบของ application/os
13.3.1 ไม่ใช้งาน application/ส่วนประกอบของ application/os ที่สิ้นสุดการสนับสนุน หรือ จะสิ้นสุดการสนับสนุนภายในระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันส่งมอบ (ตัวอย่างเช่น php5, windows xp, python 2, หรือ wordpress ที่ไม่ใช่ version ปัจจุบัน)
13.3.2 การใช้งานร่วมกับ Container ให้เลือกใช้งาน Container ที่มีการ update อย่าง สม่ำเสมอ หรือ มีแนวโน้มที่จะได้รับการสนับสนุน หรือ ได้รับความนิยม
13.4 การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ในรูปแบบต่างๆ
13.4.1 “Web Site/Web Application” ผู้รับจ้างต้องพัฒนาโปรแกรมประยุกต์โดยมีการ ป้องกันการโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดี ตาม 10 อันดับภัยคุกคามที่อาจพบได้ (ตาม OWASP Top 10 2021 โดย OWASP.org) ในหัวข้อดังต่อไปนี้
หัวข้อ
คำอธิบาย (โดยย่อ)
A01:2021-Broken Access Control
(1) ระบบมีการควบคุมการเข้าถึงอย่างเหมาะสม (Authentication)
(2) ระบบมีการตรวจสอบสิทธิในการใช้งาน function ต่างๆของ ระบบเทียบกับผู้ใช้งานปัจจุบันเสมอ
(3) ควรใช้ multifactor authentication ในส่วนที่มีความสำคัญ ระดับสูง เช่น admin page
A02:2021-Cryptographic
Failures
(1) เปิดการใช้งาน HTTPS เสมอ
(2) ไม่ใช้งาน weak encryption และการจัดเก็บ password hash (งดใช้งาน MD5 และ SHA1)
(3) การเข้ารหัสลับ flie หรือ ข้อความ ควรใช้งานร่วมกับ salt เสมอ
A03:2021-Injection
(1) ข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้(user input , url parameter, request header) ต้องทำการตรวจสอบและกลั่นกรอง (filter / sanitize) ก่อนนำไปใช้งานเสมอ

12 | 16

(2) ข้อมูลตัวแปรสภาพแวดล้อมระบบ (server environment ,  request header) ต้องทำการตรวจสอบและกลั่นกรอง (filter /  sanitize) ก่อนนำไปใช้งานเสมอ 

(3) หากมีการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลต้องใช้ prepare statement เสมอ
(4) ควรมีการจำกัดจำนวนข้อมูลที่จะส่งออกในแต่ละครั้ง (Limit)
A04:2021-Insecure Design
(1) ไม่ใช้ root/admin ในการเข้าถึงฐานข้อมูล และจำกัดสิทธิการ เข้าถึงจาก IP ที่กำหนดเท่านั้น
(2) ให้สิทธิการเข้าถึงแบบจำกัดและเท่าที่จำเป็น
(3) ควรมีการคัดเลือก software suite, library, framework, plugin ที่ใช้อย่างเหมาะสม
(4) ควรมีการพัฒนา test case ที่ครอบคลุมตาม source code ทั้งหมด
A05:2021-Security
Misconfiguration
(1) ไม่ใช้ default/factory username/password ในส่วนใดๆ
(2) ปิด/ไม่ติดตั้ง component, function, plugin ที่ไม่มีการใช้งาน (minimal)
(3) การ setup/hardening ระบบอย่างเหมาะสมตาม guideline ที่ สวทช. กำหนด
A06:2021-Vulnerable and Outdated Components
(1) ควรมีการติดตามด้าน security และการ support ของชุด software ที่มีการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
A07:2021-Identification and Authentication Failures
(1) ระบบมีการป้องกันการพยายามโจมตีแบบ automate brute force โดยใช้กลไก delay, captcha หรือกลไกอื่นๆ อย่างเหมาะสม
(2) การ reset password ให้สร้างใหม่เท่านั้น และต้องส่งผ่าน ช่องทางอื่นที่ไม่ใช่หน้า website
A08:2021-Software and Data Integrity Failures
(1) ควรมีการตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้อง (integrity) ของ software ที่มีการใช้งานก่อนการ update เสมอ

13 | 16
A09:2021-Security Logging and Monitoring Failures
(1) ต้องเก็บ log การเข้าสู่ระบบทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ
(2) กรณีที่มี error เกิดขึ้น การแจ้ง error ควรแจ้งเฉพาะข้อมูลที่ จำเป็น (เช่นหมายเลข ID) แต่การเก็บข้อมูลในระบบ log ต้องมี รายละเอียดที่จำเป็นทั้งหมด
(3) log ควรสนับสนุนการส่งออกภายนอก
(4) ควรมีการเฝ้าระวัง log
A10:2021-Server-Side Request Forgery
(1) ระบบมีการป้องกันการเชื่อมต่อไปยัง website/server ภายนอก จาก URL / user input

  • ในหัวข้อที่ใช้ “ควร” ผู้รับจ้างอาจเลือกดำเนินการหรือไม่ก็ได้
    ** หลังจากดำเนินการพัฒนาแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องรับรองตนเอง (self-declaration) ว่าได้ดำเนินการพัฒนา ระบบโดยมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรการข้างต้นแล้ว
    13.4.2. “Web Site/Web Application” สวทช.จะดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่
    (Vulnerability Scanner) ก่อนรับมอบหรือก่อนเผยแพร่ และผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องดำเนินการแก้ไขช่อง โหว่ที่ตรวจพบในระดับสูง (High) ให้แล้วเสร็จ สำหรับช่องโหว่ระดับกลาง (Medium) ต้องแก้ให้แล้วเสร็จ ตามที่ สวทช. กำหนด หรือก่อนส่งมอบ
    13.4.3 “Web Site/Web Application” ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องประสานงานกับผู้ดูแลเครื่อง บริการเว็บให้มีการตั้งค่าเครื่องบริการเว็บอย่างมั่นคงปลอดภัย ตามข้อเสนอแนะมาตรฐานด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าด้วยมาตรฐานการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ ขมธอ. 1-2557 โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ข้อ 5 การตั้งค่าเครื่องบริการเว็บอย่างมั่นคงปลอดภัย
  1. เงื่อนไขอื่นๆ
    14.1 ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันผลงาน การบำรุงรักษา และการแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบเก็บข้อมูลกลาง แบบ website (Central Web service) นี้เป็นเวลา 1 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงานดังกล่าว 14.2 ผู้รับจ้างเป็นผู้ดูแลเครื่องแม่ข่ายที่ใช้ในระบบฯ และมีหน้าที่บำรุงรักษา รวมถึงแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ เครื่องแม่ข่ายตลอดอายุสัญญา
    14 | 16
    14.3 กรณีที่ สวทช. ดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) (อย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปี) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดเตรียมระบบหรือเว็บไซต์สำหรับตรวจสอบโดยเฉพาะและแก้ไขช่องโหว่ในระดับสูง (High) และ/หรือระดับกลาง (Medium) ที่ตรวจพบให้แล้วเสร็จภายในวันเวลาที่ สวทช. กำหนดในแต่ละครั้ง โดย ไม่คิดค่าใช้จ่ายในระยะเวลารับประกัน
    14.4 กรณีจะทำการ Upgrade หรือ Patch หรือทำการแก้ไขชั่วคราว (Work Around) เพื่อแก้ไขช่องโหว่ ที่ ตรวจพบหรือที่ประกาศเป็นสาธารณะ ก่อนการดำเนินการดังกล่าวผู้รับจ้างต้องประสานงานกับ สวทช. และขอ อนุมัติก่อนการดำเนินการทุกครั้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในระยะเวลารับประกัน
    14.5 ผู้รับจ้างต้องรายงานความเป็นปัจจุบันของ Software และช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยที่พบ ภายในเวลา 1 เดือน นับแต่มีการประกาศจากผู้ผลิต
    14.6 กรณีเกิดเหตุด้านความมั่นคงปลอดภัยใน Software (Security Incident) ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือ ในการตรวจสอบ สอบสวน และรวมไปถึงการกู้คืนระบบตามที่ สวทช. กำหนดเป็นรายกรณีไป 14.7 กรณีที่ สวทช. เกิดภัยพิบัติที่จำเป็นจะต้องใช้แผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง (BCP) ผู้รับจ้างต้องให้คำปรึกษา และให้ความร่วมมือในการดำเนินการดังกล่าว ทั้งก่อนและหลังเกิดภัยพิบัติ
    14.8 หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือข้อผิดพลาดของระบบฯ เกิดขึ้นจากการจ้างนี้ ซึ่งความผิดพลาดเกิดจาก ความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิดจากการทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้าง จะต้องรีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า หลังจากได้รับการแจ้ง/ประสานงานทางโทรศัพท์ หรือ Email หรือหนังสือจาก สวทช. โดยผู้รับจ้างจะดำเนินงานการแก้ไขให้แล้วเสร็จและสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพดังเดิม ภายใน 3 วัน หากผู้รับจ้างไม่กระทำการดังกล่าวภายในกำหนด 10 วัน นับถัดจากวันที่ ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างหรือไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทำ การนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
    14.9 ในช่วงการรับประกันดังกล่าว หากมีการแก้ไขระบบฯ ในส่วนใดๆ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำเอกสาร ประกอบเกี่ยวกับรายละเอียดการแก้ไข วิธีการติดตั้งเข้าสู่ระบบฯ และส่งมอบ Source Code ที่ได้มีการแก้ไข ภายในระยะเวลา 15 วัน ภายหลังการแก้ไขระบบฯ ดังกล่าวเสร็จสิ้น โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
    14.10 ในกรณีเร่งด่วนจำเป็นต้องรีบแก้ไขเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายโดยเร็ว และไม่อาจรอให้ผู้รับจ้าง แก้ไขในระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเข้าจัดการแก้ไขเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเอง หรือจ้าง ผู้อื่นให้ซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องหรือเสียหาย โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    14.11 หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบพัสดุให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด และ สวทช. ยังมิได้บอกเลิก สัญญา ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างทั้งสัญญา (พัสดุที่จัดจ้างนี้ต้องการ ความสำเร็จที่ต้องประกอบครบชุดสมบูรณ์รวมทุกรายการ/อุปกรณ์ หากขาดเครื่อง/อุปกรณ์รายการหนึ่งรายการ ใดก็ไม่สามารถใช้งานได้) นับแต่วันครบกำหนดส่งมอบตามสัญญาจนถึงวันที่ส่งมอบครบถ้วนถูกต้อง
    14.12 ผู้ยื่นข้อเสนอราคาจะต้องเข้ามานำเสนอ แนวคิดการออกแบบ (Conceptual Design) web application พร้อมทั้งอธิบายและวิเคราะห์หลักการดำเนินงานให้ครอบคลุมขอบเขตของงาน ในวันพิจารณาผล (ต้องได้วันเวลาที่แน่นอนของกรรมการพิจารณาผลก่อนประกาศ)
    15 | 16
    14.13 ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้อง แจ้งราคาการบำรุงรักษาในปีถัดไป (เพื่อเป็นแนวทางในการจัดสรร งบประมาณ)
  2. สถานที่จัดส่ง/จัดเก็บพัสดุ ผู้รับผิดชอบ และเบอร์โทร
    อาคาร PILOT PLANT MTEC ติดต่อ นางสาวข้าวประดับดิน สงมา เบอร์โทรศัพท์ 4062
  3. มาตรฐานขั้นต่ำของผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร

คณะกรรมการจัดทำข้อกำหนดขอบเขตของงาน
นางจันทิมา สำเนียงงาม
นางสาวนงนุช พูลสวัสดิ์
นางสาวข้าวประดับดิน สงมา
16 | 16